อวดรู้

เริ่มโพสต์โดย iannnnn, 31 พ.ค. 2006, 15:52 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ป้าแป้งกึ่งสำเร็จรูป

เฮ้ยยย ขอโทษ ป้ากดปุ่มผิดอีกแล้วอ่ะ เลยไปแก้ข้อความของคนข้างบนหมเเลย  :44: แก้คืนให้แล้วไม่รู้เหมือนเดิมเป่า?  :16:

อันนี้ที่ป้าอยากโพส

:33: เย้ ไม่มีพวก ประหยัด มัธถ์ยัต อดออมแล้ว :33: 

ว่าแล้วก็ลองไปค้นคำขวัญวันเด็กปีเก่าๆจากเทพเจ้ากูเกิ้ล และ เทพเจ้า วิกิ มา

พ.ศ. 2499 - จอมพล ป.พิบูลสงคราม
จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม
พ.ศ. 2502 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์
ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความก้าวหน้า
พ.ศ. 2503 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์
ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความสะอาด
พ.ศ. 2504 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์
ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่อยู่ในระเบียบวินัย
พ.ศ. 2505 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์
ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่ประหยัด
พ.ศ. 2506 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์
ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียรมากที่สุด
พ.ศ. 2507
ไม่มีคำขวัญ เนื่องจากงดการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ
พ.ศ. 2508 - จอมพล ถนอม กิตติขจร
เด็กจะเจริญต้องรักเรียนเพียรทำดี
พ.ศ. 2509 - จอมพล ถนอม กิตติขจร
เด็กที่ดีต้องมีสัมมาคารวะ มานะ บากบั่น และสมานสามัคคี
พ.ศ. 2510 - จอมพล ถนอม กิตติขจร
อนาคตของชาติจะสุกใส หากเด็กไทยแข็งแรงดีมีความประพฤติเรียบร้อย
พ.ศ. 2511 - จอมพล ถนอม กิตติขจร
ความเจริญและความมั่นคงของชาติไทยในอนาคต ขึ้นอยู่กับเด็กที่มีวินัย เฉลียวฉลาดและรักชาติยิ่ง
พ.ศ. 2512 - จอมพล ถนอม กิตติขจร
รู้เรียน รู้เล่น รู้สามัคคี เป็นความดีที่เด็กพึงจำ
พ.ศ. 2513 - จอมพล ถนอม กิตติขจร
เด็กประพฤติดีและศึกษาดี ทำให้มีอนาคตแจ่มใส
พ.ศ. 2514 - จอมพล ถนอม กิตติขจร
ยามเด็กจงหมั่นเรียน เพียรกระทำดี เติบใหญ่จะได้มีความสุขความเจริญ
พ.ศ. 2515 - จอมพล ถนอม กิตติขจร
เยาวชนฝึกตนดี มีความสามารถ
พ.ศ. 2516 - จอมพล ถนอม กิตติขจร
เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ
พ.ศ. 2517 - นายสัญญา ธรรมศักดิ์
สามัคคีคือพลัง
พ.ศ. 2518 - นายสัญญา ธรรมศักดิ์
เด็กดีคือทายาทของชาติไทย ต้องร่วมใจร่วมพลังสร้างความสามัคคี
พ.ศ. 2519 - หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช
เด็กที่ต้องการเห็นอนาคตของชาติรุ่งเรือง จะต้องทำตัวให้ดี มีวินัย เสียแต่บัดนี้
พ.ศ. 2520 - นายธานินทร์ กรัยวิเชียร
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเยาวชนไทย
พ.ศ. 2521 - พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์
เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ
พ.ศ. 2522 - พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์
เด็กไทยคือหัวใจของชาติ
พ.ศ. 2523 - พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์
อดทน ขยัน ประหยัด เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย
พ.ศ. 2524 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์
เด็กไทยมีวินัย ใจสัตย์ซื่อ รู้ประหยัด เคร่งครัดคุณธรรม
พ.ศ. 2525 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์
ขยันศึกษา ใฝ่หาความรู้ เชิดชูชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย
พ.ศ. 2526 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์
รู้หน้าที่ ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัยและคุณธรรม
พ.ศ. 2527 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์
รักวัฒนธรรมไทย ใฝ่ดีมีความคิด สุจริตใจมั่น หมั่นศึกษา
พ.ศ. 2528 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์
สามัคคี นิยมไทย มีวินัย ใฝ่คุณธรรม
พ.ศ. 2529 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์
นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม    :39:
พ.ศ. 2530 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์
นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม    :39:
พ.ศ. 2531 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์
นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม    :39:
พ.ศ. 2532 - พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม    :39:
พ.ศ. 2533 - พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม    :39:
พ.ศ. 2534 - พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ
รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่คุณธรรม นำชาติพัฒนา
พ.ศ. 2535 - นายอานันท์ ปันยารชุน
สามัคคี มีวินัย ใฝ่ศึกษา จรรยางาม
พ.ศ. 2536 - นายชวน หลีกภัย
ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม   :39:
พ.ศ. 2537 - นายชวน หลีกภัย
ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม   :39:
พ.ศ. 2538 - นายชวน หลีกภัย
สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
พ.ศ. 2539 - นายบรรหาร ศิลปอาชา
มุ่งหาความรู้ เชิดชูความเป็นไทย หลีกไกลยาเสพติด
พ.ศ. 2540 - พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ
รู้คุณค่าวัฒนธรรมไทย ตั้งใจใฝ่ศึกษา ไม่พึ่งพายาเสพติด
พ.ศ. 2541 - นายชวน หลีกภัย
ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย    :39:
พ.ศ. 2542 - นายชวน หลีกภัย
ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย    :39:
พ.ศ. 2543 - นายชวน หลีกภัย
มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย    :39:
พ.ศ. 2544 - นายชวน หลีกภัย
มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย    :39:
พ.ศ. 2545 - พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร
เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส
พ.ศ. 2546 - พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร
เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี
พ.ศ. 2547 - พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร
รักชาติ รักพ่อแม่ รักเรียน รักสิ่งดีๆ อนาคตดีแน่นอน
พ.ศ. 2548 - พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร
เด็กรุ่นใหม่ ต้องขยันอ่าน ขยันเรียน กล้าคิด กล้าพูด
พ.ศ. 2549 - พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร
อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด
พ.ศ. 2550 - พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
มีคุณธรรมนำใจ ใช้ชีวิตพอเพียง หลีกเลี่ยงอบายมุข


ปล. +1 แทนคำขอโทษอีกทีนะคะ  :46:
เราแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่เราทำปัจจุบันให้ดีได้

Dayight

ขอบคุณป้าแป้งที่แบ่งปันสาระดีๆครับ
+1  :40:
กินรอบวง

Zafire06

ของ 49 นี่ไม่ใช่ เด็กฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด หรอกเหรอครับ  :08:

นายโอ้เอ้

ถูกแล้วนี่  :09:
Today you , Tomorrow me.

Zafire06

:08:

อ้าว เหรอครับ
พักนี้เบลอบ่อยๆ
:05:

Ou!







ไล่อ่านมา ชอบของปี 2546 มากที่สุดเลยแฮะ (ไม่เกี่ยวกับนายกปีนั้นนะ)


(+1) ป้าหวานครับ


งบน้อย

ลุนหน่อน

ประวัติ ขนมครก

..ไอ้ทิ หรือพ่อกะทิ  ชายหนุ่มโผงผางผู้กำพร้าพ่อแม่  อยู่ตัวคนเดียว พูดจริงทำจริง

ขยันขันแข็งเอางานเอาการ เสร็จจากงานนาก็มารับจ้างขี่ควายส่งคนเข้าซอย

ทุกคนในหมู่บ้านล้วนรักและเอ็นดูไอ้ทิ ยกเว้นผู้ใหญ่ปลั่ง

เพราะผู้ใหญ่ปลั่งมีลูกสาวสวย ที่ดันมาหลงรักไอ้ทิด้วยเช่นกัน

แม่แป้ง  ลูกสาวคนเดียวของผู้ใหญ่ปลั่งสาวสวยประจำหมู่บ้าน

นางเจอกับไอ้ทิในวันลอยกระทง  ทั้งคู่ขี่ควายสัญญากันต่อหน้าพระจันทร์

ไม่ว่าข้างหน้าจะมีอุปสรรคขวางกั้นเพียงใด ทั้งคู่ก็จะขอเอาความรักแท้ที่จริงใจฝ่าฟันข้ามไป

แล้วไอ้ทิก็รวบรวมเงินทองเท่าที่เก็บสะสมมาได้  ไปบ้านผู้ใหญ่ปลั่งเพื่อสู่ขอแม่แป้ง

ซึ่งผู้ใหญ่ก็ต้อนรับมันอย่างดี ด้วยชายฉกรรจ์ 6 นาย พร้อมอาวุธครบมือ ไอ้ทิไม่ว่ากระไร

ได้แต่พาร่างอันสะบักสะบอม กลับไปบ้านนอนหยอดน้ำข้าวต้มหลายวัน

ด้วยใจยังตั้งมั่นว่า วันหน้าจะมาขอใหม่  ขอไปจนกว่าผู้ใหญ่จะใจอ่อน

ในที่สุดผู้ใหญ่ปลั่งก็ปิดหนทางความรักของไอ้ทิด้วยการคลุมถุงจัดงานแต่งงาน

ให้ลูกสาวกับปลัดหนุ่มจากบางกอก  ไอ้ทิรู้ข่าวจึงรีบวิ่งทุรนทุรายหมายจะมาทำลายพิธี

ซึ่งผู้ใหญ่ปลั่งก็รู้ดีว่าไอ้ทิต้องกระทำแบบนี้ จึงขุดหลุมพรางดักรอเอาไว้

แม่แป้งแอบได้ยินแผนร้าย ก็แอบหนีหมายจะมาห้ามคนรักไม่ให้หลงกล

เหตุการณ์ต่อไปนี้ไม่มีบันทึกเป็นลายลักษณ์ ได้แต่ปะติดปะต่อมาจากคำบอกเล่าของชาวบ้านแบบปากต่อปากว่า

.... คืนนั้นเป็นคืนเดือนแรม  แม่แป้งแอบวิ่งฝ่าความมืดออกมาดักหน้าไอ้ทิ

ไอ้ทิเห็นแม่แป้งวิ่งมาก็ดีใจ รีบวิ่งไปหา  แม่แป้งเห็นไอ้ทิรีบวิ่งมาก็รีบวิ่งเข้าไปหาให้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก

ฉับพลัน...ร่างแม่แป้งก็ร่วงหล่นลงไปในหลุมพราง ของผู้ใหญ่ปลั่งต่อหน้าต่อตาไอ้ทิทันที

อารามตกใจ ไอ้ทิรีบกระโดดตามลงไปเพื่อช่วยเหลือ อารามดีใจ สมุนชายฉกรรจ์ 6

นายของผู้ใหญ่ปลั่งรีบเข้ามาโกยดินฝังกลบ เพราะคิดว่าก้นหลุมมีเพียงไอ้ทิผู้เดียวที่อยู่ในนั้น

.... รุ่งเช้า

ผู้ใหญ่ปลั่งเดินยิ้มมาขุดหลุมเพื่อดูผล ภาพเบื้องล่างพบไอ้ทิตระกองกอดทับร่างแม่แป้งลูกสาวของตน

นอนตายคู่กันอย่างมีความสุข เมื่อยิ้มถูกเปลี่ยนไปเป็นน้ำตา

ผู้ใหญ่ปลั่งสั่งลูกสมุนสร้างเจดีย์คลุมครอบปิดหลุมนั้นไว้ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจคนทั่วไปว่า

อย่าคิดทำร้ายหรือทำลายความรักของใครอีกเลย สถานที่ตั้งเจดีย์นั้นไม่มีใครรู้แน่นอน

จะมีก็แต่เพียงอนุสรณ์แห่งความรักที่กระทำสืบทอดกันมาจนเป็นประเพณี

ทุกแรมหกค่ำเดือนหก ชาวบ้านที่ศัรทธาในความรักของไอ้ทิกับแม่แป้งจะตื่นตั้งแต่มืด

เข้าครัวเพื่อทำขนมที่หอมหวาน ปรุงจากแป้งและกะทิ

บรรจงแคะจากพิมพ์ แล้วนำมาวางคว่ำหน้าซ้อนกัน เป็นสัญลักษณ์ว่า จะได้อยู่ร่วมกันตลอ ดไป

ขนมนี้เรียกขานกันในนาม ขนมแห่งความรัก หรือ   ขนมของ "คนรักกัน"

หรือเรียกย่อๆ ว่า "ขนม ค.ร.ก."

มหาให้มหาไปหามหาถ้ามหาไม่ไปหามหาหมาจะมาหามหา

iannnnn

:22: โรแมนติกเป็นบ้า


นี่ถ้ากอดกันแน่นกว่านี้ก็เป็นข้าวต้มมัดละนะ

น้องสุกน้องใส

ขนมขวดตำมือแต่ก็ เรียกจนกลายเป็น
ขนม  ข้าวต้มมัด     :30:
อันโตนิโอกะเมโระ ~~

ลุนหน่อน

อ้างคำพูดจาก: YL_Studio เมื่อ 09 ม.ค. 2007, 06:58 น.
ประวัติ ขนมครก

..ไอ้ทิ หรือพ่อกะทิ  ชายหนุ่มโผงผางผู้กำพร้าพ่อแม่  อยู่ตัวคนเดียว พูดจริงทำจริง

...................

ขนมนี้เรียกขานกันในนาม ขนมแห่งความรัก หรือ   ขนมของ "คนรักกัน"

หรือเรียกย่อๆ ว่า "ขนม ค.ร.ก."



...... จึงใครขอให้ทุกคนจงมอบ  ค ว ย  ให้ต่อกันและกัน
ความรัก สันติภาพ และความสงบสุขก็จะบังเกิดขึ้นอย่างมิรู้จบ

ค = ความรัก
ว = ใว้ใจ
ย =ยกโทษ

( แอบอ้างอิงจาก แป้งหวาน   http://f0nt.com/forum/index.php?topic=6242.msg465523#msg465523 )
มหาให้มหาไปหามหาถ้ามหาไม่ไปหามหาหมาจะมาหามหา

Ah!

:30:

เป็นความรัก ไว้ใจ และยกโทษ ที่รู้สึกไม่อยากรับเลยครับ
        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

Zafire06

อ้างคำพูดจาก: YL_Studio เมื่อ 09 ม.ค. 2007, 06:58 น.
ประวัติ ขนมครก

..ไอ้ทิ หรือพ่อกะทิ  ชายหนุ่มโผงผางผู้กำพร้าพ่อแม่  อยู่ตัวคนเดียว พูดจริงทำจริง

ขยันขันแข็งเอางานเอาการ เสร็จจากงานนาก็มารับจ้างขี่ควายส่งคนเข้าซอย

ทุกคนในหมู่บ้านล้วนรักและเอ็นดูไอ้ทิ ยกเว้นผู้ใหญ่ปลั่ง

เพราะผู้ใหญ่ปลั่งมีลูกสาวสวย ที่ดันมาหลงรักไอ้ทิด้วยเช่นกัน

แม่แป้ง  ลูกสาวคนเดียวของผู้ใหญ่ปลั่งสาวสวยประจำหมู่บ้าน

นางเจอกับไอ้ทิในวันลอยกระทง  ทั้งคู่ขี่ควายสัญญากันต่อหน้าพระจันทร์

ไม่ว่าข้างหน้าจะมีอุปสรรคขวางกั้นเพียงใด ทั้งคู่ก็จะขอเอาความรักแท้ที่จริงใจฝ่าฟันข้ามไป

แล้วไอ้ทิก็รวบรวมเงินทองเท่าที่เก็บสะสมมาได้  ไปบ้านผู้ใหญ่ปลั่งเพื่อสู่ขอแม่แป้ง

ซึ่งผู้ใหญ่ก็ต้อนรับมันอย่างดี ด้วยชายฉกรรจ์ 6 นาย พร้อมอาวุธครบมือ ไอ้ทิไม่ว่ากระไร

ได้แต่พาร่างอันสะบักสะบอม กลับไปบ้านนอนหยอดน้ำข้าวต้มหลายวัน

ด้วยใจยังตั้งมั่นว่า วันหน้าจะมาขอใหม่  ขอไปจนกว่าผู้ใหญ่จะใจอ่อน

ในที่สุดผู้ใหญ่ปลั่งก็ปิดหนทางความรักของไอ้ทิด้วยการคลุมถุงจัดงานแต่งงาน

ให้ลูกสาวกับปลัดหนุ่มจากบางกอก  ไอ้ทิรู้ข่าวจึงรีบวิ่งทุรนทุรายหมายจะมาทำลายพิธี

ซึ่งผู้ใหญ่ปลั่งก็รู้ดีว่าไอ้ทิต้องกระทำแบบนี้ จึงขุดหลุมพรางดักรอเอาไว้

แม่แป้งแอบได้ยินแผนร้าย ก็แอบหนีหมายจะมาห้ามคนรักไม่ให้หลงกล

เหตุการณ์ต่อไปนี้ไม่มีบันทึกเป็นลายลักษณ์ ได้แต่ปะติดปะต่อมาจากคำบอกเล่าของชาวบ้านแบบปากต่อปากว่า

.... คืนนั้นเป็นคืนเดือนแรม  แม่แป้งแอบวิ่งฝ่าความมืดออกมาดักหน้าไอ้ทิ

ไอ้ทิเห็นแม่แป้งวิ่งมาก็ดีใจ รีบวิ่งไปหา  แม่แป้งเห็นไอ้ทิรีบวิ่งมาก็รีบวิ่งเข้าไปหาให้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก

ฉับพลัน...ร่างแม่แป้งก็ร่วงหล่นลงไปในหลุมพราง ของผู้ใหญ่ปลั่งต่อหน้าต่อตาไอ้ทิทันที

อารามตกใจ ไอ้ทิรีบกระโดดตามลงไปเพื่อช่วยเหลือ อารามดีใจ สมุนชายฉกรรจ์ 6

นายของผู้ใหญ่ปลั่งรีบเข้ามาโกยดินฝังกลบ เพราะคิดว่าก้นหลุมมีเพียงไอ้ทิผู้เดียวที่อยู่ในนั้น

.... รุ่งเช้า

ผู้ใหญ่ปลั่งเดินยิ้มมาขุดหลุมเพื่อดูผล ภาพเบื้องล่างพบไอ้ทิตระกองกอดทับร่างแม่แป้งลูกสาวของตน

นอนตายคู่กันอย่างมีความสุข เมื่อยิ้มถูกเปลี่ยนไปเป็นน้ำตา

ผู้ใหญ่ปลั่งสั่งลูกสมุนสร้างเจดีย์คลุมครอบปิดหลุมนั้นไว้ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจคนทั่วไปว่า

อย่าคิดทำร้ายหรือทำลายความรักของใครอีกเลย สถานที่ตั้งเจดีย์นั้นไม่มีใครรู้แน่นอน

จะมีก็แต่เพียงอนุสรณ์แห่งความรักที่กระทำสืบทอดกันมาจนเป็นประเพณี

ทุกแรมหกค่ำเดือนหก ชาวบ้านที่ศัรทธาในความรักของไอ้ทิกับแม่แป้งจะตื่นตั้งแต่มืด

เข้าครัวเพื่อทำขนมที่หอมหวาน ปรุงจากแป้งและกะทิ

บรรจงแคะจากพิมพ์ แล้วนำมาวางคว่ำหน้าซ้อนกัน เป็นสัญลักษณ์ว่า จะได้อยู่ร่วมกันตลอ ดไป

ขนมนี้เรียกขานกันในนาม ขนมแห่งความรัก หรือ   ขนมของ "คนรักกัน"

หรือเรียกย่อๆ ว่า "ขนม ค.ร.ก."


เหมือนเคยอ่านในหนังสือนิทานบัวไร หรืออะไร บัวไรๆ นี่แหละครับ  :08:

ป้าแป้งกึ่งสำเร็จรูป

#1092
อ้างคำพูดจาก: ซาฟิเร่ เมื่อ 09 ม.ค. 2007, 17:55 น.
เหมือนเคยอ่านในหนังสือนิทานบัวไร หรืออะไร บัวไรๆ นี่แหละครับ  :08:

นิทานขนมครก
อยู่ในพ็อคเก็ตบุ๊ค "เรื่องสั้นประจำส้วม" เขียนโดย บัวไร
นักเขียนที่แจ้งเกิดจาก(ช่วงนั้นเป็นนิตยสาร)ไปยาลใหญ่ ซึ่งก่อตั้งโดย ศุ บุญเลี้ยง / ประภาส ชลศรานนท์ และ ...จำไม่ได้แล้ว
ในหน้าคำนำของเรื่องสั้นประจำส้วม ถ้าจำไม่ผิดเค้าจะเขียนประมาณว่า เป็นเรื่องราวที่แต่งขึ้นเองอย่าเอาไปอ้างอิงที่อื่น ไม่เช่นนั้นจะไม่รับผิดชอบแต่ประการใด  :33:

เอาอีกเรื่องมาให้อ่าน " หวานมันชั้นที่8 "

เคยเจอตัวจริงด้วย มีคนบอกว่าพี่เค้าจบ ม.กรุงเทพ ตัวใหญ่ๆท่าทางใจดี  :22:
เราแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่เราทำปัจจุบันให้ดีได้

Zafire06

อ้อ เรื่องสั้นประจำส้วมนี่เอง  :42:

ตอนนี้ทิชชู่ยังติดอยู่เลย  :08:

อู๋

ค ว ย ที่ ม.ขอนแก่นมีบูม ค.ว.ย ด้วย(คือชื่อย่อคณะวิดยาสาดดด) :27:


พัสดุที่เราส่งสามารถติดตามสถานะได้โดยเช็คหมายเลขผ่านเว็บ http://track.thailandpost.co.th/  :46:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines