จ่ายภาษีกันหรือยัง!?

เริ่มโพสต์โดย แอ๊ะ, 09 มี.ค. 2006, 09:20 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

icez

ลงมาข้างล่าง เจอคนจากสรรพากร
" จ่ายภาษีกันหรือยัง!? "

✌

เอาปืนจ่อชี้กางเกงในแล้วบอกว่า เนี่ยเสียภาษี ณ ที่จ่ายแล้ว

Buob Marley

ฮาตั้งกะหน้าที่แล้ว นึกว่จะหมดแล้ว ยังมีต่ออีก  :30:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

ดาเฉยๆ

วันนี้แม่ให้จ่ายภาษีให้

หาอยู่นานว่าใชะอะไรเป็นยูสเซอร์เนม พาสเวิร์ด
ของแม่ใช้เลขประจำตัวประชาชน
ของพ่อใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษี

แถมใช้หมาย่างไม่ได้อีกต่างหาก

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป  ล๊อกอินได้  ใส่ค่าผ่าน

แม่ไม่รู้ว่าค่าประกันที่เกิน 10000 เอาไปใส่ตรงไหน




สรุปว่าเอาไปให้พนักงานเค้ากรอกเหมือนเดิม  :39:

แอ๊ะ

#244
ค่าประกันสูงสุดมันได้ 50,000 แต่ทั้งนี้มันมีเงื่อนไขอยู่นิดหน่อยตามที่แอบอ้างมา ใส่ในหัวข้อ ค.รายการลดหย่อนและยกเว้นหลังหักค่าใช้จ่าย รายการย่อยที่ 6.เบี้ยประกันชีวิต

เอามาจากนี่ http://www.rd.go.th/publish/557.0.html
อ้างอิง
....
1.4 เบี้ยประกันภัย  ที่ผู้มีเงินได้จ่ายไปในปีภาษี สำหรับการประกันชีวิตของผู้มีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง โดยส่วนแรกหักได้ 10,000 บาท ส่วนที่เกิน 10,000 บาท หักได้ไม่เกินเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 40,000 บาท ทั้งนี้ เฉพาะในกรณีที่กรมธรรม์ประกันชีวิตมีกำหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และการประกันชีวิตนั้นได้เอาประกันไว้กับผู้รับประกันภัยที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในราชอาณาจักร

เห็นโบว์ถามแว๊บ ๆ เกี่ยวกับขั้นภาษี ถ้าไปดูตามลิงค์นี้ http://www.rd.go.th/publish/1780.0.html ตัดมาตามรูปด้านล่าง



จะเห็นว่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นขั้นบันได นั่นคือมีเงินได้เยอะก็ต้องจ่ายภาษีเยอะ ซึ่งตารางนี้เป็นเงินสุทธิหลังจากการหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่กฎหมายยอมให้หัก เช่น มีลูก, ดอกเบี้ยจากการผ่อนบ้าน หรือพ่อ-แม่ที่อายุเกิน 60 และไม่มีรายได้เป็นต้น อยากรู้ว่าอันไหนหักได้เท่าไหร่ ก็ตามลิงค์ด้านบน

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายขึ้น เอาหมอแมวมาเป็นตัวอย่างละกัน เงินเดือนเยอะดี (เอาแบบคร่าว ๆ นะพอให้เห็นภาพว่าเราจะจัดการภาษียังไงดี)

1.มีเงินเดือน 50,000 บาท/เดือน สิ้นปีมีโบนัสอีก 6 เดือน รวมมีเงินได้ทั้งปี = 900,000 บาท  :18:
2.เกือบไม่โสดแล้ว สามารถหักค่าลดหย่อนได้ = 30,000 บาท
3.แต่เพื่อไม่ให้ผู้เสียภาษีอดตายรัฐจึงใจบุญให้หักค่าใช้จ่ายส่วนตัวได้ = 60,000 บาท (จะได้มีแรงทำงานเสียภาษีอีก)
4.หมอแมวเป็นคนที่ไม่ค่อยใจบุญเท่าไหร่ เลยไม่มีเงินบริจาค รวมทั้งไม่อยากทำประกันชีวิต ดังนั้นจึงไม่มีเงินที่เอาไปหักลดหย่อนภาษีได้ = 0 บาท
4.มีเงินอีกตัวหนึ่งที่ลูกจ้างบริษัท โดนบังคับหักคือ "เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ" สูงสุดเดือนละ 750 บาท ทั้งปีก็ = 9,000 บาท
5.สรุปว่าหมอแมวมีเงินได้สุทธิเพื่อใช้ในการคำนวณภาษี = 900,000 - 60,000 - 30,000 - 9,000 =
801,000 บาท

เงิน 801,000 บาท เอามาคำนวณภาษีได้ดังนี้
-> แสนแรก รัฐใจดียกเว้นให้ เย้  :45:
-> ขั้น 100,0001 - 500,000 เสีย 10% = 40,000 บาท
เหลือเงินประเมินอีก 801,000 - 500,000 = 301,000 บาท
-> ขั้น 500,0001 - 1,000,000 จ่าย 20% = 301,000 x 0.2 = 60,200 บาท

รวมภาษีที่หมอแมวต้องเอาไปจ่ายให้รัฐเพื่อเอาไปพัฒนาประเทศ = 40,000 + 60,200 = 100,200 บาท  :18:

ทีนี่ถ้าหมอแมวบอกว่าภาษีก็อยากจ่ายแต่ไหงมันเยอะเหลือเกินในแต่ละปี หมอแมวมีทางเลือกในการลดภาระภาษี แต่ไปเพิ่มภาระอย่างอื่นเช่น
1.แต่งงาน แล้วรีบมีลูก  :12: (ภาระอาจจะมากกว่าภาษี  :08:)
2.ซื้อประกันชีวิตซะ ลดได้ 50,000 เท่ากับลดภาษีได้ 10,000 บาท (ขั้นภาษีอยู่ที่ 20%)
3.ซื้อกองทุน RMF หรือ LTF (การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรอ่านฉลากให้ครบถ้วน)
4.แต่งบัญชีเงินได้ แจ้งข้อมูลเท็จ
5.หาช่องโหว่ในการเลี่ยงภาษี ใช้อำนาจบีบคอสรรพากรแบบที่แม้วกับอ้อทำ
[ว่างให้เช่า]

คุณชาย ( 737 )

อ่านแล้วก็บวกให้พี่แอ๊ะงามๆเลยครับ  :33:
สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

โต


ดาเฉยๆ

ในที่สุดวันนี้ก็จ่ายภาษีผ่านอินเทอร์เน็ทให้แม่สำเร็จ



ส่วนของภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่มเนี่ย จ่ายผ่านเอทีเอ็มหรือเค้าเตอร์เซอร์วิสก็ได้นะคะ :22:
(เมื่อวานยังไม่ฉลาด  :42:)

รายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์ ต้องเสียภาษี ครับ  :33:

แต่แจ้ง ภงด.91 แว้ว
ตั้งแต่เมื่อฉันรู้จัก และฉันได้มาพบเธอ มันทำให้ฉันต้องเปลี่ยน  เปลี่ยนแปลงหัวใจฉันไป ได้เรียนรู้สิ่งใหม

โตน

เจอมาครับ  ภาษีรถ เหมือนๆจะเพิ่ม ในเร็วๆนี้

อ้างอิงกรมการขนส่งทางบกกำลังเตรียมปรับอัตราภาษีป้ายทะเบียนรถยนต์ประจำปี
   1500 SOLUNA = 4,100

   1600 COROLLA = 4,500

   1800 ALTIS = 5,300

   2000 CORONA = 6,300

   2400 CAMRY = 9,100

   3000 RAIDER/CRUISER = 14,500



อีกไม่นาน พวกกระบะ 4 ประตู เจอภาษีเป็นหมื่นแล้วครับ  เมื่อเช้านี้ขับรถมาทำงาน   ฟังข่าวแว่วๆ ว่าการจัดเก็บภาษีจะเสนอเข้า ครม.  เร็วๆนี้การปรับเก็บภาษีรถยนต์รายปี...ใหม่อัตราเพิ่ม 2 เท่า ผมได้ข่าวจากกรมการขนส่งทาง  บก ( MOTC news)    มาบอกเพื่อนๆ อีกแล้วครับ  คราวนี้รัฐเอาจริงจะปรับปรุงอัตราค่าภาษีป้ายทะเบียนรถยนต์ประจำปีทุกชนิดรวมรถบรรทุกด้วย โดยหยิบยกเอาสาระมา   เขียนให้อ่านกันที่เป็น Highlight สำคัญๆ มาได้ดังนี้


ในขณะนี้กระทรวงการคลังร่วมกับกรมการขนส่งทางบกกำลังเตรียมปรับอัตราภาษี  ป้ายทะเบียนรถยนต์ประจำปี ซึ่งเป็นการปรับภายใต้ พ.ร.บ.รถยนต์และพ.ร.บ. ขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 โดยจะปรับอัตราภาษีเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่าจาก ปัจจุบัน คราวนี้ล่ะรถใครรถมันคิดกันเอาเอง ใครเครื่องแรงแซงโลด...ต้องมาเจ็บปวดกับการรับภาระนี้ ...... แต่เอ๊!!!!!   ถ้ามีตังค์ซื้อรถได้...ก็น่าจะจ่ายค่าภาษีได้ด้วยมั๊ง   ภาษีป้ายรถยนต์ใหม่ที่จะประกาศใช้เร็วๆ นี้ จะเก็บตามขนาดความจุกระบอกสูบรถยนต์ ที่คิดเป็นลูกบาศก์เซนติเมตร หรือ ซีซี.สำหรับรถยนต์นั่งไม่เกิน 7  ที่นั่งแต่มี Highlight สุดๆ  ยิ่งกว่านั้นคือจะมีหลักเกณฑ์เก็บใหม่คือจะเก็บภาษีตามมูลค่ารถยนต์สำหรับรถยนต์นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่งที่มีราคาขายตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป ทำให้รถยนต์ราคาสูงๆ จะถูกเก็บภาษี 2 ต่อคือเก็บภาษีทั้งตามขนาด ! ซีซี.ของเครื่องยนต์ และตามมูลค่ารถ


ประเด็นที่สองอาจปรับภาษีป้ายรถยนต์เกิน 7 ที่นั่งซึ่งปัจจุบันเก็บตามน้ำหนักอีกด้วย มาดูการสร้างโครงร่างภาษีใหม่มีดังนี้

OLD ของเดิม (ปัจจุบัน) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่งเก็บภาษีโดย
* 1 - 600 cc แรก         เก็บ 50 สตางค์/ cc
* 601 - 1,800 ซี.ซี.      เก็บ 1.50 บาท/ cc
* 1,801 cc ขึ้นไป        เก็บ 4 บาท/ cc
NEW ใหม่ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 เก็บภาษีโดย
1. การปรับภาษีป้ายกรณีรถยนต์นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่ง (รถเก๋ง) อาจปรับเพิ่มภาษี   ตามขนาดความจุกระบอกสูบคิดเป็น cc ดังนี้
* รถยนต์ขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 600 cc เสียภาษี 2 บาท/ cc
* ขนาด 601-1,300 cc     เสียภาษี 3 บาท/ cc
* ขนาด 1,301-1,800 cc  เสียภาษี 4 บาท/ cc
* ขนาด 1,801-2,000 cc  เสียภาษี 5 บาท/ cc
* ขนาด 2,001-2,400 cc  เสียภาษี 7 บาท/ cc
* ขนาด 2,401-3,000 cc  เสียภาษี 9 บาท/ cc
* ขนาดเครื่องยนต์เกิน 3,000 cc เสียภาษี 12 บาท/ cc


2. การเพิ่มฐานเก็บตามมูลค่ารถยนต์ ดังนี้ รถยนต์ไม่เกิน 7 ที่นั่ง
* ราคาระหว่าง 3 ถึง 6 ล้านบาท เสียภาษี 1- 2 หมื่นบาทต่อคัน
* ราคาสูงกว่า 6 ล้านบาทจนถึง 10 ล้านบาท เสียภาษี 2-4 หมื่นบาทต่อคัน
* ราคาสูงเกินกว่า 10 ล้านบาท เสียภาษี 3- 6 หมื่นบาทต่อคัน   การเพิ่มภาษีและเพิ่มฐานจัดเก็บนี้  รัฐเห็นว่าควรส่งเสริมความเป็นธรรม การเสนอปรับภาษีป้ายทะเบียนครั้งนี้จึงไม่เพียงเน้นปรับจำนวนเงินภาษีที่ ต้องเสีย   เพื่อให้สอดคล้องสถานการณ์ความเป็นจริง เพราะไม่ได้ปรับมานานกว่า 20 ปี
ขณะที่ราคารถยนต์เพิ่มขึ้นหลายเท่าช่วงที่ผ่านมาและมีแนวคิดใหม่ให้ใช้    หลักเกณฑ์มูลค่ารถคิดภาษีด้วย   คนที่เป็นเจ้าของรถยนต์ที่มูลค่าสูง ราคาแพงๆ ควรต้องเสียภาษีรถยนต์สูงตาม อีกทั้งสอดคล้องกับนโยบายรัฐที่สนับสนุนประชาชนใช้จ่ายอย่างประหยัดไม่นิยม สินค้าฟุ่มเฟือยโดยเฉพาะสินค้านำเข้า ขณะเดียวกันการเก็บภาษีตามน้ำหนักรถ ซึ่งเป็นฐานภาษีที่ใช้อยู่แล้วปัจจุบันเก็บภาษีตามหลักการประโยชน์ที่ได้รับ....    เนื่องจากรัฐต้องใช้งบประมาณปีหนึ่ งๆ จำนวนมาก เพื่อก่อสร้างและซ่อมแซมถนนหนทางให้ยวดยานต่างๆ

รถแบบลุงโก้ ท่าทางจะปีละหมื่นกว่าๆ :14:

จริงไม่ริงยังไงบ้างครับ :42:
E entao pergunta Se eu estou em paz E eu digo sim, i feel wonderful tonight

Buob Marley

ถ้าภาษีแพงจะช่วยลดปริมาณการเพิ่มของรถได้มั้ย?
อย่างนั้นภาษีมันน่าจะแพงตามราคาด้วยมั้ย?
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

แอ๊ะ

จ๊ากกกก เครื่อง 2.4 ภาษี 9 พัน  :39:

ภาษีแพงไม่น่าจะช่วยลดปริมาณรถ (ในกรุงเทพเท่าไหร่) ถ้าจะควบคุมรถจริงต้องเอาเหมือนในหลาย ๆ ประเทศ ที่จะซื้อรถได้ต้องมีใบอนุญาต และเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก

สิ่งที่อยากเห็นคือรัฐสร้างระบบขนส่งมวลชนในเขตเมืองให้ดี จนไปถึงเขตชานเมืองซึ่งเป็นที่พักอาศัย แล้วถ้าใครจะขับรถเข้ามาในเขตเมืองก็ต้องจ่ายค่าผ่านทาง และค่าจอดรถที่แพง ซึ่งน่าจะช่วยลดความวุ่นวายของกรุงเทพลงได้บ้าง
[ว่างให้เช่า]

คุณชาย ( 737 )

 :12: ลุงแอ๊ะลงสมัครผู้ว่า กทม. เลยครับ
สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

Dayight

ฐานเสียงของชาวฟอนต์มีประมาณสองร้อยคน ลุงแอ๊ะมีโอกาศสูงเลยนะครับ
กินรอบวง

คิ้วหนาจ้ะ


SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines