งาน เงิน ความหวัง อนาคต

เริ่มโพสต์โดย นายโอ้เอ้, 02 เม.ย. 2008, 02:32 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ออยอิชี่

ไม่รู้รายละเอียดเหมือนกันครูย้ง
ผมเคยทำแต่ที่ซีเอ็ด ไม่เคยทำที่เพลินพัฒหน่ะ  :3005:

ครูย้งงง

อ้างคำพูดจาก: ออยอิชี่ เมื่อ 11 ม.ค. 2012, 10:36 น.
ไม่รู้รายละเอียดเหมือนกันครูย้ง
ผมเคยทำแต่ที่ซีเอ็ด ไม่เคยทำที่เพลินพัฒหน่ะ  :3005:


:55: :55: :55: :55: :55: :55: :55: :55: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05: :05:

นักศิลปะ

 :25: เดือนเก่งจังเลย

ส่วนเพลินพัฒน์ จ่ายค่าตัวได้แพงแน่นอน
เพราะค่าเทอมโคตรแพงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ :26:
และขึ้น 10% ทุกเทอมเชียวนะ

:35: กว่าจะจบหกคงหลักล้าน
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

กวางจ้ะ

อ่านของเดือนแล้วนึกถึงตัวเองเมื่อก่อน

เดือนสู้ ๆ นะ

เมื่อเช้าพิมพ์ตั้งยาว แต่พอพลาดไปกดโดนคีย์ลัด ซวยเลยหายหมด  :05:
พิมพ์ใหม่ก็ได้




แนะนำว่าอะไรที่เดือนขยาด เช่น พวก code ที่เดือนบอกว่าไม่ถนัด
ให้ค่อย ๆ ลองเรียนรู้ เหมือนยาขมอะ ต้องกิน (เพราะจำเป็นถ้าอยากทำ UI สวย ๆ)
หาพวกเว็บที่สอนเรื่องพวกนี้ ลองอ่านดูเฉพาะบทแรกของแต่ละที่ก่อนก็ได้
ที่ไหนเราอ่านแล้วเราเข้าใจที่สุดก็ค่อยเรียนรู้จากที่นั่น ทำตัวให้เหมือนคนหิวความรู้ตลอดเวลา  :54:
สงสัยอะไรตรงไหน แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วย google ก่อน
หรือถามคนรอบข้างเดือนก็ได้ พี่ว่าพวกเขาพร้อมช่วยเหลือตลอดนะ พี่เชื่ออย่างนั้น  :56:


JavaScript หรือ jQuery ไรเทือกนั้นอะ เมื่อก่อนพี่ก็ไม่คิดอยากจะรู้
เพราะพี่ทำแต่ Programming ไม่เคยจับเรื่อง UI แบบจริง ๆ จัง ๆ
skill CSS ของพี่ก็งู ๆ ปลา ๆ เท่าที่เคยเรียนกะฟอนต์แคมป์แค่นั้น
พอเห็นไอ้เมนูวืบ ๆ หรือว่าสไลด์สวย ๆ
แต่ต้องการแก้แค่ขนาดหรือว่าต้องการแก้ไขอะไรบางอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับมันอะ
แล้วเราต้องรอคนที่เค้าสามารถแก้ได้มาแก้ให้เรา มันจะเสียเวลาไง


ถ้าเรารู้เองว่าควรแก้ตรงไหน อันนั้นจะประหยัดเวลาทำงานไปได้เยอะมาก
สุดท้ายพี่ก็ต้องเรียนเอาเองเหมือนกัน
[ตอนนั้นพี่เรียนกับเว็บ w3school นะ มันมีส่วนที่ให้ลองโค้ดแล้ว run ให้ดูผ่านหน้าเว็บได้เลย
แล้วค่อยไปลองดูสิ่งที่เราอยากได้ในเว็บอื่น ๆ อีกที]
CSS มีพี่ที่ออฟฟิศช่วยติวให้และก็ให้ลองแก้กับงานจริง ๆ ก็เลยโอเคขึ้นมาก




ถ้าเราเรียนรู้สิ่งที่เราคิดว่ายากได้อะ ต่อไปก็ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว
งานโหดๆ หินๆ กว่านี้ยังรอเดือนอยู่อีกเยอะ

ความจริงนึงที่พี่เจอก็คือ
งาน developer เนี่ย ภาษาไหนที่ว่าเขียนยาก ๆ จะมีค่าแรงการจ้างงานสูงกว่าภาษาอื่น ๆ นะ
เพราะน้อยคนที่จะสามารถทำได้



ไม่แน่นะ ถ้าเดือนเก่ง javascript กะ jquery แล้วอะ
เงินเดือนอาจจะขึ้นมากกว่านี้อีก งานจะเยอะขึ้น



พี่รู้ว่าน้องเดือนทำได้ อย่าเพิ่งท้อซะก่อนล่ะ  :12:

iannnnn

จะทำตัวนวลทำม้าย ออกจะได้ความรู้ ทีแรกคิดว่ามีอะไรฉาวๆ :3005:

バンク...แบงค์กุ

อู้วหัด AE ด้วย  :25:
ติดตรงไหนถามได้นะฮะ มาทำงานที่แสมแย่นนี่แทบไมไ่ด้ใช้เลย จนจะลืมหมดละ
โหมด..จริงจังกับชีวิตมากขึ้น
after effect by แบงค์กุ

Katezila

อยากใช้หราาา  :25:




ไม่มีงานที่ต้องใช้ว่ะ
รอทำพรีเซนต์งานแต่งตูละกันนะ
สนใจท่ออุตสาหกรรม​ เลือก DragonFlex นะจ้ะ​จุ๊บๆ​

เทอร์โบบูสเตอร์

เดือนขอขึ้นเงินเดือนเลย
กาก

ครูย้งงง

อ้างคำพูดจาก: バンク...แบงค์กุ เมื่อ 11 ม.ค. 2012, 18:08 น.
อู้วหัด AE ด้วย  :25:
ติดตรงไหนถามได้นะฮะ มาทำงานที่แสมแย่นนี่แทบไมไ่ด้ใช้เลย จนจะลืมหมดละ

เมื่อก่อน aetut  กะ creative cow นี่เข้าบ่อยมาก

蓝月 (lán yuè)

พี่กวางเก่งอ่ะ :25:

เออ อยู่ดงคนเก่งมันจะรู้สึกอยากพัฒนาตัวเองนะ เหมือนมีแรงบันดาลใจอะไรซักอย่าง
ปีนี้จริงๆ นอกจากเรื่องทำเว็บ เดือนว่าเดือนก็พอจะมีสกิลเรื่องเขียน content อยู่นะ
(แต่ต้องเป็นภาษาเดือนนะ เคยลองไปเขียน blognone ทีนึง เกร็งฉี่ราด แถมไม่ผ่านด้วย :05:)

ปี 2010 ตั้งเป้าไว้ว่าจะเขียนโปรแกรมให้เป็นให้ได้ (ไปเรียนทำแอปเฟซบุ๊กมาเสร็จสรรพเลยมีแรงบันดาลใจ)
สรุป เขียนไม่รอด :30: แล้วก่อนหน้านั้นก็โดนพี่แอนประณามหยามเหยียดด้วยว่าไม่รอด แล้วก็ไม่รอดจริง :3005:
แต่ดันทำเว็บได้ซะงั้น ก็ค่อยเรียนรู้กันไป
คิดว่าถ้าอดทนตั้งใจฝึกน่าจะมีสกิลได้มากกว่านี้อีก สู้ๆๆ :07:


ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอพล่ามอีกนิด

ความหวัง

อยากเป็นคนมีสมดุลในตัวเองมากกว่านี้
ทุกวันนี้รู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองมี หรือเป็น ถ้ามันไม่น้อยไป มันก็มากเกินไป
อย่างตอนนี้เดือนก็ถามตัวเองว่า เรามีความสามารถแค่ไหน เราพอจะเรียกตัวเองว่าเราเก่งได้ยังวะ
คือใจก็อยากคิดว่าเราก็พอมีความสามารถ จริงๆ นะ แต่ก็รู้สึกว่าถ้าคิดว่าตัวเองเก่งมากไปมันจะไม่ดี
มันจะมีอัตตาในตัวเองเกินเหตุ มั่นใจในตัวเองเกินเหตุ (คือปีที่แล้วโดนตบเกรียนจนฝ่อบ่อยมาก วนลูปได้เลยอ่ะ)
ผลก็คือ เดือนไม่รู้ว่าพอใจในตัวเองแค่ไหนถึงจะดี (ฟังดูเหมือนกระแดะนะ แต่เป็นปัญหาจริงๆ)
เพราะบางทีไอ้สิ่งที่เราคิดว่าทำได้แบบง่ายๆ ชิลๆ เนี่ย มันมีมูลค่า
แต่พอเราไม่รู้มูลค่า เราก็ไม่สามารถเรียกความมั่นใจในการเรียกร้องอะไรอ่ะ :05:

สรุปว่าคืออยากมั่นใจในตัวเองตามสภาพที่มีอะไรงี้นะ ต้องปรับทัศนคติอีกเยอะเลย


อ้างคำพูดจาก: แทหลอก เมื่อ 11 ม.ค. 2012, 18:11 น.
เดือนขอขึ้นเงินเดือนเลย
อยากอยู่ แต่กลัวขอไปแล้วเค้าลดเงินเดือนเนี่ย แซ้ดเลยนะ :59:


ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

กวางจ้ะ

#6055
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 11 ม.ค. 2012, 16:30 น.
จะทำตัวนวลทำม้าย ออกจะได้ความรู้ ทีแรกคิดว่ามีอะไรฉาวๆ :3005:

อย่าเข้าใจฉันผิด โปรดอย่าเข้าใจฉันผิด  :47a:





ของเดือนแนะนำอีกทีเรื่องปรับมุมมอง
ลองไปดูเว็บนอกที่เค้าทำคล้าย ๆ เรา
แล้วเอา features มาเทียบกันดี ๆ เทียบสเปคกันไปเลย
ของเขาดีกว่าหรือแย่กว่าของที่เราทำไว้แล้วยังไงบ้าง
แล้วเขาทำออกมาแล้วขายเท่าไหร่
เหมือนเอาของคนอื่นมาแลกหมัดกะของเราไรงี้

ลองเล่น demo ดูก็ได้ ว่าของเขาลองเล่นแล้วรู้สึกอยากใช้มันมั้ย
อะไรที่แย่กว่า อะไรที่ดีกว่า อะไรที่ควรแก้ อะไรที่ควรเอาไปใช้ ในความคิดของเรา
(เอาพื้นฐานคนที่ไม่เป็นอะไรเลยนะเป็นที่ตั้ง
ถอดความรู้เรื่องเว็บที่เรารู้อยู่แล้วออกไปก่อน แล้วลองเล่นดู
แกล้งจิ้มนั่นจิ้มนี่เล่น ๆ ดูดิ๊ว่ามัน error มีความรู้สึกขัดหูขัดตา หรือมี bug ให้เราเห็นรึป่าว)

นั่นล่ะอาจจะบอกเราได้อย่างหนึ่งว่า ขนาดเขาทำแค่นี้ยังกล้าเอามาขายได้ราคาขนาดนี้เลย?

บ่อยครั้งที่เวลาดุกนั่งเขียนโปรแกรมอะไรต่าง ๆ ที่ออฟฟิศ
แล้วลองไปดูว่าของนอกเค้าทำกันแบบนี้ โปรแกรมมิ่งของเขาแย่กว่าเราอีก
แถม UI ก็มีแค่บางอย่างเท่านั้นที่ดึงดูด (และเขาก็ชอบเอาไอ้อันนี้แหละมาโฆษณาล่อตาล่อใจลูกค้าให้ชวนซื้อไปใช้)
นอกนั้นก็ใช้งานยาก แถมเขาตั้งราคาขายมากกว่าเราตั้งเยอะ  :30:
แปลว่าที่เขาตั้งราคานั้นเนี่ย เขาขายได้ในราคานั้นด้วยนะ และก็ไม่แปลกที่มีคนยอมซื้อด้วย  :07:




ที่ทำงานของดุกตอนนี้ก็สภาพประมาณนี้ล่ะ พยายามดูเว็บต่างประเทศ
อย่างถ้าอยากทำเรื่องอะไร ก็ไปดูของชาวบ้านเค้าก่อน
แล้วของเราค่อยคิดว่าเราจะทำยังไงให้สามารถขายได้ ในตลาดเมืองไทย และตลาดเมืองนอก




และก็ อย่ากลัวเรื่องขอขึ้นเงินเดือนนะ
ถ้าเรารู้สึกว่า ผลงานที่เราทำ ๆ มา ในระยะเวลาเท่านี้ เรารู้สึกว่าเราควรได้มากกว่านี้นะ!
ประมาณว่า สมองก็เหนื่อยเป็นเหมือนกัน  :30:


ที่ออฟฟิศพี่ถ้าใครอยากขอขึ้นเงินเดือนต้องตั้งเป้าหมายว่า
เราจะทำอะไรให้ได้บ้าง (ขอให้เป็นเรื่องที่เรายังไม่ได้ทำ หรือทำยังไม่สำเร็จแต่ก็มุ่งมั่น)
ในระยะเวลาที่เรากำหนด และถ้าได้ตามนั้นก็ได้เลยนะ



แต่ที่สามย่านพี่ไม่รู้ว่าเป็นยังไง แต่แนะนำว่าอย่าเพิ่งคิดอะไรล่วงหน้า
ลองก่อนก็ได้ถ้าพร้อมรับความเสี่ยง  :49:




มาเล่าเรื่องของตัวเองบ้าง

หลังจากที่ทำงานที่นี่ตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 54 จนถึงวันนี้ มกราคม ปี 55 ก็ 9 เดือนแล้วนะ จะเข้าสู่เดือนที่ 10
มีเรื่องอะไรบ้างที่ได้จากที่นี่


  • การผ่านทดลองงานของที่คือ
    การพิมพ์ดีดภาษาอังกฤษให้เกิน 40 คำต่อนาทีค่ะ ฟังไม่ผิดหรอก ทำได้ให้ผ่านจริง ๆ
    เจ้านายให้เหตุผลที่ทำแบบนี้เพราะมันจะมีผลตอนที่เราเขียนโปรแกรมโดยตรง
    (งานส่วนใหญ่ที่นี่ถ้าต้อง coding มันหนีไม่พ้นเรื่องพวกนี้) มันจะไวกว่าเรามานั่งจิ้มดีด
    แล้วทำให้เวลาในการทำงานของเราสูญเปล่า
    ดุกเองได้ที่ 50 คำต่อนาที ในเดือนแรกของการทำงาน
    นั่นหมายความว่าดุกผ่านทดลองงานตั้งแต่เดือนแรกที่ทำที่นี่แล้วนั่นล่ะ

  • ของที่ได้จากการผ่านทดลองงานของดุก (และเพื่อนร่วมงานคนเก่า ๆ ที่อยู่ที่นี่ด้วยอีก 3 คน)
    คือ Macbook Pro 13 นิ้ว 1 เครื่อง
    เจ้านายให้เหตุผลที่ควรให้พวกเราใช้ว่า พวกเราควรมีความรู้สึกเป็นเจ้าของมันซะก่อน
    ใช้มันบ่อย ๆ ให้มากกว่าทำงาน เรียกว่าควรใช้มันในชีวิตประจำวันของเราด้วยเลยแหละ
    จะได้มีความชำนาญในการใช้งานบนเครื่อง Mac มากกว่านี้
    โดยให้ข้อแม้ว่า ต้องดูแลมันจนครบ 3 ปีก่อน (ห้ามหาย บุบสลาย หรือพัง ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ต้องรับผิดชอบด้วย)
    ถึงจะยกให้เป็นของเราถาวร (มี apple care ทุกเครื่องนะ)
    ทุกวันนี้ดุกก็ต้องแบกมันกลับบ้าน และมาออฟฟิศทุกวันทำงาน ไม่ค่อยได้แตะ PC เลย
    ทำให้เวลามีคนมาถามเรื่องปัญหาคอม ก็ต้องออกตัวก่อนนะว่า แอบลืมวิธีแก้ไปมั่งแล้วเหมือนกัน  :30:
    บางทีเวลานั่งลงวินโดว์ให้คนอื่น ยังต้องนึกอยู่นานว่าต้อง set อะไรยังไงบ้าง
    ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เห็นต้องคิดอะไรนานขนาดนั้นเลย

  • ทำงานที่นี่ดุกขยันมากขึ้น แรก ๆ ก็อยากรู้แต่เรื่องที่เรารู้สึกว่าอยากเรียน
    เรื่องไหนที่ถูกบังคับให้ต้องรู้และทำงานกับมันได้ด้วย ก็จะรู้สึกว่ามันยาก อ่านก็ไม่เข้าใจ ถามใครก็ไม่ได้
    เพราะเขาก็ไม่ได้อ่านเรื่องนี้เหมือนดุก เรียกว่ามีงานอื่นที่ต้องดูแลก่อน เล่นเอาดุกท้อไปหลายตลบ

    (เรื่อง Test Driven Development ของ Ruby on Rails อะล่ะ คือ เรื่องที่หินที่สุดที่ดุกเคยเจอมา
    เพราะไม่เข้าใจการเขียน บางทีเราต้องการโปรแกรมที่มีเงื่อนไขซับซ้อน
    ก็จะเริ่มรู้สึกว่าเราต้องเขียน Test ยังไงก่อนดี มันถึงจะเข้าใจสิ่งที่เราต้องการจริง ๆ
    ปัญหาที่เจอคือ เราเขียน Test แล้วเวลาเรา Coding แล้วลองให้ run test มันก็ยัง Error อยู่ แต่ compile ผ่าน  :59:)

    แต่มันก็ผ่านไปเมื่อเราเปิดใจคุยกับเจ้านายแล้วเขาก็โอเค เพราะเขาเห็นความพยายามของเราแล้ว
    ประมาณว่าเห็นชิ้นงานล่ะ แต่ส่วนที่เราไม่ได้จริง ๆ ก็ไม่ต้องทำ
    และก็ให้ไปเรียนเรื่อง Ruby Sinatra แทน
    ถึงตอนนี้เพื่อน ๆ ที่ออฟฟิศเขาก็เรียนนำเราไปก่อนแล้ว 1 วัน เราก็แค่ไล่ตามให้ทันเฉย ๆ
    ตอนที่ดุกเรียนอันนี้นี่เหมือนเห็นแสงเลยนะ
    เขียน project เดียวกันกับที่ให้เขียนบน Ruby on Rails เสร็จในวันเดียวเลย ถ้าให้เขียนกะอันนั้นน่ะเหรอ 5 วันจะเสร็จรึป่าว
    ตอนนี้ดุกก็ไม่ค่อยอู้งานเหมือนตอนอยู่ที่เก่า รู้สึกตัวเอง active อยากทำงานให้เสร็จไว ๆ

  • skill ที่เรียนรู้ได้จากที่นี่
    นอกจากเรื่อง ColdFusion ของ Adobe ที่บอกไปแล้ว ก็มีเรื่องอื่น ๆ อีก เช่น

    ให้ลองทำ WireFrame
    (แปลง่าย ๆ คือการวาด Work Flow ประมาณว่า คลิกไอ้นี่แล้วไปโผล่ที่ไหน แสดงอะไร แล้วต้องทำอะไรต่อ
    และออกแบบหน้าจอของโปรแกรมคร่าว ๆ ให้เห็นภาพ จนเป็นรูปหน้าจอที่จะเป็นหนาจอจริง ๆ
    สำหรับเอาไปใช้ออกแบบ CSS และลง Coding ในขั้นตอนต่อไป)

    เรียน CSS / XHTML / JavaScript / AJAX / jQuery / CoffeeScript / JSON / XML / Lawnchair / SproutCore / node.js / dust.js

    เรียน Ruby / Redis (Memories Cache) / Regular Expression / Linux Command Line เบื้องต้น

    มีให้ไปแงะ WordPress ด้วยนะ
    แต่ก็ไม่ได้หยิบมาใช้เป็นหลัก  :30:
    เพราะอะไรหลาย ๆ อย่างไม่ถูกใจเจ้านายค่ะ ไว้มีงานที่เหมาะสมคงไล่ให้กลับไปดูใหม่อีกที

    ได้เขียนภาษาตระกูล MVC (Models Views Controllers)
    Play Framework / Ruby on Rails / Ruby with Sinatra / ต่อไปจะมี jRuby ด้วย  :59:

    รู้จัก database แบบอื่น ๆ เช่น MongoDB / CouchDB / SQLite
    พร้อมกับลองให้ติดต่อกับภาษาอื่น ๆ ที่เคยเขียนมาด้วย

    รู้จักการเขียน Web Services (งานหลักที่มันเหมือนจะกลายเป็นของดุกไปซะแล้ว)

    เอ้อ เคยลองได้เขียน Titanium ทำ app android ด้วยนะ แต่ก็ได้แค่แสดงรูปอะ  :30:
    แล้วก็ถูกจับให้ไปทำอย่างอื่นต่อ

    ข้อดีและข้อเสียของภาษาแต่ละแบบ database แต่ละชนิด และควรนำไปใช้เมื่อไหร่
    (เป็นสิ่งที่เรียกว่าต้องรู้ ก่อนที่จะศึกษาเรื่องใด ๆ ก็ตาม คือถ้าเจ้านายถามมาต้องตอบได้นะ)

    การออกแบบ Database ให้มี Performance สูง ๆ Query ยังไงให้เครื่องมีผลกระทบน้อยที่สุด เร็วที่สุด
    เขียนโปรแกรมยังไงให้ได้ Performance สูง ๆ กิน CPU น้อยที่สุด เปิดเพจเร็วที่สุด เท่าที่เป็นไปได้
    ออกแบบ Database ยังไงให้เวลา server เต็มแล้วสามารถเพิ่มเครื่องอีกได้โดยที่ไม่ต้องทำอะไรมากนัก
    การสร้าง Logs การทำ Stats หน้าตา UI ที่ดีควรเป็นแบบไหน
    เขียนโปรแกรมอย่างไรให้รัดกุมแล้วไม่โดน hack ง่าย ๆ
    ฯลฯ

    นอกนั้น จำไม่ได้แล้วว่าอะไรบ้าง ตอนที่นึกนี่ก็นึกได้แค่อย่างสองอย่าง
    แต่พอลอง list ออกมาแล้วทำไมออกมาเยอะงี้  :07:


    ถามว่า ทำไมถึงให้เรียนรู้อะไรเยอะแยะมากมายขนาดนี้ เราหยุดที่ภาษาที่เราถนัดไปเลยภาษาเดียวไม่ได้เหรอ
    คำตอบหนึ่งที่ได้จากเจ้านายคือ

    "ไม่มีภาษาใด หรือโปรแกรมไหนในโลกที่ดีที่สุดในจักรวาล"

    ก็มีข้อเสียทุกอัน และก็ต้องคิดต่อว่า แก้ด้วยอะไรเพื่อให้สามารถใช้งานให้ได้ตามที่เราต้องการ
    แต่ก็นั่นแหละ ความต้องการของคนเราไม่มีที่สิ้นสุดก็ต้องหากันต่อไป
    อะไรที่คิดว่าดีแล้ว ถ้าในอนาคตเราไปเจอปัญหา
    หรือไปเจอปัญหาที่คนอื่นเค้าหยิบมาเล่าให้ฟังแล้วคิดว่าถ้าเราเจอบ้างเราต้องทำยังไง
    ของที่เรามีอยู่รับมือกับปัญหานั้นได้มั้ย ถ้าไม่ได้ก็ต้องแก้สิ่งนั้นให้ดีกว่านี้
    และก็ต้องหาต่อไปอีกเรื่อย ๆ เพื่อให้มันดียิ่งขึ้น ๆ ไป


ดุกรู้สึกดีที่ได้เรียนรู้อะไร ๆ ได้เยอะมากจริง ๆ
เพราะถ้ายังอยู่ที่เก่าก็คงไม่ได้อะไรเยอะขนาดนี้ในเวลาไม่ถึงปี  :56:

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าดุกเก่งนะ ในตอนนี้ บางทีก็ยังรู้สึกว่าโง่อยู่
ยังมีอะไรต้องถาม ต้องค้น ต้องหาคำตอบไปเรื่อย ๆ อีกเยอะเลย


ปล. แอบรู้สึกผิดที่ ตั้งกระทู้จะไปสอน Ruby แต่ก็ไม่ได้ไปเขียนต่อเลยเพราะทำแต่กะ mac เคย install แต่กับตรงนั้น
แล้วคนอื่นเค้า windows กันเยอะ เราจะสอนยังไงดีล่ะเนี่ย? เขียนต่อไม่ถูก บวกกับติดงานจุก ๆ จิก ๆ ก็เลยไม่ได้ไปเขียนต่อ
ถ้าว่างแล้วจะมุดไปอัพเดทให้นะคะ



เอาล่ะไปทำงานต่อละ  :56:

蓝月 (lán yuè)

พี่กวางจัดเต็ม :25:
ดูพี่กวางก็อัปสกิลขึ้นเยอะเหมือนกันเน้อ เก่งๆๆ เน้ :12:
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

หนุ่ม

Reading Learning & Sharing

กวางจ้ะ

ขอบคุณค่า  :27:

ยังไม่เก่งหรอกจ้า เวลาทำอะไรบางอย่างก็มีพลาดบ้าง มีไปค้นโค้ดเดิมมาดูเหมือนกันนะ
ยังต้องสูบความรู้จากพี่ ๆ ที่ออฟฟิศอีกตั้งเยอะเน้  :56:

iannnnn

โฮ้ย ทีแรกโพสต์นั้นเห็นบรรทัดเดียว กลับมาอีกทีจัดเต็มจริงๆ ด้วย :07:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines