งาน เงิน ความหวัง อนาคต

เริ่มโพสต์โดย นายโอ้เอ้, 02 เม.ย. 2008, 02:32 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

O.D.M.

สู้ต่อไปนะครับ ค่อยๆเลือกก็ได้ อันไหนพลาดก็ลองหาอันใหม่ที่ถูกใจกว่า
เอาใจช่วยนะครับ  :12:
- R u Happy with ur Rock&Roll ? -

กวางจ้ะ


คิ้วหนาจ้ะ




Piix

พรุ่งนี้ทำงานวันสุดท้ายละ ยังไม่รุ้จะทำอะไรต่อ

มีคนแนะนำให้อัพเกรดตัวเองด้วยการไปเรียน final cut ซะ


แต่ในใจแอบคิดว่า ไปขายก๋วยเตี๋ยวดีกว่าไหม

JΛNΣ


eThics

เพิ่งจะพ้นโปร ได้ตั้ง 11 วัน อย่าทำโวย

เดี๋ยวหันหลังกลับไปดุซะหรอก :07:
เราเป็นเช่นเราเชื่อ    :: tK ::    :: สีมา ::

โบว์

คู่นี้เปลืองไฟมากเลยนะ หันไปคุยกันไป๊ :30: :30:

HS-JEF

ท่าทางเป็นเศรษฐีเงินถัง  :25:
วาว วาว เสียงรถไฟแล่นไปฤทัยครื้นเครง

eThics

มีปัญหาเรื่องการสื่อสารล่ะไม่ว่า  :30:


เป็นมาตั้งแต่สมัยเรียน
ถ้านั่งหน้าจอเมื่อไหร่ จะคุยกันทาง msn
เราเป็นเช่นเราเชื่อ    :: tK ::    :: สีมา ::

mons

ผมพยายามหาช่องทางหาเลี้ยงตัวเองอยู่น่ะครับ
แต่ไม่เห็นทางเลย สอนพิเศษตอนนี้เลิกไปแล้ว
อย่างที่ว่าน่ะครับ ผมต้องอ่านหนังสือเลขมัธยมไปสอน
แล้วมาระลึกได้ว่า เอ๊ย ไอ้ที่อ่านๆน่ะเสียเวลามั้ย ถ้าเลิกสอน ความรู้พวกนี้ก็จะจมลงไปในความทรงจำ
ผมเลยเลิก เพื่อไปหาอะไรที่อ่านหรือศึกษาแล้วอาจได้ใช้ หรือน่าสนใจ
แต่มันไม่มีให้ทำ ก็เลยสับสนกับตัวเองว่า แล้วเราจะทำพาร์ตไทม์อะไรดี
ถ้างั้นไปสมัครงานแล้วเนียนไปว่าไม่ได้เรียนปอโทเลยดีกว่าัมั้ย
ซึ่งผมไม่รู้จะตอบเค้าว่ายังไงว่าที่ว่างไปสองปีหลังเรียนจบเนี่ย ไปทำอะไรมา
(เรียนมาสองปีแล้ว แต่คอร์สเวิร์คยังเหลือเลยครับ ภาควิชาเค้าหนักหน่วงจริงๆ)
ตอนนี้เลยกำลังหางานพาร์ตไทม์ หรืองานอิสระดีๆอยู่

อนาคตค่อนข้างปวดร้าวครับ ผมหนีงานวิศวะมาเพราะเรื่องของการสวมบทบาท
ผมไปฝึกงานมาแล้วรู้สึกเลยว่า ในเวลางาน มันไม่จำเป็นต้องเป็นผมน่ะ ไอ้ที่ทำงานอยู่นั่น
มันคือใครก็ได้ที่มีความรู้เท่าผม มันไม่จำเป็นต้องมีความเป็นตัวผมอยู่เลยก็ได้
ในแง่นี้มันคือการปฏิเสธการมีัตัวตนอยู่ของตัวเองในตลอดเวลาที่ทำงานอยู่
หรือถ้าวันหนึ่งคอมพิวเตอร์มันทำงานแทนผมได้ ผมก็ไม่จำเป็นต้องมีอยู่ตรงนั้น
ผมเป็นแค่ส่วนหนึ่งของเครื่องจักรที่ทำให้ระบบมันทำงานได้อย่างที่มันควรเป็น เท่านั้น
ผมเลยหนีไปเรียนปรัชญา(ตอนแรกจะเรียนจิตวิทยา แต่เค้าไม่รับ เกรดไม่ถึง)
เผื่อว่าจะหาคำตอบให้ความเป็นไปได้
แต่ คำตอบมันไม่มีครับ ยิ่งเรียนยิ่งรู้ว่า คำตอบมันคือสิ่งที่คุณชอบ หรือสิ่งที่คุณเป็น
แล้วยอมรับสิ่งอื่นได้ยาก มันก็กลายเป็นคำตอบ


ทีนี้ปัญหาเกิดครับ เกิดแบบจริงจัง
ในเมื่อปรัชญาไม่ได้ให้คำตอบอะไรเลยที่มันจริง จริงๆ
ผมก็เลยชอบมันแค่กลางๆ เพราะในเรื่องบางเรื่องมันให้แนวการวิเคราะห์ที่น่าสนใจ แต่บางเรื่องมันก็หลุดไปไหนแล้วก็ไม่รู้
เรื่องมันก็เลยยาวครับว่า ถ้างั้นผมไปเรียนปริญญาเอก(บวกเวลาไปอีกห้าปีนะครับ ปริญญาเอก) แล้วกลับมาเป็นอาจารย์
มันทำได้ แต่มันอาจได้ผลตอบแทนน้อย
แต่ถ้าผมกลับไปสู่สายงานเดิม ผมอาจได้มากกว่าน่าจะอย่างน้อยสองถึงสามเท่า (แค่ตอนเริ่มต้น ไม่ต้องคิดว่าระยะยาวมันจะห่างกันแค่ไหน ในเมื่อผมไม่ต้องเสียเวลาอีกห้าปีไปเรียนต่อ)
เฮ้อ แล้วผมหนีมันมาทำไม ผมก็ไม่ทราบได้
ผมว่าเงินมันทำอะไรได้เยอะครับ ตราบเท่าที่ผมยังชอบสังสรรค์ ใช้ชีวิตตามใจชอบ

ผมเลยสับสนว่า แล้วผมจะทำอะไรดี
งานเขียนที่ผมชอบ ความเสี่ยงมันสูงกระทั่งว่า มันไม่น่าจะทำรายได้ให้ได้
(ผมลองพยายามเอาแนวการเขียนของตัวเองไปโพสทั้งในไฮไฟว์ และที่อื่นๆเป็นการเซอเวย์ความเชื่อมโยงระหว่างแนวการเขียนกับกระแสคนอ่าน สรุปสั้นๆได้ว่า มันควรเป็นงานอดิเรก)

ผมก็หาทางยิกๆเลยครับทีนี้ ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดีในอนาคต จะเลือกเงิน หรือความสบายใจในงานแต่งบสังสรรค์ไม่มีดี

จังหวะนี้ในชีวิตต้องขอยืมคำของนักเขียนมาใช้เลยครับ
"nothing to be done"

ปล.ขอโทษนะครับไม่ได้อ่านจนถึงหน้าสุดท้ายอีกแล้ว มันหลายหน้าเหลือเกิน แต่จังหวะนี้อยากแบ่งปันน่ะครับ



โบว์

โหย โจทย์ยากสุดๆ เลยค่ะ
เอาเป็นว่า เอาใจช่วยนะคะ เพราะไม่รู้จะแนะนำยังไงดีแฮะ
บางทีคนที่ชอบกับคนที่ใช่อาจจะไม่ใช่คนเดียวกันนะคะ :22:

aCh.

อ้างคำพูดจาก: mons เมื่อ 24 ม.ค. 2009, 04:34 น.
ผมพยายามหาช่องทางหาเลี้ยงตัวเองอยู่น่ะครับ

อนาคตค่อนข้างปวดร้าวครับ ผมหนีงานวิศวะมาเพราะเรื่องของการสวมบทบาท
ผมไปฝึกงานมาแล้วรู้สึกเลยว่า ในเวลางาน มันไม่จำเป็นต้องเป็นผมน่ะ ไอ้ที่ทำงานอยู่นั่น
มันคือใครก็ได้ที่มีความรู้เท่าผม มันไม่จำเป็นต้องมีความเป็นตัวผมอยู่เลยก็ได้
ในแง่นี้มันคือการปฏิเสธการมีัตัวตนอยู่ของตัวเองในตลอดเวลาที่ทำงานอยู่
หรือถ้าวันหนึ่งคอมพิวเตอร์มันทำงานแทนผมได้ ผมก็ไม่จำเป็นต้องมีอยู่ตรงนั้น
ผมเป็นแค่ส่วนหนึ่งของเครื่องจักรที่ทำให้ระบบมันทำงานได้อย่างที่มันควรเป็น เท่านั้น




แต่ถ้าผมกลับไปสู่สายงานเดิม ผมอาจได้มากกว่าน่าจะอย่างน้อยสองถึงสามเท่า



ผมก็หาทางยิกๆเลยครับทีนี้ ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดีในอนาคต จะเลือกเงิน หรือความสบายใจในงานแต่งบสังสรรค์ไม่มีดี


อารมณ์เดียวกันเลยคะ ..
เฮ้อ!วิศวกร
อยากจะหนีอยู่ แต่ไม่รู้จะไปทางไหน :05:
ก้าวไปตามฝัน..แม้ปัจจุบันจะกินแกลบ T_T

าาา๐

หลังจากเรียนจบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
ผมกับเพื่อนกำลังคิดจะทำออฟฟิศครับ

ผมรู้ว่าอะไรหลายๆอย่างกำลังรอผมอยู่แน่ๆ
ทั้งเรื่องดีและไม่ดี

ความสนุก ความทุกข์ และโลกแห่งความเป็นจริง

ตอนทำงาน มันพลาดได้้ อาจารย์ด่า
ต่อไป พลาดได้เหมือนกัน ไม่มีใครด่าด้วย ( แต่เจ๊ง )

ผมคิดถึงผลเสียต่างๆที่มันเป็นไปได้ว่าจะเกิด
กาีรโกง การขาดทุน ฯลฯ บางทีห็พาเอาเครียดไปเหมือนกัน

ยิ่งในสภาวะแบบนี้ ความฝันกับความจริงดูต่างกันเหลือกิน
ความฝันของผม ฟังดูอาจจะไร้สาระ และสมกับเป็นความฝันมากๆ

นั่นคือการปิดออฟฟิศไปเที่ยวครับ ซักที่นึงไกลๆ


สุดท้ายผมยังไม่อยากเชื่อใครที่ไหน จนกว่าผมจะได้ลองเอง
ถ้าเอาแต่กลัว เราคงไม่ได้ไปไหน

อย่างน้อยเราทุกคนก็กำลังจะเดินไปพร้อมๆกัน

perfectionist

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines