สำหรับสาวๆ

เริ่มโพสต์โดย หมีโหด*, 04 มี.ค. 2006, 01:26 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

Soris0ri




เออ เวลาแวกซ์ขนออก แล้วพอมันงอกขึ้นมา
ขนมันจะเหมือนเดิมไหมอะ แบบแข็งกว่าเดิม ดกกว่าเดิมไหม
Las Noches Rubicundior

น้องเข่มเข๊ม

อ้างคำพูดจาก: ดา เมื่อ 22 ธ.ค. 2007, 20:41 น.
ทำครั้งนี้ครั้งเดียวนี่แหละ เปลืองตังค์  :42:


เท่าไหร่อ่ะดา    :27:



อ้างคำพูดจาก: Sorisori เมื่อ 22 ธ.ค. 2007, 20:42 น.


เออ เวลาแวกซ์ขนออก แล้วพอมันงอกขึ้นมา
ขนมันจะเหมือนเดิมไหมอะ แบบแข็งกว่าเดิม ดกกว่าเดิมไหม


พี่ว่าน่าจะแข็งกว่าเดิมนะ   :31:
เลวยั้นเงา

ดาเฉยๆ

ซื้อของบู๊ตมาทำเอง 350 รู้สึกว่าขาดทุนเล็กน้อย
แบบกระปุกๆน่าจะใช้ได้หลายครั้งกว่า

มุมมืดของสังคม

อ้างคำพูดจาก: ดา เมื่อ 22 ธ.ค. 2007, 20:18 น.
ทำหมั่งหมิง เอาด้ายถอนขนหน้า(โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ)
อันนี้ก็สนุกเหมือนกัน โดยเฉพาะหนวด น้ำตาแทบเล็ด

ขอบคุณนะครับ
เดี๋ยวจะไปถามสาวๆต่อ แต่ดูจะยากกว่าใช้มีดโกนนะเนี่ย

ที่ไม่อยากโกนเพราะว่า แสบหน้า โกนไม่ค่อยเป็น
พวกมีดโกนหนวด มันก็ไม่เลี่ยม แหว่งๆ
ไปร้านตัดผมชอบให้เขาโกนให้ หล่อ เลี่ยมเลย :25:
บล็อกในมุมมืด
because we always.....expecting

ดาเฉยๆ

ดหมั่งหมิงมันเป็ศิลปะการถอนขนของจีนอะ
เหมือนเคยโพสไว้ในจู๋นี้
แถวเยาวราชก็มีนะ

Nichnan

ขนเยอะก็กัดสีเอาสิ มันมีขายน้ำยาเฉพาะนิ

แต่ถ้ามันยาวขึ้นแล้วจะน่าเกลียดดี เหมือนตอนผมยาวนั่นแหละ


Soris0ri

ได้รับจาก FWD Mail  :17:/

29 สุดยอดอาหาร คงความอ่อนเยาว์ 

คงไม่มีผู้หญิงคนไหนปรารถนาที่จะมีตีนกาอยู่บนใบหน้าเป็นแน่ แต่เพราะตัวเลข ที่เพิ่มมากขึ้น
ทำให้เรื่องของริ้วรอยเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้!! อยากให้ริ้วรอยลดเลือนลงไป แถมมีกระดูกที่แข็งแรง
และมีพลังมากกว่านี้บ้างมั้ยล่ะ ลองเติมสุดยอดอาหารเหล่านี้ลงในเมนูของคุณดูสิ...สดใสดูอ่อนกว่าวัย Stay looking young
เพียงแค่เลือกรับประทานอาหารที่ว่ามาทั้งหมดนี้ เพียงอย่างน้อย 1 อย่าง เป็นประจำทุกวัน ก็จะช่วยให้เส้นผมดำขลับ
เงางาม ผิวพรรณผุดผ่องและดวงตาเป็นประกาย

1. บลูเบอร์รี่ :
จากผลการวิจัยพบว่า แอนโทไซยานิน (anthocyanin) สารเม็ดสีในบลูเบอร์รี่ ช่วยในการมองเห็น
ขอแนะนำให้คุณลอง ปั่นบลูเบอร์รี่รวมกับนมหรือโยเกิร์ตดู

2. พริกหยวก :
ทั้งพริกแดง พริกเขียว และพริกเหลืองต่าง มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย น้ำฉ่ำๆ
จากพริกหยวกยังจะช่วยให้สุขภาพเล็บแข็งแรง ลองนำพริกไปทำซัลซ่า โดยผสมเข้ากับมะเขือเทศ กระเทียม
พริกแดง แตงกว่า น้ำมันมะกอก และน้ำมะนาวดูสิ นอกจากจะได้ประโยชน์มหาศาล
จากเหล่าสุดยอดอาหารแล้ว ยังได้อร่อยกับเมนูเด็ดจากฝีมือของคุณเองอีก

3. กะหล่ำปลี :
เห็นเขียวๆ ม่วงๆ อย่างนี้รู้มั้ยว่ากะหล่ำปลีนั้นอุดมไปด้วยวิตามินเอ, ซีและเบตาแคโรทีน ที่จะช่วยในเรื่องของผิวพรรณ
เพียงหั่นกะหล่ำปลีบางๆ แล้วนำลงไปผัดกับขิงและกระเทียม เพียงเท่านี้ก็ได้อาหารมื้อค่ำสำหรับตัวคุณเองแล้ว

4. วอลนัท :
ทองแดงในวอลนัทช่วยคงสภาพสีผมของคุณไม่ให้เปลี่ยนสีก่อนวัยอันควร ลองโรยวอลนัทลงบนสลัดหรือโยเกิร์ตก็ไม่เลวนะ

5. แอปริคอท :
สารเบตาแคโรทีนในแอปริคอทช่วยชะลอการเสื่อมถอยของ เลนส์ตา ช่วยในการมองเห็นได้ดี
ใส่แอปริคอทลงไปในสตูว์ไก่ ผสมกับขิงและอบเชยให้ได้กลิ่นอายแบบโมร็อคโค

6. อะโวคาโด :
การรับประทานอะโวคาโดช่วยทำให้ผิวเรียบเนียน และปกป้องผิวจากอันตรายที่เกิดจากแสงแดด
เนื่องจากอะโวคาโดอุดมไปด้วยวิตามินอี บดอะโวคาโดโรยหน้าโอ๊ตเค้กเป็นของทานเล่นดูก็ได้

7. สตรอเบอร์รี่ :
วิตามินซีและ สารบางอย่างในสตรอเบอร์รี่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของผนังเส้นเลือดผลไม้สีแดงสดทรงเสน่ห์แบบนี้
เพียงแช่เย็นไว้จิ้มกินกับเกลือตอนนั่งดูทีวีก็เพลินดีไม่น้อย

8. เต้าหู้ :
หยุดยั้งผิวที่ซีดและแห้งโดยการรับประทานอาหารอย่าง เต้าหู้ เพราะ ในเต้าหู้มีสารที่จะช่วยคืนสภาพผิว
และป้องกันรอยเหี่ยวย่น ลองผัดรวมกับผักกรอบๆ หรือทำเป็นต้มจืดเอาไว้ทานเป็นมื้อเย็น
นอกจากจะช่วยคืนสภาพผิวแล้ว ยังช่วยควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี

9. ข้าวโอ๊ต :
เต็มไปด้วยเส้นใยที่ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ทั้งยังช่วยลดอาการตึงเครียด จึงทำให้รอยเหี่ยวย่นน้อยลง
เพียงโรยข้าวโอ๊ตลงบนมูสลี่ หรือนมอุ่นๆ ใส่น้ำตาลลงไปเล็กน้อยแค่นี้ก็ทานได้แล้ว
กระชุ่มกระชวยเหมือนแรกสาว Stay feeling young

10. กระเทียม :
สมุนไพรกลิ่นแรงอย่างกระเทียมมีคุณสมบัติป้องกันแบคทีเรีย ล้างพิษ และป้องกันไวรัสจากโรคภัยไข้เจ็บ
ตั้งแต่ไข้หวัดไปจนถึงมะเร็ง อาหารไทยส่วนใหญ่มีกระเทียมเป็นส่วนประกอบอยู่แล้ว

11. แครนเบอร์รี่ :
ผลไม้มหัศจรรย์ ช่วยต้านการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ จากงานวิจัยล่าสุดพบว่ายังช่วยป้องกันโรคเหงือก
และแผลในช่องท้องได้ชะงัดอีกด้วย อาจจะทำเป็นแยมไว้รับประทานกับขนมปังหรือทำเป็นซอสแครนเบอร์รี่
ไว้ทาไก่หรือเนื้อย่างก็มีประโยชน์ไม่แพ้กัน

12. ลินสีด :
ช่วยลดอาการเจ็บตามข้อต่อ เพราะอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 ที่ร่างกายใช้ในการสร้างฮอร์โมนที่มีคุณสมบัติ
ป้องกันอาการอักเสบ ลองเติมลงในน้ำปั่นหรือโรยหน้าสลัดดูก็ได้นะ

13. กีวี :
วิตามินซีและสารอาหารบางอย่างในกีวีช่วยในการไหลเวียนของออกซิเจน ลดปัญหาเกี่ยวกับระบบหายใจ
เช่น โรคหืด หอบ หั่นกีวีเป็นลูกเต๋าเสียบไม้กับมะม่วงหรือกล้วย ทาด้วยน้ำผึ้ง แล้วนำไปย่าง
อาจจะได้รสชาติแปลกใหม่ที่น่าลิ้มลอง

14. ลูกพลัม :
อุดมไปด้วยสารอาหารที่ช่วยป้องกันการถูกทำลายของไขมันซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในเซลล์สมอง
นำลูกพลัมไปเคี่ยวกับน้ำส้ม และโรยลงไปบนมูสลี่ หรือจะกินเล่น เป็นขนมขบเคี้ยวก็ไม่มีใครว่า

15. กล้วย :
เป็นแหล่งรวมของโพแทสเซียม นอกจากกล้วยจะช่วยในเรื่องของระบบการย่อยอาหารแล้วยัง
ช่วยลดอาการท้องผูก แค่ผสมเข้ากับนม น้ำผึ้ง และ อัลมอนด์ ก็จะได้อาหารเช้าที่แสนอร่อย

16. ส้ม :
การรับประทานส้มทั้งผลแทนการดื่มน้ำส้มจะช่วยให้ได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ มิหนำซ้ำวิตามินซีในส้ม
ยังช่วยป้องกันและเยียวยาโรคหวัด นอกจากนี้กากของส้มยังช่วยในเรื่องของการขับถ่ายด้วย

17. ข้าวกล้อง :
ฮอตฮิต อินเทรนด์กันอยู่พักใหญ่ เพราะอุดมไปด้วยแร่แมงกานีสที่จะช่วยให้พลังงานกับร่างกาย
โดยการให้โปรตีนและคาร์โบไฮเดรต และยัง ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายอีกด้วย
ใครที่ไม่ชอบสีจัดจ้านของข้าวกล้องก็สามารถหุงข้าวกล้องรวมกับข้าวสวยได้

18. มะเขือม่วง :
เปลือกของมะเขือม่วงอุดมไปด้วยนาซูนิน (nasunin) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยปกป้องสมองของคุณจากการถูกทำลาย
เพื่อคงความฉลาดหลักแหลมของคุณไว้ ลองนำมะเขือม่วงไปทำแกง หรือรับประทานกับข้าวกล้องก็อร่อยไม่เบา
แข็งแรงได้ใจ Stay healthy! จากการศึกษาพบว่า อะไรก็ตามที่คุณรับประทานเข้าไป
มีโอกาสที่จะทำให้โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ดีขึ้นได้ เช่น โรคมะเร็ง หรือโรคหัวใจ
เพื่อให้อัตราการเสี่ยงของคุณลดน้อยลง ลองอาหารพวกนี้ดูสิ

19. ลูกพรุน :
โพแทสเซียมในลูกพรุนช่วยลดคอเรสเตอรอลในเลือดและลดระดับความดันเลือด
ซึ่งทั้งองอย่างนี้เป็นต้นเหตุของการเกิดโรคหัวใจ เสิร์ฟคู่กับโยเกิร์ตหรือกินเล่นเป็นของว่างก็ดี

20. คะน้า :
ช่วยให้ตับของคุณผลิตเอ็นไซม์ในการต่อต้านมะเร็ง เมื่อคุณเคี้ยวคะน้า
จากการวิจัยพบว่าสามารถหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมได้
ฮืม...ม เลือกผัดคะน้าปลาเค็ม เป็นเมนูมื้อกลางวันดีกว่า (อ้อ อย่าลืมทุบกระเทียมลงไปด้วยนะ)

21. ผักโขม :
คุณจะได้รับแคลเซียมจากผักโขม ในขณะเดียวกันก็มีแมกนีเซียมที่จะ
ช่วยให้ร่างกายของคุณดูดซึมแคลเซียมได้ดี การรับประทานใบอ่อนของผักโขมในสลัด
จะช่วยให้ป้องกันโรคกระดูกเปราะและหักง่ายเนื่องจากขาดแคลเซียม

22. ราสเบอร์รี่ :
จากผลการวิจัยพบว่าสารแอนตี้ออกซิเดนท์ในราสเบอร์รี่สามารถยับยั้งการเกิดเนื้อร้ายได้
ลองนำราสเบอร์รี่ไปราดด้วยช็อกโกแลตเหลวแล้วไปแช่เย็นดูสิ

23. ถั่วงอก :
สารประกอบ ที่พบในถั่วงอก สามารถช่วยลดระดับไขมันในเส้นเลือด นอกจากนี้ถั่วงอกยังประกอบด้วย
สารอาหารในปริมาณสูง ซึ่งจะช่วยเรื่องโรคเล็กๆ น้อยๆ ของสตรีในวัยหมดประจำเดือนถั่วงอกผัดกับเต้าหู้
ทานกับข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อยไม่เบา

24. บล็อคโคลี่ :
การรับประทานบล็อคโคลี่เป็นประจำ จะช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจได้ถึง20% และยังมีวิตามินซีที่
ช่วยป้องกันการปวดกล้ามเนื้อ ปวดตามข้อ และโรคไขข้ออักเสบได้ด้วย ลวกใส่ในสลัด หรือผัดกับกุ้งสดก็ไม่เลว

25. บีทรูท :
เนื้อของบีทรูทอุดมไปด้วยเบต้าไซยานิน ซึ่งเป็นสารต่อต้านมะเร็งรับประทานโดยการนำไปตุ๋นหรือย่าง

26. องุ่นแดง :
จะช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดเลือดจับตัวเป็นก้อน และดักจับไขมันในเลือดที่จะเป็นอันตราย
ต่อเส้นเลือดแดงของคุณ ใส่องุ่นแดงลงในสลัดหรือดื่มไวน์แดงสักแก้วระหว่างมื้อค่ำ

27. ปลาที่มีไขมัน :
แซลมอน หรือเนื้อปลาชนิดอื่นๆ ที่มีไขมันปนอยู่บ้างนั้น สามารถช่วยปกป้องคุณจากโรคภัยไข้เจ็บมากมาย
อีกทั้งโปรตีนในเนื้อปลายังช่วยในเรื่องของสมอง ว่ากันว่าให้เด็กๆ กินปลาแล้วจะฉลาด ปลานึ่ง
ปลาย่างราดซอสอร่อยๆ ล้วนเป็นทางเลือกที่ดี

28. มะเขือเทศ :
สารไลโคพีนี (lycopene) ในมะเขือเทศจะช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด
และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ที่สำคัญช่วยให้ผิวสวยอย่าบอกใครเลยเชียวล่ะเลือกเอาเลยว่าคุณอยาก
จะใส่มะเขือเทศลงในอาหารอะไรบ้าง

29. หัวหอม :
หัวหอมที่มีกลิ่นไม่หอมเหมือนชื่อนี้จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดทั้งยังช่วยในการรักษา
และป้องกันโรคเบาหวาน ซอยเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ ใส่ในไข่เจียว หรือซอยใส่อาหารประเภทยำ
ช่วยเพิ่มรสชาติได้ดีทีเดียว



เคยเห็นกันรึยัง  :44:
Las Noches Rubicundior

ดาเฉยๆ

ยังเลย  :25:

แต่นอกจากสตรอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ และพวกผลไม้ก็ไม่มีอันไหนน่ากินซักอย่าง
พริกหยวก  :41: :41: :41:

Soris0ri



เป็นอะไรกับชินจังปล่าวดา  :30: อร่อยนาาาา ลองสิ  :25:

เราสิไอ้ 29 ข้อที่ว่ามา นั่นกินได้หมดเลย  :30:
แต่ลินสีดนี่น่าจะยังไม่เคยลอง
Las Noches Rubicundior

ส้ ม ♥


ว่าแต่ลินสีดมันคืออะไรรึ :09:
หนังเย็บมือ Homemade www.facebook.com/oxhour

psyfer

เิอ๊ะ ลินสีดนี่กินได้ด้วยเหรอ  :09:

เพิ่งรู้แฮะ โดยปกติเห็นเค้าเอาน้ำมันมาผสมสี
หรือ เอาเส้นใยไปทำผ้าลินิน ค่ะ
ในไทยไม่ค่อยมี แต่ หาดูได้ที่อ่างขาง
ปัจจุบันไม่รู้เค้าขยายพื้นที่ปลูกลงมาข้างล่างหรือเปล่านะ

Nichnan

เคยเห็นแบบที่โรยหน้าขนมปัง ทำเหมือนโรยงา

Piix

อ้างคำพูดจาก: น้องจ่อย เมื่อ 22 ธ.ค. 2007, 20:28 น.
เค้าบอกว่าผู้หญิงมีขนอ่อน มีหนวดเป็นไร ๆ สวยนะดา 

เชื่อนัทดิ   :22:


อ่า

เราขนที่แขเต็มเลย ไรผมที่หน้าผากอีกยาวมาก คล้ายลิงเลยอ่ะ

ควรเอาออกบ้างไหมอ่ะ



ปล. วันนี้ทาแป้งก่อนออกจากบ้านด้วยแหละ

psyfer

ถ้า สีมันเข้มก็ไปกัดสีให้อ่อนไหม
ไรผมที่หน้าผากในรูปก็ไม่เยอะนี่นา
บางคนเค้าว่าขนยาว ๆ นี่เซะซี่ นาว้อย



ปล.ทาแป้ง แล้วหวีผมไหมปิ๊ก  :37:

Piix

ในรูปไม่เยอะหรอกเจ๊ เพราะเราแหวกให้มันกลายเป็นผมปกติแล้ว
ถ้าดูตอนสระผมใหม่ๆ จะเห็นว่ามันยาวมาก แม่บอกว่าเป็นเพราะตอนเล็กๆ ไม่ได้โกนผมไฟ

:31:


วันหลังจะถ่ายรูปให้ดูแบบ จะๆ เลย



ปล. ทาแป้งที่บ้านแล้ว แต่ผมมาหวีที่ออฟฟิส เก่งเปล่าๆ

:35:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines