อารมณ์ไหนไม่รู้แต่อยากฟังเรื่องผี

เริ่มโพสต์โดย K w a n g ! !, 23 มี.ค. 2005, 00:26 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

iannnnn

ขุดครับ










พอดีฟังเดอะช็อคที่โหลดมาเซฟไว้ในเครื่อง (ฟังทุกอาทิตย์เลยแต่ไม่เคยฟังสดๆ)
ก็เลยเจอรูปผีที่เจ๊กัมส์เคยสะกิดให้ดู เผื่อใครยังไม่เคยเห็นครับ



อ้างอิงภาพแปลกในห้องเรียนมหาลัยแห่งหนึ่ง
ภาพที่ท่านเห็น ต่อไปนี้คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับนิสิตภาคสมทบของคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เหตุการณ์เกิดขึ้นในห้อง 508 คณะสังคมศาสตร์โดยที่มีนิสิตคนหนึ่งกำลังจะหยิบโทรศัพท์ มือถือขึ้นมาถ่ายรูปเมื่อหยิบขึ้นมาและถ่ายรูปตนเอง ก็ได้เห็นบุคคล คนหนึ่งในรูปซึ่งเมื่อเธอได้เห็น ทันใดนั้นเธอก็ร้องกรีดลั่น ห้อง เรียนและบอกอาจารย์ผู้สอนกับสิ่งที่เธอได้ เห็น เมื่ออาจารย์ผู้สอนได้ฟังอาจารย์จึงหยุดสอนและ ปล่อยนิสิตกลับ บ้านทัน ที โดยได้มีเรื่องเล่ากันมา ว่าเธอคนนี้จะมาในช่วงรับปริญญาของมหาวิทยาลัย เพราะ ว่าเธอได้เสียชีวิตในช่วงรับปริญญา *****ป.ล.ไม่เชื่ออย่าลบ หลู่ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง


ยัง มี พุง

:14:ชิบหาย ...

นึกถึงตอนที่เจอที่เกาหลีเลย

texture ภายนอกประมาณนี้เลย :14:

ขนลุกทั่วตัวเลยตู
ห๊ะ! อะไรนะ!!!

Buob Marley

http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

HS-JEF

#484
เรื่องนี้ได้รับฟังมาจากพี่กิตติ ทีมงาน Rotfaithai.Com ปัจจุบันเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งพี่เค้าได้เขียนเป็นบทความ บทความนี้เป็นประสบการณ์ชีวิตของพี่เค้าในสมัยที่ฝึกงานกับการรถไฟฯ ซึ่งบทความในตอนที่ 12 พี่เค้าได้เล่าถึงเรื่องผีด้วยครับ ลองมาอ่านดูกันครับ

12. ช่างเครื่องลึกลับที่ปากปาน

สำหรับตอนนี้ เมื่ออ่านแล้วก็สุดแล้วแต่นะครับ เป็นความเชื่อของแต่ละบุคคลนะครับ จะเชื่อหรือไม่เชื่อผมก็ไม่ว่า เรื่องเร้นลับตามเส้นทางรถไฟ บนรถไฟ หรือแม้แต่บนรถจักรในยามค่ำคืนนั้น ผมเชื่อว่าบรรดาสมาชิก และบรรดาผู้อ่านทั้งหลายผมเชื่อว่าต้องเคยได้ยินเรื่องเล่า หรือบางเรื่องอาจเป็นตำนานเล่าต่อ ๆ กันมาก็ได้

ยกตัวอย่างเช่นตำนานของรถจักรไอน้ำที่มีฉายาว่า " อีแหบ " เรื่องของอีแหบนั้น เป็นมา เป็นไปอย่างไร หรือมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อย่างไร ผมก็ไม่อาจทราบได้ เพียงแต่ว่า เคยได้ยินพนักงานรถจักรรุ่นเก่า ๆ บางคนพูดถึงบ้างเท่านั้น หรือไม่ก็เล่าให้ฟังในเวลาที่ล้อมวงกินเหล้า หรือกินข้าวเย็นนอกบ้าน ในเวลาที่ตกล็อคมารวมกันหลาย ๆ คน หรือไม่ก็ตกล็อคทั้งทีม แล้วบรรดาทะโมนอย่างพวกผม หรือช่างเครื่องเด็ก ๆ ก็จะขอให้บรรดาลุง ๆ น้า ๆ หรือพี่ ๆ เล่านิทาน หรือตำนานของ ครฟ. เก่า ๆ ให้ฟัง

เรื่องเล่าในทำนองเร้นลับ ก็เป็นอีกหัวข้อหนึ่งครับที่ได้รับความนิยม และตำนานของ " อีแหบ " ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่พวกผมมักจะเรียกร้องให้บรรดาลุง ๆ ทั้งหลายให้เล่าให้ฟังเรื่องก็จะเป็นทำนองว่าสาเหตุที่รถจักรไอน้ำคันนี้มีฉ ายาว่า "อีแหบ" ก็ เพราะว่ามีเสียงหวีดที่แหบ และโหยหวน ต่างไปจากรถจักรคันอื่นในรุ่นและยี่ห้อเดียวกัน แล้วเวลาที่เข้าจอดในโรงแล้ว วันดีคืนดีก็จะแสดงปาฏิหาริย์เปิดหวีด และวิ่งออกจากโรงไปได้เองอะไรทำนองนั้น

มันก็เหมือนเรื่องเล่าในวงเหล้าทั่ว ๆ ไปล่ะครับ คนเล่าก็เล่าไป คนไม่ฟังก็คุยแข่ง ส่วนคนกลัวก็แล้วจะเล่าทำไมเนี้ยะ ? แต่ก็อยากฟัง ส่วนคนไม่เชื่อก็คอยขัดคอ แล้วก็จะมีเสียงโหวกเวกจากคนเล่าในทำนองว่า " พวกมึงจะฟังกันมั้ย? แล้วจะให้กูเล่าทำไมเนี้ยะฮึ ? " พวกเราก็จะตั้งใจฟังอีกสักพักนึงก็จะเข้าอีหรอปเดิม สำหรับผมนั้นเรื่องของ " อีแหบ " ผมจะไม่ค่อยเชื่อเท่าไรนัก แล้วก็จะนึกเลยไปว่า ก็มันรถจักรไอน้ำ ถ้าจอดเข้าในโรงแล้วดับเตาไม่ดี หรือระบายไอน้ำออกไม่หมด แล้วเวลาจอด พขร. สับเปลี่ยนจอดไม่เรียบร้อย เป็นต้นว่า ปิดลิ้นไอน้ำประธานไม่เรียบร้อย หรือไม่โยกคันกลับอาการไว้กึ่งกลาง รถมันก็มีโอกาสที่จะเลื่อนไหลไปเอง แล้วประกอบกับตัวผมเองนั้นไม่กลัวผี ผมจึงไม่เชื่อ

ไม่ใช่เฉพาะแต่เรื่องนี้เท่านั้น รวมไปถึงเรื่องลึกลับบนรถจักรคันอื่น ๆ อีกด้วย โดยมีพี่ส่งคอยขัดว่า " เออ...มึงทำเก่งไปเหอะจะเจอดีสักวัน เจอจะ ๆ สักที ขี้คร้านจะขี้หดตดหาย ไอ้เก่ง ๆ แบบเนี้ยะ " ผมก็ได้แต่พูดในทำนองติดตลกว่า " ผมไม่กลัวจริง ๆ แต่อย่ามาให้ผมเห็นก็แล้วกัน ถ้าจะมาก็มาคุยกันดี ๆ ล่ะพอไหว " แต่ถ้าถามว่าในช่วงนั้น เวลาที่วิ่งรถเที่ยวกลางคืนเคยเห็น หรือเคยเจออะไรบ้างใหม? ผมก็ตอบได้เลยว่า เคย อย่างเช่น คืนนึงลุงรัสกับผมรับขบวน 8 ด่วนเชียงใหม่ ไปส่งที่นครสวรรค์ หลังจากออกจากพิษณุโลก จะไปหยุดรับส่งผู้โดยสารอีกทีก็สถานีพิจิตร โดยเที่ยวนี้ ผมเป็นคนขับตั้งแต่เริ่มออกจากศิลาอาศน์ จนกระทั่งผ่านสถานีแม่เทียบไป พอท้ายขบวนพ้นประแจสวน ผมก็เร่งส่งตามฟอร์มเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ขณะที่ความเร็วของขบวนรถกำลังไต่ขึ้นอยู่นั้น อยู่ ๆ ลุงรัส เปิดหวีดสนั่น พร้อมกับหันมาบอกผมว่า " เฮ้ย! ไอ้หนุ่มคนเดินอยู่กลางรางนั่นน่ะเห็นมั้ย ? " ผมก็ตอบลุงว่า " ไหนลุงไม่เห็นมี " เพราะผมไม่เห็นจริง ๆ แต่ด้วยสัญชาตญาณ ผมก็ปิดคอนโทรล เตรียมลงห้ามล้อทันที ชั่วขณะที่ลุงหันมาหาผม แล้วหันกลับไปมองอีกทีแล้ว ลุงรัสก็บอกว่า " อ้าวเฮ้ย ! หายไปไหนแล้ววะ? " ขบวนรถวิ่งต่อไปอีกสัก 2 - 3 กม. เห็นจะได้ คราวนี้ทีผมบ้าง ผมมองเห็นเหมือนคนนอนขวางรางอยู่ เมื่อเห็นดังนั้นผมก็เปิดหวีด 2 - 3 ครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล ผมพยายามเพ่งมองดูให้ชัดว่ามันอะไรแน่ ? แต่มองยังไง ก็เป็นคนนอนขวางอยู่ดีนั่นแหละ ผมเปิดหวีดอีกครั้ง พร้อมทั้งปิดคอนโทรล และลงห้ามล้อ เมื่อเห็นว่าเหลือระยะทางอีกไม่มากนัก ผมเปิดหวีดเตือนถี่ ๆ แต่ก็ไม่เป็นผล ขบวนรถยังพุ่งลิ่วเข้าใส่คนที่นอนขวางอยู่ ลุงรัสร้อง เฮ้ย! พร้อมกับเปิดท่อลมห้ามล้อฉุกเฉินฝั่งช่างเครื่อง แต่ก็ไม่ทันการณ์

พอรถหยุด ผมกับลุงลงไปดู พอเดินผ่านตู้สัมภาระ พรร. " หยุดทำไมพี่ ? " ลุงรัสบอก " ทับคนว่ะ นอนขวางเลย " ผมก็ไม่ได้สังเกตว่า พรร. ไม่ได้ตามลงมาดูด้วย ก็เดินฉายไฟคนละด้านส่องกันตั้งแต่หัวขบวนยันท้ายขบวน ก็ไม่พบอะไร เสียงลุงรัสพูดมาจากอีกฝั่งนึงของขบวนรถ " เอากูแล้ว " แล้วหัวเราะหึ ๆ ผมขนลุกซู่เลย คราวนี้ทั้งลุงทั้งหลานต่างจ้ำแข่งกันกลับมาที่รถจักร โดยลุงรัสข้ามฝั่งมาเดินกับผม แล้วก็ออกรถไปโดยลุงรัสบอกว่า " เดี๋ยวถึงบางกระทุ่มแล้วจอดถามอะไรเขาสักหน่อยดีกว่า "

จนกระทั่งถึงสถานีบางกระทุ่ม ผมก็ย่องเข้าไปนายสถานีโบกไฟฉายอยู่บนชานชาลา ผมหยุดเอารถจักรเทียบตรงหน้านายสถานีพร้อมกับส่งห่วงทางสะดวกให้ นายสถานีถามผมว่า " เห็นเหมือนหยุดอยู่ตั้งนานทำไมไม่เข้ามาสักที ? " ผมก็เลยถามย้อนกลับไปว่า " ตรงนั้นมีคนตายหรือเปล่า ? " นายสถานีไม่พูดแต่พยักหน้า แล้วบอกว่า " คนเมาโดนดีเซลรางชนเอาเมื่อสองสามวันก่อนตอนกลางคืน เจอเหรอ ? " ลุงบอกว่า " ก็เออน่ะสิ " คนการที่ยืนอยู่ด้วยบอกว่า " เมื่อคืนพวกรถน้ำมันเจอแบบพี่นี่แหละ แล้วลงไปดู มันเดินออกมาจากใต้ท้องรถแล้วหายไปต่อหน้าต่อตาเลย " ผมก็ไม่ว่าอะไร ต่อเมื่อนายสถานีไล่ให้ไปได้แล้ว เพราะเขาขอทางไปท่าฬ่อให้ตั้งนานแล้ว แล้วหลังจากนั้นเหตุการณ์ก็ผ่านไปด้วยดีจนถึงนครสวรรค์

หลังจากนั้นอีก 3 - 4 วัน ผมต้องไปขบวน 37 กับพี่ส่ง วันนั้น ช่วงกลางวันเรามีมีทติ้งกันนิดหน่อย ประมาณว่าที่บ้านลุงรัสเค้าทำมื้อกลางวันกินกัน แล้วก็มาเรียกพวกผมไปกินด้วย พี่ส่งแกเล่นส้มตำปลาร้ามากไปหน่อยเล่นเอาจู๊ด ๆ ไปเลยจนถึงเวลารับรถ ผมเห็นพี่ส่งหน้าเซียวมา โดยมีลุงรัสเดินตามมาส่ง พลางพูดว่า " ไอ้ส่งไปใหวมั้ย? ถ้าไม่ใหวเดี๋ยวกูไปแทน แล้วมึงค่อยไปล็อคกูวันพรุ่งนี้ " ถ้าล็อคลุงรัสในวันพรุ่งนี้เป็นเที่ยวขึ้น ไม่แน่ พี่ส่งแกอาจยอมแลก แต่มันเป็นเที่ยวล่อง เรื่องอะไรพี่ส่งแกจะยอม ถึงจะคลานไป แกก็ไปเพราะล็อคนี้มันมีความหมายสำหรับพี่แก พอขบวนรถมาถึงผมจำไม่ได้ชัดเจนว่าเป็นรถจักรเบอร์อะไร ? จำได้แต่ลาง ๆ ว่าเป็น 41xx จนกระทั่งมาคุยกับป๋า ป๋าก็บอกผมชัดเจนว่าต้องเป็น 4104 แน่นอน

พอขึ้นรถพี่ส่งขับก่อน แต่สังเกตดูแล้ว สีหน้าท่าทางแกไม่สู้จะดีนัก วันนี้พี่ส่งขับรถไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไรนักจนกระทั่งถึงเด่นชัย พอรถหยุดสนิทพี่ส่งก็บอกว่า " เออ ! เดี๋ยวถ้าเค้าให้เขียวก็ไปเลยนะไม่ต้องรอ ไม่ไหวแล้วว่ะ " แล้วก็เปิดประตูรถจักรลงไป ผมลุกมานั่งแทนแล้วมองจนกระทั่งพี่ส่งขึ้นไปที่ตู้สัมภาระเรียบร้อย

พอทางสถานีให้สัญญาณปล่อยรถออก ผมก็พาขบวนรถเดินทางต่อไปตามปกติ โดยที่ใช้ความเร็วไม่สูงนัก เพราะจากสถานีเด่นชัย ขึ้นไปจนถึง บ้านปิน นี่ จะรับส่งห่วงทางสะดวกด้านซ้ายแล้วต้องขับ รับส่งห่วงทางสะดวกด้วยโดยที่ไม่มีช่างเครื่อง ก็เลยขับช้าลงหน่อย สถานีต่อไปจะต้องหยุดรับส่งผู้โดยสารตาม ปดร. คือสถานีบ้านปิน ฉะนั้น ช่วงนี้คือ จากเด่นชัย ปากปาน แก่งหลวง จนถึงบ้านปิน ผมต้องอยู่บนรถจักรคนเดียวก็คงมีแต่เสียงเครื่องยนต์ และแสงไฟหน้ารถล่ะครับที่อยู่เป็นเพื่อน กว่าพี่ส่งจะได้ขึ้นมาอีกที ก็บ้านปินนั่นแหละ

ขบวนรถผ่านสถานีปากปานไป โดยที่ผมรับและส่งห่วงทางสะดวกตามปกติ โดยที่ไม่ลืมเปิดดูลูกตราที่อยู่ในห่วงนั้นด้วย จนกระทั่งขบวนรถผ่านเสาออกของสถานีปากปานไปได้สักหน่อย มีเสียงเหมือนมีใครเปิดแล้วปิดประตูห้องเครื่องทางฝั่งช่างเครื่อง ผมก็ยังสงสัยว่าเราปิดประตูห้องไม่สนิทหรือเปล่าก็ไม่ได้สงสัยอะไร แล้วก็ไม่ได้สนใจ

สักพักเอาอีกแล้ว เอ..ทีนี้ชักยังไง ? เลยหันไปดู ก็กะว่าจะลุกไปดูประตู แต่ในทันทีที่ผมหันไป สิ่งที่กระทบเข้ากับคลองจักษุที่ทำให้ผมต้องตกใจสุดขีดก็คือ ใครก็ไม่รู้ ? แล้วมาตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่ทราบ ? ยืนสูงทะมึน หัวค้ำถึงเพดานห้องขับ หน้าขาวซีดเห็นแต่เบ้าตาเป็นสีดำโดยที่มองไม่เห็นลูกนัยน์ตา เมื่อมองลงทางด้านล่างก็เห็นแต่ชายขากางเกงลอยอยู่ ไม่เห็นเท้าที่ควรจะยืนอยู่บนพื้น

ท่านผู้อ่านครับ ถ้าเป็นท่าน ๆ จะทำอย่างไร ? พื้นที่บนห้องขับของรถจักรก็มีอยู่แค่นั้น แล้วรถก็กำลังวิ่งอยู่ ความรู้สึกของผมในเวลานั้น มีความรู้สึกเหมือนกับว่าหัวผมเหมือนมันจะโตออกไปอีกสัก 3 เท่า ขนลุกชันไปทั้งตัว น้ำลายออกมาสอเต็มกระพุ้งแก้ม แต่ก็ยังรวบรวบสติสัมปชัญญะที่ยังเหลืออยู่เพียงน้อยนิดไม่ให้ขาดผึงแล้วเปิ ดประตูรถกระโดดออกไป

ผมนั่งตัวตรง ตามองตรงไปข้างหน้าโดยไม่พยายามมองไปทางข้าง แล้วพยายามสวดมนต์ แผ่เมตตาไปให้ พลางนึกบอกว่าจะเอาอะไรแล้วจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ ผมนั่งแผ่เมตตาให้ไป ในขณะที่ขบวนรถยังวิ่งไปเรื่อย ๆ ซึ่งผมยังต้องรวบรวบสมาธิในการบังคับรถให้กลับคืนมา จนกระทั่งขบวนรถผ่านสถานีแก่งหลวงไปได้ไกลพอสมควร จนมองเห็นเสานอกของสถานีบ้านปิน ผมนึกขึ้นได้ว่า ตายล่ะวา ! ไม่ได้ส่ง และก็รับห่วงที่แก่งหลวง แล้วก็หันกลับไปมองทางช่างเครื่อง ปรากฎว่าช่างเครื่องลึกลับผู้นั้นหายไปแล้ว

ก็เร็วเท่าความคิด ผมหยุดรถทันทีแล้วหยิบห่วงมาเปิดดูลูกตราโดยที่ไม่ลืมเปิดไฟในห้องขับด้วย ท่านผู้อ่านครับ พอเห็นอักษรบนลูกตราทางสะดวกถนัด ผมถึงกับขนลุกอีกครั้งมือสั่นจะกระทั่งลูกตราหล่นจากมือ ผมก้มเก็บลูกตราขึ้นมาดูใหม่อีกครั้ง เพราะถ้าผมลืมส่ง และรับห่วงทางสะดวกที่แก่งหลวง ลูกตราทางสะดวกมันควรจะเป็นลูกตราขอทางในตอน ปากปาน - แก่งหลวงใช่มั้ยครับ ?

แต่ลูกตราที่ผมถืออยู่ในมือขณะนี้ เป็นลูกตราทางสะดวกที่บ่งบอกว่าเป็นทางสะดวกในตอน แก่งหลวง ถึงบ้านปินครับ พอตั้งสติได้ ผมนึกขอบคุณอยู่ในใจ แล้วแผ่เมตตาให้อีกครั้งก่อนที่จะออกรถไปหยุดที่สถานีบ้านปิน พอรถหยุด พี่ส่งเดินขึ้นมาที่รถจักรพร้อมบอกกับผมว่าให้ขับไปต่อ แกไม่ใหวแล้ว

ผมก็ชักโมโหขึ้นมาเหมือนกัน พอออกรถไปแล้วก็เลยพูดว่า " พี่ส่งรู้แล้วก็ไม่บอก " พี่ส่งแกก็ว่า " รู้อะไร ? " ผมก็พูดต่อว่า " พี่รู้มั้ย ? ผมเจออะไรบ้างตอนที่พี่ไม่อยู่ ? " พี่ส่งนั่งเงียบ ผมก็พูดต่อว่า " แสดงว่าพี่รู้น่ะซิ แทนที่จะอยู่เป็นเพื่อนกัน " พี่แกตอบมาชนิดที่ผมแทบหงายหลังตกเก้าอี้ว่า " แล้วถ้ามึงโดดรถหนีแล้วกูจะทำยังไง ? "

โห! คิดไปได้ จนไปถึงเชียงใหม่ ตอนเช้าพอสายหน่อยผมก็ไปวัดกับพี่ส่ง เอากับข้าวไปถวายเพล แล้วก็ทำสังฆทานอุทิศส่วนกุศลไปให้ เหตุการณ์ที่ผ่านมา ทำให้ผมต้องมานั่งทบทวนอยู่จนทุกวันนี้ล่ะครับว่า ใครกันแน่ มาเป็นช่างเครื่องให้ผมในคืนนั้น ?
วาว วาว เสียงรถไฟแล่นไปฤทัยครื้นเครง

แพนด้าตากลม

โห รูป :05:

ไม่ได้ตั้งใจดู แต่เห็นไปเต็มๆ ตา จะนอนหลับมั้ยเนี่ย
เฮ้อ (ถอนหายใจเสียงยาว) :08:
๏~*--เกลียดตัวเอง..ที่ใจยังสั่น..เมื่อเจอเธอ--*~๏[/b]

iSharp

รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

น้องสุกน้องใส

น่ากลัวอ่ะ
แต่
บางคำหนู ไม่เข้าใจ   :30:
แต่น่ากลัวค่ะน่ากลัว
:14: :14: :14:
อันโตนิโอกะเมโระ ~~

มานี มีใจ


น้องสุกน้องใส

อันโตนิโอกะเมโระ ~~

สันในตั้ม

เวรเลย  :05:


วันนี้ตูนอนคนเดียวด้วย
ฮิ้วววววววววววววววววววววววววววววว

ความฝันกลางฤดูร้อน

ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

iannnnn

อ้างคำพูดจาก: LipTa[ne] เมื่อ 26 ม.ค. 2007, 03:57 น.
:14:ชิบหาย ...

นึกถึงตอนที่เจอที่เกาหลีเลย

texture ภายนอกประมาณนี้เลย :14:

ขนลุกทั่วตัวเลยตู




สนใจโพสต์นี้มากๆ
แสดงว่าประสบการณ์ที่เคยเห็นมันเป็นแบบนี้เหมือนกัน
(รู้สึกว่าเล่าไปแล้วแต่ไม่ได้อยู่ในจู๋นี้)

จักรี

ขอลิ้ง   ไม่ก็เล่าอีก  ผมชอบ เรื่องพวกนี้..... :40:
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

ฮิปโปติ๊สส์

อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 26 ม.ค. 2007, 03:34 น.
ขุดครับ










พอดีฟังเดอะช็อคที่โหลดมาเซฟไว้ในเครื่อง (ฟังทุกอาทิตย์เลยแต่ไม่เคยฟังสดๆ)
ก็เลยเจอรูปผีที่เจ๊กัมส์เคยสะกิดให้ดู เผื่อใครยังไม่เคยเห็นครับ




น่ารักนะครับ... :21:

(ไม่ได้ลบหลู่นะครับ แค่แซวเล่นเฉย เฉยยยยย~ :33:)
... ความรักไม่จำกัดเพศ แต่มนุษย์เองนั้นแหล่ะที่กำหนดเพศให้มัน ...

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines