DD โชว์เขิน

เริ่มโพสต์โดย ตอ, 26 ส.ค. 2008, 00:31 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

เกดลดา

กินทุกอย่างยกเว้นต้นหอมค่ะ

ตอ

DiggityDaw aka วัวโหดด

เดอะบุ๋ม

โลโก้กับใบปลิวไฮโซมาก  :46:

สวยค่ะสวย  :12:

เบย์

นี่ขนาดเขาแคนเซิลนะ :25:

ตอ

#34
ร้างโชว์มานาน :01:
ขอเอางานเก่ามาแปะนะครับ

ตั้งครั้นกระโน้นที่ตอบชาร์ปไปว่าผมเองก็มีงานเขียนบ้าบอๆไว้เหมือนกัน
เลยเอามาแปะให้ชาวฟอนต์ลองอ่านดูครับ

เอาเป็นว่าอันนี้โชว์งานเขียนนะ :56:

งัดตอนแรกมาแปะก่อน ถ้าแป้ก ก็จะได้หยุด
ถ้าไม่แป้ก จะเอา ตอนที่ 2 3 4 5 และ... มาโฟ่ต่อครับ
เป็นนิยายสั้นเกี่ยวกับการฆาตกรรมครับ ชื่อเรื่องว่า คำสัญญากับเงาจันทร์

คำสัญญากับเงาจันทร์

#1

"คุณแน่ใจนะคะ"
"แน่ใจสิครับ คุณดูไฝที่หัวไหล่ซ้ายของเธอสิ มัน..."
"มันทำไมคะ"
"เปล่า ไม่มีอะไร เราไม่ควรทิ้งเธอไว้ในสภาพนี้นะ"
"อย่าเลยค่ะคุณ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจไป รีบไปกันดีกว่า"
"แต่เธอเปลือยอยู่นะแคท"
"ไม่มีใครผ่านมาแถวนี้นักหรอกค่ะ อิกอย่างเธอก็ไม่หายใจแล้วนี่ ไปซะทีเถอะ"

"แบรนดอน คุณโกหกฉันอิกแล้วใช่มั๊ย"


หมู่เมฆกำลังคล้อยผ่านพระจันทร์ในคืนนี้ไปอย่างช้าๆสะท้อนเงาอ้อยอิ่งลงมายัง พื้นดินสากๆในย่านชนบทของเนวาด้า ถึงแม้ว่าคืนนี้จะเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง แต่หมู่ดาวใหญ่น้อยก็ยังเปล่งประกายประดับท้องฟ้าอันดำทมิฬ ใบไม้ที่หล่นเกลื่อนหน้าบ้านปีเตอร์สันส์ ม้วนกระหวัดตัวปลิวไปกับสายลมเอื้อยอย่างอิสระ ราวกับว่าพวกมันสามารถหลบนี้จากไม้กวาดของแคทเทอรีนได้ แต่โชคไม่ดีนักที่รูบี้ไล่ตะครุบพวกมันโดยไม่ห่วงตัวเองว่าเธอกำลังอุ้มเอา ลูกๆในท้องไล่ตะครุบไปด้วย ด้วยเสียงหัวเราะคิกคักที่ดังออกมาจากในบ้าน รู้บี้จึงรู้ว่าอย่างน้อยการวิ่งไล่จับใบไม้พวกนี้ก็ทำให้ใครบางคนสนใจและ หัวเราะได้
"แม่คะ หนูว่ารูบี้กำลังวิ่งเล่นกับใครบางคนมากกว่ากับใบไม้นะคะ" สเตซี่งสงสัยพลางเสนอความเห็น
" เป็นไปไม่ได้หรอกจ้ะลูก เห็นมั๊ยไม่มีใครสักคนเลย" แคทคลายข้อสงสัยในขณะที่เธอกำลังจัดการกับของเหลือจากมื้อเย็นบนโต๊ะ "นี่มันก็ดึกแล้วนะลูก แม่ว่าลูกขึ้นไปนอนก่อนเถอะ เพราะพรุ่งนี้แปดโมงเช้าแม่จะเริ่มสอนเปียโนแล้วนะ อิกอย่างนึง แม่จะไม่ปลุกลูกทุกเช้าอิกต่อไปแล้ว แปดขวบแล้วนะเรา หัดตื่นนอนเองซะบ้าง"
ใบ หน้าของสเตซี่ฉายแววสดใสขึ้นมาทันที "จริงหรือค่ะ! ทำไมแม่ไม่บอกหนูล่ะว่าแม่ไปย้ายเปียโนมาจากบ้านคุณตาแล้ว แต่ช่างเถอะคะ ไหนๆเปียโนก็มาอยู่ที่นี่แล้ว ขอหนูดูได้มั๊ยค่ะ" สเตซี่วอนแม่
"แปดโมงตรงจ้ะ แต่ต้องอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วนะ" แคทตัดบท
สเต ซี่ถอนหายใจรดอกน้อยๆ "ได้ค่ะ" เธอลงจากเกาอี้ข้างหน้าต่าง ตอนนี้รูบี้ไล่ใบไม้ลับมุมบ้านไปแล้ว สเตซี่เดินเข้ามาหาแม่ เธอหอมแก้มแม่หนึ่งครั้ง "ราตรีสวัสค่ะแม่"
"จ้ะ หลับฝันดี" เธอหอมแก้มสเตซี่ พลางเอามือลูบเรือนผมดำมันขลับของสเตซี่

หลังจากที่เธอจัดการกับงานครัวเสร็จแล้ว เธอจึงเดินไปอาบน้ำด้วยความหวังที่จะผ่อนคลายจากงานอันหนักหนาในหนึ่งวันที่ผ่านมา นอกจากเธอจะต้องดูแลงานบ้านทั้งหมดด้วยตัวเองแล้ว การสอนหนังสือสเตซี่ก็เป็นเรื่องหนักเอาการอยู่เหมือนกัน ถึงแม้ว่าอาชีพครูจะมอบประสบการณ์งานสอนให้เธอ แต่การเตรียมการสอนเด็กระดับเล็กๆอย่างสเตซี่นั้นกลับยากกว่าระดับมหาวิทยาลัยอย่างที่เธอไม่เคยคิดมาก่อน บวกกับงานบ้านแล้ว เรียกได้ว่าเธอเหนื่อยกว่าชีวิตในอดีตเป็นสองเท่า เธอปฏิเสธชีวิตไฮสคูลแก่ลูกสาวของเธออย่างแรง เพราะข่าวการยิงกันของผู้ปกครองในโรงเรียนทำให้เธอผวาว่าสเตซี่จะตกเป็นเหยื่อในอนาคต เธอจึงตัดสินใจที่จะสอนสเตซี่ที่บ้านแทน

หลังจากการชะล้างละลายความเครียดตลอดวันที่ผ่านมา เธอกลับไปที่ห้องครัว ตรวจดูความเรียบร้อยกลอนประตูหน้าต่างแล้วจึงกลับขึ้นไปนอน เธอถอนหายใจอยู่เฮือกหนึ่งก่อนจะจมตัวเองลงบนหมอนเพื่อนอนหลับเอาแรง ชีวิตที่ขาดแบรนดอนมันช่างทำให้เธอลำบากทั้งตัวและหัวใจ จนในบางครั้งเธอน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัวในขณะที่กำลังคิดถึงแบรนดอน สี่ปีมาแล้วที่แบรนดอนจากเธอและสเตซี่ไปในสนามรบที่อัฟกานิสถาน ในช่วงแรกเธอรับกับคำตอบของทางรัฐบาลไม่ได้ว่าแบรนดอนได้หายตัวไปจากฐานทัพเสียเฉยๆ ในคืนที่เกิดการก่อการร้ายในค่ายทหาร ไม่มีการพบศพหรือชิ้นส่วนของร่างกายใดๆ นอกจากกระเป๋าเป้สนามที่เธอวางไว้ที่หมอนข้างๆทุกคืน ...เกิดเสียงดังตูมตามขึ้นมาทางด้านหลังขณะที่เธอกำลังวิ่งผ่านโครงตึกร้างแห่งหนึ่งขณะอุ้มสเตซี่ เธอนั่งลงหลบใต้โต๊ะที่เหลือเพียงสามขาตัวหนึ่งขณะที่ทำใจเพื่อวิ่งหลบห่ากระสุนที่แหวกวนในมวลอากาศ เร็วเกินกว่าที่ตาเปล่าเธอจะมองเห็นได้ เธอรวมรวมความกล้าแล้ววิ่งไปยังตึกฝั่งตรงข้าม ด้วยความหวังที่จะพบแบรนดอน แล้วเธอก็ได้พบเขา ทันใดนั้นแบรนดอนหันมาที่เธอแล้วพูดว่า 'ปล่อยเด็กนั่นซะ' ด้วยท่าทีที่ไม่รีรอ แบรนดอนยิงสเตซี่ราวกับการกำจัดเสี้ยนหนามในสนามรบคนนึง หากแต่คนนี้ยังเด็กและกำจัดง่ายกว่า แคททารีนกรีดร้องสุดเสียง  เธอสะดุ้งตื่น...

เธอสั่นเทาไปทั้งตัว เหงื่อไหล พลางหันไปมองที่นาฬิกาที่โต๊ะหัวเตียง
"นี่แค่สิบนาทีเองหรอ" เธอกระซิบปนสะอื้น ด้วยกลัวว่าสเตซี่จะตื่นขึ้นมา มันเป็นฝันร้ายที่เค้นเอาความเศ้ราเกรอะกรังตลอดสี่ปีอันร้ายกาจออกมาได้อย่าง เจ็บปวดที่สุด
เธอสะดุ้งอิกเล็กน้อยหลังจากได้ยินเสียงกุกกักดังออกมา จากบ้านของรู้บี้ มันครางอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน เธอจึงตั้งสติใหม่ และทำใจดีลงไปดูความเรียบร้อยที่บ้านของรู้บี้ เธอหยิบเอาไฟฉายในลิ้นชักที่โต๊ะหัวเตียงออกไปด้วย และแน่นอนกับปืนอีกหนึ่งกระบอก

แคทเทอรีนเดินออกมาหารูบี้จากทางหลังบ้าน เสื้อยึดที่ตากอยู่ปลิวไหวอยู่กับสายลม ทอดเงาไหวๆบนพื้นหญ้าแห้งกรังหลังบ้าน เธอเพิ่งได้สังเกตุในตอนนี้เองว่าท้องฟ้าคืนนี้สวยงามแค่ไหน ดาวแต่ละดวงราวกับกำลังสังสรรค์กันอย่างสนุกสนานและมันทำให้เธออุ่นใจได้อีกนิด เพราะแสงจันทร์คืนนี้ช่วยให้เธอเห็นอะไรในระยะไกลๆได้บ้าง รูบี้เริ่มอาการไม่ดีขึ้นเพราะเสียงที่มันครางออกมานั้นบ่งบอกว่ามันทนกับความเจ็บปวดที่มันกำลังต่อสู้ด้วยไม่ไหวอีกต่อไป แคทเทอรีนเร่งฝีเท้าผ่านหลังบ้านไปยังรั้วด้านตะวันตก บ้านสุนัขหลังเล็กๆต้องแสงจันทร์เป็นเงาเรื่อๆอยู่ข้างรั้ว บ้านหลังเล็กๆสีชมพูสำหรับรูบี้ดูท่าจะไม่สดใสเอาเลยในตอนนี้

"โอ ไม่นะรู้บี้" แคทเทอรีนตกใจเมื่อเธอเห็นว่ารูบี้กำลังจะคลอดเหล่าโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ตัวน้อยๆออกมา "ทำใจดีๆไว้นะ ไม่ต้องกลัว ฉันอยู่เป็นเพื่อนแกแล้ว สาวน้อยพยายามเข้านะ" ไม่ทันไรรูบี้ก็ทอดหัวของมันลงเพราะเจ็บปวดจากการถีบตัวของเหล่าเจ้าตูบน้อย "อย่างนั้นแหละ ง่ายจะตายเห็นไหม" แคทตื่นเต้นพลางให้กำลังใจรูบี้ขณะมันกำลังนอนครางอย่างเจ็บปวด "รูบี้เก่งมากจ้ะ เธอได้... ลูกสาว 2 ตัว ลูกชาย 1 ตัวแหนะ เก่งมากๆ" แคทเอื้อมมือไปเกาที่แก้มของรู้บี้เบาๆ มันเลียที่มือของแคทช้าๆ ราวกับว่าเป็นการขอบคุณที่ช่วยให้มันผ่านพ้นคืนอันน่าอัศจรรย์นี้ไปได้ มันหันกลับไปเลียลูกๆของมันต่อ แคทยิ้มพลางส่องไฟไปที่ลูกๆของมัน เป็นภาพที่น่าประทับใจแต่ไม่โสภาเล็กน้อย เพราะในกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆใบนี้เต็มไปด้วยน้ำคร่ำของรูบี้และมันกำลังส่ง กลิ่นคลุ้งทั่วบ้านใหม่ของ 3 ตูบน้อย เธอเอื้อมมือไปจับลูกๆของมันตัวหนึ่ง ทันใดนั้นรูบี้ก็แสยะฟันใส่เธอราวกับเธอเป็นคนแปลกหน้าที่พยายามจะขโมยลูกไปจากอกของมัน
"โอเครูบี้ ไม่เป็นไรนะ ฉันแค่แตะเท่านั้นเองไมเอาไปไหนหรอกนะ เราเป็นครอบครัวเดียวกันนี่ จำได้มั๊ย" มันไม่ใส่ใจในคำพูดของแคทเทอรีน แต่คราวนี้มันกำลังเห่าอย่างบ้าคลั่ง
"ไม่เห็นต้องโกรธขนาดนั้นเลยนะรูบี้ ก็ได้ๆ ไม่แตะก็ไม่แตะ"

คราวนี้มันขยับตัวเหมือนจะพุ่งออกมาจากบ้านหลังเล็กของมัน ในทันใดนั้นแคทก็ผงะลงไปนั่งจ้ำเบ้า ไฟฉายของเธอกระเด็นหลุดมือไป แต่เธอสังเกตุเห็นว่าสายตาของมันไม่ได้จ้องจะตวาดเธอเลย มันมองผ่านหัวของเธอไป แสยะฟันสู้เหมือนจะเอาชีวิต

ชายคนหนึ่งยืนทะมึนใต้เงาจันทร์อยู่ข้างหลังแคทเทอรีน
DiggityDaw aka วัวโหดด

คุณหนูฟ้า

#35
เฮ้ย เชียนเองเหรอ? ดีๆ

จินตนาการสุดยอด





เอามาลงต่อด้วย + รอ  :27:
ความหลงใหลในภาพลวงตา ที่ได้มาใช่ความสุข

ตอ

+ ฟ้าเกศสำหรับกำลังใจครับ :27:
ใช่ครับเขียนเอง อาจจะยังไม่โปรนะครับ มือใหม่จริงๆ :56:

ตอนที่สองครับ  :53:

คำสัญญากับเงาจันทร์

#2

"คุณแน่ใจนะคะ"
"แน่ใจสิครับ คุณดูไฝที่หัวไหล่ซ้ายของเธอสิ มัน..."
"มันทำไมคะ"
"เปล่า ไม่มีอะไร เราไม่ควรทิ้งเธอไว้ในสภาพนี้นะ"
"อย่าเลยค่ะคุณ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจไป ฉันว่าเราไปกันเถอะค่ะ"
"แต่เธอเปลือยอยู่นะแคท"
"ไม่มีใครผ่านมาแถวนี้นักหรอกค่ะ อิกอย่างเธอก็ไม่หายใจแล้วนี่ ไปซะทีเถอะ"

"แบรนดอน คุณโกหกฉันอิกแล้วใช่มั๊ย"


แคทเทอรีนถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัวเมื่อเธอมองเห็นเงาของชายร่างหนึ่งทอดลงที่ตัวเธอจากด้านหลัง โดยที่ไม่ต้องเสียเวลามองหน้า เธอใช้มืออันสั่นเทาทั้งสองข้างควานหาไฟฉายอย่างเร่งร้อน โชคดีที่ไฟฉายไม่ได้ดับไปเสียก่อน เธอจึงมองเห็นลำแสงของกระบอกไฟฉายที่สาดไปยังพุ่มเบิร์ชข้างบ้าน เสียงของรูบี้ก้องกังวาลใต้แสงสลัวของดวงจันทร์ ในทีแห่งการประจัญหน้า รูบี้ทำหน้าที่ของมันเหมือนถูกสะกดให้ขับไล่แขกที่ไม่ควรจะรับเชิญ กอปรกับอากัปกิริยาอันลนลานและต่อต้านของนายสาวต่อแขกนิรนาม มันพร้อมเสมอแค่นายสาวเอ่ยปากให้รับแขกท่านนี้ แคทเทอรีนฉวยไฟฉายได้ทันการ เธอส่องไฟไปยังต้นตอของเงาดำใต้แสงจันทร์ ในครั้งแรกเธอแทบจะกรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง เพราะเงาทมืนนั้นไม่มีแขนขวา มีเพียงแขนเสื้อยืดสีน้ำตาลเกรอะกรังกำลังปลิวว่อนในสายลมเอื่อย เธอจัดการกับความกลัวสุดขีด ปิดไฟฉายและเข้าประจัญหน้ากับแขกผู้ไม่ค่อยอยากจะคุ้นเคยด้วย

"เธอมาทำอะไรที่นี่" เธอตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย
"แค่มาดู ว่าทุกอย่างเรียบร้อยมั๊ย" ชายผู้นั้นตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกไม่มีแววของความอ่อนน้อมหากแต่มีแววของความคุ้นเคยต่อกัน แคทเทอรีนรู้ดีว่าการขยับมุมปากยิ้มรับนั้นจะหาไม่ได้ในการพบกันครั้งนี้และครั้งไหนๆ เธอมองเห็นแค่ริมฝีปากบางกริบของชายผู้นั้นขยับในแสงจันทร์ เธอมองไม่เห็นใบหน้าชัดเจนเพราะเงาจากหมวกแก้ปปิดบังส่วนที่เหลือของในหน้านั้นไว้ แต่มันไม่จำเป็นเพราะเธอรู้จักใบหน้าและแววตาอันเย็นชาทุกครั้งที่เจอบุรุษอมทุกข์ผู้นี้ เหมือนจะเข้าใจสถาณการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น รู้บี้หยุดเห่าแขกผู้นั้นและกลับเข้าไปในบ้านหลังเล็กที่ยีงมีลูกน้อยรอให้ปกป้อง แต่มันยังไม่ละสายตาจากแขกนิรนามผู้นั้น รูบี้ยังจับจองตาเป็นมันรอคำสั่งจากนายหญิง ชายผู้นั้นก้าวเข้าไปหาแคทเทอรีน แต่อาการถอยหลังอิกหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่างของเธอดูจะเป็นคำตอบให้ชายคนนั้นหยุดตรงเข้าหาเธอ ในที่สุดชายลึกลับก็หยุดตรงเข้าหาเธอ เขาปล่อยมือข้างเดียวที่กอดอกตัวเองมาล้วงกระเป๋ากางเกงแทน รูปหน้าหันตรงมาทางเธอเป็นสัญญาณว่าเขาพร้อมจะเปิดบทสนทนา

แคทเทอรีนเปิดบทสนทนาด้วยการปิดฉากทันควัน
"นี่มันก็ดึกแล้ว กลับไปเถอะ ฉันเพลียและไม่มีอารมณ์จะคุยกับเธอกลางดึกแบบนี้" เธอตัดบท
"จะรีบร้อนไปไหนละแคท นานๆเจอกันที คนคุ้นเคยก็อยากจะคุยด้วยเป็นธรรมดา" ชายลึกลับต่อบทกลับ
"อย่ารู้จักกันเลยจะดีกว่า มันไม่มีประโยชน์หรอกนะที่คนที่ไม่มีวันจะเข้าใจกันต้องคุ้นเคยกัน ชีวิตฉันเรียบร้อยดี ขอบคุณที่..."
ชายลึกลับ ไม่รีรอที่จะให้เธอไล่ซ้ำสอง เขาแทรกเข้ามาทันที "แน่นอนหละ มันเรียบร้อยดี มีความสุขดี เพียบพร้อม เพราะสิ่งที่เธอครอบครองอยู่มันคงช่วยให้ชีวิตเธอสมบูรณ์ได้มาก เธอเคยคิดถึงคนอื่นบ้างมั๊ยแคทเทอรีน"
แคทเทอรีนเม้มปาก สายตาจ้องทะลวงเข้าไปใต้เงาหมวกแก้ปแล้วพ่นกลับด้วยคำตอบที่ใช้เวลาคิดเพียงเสี้ยววินาที "ฉันมีสิทธิ์! และเธอกล้าดียังไงที่ใช้คำว่าครอบครอง มันเป็นสิ่งที่ฉันควรจะได้ต่างหาก เธอกลับไปคิดให้ดีนะว่าเธอสมควรที่จะมาพูดแบบนี้กับฉันหรือเปล่า ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้นะ" มือข้างหนึ่งของเธอแอบซุกเข้าไปกำปืนแน่นในกระเป๋าเสื้อโค้ต
"ใช่ครับ คุณมีสิทธิเต็มที่ที่จะทำยังไงก็ได้กับชีวิตของเรา แต่คุณคิดว่ามันถูกแล้วหรือครับที่เติมเต็มความสุขของตัวเองด้วยวิธีที่เห็นแก่ตัวแบบนี้" ชายลึกลับเผยจุดประสงค์ของการพบปะ
"ออกไปนะ ออกไป!" เธอตวาดด้วยเสียงต่ำ เพราะเธอไม่ต้องการจะปลุกเพื่อนบ้านกลางดึกให้มาเป็นพยานในการพบปะครั้งนี้ กล้ามใบหน้าที่สั่นระริกบ่งบอกว่าชายผู้นั้นกัดฟันด้วยความผิดหวังและโกรธแค้น
"เราคงต้องเจอกันอีก" เขาเหวี่ยงตัวหันหลังให้แคทเธอรีนและเดินจากเธอไป พร้อมกับเงาที่ทอดลงบนพื้นหญ้าหน้าบานปีเตอร์สันส์ แขนเสื้อข้างขวาปลิวไหวๆในขณะที่เดินจากไป หลังจากที่ชายลึกลับคนนั้นเดินพ้นไปจากสายตาของแคทเทอรีน เธอปล่อยร่างอันแข็งทื่อที่พันธนาการไว้ด้วยความโกรธแค้นอ่อนยวบลงบนพื้นหญ้า รูบี้ตรงออกมาหานายสาวเป็นเชิงปลอบใจ มันเอาจมูกดุนที่ไหลของเธอเบาๆ จมูกเย็นๆของรูบี้ที่ทะปะกับใบหน้าของแคทเทอรีนดึงเธอกลับมาจากห้วงความคิดที่เธอกำลังดำดิ่งลึกลงไปทุกครั้ง เธอสะดุ้งเล็กน้อยแล้วหันไปยิ้มให้รูบี้ เธอจ้องมองเข้าไปในสายตาปลอบประโลมของรูบี้อยู่ครู่หนึ่ง
"ขอบใจนะรูบี้ ตอนนี้เราก็มีอะไรๆเท่ากันแล้วนะ"
เธอสะดุดในคำพูดตัวเอง ในขณะที่น้ำตากำลังหล่นลงที่ตัก

เธอเดินกลับขึ้นมาบนห้องอย่างเหนื่อยล้ากว่าเดิมหลายเท่าราวกับว่าการผ่อนคลายที่เธอเพิ่งทำมาเมื่อหัวค่ำเป็นเพียงแค่ฝันไป การนอนหลับในคืนนี้คงจะยากเย็นขึ้นกว่าเดิม เพราะบทสนทนาทุกคำนั้นก้องอยู่ในหัวของเธอซ้ำๆ เธอนั่งลงบนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน นับเป็นคืนอันโหดร้ายที่เธอจะลืมไม่ได้ ซ้ำร้ายเหตุการณ์ยังฉายแววว่ามันจะเกิดขึ้นในวันที่เธอไม่อาจจะหยั่งรู้ได้เช่นคืนนี้ มันยังหนักหนาไม่พอหรืออย่างไร ถ้ามันจะหนักข้อขึ้นกว่าเดิม เธอคงต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อตัดปัญหาหนักอกนี้ เธอเอนหลังลงทั้งที่ยังไม่ได้ถอดเสื้อโค้ต และคิดสะระตะวางแผนรับมือกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นอยู่พักหนึ่ง หลังจากที่เธอพลิกตัวเพื่อจะถอดเสื้อโค้ต ต้นขาของเธอกดทับลงบนบางอย่างในกระเป๋าเสื้อโค้ต เธอพลิกตัวกลับและลุกขึ้นนั่งพลางดึงมันออกมาช้าๆ ปืนสั้นสีดำมันขลับส่องเป็นประกายวับกับไฟที่ส่องจากหัวเตียง เธอกำมันไว้และพินิจอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเธอก็บอกกับตัวเองว่า "เธอโง่มากแคทเทอรีน มันไม่จบแค่ตรงนี้หรอกนะ" เธอเก็บปืนกลับไปที่โต๊ะหัวเตียงเหมือนเดิม แล้วเอนหลังลงนอน เธอพยามยามข่มตาหลับ และพยายามต่อสู้กับภาพในอดีตอยู่พักใหญ่ด้วยเช้าวันใหม่กับกิจกรรมที่เธอและสเตซี่จะสนุกด้วยกันจนผลอยหลับไป ดำดิ่งลงในความมืดมิด

ดวงอาทิตย์กำลังส่องแสงระเรื่อ ความอบอุ่นของแสงทองทำให้รูบี้พอต่อสู้กับความหนาวและปกป้องลูกของมันจาก อากาศที่เย็นในเวลารุ่งเช้า ตาของมันหรี่และมองไปยังลูกๆของมันด้วยความรัก เสียงสเตซี่เรียกหารูบี้แต่เช้า แต่เธอกลับไม่เจอมัน เธอเดินผ่านหน้าระเบียงไปหารูบี้ที่บ้านของมัน เธอกรี้ดออกมาด้วยเสียงเล็กๆน่าเอ็นดู สเตซี่ไม่ยอมห่างจากบ้านหลังน้อยเลยแม้แต่ก้าวเดียว เธอนั่งคุกเข่าที่หน้าบ้านของรูบี้และคอยจับลูกๆของมันเล่น โดยสัญชาตญาณของแม่ รูบี้ย่อมหวงเป็นธรรมดา มันคอยจ้องสเตซี่ครั้งแล้วครั้งเล่าในทีที่สเตซี่เอามือไปลูบตัวนั้นที ตัวนี้ที แต่มันก็ไม่ทำอะไรมากเพราะรู้ว่าสเตซี่คือเจ้านายและเธอจะไม่ทำร้ายลูกๆของมัน สเตซี่ตัดสินใจวางลูกของมันตัวหนึ่งไว้กับตัวอื่นๆที่กำลังดูดนมจากรูบี้ เธอนั่งยิ้ม หัวเราะคิกคักเพราะประทับใจในความน่ารักของพวกมันอยู่พักใหญ่
"สเตซี่ เปื้อนหมดแล้วนะลูก ข้าวเช้าพร้อมแล้วนะ" แคทเทอรีนยื่นหน้าเรียกสเตซี่จากหน้าต่างครัวเหนือพุ่มเบิร์ช
"ค่ะแม่" เธอถอนหายใจเล็กน้อย แล้วหันมากระซิบกับรูบี้ "เอาไว้ตอนเที่ยงเรามาตั้งชื่อให้ลูกของแกกันนะ ฉันมีชื่อที่คิดๆเอาไว้แล้วหละ เธอต้องชอบแน่ๆรูบี้"
สเตซี่เดินกระโดด สลับขากลับเข้าบ้าน ช่างเป็นเช้าที่สดใสและเป็นวันอันน่ารื่นรมย์สำหรับเธอ โชคสองชั้นมันดีอย่างนี้นี่เองทั้งได้เรียนเปียโนกับมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นในบ้าน เธอคงมีเพื่อนเล่นเยอะขึ้นและการอยู่บ้านกับแม่ก็ต้องสนุกขึ้นอีก
"ต้องให้หนูเจอเองสิน่า" เธอหยั่งแม่
"งั้นก็ไม่เรียกว่าเซอร์ไพรส์สิจ้ะ เรามีสมาชิกเพิ่มอีกสามแล้วนะลูก คงเสียงดังขึ้นอิกหน่อยหละ" เธอตอบ มันทำให้เธอยิ้มแกมหัวเราะ และสเตซี่ก็ปล่อยเสียงหัวเราะออกมา
"เปียโนอยู่ไหนคะแม่" สเตซี่ถาม
" ในห้องนั่งเล่นจ้ะ แต่ก่อนอื่นหนูต้องสัญญานะว่าก่อนจะเล่น หรือเปิดเปียโนต้องบอกแม่ก่อน มันเป็นของเก่านะจะ ต้องระวังรักษานะ" แคทเทอรีนบอก
"ค่ะแม่ หนูแทบจะรอไม่ไหวแล้ว" สเตซี่มองหน้าแม่ด้วยความกระตือรือร้น
"ลูกรู้มั๊ยว่าแม่กับพ่อเคยเล่นเปียโนด้วยกันด้วยนะ" เธอเหม่อพลางยิ้มไปขณะที่กำลังตักไข่กวนให้สเตซี่
"จริงหรือค่ะ คงสนุกมากๆเลยนะคะ" สเซี่ตอบอย่างกระตือรือร้น
"จ้ะ สนุกมาก" แคทเทอรีนอมขมไว้ในคำพูด "เอาหละ วันนี้ลูกนำสวดนะจ้ะ"

หลังจากช่วยแม่เก็บโต๊ะอาหารเช้า สเตซี่รีบวิ่งไปยังห้องนั่งเล่นทันที ผ้าขาวบางผืนใหญ่กำลังคลุมวัตถุชิ้นมหึมาต่อหน้าเธอ เธออ้อมไปอีกด้านหนึ่งของห้องเปิดหน้าต่างเพื่อรับแสงเพราะเธอจะได้ไม่ต้องด้อมๆมองๆในแสงสลัวของห้องเรียน เธอเปิดผ้าม่านออก แสงแดดที่ส่องผ่านต้นสนมาจากบานหน้าต่างฝรั่งเศสส่องสะท้อนกับผ้าขาวเจิดจ้าจนทำให้ห้องสว่างขึ้นเป็นสองเท่า เธอเดินไปรอบๆ ไม่กล้าแตะ ด้วยคำพูดของแม่ เธอนั่งลงส่องข้างใต้ผ้าด้วยความฉงนและใคร่รู้ กระดาษสีน้ำตาลแผ่นหนึ่งติดอยู่ข้างใต้ เธอชั่งใจอยู่นานว่าจะหยิบออกมาดีหรือไม่จนเธอสะดุ้งสุดตัวด้วยเสียงของแคทเทอรีนที่ดังมาจากประตู
"เปิดผ้าสิจ้ะ แอบมองอยู่นั่นแหละ" แคทเทอรีนบอก
สเตซี่ดึงผ้าขาวที่คลุมวัตถุข้างหน้าออกอย่างช้าๆ ผ้าค่อยๆไหลเลื่อนกองลงกับพื้นปรากฏเป็นเปียโนหลังใหญ่ดำขลับราวท้องฟ้าอันมึดมิด ความมันวาวของเปียโนต้องกับแสงอาทิตย์ มันทำให้สเตซี่จ้องอยู่พักใหญ่ในความงามของเครื่องดนตรีที่ทั้งใหญ่และไม่เคยเห็นตรงหน้าแบบนี้มาก่อน
"ขึนให้ลูกไปช่วยขน คงได้ทับลูกแบนกันพอดี มาเร็ว มานั่งตรงนี้" เธอตบที่เก้าอี้เบาๆ เป็นสัญญาณว่าบทเรียนอันน่ารื่นรมย์กำลังจะเริ่มขึ้น สเตซี่เดินไปนั่งข้างแม่ช้าๆและยังจดจ้องในความงามของเครื่องดนตรีชิ้นนี้โดยไม่ละสายตา
"พอได้แล้ว เดี๋ยวก็ไม่เป็นอันได้เรียนกันพอดี" เธอดึงสเตซี่มาจากความฉงนและเริ่มบทเรียนสอนเปียโน ทั้งสองนั่งเล่นเปียโนด้วยความสนุกประสาแม่ลูก ต่างร้องเพลงไปด้วยเล่นไปด้วย วันนี้คงเป็นวันของการทำความเข้าใจคร่าวๆเกี่ยวกับเปียโนเธอจึงยังไม่ได้เรียนรู้ตัวโน้ต ในเมื่อสเตซี่ยังไม่รู้ว่าจะกดลงไปตรงไหนให้ออกมาเป็นเพลงได้ เธอจึงยังคงหลงไหลในเสียงอันทุ้มนุ่มของบทเพลงที่แม่บรรเลงให้ฟัง บ้างเผลอลุกออกมาเต้นไปรอบๆเปียโน ในขณะที่แม่ของเธอกำลังบรรเลงและขับร้องอยู่นั้น เธอกระโดดเต้นไปมาและอ้อมไปยังอีกฟากหนึ่งของเปียโน กระดาษสีน้ำตาลเก่าๆแผ่นหนึ่งหลุดร่อนหล่นลงมาตรงหน้า เธอจึงหยุดและก้มลงเก็บ
"มีอะไรหรือเปล่าจ้ะลูก" แคทเทอรีนสังเกตเห็นว่าสเตซี่ก้มลงเก็บอะไรบางอย่าง
"ค่ะ กระดาษเก่าๆแผ่นนึง หล่นลงมาจากเปียโนหนะค่ะ" เธออ้อมเปียโนมาแล้วยื่นกระดาษให้แม่
แคท เทอรีนรับกระดาษแผ่นนั้นมา เธอค่อยๆคลี่ออก ทันทีที่เธอกวาดสายตาผ่านไปได้แค่ประโยคแรก เธอขมวดคิ้ว ท้องเริ่มบิดมวน และแสดงออกให้เห็นว่าเธอเริ่มจะไม่สบายกับการรับรู้ในสิ่งที่เขียนอยู่ในกระดาษ
"แม่เป็นอะไรหรือค่ะ ไม่สบายหรือเปล่า" สเตซี่ถามด้วยความเป็นห่วงในสีหน้าของแม่ที่เปลี่ยนไปอย่างกระทันหัน
"จ้ะ แม่คงต้องขึ้นไปทานยาที่ห้อง เดี๋ยวแม่ลงมานะ ...อ้อ อย่าเพิ่งแตะเปียโนนะเพราะแม่ยังไม่อนุญาต" เธอเตือนสเตซี่
"ค่ะ" สเตซี่ตอบ แต่เธอก็ยังสงสัยในความเปลี่ยนไปของแม่

แคทเทอรีนเดินขึ้นห้องด้วยความรู้สึกชาไปทั้งหน้า เธอเปิดประตูห้องนอนและรีบตรงไปที่หัวเตียงทันที เธอนั่งลงและอ่านทุกอย่างในกระดาษแผ่นนั้น "มาอยู่ตรงนี้ได้ยังไงนะ" เธอเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักที่หัวเตียงแล้ววางกระดาษลงในลิ้นชักบนปืนที่วางอยู่ก่อน คราวนี้เธอเอากุญแจล๊อกเพื่อให้แน่ใจว่า กระดาษแผ่นนั้นจะไม่ไปอยู่ผิดที่ผิดทางอีก เธอผละจากเตียง พลางเดินพลางครุ่นคิด แล้วหยุดชะงักที่หน้าประตู เธอตัดสินใจเดินกลับไปที่หัวเตียงอีกครั้งแล้วเปิดลิ้นชักออกมา หยิบกระดาษแผ่นนั้นออกมาอ่านอีกรอบคราวนี้มือของเธอสั่น

เธอปาดน้ำตา จากนั้นหยิบปืนออกมาแล้ววางกระดาษแผ่นนั้นลงไป
เธอวางปืนทับกระดาษแล้วล๊อกลิ้นชัก
DiggityDaw aka วัวโหดด

แอ้

ลงชื่อไว้ก่อน ของดีๆ ต้องเอาไว้ไปอ่านที่บ้านค่ะ..  :25:

ตอ

#38
นานโชว์ที

คราวนี้เอาภาพที่ไปถ่ายเล่นมาขึ้นปกครับ
:47: เป็นนิตยสารหัวใหม่ครับ รับรองปิดตัวตั้งแต่เล่มแรก :47:  :30: :30: :30:

DiggityDaw aka วัวโหดด

แน็ก

 :07: ยาวมาก

เก่งจัง  :05:
ไม่ว่าคุณจะรอบรู้ เก่งกาจ กล้าหาญ เท่าไหร่ ก็ไม่มีค่าอะไร ถ้าไม่มีใครรักคุณ

ตอ

DiggityDaw aka วัวโหดด

ตอ

#41
หลังจากร้างไปนาน
เอางานวาดอิลัสชิ้นโปรดมาแปะครับ




ไม่อยากเบิ้ลซ้อนอีกทีอะครับ

เอามาแปะตรงนี้อีกทีละกัน

เป็นงานป้อบอาร์ตชิ้นแรกเลยครับ ฝากคอมเม้นต์กันด้วยนะครับ :40: :40:
DiggityDaw aka วัวโหดด

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines