ช่วงเน้ ใครดูหนังไรกันบ้างอะ

เริ่มโพสต์โดย piclet, 03 มิ.ย. 2005, 00:47 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

iannnnn

อ้างคำพูดจาก: SGUB เมื่อ 25 ส.ค. 2006, 13:17 น.
ปล."อาจารย์ใหญ่"  เปลี่ยนชื่อเป็น  "ศพ"  แล้วครับ   

:30: ละครับ

เก้อ

แอบอ้างมาไว้กระจู๋นี้เสียหน่อย จะได้สะดวกแก่การคุ้ยหาในอนาคต
โพสแรก ไปดูรอบสื่อ งานเปิดตัวเพระาอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 24 ส.ค. 2006, 02:25 น.
มาแล้วครับ

งานเปิดตัวภาพยนต์ เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
ณ โรงภาพยนต์สยามพารากอน

ตัวงานจัดที่โถงฮอลล์ที่คงมีไว้สำหรับจัดงานเปิดตัวหนังนี่ล่ะ
เพิ่งเคยมางานเปิดตัวหนังที่นี่ บรรยากาศแกรนด์สมกับเป็นสยามพารากอน
แล้วไม่ได้จัดแบบพอให้มี เหมือนหนังหลายๆเรื่อง แต่จัดอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
มีการแสดงน่ารักๆ ชวนใจละลายจากสองนางเอก ต่าย-นาถ ยังไงไม่รู้ จู่ๆขามันหมดเรี่ยวแรง  :04:
มาร้องเพลงฝันไปหรือเปล่ากับอี 2-3 เพลงนึกชื่อเพลงไม่ออก
แล้วพระเอกและเหล่าเพื่อนก็มาเล่นซิลลี่ฟูลกันเต็มแบนด์ตามท้องเรื่อง เล่นซิ้งค์ไม่ตรงกะเสียงด้วย  :30:

ที่ฮาตกขอบเลย คือตอนที่ 6 ผู้กำกับมาร่วมกันโชว์ลูกคอ ในเพลงธีม ฤดูที่แตกต่าง
เริ่มจากตาผู้กำกับเรื่องนี้ ออกมาโชว์ท่อนแรก และท่อนต่อๆก็ทยอยออกมากันทีละคู่
ตาเอส เพื่อนสนิท-บอล วิทยา มาในชุดเด็กแว๊นขาสั้นลายดอก ถือพัดและเหงื่อท่วม
คุณเดี่ยว(คนนี้ยังไม่มีหนัง)-ย้ง เด็กหอ ใส่ชุดกันฝนกางร่ม ฉีดฟ็อกกี้
และโดดเดี่ยวเดินเจ็บปวดมาคนเดียวในชุดกันหนาวโค้ตขั้วโลกเหนือ ตาปิ๊ง หมาก....
ออกลีลาปนลูกทุ่ง ดำน้ำกันไปจนจบเพลง

ถึงคิวอวยพรนี่ยิ่งเจ็บแสบ ถึงคิวคุณเดี่ยวอวยพร ก็บอก ดีใจด้วย ที่หนังเพื่อนได้ฉาย
พูดพลางตบไหล่ตาปิ๊ง พี่ปิ๊งแกเลย อวยพรว่า หวังว่าคงจะได้ฉายลุล่วงไปด้วยดี ไม่มีประท้วง  :30:


บรรยากาศอื่นๆก็เหมือนงานเปิดตัวหนังทั่วไป
ดารานี่นั่นนู่น ผู้กำกับนี่นั่นนู่น เหล่าเซเลบแต่งตัวมาเฉิดฉาย บลา บลา บลา
(อ้อ น้องแน็คเป็นหนุ่มแล้วนะ หล่อเหลาเอาการ)

เมื่อเวลาเลทมาได้ชั่วโมง ก็ถึงคราวเข้าโรง บอกก่อนเข้าโรงว่า
คาดหวัง คาดคั้นเอากะหนังเรื่องนี้มาก แฟนฉันคนที่ 4 ขึ้นเขียงแล้ว !


โพสนึงยาวๆ ไม่น่าอ่าน เดี๋ยวพิมพ์ต่ออีกโพสแล้วกัน  :42:


โพสสอง เกี่ยวกะหนัง

อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 26 ส.ค. 2006, 01:22 น.
มาแล้วครับ รอให้มันตกตะกอนก่อนเล็กน้อยค่อยมาเล่า
...เออ จริงๆติดงานนั่นแหละ  :08:

ไม่มีการเผยเนื้อเรื่อง(มากไปกว่าที่เค้าโฆษณากัน)
แต่ก็ยังไม่เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากรู้อะไรก่อนเลยแม้แต่นิดเดียวก่อนไปดูหนัง
(อ้าว มีนะ บางทีเราก็เป็น :30: )ส่วนใหญ่เล่าถึงการ"ได้อะไร"มาบ้าง มากกว่า


จากแฟนฉัน เพื่อนสนิท เด็กหอ (และหมากเตะ ฉบับตัดใหม่ปลายปีนี้)
สิ่งแรกๆที่สัมผัสได้จากผู้กำกับกลุ่มนี้คือ เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับใครก็ได้
อบอวลไปด้วยเสียงดนตรีที่เคยดังก้องในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของชีวิตเรา
เพลงที่เราเคยร้องให้กับใครบางคน เพื่อนแบบที่ทุกคนต้องเคยมี
ผู้คนแบบที่เราเคยรักเคยเกลียด และ"เธอ" ในแบบที่เราเคยหลงรัก

องค์ประกอบเหล่านั้น มันทำให้เรา"จี๊ด"ไปกับหนัง
และทำให้มันกลายเป็นหนังที่ทำให้เราหลงรักพอๆกับที่มันทำเงิน
(และทำเงินก็แปลว่าหนังดูสนุก)

เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ของแฟนฉันคนที่ 4 ก็พุ่งฉิวมาตามเส้นทางนั้นอย่างเต็มที่
เป็นการปิดไตรภาคแฟนฉันเติมเต็มเรื่องราววัยมัธยมที่ยังขาดหายได้อย่างมหัศจรรย์ไม่มีที่ติ!
ดังนั้นผลลัพธ์ที่มันควรจะได้รับคือ เหมือนทุกเรื่องก่อนหน้า


อย่างที่บอกแต่ก่อนเข้าโรง เราคาดหวังเอากับเรื่องนี้มาก
จะเรียกว่ามันเป็นแฟนฉันเวอร์ชั่นมัธยม หรือเพื่อนสนิทเวอร์ชั่นมัธยมก็ตามเถอะ
ความสุขจากการดูหนังพวกนี้ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะว่าเรามีความสุขไปกับหนัง
หรือมีความสุขที่ได้นึกถึงช่วงเวลานั้นของเรากันแน่
เพราะขณะที่ดู โอ้ เพลงนี้ของซิลลี่ฟูลตอนกูอยู่ ม.6 เล่นกับเพื่อนๆ เพลงพี่บอย ตอนกูอยู่ ม.2 ฯลฯ
ถึงในเรื่องมันจะเป็นเรื่องของเด็กที่เรียนในโรงเรียนมัธยมดนตรี
และอยู่กับเพลงคลาสสิคที่ไม่ค่อยมีใครเคยผ่านก็เถอะ

ตัวหนัง เรียบเรียงเรื่องราวผ่านชีวิตของ ป้อม และเพื่อนสองคน คนนึงสนิทน้อยแต่ชอบมาก
กับอีกคนสนิทมากแต่ชอบน้อยตามที่เค้าโปรโมทกันนั่นแหละ เออครับ มันก็เพื่อนสนิทดีๆนี่เอง  :08:
นอกจากนั้นมันยังมีประเด็นที่มหาลัยและประถมไม่มีคือ การค้นหาตัวตนและการไล่ตามความฝัน
อันเป็นหลักใหญ่ใจความของชีวิตมัธยม

อีกส่วนที่ไม่ถูกพูดถึงในโฆษณา แต่กลับทำได้น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่งคือประเด็นครอบครัวครับ
ถ้าใครมีปมเกี่ยวกับพ่อ อาจถึงขั้นน้ำตารดหัวเข่า

ทั้งหมดถูกร้อยเรียงกันเข้าด้วยดนตรีกับฤดูกาล
ในลีลาอารมณ์ขันแบบน่ารักๆล้นเหลือ

พอเล่าให้ใครฟังว่าดูมาแล้ว คำถามแรกที่ถูกถามคือ ตอนจบพระเอกเลือกใคร
แหงล่ะว่า ไม่สปอยตอบอยู่แล้ว แต่ก็ตอบได้ว่า ลองนึกถึงชีวิตตอนมัธยมของตัวเองดูซิ
มันมีตอนจบหรือเปล่า?

เช่นเดียวกับที่มีบางคนวิจารณ์ว่า หนังเรืองนี้กั๊ก จะเศร้าก็ไม่เศร้า
พอจะหัวเราะหน่อยก็มีเศร้ามาหัก(แบบเดียวกับเพื่อนสนิท)
และหาตอนไคลแมกซ์ไม่ยักเจอ หรือเจอแต่ไม่ชัด
พาลจะว่ามันเหลวเป๋วไปเสียยังงั้น ถ้าจะให้เดาใจผู้กำกับ
คิดว่ามันเหมือนกับการเอาความทรงจำของคนๆหนึ่ง
มาเรียงบนแผ่นฟิล์ม ในนั้นมันมีทั้งเรื่องสุข บางทีก็เศร้า ไม่นานก็หัวเราะ เสร็จแล้วก็น้ำตาไหล
นั่นคือความทรงจำ มันไม่มีจุดจบ ไม่มีจุดไคลแมกซ์
และเราก็ชอบมากที่ผู้กำกับเลือกที่จะให้มันเป็นแบบนี้

แถมไอ้เรื่องความรักที่โฆษณาโหมโปรโมทนั่น ก็กลายเป็นเรื่องรองไปเลย เหมือนกับในความทรงจำ
ที่เรื่องนี้ก็เป็น"ส่วนหนึ่ง"ของเรื่องอื่นๆมากมายในชีวิตนั่นแหละ

เห็นพูดแบบนี้ มันก็มีองค์ประกอบที่ของการเป็นหนังชวนติดตามทุกประการนะครับ
ออกจะเกินพอด้วยซ้ำ โดยเฉพาะหนังเรื่องนีใช้ประโยชน์จากเรื่องราวเล็กๆน้อยมาบอกเล่าเรื่องใหญ่ๆ
ได้อย่างเป็นประโยชน์

อีกข้อสังเกตหนึ่งที่เป็นจุดแข็งมากของผู้กำกับกลุ่มนี้ คือการแคสติ้ง
ตัวละครทุกตัวช่างเสน่ห์ล้น ไม่ว่าจะเป็นแค่ตัวประกอบสักแค่ไหน ไม่ต้องพูดถึงตัวแสดงนำ
ถ้าโดนใจจากโปสเต้อ เสน่ห์ในเรื่องจะยิ่งเขย่าใจ ได้ใจทั้งสองฝ่ายชายหญิงแน่นอน  ...เกย์ด้วยก็ได้ เอ้า

เรื่องที่เราคาดไว้ว่าน่าจะเป็นข้อบกพร่องผลักเราให้ห่างออกจากหนัง อย่างเรื่องดนตรีคลาสสิค
กลับเป็นตัวส่งให้หนังอบอวลไปด้วยอารมณ์ฝันๆ ใสๆ ลงตัว
เปียโนที่คลอๆไปกับท้องฟ้าว่างๆ เงาที่ไหวในน้ำ นี่มันอาดาจิ มิซึรุนี่
(แน่ใจว่า ผู้กำกับต้องอ่านเรื่องนี้มาเพื่อประกอบการทำหนังแน่นอน)

สุดท้าย เราในเสื้อคอซองสีขาวกางเกงขาสั้น ผมเกรียน และยังไม่มีอะไรต้องรับผิดชอบมากมาย
นั่งริมสนามฟุตบอล กับเพื่อนๆ มองไปที่ท้องฟ้าคุยกันเรื่องอนาคตอีก 5 หรือ 10 ปี จากนี้ไป
พริบตาเดียว เราก็มานั่งอยู่ตรงนี้ในชุดที่แตกต่าง และความรับผิดชอบที่มากขึ้น
แต่เพลงพวกนั้น, เพื่อนๆ, และการไล่ตามอะไรบางอย่างในช่วงชีวิตมัธยม ..ก็ยังอบอวลอยู่ในความคิด


ถึงตอนนี้ต้องบอกไหม ว่าหนังเรื่องนี้มันดีแค่ไหน :26:



ปล.ไตรภาคแฟนฉัน ประถม-แฟนฉัน,มัธยม-เพระอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย,มหาลัย-เพื่อนสนิท





I ROCK , THEREFORE I AM

iannnnn

เขียนได้โคตรน่าดูเลย :12:
ถ้าตูไปดูและแบกเอาความคาดหวังนี้ไปด้วยแล้วหนังดันไม่สนุก
จะหาโอกาสไปเตะ (คิดว่าคงไม่ผิดหวังอยู่แล้ว)





เออ จริงๆ แล้วจะเป็นจตุรภาคไหม?

คือ
ป.ปลาย - แฟนฉัน
ม.ต้น - เด็กหอ
ม.ปลาย - ส้มเช้ง
มหาลัย - เพื่อนสนิท

(และวัยทำงาน - โกยเถอะโยม)

Soris0ri

Las Noches Rubicundior

เก้อ

อืมมม
เด็กหอเล่าคนละเรื่อง แต่พื้นฐานก็มาจากประสบการณ์ชีวิต(บางส่วน)ของผู้กำกับ
จัดเป็นจตุรภาคก็เท่ดี  :30:

เบญจภาค ก็หมากเตะไง วัยทำงาน
กำลังตัดใหม่ ให้เข้าฉายได้ปลายปีนี้ เห็นว่าตัดเปลี่ยนประเทศไปเลย
เป็นไปได้เหรอวะ  :08:

ส่วนใครดูเพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยแล้วผิดหวัง
มาเอาตังที่ผมเลย 5 บาท ให้จริงๆ ไม่มีอำ
นั่งแท็กซี่มาเอาที่บ้านผมได้เลย

I ROCK , THEREFORE I AM

Soris0ri


บอกบ้านเลขที่สิพี่  {หมีโหด}
Las Noches Rubicundior

หมีโหด*

ถ้าไปน่ะ ไม่เอาแค่5บาทหรอกค่ะ  :26:
ตามหารักแท้ค่ะ โฮกกก

iannnnn


โต


Soris0ri



เพลงเพราะ  :22:




เข้าเมื่อไำหร่เนี่ย  :25:
Las Noches Rubicundior

โต


Uncle Bear

กระแส "อาจาร์ยใหญ"่  ซาไปแล้ว  แต่ก็เอามาให้ดูครับ 
งานทำบุญอาจาร์ใหญ่ของภาควิชากายวิภาคศาสตร์ ม.มหิดล










โฮ๊ะ  โฮ๊ะ  โฮ๊ะ  โฮ๊ะ

อู๋

#2172
13 เกมสยอง โอ้วน่าดูสุดยอด :03:

เมื่อเช้าเห็นโฆษณา vcd the devil's rejects เห็นว่าเป็นหนังของคนทำเรื่อง saw ออกแนวยิ่งไส้แตก ดิบเถื่อน แต่ใช้ปืนเลยไม่ค่อยอยากดู :27:

คุณชาย ( 737 )

    เมื่อวานได้ไปดูเรื่อง THE MAN ที่เมเจอร์รัชโยธิน เป็นหนังที่ไม่ได้อยู่ในความคาดหวัง เป็นเรื่องราวของนักขายเครื่องมือทันตกรรมที่ซวยมากๆ ต้องเข้ามาพัวพันกับคดีขโมยปืนตำรวจ หนังตลกแต่ก็มีสาระแผงอยู่บ้าง(แม้จะไม่มาก) เป็นคู่หูคู่ฮาคู่หนึ่งเลยทีเดียว ใครที่กำลังเครียดลองดูเรื่องนี้ครับ ไม่ถึงกับหัวเราะขากรรไกรค้าง แต่เรียกรอยยิ้มกับมุกกวนๆได้ตลอด สองดาวครึ่งครับจากห้าดาว
สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

โบว์

ไม่ได้ดูตั้งนาน
เรื่องล่าสุดอีแอบมั๊ง
วันจันทร์นี้จะไปดูอากาศเปลี่ยนแปลง

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines