ว่าด้วยการสมัครงาน

เริ่มโพสต์โดย verywhale, 13 เม.ย. 2006, 22:16 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

L

มันสวนกันเป็นนัยๆ อะลุงอ๋าห์
คือจะบอกว่า บางที คนบางคน อาจจะอยากทำงานเปื่อยๆ เลยไปเข้าบริษัทใหญ่ ไม่ใช่เพราะ
อยากได้เงินเดือนเยอะๆ หรือ ขี้เกียจ นะ ((แบบผม :30:))

แต่ทำทุกอย่างเพราะออกมาทำบ. เล็กๆหรือไปเป็น freelance ไม่ใช่เพราะเขาอยากเก่ง
หรือคิดว่าตัวเองเก่งแล้ว แต่เพราะ ไม่มี connection อะไรเลยไง

แต่ว่า ลุงอ๋าห์แก่จริงๆนะ  :30:
เกะกะ ระราน พาลไม่เลือกสถานที่

icez

อ้างคำพูดจาก: L เมื่อ 14 เม.ย. 2006, 12:20 น.
แต่ว่า ลุงอ๋าห์แก่จริงๆนะ  :30:
ลองนับดูเล่นๆ

เรียนจบ 22
ทำงานกับคนอื่นอีก 7 ปี เป็น 29
แล้วก็แยกเดี่ยวอย่างตอนนี้

เอ... สิริรวมปาเข้าไปจะ 40 แล้ว :02:

L

อายุน้อยกว่า แม่ผม 12 ปี  :45:
เกิด 12 ชิมิ ลุง :25:
เกะกะ ระราน พาลไม่เลือกสถานที่

โต

อ้างคำพูดจาก: วี เมื่อ 01 พ.ค. 2005, 21:28 น.
เกิดวันไหนกันบ้าง

วัน เดือน ปี
เต็มๆนะ  :08:

ปล.

ลุงภูกระดึง      8 กุมภาพันธ์ 2512
bugs01      5 กรกฎาคม 2515
Sea_Silk      11 เมษายน 2517
kongggg      4 พฤษภาคม 2519
ลุงด๋อย      27 กันยายน 2519
chaosuaa      8 มกราคม 2520
ป๋าเลย์      3 พฤษภาคม 2522
Oh i see      15 มิถุนายน 2522
แก๊บ      27 กรกฎาคม 2522
.
.
.
** เรียงตามลำดับความแก่ แก่สุดอยู่ข้างบน  :22:
*** ตัวหนาคือวันเกิดในเดือนนี้
:42:

verywhale

ขอบคุณมากๆเลย ได้ข้อคิดไปเยอะทีเดียว

ส่วนตัวอยากทำงานในบริษัทใหญ่ๆก่อน
เพื่อเรียนรู้ระบบและการบริหารองค์กรต่างๆของเค้า
เรื่องเปลี่ยนงานเนี่ย
เคยคิดว่าคนที่เปลี่ยนงานบ่อยๆเป็นคนไม่มีความอดทน
แต่ก็นะ คนเราทุกคนก็มีเหตุผลของตัวเอง
ไม่แน่เราอาจจะเปลี่ยนงานบ่อยกว่าเค้าอีกก็ได้

แอ๊ะ

เสริมจากโอ้เอ้แล้วกัน ในฐานะยังคงทำงานเป็นลูกจ้าง ตั้งแต่จบจนปัจจุบัน  :41:

ถ.ควรสมัครหายแห่งหรือเปล่า
ต.ควรครับ ยิ่งเดี๋ยวนี้การสมัครใช้อินเตอร์เน็ต ยิ่งง่าย ทำ resume ให้น่าสนใจ (ผมมีหนังสืออยู่ใครสนใจก็ จมล. มาได้ เป็นเทคนิคการเขียน resume และ จดหมายสมัครงาน resume เป็นด่านแรกที่จะโดนเรียกสัมภาษณ์ หรือไม่

ถ.บริษัทใหญ่ หรือเล็กดี
ต.ส่วนตัวชอบบริษัทเล็ก แต่จบใหม่ ๆ มีโอกาสร่วมงานกับบริษัทใหญ่ สิ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน คือความมั่นคง และสวัสดิการ รวมทั้งขั้นตอน ระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ ที่มีอยู่เยอะ ส่วนบริษัทเล็กจะได้เปรียบตรง ค่าจ้างอาจจะสูงกว่า(นิดหน่อย) มีโอกาสได้โชว์ฝีมือเต็มที่ แต่เหนื่อย ถ้าให้แนะนำ ถ้าเป็นเด็กจบใหม่ เข้าบริษัทใหญ่ จะมีพี่เลี้ยง และมีโอกาสได้เรียนรู้งานขนาดใหญ่ โดยเราเป็นส่วนหนึ่งของทีม เพราะบริษัทใหญ่จะไม่ค่อยรับงานเล็ก ๆ ถ้าอยู่บริษัทเล็กงานก็จะเล็ก แต่เราก็ได้ทำเยอะ แล้วก็ความเสี่ยงสูง

ถ.เงินเดือนเท่าไหร่ดี
ต.ถ้าตามมาตราฐานทั่วไป ตอนผมจบ (จากฐานของวิดวะโดยประมาณ)
   - AIS, TA, TAC, 15,500.00 บาท มี TT&T บวกเพิ่มค่าเช่าบ้าน รวม ๆ แล้วก็ 20,000.00 บาท
   - CDG 16,500 (วิดวะ) 13,500 (วิดยา และ ป.ตรีสาขาอื่น)
   - บริษัทอื่น ๆ ทั่ว ๆ ไป 15,000
   - บริษัทอื่น ๆ แบบไม่ทั่วไป 20,000 - 45,000 (เช่นบริษัทข้ามชาติ หรือธุรกิจเฉพาะด้าน พวกน้ำมัน)
   - ส่วนปัจจุบัน คิดว่าฐานของ ป.ตรี ที่จ้าง ๆ กันน่าจะอยู่ระหว่าง 15,000 - 20,000
   - ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ ๆ จะมี rate ที่กำหนดไว้ตายตัวอยู่ บางที่จะเพิ่มค่าเกียรตินิยมให้
   - ถ้าเป็นบริษัทเล็ก ใช้การต่อรอง แต่ส่วนใหญ่จะมีตัวเลขอยู่ในใจอยู่แล้ว บางที่ จะปรับให้อีกเมื่อผ่านช่วงโปรฯ หรือไม่ก็ไล่ออกเลยเพราะทำงานไม่ได้เรื่อง ฮ่าๆๆๆ
   - ที่สำคัญ ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินเดือนเริ่มต้น ช่วงแรกอาจจะต่างกัน พันสองพัน เดี๋ยวก็ทัน ๆ กัน แต่ถ้าใครมีความสามารถโดดเด่น เงินจะยิ่งก้าวกระโดด โดยเฉพาะถ้าไปอยู่ในสายงานที่เราได้แสดงความสามารถเต็มที่ ให้เลือกบริษัทที่เราคิดว่าจะให้ประสบการณ์ที่ดีกับเรามากที่สุด เพราะเป็นฐานสำคัญที่สุด
   - สิ่งที่ผมเจอและเป็นปัญหาในปัจจุบันมากที่สุด คือ ต้องการเงินเดือนเยอะ ๆ แต่ไม่เคยดูตัวเองว่าทำงานได้แค่ไหน และปัญหาอีก 108-1009 เช่นขีเกียจอ่านหนังสือ ไม่สามารถประมวลความรู้เพื่อแก้ปัญหาได้ ขาดความริเริ่มสร้างสรรค์ พูดแล้วหาว่าเป็นคนแก่ขี้บ่น แต่เจอแบบนี้เยอะ แต่ที่รับไม่ได้และไล่ออกเลย คือขาดความรับผิดชอบ

ถ.เตรียมตัวไปสัมภาษณ์อย่างไรดี
ต.เตรียมตัวเองให้พร้อม คำถามที่เจอบ่อย ๆ เช่น
  - แนะนำตัวเอง อันนี้ทำการบ้านให้เยอะ เช่นเรียนวิชาอะไรมาบ้าง ทำกิจกรรมอะไรมาบ้าง เคยได้รางวัล หรือเป็นผู้แทนไปแข่งอะไรมา ก่อนไปสัมภาษณ์ให้เขียนลงสมุด และลองเรียบเรียงก่อน อย่าไปสัมภาษณ์ แบบไม่ได้เตรียมอะไรไป
  - ศึกษาข้อมูลของบริษัทไว้บ้าง เช่นพึ่งรับงานอะไรมาบ้าง ทำไมเราถึงเลือกบริษัทนี้ บริษัทนี้เด่นดังยังไง
  - ซ้อมๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยเฉพาะถ้าเป็นภาษาอังกฤษ (อีกเช่นกัน ผมมีหลังสือการสัมภาษณ์งานฉบับภาษาอังกฤษ จมล. มาได้)

สำหรับพวกที่ยังไม่จบ แล้วคิดว่าเกรดไม่สำคัญผมว่าคิดถูกแค่ครึ่งเดียว ถ้าเป็นงานที่ต้องใช้จิตนาการ และฝีมือ เช่นพวกศิลปะ อันนี้อาจจะโอเค ดูงานเอา แต่ประเภททั่ว ๆ ไปเกรดเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะเพิ่มโอกาสการเรียกสัมภาษณ์

สุดท้าย ถ้ายังไม่ได้งาน อย่าเครียด หาอะไรทำฝึกฝีมือไปเรื่อย ๆ (เช่นปั่นบอร์ด {หมีโหด})
[ว่างให้เช่า]

นายโอ้เอ้

อ้างคำพูดจาก: แอ๊ะ เมื่อ 14 เม.ย. 2006, 15:22 น.
    - ส่วนปัจจุบัน คิดว่าฐานของ ป.ตรี ที่จ้าง ๆ กันน่าจะอยู่ระหว่าง 15,000 - 20,000

ขึ้นอยู่กับสาขางานที่ทำ และ สาขาที่จบด้วยครับ ใช่ว่า ป.ตรีจะได้ขนาดนี้ทุกคนไป
ยิ่งจบใหม่ๆ อย่าเพิ่งหวังมากมาย แต่เงินเดือนอัพได้ตามความสามารถครับ

นอกนั้นเห็นด้วยกับพี่แอ๊ะครับ  :42:
Today you , Tomorrow me.

ยัง มี พุง

(อาจไม่ค่อยเกี่ยวแต่อยากเล่า)

โดยส่วนตัวเป็นปี 4 ที่ยังไม่กระตือรือร้นที่จะสมัครงานเลย

มุ่งแต่สมัครอย่างเดียวคือแอร์ฯ เลยไม่ค่อยมีอะไรจะเล่าเท่าไหร่

เผื่อว่าจะมีน้องๆในนี้ซักคนอย่างทำงานด้านนี้จะเล่าให้ฟังคร่าวเรื่องการเตรียมตัวสมัครละกัน

เมื่อก่อนตอนที่ยังไม่เคยรู้เรื่องขั้นตอนการสมัครไม่เคยรู้เลยว่า

มันเรื่องมากจริงๆกับการสมัครแอร์ฯแต่ละครั้ง (และใครเงินพอสมควร)

เพราะเริ่มแรกเลยเราต้องมีรูปก่อน เวลาที่จะส่งใบสมัครหรือว่า walk-in

การถ่ายรุปนี้ก็ต้องเต็มยศแต่งหน้าทำผมให้เรียบร้อยรูปจะใช้ 2 ขนาดคือ

2 นิ้ว (ครึ่งตัว) กับขนาดโปสการ์ด (เต็มตัว)

จากนั้นก็เป็นเรื่องสูท สามารถเลือกได้ตั้งแต่สี ดำ ครีม เทา ขาว ฯลฯแต่ไม่ควรเป็นสีแสบทรวง

จากนั้นการสมัครก็เริ่มขึ้น ซึ่งก็แล้วแต่สายการบินว่าจะให้ online ก่อน รึว่า walk-in เลย

ถ้าเกิดว่า walk-in ก็ต้องยุ่งยากหน่อย เพราะว่าต้องแต่งตัวกันเต็มยศ

ยังคงมีเรื่องจุกจิกที่ว่า ตุ้มหูต้องใส่ ห้ามระย้าห้อย แต่ไม่ใส่ไม่ได้เด็ดขาด

นาฬิกาก็ต้องใส่ เล็บก็ต้องทา ผมต้องเรียบกริ๊บ ห้ามหลุด

สร้อยก็ต้องใส่ ถ้าไม่ใส่ก็ต้องผูกผ้าพันคอ ห้ามปล่อยคอโล่ง

นี่ขนาดแค่สมัครยังลำบากขนาดนี้เลย ไม่รวมการต้องไปเบียดเสียดผู้คนอีกหลายพันอีกนะ

:39: ไม่อยากนึกถึงวันที่ 21 นี้จริงๆเลย
ห๊ะ! อะไรนะ!!!

Dew Susansaraly

อ้าวพี่ตาล  จบแล้วเหรอ  อยากรู้ว่าพวกแอร์ฯ สจ๊วต เขาสมัครกันยังไง

พวกแอร์ฯนี่มีโอกาสได้เจอพวกคนที่ทำงานที่หอบังคับการบินรึปล่าวครับ

ถ้ามีโอกาสเจอก็บอกเพื่อนๆให้รีบหลีกหนีเลย  พี่ผมมันไปประจำการที่หอบังคับการบินสุวรรภูมิ :22:

ไม่เห็นจะมีอะไรเลย  แค่สูงเฉยๆ  นึกว่าของจริงจะมีจอพรึบ  มั่วตั้วแบบในหนังแต่ของจริงมันโล่งๆไงก็ไม่รู้
โล่ง

ยัง มี พุง

ก็อย่างที่บอกแหละ เราก็ต้องคอยดูตามหนังสือพิมพ์ว่าสายการบินอะไรเปิดรับมั่ง

ซึ่งแต่ละสายการบินก็จะรับคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป

สจ๊วตก็จะสูงอยู่ที่ 165 (การบินไทย) ถึง 170 (สายการบินอื่นๆ เรื่องสจ๊วตไม่ค่อยรู้จริงๆขอโทษที)

ส่วนแอร์ฯก็จะอยู่ตั้งแต่ 156 (Jalways) จนถึง 162 เซนฯ

เรื่องน้ำหนัก ส่วนมากเค้าก็จะเอาความสูง -110 แต่ก็ดูตามความเหมาะสม บวกลบไม่เกิน 5 โล

แต่บางกอกแอร์เวย์นี่ เอาความสูง -115 บวกลบได้ไม่เกิน 2 โล เอานางแบบโคตรๆ

อีกอย่างนึงที่เราต้องเตรียมไว้เลยคือ คะแนน TOEIC (ค่าสอบขึ้นแล้วเป็นพันนึง)

ซึ่งส่วนมากก็จะกำหนดที่ 550 การบินไทยเอา 600 ก็ต้องไปสอบกันไว้

พอถึงขั้นตอนการสมัคร เค้า require อะไรมาก็ส่งๆให้ครบเท่าที่เค้าต้องการ

ส่วนเรื่องแอร์ฯที่ว่าจะเจอกับคนในหอวิทยุการบินนี่คงน้อยมาก

เพราะว่าลงจากเครื่องแล้ว แอร์ฯก็ลากกระเป๋าเข้าห้องพักนอนแล้วล่ะ
ห๊ะ! อะไรนะ!!!

Dew Susansaraly

เย้  พี่ผมมันจะไม่เจอแอร์ฯ  สะใจว้อย
มันคงไปหาเอาแถวๆหอบังคับการบินนั่นแหละ

ปล.ผมสมัครสจ๊วตไม่ได้  ส่วนสูงลบ 110 แล้วเกินมายี่สิบกว่ากิโล  :02:

ปล. ถ้าไม่ใช่นักบินกับสจ๊วตด้วยกัน  จะมีทางหาโอกาสจีบแอร์ฯได้มั้ยครับ  (อันนี้ไม่ได้ถามเพื่อตัวเอง  แต่ถามเผื่อคนอื่น  :22:)

ปล. ไม่เคยมีครั้งไหนี่พี่ลืมทำตัวอักษรสีชมพูเลยเหรอครับ
โล่ง

ยัง มี พุง

ป.ล.เยอะดีแท้  :08:

พวกอยู่หอวิทยุการบินวันๆไม่ค่อยได้คุยกับใครหรอก นอกจากนักบิน กับเล่นเกมส์เพลย์

ส่วนสจ๊วตด้วยกันไม่ค่อยจีบแอร์ฯหรอก เพราะ 95% ของสจ๊วต เป็นกัมเกย์

ส่วนหาทางจะจีบแอร์ฯ ไม่รู้เหมือนกัน เจอที่ไหนก็จีบ แต่จะเจอที่ไหนนี่ดิ :18:

ส่วนเรื่องสีชมพู ไม่มีลืม .. หุหุ เป็นเอกลักษณ์ รักกะเอก.ไปแล้ว :21:
ห๊ะ! อะไรนะ!!!

PalmySyd

สายบริหารจบใหม่ เงินเดือนstart ประมาณ 10,000 บาท {หมีโหด}

ทั้งนี้ขึ้นกับสาขาที่จบด้วย

การเงินกับบัญชี ได้มากสุด ส่วนมากstartกันที่ 16,000  :39: (ถ้าเป็นบ.ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์จะได้ประมาณนี้)

การโรงแรมได้น้อยสุด เห็นเพื่อนบางคนได้ 8,000กว่าๆ :05: โดยรวมๆเฉลี่ยๆ ก็ 10,000 นึง

การตลาด start 10,000-14,000 (ยังไม่รวมเบี้ยเลี้ยงพิเศษ/ค่าโทรศัพท์/น้ำมัน/ค่าออกพื้นที่)

เศรษฐศาสตร์ ประมาณ 14,000-15,000 (เพื่อนที่เครือปูนได้ 18,000)

Dew Susansaraly

555 พี่ผมมันไม่อยู่คุยกับนักบินนะซิครับ  ดักดานกว่านั้นอีก  เพราะมันเป็นฝ่ายคุมระบบ  ไม่ใช่ฝ่ายวิทยุ

คราวนี้มันได้เอากันเองกับเพื่อนร่วมงาน (ชายล้วน) แน่ๆเลย

ผมว่าอยู่ฝ่ายวิทยุยังดีกว่า  ได้คุยกับนักบินบ้าง  แต่นี่นั่งจิ้มปุ่มอย่างเดียว 555

จริงๆนั่งเครื่องบินบ่อยๆก็น่าจะหาโอกาสจีบแอร์ได้  แต่ถ้าเป็นกรณีกัมเกย์ก็อาจจะใช้ได้เช่นเดียวกัน

แต่ว่ากันตรงๆถ้าไม่รีบเนี๊ยะไม่อยากขึ้นเครื่องบินเลย  กว่าจะได้บินวุ่นวายShiftหาย  แล้วก็ต้องมีคนไปรับที่สนามบินด้วย

สรุปนั่งรถไฟสบายสุดๆเล้ย  ยังไม่มีโอกาสนั่งรถไฟชั้นหนึ่งตั๋วตั้ง 1350 แถมไม่รู้ถ้านั่งคนเดียวเนี๊ยะต้องจ่ายเพิ่มเป็น 2700 รึปล่าว  (แบบนั้นนั่งการบินไทยยังดีกว่า)  ใครเคยนั่งมาบอกบ้างนะครับ  ไว้ทำงานแล้วจะหาโอกาสนั่งให้ได้เลย

สุดท้ายนี้ขอให้พี่ตาลสมปรารถนานะครับ   :33:

ปล.น้ำหนักเยอะมากเพราะปกติจะเป็นคนเคลียร์โต๊ะเวลาทานข้าวหลายคนเพราะนิสัยเสียดายของ  เลยเป็นเหตุผลที่ไม่ชอบทานข้าวกับคนเยอะ  ดูแล้วขัดใจเวลาเขาทานกับข้าวไม่หมด  มันเปลืองทรัพยากรโลกรู้มั้ย :07:

แต่สำหรับสาวๆเว้นให้เพราะถึงทานไม่หมดก็เข้าใจจ๊ะ  หากสาวๆทานหมด  โลกนี้คงไม่เหลือความสวยงามแบบหุ่นดีๆ:33:


คราวนี้เข้าจู๋ได้แล้ว

งานสายกฎหมาย  ถ้ารับราชการอยู่ที่อัตราเดียวกันหมดคือประมาณ 7 พัน
ถ้าทำนิติกรทั่วไปเริ่มที่ 1 หมื่นกว่าๆ  แต่ไม่ถึง 15000
ถ้านิติกรบริษัทใหญ่ๆ  หรือองค์กรเจ๋งเช่นศาลปกครอง (เอาเกียรตินิยมนะจ๊ะ) ก็ราวๆ 15000 ขึ้นไป  ไม่รู้เพดานเงินเดือนเหมือนกัน
ข้าราชการตุลาการและอัยการ  เริ่มที่ตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา ประมาณ 14,000 กว่าบาท  ทำงานครบหนึ่งปีเลื่อนขั้นเป็นผู้พิพากษาเงินเดือนประมาณ 30,000 กว่าๆ  เลื่อนขั้นทุกปี  เพดานเงินเดือนอยู่ที่ 100,000 กว่าๆ  ไม่แน่ใจว่าแสนสี่หมื่นรึปล่าว ไม่นับค่าตำแหน่ง
คราวนี้มาดูช๊อตเด็ดของงานด้านกฎหมาย ทำงาน Law Firm ภาษาอังกฤษต้องดี  สำหรับปริญญาตรี  หรือพวกไม่ได้จบเมืองนอก  จะรับต่อเมื่อคะแนนระดับเกียรตินิยม  เริ่มต้นที่ 20,000 บาท  ถ้าอนาคตรุ่ง  เพดานไม่มีกำหนด  ระดับ Partner หรือพวก Pioneer เห็นแว่วๆว่าคิดเป็น % จากผลประโยชน์ในการเซ็นต์สัญญาครับ  รู้สึกว่าอยู่ที่สิบล้านต่อปี  หรืออาจจะร้อยล้านต่อปี  ไม่ค่อยแน่ใจ

ซึ่งทุกอย่างมันเป็นสัจธรรมครับ  ของดีก็รับจำกัด  แต่ที่เห็นเยอะๆนะส่วนใหญ่ไม่ได้ทำงานสายกฎหมายโดยตรงหรอก 

การสมัครงานของงานสายกฎหมายสำหรับส่วนราชการก็ตามระเบียบของแต่ละสังกัดครับ
สำหรับองค์กรอิสระต่างๆก็คล้ายๆกับส่วนราชการ
สำหรับเอกชนก็เดินหางานตามที่ปั่นบนๆคุยไว้ครับ
แต่สำหรับ law firm ดังๆนั้น  คนที่จะมี % ได้งานสูงคือ  ทำคะแนนระดับดีเยี่ยม  แล้วตอนปี 3 ก็ส่งใบสมัครฝึกงาน  ถ้าได้ฝึกงาน  ก็ต้องทำเต็มที่แบบบ้าพลังสุดขีด  อ.ผมก่อนเป็นอ. วุฒิแค่ปริญญาตรี  ไม่จบเนติบัณฑิตด้วยซ้ำ  ที่ทำ law firm ก็ได้ 70,000  ตอนนี้ลาออกมาเป็นอ. กำลังศึกษาต่อที่อังกฤษ  แกบอกว่าเคล็ดลับง่ายๆในการได้งาน law firm ดีๆคือฝึกงานตอนปี 3 ต้องทำให้ได้  และต้องบ้าพลังอย่างสูง  อ.ท่านทำงานถึงตีสองตีสาม  (ช่วงนั้นวิกฤตเศรษฐกิจพอดี  งานล้นมือเพราะต้องยุบรวมบริษัทเยอะ) 

แค่นั้นพอ  จะเห็นว่า law firm นั้นยั่วกิเลสมาก ถึงมากที่สุด  ดังนั้นพวกหัวกะทิเอ๋ย  ถ้าเอ็งหวังรวยแล้วละก็  เรียนกฎหมายก็น่าสนใจอยู่นะ 

ส่วนผมนั้นไม่หวังกับ law firm อยู่แล้ว  แต่ถ้าได้ทำก็ดีครับ  อยากรับราชการสายตุลาการมากกว่า
โล่ง

ดีแหะ เงินเดือนเยอะกันทั้งนั้นเลย

สมัยผมจบมานี่รับอยู่ 7,040 บาท  :05:

ส่วนตัวคิดว่าจบมาใหม่ๆ อยู่ บ.เล็กก็ดีนะครับ จะได้รู้การทำงานทั้งระบบ ได้ง่ายกว่าไปอยู่ บ.ใหญ่ๆ ที่ระบบมันใหญ่จนมองได้ยากกว่า
ตั้งแต่เมื่อฉันรู้จัก และฉันได้มาพบเธอ มันทำให้ฉันต้องเปลี่ยน  เปลี่ยนแปลงหัวใจฉันไป ได้เรียนรู้สิ่งใหม

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines