เขาพระวิหาร

เริ่มโพสต์โดย 蓝月 (lán yuè), 28 ม.ค. 2008, 11:23 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ดาเฉยๆ

อิยูเนสโกนี่น่ารำคาญมาก
จะมาให้ทุบตึกแถวใจกลางเมืองทิ้ง เหตุผลเพราะว่ามันสร้างอยู่บนแนวกำแพงเมือง
(ถ้าเชียงใหม่โดนก็เกลี้ยงเมืองเลยทีเดียว)
จะย้ายโรงเรียนประจำจังหวัดไปไว้นอกเมือง เหตุผลเพราะว่ามันสร้างอยู่กลางเมืองเก่า
(พิษณุโลกพิทยาคมโดนไปแล้ว)

ทั้งนี้ทั้งนั้น ยูเนสโกไม่มีตังค์ให้นะเคอะ  :56:

Buob Marley

อันนี้ไม่รู้แฮะ :37:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

Bellbells

กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนบริเวณวังจันทน์เป็นโบราณสถาน เพื่อจะปรับปรุงเป็นโบราณสถาน โรงเรียนเลยต้องย้ายที่ใหม่ไม่ใช่เหรอครับ  :37:

ไม่รู้ว่าข้อมูลตรงกันรึเปล่าเพราะไม่เคยดู astv   :30:

ดาเฉยๆ

ก็ยูเนสโกแนะนำให้กรมศิลป์ทำอะ
แต่กรมศิลป์ยังไม่มีตังค์ ต่อเติมเมืองเก่าหมดตูดแล้ว
เลยประกาศไว้ก่อน ว่าเดี๋ยวจะต้องย้ายโรงเรียนนะจ๊ะ
ประกาศมาหลายปีละ ยังไม่มีตังค์มาให้ทำเลย

ป.ล. ถ้าใครมาเที่ยวเมืองเก่ากำแพง อยากบอกว่า ไอ้ที่เห็นผุๆ พังๆ น่ะ
กรมศิลป์มาต่อเติมทีหลังทั้งน้านน แต่ก่อนมีแค่ตอ :56:

เก้อ

อันนี้ก็ไม่รู้แฮะ เหมือนกัน
แต่ผมว่ามันไม่ได้เหมือนแบบว่า นายทุนรุกรานเข้ามาทุบทำลาย
มาเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองอะ มันผ่านแว่นของการอนุรักษ์ คือถ้ามันไม่ได้
คำนวนผลกระทบแล้วไม่คุ้มอะไรงั้น ชุมชนก็แสดงพลังต้านทานโต้แย้งกันไป
คงไม่ถึงกับไม่มีเวทีต้านทานต่อรอง คือนึกไม่ออกว่ายูเนสโก้เค้าจะทำไป
เพราะเค้าจะได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้(เอาจริงๆก็คงมีแหละ)
หรือแม้แต่กรมศิลปากร ไม่ใช่องค์กรที่มีพลังอำนาจอะไรมากมายเลยในประเทศไทย
จริงๆองค์กรทางศิลปะวัฒนธรรมทุกประเภทด้วย ไม่มีพลังอะไรขนาดนั้นในประเทศนี้ :30:
I ROCK , THEREFORE I AM

ณต

#695
คือเรื่องถอนตัวจากมรดกโลกเนี่ย
ตูว่าเราต้องดูข้อมูลเพิ่มเติมล่ะ

คือส่วนตัวคิดว่า คณะทำงานก็ต้องมีเหตุผลของเขา
และการตัดสินใจอะไรลงไป เขาก็คงต้องมีการปรึกษาหารือกันแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องข้อกฎหมายที่จะผูกพันต่อไป

การไม่เป็นภาคีมรดกโลก ก็คงทำให้ไทยเสียสิทธิ์อะไรหลายๆ อย่าง
รวมถึงเงินช่วยเหลือต่างๆ ด้วย

แต่กรณีเขาพระวิหารนี้ มันพิเศษกว่า กรณีอื่น
ถึงแม้ว่าตอนนี้ เขาพระวิหารจะเป็นของเขมรก็ตาม
แต่ถ้าเราย้อนกลับไปดูแผนที่ ที่ตั้ง และหลักสากลในการแบ่งปันเขตแดน
ถ้าไม่ปัญญาอ่อนหรือควายจนเกินไป
ก็คงมองออกว่าไทยโดนโกงไปหน้าด้านๆ

ปกติเส้นเขตแดนไทยเขมร ใช้สันปันน้ำมาโดยตลอด
แต่พอมาถึงเขาพระวิหาร ดันหักอ้อมเข้ามาในเขตไทยเฉย
และด้วยความอ่อนต่อเวทีโลกของไทยตอนนั้น
ก็ทำให้เราเสียเขาพระวิหารไป แบบต้องกลืนเลือดน้ำตาตกใน

ตูเชื่อว่า กรณีนี้มันค่อนข้างอ่อนไหว
ต่อความรู้สึกของคนไทยและเขมร
เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องยึดติดหัวโบราณว่าไทยเป็นชาติพันธ์ยิ่งใหญ่หรืออะไร
แต่มันเป็นเรื่องของความรู้สึกที่เคยโดนโกงมาก่อน
กรณีพิจารณาแผนพัฒนาเขาพระวิหารนี้
มันก็กระทบกับเขตแดนไทยอีกหลายพันตารางกิโลเมตร

ถ้าเรามัวแต่มองโลกในแง่ดี ยอมรับแผนตรงนี้
ก็อาจพลาดท่าเสียทีในศาลโลก
ที่เขมรเพิ่งยื่นขอให้พิจารณาเรื่องเขตแดนเมื่อเร็วๆ นี้
โดยใช้แผนที่เรายอมรับในภาคีมรดกโลกนี่แหละเป็นหลักฐานเิ่พิ่มเ้ติม
เราก็อาจจะเสียดินแดนไปแบบโง่ๆ  อีกครั้งในศาลโลก

และก็คงไม่มีประเทศไหนในโลก
ยอมเีสียดินแดนแบบโง่ๆ แบบนี้
ถ้าล็อบบี้ไม่ได้ ก็คงต้องทำแบบเดียวกับไทย

อีกทั้งเอาเข้าจริงๆ แล้ว กฎระเบียบของภาคีมรดกโลก
ก็ระบุไว้ชัดว่า ถ้ามีข้อพิพาทเรื่องเขตแดนอยู่
จะไม่สามารถพิจารณาการขึ้นทะเบียนรวมถึงแผนพัฒนาต่างๆ ได้
แต่ภาคีมรดกโลก ก็ยังดันทุรัง ละเมิดกฎตรงนี้
ดันแผนพัฒนาเขาพระวิหารเข้าวาระการประชุมจนได้
ทั้งๆ ที่ตกลงแล้วว่าจะเลื่อนไปก่อน
จนกว่าไทยเขมรจะตกลงเรื่องเขตแดนกันเสร็จ

คือตูว่าทางฝ่ายไทยก็ทำดีที่สุดแล้วล่ะ ณ เวลานี้

Dayight

นี่คือคำปรามาสจากกลุ่ม พธม.ครับ

จากบทเรียนเรื่อง ที่ไทยลาอออกจากมรดกโลกในกรณีเขาพระวิหาร ทำให้เห็นว่า ประชาชนต้องรวมตัวกัน พึ่งพานักการเมืองไม่ได้อีกแล้ว ถ้าไม่มีการกดดัน ปล่อยไปตามฝีมือนักการเมือง มันคงไม่ยืดเยื้อมาถึงตอนนี้หรอก ที่ ลาออกไม่ใช่ฝีมือรัฐบาลแต่เพราะภาคประชาชน ฝ่ายค้านหรอ ต่อให้มี 200 เสียงก็ทำอะไรไม่ได้ ยกมือก็แพ้ในสภา หมดเวลาไว้ใจนักการเมืองแล้ว ประชาชนใช้อำนาจทางตรง เริ่มต้นด้วย VOTE NO

:58: :01:
กินรอบวง

เก้อ

ผมเห็นตรงข้ามสุดๆเลย
ผมว่านี่เป็นการตัดสินใจที่ควายมากที่สุดเรื่องนึงของรัฐบาลนี้ครับ :30:

ส่วนเรื่องเส้นเขตแดน"โดนโกง"ไป วาทะกรรมอะไรแบบนี้
เราต้องตรวจสอบประวัติศาสตร์มากกว่าว่า ก่อนหน้านี้
เรามีเส้นเขตแดนที่แน่นอนตายตัว 100 เปอร์เซ็นต์อย่างที่เห็นทุกวันนี้หรือไม่
หรือมันเป็นเพียงปัญหาการต่อสู้/ต่อรอง/ประสานประโยชน์
เรื่องการปักปันเขตแดน"ที่ไม่เคยมีอยู่จริง"มาก่อน ซึ่งกระบวนการนี้ก็ดำเนินเรื่อยมาตลอด
พอเราก้าวสู่การเป็นรัฐยุคใหม่ เช่นที่ถามคนก่อนยุคเปลี่ยนแปลงการปกครอง
เมื่อฝรั่งถามว่า เขตแดนของประเทศไทยคือตรงไหน ตำแหน่งไหนชัดเจนแน่
คำตอบที่เหล่าสนาบดีตอบคือ "ให้ไปถามชาวบ้านแถวนั้นดู" มันคือเส้นทางเดินตามปกติของประวัติศาสตร์
เพียงแต่การณีนี้มันเป็นกรณีสุดท้ายที่ยืดเยื้อมาจนโลกยุคใกล้
เราจึงสมาทานเอากรอบความคิดเรื่องเขตแดนในมุมมองของคนปัจจุบันเข้าไปจับ
ว่านั่นคือการ"เสียดินแดน" โดยการอ้างเอาเรื่องสันปันน้ำเหตุผลตื้นๆพวกนั้นมาจับ
และเรา"ถูกรังแก" โดยที่กลุ่มคนชั้นนำของเราในเวลาก่อนหน้านั้นไม่ได้รับรู้มาก่อน
โดยที่ความเป็นจริงแล้ว มันยังมีวิธีการสืบค้นตีคาวมประวัติศาสตร์อีกหลายๆกระแส
ที่บอกว่า ในรัชกาลที่ 5 แม้จะมีการต่อสู้ต่อรองเรื่องเขตแดนกับมหาอำนาจมากมาย
(และเราเรียกมันว่าเสียดินแดน นำมาสู่แนวคิดลัทธิเสียดินแดน ที่อยู่ในมโนสำนึกของคนไทยมากมาย)
แต่สิ่งหนึ่งที่มีบันทึกไว้ชัดคือ รัชกาลที่ 5 ทรงยินดีเป็นอย่างมากที่เรามีเส้นเขตแดนที่แน่นอน
แม้จะต่อรองมาได้เท่าที่มีอยู่ตอนนี้ (ถ้าในอีกความหมายนึงของประวัติศาสตร์ชาตินิยมคือ เสียดินแดนไป)
แต่ในช่วงเวลานั้น-ระบบระเบียบอำนาจโลกในเวลานั้น นี่คือการประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ของไทย
โดยที่เราสามารถมองข้ามเรื่องเส้นขีดบนปราสาทเขาพระวิหารที่ในตอนนั้นก็ไม่มีใครรู้จักหรือสนใจ

ผมว่าเรามีการตรวจสอบหลักฐาน ปัจจัยทางสังคม การเมือง และอำนาจของโลกในเวลานั้น
รวมถึงการตีความในฝั่งชนชั้นนำของไทยอีกหลายแบบให้ตรวจสอบนะครับ
ผมจึงเห็นว่า การเอากรอบการตัดสินแบบที่เราถูกหล่อหลอมมาเรื่องเส้นเขตแดนอะไรต่างๆ
รวมถึงเหตุผลตื้นๆแบบสันปันน้ำอะไรนั้น ผมว่าเป็นการตีความเหตุการณ์นี้ที่คับแคบเกินไป



I ROCK , THEREFORE I AM

ณต

คือถ้าจะมองแบบเสรีนิยมสุดโต่งแบบเก้อ
ก็คงไม่แปลกหรอกครับที่จะมองว่า
การตัดสินใจเรื่องเขตแดนตะบักตะบวยอะไรนี่เป็นเรื่องควายที่สุดเรื่องนึง  :30:
เพราะเขตแดนไม่มีอยู่จริง มันเป็นสิ่งสมมติขึ้น

แต่เอาเข้าจริง ไอ้สิ่งสมมตินี่แหละ
ที่ทำให้โลกยังมีสงครามอยู่จนถึงทุกวันนี้
ไม่ว่าจะเป็นพม่ากับชนกลุ่มน้อย สามจังหวัดชายแดนใต้ของไทย
อังกฤษกับอาร์เจนตินา เรื่องหมู่เกาะฟอล์คแลนด์
จีนกับเวียดนามและฟิลิปปินส์ในหมู่เกาะสแปลีย์
รัสเซียกับประเทศที่แยกตัวออกไปจากสหภาพโซเวียต
อินเดียกับปากีสถาน

และไอ้สิ่งเส้นสมมติปัญญาอ่อนพวกนี้
มันทำให้คนต้องตายกันเป็นล้านคน ควายมากๆ
แต่ชีวิตคนที่ตายไป ความเชื่อของคนที่เขาตายไปในสงคราม
เราคงไปบอกว่า เพราะมึงเป็นควายเลยต้องตายแบบโง่ๆ ก็คงไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องนัก

แต่ถ้ามองโลกตามความเป็นจริง
เราก็คงเห็นแหละครับ ว่าทุกคนไม่ได้เป็นคนดี
ตรงไหนที่มันมีผลประโยชน์ ถ้าตกลงกันไม่ได้
ก็ต้องรบกัน มันก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร
ตั้งแต่มีมนุษย์เกิดขึ้นมาบนโลกแล้วด้วยซ้ำ

ก็รออยู่นะครับ ว่าโลกไร้พรมแดน จะเป็นจริงเมื่อไหร่  :30:



เก้อ

#699
เอ๊ะ เดี๋ยวนะครับ
ตีความสมมติฐานผมผิดครับ :07:

ผมไม่ได้บอกว่าควายเรื่องเส้นสมมติ เรื่องเส้นเขตแดนอะไรงั้นนะครับ
เรื่องเส้นสมมตินั้น ผมใช้เพื่ออธิบายว่า เราไม่สามารถใช้มุมมองในการทำความเข้าใจเรื่องเส้นเขตแดนทุกวันนี้ไปจับ
เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์นั้นมีบริบทที่ต่างออกไป เพราะมีนักประวัติศาสตร์มากมาย
ที่นำเสนองานวิจัยจากข้อมูลและหลักฐานใหม่ๆ ไอ้เรื่องความเข้าใจในมุมมองนี้
เช่น ลัทธิเสียดินแดน แนวคิดที่เราเรียนมาในแบบเรียน มันไปผลักดันให้วิถีทางในการแก้ปัญหา
เป็นไปแบบสุดโต่ง ใช้ความรุนแรง ไม่สนใจเสียงคนอื่น หรือลดทอนเหตุผลอื่นๆ
เหลือแค่เขากับเรา กับเส้นเขตแดนที่ตายตัวราวกับว่ามันเป็นแบบนั้นมาชั่วกาลนาน

เรื่องการแก้ปัญหาเรื่องนี้ เราต้องเอาข้อเท็จจริงจากทั้งประวัติศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงเคลื่อนย้ายของเส้นสมมติทั้งหลาย
บริบทของการเดินทางของการเปลี่ยนแปลงเรื่องเขตแดนอำนาจในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา มาเสริมความเข้าใจ
นี่โคตรจะเรียลิสติกเลยนะครับ เรื่องแนวคิดลัทธิเสียดินแดน-โดนตะวันตกรังแก-ยูเนสโกจะมาเอาผลประโยชน์-ลัทธิศัตรูอยู่ข้างนอก
โดยไม่มองทุกแง่มุมของประวัติศาสตร์และความเป็นจริงอะไรแบบนี้ต่างหาก
ที่เอามาแก้ไขปัญหาหรือผลักดันเคลื่อนไหวให้แก้ปัญหาไปในลักษณะสุดโต่ง อะไรแบบนี้ต่างหาก
ที่ผมมองว่าเป็นเซอร์เรียลและคัลท์สุดๆ

ส่วนที่ว่าตัดสินใจควาย นั่นคือเรื่องการถอนตัวจากวิธีการแก้ปัญหาแบบมีคนหลายคนช่วยกันดู ช่วยกันพูด
นั่นหมายถึงประชาคมโลกหรือเครือข่ายในการจัดการศิลปะ-วัฒนธรรม-ธรรมชาติของโลก(จะเรียกว่าชื่ออะไรก็ตาม)
แบบคิดว่าประเทศตัวเองถูกต้องฝ่ายเดียว โลกทั้งใบผิดที่ไม่ได้เห็นด้วยกับเรา
ผมนึกถึงนิทานเรื่องหมาหางด้วนยังไงยังงั้น อันนี้ถึงจะเป็นความหมายของคำว่าควายที่ผมว่าต่อการตัดสินใจนี้น่ะครับ
ถ้าไม่ใช่กลไกนี้ เรามีทางเลือกอื่นอะไรอีกบ้างในการแก้ปัญหาครับ คุยกัน 2 คนตกลงไม่ได้
ก็ให้ประชาคมช่วยกันคุย หรือจะกลับมาคุย 2 คนกันแบบตกลงกันไม่ได้อีก
มีทางเลือกอะไรให้เหลืออีกบ้าง หรือว่าอยู่กันไปอย่างนี้ หรือรบกัน?
รวมถึงว่าการตัดสินใจเรื่องระดับนี้ ในช่วงเวลาที่ยังไม่รู้ว่าใครจะมีอำนาจมาแก้ไข
อะไรทำนองนี้น่ะครับ รวมๆแล้วผมมองว่าควาย

จริงๆต้องลองไปดูเวบของผู้จัดการ ที่ว่าจะโหวตโนกันถล่มทลายให้สุวิทย์ คุณกิตติเลยทีเดียว :30:
I ROCK , THEREFORE I AM

slaveofann

เราก็รู้สึกเหมือนกันว่า
การลาออกนี่ไม่ส่งผลดีเท่าไหร่แฮะ
เหมือนลาออกให้รู้ว่าแค่ไม่พอใจมากกว่า
สุดท้ายต้องกลืนน้ำลาย ละกลับเข้าไปเหมือนเดิมแหง
ละมาลาออกตอนเลือกตั้งนี่
ทำตัวมีนัยยะแอบแฝงสุดๆ

iannnnn

แต่จริงๆ แล้วเราก็เสียทีให้เขาไปตั้งกะปีนู้น แล้วไม่ได้ต่อสู้โต้แย้งมาจนมันสายไปแล้วนี่ครับ
มองแบบไม่ได้รักชาติก็คือ "มันไม่ใช่ของเรา" อย่างสมบูรณ์แล้ว
เกมก็ควรจะจบไม่ใช่เหรอครับแบบนี้

ณต

#702
คือมาถึงตรงนี้ก็อยากรู้นะครับ
ว่าด้วยสถานการณ์ปัจจุบันเนี่ย
เรื่องเขาพระวิหารเนี่ยจบไปเพราะเป็นของเขมรไปแล้ว

แต่ประเด็น คือเขมรยื่นฟ้องศาลโลกเรื่องข้อพิพาทเขตแดนบริเวณเขาพระวิหาร
ซึ่งกินอาณาเขตของไทยเข้ามา โดยอ้างว่าเป็นของเขมร
(จริงๆ จะเป็นของใครก็ไม่รู้ล่ะ แต่ทั้งสองฝ่ายก็อ้างว่าเป็นของตัวเอง
คือถ้าดูแผนที่ก็จะเห็นภาพมากขึ้น
ส่วนตัวมองแบบไม่รักชาติก็รู้สึกว่าแผนที่เขมรมันแหม่งๆ  :08:)

พร้อมๆ กันนั้น ก็ยื่นแผนพัฒนาเขาพระวิหารกับภาคีมรดกโลก
ซึ่งก็รวมอาณาเขตที่เป็นข้อพิพาทกันอยู่
โดยหวังจะให้นานาชาติลงมติโหวต เพื่อให้ไทยยอมรับแผนพัฒนานี้
แต่ถ้าไทยยอมรับแผนพัฒนานี้ ก็จะส่งผลต่อรูปคดีในศาลโลก
เท่ากับไทยยอมรับว่าที่ดินที่เป็นข้อพิพาทนี้เป็นของเขมรโดยปริยาย

คำถามก็คือ ถ้ารู้ว่าเราล็อบบี้นานาชาิติได้คะแนนไม่พอ
เพราะประชาคมโลกเขาไม่ได้มองเรื่องความละเอียดอ่อนของความรู้สึก
ของคนในชาติที่มีข้อพิพาทเรื่องดินแดนกันอยู่เอามาเป็นประเด็น

ควรจะทำยังไงครับ ถึงจะไม่เป็นควายในสายตาของคนที่มองว่า
การตัดสินใจลาออกจากภาคีครั้งนี้ควายมาก
ยอมยกดินแดนให้เขมรไป แมนๆ แบบลูกผู้ชาย
จะได้จบๆ กันไปอย่างงั้นหรือเปล่าครับถึงจะไม่ควาย
(ตรงนี้ไม่ต้องไปมองย้อนประวัติศาสตร์อะไรเลย
เอาสถานการณ์ตรงหน้านี่แหละ ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย)

ที่เก้อพูดถึงว่า ถ้าพูดคุยสองฝ่ายมันแก้ปัญหาไม่ได้
ก็ควรให้ประชาคมเข้ามาช่วยพูดคุยนั้น
ใช่ครับ บางกรณีมันก็ต้องทำแบบนั้น
แต่ในบางกรณี การเข้ามาของประชาคม
ก็รังแต่จะเพิ่มปัญหาให้มากขึ้นนะครับ

อีกทั้งส่วนตัว ตูก็มองว่า อีกฝ่าย(เขมรนั่นแหละ)
ก็ไม่ได้ตั้งใจจะญาติดีกับเราสักเท่าไหร่  :58:




iannnnn

อ๋อ ลืม ขอโทษทีครับ
ประเด็นตอนนี้ก็คือมึงได้ปราสาทไปแล้วยังจะเอาพื้นที่โดยรอบแล้วอ้างว่าเป็ฯของตนอีก
พร้อมเปิดเกมพัฒนาเป็นมรดกโลกนั่นเองห์ แล้วก็วิ่งไล่ล็อบบี้พี่ใหญ่ต่างๆ ชิมิครับ
ยังงี้ถ้าจะไม่ให้ควายต้องทำยังไงอะ

papos

เรื่องเขาพระวิหารนี่ไม่ยอมจบกันซะที
เรื่องปราสาท กองหินอะไรนั่นน่ะ เรายอมรับไปนานแล้วว่ามันเป็นของเค้า แต่ที่มันมีปัญหาก็เพราะทางเค้าจะมาเอาพื้นที่รอบๆ นั้นขึ้นมาด้วย
ซึ่งเค้าก็หาวิธีหลายๆ ทางตีวงเข้ามาจะให้เรายอมรับโดยกลายๆ ให้ได้ เรื่องมรดกโลกนี่ก็ด้วยส่วนหนึ่ง

ส่วนตัวก็คิดว่าทีมงานที่ไป น่าจะทำได้ดีที่สุดแล่วล่ะครับ
จะตัดสินใจออกมาอย่างไร ก็ต้องมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่แล้ว

ส่วนตัวไม่ได้สนใจอไรกับไอ้ที่จะมาติดป้ายว่า ที่นี่เป็นมรดกโลกนี้หรือโลกหน้าอะไรพวกนี้
เลยรู้สึกเฉยๆ กับการลาออก

ย้อนไปดูข้อบังคับต่างๆ ก็ยังมีปัญหาอยู่ แล้วจะมามองข้ามปัญหาเหล่านั้นไป ผมคิดว่าองค์กรนี้ก็คงไม่ได้เรื่องซักเท่าไหร่ ออกๆ มันไปก็ได้

คนที่จะเที่ยว หรือองค์กรที่จะเข้ามาทำงาน คงไม่ได้มองว่าเพราะมันเป็นมรดกโลกแล้วถึงเข้ามาหรอก (โอเค อาจจะมีบ้าง แต่ไม่ใช่ 100%แน่)

อืมมม...

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines