เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

เริ่มโพสต์โดย X Saint, 01 ส.ค. 2006, 12:42 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

คุณชาย ( 737 )

ไปที่นั่นระวังเจอชายคลองตัวเป็นๆนะครับ  :26:
สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

น้องเข่มเข๊ม

เลวยั้นเงา

คุณชาย ( 737 )

สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

สันในตั้ม

ปกติดูหนังน่ะไม่ค่อเท่าไหร่

แต่ตูชอบตลาดนัดข้างเมเจอร์
เดินแล้วเพลิน  :27: เชียว


ฮิ้วววววววววววววววววววววววววววววว

เก้อ

มาแล้วครับ รอให้มันตกตะกอนก่อนเล็กน้อยค่อยมาเล่า
...เออ จริงๆติดงานนั่นแหละ  :08:

ไม่มีการเผยเนื้อเรื่อง(มากไปกว่าที่เค้าโฆษณากัน)
แต่ก็ยังไม่เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากรู้อะไรก่อนเลยแม้แต่นิดเดียวก่อนไปดูหนัง
(อ้าว มีนะ บางทีเราก็เป็น :30: )ส่วนใหญ่เล่าถึงการ"ได้อะไร"มาบ้าง มากกว่า


จากแฟนฉัน เพื่อนสนิท เด็กหอ (และหมากเตะ ฉบับตัดใหม่ปลายปีนี้)
สิ่งแรกๆที่สัมผัสได้จากผู้กำกับกลุ่มนี้คือ เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับใครก็ได้
อบอวลไปด้วยเสียงดนตรีที่เคยดังก้องในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของชีวิตเรา
เพลงที่เราเคยร้องให้กับใครบางคน เพื่อนแบบที่ทุกคนต้องเคยมี
ผู้คนแบบที่เราเคยรักเคยเกลียด และ"เธอ" ในแบบที่เราเคยหลงรัก

องค์ประกอบเหล่านั้น มันทำให้เรา"จี๊ด"ไปกับหนัง
และทำให้มันกลายเป็นหนังที่ทำให้เราหลงรักพอๆกับที่มันทำเงิน
(และทำเงินก็แปลว่าหนังดูสนุก)

เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ของแฟนฉันคนที่ 4 ก็พุ่งฉิวมาตามเส้นทางนั้นอย่างเต็มที่
เป็นการปิดไตรภาคแฟนฉันเติมเต็มเรื่องราววัยมัธยมที่ยังขาดหายได้อย่างมหัศจรรย์ไม่มีที่ติ!
ดังนั้นผลลัพธ์ที่มันควรจะได้รับคือ เหมือนทุกเรื่องก่อนหน้า


อย่างที่บอกแต่ก่อนเข้าโรง เราคาดหวังเอากับเรื่องนี้มาก
จะเรียกว่ามันเป็นแฟนฉันเวอร์ชั่นมัธยม หรือเพื่อนสนิทเวอร์ชั่นมัธยมก็ตามเถอะ
ความสุขจากการดูหนังพวกนี้ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะว่าเรามีความสุขไปกับหนัง
หรือมีความสุขที่ได้นึกถึงช่วงเวลานั้นของเรากันแน่
เพราะขณะที่ดู โอ้ เพลงนี้ของซิลลี่ฟูลตอนกูอยู่ ม.6 เล่นกับเพื่อนๆ เพลงพี่บอย ตอนกูอยู่ ม.2 ฯลฯ
ถึงในเรื่องมันจะเป็นเรื่องของเด็กที่เรียนในโรงเรียนมัธยมดนตรี
และอยู่กับเพลงคลาสสิคที่ไม่ค่อยมีใครเคยผ่านก็เถอะ

ตัวหนัง เรียบเรียงเรื่องราวผ่านชีวิตของ ป้อม และเพื่อนสองคน คนนึงสนิทน้อยแต่ชอบมาก
กับอีกคนสนิทมากแต่ชอบน้อยตามที่เค้าโปรโมทกันนั่นแหละ เออครับ มันก็เพื่อนสนิทดีๆนี่เอง  :08:
นอกจากนั้นมันยังมีประเด็นที่มหาลัยและประถมไม่มีคือ การค้นหาตัวตนและการไล่ตามความฝัน
อันเป็นหลักใหญ่ใจความของชีวิตมัธยม

อีกส่วนที่ไม่ถูกพูดถึงในโฆษณา แต่กลับทำได้น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่งคือประเด็นครอบครัวครับ
ถ้าใครมีปมเกี่ยวกับพ่อ อาจถึงขั้นน้ำตารดหัวเข่า

ทั้งหมดถูกร้อยเรียงกันเข้าด้วยดนตรีกับฤดูกาล
ในลีลาอารมณ์ขันแบบน่ารักๆล้นเหลือ

พอเล่าให้ใครฟังว่าดูมาแล้ว คำถามแรกที่ถูกถามคือ ตอนจบพระเอกเลือกใคร
แหงล่ะว่า ไม่สปอยตอบอยู่แล้ว แต่ก็ตอบได้ว่า ลองนึกถึงชีวิตตอนมัธยมของตัวเองดูซิ
มันมีตอนจบหรือเปล่า?

เช่นเดียวกับที่มีบางคนวิจารณ์ว่า หนังเรืองนี้กั๊ก จะเศร้าก็ไม่เศร้า
พอจะหัวเราะหน่อยก็มีเศร้ามาหัก(แบบเดียวกับเพื่อนสนิท)
และหาตอนไคลแมกซ์ไม่ยักเจอ หรือเจอแต่ไม่ชัด
พาลจะว่ามันเหลวเป๋วไปเสียยังงั้น ถ้าจะให้เดาใจผู้กำกับ
คิดว่ามันเหมือนกับการเอาความทรงจำของคนๆหนึ่ง
มาเรียงบนแผ่นฟิล์ม ในนั้นมันมีทั้งเรื่องสุข บางทีก็เศร้า ไม่นานก็หัวเราะ เสร็จแล้วก็น้ำตาไหล
นั่นคือความทรงจำ มันไม่มีจุดจบ ไม่มีจุดไคลแมกซ์
และเราก็ชอบมากที่ผู้กำกับเลือกที่จะให้มันเป็นแบบนี้

แถมไอ้เรื่องความรักที่โฆษณาโหมโปรโมทนั่น ก็กลายเป็นเรื่องรองไปเลย เหมือนกับในความทรงจำ
ที่เรื่องนี้ก็เป็น"ส่วนหนึ่ง"ของเรื่องอื่นๆมากมายในชีวิตนั่นแหละ

เห็นพูดแบบนี้ มันก็มีองค์ประกอบที่ของการเป็นหนังชวนติดตามทุกประการนะครับ
ออกจะเกินพอด้วยซ้ำ โดยเฉพาะหนังเรื่องนีใช้ประโยชน์จากเรื่องราวเล็กๆน้อยมาบอกเล่าเรื่องใหญ่ๆ
ได้อย่างเป็นประโยชน์

อีกข้อสังเกตหนึ่งที่เป็นจุดแข็งมากของผู้กำกับกลุ่มนี้ คือการแคสติ้ง
ตัวละครทุกตัวช่างเสน่ห์ล้น ไม่ว่าจะเป็นแค่ตัวประกอบสักแค่ไหน ไม่ต้องพูดถึงตัวแสดงนำ
ถ้าโดนใจจากโปสเต้อ เสน่ห์ในเรื่องจะยิ่งเขย่าใจ ได้ใจทั้งสองฝ่ายชายหญิงแน่นอน  ...เกย์ด้วยก็ได้ เอ้า

เรื่องที่เราคาดไว้ว่าน่าจะเป็นข้อบกพร่องผลักเราให้ห่างออกจากหนัง อย่างเรื่องดนตรีคลาสสิค
กลับเป็นตัวส่งให้หนังอบอวลไปด้วยอารมณ์ฝันๆ ใสๆ ลงตัว
เปียโนที่คลอๆไปกับท้องฟ้าว่างๆ เงาที่ไหวในน้ำ นี่มันอาดาจิ มิซึรุนี่
(แน่ใจว่า ผู้กำกับต้องอ่านเรื่องนี้มาเพื่อประกอบการทำหนังแน่นอน)

สุดท้าย เราในเสื้อคอซองสีขาวกางเกงขาสั้น ผมเกรียน และยังไม่มีอะไรต้องรับผิดชอบมากมาย
นั่งริมสนามฟุตบอล กับเพื่อนๆ มองไปที่ท้องฟ้าคุยกันเรื่องอนาคตอีก 5 หรือ 10 ปี จากนี้ไป
พริบตาเดียว เราก็มานั่งอยู่ตรงนี้ในชุดที่แตกต่าง และความรับผิดชอบที่มากขึ้น
แต่เพลงพวกนั้น, เพื่อนๆ, และการไล่ตามอะไรบางอย่างในช่วงชีวิตมัธยม ..ก็ยังอบอวลอยู่ในความคิด


ถึงตอนนี้ต้องบอกไหม ว่าหนังเรื่องนี้มันดีแค่ไหน :26:



ปล.ไตรภาคแฟนฉัน ประถม-แฟนฉัน,มัธยม-เพระอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย,มหาลัย-เพื่อนสนิท




I ROCK , THEREFORE I AM

หมีโหด*

จะล่อลวงหนุ่มไปดูค่ะ  :04:

หนังวัยเดียวกะอรเลย  :22:
ตามหารักแท้ค่ะ โฮกกก

Soris0ri

 :45: +1


พี่เก้อ เขียนน่าไปดูเลย  :22:
Las Noches Rubicundior

แอ๊ะ

อ้างคำพูดจาก: หมีโหด* เมื่อ 26 ส.ค. 2006, 01:30 น.
จะล่อลวงหนุ่มไปดูค่ะ  :04:

หนังวัยเดียวกะอรเลย  :22:

โพสต์ผิดกระจู๋เปล่าหมี  คงเป็นหนังเรื่องอื่นแล้วละ :30: :30: :30:

เก้อ เล่าเห็นภาพเลย ความทรงจำตอนมัธยมลอยมาไกล ๆ

[ว่างให้เช่า]

อู๋

อ้างคำพูดจาก: Sorisori เมื่อ 26 ส.ค. 2006, 01:31 น.
:45: +1


พี่เก้อ เขียนน่าไปดูเลย  :22:

เก้อรุ่นเดียวกับเฟิร์นนิ  :31:

พงษ์ศักดิ์

คนแก่ขี้ลืมครับ อย่าถือสา

:30:
Everybody's gonna love today

ning❤

กรี๊ดดดด  :25:

จริงๆคนตีกลอง ชื่อ บอน นะ ในเว็บเขียนว่าบอล  :43:

บอนอยู่กลุ่มอโลนแก๊ง   
เป็นกลุ่มคนหน้าตาดี ในสตอรี่ไทย  :43:

http://6zenola.storythai.com/

สโลแกนเค้า
Boyband Never Die   :21:
<3.

iannnnn


Soris0ri

อ้างคำพูดจาก: kitty-ไอ้หมีอ้วน* เมื่อ 26 ส.ค. 2006, 10:29 น.
เก้อรุ่นเดียวกับเฟิร์นนิ :31:

:03: อ่าว ไม่รู้หน่ะ เห็นท่าทางอาวุโส

ไม่ได้ไปอ่านประวัติ  :05: ขอโทษที



อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 26 ส.ค. 2006, 15:13 น.
พี่เก้อเขียนน่าดูจัง :22:

:39:




Las Noches Rubicundior

เก้อ


ท่าทางอาวุโสตรงไหน  :07:
ฟังแล้วขัดใจวัยรุ่น

เราเพิ่ง 18 เองนะ
I ROCK , THEREFORE I AM

Soris0ri

อ๊ะ  :18:  18 เหรอ  :07:





ก็เห็นมีความสามารถเยอะไง เก่งหน่ะเลยนึกว่าโตกว่า  :22:







Las Noches Rubicundior

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines