เรื่องจริงนี้อาจเป็นคุณ

เริ่มโพสต์โดย HS-JEF, 27 พ.ค. 2006, 22:21 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ณัฏฐ์


สมเจี้ยม

วันนี้มีเพื่อนมาเล่าให้ฟังครับ
ถ้าคนอ่านแล้วงง  ขออภัยด้วย



เพื่อนผมไปแลกบัตรซื้อข้าวที่หมอชิต
แลกไปพันนึง  มันได้ตั๋วราคาร้อยบาท
เพื่อนผมมันก็ดูเวลาเค้านับตังคต์ทอน
เค้าจะนับแบงค์ร้อยเก้าใบปกติสองสามรอบ 

แต่พอมันมานับเองนับได้แค่แปดร้อย
นับไปหลายรอบก็ได้แค่แปดร้อย

จนให้เขาตรวจดูอีกที
พนักงานก็นับเงินได้เก้าร้อย
เพื่อนผมมันก็เห็นอยู่ตำตา
มันก็งงงกลับไป




จนวันก่อน  เพื่อนผมมันไปหมอชิต
มันแลกตังค์มาแล้วกินข้าวเหลือ  140  บาท
ไปแลกเงินคืน
มันกลับมานับได้  120 บาท
เลยกลับไปถามเขาใหม่

แล้วมันก็เห็นในมือพนักงานมีเงิน  20 บาท อีกใบอยู่ในมือพนักงาน
รับเงินจากมันมานับให้ได้  140  บาท

มันเลยไปแจ้งที่ประชาสัมพันธ์


ระหว่างนั้นมันสังเกตลูกค้าคนอื่นๆ ที่ไปแลกบัตร
เห็นนับเงินหลายครั้งก็ไปตรวจใหม่หลายราย



ใครที่ไปหมอชิตแล้วแลกบัตรซื้อข้าว  ชั้นสองระวังนะครับ
ตรวจเงินทอนดีๆ  ไม่งั้นโดนหลอกได้
ถ้าโดนเขาหลอกคนนึง  20  บาท  วันนึงไม่รู้ต่อกี่ราย
ส่วนมากไม่นับบัตรที่เหลือว่าเหลือกี่บาท
ไม่ก็ไม่นับตังค์ทอนด้วย
โดนหลอกตังค์ทอนเอาง่ายๆ


ปล.  อ่านรู้เรื่องไหมครับ :46:
ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

ความฝันกลางฤดูร้อน

ยังดีพนักงานคนนั้นไม่เจอผม  :52:
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

สมเจี้ยม

ถ้าเจอผมก็โดนเหมือนกันครับ
กลับบ้านคราวนี้กะเอาแบงค์พันไปแลกเล่นๆ อยู่
ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

Bellbells

โห ปกติผมเป็นคนไม่นับตังทอนด้วยอะ  :55:

แอ้

ไม่เคยทานข้าวตรงนั้นเลย ไปถึงพอดีเวลารถตลอด..
แต่ทำอย่างนี้เลวมาก เพราะว่าคนจะเดินทางส่วนมากก็จะรีบๆ
มาอาศัยช่วงชุลมุนโกงกันหน้าด้านๆ แบบนี้ น่าจะจัดการปลดออกไปเลยนะคะเนี่ย..  :08:

น้องเข่มเข๊ม

เลวยั้นเงา

IM

อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 12 พ.ค. 2009, 08:54 น.
ไม่เคยทานข้าวตรงนั้นเลย ไปถึงพอดีเวลารถตลอด..

ไม่ทานเพราะไปพอดีเวลาเกือบตลอด  ถึงไปก่อนก็ไม่เคยกินอยู่แล้ว

พนักงานพฤติกรรมแบบนี้สมควรโดนประจาน  :37:

น้องเข่มเข๊ม

แบบนี้ร้องเรียนได้ไม๊อ่ะ   :39:
เลวยั้นเงา

กวางจ้ะ

ไม่ค่อยแลกตังค์เยอะ ๆ เวลาทานข้าวนะ แต่ก็จะนับทุกครั้ง

IM

อ้างคำพูดจาก: เมียผู้ใหญ่้บ้าน เมื่อ 12 พ.ค. 2009, 09:09 น.
แบบนี้ร้องเรียนได้ไม๊อ่ะ   :39:

ได้ครับ  แต่ต้องไปร้องเรียนกับระดับสูงหน่อย  ล่างๆ อาจมีการเตี๊ยมได้
และต้องระวังอย่าให้เค้าคิดว่าเราโวยวาย หรือส่อพฤติกรรมที่ต้องการประจาน
เพราะมันจะทำให้เค้าไม่สนใจเพราะกลัวจะเสียชื่อหากจับแล้วเราประจาน
เพราะผมกับเพื่อนเจอมาแล้ว  ต้องไปนิ่งๆ เอาเรื่องแบบสุขุมนุ่มลึก

แจ้งตำรวจยิ่งไม่ได้เรื่อง  ปกติไม่ค่อยจะสนใจคดีอะไรแบบนี้หรอก
ยิ่งถ้าต้องให้ตำรวจมาคอยเฝ้าดูเพื่อจับคาหนังคาเขา  คดีเล็กๆ ถ้าไม่่เป็นข่าวเค้าไม่สนใจหรอก

น้องเข่มเข๊ม

คือแบบเพื่อนเจี้ยมนี่จะไปเที่ยวหรือกลับบ้านอารมณ์นั้นใช่มะ



กินมาจากบ้าน ดีที่สุด   :12:
เลวยั้นเงา

ความฝันกลางฤดูร้อน

ไม่รู้จะเข้ากันได้หรือไม่กับกระทู้นี้ แต่ก็เอามาลงไว้แล้วกัน .... เรื่องที่อาจจะไม่ได้ตั้งใจเล็กน้อย แต่อาจจะทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โต

********************
เมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา ผมเพิ่งกลับจากการไปไหว้พระรูปสมเด็จพระราชบิดาครับ ครั้งนี้ได้แง่คิดอะไรบางอย่างติดมานอกเหนือจากการไปแบบปกติ

เริ่มต้นจากแม่ผมได้ไปบนไว้เมื่อปีที่แล้วในเรื่องหนึ่ง จากนั้นวันนี้ก็จะไปทำการแก้บน ตามสูตรปกติก็คือต้องมีไข่ต้ม น้ำปลา น้ำมะพร้าว วันนี้เช้าเราจึงเดินทางไปกันสามคน มีผม แม่ แล้วก็เด็กที่บ้าน
เมื่อไปถึงผมเห็นสิ่งที่เปลี่ยนไปหน่อยนึงจากสมัยที่ผมยังเรียนอยู่คือ ตอนนี้มีกล่องพลาสติกที่ไว้ใส่ของที่แก้บน

ก่อนหน้านี้ที่นี่มีปัญหาว่าถ้าเอาของมาแก้บนแล้วทิ้งไว้ นกจะมาจิกและอาจจะมีของเน่าเสีย , ต่อมาให้นำกลับไป แต่ว่าระหว่างที่จุดธูปแล้วตั้งอาหารไว้สักครึ่งชั่วโมง นกก็มาจิกกินทำให้เลอะเทอะ ทางคณะจึงเอากล่องมาตั้งไว้เพื่อใส่อาหารไว้ชั่วคราว เมื่อธูปหมดดอกก็ไปเปิดหยิบกลับบ้าน ........ ซึ่งแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน

เมื่อเราเอาของไปวางไว้เรียบร้อย จัดจานชามเสร็จ ผมกับแม่ก็เดินไปที่กระถางธูป (นกเดินมาเล็งแล้วแหละ) ปล่อยเด็กที่มาด้วยให้ไล่นก ... ขณะกำลังจุดธูปอยู่ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลในชุดสีน้ำเงินเข้มก็เดินไปที่ของที่วางไว้ หันมาทางเราแล้วก็ตะโกนว่า
"คุณ ของเค้าไม่ให้วางตรงนี้นะครับเห็นไม๊นกมันลงมาจิกกัน เค้ามีกล่องให้ใส่ มีป้ายเขียนเอาไว้เห็นหรือเปล่า"  (สังเกตว่ามีหางเสียงครับ แต่จริงๆน้ำเสียงค่อนข้างแข็งตามปกติของที่นี่)
คนทั่วบริเวณหันมามองเพราะว่าเสียงตะโกนนั้นดังพอสมควร
"อ๋อ เห็นแล้วจ๊ะ เดี๋ยวชั้นนั่งไหว้เสร็จจะเอาใส่กล่องอยู่แล้ว ไม่งั้นนกพิราบมากินแล้วจะเปื้อนบริเวณ" แม่ผมตอบก่อนจะเดินเข้าไป
"ไม่ได้ ไม่เห็นเหรอว่าป้ายเขียนไว้ว่ายังไง เอาใส่กล่องก่อนแล้วค่อยไหว้ไม่งั้นนกมาจิกหกเลอะเทอะหมด"

"พี่ขอไหว้ก่อนแป๊บเดียว พอไหว้เสร็จเอาใส่กล่องแล้วเดี๋ยวจะยืนรอธูปให้ดับค่อยเอาออก"
"ป้าไม่เห็นป้ายเหรอไง เค้าเขียนว่าให้เอาใส่กล่อง ป้าจะมาตั้งไว้แบบนี้ไม่ได้ เดี๋ยวนกมันจิกเลอะเทอะหมด" เค้าตอบอีกครั้ง แม่ผมไม่ได้ตอบอะไรแล้ว ก็ลงไปนั่งยองๆแล้วยกมือไหว้พร้อมผม เด็กที่ไปด้วยก็คอยไล่นกต่อไป

ระหว่างไหว้อยู่ผมก็ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่คนเมื่อสักครู่คุยเสียงดังมาก 
"แย่ว่ะ เนี่ยวันนี้เจอป้าคนนึง เอาของมาไหว้แล้วไม่ยอมเอาเข้าตู้" เค้าพูด "นกมันลงมาจิก เลอะเทอะไปหมด"
"พอเราเข้าไปเตือนพูดดีๆด้วย ดันมาชี้หน้าด่าเราอีก" 
ช่วงนั้นผมมองเจ้าหน้าที่คนที่พูด ระหว่างการพูดเค้าจะหันมาทางผมและแม่เป็นระยะๆ และด้วยเสียงที่ดังมาก ผมก็เห็นได้ว่าคนที่นั่งบริเวณนั้นและเห็นการเถียงกันเมื่อก่อนหน้านี้ หันมามองผมกับแม่เกือบจะเป็นจุดเดียว (ใช้คำว่าเกือบ เพราะบางคนก็นอนต่อไม่สนใจ Grin )

"คนเดี๋ยวนี้ก็แย่ กฎระเบียบเขามีไว้เพื่อให้ส่วนรวม ป้ายก็มีเขียนไว้ตัวใหญ่เบ้อเริ่มไม่รู้จักอ่าน" เค้ายังพูดต่อ ... ตอนนี้แม่ผมลืมตาหันไปมองแล้ว
"เราเข้าไปเตือนดีๆกลับมาชี้หน้าด่าเรา แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน แล้วก็ยังมาวางของไว้ไม่ยอมใส่กล่องอีก สงสัยจะเมา" 

แม่ผมเหลืออดแล้วเลยหันไปแล้วพูดเสียงดังไปบ้าง "ชั้นได้ยินนะว่าพูดว่าอะไร ก็บอกแล้วไงว่าชั้นนั่งไหว้เสร็จแล้วจะเอาใส่กล่อง นี่ก็ให้เด็กไล่นกอยู่แล้ว"

"ผมไม่ได้ว่าป้า ผมว่าคนที่ไม่เอาของใส่ตู้แล้วปล่อยนกมาจิกต่างหาก"

แม่ผมก็ลุกขึ้นส่งธูปให้ผมไปปัก ผมก็เดินไปปักแล้วก็ช่วยเด็กเอาของไหว้เข้าไปในตู้ ระหว่างนั้นแม่ก็อารมณ์ไม่ดีแล้ว

"ป้ายเค้าก็บอกไว้ว่าให้เอาของเข้าตู้ ถ้าป้าเอาของมาวางแบบนี้นกมันก็จิกกินน่ะสิ" เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวพูดด้วยเสียงดังเท่าเดิม "ถ้าใส่แบบนี้นกก็จะได้ไม่มากิน พื้นก็ไม่เปื้อน"
พอใส่ของในตู้เสร็จแม่ผมก็ลุกมาคุยด้วย ... จะเรียกว่าเถียงก็อาจจะได้เพราะว่าอีกฝ่ายเสียงดังตลอดรายการ -_-' 

แม่ผมโมโหว่าทำไมต้องมาว่ากันด้วย ก็เอาใส่กล่องอยู่แล้ว
เจ้าหน้าที่ก็เถียงว่า เค้าไม่ได้ว่าแม่ผม แต่ว่าคนที่ไม่ยอมเอาอาหารใส่กล่องคนเมื่อเช้า
*****************
ตลอดรายการนี้ ไม่มีการใช้คำพูดหยาบคายไม่ว่าจากฝ่ายไหน 
ตลอดช่วงที่มีการสนทนาหรือจะเรียกว่าเถียงกันก็ตามที เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวใช้เสียงที่ดังตลอดเวลา ตอนที่บ่นลอยๆมา ดังพอที่คนที่นั่งรอบๆรัศมี 5 เมตรจะจับใจความได้ (ผมห่างออกมาจากเขาประมาณ 5 เมตร) และดังพอที่คนที่ห่างออกไปจะรู้ว่าเขาพูดอะไรบางอย่างแบบไม่พอใจ
และตลอดช่วงเวลาที่ผมไปที่นั่น คนทุกคนที่เอาของไปถวายหรือไหว้ ทุกคนวางของไหว้ไว้ จุดธูปไหว้ เมื่ไหว้เสร็จแล้วค่อยเอาของเข้าตู้เหมือนที่แม่ผมทำ ... มีรายนึงเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเดินไปช่วยยกวางไว้ พอไหว้เสร็จก็ไปช่วยยกเอาเข้าตู้
ข้อแตกต่างเดียวที่ผมนึงออกคือจังหวะที่แม่ผมไปไหว้ คือช่วงที่ไม่มีคนอื่นไหว้เลย,ของที่เราเอาไปมีจำนวนมากกว่าคนอื่น และนกเข้ามาจ่อใกล้กว่าของคนอื่น
*****************

หลังจากเหตุการณ์ที่ว่านี้จบลง ผมมาคิดๆดู มองในแง่ดีและพยายามให้เป็นกลางที่สุด
แม่ผมไหว้+บนที่นี่มาร่วมๆ40ปี สมัยทำงานที่นี่เป็นหนึ่งในคนที่อยากให้จัดการของไหว้ให้เป็นระเบียบเพื่อไม ่ให้นกพิราบมาถ่ายมูลหรือจิกกินให้เปรอะเปื้อน
เจ้าหน้าที่คนนี้ก็คงไม่ได้จะมาว่าแม่ผมว่า "เมา" หรือ "ไม่รู้จักอ่านป้าย" และเมื่อเช้าก่อนหน้านี้อาจจะเกิดเหตุการณ์ประมาณนี้จริง

เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ สาเหตุมาจากสองอย่าง
1. ผมกับแม่มีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำให้ลานสกปรก ... พฤติกรรมเสี่ยงที่ว่าคือมีอาหารมามาก และนกมาล้อมเยอะโดยที่มีคนปัดแค่คนเดียว
2. เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวใช้เสียงที่ดัง และหลังจากเถียงกับแม่ผมเสร็จแล้วก็ดันไปนั่งคุยเสียงดังมากเล่า ถึงผู้หญิงที่คุยไม่รู้เรื่องอีกคนที่ไปชี้หน้าด่าเขาเมื่อเช้า ซึ่งถ้าจับใจความไม่ดีจริงๆจะเข้าใจว่าแม่ผมเพิ่งไปชี้หน้าด่าและกินเหล้าเม ามา 

....
จากกรณีนี้หากมองในมุมกลับกัน ตัวผมเองเวลาพูดหรือกระทำอะไรก็อาจจะต้องคิดให้ดีก่อนและระวังให้มาก
ตอนนี้เข้าใจเลยว่าทำไมเวลาเรียนอาจารย์จะเน้นเรื่องนี้ ... เน้นเสมอว่าอย่าไปพูดเสียงดัง อย่าตะโกน เวลาทำงาน
เน้นเสมอว่าอย่าเอาเรื่องความขัดแย้งหรือเรื่องคนไข้มาพูดในที่สาธารณะ
เพราะบางครั้งเราไม่ได้ว่าใครในที่นั้น ... แต่จากท่าทาง น้ำเสียง การแสดงออกที่เราอาจจะไม่รู้ตัว ... อาจจะทำให้คนไข้หรือญาติที่ได้รับฟังเกิดความไม่สบายใจได้
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

IM

อ้างคำพูดจาก: ☼ หมอแมว ☼ เมื่อ 12 พ.ค. 2009, 15:12 น.
จากกรณีนี้หากมองในมุมกลับกัน ตัวผมเองเวลาพูดหรือกระทำอะไรก็อาจจะต้องคิดให้ดีก่อนและระวังให้มาก
ตอนนี้เข้าใจเลยว่าทำไมเวลาเรียนอาจารย์จะเน้นเรื่องนี้ ... เน้นเสมอว่าอย่าไปพูดเสียงดัง อย่าตะโกน เวลาทำงาน
เน้นเสมอว่าอย่าเอาเรื่องความขัดแย้งหรือเรื่องคนไข้มาพูดในที่สาธารณะ
เพราะบางครั้งเราไม่ได้ว่าใครในที่นั้น ... แต่จากท่าทาง น้ำเสียง การแสดงออกที่เราอาจจะไม่รู้ตัว ... อาจจะทำให้คนไข้หรือญาติที่ได้รับฟังเกิดความไม่สบายใจได้


:46:

แอ้

อ่านจากที่หมอแมวเขียนด้านบน คิดว่าเขาคงกระแนะกระแหนแน่เลย
แต่พอคิดให้ดี (อย่างที่หมอสรุป) ก็เห็นด้วยค่ะ ว่าคงไม่ได้หมายถึงหมอกับคุณแม่
อาจจะเป็นเพราะว่า ได้โต้เถียงกันนิดหน่อย เลยคิดไปถึงว่า เอ้อ เมื่อเช้าก็มีเรื่องแบบนี้

แต่พอดีพูดดังไปหน่อย..

คิดดีก็สบายใจดีนะคะ  :33:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines