FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน

เริ่มโพสต์โดย iannnnn, 08 เม.ย. 2005, 00:18 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

蓝月 (lán yuè)

กุ ม ภ สู ต ร
"เปรียบพฤติกรรมดุจหม้อน้ำ"



"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย หม้อน้ำ 4 ชนิด คือ หม้อน้ำเปล่าปิดชนิด 1 หม้อน้ำเต็มเปิดชนิด 1 หม้อน้ำเปล่าเปิดชนิด 1 หม้อน้ำเต็มปิดชนิด 1

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนมีอากัปกิริยา ดูน่าเลื่อมใส มารยาทเรียบร้อย แต่ไม่รู้อริยสัจ บุคคลนี้เปรียบเหมือน หม้อน้ำเปล่าที่ปิดฝาไว้

บุคคลบางคนอากัปกิริยาดูไม่น่าเลื่อมใส ไม่ค่อยเรียบร้อย แต่รู้อริยสัจ บุคคลนี้เปรียบเหมือนหม้อน้ำเต็มเปิด

บุคคลบางคนอากัปกิริยาดูไม่น่าเลื่อมใส มารยาทไม่เรียบร้อย และไม่รู้อริยสัจด้วย บุคคลนี้เปรียบเหมือนหม้อน้ำเปล่าเปิด

บุคคลบางคนอากัปกิริยาดูน่าเลื่อมใส มารยาทเรียบร้อยรู้อริยสัจด้วย บุคคลนี้เปรียบเหมือนหม้อน้ำเต็มปิด"



ข้อความนี้จาก กุมภสูตร เปรียบคนเหมือนหม้อน้ำ ในเมืองอินเดียไปไหน ๆ ก็จะเห็นหม้อน้ำ การยกเอาสิ่งที่พบเห็นอยู่ประจำมาสอนเปรียบเทียบ ทำให้ผู้ฟังเข้าใจได้ง่ายและเข้าใจได้เร็ว การสอนด้วยอุปมาอุปไมยเป็นวิธีการหนึ่งที่พระพุทธองค์ทรงใช้มากที่สุด

คนที่ไม่มีอะไรแล้วเปิดเผยให้คนเห็นว่าไม่มีอะไร ก็น่ารักไปอีกอย่างหนึ่ง ถึงจะเปรียบเหมือนหม้อน้ำเปล่าเปิดฝาก็ตาม แต่คนที่น่าเกลียดคือคนที่ไม่มีอะไรดีในตัว แถมยังปิดบังซ่อนเร้นนี่สิ เขาเปรียบเหมือนหม้อเปล่าปิดฝาไว้ ในหม้อเปล่านั้นซ่อนอสรพิษอยู่ด้วยหรือเปล่านี่ยากที่จะรู้
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

นิ้ง

เคยอ่านแล้วค่ะ

ขอให้คำพูดเด็ดที่คิดขึ้นมา







ละโว้ .................. โอ้................................................โอ

โดนตัดหน้า :44:
"ความรักนั้น...ง่ายดายกว่าที่คิด...ยากเย็นกว่าที่เห็น"

蓝月 (lán yuè)

ถือว่าจู๋นี้รีเซ็ต ไม่มีผลกะเรื่องละโว้  :33:
เรียกว่ามาบันทึกเรื่องราวดีดีเก็บไว้ไง

(ปั่นนั่นแล)
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

Soris0ri

Subject: พ่อรวยสอนลูก จดหมายถึงลูกโอ๊กอ๊าก


หากลูกได้อ่านจดหมายนี้  ก็แสดงว่าพ่อไม่ได้อยู่ดูแลลูกอีกต่อไปแล้ว
อยากจะให้ลูกอ่านคำสอนที่พ่อได้ทำเช็คลิสต์จำใส่กระโหลกไว้ให้แม่นๆ
พ่อรู้ดีว่าสมองลูกมีพื้นที่บันทึกข้อมูลความจำที่ยังไม่เสียหายจากยาหลาย
ประเภทที่ลูกทั้งดูด สูบ กิน ฯลฯ มาหลายปี แต่ยังไงก็พยายามหน่อย
     
1. อย่าไว้ใจคนรอบข้าง
ตอนนี้พวกมันคงไปตอมนายกคนใหม่กันเกือบหมดแล้ว
พ่อยังเสียใจอยู่ทุกวันนี้ที่มัวแต่หลงน้ำลายพวกมันอยู่หลายปี
(โดยเฉพาะนังแว่นขาซี้ และนิติกรตัวแสบที่ย้ายไปพรรคนายหนวด
หรือเสี่ยอ่าง)
ที่เหลืออยู่มันก็ไม่ได้หวังดีกับลูกหรอกมันหวังแต่เงินของลูกทั้งนั้น
ถึงแม้หลักทรัพย์ของเราในตลาดหุ้นจะถูก ปปช
ประกาศยึดทรัพย์ไว้ก่อนหน้านี้
แต่พ่อได้ฝากไว้ในบัญชีสวิสของเสี่ยกาแฟพ่อตาของเจ้า
ไว้นานแล้วสัก 7แสนล้านบาท พ่ออยากให้ลูกรีบยักย้าย
มาเป็นทองคำเก็บไว้กับตัวดีกว่า อย่าไว้ใจพ่อตาหรือเมียเป็นอันขาด
เพราะหากช้าจะเอาเงินไปปั่นหุ้นกับเจ้าตี๋ขายอะหลั่ยรถอีกรอบ
แล้วลูกจะไม่มีอะไรเหลือ เล่นอะไรก็เล่นเถอะลูก แต่อย่าเล่นหุ้น
มันจะไม่มีเหลือ เสี่ยชาร์เตอร์มันก็เตือนคนไทยทั้งหมดแล้ว
มันหมายถึงเราด้วยนะลูก
     
2. อย่าริทำงาน
พ่อรู้ความสามารถของลูกมาตลอดตั้งแต่สมัยประถม
ถ้าไม่โกงลูกไม่เคยทำอะไรสำเร็จสักอย่าง ดูแค่โกงข้อสอบยังโดนจับได้
ไอ้มือถือทองขาวฝังโคตรเพชรที่บังคับขายลูกพรรคกับพวกที่มาอาศัยบารมีพ่อ
คงขาย ไม่ได้แล้วเลิกเสียเถอะ ส่วนร้านกาแฟที่เจ้าทำกับแฟน
ที่ให้นักศึกษามาจิบกาแฟไปแช็ตไปจะได้ไปสำส่อนกัน
ทันใจก็คงสู้สตาร์บักส์ไม่ได้แต่ถ้าอยากทำให้คนอื่นเขา
เห็นว่าลูกยังทำอะไรเป็นบ้างก็ตามใจ
ส่วนบริษัทฮาวคัมนี่คงไม่สามารถไปงาบสัมปทานอะไรได้ถ้าไม่มีพ่อคุ้มหัวอยู่
ฝีมือถ่ายรูปของลูกเป็นยังไงก็รู้อยู่ อย่าทำเลย (ลูกคิดได้ไงวะ ชื่อบริษัทนี้
     
เพราะว่าพอผวน ออกมามันก็กลายเป็นบริษัท "หำคาว" อัปมงคลดีแท้)
พ่อพยายามทำธุรกิจประเภทเสือนอนกินมาตลอดชีวิตเพราะพ่อรู้ว่า
ลูกคงจะโตขึ้นมา ผลาญได้รวดเร็วมาก
เท่าที่หามาคงพอใช้ได้หลายชาติอยู่หากลูกไม่อาการหนักกว่าที่พ่อคิด
3. เงียบเข้าไว้
อย่าได้ปากไวไม่เข้าท่าอย่างที่พ่อพลาดไปหลายครั้ง ข้อนี้สัมพันธ์กับข้อ 1 มาก
ยิ่งกึ๋นลูกมีน้อยๆอยู่อย่าไปแสดงให้ชาวบ้านเขาเห็นมันจะเสียตระกูล
พ่อขอฝากไว้แค่นี้ หากพ่อไม่หลงกล มหามื้อเดียวชวนพ่อมาเล่นการเมือง
(ลืมไปว่าแกมีฉายาพาคนไปตาย)
แถมพวกขาประจำมันเชียร์พ่อเหลือเกินตอนนั้น
ป่านนี้ก็คงเป็นเจ้าสัวสบายๆเหมือนเสี่ยข้าวไก่ย่างเพื่อนพ่อที่บังคับให้พ่อ
อุบข่าวไข้หวัดนกตั้งหลายครั้งแต่มันไม่เคยโดนด่าแถมยังรวยเอารวยเอา
พ่อมีอะไรจะสอนอีกเยอะแต่รอวันหลังนะลูก
ผู้คุมมันคิดค่าส่งบวกข้าวผัดครั้งละแสนบาท


รัก
พ่อเหลี่ยม
ปล.เอ้อไม่ต้องสงสัยนะว่า ทำไม ไอ้มหาหัวเกรียนถึงโดนเล่นเรื่อง สปก.น่ะ
Las Noches Rubicundior

n๊ooก~*

^
^

:30: :30: :30:

ฮามาก ชอบ ๆโดยเฉพาะข้อ 2

ปล.แต่เหมือนเคยอ่านแนวๆนี้อ่ะ แต่นี่เขาคงเอามาดัดแปลงมั่ง

อ้อ ลืม +1 พี่เฟิร์น  :43:
♪ หากไม่ดูเป็นการรบกวน ~ ก็จะชวนเธอมารักกัน ♪

dArKzLigHt~*

    ถ้าความรักมีรูปทรงเป็นวงกลม O
    ก็ควรจัดการแบ่งวงกลมวงนี้
    เป็นสองส่วนเท่า ๆ กันที่สุด

    เราก็จะได้ครึ่งวงกลมขนาดเท่ากันหรือเกือบเท่ากัน
    จำนวนสองครึ่งวงกลม
    ตั้งชื่อให้ครึ่งวงกลมแรกว่า....หัวใจ
    ตั้งชื่อให้ครึ่งวงกลมที่สองว่า....สมอง
    แล้วเขียนอธิบายภายใต้ล่างว่า
    : หัวใจ....มีไว้รู้สึก
    : สมอง.....มีไว้คิด

    เพราะความรักควรมีทั้งความรู้สึกและความคิด
    อย่าใช้หัวใจอย่างเดียว เมื่อรักใคร
    รวมถึงเมื่อรักใคร อย่าให้หัวใจเขาไปทั้งดวง
    (ให้จำไว้ว่า เรายังต้องหายใจต่อ ถ้าให้หัวใจเขาไป
    แล้วเราจะเอาหัวใจที่ไหนมาหายใจ)
    การรู้จักรักคนอื่นนั้นเป็นเรื่องดี
    แต่จะดียิ่งขึ้น ถ้าระหว่างที่รักคนอื่น
    เราก็ไม่ลืมที่จะรักตัวเองด้วย
    และการรู้จักมีความหวังนั้น ก็เป็นสิ่งที่ดี
    แต่จะดียิ่งขึ้น ถ้าเรารู้จักที่จะหวังกับตัวเอง
    มากกว่าที่จะหวังกับคนอื่น
    รักเพราะรักแล้วมีความสุขเถอะ
    อย่ารักแล้วดิ้นรนทุกวิถีทางเพียงแค่ต้องการ
    ให้เขามารักตอบ เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว
    หากไม่เป็นอย่างที่เธอหวัง หรือเขา
    ไม่รักเธอเท่าที่เธอรักเขา

    คนที่เจ็บปวดมากว่าใครในโลก....ก็คือเธอ
    น้ำตาที่ไหลไม่ใช่น้ำตาใคร แต่เป็นน้ำตาเธอ
    ทีนี้...จากที่รักก็อาจจะกลายเป็นเกลียด
    จากเกลียดก็อาจจะกลายเป็นแค้น
    แม้ครั้งหนึ่งเธอจะเคยบอกว่ารักเขาอย่างที่สุด

เคยอ่านกันยังหว่า อ่านแล้วก็ขอโทษ ครับ  :17:
ไม่มีรักใดๆ ที่เป็นไปไม่ได้~*

Soris0ri

อ้างคำพูดจาก: :n:o:o:k: เมื่อ 12 มี.ค. 2006, 05:26 น.
^
^

:30: :30: :30:

ฮามาก ชอบ ๆโดยเฉพาะข้อ 2

ปล.แต่เหมือนเคยอ่านแนวๆนี้อ่ะ แต่นี่เขาคงเอามาดัดแปลงมั่ง

อ้อ ลืม +1 พี่เฟิร์น :43:

อุ๊ย ขอบคุณค่ะ  :43: :43: :43:
Las Noches Rubicundior

Soris0ri

โลกกว้างเกินไป...หรือ...หัวใจเราแคบเกิน........//

วันเวลาที่ผ่านมา ชั่วระยะเวลาหนึ่งของชีวิต ผู้คนมากมายผ่านเข้ามา บางคนผ่านมาเพียงเพื่อจะผ่านไป แต่บางคนกลับไม่เป็นเช่นนั้น..

จากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย ล่วงเลย ไปถึงกลายเป็นคนรักกัน

เวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน สถานภาพทางความรู้สึกของเราก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย บางคนยังคงความเป็นคนแปลกหน้า ยังรักษาระยะห่างของการเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย หรือคนรักกันไว้ได้อย่างคงที่...

บางคน เปลี่ยนแปลงจากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนคุ้นเคย...จากคนเคยคุ้น กลายมาเป็น คนรักกัน .. ทำลายระยะห่างของความรู้สึกให้สั้นลงอย่างรู้สึกได้...และเมื่อนั้น เรื่องราวดี ๆ สวยงามทางความรู้สึกจึงเกิดขึ้น ..

แต่ในทางกลับกัน..ระยะห่างของบางคน อาจห่างไกลออกไปจนสุดหูสุดตา จากคนเคยรัก คนเคยคุ้น กลายเป็นแค่คนเคยรู้จัก .. กลายเป็นคนแปลกหน้าทางความรู้สึกไป ..

แน่นอนว่า ระยะห่างของคนรู้จัก กับ คนรัก ย่อมไม่เท่ากันเป็นแน่.. แต่นั่นแหละ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ.. ฉันเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของเวลา พอกับเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึก..ไม่มีมาตราวัดใด ๆ ที่จะใช้วัดระยะห่างของความรู้สึกได้ และระยะห่างในแต่ละสถานภาพทางความรู้สึกในแต่ละคนก็คงจะไม่เท่ากัน..เราระบุชัดไม่ได้ว่า 1 เท่ากับ 1 ในความรู้สึกของอีกคน 1 ในความรู้สึกของคนหนึ่ง อาจจะเป็น 100 ในความรู้สึกของอีกคนก็เป็นได้..และในเมื่อการคบหากันเป็นปฏิสัมพันธ์ของคนสองคน เราจึงมองเห็นความไม่ลงตัว เห็นระยะห่างที่ไม่เท่ากันของคนสองคนได้เสมอ..

กับคนบางคน เราอยากเป็นมากกว่าคนรู้จัก เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรามันสั้นลง กับคนบางคน เราอยากเป็นน้อยกว่าที่เป็นอยู่ เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรายาวไกลออกไป..แต่กลับบางคนเรากลับอยากจะรักษา ระยะห่าง ตรงกลาง ไว้ให้คงที่ ไม่ให้ห่างหาย จางหนี หรือ เข้ามาใกล้จนเรารู้สึกอึดอัด..

เคยรู้สึกใช่ไหมว่า .. ขณะที่เราเดินเข้าหา บางคนกลับกำลังเดินหนี กับบางคนเรากำลังเดินหนี บางคนกลับเดินตาม...กับบางคนเราก็ต้องการระยะห่างประมาณหนึ่ง ไม่ต้องใกล้มาก แต่ไม่ต้องการห่างหายไปไหน..

ขณะที่บางคนวิ่งตาม ล้มลุกคลุกคลาน และเจ็บปวดกับระยะห่างของอีกคนที่ทิ้งไว้ตรงหน้า และขณะเดียวกันกับที่อีกคนก็วิ่งหนี โดยไม่คิดจะหันกลับมามองความเจ็บปวดของอีกคน อะไรก็เกิดขึ้นได้กับความรู้สึกคน.. เหนื่อยแสนเหนื่อย ล้าแสนล้า แต่สุดท้ายก็ยังพยายาม พยายามที่จะยื้อยุดฉุดดึงอยู่เช่นนั้น

บางคนปล่อยความรู้สึกของอีกคนไว้บนความห่าง ห่างจนลับตา ..ไม่เคยหันกลับมามองหรือรับรู้ความเป็นไปของอีกคน ..ไม่เคยรับรู้ว่า ระยะห่างที่เขาทิ้งไว้อีกคนมันสร้างความเจ็บปวดได้ประมาณไหน แต่ก็มีบางคนที่เหนื่อยล้ากับระยะห่างที่พยายามรักษาไว้เพียงแค่นั้น ไม่ต้องห่างไป แต่เข้าใกล้กว่านี้ไม่ได้...ต้องการเพียงเส้นขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบ...

การทำลายระยะห่างของคนสองคนอาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ได้ง่ายดายนักสำหรับอีกหลาย ๆ คน...บางคนพยายามมาเกือบทั้งชีวิต..ระยะห่างที่ว่าก็ยังคงห่างอยู่เช่นเดิม..ขณะที่บางคนอยู่นิ่ง ไม่วิ่งหนี ไม่วิ่งตาม ปล่อยทุกอย่าง! ให้เป็นหน้าที่ของเวลา ไม่เรียกร้องให้เกิดความคาดหวัง ไม่ปล่อยละเลยจนเหมือนชาเฉย...ระยะห่างนั้นกลับขยับเข้ามาใกล้ราวปฏิหารย์

เอาใจช่วยสำหรับคนที่กำลังพยายามเดินเข้าหา ให้อีกคนหันกลับมามองบ้าง ระยะห่างจะได้สั้นลง พยายามต่อไป เพราะวันหนึ่งคุณอาจรู้สึกว่าความพยายามของคุณมิได้ไร้ค่า ร้องขอสำหรับคนที่กำลังเดินหนี ให้หันกลับมามองความรู้สึกของอีกคนบ้าง เพราะบางทีคุณอาจจะสูญเสียอะไรดี ๆ ไปเพราะระยะห่างที่คุณทิ้งไว้ให้อีกคน เห็นใจกับการรักษาระยะห่างให้คงที่สำหรับบางคน เพราะบางทีมันก็ทรมานมากกว่า การพยายามเดินเข้าใกล้หรือห่างหนี..เสียอีก..

แล้วคุณเล่า เคยนึกย้อนกลับมามอง ระยะห่าง ของคุณกับผู้คนรอบตัวกันบ้างไหม..เคยรู้สึกไหมว่า บางที ความห่างไกล กับ ระยะห่างของความรู้สึกกลับเป็นตัวแปรผกผันกัน เคยรู้สึกได้ถึงระยะห่างทั้งที่ตัวอยู่ใกล้ ๆ หรือรู้สึกใกล้กันแล้วทางความรู้สึกทั้งที่ตัวอยู่แสนไกล กันบ้างไหม.???

เคยคิดกันบ้างไหมว่า ระหว่างคนพยายามเดินหนี คนที่พยายามเดินตาม และคนที่พยายามยังไงระยะห่างกลับ! เท่าเดิม คนไหนเจ็บปวดไปกว่ากัน ...

....

หรือ....

อาจเป็นเพราะ .. โลกกว้างเกินไป

หรือไม่... ก็หัวใจเราที่แคบเกิน
Las Noches Rubicundior

karuna

อ้างคำพูดจาก: Sorisori เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 17:16 น.
ญี่ปุ่นไอเดียแปลก ปลูกถั่วงอกบนหัว






:33:


เห๋อออ หลอนไปอีกนานตู
no food no fat no out no loose
"รักไม่กลัว กลัวไม่รัก
ถามไม่กลัว กลัวไม่ถาม
ยิ้มไม่กลัว กลัวไม่ยิ้ม"

Soris0ri

อุ๊ย ยังไปขุดมาอีก  :21:
Las Noches Rubicundior

蓝月 (lán yuè)

ละ ละ ละ ...

ทั้งคู่แหละ  :08:
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

dArKzLigHt~*

หน้าคนโดนปลูกมันทำหน้าเหมือนใครหว่า คุ้นๆแต่นึกไม่ออก
ไม่มีรักใดๆ ที่เป็นไปไม่ได้~*

n๊ooก~*


เหมือนลุงอ๋าห์หรือเปล่า

มองมานานและก็ว่าคุ้นๆ  :38:
♪ หากไม่ดูเป็นการรบกวน ~ ก็จะชวนเธอมารักกัน ♪

Soris0ri

อ้างคำพูดจาก: '' In0ok '' เมื่อ 17 มี.ค. 2006, 00:56 น.
เหมือนลุงอ๋าห์หรือเปล่า

มองมานานและก็ว่าคุ้นๆ :38:


บร้า ลุงอ๋าห์เค้าหล่อกว่าตั้งเยอะ  :21:
Las Noches Rubicundior

蓝月 (lán yuè)

ไม่ได้ FWD มาค่ะ แต่เอามาจากบล็อกของพี่คนนึง อยากให้อ่านดู ขี้เกียจโฆษณาบล็อกมัน  :08:

เรื่องของความดีและการตัดสิน


"การจะบอกว่าใครเลว เราต้องเป็นคนดีก่อนไหม?"
ถ้าใช่... แล้วเมื่อไหร่ล่ะที่เรามีสิทธิ์นั้น จะรู้ได้ยังไงว่าเมื่อไหร่เราถึงจะดีพอ
ผมชอบคำถามนี้จัง เมื่อไหร่เราถึงจะดีพอ?... ดีเพียงพอที่จะตัดสินผู้อื่น

ถ้าคุณเคยร้องเพลงเด็กดี จะรู้ว่าเด็กดีมีหน้าที่ 10 อย่าง แต่ถ้าเด็กคนหนึ่งทำครบทั้ง 10 อย่าง เขาจะดีพอแล้วเหรอ หรือว่าจะต้องมีหน้าที่อย่างที่ 11 , 12 เพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ ลองจินตนาการถึงเด็กที่ทำครบทั้ง 10 อย่างดูสิ จะน่าสงสารสักแค่ไหน ถ้าไม่มีอะไรเหลือให้เขาทำอีกแล้ว

ผมดูหนังเรื่อง Lost ตัวละครตัวหนึ่งสอนลูกว่า "อย่าพยายามทำตัวเป็นฮีโร่ อย่าคิดจะปกป้องคนอื่นมากเกินไป เพราะถ้าล้มเหลว เราเองจะเป็นฝ่ายรู้สึกผิด" ผมว่าเข้าท่านะ แม้แต่การเป็นคนดียังต้องเสี่ยงต่อการรู้สึกผิด...

การทำดีกับทำชั่ว อย่างไหนง่ายกว่ากัน
การทำชั่ว... ยากตรงที่คุณจะทำยังไงไม่ให้รู้สึกผิด ขณะที่การทำดี... ยากตรงที่คุณจะทำยังไงไม่ให้ดีเกินไป และเสี่ยงต่อการรู้สึกผิด

ถ้าคุณปีนภูเขา เมื่อถึงจุดสูงสุด คุณจะตระหนักดีว่าไม่มีหนทางอื่นอีกแล้วให้คุณไป... นอกจากการปีนลง นั่นหมายถึง ถ้าคุณเป็นคนที่ดีพอ คุณอาจมีสิทธิ์ตัดสินคนอื่น คุณสร้างบรรทัดฐาน จากจุดที่คุณยืน คุณมองลงไป และเห็นคนที่เคารพยกย่องคุณ ทุกคนคิดว่าคุณดีพอ แต่ตัวคุณเองนั้นกลับยืนอยู่ตรงนั้น มองเส้นศีลธรรมที่คุณเองเป็นผู้ขีดคั่น และเริ่มหวั่นเกรงว่าวันหนึ่ง คุณก็ต้องลงไป ( แน่นอน ไม่มีหนทางอื่นอีกแล้ว ) คุณต้องลงไป และผ่านเส้นนั้น... เส้นที่คุณเป็นคนขีดไว้เอง
( งงใช่มั้ย! ฮ่า ฮ่า )

 
โลกใบนี้เต็มไปด้วยการตัดสิน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลหรืออคติใดๆ เราคงได้แต่หวังว่าจะเป็นคนที่ดีพอ ดีพอที่จะตัดสินคนๆหนึ่งและเปิดช่องว่างสำหรับความผิดพลาดจากคำตัดสินของเราเอง เพราะเราก็คงหวังเช่นนั้น เมื่อคนอื่นมาตัดสินเรา...

แด่... โลกที่ชอบตัดสินกันเอง
บาย.
 
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines