www.onOPEN.com

เริ่มโพสต์โดย iannnnn, 26 ม.ค. 2006, 09:08 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ยุนเอ

http://www.onopen.com/2007/02/1439

ปราบดา ถึง วินทร์

คนไทยใจร้อน ประเด็นบ้านเมืองปัจจุบันแบบ ปราบดาๆ กับ แบบ วินทร์ๆ  :12:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

iannnnn

คอลัมน์นั้นตูไม่อยากอ่านในเว็บง่ะ
ตูรอซื้อรวมเล่ม :05:

roundbol123

อ่านรวมเล่มแล้วชอบ  :25:
:22: :47:

Zafire06


iannnnn





เป้าหมายของการไปงานสัปดาห์หนังสือทุกครั้งก็คือไปหาหนังสือใหม่ๆ จาก สนพ นี้แหละครับ
แต่เดี๋ยวนี้มีอะไรในเน็ตให้อ่านแล้วก็เลยเว้นช่วงจากการอุดหนุนไป

http://www.onopen.com/2007/01/1576
ใครอยากไปหาโอเพ่นก็กดไปดูที่ตั้งซุ้มตามลิงก์ครับ

จั๊วจ่ะ :)

 :25: อ้ะ ใกล้วันสัปดาห์หนังสือแล้ว ไม่พลาด  :40:
there are no regrets in life, just lessons . .

NUI❤ * ;

ไม่พลาดด้วยย  :33:

Rathda

งานสัปดาห์หนังสือจะมีวันไหนคะ (ขอถามหน่อยนะเพื่อความชัวร์)

NUI❤ * ;

30 มีนา - 10 เมษาค่ะ  :33:

Rathda

ขอบคุณค่ะ   :22:

(คราวก่อนก็หมดเงินไปเป็นพัน แต่ก็ได้ลายเซ็นต์นักเขียนในดวงใจ คราวนี้ก็ไม่พลาดเหมือนกัน)

NUI❤ * ;

 :25: เหมือนกันๆ

ปีที่แล้วไปซื้อเพลินไปหน่อย ไม่มีตังค์กลับบ้านเลย  :05:

ยุนเอ


การเมืองคือมายา ธรรมชาติซิของจริง

อ่านแล้วชอบ  :25:

อ้างอิงเมื่อหลายสิบปีก่อน คิวบาก็ไม่ต่างจากประเทศอื่นๆ ที่ใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงอย่างหนักทำการเกษตรเพื่อส่งออกไปขายต่างประเทศ โดยเฉพาะสหภาพโซเวียต ลูกพี่ใหญ่ของคิวบา แต่ภายหลังการแตกสลายของโซเวียตส่งผลให้การส่งออกผลิตผลทางการเกษตรของคิวบาลดลงถึงร้อยละ 80

รัฐบาลคิวบาจึงเปลี่ยนแนวคิดในการพัฒนาประเทศครั้งสำคัญ ได้ประกาศใช้นโยบายการเกษตรพึ่งตนเอง เป็นวาระแห่งชาติ กระตุ้นให้เกษตรกรหันมาสนใจการเกษตรแบบปลอดสารพิษ หรือเกษตรอินทรีย์ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ต่อต้านพืชจีเอ็มโอ และเงินทองไม่รั่วไหลออกนอกประเทศไปกับค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง

รัฐบาลคิวบาใช้เวลาไม่นาน ทำให้เกษตรแบบปลอดสารพิษ ซึ่งถือเป็นเกษตรทางเลือกของหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย กลายเป็นการเกษตรแผนหลักของคิวบา

เท่านั้นยังไม่พอ คิวบายังส่งเสริมให้ชาวเมืองหันมาสนใจปลูกผักสวนครัวกัน เพื่อลดต้นทุนการขนส่ง และรายจ่ายของแต่ละครัวเรือน


และเมื่ออ่านข้างบนเสร็จก็มาอ่านอันนี้ต่อเลย เพื่อความต่อเนื่อง

ตลกร้าย FTA ไทย-ญี่ปุ่น

อ้างอิงชาวนาไทยคนกลุ่มใหญ่ของประเทศได้ประโยชน์อะไรจากการขายข้าวหลังการลงนามครั้งนี้

คำตอบคือไม่ได้อะไรเลย

เพราะรัฐบาลญี่ปุ่นได้ยื่นเงื่อนไขต่อรัฐบาลไทยว่า ห้ามนำประเด็นเรื่องการค้าข้าวขึ้นมาเจรจาอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องชาวนาญี่ปุ่นที่ผลิตข้าวด้วยต้นทุนที่สูงกว่าชาวนาไทยถึง 10 เท่า ถ้าขืนปล่อยให้มีการเจรจาการค้าเสรีในเรื่องข้าวกับไทยแล้ว รับรองว่าข้าวไทยเข้ามาตีตลาดข้าวญี่ปุ่นกระจุย ชาวนาญี่ปุ่นเดือดร้อนแน่นอน

ที่ตลกร้ายคือแทนที่คณะเจรจาฝ่ายไทยจะยืนหยัดปกป้องผลประโยชน์ของชาวนาไทย กลับยินยอมอย่างว่านอนสอนง่าย โดยขอแลกกับการให้ญี่ปุ่นยอมเปิดตลาดเสรีให้นำเข้ากุ้ง ไก่ อาหารทะเล ที่เป็นผลประโยชน์ของบริษัทยักษ์ใหญ่เพียงไม่กี่บริษัท เข้าไปขายได้โดยไม่ต้องเสียภาษี

น่าดีใจแทน รัฐบาลญี่ปุ่นที่ปกป้องเกษตรกรของเขาอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับเมื่อเกิดปัญหาวิกฤตของขยะสารพิษในญี่ปุ่น ประเทศที่มีเตาเผาขยะมากที่สุดในโลก เผาแต่ละครั้งก็ปล่อยสารไดออกซินขึ้นสู่อากาศ ทำให้คนญี่ปุ่นเป็นมะเร็งและโรคทางเดินหายใจมากขึ้น และปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นมีค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะสูงถึงปีละ 2 ล้านล้านเยน

ดังนั้น หนทางทำการจะปกป้องคนญี่ปุ่นด้วยกันก็คือหาทางเอาขยะสารพิษไปทิ้งในประเทศกำลังพัฒนาแถบเอเชีย ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศญี่ปุ่นในขณะนี้ โดยใช้ข้อตกลงการค้าเสรีเป็นเครื่องมือสำคัญ

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

แตน

อนาถรัฐบาลไทยจริงๆ ไม่รักคนไทยด้วยกัน  :39:
นานๆ จะเข้ามาที

iannnnn

คืออีเรื่อง FTA นี่มันเป็นข้อบังคับกลายๆ ระหว่างประเทศ
ว่าจำเป็ฯต้องทำ ไม่งั้นประเทศยูล้าหลังหรืออะไรครับ?

เพราะเห็น FTA แต่ละครั้งนี่ ไม่เห็นจะได้ความอะไรเลยในมุมมองของนักวิเคราะห์
แล้วทำไมกี่รัฐบาลๆ (รวมถึงรัฐบาลเผด็จการนี้ด้วย) ถึงได้สนับสนุนมันนัก?

ยุนเอ



เหมือนกับ ข้อตกลงกลางๆ อะไรซักอย่างเพื่อประโยชน์ของประเทศนะครับ

โดยที่ทั้งสองประเทศต้องพยายามหาประโยชน์ใส่ตัวให้มากที่สุด

และเสียผลประโยชน์น้อยที่สุด 

การเจรจาจะเป็น win-win situation ในแง่ของแต่ละประเทศ

อย่างในกรณีนี้ ไทยจะได้เม็ดเงินมหาศาล  ญี่ปุ่นได้แหล่งทิ้งขยะที่ใหม่ และที่สูบทรัพยากรแหล่งใหม่   :42:

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines