ของฝากจากพันทิป

เริ่มโพสต์โดย |<3N, 16 ก.ค. 2006, 16:55 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

Bellbells


iannnnn

เฮ้ย ไม่คิดว่าจะได้เห็นทันทีหลังจากเพิ่งบ่นโฆษณาเมื่อวาน :30:
จำไม่ได้ว่าเป็นสินค้าอะไร ที่บอกว่าฉันนี่นะ ขาวบลิ๊ง แล้วก็พยายามซะเหลือเกินในการด่าคนไม่ขาว :05:

เสียดายว่าจำยี่ห้อไม่ได้
คือไม่คิดว่าจะมีคนเอามาพูด ไม่งั้นจะหาอัดมาเลย ดูแล้วกากเดนหัวใจมาก :3005:

เก้อ

อ้างคำพูดจาก: จ่าแพนด้า เมื่อ 03 ธ.ค. 2010, 16:22 น.
เราว่าโฆษณาชวนเชื่อเกินจริงค่ะแต่ไม่คิดว่าเข้าข่ายเหยียดผิว
เพราะส่วนตัวคิดว่าบริบทของการเหยียดผิว มันมีเชื้อชาติเข้ามาเกี่ยว
ไม่ใช่ว่าแค่วิจารณ์คนที่ผิวคล้ำเพราะแดดหรืออะไร แล้วจะเรียกว่าเหยียดผิว

การสร้างกระแสเชิดชูผู้หญิงผิวขาวผ่อง ก็ไม่ได้ผิดอะไร
แต่มันชักจูงให้เกิดค่านิยมที่บิดเบี้ยว ว่าคนไม่ขาว/คล้ำ/ดำ แล้วไม่สวย
ทั้ง ๆ ที่โดยพื้นกำเนิดแล้ว คนไทยไม่ได้เกิดมามีผิวขาวชมพูตามธรรมชาติ
ยิ่งประกอบกับสภาพอากาศและแสงแดดในประเทศไทยแล้ว ยิ่งทำให้ขาวยากเข้าไปใหญ่
แต่คนที่เห่อตามกระแสก็ไม่คิดไงคะ ว่าอย่างไหนมันธรรมชาติมากกว่ากัน

ส่วนตัวแล้วชอบผู้หญิงผิวสีแทน/สีน้ำผึ้งมากกว่า
และคิดว่าคลีนิคพวกนี้ ที่จริงควรจะมีไว้รักษาร่องรอยผิวเสียที่เกิดจากปัจจัยต่าง ๆ มากกว่า
เช่น รักษาฝ้า กระ รอยหมองคล้ำ รอยแดดเผา รอยแผลเป็นสิว ฯลฯ
ไม่รู้ทำไมพักหลัง ๆ ถึงมาตีตลาดผิวขาวแบบนี้.... รู้สึกว่าไร้สาระ


ผมว่ามันไม่ใช่เหยียดผิวในแง่เนื้อหาน่ะครับ
แต่ถ้าในสังคมตะวันตก รับรองว่านี่คือการเหยียดผิวแน่ๆ คือถึงมันจะไม่ใช่โดยเนื้อหา
แต่แค่กระทบความรู้สึกก็รับรองว่าโดนเล่นชัวร์ คล้ายๆข้อหาล้มเจ้า ถึงจะไม่ได้คิดล้ม
แต่ทำอะไรกระทบความรู้สึกนิดนึงก็เป็นอันเสร็จ

เคยมีข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ในอังกฤษอันนึงท่ผมจำได้ดี
คือมีผู้หญิงคนนึงโทรไปสมัครงานกับร้านทำผมมีชื่อแห่งหนึ่ง
แล้วพอเค้าเรียกตัวไปว่าจะให้ทำงาน ก็พบว่าเธอเป็นมุสลิม ซึ่งเค้าก็ถามว่า
เอาผ้าคลุมฮิญาบออกได้ไหม เธอว่าไม่ได้ เป็นหลักศาสนา เค้าก็เลยไม่รับ
เธอเลยฟ้องและได้ออกข่าว ว่านี่คือการเลือกปฏิบัติทางศาสนา ทางสีผิว ว่าไปโน้น
ซึ่งเจ้าขอร้านก็ว่า ร้านชั้นทำผม ก็ต้องโชว์ผม มันคือธุรกิจของเค้า

อ่านดูเราก็รู้ใช่ไหมครับว่ามันเรื่องไร้สาระเลยล่ะ แต่นักข่าวก็ชอบเอามาลง
และทำให้มันเป็นประเด็น เพราะเรื่องพวกนี้ นิดนึงก็เป็นประเด็นได้ละ
เราอยู่ในสังคมที่ไม่เคยมีปัญหาเรื่องพวกนี้ ทุกๆคนที่เราเจออยู่ทุกวันก็เหมือนๆกัน
เป็นสังคมที่ไม่ค่อยมีอะไรแตกต่างกัน ความเข้าใจในความแตกต่าง
ยิ่งเรื่องสีผิว เชื้อชาติ ชนชาติ อะไรแบบนี้ยิ่งแทบไม่มี และที่สำคัญ
เราไม่เคยผ่านประวัติศาสตร์ที่ความรู้สึกต่อสีผิวเหล่านี้ ทำให้คนต้องมาฆ่ากันเป็นแสนๆ
ส่วนสังคมที่เค้าเคยผ่านแบบนั้นมา เจ็บปวดสาหัสมา อะไรที่มาสะกิดนิดนึงก็เป็นเรื่องได้แล้ว

I ROCK , THEREFORE I AM

ยุนเอ



ก็แค่เปลี่ยนวัตถุที่สะิกิดใจก็พอ
เคสเดียวกัน
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

Romzaikyu


Buob Marley

พาลนึกภาพพี่ป๋อตอนขาวเลย :30:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

Dayight

อ่านไปเรื่อยๆแล้วลงมาล่างสุด ถึงกับสำลัก  :30: :30:

กินรอบวง

หนูอร


ไม่มีความรู้สึกว่าเหยียดผิวในแง่เนื้อหาหรือความรู้สึกอะไรเลย ขอโทษด้วยนะคะ :3005:

ในโฆษณาคนในครอบครัวที่ผิวคล้ำกว่ามากๆ
ก็ไม่ได้มีปฎิกิริยาอะไรกับการที่ลูกสาวขาวกว่าแบบเว่อร์ๆ
ดูแล้วไม่มีการทำให้รู้สึกว่าผิวคล้ำแล้วไม่ดี ไม่ได้มีการตำหนิอะไร
ครอบครัวเค้าก็เฉยๆ บางชอตดูแฮปปี้กับการอยู่กับลูกสาวด้วย

คิดเป็นการส่วนตัวว่ามันเป็นความรู้สึกของคนดูเอง
ที่เห็นว่าคนผิวคล้ำที่อยู่ใกล้ๆโดนเปรียบเทียบ สวยไม่เท่า
คล้ำกว่า เลยดูไม่ดี..... พอเอาคนขาวคนคล้ำมาเทียบกัน
แล้วบอกว่า เฮ้ย นี่มันเหยียดสีผิวนะ ..อรคิดว่ามันไม่ใช่น่ะค่ะ

ตรงนี้ยังไม่ยกประเด็นโฆษณาชวนเชื่อหรืออะไรนะคะ

แต่คิดว่าโฆษณามันไม่ได้บอกอะไรเลย นอกจากสร้างความรู้สึกว่า "กินแล้วขาว"
มันจึงมีการเปรียบเทียบผิวของตัวเอก กับคนในครอบครัว
เพื่อให้เห็นภาพว่า เออวุ้ย ขาวจริงอะไรจริงนะเนี่ย


แล้วก็ลองย้อนกลับไปอ่านย่อหน้าที่ 3

..หลายคนรู้สึกถึงอคติเรื่องการเปรียบเทียบสีผิวกันเองหรือเปล่าคะ?

เพราะคิดว่า.. การ "มอง" แล้ว "รู้สึก" ว่าขาวแล้วดีไม่ดี.. มันอยู่ที่คนดูทั้งนั้นเลย


อันบัน ♥

Buob Marley

ผมว่าง่ายมาก เริ่มที่เรานี่แหละ
เกิดมาดำก็เลิกอยากขาวกันได้แล้ว :30:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

iannnnn

มองจากมุมตู

มันไม่ได้ชัดเจนขนาดดำแล้วแย่ ขาวแล้วเลวน่ะครับ
แต่ไอ้ที่ขัดหูขัดตาเนี่ย มันอยู่ที่วิธีปลูกฝังคนเพื่อขายของครับ
ไม่ต้องเปรียบเทียบที่ไหนไกล ขนาดหนูอร :07c: ขนาดนี้
แต่ก็ไร้ความมั่นใจ เพราะ "เพื่อนอรสวยกว่ากันทั้งนั้น"
เลยคิดว่าตัวเองนี่กากส์มาก .. ซึ่งมันไม่ใช่ ยิ่งตอนใส่แว่นนะ อู๊ยยยยย :07c:

ทั้งหมดนี้มันปลูกฝังค่านิยม แบบเดียวกะที่โฆษณารถบอกว่า มีรถแล้วหญิงจะตามมา
หรืออีกโฆษณาที่กินรังนกแล้วผู้หญิงวิ่งตามทั้งเมืองนั่นแหละครับ

จักรี

ลองกินรังแคดูดิรับรองหญิงกรี๊ดกันทั้งเมือง
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

เก้อ

อ้างคำพูดจาก: หนูอร เมื่อ 07 ธ.ค. 2010, 12:17 น.
ไม่มีความรู้สึกว่าเหยียดผิวในแง่เนื้อหาหรือความรู้สึกอะไรเลย ขอโทษด้วยนะคะ :3005:

ในโฆษณาคนในครอบครัวที่ผิวคล้ำกว่ามากๆ
ก็ไม่ได้มีปฎิกิริยาอะไรกับการที่ลูกสาวขาวกว่าแบบเว่อร์ๆ
ดูแล้วไม่มีการทำให้รู้สึกว่าผิวคล้ำแล้วไม่ดี ไม่ได้มีการตำหนิอะไร
ครอบครัวเค้าก็เฉยๆ บางชอตดูแฮปปี้กับการอยู่กับลูกสาวด้วย

คิดเป็นการส่วนตัวว่ามันเป็นความรู้สึกของคนดูเอง
ที่เห็นว่าคนผิวคล้ำที่อยู่ใกล้ๆโดนเปรียบเทียบ สวยไม่เท่า
คล้ำกว่า เลยดูไม่ดี..... พอเอาคนขาวคนคล้ำมาเทียบกัน
แล้วบอกว่า เฮ้ย นี่มันเหยียดสีผิวนะ ..อรคิดว่ามันไม่ใช่น่ะค่ะ

ตรงนี้ยังไม่ยกประเด็นโฆษณาชวนเชื่อหรืออะไรนะคะ

แต่คิดว่าโฆษณามันไม่ได้บอกอะไรเลย นอกจากสร้างความรู้สึกว่า "กินแล้วขาว"
มันจึงมีการเปรียบเทียบผิวของตัวเอก กับคนในครอบครัว
เพื่อให้เห็นภาพว่า เออวุ้ย ขาวจริงอะไรจริงนะเนี่ย


แล้วก็ลองย้อนกลับไปอ่านย่อหน้าที่ 3

..หลายคนรู้สึกถึงอคติเรื่องการเปรียบเทียบสีผิวกันเองหรือเปล่าคะ?

เพราะคิดว่า.. การ "มอง" แล้ว "รู้สึก" ว่าขาวแล้วดีไม่ดี.. มันอยู่ที่คนดูทั้งนั้นเลย




อรมองโลกในแง่ดีมาก :30:

คนทำโฆษณาเค้าไม่พูดกันตรงๆแน่นอนอยู่แล้วครับ
แต่ไม่ว่าจะทางไหน ปลายทางก็อันเดียวกันคือ การเปรียบเทียบ
และการเปรียบเทียบหมายถึงอะไร ก็หมายถึง ให้คนดูรู้สึกได้ด้วยตัวเอง
ว่า ขาว(ลูกสาว)=ดี ดำ(พ่อ แม่ น้อง)=แย่ คือไม่ว่าโฆษณาอะไรมันก็ไม่พูดตรงๆทั้งนั้นล่ะครับ
ทุกโฆษณาเลย เราไม่มานั่งบอกว่า ของเราดีจริงๆดีมากๆของเราทันสมัย
สิ่งนั้นมันจะสะกดในใจคนดูเอง นี่คืออำนาจของโฆษณา ยิ่งถ้าเรารู้จำนวนเงินที่เค้าต้องลงไปกับ
แคมเปญหรือโฆษณาแต่ละชิ้น ยิ่งจะเข้าใจความหมายว่าการที่เราจ่ายเงินกับอะไรไปเป็นสิบๆล้าน
เราต้องคาดคะเนทุกๆคำพูด ทุกๆการกระทำ ทุกๆแง่มุมที่แสดงออกมาใน 15-30 วินาทีนั้น
ว่ามันต้องส่งผลทางความคิดบางอย่างกับคนดูอยู่แล้ว

คีย์เวิร์ดมันอยู่ที่ - การเปรียบเทียบ - แน่นอนโฆษณาอื่นๆก็ใช้ นี่คือกลวิธีปกติในการโฆษณา เช่นโฆาณาประเภทใช้ผงซักฟอกนี้
เอาผ้ามาเปรียบเทียบความสะอาดกัน นี่คือกลวิธีธรรมดาของโฆษณา เพื่อแสดงให้เห็นถึงความดีของสินค้า
ก็ต้องทำการเปรียบเทียบ และในทุกๆการเปรียบเทียบต้องทำให้คนดูรู้สึกชัดระหว่างดีกับแย่
(นี่คือเหตุผลที่เค้าเสียเงินเป็นสิบๆล้านทำโฆษณา) มันคือการสื่อให้เห็นถึง ดี ---> แย่ เพื่อจูงใจให้คนดูมาซื้อของเค้า ที่นำพาไปสู่ ---> ดี

แต่โฆษณาอันนี้สิ่งที่เค้าเอาไปเปรียบคือครอบครัว ซึ่งมีความหมายถึงชาติกำเนิด ซึ่งนี่คือประเด็นเชื้อชาติ
และชัดเจนว่าที่เค้าจะขายในโฆษณานี้คือ เกิดมาในครอบครัว หรือชาติกำเนิดที่ดำ ก็สามารถขาวได้
จริงๆนี่คือ Big Message ของโฆษณานี้ด้วยซ้ำน่ะนะ เพราะเค้าคงเล็งเห็นแล้วว่า ตลาดแบบนี้ในไทยมีมหาศาล
เพราะสาวไทยส่วนใหญ่ผิวคล้ำๆและมักจะคิดว่า เกิดมาดำจะไม่มีทางขาวเพราะเป็นพันธุกรรม และโฆษณานี้ทำหน้าที่ตอบโจทย์ตรงนี้

แล้วพอข้อความมันเป็นแบบนี้เรื่องนี้มันคาบเกี่ยวอยู่กับ 2 ประเด็นคือ
1.รสนิยมความชอบ ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องธรรมดา ใครจะชอบขาวชอบหมวยยังไงก็ธรรมดา
กับ 2.ชาติกำเนิด บังเอิญว่าโฆษณานี้ล้ำเส้นมาที่ประเด็นหลังนั่นเอง ดังนั้นผมจึงเห็นว่าไม่เกี่ยว
ที่เราจะรู้สึกชอบแบบไหน หรืออยากเป็นแบบไหน ที่เรากำลังพูดถึงคือ ผลกระทบของโฆษณานี้ต่อสังคม
ซึ่งการบอกว่า เกิดมาในครอบครัวที่ดำแต่ก็สามารถขาวได้นั้น ถ้าไปพูดแบบนี้ในอเมริกา
โดนประท้วงและโดนฟ้องแน่นอน เคยเกิดขึ้นมาแล้วบ่อยๆด้วย

อย่างที่บอก ผมเข้าใจดีว่ารับรองว่าคนไทยเราส่วนใหญ่ไม่เดือดร้อนและไม่รู้สึกถึงเลยด้วยซ้ำ
เพราะเหตุผลหลายๆอย่างที่ว่าไป ความคิดเห็นของอรคือตัวอย่างที่ชัดเจนนั่นเองครับ



I ROCK , THEREFORE I AM

Romzaikyu

อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 07 ธ.ค. 2010, 12:34 น.
มองจากมุมตู

มันไม่ได้ชัดเจนขนาดดำแล้วแย่ ขาวแล้วเลวน่ะครับ
แต่ไอ้ที่ขัดหูขัดตาเนี่ย มันอยู่ที่วิธีปลูกฝังคนเพื่อขายของครับ
ไม่ต้องเปรียบเทียบที่ไหนไกล ขนาดหนูอร :07c: ขนาดนี้
แต่ก็ไร้ความมั่นใจ เพราะ "เพื่อนอรสวยกว่ากันทั้งนั้น"
เลยคิดว่าตัวเองนี่กากส์มาก .. ซึ่งมันไม่ใช่ ยิ่งตอนใส่แว่นนะ อู๊ยยยยย :07c:

ทั้งหมดนี้มันปลูกฝังค่านิยม แบบเดียวกะที่โฆษณารถบอกว่า มีรถแล้วหญิงจะตามมา
หรืออีกโฆษณาที่กินรังนกแล้วผู้หญิงวิ่งตามทั้งเมืองนั่นแหละครับ

แล้วปุยอีกคนนึงนะ :30:

หนูอร


ไม่รู้สิคะพี่เก้อ.. รู้สึกประเด็นเรื่องสีผิวในแง่ความงาม
น่าจะสามารถแยกแยะมองคนละส่วนกับเชื้อชาติอ่ะค่ะ
(ย้ำอีกทีว่าตรงนี้ยังไม่ยกประเด็นโฆษณาชวนเชื่อหรืออะไรนะคะ)

นึกในแง่กลับกันเล่นๆ ฝรั่งคอเคเซี่ยนๆมากผิวขาวๆซีดๆ พวกขาวๆซีดๆนี่
บางคนก็จะมีปฎิกิริยาแบบ.. อี้ววววว ยู ลีฟ อิน เดอะ เบสเม้น ออ ว้อท
การที่เค้าอยากผิวแทน อยากได้ลุคแบบสาวฮิสเปนิค เป็นลาติน่า
ก็ไม่เห็นจะมีใครมองว่า "คนขาวอยากผิวแทน" เป็นการเหยียดผิวเลย

หรือจะบอกว่าแท้จริงแล้วการเหยียดผิวต้องเฉพาะคนผิวขาวต่อคนผิวสี? อรก็ว่าแปลกๆ

แต่เอาว่าอรไม่ค่อยสันทัดค่ะ เลยสงสัยไปเรื่อย  :30:




เรื่องโฆษณา

เราไม่สามารถบังคับผู้รับสานส์ให้เข้าใจตรงกับเราได้ทุกคน
เลยมองว่าถ้ามันเป็นเรื่องการชักจูงคนกลุ่มหนึ่ง มากกว่าการบังคับรับสานส์
อรมองด้วยว่าค่านิยมเองก็ไม่ใช่สิ่งที่โฆษณาสร้างขึ้น แต่เป็นสังคม
แล้วโฆษณาก็เอาการหยิบยกค่านิยมนั้นมาเป็นจุดขายอีกที

โฆษณาตัวนั้น(หรือตัวไหนๆ)อรดูอรก็คิดหลายๆมุมนะ ไม่ได้แค่ตามภาพ
เลยอาจจะมีทัศนคติในการรับชมไม่เหมือนการรับชมโฆษณาทั่วไป

มาตรฐานอรเลยวัดกับคนอื่นไม่ได้เท่าไหร่  :30:


ถามว่า

ในโฆษณาไม่มีการพูดถึง "ผิวขาวขึ้น" "กระจ่างใสขึ้น" หรือสรรพคุณใดๆเลย
มีการบอกส่วนผสม และแสดงภาพผลิตภัณฑ์ในตอนท้ายของโฆษณา
ลงข้อความเล็กๆข้างล่างอธิบายแบบกันท่าเอาไว้ตามมาตรฐานโฆษณา

ที่เหลือก็มีแต่ภาพให้คนตีความไปเองทั้งหมดทั้งสิ้น
(ตามที่พี่เก้อพูดถึงในส่วนของ Big message ในโฆษณา)
คนเข้าใจว่าลูกที่ขาวกว่าคนในครอบครัว เป็นเพราะการบริโภคผลิตภัณฑ์




// จำได้เลือนลางว่าตอนนี้โฆษณาไทยเหมือนจะไม่ให้ใช้คำว่า "ขาวขึ้น"
หรือคำ copy ประเภท ริ้วรอย หรือ จุดด่างดำ "หายไป" "หมดไป"
แต่ใช้คำว่า "กระจ่างใส" "ลดเลือนริ้วรอบ" "จุดด่างดำจางลง"

ตรงนี้เลยกลายเป็นช่องว่างรึเปล่า ว่าถ้าไม่พูดก็ไม่ผิด  :09:


อันบัน ♥

นักศิลปะ

มีใครในนี้ิเคยเรียก่เพื่อนว่า อีดำ ไอ้อ้วน ไอ้ล้าน บ้างไหมละ

ีนี่ก็เหยียดคนอื้่น
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines