ของฝากจากพันทิป

เริ่มโพสต์โดย |<3N, 16 ก.ค. 2006, 16:55 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

Bellbells


IM


nobetakung

อ้างคำพูดจาก: DAYLIGHT เมื่อ 20 มี.ค. 2011, 18:27 น.
คงเคยดูกันแล้วหละ

ถึงมันจะเขมร แต่ อยากบอกว่า เนี่ย ล๊าวลาว

มันไม่ได้เกี่ยวกะเชื้อชาติเลย

ทำไมฟังแล้วรู้สึกเหมือนฟังเพลง ไต้หวัน ฮ่องกง เลย  :30:
จะตายอย่างวีรบุรุษ หรือจะอยู่นานพอที่จะเห็นตัวเองกลายเป็นวายร้าย

ณต

#9948
ตอนแรกว่า จะมาแปะกระทู้
ผู้ป่วยที่เป็นคนแก่อายุเจ็ดสิบกว่า โดนผู้ช่วยพยาบาลชายต่อยตาแหก
ปรากฎว่าดราม่าเอาไปลงซะแล้ว

เลยเอาอันนี้มาฝากแทน ตอนแรกก็นึกว่าจะดราม่า
เห็นพวกเสื้อแดงสู้ไปกราบไป ต่อต้าน ม.112 เอามากระแนะกระแหน
(ในเว็บที่คุณก็รู้น่ะนะ ว่าเว็บอะไร)
พูดทำนองว่าจะมีปืนอะไรที่ยิงข้ามแม่น้ำสะโตงที่กว้างหกเจ็ดร้อยเมตรได้
(ก็หาว่าหนังเรื่องนี้เป็นโฆษณาชวนเชื่อของพวกคลั่งเจ้าตามสูตร
แล้วก็บอกทำนองว่า นี่ไงถึงได้ให้เงินสร้างเยอะขนาดนี้
เพราะยังมีคนไทยที่โง่งมงายเชื่อเรื่องนี้อีกเยอะ)

ปรากฎว่าท่านมุ้ยมาตอบ
แล้วท่านก็ได้ทำการค้นคว้าลงพื้นที่จริงมาแล้ว
ตอบได้กระจ่างมากครับ  :12:
แล้วก็ไม่ได้อวยเจ้าด้วย

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A10360546/A10360546.html


แต่ตามสูตร ในเว็บที่คุณก็รู้นั่น
พวกนั้นก็ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่ดี  :58:


Buob Marley

#9949
จะบอกว่าตอนโปรโมตหนัง ก็มีสารคดีที่มาที่ไป และการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์หลายอย่าง
ไอ้พวกนี้ก็มัวแต่คลั่งไม่เอาเจ้า จนลืมหาความรู้เข้าสมอง :58:

ปล. แอบรู้สึกแบบ คห. 88 นิดๆ :37:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

เก้อ

#9950
ผมเคยอ่านเรื่องที่ท่านมุ้ยทดลองปืนข้ามแม่น้ำสะโตงตั้งนานมาแล้ว
ในพันทิพนี่แหละ จำได้ว่าตอนนั้นถกเถียงกันเรื่องชุดเกราะเหล็กเป็นประเด็นหลัก
แล้วก็ได้ชมสารคดีหรือเบื้องหลังหนังนี่ล่ะอีกครั้งนึง ซึ่งชอบท่านมุ้ยนะครับ
อธิบายในแบบไม่ปนเปื้อนฉันทาคติหรืออภินิหารอะไร ใช้คำว่าอาจจะฟลุ้คด้วยซ้ำ

ส่วนเวบที่ว่าอะไรนั่นยังไม่ได้อ่านนะครับ โอเค มันก็สมควรจะต้องด่าไปตามเหตุและผล
แต่ความเห็นในพันทิพ ก็เต็มไปด้วยฉันทาคติแบบราชาชาตินิยมเกินครึ่ง
ไม่มีใครคิดจะด่า วิจารณ์ หรือเห็นความผิดปกติเลยสักนิดเลยเหรอครับ
ผมว่ามันมากกว่าพวกคลั่งไม่เอาเจ้าชนิดที่เปรียบกันไม่ได้เลยนะ
(ท่อนที่สรุปได้อย่างรวบรัดคือ คห.82 ...ยังไม่พบตรรกะข้อไหนที่บ่งชี้ว่า "บ้านเมืองเรา
สามารถเจริญก้าวหน้าได้ ด้วยการเพิกเฉย ไม่เคารพต่อสถาบันเบื้องสูงนะครับ" หรือ
คห.83...หัดเรียนรู้ความผิดพลาดซะบ้างนะครับ เห็นต่างแบบคุณเนี่ย ตายโหงไม่ก็หมดอนาคตมาเยอะแล้วครับ)

แต่ก็เข้าใจว่าทำไม เพราะเราไม่คิดว่านั่นคือปัญหานั่นเอง
ถ้าเรารู้สึกต่อระบบความคิดที่เรา"เป็น"อยู่ ว่าเป็นปัญหาก็แปลกแล้ว
I ROCK , THEREFORE I AM

ณต

ทั้งฝ่ายคลั่งเจ้า และฝ่ายคลั่งไม่เอาเจ้า
ตูว่าก็ไม่มีเหตุผลพอๆ กัน นั่นแหละ

แต่ถามว่าทั้งคู่ผิดไหม
ถ้าตามหลักเสรีนิยม ก็ต้องบอกว่าทั้งสองฝ่ายไม่ผิด
เพราะคนเรา ย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการเลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ

คือถ้าคุยกันด้วยเหตุผล
โน้มน้าวกันแบบปัญญาชน
ตูก็ยอมรับได้นะครับ
แต่ถ้ามาแบบนักการเมืองแถไปแถมา
(นี่ตูพูดถึงทั้งสองฝ่ายน่ะนะ)
มันก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร
เผลอๆ ดราม่าต่อยกันแบบโง่ๆ ซะอีก

ยุนเอ



เห็นควรกับป๋าณตด้วยครับ  :25:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

Buob Marley

http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

เก้อ

#9954
เห็นควรด้วยครับ เพียงแต่ผมไม่ค่อยจะเคยเห็นใครด่า
หรือวิจารณ์หรือแม้แต่เสียดสีฝ่ายเจ้านักนี่ล่ะครับ
เลยพยายามจะสร้างความสมดุลทางความคิดบ้าง :30:

เช่น ที่เราเห็นกันชัดๆก็คือ ไม่ว่าใครจะว่ายังไง คนไทยส่วนใหญ่
ก็ยังมองสถาบันกษัตริย์ในเรื่องบุญญาธิการอยู่เป็นส่วนมาก
โดยไม่ว่าใครจะพูดยังไง คนพวกนั้นก็ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่ดี
และไม่คิดจะมองหาความรู้หรือคำอธิบายชุดอื่นๆเข้าสมอง
มากไปกว่าที่รัฐหรือแบบเรียนหรือเครื่องมือทางสังคมอื่นๆป้อนให้อยู่ดี

ในสถานการณ์แบบนี้ ผมถามจากใจจริงว่า ฝ่ายไหนควรถูกตรวจสอบ
เสียดสี และวิพากษ์วิจารณ์มากกว่ากัน?(ผมยอมรับได้และเข้าใจได้ในเรื่องของการเสียดสีนะครับ
มันคือการต่อรองทางอำนาจด้วยการบั่นเซาะชนิดหนึ่ง)
I ROCK , THEREFORE I AM

จักรี

ผมอยากบอกว่า ผมไม่ชอบเลยที่ใครออกมาบอกสิ่งนี้ไม่ควรทำหรือสิ่งนั้นควรทำ
โดยใช้เหตุผลที่เรารับไม่ได้  ที่ไม่ชอบเพราะบางที่ คุณยังตอบตัวเองได้ไม่เต็มปากเต็มคำ
เลยว่าสิ่งที่เชื่อนั่นดีที่สุดแล้ว ถ้าตราบใดที่ไม่เห็นประโยชน์หรือสิ่งที่ดีอย่างแท้จริง หรืออธิบายได้อย่างเป็นที่ยอมรับ
แล้วมาบอกคนนุ้นคนนี้ว่าอย่าทำอย่างนั้นอย่าทำอย่างนี้ ผมว่ามันเหมือนยิ่งทำให้สิ่งที่คุณเชื่อนั่นหม่นหมอง
และไร้ค่ายิ่งไปอีก และถ้าผมเชื่อสิ่งเดียวกับคุณผมจะรู้สึกว่าคุณเองที่ทำให้สิ่งที่ผมเชื่อนั้นเป็นเรื่องไร้เหตุผล
ซึ่งผมรับไม่ได้จริงๆ


เช่น ชาวพุทธที่เลือกจะหยิบยกเอาเรื่องอภินิหารย์ของพระพุทธองค์มาเผยแผ่
ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ยากต่อความเข้าใจของคนรับฟังที่เป็นเจนาเรชั่นใหม่ๆ
เลือกที่จะนำเสนอด้านสวรรค์นรกที่ไกลตัวและที่มหัศจรรย์แทนที่จะพูดอะไรที่มันเข้าใจได้และระลึกได้ไม่ยาก
ว่ามันจริงมันใช่ ซึ่งมีอยู่เยอะแยะมากมาย ไม่รุ้ทำไมอยากให้สิ่งที่ตัวเองเชื่อเป็นเรื่องวิเศษวิโส
จะได้ดูว่าตัวเองเจ๋งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งหรือไงก็ไม่รู้ได้

อันนี้ก็หมายถึงไอ้ชุดความเชื่อในรูปแบบสถาบันด้วยนะ มันมีอีกหลายมุมหลายเหตุผลมาก
ที่จะทำให้เรารู้ได้ว่าท่านมีคุณทำประโยชน์เหมาะแก่การทราบซึ้งจริงๆ  ได้แค่ห้ามไม่อธิบาย
ก็เหมือนทำลายไปทีละน้อย คนที่ทำลายสถาบัน ไม่ใช่พวกไม่เอาสถาบัน แต่เป็นพวกที่เอาสถาบันกันแบบนี้ นี้ นั่นแหละ
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

ยุนเอ



เพียงเพราะผู้นับถือเหล่านั้นสำคัญตนว่าใบไม้ กิ่งไม้ เปลือกไม้ กระพี้ไม้ 
แล้วพึงใจคิดเอาเองว่า ตนได้แก่นไม้นั่นมาแล้วเองเอย


จำได้ลางๆ จากพระไตรปิฎกฉบับ เสี่ย
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

ณต

อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 22 มี.ค. 2011, 22:27 น.
เห็นควรด้วยครับ เพียงแต่ผมไม่ค่อยจะเคยเห็นใครด่า
หรือวิจารณ์หรือแม้แต่เสียดสีฝ่ายเจ้านักนี่ล่ะครับ
เลยพยายามจะสร้างความสมดุลทางความคิดบ้าง :30:

เช่น ที่เราเห็นกันชัดๆก็คือ ไม่ว่าใครจะว่ายังไง คนไทยส่วนใหญ่
ก็ยังมองสถาบันกษัตริย์ในเรื่องบุญญาธิการอยู่เป็นส่วนมาก
โดยไม่ว่าใครจะพูดยังไง คนพวกนั้นก็ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่ดี
และไม่คิดจะมองหาความรู้หรือคำอธิบายชุดอื่นๆเข้าสมอง
มากไปกว่าที่รัฐหรือแบบเรียนหรือเครื่องมือทางสังคมอื่นๆป้อนให้อยู่ดี

ในสถานการณ์แบบนี้ ผมถามจากใจจริงว่า ฝ่ายไหนควรถูกตรวจสอบ
เสียดสี และวิพากษ์วิจารณ์มากกว่ากัน?(ผมยอมรับได้และเข้าใจได้ในเรื่องของการเสียดสีนะครับ
มันคือการต่อรองทางอำนาจด้วยการบั่นเซาะชนิดหนึ่ง)

คนเรามันก็มีสองแบบนะเก้อ
คนที่ชอบแหกกรอบ กับคนที่ชอบอยู่ในกรอบ
กรอบที่ว่า ก็เป็นได้ตั้งแต่วิถีประชา วัฒนธรรม ประเพณี
ถามว่าทั้งคู่ผิดไหม ก็ต้องตอบว่าไม่ผิด
เพราะคนเราย่อมมีสิทธิเสรีภาพ
เลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ
เลือกที่จะไม่ฟังในสิ่งที่ตัวเองไม่อยากฟัง
เลือกที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ
ตราบใดที่มันไม่ทำให้คนอื่นหรือสังคมเดือดร้อน

ทีนี้คำถามที่ว่าฝ่ายไหนควรถูกตรวจสอบ
ตั้งคำถาม วิพากษ์วิจารณ์มากกว่ากันนั้น(เสียดสีไม่เอานะ)
ตรงนี้ขอไปตอบใน หลล

เก้อ

ผมพึ่งเห็นพี่เสียดสีอยู่เลยนะครับ :30:

ส่วนที่บอกว่า มากกว่ากัน หมายถึง ปริมาณของการทัดทานระบบความคิดทั้งสองนั้น
สังคมไทยเราสุดขอบไปฝั่งนึงอย่างไม่สามารถจะเทียบได้เลยน่ะครับ อันนี้คงทราบกันดีทุกคน
ชุดความคิดที่อยากจะวิจารณ์เจ้าในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของรัฐธรรมนูญ เป็นปัจจัยหนึ่งของสมการอำนาจเนี่ย
แน่นอนว่ามันเกรียนอยู่ แต่ทุกชุดความคิดในตอน"เริ่มต้น"มันก็เกรียน มันก็หน่อมแน้มทั้งนั้นล่ะครับ
นี่คือธรรมชาติของสังคมประชาธิปไตย ในขณะที่ชุดความคิดที่ใช้กันในสังคมเป็นหลักตอนนี้
สร้างองคาพยพของตนเองมาอย่างมหาศาลมาตลอดประวัติศาสตร์
ด้วยทุกวิธีการแบบที่ไม่สามารถมีชุดความคิดอื่นขึ้นมาท้าทายหรือเริ่มก่อร่างสร้างเหตุผล
/สร้างคนที่มีเหตุผล/สร้างการอภิปรายที่มีเหตุผล มาต่อรองได้แม้แต่นิดเดียว


ส่วนย่อแรกหน้าที่พี่ณตอธิบายมา ผมไม่เข้าใจว่าแปลว่าอะไรครับ
คือเข้าใจ แต่นึกไม่ออกว่ามันแย้งหรือเห็นด้วยหรืออะไรกับสิ่งที่ผมอธิบาย
(หรือถ้าเป็นพูดเรื่องใหม่ ก็นึกไม่ออกว่าจะเชื่อมโยงหรือตอบคำถามผมยังไง)
ถ้าผมจะลองตอบดู ผมยกเอาบรรทัดสุดท้ายที่ผมพอจะโยงได้ก็แล้วกันนะครับ
ว่าคิดว่าทุกคนน่าจะเข้าใจเรื่องพวกนี้ดีอยู่แล้ว ทุกคนมีเสรีภาพที่จะเชื่อ
จะอยากฟัง ไม่อยากฟัง แต่ก็แน่นอนว่าในมิติทางสังคม ทุกๆเสรีภาพและทุกๆการเลือกของเรา
ย่อมต้องส่งผลอย่างใดอย่างหนึ่งสู่สังคมโดยรวมแน่ๆ อันนี้ไงครับที่เรากำลังคุยกันอยู่เสมอ
และผมกำลังวิจารณ์ในมิตินั้นล้วนๆเลย ไม่ได้ไปหวงห้ามให้ใครคิดอะไรเลย

เรากำลังคุยกันบนระนาบเดียวกันไหมครับเนี่ย เริ่มงง :31:
I ROCK , THEREFORE I AM

ณต

#9959
เรื่องเสียดสีเนี่ย ตูก็มีพอขำๆ แหละ
(แต่ก็เข้าใจนะ บางคนเขาก็ไม่ขำด้วย)

ย่อหน้าแรกจริงๆ ก็ตอบคำถามเรื่อง
การตั้งคำถามกับชุดความเชื่อหรือชุดความคิดของตัวเอง
ที่บางคนยอมรับและเชื่อในสิ่งที่รัฐป้อนข้อมูลให้อย่างเดียว

บางคนเขาเป็นแบบนั้นจริงๆ นะ
ถูกสอนมาให้อยู่ในกรอบตั้งแต่เด็ก
ห้ามหรืออย่าทำอย่างนั้นอย่างนี้
คือถ้ามามัวตั้งคำถามกับสิ่งที่ครอบครัวสอนมาหรือคอยห้ามปราม
แน่นอนเลยว่าไอ้เด็กคนนี้มันต้องเป็นเด็กมีปัญหาของครอบครัว  :30: :30:

ซึ่งตูมั่นใจมากว่า คนไทยสอนอะไรกันมาแบบนี้นานนม
เหมือนที่มีผู้หลักผู้ใหญ่บางคน ออกมาพูดทำนองว่า
เด็กสมัยนี้ไม่ห่วงชาติบ้านเมืองเหมือนคนสมัยก่อน

ตรงนี้ก็ต้องย้อนกลับไปล่ะครับว่า แล้วสอนเด็กกันมาว่ายังไง
คำที่เราได้ยินกันบ่อยๆ ก็
เรียนหนังสือให้เก่งๆ นะ สอบให้ได้คะแนนดีๆ นะ
จบมาจะได้หาเงินได้เยอะๆ นะ
ชีวิตก็จะไม่ต้องลำบากนะ

มีตรงไหนไหม ที่สอนให้เสียสละเพื่อส่วนรวม
ทำเพื่อสังคม ตูว่ามีน้อยมากล่ะ
แค่เรื่องเกณท์ทหาร ก็ยังหาทางยัดเงินกันมาแต่ไหนแต่ไร



SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines