กระจู๋ของคนโชว์รูป

เริ่มโพสต์โดย ooooo, 12 มี.ค. 2006, 15:17 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

อู๋

พี่วัดเฉลี่ยกลางภาพตลอดเลยชาร์ป :31: ชดเชยก็มั่วๆเอา

iSharp

แล้วแต่คนถนัดด้วยมั่งครับ

ของผมไม่ถนัด หนักกลางเลย  :48:
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

บิ๊กเล็ก

ตัวคนเดียว :]

คุณหนูฟ้า

วัดเฉลี่ยกลางภาพ  :48:

ทำไง สอนหน่อย  :50:
ความหลงใหลในภาพลวงตา ที่ได้มาใช่ความสุข

itor

(ต้นฉบับจากคุณ go_med สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์)

การวัดแสงแบบเฉลี่ยแต่เน้นกลางภาพ(Center-Weighted Average)


เป็นการวัดแสงโดยคำนวนจากบริเวณภาพทั้งภาพ
เพื่อให้ได้ภาพที่มีความสว่างพอดีๆทั่วถึงทั้งภาพ
แต่กล้องก็ยังจะ พุ่งเน้นไปที่ บริเวณตรงกลางของภาพ อีกด้วย
ซึ่งกล้องก็จะให้ความสำคัญกับบริเวณตรงกึ่งกลางภาพเป็นพิเศษไม่ว่า
บริเวณด้านขอบภาพจะมืดหรือสว่างอย่างไร
แต่กล้องก็จะพยายามปรับความสว่างให้กับพอดีและสอดคล้อง
กับบริเวณตรงกลางภาพหรือแม้ว่ากึ่งกลางภาพจะมืดหรือสว่างมากเกินไป
กล้องก็จะนำข้อมูลความสว่างบริเวณ อื่นๆมาเฉลี่ยอีกด้วย
ซึ่งก็จัดว่า การวัดแสงแบบเฉลี่ยเน้นกลางภาพ
เป็นวิธีการวัดแสงเพื่อคำนวนการปรับรูรับแสงกับความเร็วชัดเตอร์
ที่มีความยืดหยุ่นสูง

เหมาะกับการถ่ายภาพ ที่มีตัววัตถุอยู่กลางภาพ เน้นให้ตัววัตถุสว่างพอดี
หรือ ภาพบุคคล ที่อยู่ตรงกลางภาพ ก็จะเน้นให้กลุ่มคน หรือ ตัวบุคคล
ที่อยู่ตรงกลางภาพสว่างพอดี




*** อย่าจำสับสนกับ "การวัดแสง เฉลี่ยทั้งภาพ" ***
จะเหมาะกับการถ่ายภาพโดยทั่วๆไป เช่นภาพวิวมุมกว้าง
และ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถ่ายภาพที่ มีแสงเงา ซับซ้อน
จนต้องมีการ ชดเชยแสง เพื่อปรับแต่งระบบถ่ายภาพของกล้อง


ตัวอย่าง

เมื่อเวลาที่ภาพ ที่เรามองเห็นด้วยตา "มีสีดำ"  หรือ ค่อนข้างมี "เงาดำมืด"
(ปริมาณสีดำ หรือ เงาดำมีมากกว่าสีขาว 70/30%)
ถ้าคุณต้องการให้ภาพ ออกมา มีสีดำ
และ สามารถถ่ายทอดความมืดได้อย่างสมจริง
เราจำเป็นที่จะต้อง ชดเชยแสง ให้เป็น .ลบ .




เมื่อเวลาที่ภาพ ที่เรามองเห็นด้วยตา "มีสีขาว  หรือ ค่อนข้างมี "แสงสว่างค่อนข้างมาก"
(ปริมาณสีขาว หรือ แสงสว่างมากกว่าเงาดำ 70/30%)
ถ้าคุณต้องการให้ภาพ ออกมา มีสีขาว หรือ สว่าง
และ สามารถ มองเห็นรายละเอียดภายในภาพได้ เหมือนกับที่ตาเห็น
เราจำเป็นที่จะต้อง ชดเชยแสง ให้เป็น .บวก .


บิ๊กเล็ก

แล้วจะวัดด้วยอะไรครับ
กล้อง? เครื่้อง?
ตัวคนเดียว :]

slaveofann


ไปงานปาร์ตี้งานนึงมา ที่เต็มไปด้วยคนแก่ คนวัยทำงานมากมาย
แต่กลับเจอ เจ้าหนูนี่เล่นแปลงร่าง ใส่เข็มขัดเรนเจอร์
โดดยุกยิกไปมา เลยเก็บภาพมาฝาก

บิ๊กเล็ก

เมื่อกี้ไปอ่านคู่มือมาครับ

การวัดแสงมันมี 3 แบบ
Matrix
Center weighted
Spot

เล่นๆ ไปก็สนุกดีเหมือนกันครับ



ตัวคนเดียว :]

itor

อ้างคำพูดจาก: บิ๊กเบอร์รี่ เมื่อ 20 ก.ย. 2008, 10:38 น.
แล้วจะวัดด้วยอะไรครับ
กล้อง? เครื่้อง?

ส่วนใหญ่ถ้าไม่ได้ถ่ายเอาซีเรียสมาก ก็ใช้ตัว "กล้อง" นั้นแหละครับ
เว้นแต่ถ่ายจริงๆ จังๆ หรือบ้าพลัง ก็จะใช้ "เครื่องมือวัดแสง"

(ต้นฉบับจากคุณ go_med สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์)

การวัดแสง การชดเชยแสง
อาจจะมีความยุ่งยาก
ถึงแม้ว่า จะมี จอ LCD ให้ตรวจเช็ค
ทั้งนี้ อาจจะมีสาเหตุ มาจาก แสงที่ส่องมากระทบจอ LCD
จนทำให้ การตรวจเช็คความสว่างผิดพลาด
รวมถึง การปรับตั้งความสว่าง ของจอ LCD
มีความสำคัญอย่างมากในการถ่ายภาพ
ถ้าปรับจอ LCD สว่าง หรือ มืดเกินไป ก็อาจจะทำให้การตรวจเช็ค
ความสว่างของภาพ ผิดพลาด

ซึ่ง การแก้ไข ก็สามารถทำได้โดย
การตรวจเช็ค ความสว่างของ ภาพ ด้วยการดู Histogram



Histogram

แบ่งเป็นโซน
ตั้งแต่ โซน ซ้ายสุด เป็นโซนสว่าง
โซน ขวาสุด เป็นโซนที่ มืด

การดูกราฟ ก็เป็นเพียงการ ตรวจเช็ค ว่า
ความสว่างภายในภาพ สว่างจริงหรือไม่
ภาพที่ได้ มีความมืดจน "ดำสนิท" หรือ เพียงแค่ "ค่อนข้างมืดเท่านั้น"
สิ่งที่ อยากจะเน้นเป็นพิเศษ ก็คือ
การที่ กราฟ ส่วนมาก ขึ้นชนฝั่งทางด้านมืด
หรือ กราฟ ส่วนมาก ขึ้นชนฝั่ง ทางด้าน สว่าง


นั่นหมายถึงภาพจะมืด หรือ สว่างมากไปจน ไม่มีรายละเอียดเหลืออยู่



ลักษณะ ของกราฟ ที่ดี แบ่งเป็น 2 แบบ
1 ภาพที่ แสงเงานุ่มนวล
2 ภาพที่ มีแสง และ เงา ค่อนข้างมาก มืดจัด หรือ สว่างมาก

ภาพที่แสงเงานุ่มนวล หรือ ถ่ายภาพตามแสง(ดวงอาทิตย์อยู่ด้านหลัง)
จะมีกราฟอยู่ในลักษณะ ระฆังคว่ำ
หรือ กระจายอยู่บริเวณ โซนกลางๆ เสียเป็นส่วนมาก



การถ่ายภาพที่แสงเงา รุนแรง
กราฟ จะมีการเท ไปทางด้านใดด้านหนึ่ง
แบบ ค่อยๆลาดเอียง

ภาพนี้ ได้สภาพแสงแดด ที่ค่อนข้างนุ่มนวล ไม่แรงจัด
ถึงแม้ว่าแสงเงาจะมาก แต่ กราฟ ก็ไม่ขึ้นจนชนด้านมืด
อาจจะมีส่วนที่มืดสนิท จนไม่มี รายละเอียด
แต่ก็เพียงเล็กน้อย (บริเวณวงกลมสีแดง a)
และ มีลักษณะ เป็นการค่อยๆลาดเอียง ลงมาทางด้านสว่าง



ลักษณะของ กราฟ ที่ดีสำหรับภาพเน้น เงามืด
จะต้อง ค่อยๆ ลาดลง แต่ไม่ใช่ ลงไปกองในด้านมืด

จาก Histogram จะเห็นได้ว่า กราฟ ค่อนข้างที่จะ
สูงบริเวณ ด้านมืด แล้วค่อยๆลาดลงมา

ภาพที่ได้จะเป็นภาพที่จัดอยู่ในลักษณะที่มีเงามาก
แต่ภายในเงามืด ก็ยังมีรายละเอียดอยู่มาก
โดยสังเกตได้จาก บริเวณส่วนที่มืดที่สุดของภาพ (a)
ก็จะมีกราฟปรากฏอยู่น้อยมาก

ด้วยเหตุนี้ เราจึงสามารถ
นำภาพมาปรับแต่ง ดึงรายละเอียดในส่วนต่างๆของภาพให้ปรากฏขึ้นมาอีก
ด้วยคอมพิวเตอร์ได้อย่างไม่ยากเลย



itor

อ้างคำพูดจาก: บิ๊กเบอร์รี่ เมื่อ 20 ก.ย. 2008, 10:54 น.
เมื่อกี้ไปอ่านคู่มือมาครับ

การวัดแสงมันมี 3 แบบ
Matrix
Center weighted
Spot

เล่นๆ ไปก็สนุกดีเหมือนกันครับ
ถ้าพูดถึงจริงๆ มี 4 ครับ (ในกล้องรุ่นใหญ่ๆ + รวมไปถึงกล้องค่ายอื่นๆ ด้วย ซึ่งอาจจะมีวิธีเรียกที่ไม่เหมือนกัน)







(ต้นฉบับจากคุณ go_med สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์)

IM

อ่านแล้วค่อนข้างวิลวึบเล็กน้อย  :32:

D40x มีจุดโฟกัส 3 จุดเอง  :05:

itor

อ้างคำพูดจาก: eMz เมื่อ 20 ก.ย. 2008, 13:17 น.
อ่านแล้วค่อนข้างวิลวึบเล็กน้อย  :32:

D40x มีจุดโฟกัส 3 จุดเอง  :05:

เหมือน D60 ที่ผมใช้แหละครับ เมื่อก่อนใช้ที่มีจุดโฟกัสเยอะ มันก็สะดวกในระดับหนึ่ง (แต่สกิลไม่ถึง บางทีโฟกัสหน้า ไปโพล่มือ โฟกัสไหล่ไปโพล่หน้าอก)
3 จุดนี่จะสบายตรงที่ว่า โฟกัสยิงไปตรงไหน ก็ได้ตรงนั้นเป๊ะๆ ครับ  :12:

นายโอ้เอ้

โฟกัสแบบหลายจุดนั่นเขาออกแบบให้ใช้ในกรณีใช้ auto focus จะได้เร็ว

กล้่องผมโฟกัส 11 จุด แต่ก็ไม่เคยใช้เลย
ปรับเป็น 1 จุดตรงกลาง ได้ดังใจมากกว่า  :42:
Today you , Tomorrow me.

คุณหนูฟ้า

+ ลุงต่อฮะ



เมื่อคืนฟ้าก็ไปหามาเมื่อกัน อิการวัดแสงของพี่ดัสแห่ง pixpros แต่ยังมึนๆ  :25:
ความหลงใหลในภาพลวงตา ที่ได้มาใช่ความสุข

iannnnn

ขอแอบอ้างไปแปะในจู๋เทคนิคภาพถ่ายนะครับ :46:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines