ฟ้อนสุดฯ เล่มสองมาแล้วนะน้องพี่

เริ่มโพสต์โดย 蓝月 (lán yuè), 08 มิ.ย. 2008, 00:25 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

iannnnn

คิดไว้เหมือนกันว่าน่าจะมีสักหน้า
ที่บอกว่าใครเป็นนักเขียน พร้อมคำอธิบายขำขำ
ใครอยากเปิดเผยตัวเองแค่ไหนก็ว่ามา
อาจจะให้แนะนำตัวนักเขียนสั้นๆ แนบมากับบทความด้วยเลย
ให้นึกอารมณ์ก็คงแบบอะเดย์(วีกลี่ด้วย) หรือแบบท้ายเล่ม ฟส๒ นั่นแหละครับ
แต่อันนี้บอกแค่กองบอกอ แล้วก็ไม่มีคำอธิบายอย่างอื่นอีกเลย

ที่ว่ามานี่ก็เพราะเผื่อมีคนสนใจไง จะได้จ้างไปขงไปเขียนต่อไรงี้

จักรี

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

ยุนเอ

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

น้องเข่มเข๊ม

เลวยั้นเงา

•หมูหมู•™

กำลังโหลดข้อมูล .....

เก้อ

เสนอไปแล้วนะครับ
ตีมเล่มหน้า ฝ่าทางตันวิกฤติการเมืองไทย

ส่วนแนะนำคนทำ ดูในวอลล์เปเปอร์เป็นแบบก็ดีนะครับ
ทำได้เท่จัด แต่แห้งแล้งไปนิดเหมือนกัน คือดูจงใจเท่มากไป
เขาก็คัดมาแนะนำบางส่วนที่น่าสนใจ ซึ่งก็เป็นดุลยพินิจ
ของ บก. เป็นหลัก แต่เคยเห็นที่แนะนำทีมงานเยอะมาก
ในแฮมเบอร์เกอร์เล่มนึง แนะนำกันเกือบหมดทีมงานเลยมั้ง
อ่านแล้วสนุกดีนะ ผมว่ามันดูไม่แห้งแล้งดี

ว่าแล้วก็คิดอะไรออกขึ้นมา
ในความคิดเห็นผม 2-3 อย่างที่ผมคิดว่าทำให้นิตยสารไม่แห้งแล้ง
ดูมีชีวิตขึ้นมา (ผสมกับวิจารณ์ไปด้วยเลยแล้วกัน)

1.บทบรรณธิการ อันนก็แน่นอนว่าี้คือหน้าสรุปตัวตนของนิตยสารเลย
ตัวอย่างระดับหิ้ง ก็เช่นของมติชน สามารถสรุปสภานการณ์ที่ยุ่งเหยิง
ให้เราเข้าใจในไม่กี่ย่อหน้า สมานบาดแผลของสังคมได้ในไม่กี่ประโยค
หรือแม้แต่ผลักดันให้สังคมสั่นไหวในไม่กี่คำ (ที่สำคัญมติชนมันไม่ได้เป็นแค่นิตยสาร
มันคือสถาบัน บทบก.ของมติชน ก็คือเสียงของสถาบันทางความคิดนี้)

อันนี้ผมว่าเดือนทำได้ดีแล้วครับ
เล่มนี้ผมว่าดีกว่าเล่มที่แล้ว
ในเรื่องสำนวนอ่านแล้วสบายๆ ไม่เยิ่นเย้อ
ใช้คำได้กำลังเหมาะ ส่วนเนื้อหาที่ดูไม่แสดงท่าทีชัดมาก
ผมก็ว่าดีนะ คือ ไม่ได้เน้นฮา ไม่ได้เน้นเข้ม ไม่ได้เน้นซึ้งมาก
กำลังสบายๆ เพราะหนังสือมันไม่ได้มี
ท่าทีชัดเจนแบบนั้น พูดง่ายๆคือมันมั่วนั่นเอง

อืม ถ้าจะหาที่ติดใจ ก็คงรู้สึกว่า ยังไม่เห็นตัวตน
คนเขียนมากเท่าไร สำนวนมันไม่เปลือยว่างั้นเถอะ
อีกข้อหนึ่งมุมมองยังไม่คมมาก คือเขียนให้คมแต่ไม่เสีย
คุณสมบัติอ่านสบายอย่างที่เดือนมีอยู่แล้วนี่ ถือว่ายากพอดู
อ่านสบายแต่คมนี่ดูเหมือนจะขัดกันแต่ไม่นะ
ตัวอย่างชัดๆ ก็ลุงโอ๋ของเรานี่ไง ชัด คม อ่านสบาย

แต่เรื่องคมนี่ไม่ห่วงอะไรหรอก เพราะเห็นเดือนลับคมอยู่ทุกวัน
(ไม่งั้นจะพัฒนาก้าวกระโดดอย่างเห็นได้ชัดอย่างนี้เหรอ)
ความคมกำลังวิ้บวับเข้าตาแล้วล่ะ รอเวลาสักนิด
รับรองว่าผู้อ่านเลือดตกยางออกกันเป็นแถวแน่


2.แนะนำผู้ร่วมก่อการ
อันนี้ก็อย่างที่ว่าไป
เห็นตัวตนคนทำ มันก็เป็นการใส่ชีวิตให้หนังสือ
แบบทางตรงที่สุดแล้ว

3.ช่วงตอบจดหมาย ในนิตยสารหนึ่งเล่ม
นี่เป็นช่วงที่ผมรออ่านเลยนะครับ นักตอบจดหมายเจ๋งๆ
จดหมายจ๊าบๆที่คัดมา มันเป็นการสื่อสารทางตรง
ระหว่างผู้อ่านกับคนทำ ผ่านสายตาผู้อ่านทุกคนอีกที
เป็นวิธีการแสดงนิสัยใจคอของหนังสือที่ชัดมากอีกทาง
เหมือนไปนั่งคุยกันให้เขาดู คาแร็คเตอร์ของหนังสือ
ฉายชัดผ่านคอลัมน์แบบนี้ซะเยอะ

ผลตอบรับจากการเข้ามาโพสในบอร์ดมันก็ดีอยู่แล้วล่ะนะครับ
แต่ผู้อ่านเป็นหมื่น คงไม่ได้คลิกเข้ามาดูทุกคนแน่
ผมว่ามีก็น่าจะดี เราสามารถเล่นอะไรกับกอลลั่มนี้ได้เยอะมากเลยนะ
แค่ที่เราตอบกันในนี้ ก็มีทั้งคม ทั้งฮา ทั้งปัญญาอ่อน
ผมว่าถ้าเราเคาะเอาคุณลักษณะนั้นใส่ไว้ในตอบจดหมายได้
ไม่อยากจะนึกเลย ว่าจะมันแค่ไหน :30:
(เอาหมอแมวไปตอบยังงี้ แค่คิดก็เผลอหัวเราะแล้ว)



สรุปแล้ว ที่ผมว่ามา เป็นองค์ประกอบแบบนิตยสารรุ่นเก่าทุกประการ :30:
นิตยสารใหม่ๆ ทันสมัยเดี๋ยวนี้ไม่มีตอบจดหมายแน่ๆ เชยสุดๆ
แต่ก็นั่นแหละ ที่ผมชอบ  :30:









I ROCK , THEREFORE I AM

นักศิลปะ

เอ้อ อ่านเก้อพิมพ์มานี่ นึกได้
ผมยังอ่านได้ไม่ครบ แต่อ่านบทบรรณาธิการแล้ว
ยังเหมือนไม่เต็ม ไม่จุใจ(ไม่ใช่ปริมาณนะ)
คือแบบ ขออีก บรรณาธิการ ใส่อีกสิ
เหมือนมันกั๊ก หรือกริ่งเกรง หรืออะไรก็ไม่รู้

โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

蓝月 (lán yuè)

โอ้ว ขอบคุณสำหรับคำวิจารณ์บทบรรณาธิการมากๆ เลยค่ะ
ยอมรับเลยว่ายังเขียนไม่ค่อยถูก
ลองหาบทความเกี่ยวกับการเขียนบทบรรณาธิการมาอ่าน
โอ๊ย รู้สึกว่ายากจัง :30:

เล่มนี้ยอมรับว่าเกร็งกว่าเล่มที่แล้วค่ะ
เล่มที่แล้วพอดีว่าเขียนด่าคน เลยเขียนลื่นปื้ดๆ (แต่อ่านแล้วเหมือนพล่ามจริงๆ แหละ)
เล่มนี้ใช้เวลานึกบทบรรณาธิการนานมาก ไม่รู้จะเขียนอะไร :30:
จะเขียนเรื่องปิดเทอมแต่ก็ไม่เอาดีกว่า ประเด็นปิดเทอมมีเยอะแล้ว
พอดีช่วงนั้นฝนตกบ่อยก็เลยหยิบยกมาเขียนแทน
จัดหน้าเสร็จก็ยังมีเรียกแก้ภาษาอีกด้วย :05:

เรื่องเกร็ง เรื่องกั๊ก เรื่องไม่เปลือยตัวตนนี่ ยอมรับโดยดุษฎีค่ะ :05:

ยอมรับว่าเป็นคนวิสัยทัศน์ค่อนข้างแคบ
การมงการเมืองก็ไม่ค่อยอยากอ่าน เรื่องศาสนาก็ไม่ค่อยอยากยุ่ง

บ.ก. ภาษาอะไรนี่ :30: :05:


จะพยายามต่อไปอีกนะคะ ขอบคุณสำหรับคำวิจารณ์มากๆ ค่ะ :25: :46:
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

นักศิลปะ

เขียนเท่าที่ไม่เกร็งนั่นแหละ  :12:
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

เดอะบุ๋ม

เก่งแล้วเดือน   พี่ยังทำไม่ได้เลย  :25:

Ah!

โหลดมาแล้วครับ
อ่านไปบ้างแล้ว แต่ยังไม่ได้ละเลียด
ไว้ว่างๆ จะจิบเครื่องดื่มเย็นๆไปด้วย อ่านไปด้วย :52:
        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

จั๊วจ่ะ :)

อ้างคำพูดจาก: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 08 มิ.ย. 2008, 15:14 น.
ฮะ
สะอาดไม่ได้อายุ 17 เหรอ :37:

ตอนอ่านครั้งแรกอึ้งไปเลย ทำไมคิดอะไรได้ดีขนาดนี้
:02: จั๊วก็เพิ่ง 15 หยกๆเองนะพี่เดือน

there are no regrets in life, just lessons . .

psyfer


น้องเข่มเข๊ม

เลวยั้นเงา

iannnnn

เห็นด้วยเรื่องบทบอกอ
เล่มนี้เดือนเกร็งๆ เหมือนเขียนเรียงความเล้ย
ไม่ต้องไปตามทฤษฎีการเขียนอะไรในเว็บนั่นหรอก
นึกอะไรได้ก็เขียนไปเลย แต่ให้เป็นไปอย่างมีสติ

นี่จะสรุปตีมเล่มหน้าได้ช่วงไหนเอ่ย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines