พอดีตอนนี้คงใกล้ๆ เที่ยงที่เมืองไทยสินะ
ถ้างั้นประเดิมกันด้วยติ๋มซำร้อนๆ กันดีกว่า
ร้านนี้มีชื่อว่า ร้านราชวงศ์จีน
มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องติ๋มซำมานาน
รวมถึงอาหารจีน ที่ทำจากวัตถุดิบชั้นเลิศด้วย
(http://img3.f0nt.com/05/12d95eb8b79993b67e739212cd738839.jpg)
:05: :05: :05: :05: กรี้ดดด เจอเมนูโหดแน่ๆ
ติ๋มซำเวลากิน เขาว่ากันว่า
เราควรจะเริ่มจากของทอดก่อน
เพราะถ้าเริ่มจากของนึ่งแล้วตามด้วยของทอด
มันจะทำให้เลี่ยน
ตูก็ไม่รู้หรอกว่าจริงหรือเปล่า
อะไรมาก่อนตูก็ซัดก่อนแหละ :30:
เริ่มต้นด้วย เกี๊ยวสอดไส้กุ้งทอด กับสลัดครีมผลไม้
(http://img3.f0nt.com/05/41a59a6fba8484e0ad2048afc080df94.jpg)
เกี๊ยวทอดชิ้นโตห่อเหมือนฮะเก๋า
ทอดด้วยความร้อนพอเหมาะ
จนกลายเป็นสีเหลืองทองกรอบนอกนุ่มใน
ข้างในสอดใส้ด้วยกุ้งสับปรุงรส
จิ้มกับสลัดครีมผลไม้หอมหวาน
ตัดความเลี่ยนและเพิ่มรสชาติเกี๊ยวสอดไส้กุ้งให้กลมกล่อม
(http://img3.f0nt.com/05/ac65562075276d1b02891f5e3a59d49c.jpg)
:04: :04: :04:
จานต่อมาเป็น ขนมผักกาดทอด
ซึ่งตูก็งงมาตลอดว่าขนมผักกาดบ้านเรา
มันทำจากหัวไชเท้านี่นา
แล้วทำไมถึงเรียกว่าขนมผักกาดกัน :09:
เข้าใจว่าเราไปแปลมาจากภาษาอังกฤษที่เขาเขียนว่า Turnip
แต่ทีนี้บ้านเราดันไปเอาหัวไชเท้ามาทำกัน(ภาษาอังกฤษจะเรียก Radish)
เพราะว่าหน้าตามันเหมือนหัวผักกาด ขาวๆ เหมือนกัน
แต่หัวผักกาดจะไม่มีกลิ่นเหมือนหัวไชเท้า
ขนมผักกาดบ้านเราปกติ
จะทอดข้างนอกเกรียมๆ
แล้วเอามาผัดกับถั่วงอกกุยช่าย
แต่ขนมผักกาดร้านนี้ เป็นต้นตำรับจากเมืองจีน
จะแตกต่างจากที่เราเห็นกันในเมืองไทย
เพราะทำจากหัวผักกาดขาว(White Turnip)
ผสมแป้ง ปรุงรส และเพิ่มแฮมจากยูนนานเพิ่มความหอม
ทำให้ไม่มีกลิ่นของหัวไชเท้า
เนื้อของขนมผักกาดจะนุ่มกว่าของบ้านเราเยอะ แต่ไม่เละ
คล้ายๆ กับเต้าหู้ขาว แต่รสชาติจะหวานด้วยหัวผักกาด
และเค็มจากแฮมยูนนานที่ช่วยเพิ่มกลิ่นหอมด้วย
(http://img3.f0nt.com/05/3384c2fdd9b126e4964accda8cf6ee14.jpg)
จานต่อมาเป็นจานเด็ด
นั่นคือก๋วยเตี๋ยวหลอดไส้กุ้ง
แป้งบางๆ นึ่งร้อนๆ ห่อด้วยกุ้งสดๆ หวานเด้งในปาก
ทำให้ไม่มีกลิ่นน้ำมันที่เหม็นหืน
เหมือนก๋วยเตี๋ยวหลอดบ้านเรา
ที่เด็ดนั้นคือ น้ำซอสที่อยู่ในจานนี่แหละ
รสชาติอร่อยเด็ดมากๆ
เทียบเคียงได้กับน้ำซอสราดเป็ดร้านสี่ฤดูอันลือลั่น
แต่ซอสก๋วยเตี๋ยวหลอดนี้ จะมีกลิ่นขิงอ่อนๆ กลมกล่อม
หวานเค็มกำลังดี
(http://img3.f0nt.com/05/1952558ca755df9764e71d4931569d4b.jpg)
จานต่อมาก็เป็น ฮะเก๋า
ซึ่งต่างจากร้านทั่วๆ ไปที่เราเคยกินกันในเมืองไทย
เพราะแป้งจะบางใสจนเห็นไส้กุ้งปรุงรสอย่างดีที่อยู่ข้างใน
รวมถึงชิ้นโตกว่าบ้านเราเยอะ
สังเกตดูดีๆ ว่าแค่สามชิ้นก็เต็มเข่งแล้ว
เรียกว่าไม่สามารถใส่ปากเคี้ยวทั้งชิ้นในคำเดียวได้
(http://img3.f0nt.com/05/603916c72ed9d745f97a24458a120bf0.jpg)
ตายเลยทีนี้ น่ากินมากเลย :05:
เตี๋ยวหลอดไส้กุ้งวู้วววว :05a:
จานต่อมาเป็น ขนมจีบไส้หอยเชลล์กับกุยช่าย
ใช้หอยเชลล์ตัวเบ้งๆ ปรุงรส ผสมกับกุยช่ายสับ
ห่อด้วยแป้งบางๆ ใสๆ นุ่มเหนียว
หอยเชลล์หวานเด้งมาก
ปรุงรสแล้วนึ่งกับกุยช่าย
ทำให้เวลาเคี้ยว กลิ่นหอมของหอยเชลล์
จะฟุ้งในปาก พร้อมกับรสชาติแสนอร่อย
(http://img3.f0nt.com/05/3626f92b730560d3167bf27fb3a5b7d8.jpg)
จานต่อมา เป็นซาลาเปาไส้หมูแดง
ปกติตูไม่ค่อยชอบกินซาลาเปาเท่าไหร่
แต่ซาลาเปาร้านนี้ แป้งนุ่มนวลชวนฝันมากๆ
แป้งนุ่มๆ ร้อนๆ หอมๆ กับไส้หมูแดงรสชาติดี
ที่แทบจะทะลักออกมาข้างนอก
(http://img3.f0nt.com/05/3810beca638a256ff7581c829eaa7ae2.jpg)
ใครไปเอาส้มตำปูปลาร้ามาทีซิ :07:
มาร้านจีน ก็ควรจะกินผัดผักบ้าง
ผัดผักในร้านจีน ถือว่าเป็นวิธีการผัดที่ทำให้ผักอร่อยที่สุด
จากการโดนความร้อนสูงๆ น้ำมันร้อนๆ ผัดให้ไฟลุกอย่างรวดเร็ว
ทำให้ผักคงสภาพสีสันเหมือนเดิม
และยังเก็บรสชาติความอร่อยไว้ภายในได้
จานนี้เป็นยอดถั่วหวานผัดกระเทียม
ผัดด้วยความร้อนสูง น้ำมันกระเทียม
จะถูกดูดซึมเข้าไปอยู่ในยอดผัก
ผสมกับความสดของยอดถั่วหวานและเห็ดฟาง
ทำให้เกิดรสสัมผัสที่ห้าที่หอมอร่อยจนแทบหยุดไม่ได้
(http://img3.f0nt.com/05/a34f0b41eb49f8fa50636c56075fe29c.jpg)
เอาผัดผักกระเฉดม้าาาาาาาา :07:
ให้นึกภาพตาณตกำลังใช้เสียงทุ้มนุ่นแนะนำติ่มซำ ไม่สนใจมีตูที่โวยวายอยู่เป็นแบ๊กกราวด์ :30:)
ขนาดจานเสริ์ฟยังหัวมังกรเลย :05:
อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 05 เม.ย. 2011, 12:17 น.
ขนาดจานเสริ์ฟยังหัวมังกรเลย :05:
ร้านนี้มันเป็นร้านหรูประมาณนึงครับ เมื่อก่อนช่วงอังกฤษเศรษฐกิจดีๆ
ร้านจะยุ่งมากๆ มักจะต้องจองก่อนถึงจะมากินได้(นี่มื้อกลางวันนะ)
ทั้งๆ ที่ราคาแพงกว่า ร้านจีนทั่วๆ ไปพอสมควร
ช่วงหลังเศรษฐกิจไม่ดี คนมากินน้อยลง
ตอนนี้เด็กเสิร์ฟ ก็จะบริการดีขึ้นอย่างเยอะมาก
เข้ามาพูดคุย แนะนำ เป็นอย่างดี
อ้างคำพูดจาก: นายร่มไทร เมื่อ 05 เม.ย. 2011, 12:16 น.
เอาผัดผักกระเฉดม้าาาาาาาา :07:
ให้นึกภาพตาณตกำลังใช้เสียงทุ้มนุ่นแนะนำติ่มซำ ไม่สนใจมีตูที่โวยวายอยู่เป็นแบ๊กกราวด์ :30:)
:30: :30: :30:
แต่ผักจานเมื้อกี้กับผักกระเฉด
ตูเลือกผักจานเมื้อกี้จริงๆ นะ
มันอร่อยจนแทบน้ำตาไหลจริงๆ :25: :25:
ตบท้ายมื้อนี้ด้วยชามะลิหอมๆ
แค่นี้มื้อกลางวันอันแสนอร่อย
ก็ทำให้เรามีความสุขไปได้ตลอดวันแล้ว :52:
(http://img3.f0nt.com/05/552d9b14e8ffa5d8f2f5844914504d3a.jpg)
เกินไปแล้วนะ :07:
จู๋อันตรายอีกจู๋ แถมยังบรรยายอาหารด้วยสำนวนระดับเชฟอีก :5405:
บรรยายเว่อร์นักเดี๋ยวตามลบให้เยอะๆ ที่สุดในจักรวาลเลย :0705:
โอ้ว นี่แค่มื้อเดียวนะ :05:
:04: :04: :04: โฮกกกก
โอ้ว แถวไหนของพัตนีย์ครับเนี่ย
อันนี้คนละสายกะไอ้ปิงป่ะคะ :30:
ทีคนนี้บรรยายเวอร์มะเห็นมีใครแซวเลย :30:
ก๋วยเตี๋ยวหลอดกุ้งน่ากินมั่กๆ :07:
หอยเชลล์ตัวเบ้ง :53: :05:
อ้างคำพูดจาก: นายร่มไทร เมื่อ 05 เม.ย. 2011, 12:16 น.
ให้นึกภาพตาณตกำลังใช้เสียงทุ้มนุ่นแนะนำติ่มซำ ไม่สนใจมีตูที่โวยวายอยู่เป็นแบ๊กกราวด์ :30:)
ตอนอ่านเห็นภาพแบบนี้เด๊ะเลย :30:
แล้วอ่านมาเจอพี่ร่มบรรยายพอดี
อ้างคำพูดจาก: กาปุก@f00d.tv เมื่อ 05 เม.ย. 2011, 22:02 น.
ทีคนนี้บรรยายเวอร์มะเห็นมีใครแซวเลย :30:
ก๋วยเตี๋ยวหลอดกุ้งน่ากินมั่กๆ :07:
โวยวายเหรอ เดี๋ยวโดนลบหรอก :07:
ที่นี่ไม่มีให้หรอกนะ ความยุติธรรมน่ะ
เราเลือกปฏิบัติชัดเจน จริงจัง :30:
หมาสามหัวธิปไตย :05:
คงจะมีแต่พี่ร่มสินะที่เข้าใจเรา :05:
:30: :30:
กรี๊ดดด ทำไมน่ากินอย่างนี้ หากินเมืองไทยอร่อยๆไม่ได้เลยติ่มซำเนี่ย :05: :05: :05:
อ้างคำพูดจาก: นายร่มไทร เมื่อ 06 เม.ย. 2011, 06:06 น.
หมาสามหัวธิปไตย :05:
อยากโดนอีกคนเหรอ :07:
โชว์อะดูดไม่ได้อยู่ในห้องชวนชิมนี่นะ
ไม่งั้นตูจะปักหมุดให้เลย :39b:
(คนมันบ้าอำนาจ)
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 05 เม.ย. 2011, 14:37 น.
โอ้ว แถวไหนของพัตนีย์ครับเนี่ย
อยู่ในซอยตรงข้ามสถานีรถไฟ(บนดิน)พัตนีย์เลยครับ
อ้างคำพูดจาก: กาปุก@f00d.tv เมื่อ 05 เม.ย. 2011, 22:02 น.
ทีคนนี้บรรยายเวอร์มะเห็นมีใครแซวเลย :30:
ก๋วยเตี๋ยวหลอดกุ้งน่ากินมั่กๆ :07:
ตูไม่ได้บรรยายเวอร์นะ :05:
แค่บรรยายตามความเป็นจริง :52:
ลองเปรียบเทียบกับอีกร้านนึงก็ได้
ร้านนี้มีชื่อว่าร้านสวนหยก อยู่ในไชน่าทาวน์
ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องของติ๋มซำนานาชนิดหลากหลายมาก
อีกอย่างร้านนี้เป็นฉากในนิยายเรื่อง
ลอนดอนกับความลับในรอยจูบ
ของอนุสรณ์ ติปยานนท์(พี่อาจารย์ต้น)
ตอนที่มาเรียนต่อด้านสถาปัตย์ที่อังกฤษ
แล้วแกมาทำงานในครัวร้านนี้
เราก็คงต้องเริ่มต้นด้วยของทอดก่อนตามเคย
(http://img3.f0nt.com/07/672cd4ebe11b8f9dd7601efb2a11a0fa.jpg)
เป็นปอเปี๊ยะฟองเต้าหู้ไส้กุ้งปรุงรส
ข้อดีของฟองเต้าหู้คือ ความชุ่มฉ่ำของไส้ที่อยู่ข้างใน
จะถูกกักเก็บไว้ ไม่ละลายออกไปไหน
พวกปอเปี๊ยะที่กัดแล้วไส้เป็นน้ำซุปทะลัก
ก็ต้องใช้ฟองเต้าหู้ห่อก่อนแล้วค่อยใช้แป้งปอเปี๊ยะห่ออีกชั้น
แต่จานนี้ใช้ฟองเต้าหู้ล้วนๆ ทำให้ฟองเต้าหู้กรอบนอก
และไส้ข้างในชุ่มฉ่ำด้วยรสของกุ้งปรุงรสร้อนๆ
ที่เด้งหนุบหนับอยู่ข้างใน
จานต่อมาเป็นขนมกุยช่ายไส้กุ้ง
(http://img3.f0nt.com/07/541e430d596905e0882812a5a3d71a17.jpg)
จานนี้อาจจะดูธรรมดา
แต่ไส้ที่มีเนื้อกุ้งมากกว่ากุยช่าย
ผสมผสานลงตัวกับแห้วหวานกรอบ
ทอดบนกระทะเหล็กมาร้อนๆ
จานต่อมาเป็นอาหารเวียดนาม
สั่งมาแก้อยาก นั่นคือกุ้งพันอ้อย
ปกติกุ้งพันอ้อยจะให้อร่อยต้องเอาไปย่าง
แต่ร้านนี้เอาไปทอด ก็ให้อารมณ์เหมือนกินทอดมันกุ้งห่ออ้อยแทน
(http://img3.f0nt.com/07/ed1ca4e16f34cf24f0291468964367c4.jpg)
อีกจานก็เป็นจานพื้นๆ ครับ
นั่นคือขนมจีบกุ้ง แต่งหน้าด้วยไข่กุ้ง
(http://img3.f0nt.com/07/d7828f999f227b9ae8624a01bb5ad807.jpg)
ชอบขนมจีบกุ้ง :53:
ส่วนกุ้งพันอ้อย แถวนี้ทอดหมดเลย :30:
จานนี้เป็นจานเด็ดครับ
นั่นคือ ขนมจีบหยกเนื้อปูและหูฉลาม
(http://img3.f0nt.com/07/5b8891326a8e22e0f7a989f75d614303.jpg)
เนื้อปูหวานผสมผสานกับหูฉลาม
ที่เวลาเคี้ยวจะหนุบหนับหอมยาจีน
จานต่อไปเป็นชังไห่เสี่ยวหลงเปาไส้ไข่ปลา
(http://img3.f0nt.com/07/6cf55224d4c4d98d5ef58422a8d92b67.jpg)
ติ๋มซำสไตล์เซี่ยงไฮ้มักจะสอดไส้น้ำซุป
จานนี้ก็เช่นกัน กัดปุ๊บน้ำซุปร้อนๆ หอมๆ ทะลักทั่วปาก
เคี้ยวพร้อมไปกับไส้ไข่ปลา กุ้งและหมูสับ
อร่อยจนน้ำตาไหล(เพราะร้อน :05: )
:05: :05: :05:
กิน jet garden ที่ไทยก็ได้ :05:
อ้างคำพูดจาก: พลัม เมื่อ 07 เม.ย. 2011, 15:33 น.
:05: :05: :05:
กิน jet garden ที่ไทยก็ได้ :05:
ไปอาซ้อหูฉลามโลดเลยพลัม ติ๋มซำเมพที่สุดในสามโลก :07:
โอยยย :05:
ไปเซ่เว่น กินขนมจีบก็ได้ฟระ :05:
ร้านสวนหยกยังไม่จบ
มาต่อกันด้วยฮะเก๋า
อันนี้ธรรมดาๆ สู้ร้านราชวงศ์จีนไม่ไ้ด้
ลูกเล็กกว่าด้วย
(http://img3.f0nt.com/08/d0b8774db16a0d7663d85143bf5ad27c.jpg)
ต่อด้วยขนมจีบหอยเชลล์
ข้างในยัดไส้กุ้งหมูด้วย
(http://img3.f0nt.com/08/67bfbcca38d3949043878542ba7f1cb7.jpg)
ต่อด้วยก๋วยเตี๋ยวหลอดกุ้ง
อร่อยก็จริง แต่ก็สู้ร้านราชวงศ์จีนไม่ได้
(http://img3.f0nt.com/08/e6e9cbab65e4316164b76da932173a59.jpg)
ปิดท้ายด้วยซาลาเปาไส้หมูแดง
ไส้หมูแดงมีกลิ่นหอมของการย่างด้วยถ่านไม้
ก่อนเอามาผัดกับซอส แล้วยัดไส้ซาลาเปานุ่มนวลชวนฝัน
(http://img3.f0nt.com/08/22a919fba72822066bc2fcfe40eea78a.jpg)
ราชวงศ์จีนอะไรนั่น เซ็ทนั้นหมดไปกี่บาทไทยอ่ะป๋าณต :44:
มื้อนั้นตกสองพันบาทได้มั๊ง ถ้าิคิดจากค่าเงินตอนนี้
แต่ถ้าสมัยก่อนค่าเงินปอนด์สูงกว่านี้ ก็ราวๆ สามพันบาท
เวลาไปกินติ๋มซำจะดีมาก ถ้าไปกินกันหลายคน
ช่วยกันหารเฉลี่ย จะได้กินหลายอย่างเพิ่มขึ้น
แล้วราคาต่อหัวจะถูกลง
แต่ราคาอาหารกินข้าวนอกบ้านก็งี้แหละ
เพราะค่าครองชีพโดยเฉพาะค่าอาหาร
เขาสูงกว่าบ้านเราหลายเท่า
แค่แซนด์วิชง่อยๆ กากๆ ก็ราคาเป็นร้อยบาทแล้ว
แมคโดนัลด์บิ๊กแมคเซ็ท ก็สองร้อยบาท
ไว้ถ้ามีโอกาสไปลันดั้น ไปกินกันนะ :51:
ถ้าป๋าณตว่าง พาไปกินด้วยนะฮ้า :54: :54:
อันนี้ใช่ร้านที่พี่ณตเคยพาผมไปกินหรือเปล่าครับเนี่ย
หน้าตาคุ้นๆ
ส่วนร้านตรงสถานีพัตนีย์ นึกไม่ออกเลย
จะว่าไปเคยทำร้านจีนอีก 2 ที่คือไอ้ Bayee ตรงวิมเบิลดั้น
และมิสเตอร์วิง เอิร์ลสคอร์ต ผมว่าไอ้ Bayee นี่หรูพอดูเลยนะ อาหารหร่อยมาก(จากที่เอาของเหลือๆมากินบ่อยๆ)
มีนักเทนนิสดังๆมากินเต็มเลย วันที่ผมไปทำครั้งนึง มีชาราโปว่ามากินด้วย
ไม่ต้องถามนะครับว่าเจอไหม เขวี้ยงจานอยู่ในครัวอยู่ :08:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 10 เม.ย. 2011, 17:23 น.
อันนี้ใช่ร้านที่พี่ณตเคยพาผมไปกินหรือเปล่าครับเนี่ย
หน้าตาคุ้นๆ
ใช่แล้ว ร้านสวนหยกนี่แหละ
ตอนนั้นรู้สึกว่าจะพาตาตั้มไปกิินหรือเปล่า
ช่วงนี้อากาศดีน่ะครับ วันก่อนไปเดินเล่นริมแม่น้ำเทมส์
รู้สึกหิวนิดๆ เลยแวะเข้าร้าน Zizzi
เป็นร้านอาหารอิตาเลียน ที่เป็นแฟรนไชส์ชื่อดังของที่นี่
ก็สั่งอันทิพาสติ(Antipasti) หรืออาหารเรียกน้ำย่อย มากินเล่นแกล้มไวน์
เริ่มจากบอร์ดรวมขนมปังอิตาเลียนกันก่อน
(http://img3.f0nt.com/27/ea1f81189f4deb5f8db283daa0ebaae9.jpg)
บนบอร์ดก็จะประกอบไปด้วย
ขนมปัง Altamura ที่เป็นชื่อเมืองเก่าแก่แห่งนึงในอิตาลี,
dough sticks และขนมปังไส้มะกอกดำ
อบมาใหม่ๆ สดๆ หอมกรุ่น นุ่มเหนียว
จิ้มกับน้ำมันมะกอกแบบบริสุทธิ์เป็นพิเศษ(extra virgin)
เนื่องจากไม่อยากกินอะไรหนักๆ
เลยเลือก อันทิพาสโต ซิซิเลียโน(Antipasto Siciliano) ที่เป็น Vegetarian
(http://img3.f0nt.com/27/bb986fe33ba2601081f62c1253b28887.jpg)
ก็จะประกอบไปด้วย Dough Stick
อาร์ติโช้ก พริกหวานอบ มะเขือเทศ มะกอกรวม
มะเขือโอเบอร์จีนอบ และชีส ฟิออร์ ดิ ลาเต้ มอสซาเรลล่า (Fior di latte Mozzarella)
พริกหวานกับมะเขืออบ หอมหวานชุ่มฉ่ำมากๆ
อาร์ติโช้กก็กรอบหอมอร่อย มะเขือเทศก็ให้ความสดชื่นได้เป็นอย่างดี
ชีส ฟิออร์ดิลาเต้ มอสซาเรลล่า ก็นุ่มมัน
ปกติชีส มอสซาเรลล่าจะทำจากนมกระบือ(ควายนั่นแหละ)
แต่ถ้าเป็น ฟิออร์ดิลาเต้ จะทำจากนมวัว
ชีสมอสซาเรลลา มาจากรากศัพท์ของอิตาเลียน
คำว่า mozzare แปลว่า ตัด
ซึ่งการทำชีสมอสซาเรลลานั้น
จะทำโดยการเอานมมาปั่นแล้วก็ตัดนั่นเอง
น่ากินมาก :25:
แต่คงแพงน่าดู
จานสุดท้ายก็หาอะไรเป็นเนื้อเป็นหนังบ้าง
แต่ก็เน้นที่จานเบาๆ เลยเลือก
อินซาลาต้า คาเชียโตเร่(INSALATA CACCIATORE)
(http://img3.f0nt.com/27/cea7d9613a547d1079c9e4d38a810a13.jpg)
จานนี้ก็คือสลัดเป็ดนั่นเอง
ทำจาก เป็ด ที่ทำแบบกองฟิต์(confit)
ซึ่งเป็นวิธีการปรุงและถนอมอาหารที่เก่าแก่ที่สุดในโลกแบบนึง
นั่นคือการเอาเป็ดมาปรุงรสด้วยเกลือและเครื่องเทศ
หลังจากนั้นก็ทำให้สุกอย่างช้าๆ ด้วยน้ำมันจากตัวเป็ด แล้วทำให้เย็น
เป็ดจะนุ่มและหอมเครื่องเทศเวลาเคี้ยว
กินกับผักสลัดและถั่วเลนทิลที่ต้มได้กำลังพอดี
ไม่เละและไม่แข็งจนเกินไป
โรยด้วยชีส Grana Padano ฝานบางๆ
เหยาะด้วยน้ำส้มสายชูบัลซามิคและน้ำมันมะกอก
ชีส กรานา ปาดาโน เป็นชีสแบบแข็งชนิดแรกๆ ของโลก
มีความหอมมัน และพื้นผิวที่ขรุขระเล็กน้อย
(เขาเลยเรียกว่า Grana มาจากคำว่า Grain)
ป๋าณตนี่รู้ลึกรู้จริงอ่ะ :25: ชอบอ่านมากๆ
น่ากินชิบเป๋ง ไม่รู้จะกินที่ไหน จะมีปัญญาไปกินมั้ย :05:
สุดเขต :5405:
อ้างคำพูดจาก: นายร่มไทร เมื่อ 27 เม.ย. 2011, 23:48 น.
น่ากินชิบเป๋ง ไม่รู้จะกินที่ไหน จะมีปัญญาไปกินมั้ย :05:
ผมว่าร้านอาหารอิตาเลียนเมืองไทยที่มีอยู่ดาษดื่นทั่วทุกหัวระแหง
น่าจะมีนะลุง ร้านถูกๆ ก็มี โคตรแพงกว่าแถวนี้ก็มี :05:
วันนี้เรามาเปลี่ยนเป็นอาหาร British Contemporary
หรืออาหารอังกฤษร่วมสมัย ซึ่งจริงๆ แล้วก็คืออาหารฝรั่งเศสนั่นแหละ
(อาหารอังกฤษแท้ๆ จริงๆ มีอยู่ไม่กี่อย่าง ที่รู้จักกันก็ ฟิชแอนด์ชิบ
หรือ พายเนื้อแกะ ที่รสชาติก็งั้นๆ)
ชื่อร้านคือ Charlotte's Bistro
ร้านนี้เป็นร้านกึ่งคาเฟ่ หรือที่เราเรียกกันว่าบิสโทร (Bistro)
ที่จะเน้นบรรยากาศเป็นกันเองไม่เสิร์ฟแบบมีพิธีรีตรอง
เป็นทางการเหมือนร้านอาหารหรูๆ (Fine Dining)
แต่เนื่องจากร้านนี้เป็นสาขาของอีกร้านนึง
ที่เป็น Fine Dining พนักงานเลยเสิร์ฟค่อนข้างดีมาก
(http://img3.f0nt.com/03/0979752042df2a0e654132c7375642d3.jpg)
เริ่มจาก Bread Board กันก่อน
ขนมปังอบใหม่ๆ ใช้วันต่อวัน
(http://img3.f0nt.com/03/fb5af59b3f8880902ce220f78d98f9c8.jpg)
ตามมาด้วย Chicken Liver Parfait หรือตับไก่บด
คำว่า พาร์เฟต์(Parfait) ในภาษาฝรั่งเศสก็คือ Perfect
ปกติจะใช้กับของแช่เย็นหรือขนมนั่นเอง
แต่จานนี้ ตับไก่บดมานุ่มนวลอย่างกับมูสช็อคโกแลต
ราดซอสที่ทำมาจากแอปเปิลและองุ่นรสชาติออกหวานอมเปรี้ยว
กินกับ ขนมปัง Brioche ที่ชุ่มด้วยเนยและไข่ ปิ้งมาหอมๆ
(http://img3.f0nt.com/03/14aee16ad39f74902c25e24649ae5b63.jpg)
อีกจานเป็น Lightly Smoked Salmon Mi-cuit
หรือ แซลมอนรมควันแบบเบาๆ ทำให้สุกเล็กน้อยด้วยวิธี มิกุย (Mi-Cuit)
ซึ่งจะคล้ายๆ กับวิธีการทำให้สุกแบบ ซูหวีด(Sous-Vide)
แต่ซูหวีดจะสุกมากกว่าและใช้ถุงสูญญากาศ
มิกุยเป็นการทำให้เนื้อปลาสุกอย่างช้าๆ ด้วยอุณหภูมิที่ไม่สูงมาก
วิธีการทำคือเอาเนื้อปลาไปแช่ในอ่างน้ำร้อนหรือน้ำมัน
ตามอุณหภูมิและเวลาที่กำหนด
(เวลาและอุณหภูมิจะขึ้นอยู่กับขนาดและชนิดของเนื้อสัตว์)
การทำแบบนี้จะคงรูปลักษณ์และพื้นผิว(Texture)ของเนื้อปลาเอาไว้
ทำให้ดูสวยใสเต่งตึงไม่เละนั่นเอง
(http://img3.f0nt.com/04/3d2d07fb2ef48a09a48bd9269e441a83.jpg)
ปลาแซลมอนหอมหวานแทบละลายในปาก
กินพร้อมๆ กับ ไข่ปลาคาเวียร์
แกล้มกับบีทรูท แตงดอง และซอสมะนาว
ซึ่งจะตัดกลิ่นคาวออกไปจนหมด
แกล้มกับ โรเซ่ไวน์จากแคว้นลองกูดอค
(http://img3.f0nt.com/04/bbc9c6c44241954a216dbb72f682e744.jpg)
ขอตัวไปดูบอลก่อนนะ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาต่อด้วยเมนคอร์สและของหวาน :54:
กรี๊ดดดด ขนาดเรียกน้ำย่อยยังเชือดเฉือนกันขนาดนี้ :07a:
:5405:
มาต่อกันด้วยอาหารจานหลัก
ิเริ่มจาก Scotch Bavette Steak
ิBavette เป็นเนื้อส่วนท้อง ซึ่งปกติจะเหนียวกว่าส่วนอื่น
ดังนั้นการทำ Bavette ส่วนใหญ่จะต้องใช้วิธีตุ๋นเวลานานๆ เนื้อจึงจะนุ่ม
แต่ร้านนี้เอามาทำเป็นสเต็ค จึงต้องแล่ให้ดี
หลังจากนั้นจึงทุบให้นุ่มและหมักกับเครื่องเทศ
(http://img3.f0nt.com/04/56be92367ab605cc1cd009fcc5373251.jpg)
เนื้อหมักและทุบจนนุ่มลิ้น
หอมเครื่องเทศที่ใช้หมัก ออกรสหวานนิดๆ
(http://img3.f0nt.com/04/eaba80db04785e92607e8db14272be11.jpg)
กินแกล้มกับมันฝรั่งจิ้มกับบียาเนสซอสหอมครีมมันๆ
(http://img3.f0nt.com/04/bb7387cd410d0517d61d23e37aaf26b8.jpg)
จานต่อมาเป็น Pan Fried Mackerel ทรัฟเฟิลริซอตโต้กับถั่วปากอ้า
ปลาแมคเคอเรลทอดบนกระทะจนหนังกรอบหอม
วางมาบนข้าวริซอตโต้ที่ชุ่มด้วยครีม
และหอมกลิ่นของเห็ดทรัฟเฟิล
นุ่มละมุนลิ้นทุกคำกลืน
ตัดรสด้วยชีสแข็งหอมกลิ่นลูกแพร์อย่าง
คอมเต็กซ์ทราวูยซ์ (Comté Extra Vieux)
(http://img3.f0nt.com/04/bf8c01228e0bca058751b57b8e6494cf.jpg)
ดูกันใกล้ๆ อีกนิด
(http://img3.f0nt.com/04/9cf3929bc90ae2cf17131784471d6178.jpg)
ชอบสองเซ็ทแรก น่าลิ้มลองมากๆ :53:
อาหารลิฉุยกุยกีเลอคาบูซิเยอะไรวะนั่น :3005:
พี่ร่มทำลายความสุนทรีย์หมดเลย :30:
:30: :30: :30:
ลิฉุยกุยกีนี่มันชื่อขันทีกังฉินในประวัติศาสตร์จีนแล้วหรือเปล่า :30: :30:
มาต่อกันด้วยของหวานเลย
ิเริ่มจาก พานาค็อตต้า ที่ทำจากช็อคโกแล็ตขาว
แต่งจานด้วย Blackberry และอัลมอนด์ตุยเล่(Tuile)
หรือบิสกิตแบบบางๆ รสอัลมอนด์
(http://img3.f0nt.com/04/d455491dc71eaf9d926fe979c49e915c.jpg)
ต่อมาเป็น เค้กมาร์คีส์รสน้ำผึ้งกับช็อคโกแลตขม
แต่งหน้าด้วย Praline ถั่ว (รสจะคล้ายๆ ถั่วตัดบ้านเรา แต่อันนี้จะบดถั่วจนเนียนและชิ้นจะบางกว่า)
กับไอศครีม ชาเอิร์ลเกรย์(รสครีมหอมกลิ่นเปลือกส้ม)
(http://img3.f0nt.com/04/a721e18cc1389ce3910b2ec7e3ec4ba3.jpg)
ดูกันใกล้ๆ
(http://img3.f0nt.com/04/98990bb9b78fadab71c1bc4a1a2d16f7.jpg)
:54:
ยังจะมาทุงยาบาเล่เมาคลีพาลาดินอะไรอี๊กกก :3005:
:54:
เจอติ่มซำหน้าแรกก็ตายแล้ว หน้าหลังๆเลยอ่านข้ามๆ :30:
น่ากินมาก :05: :05: :05: :05: :05: :05:
เข้ามาดูก่อนออกไปหาอะไรกิน แสบท้องไปหมดแล้ว :5405:
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 04 พ.ค. 2011, 04:54 น.
จานต่อมาเป็น Pan Fried Mackerel ทรัฟเฟิลริซอตโต้กับถั่วปากอ้า
ปลาแมคเคอเรลทอดบนกระทะจนหนังกรอบหอม
วางมาบนข้าวริซอตโต้ที่ชุ่มด้วยครีม
และหอมกลิ่นของเห็ดทรัฟเฟิล
นุ่มละมุนลิ้นทุกคำกลืน
ตัดรสด้วยชีสแข็งหอมกลิ่นลูกแพร์อย่าง
คอมเต็กซ์ทราวูยซ์ (Comté Extra Vieux)
(http://img3.f0nt.com/04/bf8c01228e0bca058751b57b8e6494cf.jpg)
ดูกันใกล้ๆ อีกนิด
(http://img3.f0nt.com/04/9cf3929bc90ae2cf17131784471d6178.jpg)
จะบอกว่าช่วงนี้อยากกินรีซอตโต้อร่อยๆมากครับ หากินไม่ค่อยได้เลย ร้านอาหารอิตาลีที่นี่ไม่ค่อยนิยมเมนูนี้
อ้างคำพูดจาก: Ping เมื่อ 08 พ.ค. 2011, 00:19 น.
จะบอกว่าช่วงนี้อยากกินรีซอตโต้อร่อยๆมากครับ หากินไม่ค่อยได้เลย ร้านอาหารอิตาลีที่นี่ไม่ค่อยนิยมเมนูนี้
ริซอตโต้ที่เมืองไทยหายากจริงครับ ส่วนใหญ่จะเละเกิน
อาจจะเป็นเพราะถ้าใครไม่เคยกินจะคิดว่ามันดิบ
ร้านก็เลยทำให้มันสุกมากขึ้นหรือเปล่าก็ไม่รู้
เดี๋ยวเดือนหน้ากลับไปเมืองไทย
จะถามพี่เขยให้ว่าร้านไหนอร่อย(แกเป็นอิตาเลียน)
มาแนะนำร้านอาหาร อิตาลีร้านหนึ่ง ชื่อ calderazzo อยู่แถวหลังสวนหรูหรา อาลาเร่มาก เมนูจะมีไม่กี่อย่าง จริงๆแล้วเจ้าของร้านจะเดินมาถามเลยละว่า ชอบทานอะไรลองแบบนี้ไหมทานคู่กับไวน์อะไร ชอบแบบสุกๆดิบๆไหม ทานปลากระพงแดงดูไหมวันนี้พึ่งได้มาสดๆเลย เจ้าของร้านเป็นฝรั่งมาจากอิตาลีแท้ๆเลย เค้าบอกว่าบ้านเค้าทำร้านอาหารมาไม่รู้กี่ชั่วรุ่นแล้ว ที่รู้เพราะเคยทำเว็บให้เค้า ลองเข้าไปดูครับ www.calderazzobangkok.com (http://www.calderazzobangkok.com)
กรี๊ดดด น่ากินมาก ราคาล่ะ :25: :25:
สำหรับผมนะ กินแล้วเป็นห่วงสวัสดิภาพของเงินในกระเป๋านิดหน่อยพี่ :58: ประมาณ 1000 ขึ้นต่อคน
ดูจากเวปแล้วก็พอจะเดาได้ :3005:
อุ๊ย :27:
เปลี่ยนจากอาหารตะวันตกมาเป็นอาหารญี่ปุ่นบ้าง
ึคงไม่ต้องบรรยายอะไรกันมาก
จากร้านคิรากุ ที่ Ealing Common
เริ่มจากเบียร์คิริน
(http://img3.f0nt.com/20/87375b407095ca69673b20e2171a1cd4.jpg)
ตามมาด้วยเนื้อริบอายเทอริยากิ
(http://img3.f0nt.com/20/c1b260b150c8792a9bb845a51c4222f7.jpg)
สี่ทุ่มครึ่งแล้วนะคะ T T
ปลาดิบสามชนิด
(http://img3.f0nt.com/20/2eaf200ace35180d5572e61ba47727c1.jpg)
สลัดผักที่มาในเซ็ต
(http://img3.f0nt.com/20/744f4fe52c4a08627c16cbc913a4b3e9.jpg)
แถวนี้เพิ่งสี่โมงครึ่งเอง :30: :30:
ข้าวหน้าปลาดิบรวม
(http://img3.f0nt.com/20/751bcc9304dcddb9cbb7275a78f7e25e.jpg)
อุด้งสาหร่ายร้อนๆ น้ำซุปใสรสชาติดี
(http://img3.f0nt.com/20/a6c6d7dd5e31d9c88921749b00360dfe.jpg)
สุดท้ายก็ มิโซซุป
(http://img3.f0nt.com/20/2cd5a03328914bcb2fa0819f903dd92f.jpg)
จริงๆ ร้านนี้เคยไปกินหลายหนอยู่ล่ะ
ที่เขียนบรรยายลงในห้องชวนชิมก็มี
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 26 ก.พ. 2011, 00:18 น.
วันก่อนไปกินอาหารญี่ปุ่น
สั่งชุดอาหารกลางวัน
ที่เป็นซาซิมิรวมอย่างดีมากิน
ในเซ็ตก็จะประกอบไปด้วย ปลาดิบอย่างดีห้าชนิด
ข้าว มิโซซุป สลัดผัก อาหารว่าง และัผลไม้
(http://img3.f0nt.com/26/a8d3a294f5b2571bda0083cf9b3850ef.jpg)
มาดูปลาดิบใกล้ๆ กัน
แซลมอน กับกระพงแดง
(http://img3.f0nt.com/26/6926ce5e4ee9ea673558b02e27c5f3bb.jpg)
เนื้อแซลมอนหวานสดมาก
เขาว่าเป็นเนื้อแซลมอนที่จับจากทะเลลึก
ในมหาสมุทรแอตแลนติค
ดังนั้นชั้นไขมันจึงแทรกซึมทั่วทั้งชิ้น
กินเข้าไปแทบละลายในปาก
(อร่อยจริงๆ เพราะปกติตูจะไม่ค่อยชอบกินแซลมอน)
ส่วนกระพงแดงก็เนื้อเด้งหวาน
เคี้ยวเด้งสู้ฟันดีเหลือเกิน
ทีนี้มาดูรูปอีกด้านใกล้ๆ
ก็จะเป็นปลาซาบะดอง ปลาหมึกยักษ์
และพระเอกที่แพงสุดนั่นก็คือ โทโร่ :25:
(http://img3.f0nt.com/26/d75f7d13657f787cf2dc5c98f549e1f7.jpg)
ปลาซาบะที่ดองกับน้ำส้มสายชูหมักและมิรินได้ที่พอดีเป๊ะ
(ปกติต้องจับเวลา เทียบกับน้ำหนักปลา
ถ้าน้อยไปก็จะคาวเนื้อจะเละ
แต่ถ้านานไปก็จะเปรี้ยวเกินเนื้อก็จะกระด้าง)
แต่ซาบะนี่สุกพอดีด้วยความเปรี้ยวของน้ำส้มสายชู
เนื้อก็เด้งพอดี รสชาติกลมกล่อม
หนวดปลาหมึกยักษ์ก็เลือกส่วนที่นุ่มเหนียวพอดีๆ
เคี้ยวกำลังเพลินหวานมันอร่อย
ส่วนโทโร่ เนื้อปลาส่วนท้องของทูน่าที่หายากที่สุดและแพงที่สุด
มีไขมันแทรกซึมไปทั่ว เนื้อจะออกเป็นสีชมพูสวย
ตรงนี้คงไม่ต้องบรรยายอะไรเพิ่มอีกแล้ว :52:
ป๋าอะ :07a: โหดร้ายที่สุด นี่มันจะห้าทุ่มแล้วนะ แซลม่อนนั่น :05:
เนื้อริบอายเทอริยากิน่ากินเป็นที่สุด :05:
นี่ฉันจะกดเข้ามาทรมานอีกครั้งทำไมกัน :05:
:3005:
นอณตพาชิมกลับมาอีกแล้วครับ
คราวนี้เราจะไปกินร้านอาหารของซีเลบริตี้เชฟชื่อดัง
นั่นคือ Jamie Oliver (http://en.wikipedia.org/wiki/Jamie_Oliver)
ผู้โด่งดังจากรายการ The Naked Chef (ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับโป๊ๆ เปลือยๆ นะ
แต่ประมาณว่าสอนทำอาหารแบบไม่มีกั๊กอะไรแบบนั้น)
หรือรายการ Jamie's Great Italian Escape
ที่ขับรถโฟลค์ตู้มีครัวไปเที่ยวทั่วอิตาลี
ซึ่งรายการนี้ดูแล้วเป็นแรงบันดาลใจ
ให้ตูอยากไปกินอาหารอิตาเลียนที่อิตาลีมากๆ
(http://img3.f0nt.com/24/e17380c245eb89e9a27759f888843293.jpg)
ปกติร้านนี้จะคนแน่น ยุ่งวุ่นวายป่วงมากๆ
เพราะเป็นร้านที่เปิดอยู่ในบริเวณห้าง West Field
ร้านนี้เปิดตั้งแต่เที่ยงลากยาวไปถึงสี่ทุ่มไม่มีพัก
(ปกติร้านอาหารในอังกฤษจะปิดพักตอนบ่ายสามแล้วเปิดอีกทีตอนหกโมง)
ตูเลยไปตอนช่วงบ่ายสี่โมงกว่าๆ ซึ่งเป็นช่วงที่คนน้อยสุด
(http://img3.f0nt.com/24/fedd2bb1152af31ad23a01d6e7456cae.jpg)
เรามาเริ่มกันด้วย สุดยอดขนมปังอิตาเลียนกันก่อน
(http://img3.f0nt.com/24/0611722966b8f26186d0a24993026ac3.jpg)
ก็จะมีขนมปัง Focaccia, Sour dough และ music bread(ขนมปังกรอบ)
ราดด้วย Gremolata ที่ทำจาก Rosemary และเลมอน
บิขนมปังทีละชิ้น จิ้มกับน้ำมันมะกอกแบบเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิน
และน้ำส้มสายชูบาลซามิคที่หมักมาเป็นพิเศษ
ทำให้เวลาเคี้ยวอยู่ในปากจะได้กลิ่นหอม
สร้างความรู้สึกอยากกินอาหารได้เป็นอย่างดี
(http://img3.f0nt.com/24/135197ff70fb4d4bec9792a12e667411.jpg)
กรี๊ดดดดดดดดดดด เจมี่ สุดหล่อ(แต่อวบระยะสุดท้าย)
คนที่มีปัญหาเรื่อง คอเลสเตอรอล
เขาแนะนำให้ใช้น้ำมันมะกอกนี่แหละ
ราดขนมปังแทนเนย เพราะเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพมากๆ
น้ำมันมะกอกมีหลายเกรด เกรดที่ดีที่สุดก็คือ Extra Virgin
ที่มีกรดน้อยมากที่สุด รองลงมาก็ superfine และ pure ตามลำดับ
การทำน้ำมันมะกอก เขาจะใช้วิธีการหีบ(บีบ) โดยไม่ผ่านความร้อนหรือสารเคมีใดๆ
หรือที่เราเีรียกกันว่าหีบเย็น เพื่อบีบน้ำมันออกมา
น้ำมันที่ได้จากการหีบครั้งแรกก็จะถือว่าบริสุทธิ์ที่สุด
ดังนั้นน้ำมันมะกอกแบบ Extra virgin
ก็ไม่ควรเอามาโดนความร้อนเกิน หกสิบองศา
เพราะจะทำให้กลิ่นรสเสียไปหมดแล้วอีกอย่างนึงมันจะติดไฟด้วย :07:
ปกติก็จะเอามากินกับขนมปังหรือราดสลัดผัก
จานต่อมาเป็น มะกอกคัดพิเศษวางมาบนน้ำแข็ง
กินกับ Tapenade ที่ทำจากมะกอกดำ ปลาร้าฝรั่ง(แอนโชวี่) เคปเปอร์
ทั้งหมดบดหยาบๆ รวมกันและเติมน้ำมันมะกอกลงไป
มะกอกหอมๆ มันๆ เย็นเจี๊ยบ กินกับขนมปังกรอบจิ้ม Tapenade
รสชาติอร่อยเหาะ กินแล้วอยากจะลุกขึ้นมาเต้นฟลามิงโก \:33:/
(http://img3.f0nt.com/24/10393db6efaf343c2681fd8851164a93.jpg)
ต่อด้วยพาสต้า
เริ่มจาก ตาเยียเทลเล่กับเห็ดทรัฟเฟิลดำ
เส้นพาสต้านุ่มเหนียวคลุกกับน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิลดำ
โรยหน้าด้วยพามิการ์โนชีส หอมอร่อยมากๆ
(http://img3.f0nt.com/24/1107396cd3eff39306e041b3f1ef6c6c.jpg)
จานต่อมาก็เป็นจานคลาสสิค
นั่นคือ สปาเก็ตตี้โบโลเนส
ที่ทำจากซอสเนื้อที่เข้มข้นด้วยมะเขือเทศ
(http://img3.f0nt.com/24/62be3a454c65d8d384529e5f8889c0cb.jpg)
พาสต้าจานต่อไปเป็น เส้นแอนเจิลแฮร์หมึกดำกับหอยเชลล์
(http://img3.f0nt.com/24/7b88c2d21f9f5c86a75693a0fc7fa1c2.jpg)
เส้นแอนเจิลแฮร์มีกลิ่นหอมของปลาหมึกและทะเล
กลิ่นจะเหมือนเรานั่งอยู่ริมโขดหินชายทะเลที่น้ำใสๆ สะอาดๆ
แล้วมีลมพัดกลิ่นหอมของคนย่างปลาหมึกสดๆ โชยมา
เข้ากันมากกับหอยเชลล์ตัวเขื่อง รสชาติหวานเนื้อหนุบเด้งอยู่บนลิ้น
ไข่ของหอยเชลล์ให้รสชาติคล้ายๆ มันกุ้งแม่น้ำ
กินกับซอสของพาสต้าที่มีเคปเปอร์รสเปรี้ยวนิดๆ หอมๆ
มีพริกแดงสดสับหยาบๆ มันอร่อยจนบรรยายไม่ถูก
นิยามจานนี้ว่า เป็นอาหารอิตาเลียนที่รสจัดจ้าน ไม่เลี่ยน
เชื่อว่าถูกปากคนไทยแน่นอน :12:
(http://img3.f0nt.com/24/8bd15917efd172d50a87193b40a3fc75.jpg)
จานต่อมาเป็น พาสต้าเส้นลิงกวินีกับหอยแครงฝรั่ง
(http://img3.f0nt.com/24/aebda78584f0065021b5f06aa9f57c2d.jpg)
หอยแครงฝรั่งเปลือกเหมือนหอยแครงแต่รสชาติคล้ายๆ หอยลาย
ดังนั้นจานนี้ก็จะคล้ายๆ พาสต้าต้มยำหอยลายรสจัดจ้านน้ำคลุกคลิก
ด้วยพริก กระเทียม ผักชีฝรั่ง และเลมอน
พาสต้าทุกจาน กินกับไวน์ โซอาเว่ คลาสสิโก้จากเวเนโต้
เข้ากันได้ดีมากๆ ไวน์หอมกลิ่น Elderflower และน้ำผึ้ง
ไปกันได้ดีกับพาสต้าโดยเฉพาะอย่างยิ่ง จานที่มีอาหารทะเล
(http://img3.f0nt.com/24/1d8443a562f4fd48693b62f57f6684c9.jpg)
คลิกจู๋นี้ดึกๆ ก็เหมือนกับการทรมานตัวเองชัดๆ :5405:
ตอนนี้ที่โน่นคงเช้าแล้ว
เรามาต่อเมนคอร์สกับของหวานให้จบดีกว่า
เมนคอร์สจานแรกเป็น ปลาเกรย์มุลเล็ต(คล้ายๆ ปลากระบอก)
ที่ย่างมาอย่างดี หนังกรอบ หอมกลิ่นเครื่องเทศ
เนื้อปลาแน่นสดอร่อยมาก นึกแล้วน่าเอามาทำแกงส้ม :37:
(http://img3.f0nt.com/25/be677a5adeb95b06527cf572fd80e971.jpg)
เมนคอร์สจานต่อมาเป็น เนื้อลูกแกะส่วนที่ติดซี่โครงย่าง
กินกับซอสใบสะระแหน่ โรยด้วยถั่วพิสตาชิโอบดหยาบๆ และพริกสด
(http://img3.f0nt.com/25/14bac139c73465bad4847848003f5f7a.jpg)
เนื้อลูกแกะย่างด้วยถ่านไฟแรงๆ นุ่มลิ้น ส่งกลิ่นหอม
โดยเฉพาะตรงส่วนที่เป็นมันเกรียมๆ นั้น อร่อยแบบลืมมะเร็งไปเลย
เอาล่ะ มาถึงของหวานเสียที
เขาว่ากันว่า จะดูว่าเชฟอิตาเลียนคนไหนเก่งไม่เก่ง
ให้สั่ง ทีรามิสุ เพราะถือเป็นของหวานคู่ร้านอาหารอิตาเลียนเลย
(http://img3.f0nt.com/25/8058f283eb6dc39a28aa6329e7836c44.jpg)
ทีรามิสุที่นี่หอมชุ่มฉ่ำด้วยเหล้ากาแฟที่มีกลิ่นช็อคโกแล็ต
กับมาสคาโปเนครีมชีสโรยหน้าด้วยผิวส้ม อร่อยจนน้ำตาไหล
และมาปิดท้ายกันด้วยของหวานคลาสสิค นั่นคือ พานาค็อตต้า
ที่หวานนุ่มตัดรสด้วยซอสผลไม้
(http://img3.f0nt.com/25/c4d3d74eddda41d3af5bad24e4092f2d.jpg)
ร้าน เจมี่ ครัวอิตาเลียน มีหลายสาขา
ราคาไม่แพง และอาหารรสชาติจัดจ้าน หลากหลาย
บรรยากาศก็ดูสบายๆ ไม่ต้องนั่งเกร็งเหมือนร้าน Fine dining ติดดาว
ถ้าผ่านมาอังกฤษ ก็ควรจะมาลองชิมดูครับ
เช้าแล้ว และทรมานยิ่งกว่าเมื่อคืนอีกค่ะ :5405:
ถึงจะไม่รู้เอาซะเลย ว่าไอ้ส่วนประกอบที่ป๋าณตว่ามานั่นมันคืออะไรบ้าง
แต่มันก็น่ากินโคตรๆ :5405:
ว่าแต่เมื่อไหร่จะได้..ผ่าน..ไปอังกฤษล่ะเนี่ย :39:
โว้ววววว อยากมีวาสนาได้กินอะไรแบบนี้บ้างจัง :07a:
อ้างคำพูดจาก: พลัม เมื่อ 24 ก.ค. 2011, 21:53 น.
กรี๊ดดดดดดดดดดด เจมี่ สุดหล่อ(แต่อวบระยะสุดท้าย)
โอววววววว :3005:
รู้ทั้งรู้ว่าเค้าเงื้อหอก ยังโดนเข้ามาให้แทง :05:
แอ่นอกแฟ่บๆ เข้ามาทุกทีแหละ :05:
เข้ามาเสพสุนทรีย์แห่งคำบรรยายป๋าณตอย่างเดียวเลย
อาหารไม่ค่อยอิน เพราะชาตินี้คงไม่มีวาสนาได้กิน :3005:
ลองเปลี่ยนมาหาแฟนที่ชอบสรรหาของกินสิครับ :26:
เสี่ยปิงอ่ะนะ :58:
:59: :59: :59: :59:
:30:
ไม่อัปเดตนานแล้วนะเนี่ย :37:
รออีกซักอาทิตย์ได้ไหม เค้ายังไม่ออกเจ :05:
ช่วงนี้จน :05:
ซะงั้น :30:
ขอขุดสักหน่อย ที่หายไปนาน
จริงๆ ก็ไปกินมาหลายที่แหละ
แต่ไม่ได้เอามาแปะ
ลอนดอนตอนนี้เป็นฤดูร้อนครับ กลางวันก็ร้อนเหมือนเมืองไทย
แต่พอแดดล่มลมตก ก็จะเย็นสบาย เหมาะกับการจิบเบียร์เป็นอย่างยิ่ง
ร้านนี้เป็นร้านเยอรมัน มาเปิดอยู่ตรงริชมอนด์ ริมแม่น้ำเทมส์
มาร้านเยอรมันก็ต้องสั่งเบียร์เป็นธรรมดา
เบียร์เออร์ดิงเยอร์ สีทองหอมกลิ่นดอกฮอปเย็นๆ
(http://img3.f0nt.com/28/09eb8ff2f218f99679f3b149163be9f2.jpg)
กินแกล้มกับ ไส้กรอก แฮม ชีส หลากชนิด แนมกับ ผักดองและมันบด
(http://img3.f0nt.com/28/37a032e04fa0f9f9adf18f48ffb55fb9.jpg)
(http://img3.f0nt.com/28/1bf813eda4b25967c2106a8d988975c9.jpg)
กับวิวดีๆ อากาศเย็นสบายๆ ริมแม่น้ำยามเย็น
(http://img3.f0nt.com/28/a978e02b7e340897b33501591c30e61b.jpg)
เบียร์กับไส้หรอก.. ไม่เป็นไร เดี๋ยวว่างๆ ก่อนนะ เบียร์สิงห์ กับหม่ำเนื้อ ก็คือกันวะ :54:
โอย.. เห็นเบียร์แล้ว :54:
กินชีสไม่เป็น :05:
โอยยย มาเห็นตอนดึก หิวเบย ... (ในตู้เย็นมีเบยลาว)
ที่นี่เบียร์เต็มเลย แต่กินไม่ได้ :05: :05: :05:
เห็นเพื่อนกินกันเป็นลิตร เราก็นั่งจิบน้ำมะนาวไป :05:
ป๋าณตตตตตต :54:
น้ามลายไหลลลลลล
ชอบบรรยากาศ :25:
วันนี้เรามากินอาหารกรีกกันดูบ้าง
ซึ่งถือเป็นต้นตำรับของอาหารเมดิเตอเรเนียน
ก็คงต้องเริ่มด้วยมะกอกกันก่อน
มะกอกมันๆ ฝาดๆ อมเปรี้ยวนิดๆ
(http://img3.f0nt.com/03/c847df2476176db466639ef98e98819d.jpg)
มาต่อกันด้วย Cold Meze (เมสเซ แบบเย็น)
นั่นคือ Taramasalata (ทารา มา ซาลาตา) ทานคู่กับขนมปังพิต้า
(http://img3.f0nt.com/03/5c406d2f39b13cc757ec5baa03799cfb.jpg)
ทารา มา ซาลาตา ทำมาจากไข่ปลาค็อด เอามาบดกับมันฝรั่ง
ผสมกับน้ำมันมะกอก น้ำมะนาว และน้ำส้มสายชู
รสชาติเข้มข้น เค็มๆ มันๆ เปรี้ยวนิดๆ กินแล้วกระตุ้นน้ำย่อยดีมากๆ
กินคู่กับขนมปังพิต้านุ่มๆ หอมๆ
(http://img3.f0nt.com/03/49ec7b5d1733c3f4b9a35e61cb89a88f.jpg)
(http://img3.f0nt.com/03/ca2be0f30d68bdf4fbe2a393599abfb4.jpg)
นึกไม่ออกเลยว่ารสชาติเป็นไง :05:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 03 ก.ย. 2013, 23:13 น.
นึกไม่ออกเลยว่ารสชาติเป็นไง :05:
รสชาติแปลกใหม่ครับ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆ :30:
รสก็คล้ายๆ ไข่แมงดาทะเลแต่รสสัมผัสคนละแบบ
เอามาบดกับมันฝรั่งจนเนียน
จานต่อไปก็จะเป็น Hot Meze (เมเซ แบบร้อน)
ก็มาเป็นกระเช้าแบบนี้เลย
(http://img3.f0nt.com/03/1df328d488c59f007bdde09f376dc830.jpg)
เรามาดูจานบนสุดกันก่อน
นั่นก็คือกุ้งงงงง
(http://img3.f0nt.com/03/834da578ae01ff9a95a2d726118e7f62.jpg)
รสชาติดีมาก ใช้เฟต้าชีส น้ำมันมะกอก กระเทียม พาสลีย์
หอมหวาน กุ้งเด้งสู้ฟัน
ต่อมาก็เป็น คารามารี หรือปลาหมึกนั่นเอง
(http://img3.f0nt.com/03/01e2ae5f9b6b624745ab4fa4ee57f6ff.jpg)
ปลาหมึกเอามาหมักกับน้ำผึ้งและปาปริกา
ช่วยขับรสหวานธรรมชาติของปลาหมึกและหอมตอนย่าง
ปลาหมึกย่างมากำลังดี นุ่มเด้งหนึบ
จานต่อไปก็เป็นจานธรรมดา นั่นคือไก่เสียบไม้
(http://img3.f0nt.com/03/27adcb95e36342deff1bbb8c3e62d147.jpg)
หอมกลิ่นย่างจากถ่าน แต่ส่วนตัวไม่ค่อยชอบกินไก่
ก็เลยออกจะดูธรรมดาไปนิดสำหรับจานนี้
จานล่างสุด เป็นทีเด็ดเหมือนกัน นั่นคือเนื้อแกะเสียบไม้ย่าง
(http://img3.f0nt.com/03/e4862ef42bdec2a9b97a5a2ddcf8dd79.jpg)
เนื้อแกะอร่อยมาก นุ่มเหนียวกำลังดี กลิ่นหอมมากๆ
เราก็ต้องมาปิดท้ายกันด้วยของหวานของกรีก
นั่นคือ Baklava
เป็นถั่ว Walnut บด หุ้มด้วยแป้ง Filo กรอบๆ
ราดด้วยน้ำผึ้ง
(http://img3.f0nt.com/03/f2e9340af85d1c1af8e3f59b3e4d53d6.jpg)
กินพร้อมกับ ไวน์หวานของกรีก
ที่ชื่อ MAVRODAFNE TSANTALI เย็นเจี๊ยบ
(http://img3.f0nt.com/03/d02ecdfbd13ec5f294dd55a6eedc1f2c.jpg)
ร้านอาหารกรีกร้านนี้มีชื่อว่า Real Greek
เป็นร้านดังในอังกฤษ มีหลายสาขาอยู่เหมือนกัน
อาหารรสชาติกลางๆ แต่เน้นความเป็นกรีกแท้ๆ ราคาไม่แพง
เหมาะมากที่จะไปกินกันหลายๆ คน
เพราะจะได้ลองอาหารหลายๆ แบบ
หวังว่าคงอิ่มอร่อยและหลับฝันดีกันนะครับ :52:
:05a:
:05: โดนแล้วครับ
เนื้อแกะนั่น
:54: :54: :54:
ของหวานน่าสนใจมากครับ :54:
คาราเมรี น่ากินมากกกกกกกกก :10: :12: :12:
เราอยู่คนละทวีปกันรึเปล่าคะ
กรีดร้องงงงงงงง :05:
จินตนาการตามยาก :30:
ช่วงนี้ตูฝึกทำอาหาร
แบบย้อนกลับไปสู่พื้นฐานการทำครัวเบื้องต้น :30:
โดยเริ่มต้นจากไข่และอาหารเช้าก่อน
อันนี้เป็น Poached egg with chorizo and vine tomatoes
หรือไข่ดาวน้ำกับไส้กรอกชอริโซของสเปนและมะเขือเทศย่าง
(http://img3.f0nt.com/05/5b08ccad4b9af1727f1afaf2191f30cc.jpg)
ต่อมาเป็น Poached egg with chorizo and baked bean puree
หรือ ไข่ดาวน้ำกับ puree ที่ทำจากไส้กรอกชอริโซของสเปนกับถั่วอบซอสมะเขือเทศ
เรื่องของเรื่องก็คือตูไม่ชอบ baked bean หรือถั่วอบซอสมะเขือเทศ
ก็เลยหาทางเปลี่ยนแปลงหน้าตาและรสชาติซะ
(http://img3.f0nt.com/05/771bd2f8393487f5af12ccc9dc95a28c.jpg)
กินกับ ไข่ดาวน้ำที่ไข่แดงเยิ้มๆ
(http://img3.f0nt.com/05/b698983f706cbbd858f9dc2388c0e9a9.jpg)
กำลังเจอยู่เลยขรับ :56:
นี่ทำเองเรอะ :07c:
:5405:
โคตรน่ากินอะครับ
ทำเองครับ แต่รูปถ่ายก็ช่วยให้ดูน่ากินเพิ่มได้อีก 30% :30:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 05 ต.ค. 2013, 21:51 น.
กำลังเจอยู่เลยขรับ :56:
เดี๋ยวจะทำเมนูผักๆ ให้ดูบ้างนะ :30:
เนื้อ :54:
ไข่ดาวน้ำนี่ทำไงอะครับ :25:
ต้มน้ำที่ใส่น้ำส้มสายชูลงไปนิดหน่อยให้เดือดแล้วลดไฟลง
ใช้ทัพพีวนน้ำเป็นวงกลม ค่อยๆเทใข่ลงไปตรงกลาง(ตอกไข่ใส่ถ้วยเล็กๆไว้ก่อนก็ได้)
ใช้ทัพพีค่อยๆตะล่อมใข่เบาๆ จนไข่ขาวสุกก็ตักลง...
วิธีทำไข่ดาวน้ำก็ตามที่ลุงบักซ์บอกน่ะครับ :12:
ข้อควรปฎิบัติเวลาตอกไข่ ก็ควรจะตอกใส่ถ้วยเล็กๆ ก่อนเสมอ
อย่าตอกใส่อาหารหรือลงกระทะโดยตรง
เผื่อว่าไข่เน่า หรือมีเศษเปลือกไข่ จะได้ไม่ลงไปปน
เอาเข้าจริงๆ อีไข่ดาวน้ำนี่ ถ้าจะทำให้ได้ดีเนี่ย
กลับกลายเป็นเมนูปราบเซียนนะครับ :41:
เพราะมีปัจจัยหลายอย่างมาก ตั้งแต่ขนาดของไข่
ความลึกของน้ำ หม้อที่ใช้ อุณหภูมิ ระยะเวลา และอื่นๆ
ส่วนตัวของตู จะไม่ใช้น้ำส้มสายชู เพราะมันทำให้ไข่ขาวกระด้าง
และทิ้งรสชาติปะแล่มๆ ในปาก
ตูใช้แค่เกลือ กับอุณหภูมิและเวลาที่พอเหมาะ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไข่ต้องสดครับ ถ้าไข่ไม่สด ก็ทำไข่ดาวน้ำที่ดีไม่ได้ :37:
ปฬ. วิธีดูว่าไข่สดหรือไม่สด ก็ลองเอาไข่แช่น้ำดู
ถ้าจมน้ำก็แสดงว่าสด แต่ถ้าลอยก็แปลว่าไข่เก่าแล้ว
ตอกไข่ใส่ถ้วยที่มีน้ำ เวฟ20วิ นานกว่านี้ ระเบิด
เอาแบบนี้ก็ได้ครับ พอถูๆไถๆ
วันนี้ทำแล้วสำมะเร็จดีครับ :40:
ขุด
มารอป๋าพาชิมอีกครับ
:46: