มาเล่าอนาคตหลังวัยเรียนกันมั้ย

เริ่มโพสต์โดย Dew Susansaraly, 17 มี.ค. 2006, 22:20 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

เบียร์ซาบซ่า !

อยากมีสวนเล็กเป็นของตังเอง มีลูกวิ่งเล่นข้างๆบ้าน

ฝันไปไหมเนี่ย  :26:

เดอะบุ๋ม

สมัยปี 1  เคยคิดว่าอยากได้เกีรตินิยม  เพราะตอนมัธยมก็เคยทำได้  แต่ก็ทำไม่ได้  เลยคิดว่าเดี๋ยวเทอมหน้าเอาใหม่

ปี1 เทอมสอง    เริ่ม นอนไม่เป็นเวลา เพราะไม่มีใครคอยบังคับ ไม่เคยออกจากบ้านไปไหนไกลๆนาน  ช่วงนั้นออกแนว ควบคุมตัวเองไม่ค่อยจะได้
    ตอนกลางคืนก็เล่น  มาง่วงตอนเรียน หลับเกือบตลอดเลย   :41:  ก็คิดอีกว่า คราวหน้าจะตั้งใจ  :37:

พอขึ้นปี 2 ก็ยังไม่ได้เกลียดนิยม ย้ายจากหอในออกมาอยู่หอนอก ยิ่งไปกันใหญ่ ผลการเรียนตกต่ำสุดขั้ว (ตั้งแต่เรียนมาทั้งชีวิตได้น้อยสุดก็เทอมนี้แหละ 2.25) แรกๆ ก็เศร้า
               อาการหลับในห้องเรียนก็ยังไม่บรรเทา  และยังนอนดึกเหมือนเดิม ถ้ามีเรียนตอนเช้าจะเป็นอะไรที่มีการพยากรณืว่าอาจจะไม่ไป เพราะบรรยากาศมันหนาวเหน็บเจ็บทรวง  มากๆ  เด็กๆไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง  

ปี 2 เทอมสอง  ใช้คำว่า ช่างมันเถอะบ่อยมาก แต่ผลการเรียนก้ดีขึ้นมาอีกนิดนึง  ค่อยยังชั่ว

พอขึ้นปี 3 เริ่มรู้จักกับบอร์ดนี้  เริ่ม คิดที่จะทำอะไรที่เป้นชิ้นเป็นอันมากขึ้น  และ ก็ตั้งใจเรียนมากขึ้น  แต่ก็ยังหลับในห้องเรียนอยู่ดี  :41:

ขึ้นปี 4 ล้มเลิกความคิดที่จะได้เกีรตินิยม ตั้งแต่ได้ D วิชาบัญชี  เป็นต้นมา เป้นอะไรที่อนาถใจมาก  หาที่ฝึกงาน และที่เดียวที่จะคิดที่จะฝึกคือ กรุงเทพมหานคร   ที่เลือก กทม. เพราะมันหลากหลาย และถามกับตัวเองว่า จะทำงานที่ไหน  คำตอบคือ กรุงเทพฯ เลยปูทางตอนฝึกงานไปก่อน
จะได้ชินกับการใช้ชีวิตตอนทำงาน เพราะไม่เคยใช้ชีวิตที่ กทม.เลย  ในใจคิดว่า อยากฝึกงานแล้วก้อยากทำงานในที่ๆตัวเองฝึกงาน
เพราะขี้เกียจหางาน นั่นเอง  เป้าหมายคือ ทำงานไปก่อน เก็บเงิน อยากไปเมืองนอก อยากเล่นหิมะจริงๆ ที่ไม่ใช่ดรีมเวิลด์  ครั้งนึงก็ยังดี  :52:
ตอนนั้นคิดแค่นั้นแหละ  :30:  มาถึงกรุงเทพ ก็เดินสายเที่ยวรอบเมือง แต่ละเสาร์ไม่ค่อยจะว่าง  ส่วนมากจะไปรัชดาไนท์  :42:

ปี 4 เทอมสอง อยู่กรุงเทพ เพื่อฝึกงานทั้งเทอม  3เดือน  ตอนนั้นคิดว่า จะทำตรงนี้ให้ดี เผื่อว่าเค้าจะรับเข้าทำต่อ  เรียนจบ มีงานทำ พ่อแม่ก็คงภูมิใจแล้วระดับหนึ่ง  ความสามารถที่มีอยู่น้อยนิดก็คว้านออกมาใช้ และเขาก็รับเข้าทำงานต่อจริงๆ  ดีใจมาก  :52:  โชคดีที่ไม่ต้องเหนื่อยหางาน

เลยเป็นว่า มีเวลาเตะฝุ่น 15 วัน ฝึกงานเสร็จสิ้นเดือนมกรา  พรีเซ็นต์โปรเจคจบ 10กุมภา   ทำงานจริง  25 กุมภา

และสิ้นเดือนนี้เงินเดือนจะออกเป็นครั้งที่สอง แต่ยังไม่ได้ให้แม่ซักกะบาท  ยังขอใช้อยู่ดี  :46:

พ่อบอกว่า ไม่ต้องให้เงินหรอก แค่ไม่ขอก็พอแล้ว และพ่อก็เปรยๆมาแล้วว่า ต่อไป คงจะไม่ต้องขอพ่อแล้วสินะ มีเงินเดือนแล้วนี่

ถือเป็นข่าวร้ายที่สุดในรอบปี  :23:

ความรู้สึกตอนนี้  อายสาม  อายเดือน อายนานา และเด็กเก่งๆ  ที่อายุแก่กว่า แต่ความสามารถน้อยกว่ามาก  อายเหมือนกันที่ทำงานแล้วยังขอพ่อใช้อยู่   แต่มันก็ต้องขออยู่ดี  :05:

จบค่ะ  รับปริญญาต้นปีหน้านี้อย่างแน่นอน
:25:



//ยาวจัง  :08:

กวางจ้ะ

ตอนมัธยมต้น อยากเรียนพยาบาลมาก ๆ ถึงขนาด เข้าชมรมพยาบาลมาตั้ง 2 ปี -_-''
แต่พอจบ ม.3 แม่เอาใบสมัครสอบเข้า พ.ต. (วิทยาลัยพณิชยการเชตุพน) มาให้
ทั้งที่กวางก็อยากเรียนวิทย์-คณิตมาก ๆ ในตอนนั้น (ถนัดวิทย์แต่ไม่ถนัดคณิต) ได้โควต้าแล้วด้วย
แม่ให้เหตุผลว่า "แม่กลัวเอ็งเอ็นทรานซ์ไม่ติด เลยให้สอบที่นี่แทน"
(แท้จริงแล้วอยากให้ลูกเรียนบัญชีมากกว่าก็บอกมาสิ เห้ออออ!!)
เวลานั้น ไปสอบแบบกามั่วซั่วมาก แต่ก็ยังสอบติดห้องรองคิงส์ -_-''
โกหกก็ไ่ม่ได้ด้วยเพราะแม่ไปด้วยวันที่ไปดูผลสอบ

เรียนไป 1 ปี เขาให้เลือกแล้ว ว่าจะเรียนกลุ่มไหน
เลือกเรียนไป 2 อันดับ 1.บัญชี 2.คอม
พอถามที่บ้าน ที่บ้านอยากให้เรียนบัญชี เพราะไม่มีเงินซื้อคอม -_-''
(อีกเหตุผลหนึ่งคือ ที่บ้านกะให้พี่ชายคนโตสอนให้ด้วย (เรียนบัญชีเหมือนกัน) จะได้ไม่้ต้องไปเรียนพิเศษ
อันจริงแล้ว ตอนนั้นพี่ชายก็เคยมาสอบที่เชตุพนนี่ล่ะ แต่ไม่ติด ตกสัมภาษณ์ซะงั้น.. แถมเรียนโ่ง่กว่าเราอีกต่างหาก)

ทั้งที่เราอ่ะอยากเรียนคอมมาก ๆ เลยนะ แต่ในเมื่อไม่มีเงินซื้อคอมก็เลยต้องเลือกบัญชี
เรียนบัญชีจนจบ ปวช.3 ด้วยเกรดเฉลี่ย 3 กว่า สอบผ่านใบประกอบวิชาชีพ ติดโควต้าเรียนบัญชีที่เก่าอีก 2 ปี
แต่ไม่เอาดีกว่า เบื่อเืพื่อน เบื่ออาจารย์ รู้สึกว่าอยู่ีที่นี่เหมือนกบในกะลา และไม่ใช่ตัวของตัวเองด้วย (ไม่ชอบบัญชีเลย)
เลยตัดสินใจสมัครสอบตรงที่เทคนิคกรุงเทพฯ
แถมเลือกไม่เรียนบัญชีด้วย เรียนคอมแทน (รอบนี้เรียนตามใจตัวเองละ)

ช่วงนั้นสมัครสอบไว้ 2 ที่ BE บพิตรพิมุขจักรวรรดิ กับระบบสารสนเทศเทคนิคกรุงเทพฯ
แม่ก็ไปบนบานไว้หลายที่เหมือนกัน -_-'' พอสอบติดขึ้นมาก็ต้องไปวิ่งแก้บนกันจ้าละหวั่น
(เห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยเชื่อในความสามารถของลูกตัวเองเท่าที่ควร)
จริง ๆ ติดทั้ง 2 ที่ แต่วันที่ประกาศผลของเทคนิคกรุงเทพฯ ดันไปตรงกับวันลงทะเบียนของทางจักรวรรดิ
เลยต้องรีบไปดูผลที่บอร์ดหน้าเทคนิคฯ ตั้งแต่เช้า ปรากฎว่าติด (เย้ ๆ ๆ)


เลยเรียนทีนี่มันยันปี 4 เหตุการณ์ในช่วงระหว่างเรียน ทำให้เกิดอารมณ์อยากเปลี่ยนวิถีชีวิตตัวเองอย่างเช่น

มีคนถามว่า ทำไมถึงเรียนสาขานี้
"เรียนคอมเพราะอยากเขียนเกมเป็น เพราะชอบเล่นเกม
ซึ่งจริง ๆ แล้วไอ้ที่เรียนอยู่มันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเกมด้วยประการทั้งปวง"

มีคนถามว่า ทำไมถึงสอบเข้าที่นี่
"สอบเข้าที่นี่ เพราะมีพี่ชายคนกลางท้าไว้ ว่าแน่จริง สอบเข้าให้ได้สิ ก็สอบเข้าได้
และเป็นที่ ๆ ใคร ๆ ยอมรับในความสามารถหลังเรียนจบ"

ช่วงปี 1 นี่เขาก็สอนให้เขียนโค้ดต่าง ๆ เขียนเว็บ เขียนภาษาเครื่อง
ช่วงปี 1 เทอม 1 เป็นอะไรที่เก็บเกรดได้มากที่สุดแล้วระหว่างที่เรียนอยู่ที่นี่
"ชอบแต่งหน้าจอ คือหน้าต่างจะงามกว่าชาวบ้านเขา แต่เวลาเรียนพวกวิชาทฤษฎีทั้งหลายจะเรียนได้ห่วยแตกมาก"

ปี 2 เริ่มมีแฟน เริ่มเถลไถล การเรียนร่วงเหมือนก้อนหิน -_-''

ปี 3 เริ่มดีขึ้นมาหน่อย เริ่มรู้จักกับคนที่ทำงานสนามบิน
(จากการเล่นเน็ต คุยแชท ปัจจุบันกับพี่คนนี้ ไม่ได้คุยกันแล้ว)
และก็ได้แรงบันดาลใจ "อยากทำงานใน airport" ตั้งแต่ตอนนั้น

ปี 4 เริ่มค้นคว้าอะไรต่าง ๆ เกี่ยวกับการบิน และก็ได้ค้นพบอีกอย่างหนึ่งว่า "อยากเป็นนักบินด้วย"
เป็นนักบินหญิงเท่ออก ทั้ง ๆ ที่ความฝันนี้อาจจะไปหามันยากหน่อย แต่ก็ยังอยากเป็นอยู่
และก็ได้ไปสอบนักบินของ Thai AirAsia ในปลายปีการศึกษานั้น
(ไปสอบวันนั้นเจอพี่น้อดน่ารักมาก เท่มาก ๆ  :25:)
สุดท้ายไม่ติดเพราะวันสอบไม่สบายหนัก ทำข้อสอบได้ไม่ค่อยเต็มที่ซะงั้น

ระหว่างนี้ชอบถ่ายรูปก็ได้ตะลอน ๆ ไปถ่ายรูปต่างจังหวัด ค้นพบตัวเองอีกอย่างหนึ่งว่า "ชอบถ่ายรูป" อีกเหมือนกัน
แถมบางอารมณ์คลั่งอยากได้ DSLR ซะดื้อ ๆ อย่างนั้นล่ะ -_-'' (หนอนซิกม่า F2.8 หลังละลายยยย  :25:)

เรียนจบ แม่บอกว่า ให้ทำงานรับราชการ
แต่สุดท้ายได้ทำงานโปรแกรมเมอร์บริษัทเอกชนซะงั้น โชคร้ายที่ได้เจ้านายขี้จุกจิก
และให้เงินเดือนเยอะแต่ใช้งานคุ้มเกินไป ทำงานได้ครึ่งปีทนไม่ไหว
ลาออกมาทำงานแถวบ้าน เป็นโปรแกรมเมอร์เหมือนกันแต่เงินเดือนน้อยกว่าที่เก่า 4 พัน
พอคิดค่าข้าวค่าเดินทางแล้วคุ้มก็เลยเลือกที่จะอยู่ที่นี่ก่อน ขอตั้งหลักให้เรียบร้อยก่อนดีกว่า

ความฝันที่อยากเป็นนักบินก็ยังอยู่
ได้ยินเสียงเครื่องบินก็หันไปมองบนฟ้า..
แล้วพูดกับตัวเองว่า "สักวันฉันจะขึ้นไปขับมันให้ได้"
ยังขยันอ่านหนังสือแนวฟิสิกส์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ม.ปลาย
ทั้งที่ตัวเองไม่เคยเรียนมาก่อนเลยในชีวิต
หาเวลาไปสอบ TOEIC ให้ได้เกิน 650

แต่สิ่งที่เป็นไปได้ง่ายกว่านั้น
ก็อยากทำงานในสนามบินนะ เป็นโปรแกรมเมอร์ในนั้นก็ได้
บริษัทในฝันก็คงหนีไม่พ้นสายการบินแห่งชาตินั่นล่ะ





//ตื่นได้แล้วววววว

- the end -

iannnnn

:05: กระจู๋ความหลังของคนแก่นี่ดีจัง

Earthchie

#94
อ่านของพี่กวางจนเพลิน นึกว่าอ่านนิยาย  :30:

ปกติยาวๆไม่ค่อยอ่านนะเนี่ย




แล้วก็ลืมเขียนของตัวเองซะงั๊น


ความฝันผมเหรอ

ฝันว่า จะได้ทุนคณะไปฝึกงานเมืองนอกตอนปี4 (แต่ตอนนี้ฟังที่สอนไม่รู้เรื่อง :05: คือมันเป็นนานาชาติอ่ะครับ)

ฝันว่า คณะนี้ จะเป็นความฝันของผมจริงๆ

ฝันว่า จบไป จะมีงานวิ่งมาหาเรา ไม่ใช่เราต้องวิ่งไปหางาน

ฝันว่า จะได้มีโอกาสร่วมงานกับ NECTEACH 

ัฝันว่า จะมีส่วนร่วมในโครงการของ HLT ที่วิจัยโปรแกรมพิมพ์ข้อความจากคำพูด (คงได้ค่าลิขสิทธิ์มากโข ถ้าสำเร็จ)

ฝันว่า มันจะไม่ใช่แค่ความฝัน

ตื่นมาสร้างฝันให้เป็นจริงดีกว่า  :40:     
ชื่อ Earth ครับ เรียกเอิดก็ได้ | Earthchie's Blog

aCh.


อยากมีรีสอร์ทริมทะเลสวยๆ....
มีชายหาดขาวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
และ........................


มีปูไข่ ปูเนื้อ เดินกันขวักไขว่
แล้วก้อจับกินไดสบายๆ ท่าจาดี้ แฮ่ๆๆ
:33:
ก้าวไปตามฝัน..แม้ปัจจุบันจะกินแกลบ T_T

@nok:-

ตอนอยู่มัธยมอยากทำงานเหมือนนางเอกเรื่อง "โสมส่องแสง" มากเลย
ทำงานกับกาชาดสากล ไปช่วยเหลือตามประเทศต่างๆ ที่มีสงคราม


....

เรียนจบมาก็ยังดีใจอย่างนึงที่ได้ทำงานราชการ
และคิดว่าตัวเองก็ได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด
.....

ต่อไปก็ฝันอยากมี
อยากมีบ้านหลังเล็กๆ ที่มีระเบียงกว่างๆ
อยากมีสวนรกๆ
อยากเลี้ยงหมาเยอะๆ
อยากมีชีวิตง่ายๆ ที่ไม่ต้องดิ้นรน



บัวริมบึง

        อนาคตหลังวัยเรียน            ที่เคยเพียรคิดใคร่ครวญ

คะนึงและไห้หวน                       บัดนี้ชวนลองพิศดู!!

(เอาแค่นี้เหอะนะ  ขี้เกียจใช้สมองแล้ว  ต้องสงวนไว้ใช้ยามจำเป็น  ของดีมีน้อย..)


อนาคตที่ตั้งความหวังไว้ว่าอยาก...อย่างยิ่ง  มีหลายข้อ แต่ขอ EX ดังต่อไปนี้

- เป็นครู  ข้อนี้สมใจนึกบางลำภูตั้งแต่เรียนจบมาไม่นาน  ก็เริ่มจากการเป็นอาจารย์พิเศษที่วิทยาลัยเทคนิค

ซึ่งหรอยอย่างแรง!! (เริ่มสอนครั้งแรกอายุ 21 น.ศ.ปวส.ที่สอนอายุ 24 จะดุจะด่าแต่ละทีโคตรเกรงใจ :08:)


- เรียนต่อ  ข้อนี้ความฝันทุกสิ่งเป็นจริงที่ซิงเกอร์  หลังจากเรียนจบ 2 ปี ก็กระเสือกกระสนมาเรียนต่อ

และคิดว่า(คง)จะจบในไม่ช้า


- แต่งนิยาย  ข้อนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จเลย  เพราะยังไม่ได้เริ่มทำ  คิดพล็อตไว้ประมาณล้านแปดแต่ไม่เคยได้เขียน

ดังนั้น...ก็คงต้องรอฤกษ์งามยามปลอดคลอดง่ายๆ เพื่อจะได้ทำให้เป็นจริงซะที!


- แต่งงาน  ข้อนี้ก็ยังไม่เห็นวี่แววจะประสบผลสำเร็จ!! ดังนั้น..ชีวิตไม่สิ้นก็ยังต้องดิ้นกันต่อปายย :05:

Dew Susansaraly

อ๊ะ เคยตั้งจู๋แบบนี้ไว้ด้วยเหรอ

จะมาบอกว่าความฝันเรื่องการทำงานยังไม่เปลี่ยน แค่ขยายขนาดกว่าเดิม  :30:

อีกแปดวันข้างหน้า ข้าจะเริ่มลิ้มลองชีวิตวัยทำงาน สาธุได้เดือนละแปดพันเถ๊อะ :04:

แต่สำหรับความฝันเรื่องการดำเนินชีวิต ตอนนี้ว่างอย่างแรงเพราะจากที่เคยสูญเสียเพื่อนไป ตอนนี้ผมได้เพื่อนคนนั้นกลับมาแล้ว แต่เสียแฟนไป :05:
ดังนั้น ตอนนี้เลยเหลือความฝันในชีวิตแค่มีบ้านขนาดพอดีอยู่หนึ่งคนที่วาดแบบแปลนเอง กับมีแมวเหมียวสักตัวไว้แก้เหงาตอนกลับมาบ้านก็พอ :33:
โล่ง

ออยอิชี่

หลังวันเรียนเหรอ
ตอนนี้หลังจบมามีีมีชีวิตอยู่เหมือนเป็นเครื่องยนต์กลไก เป็นเฟืองจักรตัวเล็ก ๆ ที่คอยให้เฟืองใหญ่ได้หมุนเดินอย่างราบเรียบ
แต่ก็ฝันว่า จะกลับไปทำงานแถวบ้าน ทำงานที่เงินเดือนไม่ต้องมากนัก ไม่ต้องไปผจญภัยไปกับรถเมล์วันละหลายๆ ชั่วโมง
ทุกวันนี้เลยเรียนบัญชี อีก 1 ใบ เพื่อใช้วฺุฒิที่ว่านี้ เข้าทำงานการไฟฟ้า อยู่กับพ่อกับแม่บ้างเพราะท่านเริ่มแก่แล้ว

ถ้าจบมาทำบัญชีไปซักพัก คงไปสอบผู้ตรวจบัญชี

ด้วยความที่ทำงานทางด้านศิล ซึีึ่งมันออกจะคนละแนวกับบัญชี เราเลยต้องพยายามมากกว่าคนอื่นอีกนิด
ฝันไว้แค่นี้ก่อน ไม่อยากฝันมาก กลัวจะตื่นขึ้นมา

ก๊อดซี่

ผมฝันมาตลอด ตั้งแต่เด็ก

ว่า ชีวิตนี้ ขอขึ้นเวทีในงานดนตรีระดับโลกในฐานะนักดนตรีสักครั้ง

แต่ความจริงมันจะเป็นไปไม่ได้  :44:


แต่ความจริง ขอแค่ ได้ทำงานโฆษณา ได้เขียนสตอรี่บอร์ด ดีๆ

มี ครอบครัว มีบ้าน มีรถเป็นของตนเอง เลี้ยงครอบครัว พ่อแม่ ได้ ก็มีความสุขแล้ว  :21:

เต่ามาก

เขียนมั่ง เผื่ออีกสามสี่ปีข้างหน้าจะกลับมาอ่านเจอ  :30:

...

ตอนนี้
กำลังจะไปเรียน Antropology (มนุษย์วิทยา) ซึ่งเป็นสาขาขาดแคลนที่ไม่ค่อยมีคนเรียนกัน
ความตั้งใจคือจะเรียนแอนโทร ตรี โท เอก ยังไงต้องสอบทุนเรียนให้ได้เพราะสาขานี้ตกงานง่าย
พร้อมๆ กับทำงานเพื่อสังคม ไปพร้อมๆ กัน

ความจริงในสายงานนี้ผมเคยหวังสูงถึงไปทำงานกับ UN หรืออะไรทำนองนี้
แต่บังเอิญว่าการไปเชียงใหม่ครั้งที่ผ่านมานี้ทำให้ผมได้แนวทางชีวิตใหม่เพิ่มขึ้นทาง
คือทำงานเพื่อสังคมในรูปธุรกิจท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แต่ไม่หวังผลกำไรสูงสุด เอาแค่พอเลี้ยงตัวเอง
เจ้าของบริษัทเค้าสอนสังคมวิทยา และต้องการปฏิบัติธรรม พร้อมๆ กับช่วยเหลือชาวเขาไปด้วย โดยไม่ให้ตัวเองเดือดร้อน

หลายปีที่ผ่านมาผมเจออะไรมาเยอะมาก ทั้งภายนอก และภายใน
ไม่รู้นะอาจจะฟังดูกระแดะ แต่ผมรู้สึกได้ว่าผมเข้าใจตัวเองมากขึ้น
และต้องการแค่ทำชีวิตให้มีประโยชน์กับสังคม คนที่ด้อยโอกาส และตัวเองไม่เดือดร้อน


เอิ่ว

หมีโหด*

หลังเรียนจบเคยฝันว่าอยากเป็นครูสอนศิลปะเด็กเล็กๆแหละ
อยากให้พวกเค้าวาดรูปสนุกๆไม่ต้องกังวลเรื่องความถูกต้องหรือคะแนน

เคยคิดทำร้านเบเกอรี่ เพราะชอบกลิ่นขนมปังอบใหม่ๆมาก
ล่าสุดอยากเปิดร้านไอติมมากๆเลย
ร้านเก๋ๆ ไอติมอร่อยๆไม่แพงเว่อร์

ให้ลูกค้าสนุกสนานและเป้นกันเองกับเรา
จัดโปรโมชั่นประจำเดือนสนุกๆ :22:
ตามหารักแท้ค่ะ โฮกกก

ขา...จอห์น[23]

ฝันว่า อยากเป็นคนปฎิรูประบบการศึกษาของไทยครับ

ฝันนั้นยังอีกไกล จะพยายามไปให้ถึง (ถ้าไม่โดนวิชามารซะก่อน) :12:
ก้าวแรกที่พลาดพลั้ง คือก้าวหลังที่มั่นใจ ก้าวแรกที่เสียไป คือก้าวใหม่ที่ได้มา...

ออยอิชี่

พี่อร เปิดร้านไอศกรีมเมื่อไหร่ เดี๋ยวจะแวะไปอุดหนุน
ผมคอไอศกรีม  :40:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines