มาแปะบทกลอน โคลง บทกวีที่ชอบกันดีกว่าครับ
วรรคทองเป็นวรรคในบทกวีที่สื่ออารมณ์ ความรู้สึก และควรค่าแก่ความจดจำ
บางบทอาจจะใช้ภาษาง่ายๆ ก็ได้
อารมณ์มันโลดแล่นมาจากจู๋นู้นใช่มั้ยคะ :33:
แม่นแล้วครับ
ยกตัวอย่าง ...
.
.
.
รักที่ต้องเลือก (วันนี้)
โอ้วันนี้...วันสำคัญตื้นตันนัก
มิรู้จักเลือกทางอย่างไรได้
ถ้าไม่ไปพบเขาเราเสียใจ
แต่ถ้าไปพบเขาเราเสียตัว
กรรณิการ์ (เฮงรัศมี) หิรัญรัศมี
หนึ่งจะมีรักใหม่อย่าให้รู้
สองจะอยู่กับใครอย่าให้เห็น
ให้ฉันเถิดขอร้องสองประเด็น
แล้วจะเป็นผู้แพ้ที่แท้จริง
จาก.. ขอ...
โดย เอก หทัย (สนธิกาญจน์ กาญจนาสน์)
แม้อกนี้แคบนักน้องรักเอ๋ย
อย่าหวั่นเลยอุ่นอุรากว่าอกไหน
เมื่อมีพี่เอื้ออกแคบให้แอบไอ
จะออมไว้ให้อิงเพียงหญิงเดียว
จากก "ออมอก"
สวัสดิ์ ธงศรีเจริญ
บทนี้สุดยอดครับ ...
๏ เลือดฝาดเอ็งเปล่งปลั่งก็ยังสาว
ลองแก่คราวขนาดยายจะไหวหรือ?
เสน่ห์ที่มิได้ทำจากน้ำมือ
สามสี่มื้อบอกตรงตรงก็คงคลาย
ข้าหลงรักก็เพราะเล็งเห็นเอ็งสวย
ปราศสิ่งช่วยเสริมให้ชวนใจหาย
วันแรกสึกออกมาก็ตาลาย
เอ็งกลับกลายเกินจริตแผกผิดคน
เรียนตัดเสื้อในเมืองเป็นเรื่องชอบ
ถูกระบอบขอบเขตของเหตุผล
เพราะคนเราไร้วิชาย่อมพาจน
ข้าไม่เถียง,อ็งด้นถูกหนทาง
สามเดือนเหมือนสามปีที่ข้าบวช
หัวใจรวดร้าวเลยยินเอ่ยอ้าง
ว่ารักชื่นสิจะชืดรสจืดจาง
เกือบแหกกลางพรรษาออกมาดู
เมื่อเห็นตาเคยซื่อกลับดื้อรั้น
ยิ่งเชื่อมั่นแน่ใจเอ็งหมายหลู่
น้ำตาแค้นตกในรินไหลพรู
อุตส่าห์สู้ห่วงหวงเท่าดวงใจ
สิ้นเอ็งแล้วข้าก็พร้อมจะยอมบ้า
ฆ่าเอ็งก็เหมือนฆ่าน้าผู้ใหญ่
ลูกกำนันบุญน้อยขอคล้อยไกล
ข้าไม่ใช่ลูกชายนายอำเภอ
จาก "จากลูกชายกำนันถึงลูกสาวผู้ใหญ่บ้าน"
ขรรค์ชัย บุนปาน
ความรักเหมือนโรคา
บันดาลตาให้มืดมน
ไม่ยินและไม่ยล
อุปะสัคคะใดใด
ความรักเหมือนโคถึก
กำลังคึกผิขังไว้
ก็โลดจากคอกไป
บยอมอยู่ ณ ที่ขัง
ถึงหากจะผูกไว้
ก็ดึงไปด้วยกำลัง
ยิ่งห้ามก็ยิ่งคลั่ง
บหวนคิดถึงเจ็บกาย
จาก "มัทนะพาธา"
สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6
^
^ ชอบบทนี้เหมือนกันค่ะ
แล้วก็ชอบบทนี้ พูดประจำ เวลากินเหล้า 555+
ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน
ถึงเมาเหล้าเช้าสายหายก็ไป แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน
สุนทรภู่
ยังมีอีกหลายบทที่ผมชื่นชอบครับ
เปิบข้าว ปณิธาณกวี วักทะเล เสียเจ้า และอีกหลายๆ บท
ใครมีบทไหนที่ชอบ อย่าลืมมาแบ่งปันกันอ่านนะครับ
ตอนนี้ขอฝากไว้อีกบทก่อนไปนอนครับ
อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ
ประเสริฐสุดซ่อนใส่เสียในฝัก
สงวนคมสมนึกใครฮึกฮัก
จึงค่อยชักเชือดฟันให้บรรลัย
จาก "เพลงยาวถวายโอวาท"
สุนทรภู่
ส่วนมากไม่ได้อ่านบทประพันธ์ที่เป็นกลอนทั้งหมดค่ะ.. เลยจำได้ไม่มาก..
จะพยายามไปหามาอีกนะคะ.. สำหรับวันนี้.. มาจากอิเหนา ตอน ลานางจินตหรา
โอ้ว่าอนิจจาความรัก พึ่งประจักษ์ดังสายน้ำไหล
ตั้งแต่จะเชี่ยวเป็นเกลียวไป ที่ไหนเลยจะไหลคืนมา
สตรีใดในพิภพจบแดน ไม่มีใครได้แค้นเหมือนอกข้า
ด้วยใฝ่รักให้เกินพักตรา จะมีแต่เวทนาเป็นเนืองนิตย์
โอ้ว่าน่าเสียดายตัวนัก เพราะเชื่อสิ้นหลงรักจึงช้ำจิต
จะออกชื่อลือชั่วไปทั่วทิศ เมื่อพลั้งคิดผิดแล้วจะโทษใคร
"หญ้าคา ต้นหนึ่ง ต้นน้อย
ยืนคอย รับลม รับฝน
กร้านแดด แผดกล้า ฟ้าบน
อ่อนโยน น้อยนิด ...ติดดิน"
หนอน เพื่อนแม้น };oO=
อ้างคำพูดจาก: oRn เมื่อ 08 ก.ค. 2008, 15:42 น.
กรุ่นไอรักปักดวงใจให้พี่เช่
คิดแล้วเซทรุดทรวงลวงอกหมี
ยากกล่าวเอื้อนเอ่ยว่าจาหาวจี
รักของหมีร่ำร้อยเรื่อยว่าโฮกๆ
:37:
ไม่เห็นลุงป๋วยนานเลย
สวัสดีค่า :46:
เน่าหนอนนอนในรู มีใช่อยู่ใต้ตั่งเตียง
ด้อมด้อม มามองเมียง สไบเฉียง ปลิวไหวไหว
ผมขาว ยาวประบ่า กูแทบบ้า นั่นเด็กใคร
ค่อยค่อย หันมองไป โอ๊ะนั่นไง ตายท้องกลม
แต่งเอง ตะกี้ :47:
อ้างคำพูดจาก: oRn เมื่อ 08 ก.ค. 2008, 21:21 น.
ใครมาลวงอกหมีให้ชีช้ำ
หลอกให้หัวใจหมีนี้ระกำ
ได้แต่ร้องเพียงคำว่าโฮกโฮก :08:
หวัดดีครับนานา สบายดีนะครับ
บทกลอนของเพื่อนลุงกำนม สุดยอดมากครับ
เอามาฝากอีกบทนึงครับ
เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน
"ฟ้าสีทอง" -วิสา คัญทัพ
น้องกระปุ๊กครับ ถ้าเจอแบบนั้น ผมคงวิ่งป่าราบเป็นแน่แท้
.
.
.
.
อีกบทครับ
เธอตายเพื่อจะปลุกให้คนตื่น
เธอตายเพื่อผู้อื่นอีกหมื่นแสน
เธอคือดินก้อนเดียวในดินแดน
แต่จะหนักและจะแน่นเต็มแผ่นดิน
"กระทุ่มแบน"
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
เมื่อยืนหยัดต่อซู่ตูต้องฉี่
ประชาชนย่อมมีจู๋ฉี่ไหม
เมื่อฝ้าเพดานห้องผ่องอำไพ
ประชาชนย่อมหยากไย่ใยแมงมุม
..
"ฟ้าเหลือง" - วศิน คันคัพ
"หมดคำ"
ที่ไหนสักแห่ง - กำนม. };oO=
คันก็เกาสิคะ :37:
เธอตายเพื่อกระปุกให้คนตื่น
เธอตายเพื่อผดผื่นอีกหมื่นแสน
เธอคือดินก้อนเดียวนะน้องแอน
แต่จะหนักและจะแน่นเต็มแผนเรา
"กะทุ่มมันทั้งแบน"
เนาวแม้น วงไพ่เบี้ยว
แว้ก...
ตูนอนอยู่ดีดี
มีน้ำไหลจากฟ้า
ไหลตรงหล่นลงมา
ใครกันหนาที่ประทาน
ตัวเราแมงมุมน้อย
ชักใยไว้คอยอาหาร
มองไปมีแต่น้ำให้รำคาญ
โอ้อาหารหายไปไหนใยไม่มา
มองไปยังคงเห็นแต่น้ำ
ไหลลาม ซู่ซู่ ซู่ซ่า
กลิ่นแปลกเลยมองให้เต็มตา
ไอ้บ้ามาฉี่ทำไม ...
.
.
.
ความทุกข์ของไอ้แมงมุม ...
:50:
เอามาฝากอีกบทครับ
บทนี้ผมชอบมากเลย
กว้างหนึ่งศอกยาวหนึ่งวาหนาหนึ่งคืบ
เผ่าพันธุ์สืบต่อมาจากป่าเถื่อน
จากสัตว์ต่ำถ้ำคูมาอยู่เรือน
ประกาศเตือนเต็มค่าเรียกว่า "คน"
"คน"
สินทิพย์ มัธยัสถ์สิน
ยากนะครับ ..
ในการดำรงกวีไว้ในดงโลกีย์ แห่งทุนนิยม อันสำราญ
แม้นว่า..
กว้างหนึ่งศอกยาวหนึ่งวาหนาหนึ่งคืบ
เผ่าพันธุ์สืบต่อมาจากป่าเถื่อน
จากสัตว์ต่ำถ้ำคูมาอยู่เรือน
ประกาศเตือนเต็มค่าเรียกว่า "หมี"
"หมี"
วศินทิพย์ มัธยัสถ์สินไปทำไม
:44:
ลองบทนี้แล้วกันครับ ไพเราะด้วยทักษะแห่งกวี
ระรื่นรื่นชื่นชมด้วยลมพลิ้ว
ละลิ่วลิ่วริ้วคลื่นครืนผวา
ละลอกเรื่อยกระทบกระทั่งฝั่งสุธา
ละลานตารวิวาบอาบนที
"ภาพพิมพ์ใจสองฝั่งเจ้าพระยา"
นิภา บางยี่ขัน
โอ้ว ชอบจู๋นี้จังเว้ย :30:
มาๆ เล่นด้วยๆ
อ้างคำพูดจาก: ด.ช.ภูกระดึง เมื่อ 06 มิ.ย. 2006, 12:06 น.
กุ้งแช่ฯ แก้ช้ำ แก่ชาย
วิ่งวน วุ่นวาย
แผลรัก เผ็ดร้าย เผ็ดร้อน
กินเผ็ด แก้เผ็ด กลับพอง
เนตรน้ำ เนืองนอง
อย่าจ้อง อยากจิ้ม หยิบจาน
เจ็บนัก จากนี้ จำนาน
ดั่งมืด ดวงมาลย์
ชลใย ช่างหยาด ฉ่ำยล
แผลรัก ผลิร้าย เผ็ดล้น
ร้อนกุ้ง รักกล
สิบจาน แสนเจ็บ เสียดใจ
(ไอ้ฟัก-รุ่นน้อง ขึ้นวรรคแรกให้
ตอนไปดื่มที่ถนนข้าวสาร นานมาแล้ว
สั่งกุ้งแช่น้ำปลา
แล้วดันไปเล่าเรื่องกลบทที่ชื่อ กบเต้นสามตอน ให้มันฟัง
ก็เลยต้องมั่วต่อจนจบ)
ตอนนี้ใครหาซื้อหนังสือ กฎบน กลบท ได้บ้าง
ผมอยากได้เล่มนึง
// เพิ่มเติม กบเต้นสามตอนนี่ มีกฎว่า
ในวรรคนึง ต้องเป็นเสียงซ้ำสองเสียง (หรือเสียงเดียวก็ได้)
เช่น กุ้งแช่ แก้ช้ำ แก่ชาย ก็คือ กอชอ กอชอ กอชอ
อะไรอย่างนี้เป็นต้น
ของลุงอ๋าห์เท่ :25: :25:
ขอฝากซื้อด้วยอีกเล่มนะครับ
กลบทกบเต้นสามตอนพึ่งเคยได้ยินครับ
เจ๋งมาก
อ่านแล้วกลบทสะบัดสะบิ้งกับอักษรสลับเลยครับ...
แต่ท่าทางจะแต่งยากกว่า
:46:
ระรื่นรื่นชื้นลมพัดลมชาร์ป
ละลิ่วลิ่วริ้วคลื่นครืนซันวา
ละลอกเรื่อยกระทบกระทั่งโตชิบ้า
ละลานตารวิวาบอาบทีวี
"ภาพพิมพ์ใจสองฝั่งบิ๊กซี สาขาสะพานควาย"
นิภา บางยี่ขำ<< เอ๋า มาซื้อไกลนะเรา แถวโน้นมีแต่ห้างพาต้าโชว์หมีๆ
ผมพูดแบบนั้น ไม่มีคนเล่น
เอามา เยอะๆ สามกบเต้น ๆ
นาเอ๋ยนารี
ภคินี, กัลยา, สุดา, สมร
นุชนาถ, วนิดา, พงางอน
สายสวาท, บังอร, พธู, นวล
ยุพดี, กานดา, ยอดยาจิต
โฉม-มิ่งมิตร, น้องนุช, สุดสงวน
สิบเก้าแล้วยังไม่หมดบทกระบวน
เออสำนวนนามผู้หญิงมากจริงเอย
ชิต บุรทัต
ก่อนไปครับ
๏ เสียเจ้าราวร้าวมณีรุ้ง............มุ่งปรารถนาอะไรในหล้า
มิหวังกระทั่งฟากฟ้า................ซบหน้าติดดินกินทราย
จะเจ็บจำไปถึงปรโลก..............ฤารอยโศกรู้ร้างจางหาย
จะเกิดกี่ฟ้ามาตรมตาย.............อย่าหมายว่าจะให้หัวใจ
ถ้าเจ้าอุบัติบนสวรรค์...............ข้าขอลงโลกันตร์หม่นไหม้
สูเป็นไฟเราเป็นไม้...................ให้ทำลายสิ้นถึงวิญญาณ
แม้แต่ธุลีมิอาลัย......................ลืมเจ้าไซร้ชั่วกัลปาวสาน
ถ้าชาติไหนเกิดไปพบพาน..........จะทรมานควักทิ้งทั้งแก้วตา
ตายไปอยู่ใต้รอยเท้า.................ให้เจ้าเหยียบเล่นเหมือนเส้นหญ้า
เพื่อจดจำพิษช้ำนานา................ไปชั่วฟ้าชั่วดินสิ้นเอย๚
เสียเจ้า
อังคาร กัลยาณพงศ์
ไปทำงานแล้วครับ ... :02:
มีเสียเหล้า ด้วยนะด๊อกเตอร์
ผมหาก่อน
เสียเหล้า
:30: :30: :30:
จะรอชมครับพี่
ซบ หน้า ติด ดิน กิน ทราย
ผมเคยท่องจนหลับไปบนหาดกรวด
หาทรายกินยากจริงๆ ที่สุดแหลมลันตา
กว่าจะเจอ คุ้ยตั้งหลายที เกิดอะไรขึ้นเนี่ย
อ้างคำพูดจาก: ด.ช.ภูกระดึง เมื่อ 02 พ.ย. 2005, 22:26 น.
• เสียเหล้าร้าวราวมณีรุ้ง มุ่งหวังอะไรในหล้า
มิหวังกระทั่งผัดคะน้า ซบหน้าติดดินกินหอยลาย
• จะจับคลำจนกว่าจะเป็นโรค ฤารอยโศกฟกซ้ำจางหาย
...
จำไม่ได้แฮะ :08:
ของคุณไพบูลย์ วงษ์เทศ
ประพันธ์ในนาม อังคาร กัลยาณพวง
(หนังสือ ฉันจึงมาหาความหงอย)
:30:
ที่ลันตา กรวดงาม คลื่นแรง
น้ำและเกลียวคลื่น พัดพา
ขัดสีจนได้กรวดใหญ่ มนสวย
ความงามของกรวดชนิดนี้
สำหรับผมแล้ว อยู่ที่เสียง
(http://img2.f0nt.com/08/359e5c3e45a621f6d7b8ffea619a5ea5.jpg)
};oO=
วิญญาณของทั้งเกาะ
สิงอยู่ในบางวรรคของผม
และลมหายใจมีในระหว่างบรรทัด
...
เสียงกรวดคือเสียงที่อบอุ่น
เสียงที่ท้องน้ำมอบให้ท้องฟ้า
ในค่ำคืนที่สงบ ..
นอนที่ริมผาหาดกรวด
แสงดาว กระพริบเป็นจังหวะ
ท้องฟ้า และก้อนเมฆ เริ่มขยับ
..
กรุ๊ก คร่อก กริ๊ก กรั๊ก ครั่ก คลิ๊ก ..
..
สายน้ำพัด ดนตรีกรวด บรรเลง
เมื่อนั้นทะเลจะร้องบทเพลงรัก
นั่นคือ
เพลง
ของ
ลันตา
...
};oO=
(http://img2.f0nt.com/08/c2f66c3ba314df583e0f8224e6c74eaf.jpg)
ฉันเยาว์ฉันเขลา ฉันทะลึ่ง
ฉันจึงมาหา ความหงอย
ฉันหวังจะดึง ให้หมดปอย
สุดท้ายดึงได้น้อย กระจุกเดียว
..
จำได้ ..
จากเล่มเดียวกันของกระดึง จ้ะ
:30:
เอ๊ย พี่อย่าเปลี่ยนแนวสิครับ
กำลังเพลินเสียงกรวด
หาซื้อได้ที่หนา่ยยยยยย :30: :30: :30: :30:
ปรับอารมณ์ไม่ทันค่ะ.. กำลังเพลินกับสายลม กับประภาคาร.. :30:
อย่าได้คิดกระดึง เดี๋ยวหนวดพันกันบนหาดกรวด
ภาพแบบนั้น มันไม่รัญจวน
มัน
ยัก
แย่
ยัก
ยัน
..
เดี๋ยวมาต่อ เพื่อกะดึงอากาศน้อยของผม
เอาไปอ่านกันทั้งฉบับไหม
:25: ขอบคุณครับ
เดือนเพ็ญสวยเย็น เห็นอร่าม
นภาแจ่มเดือนดูงาม เย็นชื่นหนอยาม เมื่อลมพัดมา
แสงจันทร์นวลชวนใจข้า คิดถึงถิ่นที่จากมา
คิดถึงท้องนา บ้านเรือนที่เคยเนา
//แต่งเหนื่อยเลยนะเนี่ย
เนาคืออะไร
ถามคนแต่ง :37:
เนา ๑ ก. เย็บห่าง ๆ พอให้อยู่เป็นแนวเพื่อเย็บให้เรียบร้อยต่อไป.
เนา ๒ ก. อยู่. (ข.).
เนา ๓ (แบบ) น. เรือ, สําเภา, เภตรา. (ส.).
เนา ๔ น. วันที่อยู่ถัดจากวันมหาสงกรานต์ หน้าวันเถลิงศก ปรกติตรงกับ
วันที่ ๑๔ เมษายน เรียกว่า วันเนา.
// เชื่อยังว่าแต่งเอง :37:
กูเกิลสู้ๆ
:02:
เป็นหนังสือที่น่าสนใจมาก
ลุงกระดึง ลุงกำนมครับ
เล่มไหนครับ วานบอก จะได้หาดูบ้าน
อิทธิฤทธิ์กูเกิ้ลยังหาไม่เจอ :48:
ดาวดวงลับล่วงแล้ว.................แลหาย
แสงดาวยังพร่างพราย.............จากฟ้า
ชีพดับลับมลาย......................เป็นดิน
อยู่ยั้งยืนคู่หล้า.......................นั้นคือความดี
คนดั้นด้นค้นหา.......................ล่าฝัน
ไขว่คว้าหาตะวัน......................แจ่มจ้า
ปีนป่ายไปถึงสวรรค์.................นับอยู่
ร่วงลงนรกชั่วช้า......................มิถ้วนหลงทาง
คนลืมตนลืมที่.........................เกิดมา
คล้ายเศษดาวเกลื่อนนภา...........ดวงน้อย
หลุดแตกจากดารา...................อับแสง
ไหลไปตามแรงร้อย..................ดึงดูดดวงดาว
หนึ่งคนชีวิตนั้น.......................แสนสั้น
เร่งรีบทำดีกัน.........................สรรสร้าง
ยาวไกลในความฝัน.................ยังอยู่
เป็นแรงใจผลักง้าง..................สองเท้าก้าวเดิน
ผมเขียนเอง ตอนปี 2000
จนถึงวันนี้ มีกลอนเยอะแยะที่ผมเขียน
แต่โคลงมีไม่กี่บท ที่เขียนได้ ไม่รู้ทำไม
มือซ้ายคล้ายกำเงินยี่สิบ
เดินดุ่มลิบลิบสู่อังกฤษตรางู
เอากระจู๋โปรยโรยปริ๊กลี่ฮีท
มือขวารีบๆคว้าได้ฆ้อนปอนด์
};oO=
ระเรื่อยประแดแรคำ
ย่ำค่ำคำคึกดึกๆ จุ๊กกรู
ป.ล. มีคนชวนผมไปอังกฤษ ผมจึงคิดรวบรวมอุปกรณ์ประกอบชีวิต
เท่าที่สตืสท์และสติปัญญาจะรวบรวมได้ดังนี้ ..
1. เงินยี่สิบค่ารถ ไปพระรามเก้า ห้างอังกฤษตรางูอยู่ตรงนั้น
2. เพื่อให้สบายกาย โรยแป้งปริ๊กลี่ฮีท ใส่ไข่ทั้งสองใบ จ๊ากกกกกกกกก
3. เงินมีแล้ว อย่าลืมฆ้อนปอนด์ แว่วว่าที่อังกฤษยังใช้ฆ้อนปอนด์ในการค้า
4. เมื่อเดินทางไปถึง หวังว่าหญ้าบนสนามวิมเบิลดั้นคงกำลังยาวพอดีคำ เล็มๆ พออิ่มพอคำไหม ณต
ทุกข้อโอเค ยกเว้นข้อสอง
แป้งปริ๊กลี่ฮีท โรยไข่มันแสบ
จนน้ำตาไหลนะจ๊ะห์ :05:
สมัยเด็กๆ เคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง มีความเรียงแทรกบทกลอนสลับกันไปตามแต่อารมณ์ผู้เขียน
มีบทหนึ่ง กระทบใจมาก
น้อยหรือวาจาช่างน่ารัก เสนาะนักน้ำคำร่ำเสียดสี
ทั้งเหน็บแนมแกมหยิกเหมือนจิกตี โธ่ อีผี เดี๋ยวกูตบสลบเลย
โดย ศศิวิมล ในหนังสือ ศศิวิมลว่าร้าย ครับ
โคลงของป๋าณตสุดยอดจริงๆ ค่ะ .. ชอบอ่ะ ..
แอ้แต่งโคลงไม่เป็นล่ะ.. :22:
ศศิวิมล หรืออาจารย์จักรพันธ์
แกเป็นรุ่นพี่ของอาผมที่ศิลปากร
คารมแก สุดยอดแต่ไหนแต่ไรแล้ว
ลองไปหา ศศิวิมลตอบปัญหา มาอ่านดูสิครับ
โคตรมัน :12:
อ้างคำพูดจาก: จอนจัด เมื่อ 09 ก.ค. 2008, 11:31 น.
สมัยเด็กๆ เคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง มีความเรียงแทรกบทกลอนสลับกันไปตามแต่อารมณ์ผู้เขียน
มีบทหนึ่ง กระทบใจมาก
น้อยหรือวาจาช่างน่ารัก เสนาะนักน้ำคำร่ำเสียดสี
ทั้งเหน็บแนมแกมหยิกเหมือนจิกตี โธ่ อีผี เดี๋ยวกูตบสลบเลย
โดย ศศิวิมล ในหนังสือ ศศิวิมลว่าร้าย ครับ
:30:
//
แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์
มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด
ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด
ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน
< จาก พระอภัยมณี ของท่าน สุนทรภู่ >
อ้างคำพูดจาก: toxin เมื่อ 09 ก.ค. 2008, 02:18 น.
:02:
เป็นหนังสือที่น่าสนใจมาก
ลุงกระดึง ลุงกำนมครับ
เล่มไหนครับ วานบอก จะได้หาดูบ้าน
อิทธิฤทธิ์กูเกิ้ลยังหาไม่เจอ :48:
เล่มนี้ครับ
(http://img2.f0nt.com/09/0288da5d2f9bb91ee119c7d04b70c2f5.jpg)
จาก http://www.nongpangbook.com/product.detail_0_th_1335989#
เจ๊ศศิ เธอคืออธิบดีกรมศิลปะในป่าไม้เดียวกรรม
วาดหน้าหุ่นด้วยมือที่เรียวราวนางรำ และหัวใจอันรับมาจากสรวง
ส่วนปากกานั้น ลับด้วยหินลองทองยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์
หากจะให้แสบลึกล้ำ ควรแวะวิทยาเขตมิ่งหลีหน้าพระลาน
สั่งเนื้อน้ำมันหอยมาเคี้ยว แล้วหอยจะมีดกในปากเรา
ผมนิยมสนทนาธรรมกับผีขนุนและเห็ดสด ในหน้าฝน
ปากจึงเปียกแฉะและบานฉ่ำ
อ้างคำพูดจาก: กำนม. };oO= เมื่อ 09 ก.ค. 2008, 14:09 น.
เจ๊ศศิ เธอคืออธิบดีกรมศิลปะในป่าไม้เดียวกรรม
แปลวรรคนี้ทีครับ :32:
มนุษย์นี้ที่รักอยู่สองสถาน บิดามารดารักมักเป็นผล
ที่พึ่งหนึ่งพึ่งได้แต่กายตน เกิดเป็นคนคิดเห็นจึงเจรจา
แม้นใครรักรักมั่งชังชังตอบ ให้รอบคอบคิดอ่านนะหลานหนา
รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี
ช่วงต่อให้จากท่อนของบุ๋มครับ
ครูคือใคร ใครคือครูในวันนี้ ใช่อยู่ที่ปริญญามหาศาล
ใช่อยู่ที่เรียกว่าครูหรืออาจารย์ ใช่อยู่นานสอนนานในโรงเรียน
ครูคือผู้ชี้นำทางความคิด ให้รู้ถูกรู้ผิดคิดอ่านเขียน
ให้รู้ทุกข์รู้ยากรู้พากเพียร ให้รู้เปลี่ยนแปลงสู้รู้สร้างงาน
ครูคือผู้ยกระดับวิญญาณมนุษย์ ให้สูงสุดกว่าสัตว์เดรัจฉาน
ครูคือผู้สั่งสมอุดมการณ์ มีดวงมาลย์เพื่อมวลชนใช่ตนเอง
ครูจึงเป็นนักสร้างผู้ใหญ่ยิ่ง สร้างคนจริงสร้างคนกล้าสร้างคนเก่ง
สร้างให้คนเป็นตัวของตัวเอง ขอมอบเพลงนี้มาบูชาครู
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
อ้างคำพูดจาก: จอนจัด เมื่อ 09 ก.ค. 2008, 14:25 น.
แปลวรรคนี้ทีครับ :32:
พี่จักรพันธ์ จบจิตรกรรม เธอใช้นามปากกาในหนังสือลลนา ว่าศศิวิมล
พี่จักรพันธ์ เป็นศิลปินแห่งชาติ เขียนรูปงาม ทำหุ่นกระบอกสวยที่สุดในภพนี้
เป็นผู้ชายโดยละเอียดที่ละเอียดกว่าผู้หญิง ผมไม่รู้จะบอกว่าอย่างไร
ถ้าผมจะต้องตั้งกรมใหม่ให้แกเป็นอธิบดี ...
ผมก็แค่ยุบกรมป่าไม้มารวมกะกรมศิลป์ให้เป็นอันเดียวกัน
มันจึงเป็นกรรมของผมเอง ป่าไม้เดียวกันเป็นสำนวนสมัยก่อนเรอะ?
โฮ่ ขอบคุณครับ
แปลคำว่า ป่าไม้เดียวกรรม ไม่ออกล่ะ เลยงง :37:
อ้างคำพูดจาก: ชายคลอง เมื่อ 09 ก.ค. 2008, 14:41 น.
ครูคือใคร ใครคือครูในวันนี้ ใช่อยู่ที่ปริญญามหาศาล
ใช่อยู่ที่เรียกว่าครูหรืออาจารย์ ใช่อยู่นานสอนนานในโรงเรียน
ครูคือผู้ชี้นำทางความคิด ให้รู้ถูกรู้ผิดคิดอ่านเขียน
ให้รู้ทุกข์รู้ยากรู้พากเพียร ให้รู้เปลี่ยนแปลงสู้รู้สร้างงาน
ครูคือผู้ยกระดับวิญญาณมนุษย์ ให้สูงสุดกว่าสัตว์เดรัจฉาน
ครูคือผู้สั่งสมอุดมการณ์ มีดวงมาลย์เพื่อมวลชนใช่ตนเอง
ครูจึงเป็นนักสร้างผู้ใหญ่ยิ่ง สร้างคนจริงสร้างคนกล้าสร้างคนเก่ง
สร้างให้คนเป็นตัวของตัวเอง ขอมอบเพลงนี้มาบูชาครู
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
ชอบครับ
เขาคลอขลุ่ยครวญเสียงเพียงแผ่วผิว
ชะลอนิ้วพลิ้วผ่านจากมานหมอง
โอดสะอื้นอ้อยอิ่งทิ้งทำนอง
เป็นคำพร้องพริ้งพรายระบายใจ
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
เหมือนเคยเห็นที่ไหนในบอร์ด
แต่คุ้ยจู๋ไม่เห็นเจอแฮะ :09:
-----------------------------------------------------
ดอกรักบานในหัวใจใครทั้งโลก
แต่ดอกโศกบานในหัวใจฉัน
และอาจเป็นเช่นนี้ชั่วชีวัน
เมื่อรักอันแจ่มกระจ่างกลับร้างไกล
หยก บูรพา
ไม่ต้องเข้าใจ แค่คุ้นเคย
แค่นี้ ชีวิตก็ดำรงอยู่ในโลกได้แล้ว
..
ผมเอง };oO=
โฉมควรจักฝากฟ้า ฤๅดิน ดีฤๅ
เกรงเทพไท้ธรณินทร์ ลอบกล้ำ
ฝากลมเลื่อนโฉมบิน บนเล่า นะแม่
ลมจะชายชักช้ำ ชอกเนื้อเรียมสงวน ฯ
(นิราศนรินทร์)
เอออุเหม่นะมึงชิช่างกระไร ทุทาสสถุลฉะนี้ไฉน
ก็มาเป็น
ศึกบถึงและมึงก็ยังมิเห็น จะน้อยจะมากจะยากจะเย็น
ประการไร
อวดฉลาดและคาดแถลงเพราะใจ ขยาดขยั้นมิทันอะไร
ก็หมิ่นกู
กลกะกากวาดขมังธนู บ่ห่อนจะเห็นธวัชริปู
สิล่าถอย
พ่ายเพราะภัยพะตัวจะพลอย พินาศชิพิตประดิษฐ์ประดอย
ประเด็นขัด
กูก็เอกอุดมบรมกษัตริย์ วิจารณถ้วนบ่ควรจะทัด
จะทานคำ
นี้น่ะเป็นเพราะเป็นอำมาตย์กระทำ พระราชการมาฉนำ
สมัยนาน
ใช่กระนั้นล่ะไซร้จะให้ประหาร ชีวาตย์และหัวจะเสียบประจาน
ณทันที
(สามัคคีเภทคำฉันท์)
เปทะลูอยู่ถ้ำ มีถม
แปสมูอยู่ตม ไต่ไม้
มาแดงแกว่งหางงม หาคู่
นาปล้ำน้ำจิ้มให้ รสลิ้มชิมลอง
(อันนี้จากไหนจำไม่ได้)
ส่วนกลอนแปด ผมก็ชอบเยอะมาก
แต่ตอนนี้นึกไม่ออก
หุหุ
ต๋วนเผ่า อาเมา จ๋อไหนหนาก
หาดทรายนิ่มพิมพ์ใจใครคนหนึ่ง
คนผู้ซึ่งแสนรักเธอหนักหนา
ทุกเม็ดทรายคือทุกคำจำนรรจา
หนักกว่าฟ้าหนากว่าน้ำล้ำแผ่นดิน
จะถักร้อยสร้อยทรายสายสวาท
ขออำนาจปรารถนามิรู้สิ้น
ดนตรีคลื่นครื้นเครงดั่งเพลงพิณ
กล่อมให้ยินและให้ย้ำคำว่า รัก
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
ผมไปเสม็ดสมัยเรียนจุฬาโน่น ก่อนจะเข้าศิลปากร
สาวที่ไปด้วยกันในทริปนั้น แกเขียนกลอนนี้บนหาดทรายด้วยกิ่งไม้
เป็นตัวหนังสือบนหาดทรายตัวโต๊โต
ผมจำได้ประมาณนี้ อาจผิดเพี้ยนนิดหน่อย
แต่จำได้ติดใจ
เขาคลอขลุ่ยครวญเสียงเพียงแผ่วผิว
ชะลอนิ้วพลิ้วผ่านจากมานหมอง
โอดสะอื้นอ้อยอิ่งทิ้งทำนอง
เป็นคำพร้องพริ้งพรายระบายใจ
โอ้ดอกเอ๋ยเจ้าดอกขจร
นกขมิ้นเหลืองอ่อน จะนอนไหน
ค่ำลงแล้วแนวพนาและฟ้าไกล
เจ้านอนได้ทุกเถื่อนท่าไม่อาทร
แล้วหวนเสียงเรียงนิ้วขึ้นหวิวหวีด
เร่งอดีตดาลฝันบรรโลมหลอน
ถี่กระชั้นสั่นกระชากใจจากจร
ระเรื่อยร่อนเร่มาเป็นอาจิณ
โอ้ใจเอ๋ยอ้างว้างวังเวงนัก
ไร้แหล่งพักหลักพันจะผันผิน
เพิ่มแต่พิษผิดหวังยังย้ำยิน
ระด่าวดิ้นโดยอนาถแทบขาดใจ
ข้าเคยฝันถึงฟ้ากว้างกว่ากว้าง
ฝันถึงปางทับเปลี่ยวเรี่ยวน้ำไหล
ถึงช่อเอื้องเหลืองระย้าคาคบไม้
ในแนวไพรนึกเหมือนเป็นเพื่อนเนา
รู้รสแรงแห่งทุกข์และสุขสิ้น
บนแผ่นดินแผ่นเดียวเปลี่ยวและเหงา
จิบน้ำใจจนทั่วเจียนมัวเมา
ไร้ร่มเงารังเรือนและเพื่อนตาย
เขาเคลียนิ้วเนิบนุ่มเสียงทุ้มพร่า
เหมือนหวนหาโหยไห้น่าใจหาย
เจ้าขมิ้นเหลืองอ่อนนอนเดียวดาย
จะเหนื่อยหน่ายหนาวน้ำค้างที่กลางดง
เสียงฉับฉิ่งหริ่งรับขยับเร่ง
จะพรากเพลงเพื่อนยินสิ้นเสียงส่ง
เขาเบือนนิ้วผิวแผ่วแล้วราลง
เสียงนั้นคงเน้นครางอย่างห่วงใย
เจ้าดอกเอยดอกขจรอาวรณ์ถวิล
นกขมิ้นเหลืองอ่อนจะนอนไหน
เขาวางขลุ่ยข่มน้ำตาว้าเหว่ใจ
ตอบไม่ได้ดอกหนาข้าคนจร
นกขมิ้น
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
โอยย ..
กระดึงหนุ่มถูกตรึงไว้ในเม็ดทรายหอม
อันหัวโขนยักษ์หรือลิงสิ่งสมมติ
ส่วนมนุษย์ยักษ์หรือลิงจริงไฉน
เหมือนอำนาจและหน้าที่อยู่ที่ใคร
อย่าปล่อยใจให้ลืมตัวหัวเป็นคน
-ไม่แน่ใจว่าของใครค่ะ ที่บริษัทเขาแปะไว้-
ขอบคุณครับลุงอ๋าห์
สงสัยต้องไปหามาอ่านบ้างแล้ว
ไม่รู้ว่าเจเจจะมีขายหรือเปล่า
ฉันจึงมาหาความหงอย สุดยอดจริงๆ
...ฉันเมา ฉันเหง่าว ฉันอึ้ง
ฉันจึง มาหา ความหงอย
ฉันหวัง จะดึง ให้หมอปอย
สุดท้าย ดึงได้น้อย แค่กระจุกเดียว
คิดได้ไงเนี่ย คล้ายกับของลุงกำนมเลยครับ
(ปล. ชอบอ่านสำนวนคุณศศิวิมลเหมือนกันครับ)
เขาสามารถปราดเปรื่องในเรื่องรัก
เราโง่นักในเล่ห์เสน่หา
เมื่อเขาเก่งในการสร้างมารยา
เราก็หน้าด้านเป็น ... เล่นละคร
"เขาเป็น..เราก็เป็น"
รัศมี ปฐมพรวิวัฒน์
วันก่อน งดงามดั่งความฝัน
วันหนึ่ง งงงันกับคำถาม
บางสิ่ง แสวงหาค่านิยาม
บางอย่าง เรามองข้ามผ่านเลยไป
บางวัน เราพอใจในคำตอบ
บางสิ่ง เรามอบความรักให้
บางขณะ สับสนเราจนใจ
เกิดคำถามใหม่ในภวังค์
วันหนึ่ง ยืนเคว้งคว้าง ณ ทางแพร่ง
ตะวัน สาดแสง อยู่เบื้องหลัง
บางคำตอบ ใจสลด หมดพลัง
บางคำถาม ปลุกความหวัง สะพรั่งงาม
คำถามแห่งชีวิต
ศักดิ์ศิริ มีสมสืบ
ผมชอบงานของคุณศักดิ์ศิริ มีสมสืบมาก และนี่เป็นบทนึงครับ กำลังพยายามหาอีกบทอยู่
พอดีโปรเจคต์กระดานชนวนของจุฬาเน่าไป ไม่งั้นคงได้ก๊อบเอากลอนตลกๆ ของระเด่นลันไดมาแน่เลย
อ้างคำพูดจาก: toxin เมื่อ 10 ก.ค. 2008, 14:26 น.
วันก่อน งดงามดั่งความฝัน
วันหนึ่ง งงงันกับคำถาม
บางสิ่ง แสวงหาค่านิยาม
บางอย่าง เรามองข้ามผ่านเลยไป
บางวัน เราพอใจในคำตอบ
บางสิ่ง เรามอบความรักให้
บางขณะ สับสนเราจนใจ
เกิดคำถามใหม่ในภวังค์
วันหนึ่ง ยืนเคว้งคว้าง ณ ทางแพร่ง
ตะวัน สาดแสง อยู่เบื้องหลัง
บางคำตอบ ใจสลด หมดพลัง
บางคำถาม ปลุกความหวัง สะพรั่งงาม
คำถามแห่งชีวิต
ศักดิ์ศิริ มีสมสืบ
ผมชอบงานของคุณศักดิ์ศิริ มีสมสืบมาก และนี่เป็นบทนึงครับ กำลังพยายามหาอีกบทอยู่
พอดีโปรเจคต์กระดานชนวนของจุฬาเน่าไป ไม่งั้นคงได้ก๊อบเอากลอนตลกๆ ของระเด่นลันไดมาแน่เลย
ชอบค่ะ :25:
เหมือนปรัชญาชีวิตเลย
โบราณว่าอย่า "คบเด็กสร้างบ้าน
คบหัวล้านสร้างเมือง" มากเรื่องยุ่ง
สมัยนี้เด็กกำลังจะสร้างกรุง
หัวล้านมุ่งดูห่างห่างหาทางโกง
"ฟ้าเมืองไทย"
อักษราภรณ์ พันธุ์กระวี
สไตล์เสียดสีการเมืองเล็กๆ แต่ปรุงขึ้นมาได้สวยครับ
โทษคนอื่นแลเห็นเป็นภูเขา
โทษของเราแลเห็นเพียงเส้นขน
ตดคนอื่นเหม็นเบื่อเหลืออดทน
ตดของตนถึงเหม็นไม่เป็นไร
"คิดคับแคบ"
ไม่ทราบคนแต่ง
แต่แต่งได้ฮาและน่าฉุกคิด น่านับถือจริงๆ ... :12:
อ้างศิลปินดื่นดาษขาดศิลปะ
เหม็นยิ่งกว่ากองขยะขจายกลิ่น
แมลงวันแมลงหวี่ที่ตอมบิน
ยังสูงกว่าศิลปินที่สิ้นคิด
"ศิลปะ"
พรานบูรพ์
งานกราฟิคควรดูความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและหาสไตล์ของตนเอง
ปัจจุบันแค่ไอเดียอย่างเดียวคงไม่พอแล้วครับ
ต้องตามโลกให้ทันด้วย
แต่บทนี้โดนครับ
ตายละ ไม่มีใครช่วยปั่นเลยวุ้ย :21:
ภูกระดึงพึงเป็นสักขี
ชาตินี้ขอเลิกรักลืมร้าง
ลืมรสชาติอันชืดจืดจาง
น้ำล้างตีนหรอกใช่น้ำใจ
จะหลีกลี้หนีหน้าเจ้า
ราวว่าหาอยู่ร่วมโลกไม่
อยู่แต่แผลร้ายร้อนหฤทัย
เจ็บไปทุกชาติขาดกันเอย
อังคาร กัลยานพงษ์
บทนี้เอามาฝากลุงอ๋าห์โดยเฉพาะครับ .... :02:
ฮ่าๆๆๆ ไม่ซีเรียสเรื่องปั่นครับ เอามาใส่ไว้ให้อ่านกันจรรโลงหัวใจ ก่อนและหลังทำงาน
:02:
ลุงโอ้เอ้ก็นักกลอนใหญ่ ผมจำได้ว่าเราคอเดียวกัน
ไฉนจึงไม่มาร่วมวงเสวนาแห่งความสุนทรีย์ล่ะครับ?
.
.
.
ขอพบเธอในนามของความรัก
และเอ่ยทักในนามความคิดถึง
อ้างพยานมิตรภาพอันซาบซึ้ง
เพื่อตามหึงห่วงหวงทวงไมตรี
"ในนามของความรัก"
ประทีป พฤกษากิจ
ฝากไว้อีกบทก่อนไปทำงานครับ :46:
อ้างคำพูดจาก: toxin เมื่อ 10 ก.ค. 2008, 22:40 น.
ภูกระดึงพึงเป็นสักขี
ชาตินี้ขอเลิกรักลืมร้าง
ลืมรสชาติอันชืดจืดจาง
น้ำล้างตีนหรอกใช่น้ำใจ
จะหลีกลี้หนีหน้าเจ้า
ราวว่าหาอยู่ร่วมโลกไม่
อยู่แต่แผลร้ายร้อนหฤทัย
เจ็บไปทุกชาติขาดกันเอย
อังคาร กัลยานพงษ์
บทนี้เอามาฝากลุงอ๋าห์โดยเฉพาะครับ .... :02:
ไม่รู้ว่าลุงภูกระดึงไปเกี่ยวอะไรกับความรักของเขานะครับ อิอิ
๏ ใช่เสียแค่ปราสาท
แต่เสียชาติและเสียหน้า
รัฐบาลไร้เดียงสา
ไม่รู้สึกไม่รู้สม
๏ ลุกลี้ไปรับรอง
แลลุกลนมีลับลม
ซ่อนเล่ห์อันโสมม
ด้วยสามานย์สันดานเดิม
๏ รับรองเป็นของเขา
สะเพร่าพลาดสะเพร่าเพิ่ม
โอหัง ยังเหิมเกริม
ไม่รู้หนาว ไม่รู้ร้อน
๏ เสียสิทธิ์ ทักท้วงสิทธิ์
เหนือพื้นที่ ที่ทับซ้อน
เสียขวัญ ทวยนาคร
และเสียศรีสะเกษศรี
๏ ไม่ใช่เรื่องคลั่งชาติ
และไม่ใช่เรื่องไมตรี
เป็นเรื่องเราเสียที
ก็เพราะคนของเราเอง
๏ สงสารประเทศไทย
ที่ปล่อยให้เขาข่มเหง
แต่นี้ จะร้องเพลง
ประเทศไทย...ให้ใครฟัง!
................................
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
อ.๘/๗/๕๑
บทนี้ก็เจ๋งครับ สะท้อนอารมณ์
อันนี้ไม่รู้ใครแต่งล่ะครับ เจอจากเน็ต
ชอบที่เขาสลับคำกัน เอาหน้าไว้หลัง เอาหลังไว้หน้า
เพียงรักแรกแรกรักประทับจิต
เพียงใจคิดคิดน้อยใจเฝ้าคอยฝัน
เพียงใจฝากฝากใจส่งใหัถึงกัน
เพียงแต่ฝันฝันแต่ว่าจะได้เจอ
เพียงสบเนตรเนตรสบก็พบรัก
เพียงพบพักตร์พักตร์พบกันใจพลันเผลอ
เพียงบอกรักรักบอกใจให้ละเมอ
เพียงแต่เพ้อเพ้อหลงใหลใจพะวง
เหมือนจะเป็นกลบทนะครับ
แต่ไม่แน่ใจว่ากลบทอะไร ...
รู้แต่ว่าเจ๋งมากครับลุงโอ้เอ้ :12:
+++++ ฝนพร่าง +++++
ฝนพรมพราวพร่างฟ้า...................ลมฝน
ไร้เมฆหมอกลมบน......................ล่องฟ้า
คืนหนาวต่างใจคน.......................เหงาอยู่
ใจอ่อนทำกายล้า.........................อย่างนี้ ทุกหน
ฝนหยุดยลกลิ่นฟุ้ง.......................ดินหอม
ส่องประกายแวววอม....................ยอดหญ้า
เสียงหรีดหริ่งรุมตอม....................เริงรื่น
สดชื่นหายอ่อนล้า........................แรงฟื้น คืนกลับ
แสงวับแววทั่วฟ้า..........................ทอฝัน
หลังเมฆมีตะวัน............................วาดรุ้ง
หลากสีแห่งสวรรค์อัน.....................วิจิตร
เหนือทุ่งนาโค้งคุ้ง.........................สู่ฟ้า จากดิน
คนเหงาเปล่าเปลี่ยวร้าง..................วิญญาณ
คนตื่นคงเบิกบาน..........................สุขล้ำ
รุ้งสีวาดแสงนาน...........................ผ่านเมฆ
เหงาตื่นคนใจช้ำ............................แต่งแต้ม เติมรัก
เขียนเองอีกแหละ คุ้นๆ ว่าเหมือนจะเคยโพสไปแล้ว
ไม่รู้จู๋ไหน
ชอบอีกแล้ว.. :25:
อ้างคำพูดจาก: ด.ช.ภูกระดึง เมื่อ 20 ม.ค. 2008, 12:18 น.
บาดแผล ณ ร่างกาย
เหล้าล้างได้ แผลหายดี
บาดแผล ณ ฤดี
ฤ จะมี เมรัยใด-
ราดรดลงลำคอ
บาดทั้งคอ ขมทั้งใจ
ยิ่งราด ยิ่งสุมไฟ
ในฤทัย ยิ่งมืดมน
รินเหล้าอีกสักแก้ว
เพลงแผ่วแผ่ว ผ่านม่านฝน
แผลในฤทัยดล
ให้เริ่มต้น ดื่มอีกครา
ดื่มเหล้า ที่บาดคอ
หวังแค่พอ จะดับไฟ
ไฟรัก ยิ่งโหมใน
บาดหัวใจ บาดลำคอ
เหล้าขมบาดคอ รักขมบาดใจ - ๒๔/๐๔/๔๒
(แหม เขินนะเนี่ย 555)
ชอบกาพย์บทนี้ ของพี่อ๋าห์ มากๆ ครับ :25:
อ้างคำพูดจาก: ด.ช.ภูกระดึง เมื่อ 20 ม.ค. 2008, 12:18 น.
บาดแผล ณ ร่างกาย
เหล้าล้างได้ แผลหายดี
บาดแผล ณ ฤดี
ฤ จะมี เมรัยใด-
ราดรดลงลำคอ
บาดทั้งคอ ขมทั้งใจ
ยิ่งราด ยิ่งสุมไฟ
ในฤทัย ยิ่งมืดมน
รินเหล้าอีกสักแก้ว
เพลงแผ่วแผ่ว ผ่านม่านฝน
แผลในฤทัยดล
ให้เริ่มต้น ดื่มอีกครา
ดื่มเหล้า ที่บาดคอ
หวังแค่พอ จะดับไฟ
ไฟรัก ยิ่งโหมใน
บาดหัวใจ บาดลำคอ
เหล้าขมบาดคอ รักขมบาดใจ - ๒๔/๐๔/๔๒
(แหม เขินนะเนี่ย 555)
ไอเดียยอดมากครับ ...
แต่สงสัยทำไมสุมไฟแล้วมืดมน สงสัยจุดไม่ติดเหรอครับ อิอิ :47:
๏เจ้าของตาลรักหวานขึ้นปีนต้น ระวังคนตีนดีนมือระมัดมั่น
เหมือนคบคนคำหวานรำคาญครัน ถ้าพลั้งพลันเจ็บอกเหมือนตกตาล
เห็นเทพีมีหนามลงราน้ำ เปรียบเหมือนคำคนพูดไม่อ่อนหวาน
เห็นกิ่งกีดมีดพร้าเข้าราราน ถึงหนามกรานก็ไม่เหน็บเหมือนเจ็บทรวง
นิราศพระบาท.
ชอบกลอนบทนี้ค่ะ ถ้าจำไม่ผิดเป็นของคุณวาณิช จรุงกิจอนันต์
ผิดหวังแล้วหวังใหม่ไม่ลดละ
หวังเพื่อจะผิดหวังอีกครั้งใหม่
แล้วเราก็ผิดหวังสมดั่งใจ
เราจึงไม่ผิดหวังสักครั้งเดียว
ป.ล. ส่วนใหญ่ไว้ใช้ยามชีวิตต้องการแรงใจ เคยเขียนไว้ในข้อสอบตอนเอ็นทรานส์ด้วยนะเออ
ชอบจังค่ะพี่เดียร์ :25:
ศิลป์ทั้งผองต้องเพื่อเกื้อชีวิต
ของมวลมิตรผู้ใช้แรงทุกแห่งหน
ใช่เพื่อศิลป์อย่างที่นับสัปดน
ใช่เพื่อตนศิลปินชีวินเดียว
"ศิลป์ของใคร" - จิตร ภูมิศักดิ์
รำลึกทวนรอยเท้าแห่งวิถี
นกกระดาษตระหนกพร่านบินร่านร่อน
ว่ายว่อนเวิ้งฟ้าน้ำตาเจิ่ง
โครมครืน...ตื่นเตลิดกระเจิดกระเจิง
เปิดเปิง...ปืนอีโบ๊ะรัวโละเละ
สาดกระสุนลูกชำมะเลียงรัวกระหน่ำ
เจ้าตาคมล้มคว่ำลงโผละเผละ
เลือดตกอกแตกแหลกเละ
หยดหมาดหยาดเหมะดังเม็ดมณี
เนื้อนวลปริแตกแยกออก
ลิ่มหลาวยาวกว่าศอกตอกเต็มที่
โหยกรีดหวีดร้องก้องปฐพี
ค่าแค่เสียงแมลงหวี่ วู่วี่ดัง
โยกเอยโยกเยก
น้ำตาท่วมเมฆมิหยุดหลั่ง
กระต่ายน้อยลอยคอท้อประดัง
เหนี่ยวยอดฟ้าคว้าหวังก็พังครืน
ปีศาจรุ้งพุ่งพาดฟาดสาย
พุ่งปลายทะลวงอกอันตกตื่น
รุ้งดื่มเลือดจนเหือดร่าง...ฟ้าครางครืน
ระคนเสียงประเปรี้ยงปืนกำราบปราม
ต้นมะขามต้นนี้หรือต้นไหน
เปีย จุก แกละ รำไห้สะอื้นถาม
กิ่งนี้หรือกิ่งไหนเล่าไม้งาม
ที่นงราม เจ้าเนื้อแน่นถูกแขวนคอ
ลมวูบ กิ่งไหว ร่างไกวแกว่ง
ถูกตีต่อยห้อยต่องแต่ง...ถีบเตะต่อ
ไม่ครวญคร่ำไม่ร่ำไห้ไม่ตัดพ้อ
เชือกรัดคอแน่นซิหนอจึงเงียบไป
เจ้าตาปลิ้นลิ้นห้อยย้อยถึงคาง
มือสองข้างกำแน่นแค้นไฉน
แค้นเคืองขอให้ขาดพร้อมขาดใจ...
...เขาฌาปนกิจให้ด้วยเผายาง
กระดาษม้วนทำกรวยต่างลำโพง
เขากุข่าวป่าวโปงอยู่โป้งป้าง
ว่าเราเป็นกากเกลื้อนแถมเรื้อนกวาง
ว่าหัวแดง พุงด่าง ก้นเป็นดวง
ว่าแล้วเขาปาระเบิดลูกมะกอก
ปืนอีโบ๊ะหมื่นกระบอกก็รับช่วง
ห่ากระสุนลูกชำมะเลียงก็ลิ่วทะลวง
ปลดชีวิตปลิดร่วงลงนอนราย
ไม่ตายหรอกกรอกลูกหว้ายาวิเศษ
ที่นอนรายตายทุเรศก็พลิกหงาย
ฆ่าไม่ตาย ค่าไม่ตาย ข้าไม่ตาย
เจ็บก็หาย ตายไม่ฟื้น ตื่นใจจริง
ยังไม่ตาย เรายังอยู่สู้ยืนหยัด
ฝันและหวังยังแจ่มชัดจรัสยิ่ง
เลือกจำแนกแยกแยะและคัดทิ้ง
เก็บบางสิ่ง ทิ้งบางอย่างหาทางชนะ
เธอฝ่ายหนึ่ง ฉันฝ่ายหนึ่งพึงแจ่มชัด
แตกต่างอย่างยืนหยัด...ถือสัจจะ
ข้ามขุนเขาอวิชชาสู่อารยะ
เอาชนะด้วยปัญญาสมค่ามนุษย์
เคียดแค้นเคืองใจดังไฟเผา
บาปหนหลังระหว่างเราให้สิ้นสุด
"ศัตรูยังคงอยู่ให้สัปยุทธ์
คือโมหะแห่งมนุษย์ฉุดสำนึก"
เถิด...เหน็บปืนก้านกล้วยไว้ข้างฝา
สร้างเสริมสติปัญญาไว้สู้ศึก
ให้เจนจัดรัดกุมลุ่มลึก
ตรึกตรองครรลองศึกสันติวิธี
หก ตุลา สอง ห้า หนึ่ง เก้า
รำลึกทวนรอยเท้าแห่งวิถี
หักนิ้วนับทีละนิ้วนิ้วละปี
หมดมือตีนพอดีนะเพื่อนรัก
หักนิ้วนับจากวันนั้นถึงวันนี้
ยี่สิบปีพอดีแล้วเพื่อนรัก
ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
ต.ค. ๒๕๓๙
เรียนดอก
เท่าที่แปะๆ มัน
เอามาทั้งดุ้นกันเลยนิ
หรือ หยวนๆ
ถ้าวรรคทองต้อง
แบบนี้มิใช่เร๊อะ ดอก
..........................
ดอกรักบานในหัวใจใครทั้งโลก
แต่ดอกโศกบานในหัวใจฉัน
และอาจเป็นเช่นนี้ชั่วชีวัน
เมื่อรักอันแจ่มกระจ่างกลับร้างไกล
หยก บูรพา//เฉลิมศักดิ์ (ศิลาพร) รงคผลิน
อ้างคำพูดจาก: iamnot เมื่อ 09 ก.ค. 2008, 11:14 น.
ดาวดวงลับล่วงแล้ว.................แลหาย
แสงดาวยังพร่างพราย.............จากฟ้า
ชีพดับลับมลาย......................เป็นดิน
อยู่ยั้งยืนคู่หล้า.......................นั้นคือความดี
คนดั้นด้นค้นหา.......................ล่าฝัน
ไขว่คว้าหาตะวัน......................แจ่มจ้า
ปีนป่ายไปถึงสวรรค์.................นับอยู่
ร่วงลงนรกชั่วช้า......................มิถ้วนหลงทาง
คนลืมตนลืมที่.........................เกิดมา
คล้ายเศษดาวเกลื่อนนภา...........ดวงน้อย
หลุดแตกจากดารา...................อับแสง
ไหลไปตามแรงร้อย..................ดึงดูดดวงดาว
หนึ่งคนชีวิตนั้น.......................แสนสั้น
เร่งรีบทำดีกัน.........................สรรสร้าง
ยาวไกลในความฝัน.................ยังอยู่
เป็นแรงใจผลักง้าง..................สองเท้าก้าวเดิน
ผมเขียนเอง ตอนปี 2000
จนถึงวันนี้ มีกลอนเยอะแยะที่ผมเขียน
แต่โคลงมีไม่กี่บท ที่เขียนได้ ไม่รู้ทำไม
:25: :25: สุดยอดดดดด ค่ะ บวกโลดดดด :25: :53:
เกือบปีละ ขุดมาเล่นด้วยกลอนทึ่ขุดมาเช่นกัน :30:
อ้างคำพูดจาก: คุณภูกระดึง เมื่อ 27 ม.ค. 2007, 00:13 น.
อีกอันลอกจากหนังสือ ทฤษฎีแห่งความรัก
ของ ท่าน ส.ศิวรักษ์
ว่าเมียเขาเรารักทำควักค้อน
ขึ้นงิ้วอ่อนมือตีนปีนไม่ไหว
แม้สมัครรักเราไม่เป็นไร
จะปีนได้ทุกวันไม่ครั่นคร้าม
ด้วยหนามงิ้วเดี๋ยวนี้มีไม่มาก
เขาคอยถากทุกวันอย่าหวั่นหวาม
จะทำบุญเสียด้วยขวานตระหง่านงาม
ไปถากหนามงิ้วบาดให้ขาดระยำ
นิราศพระปฐม
ตอนท้ายลงที่มาเพียงเท่านี้ ก็เลยไม่รู้ว่าผู้แต่งคือใคร
ผมเคยหาใน นิราศพระประธมของสุนทรภู่ ไม่ยักกะเจอ
คงเป็นงานเขียนของท่านอื่น
ใตรรู้บอกด้วยนะครับ
ว่าแต่ด๊อกเต้อร์ป๋วยหายไปนานแล้วนะเนี่ย
ผมเห็น ดอกยังออนทุกวัน
ผมยังชอบบทนี้นะ น้าภู
อ้างอิง'ระจัน:
ตั้งอ่านดูนะ
...........................
ความคิดเห็นที่ 20
บางครั้งการเขียนกลอนแค่บทเดียว ก็อาจกลายเป็นวรรคทองเป็นที่จดและจำของคนทั่วไปได้
ว่ากันว่า (อีกแล้ว) เคยมีนักศึกษาหญิงธรรมศาสตร์คนหนึ่ง เขียนกลอนบทหนึ่งลง
ใน หนังสือวรรณศิลป์ธรรมศาสตร์ ที่ขายกันเล่มละบาทในสมัยนั้น ประมาณ พ.ศ.๒๕๑๑นักศึกษาหญิงคนนั้นคือ กรรณิการ์ (เฮงรัศมี) หิรัญรัศมี กลอนบทนั้นลงท้ายสอง
วรรคหลังว่า " ถ้าไม่ไปพบเขาเราเสียใจ.........แต่ถ้าไปพบเขาเราเสียตัว "
เล่ากันว่า ช่วงนั้นเป็นที่ฮือฮากันมาก ขรรค์ชัย บุนปาน ซึ่งตอนนั้นทำงานที่สยามรัฐ
ยังยกกลอนสองวรรคนี้ไปลงในข้อเขียนของตัวเอง และเขียนถามว่า " แล้วหนูไปหา เขาหรือเปล่าจ๊ะ "
มาอ่านกลอนนี้กันทั้งบทดีกว่า
รักที่ต้องเลือก (วันนี้)
โอ้วันนี้...วันสำคัญตื้นตันนัก
มิรู้จักเลือกทางอย่างไรได้
ถ้าไม่ไปพบเขาเราเสียใจ
แต่ถ้าไปพบเขาเราเสียตัว
กรรณิการ์ (เฮงรัศมี) หิรัญรัศมี
หมายเหตุ วรรคทองตอนนี้ คัดข้อความบางส่วนมาจาก คอลัมณ์เรื่อง นักกลอนเก่า ของ
วานิช จรุงกิจอนันต์ จากหนังสือมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับที่ ๑๑๘๙
จากคุณ : จอมยุทธเมรัย - 10 มิ.ย. 46 12:52:20
++++++++++
น้ำตารินไหลพร่างอย่างเงียบๆ
มันเย็นเฉียบเหมือนเชือดให้เลือดไหล
ทั้งปวดลึกร้าวทั่วเนื้อหัวใจ
วันทำไมจึงมืดยืดยาวนัก...
++++++++++
ในนามของความรัก
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
นี่ก็น่าจะวรรคทองนะคะ :25:
ไปหา :08:
ล้ำลึก คนึงหา ในดวงจิต
ใจเคยคิด ตัดสวาท ให้ขาดดิ้น
ดั่งก้านบัว หักกลาง ชลาสินธุ์
ผิว่าสิ้นไร้ เยื่อยัง เหลือใย
---วีรบุรุษไร้น้ำตา---
--โก้วเล้ง--
" แล้วหนูไปหา เขาหรือเปล่าจ๊ะ " >> ไปหา :27:
กูรักมึง มึงรักกู
อยู่ด้วยกัน บัญชี
คณะบริหารธุรกิจ ภาควิชาบัญชี แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
แล้วก็กลายเป็น
กูรักมึง มึงรักกู
อยู่ด้วยกัน ทันที
:55:
วันนี้สด สด รักแรกมักแยกยาก
รักมากจึงยากแยก
รักเธอเปนคนแรกถ้าจะแยกมันคงยาก
อ่ะ นึกออกอีกอัน
++++++++++
หนึ่งจะมีรักใหม่อย่าให้รู้
สองจะอยู่กับใครอย่าให้เห็น
ให้ฉันเถอะขอร้องสองประเด็น
แล้วจะเป็นผู้แพ้อย่างแท้จริง
ของ : สนธิกาญจน์ กาญจนาสน์ ค่ะ
เธอมีหนึ่ง ยังไม่พอ ขอมีสอง
โธ่นวลน้อง ยังไม่พอ ขอมีสาม
พอมีสาม ก็ต้องมี สี่ติดตาม
พอห้าชาม เธอบอกให้ เราจ่ายเงิน
-- นานมากจนจำไม่ได้ว่าใครแต่ง---
คัพA คัพB คัพC
เธอคนดีใส่คัพอะไร
ส่วนฉันคับอกคับใจ
คับกางเกงในเพราะคิดถึงเธอ :51:
ตั้งแต่สมัย ม.ปลาย นู้นนนนนนนนน
เอ้า... ฮากันใหญ่แล้วววววววว 555+