มุมมืดโชว์พาวฯ

เริ่มโพสต์โดย มุมมืดของสังคม, 27 พ.ค. 2007, 23:54 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

I’Boss

ไปเปลืองเว็บอื่นแทน
지금은 소ë...€ì‹œëŒ€ , 앞으로ë,, 소ë...€ì‹œëŒ€ , 영원히 소ë...€ì‹œëŒ€

คุณชาย ( 737 )

อ้างคำพูดจาก: มุมมืด อรรถวุฒิ เมื่อ 29 พ.ค. 2007, 18:44 น.
กลับมาแล้วครับ
มีทั้งหมดสามรูปในซิปนะครับ แบบสีต้นแบบ แล้วก็ปรับๆแต่งๆ สองรูป
พอดีลองแต่งที่โรงเรียนว่าจะโพสต์ให้เลย มันก็ดั๊นรู้สึกไม่สวย
เลยรอกลับมาเอาไฟล์เก่าที่บ้าน พอกลับมาเทียบๆกัน
มันก็.....เอาไปเลือกเองเลยละกันอุอุ :25:

ลิงค์นี้นะครับ http://www.box.net/shared/matgrs9757
ป.ล.ไม่อยากให้เปลืองที่เว็บฟอนต์ครับ
:22: ในความเห็นผมนะครับ ผมชอบ sakura1 นะครับ เพราะไดนามิกส์ของภาพ ส่วนสองกับสามก็โอเคนะครับ แต่ดูเหมือนจะปรับแสงจะให้ออกโอเวอร์ไปนิด   :42:
สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

มุมมืดของสังคม

มาต่อกันหัวข้อที่3
โรงเรียนวิชาชีพที่เรียกกันว่า "เซมมง"

เกี่ยวกับการเรียนกราฟฟิก ถ้าให้เปรียบเทียบกับที่เมืองไทย ผมคงพูดได้ไม่เต็มปาก
เพราะไม่เคยเรียนด้านนี้ที่เมืองไทยเลย แต่ที่ฟังจากเพื่อน จากรุ่นพี่
ก็ดูว่าจะคล้ายๆกันครับเกี่ยวกับวิชาเรียน
ผมเลือกเรียนเซมมงแทนที่จะเรียนมหาลัยเนื่องจากตอนนั้นโง่ภาษา(ตอนนี้ก็ยังโง่อยู่... :05:)

มาปูพื้นเรื่องเซมมงกันหน่อย...
เซมมงก็คือ เข้าไปเรียนเพื่อจะออกไปประกอบอาชีพทางนั้นๆโดยตรง
ในญี่ปุ่นมหาลัยมีเยอะมากๆครับ ห่วยๆนี่ยิ่งเยอะ ซึ่งบางทีนักศึกษาที่จบมหาลัย
ก็เพียงแต่ได้กระดาษมาหนึ่งใบ แต่ทำอะไรเป็นบ้างไม่ทราบ (คล้ายๆที่ไหนเนี่ย :25:)

เซมมงจึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น และยังได้รับการสนับสนุนจากบริษัทห้างร้านต่างๆ
มีภาษีกว่ามาก ถ้าเทียบกับวิทยาลัย หรือศูนย์วิชาชีพในเมืองไทย

เซมมงผมเรียกได้ว่าดังมากๆ ถ้าพูดโรงเรียนนี้ คนนอกคันไซ(ภูมิภาค)อาจจะไม่รู้จัก
แต่ถ้าพูดชื่อเจ้าของโรงเรียนแล้ว รู้จักกันเกินครึ่งประเทศแน่นอน
"อุเอดะ กั๊กคุเอน" คือโรงเรียนที่ถูกก่อตั้งปีนี้เป็นปีที่หนึ่งร้อย.....(ลืม แต่ร้อยกว่าปีชัวร์ๆ)

ถ้าจบจากโรงเรียนนี้มีบริษัทอ้าแขนต้อนรับคุณแทบจะ 100% เลยทีเดียว
ที่ดังมากคือแฟชั่น(เฉพาะแฟชั่นนี่มีสามตึก... :25:) รองลงมาคือกราฟฟิก และอิลัสเตรท

ที่โม้มาตั้งเยอะนี่ อยากจะเล่าถึงพื้นการศึกษาของเขาแบบนี้ว่า
มันทำให้ประเทศเขาเจริญได้จากการที่มีโรงเรียนผลิตผู้มีความเชี่ยวชาญพร้อมใช้
แบบนี้ให้กับตลาดอยู่อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังไม่ถูกนำไปเปรียบเทียบดูถูก
กับเด็กมหาลัย(แต่ประเทศไทย ตรงกันข้าม...)

แต่ไม่มีอะไรได้มากฟรีๆ...ค่าเรียนก็ว่าแพงแล้ว ยิ่งโรงเรียนที่มีดีกรีการันตีว่า
คุณได้งานแน่ๆถ้าเรียนที่นี่ คุณเก่งแน่ๆ ก็ยิ่งแพง ค่าเทอมโดยทั่วไปของเซมมง
ประมาณ 600,000-1,000,000 เยนต่อปี (โรงเรียนผมล้านเยนต่อปี :05:)
ป.ล.อย่างโรงเรียนอาหารที่ผมรู้จักที่นึง ดังมากๆในญี่ปุ่น ชื่อว่า ซึจิ tsuchi
เรียนปีละ 2 ล้านเยน!...เองครับ แต่จบไปโรงแรม ร้านอาหาร เดินมาจองคุณเป็นขบวน
บล็อกในมุมมืด
because we always.....expecting

มุมมืดของสังคม

อ้างคำพูดจาก: ชายสมชาย เมื่อ 29 พ.ค. 2007, 19:04 น.
   :22: ในความเห็นผมนะครับ ผมชอบ sakura1 นะครับ เพราะไดนามิกส์ของภาพ ส่วนสองกับสามก็โอเคนะครับ แต่ดูเหมือนจะปรับแสงจะให้ออกโอเวอร์ไปนิด   :42:

อย่างที่พี่ชาย กับพี่แอนว่าแหล่ะครับเรื่องสีของรูป
ผมเนี่ยติดมากๆ ชอบสีแบบนี้มากครับ (เล่นโลโม่มากไป)
เวลาปรับรูป ต้องทำให้มันแป๋นๆ ทุกครั้งเลยให้ตายสิ :44:
บล็อกในมุมมืด
because we always.....expecting

มุมมืดของสังคม

รูปนี้อยากอวดมากๆๆๆๆๆ
คั่นด้วยงานดราฟมือรูปแรก เจนิเฟอร์ คอเนลลี่

ผมไม่เก่งเสก็ตซ์ ผมไม่ชอบวิชาเสก็ตซ์ ทำให้ดักดานเป็นจุดอ่อนจนถึงปัจจุบันนี้
แต่ทำยังไงๆ ก็ไม่ชอบ ไม่อยากวาด แต่คิดว่าจะฝึกวาดการ์ตูน อาจจะทำให้พอถูไถ
ทำให้วาดคน สิ่งของ ได้ดีมากขึ้นกว่านี้... :05:

ที่เห็นสวยๆแบบนี้ (ผมชมตัวเอง :30:) เพราะทาบ :08: และทำเป็นรูปที่สาม
แต่อย่างที่บอกว่าอ่อนเสก็ตซ์แสงกับเงาก็เลยโง่ไปด้วย เลยภูมิใจกับไอ้รูปนี้มาก
กลับเมืองไทยจะไปใส่กรอบติดข้างฝา จริงๆนะ :25:
บล็อกในมุมมืด
because we always.....expecting

มุมมืดของสังคม

ต่อๆ เกี่ยวกับวิชาที่ผมเรียนที่นี่
เขาให้เรียนสองปี (จะได้เรียนสามปีถ้างานส่งจบ ไม่ผ่าน)

ปีแรก
ก็ได้เรียนวิชาง่ายๆ โดยเน้นไปทางการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และก็มีพวก DIY แบบยากๆ
มีเรียนธรรมชาติของศิลปะ ทฤษฏีศิลปะที่สำคัญๆ  แล้วก็เรียนการใช้โปรแกรมที่ใช้ใน
งานดีไซน์พื้นฐานหลักๆ เช่นพวกอิลัส ฉ็อบ และก็พวกดรีม (ไม่สอนแฟลช...จิ๊)
วิชาที่ยากที่สุด(สำหรับผม) คงเป็นวิชาเสก็ตซ์นั่นแหล่ะครับ เรียนเต็มๆหนึ่งปี

เก็บคะแนนด้วยการสอบ(นรกมากแปลๆทำๆ ไปได้ไม่ถึงครึ่ง...ปี๊ดหมดเวลาประจำ :05:)
ส่งงาน และพรีเซนต์งานจบปีหนึ่ง 1ชิ้นซึ่งงานชิ้นนั้น ของทุกคน
โรงเรียนจะนำไปจัดแสดงที่แกลลอรี่เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์
งานใหญ่มาก ถ้างานห่วยจารย์ไม่ให้ผ่านแน่นอน คนมาดูก็จะมีพวกบริษัทต่างๆ
ที่เกี่ยวกับงานออกแบบล้วนๆ (บริษัทแชมพูอะไรเฮิร์ปๆนี่มาทุกปี...)

เพียงแค่งานชิ้นเดียว แต่มันเป็นความรับผิดชอบที่ใหญ่มากที่สอนหลายๆอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขัน ความรับผิดชอบ รวมถึงเป็นจุดที่สร้างคอนเนคชั่น
กับคนในสายงานเดียวกันด้วย อีกทั้งยังสร้างโอกาสรับงานได้อีกด้วย

จบหนึ่งปี ไม่มีค่อยมีผลงานอะไรเหลือหรอก เอามาทำพอร์ทแทบไม่ได้
ทั้งๆที่ก็ทำงานกันตั้งเยอะ แต่ที่เป็นแบบนี้ผมคิดว่าเพราะทุกคนเก่งขึ้นครับ
มองออกว่างานแบบไหนจะใช้ได้ใช้ไม่ได้


ปีสอง
ปีนี้เราจะได้เลือกสายเรียนที่ถนัดกับตัวเอง ประกอบด้วย เว็บดีไซเนอร์
ดีไซน์สายงานพิมพ์ และแพคเกจดีไซน์
ผมเลือก SP (แพ็คเกจดีไซน์) เหมือนสวรรค์กลั่นแกล้งครับเด็กปีสอง
งานพรั่งพรูกันอย่างไม่ขาดสาย ใหญ่ๆทุกงาน และต้องใช้ความรู้ที่เรียนมาจาก
ปีหนึ่งทั้งหมดมาประยุกต์ใช้ในปีสอง


ผมว่าระบบการเรียนมันรวดเร็ว มันเห็นผล และต่อเนื่องมากครับ
ช่วงที่มีงานแสดงอะไรใหญ่ๆ โรงเรียนก็จะมีโปรแกรม พาไปดูอย่างต่อเนื่อง
เขาไม่ได้เน้นพวกงานศิลปะนะครับแต่เน้นสิ่งที่จะเป็นประโยชน์เมื่อคุณต้องทำงาน
เช่นนิทรรศการกระดาษ ที่รวมโรงงานกระดาษ โรงพิมพ์ต่างๆไว้
นิทรรศการที่เพิ่งไปมาล่าสุดนี่คือ นิทรรศการสื่อสิ่งพิมพ์ มีพวกเครือ่งพิมพ์มาขาย
มีบริษัทสิ่งพิมพ์ต่างๆ คืองานพวกนี้ที่เขาให้ไปเพื่อสร้างคอนเนคชั่นล้วนๆครับ
และก็เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา นี่เป็นข้อดีที่ผมชอบมากครับ

ปีสองนี่มีพิเศษตรง เขาพา(บังคับ)ไปทรรศนศึกษาที่อิตาลีครับ
แต่เงินคุณต้องออกเองนะ ไม่ได้รวมอยู่ในค่าเทอม ใครไม่ไปก็ได้
แต่ให้งานพิเศษ จบได้เหมือนกัน แต่ได้รับใบจบแบบเกรดบี...อึ้งกะมัน :07:



เมาตัวหนังสือกันแล้วมั้งครับเนี่ย :38: สรุป
เรียนสองปี แต่แน่นมากๆ อาจารย์ที่สอนทุกท่านมีชื่อเสียงหมด
ลงหนังนิตยกันเดือนเว้นสองเดือนทั้งนั้น แต่ไม่กักความรู้กันเลย
ระบบเข้มข้น ถึงเนื้อถึงกึ๋น วิจารณ์งานกันทีลงไปดิ้นตายได้เลย ไม่มีเกรงใจครับ
ถ้าคุณไม่ท้อแท้ และรู้จักพัฒนาตัวเองรุ่นครับ (อยู่ที่ไหนก็รุ่ง)

เดี๋ยวหลังจากนี้จะเอางานในวิชาเรียนมาลง
และบรรยายวิธีสอน วิธีฝึกคิดของทีนี่ให้ฟังครับ อาจจะไม่เยอะแต่ก็ยังพอมีครับ
บล็อกในมุมมืด
because we always.....expecting

Buob Marley

ชอบรูปเดียวกะเก้อเลย :25:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

ยุนเอ



ชอบรูปซากุระสุดท้าย  :25:

ชอบสี และ คอมโพส
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

เง็ก เจสสิก้า อาม่า

วิจารณ์นะ  ไม่ชอบยิ้มของคนถ่ายรูป  แต่ชอบสีในรูปมากๆ เลย  ซากุระ 3 จ๊าบสุดตีนค่ะ

:38:  ยาวแต่ก็อ่านจนจบค่ะ  












ปล.ไอคุณแอนดูนี่น่าจะไปเป็นพิธีกรนะ  จับประเด็นมาเอ็นจอยเก่งจริงพ่อคุณ :43:
But there is not enough time,
And there is no, no song I could sing
And there is no, combination of words I could say
But I will still tell you one thing
We're better together.

มุมมืดของสังคม

น้อมรับขอบคุณทุกคำชมครับ

จับประเด็นมาให้ผมเมื่อยได้อย่างแรง ทั้งพี่เก้อกับพี่แอน
เพราะอีกยาว...:42:

เบื่อหรือยังล่ะครับทุกท่าน?
ป.ล.ยิ้มผมเป็นอะไรล่ะครับนี่... :38:
บล็อกในมุมมืด
because we always.....expecting

Buob Marley

วุดนี่น่าเหมือนใครน้าาา :42:

นึกออกแล้วจะบอกนะครับ :40:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

มุมมืดของสังคม

ไม่เหมือนนะ แค่คล้ายๆ :07:
เรียกพี่ต้องด่วน :42: (พี่เขาบอกเองว่าไม่เหมือนนะ)
บล็อกในมุมมืด
because we always.....expecting

Buob Marley

ไม่ใช่อย่างนั้น {หมีโหด}
ใครสักคน แต่นึกไม่ออก
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

มุมมืดของสังคม

ผมว่าผมหน้าไม่โหลนะ แต่เจอจังๆก็สามคนแล้ว
ที่มีคนว่าหน้าคล้ายกัน

คนแรกตอนเด็ก 4ขวบ ลูกของลูกค้าแม่
เหมือนดั่งฝาแฝด แม่บอกว่าเราเป็นลูกเก็บมาเลี้ยง ร้องไห้เลย :30:
คนที่สองพี่ต้อง... :46:
คนที่สาม...เบน ชลาทิศ...ท่าจะเหมือนตรงหุ่นนี่แล :42:
บล็อกในมุมมืด
because we always.....expecting

เง็ก เจสสิก้า อาม่า

คือว่าคือ...นี่มันความเห็นส่วนตัวไม่ได้เกี่ยวกับงานที่แสดงออกมานะ....เอ่อ  คือว่าคือ...

ยิ้มแบบนี้  ไม่น่าจะใช้สีได้แบบนั้นอะ   :02: :02: :02:
But there is not enough time,
And there is no, no song I could sing
And there is no, combination of words I could say
But I will still tell you one thing
We're better together.

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines