เขาพระวิหาร

เริ่มโพสต์โดย 蓝月 (lán yuè), 28 ม.ค. 2008, 11:23 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

karma


iannnnn

ปกสยามรัฐเมื่อสองสามอาทิตย์ก่อน
ขึ้นโปรยว่า เรีัยบร้อยโรงเรียนเขมร

เสร็จ

Soris0ri

Las Noches Rubicundior

Maggot

ผมว่ารบกันคนเป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ สำหรับรัฐบาลทั่วโลก

ยกเว้นอเมริกา ที่มันอยู่ข้อที่ 1 ในเอกสาร
... กอล์ฟจ๊ะ

เดอะบุ๋ม

หน้า 1 โพสต์ทุเดย์ วันนี้ก็น่าสนใจนะคะ

เขาบอกว่า ศาลจะตัดสินวันนี้ด้วยว่า รัฐบาลทำผิดมาตรา 190 กะ 119 ด้วยรึเปล่า

มาตรา 190 มีความประมาณว่า(คร่าวๆนะคะ) ทำให้ประเทศเสียเอกราชหรือดินแดน มีโทษถึงขั้นประหารชีวิต (จำได้ไม่หมด ขาดตกขออภัย เพราะไม่ได้คุ้ยกูเกิ้ล)


ลุ้นให้ นพดลถูกเล่นงาน   :46:

(ไม่ชอบหน้าเป็นการส่วนตัวจริง จร๊ง รมต.คนนี้ )  :41:

Rathda

เมื่อไหรที่นพดวย อุ้ย นพดลจะออกไปซะที :39:


X11

#216
ตัดสินไปแล้วว่าแถลงการณ์ร่วมฯ ไทย-กัมพูชา ขัด รธน. ม. 190 มติ 8 ต่อ 1 เสียง

Rabbitinblack

แล้วผลจะเป็นยังไงเหรอครับ  :09:

ยุนเอ



เขาพระวิหารขึ้นเป็นมรดกโลกแล้ว พาดหัวข่าวไทยรัฐ เดินผ่านหน้าเซเว่นเห็นแว๊บ
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

X11

หมายถึงแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ที่เค้าพยายามอ้างว่าเป็นเพียงแถลงการณ์ร่วม ไม่ได้เป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ศาล รธน. ชี้ว่ามีลักษณะครบองค์ประกอบเป็นสนธิสัญญา และชี้ว่าแถลงการณ์นั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งการทำสนธิสัญญาระหว่างประเทศจะต้องได้รับการเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน

ไม่แน่ใจว่าจะต้องมีการฟ้องร้องก่อนละมั้ง (เท่าที่รู้ เล็งกันอยู่แล้วหลายฝ่าย) ว่ารัฐมนตรี รวมถึงคณะรัฐมนตรี ทำผิดรัฐธรรมนูญ ทำให้เกิดความเสียหายกับประเทศ แล้วถึงจะมีผลให้เกิดการลงโทษอย่างที่บุ๋มว่า

คุณชาย ( 737 )

 ขอบคุณพี่ป้าหน่อยที่ช่วยมาขยายความครับ 
สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

ณต

กรณีนี้ ถ้าผิดจริง ก็อยากให้ฟ้องร้องนะครับ
เอา รมต มาลงโทษ ให้ได้

แต่ม็อบไล่เขมรที่เขาพระวิหารนั่น พอเถอะครับ
การเมืองเฮงซวยก็พอแล้ว
อย่าให้มีสงครามชายแดนเลย

การได้เป็นมรดกโลกของเขาพระวิหาร
ถ้าตัดเรื่องปัญหาข้อพิพาทเรื่องดินแดนออกไป
และมองกันในมุมกว้างๆ ว่า มรดกโลก
คือมรดกของคนทั้งโลกได้

ไทยได้ผลประโยชน์ตรงนี้เยอะนะครับ
เพราะทางขึ้นสะดวกๆ ก็อยู่ที่เรา
ที่พัก อาหารการกิน การบริการ อะไรต่างๆ
เราก็ดีกว่า ฝั่งเขมร


เดอะบุ๋ม

อ้างคำพูดจาก: ณต ปีสี่ เมื่อ 08 ก.ค. 2008, 14:26 น.
กรณีนี้ ถ้าผิดจริง ก็อยากให้ฟ้องร้องนะครับ
เอา รมต มาลงโทษ ให้ได้

แต่ม็อบไล่เขมรที่เขาพระวิหารนั่น พอเถอะครับ
การเมืองเฮงซวยก็พอแล้ว
อย่าให้มีสงครามชายแดนเลย

การได้เป็นมรดกโลกของเขาพระวิหาร
ถ้าตัดเรื่องปัญหาข้อพิพาทเรื่องดินแดนออกไป
และมองกันในมุมกว้างๆ ว่า มรดกโลก
คือมรดกของคนทั้งโลกได้

ไทยได้ผลประโยชน์ตรงนี้เยอะนะครับ
เพราะทางขึ้นสะดวกๆ ก็อยู่ที่เรา
ที่พัก อาหารการกิน การบริการ อะไรต่างๆ
เราก็ดีกว่า ฝั่งเขมร




นี่แหละ คือสิ่งที่ทำให้เขาออกไปเรียกร้องไงคะพี่ณต

บุ๋มก้ไม่ได้ไปอยู่ในเหตุการณ์กับเขาหรอกนะ
แต่ก็ไม่คิดว่าชาวบ้านเขาจะไปไล่เขมรเพราะอยากให้เกิดสงครามชายแดนแต่อย่างใด


อิเพราะเรื่องปากเรื่องท้องเนี่ยแหละ ถึงออกไป ทั้งเรื่องค้าขายบนทางขึ้น อะไรต่อมิอะไรก็จะยากขึ้น
ถ้าเขาพระวิหารตกเป็นมรดกโลก (แต่ในนามของเขมร)
เพราะเขาเดือดร้อนไง ถึงออกไป
ไม่ได้สนับสนุน เขาหรอกนะคะ  แต่อยากให้เห็นใจเขาบ้าง แค่นั้นเอง


ลองอ่านอีก 1 ความเห็น ของคนที่คลุกคลี  บุ๋มไม่ได้อยู่ ก็ได้แต่มองกลางๆ(แอบเข้าข้าง) แบบนี้แหละ
อ้างอิงคุณปู่ลูก "ขุนชัย" คนเฝ้าปราสาทพระวิหารเศร้า! ยุคขายชาติตกเป็นมรดกโลก "กัมพูชา"

ศรีสะเกษ- คุณปู่ "วินัย" วัย 74 ปี ลูกชาย "ขุนชัย" ปลัดขวาผู้ได้รับมอบหมายเฝ้า "ปราสาทพระวิหาร" เศร้า! ยูเนสโกมีมติขึ้นทะเบียนยกเป็นมรดกโลกของกัมพูชาแต่เพียงฝ่ายเดียว ย้ำแม้เป็นมรดกโลกรัฐบาลไทยต้องผลักดันชาวกัมพูชาออกไปจากเขตแดนไทยที่เชิงเขาพระวิหารให้จงได้ พร้อมเปิดอกช้ำอย่างแสนสาหัสกับความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของชาติไทยจากคำพิพากษาศาลโลก 15 มิ.ย. 2505 สู่ปี 2551 ยุครัฐบาลหุ่นเชิด "ขายชาติ" ครองเมือง
       
       วันนี้ (8 ก.ค.) นายวินัย ไชยยะเดชะ อายุ 74 ปี บ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ลูกชายของ "ขุนชัย ชโนปกิตต์" ปลัดขวาอำเภอน้ำอ้อม จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นตำแหน่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่สมัยก่อน และเป็น "ปลัดขวา" ผู้ได้รับมอบหมายให้ไปเฝ้าดูแลปราสาทพระวิหารในช่วงปี 2484-2500 เปิดเผยว่า การที่มีข่าวองค์การยูเนสโกมีมติเห็นชอบให้ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกตามขอประเทศกัมพูชาแต่เพียงฝ่ายเดียวนั้น หากเป็นความจริงตนรู้สึกเสียใจมาก
       
       ทั้งนี้ เนื่องจากตนและประชาชนชาว อ.กันทรลักษ์ รวมทั้งชาวศรีสะเกษทุกคนมีความผูกพันกับปราสาทพระวิหารแห่งนี้มาช้านาน ตั้งแต่ยังเป็นเด็กตนขึ้นไปวิ่งเล่นอยู่บนปราสาทพระวิหารแทบทุกวัน ฝ่ายกัมพูชาไม่เคยแสดงตัวเป็นเจ้าของ และไม่ได้เข้ามายึดครองในเขตปราสาทพระวิหารแต่อย่างใด มีเพียงนักท่องเที่ยวชาวไทยเท่านั้นที่เข้าไปเที่ยวชมปราสาทพระวิหาร โดยจะต้องนั่งเกวียนเดินทางเข้าไป ซึ่งใช้เวลานานหลายวันทีเดียวกว่าจะเข้าไปถึงเชิงเขาพระวิหารและขึ้นไปยังตัวปราสาทพระวิหาร
       
       นายวินัย กล่าวต่อว่า หากไทยต้องสูญเสียปราสาทพระวิหารให้เป็นมรดกโลกของกัมพูชา แต่เพียงฝ่ายเดียว นับว่าเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่มากของไทย กับการต้องมาพ่ายแพ้แก่ประเทศเล็กๆ อย่างกัมพูชาอีกครั้งหนึ่งในยุคสมัยนี้ หลังจากที่ไทยแพ้คดีในศาลโลกมาแล้วในวันที่ 15 มิถุนายน ปี 2505 ทั้งที่ปัจจุบันประเทศเราเต็มไปด้วยผู้คนที่มีความรู้ความสามารถ ขณะที่กัมพูชาวันนี้ยังคงเป็นประเทศ ที่ต้องพึ่งพาอาศัยความช่วยเหลือจากไทยอยู่ในหลายเรื่องแทบทุกด้าน
       
       "อย่างไรก็ตาม มาถึงวันนี้แม้ว่าปราสาทพระวิหารจะเป็นมรดกโลกของกัมพูชาแต่เพียงฝ่ายเดียวก็ตาม ก็ขอให้รัฐบาลไทยได้ดำเนินการผลักดันชาวกัมพูชาที่เข้ามาตั้งชุมชน ร้านค้าอาศัยอยู่ที่เชิงเขาพระวิหารซึ่งเป็นเขตแดนไทยให้ออกไปจากแผ่นดินไทยโดยเร็วที่สุด เพราะหากปล่อยให้ชาวกัมพูชาอยู่บริเวณนี้ต่อไป แผ่นดินไทยบริเวณเชิงเขาพระวิหารก็จะตกเป็นของกัมพูชาอีกอย่างแน่นอน และคนไทยก็จะพบกับความเจ็บช้ำอย่างไม่มีวันจบสิ้น" นายวินัย กล่าว
       
       เปิดอกช้ำคุณปู่ลูกปลัดขวา "ขุนชัย"
       คนเฝ้ามรดกไทย "ปราสาทพระวิหาร"
       
       นายวินัย ไชยยะเดชะ วัย 74 ปี ลูกชาย ขุนชัย ชโนปกิตต์ ปลัดขวา อ.น้ำอ้อม จ.ศรีสะเกษ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผู้ได้รับมอบหมายให้เฝ้าดูแลปราสาทเขาพระวิหาร ห้วงปี 2484-2500 บอกเล่ากับผู้สื่อข่าวอีกว่า สมัยก่อนนั้นเขาพระวิหารรกร้างเต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์ และมีป่ารกทึบจำนวนมาก ซึ่งบนปราสาทพระวิหารยังไม่มีผู้ใดขึ้นไปแสดงตัวเป็นเจ้าของ มีเพียงกำลังทหารของไทยที่เฝ้ารักษาการณ์อยู่บริเวณเขาพระวิหารเท่านั้น
       
       นอกจากนี้ เพื่อเป็นการแสดงอธิปไตยไทยบนปราสาทพระวิหาร ได้มีการก่อสร้างฐานตั้งเสาธงชาติไทยอยู่ที่บริเวณ "เป้ยตาดี" ซึ่งเป็นจุดสูงที่สุดของประสาทพระวิหาร โดยธงชาติไทยได้โบกสะบัดอยู่บนเป้ยตาดีมานานหลายปี
       
       ต่อมาประมาณปี 2488 ได้มีชาวไทยที่ทราบข่าวพากันนั่งเกวียนลุยป่าขึ้นไปเที่ยวชมความสวยงามของปราสาทพระวิหารกันอย่างไม่ขาดสาย โดยทางราชการได้ส่ง "ขุนชัย" ซึ่งเป็นพ่อของตนให้ไปเฝ้ารักษาปราสาทพระวิหาร และต่อมาพ่อได้เกษียณอายุราชการ จึงได้มอบหมายให้ "ขุนศรี" ซึ่งเป็นกำนันบ้านผือ เป็นผู้เฝ้าดูแลปราสาทเขาพระวิหาร ต่อไป
       
       โดยมีที่พักอยู่ที่ถ้ำใต้ทางขึ้นปราสาทพระวิหาร ซึ่งเมื่อนักท่องเที่ยวเดินขึ้นไปชมปราสาทพระวิหารก็จะพากันแวะพักที่ "ถ้ำขุนศรี" ซึ่งเป็นสถานที่กว้างขวาง สามารถหลบแดดหลบฝนได้เป็นอย่างดี
       
       คุณปู่วินัย เล่าต่อว่า ขณะนั้นตนขึ้นไปวิ่งเล่นบนปราสาทเขาพระวิหารเป็นประจำแทบทุกวัน จนกระทั่งต่อมาปี 2502 สมเด็จสีหนุ กัมพูชา ได้ยื่นฟ้องต่อศาลโลก เพื่อขอมีอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหาร ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วบริเวณปราสาทพระวิหารไม่เคยมีฝ่ายเขมรเข้ามาครอบครองดูแลแต่อย่างใด มีเพียงคนไทยเท่านั้นที่เข้าไปช่วยกันแผ้วถางดูแล
       
       อย่างเช่น นายสนอง ห้วยจันทร์ ประธานประชาคมอำเภอกันทรลักษ์ ในขณะนี้ เมื่อสมัยยังหนุ่มแน่นได้นำเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากร เข้าไปตรวจสอบดูแลปราสาทเขาพระวิหารด้วย ทำให้ชาวไทยทุกคนมีความรู้สึกตรงกันว่า ปราสาทพระวิหารคือดินแดนและมรดกของไทย มาโดยตลอด แต่เนื่องจากขณะนั้นการต่อสู้ระหว่างลัทธิคอมมิวนิสต์กับโลกเสรีกำลังรุนแรง และพวก "ฝรั่ง" กลัวว่า เขมรจะถูกฝ่ายคอมมิวนิสต์ครอบงำ จึงได้รวมหัวกันหนุนเขมรให้มีสิทธิ์เหนือปราสาทพระวิหาร จนกระทั่งศาลโลกได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2505 ให้เขมรมีอธิปไตยเหนือปราสาทเขาพระวิหาร
       
       "ทำให้พวกเราชาวไทยขณะนั้นมีความรู้สึกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะเห็นว่าประเทศไทยไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการพิพากษาของศาลโลก"
       
       อย่างไรก็ตาม แม้ว่าศาลโลกจะตัดสินให้ซากประสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา แต่ความรู้สึกของเราชาวไทยทั้งชาติก็ยังคงมีความรู้สึกว่า ปราสาทพระวิหารยังคงเป็นของคนไทยตลอดมา
       
       "การที่กัมพูชาขอขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ประเทศไทยควรมีส่วนร่วมในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ แต่รัฐบาลไทยกลับไม่ทำเช่นนั้น ทำให้พวกเราชาวศรีสะเกษและชาวไทยทั่วประเทศต้องมาเจ็บช้ำอย่างแสนสาหัสอีกครั้งในวันนี้ กับความสูญเสียเป็นครั้งที่ 2 และคงไม่มีวันทวงคืนได้อีกแล้ว" คุณปู่วินัยกล่าวในตอนท้ายด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ และสุดที่จะกลั้นน้ำตาไว้ได้



_http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000080186

:37:



ยุนเอ

อ้างอิงนายวินัย กล่าวต่อว่า หากไทยต้องสูญเสียปราสาทพระวิหารให้เป็นมรดกโลกของกัมพูชา แต่เพียงฝ่ายเดียว นับว่าเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่มากของไทย กับการต้องมาพ่ายแพ้แก่ประเทศเล็กๆ อย่างกัมพูชาอีกครั้งหนึ่งในยุคสมัยนี้ หลังจากที่ไทยแพ้คดีในศาลโลกมาแล้วในวันที่ 15 มิถุนายน ปี 2505 ทั้งที่ปัจจุบันประเทศเราเต็มไปด้วยผู้คนที่มีความรู้ความสามารถ ขณะที่กัมพูชาวันนี้ยังคงเป็นประเทศ ที่ต้องพึ่งพาอาศัยความช่วยเหลือจากไทยอยู่ในหลายเรื่องแทบทุกด้าน

:16: ดูเหยียดชนชาติไปนิด
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

เดอะบุ๋ม

มองให้เหยียดมันก็เหยียดแหละเอ


ถ้ามองอีกด้าน

บุ๋มกลับมองว่าลุงแกคงจะหมายถึง

คนชาติเราเก่งๆเยอะแยะ ทำไมถึงยอมเขาง่ายๆ แบบนี้


SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines