มันผิดกฏหมายแต่ทำไมทำแล้ว คนชื่นชมจังครับเห็นปรบมือกันใหญ่ :09:
มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนกว่ากฎหมายครับ
ถ้าอธิบายคงต้องให้พี่แอน :26:
เท่มาก :12:
ถ้าคนฉีกหล่อก็คงเท่ค่ะ :43:
เพราะคนหล่อ ทำอะไรก็ดูดี :42:
ถ้าเอานายร้อยมาฉีกนะ ยิ่งเท่ :12:
เท่ภายใต้ความเท่ห์
รัฐศาสตร์ อยู่เหนือนิติศาสตร์
โอเค๊?
ปล.เท่ มี ห์ หรือไม่ ทำไมคนชอบเขียนให้มี แปลก
แต่เพื่อนดามันชื่อ เท่ห์ :09:
เลียนแบบ อ๋าห์ ล่ะสิ
เท่ภายใต้ความสนเท่ห์ของคนอื่นไง :08:
การเมือง :41:
ทำลายข้าวของ :08: คนป่า :30:
ทำอย่างกับคนฉีกเป็นวีรบุรุษ :42: มามุงดูคนฉีกกันอย่างกับรถชนใครตาย
ตระกูลตัวเองจะได้จารึกไว้มั้ง ว่าครั้งหนึ่งเคยฉีกบัตรเลือกตั้งและได้รับโทษตามกฎหมาย :40:
ช่า่งเท่ควรค่าแก่จารึกไว้บนแผ่นดินไทยจริงจริ๊ง กลายเป็น trend ฮิตให้ใครต่อใครทำตามกันต่อไป
:22:
ผิดกฎหมายด้วยนี่ฉีกบัตรเลือกตั้งน่ะ
เหมือนกะว่า ฉีกบัตรของตัวเอง ไม่ผิดนี่คะ
แต่เมื่อวานฟังใครพูดก็ไม่รู้ว่า
ตอนนี้มันเป็นเทรนด์ไปแล้ว
ทั้งๆที่คนที่เริ่มฉีก เขามีอุดมการณ์ของตัวเองซะดิบดี
แต่ทุกงานไม่ว่าจะงานเล็กงานใหญ่ อ.จุฬาอย่างน้อย 1 ท่าน
ต้องออกมาแสดงแนวคิด เพื่อเครดิตสถาบัน :42:
ผมว่าเขาเพี้ยนนะ :43:
นี่หรือคนที่เป็นระดับอาจารย์ ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ไม่ควร
รู้กฏหมายดี แต่จงใจทำผิดกฏหมายแถมให้เขาถ่ายทอดไปทั่วประเทศ
ตัวเองยังไม่เคารพประชาธิปไตย แล้วยังจะกล้าออกมา แสดงออกทางการเมืองแบบนี้ บ้าหวะครับ
แล้วจะกลับไปสอนลูกศิษย์ยังไงเนี่ย
ปล.อาจารย์สถาบันใหญ่ อยู่เหนือกฏหมายบ้านเมืองเหรอครับ
กฎหมายพิทักษ์คะแนน ไม่ได้พิทักษ์บัตรเลือกตั้ง
ผมไม่ได้คิดว่าคนฉีกจะคิดว่าเท่ห์ แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงการไม่ยอมรับอย่างชัดเจน
อย่างที่เก้อว่าไว้ รัฐศาสตร์ มาก่อน นิติศาสตร์
สังคมจะดีได้ไม่ใช่แค่มีกฎหมายที่เข้มงวด เรื่องจริยธรรม การให้เกียรติกัน รวมทั้งจารีตประเพณี ก็มีส่วนอย่างมาก
การฉีกบัตรแสดงถึงการไม่ยอมรับ และผมไม่คิดว่าประชาธิปไตยจะจบลงแค่การไปลงคะแนน
แต่การเลือกตั้งเป็นหน้าที่ ถ้าไม่ยอมรับ ก็กาช่องไม่ลงคะแนน ก็จบเรื่อง
อ้างคำพูดจาก: subzero เมื่อ 24 เม.ย. 2006, 15:47 น.
แต่การเลือกตั้งเป็นหน้าที่ ถ้าไม่ยอมรับ ก็กาช่องไม่ลงคะแนน ก็จบเรื่อง
ปัจจุบันช่องลงคะแนน กกต.เอามาคิดด้วยหรือ ไม่งั้น พวกที่แพ้ no vote กกต.ต้องไม่รับรองให้เป็น ส.ส. เพราะเสียงส่วนใหญ่ไม่มีใครที่ดีพอให้เป็นตัวเลือก กกต.ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือมีวิธีการอื่น แต่การเอาคนที่คะแนนเสียงน้อยกว่ามาเป็น ส.ส. ทำแบบนี้เท่ากับละเมิดสิทธิ หรือเปล่า?
สนุกแล้วครับ ที่มีการเห็นแย้งกันเกิดขึ้น
สังคมอุดมปัญญามาจากการเห็นแย้งกัน
ออกตัวก่อนว่า เราเป็นแฟนพันธ์แท้ ดร.ไชยันต์ ช่างเป็นนักวิชาการที่แนวจริงๆ
อ่านงานเขียนแกมาหลายปี โดยเฉพาะช่วงฮอตๆตอนอยู่อะเดย์รายสัปดาห์
(หนังสือวิเคราะห์การเมืองรายสัปดาห์นะ ไม่ใช่หนังสือเด็กแนว)
จนกระทั่งทุกคนมารู้จักแกตอนฉีกบัตร และตัดสินแกเอาอีตรงการกระทำนั้นการกระทำเดียว
ไม่ได้ทราบมาก่อนเลยว่า แกเป็นใคร มาจากไหน และมีเหตุผลอะไร
อารยะขัดขืน - civil disobeydience คำนี้มีอยู่จริงในวิถีทางรัฐศาสตร์นะครับ
กระจู๋นี้ท่าจะยาว มีเวลาจะมาเสริมข้อมูลเรื่อยๆครับ
(ตอนนี้ บอกตัวเองว่า ทำงานเสียทีสิวะ)
อ้างคำพูดจาก: Bugs01 เมื่อ 24 เม.ย. 2006, 15:38 น.
นี่หรือคนที่เป็นระดับอาจารย์ ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ไม่ควร
รู้กฏหมายดี แต่จงใจทำผิดกฏหมายแถมให้เขาถ่ายทอดไปทั่วประเทศ
ตัวเองยังไม่เคารพประชาธิปไตย แล้วยังจะกล้าออกมา แสดงออกทางการเมืองแบบนี้ บ้าหวะครับ
แล้วจะกลับไปสอนลูกศิษย์ยังไงเนี่ย
ปล.อาจารย์สถาบันใหญ่ อยู่เหนือกฏหมายบ้านเมืองเหรอครับ
ิอยู่เหนือตรงไหนครับ ..งง
อ. หรือใครก็ตามที่ฉีกบัตรเลือกตั้ง ก็ต้องไปสู้คดีตามกระบวนการทางกฏหมาย ให้ศาลตัดสินทั้งนั้น เลือกตั้ง สว. ก็ไม่ได้ไปฉีกบัตรเลือกตั้งนี่นา อ.ก็แสดงเจตนาแค่ครั้งเดียวเท่านั้นไม่ใช่เหรอ
ถ้าคุณจะบอกว่าคนป็น อ.ไม่ควรฉีกบัตรเลือกตั้งเพราะผิดกฏหมาย
แล้วคนที่เป็นถึงผู้นำประเทศกลับใช้วิธีมาร หลีกเลี่ยงซิกแซก หาช่องทางกฏหมายถ้าหาไม่ได้่ก็ใช้เนติบริกรที่มีอยู่ถึง 2 คน ออกกฏหมายมาให้ถูกต้องซะ นี่มันถูกต้องเหรอครับ ?
แล้วที่บอกว่าไม่เคารพประชาธิปไตย...ไม่เคารพตรงไหนครับ ลองไปอ่านแถลงการณ์ของ อ. ก่อนดีกว่าหรือเปล่า ...
ป.ล.กระผมเฉยๆ กับการฉีกบัตรเลือกตั้งนะ แต่แปลกใจกับกระบวนการคิดแบบแปลกๆ ของคนไทยบางกลุ่มมากกว่า
อ้างคำพูดจาก: Sorisori เมื่อ 24 เม.ย. 2006, 15:25 น.
แต่ทุกงานไม่ว่าจะงานเล็กงานใหญ่ อ.จุฬาอย่างน้อย 1 ท่าน
ต้องออกมาแสดงแนวคิด เพื่อเครดิตสถาบัน :42:
คุณคิดว่า อ.จาก CU เริ่มออกมาเคลิ่อนไหวตั้งแต่เมื่อไหร่ ตั้งแต่จำความได้ น้อยครั้งมากที่ อ.จาก สถาบันนี้จะออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองนะ
ประเด็นของผมคือ เขาเป็นอาจารย์นะครับ อาจารย์ที่เป็นตัวอย่างหรือแบบอย่างของเยาวชน หรือคนรุ่นใหม่ในสังคม ซึ่งก็ไม่ควรที่จะแสดงออกแบบเอนเอียงไปทางฝ่ายไหน แม้ว่าจะรู้อยู่แก่ใจ
ผมเองก็ไม่เคยจะบอกหรือสอนน้องๆหลานให้เกลียดฝ่ายไหน ผมถือว่าเป็นสิทธิในระบอบประชาธิปไตย
แต่ผมก็ขัดใจอยู่ดี ว่าจำเป็นต้องฉีกโชว์ด้วยเหรอ เหมือนเตรียมพร้่อมมาแล้วว่าต้องมีคนมาถ่าย
ปกติผมก็ไม่ค่อยสนใจการเมืองอยู่แล้ว แต่ก็ไปเลือกตั้งทุกครั้ง
ปล.ถ้าเป็นตาสีตาสาหรือคนธรรมดาทั่วไป จะมีคนสนใจตามไปถ่ายเขามั้ยครับเนี่ย
ปอ.ผมไม่ได้เจาะจงสถาบันไหนนะครับ เพราะแม้แต่สถาบันที่ๆผมทำงานอยู่ ก็มีการเคลื่อนไหวสนับสนุนฝ่ายหนึ่งอย่างออกหน้า
ปฮ.นี่ตูเปิดประเด็นอะไรรึเปล่าหว่า ขัดหูขัดตาใครก็ขอโทษด้วยนะครับ ผมก็แค่พิมพ์สิ่งที่ส่วนตัวผมคิดเมื่ออ่านหัวข้อกระจู๋นี้ออกมาเท่านั้น
ตามความคิดผมนะ
อาจารย์มหาวิทยาลัยมีหน้าที่ชี้นำความถูกต้องกับสังคม
มันอาจจะเป็นความคิดของผมเองด้วยที่เชื่อว่า
สถานการณ์ตอนนี้เป็นความแตกต่างทางความคิด
ที่ไม่ได้แตกต่างอยู่ในกรอบเดียวกัน
ระหว่างสิ่งที่ถูกต้อง กับไม่ถูกต้อง
มันไม่ควรมีคำว่าเป็นกลางครับ
(ขออภัยที่ใช้เนื้อหารุนแรง)
แต่ก่อนผมก็ยังไม่ได้เกลียดทักษิณขนาดนี้นะ
ยังคิดด้วยซ้ำว่าเค้าอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่อาจารย์เค้าตีความกัน
แต่ไอ้พฤติกรรมของมันช่วงหลังๆ แถไปเรื่อยๆ
อ้างกฏหมาย อ้างความชอบธรรมในการกระทำผิดที่ถูกกฏหมาย
เวลามันให้สัมภาษณ์ผมรู้สึกว่าคนแบบนี้ท่าทางจะคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วมั้ง
ต่อยกันเลยดีกว่า :22:
เท่ แต่กินไม่ได้
คงมีฉีกอยู่เรื่อยๆ เอาหลักทรัพย์มาประกันก็พ้นแล้ว
ทุกอย่างมีเหตุผลหมดครับ เฮ้อ
อ้างคำพูดจาก: Bugs01 เมื่อ 24 เม.ย. 2006, 17:20 น.
ประเด็นของผมคือ เขาเป็นอาจารย์นะครับ อาจารย์ที่เป็นตัวอย่างหรือแบบอย่างของเยาวชน หรือคนรุ่นใหม่ในสังคม ซึ่งก็ไม่ควรที่จะแสดงออกแบบเอนเอียงไปทางฝ่ายไหน แม้ว่าจะรู้อยู่แก่ใจ
.....
หมายถึงนิ่งเฉยให้ ถูลู่ถูกังไปทางไหนก็ได้หรือเปล่า :09:
ผมว่ามันเข้าข่าย สังคมเลวเพราะคนดีท้อแท้ หรือสังคมแย่ เพราะไม่มีใครใส่ใจ :01:
อยากรู้ว่าต้องฉีกถึงระดับไหน ถึงจะผิดกฏหมาย แค่แหว่งๆนี่เขานับเป็นบัตรเสียมั้ย
หรือว่าตราบใดที่บัตรยังไม่ขาดก็ยังไม่ผิดกฏ ?
กระจู๋นี้แจ๋วจริงๆ ด้วย ไม่ได้หันไปทางเดียวกันหมด
สำหรับตู อยู่ฝ่ายที่เข้าข้าง และไม่เข้าข้างคนฉีก
คือถ้าคิดว่าการฉีกบัตรนั้นคือ อารยะขัดขืน
แปลว่าอะไรใครไมรู้จะขยายให้หน่อยๆ
มันคือ เป็นการประกาศตัวว่า เราควรมีสิทธิดื้อแพ่งทางกฎหมายได้ ถ้าเห็นว่ากฎหมายนั้นห่วยแตก
ดังนั้นถ้าคนเข้าใจตรงนี้ และโดยเฉพาะอาจารย์แนวที่ฉีกตอนเลือก สส นั่น
แกเรียกสื่อมวลชนมาจริงๆ ครับลุงบั๊ก
เรียกมาเพื่อใช้วีรกรรมของแกเป็นจุดที่จะประกาศนั้นสื่อไปถึงคนที่เกี่ยวข้อง
ถามว่าได้ผลไหม ก็แล้วแต่คนจะตามทันความคิดแกไหม
ซึ่งผมอ่าน+ตามแกแล้วบอกได้เลยเต็มๆ ว่าเห็นด้วย เห็นด้วยมากๆ
(และสนับสนุนความเห็นที่ว่า คนรั้วสีชมพูไม่ค่อยออกความเห็นกัน ไม่เหมือนชาวโดมปกรณ์ลัม)
แต่!
แต่การกระทำของอาจารย์สงสัยจะเรียกสื่อมวลชนมาไม่พอ
หรือไม่ก็เลือกมาผิดสายไปหน่อย คนเลยรู้แค่ว่า แกฉีกบัตร
แต่รู้ไม่หมดว่า "ฉีกไปทำไม" --- ฉีกไปแล้วแกพูดอะไรตอนนั้น
หลังจากนั้น เลือก สว คราวนี้ และซ่อม สส คราวนี้เลยฉีกกันเป็นแฟชั่นเลยครับ
ซึ่งบางคนที่ฉีกยังไม่รู้เลยว่าที่ผ่านมาเขาฉีกทำไม รู้แต่ว่าตัวจะฉีก
แล้วก็บอกว่า บัตรมันใหญ่เกิน อะไรงี้ :08:
เสียสถาบันอารยะข่มขืนหมด
อ้างคำพูดจาก: chaosuaa เมื่อ 24 เม.ย. 2006, 15:58 น.
คุณคิดว่า อ.จาก CU เริ่มออกมาเคลิ่อนไหวตั้งแต่เมื่อไหร่ ตั้งแต่จำความได้ น้อยครั้งมากที่ อ.จาก สถาบันนี้จะออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองนะ
เหรอคะ :22:
เห็นเค้าชอบอ้างอิงความคิดของนักวิชาการสถาบันดังๆ เค้าทำอะไรก็เยี่ยมไปหมด
ไม่ได้ว่าว่าท่านทั้งหลายไม่เก่งและไม่ถูกต้อง นั่นก็อุดมการณ์ของแต่ละบุคคล
แต่สถานะการณ์บ้านเมือง การปกครอง มันย่ำแย่ลงทุกวันเห็นแล้วระเหี่ยใจ
แค่เรื่องร้ายๆภาคใต้ประเทศไทยก็แย่แล้ว นี่ยังลุกลามไปทั่วประเทศ
ตอนนี้ก็การเมืองฟีเวอร์ ฟ้องร้องกันอุตลุด เห็นแล้วเหนื่อยแทนทนาย :40:
//ไม่ได้ตามติดเกาะข่าว ตลอดเวลา จะถูกจะผิดก็แค่ความคิดเห็น
บอกไว้ไม่อยากเป็นแบบความคิดเห็นอันไหนต่างกัน ก็เกลียดกัน ไม่ชอบกันไปซะงั้น
พาลทะเลาะกันได้ง่ายๆ มันจะเหมือน เด็กที่ยังไม่มีความคิดยังไงไม่รู้ :42:
ลองตามข่าว (ที่ไม่ได้มาจากทีวี) สัีกหน่อย
จะเห็นว่าไม่ใช่แค่ อ.จุฬานะ ที่ออกมาแสดงการขัดขืนแบบนี้
เพียงแต่คำว่า "จุฬา" มันเป็นชื่อที่สื่อวิ่งเข้าหาน่ะ เลยดูเหมือนไม่มีใครทำอะไร
แล้วจานคนนี้ก็ดันคิดแทนชาวสีชมพูที่ไม่รู้จะเห็นด้วยหรือเปล่า
เพราะเท่าที่ผ่านมาตูจะคลุกคลีอยู่กับคำพูดของอาจารย์โตมรปากจัดแห่ง ม.รังสิตมากกว่า
นะ
ดีไม่ดี มันอยู่ที่การนำเสนอของสื่อน่ะ
ป.ล.ไม่ทะเลาะหรอก เราๆ ฉลาดกันกว่าบอทแถวๆ ราชดำเนิน
เพราะเราคือบอทแห่ง ตoกแฟง {หมีโหด}
การแสดงความคิดไม่เห็นต้องทะเลาะกัน แล้วก็ความคิดเห็นของแต่ละคนก็คือแต่ละคน ไม่มีความคิดเห็นส่วนรวม แต่จะตรงหรือไม่ตรงกันก็อีกเรื่องหนึ่ง
คนเป็นอาจารย์ ไม่ควรปล่อยตัวตามกระแสครับ อะไรที่เห็นและรู้ได้ว่าไม่ถูกต้อง ไม่ชัดเจน ไม่ตรงไปตรงมา ก็ควรแสดงตนให้เห็นว่าไม่เห็นด้วยกับสิ่งนั้น
สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งอันชอบธรรมที่บุคคลพึงจะปฏิบัติ
ส่วนที่ว่าจะเหมาะหรือไม่เหมาะ ต้องดูที่การยอมรับในสิ่งที่ตนเองได้กระทำลงไป
ถ้าอาจารย์ไชยยันต์ ออกมาแสดงความคิดเห็นและชักชวนคนให้ไปฉีกบัตร จากนั้นก็ออกมาบอกว่า ไม่รู้ไม่เห็น อันนี้ คงจะไม่ถูกต้องเพราะการกระทำขัดแย้งกันเอง
หรือถ้าแกสร้างกระแสว่า การกระทำของแกไม่ผิดโดยอ้างรัฐธรรมนูญ และปฏิเสธการดำเนินคดี อันนี้ก็เป็นการกระทำที่ขัดกันเอง
นี่แกเล่นฉีกแล้วเตรียมโดนจับ เป็นการพร้อมที่จะละเมิดกฎหมายที่ตนไม่เห็นด้วย โดยอยู่ภายใต้กฎหมาย
สิ่งนี้ต่างหากที่แสดงให้เห็นถึงการ "ขัดขืน" แบบ "อารยะ" (มันเป็นเหมือนอหิงสาของมหาตมะคานธีหรือเปล่านะ)
....
บางคนที่ไม่รู้หรือเข้าไม่ถึงข้อมูลจนยอมให้โดนกดขี่หรือโดนปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม อันนี้เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้.... เพราะเขาไม่รู้จริงๆ
แต่ระดับคนมีความรู้ รู้ทั้งรู้ว่ามีเรื่องอะไรในบ้านเมือง แต่ปล่อยตัวปล่อยใจตามกระแสไป
แบบนี้เขาเรียกว่า
อารยะข่มขืนคือ ปล่อยให้มันข่มขืนโดยไม่ต่อสู้ไม่ปริปากร้องทั้งที่ทำได้
อารยะข่มขืน :45: (+1)
ต๊าย ชั้นคนคิดนะ :07:
ในความคิดของผม ผมว่าอาจารย์ก็เป็นคนนะครับ ถ้าเขามีความคิดที่ไม่ตรงไม่เหมือนกัน เขาก็มีสิทธิ์ที่จะกระทำในสิ่งที่เขาตั้งใจไว้ได้ เราๆเองก็เป็นคนครับ การที่เห็นอาจารย์เขาทำ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราทุกคนเห็นแล้วต้องทำตามนี่ครับ แต่เราน่าจะมาดูเสียมากกว่า ว่าอาจารย์ทำไปเพราะอะไร แล้วผลตอบกลับของการที่อาจารย์ได้ก่อไว้เป็นเช่นไร อย่าเอาคำว่าเท่ เลียนแบบ หรือค่านิยม เขาทำได้เราก็ทำได้ มาเป็นแรงผลักดัน ให้คิดให้มากๆก่อนที่จะทำอะไรลงไป เพราะหนทางแห่งชัยชนะไม่ได้มีวิธีเดียวครับ
อย่างที่เหตุการณ์ปิดล้อมที่อุดร
ก็นับว่าป็นอนารยะขัดขืนเช่นเดียวกัน
สมควรยกย่องไว้ ณ ที่นี้ครับ
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 24 เม.ย. 2006, 18:52 น.
ต๊าย ชั้นคนคิดนะ :07:
ของยักษ์ไม่มีตัวเน้น :45:
อนารยะขัดขืน ของเก้อ เรียกว่าป่าเถื่อนน่าจะเข้าใจง่ายกว่า
เมื่อวานไปลงคะแนนเลือกตั้งของสส.สงขลามาครับ
มีคนให้เลือกคนเดียว :23:
ใครก็ไม่รู้ ประวัติก็ไม่เคยมีเผยแพร่หรือแจกใบปลิว ผลงานก็ไม่เคยได้ยิน
ชื่อก็ไม่รู้จัก หน้าตาก็... :17:
. . .
ตอนแรกก็งง มีให้กาตั้ง 10 เบอร์ แต่ไม่มีรูปผู้สมัครเลย
นึกขึ้นได้ว่ามีคนสมัครคนเดียวนี่หว่า :08:
. . .
อยากจะฉีกบัตรเหมือนกัน (เลือกตั้งไปทำไมวะ.. คนที่บ้านเขาก็ขี้เกียจออกไปเลือกกันแล้ว :01:)
แต่ขอทำงานเก็บตังค์ ปั่นจู๋ก่อนดีกว่า
. . .
คำว่า อารยะขัดขืน .. ผมไม่เคยได้ยินคำนี้จากโทรทัศน์สักครั้งเลยครับ
แล้วชาวบ้านตาดำๆที่วันๆนึงอ่านหนังสือแค่ 6 บรรทัด จะรู้จัก อารยะขัดขืน ได้อย่างไร
(6 บรรทัด = พาดหัวนสพ. และ หัวข้อข่าวข่มขืน) :39:
. . .
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 24 เม.ย. 2006, 18:52 น.
ต๊าย ชั้นคนคิดนะ :07:
+1ให้แอนครับ :43: (ลบให้ผมด้วย :22: )
เหตุการณ์ปิดล้อมตึกเนชั่น หรือที่อุดร ไม่น่าจะเรียกว่าอารยะขัดขืนครับ เพราะอารยะขัดขืน จริงๆมันมาจากคำว่า civil disobedience ที่แปลว่าการที่ประชาชนไม่เชื่อฟังผู้ปกครอง การที่ไม่เห็นด้วยแล้วไปทำร้ายหรือขู่ข่มขืนคนอื่น อันนั้นมันน่าจะเรียกว่า <censored> มากกว่า :02:
ที่อุดรมีปิดล้อมอะไรเมื่อไหร่
ผมตกขาวครับ
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 24 เม.ย. 2006, 19:19 น.
ที่อุดรมีปิดล้อมอะไรเมื่อไหร่
ผมตกขาวครับ
ยังไม่กลับจากท่ายางรึ :26:
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&post_date=24/Apr/2549&news_id=123454&cat_id=501
พี่แอนไม่รู้เรื่องเหรอ... หรือมัววุ่นวายติดแก็ซ NGV
ผมดูรายการสรยุทธเ่ืมื่อเช้าเค้าเอามาทะเลาะกันสดๆ
ด่ากันออกอากาศเลย :08:
ขอบคุณครับ กลับมาแล้วครับ
แค่เปิดทีวีเจอแต่ข่าวทาทา :42:
อ้างอิง"ระหว่างการกรูเข้ามาล้อมห้องประชุมนั้น มีการขว้างปาขวด ก้อนหิน ทำให้หลายคนได้รับบาดเจ็บ ผมโดนก้อนหินปา 2 ก้อน ขณะที่มีผู้บาดเจ็บบางคนถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล ทั้งนี้ผมเชื่อว่าชาวอุดรฯ จะแยกแยะได้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร กลุ่มคนที่ก่อเหตุถูกจัดตั้งโดยหัวคะแนนไทยรักไทย เพราะฉะนั้นจะไม่ถือโทษโกรธเคือง และที่จริงผู้เข้าร่วมเสวนาก็เป็นชาวอุดรฯ อยู่ในห้อง 400-500 คน" นายสุริยะใสกล่าว
:05: ผมเข้าใจครับ
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 24 เม.ย. 2006, 19:19 น.
ที่อุดรมีปิดล้อมอะไรเมื่อไหร่
ผมตกขาวครับ
อ้าว พี่แอนเป็นผู้หญิงหรอกเหรอ
มีตกขาวด้วย
. . .
กรณีอุดร มีเรื่องที่หมอเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยคือ นพ.วิชัย ที่เป็นแกนนำฝั่งสี่เหลี่ยม
ตอนนี้ทางแพทยสภา กำลังหาทางจัดการอยู่ เพราะว่าการกระทำของแพทย์ที่ไปในทางที่ก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกาย ถือเป็นความผิดทางจริยธรรมครับ (ขนาดคนไข้ต่อยหมอแล้วหมอต่อยกลับ บางทีหมอยังโดนเลย ดังนั้นกรณีนี้ต้องดูกัน)
อ.ไชยพร เป็น อ.สอนรัฐศาสตร์ นะครับ
สิ่งที่ท่านทำก็เป็นสิทธิ์ของท่าน ลองอ่านแถลงการณ์แล้วจะรู้ว่า ท่านคิดอย่างไร ท่านไม่ได้ต่อต้านระบอบประชาธิปไตย แต่ท่านต่อต้านมาใช้ระบอบประชาธิปไตย เพื่อประโยชน์ของคนบางคน หรือบางกลุ่ม
ว่ากันตามจริงสังคมไทย กับความเข้าใจในเรื่องประชาธิปไตย ยังอยู่ในวงแคบๆ จริงๆ
เอากันง่ายๆ พี่น้องชาวอีสานบางส่วนที่ยังเลือก สส. ที่แจกเงินให้ตัวเอง เพราะคิดว่ารับเงินมาแล้วต้องเลือกเขา แค่นี้ก็เห็นได้ว่าเป็นการใช้ประโยชน์จากระบอบประชาธิปไตยเพื่อประโยชน์ของตนเอง แล้วแท้ๆ
:45: ไม่ค่อยมีกระจู๋แบบนี้มานานแล้ว เยี่ยมครับ
แต่ก็เหมือนเดิม มันขัดใจผมและเป็นความเห็นส่วนตัวเท่านั้น :42:
แต่เราไม่สามารถใช้เพียงความรู้สึกในการกำหนดทิศทางบ้านเมืองนะครับ :26:
ข้าสัมผัสได้ :04:....
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 24 เม.ย. 2006, 19:33 น.
กรณีอุดร มีเรื่องที่หมอเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยคือ นพ.วิชัย ที่เป็นแกนนำฝั่งสี่เหลี่ยม
ตอนนี้ทางแพทยสภา กำลังหาทางจัดการอยู่ เพราะว่าการกระทำของแพทย์ที่ไปในทางที่ก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกาย ถือเป็นความผิดทางจริยธรรมครับ (ขนาดคนไข้ต่อยหมอแล้วหมอต่อยกลับ บางทีหมอยังโดนเลย ดังนั้นกรณีนี้ต้องดูกัน)
หมอปาเจโร่ ปล่าวครับ :30: :30: :30: :30:
ตัวเองยังมีชนักติดหลังอยู่แท้ๆ บักปาเจโร่ เอ้ย
เนื่องจากคนไทยอาจไม่คุ้นเคยกับการกระทำแบบนี้
เลยลองรวบรวมที่ประเทศประชาธิปไตยอื่นๆ เค้าแสดงอาการอารยะขัดขืนกันยังไงมั่ง
- คนอเมริกันในช่วงทศวรรษ 60 ที่ไม่เห็นด้วยกับสงครามเวียดนามนับพันคน เผาบัตรเกณฑ์ทหาร
- มหาตมะคานธีแข็งขืนอังกฤษ โดยตั้งใจทำผิดกฎหมายเพื่อให้ถูกขังคุก
เหตุการณ์ที่สำคัญคือ แต่เดิมอังกฤษมีกฏหมายห้ามชาวพื้นเมืองผลิตเกลือเอง
คานธีจึงเดินเท้าจากบ้านเกิดไปที่ทะเล พร้อมมวลชนอินเดียติดตามไปนับแสน และทำเกลือกินเอง
ไปหาดูจากหนังเรื่อง Gandhi ได้ครับ มีเช่าทั่วไป :02:
- แอฟริกาใต้ช่วงที่สังคมยังไม่เท่าเทียมกันระหว่างคนขาวและคนผิวสี ผู้คนต่างจงใจทำผิดกฏหมาย
เพื่อเป็นการประท้วงรัฐ
ใครจำไรได้อีก เพิ่มเติมที
ในประเทศที่เข้าใจประชาธิปไตย เข้าใจและเคารพสิทธิ์ของคนอื่น
มันจะมีคนประเภทที่ว่า Conscientious objector แปลว่าไรดี ผู้ต่อต้านอย่างมีสติ เอ ยังนึกคำเท่ๆไม่ออก
ติดไว้ก่อน แต่ความหมายก็คือ มันมีคนบางประเภท ไม่ยอมไปรบในสงคราม ยอมติดคุก
เพราะขัดแย้งกับความเชื่อส่วนตัวเรื่องการทำร้ายคนอื่น ศาลก็ยอมรับหากพิสูจน์ได้ว่ามีความจริงใจ
ในการกระทำ(แต่สงสัยว่าจะพิสูจน์ยังไงหว่า) โดยให้ไปทำงานบำเพ็ญประโยชน์ด้านอื่นแทน
(: ข้อมูลเรื่องนี้จากมติชนสุดสัปดาห์เล่มสามสัปดาห์ก่อน)
อยากทำแบบนี้อยู่เหมือนกันนะ เรื่องทหารนี่ มีปมเกลียดทหารฝังใจโดยมีเหตุผล :02:
มาที่เรื่อง อ.ไชยันต์ แน่นอนว่า การกระทำแบบนี้ เป็นการจงใจให้ถูกสื่อสารผ่านสื่อ
แน่นอน ไม่ว่าจะ ไม่ชอบ ไม่เห็นด้วย แต่น้ำหนักของความรู้สึกคนดูที่ว่า
คนที่ได้รับการศึกษาขนาดนี้ กระทำการแบบนี้ ต้องมีอะไรสักอย่างแน่
มันจะนำมาซึ่งการติดตามอ่านข้อมูลเหตุผลประกอบในการกระทำ
อย่าง 2-3 ปีที่ผ่านมา จำข่าวนึงได้ไหมครับ
มีกลุ่มฝรั่งและคนไทยกลุ่มนึง วิ่งเข้าไปปลิดมะละกอต้นมะละกอในสวนที่ทำในระบบ GMO
ที่จังหวัดอะไรไม่รู้ แล้วจากนั้น สังคมไทยก็ตื่นตัวเรื่อง GMO ข่าวก็ออกประโคมให้เห็นอันตราย
ทั้งที่ก่อนหน้านั้นตั้งนานไม่เห็นมีใครสนใจ
ในกรณี อ.ไชยันต์ สิ่งนี้จะเป็นการเปิดประเด็น และทำให้มีโอกาสชี้แจงในศาล
เกิดเป็นหลักฐานสาธารณะในการไม่เห้นด้วยกับระบอบทักษิณ
น่าจะเป็นโอกาสดีที่คนไทยจะได้เรียนรู้คำว่าประชาธิปไตย ว่าจริงๆแล้ว
มันไม่ได้หมายถึงแค่ เวลา 5 วินาทีที่เราตัดสินใจกากบาทในคอกสี่เหลี่ยมนั่นหรอก
สุดท้าย ขอแสดงความชื่นชมในความกล้าหาญอย่างเต็มเหนี่ยว
ที่เราและคนอีกเยอะแยะที่ไม่กล้าเท่านั้นด้วยนะครับ
จะให้ตูฉีกบัตรทหารไหม :42:
ป.ล.ดูจากหนังนั่น เขาอารยะกันมากี่ปีแล้วครับ แล้วบ้านเราจะอารยะซะทีเมื่อไหร่ครับ
การฉีกบัตรเปล่าเลือกตั้งเปล่า ตีความมานับไม่ถ้วนแล้วว่าไม่ผิดกฎหมายเลือกตั้งครับ
แต่ที่เห็นตำรวจจับนั้นเป็นตามหน้าที่ ไม่งั้นอาจกลายเป็นละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ เพราะเรื่องตัดสินว่าผิดหรือไม่ผิดมันอยู่ที่ศาลท่านจะพิจารณาครับ
จริงๆแล้วนักนิติศาสตร์จากรั้วเหลืองแดงขนาดแท้มักจะย้ำอยู่เสมอครับว่าเราจะทำหลักนิติศาสตร์ให้ควบคู่ไปกับสภาพความเปลี่ยนแปลงของสังคม ด้วยตระหนักว่าที่ในมีสังคมที่นั่นมีกฎหมาย (Ibi jus ,Ubi sosiatus) กฎหมายมีใช่คำสั่งของรัฐาธิปัตย์ ไม่มีคำว่านิติศาสตร์นำรัฐศาสตร์ หรือรัฐศาสตร์นำนิติศาสตร์ เพราะทั้งสองศาสตร์ต้องเดินไปด้วยกัน ไม่งั้นสังคมไม่สมดุลแน่ๆ
อย่ามองกฎหมายแคบและเป็นแง่ร้ายกันเกินไป อ่านแล้วไม่ค่อยสบายใจเท่าไรที่มองว่ากฎหมายเราไปบีบบังคับอารยะขัดขืนของนักรัฐศาสตร์เขา จริงๆแล้วเราไปด้วยกันอยู่ตลอด แต่นักกฎหมายที่ถ้ามองในแง่ดีคือเขาโง่ มองในแง่ร้ายคือโกง มักจะตีความกฎหมายสวนทางกับความถูกต้อง แต่ไปกันได้ดีกับอำนาจ
อ่านกระทู้นี้แล้วขอให้ทุกท่านใจเย็น กลับไปทบทวนดูซักนิดว่าเราควรทำตามเทรนด์นี้หรือไม่ แม้เทรนด์นี้จะไม่ผิดกฎหมายตามที่คิดกันมาตลอดเวลา
แต่ผมไม่อาจประกันได้ว่ายุคนี้เขายังจะตีความการฉีกบัตรเปล่าให้ผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ครับ
คิดจะทำตามเทรนด์แล้วติดคุกหัวโต รอให้ยุคดำมืดนี้ผ่านไปแล้วค่อยใช้พ.ร.บ.การนำคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่มาต่อสู้ดูก็ได้ครับ
แต่ผมขอดูอยู่ห่างๆทั้งที่ยังห่วงๆ ทั้งรู้ไม่มีสิทธิ์หวงในเสียงคุณ
(http://img.f0nt.com/image/3680.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/3679.jpeg)
วันนี้หาเสียงพรุ่งนี้เลือกตั้ง ...
พรุ่งนี้ลั่นจะฉีกบัตรให้ดู .... :22:
อายุถึงแล้วเหรอ :39:
พี่เข้าใจว่าลั่นพูดเล่นนะ
แต่ถ้าพูดจริงก็น่าจะมีเหตุผลรองรับด้วยว่าทำไปเพื่ออะไร ตามเทรนด์พี่ไม่แนะนำครับ
ว่าแต่วันก่อนสอบเคมีทำได้หรือไม่ครับ ถ้าทำได้ก็ :12: ทำไม่ค่อยได้ก็สู้ๆ :12:
ปล.เข้าใจว่าลั่นเขาเลือกตั้งคณะกรรมการนักเรียนครับพี่เอ้
แค่สภาในโรงเรียนอะค่ะ
เปิดเทอมมาได้เดือนนึงแล้วก็มีสภานักเรียนไงค่ะ
แล้วไอ่ฉีกบัตรนั่น ลั่นไม่ทำหรอกค่ะ ..
มันเป็นระบบดิจิตอลที่ทางอำเภอเค้ามาให้ทดลองใช้
ว่าจะเอาฆ้อนไปทุบนะ :22:
ข้อสอบมีกี่ข้อครับ 2 ข้อ?
:07: :07: :07: :07:
ระดับ อ.อุ๊นะจ้ะ
20 ข้อ ...
คิดว่า คนที่ทำตามเทร็นด์จริงๆจะมีเหรอสลด (เอ๊ะ ชื่อสะกดยังไงนะ)
การต้องโทษติดคุก หรือถูกปรับหลายหมื่นนี่
ไม่น่าจะทำให้คนกระทำได้ง่ายขนาดที่เรียกว่าตามเทรนด์เลยนะ
มีเรื่องๆนึงจะเล่าให้ฟัง
คือ 1 วันก่อนการเลือกตั้งวันที่ 2 เมษา เราต้องกลับภูมิลำเนาตามที่อยู่ในทะเบียนบ้าน
ไปเลือกตั้ง จึงไปซื้อตั๋วกลับ เพระไม่ได้จองอะไรไว้ล่วงหน้าเลย
ก็เห็นอยู่ว่าคนกลับเยอะ แต่ก็ยังพอมีรถให้กลับ ถึงจะเป็นรถเสริมก็เถอะ
พอเราได้ตั๋ว สักพักก็ไปยืนรอรถ มันเป็นรถร่วมของ บขส.
พอรถทัวร์เทียบท่า คนขึ้นบนรถ เราก็รอให้ชาวบ้านขึ้นหมดก่อน ขี้เกียจเบียด
แต่คนมันก็ยังขึ้นไม่หยุด จนที่นั่งเต็ม คนที่ถือตั๋วรถคันนั้นก็ยังขึ้นไปอีก
จนที่ยืนระหว่างแถวเต็ม แล้วสุดท้าย ตรงทางเดินขึ้นข้างๆคนขับก็อัดแน่นไปด้วยคน
ชาวบ้านที่ซื้อตั๋วรถคันนั้นก็ยังยืนเหลืออยู่เต็ม กะๆแล้วคนที่รออยู่ ประมาณแบ่งไปขึ้นได้อีกคันเลย
แต่กระเป๋าก็ยังพยายามยัดคน จนตาคนนึงตะโกน "โอ้ยยย เอาให้มันได้ 500 คนเน้อ"
แล้วคุณน้าดูน่าเชื่อถือคนนึงก็เข้าไปถามว่า มันเต็มแล้วไม่ใช่หรือครับ ทำไมอัดคนเกินขนาดนี้
เราก็ยืนอยู่ไกล้ๆก็ถามว่า แล้วยังงี้ทำไงล่ะครับ เฮียแกตอบว่า
" ก็มันเต็มแล้วไม่เห็นเหรอ " แกก็พูดไม่เชิงจะเสียงดัง แต่คำที่พูดนี่มัน อ้าววววว
แล้วทำไมมึงขายตั๋วเกินเล่าวะ คิดในใจว่า คงจะคืนตั๋ว ไปหารถ บ.อื่น
เราเลยถามว่า " แล้วยังงี้คืนตั๋วได้ไหมครับ "
" ซื้อแล้วไม่รับคืนน่ะ " แกก็พูดดีๆนะ เพราะในตั๋วก็เขียนอยู่ว่า ซื้อแล้วไม่รับคืน ที่ไหนก็เป็นแบบนี้
แต่ ยังงั้นไม่มีทางออกให้เลยเหรอ เราเลยถามอีกคำถามว่า
" ถ้างั้น ฉีกทิ้งได้ไหม "
ไม่รอฟังคำตอบ เราก็ยกขึ้นมา ฉีกๆๆๆ แล้วโปรยตรงหน้ามัน
แล้วก็หันหลัง เดินหนีมาเลย ไม่ได้รอดูว่ามันทำหน้ายังไง
ได้ยินเสียงชาวบ้านเฮแว่วๆตามหลัง แอบยิ้มสะใจนิดนึง ฉีกเงินทิ้ง 4 ร้อยกว่าบาท
วันถัดมา อ.ไชยันต์ก็ฉีกบัตรอย่างที่รู้กันนี่ล่ะครับ :02:
ไม่ทราบว่าคอมพิวเตอร์นั่นอำเภอให้เอามาทดลองใช้ในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเหรอครับ
แล้วถ้าทดลองผ่านจะเอาไปทำอะไร
ถ้าเอาไปใช้เลือกตั้งจริงๆก็เป็นความปัญญาอ่อนของชนชั้นปกครองอีกแล้ว
ปัญญาอ่อนจริงๆ
ปล.ระดับอ.อุ๊มันระดับเดียวกับเอนทรานซ์ครับ ทำไม่ได้แค่สองข้ออยู่ในระดับปานกลาง แต่ถ้าอีก ๑๘ ข้อลั่นมั่นใจ ลั่นก็อยู่ในระดับเก่งใช้ได้ครับ
พยายามต่อไป แต่พวกสถาปัตย์ที่ลั่นจะเข้าเรียนมันใช้เคมีด้วยเหรอ
ถึงพี่เก้อ อ่านว่าสะรด มีอยู่ในจู๋แนะนำตัวครับ
เราเลยถามว่า " แล้วยังงี้คืนตั๋วได้ไหมครับ "
" ซื้อแล้วไม่รับคืนน่ะ " แกก็พูดดีๆนะ เพราะในตั๋วก็เขียนอยู่ว่า ซื้อแล้วไม่รับคืน ที่ไหนก็เป็นแบบนี้
แต่ ยังงั้นไม่มีทางออกให้เลยเหรอ เราเลยถามอีกคำถามว่า
อันนี้สนใจขึ้นโรงขึ้นศาลไหม ผมไม่รู้หรอกว่ารถนี่เป็นรถเถื่อนหรือเป็นของบริษัทเดินรถที่จดทะเบียน ถ้าเป็นของบริษัทจะลองขึ้นศาลเป็นคดีตัวอย่างหลอกลวงผู้บริโภคมั้ยครับ สัญญาไม่รับคืนตั๋วนี้เป็นโมฆะตามพ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคเพราะเป็นสัญญายกเว้นความผิดในกลฉ้อฉลครับ
เผลออาจจะได้กำไรจากการขึ้นศาลครับ
ส่วนเรื่องเทรนด์นั้นผมเชื่อว่าคนฉีกบัตรไม่มีใครตามเทรนด์ ทุกคนมีสติ คิดดี รู้ข้อกฎหมายอย่างที่เป็นกฎหมาย มิใช่คำสั่งรัฐาธิปัตย์ และมีอุดมการณ์
แต่พูดดักทางไว้เพราะเห็นหลายคนนึกว่าเป็นเทรนด์ ก็เลยต้องตามเทรนด์ :22:
อ้อ เข้าใจจุดมุ่งหมายละ :45:
ส่วนเรื่องขึ้นศาล พอกลับบ้านไป ที่บ้านก็บอกน่าจะเก็บไว้ แล้วถ่ายรูปมาด้วย
จะได้ฟ้องเอา บ้านก็บ้าพอกัน บางคนคิดว่าเป็นเรื่องเล็กและไม่อยากมีปัญหาน่ะนะ
แต่ดันไม่ได้เก็บอะไรไว้นี่สิ หลักฐานไม่มี ว้า ถ้าเป็นเมกานี่ ซูกันมันไปเลยนะนี่
ว่าแต่ เค้าไม่สามารถบอกว่าซื้อแล้วไม่รับคืนได้จริงๆเหรอ
เห็นติดกันทุกที่เลยนะ เอกมัย หมอชิต สายใต้ แปะตรงช่องขายตั๋วนี่แหละ
น่าจะเป็นอะไรที่คุ้นๆตานะ
กรณีนี้เรียกว่า อารยะกล้ำกลืน ครับ
อเมริกาเข้มแข็งในเรื่องหลัก duty of care มากๆครับ จึงไม่แปลกที่จะฟ้องร้องกันบ่อย
สำหรับเมืองไทยนั้น ถ้าเล็กน้อยพอทนกันได้ก็ทนกันอยู่ ประเทศนี้จึงน่ารักอย่างนี้ไงครับ
แต่กรณีนี้ผมคิดว่าพี่เก้อไม่ชนะเพราะฉีกตั๋วไปแล้วครับ (ลืมคิดประเด็นเรื่องฉีกตั๋วเป็นผุยผง) ถือเป็นเจตนาไม่รับบริการมา ถือว่าซื้อตัวให้ผีซะ ประกอบกับการหาหลักฐาน พยานยุ่งยาก
สรุปว่ายุ่งยาก แต่ถ้าจะฟ้องก็ถือว่าเสียสละทำเป็นคดีตัวอย่าง แม้ไม่ชนะ แต่พวกเอาเปรียบคงจะร้อนๆหนาวๆไปบ้าง :22:
ปล.อยากให้ลั่นมาบอกว่าคอมพิวเตอร์ลงคะแนนนี้จะนำไปใช้ในการเลือกตั้งระดับไหนในอนาคตครับ จะได้ด่าถูกระดับ
แบบทดลองใช้ค่ะ ... ไม่แน่ใจว่าของอำเภอรึเปล่า .. :44:
เหมือนเป็นของหน่วยงานอะไรซักแห่ง
รู้แต่ว่าให้เอานิ้วกดตามเลขซักอย่างแล้วก็กดปุ่มแดง .. จำไม่ได้ :05:
คือเค้าเหมือนกับว่าเอามาให้นักเรียนลองใช้ดูก่อน แล้วก็ถ้าได้ผลก็เอาไปพัฒนาต่ออะค่ะ :40:
ปล.ถึงจะเป็นเด็กวิทย์แต่หัวใจศิลป์ค่ะ :08:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 24 เม.ย. 2006, 18:12 น.
กระจู๋นี้แจ๋วจริงๆ ด้วย ไม่ได้หันไปทางเดียวกันหมด
สำหรับตู อยู่ฝ่ายที่เข้าข้าง และไม่เข้าข้างคนฉีก
คือถ้าคิดว่าการฉีกบัตรนั้นคือ อารยะขัดขืน
แปลว่าอะไรใครไมรู้จะขยายให้หน่อยๆ
มันคือ เป็นการประกาศตัวว่า เราควรมีสิทธิดื้อแพ่งทางกฎหมายได้ ถ้าเห็นว่ากฎหมายนั้นห่วยแตก
ตอน อ.แถลงเจตนา นักข่าวเอาลงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถือว่า อ.ซวยไป
พูดถึงเรื่องิอารยะขัดขืนแล้ว ทำให้นึกถึง ตัว Lemmings ที่แต่ละตัวจะเดินตามตัวหน้าต้อยๆ ถึุงแม้ทางข้างหน้าจะเป็นเหว
แล้วเราจะยอมเ็ป็น Lemmings เหรอครับ ???
อ้างคำพูดจาก: Susansaraly เมื่อ 24 เม.ย. 2006, 23:10 น.
อเมริกาเข้มแข็งในเรื่องหลัก duty of care มากๆครับ จึงไม่แปลกที่จะฟ้องร้องกันบ่อย
สำหรับเมืองไทยนั้น ถ้าเล็กน้อยพอทนกันได้ก็ทนกันอยู่ ประเทศนี้จึงน่ารักอย่างนี้ไงครับ
แต่กรณีนี้ผมคิดว่าพี่เก้อไม่ชนะเพราะฉีกตั๋วไปแล้วครับ (ลืมคิดประเด็นเรื่องฉีกตั๋วเป็นผุยผง) ถือเป็นเจตนาไม่รับบริการมา ถือว่าซื้อตัวให้ผีซะ ประกอบกับการหาหลักฐาน พยานยุ่งยาก
สรุปว่ายุ่งยาก แต่ถ้าจะฟ้องก็ถือว่าเสียสละทำเป็นคดีตัวอย่าง แม้ไม่ชนะ แต่พวกเอาเปรียบคงจะร้อนๆหนาวๆไปบ้าง :22:
ไว้คราวหน้าค่อยฟ้องแล้วกัน :02:
แต่ไม่มีใครทักเลยเหรอ ว่าเรา ฉีกก่อน อ.ไชยันต์วันนึงเลยนะ
โอ้ว
พี่เก้อ
พี่ฉีกก่อนอ.ไชยยันตร์
you so cool :12:
:45: :45: :45: :45: :45: :45: :45: :45: :45: :45: :45:
(http://img.f0nt.com/image/3684.jpeg)
อ้างคำพูดจาก: Sorisori เมื่อ 24 เม.ย. 2006, 18:25 น.
เหรอคะ :22:
เห็นเค้าชอบอ้างอิงความคิดของนักวิชาการสถาบันดังๆ เค้าทำอะไรก็เยี่ยมไปหมด
ไม่ได้ว่าว่าท่านทั้งหลายไม่เก่งและไม่ถูกต้อง นั่นก็อุดมการณ์ของแต่ละบุคคล
แต่สถานะการณ์บ้านเมือง การปกครอง มันย่ำแย่ลงทุกวันเห็นแล้วระเหี่ยใจ
แค่เรื่องร้ายๆภาคใต้ประเทศไทยก็แย่แล้ว นี่ยังลุกลามไปทั่วประเทศ
ตอนนี้ก็การเมืองฟีเวอร์ ฟ้องร้องกันอุตลุด เห็นแล้วเหนื่อยแทนทนาย :40:
//ไม่ได้ตามติดเกาะข่าว ตลอดเวลา จะถูกจะผิดก็แค่ความคิดเห็น
บอกไว้ไม่อยากเป็นแบบความคิดเห็นอันไหนต่างกัน ก็เกลียดกัน ไม่ชอบกันไปซะงั้น
พาลทะเลาะกันได้ง่ายๆ มันจะเหมือน เด็กที่ยังไม่มีความคิดยังไงไม่รู้ :42:
.......
ขอเิริ่มด้วยจุดไข่ปลา ตกลง "เค้า" นี่คือใครครับ ...เค้าท์แด๊กคิวล่าปล่าว :02: :02:
ถ้าหมายถึง นสพ. หรือสื่อ ก็เป็นเรื่องปกติ ครับ การทำข่าวการขายข่าวอะไรที่มันดังก็ย่อมขายได้ เหมือน ผมจะออกความเห็นทางการเมือง สื่อฉบัีับไหนก็คงไม่เอาไปลงหรอกครับ แต่ถ้าเป็น อ.จากสถาบันดัีงๆ คนก็ต้องให้ความสนใจความน่าเชื่อถือมากกว่าอยู่แล้ว
ส่วนเืรื่องทางใต้ (เป็นความเห้นส่วนตัวล้วนๆ) สาเหตน่าุมาจากการยุบ ศอบต. ในสมัย ทักษิณ 1 บวกกับสถานการณ์เริ่มสุกได้ที่
(ประสบการณ์ส่วนบุคคล) สมัยปี 46 เคยนั่งฟังนายตำรวจซึ่งปฏิับติหน้าที่อยู่ทางใต้ พี่เค้าได้ทำนายไว้ว่า เหตุการณ์จะเริ่มรุนแรงในสมัยการเลือกตั้งปี 48 แต่เหตุการณ์กลับเ้กิดก่อน พอปลายปี 48 ได้มีโอกาศทราบว่า ปืนที่ยึดได้จากกบฏอาเจ่ะในอินโดนีเซียส่วนหนึ่งพบว่าเป็นปืนที่ถูกปล้นเมื่อปลายปี 47
นอกเรื่องไปหน่อย
กลับมาเรื่องฟ้องร้อง ถ้าจะบอกว่าการฟ้องร้องที่มีอยู่ ณ ปัจจุบันเป็นการเมือง + เกิดจากการใช้อำนาจรัฐมาตัดตอนฝ่ายตรงข้าม จะมีใครเชื่อหรือเปล่า ? (อันนี้ก็แค่ความเห็น)
ส่วนเรื่องเห็นต่าง คิดต่าง อันนี้เป็นเรื่องปกติครับ ผมกับบิดา เห็นต่างกัน ยังคุยกันได้
เพียงแต่ดูอารมณ์ฝ่ายตรงข้าม ถ้าเค้าแรงเราก็เออออไป มันก็ไม่มีอะไร แรงอยู่แล้วใส่แรงเข้าไปอีก มันก็พังสิครับ (อันนี้ก็ความคิดเห็นส่วนตัว) :33:
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 24 เม.ย. 2006, 18:42 น.
อารยะข่มขืนคือ ปล่อยให้มันข่มขืนโดยไม่ต่อสู้ไม่ปริปากร้องทั้งที่ทำได้
ผมมีเพื่อนชื่อ
อารยะ ครับ :02: :02: :02:
อ้างคำพูดจาก: chaosuaa เมื่อ 24 เม.ย. 2006, 23:17 น.
ตอน อ.แถลงเจตนา นักข่าวเอาลงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถือว่า อ.ซวยไป
พูดถึงเรื่องิอารยะขัดขืนแล้ว ทำให้นึกถึง ตัว Lemmings ที่แต่ละตัวจะเดินตามตัวหน้าต้อยๆ ถึุงแม้ทางข้างหน้าจะเป็นเหว
แล้วเราจะยอมเ็ป็น Lemmings เหรอครับ ???
อารยะขัดขืน ก็คือการกระทำที่ตัวเองยอมเสียสละครับ เพื่อยืนกรานในสิทธิและศักดิ์ศรีของตัวเอง โดยไม่ใช้ความรุนแรงหรือละเมิดสิทธิของผู้อื่นครับ (ถึงจะเป็นอารยะชน)
ฉีกบัตรลงคะแนน ก็ยอมโดนจับโดยดี หากศาลตัดสินให้เข้าคุก ก็ยอม
(เปิดเพลง ยอม ของทาทาประกอบ)
. . .
ที่หาดใหญ่ อาจารย์ผม หมอเกรียงศักดิ์ ก็ฉีก ลงหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งด้วย
แต่หนังสือพิมพ์ฺไม่อธิบายเลยว่า อารยะขัดขืน คืออะไีร :05:
. . .
ส่วนพวกเรา ไม่อยากขัดขืน (เดี๋ยวครอบครัวลำบาก)
ก็เป็นอารยะ ที่สอนคนอื่นให้เป็นอารยะเช่นตน จะเป็นประโยชน์มากครับ
. . .
ตกลงนี่ผมต้องไปเลือกตั้งสส.รอบ 3 หรือนี่
เซ็ง :41:
. . .
อาลิ้มยะ :27:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 24 เม.ย. 2006, 23:30 น.
(http://img.f0nt.com/image/3684.jpeg)
อ.ไชยยันต์ แกก็อุตส่าห์เบียดกับคนอื่นขึ้นรถได้เนอะ :42: แถมยังได้นั่งด้วย
. . .
ระบบขนส่งมวลชนบ้านเราไม่พัฒนาเลยครับ
มีแต่ถนนที่พัฒนา
. . .
อ้างคำพูดจาก: chaosuaa เมื่อ 24 เม.ย. 2006, 23:17 น.
พูดถึงเรื่องิอารยะขัดขืนแล้ว ทำให้นึกถึง ตัว Lemmings ที่แต่ละตัวจะเดินตามตัวหน้าต้อยๆ ถึุงแม้ทางข้างหน้าจะเป็นเหว
แล้วเราจะยอมเ็ป็น Lemmings เหรอครับ ???
:25: ผมชอบเล่นเกม Lemmings มากๆเลยครับ
เห็นกำลังจะทำภาคใหม่บน PSP ด้วยนะคับ :25:
ฉีกให้โดนจับประชดชีวิตครับ
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 24 เม.ย. 2006, 23:30 น.
(http://img.f0nt.com/image/3684.jpeg)
อ.ไชยันต์ หน้าเหมือนเฮียอ๋าห์เลย :02:
...
ทักษิณ ไม่อาจเข้าใจว่าทำไมเขาจึงต้องประท้วงด้วยการ ฉีกบัตร เลือกตั้งทั้งๆ ที่รู้ว่าผิดกฎหมายและทำไมผู้คนจึงกำลังคิดจะประท้วงด้วยการไม่เสียภาษี ทักษิณบอกว่าคนเหล่านี้ "เพี้ยน" แต่ความจริง "ความเพี้ยน" เกิดเพราะทักษิณ เมื่อถูกซักถามเรื่องไร้จริยธรรมกลับยุบสภา และให้มีการเลือกตั้งใหม่จนกลายเป็นวิกฤติการเมืองทุกวันนี้...
กาแฟดำ//
25/04/2549
มันคนละเรื่องกั๊น..
ตาลุงกาแฟดำก็ช่างประชดโยงเรื่องไปกันได้
(ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาจะเห็นการเขียนแบบจับโยงแบบนี้บ่อยครับ - ส่วนมากก็มาจากพันธมิตรนี่แหละ)
งั้นผมจะรอให้พี่แอนขยายความ ว่ามันคนละเรื่องกันอย่างไร
:22:
http://www.bangkokbiznews.com/2006/04/25/u001_97770.php
บทความเต็มๆ นะครับ
ผมอาจจะตัดแปะแล้วความหมายเพี้ยนไปหรืออย่างไร
ในตัวบทความแค่กล่าวถึง การฉีกบัตรเท่านั้น
ผมอยากจะ ฉีกบัตร เหมือนกัน แต่ใจไม่ถึง
อยาก แต่ ป๊อด
ตามี - ยายมา แกไปทำอะไรในบ่อกบเขาน่ะ
ยายมา - อ๋อ ฉันจะอาบน้ำให้กบ
ตามี - จะบ้าเรอะ กบมันอยู่ในน้ำอยู่แล้ว -- นี่แกเพี้ยนไปแล้วเรอะ
ตายมา - แกก็เพี้ยน วันก่อนฉันเห็นแกไปปีนต้นมะพร้าว บอกอยากกินกะทิสดๆ
นี่แหละครับที่ผมว่าเป็นเทคนิคการเขียนแบบโยงถึงกันด้วยคำคำเดียว
(คุณวินทรค์ใช้บ่อย มุกนี้ จับไต๋ได้แล้ว อุอิอุอิ)
// ก๊อพตัดหน้า :41:
กิ๊ีงจริงด้วย :38:
// แก้ดีกว่า ไม่อยากกิ๊งอะ
:42:
กิ๊ง~...
อ้อ... ขอโทษครับ
:05: โตร้ดกร๊าบ
ฉีกบัตรเลือกตั้งเพื่อต้องการประท้วงการเลือกตั้งเพื่อเป็นการฟอกตัวทักษิณ ไม่ใช่เหรอ
ต้องการแสดงออกว่าไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งนี้ ไม่ต้องการเลือกใคร และไม่ไว้ใจการเลือกตั้งที่ กกต. ชุดนี้เป็นผู้จัด เพราะไม่มั่นใจว่าบัตรที่กาไม่เลือกหรือบัตรเสีย จะโดนเปลี่ยนเป็นบัตรเลือกพรรคการเมืองใดด้วยวิธีพิสดารหรือเปล่า
ถึงจะไม่เห็นด้วยกับการฉีกบัตรเลือกตั้งเท่าไหร่
แต่ก็ถือว่าเป็นวิธีประท้วงอย่างสันติ ไม่ได้ไปทำให้ใครลำบาก นอกจากตัวคนฉีกเอง
อ้างคำพูดจาก: X11 เมื่อ 25 เม.ย. 2006, 11:08 น.
ฉีกบัตรเลือกตั้งเพื่อต้องการประท้วงการเลือกตั้งเพื่อเป็นการฟอกตัวทักษิณ ไม่ใช่เหรอ
ต้องการแสดงออกว่าไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งนี้ ไม่ต้องการเลือกใคร และไม่ไว้ใจการเลือกตั้งที่ กกต. ชุดนี้เป็นผู้จัด เพราะไม่มั่นใจว่าบัตรที่กาไม่เลือกหรือบัตรเสีย จะโดนเปลี่ยนเป็นบัตรเลือกพรรคการเมืองใดด้วยวิธีพิสดารหรือเปล่า
ถึงจะไม่เห็นด้วยกับการฉีกบัตรเลือกตั้งเท่าไหร่
แต่ก็ถือว่าเป็นวิธีประท้วงอย่างสันติ ไม่ได้ไปทำให้ใครลำบาก นอกจากตัวคนฉีกเอง
เช่นนั้นแหละครับ :45:
แต่ถ้าจับเอา เฉพาะ ว่า ฉีกแล้ว เท่เหรอ อาจจะตีกันตายเลยนะครับ
ง่ายๆ
คนชอบก็บอกว่าเท่
คนชังก็บอกไม่เท่
ไม่เห็นจะต้องตีเลยครับ :42:
แน่จริงฉีกบัตรประชาชนเด่ะ...
เอาให้ขาดสี่ส่วนไปเลย :33:
พาลงคลองแล้วตู... :08:
ใช่ครับ ประเด็นมีอยู่แค่นั้น :45:
และผมไม่คิดว่ามันเท่ :42:
อ้างคำพูดจาก: [-[[aida]]-] เมื่อ 24 เม.ย. 2006, 14:28 น.
ถ้าคนฉีกหล่อก็คงเท่ค่ะ :43:
เพราะคนหล่อ ทำอะไรก็ดูดี :42:
ผมว่า rep นี้ตอบได้ตรงประเด็นที่สุดครับ :25:
เอาแค่ประเด็นฉีกบัตรอย่างเดียวสิ :11:
นั่นสิครับ ไม่เห็นต้องตีกันเลย
ถ้าพี่ฟิล์ม ฉีก
เท่ไหมนะ :43:
ฟิลม์จะฉีกกระดาษได้ไง
เอาไปล้างได้อย่างเดียว
กิ๊........
ง :42:
อ้างคำพูดจาก: เต่า เมื่อ 25 เม.ย. 2006, 11:35 น.
เอาแค่ประเด็นฉีกบัตรอย่างเดียวสิ :11:
ประเด็น ฉีกแล้วเท่ไม่เท่?
หรือ
ประเด็นทำไมต้องฉีกบัตร?
หรือ
เพราะอะไรถึงฉีกบัตร?
มีประเด็นอีกไหม :09:
กำลังพูดถึง ฟิล์ม รัฐภู... น่ะครับ :26:
คนชื่อเด็นก็ซวยสิครับ โดนประหมดเลย :42:
ไม่ยุติธรรมมากครับ
ตัดหน้ากันจังวุ้ย เล่นมุกไม่ทัน :07:
ฟิล์ม รัฐภูกระดึง :31:
ภูกระดึงกำลังจะมีกระเช้า ไม่ใช่มีฟิลม์ :42:
จะดึงไปไหนนักหนาครับ
อ้างคำพูดจาก: เต่า เมื่อ 25 เม.ย. 2006, 11:41 น.
กำลังพูดถึง ฟิล์ม รัฐภู... น่ะครับ :26:
:22:
ไอ้เราก็กะมาจริงจังแฮะ...
ไปแสดงความเห็นในMthai ................ ตายไปเลยครับ โดนบอทรุมสกรัม :05
:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 25 เม.ย. 2006, 10:53 น.
ตามี - ยายมา แกไปทำอะไรในบ่อกบเขาน่ะ
ยายมา - อ๋อ ฉันจะอาบน้ำให้กบ
ตามี - จะบ้าเรอะ กบมันอยู่ในน้ำอยู่แล้ว -- นี่แกเพี้ยนไปแล้วเรอะ
ตายมา - แกก็เพี้ยน วันก่อนฉันเห็นแกไปปีนต้นมะพร้าว บอกอยากกินกะทิสดๆ
มั่วมั่กๆเลยคับ :31:
ก็แล่วแต่ความเชื่อของแต่ละคนนะ
ความถูกต้องไม่มีส่วนหรอก ใครเชื่ออะไร อันนั้นก็ถูกในสายตาของใครของมัน :09: :09:
------------------
MThai แทบจะไม่ได้เป็นที่แสดงความคิดเห็นเลย เอาไว้เหยียบ+ด่ากันมากกว่า
------------------
ระวังคนอาศัยช่องโหว่ของกฏ.. โพส ปั๊ม... 5 5 55 5 :02: :02:
บอร์ด Mthai ไปทางไหนเหรอครับ ไม่เคยไปซักที
ไม่แน่ใจครับ เลยกูเกิ้ลมาให้ดู
บอร์ด Mthai (http://www.google.co.th/search?q=%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94+Mthai)
http://www.google.co.th/search?hl=th&q=%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81&btnG=%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B2&meta=
แล้วนี่ล่ะครับ ลองเสิร์ชหากันดู
อ้างคำพูดจาก: chaosuaa เมื่อ 25 เม.ย. 2006, 15:13 น.
บอร์ด Mthai ไปทางไหนเหรอครับ ไม่เคยไปซักที
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 25 เม.ย. 2006, 15:21 น.
ไม่แน่ใจครับ เลยกูเกิ้ลมาให้ดู
บอร์ด Mthai (http://www.google.co.th/search?q=%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94+Mthai)
อยู่แถวรัชดาเปล่า :22:
กูเกิ้ลธรรมดาหาได้ด้วยหรือว่าไปทางไหน นึกว่า กูเกิ้ลเอิร์ธ :45:
แถวรัชดา มีแต่ ออน. :26:
ออน. = องการค์อนามัยนวด ?
. . .
องค์การเอดส์นิ้งครับ
ออน. = ไอ้แอน (iannnnn.com)
คิดว่ารัชดา เป็ฯที่ตั้งของserver รฟืในท8iy[
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 25 เม.ย. 2006, 15:50 น.
http://www.google.co.th/search?hl=th&q=%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81&btnG=%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B2&meta=
แล้วนี่ล่ะครับ ลองเสิร์ชหากันดู
ค้นหา : ความดีนายก
แสดงผลลัพธ์ 1 - 1 ของ1 เพื่อ ความดีนายก (0.22 วินาที)
แปลว่าก็ยังมีนะคับ ถึงแม้จะมีเพียง 1
ใครได้ฟังโอวาทของในหลวงที่ออกข่าวเมื่อตอนหัวค่ำบ้างครับ
พอดีฟังไม่ถนัด จับใจความได้เล็กน้อย
. . .
อ่าน จมล ครับ
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 26 เม.ย. 2006, 00:41 น.
อ่าน จมล ครับ
อ่านด้วยคนครับ ..ว่าแต่ จมล. นี่อะไรเหรอ ??
.
.
.
ถ้าเป็น จ.ม.ลับ เริ่มจะคุ้นๆมั้ยคะ
ถ้ายัง ก็ จดหมายลับ ดีๆนี่เองค่ะ :08:
อ้างคำพูดจาก: juarfern เมื่อ 26 เม.ย. 2006, 00:58 น.
.
.
.
ถ้าเป็น จ.ม.ลับ เริ่มจะคุ้นๆมั้ยคะ
ถ้ายัง ก็ จดหมายลับ ดีๆนี่เองค่ะ :08:
ขอบคุณครับ แอบโง่ อะ ไม่ว่ากันนะ :22: :22:
"อารยะขัดขืน" ต้องถูกบรรจุเข้าหลักสูตรการศึกษาไทย
จาก -> http://www.bangkokbiznews.com/2006/04/26/u001_98146.php
โดย -> กาแฟดำ
25 เมษายน 2549 18:45 น.
การแสดงตนของผู้มีความรู้และปัญญาในสังคมไทยอย่างเปิดเผยด้วยการฉีกบัตรเลือกตั้งก็ดี, การกา "No Vote" อย่างล้นหลามในการเลือกตั้งเพื่อประท้วงความพิกลพิการของการเมืองไทยวันนี้ก็ดี
ล้วนเป็น "วิกฤติสังคม" ที่นำไปสู่การก่อเกิดของ "อารยะขัดขืน" หรือ civil disobedience อย่างปฏิเสธไม่ได้แล้ว
ผมเห็นว่าปรัชญา, แนวคิด และวิถีปฏิบัติของ "อารยะขัดขืน" จะต้องกลายเป็นวิชาที่ต้องสอนกันตั้งแต่นักเรียนประถมในระบบการศึกษาไทยตั้งแต่นี้ต่อไป
เพราะ civil disobedience จะเป็นกติกาใหม่ของระบอบประชาธิปไตย เป็นทางเลือกของคนไทยที่ต้องการแสดงออกในรูปแบบที่ไม่อาจจะทำผ่านคูหาเลือกตั้งได้แต่เพียงอย่างเดียว
"อารยะขัดขืน" เป็นอาวุธสำคัญของสังคมไทยเมื่อต้องเผชิญกับอำนาจเผด็จการที่แฝงมาในรูปแบบต่างๆ อย่างที่เราเห็นใน "ระบอบทักษิณ"
เราต้องสอนเด็กไทยตั้งแต่ยังเยาว์วัยว่าระบอบประชาธิปไตยมิใช่เพียงแต่การไปใช้สิทธิเลือกตั้งแล้วกลับบ้านมาดูว่าคนที่ได้รับเลือกจะทำอะไรกับประเทศชาติก็ได้
เราต้องสอนเด็กไทยตั้งแต่รู้ความว่าการแสดงความเห็นแตกต่างไปจากคนอื่นไม่ใช่ความผิด, ไม่ใช่อาชญกรรม และไม่ใช่เหตุผลที่คนอื่นจะหาเหตุมาลงโทษเรา
ตรงกันข้าม, เราจะต้องสอนตั้งแต่ระดับประถมว่าหากคนกลุ่มใดใช้วิธีการไร้จริยธรรมเข้ามายึดครองอำนาจในประเทศ และหากกติกาไม่เอื้อต่อการที่เราจะแสดงความเห็นทักท้วง และคัดค้านอย่างได้ผล, สังคมจะต้องเปิดหนทางให้เราแสดงความเห็นแปลกแยกด้วยวิธีการที่เปิดเผย, สงบ และสันติโดยที่อำนาจรัฐมิอาจจะมาข่มขู่คุกคามได้
คำว่า "อารยะขัดขืน" หมายถึงกิจกรรมใดของสมาชิกสังคมที่ปฏิเสธที่จะทำตามกฎหมาย คำสั่งหรือคำเรียกร้องของรัฐบาลหรือกลุ่มคนที่มายึดครองอำนาจของสังคม...โดยใช้วิธีการสันติและอหิงสา
"อหิงสา" เป็นวิธีการที่ใช้ในกระบวนการต่อสู้ของอินเดีย ที่นำโดย มหาตมะ คานธี ในการปลดแอกประเทศจากการปกครองของอังกฤษ และกระบวนการต่อสู้กับนโยบายกีดกันผิวที่ แอฟริกาใต้ภายใต้การนำของ เนลสัน แมนเดลา และเป็นวิธีการเดียวกับที่ใช้ต่อสู้กับการเหยียดคนผิวดำที่สหรัฐมาแล้ว
ในทำนองเดียวกัน "อารยะขัดขืน" ก็เป็นวิธีการที่คนในยุโรป และสแกนดิเนเวีย เคยใช้สู้กับการยึดครองของนาซี ภายใต้การนำของฮิตเลอร์มาแล้วเช่นกัน
ล้วนเป็นวิถีแห่งการต่อสู้อย่างสันติในจังหวะที่ประชาชนไม่มีทางออกอย่างอื่นเมื่อผู้กระทำการชั่วร้ายต่อประเทศมีอำนาจล้นฟ้า และใช้วิธีการคุกคามข่มขู่และเข่นฆ่าผู้ไม่เห็นพ้องอย่างโหดร้ายทารุณอย่างต่อเนื่อง
ผู้จุดประกายแห่ง civil disobedience ในโลกยุคใหม่คือบทความของ Henry David Thoreau นักเขียนอเมริกันผู้ริเริ่มแนวคิดการต่อสู้กับรัฐบาลชั่วร้ายด้วยการขัดขืนอย่างสันติ
บทความประวัติศาสตร์บทนี้ ตีพิมพ์เมื่อปี ค.ศ.1849 (หรือ 157 ปีมาแล้ว) เพื่อประกาศว่าเขาจะไม่จ่ายภาษีให้รัฐบาล เพื่อต่อต้านระบบทาสและสงครามอเมริกันกับเม็กซิโกในขณะนั้น
พรุ่งนี้ยังต้องว่าต่อเรื่องนี้ เพราะจากนี้ไป, สังคมไทยกับ "อารยะขัดขืน" จะมิอาจแยกจากกันได้อีกต่อไป
เหตุเพราะความชอกช้ำจาก "ระบอบทักษิณ" ที่ทำให้เกิดความสำนึกใหม่นี้อย่างกว้างขวางไปทั่วประเทศ
เมื่อโคตรนักการเมืองยึดสภา...ข้าฯขอขัดขืนอารยะอย่างจริงจัง
จาก -> http://www.bangkokbiznews.com/2006/04/26/u001_97445.php?news_id=97445
โดย -> กาแฟดำ
24 เมษายน 2549 09:47 น.
ถ้านักการเมืองสามารถส่งญาติพี่น้อง, ผัวเมีย, ลูกไล่ของตัวเองเข้าแข่งตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาโดยอ้างว่า "ไม่มีกฎห้าม" ใครๆ เขาก็ทำกัน
ก็ขอให้เชื่อเถอะว่าวันข้างหน้า เขาก็จะอ้างต่อได้ว่าไม่มีกฎอะไรห้ามคนนอนเตียงเดียวกันหรืออยู่บ้านเดียวกัน "ฮั้ว" กันในการออกกฎหมายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อพรรคการเมืองของคนใกล้ชิดกับตัวเอง
ผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาคราวนี้เห็นชัดว่านักการเมืองไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองระดับชาติหรือท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการระดับไหน สังกัดค่ายไหนก็ตามยังคงเห็นการเมืองเป็นเรื่อง "แก่งแย่งอำนาจและผลประโยชน์" ด้วยทุกวิถีทาง
ไม่เข้าใจหรือแกล้งไม่เข้าใจคำว่า "ผลประโยชน์ทับซ้อน" และไม่สนใจว่าชาวบ้านเขาจะคิดอย่างไร
ยึดเอาวิธีการของ "ศรีธนญชัย" เป็นสรณะแม้จะไม่กล้าอ้างเอ่ยถึงมันในที่สาธารณะก็ตามที
เข้าลักษณะ "The end justifies the means" ซึ่งหมายความว่าตราบใดที่บรรลุเป้าหมายของตนเองได้, วิธีการที่นำมาใช้นั้นไม่สำคัญ...หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือว่าไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล, ไม่ได้ด้วยมนต์ก็เอาด้วยคาถา
ความศรัทธาของประชาชนต่อคุณภาพในแวดวงการเมืองจึงมิอาจจะกระเตื้องขึ้นได้เลยแม้แต่น้อย เพราะนักการเมืองของเรายังเป็นประเภทพูดอย่างทำอย่าง ปากพูดถึงประชาธิปไตย และการปฏิรูปการเมืองวันละสามเวลา แต่เวลาลงมือทำนั้น กลับนำเอาวิธีการน้ำเน่าและสกปรกมาทำ
เพราะพวกเขาเชื่อว่าคนไทยนั้นปกครองง่ายจะตาย ขอเพียงทำให้ชาวบ้าน "เชื่อ" อะไรตามที่นักการเมืองต้องการให้เชื่อเท่านั้นก็พอ ส่วนนักการเมืองจะทำตามที่บอกว่าเชื่อหรือไม่นั้น, เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เหมือนที่ ทักษิณ ชินวัตร เคยพูดไว้ในที่สาธารณะว่า "ประชาธิปไตยเป็นเพียงเครื่องมือเท่านั้น, มิใช่เป็นเป้าหมาย" นั่นแปลว่าประชาธิปไตยเป็นเพียง means หาใช่เป็น end แต่อย่างไรไม่
แปลอีกอย่างก็คือว่าเป้าหมายชั่วร้ายอย่างไรไม่เป็นไร ขอให้เส้นทางที่เดินไปดูประหนึ่งว่าเป็นสิ่งที่น่านิยมชมชื่นก็แล้วกัน
นั่นคือ การหลอกลวงให้คนทั้งหลายเชื่อว่าตัวเองเป็นคนดี, ส่วนลึกๆ นั้นเลวก็ไม่เป็นไร...อะไรทำนองนั้น
นักการเมืองเหล่านี้ไม่เข้าใจหรือไม่สนใจคำว่า checks and balances หรือ "ระบบตรวจสอบ" อย่างแท้จริง เพราะหากการเข้ามาเล่นการเมืองหมายถึงการเคารพใน "ธรรมาภิบาล" หรือ "จริยธรรม" พวกเขาย่อมจะต้องมีความ "สำนึก" อย่างชัดเจนว่าการให้คนในครอบครัวเข้าไปมีบทบาทที่ไม่สอดคล้องกับกติกาแห่งการ "ถ่วงดุลอำนาจ" นั้น ย่อมเป็นการผิดต่อหลักการอันถูกต้อง
เรื่องอย่างนี้คนใฝ่ดีเขาไม่ทำกัน, เรื่องอย่างนี้คนที่มีความละอายต่อบาปเขาไม่เข้าไปใกล้ด้วยซ้ำไป
การเมืองไทย จะปฏิรูปได้นั้นต้องเกิดจาก "ความสำนึก" และ "ความละอายต่อบาป" เป็นปฐม มิใช่การแก้ไขเนื้อถ้อยกระทงความในรัฐธรรมนูญ, ไม่ใช่การอ้างถึงสภาสนามม้าหรือรูปแบบการหาใครมาเป็นคนเขียนแก้ไขรัฐธรรญนูญใหม่แต่ประการใดเลย
ผลเลือกตั้งทั้งสภาล่างและสภาบนครั้งนี้ ทำให้หมดความเชื่อและศรัทธาในระบอบ "ประชาธิปไตยแบบไทยๆ" ไปมากมายหลายเท่า แม้ว่าผลการเลือกสมาชิกวุฒิสภาในกรุงเทพฯ ทำให้มีความหวังริบหรี่อยู่บ้าง
ทำให้ผมเชื่อว่าคนตัดสินใจเข้าสู่ความเป็น "ขบถ" และ "อารยะขัดขืน" ต่อการเมือง "โคตรเลว" อย่างนี้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างกะทันหัน
ผมเป็นหนึ่งในนั้น
โอ้โห! กาแฟดำถ้วยนี้ไม่ขมเลย แต่กลมกล่อมกำลังดี :40:
ผมไม่ชอบกินกาแฟครับ :42:
ในความคิดเมย์นะ
ไอ้พวกฉีกบัตรมันต้องการเรียกร้องความสนใจมากกว่า
ไอ้สนธิได้ยินในหลวงตรัสอย่างงั้นแล้วยังกล้าหืออีก
แถมยังเปลี่ยนพระราชดำรัสด้วย
(โอ๊ย ใช้ราชาศัพท์ไม่เป็น)
ทุเรศมากเลย
เอะอะอะไรก็มาขอพระราชทาน ทำแบบนี้ก็ไม่สังคมประชาธิปไตยแล้ว
แต่เป็นการปกครองแบบมั่ว
ในหลวงเป็นผู้ตรัสเอง
ถ้าศาลทำให้การปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยไม่ได้ ศาลก็ต้องออก
วันไหนศาลลาออก จะถือเป็นอารยะขัดขืนรึปล่าว
แล้วก็ ลองฟังกระแสพระราชดำรัสฉบับเต็มด้วยนะครับ จะได้รู้ครบว่าพระองค์ตรัสถึงอะไรบ้าง
อ้างคำพูดจาก: zodaa-fire` เมื่อ 26 เม.ย. 2006, 19:23 น.
ในความคิดเมย์นะ
ไอ้พวกฉีกบัตรมันต้องการเรียกร้องความสนใจมากกว่า
ไอ้สนธิได้ยินในหลวงตรัสอย่างงั้นแล้วยังกล้าหืออีก
แถมยังเปลี่ยนพระราชดำรัสด้วย
(โอ๊ย ใช้ราชาศัพท์ไม่เป็น)
ทุเรศมากเลย
เอะอะอะไรก็มาขอพระราชทาน ทำแบบนี้ก็ไม่สังคมประชาธิปไตยแล้ว
แต่เป็นการปกครองแบบมั่ว
ในหลวงเป็นผู้ตรัสเอง
ลองตั้งสติ แล้วฟังหรืออ่านพระราชดำรัสฉบับเต็มดู อย่าอ่านแบบตัดตอน ผมไม่เคยเห็นครั้งไหนที่ในหลวงทรงตรัสตรง ๆ แบบนี้
ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับนายกพระราชทาน แต่เกี่ยวกับหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละคนต่อบ้านเมือง
เรื่องฉีกบัตรเป็นเรื่องการเรียกร้องความสนใจถูกต้องครับ แต่ลองหาเหตุผลดูว่าทำไมเขาถึงทำแบบนั้น คนที่ทำไม่ได้โง่ และผมคิดว่าเขาคงไม่อยากดังโดยเสี่ยงต่อบทลงโทษทางกฎหมาย
ผมยกตัวอย่าง โดยใช้ข้อมูลเต็มจาก link นี้ http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P4314461/P4314461.html
ถ้าผมตัดมาแค่
"อะตอนนั้น..ตอนนี้ เดี๋ยวนี้เอะอะอะไรก็ "กู้ชาติ กู้ชาติ" กู้ชาติหนะ เดี๋ยวนี้ยังไม่.. ยังไม่ได้จม ทำไมถึงจะกู้ชาติ..."
ตีความว่าไงครับ? เห็นชอบตัดกันมาจัง ในขณะที่ประโยคเต็ม
"เมื่อกี้ดูทีวี เรือหลายหมื่นตันโดนพายุจมลงไป 4,000 เมตรในทะเล เขายังต้องดูว่าเรือนั้นลงไปยังไง เมืองไทยจะจมลงไปลึกกว่า 4,000 เมตร กู้ไม่ได้ กู้ไม่ขึ้น ฉะนั้นท่านเองก็จะต้องจมลงไป ประชาชนทั่วไปที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็จะจมลงไปในมหาสมุทร เดี๋ยวนี้เป็นเวลาที่วิกฤติที่สุดในโลก ฉะนั้นท่านก็มีหน้าที่ๆจะปฏิบัติ ปรึกษาผู้ที่มีความรู้ เพื่อที่จะ..เขาเรียก "กู้ชาติ" อะตอนนั้น..ตอนนี้ เดี๋ยวนี้เอะอะอะไรก็ "กู้ชาติ กู้ชาติ" กู้ชาติหนะ เดี๋ยวนี้ยังไม่.. ยังไม่ได้จม ทำไมถึงจะกู้ชาติ แต่ว่าป้องกันไม่ให้จมลงไป แล้วเราจะต้องกู้ชาติกันจริงๆ แต่ถ้าจมแล้วหนะ กู้ชาติ กู้ชาติไม่ได้ จมไปแล้ว
ฉะนั้นก็ ไปพิจารณาดูดีๆ ว่า ว่าจะทำอะไร ถ้าทำได้ ปรึกษาหารือกันได้จริงๆ ประชาชนทั้งประเทศ ประชาชนทั่วโลกจะอนุโมทนา จะเห็นว่า.. ผู้พิพากษาศาลฎีกาในเมืองไทย ยังมี เขาเรียกว่ามีน้ำยา แล้วเป็นคนที่มีความรู้ และตั้งใจที่จะ "กู้ชาติ" จริงๆ ถ้าถึงเวลา ก็ขอบใจท่านที่เข้าอกเข้าใจ ที่จะทำหน้าที่ แล้วก็ถ้าทำหน้าที่ดีๆอย่างนี้ บ้านเมืองก็รอดพ้น"
จะเห็นว่าความหมายแตกต่างกันมาก
แหมพี่แอ๊ะ พูดตรงกว่าผมอีกนะ
แต่ก็ต้องตามนั้นครับ รับสื่อมามองภาพกว้าง แล้วคิดให้ดี ผมว่ากระแสพระราชดำรัสเมื่อวานมันมีอะไรมากกว่า ม.๗ เยอะเหลือเกินครับ
อ้างคำพูดจาก: Susansaraly เมื่อ 26 เม.ย. 2006, 19:55 น.
แหมพี่แอ๊ะ พูดตรงกว่าผมอีกนะ
แต่ก็ต้องตามนั้นครับ รับสื่อมามองภาพกว้าง แล้วคิดให้ดี ผมว่ากระแสพระราชดำรัสเมื่อวานมันมีอะไรมากกว่า ม.๗ เยอะเหลือเกินครับ
ผมก็คิดแบบนั้นแหละ ตอนอ่านเที่ยวแรก ยังไม่เห็นอะไรมาก แต่พออ่านเที่ยวที่ 2 เที่ยวที่ 3 แล้วฟังจาก clip ผมว่ามันชัดเจนมากทั้งเรื่องปัจจุบัน และอนาคต
เห็นด้วย :45:
ตอนแรกเห็นตัดมาแต่ตอน "เดี๋ยวนี้เอะอะอะไรก็กู้ชาติ กู้ชาติ กู้ชาติ"
แต่ฟังจากพระราชดำรัสและอ่านจากหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ไม่เห็นได้ความหมายอย่างนั้นเลย
ตัดกันเฉพาะส่วนที่ให้ความหมายเข้าข้างตัวเองกันทั้งนั้น
พวกที่ตัดแปะกระแสพระราชดำรัส ด้วยเจตนาทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิด พวกนี้แหละมันจะไม่เจริญ เพราะมันทำให้ประเทศเสื่อมลง
พระองค์สอนอะไรดีๆไม่เคยสำนึก คิดแต่จะชัก ๑๐% เข้าพรรค
เลวชาติ
อ้างคำพูดจาก: แอ๊ะ เมื่อ 26 เม.ย. 2006, 19:41 น.
ลองตั้งสติ แล้วฟังหรืออ่านพระราชดำรัสฉบับเต็มดู อย่าอ่านแบบตัดตอน ผมไม่เคยเห็นครั้งไหนที่ในหลวงทรงตรัสตรง ๆ แบบนี้
ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับนายกพระราชทาน แต่เกี่ยวกับหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละคนต่อบ้านเมือง
เรื่องฉีกบัตรเป็นเรื่องการเรียกร้องความสนใจถูกต้องครับ แต่ลองหาเหตุผลดูว่าทำไมเขาถึงทำแบบนั้น คนที่ทำไม่ได้โง่ และผมคิดว่าเขาคงไม่อยากดังโดยเสี่ยงต่อบทลงโทษทางกฎหมาย
ผมยกตัวอย่าง โดยใช้ข้อมูลเต็มจาก link นี้ http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P4314461/P4314461.html
ถ้าผมตัดมาแค่
"อะตอนนั้น..ตอนนี้ เดี๋ยวนี้เอะอะอะไรก็ "กู้ชาติ กู้ชาติ" กู้ชาติหนะ เดี๋ยวนี้ยังไม่.. ยังไม่ได้จม ทำไมถึงจะกู้ชาติ..."
ตีความว่าไงครับ? เห็นชอบตัดกันมาจัง ในขณะที่ประโยคเต็ม
"เมื่อกี้ดูทีวี เรือหลายหมื่นตันโดนพายุจมลงไป 4,000 เมตรในทะเล เขายังต้องดูว่าเรือนั้นลงไปยังไง เมืองไทยจะจมลงไปลึกกว่า 4,000 เมตร กู้ไม่ได้ กู้ไม่ขึ้น ฉะนั้นท่านเองก็จะต้องจมลงไป ประชาชนทั่วไปที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็จะจมลงไปในมหาสมุทร เดี๋ยวนี้เป็นเวลาที่วิกฤติที่สุดในโลก ฉะนั้นท่านก็มีหน้าที่ๆจะปฏิบัติ ปรึกษาผู้ที่มีความรู้ เพื่อที่จะ..เขาเรียก "กู้ชาติ" อะตอนนั้น..ตอนนี้ เดี๋ยวนี้เอะอะอะไรก็ "กู้ชาติ กู้ชาติ" กู้ชาติหนะ เดี๋ยวนี้ยังไม่.. ยังไม่ได้จม ทำไมถึงจะกู้ชาติ แต่ว่าป้องกันไม่ให้จมลงไป แล้วเราจะต้องกู้ชาติกันจริงๆ แต่ถ้าจมแล้วหนะ กู้ชาติ กู้ชาติไม่ได้ จมไปแล้ว
ฉะนั้นก็ ไปพิจารณาดูดีๆ ว่า ว่าจะทำอะไร ถ้าทำได้ ปรึกษาหารือกันได้จริงๆ ประชาชนทั้งประเทศ ประชาชนทั่วโลกจะอนุโมทนา จะเห็นว่า.. ผู้พิพากษาศาลฎีกาในเมืองไทย ยังมี เขาเรียกว่ามีน้ำยา แล้วเป็นคนที่มีความรู้ และตั้งใจที่จะ "กู้ชาติ" จริงๆ ถ้าถึงเวลา ก็ขอบใจท่านที่เข้าอกเข้าใจ ที่จะทำหน้าที่ แล้วก็ถ้าทำหน้าที่ดีๆอย่างนี้ บ้านเมืองก็รอดพ้น"
จะเห็นว่าความหมายแตกต่างกันมาก
ถ้าเมย์ฟังแบบตัดต่อมาก็ขอโทษด้วย
แต่จะให้ยกมาหมดคงไม่ไหว
เพราะราชาศัทพ์เมย์แย่มาก
แล้วคงจะได้ยากด้วย
อีกอย่างนะ
ไอ้ที่ว่าเอะอะอะไรๆก็กู้ชาติน่ะมันก็จริงไม่ใช่หรือไง
อ้อ แล้วก็ไม่รู้ว่าทำเพื่อตัวเองหรือเพื่อคนอื่น
คนที่เมย์รู้จักที่เชียร์ฝ่ายสนธิก็ชอบพูดว่า
คนเชียร์ทักษิณไร้การศึกษา
อยากย้อนถามมัน
กูกับมึงอยู่โรงเรียนเดียวกันหรือเปล่า
มาว่ากูไม่มีการศึกษาหา!
(ระบายอารมณ์หน่อยนะ)
แล้วก็ถ้าไม่มีคนจนที่ไร้การศึกษา
มันจะอยู่ได้มั้ยถึงวันนี้
ใครจะปลูกข้าวให้มันกิน
สนธิมันปลูกข้าวให้มันกินเหรอ
เฮ้อ.........โล่งขึ้นเยอะ
ด่าต่อหน้ามันไม่ได้ (เดี๋ยวมันสวน)
ก็มาด่ามันในนี้แหละ :40:
ความแตกต่างทางความคิด + อารมณ์
ก็ทำให้แตกแยกครับ
แตกแยกแล้วก็ไม่มีใครสนใจใคร ปั่นแตกฟองลูกเดียว :39:
อ้างคำพูดจาก: zodaa-fire` เมื่อ 26 เม.ย. 2006, 20:56 น.
ถ้าเมย์ฟังแบบตัดต่อมาก็ขอโทษด้วย
แต่จะให้ยกมาหมดคงไม่ไหว
เพราะราชาศัทพ์เมย์แย่มาก
แล้วคงจะได้ยากด้วย
อีกอย่างนะ
ไอ้ที่ว่าเอะอะอะไรๆก็กู้ชาติน่ะมันก็จริงไม่ใช่หรือไง
อ้อ แล้วก็ไม่รู้ว่าทำเพื่อตัวเองหรือเพื่อคนอื่น
คนที่เมย์รู้จักที่เชียร์ฝ่ายสนธิก็ชอบพูดว่า
คนเชียร์ทักษิณไร้การศึกษา
อยากย้อนถามมัน
กูกับมึงอยู่โรงเรียนเดียวกันหรือเปล่า
มาว่ากูไม่มีการศึกษาหา!
(ระบายอารมณ์หน่อยนะ)
แล้วก็ถ้าไม่มีคนจนที่ไร้การศึกษา
มันจะอยู่ได้มั้ยถึงวันนี้
ใครจะปลูกข้าวให้มันกิน
สนธิมันปลูกข้าวให้มันกินเหรอ
เฮ้อ.........โล่งขึ้นเยอะ
ด่าต่อหน้ามันไม่ได้ (เดี๋ยวมันสวน)
ก็มาด่ามันในนี้แหละ :40:
ใจเย็นจ๊ะ ท่องคำในหลวงเอาไว้
คือไม่อยากอธิบายว่าที่เมย์และที่เพื่อนเมย์พูด ตรรกะบกพร่องตรงไหน
แต่เราหวังให้เหล่านักการเมือง นักประท้วงทั้งหลาย
หันหน้า สามัคคีกัน ไม่เอาอารมณ์โต้แย้งกัน
แล่วพวกเราเองล่ะ ทำได้หรือยัง
อ่านที่ตัวเองโพสต์ไปเริ่มไม่สบายใจ
จริงๆไม่ได้เจตนาว่าผู้รับสื่อ ว่าเลวร้ายอะไร
คนที่ผมอารมณ์เสียกับพวกมันคือพวกที่ตัดแปะแล้วทำให้คนอื่นๆ เช่นเมย์ เกิดการเข้าใจผิดกันไปหมดเพราะฟังพระองค์อยู่เหมือนกัน แล้วมาอ่านสิ่งที่เมย์ได้รับทราบแล้วมันแหว่งไปเยอะ จนกลายเป็นความผิดเพี้ยนในกระแสพระราชดำรัส
ถ้าคิดอะไรมากกับความเห็นผมก็ขอโทษด้วยนะครับ ผมอาจเรียบเรียงความคิดไม่ค่อยดีเท่าไร อาจทำให้อ่านแล้วฉุนก็ได้
ผมมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง
ผมเคยมีผู้ร่วมงานอยู่ 2 คน คนหนึ่งเป็นเด็กปี 3 มาขอฝึกงาน ภาคฤดูร้อน อีกคนจบแล้วแต่พึ่งเข้ามาร่วมงาน ทั้ง 2 คนนี้เรียนสาขาเดียวกัน แต่สิ่งที่ทำให้ผมสิ่งแต่ต่างระหว่างคนที่จบ และรับปริญญาแล้ว กับคนที่ยังไม่จบเหลืออีกปีหนึ่ง คือ กระบวนการคิด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่า รายวิชาหรือมหาวิทยาลัยเองไม่ได้สอน
ผมประทับใจเด็กฝึกงานมาก หลายๆ ครั้งน้องเขาได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการประมวลผล เพื่อให้ได้ตามเป้าหมาย โดยอาศัยคำแนะนำเพียงเล็กน้อย ส่วนคนที่กอดใบปริญญา จะรออยู่อย่างเดียวว่าขั้นตอนต่อไปจะสั่งให้ทำอะไร
ครั้งที่ผมประทับใจมากที่สุด ช่วงเลือกตั้ง ส.ว. ชุดแรกเมื่อหลายปีก่อน ทีมของผมได้เข้าไปช่วย กกต. ในการรายงานผลด้วยคอมพิวเตอร์แบบเวลาจริง แต่เนื่องจากมันเป็นต่างจังหวัด และเขตเลือกตั้งก็อยู่กระจายไปตามอำเภอ การเชื่อมต่อเครื่อข่ายดีสุด คือใช้สายโทรศัพท์ และโมเด็ม
เมื่อเราเซ็ตอัพระบบเรียบร้อย ผมบอกน้องฝึกงานว่า อยากให้ทดสอบการเชื่อมต่อทุกเขตเพื่อเวลารายงานจริงจะได้เกิดปัญหาน้อยที่สุด ผมบอกลองใช้คำสั่ง ping เพื่อดูเวลาการตอบสนองดูก็ได้ น้องก็เริ่ม ping ทีละ site ผ่านไปสักระยะ เห็นเริ่มเขียน batch เพื่อให้ทำงานอัตโนมัติ ผ่านไปอีกทีเห็นเก็บข้อมูลลงไฟล์ และสุดท้ายถูกพล๊อตเป็นกราฟด้วย excel พร้อมด้วยการวิเคราะห์ว่า site ไหนที่น่าจะมีปัญหา
ในขณะที่อีกคนไม่สามารถคิดได้แบบนี้ ทั้งสองคน มีการศึกษาด้วยกันทั้งคู่ อะไรคือสิ่งที่ทั้งคู่แตกต่าง อีก 2 ท่านที่ผมอยากจะยกตัวอย่าง คือ ยายไฮ้ กับ ปู่เย็น ลองไปหาอ่านบทสัมภาษณ์ดูจะเห็นว่า คนที่ไม่มีการศึกษาทั้งคู่นี้ มีความคิดที่เยี่ยมยอดเพียงใด (ผมไม่แน่ใจว่า ยายไฮ้จบแค่ ป.4 หรือเปล่า)
ยายไฮ้ ที่เป็นเมียของ ตาฮ้า น่ะเหรอครับ :38:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 26 เม.ย. 2006, 22:31 น.
ยายไฮ้ ที่เป็นเมียของ ตาฮ้า น่ะเหรอครับ :38:
ไฮ หรือ ไฮ้ ไม่แน่ใจ ที่ทุบเขื่อน เอาที่นาคืน ดูจากรายการ ทลทค. แล้วประทับใจ "ใบน.ส.3 มันปลูกข้าวไม่ได้" (ประมาณนี้ จำไม่ได้ ใครมีเอามาแปะ หน่อย :22:)
เห็นว่าเกี่ยวกับยายไฮครับ
http://numtan.com/nineboard/view.php?id=1779
:08:
พูดเล่นครับ พี่แอ๊ะ
ไม่น่ามีใครไม่รู้จักยายไฮนะ เอ๊ะ หรือมี
ไม่เห็นเท่เลย มันบ่งบอกถึงความเสื่อมของสังคม :39:
แต่อวตารเจ๊จอยอะ เท๊เท่ :25:
เห็นแล้ว :04: ทุกที :43:
:25: น่ารักชิมิเคอะ?
พี่เห็นแล้วยังอยาก :27: :27:
:45: เห็นด้วยกับพี่แอ๊ะครับ
สำหรับผมนั้น ไม่ค่อยจะเห็นด้วยนักกับการที่เด็กนักเรียนนักศึกษาออกมาประท้วง
หรือแสดงความคิดเห็นด้วยอารมณ์หรือเหตุผลที่สื่อเขาพยายามถุยใส่กันอยู่
แต่หน้าที่ที่เหมาะสมสำหรับพวกเราตอนนี้ ที่ยังไม่มีอำนาจและบทบาทเพียงพอคืิอ
การศึกษาหาความรู้ในด้านระบบการปกครอง วัฒนธรรม และสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบัน
เมื่อเข้าใจได้ว่าควรจะทำอะไรดีเพื่อประเทศชาติ โดยไม่ต้องมัวแต่ถุยใส่กันนั้น
ก็แสดงว่าน่าจะพอเข้าใจความเป็นไปของบ้านเมืองแล้วล่ะครับ
. . .
ผมไม่ได้หมายความถึงนักเรียนนักศึกษาอย่างเดียวหรอกนะ
ขนาดกระแสพระราชดำรัสในหลวง ยังบอกให้ผู้มีปัญญา วิชาความรู้ทั้งหลาย ระดมหัวช่วยกันคิดและทำงานเลย
. . .
อ้อ แล้วผมก็ไม่เห็นว่ากระแสพระราชดำรัสแบบเต็มๆจะอ่านยากตรงไหนเลยนะครับ
คำราชาศัพท์ก็ไม่มีสักคำ
. . .
พระราชดำรัสอ่านไม่ยากหรอก
แต่ถ้าพอรู้เรื่องสถานการณ์บ้านเมืองประกอบสักหน่อย จะเข้าใจนัยของพระราชดำรัสมากขึ้น
อ่านเรื่อยๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่อ่านลึกๆ แล้วจะได้ความหมายอะไรอีกเยอะ
เรียกว่าผู้เกี่ยวข้องได้หน้าชากันเป็นแถบ :43:
อ้างคำพูดจาก: แอ๊ะ เมื่อ 26 เม.ย. 2006, 22:26 น.
ผมมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง
ผมเคยมีผู้ร่วมงานอยู่ 2 คน คนหนึ่งเป็นเด็กปี 3 มาขอฝึกงาน ภาคฤดูร้อน อีกคนจบแล้วแต่พึ่งเข้ามาร่วมงาน ทั้ง 2 คนนี้เรียนสาขาเดียวกัน แต่สิ่งที่ทำให้ผมสิ่งแต่ต่างระหว่างคนที่จบ และรับปริญญาแล้ว กับคนที่ยังไม่จบเหลืออีกปีหนึ่ง คือ กระบวนการคิด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่า รายวิชาหรือมหาวิทยาลัยเองไม่ได้สอน
ผมประทับใจเด็กฝึกงานมาก หลายๆ ครั้งน้องเขาได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการประมวลผล เพื่อให้ได้ตามเป้าหมาย โดยอาศัยคำแนะนำเพียงเล็กน้อย ส่วนคนที่กอดใบปริญญา จะรออยู่อย่างเดียวว่าขั้นตอนต่อไปจะสั่งให้ทำอะไร
ครั้งที่ผมประทับใจมากที่สุด ช่วงเลือกตั้ง ส.ว. ชุดแรกเมื่อหลายปีก่อน ทีมของผมได้เข้าไปช่วย กกต. ในการรายงานผลด้วยคอมพิวเตอร์แบบเวลาจริง แต่เนื่องจากมันเป็นต่างจังหวัด และเขตเลือกตั้งก็อยู่กระจายไปตามอำเภอ การเชื่อมต่อเครื่อข่ายดีสุด คือใช้สายโทรศัพท์ และโมเด็ม
เมื่อเราเซ็ตอัพระบบเรียบร้อย ผมบอกน้องฝึกงานว่า อยากให้ทดสอบการเชื่อมต่อทุกเขตเพื่อเวลารายงานจริงจะได้เกิดปัญหาน้อยที่สุด ผมบอกลองใช้คำสั่ง ping เพื่อดูเวลาการตอบสนองดูก็ได้ น้องก็เริ่ม ping ทีละ site ผ่านไปสักระยะ เห็นเริ่มเขียน batch เพื่อให้ทำงานอัตโนมัติ ผ่านไปอีกทีเห็นเก็บข้อมูลลงไฟล์ และสุดท้ายถูกพล๊อตเป็นกราฟด้วย excel พร้อมด้วยการวิเคราะห์ว่า site ไหนที่น่าจะมีปัญหา
ในขณะที่อีกคนไม่สามารถคิดได้แบบนี้ ทั้งสองคน มีการศึกษาด้วยกันทั้งคู่ อะไรคือสิ่งที่ทั้งคู่แตกต่าง อีก 2 ท่านที่ผมอยากจะยกตัวอย่าง คือ ยายไฮ้ กับ ปู่เย็น ลองไปหาอ่านบทสัมภาษณ์ดูจะเห็นว่า คนที่ไม่มีการศึกษาทั้งคู่นี้ มีความคิดที่เยี่ยมยอดเพียงใด (ผมไม่แน่ใจว่า ยายไฮ้จบแค่ ป.4 หรือเปล่า)
คุ้มๆ เหมือนที่เค้าบอกว่า คนนึงทำงานได้ แต่อีกคนทำงานเป็น. หรือไงเนี่ย !!!
อ้างคำพูดจาก: X11 เมื่อ 27 เม.ย. 2006, 00:56 น.
พระราชดำรัสอ่านไม่ยากหรอก
แต่ถ้าพอรู้เรื่องสถานการณ์บ้านเมืองประกอบสักหน่อย จะเข้าใจนัยของพระราชดำรัสมากขึ้น
อ่านเรื่อยๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่อ่านลึกๆ แล้วจะได้ความหมายอะไรอีกเยอะ
เรียกว่าผู้เกี่ยวข้องได้หน้าชากันเป็นแถบ :43:
เห็นด้วยครับ ว่า พระราชดำรับอ่านไม่ยาก แต่ที่ทำให้ยาก คือไอ้พวกเอามาตีความเ้ข้าข้างตัวเองสิครับ มันทำให้ยาก
เบื่อจริงๆ กับสันดอน นักการเมืองไทย หน้่าหนายิ่งกว่าหนังแรดอีก
ปัญหาตอนนี้มันเกิดที่คนตอนนี้ มีพวกที่ตั้งเป้าอยู่แล้วว่าฝ่ายใดถูก
พวกสนธิ ก็บอกแต่ว่า นั่นไง พระองค์ท่านพูดถึงการตั้งสภาแบบมั่วๆ ....
พวกทักษิณ ก็ตัดตอนแต่เรื่องเอะอะก็กู้ชาติ กับ กำลังมีแคมเปญบอกว่า คนที่สนับสนุนมาตรา7เป็นคนเลว
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ต้องการให้ใครมาทะเลาะกันหรอกครับ และทรงวางตัวเหนือการเมือง ตลอดเวลาที่ผ่านมาพระองค์ท่านไม่เคยชี้ผิดชีถูกในกรณีต่างๆ แต่ให้กระบวนการชี้ถูกผิดเป็นไปด้วยผู้ที่มีหน้าที่นั้นๆ
ดังนั้นพวกที่เอาพระราชดำรัสของพระองค์ท่านมาใช้บอกว่า พระองค์ท่านตำหนิใครอยู่ พวกนี้แหละที่น่าจะสำนึกตนเอง( แต่พวกนี้ก็ไม่เคยสำนึก ) ถ้าไปดูในพันทิพ จะเห็นความสนุกสนานกันครับ แต่ละฝ่ายด่าอีกฝ่ายว่าเอาพระราชดำรัสมาเป็นเครื่องมือ แต่ตัวเองก็ใช้เหมือนกันเป๊ะ
ที่ผมไม่ชอบเลยคือการเอาในหลวงมาอ้าง
ฟ้องหมิ่นฯ กันไปฟ้องกันมา
เหมือนกับว่าใช้พระองค์ท่านเป็นเครื่องมือทำลายฝ่ายตรงข้าม
ถ้าจะฟ้องกันก็น่าจะฟ้องในประเด็นอื่นๆ
ทั้งสองฝ่ายเลยนั้นแหละ...
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 27 เม.ย. 2006, 13:06 น.
ปัญหาตอนนี้มันเกิดที่คนตอนนี้ มีพวกที่ตั้งเป้าอยู่แล้วว่าฝ่ายใดถูก
พวกสนธิ ก็บอกแต่ว่า นั่นไง พระองค์ท่านพูดถึงการตั้งสภาแบบมั่วๆ ....
พวกทักษิณ ก็ตัดตอนแต่เรื่องเอะอะก็กู้ชาติ กับ กำลังมีแคมเปญบอกว่า คนที่สนับสนุนมาตรา7เป็นคนเลว
ไม่เห็นด้วยกับการพยายามตีความหมายเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
(จริงๆ ก็เป็นเรื่องที่ต้องกลับไปคิดทั้งสองฝ่ายนั่นแหละ)
แต่จะเห็นว่าท่านทรงมีพระราชดำรัสเรื่องกฎเกณฑ์ ความไม่ถูกต้องที่เกิดขึ้น หน้าที่และความรับผิดชอบ
คงไม่ได้ฟันธงว่าใครกันบ้าง แต่คนเหล่านั้นควรจะรู้ตัวเองว่า ท่านได้ทำหน้าที่ให้ถูกต้องหรือยัง!!
จุ๊ๆๆ อย่าพูดคำว่า "พวกสนธิ" ครับ คนพวกนี้มีไม่มาก
แต่การตลาดของทั้งสองฝ่ายพยายามทำให้คำคำนี้กลายเป็นคำตรงข้ามกับคำว่า "พวกทักษิณ"
พอๆ เดี๋ยวเข้าเรื่องเดิมวนเวียนในอ่างอีก
:35:
ถ้าแยกพวก ทักษิณ พวกสนธิ
ฟากสนธิเหลือกระจึ๋งนึงทันที
ผมแยกเป็นสามกลุ่มใหญ่ๆ
เอาทักษิณ พวกนี้เจอได้ทั่วไป
เอาสนธิ พวกนี้มีน้อยครับ
ไม่เอาทักษิณ แล้วก็ไม่ได้เอาสนธิ พวกนี้แหละเยอะพอๆกับพวกไม่เอาทักษิณ อย่างที่แอนว่าไว้ เผลอนิดเดียวโดนหาว่าเป็นฝั่งใดฝั่งหนึ่ง
ไม่เอาทักษิณ ไม่ได้หมายความว่าเห็นดีกับสนธิ กรูแค่ไม่เอาทักษิณ และไม่เป็นกลางด้วย
ปล. พวกเอาทักษิณและเอาสนธิ โดยมากมักเป็นผู้ชาย
แต่พวกที่ เอาหมอแมว นี่ น่ากลัวมากๆ ครับ {หมีโหด}
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 27 เม.ย. 2006, 18:06 น.
แต่พวกที่ เอาหมอแมว นี่ น่ากลัวมากๆ ครับ {หมีโหด}
เจ๊กัมส์ไง
:14:
ฉีกบัตรเลือกตั้ง
อยากทราบข้อเท็จจริงใหม่เรื่องของอ.ชัยยันตร์ว่า อ.เขากาบัตรเลือกตั้งแล้วหรือยัง
แต่อย่างไรการฉีกบัตรเช่นนี้ตามความเห็นเริ่มเห็นว่าไม่สามารถใช้คำบรรทัดฐานการฉีกบัตรเมื่อสมัยก่อนได้ เพราะนี่คืออารยะขัดขืนของแท้เลย ขึ้นอยู่กับว่าศาลท่านมองว่าอารยะขัดขืนคืออะไร
ส่วนตัวผมมองว่าอารยะขัดขืนเป็นการแสดงออกทางการเมืองชนิดหนึ่ง แต่เป็นชนิดที่รุนแรง แต่แฝงความนุ่มนวลไว้
http://ratioscripta.blogspot.com/ ลิงค์นี้เอามาแปะไว้ ผมไม่รู้ว่าภายในนั้นเขียนอะไรบ้าง เรามาอ่านพร้อมๆกันนะครับ
.
อ้างคำพูดจาก: PerspectivE เมื่อ 28 เม.ย. 2006, 18:56 น.
เออ.. ที่จริงน่าไปฉีกมั่ง จะได้โดนตัดสิทธิสัก 5 ปี ไม่ต้องไปเลือกตั้ง สบายดี
เราเป็นคนนึงที่เบื่อการเลือกตั้งมากๆ เด๋วเลือกๆ เจ้านายไม่ได้หยุดงานให้ทุกครั้งที่มีเลือกตั้งนี่นา ก้เลยไม่ได้เลือก
(-100) ทำงานแล้วหัดใช้ภาษาไทยให้ถูก :23:
ฉีกบัตรเลือกตั้งด้วยเจตนาอารยะขัดขืน ไม่ได้ทำกันง่ายๆนะครับ หนึ่งต้องกล้า สองศรัทธา สามสถานการณ์มันสมควรให้เกิดอารยะขัดขืน ส่วนข้ออื่นๆก็มีอีก ลองให้คนอื่นมาเสริมดูว่าจะฉีกบัตรเลือกตั้งความพร้อมคุณต้องมีอะไรบ้าง ไม่ใช่เอะอะอะไรก็จะฉีก หรือคิดว่าฉีกแล้วเท่ห์
ขอพูดตรงๆเถอะ ใครคิดว่าฉีกแล้วเท่ห์นี่ บ้า
ทำไปเพราะอยากโดนตัดสิทธิ์นี่ ผมว่าได้ไม่คุ้มเสียนะครับ
.
ผิดได้ครับนิดหน่อย
แต่เดี๋ยวติดเป็นนิสัยน่ะ ไม่ดีนะ :26:
เหมือนน้อง เปลือกถึ่ว ที่เข้ามาถามวิธีทำแฟลช
โพสมา วิบัติเยอะมาก
โพสข้างล่างก็ บอกให้ปรับปรุงแล้ว
ก็ยังโพสวิบัติมาอีก
จนเราเข้าใจว่า น้องเค้าเขียนไม่ถูกจริงๆ (น่ากลัวนะ เหตุการณ์แบบนี้)
ทำไม เป็น ทำมัย ตลอดเกือบทุกโพสเลย
ฉะนั้น เหมือนเวลาทำข้อสอบแหละนะจ๊ะ ตรวจให้ดีก่อนโพส ไม่งั้นจะเจอ
ลุง เเอ๊ะ ตี
วิบัตร :13:
วิบัติ :12:
นี่คือการเล่นสองแง่สามง่ามจนเคยตัวจนสับสนทางเพศ
นี่คือการใช้ภาษาจนเคยชินจนไม่รู้อะไรผิดหรือถูก
เฮ้ย รีบพิมพ์น่า อ่ะแก้ไขแล้วน่า :08: ตัวเดียวเองน่า :08:
แอนน่า :08:
เด๋วป๊าดจุ๊บ เยยยยยย :42:
อ้างคำพูดจาก: -Kums- เมื่อ 29 เม.ย. 2006, 00:45 น.
เฮ้ย รีบพิมพ์น่า อ่ะแก้ไขแล้วน่า :08: ตัวเดียวเองน่า :08:
แอนน่า :08:
เด๋วป๊าดจุ๊บ เยยยยยย :42:
เด๋ว :23:
เดี๋ยว :12:
พี่เล่นมุขชิมิ :26:
:30:
ฮาเจ๊กัมจังเลยครับ
อ้างคำพูดจาก: น เมื่อ 29 เม.ย. 2006, 02:41 น.
เด๋ว :23:
เดี๋ยว :12:
พี่เล่นมุขชิมิ :26:
ก็เล่นมุกน่ะสิ ดูแถวล่างดิ ผิดทั้งแถบ มาติ๊กที่ เด๋ว คนเดียวเอง
นุ๊กจริงๆ :26:
อ้างคำพูดจาก: เต่า... เมื่อ 27 เม.ย. 2006, 13:20 น.
ที่ผมไม่ชอบเลยคือการเอาในหลวงมาอ้าง
ฟ้องหมิ่นฯ กันไปฟ้องกันมา
เหมือนกับว่าใช้พระองค์ท่านเป็นเครื่องมือทำลายฝ่ายตรงข้าม
ถ้าจะฟ้องกันก็น่าจะฟ้องในประเด็นอื่นๆ
ทั้งสองฝ่ายเลยนั้นแหละ...
เห็นด้วยครับ ผมงงมากๆ ว่าตกลงคนพวกนี้เห็นในหลวงเป็นอะไรไปแล้ว
แม้แต่ตามเว็บบอร์ดก็หยิบคำพูดที่ตัวเองเรียกว่าอีกฝ่ายหมิ่น
ยกกันมาข่มกันบ่อยๆ... ตกลงถ้าคำพูดนั้นมันฟังไม่ลื่นหูจริง
จะยกขึ้นมาทำไมกันบ่อยๆ... ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ทำให้คนที่ปากบอกว่ารักในหลวง
หาความที่รักในหลวงแทบไม่เจอ
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 27 เม.ย. 2006, 17:42 น.
จุ๊ๆๆ อย่าพูดคำว่า "พวกสนธิ" ครับ คนพวกนี้มีไม่มาก
แต่การตลาดของทั้งสองฝ่ายพยายามทำให้คำคำนี้กลายเป็นคำตรงข้ามกับคำว่า "พวกทักษิณ"
พอๆ เดี๋ยวเข้าเรื่องเดิมวนเวียนในอ่างอีก
เชื่อหรือป่าวคับว่าในบอร์ดนี้เองก็มี คนที่เป็น"พวกทักษิณ" และคนที่มองเห็นอีกฝ่ายเป็น"พวกสนธิ"อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
แต่เพราะโดยวัฒนธรรมของบอร์ดนี้ และความเกรงใจของแกนนำบอร์ด ทำให้ความคิดเห็นพวกนั้นถูกกดเอาไว้ไม่สามารถแสดงออกได้มากนัก
เท่าที่ผมสังเกต และทดลองบางอย่างไป ผมเห็นแบบนั้นจริงๆนะ :34:
ผมก็เห็น :42:
จริงๆ ก็แย็บไปหลายทีละ เลยเห็นมาบ้าง
ผมชอบ ประชาธิปัตย์ครับ :11:
อ้างคำพูดจาก: X Saint เมื่อ 30 เม.ย. 2006, 00:15 น.
....
เชื่อหรือป่าวคับว่าในบอร์ดนี้เองก็มี คนที่เป็น"พวกทักษิณ" และคนที่มองเห็นอีกฝ่ายเป็น"พวกสนธิ"อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
แต่เพราะโดยวัฒนธรรมของบอร์ดนี้ และความเกรงใจของแกนนำบอร์ด ทำให้ความคิดเห็นพวกนั้นถูกกดเอาไว้ไม่สามารถแสดงออกได้มากนัก
เท่าที่ผมสังเกต และทดลองบางอย่างไป ผมเห็นแบบนั้นจริงๆนะ :34:
กลัวโดนสาป เลยต้องตามมันไป :23:
อ้างคำพูดจาก: PerspectivE เมื่อ 28 เม.ย. 2006, 18:56 น.
เออ.. ที่จริงน่าไปฉีกมั่ง จะได้โดนตัดสิทธิสัก 5 ปี ไม่ต้องไปเลือกตั้ง สบายดี
เราเป็นคนนึงที่เบื่อการเลือกตั้งมากๆ เด๋วเลือกๆ เจ้านายไม่ได้หยุดงานให้ทุกครั้งที่มีเลือกตั้งนี่นา ก้เลยไม่ได้เลือก
ไปฉีก ไม่ใช่แค่ตัดสิทธิ์ ครับ เตรียมเงินไป 2หมื่นด้วย ค่าประกันตัว อ่อ จ้างทนายด้วยครับ
ป.ล. อ.ไชยยันต์ ก็ต้องสู้คดี ครับ
เท่โครต
ปล. :45:
อ้างอิงพันธมิตรใต้เฮ!ศาลยกฟ้อง "หมอเกรียง-6 ชาวสงขลา" ฉีกบัตรเลือกตั้ง
ศาลสงขลาสั่งยกฟ้องแกนนำพันธมิตรใต้ และ 6 ชาวสงขลา กรณีฉีกบัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 เม.ย. โดยอาศัยผลการเลือกตั้ง 2 เม.ย.ที่กลายเป็นโมฆะ ซึ่งกรณีนี้จะเป็นบรรทัดฐานในการพิจารณาการฉีกบัตรในจังหวัดอื่นๆ ด้วย
.....
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9490000067742
อ้างคำพูดจาก: X11 เมื่อ 23 พ.ค. 2006, 20:15 น.
จะเป็นบรรทัดฐานต้องขึ้นไปถึงศาลฎีกาครับ manager พูดซะเวอร์เชียว
แล้วระบบพิจารณาคดีของศาลไทยไม่ผูกพันกับคำพิพากษาก่อนครับ
จึงมีอยู่บ่อยๆที่เรียกว่าพลิกคำพิพากษา :22:
อ้างคำพูดจาก: อ๊ะ เปลี่ยนชื่อเรียก เมื่อ 23 พ.ค. 2006, 20:36 น.
จะเป็นบรรทัดฐานต้องขึ้นไปถึงศาลฎีกาครับ manager พูดซะเวอร์เชียว
แล้วระบบพิจารณาคดีของศาลไทยไม่ผูกพันกับคำพิพากษาก่อนครับ
จึงมีอยู่บ่อยๆที่เรียกว่าพลิกคำพิพากษา :22:
เคยเรียนในสังคม
ที่อังกฤษหรือไงเนี่ยแหละ จะมีระบบ ถ้าไม่มีบัญญัิติในกม. จะใช้คำพิพากษาจากคดีเก่าๆที่เป็นกรณีเดียวกันมาตัดสิน
เรียกว่า จารีตๆ อะไรปะ?
อ้างคำพูดจาก: หนูหรั่ง เมื่อ 23 พ.ค. 2006, 20:44 น.
เคยเรียนในสังคม
ที่อังกฤษหรือไงเนี่ยแหละ จะมีระบบ ถ้าไม่มีบัญญัิติในกม. จะใช้คำพิพากษาจากคดีเก่าๆที่เป็นกรณีเดียวกันมาตัดสิน
เรียกว่า จารีตๆ อะไรปะ?
เรียกว่าระบบ common law ใช้กฎหมายจารีตประเพณี การคำพิพากษามีผลผูกพันกับคดีต่อๆมาที่มีลักษณะเดียวกัน วิธีการสู้คดีของเขาคือชี้ว่ากรณีนี้มันเหมือน หรือไม่เหมือนในอดีตยังไง ถ้าเหมือนก็ต้องตัดสินตามอดีต ถ้าไม่เหมือนก็ต้องสู้คดีสร้างบรรทัดฐานใหม่
ระบบ common law มีในประเทศอังกฤษ อเมริกา อาณานิคมของสองประเทศนี้ ความแตกต่างระหว่างระบบ common law กับที่ใช้ในประเทศไทย (Civil law) ยังมีอีกหลายประการ
แต่ Civil law ก็มีคำพิพากษาบรรทัดฐานเหมือนกันครับ ม.4 ประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์มีบอกไว้เรียบร้อยว่าเราจะใช้ลำดับกฎหมายขั้นใดบ้างครับ จารีตประเพณี คำพิพากษาที่เป็นบรรทัดฐานก็มีอนุญาติให้ใช้เช่นกันครับ แต่เป็นลำดับท้ายๆรองจากกฎหมายลายลักษณ์อักษรครับ