วันสิ้นโลก

เริ่มโพสต์โดย ณต, 16 มี.ค. 2010, 09:51 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ตอ

เส้นผ่านศูนย์กลาง 1 กม. ใช่มั๊ยครับ

ดูเหมือนจะไม่ใหญ่นะครับ
แต่อิมแพคเยอะมาก

มารอดูกัน :12:
DiggityDaw aka วัวโหดด

ณต

ช่วงนี้เราอาจจะได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์
เกี่ยวกับกับวันสิ้นโลก ด้วยภัยพิบัติต่างๆ นาๆ
แต่ข้อมูลส่วนใหญ่มักจะไม่ถูกต้อง

ข้างล่างเป็นการแถลงชี้แจงข้อเท็จจริง จากอาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์จุฬา
ใครสนใจก็อ่านกันดูนะครับ

http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9530000072865
อ้างอิง
ข่าวลือเกี่ยวกับ "วันโลกหายนะ" เป็นอีกหนึ่งสีสันของจดหมายลูกโซ่ ที่วนเวียนอยู่บนโลกออนไลน์ วันดีคืนดีข่าวลือดังกล่าวมาปรากฏบนสื่อทีวีในช่วงเวลา "ไพรม์ไทม์" ย่อมสร้างความตื่นตระหนกได้ในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคนในวงการวิทยาศาสตร์เอง คือผู้อ้างถึงข้อมูลวิทยาศาสตร์อย่างเป็นตุเป็นตะ
       
       ตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ดร.สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับอีเมลลูกโซ่ เกี่ยวกับวันโลกหายนะเหมือนในภาพยนตร์เรื่อง 2012 อย่างต่อเนื่อง และมีการอ้างถึงข้อมูลวิทยาศาสตร์ เดิมเขาเชื่อว่ากระแสนี้จะซาไปแต่กลายเป็นว่ากระแสยังคงมีอยู่ จึงตัดสินใจจัดเสวนาและแถลงข่าวชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว หลังเหตุการณ์บ้านเมืองเริ่มคลี่คลาย ในเวที "ตอบทุกคำถามสังคมไทยที่กังวลต่อการล่มสลายของโลก" เมื่อวันที่ 25 พ.ค.53 ที่ผ่านมา ณ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ
       
       - สนามแม่เหล็กกลับขั้ว-โลกพลิก
       
       หนึ่งในประเด็นการล่มสลายของโลกคือการกลับขั้วของสนามแม่เหล็กโลกในวันที่ 22 ธ.ค.55 จากเหนือไปใต้ ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ดวงอาทิตย์กลับขั้ว เกิดสนามแม่เหล็กและความร้อนบนโลก ทำให้น้ำแข็งละลาย น้ำท่วมโลก เกิดสึนามิ โลกจะเอียงจาก 23.5 องศาไปเป็น 26 องศา แล้วพลิกกลับจากเหนือไปใต้
       
       คำถามคือจริงหรือไม่ที่แม่เหล็กโลกจะกลับขั้ว?
       
       ดร.สธนกล่าวว่า ปรากฏการณ์แม่เหล็กโลกกลับขั้ว เคยเกิดขึ้นบนโลกมาแล้วหลายครั้ง แต่ละครั้งเว้นช่วงประมาณ 1 ล้านปี ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ 700,000 ปีที่แล้ว ซึ่งเริ่มมีมนุษย์กำเนิดขึ้นบนโลกแล้ว และระหว่างการกลับขั้วช่วง 1 ล้านปีนั้น อาจมีการกลับขั้วในช่วงสั้นประมาณ 4-5 พันปี
       
       การกลับขั้วแม่เหล็กโลกนี้ ไม่ได้หมายถึงโลกพลิกกลับจากเหนือไปใต้ แต่หมายถึงสนามแม่เหล็กอ่อนกำลังลง แล้วเกิดสนามแม่เหล็กที่ยุ่งเหยิงขึ้น ก่อนกลับสู่สภาพปกติ ซึ่งระหว่างที่แม่เหล็กอ่อนลงนั้น จะมีรังสีคอสมิคเข้ามาแต่ไม่มากมายนัก
       
       "ส่งผลกระทบไหม มีผลกระทบบ้างถ้าเรายังใช้เข็มทิศอยู่ แต่เดี๋ยวนี้เราใช้จีพีเอส (GPS) กันเยอะ ผลกระทบอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และช่วงเวลาระหว่างการพลิกขั้วเกิดขึ้นช้า เป็นระยะเวลาพันปี แสนปีขึ้นไป"
       
       "ปัจจุบันความแรงสนามแม่เหล็กขึ้นๆ ลงๆ เมื่อ 700,000 ปีก่อน สนามแม่เหล็กโลกเคยอ่อนกว่านี้ด้วยซ้ำ ดังนั้นการกลับขั้วแม่เหล็กโลกไม่ใช่ประเด็นที่ก่อให้เกิดปัญหา โดยหลักฐานการกลับขั้วคือหินแข็งที่มีสภาพแม่เหล็กตามแม่เหล็กโลก ซึ่งเกิดจากหินร้อนๆ ในโลกออกมาเจอสภาพแม่เหล็กภายนอกแล้วแข็งตัว" ดร.สธนกล่าว
       
       ขั้วแม่เหล็กโลกนั้น เกิดจากการไหลของกระแสโลหะหลอมเหลวในแกนกลางโลก ทำให้เกิดสนามแม่เหล็กเหมือนไดนาโมที่ใช้ขดลวดพันรอบแกนแม่เหล็ก โดยสนามแม่เหล็กจะพุ่งจากขั้วใต้ไปขั้วเหนือ ดังนั้นขั้วโลกเหนือจึงเป็นขั้วแม่เหล็กใต้ และขั้วโลกใต้จึงเป็นขั้วแม่เหล็กเหนือ
       
       แต่การไหลของกระแสโลหะหลอมเหลวในแกนกลางโลกไม่สม่ำเสมอ ตำแหน่งขั้วแม่เหล็กจึงไม่คงที่ และเป็นบริเวณกว้าง เช่น ปี 1904 ขั้วแม่เหล็กเหนืออยู่เป็นบริเวณหนึ่ง และปี 1996 ขั้วแม่เหล็กเหนืออยู่อีกบริเวณ เป็นต้น
       
       - ดาวเคราะห์เรียงตัวทำแผ่นดินไหวบนโลก
       
       การเรียงตัวของดาวเคราะห์ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ถูกโยงว่าทำให้เกิดแผ่นดินไหวบนโลก เนื่องจากมีแรงไทด์ (tide) กระทำต่อโลก
       
       หากแต่ ดร.สธนอธิบายว่าแรงไทด์คือ "แรงน้ำขึ้นน้ำลง" (tidal force) นั่นเอง เป็นแรงเสมือนว่าดึงโลกให้ยืดออก และดวงจันทร์มีบทบาทให้เกิดแรงนี้กระทำต่อโลกมากที่สุด และด้านที่อยู่ใกล้ดวงจันทร์มากที่สุดจะถูกดึงมากกว่า โดยแรงนี้มีอธิบายด้วยสมการที่มีตัวแปรเพียง 2 ตัวคือ ระยะห่างระหว่างวัตถุที่ดึง และมวลของวัตถุที่ดึง
       
       "แรงน้ำขึ้นน้ำลง น้อยกว่าแรงดึงดูดของโลกถึง 10 ล้านเท่า แรงที่สุดของแรงนี้คือ ทำให้ของเหลวบนโลกเคลื่อนที่ หรือเกิดน้ำขึ้นน้ำลง แต่ยังน้อยเกินกว่าจะมีผลต่อโครงสร้างหรือแผ่นทวีป 10 ล้านเท่า"
       
       "ดวงอาทิตย์ซึ่งใหญ่กว่าดวงจันทร์มากแต่อยู่ห่างโลกมากกว่า จึงมีแรงนี้น้อยกว่าดวงจันทร์ประมาณครึ่งหนึ่ง หากดวงจันทร์และดวงอาทิตย์มาซ้อนกัน ผลคือทำให้เกิดน้ำขึ้นสูงในวันขึ้น 15 ค่ำและแรม 15 ค่ำเท่านั้นเอง" ดร.สธนกล่าว
       
       นอกจากนี้ ผลการเปรียบเทียบตำแหน่งการเรียงตัวของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะกับการเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ 10 อันดับ ซึ่งเกิดที่เกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.47 เป็นแผ่นดินไหวใหญ่อันดับ 3 และครั้งรุนแรงสุดเกิดขึ้นที่ชิลี เมื่อ 22 พ.ค.03 นั้น ไม่มีครั้งใดเลยที่ดาวเคราะห์เรียงตัวกัน โดยพิจารณาเฉพาะดาวพุธ ดาวศุกร์ ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์และโลก ส่วนดาวเคราะห์วงนอกนั้น ดร.สธนกล่าวว่าตัดออกได้ เพราะอยู่ไกลมาก
       
       "เรียงหรือไม่เรียงไม่สำคัญ เพราะแรงไม่ถึงอยู่แล้ว คำอ้างในข่าวในฟอร์เวิร์ดเมล เป็นคำอ้างที่ไม่มีหลักฐาน การอ้างงานวิจัยก็มีความเข้าใจที่ไม่ตรง บทความยังไม่มีชื่อผู้เขียนและเป็นการคาดเดาไว้ก่อน" ดร.สธนวิจารณ์คำทำนายเรื่องโลกล่มสลาย ที่อ้างถึงผลการศึกษาของทีมนักวิจัยอิตาลี
       
       ทั้งนี้ งานวิจัยดังกล่าวมีอยู่จริง แต่รายละเอียดระบุว่า มีความแปรปรวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ก่อนเกิดแผ่นดินไหวเล็กน้อย ซึ่งคาดว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงของโลกเอง ไม่ใช่พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าขนาดใหญ่ จนสามารถจุดฉนวนแผ่นดินไหวอย่างที่กล่าวอ้าง
       
       -Solar Maximum คำที่ถูกอ้างวันโลกสลาย
       
       ความวิตกว่า โลกถึงคราวหายนะนั้น มักเชื่อมโยงการเข้าสู่ช่วง "โซลาร์ แม็กซิมัม" (Solar Maximum) ของดวงอาทิตย์ ซึ่ง ผศ.พงษ์ ทรงพงษ์ อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งร่วมเวทีเสวนาอธิบายว่า ช่วงดังกล่าว ดวงอาทิตย์มีกิจกรรม*เกิดขึ้นมาก และมีการกลับขั้วสนามแม่เหล็ก เกิดขึ้นสลับกับ "โซลาร์ มินิมัม" (Solar Minimum) ที่ดวงอาทิตย์มีกิจกรรมน้อย โดยมีระยะเวลาสลับกันประมาณ 11 ปี
       
       "กิจกรรมต่างๆ บนดวงอาทิตย์นั้น เกิดจากสนามแม่เหล็กเนื่องจากการไหลวนของก๊าซร้อนบนดวงอาทิตย์ ครั้งล่าสุดที่เกิด Solar Maximum คือเมื่อปี 2544  ส่วนตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วง Solar Minimum"
       
       "ครั้งแรกที่เราเริ่มนับจุดมืดบนดวงอาทิตย์คือเมื่อปี 2323 ซึ่งพบว่าการเกิดจุดมืดมากสลับกับไม่มีเลยนั้นเป็นช่วงๆ ชัดเจน ตอนนี้เราอยู่วัฏจักรสุริยะรอบที่ 23 และกำลังสู่รอบที่ 24 ในปี 2555 (หรือ 2012) ซึ่งจะเริ่มช่วง Solar Maximum รอบใหม่ แต่เราก็ตรวจดูสนามแม่เหล็กบนดวงอาทิตย์ทุกวันว่า เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง" ผศ.พงษ์กล่าว
       
       เมื่อเข้าสู่ Solar Maximum สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ มีกิจกรรมบนดวงอาทิตย์มากขึ้น สนามแม่เหล็กมีการเปลี่ยนแปลง เพราะดวงอาทิตย์ส่งอนุภาคมีประจุมาเยอะขึ้น มีการพ่นมวลมีประจุมายังโลก ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เราสังเกตได้ เช่น ปรากฏการณ์แสงเหนือ-แสงใต้ ซึ่งเห็นได้ที่ขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ แต่ปี 2501 มีรายงานพบแสงเหนือ-แสงใต้ที่เม็กซิโก ซึ่งอยู่ต่ำจากขั้วโลกเหนือลงมาอยู่ที่ละติจูด 30 องศาเหนือ
       
       เมื่อปี 2532 กิจกรรมบนดวงอาทิตย์ ได้ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าในระบบส่งไฟฟ้าของแคนาดา จนหม้อแปลงไหม้และเกิดไฟดับ แต่ในปี 2544 ไม่เกิดเหตุไฟดับเนื่องจากทราบว่าจะเกิดขึ้นและได้เตรียมการรับมือไว้
       
       - ซากดาวส่องตรงรังสีแกมมาเผาโลกเป็นจุณ
       
       การระเบิดของรังสีแกมมา (Gamma Ray Burst: GRB) เป็นปรากฏการณ์ส่งรังสีแกมมาจากซากของดวงดาวที่กำลังดับสูญ และเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับดวงดาว ซึ่งมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ 10 เท่าขึ้นไป โดยปกติดาวฤกษ์มีปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันเป็นแหล่งพลังงาน ซึ่งจะหลอมรวมธาตุเล็กให้กลายเป็นธาตุใหญ่ และให้พลังงานออกมา เสมือนมีแรงระเบิดนิวเคลียร์อยู่ภายในดวงดาว
       
       ขณะเดียวกันดาวฤกษ์ยังมีแรงโน้มถ่วงดึงมวลกลับมาอยู่รวมกัน จึงเปรียบได้กับการชักเย่อระหว่างแรงระเบิดกับแรงโน้มถ่วง เมื่อธาตุตั้งต้นหมดลงการระเบิดก็น้อยลง ทำให้แรงโน้มถ่วงชนะและเริ่มดึงให้ดาวยุบลง
       
       อย่างไรก็ดี การยุบตัวของดาวนั้น มีปลายทางที่แตกต่างกัน ดาวบางดวงยุบตัวอย่างเงียบสงบและหมดพลังงานไป บางดวงเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ขึ้นอีกเนื่องจากแรงโน้มถ่วงทำให้เกิดการหลอมรวมของธาตุครั้งใหม่
       
       บางดวงเกิดระเบิดอย่างรุนแรงเรียกว่า "โนวา" (nova) หรือ "ซูเปอร์โนวา" (supernova) กลายเป็นเนบิวลาและเกิดการรวมตัวของก๊าซกลายเป็นดาวอีกรอบ บางดวงยุบตัวอย่างรวดเร็วและกลายเป็นหลุมดำ แต่บางครั้งเกิดการยุบตัวและเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่รุนแรงพร้อมๆ กัน ทำให้เกิดรังสีแกมมาความเข้มสูงส่งออกมาในทิศทางที่แน่นอนและเป็นลำแคบๆ หรือเรียกว่าการระเบิดของรังสีแกมมานั่นเอง
       
       "ถ้าส่องมายังโลก ก็ตายหมดทั้งโลก การระเบิดของรังสีแกมมาการระเบิดของรังสีแกมมานี้ น่ากลัวมาก แต่ต้องกลัวไหม ไม่ต้องกลัว เพราะถ้าเกิดขึ้นก็รวดเร็วมากจนเราไม่ทันได้รู้สึก เนื่องจากรังสีเดินทางด้วยความเร็วแสง" ผศ.พงษ์กล่าว
       
       อย่างไรก็ดี ผศ.พงษ์กล่าวเผยว่า โอกาสดังกล่าว เกิดขึ้นน้อยมาก เพราะอย่างแรกต้องเกิดใกล้ๆ เรา ประมาณกาแลกซีถัดไป และต้องหันมาทางเราพอดี ซึ่งดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้เราที่สุดคือดาวพรอกซิมา (Proxima) อยู่ไกลออกไป 4.2 ปีแสง แต่มีขนาดเพียง 1 ใน 10 ของดวงอาทิตย์ เมื่อดาวดวงนี้ดับ จะไม่เกิดระเบิดรังสีแกมมาแน่นอน แต่ถ้าถึงวันหนึ่งเราจะต้องไป เราก็ต้องไป.



Dayight

ปีนี้แล้งมาก สังเกตว่า ฝนตกน้อยมากๆ แถมยังอากาศยังร้อนต่อเนื่อง

ดูช่าวเมื่อเช้า เขื่อนป่าสักน้ำแห้งขอด ถึงขนาดเปิดประตูระบายน้ำ แล้วน้ำไม่ไหลแล้ว เกิดเนินดินขึ้นเป็นหย่อมๆ

ซึ่งนักข่าวบอกว่า คงต้องภาวะนา ให้กลางเดือนมิถุนานี้ฝนตก


--------


วิเคราะห์ :
ผมไม่รอการภาวะนาล่ะครับ ดังนั้น เมื่อเช้าจึงเดินไปเซเว่น ซื้อข้าแบบ 5 กิโลมาสามถุง ปกติซื้อเดือนละถุง
ปีทีแล้วแล้งไม่จัดขนาดนี้ ยังทำให้เกิดวิกฤติข้าวแพง จากข้าวเปล่าถุงละ 5 บาท กลายเป็น 10 บาท (ตอนนี้เหลือ 7)

ที่ผมกังวลกว่านั้น มันอาจไม่ใช่แค่ ข้าวแพง อาจถึงข้นขาดแคลนข้าวกันเลย เพราะ คราวก่อนดูข่าว ว่าในจีนสภาวะขาดน้ำก็ไม่ต่างกัน
ถึงขนาดประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขง ออกมาเรียกร้อง

และเมื่อสองสามเดือนที่ผ่านมา  ชาวนา ได้มาประท้วงที่กรุงเทพกันมาอาจทำให้แรงงานในการปลูกข้าวลดลง
อีกทั้งรัฐเปลี่ยนนโยบายจากจำนำข้าว มาเป็น ประกันราคาข้าว ซึงทำให้สต๊อกข้าวน้อยลงกว่าเดิมอีก
(อันนี้เกี่ยวหรือเปล่าไม่รู้ก็วิเคราะห์ตามเรื่องไป แหะๆ)

ดังนั้น คุณพ่อบ้านแม่บ้าน น่าจะซื้อ ข้าวมาตุนไว้ในปริมาณที่มากกว่าเดิมนะครับ
มันอาจจะดูเวอร์ไปบ้าง แต่ก็ ไม่เสียหายอะไรไม่ใช่เหรอครับ

และผมก็หวังว่า ผมอยากให้ผมคาดการณ์ผิด ปัญหาขาดแคลนข้าวไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยจริงๆ :46:

กินรอบวง

Zafire06

กรี๊ดด ฟังได้กว่า ดร.สมิทธิ์ เยอะเลย  :25:

namton

มาช่วยกันปลูกต้นไม้คนละร้อยต้นดีกว่าคับ อีก สิบปี ก็ยังทัน  :17:

ปล. เมื่อไหร่ผมจะพ้นตำแหน่งเหาสักทีน้อ

Dayight

http://76.nationchannel.com/playvideo.php?id=99290

ศรีสะเกษ เห็นดวงอาทิตย์ 4 ดวง ตื่นเมืองเกิดอาเพต

ดวงเดียวก็แย่แล้ว!!!   :07:
กินรอบวง

สมเจี้ยม

มาอยู่เชียงรายสามเดือน
โดนแผ่นดินไหวสามรอบ
รอบที่สองพี่ยามบอกก้อนหินไหลลงมาจากภูเขาข้างหลังโรงงานด้วย

http://www.seismology.tmd.go.th/announce/file/06072010232736.pdf
ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

Dayight

#157
4.5 ริกเตอร์ไม่ธรรมดาแล้วนาาา   :18:


วันก่อนคุยกะน้องที่เรียนธรณีวิทยา ม.บูรพา
เค้าบอกว่า รอยเลื่อน ต่างๆ  ในประเทศเริ่มเคลื่อนไหวรุนแรง

แต่เค้าปิดข่าวเพราะไม่อยากให้ประชาชนตกใจหนะ
กินรอบวง

IM


Romzaikyu

จริงๆ แล้ว พี่แม้วก็ใกล้จะกลับมาแล้วนะ
แต่เค้าปิดข่าวเพราะไม่อยากให้ประชาชนตกใจหนะ  :47:

จักรี

นั่นแหละๆ สาเหตุ ทำให้แผ่นดินเคลื่อนต่ำลง
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

Dayight

กินรอบวง

ณต

ภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ยักษ์
แตกตัวออกมาจากธารน้ำแข็งกรีนแลนด์  :07:

http://www.bbc.co.uk/news/science-environment-10900235

ในข่าวยังไม่บอกว่าจะมีผลกระทบอะไร
เพียงแต่ถ้ามันเคลื่อนลงใต้ ก็จะกระทบกับการเดินเรือ

แต่ที่แน่ๆ ถ้ามันละลายหมด
ตูว่านั่นน่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ของกระแสน้ำอุ่นและน้ำเย็นในมหาสมุทรได้


Romzaikyu

ก็บินไปยกมันไว้ที่เดิมเลยสิแฮนค๊อก  :07: :07:

Piix

ถ้าโลกสิ้นแล้วทุกชีวิต ไม่ต้องดิ้นรนอีกมันก็คงจะดีไม่น้อย

ตอนนี้ (ยิ่งด้วยสภาวะแบบนี้) รู้สึกพวกเราเกิดมาเพื่อดิ้นรนอะไรกันนักหนา
ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันไป ฟังแล้วหดหู่ใจมากกับการเอาความคิดบางอย่างมาบีบรัดสภาพความเป็นมนุษย์

เราเกิดมาอยู่กันอย่างพอดีๆ ไม่ได้แล้วเหรอ เพราะทุกคนเกิดมาชดใช้อะไรบางอย่างเหรอ
เราเบียดเบียนทุกอย่างรอบตัว ไม่เว้นแต่ความคิด ความเป็นมนุษย์

การต่อสู้ ดิ้นรน ค้นหา เพื่อให้ได้บางสิ่งบางอย่างมา มันสร้างความเสียหายแค่ไหน

ทำไมเราต้องสู้ ต้องไขว่คว้า ทะเยอะทะยาน
หยุดอยู่เพื่อที่จะสุขได้ไหม

ถ้าโลกสิ้นไปแล้ว พวกเรายังต้องดิ้นรนต่อไปอีกไหม
ถ้าโลกสิ้นไปแล้ว เราไม่ต้องดิ้นรนอะไร หยุดทุกอย่างลง จะยินดีที่สุดที่จะสิ้นโลก


SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines