UFOววว...ใครเชื่อบ้าง?

เริ่มโพสต์โดย นักศิลปะ, 28 เม.ย. 2008, 08:07 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

psyfer

พี่ K บอกว่าต้องหาข่าวจากหนังสือพวกนี้แหละ  :25:

The $even บ๊วย

ผมก็ว่ายูเอ็ฟโอมีจริงนะครับ
อวกาศมานใหญ่แถมก็มีหลายกาแลคซี่
ก็ต้องมีสิ่งมีชีวิตอยู่หลายประเภทแน่ๆ
แต่วิทยาการของเขาจะช่วยให้มาถึงโลกหรือป่าว
ก็ไม่รู้
แต่ตอนนี้หลักฐานมานเยอะจนทำให้หมด
ความเชื่อถือแล้วล่ะครับ!!!
B U N ~ N U B

Loucipher

#212
ข่าวล่าสุดครับ

วงแตก!นักบินอพอลโล 14 ระบุมนุษย์ต่างดาวมีจริง

ตะลึง!อดีตนักบินอวกาศ'อพอลโล 14'แฉมนุษยต่างดาวมีจริง ระบุเคยติดต่อกับมนุษย์มาแล้วหลายครั้ง แต่รัฐบาลสหรัฐพากันปกปิดกลบเกลื่อน ระบุมีเทคโนโลยีชั้นสูง พร้อมทำลายมนุษย์ได้ทันที ด้านนาซารีบโต้ บอกไม่เคยรู้เรื่อง'สิ่งมีชีวิตนอกพิภพ'

หนังสือพิมพ์'เดลี่ เมล์'รายงานเมื่อวันที่ 24 ก.ค.ว่า ดร.เอดการ์ มิทเชลล์ อดีตนักบินอวกาศประจำ Aplollo 14 ที่เคยเป็นหนึ่งใน 8 มนุษย์อวกาศสหรัฐที่เหยียบบนดวงจันทร์ และเคยสร้างประวัติศาสตร์ย่ำดวงจันทร์นานที่สุดเป็นเวลา 9 ชม. 17 นาที ร่วมกับผู้บัญชาการจรวดอพอลโล 14 จากภารกิจเมื่อปี 1971

กล่าวทางสถานีวิทยุแห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า เขารู้ว่า มนุษย์ต่างดาวมีจริง และเคยมาเยือนโลกมนุษย์หลายครั้ง แต่ทุกครั้งถูกนาซาปกปิดตลอด โดยเขามีสิทธิพิเศษพอที่จะรู้เรื่องเหล่านี้ ซึ่งถูกรัฐบาลสหรัฐปกปิดมาตลอด 60 ปีที่ผ่านมา

ดร.เอดการ์กล่าวด้วยว่า มนุษย์ต่างดาวตัวจริงมีลักษณะคล้ายที่มนุษย์เคยจินตนาการไว้ คือ โครงหน้าเล็ก ดวงตาใหญ่ และหัวใหญ่ และมีเทคโนโลยีชั้นสูงเหนือกว่ามนุษย์มาก และสามารถทำลายมนุษย์ชาติได้ทันที หากมนุษย์คิดเป็นศัตรูกับพวกเขา

และว่าเหตุการณ์พบมนุษย์ต่างดาวที่เมืองรอสเวลล์ ที่รัฐนิวเม็กซิโก ในอดีตที่ผ่านมานั้น เป็นเรื่องจริง และบางทีพวกเขาอาจจะเยือนไปเยี่ยมสถานที่อื่น ๆ ด้วย

ด้านองค์การบริหารการบินอวกาศหรือนาซา ได้รีบออกมาปฎิเสธคำอ้างของดร.เอดการ์ ระบุว่าดร.เอดการ์ เป็นบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ แต่นาซาไม่เคยเกี่ยวข้องใด ๆ กับการปกปิดเรื่องราวของมนุษย์ต่างดาวบนโลกหรือในสถานที่ใด ๆ ในจักรวาล

มติชนออนไลน์

ดร.เอดการ์ มิทเชลล์


ผมว่าalienมีจริงนะ
อสูรศาสตรา พลังแห่งพสุธา ฟ้าร่วมลงทัณฑ์

Princekun

เชื่อนะครับว่ามีสิ่งมีชีวิตอื่นใน อวกาศอันกว้างใหญ่

แต่ไม่ค่อยเชื่อว่าจะเป็น เอเลี่ยน
อย่างที่คนในอเมริกา นับแสนๆคนบอกว่าเคยเจอ และเคยถูกลักพาตัวครับผม

:34:
You Want Me To Believe?, Then Sworn Through Swords...

นักศิลปะ

น่าสนุก
เพราะขนาด น่าซ่า ต้องแถลงปฏิเสธนี่ไม่ธรรมดา

โอ้ว...
ความฝันของมวลมนุษย์
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

psyfer


นักศิลปะ

http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9510000087427

ของ ผจก มาแล้ว
แต่อ้างแหล่งข่าวจาก เดอะซัน  :16:
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

แน็ก

อ้างอิงเซิร์น/ไซน์เดลี/เดอะรีจิสเตอร์ - ในที่สุด การติดตั้งเครื่องมือชิ้นสุดท้ายซึ่งเปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ยักษ์ของ "เซิร์น" ก็ลุล่วงไปแล้ว จากนี้ไปคือการทดสอบการทำงานของเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ที่ฝังอยู่ชายแดน สวิส-ฝรั่งเศสว่าทำงานเรียบร้อยดีหรือไม่ ก่อนเดินเครื่องไขปริศนาเข้าใกล้ "ทฤษฎีสรรพสิ่ง" กลางปีนี้
       
       อุปกรณ์ที่เรียกว่า "กังหันเล็ก" (small wheel) ซึ่งไม่เล็กดั่งชื่อนั้นเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายของเครื่องตรวจจับอนุภาคของ กลุ่ม "แอตลาส" (ATLAS) ที่เกิดจากความร่วมมือของนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรกว่า 2,100 คนจาก 167 องค์กรใน 37 ประเทศนั้นได้ถูกลำเลียงสู่อุโมงค์ใต้ดินที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อันเป็นห้องปฏิบัติการทางด้านฟิสิกส์อนุภาคขนาดใหญ่ของ "เซิร์น" (CERN) หรือองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศในทวีปยุโรปเพื่อวิจัยและพัฒนาทางด้าน นิวเคลียร์ (European Center for Nuclear Research) เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา
       
       เครื่องตรวจจับอนุภาคของกลุ่มแอตลาสนี้เป็นเครื่องตรวจจับอนุภาคขนาด ใหญ่ที่สุดในโลก โดยวัดเป็นความยาวได้ 46 เมตร สูงและกว้าง 25 เมตร มีน้ำหนัก 7,000 ตันและเต้มไปด้วยเซนเซอร์กว่า 100 ล้านตัว ซึ่งอุปกรณ์ เหล่านั้นมีหน้าที่ในการตรวจวัดอนุภาคที่คาดว่าเป็น "มิวออน" (muon) ซึ่งเกิดจากการชนกันของอนุภาคโปรตอนในเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่แอลเอชซี (Large Hadron Collider: LHC)
       
       ทั้งนี้ ชิ้นส่วนแรกของแอตลาสสำหรับการทดลองเริ่มติดตั้งมาตั้งแต่ปี 2546 จากนั้นก็มีอุปกรณ์สำหรับตรวจวัดอีกมากมายถูกลำเลียงลงใต้ดินที่อยู่ลึกลงไป 100 เมตร
       
       " นับเป็นวันที่น่าตื่นเต้นสำหรับเรา กระบวนการติดตั้งได้เดินมาบทสรุปแล้วและเราก็กำลังใส่เกียร์เพื่อเริ่มต้น โครงการใหม่สำหรับการวิจัยฟิสิกส์" มาร์ซิโอ เนสซี (Marzio Nessi) ผู้ประสานงานทางเทคนิคของกลุ่มแอตลาสกล่าว
       
       แอตลาสมีกังหันเล็กอยู่ 2 ตัวซึ่งเล็กเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องตรวจวัดอนุภาคอื่นๆ โดยทั้งสองเครื่องนั้นต่างมีความเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 9.3 เมตรและหนักถึง 100 ตันเมื่อรวมกับวัสดุซึ่งใช้เป็นฉนวนที่มีมวลมากด้วย และยังมีเครื่องตรวจจับที่มีความไวสูงเพื่อจำแนกโมเมนตัมของอนุภาคที่จะเกิด ขึ้นจากเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซีด้วย
       
       รวมพื้นที่ทั้งหมดสำหรับระบบตรวจวัดสเปกตรัมของมิวออนนั้นเท่ากับ สนามฟุตบอล 3 แห่งและรวม 1.2 ล้านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ขึ้นต่อกันด้วย เมื่ออนุภาคผ่านสนามแม่เหล็กที่สร้างขึ้นจากแม่เหล็กที่เป็นตัวนำยิ่งยวด แล้ว อุปกรณ์ตรวจวัดต่างๆ จะสามารถติดตามอนุภาคได้อย่างแม่นยำถึงระดับความกว้างเท่าเส้นผมเลยทีเดียว
       
       "เครื่องตรวจวัดที่แตกหักง่ายนี้ประกอบขึ้นเป็นอุปกรณ์ตรวจวัดขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยก่อสร้างเพื่อฟิสิกส์พลังงานสูง" เกออร์ก ไมเกนเบิร์ก (George Mikenberg) หัวหน้าโครงการตรวจจับมิวออนของแอตลาสกล่าว
       
       ด้านอารีลลา แคททาอิ (Ariella Cattai) หัวหน้าทีมกังหันเล็กกล่าวว่า หนึ่งในความท้าทายสำคัญคือการลำเลียงกังหันเล็กลงสู่ใต้ดินด้วยรูปแบบการ เคลื่อนที่แบบซิกแซกไปตามเส้นทาง และการจัดเรียงเครื่องตรวจวัดในระยะห่างระดับมิลลิเมตรจากเครื่องตรวจวัด อื่นๆ ที่ติดตั้งเรียบร้อยแล้วภายในอุโมงค์
       
       ทั้งนี้ทีมพัฒนาเครื่องตรวจวัดสเปกตรัมมิวออนซึ่งประกอบด้วยนัก ฟิสิกส์กว่า 450 คนจาก 48 องค์กรนั้นใช้เวลามากกว่าทศวรรษเพื่อการพัฒนาเครื่องมือตั้งแต่วางแผนไปจน ถึงก่อสร้างเครื่องมือสำหรับระบบที่ซับซ้อน หลังการติดตั้งชิ้นส่วนสุดท้ายแล้ว อีกหลายสัปดาห์หลังจากนี้ก็คือการทดสอบเครื่องไม้เครื่องมือ และการทดลองจริงจะเริ่มขึ้นในฤดูร้อนภายในปีนี้ของโลกในเขตอบอุ่นนั้นคือ ตั้งแต่เดือน ก.ค.เป็นต้นไป
       
       การทดลองเดินเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซีจะนำนักฟิสิกส์ไปสู่การก้าว กระโดดครั้งใหญ่ที่เริ่มต้นด้วยคำอธิบายเรื่องแรงโน้มถ่วงของนิวตัน โดยแรงโน้มถ่วงนั้นมีอยู่ทุกหนทุกแห่งเนื่องจากเป็นแรงที่กระทำต่อมวล แต่จนถึงทุกวันนี้วิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมอนุภาคจึงมีมวล อย่างที่เป็น ซึ่งเชื่อว่าการทดลองของเซิร์นนั้นจะให้คำตอบได้
       
       ไม่เพียงเท่านั้นการเดินเครื่องแอลเอชซียังจะพิสูจน์สสารมืดและ พลังงานมืดที่ลึกลับของเอกภพด้วย ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์จะได้สืบเสาะหาความจริงถึงเหตุผลในสิทธิพิเศษของ ธรรมชาติที่ให้สสารมีเหนือกว่าปฏิสสาร และพิสูจน์สสารขณะที่มีอยู่ใกล้เคียงกับการเริ่มต้นของเวลา รวมทั้งมองหามิติพิเศษของกาล-อวกาศ (space-time)
       
       "เรา เชื่อว่ามิวออนเป็นสัญลักษณ์ของเหตุการณ์ที่น่าสนใจ หากมีเหตุการ์ณที่สัมพัทธ์กับมิวออนอย่างเพียงพอ นั่นหมายถึงศาสตร์แห่งฟิสิกส์อนุภาคพลังงานสูงได้ก้าวข้ามประตูสู่ยุคแห่ง ความเข้าใจใหม่ และเป็นไปได้ว่าอาจจะเข้าใกล้ "ทฤษฎีสรรพสิ่ง" (Theory of everything) ที่ยังคงคลุมเครือ" คำกล่าวของ เจมส์ เบนซิงเกอร์ (James Bensinger) นักฟิสิกส์แห่งมหาวิทยาลัยบรานเดส (Brandeis University) ในสหรัฐฯ
       
       อย่างไรก็ดีย้อนกลับไปเมื่อเดือน มี.ค.ปีที่ผ่านมา แม่เหล็กซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของเครื่องเครื่องเร่งอนุภาคโปรตอนนั้นเกิด เสียหายระหว่างการทดสอบที่เป็นภารกิจประจำ ซึ่งเป็นความเสียหายที่ใกล้ระดับ "เกือบหายนะ" ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเดินเครื่องตามกำหนด.
ที่มา _http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9510000027178

คือว่า เขากำลังจะ สร้าง หลุมดำ กันน่ะครับ
วันที่ 10 กันยา ที่จะถึงนี้

เห็นว่า เทคโนโลยี่ล้ำยุค กับ UFO มันก็เรื่องเดียวกัน

มีคนฟ้องร้องให้หยุดการทดลองด้วยนะ
เห็นว่า หลุมดำ ที่ควบคุมไม่ได้ จะดูดโลกหายไป หรือไม่ก็เกิดอณุภาคแปลกปลอมใหม่ ทำให้ธรรมชาติบนโลกแหกกระจุย

อีก 5 วัน
อาจจะไม่เกิดไรขึ้นเลย หรือ เป็นไปตามคาด หรือ จบเห่ ได้ทั้งนั้น


คิดกันยังไงครับ
หรือเรื่องนี้ไกลตัว?
ไม่ว่าคุณจะรอบรู้ เก่งกาจ กล้าหาญ เท่าไหร่ ก็ไม่มีค่าอะไร ถ้าไม่มีใครรักคุณ

ความฝันกลางฤดูร้อน

CERN ไม่ได้มุ่งวิจัยเรื่องหลุมดำนี่ครับ  :09: เพียงแต่ว่าหลุมดำอาจจะเป็นผลพลอยได้ให้ได้วิจัย
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

แน็ก

#219
อ้างอิง...~~~~~~ฯลฯ
นักวิทยาศาสตร์กำลังจะสร้างหลุมดำขึ้นเป็นครั้งแรกในเร็วๆนี้ มันมีขนาดเล็กมากๆๆ แบบว่า มันจะสลายตัวภายในเสี้ยววินาที จึงไม่ต้องกลัวว่ามันจะทำลายโลกของเรา ประโยชน์ที่ได้จากมันจะมหาศาลมาก ทั้งพลังงานควอนตัม ปฏิสสาร เพราะหลุมดำเป็นแหล่งพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาลนี้แม้ขนาดแสงยังหนีจาก มันไม่ได้เลย....

ตัดมาจาก _http://board.palungjit.com/showthread.php?t=147508

อ่านตรงนี้แล้ว คิดเอาว่า คงจะเกิดได้
อย่างว่าอะครับ ทึ่งดี

มีอณุภาค เทวา+ตรอน ด้วย เทพจริงๆ  :30:

เว็บหลัก CERN
_http://public.web.cern.ch/Public/Welcome.html

ดูรูปประกอบแล้วนึกถึง Crop circle ดีจัง (ยิ่งไอ้รูปที่เขาแปลว่า ไฮเปอร์สเปส นะ ใช่เลย เหมือนๆ)
แต่ดูๆไป

///เวรกรรม กดเร็วไป

...แต่ดูๆไป
ถ้า นักวิทยาศาสตร์ถึงทางตัน ทฤษฏีมีช่องโหว่ หรือ ยังไม่ทราบ เรื่องเล็กสุด ก็ส่งผลกับเรื่องใหญ่สุดนะ(มั้ง)
แต่อาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้ คือ ผิดพลาดเดินเครื่องแล้วไม่มีอะไรเลยได้แต่แสงแว่บๆ  :42:
เพราะเท่าที่อ่านจับความได้คือ นักวิทยาศาสตร์ "มั่วๆ" +"ลองดู" เหมือนตาบอดคลำช้างแหละ คนเรา
ไม่ว่าคุณจะรอบรู้ เก่งกาจ กล้าหาญ เท่าไหร่ ก็ไม่มีค่าอะไร ถ้าไม่มีใครรักคุณ

ความฝันกลางฤดูร้อน

 :09: อ่านแล้วงงครับ
ตรงไหนที่บอกว่านักวิทยาศาสตร์เหล่านั้นกำลังตาบอดคลำช้าง หรือกำลังมั่วๆอยู่
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

แน็ก

 :32: ก็มันเป็นทฤษฏี ที่ไม่เคยทำการทดลองมาก่อนทั้งนั้นไม่ใช่เหรอฮับหมอ
บวกกับผมเชื่อว่า เอดิสัน กว่าจะ ประดิษต์หลอดไฟ หรือ ทดลองระบบไฟฟ้าสำเร็จ ก็ปาไปหลายหน พลาดหลายที่ คลำ เอา

:50: งอน กระจู๋เสริมสร้างจินตนาการ นะอับ วิชาการอะ ชาวบ้านตาดำผมดำอย่างผมเอาอะไรไม่ได้หรอก  :05:
ไม่ว่าคุณจะรอบรู้ เก่งกาจ กล้าหาญ เท่าไหร่ ก็ไม่มีค่าอะไร ถ้าไม่มีใครรักคุณ

ความฝันกลางฤดูร้อน

ถ้ามันไม่มีทฤษฎีอะไรเลย แต่สร้างเครื่องขึ้นมาเล่นๆ จากนั้นก็เดินเครื่องแล้วสังเกตว่าจะเกิดอะไรขึ้น ...เรียกว่ามั่ว
ถ้ามีทฤษฎี ออกแบบสร้างเครื่องขึ้นมาเพื่อพิสูจน์ทฤษฎีนั้น ... ไม่น่าจะเรียกว่ามั่วนะครับ

ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

ยุนเอ



เหมือนว่าไม่เกิดหลุมดำอะไรขึ้นนะครับ
NG เล่มวิทยาศาสตร์เคยเอารูปมาลงใ้ห้ดูด้วย น่าจะสองสามเล่มก่อน
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

Earthchie

#224
อ้างคำพูดจาก: แน็ก (T^T) เมื่อ 05 ก.ย. 2008, 17:59 น.
ที่มา _http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9510000027178

คือว่า เขากำลังจะ สร้าง หลุมดำ กันน่ะครับ
วันที่ 10 กันยา ที่จะถึงนี้

เห็นว่า เทคโนโลยี่ล้ำยุค กับ UFO มันก็เรื่องเดียวกัน

มีคนฟ้องร้องให้หยุดการทดลองด้วยนะ
เห็นว่า หลุมดำ ที่ควบคุมไม่ได้ จะดูดโลกหายไป หรือไม่ก็เกิดอณุภาคแปลกปลอมใหม่ ทำให้ธรรมชาติบนโลกแหกกระจุย

อีก 5 วัน
อาจจะไม่เกิดไรขึ้นเลย หรือ เป็นไปตามคาด หรือ จบเห่ ได้ทั้งนั้น


คิดกันยังไงครับ
หรือเรื่องนี้ไกลตัว?

หลุมดำเป็นแค่การคาดเดาว่ามีอยู่้จริงนะครับ ยังไม่เคยมีใครที่สามารถยืนยันได้ 100% ได้ว่ามีอยู่จริง

ถ้ามีอยู่จริงๆแล้วละก็ หลุมดำจะมีมากมายเกือบทุกแห่งตั้งแต่ขนาดเท่านิวเคลียส (จากทฤษฏีควอนตัม) จนมหึมาขนาดมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์นับล้านเท่าได้(จากสัมพัทธภาพทั่วไป)

ผมว่าจริงๆแล้วเค้าตามหา Tachyons กันมากกว่าครับ แต่จะหา Tachyons ได้ต้องหาอนุภาคมิวออน เมซอน ก่อน ซึ่งเหมือนว่าจะหาเจอเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ(ตามทฤษฎี) ทำให้ต้องมีการทดลองว่ามีอยู่จริงหรือไม่

ป.ล. Tachyons คืออนุภาคที่เกิดจากการคาดเดาว่าอาจมีจริง ซึ่งมันทำตัวขัดกับทฤษฎีสัมพัทธภาพโดยมันเคลื่อนที่เร็วกว่าแสงได้ ทำให้สร้าง Time Machine ย้อนวลาได้ หากเข้าใจมันถ่องแท้ (ตอนนี้ Time Machine ไปอนาคตมีแนวทางทำแล้ว แต่ไม่มีเครื่องยนต์ใดที่จะเร่งความเร็วให้เข้าใกล้แสงได้->จากทฤษฎีสัมพัทธภาพที่ว่า หากดินทางด้วยความเร็วมากๆ เวลาจะยืดออก)

ป.ล.2 สิ่งที่เค้าอยากรู้ประการถัดไปคือ จะรวมแรงทางฟิสิกส์ทั้ง 4 แรงได้อย่างไร(แรงโน้มถ่วง แรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงนิวเคลียร์ชนิดอ่อน แรงนิวเคลียชนิดเข้ม) ซึ่งที่ตีกันเอามากๆคือ ควอนตัมกับ สัมพัทธภาพ เพราะเชิงโมเลกุลแล้ว ควอนตัมชนะ แต่หากเป็นเรื่องใหญ่พวก หลุมดำ ดาวเคราะห์ต่างๆ สัมพัทธภาพชนะ  :08:

        ซึ่งแสดงว่ามันยังไม่ถูกต้องอย่างที่สุด ธรรมชาติต้องสมบูรณ์และเรียบง่ายเสมอ แต่นี่ขัดแย้งกันชัดๆ มันต้องใช้ทฤษฎีเดียวกันได้หมดในทุกๆกรณีสิ


ชอบจังเลยเรื่องนี้ คุยกันเยอะๆครับ

// แก้ไข

อ่านซ้ำอีกรอบ ผมก็ยังไม่เห็นว่าเค้าพูดถึงการสร้างหลุมดำเลยนี่ครับ นั่นมันแค่เครื่องเร่งอนุภาค เพื่อตามหาคู่หูอีกตัวของเมซอนเฉยๆ (ปดติมันจะมีคู่มัน   อิเลกตรอน-โพสิตรอน)


ชื่อ Earth ครับ เรียกเอิดก็ได้ | Earthchie's Blog

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines