คือไปเห็นในมัลติพาย ของหลายๆคนครับ
เค้าถ่ายรูป แล้วมีนางแบบสวยๆๆๆๆๆ มาเป็นแบบ
บางคน หนักข้อถ่ายชุดว่ายน้ำ บิกินี่ตัวจิ๋วกันเลยทีเดียว :10:
ถ้าผม เริ่มต้นหัดถ่ายภาพ จากจุดๆนี้
ถือว่าไม่ลามกใช่ไหมครับ
:04: :04: :04:
มันคือศิลปะครับ ถ่ายมาเลยจะได้ช่วยๆดู :33:
ขอมัลติพลายนั้นหน่อยสิครับ
หานางแบบครับ กล้องเกลิ้งช่างหัวมัน
อ้างคำพูดจาก: Lae์ เมื่อ 11 มิ.ย. 2008, 12:11 น.
หานางแบบครับ กล้องเกลิ้งช่างหัวมัน
ถูก !!!!!!! \:07:/
:30: :30: :30:
ดูผู้ทรงคุณวุฒิแต่ละท่านตอบ...
ลองหานางแบบดูซิครับ ผมยังหาได้เลย :33:
(http://img.thzhost.com/i/31/dscf1597.jpg)
(http://img.thzhost.com/i/jt/dscf1686.jpg)
(http://img.thzhost.com/i/2m/dscf1604.jpg)
(http://img.thzhost.com/i/fi/dscf1723.jpg)
หาแบบนี้ที่ไหนหมอแมวหง่าว :37:
อยากหัดถ่ายภาพ .... มากเลยตอนี้ :25:
อ้างคำพูดจาก: ถลอก เมื่อ 11 มิ.ย. 2008, 11:58 น.
ถือว่าไม่ลามกใช่ไหมครับ
ถามแบบนี้แปลว่าไม่ลามกใช่เปล่าฮะ?
จขกจ. ช่วยตอบด้วยนะฮะ อยากรู้มากเลย
อ้างคำพูดจาก: ่หน่วยทำลายศพมดแดง เมื่อ 11 มิ.ย. 2008, 12:42 น.
หาแบบนี้ที่ไหนหมอแมวหง่าว :37:
อาศัยคนรู้จักกับน้องเค้าครับ ติดต่อให้ ก็ให้ค่าขนมกับน้องเค้าเล็กน้อย :22:
นางแบบหมอแมวน่ารัก :27:
อ้างคำพูดจาก: หมอแมวหง่าว เมื่อ 11 มิ.ย. 2008, 12:47 น.
อาศัยคนรู้จักกับน้องเค้าครับ ติดต่อให้ ก็ให้ค่าขนมกับน้องเค้าเล็กน้อย :22:
รวมทั้งค่าเทอมด้วยไหมหมอแมว :27:
มันขึ้นอยู่กับมุมมองและการถ่ายทอดครับ การถ่ายแบบไม่ใช่ว่านางแบบสวยหรือเอ็กซ์แล้วจะถ่ายออกมาดูดีเสมอ
มันขึ้นอยู่กับตากล้องด้วยครับ ว่าเห็นจุดเด่นความสวยแล้วถ่ายทอดจุดนั้นออกมาให้คนดูได้เห็นเหมือนที่ตากล้องเห็น
ไหม
คือถ้าไม่คิดอะไรมาก ลองหัดถ่ายอาหารก่อนซิครับ ตากล้องหลายคนที่ถ่ายภาพเก่งๆก็เริ่มจากลองถ่ายอาหารนี่แหละ
ครับ
วันไหนไปอีกบอกด้วยนะครับหมอแมวหง่าว จะช่วยแบกน้องขาตั้งกล้องให้ :26:
:12:สนับสนุนความคิดพี่ชายคลองครับ ของแบบนี้ขึ้นอยู่กับมุมมองส่วนตัวของช่างภาพเป็นหลัก
///ตัดหน้าหนึ่งคน
อ้างคำพูดจาก: กิมุจิ เมื่อ 11 มิ.ย. 2008, 13:30 น.
วันไหนไปอีกบอกด้วยนะครับหมอแมวหง่าว จะช่วยแบกน้องขาตั้งกล้องให้ :26:
:12:สนับสนุนความคิดพี่ชายคลองครับ ของแบบนี้ขึ้นอยู่กับมุมมองส่วนตัวของช่างภาพเป็นหลัก
///ตัดหน้าหนึ่งคน
เดี๊ยวมอบตำแหน่ง GB ให้ครับ :27:
ผมขอเป็นคอสตูมครับ :35:
GB ดีกว่าครับ :27:
ผมถือ reflex ให้ :04:
งั้นเดี๋ยวไปเรียนแต่งหน้าก่อน :04:
มีแต่คนอยากออกกองด้วย :30:
มีฝ่ายฟิตติ้งยัง :25:
ไปด้วย ไปดูอย่างเดียวนะ :25:
เดี๋ยวผมไปยืนถ่ายคู่นางแบบให้เอามั๊ยครับ :43:
ไม่ถือว่าลามกครับ เพราะว่าการถ่ายภาพเหล่านี้ให้สวยต้องอาศัยฝีมือในการวัดแสง การจัดองค์ประกอบ และการวางรูปแบบแสงเงา
แต่ไม่เหมาะสำหรับเริ่มต้น เพราะว่ายากครับ :31: ฝีมืออย่างเดียวไม่พอ ต้องพูดเก่งคุยเก่ง และสามารถ"จัดท่า"นางแบบได้ด้วยตนเอง (บางคนไปจ้างนางแบบเชี่ยวๆ เค้าจะจัดวางท่าให้เราเองซึ่งจะทำให้เราไม่ได้พัฒนาฝีมือในการจัดท่า)
สนนราคาในการจ้าง อยู่ที่ 1000-3000 ขึ้นกับนางแบบ ดังนั้นถ้าจะจ้าง ก็ควรจะถ่ายพร้อมกันหลายคนครับ
ของผมเองไม่สามารถหัดถ่าย Portrait ได้ เนื่องจากแฟนไม่ยินยอมครับ และเวลาถ่ายPortrait แฟน แฟนจะไม่ชอบการจัดวางภาพแบบPortrait (ชอบประมาณหน้าตรงรูปติดบัตรไม่เห็นวิวรอบๆ ต้องวางคนตรงกลางภาพ) ดังนั้นผมเลยไม่สามารถหัดถ่ายได้ :37: :37: :37: :37: :37: :37:
จ่าเจฟมีแฟนแล้วเหรอครับ
หมอพึ่งรู้นะเนี้ย
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 11 มิ.ย. 2008, 15:55 น.
ไม่ถือว่าลามกครับ เพราะว่าการถ่ายภาพเหล่านี้ให้สวยต้องอาศัยฝีมือในการวัดแสง การจัดองค์ประกอบ และการวางรูปแบบแสงเงา
แต่ไม่เหมาะสำหรับเริ่มต้น เพราะว่ายากครับ :31: ฝีมืออย่างเดียวไม่พอ ต้องพูดเก่งคุยเก่ง และสามารถ"จัดท่า"นางแบบได้ด้วยตนเอง (บางคนไปจ้างนางแบบเชี่ยวๆ เค้าจะจัดวางท่าให้เราเองซึ่งจะทำให้เราไม่ได้พัฒนาฝีมือในการจัดท่า)
สนนราคาในการจ้าง อยู่ที่ 1000-3000 ขึ้นกับนางแบบ ดังนั้นถ้าจะจ้าง ก็ควรจะถ่ายพร้อมกันหลายคนครับ
ของผมเองไม่สามารถหัดถ่าย Portrait ได้ เนื่องจากแฟนไม่ยินยอมครับ และเวลาถ่ายPortrait แฟน แฟนจะไม่ชอบการจัดวางภาพแบบPortrait (ชอบประมาณหน้าตรงรูปติดบัตรไม่เห็นวิวรอบๆ ต้องวางคนตรงกลางภาพ) ดังนั้นผมเลยไม่สามารถหัดถ่ายได้ :37: :37: :37: :37: :37: :37:
ก็แอบถ่ายคุณแฟนตอนที่หลับซิครับ :21:
จ่าโชว์แฟนเลยครับ :30:
นึกหลงว่า หมอแมวมาตอบตั้งนาน :07:
ก็ว่าอยู่ หมอแมวเปลี่ยนแนว :30:
ก็หมอแมวไง :31:
เพิ่งสังเกตว่าเป็นจ่าเจฟ :05:
เปลี่ยนใจไม่เป็นตากล้องแล้ว
เป็นนางแบบดีกว่า :26:
ใครอยากถ่ายนู้ด จมล. มาเลยจ้า
:37: เดี๋ยวเป็นนางแบบให้ค่ะ
จริงๆ ตั้งกระทุ้นี้เพราะเข้าไปเห็นกระทู้ในพันทิป ห้องตากล้องมา ประเด็นเกี่ยวกับพระไปออกรอบถ่ายรูป อะไรประมาณนี้
เค้าถามว่าเหมาะสมหรือไม่ ใจคิดว่า ยังไงมันก็ไม่เหมาะสมแหละ
แต่งงว่าในกระทู้ มันทำไมถึง คุยกันออกทะเลไปได้ขนาดนั้น
ลองไปอ่านกันดูดิ กระทู้เด่น อยู่บนสุดห้องตากล้องเลย
:08: ตาถลอด เอ๊ย ถลอกนี่ ตั้งจู๋ผิดห้องเป็นประจำเลยนะ
ย้ายๆๆ
มาละ
ฮาอ่ะ
:30: :30: :30:
เพื่อนแอ้มันก็ไปถ่ายกะนิตยสาร DCM+PentHouse ค่ะ แต่ละคอร์สราคาแพง แล้วก็ยิ่งแพงขึ้นเมื่อผ้าน้อยลง
เอ๊ะ..มันผกผันกันยังไง..
ตามจริงเพื่อนแอ้ไม่ค่อยจะมีพรสวรรค์เท่าไหร่ แต่ตังค์มันถึง อุปกรณ์เพียบ เดี๋ยวนี้ด้วยความใจรัก รูปเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ อ่ะค่ะ
แต่ยังไม่ถึงกะสุดยอดล่ะมั้ง.. อยากดูป่ะ.. ว่าแต่..เอามาลงได้ป่ะคะเนี่ย เพราะมันยิ่งกว่า.. ดึกฯ อีกนะ
ก็เอาไปลงในดึกซิ่ :25:
จัดไปแล้วค่ะ :25:
ปลายเดือนที่แล้วคลับแป้นแตกเพิ่งจัดบิกินี่ทริปกันไป
เสียกันคนละ 1500 บาทค่านางแบบ
(http://pentax.niceeyeshot.com/uploads/forums/imgp1438.jpg)
เอารูปมาจากนี่
http://pentax.niceeyeshot.com/index.php?name=Forums&file=viewtopic&t=832
:31:
รู้สึกว่า :44:
ว่าอะไรเหรอ :31:
ฉันก็คิดอยู่ว่ะ บีสอง :08:
ใช่ไหมบี1 :44:
:30:
ไม่เข้าใจ ตูไร้ความคิด :08:
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว
มีคลับของคนถ่ายพอร์ทเทต http://portrait.niceeyeshot.com
เห็นเขามีกิจกรรมอะไรมาเรื่อยๆ หลายทริป
ลองดูในแกลอรี่เขาสิ :04:
เข้าไปก็เจอรับสมัครถ่ายรูปหัวข้อ FHM girl next doors เลย :04:
ส่วนมากคนถ่ายรูปก็ชอบ portrait แหละค่ะ แต่ก็มีหลายแนว
(ที่นิยมที่สุดก็น่าจะเป็นแนวเซ็กซี่ อิอิ ผู้หญิงยังชอบเลย)
แต่ถ้าอยากถ่ายแล้วสนุกๆ ก็ถ่ายหลายๆ แบบเลยค่ะ portrait เอย landscape เอย หรือมาโครก็สนุกดี (แต่แอบปวดหลัง T ^ T)
อย่าง portrait รินก็ชอบถ่ายนะคะ แต่ว่ารินวัดแสงช้าอะ เกรงใจคนเป็นแบบ รินจะเป็นแนวไปแอบๆ ถ่ายมากกว่าค่ะ
ถ้าออกทริป portrait นางแบบจะไม่มองกล้องข้าพเจ้าเลย เพราะแอบตลอด เหอๆๆๆ
ก็เลยชอบ landscape มากกว่า เพราะว่าวัดแสงนานได้ไม่ต้องเกรงใจใคร แฮ่ๆๆ
ถ้าอยากถ่าย portrait แต่ไม่มีนางแบบ ก็ลองถ่ายแนว life ดูก็ได้ค่ะ ถ่ายชาวบ้านตามที่ต่างๆ ที่เราไปเที่ยว
รูปภาพแนวนี้ก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบนะคะ (ถึงจะสู้แนวเซ็กซี่ไม่ได้ก็เหอะ หุหุ)
เอาเป็นว่า ถ้ามีทริปกัน อย่าลืมชวนด้วยนะคะ แฮ่ๆๆๆ
:27: :27: :27: :27:
หานางแบบมาก่อนจิ๊.. แอ้ไปถ่ายด้วย :35:
ถ่าย potrait หรือมาโครเป็นพื้นฐานง่ายๆเลย เพราะแบบจะนิ่ง เลือกมุมถ่ายได้
โฟกัสดีๆใช้ระยะเลนส์ให้ถูก คุมจังหวะนิดๆหน่อยๆ รูปออกมาก็ดูดีแล้ว
...ถ่ายภาพแนวนี้สักพักจะรู้สึกเบื่อ ไม่ท้าทาย แต่ถ้านางแบบสวย+น่ารัก อาจจะทำให้กระชุ่มกระชวยเป็นพักๆ :27:
เคล็ดลับอีกอย่างคือจัดแสง จัดไฟ ลองเรียนรู้ให้ลึกๆจะได้อะไรเยอะมาก บางคนมองข้ามเรื่องนี้ไป
ถ้าแค่เลือกมุมแล้วถ่ายอย่างเดียว ไม่ค่อยได้อะไรมากเท่าไหร่
landscape พวกวิวยากขึ้นมาหน่อยที่จะถ่ายออกมาให้ดูดี
...แต่ถ้าพอจะรู้พื้นฐานการถ่ายภาพพอสมควรแล้ว ลองหิ้วกล้องออกไปฉายเดี่ยว เดินๆถ่ายๆ คนเดียวบ้างก็ดี
ถ่ายเป็นแนว Life จับจังหวะเหตุการณ์เรื่องราว อันนี้ยากสุดที่จะให้ออกมาดูดีดังใจนึก
มีทั้งการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า คนเดินบังกล้อง มุมไม่ค่อยจะมี บางทีแอบถ่ายแล้วโดนเขาด่าก็มี สารพัดปัญหา
ไปด้วยกันเป็นทริปจะดีสำหรับมือใหม่ๆ แต่ถ้าเริ่มถ่ายเป็น แนะนำให้ไปคนเดียวจะได้อะไรเยอะกว่ามาก
บางครั้งถ้าไปหลายๆคน ตรูอยากถ่ายมุมนี้ เจอมุมแปลกๆ ซอกหลืบที่อยากถ่าย แต่เพื่อนเดินไปโน่นแล้วไม่อยากให้เขารอเรานาน
บางทีก็อาจจะไม่ได้ภาพดังใจ ....หรือบางทีเห็นเพื่อนมันถ่ายมุมนั้นมุมนี้สวย เราก็จะไปถ่ายตามเขา ทำให้ไม่เรียนรู้วิธีแก้ปัญหาเอง
อืม.. อ่านจาก คห.ตาฉึ่งรู้สึกไม่เห็นด้วยแฮะ ผมว่าถ่ายที่ชอบๆ นี่แหละเวิีร์คสุด อย่างส่วนตัวผมก็จะชอบถ่ายวิวเพราะรู้สึกว่าง่ายสุดอะฮะ อาจจะคล้ายๆ เวลากิน ถามว่าถ้าอยากอ้วนกินอะไรอ้วนง่ายสุด ผมก็ไม่ตอบของหวานนะ เพราะผมไม่ชอบกิน แต่จะตอบว่ากินอันที่ชอบกินอ้ะ :42:
ครูวันดีนี่ผู้ชายเหรอคะ :31:
เข้าใจว่าเป็นผู้หญิงมาตลอด :55:
อ้างคำพูดจาก: psyfer_DeV เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 21:18 น.
ครูวันดีนี่ผู้ชายเหรอคะ :31:
เข้าใจว่าเป็นผู้หญิงมาตลอด :55:
:31:/
เหมือนหมอแมวที่เป็นผู้หญิงไงครับ :21:
แง๊ หนูขอโต๊ด.. หนูเป็นปู้หญิงค่ะ
แต่ชอบติดนิสัยพิมพ์ครับๆๆ ผมๆๆ :25:
ไม่เป็นไรค่ะ
สับสนเอง :30:
อ้างคำพูดจาก: wandee.goodday เมื่อ 23 มิ.ย. 2008, 21:12 น.
อืม.. อ่านจาก คห.ตาฉึ่งรู้สึกไม่เห็นด้วยแฮะ ผมว่าถ่ายที่ชอบๆ นี่แหละเวิีร์คสุด อย่างส่วนตัวผมก็จะชอบถ่ายวิวเพราะรู้สึกว่าง่ายสุดอะฮะ อาจจะคล้ายๆ เวลากิน ถามว่าถ้าอยากอ้วนกินอะไรอ้วนง่ายสุด ผมก็ไม่ตอบของหวานนะ เพราะผมไม่ชอบกิน แต่จะตอบว่ากินอันที่ชอบกินอ้ะ :42:
อุเหม่ ก็ครูหยกถ่ายขั้นเทพแล้ว เลยเลือกได้ ถ่ายอะไรออกมาก็แจ่มหมดแหล่ะฮะ :26:
แต่ไม่รู้ว่าเคยมีอารมณ์แบบที่บอกรึเปล่า คือพอถ่ายอะไรที่ชอบมากๆจนมันบังคับได้ระดับนึง จะเริ่มเบื่อมัน
พูดง่ายๆมันเริ่มตัน ถ่ายไม่สนุก เพราะรู้สึกเดิมๆ เริ่มไปหาวิธีอื่น แบบอื่น ที่มันท้าทายมากกว่า
ภาพวิวที่ถ่ายแนว Life สื่อความหมาย จับจังหวะอื่นเข้ามาประกอบ แบบที่ครูหยกชอบถ่าย
อันนี้ยากสุดในสายตากระผมนะ มันใช้สกิลกับแนวคิดเข้ามาประกอบกัน
แต่ถ้าใครถ่ายวิวแรกๆ จะติดๆขัดๆ ภาพที่ออกมาดีหน่อย มักจะเป็นมุมมหาชน (มุมที่เห็นกันบ่อยๆ)
บางคนถ่ายเยอะ ขยันถ่าย แต่ไม่รู้จักคิดประยุกต์เอามุมมองส่วนตัวเข้ามาใช้สักที ถ่ายออกมาก็จะเดิมๆ ถ่ายได้แค่สวย
บางทีพลิกตรงนี้นิดเดียว ก็จะข้ามขั้น อัพเลเวลได้ ...คล้ายๆกับทำงานศิลปะ-ออกแบบ หรืองานกราฟิกอยู่เหมือนกัน
ขนาดนิ้วเท้ายังถ่ายออกมาสวยดูดีเลยครับ :02:
อ้างคำพูดจาก: 8e88 เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 04:14 น.
อุเหม่ ก็ครูหยกถ่ายขั้นเทพแล้ว เลยเลือกได้ ถ่ายอะไรออกมาก็แจ่มหมดแหล่ะฮะ :26:
แต่ไม่รู้ว่าเคยมีอารมณ์แบบที่บอกรึเปล่า คือพอถ่ายอะไรที่ชอบมากๆจนมันบังคับได้ระดับนึง จะเริ่มเบื่อมัน
พูดง่ายๆมันเริ่มตัน ถ่ายไม่สนุก เพราะรู้สึกเดิมๆ เริ่มไปหาวิธีอื่น แบบอื่น ที่มันท้าทายมากกว่า
ภาพวิวที่ถ่ายแนว Life สื่อความหมาย จับจังหวะอื่นเข้ามาประกอบ แบบที่ครูหยกชอบถ่าย
อันนี้ยากสุดในสายตากระผมนะ มันใช้สกิลกับแนวคิดเข้ามาประกอบกัน
แต่ถ้าใครถ่ายวิวแรกๆ จะติดๆขัดๆ ภาพที่ออกมาดีหน่อย มักจะเป็นมุมมหาชน (มุมที่เห็นกันบ่อยๆ)
บางคนถ่ายเยอะ ขยันถ่าย แต่ไม่รู้จักคิดประยุกต์เอามุมมองส่วนตัวเข้ามาใช้สักที ถ่ายออกมาก็จะเดิมๆ ถ่ายได้แค่สวย
บางทีพลิกตรงนี้นิดเดียว ก็จะข้ามขั้น อัพเลเวลได้ ...คล้ายๆกับทำงานศิลปะ-ออกแบบ หรืองานกราฟิกอยู่เหมือนกัน
อุใหม่.. (ขั้นกว่าของอุเหม่ :43:) อย่ามาๆ คำว่าขั้นเทพนี้ใช้บ่ได้กับกระผมนะ คิดไปคิดมา มันอาจเป็นเคล็ดลับของการถ่ายภาพให้มีความสุขก็ได้ ตั้งแต่ต้นจนจบหยกไม่มีความรู้ยังไงก็ไม่มีอยู่อย่างนั้น เลยไม่มีอะไรมากพอให้มันลดลง (เป็นไปได้เปล่า? :09:)
ถ้าคนมาถามว่าตอนนี้ใช้เลนส์อะไร.. ตอบไม่ได้อ้ะ :44: ทำได้แค่เพียงยื่นเลนส์ให้ดู เรื่องถ่ายที่ชอบๆ นี่เป็นมาแต่ต้นเลยนะ ก็ถ่ายไปเรื่อยๆ แต่ที่ไม่ถนัดคือ portrait รู้สึกว่ายาก จนถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกว่ายากอยู่ ยากทั้งการกำหนดมุม ส่วนตัวแล้วกระผมชอบแคนดิด ถ้าจะถ่ายก็จะมีเรื่องจังหวะกับเรื่องมารยาท โดยเฉพาะเรื่องหลังรู้สึกว่าลำบากใจที่สุด เพราะรู้สึกว่าบางทีเหมือนละเมิดสิทธิ์เขายังไงแปลกๆ.. อ้อ เล่าเลย เมื่อวันอาทิตย์นี้เอง ไปเที่ยวแล้วเห็นพี่คนหนึ่งกำลังนอนชิลอยู่ใต้ต้นไม้่ มีจักรยานจอดอยู่ข้างหน้า ใบไม้สวยๆ .. อยากถ่ายมาก :25: แต่ประเด็นคือ เขานอนชิลอยู่ไง ไม่ควรๆ .. แต่ยังไม่จบฮะ ที่ประทับใจคือ โชคดีมีลุงอีกคน นอนอยู่อีกเปลใต้ต้นไม้อีกต้นแกเห็น แกเลยบอกว่า "ถ่ายเลยหนูๆ อยากถ่ายอะไรก็ถ่าย" แล้วก็หันไปบอกพี่คุณที่นอนอยู่เหมือนเปิดทางให้ทำนองว่า "ให้เขาถ่ายไปเถอะ พวกนักศึกษาน่ะ"..
กรี๊ด.. ที่เล่ามายาวๆ คือประทับใจคำว่า "นักศึกษา" น่ะ ๕๕๕ จบมานานเกินจะใช้คำนี้แล้ว เขาเขินนะ :33:
(เรื่องเล่าเกี่ยวกับเรื่องถ่ายภาพไหมอ้ะ์ ๕๕๕)
ออกทะเลไปเสียนาน :39: ขอวกกลับมาใหม่.. ที่ตาฉึ่งพูดเรื่องความท้าทาย ก็มีนะ จะมีเรื่อง post process กับการนำเสนอ ที่ช่วงแรกๆ จะตื่นเต้นกว่ามาก เพราะไฟล์เราที่ได้มาเมื่อก่อนจะเน่ามากเลย (- -') แล้วก็สีของกล้องเดิมจะตุ่นๆ หม่นหมองอย่างน่าเศร้าใจ เวลาเอามานำเสนอก็ชอบทำกรอบภาพให้เข้ากับภาพ จนถึงจุดหนึ่งก็เลยรู้สึกว่าไม่สนุกละ กรอบธรรมดาๆ ดีกว่า แต่ที่ไม่เปลี่ยนไปคือความสุขตอนถ่ายภาพ โดยเฉพาะวิว มันไม่ได้สนุกนะ มันสบายใจดี ซึ่งความรู้สึกแบบนี้ไม่เคยเบื่อ และออกจะเรื่อยๆ อยู่เสมอ เรื่องความท้าทายไม่เคยมีเลยกับการถ่ายภาพวิว
. . .
ภาพประกอบจากเรื่องที่เล่ายาวๆ ..
(http://img2.f0nt.com/24/e401a7e6647bb171311a457008cd21eb.jpg)
อ้างคำพูดจาก: ชายคลอง เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 09:27 น.
ขนาดนิ้วเท้ายังถ่ายออกมาสวยดูดีเลยครับ :02:
จำความดีจัง :38:
:25: หูย อุหมี่
ว่าแล้วก็จัดไป :27:
http://prettysociety.multiply.com/
กล้องคอมแพ็คเขาก็รับนะ ถ้ามีเงิน :02:
เรื่อง portrait คนเราคงมองต่างกันเยอะมั้งครับ ถ้าเป็นช่างภาพ NG ถ่ายออกมามันก็จะเหมือน life แต่เขาก็บอกว่านี้แหละ portrait แต่เป็นแบบมีเรื่องราวดูได้นานเพราะมีเรื่องในรูปให้คิด กับช่างภาพนิตยสารแฟชั่นถ่ายออกมาก็จะดูเป็น portrait แต่ก็จะมีคนมาแย้งว่านี้มันน่าเบื่อ ดูแป้บเดียวก็เบื่อเพราะมันไม่มีอะไร แต่ปัจจุบันผมก็เริ่มเห็น portrait fashion ที่เติมเรื่องเข้ามาในภาพเยอะขึ้นแล้วนะครับ ไม่ว่าจะออกไปถ่ายนอกสตู หรือว่าจัดฉากแต่เติม prop เข้าไป แต่สุดท้ายแล้วก็คงแล้วแต่ความชอบมั้งครับ :46:
ผมชอบผู้หญิงเป็นหลักครับ ถ่ายภาพเป็นลอง :04:
เดี๋ยวนี้กล้อง DSLR คนเริ่มมาถ่ายกันเยอะมากๆ ค่ะ
เท่าที่เห็นมา เหมือนกับว่า สาย Portrait จะมีคนถ่ายมากที่สุด (เป็นธรรมดา :21: :21:)
คนที่ถ่ายแนวอื่นๆ ก็มีนะคะ เห็นห้องนิคอนที่พันทิพ จะมีทริปไปถ่ายรูปกันเรื่อย (แต่ไม่เคยได้ไปกะเขา T ^ T )
แต่รินไม่ชอบออกทริปค่ะ เพราะว่าไปกันหลายคน และ Copy มุมกันเองกระจายมากๆ
ถ้าห้องนิคอนจัดทริป กลับมาแล้ว ก็จะแห่กันลงรูปใครรูปมัน **แต่มุมซ้ำกันเยอะมากกก**
สอบถามน้าๆ ผู้อาวุโสก็ได้ความว่า เด็กๆ สมัยนี้หลายคน พอมาดูรูปที่จอของกล้อง เห็นว่ามุมนี้สวย ก็แห่ไปถ่ายกัน
แล้วดันลงรูปก่อน 555
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ไปถ่ายรูปกับคนเยอะๆ รีบๆ Precess รีบๆ ลงรูปนะจ๊ะ เดี๋ยวจากมุมต้นฉบับ จะกลายเป็นผู้ก๊อบมุมซะอย่างนั้น เอิ้กกกๆๆๆ
ปล. ไม่รู้ว่าเกี่ยวอะไรกับ Reply ข้างบนหรือเปล่า แต่อยากเล่าว่า เรื่องมันเป็นแบบนี้ บางคนไม่คิดจะคิดอะไรเองเลยจริงๆ ให้ตายสิ คิดไปได้
:03: :03: :03: :03: :03:
ลัทธิถ่ายร่องนมที่สวนสิ้นคิด :30:
เมื่อไม่นานก็มีกระแสที่เหล่าโปรทั้งหลายออกมาพูดเรื่องนี้กัน ว่าเดี๋ยวนี้กล้องถูก ใครก็ซื้อได้และ ใครก็ถ่ายได้ จนมีคำนึงทึ่จะได้ยินบ่อยๆคือ "ถ่ายรูปให้ลิงถ่ายก็ถ่ายได้ แต่ถ่ายรูปให้สวยมันทำยาก" แต่ช่างมันเถอะ :43: ในความรู้สึกของคนที่ไม่เคยเล่นกล้อง สิ่งแรกที่นึกถึงการถ่ายภาพ "portrait" หรือ "ถ่ายรูปคน" คงเป็นหัวข้อแรกๆที่อยู่ในหัว พอกล้องเริ่มถูกแถมไม่ต้องล้าง ถ่ายก็ง่าย เอาซิ คนก็เริ่มหันมาถ่ายรูปกันเยอะ
ขนาดเศรษฐกิจฝุบเฟ้อขนาดนี้ มีพี่ที่ทำงานที่ร้านขายกล้องชื่อดังแห่งนึงกระซิบมาว่ามีเงินหมุนเวียนอาทิตย์นึงหลายล้าน ดีไม่ดีอาจเป็นสิบ!!
ไม่แปลกที่คนถ่ายรูปจะนิยมการถ่าย portrait เพราะนอกจากจะได้ชมแบบสวยๆผ่านเลนส์แล้ว ยังเป็นวิธีที่ได้ตังค์ด้วย หลายคนคิดว่าถ่ายไปทำไม life street candid landscape ถ่าย portrait ดีกว่า รับงานได้เงินดีกว่า ขอเบรกประโยคนี้ด้วยพี่แอ๋วละกันครับ (http://rbjpix.multiply.com/) ลองดูราคาภาพหน้าเว็บนะครับ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าถ่าย portrait ไม่ดีนะครับ เพียงแค่หลายๆคน(หรือผมคนเดียวหวา 55+)อาจจะรู้สึกว่า เอ้ย portrait คือหลังเบลอๆ นางแบบสวยๆ มุมเดิมๆ มันก็ไม่ใช่ซะทุกอย่าง เพียงแค่อาจจะอยู่ในช่วงค้นหาแนวตัวเอง หรือบางคนถ่ายไป 2 - 3 เดือนเลิกถ่ายขายกล้องทิ้งก็มี
เมื่อก่อนเวลาใครชวนออกทริปก็จะไม่กล้าไปเพราะกลัวมุมจะซ้ำ แต่เอาจริงๆเลยนะ ให้ยืนที่เดียวกัน เวลาใกล้ๆกัน ภาพที่ได้ไม่เหมือนกันก็มี อาทิตย์ก่อนไปถ่ายรูปกับฟ้า แอบก็อปมุมกัน ปรากฏว่าไม่เหมือนกันซักรูป (ของฟ้าสวยกว่า :30:)
เคยได้ยินเขาบอกว่าจะถ่ายรูปสวยต้องหัดดูรูปเยอะๆ จริงๆมันแค่ส่วนเดียวนะครับ ดูหนะดูได้ แต่ดูพอให้รู้ว่า เอ้ยวิวนี้เราถ่ายกว้างไป ลองบีบมุมแคบหน่อยมันก็สวยกว่านะ ไม่ต้องไปจดจำมุมอะไรมาก เพราะมันจะทำให้เราตามคนอื่นไปเรื่อยๆ พอสุดท้ายก็ลืมตัวเอง ลืมความรู้สึกที่อยากถ่ายรูป แต่กลายเป็น "ตูจะก็อปมุมของใครดี"
ดูรูปคนอื่นมาเยอะแล้ว ลองนั่งดูรูปตัวเองหน่อยนะครับ เดี๋ยวจะลืมว่า ตูเคยถ่ายแบบนี้ได้ด้วยเหรอ :46:
ไอ้คำว่าก็อปมุมนี่ไม่เคยมีในหัวเลยครับ
โหมันจะเป็นจะตาย กระเหี้ยนกระหือรือขนาดนั้นเลยเหรอกับการมีมุมสวยๆ เนี่ย
นี่พูดเผื่อทั้งเจ้าของมุมและเผื่อคนที่ถูกเรียกว่าตัวก็อปมุมเลยนะครับ
ถ้าการถ่ายรูปคือถ่ายให้สวยๆ สบายใจ (ตูเป็นคนกลุ่มนี้)
ไม่ได้เพื่อเอาไว้อวดชิงดีชิงเด่นหรือถ่ายแล้วเป็นเงินเป็นทอง
ก็แค่มองผ่านรู แล้วกดแชะออกมาสวย ที่เหลือจะไปอะไรกะมันละครับ
อ้างคำพูดจาก: อู๋ส์ส์ส์ส์ส์ส์ส์ เมื่อ 27 มิ.ย. 2008, 13:40 น.
ลัทธิถ่ายร่องนมที่สวนสิ้นคิด :30:
:30: ชอบ ลัทธิถ่ายร่องนมเหรอ
เห็นในเว็บหลายเว็บหากินด้วยวิธีนี้แล้วก็ขำดี (เอามั่งไหม :04:)
:27:
หานางแบบมาก่อนครับพี่แอน ผมเห็นบางเว็บนางแบบธรรมดามาก 550 บาทต่อวันต่อคน วันละ 15 คน = 8250 คูณ 8 ก็ได้ 66000 ต่อเดือนค้าบ :30: รวยมั้ยละ ให้นางแบบวันละ 2 พันยังเหลือตังค์อีกบานเลย :54:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ส์ส์ส์ส์ส์ส์ส์ เมื่อ 27 มิ.ย. 2008, 13:40 น.
ลัทธิถ่ายร่องนมที่สวนสิ้นคิด :30:
เมื่อไม่นานก็มีกระแสที่เหล่าโปรทั้งหลายออกมาพูดเรื่องนี้กัน ว่าเดี๋ยวนี้กล้องถูก ใครก็ซื้อได้และ ใครก็ถ่ายได้ จนมีคำนึงทึ่จะได้ยินบ่อยๆคือ "ถ่ายรูปให้ลิงถ่ายก็ถ่ายได้ แต่ถ่ายรูปให้สวยมันทำยาก" แต่ช่างมันเถอะ :43: ในความรู้สึกของคนที่ไม่เคยเล่นกล้อง สิ่งแรกที่นึกถึงการถ่ายภาพ "portrait" หรือ "ถ่ายรูปคน" คงเป็นหัวข้อแรกๆที่อยู่ในหัว พอกล้องเริ่มถูกแถมไม่ต้องล้าง ถ่ายก็ง่าย เอาซิ คนก็เริ่มหันมาถ่ายรูปกันเยอะ
ขนาดเศรษฐกิจฝุบเฟ้อขนาดนี้ มีพี่ที่ทำงานที่ร้านขายกล้องชื่อดังแห่งนึงกระซิบมาว่ามีเงินหมุนเวียนอาทิตย์นึงหลายล้าน ดีไม่ดีอาจเป็นสิบ!!
ไม่แปลกที่คนถ่ายรูปจะนิยมการถ่าย portrait เพราะนอกจากจะได้ชมแบบสวยๆผ่านเลนส์แล้ว ยังเป็นวิธีที่ได้ตังค์ด้วย หลายคนคิดว่าถ่ายไปทำไม life street candid landscape ถ่าย portrait ดีกว่า รับงานได้เงินดีกว่า ขอเบรกประโยคนี้ด้วยพี่แอ๋วละกันครับ (http://rbjpix.multiply.com/) ลองดูราคาภาพหน้าเว็บนะครับ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าถ่าย portrait ไม่ดีนะครับ เพียงแค่หลายๆคน(หรือผมคนเดียวหวา 55+)อาจจะรู้สึกว่า เอ้ย portrait คือหลังเบลอๆ นางแบบสวยๆ มุมเดิมๆ มันก็ไม่ใช่ซะทุกอย่าง เพียงแค่อาจจะอยู่ในช่วงค้นหาแนวตัวเอง หรือบางคนถ่ายไป 2 - 3 เดือนเลิกถ่ายขายกล้องทิ้งก็มี
เมื่อก่อนเวลาใครชวนออกทริปก็จะไม่กล้าไปเพราะกลัวมุมจะซ้ำ แต่เอาจริงๆเลยนะ ให้ยืนที่เดียวกัน เวลาใกล้ๆกัน ภาพที่ได้ไม่เหมือนกันก็มี อาทิตย์ก่อนไปถ่ายรูปกับฟ้า แอบก็อปมุมกัน ปรากฏว่าไม่เหมือนกันซักรูป (ของฟ้าสวยกว่า :30:)
เคยได้ยินเขาบอกว่าจะถ่ายรูปสวยต้องหัดดูรูปเยอะๆ จริงๆมันแค่ส่วนเดียวนะครับ ดูหนะดูได้ แต่ดูพอให้รู้ว่า เอ้ยวิวนี้เราถ่ายกว้างไป ลองบีบมุมแคบหน่อยมันก็สวยกว่านะ ไม่ต้องไปจดจำมุมอะไรมาก เพราะมันจะทำให้เราตามคนอื่นไปเรื่อยๆ พอสุดท้ายก็ลืมตัวเอง ลืมความรู้สึกที่อยากถ่ายรูป แต่กลายเป็น "ตูจะก็อปมุมของใครดี"
ดูรูปคนอื่นมาเยอะแล้ว ลองนั่งดูรูปตัวเองหน่อยนะครับ เดี๋ยวจะลืมว่า ตูเคยถ่ายแบบนี้ได้ด้วยเหรอ :46:
โลกมันร้อนพี่ :30: :30: :30:
ก็อปรูป บางรูปผมก็ก็อปมุมพี่อู๋นะ :54: แค่คนละสถานที่
อ้าว :07:
เอิ๊กๆ ไม่ได้ก็อปเน้นๆนะ แต่มันก็แนวๆนั้น
ต่างกันที่ แบบ องค์ประกอบ กับแสงในรูป แล้วก็ + แนวผมไปด้วย
สรุป มั่ว :30:
ของผมถ้าไม่อยู่ในสตูจะใช้สัญชาตญาณ
แชะ !! แชะ !! แกรกก.. แกรกก.. (เสียงปรับสปีด) แชะ!! แชะ!! แกรกก.. แกรกก..
จะว่ามั่วก็ไม่ผิด :48:
อ้างคำพูดจาก: Rinly เมื่อ 27 มิ.ย. 2008, 13:11 น.
เดี๋ยวนี้กล้อง DSLR คนเริ่มมาถ่ายกันเยอะมากๆ ค่ะ
เท่าที่เห็นมา เหมือนกับว่า สาย Portrait จะมีคนถ่ายมากที่สุด (เป็นธรรมดา :21: :21:)
คนที่ถ่ายแนวอื่นๆ ก็มีนะคะ เห็นห้องนิคอนที่พันทิพ จะมีทริปไปถ่ายรูปกันเรื่อย (แต่ไม่เคยได้ไปกะเขา T ^ T )
แต่รินไม่ชอบออกทริปค่ะ เพราะว่าไปกันหลายคน และ Copy มุมกันเองกระจายมากๆ
ถ้าห้องนิคอนจัดทริป กลับมาแล้ว ก็จะแห่กันลงรูปใครรูปมัน **แต่มุมซ้ำกันเยอะมากกก**
สอบถามน้าๆ ผู้อาวุโสก็ได้ความว่า เด็กๆ สมัยนี้หลายคน พอมาดูรูปที่จอของกล้อง เห็นว่ามุมนี้สวย ก็แห่ไปถ่ายกัน
แล้วดันลงรูปก่อน 555
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ไปถ่ายรูปกับคนเยอะๆ รีบๆ Precess รีบๆ ลงรูปนะจ๊ะ เดี๋ยวจากมุมต้นฉบับ จะกลายเป็นผู้ก๊อบมุมซะอย่างนั้น เอิ้กกกๆๆๆ
ปล. ไม่รู้ว่าเกี่ยวอะไรกับ Reply ข้างบนหรือเปล่า แต่อยากเล่าว่า เรื่องมันเป็นแบบนี้ บางคนไม่คิดจะคิดอะไรเองเลยจริงๆ ให้ตายสิ คิดไปได้
:03: :03: :03: :03: :03:
จากเหตุผลนี้ก็เป็นหตุนึงที่ตัวเองไม่ค่อยชอบเรื่องการออกทริปถ่ายรูป ไม่ค่อยชอบสังคมกับใคร เพราะมันเรื่องมากวุ่นวาย
การมีเพื่อนมีสังคมในสิ่งที่เราชอบอาจจะดีสำหรับบางคน แต่สำหรับผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ บางคนคุยกันแค่เรื่องอุปกรณ์ว่าเจ๋งยังไง
Process รูปยังไง ....หรือบางคนคุยกันเพราะอยากถ่ายรูปให้สวยให้เจ๋งที่สุด เพื่อที่ชิงเด่นชิงดังกัน (เป็นอะไรที่ผมไม่ชอบเอาเลย)
....แล้วก็ไปโพสงานตัวเองตามที่ต่างๆแบบหว่านทั่ว ไม่ใช่เพราะชอบถ่ายรูป หรือรักการถ่ายภาพหรอก
แต่อยากจะเด่นเป็นที่ยอมรับของสังคมนั้นๆ ตามความต้องการพื้นฐานของมนุษย์คนนึง
อยากจะให้สังคมรับรู้ว่าเราถ่ายรูปออกมาสวย ออกมางั้นงี้ ซึ่งผมว่ามันไม่จำเป็น
ถ้ารักกับการถ่ายรูปจริงๆ แค่ได้ถ่ายรูปก็รู้สึกดีแล้ว
นี่เป็นเหตุผลนึงที่ไม่ค่อยเอางานตัวเองไปโพสที่ไหน โพสก็น้อยครั้งมากๆ
ส่วนมากก็จะอัพขึ้นไปในพื้นที่ตัวเอง แล้วส่งให้เพื่อนที่รู้จักดู ส่วนใครคนอื่นจะหลงเข้ามาดูก็ต้องขอบพระคุณอย่างสูง
มีบทเรียนที่เคยเอารูปไปโพสพร้อม review ท่องเที่ยวสัก 1-2 ปีก่อนในเว็บแห่งนึง (จริงๆหนักการ review มากกว่า)
ก็ดันมีสาวกในเว็บส่วนนึงมารุมมาจับผิดทำนองว่าต้องการโปรโมทเว็บตัวเองทางอ้อม
เพราะไอ้เครดิตชื่อเว็บตัวเล็กๆที่ใส่ไว้ในใต้ภาพแท้ๆ ซึ่งช่วงนั้นคนอื่นเขาไม่ค่อยใส่กันเพราะเว็บส่วนตัวยังมีกันไม่มาก
Multiply หรือ Flickr ยังไม่ฮิตติดลมบนเท่าไหร่ ...แม้จะใช้คำสุภาพพูดก็ตาม
แต่ผมว่าเป็นเรื่องงี่เง่าปัญญาอ่อนที่ติเตียนโดยไม่ดูเจตนาคนโพส แต่ดันมายุ่งมาจับผิดแค่เครดิต
ก็เลยไม่โพสรูปอะไรอีกเลยในเว็บนั้นเพราะไม่แฮ๊ปปี้กับกฎของสังคมออนไลน์ที่มันแปลกๆ
ตอนนั้นอยากจะไปแก้ต่างโพสจริงๆว่า เว็บของตัวเองมันไม่จำเป็นต้องไปโปรโมทในที่แบบนั้น คนก็เข้ามาวันนึงเยอะพอสมควร
ผมไม่ได้อยากดังในเว็บที่คุณอยู่ร่วมกันหรอก มีสื่ออื่นๆนอกจากสื่อเว็บไซต์ ที่ขอเอางานและเว็บตัวเองไปโปรโมทให้ทั้งในไทยและต่างประเทศ
ไอ้การมีชื่อเสียง อยากเป็นที่รู้จักในวงการในสังคม ผมชาชินและค่อนข้างเบื่อ ....แต่ไปโพสต่อเดี๋ยวก็เหมือนคนจันไรที่ชอบแก้ตัว เลยไม่อยากยุ่ง
... แล้วมันน่าตลกตรงที่เดี๋ยวนี้คนอื่นๆในเว็บนั้นก็ใส่เครดิตเว็บตัวเองในรูปกันซะเกลื่อน
เผลอๆไอ้คนที่เคยว่าคนอื่นเอาไว้ ก็น่าจะทำกับเขาด้วยซ้ำไป :26:
จริงๆแล้วคิดแบบนี้มานานพอสมควรโดยเฉพาะไอ้เรื่องงานทดลองหรืองาน graphic ที่ทำทุกวันนี้ ไม่ใช้แค่เรื่องรูปถ่ายอย่างเดียว
ตัวเองไม่ค่อยชอบที่จะไปโพสงานตัวเองอวดสายตาชาวบ้าน โพสน้อยครั้งมากๆ ....เอาแค่ว่าในเว็บ f0nt นี้เป็นสาวกมา 2 ปี
ก็แทบไม่เคยโพสงานตัวเองเลย เป็นคนไม่ชอบโชว์ ไม่ชอบอวดพร่ำเพรื่อในพื้นที่สาธารณะหรือพื้นที่ของคนอื่น
ยิ่งไอ้การออกสังคม ยิ่งไม่ชอบไปกันใหญ่ อยากอยู่เงียบๆ ทำงานทำอะไรที่ชอบ สุขกว่ากันเยอะ ถ้าเลือกได้
บางทีก็ส่งงานไปลองของเมืองนอกบ้าง (ชอบลองของใหญ่ :15:) มีทั้งด่าทั้งชม
บ้านเราจะเสียอย่างตรงที่สังคมบางสังคม พวกเดียวกันก็จะยกหางกันเองว่างานดี จนไม่รู้ว่าความเป็นจริงมันเป็นยังไง
แต่ถ้าคนนอกกลุ่มจะกั๊กๆ งานดีก็ไม่บอกว่างานดีซะทีเดียวแต่ถ้างานไม่ดีจะโดนเละเลย แต่พอเข้าเป็นพวกเขาได้แล้วยังไงก็ไม่โดนด่า
ซึ่งไม่ว่าจะเป็นงาน graphic หรืองานรูปถ่าย ก็จะคล้ายๆกัน
.... เล่ายาวแฮะ เหมือนจะไม่เกี่ยวกับกระทู้ซะแล้ว
กรี๊ด
ทัศนคติเกี่ยวกับการโพสต์ภาพของพี่เหมือนกับของผมเลยครับ
อาจจะต่างกันนิดหน่อยตรงที่ผมเองถ่ายไม่ค่อยเก่ง เลยโชว์ไม่ได้
แต่มั่นใจว่าตัวเองถ่ายภาพแล้วคนที่โดนถ่ายพอใจ เท่านี้ก็พอ
คอนเซปต์ชีวิตไม่ได้อยากเป็นโปรกะใครเขา แต่ถ้าจะทำงานจริงจังก็ทำได้นะ
(ทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ งานรีทัชไม่ได้ยากเล้ย)
สังคมของเว็บถ่ายภาพมันมีอะไรตุ่ยๆ แปลกๆ ครับ
ตั้งแต่คำว่า "ออกทริป" แล้ว
วันหนึ่งเว็บฟ๐นต์จะมีทริปถ่ายรูปขึ้นมา (หลังฝนนี้)
ผมคงอธิบายให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ฟังก่อนว่า
ทริปนี้ขออย่าให้เป็นทริปโชว์พลังมอเตอร์โชว์กันนะ
สบายใจดีครับ
กระทู้นี้สีชมพูนะครับ :04:
อ่า.. ยอมรับว่าอ่านความเห็นคุณฉึ่งกับคุณแอนแล้วรู้สึกเครียดเล็กน้อย ^^' เพราะกระผมว่านะ เรื่องแบบนี้นานาจิตตัง มันไม่มีคำจำกัดความหรือสูตรสำเร็จ ยกตัวอย่างง่ายๆ นะ อย่างอันกระผมนั้นก็ไม่ใช่โปร ไม่คิดว่าอยากเป็นโปร เพราะรู้สึกว่ามันไม่ใช่ที่ของเรา แต่ว่าการที่เราพูดว่า "เราไม่อยากเป็นโปร" แล้วอาจจะต่อด้วยประโยคที่ว่า "พวกโปรบ้าอุปกรณ์" หรือ "คุยกันแต่เรื่องภาพสวยไม่สวย ดีไม่ดี ดังไม่ดัง" กระผมก็รู้สึกเหมือนกันนะ ว่าเป็นการเป็นโปรนี่เหมือนการเป็นมารหรือเปล่าหนอ สงสารเขานะ เชื่อว่าทุกคนก็มีทางของตัวเอง
กระผมเห็นว่าเรื่องแบบนี้ (จริงๆ ก็ทุกเรื่องในโลกเลยมั๊งนา) ไม่ได้เป็นสูตรสำเร็จ กระผมก็เลยคิดว่าโปรก็ไม่จำเป็นต้องมีคุณลักษณะที่ตายตัวอะไร เรื่องอวดไม่อวด แสดงแสนยานุภาพหรือไม่ ก็เป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ บางทีการที่เราไปตีค่าว่าเขามาแปะภาพเพื่อ "จุดจุดจุด" ก็เป็นเพียงแค่ความคิดของเราเอง เขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรขนาดนั้นเลยก็ได้ บางทีเขาก็แค่อยากจะให้คนดูภาพสวยๆ หลายๆ ที่ก็ได้นะ อันนี้เป็นความคิดเห็นหนึ่งจ้ะ :47:
ผมหมายถึงกรณีออกทริปหื่นกามซูมร่องนมพริตตี้น่ะครับครูหยก :30:
เอ๊ะ แต่ถ้าหมายถึงสังคมของคนที่ถ่ายภาพมาโชว์กันก็ไม่ได้รังเกียจรังงอนนะ
ก็เป็นความสุขของเขานี่ครับ ยิ่งคนที่ทำงานด้านนี้หรือใจรักที่จะทำแนวนี้ก็ยิ่งดีนี่
ดีกว่าเป็นนักการเมืองโกงกินชาติอยู่แล้วครับ
เห็นด้วย โดยเฉพาะกับประโยคสุดท้าย (จะพ้นเรื่องนี้สักวันไหมนิ) :43:
เผื่อว่างๆ กัน เลยเอาอะไรมาให้อ่านหนุกๆ
กดลิงก์ไปกดลิงก์มามันก็พันกันแล้วพาไปไหนไม่รู้
http://www.thaidphoto.com/forums/showthread.php?t=79934
คุณเห็นด้วยรึเปล่าที่ว่า ตากล้องที่ดี ไม่ต้องพึ่ง photoshop (อันนี้เป็นสรุปย่อ (http://plynoi.exteen.com/20080421/process))
http://nblphoto.multiply.com/journal/item/10
มันเป็นเรื่องของการยอมรับ มากกว่าจะเกี่ยวกับข้อเท็จจริง
และ ช่างแม่งเหอะ (http://lewcpe.com/blog/archives/657/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%ad%e0%b8%b0/)
(นานๆ ตูจะอ่านบล็อกของลิ่วแล้วโดนใจจังๆ สักที นี่คือหนึ่งในนั้นครับ :56:)
:45: ชอบใจ
อ่านแล้วโคตรชอบ :27:
ถ้าฟอนต์ออกทริปแล้วผมเอาอุปกรณ์
ไปให้ลองใช้นี่จะโดนด่าว่าโชว์ ป่าวครับ
ไม่เกี่ยวมังครับ
เอามาเต๊อะ เดี๋ยวผมช่วยใช้ :25:
เขาเรียกคนมีน้ำใจนะชาร์ป อย่าไปคิดมาก โอกาสของคนเรามักมีไม่เท่ากัน แต่การแบ่งปัน
เป็นเรื่องดีๆที่ควรทำ :52:
อ่านไปก็แอบคิดว่า การเอารูปไปลงตามเว็บต่างๆมันผิดยังไงไม่รู้ (เหมือนจะเข้าเรื่องสันดานมนุษย์เลย) จะว่าไปพี่ๆก็พูดแทงใจดำไปหลายจึกเลย :42: แต่ก็มีนะ คนที่เป็นตากล้องออกมาด่าพวก "ช่างแม่งเหอะ" ก็มี เหมือนสงครามไม่รู้จบเลย สาดกันไปมา
ส่วนตัวผมก็ไม่ชอบออกทริปครับ ชอบลุยเดี่ยวมากกว่า เคยไปอบรมถ่ายรูปเหมือนแต่ละคนพยายามจะโชว์พาวต่างๆนานา พอยกกล้องถ่ายก็เริ่มมีอุปกรณ์มาละ ผมก็จัดว่าเป็นพวกบ้าอุปกรณ์ครับ ทำไมเหรอ? เวลารับงาน อะไรหลายๆอย่างมันบีบให้เราต้องพัฒนา ทั้งมุมมองและปัจจัยจากอุปกรณ์ด้วย ความคมของรูปผมไม่ค่อยสนอยู่แล้ว ไม่ได้เอาไปปริ้นท์บอร์ดโฆษณาหนิ แต่ไอ้หน้าชัดหลังเบลอเนี่ย อยากได้ ไอ้เลนส์ไวแสงเนี่ย อยากได้ ไอ้อุปกรณ์แสงต่างๆก็อยากให้มันดีกว่านี้ เพราะผมรู้สึกแย่เวลางานออกมาห่วยครับ :37: เหมือนทำให้ลูกค้าผิดหวัง แล้วมันก็จะลามทำให้ชื่อเราเสียด้วย ถ้าเรื่องวัดแสงเนี่ย ผมว่าเกือบทุกคนที่ซื้อกล้อง D-SLR มาใหม่ๆก็รู้สึกเหมือนกันว่า "ทำไมสีมันซีด" ไม่สดเหมือนคนอื่นเลย ผมก็อยากลองให้มันได้ ถึงมันจะดูจุกจิกเรื่องมากก็ตามแต่ผมพอใจกับภาพที่ได้มา
ถึงสังคมถ่ายภาพมันจะเละเฟะยังไง ผมก็ยังชอบ ชอบที่จะดูมุมมองของคนอื่น ดูว่าทำไมมุมเดียวกันแต่มันคิดได้ต่าง คิดได้เจ๋งกว่าเรา(ฟะ) ทุกวันนี้ผมก็เบื่อครับ เบื่อ pixpros เบื่อ 2how หลายๆอย่างที่มันเน่า แต่ผมก็ยังเข้าไปเรื่อยๆ ไปดูความคิดคน เอารูปไปโพสเพื่อดูว่าเราไปได้ถึงจุดไหน
ผมพอใจครับที่ผมเรื่องมากก่อนจะถ่ายรูป พอใจที่บางรูปเอามา process แล้วมันสวย ผมพอใจอย่างนี้ครับ
อย่าคิดมากครับ
ชอบอย่างไหนก็ทำอย่างนั้น ไม่มีผิดมีถูก :12:
ไม่ได้โกงกินใครนิ
ชาร์ปเอามาเยอะๆ ถ้ามีโอกาสจะช่วยใช้
:27:
เดี๋ยวนี้ไม่ได้ถ่ายรูป เพราะว่าสนุกกับการถ่ายรูปแล้วเหรอครับ :09:
ทำไมมันดูเครียดๆ จัง
อ้างคำพูดจาก: อู๋ส์ส์ส์ส์ส์ส์ส์ เมื่อ 30 มิ.ย. 2008, 12:11 น.
แต่ไอ้หน้าชัดหลังเบลอเนี่ย อยากได้
จริงๆ อันกระผมว่าลองแบบหน้าเบลอหลังชัดก็สนุกดีนะ ไม่ต้องหาอุปกรณ์
(ล้อเล่นน้าาา จะได้ขำขำ) :46:
การถ่ายภาพเหมือนการกินอาหาร ชอบอะไรก็กินอย่างนั้น ถ้าไม่ได้ขอใครกินก็กินๆ ไปเถอะจ้ะ
ปล. เก่งจริงๆ เลยเรา เปรียบทุกเรื่องกับเรื่องกินได้หมด \o/
ทีแรกๆ ก็ถ่ายรูปด้วยความขาวสะอาด
แต่พอเริ่มถ่ายมากๆ เข้า ก็จะเริ่มถูกด้านมืดครอบงำ
และท้ายที่สุดก็จะได้พบกับผู้ชี้ทางสว่าง ดึงให้กลับสู่ตัวตนที่แท้จริง :33:
ผมมองว่าไม่มีหรอกด้านม่งมืดอะไรเนี่ย
มีแต่กิเลสตัณหานี่แหละ :30:
อุตส่าห์ซื้อกล้องตั้งแพง
ไม่ได้มีเวลาถ่ายรูป แถมยังจะอยากได้เลนส์ใหม่อีก :30:
:05:
อ้างคำพูดจาก: ดิเอ็ม. 17ปี เมื่อ 30 มิ.ย. 2008, 12:47 น.
ทีแรกๆ ก็ถ่ายรูปด้วยความขาวสะอาด
แต่พอเริ่มถ่ายมากๆ เข้า ก็จะเริ่มถูกด้านมืดครอบงำ
และท้ายที่สุดก็จะได้พบกับผู้ชี้ทางสว่าง ดึงให้กลับสู่ตัวตนที่แท้จริง :33:
แหม่งๆ หยั่งกะสตาร์วอร์ :08:
เคยขึ้นสู่จุดสูงสุดของความเครียดในการถ่ายรูปเหมือนกันครับ
คือยอมรับเลยว่าเป็นพวกบ้าอุปกรณ์ (ก็มันจำเป็นต้องใช้ในการทำงานจริงๆนะ :39:)
แล้วมันเครียดว่าช็อตนี้ต้องใช้อะไร ต้องวัดแสงที่ไหน เกร็งไปหมด
อยู่มาวันหนึ่งก็ได้คุยกะไอ้แอนนี่แหละ
เลยตาสว่าง ยอมเสียศักดิ์ศรี ใช้โหมด P (ศักดิ์ศรีที่เราคิดไปเองว่า คนใช้ P คือไม่เจ๋ง)
..เท่านั้นแหละ อย่างมัน
การถ่ายรูปสนุกขึ้นมาแบบไม่น่าเชื่อ โอ้ว จ๊อดด :12:
แนะนำเลยครับ โหมด P ส่วนใครใช้ฟูจิ แนะนำโหมด S (คิดเองว่ามันมาจากว่าคำ สวย :22:)
ปล.แต่ถ่ายงานก็ต้องกลับไปโหมด M วัดแบบละเอียดๆกันต่อไป.. :05:
อ้างคำพูดจาก: ด.ช.ภูกระดึง เมื่อ 30 มิ.ย. 2008, 12:59 น.
ผมมองว่าไม่มีหรอกด้านม่งมืดอะไรเนี่ย
มีแต่กิเลสตัณหานี่แหละ :30:
อุตส่าห์ซื้อกล้องตั้งแพง
ไม่ได้มีเวลาถ่ายรูป แถมยังจะอยากได้เลนส์ใหม่อีก :30:
:05:
ตามนั้นเลยครับ 5555
เปิดร้าน 8 โมง ปิดร้าน 4 ทุ่ม 24/7
กล้องซื้อมา จนจะบูดอยู่แล้ว แต่ยังเพียรพยายามเก็บเงินซื้อ 10-22 :52:
จริงๆมันขึ้นอยู่กับนิสัยของคนนะ จะใช้อะไร พกอะไร มีอะไร แพงรึเปล่า ถูกรึเปล่า ไม่ได้เป็นประเด็นเท่าไหร่
ลองอ่าน link ที่แอนเอามาให้อ่าน อันนี้คือใช่เลย ....ไม่รู้จะเปรียบเทียบยังไง...
สมมุติว่าเราตั้งทีมเตะฟุตบอลกันมาแบบเฮฮา เล่นเพื่อสุขภาพ เล่นเพื่อสนุก ไม่ได้คิดผลแพ้ชนะ
แต่ไปๆมาๆมันมีบรรยากาศแปลกๆเกิดขึ้นในทีมขึ้นมา เช่น บางคนไม่ยอมผลัดกับคนอื่นเป็นโกลล์, บางคนที่เล่นดีๆไม่ยอมส่งบอลให้เพื่อน เล่นกันอยู่แค่ 2-3 คน คิดแค่ว่าคนอื่นมันอ่อนส่งไปเดี๋ยวทำบอลเสีย, เวลาทีมโดนยิงแล้วโวยวายเพื่อนทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่ได้ลงมาช่วยไล่, คิดว่าเป็นเทวดาที่สุดในทีม สั่งโน่นสั่งนี่ แต่พอตัวเองพลาดก็โวยโวยคนอื่น
จุดประสงค์จริงๆก็คือ คนที่มีนิสัยประมาณนี้ เล่นฟุตบอลกับกลุ่มเพื่อนๆที่เล่นเพื่อออกกำลังกาย เรื่องไม่น่าจะซีเรียสก็ดันซีเรียส
บางทีคิดเอาเองในใจว่าถ้าเล่นเก่งจริงมึงคงไปเล่นฟุตบอลอาชีพไปแล้ว ทำไมมาทำได้แค่โชว์เหนือกับเพื่อนวะเนี่ย มึงโชว์ผิดที่แล้วล่ะ :37:
สนามสมัครเล่นมันก็คือสมัครเล่น ไม่ใช่สนามมืออาชีพ ..แล้วถ้าเป็นมืออาชีพจริงๆเนี่ยถึงเขามาเล่นขำๆในสนามที่เล็กกว่า เขาก็รู้ว่าจะวางตัวยังไง มีแต่มือสมัครเล่นบางคนที่คิดว่าตัวเองเหนือ ตัวเองก็ทำได้ระดับมืออาชีพ ก็จะโชว์พาวกับคนอื่นว่ากูโปรกว่า แต่จริงๆคือยังไม่ใช่มืออาชีพหรอก เขาคิดไปเองทั้งนั้น :43:
...เพราะคนที่เก่งหรืออยากจะเข้าสู่การเป็นมืออาชีพจริงๆ เขาจะไปเล่นในสนามที่สูงกว่า คู่แข่งเก่งกว่า มาตรฐานสูงกว่า ...เขาจะรู้ว่าไม่ควรลงไปเล่นสนามเล็ก อาจจะมีบ้างทื่เล่นแบบสบายๆในสนามเล็กในบางครั้ง แต่เขาไม่ได้ซีเรียสอะไรตรงนั้น ....แต่พวกที่โชว์พาว จงใจป่าวประกาศอะไรบ่อยๆในสนามเล็กอยู่ร่ำไป ทำนองว่ากูเนี่ยมืออาชีพ แต่ไม่อยากดังอยากจะอยู่ในที่เล็กๆ ความจริงแล้วก็คือไปสนามใหญ่แล้วสู้เขาไม่ได้ ไม่มีที่ให้ยืน :39: ...พวกที่เก่งแล้วรักสงบ สันโดษจริงๆ เขาจะอยู่เงียบๆ ไม่ค่อยทำอะไรโตกตากโชว์พาวอะไรมากหรอก อันนี้คือเท่าที่เจอๆมา
มันก็ขึ้นอยู่กับนิสัยกับการวางตัวที่บอก
มวยอาชีพกับมวยสมัครเล่นมันชกคนละเกมกันน่ะครับ
เอ๊ะ เปรียบยังงี้จะดูยากกว่าเดิมไหม :48:
บอลเมื่อวานก็รู้สึกเหมือนกันครับ :30:
แต่ไม่ใช่ในทีวีนะ หมายถึงสนามจริง
ที่ทั้งสองฝ่ายก็บอก เล่นกันสนุกๆ อย่าซีเรียส
แต่อย่าเช็กล้ำหน้าได้ไหม จะได้สนุกๆ :30:
อะไรแบบนี้แหละครับ ผมยังนึกเอามาเปรียบกับการถ่ายรูปเหมือนกัน
อ้างคำพูดจาก: ไอ้ชาร์ป เมื่อ 30 มิ.ย. 2008, 10:16 น.
ถ้าฟอนต์ออกทริปแล้วผมเอาอุปกรณ์
ไปให้ลองใช้นี่จะโดนด่าว่าโชว์ ป่าวครับ
ชาร์ปเอามาเลยครับ ถือว่าเป็นสไตล์ของตัวเองเลยแหละ
คือถ้าอยู่ในสังคมที่ยอมรับความแตกต่างอย่างสร้างสรรค์นี่แหละ ถือเป็นกำไรแล้ว
ที่แน่ๆ คืออยากเห็นชาร์ปตัวจริง :10:
เรื่องจริงคือบางรูป ผมเองก็ไม่ได้ตั้งใจถ่ายซักเท่าไหร่
ด้วยนิสัย "ขี้เกียจ" มาตั้งแต่ออกจากท้องแม่แล้วล่ะ
ทรรศนคติเรื่อง "การเก็บภาพ" ของผมยังเป็นเหมือนเดิม
คือ อยากถ่ายแบบไหนก็เก็บภาพเลย อยากอันเดอร์เท่านี้
อยากโอเวอร์เท่านี้ อยากให้เบลอ อยากให้ไม่ชัด ฯลฯ
เรื่องอุปกรณ์เป็นเรื่องของ
- มีตังค์จ่าย
- มีโอกาสได้ใช้เรื่อยๆ ทั้งในหน้าที่และส่วนตัว
ชอบที่จะได้ภาพสด แล้วนั่งภูมิใจในภาพเรา นี่ก็ดีครับ
ชอบที่จะรีทัช เพื่อให้มันดีขึ้น แล้วนั่งอมยิ้มในความงาม นั่นก็ดีครับ
ชอบอย่างไหน เอาอย่างนั้น อย่าไปหันมองคนอื่นแล้วลังเลกับตัวเอง
จะมีหันมองก็ต่อเมื่อเราไม่รู้ว่ามันถ่ายยังไง เป็นยังงี้ได้ไง ?
แบบนี้ค่อยหันมามอง แล้วก็ถามเอาความรู้จากเขา อย่าลอกเลียนแบบครับ
มุมมองภาพ มันซ้ำกันได้ครับ แต่บางที "สไตล์" มันลอกไม่ได้
ปล. บอลไม่มีล้ำหน้า เดี๋ยวมันก็มีกองหน้า 10 คนสิครับพี่ หลังอย่างผมจะไปเล่นตรงไหน :37:
นั่นแหละๆ ฝ่ายนู้นเขารีเควสต์มา
ผมว่าจะขออีกข้อนึงคือห้ามแจกใบเหลืองใบแดง
เอาป๊ะล่ะ :39b: เล่นแบบไร้กติกา บากิไปเลย
งั้นพกไม้ลงไปฟาดกบาลกันเลยดีกว่าครับ
ไม่แจกเหลืองแดง พ่อเตะกันขาหัก 3 ท่อนแน่
:30:
งั้นก็ต้องมีเทเล
ไปเก็บภาพใกล้ๆไม่ได้ :48:
ใช้ซูมอินแบบแมนวลสิครับลุง...
วิ่งเข้าไปใกล้ๆ
ลั่นชัตเตอร์แล้ว
ออกมาให้เร็วๆ
นอกจากร่างกายต้องฟิตแล้ว
ใจต้องเกินร้อย
โอ้
ถ่ายรูปนี่มันยากจริงๆ
ถึงบอกว่าให้ตั้งใจไงครับลุง :56: :30:
:30: :30: :30:
เรื่องถ่ายรูปตอนนี้ผมมีคอนเซปเดียวคือ
" ทำยังไงก็ได้ให้รูปสวย โดนใจ "
จะหัดวัดแสง process อุปกรณ์อะไรก็แล้วแต่ รูปออกมาสวย โดนใจ ก็จบ :37:
ไอ้รูปสวยๆมันขึ้นอยู่กับ
คน 70%+อุปกรณ์ 20%+PS 10%= รูปสวยๆ
จะยังไงก็แล้วแต่ ตัวตัดสินว่าเก่งไม่เก่งมันก็ขึ้นอยู่ผลงานของเรามากกว่า
ส่วนอื่นๆเป็นตัวเสริม
เรื่องอุปกรณ์เทพ
ยังไงมันก็ดีกว่าแน่นอน เพราะมันจะช่วยทำให้เราดูโปร :52: (จริงๆ nood)
เพิ่มความมั่นใจให้ผลงาน กับลูกค้าได้อ่ะครับ
แต่การจะได้มันมานี่สิ :05:
อย่างตอนผมจะซื้อ 10-20mm sigma ก็มีคนมาเชียร์ 10-22mm canon เพียบ
:15: - เฮ้ยชาร์ป 10-22 มันดีกว่า สีอิ่ม ภาพสวย บลาๆๆ
:47: - นั้นดิพี่ผมก็อยากได้ แต่ผมสนใจ 10-20mm มากกว่า
:15: - โห่ เอาไปทำไม มันน่ะ แย่ๆๆๆบลาๆๆ
:47: - มึงช่วยกูออกเงินอีก 5000 มั้ยสาด
:15: - . . . 10-20mm ก็น่าสนใจนะ
สรุป ถ้าผมงบถึง ผมก็จะสอยของเทพเหมือนกัน
เรื่อง process ภาพ
ลูกค้า เราบางทีไม่ได้มาสนใจเรื่องตรงนั้นอ่ะ เค้าขอแค่ งานสวย พอจบ :37:
ยังไงก็ดีกว่า ส่งรูปจืดๆ ไปให้เค้าดู บางทีเค้าก็ดูไม่รู้เรื่องก็มีเยอะ :49:
:15: - แม่ม ใช้ level นี่กว่า เฮ้ย รีทัชสิวด้วย บลาๆ
:47: - ให้ตูเอารูปมรึงลงมัลติพลาย ถ่าย close up แล้วไม่รีทัชสิวมั้ย
:15: - . . .
:37: เรื่องของเรื่องคือ อยากได้งาน ไม่ได้อยากมานั่งรักษาอุดมการณ์
เรื่อง ออกทริป
พวกโชว์เพาว์ อุปกรณ์เทพ อธิบายหลักการถ่ายความรู้บลาๆ ต้องมีแน่นอน
ก็ช่างเค้า
อันไหนเป็นความรู้ที่เรายังไม่รู้ เราก็เก็บไว้
เก็บมุมมองของแต่ละคนที่มีไม่เหมือนกัน ในบางมุมคนนี้ถ่ายสวย เราก็ไปนั่งดู+ศึกษา
ซึ่งทั้งการ์ด มันอาจจะสวยอยู่รูปเดียวก็ได้ :53:
สต๊อป รู สปีด เบสิก iso ทั้งหลายนี่ผมรู้หมดแล้ว แล้วคิดว่าแต่คนก็รู้เท่าๆกัน :37:
แต่การเอาออกมาใช้นี่สิปัญหา เพราะสถานการณ์ต่างๆ มันไม่ได้ตายตัว
ผมสนใจตรงนี้มากกว่า (ผมออกทริป ถ่ายรูปกับช่างภาพในวัดอ่ะ)
เรื่องมุมมองด้วย เรื่องนี้ต้องอาศัยประสบการณ์จริงๆนะ
การออกทริปมันจะได้เรื่องนี้แหละ+ ถ่ายรูปหลายๆคนก็สนุกดี :56:
สรุป เกรียนมีทุกวงการครับ ปล่อยเค้าเอาบุญเถอะ เดี๋ยวสิ่งที่เค้าทำจะทำให้รู้สึกตัวเอง
บ่นยาวหน่อยขอโทษนะครับ :53:
ปล. เดี๋ยวออกทริปฟอนต์เมื่อไร ผมจะขนไปครับบบ กะว่าเอายืม mark II // 70-200 IS USM f/2.8 // 16-35mm ไปให้ลองกัน
ของแพงนี่มันแหล่มจริงๆนะ :54:
ส่วนฝั่ง nikon อด :49:
. . . ถ้าว่างนะพี่ :05:
มาซะยาวเลยชาร์ป :34:
สำหรับการถ่ายรูป นั่งอ่านความเห็นของหลายๆคนแล้ว เห็นด้วยกับพี่โก้นะ
อ้างคำพูดจาก: โก้ เมื่อ 30 มิ.ย. 2008, 16:08 น.
เรื่องจริงคือบางรูป ผมเองก็ไม่ได้ตั้งใจถ่ายซักเท่าไหร่
ด้วยนิสัย "ขี้เกียจ" มาตั้งแต่ออกจากท้องแม่แล้วล่ะ
ทรรศนคติเรื่อง "การเก็บภาพ" ของผมยังเป็นเหมือนเดิม
คือ อยากถ่ายแบบไหนก็เก็บภาพเลย อยากอันเดอร์เท่านี้
อยากโอเวอร์เท่านี้ อยากให้เบลอ อยากให้ไม่ชัด ฯลฯ
เรื่องอุปกรณ์เป็นเรื่องของ
- มีตังค์จ่าย- มีโอกาสได้ใช้เรื่อยๆ ทั้งในหน้าที่และส่วนตัว
ชอบที่จะได้ภาพสด แล้วนั่งภูมิใจในภาพเรา นี่ก็ดีครับ
ชอบที่จะรีทัช เพื่อให้มันดีขึ้น แล้วนั่งอมยิ้มในความงาม นั่นก็ดีครับ
ชอบอย่างไหน เอาอย่างนั้น อย่าไปหันมองคนอื่นแล้วลังเลกับตัวเอง
จะมีหันมองก็ต่อเมื่อเราไม่รู้ว่ามันถ่ายยังไง เป็นยังงี้ได้ไง ?
แบบนี้ค่อยหันมามอง แล้วก็ถามเอาความรู้จากเขา อย่าลอกเลียนแบบครับ
มุมมองภาพ มันซ้ำกันได้ครับ แต่บางที "สไตล์" มันลอกไม่ได้
ปล. บอลไม่มีล้ำหน้า เดี๋ยวมันก็มีกองหน้า 10 คนสิครับพี่ หลังอย่างผมจะไปเล่นตรงไหน :37:
:37:/ ว่าไงก็ตามนั้นพี่
คนบางคนตั้งใจมาก เพราะเค้าใส่ใจมาก อยากได้คุณค่าจากงานของเค้า เค้าก็ไม่ผิด
คนบางคนมีเงินซื้ออุปกรณ์ ก็ไม่ผิด มีเงินนิ อยากได้นิ ก็ซื้อไป
คนบางคนชอบแต่งภาพ มันก็ความสุขเค้า
คนบางคนชอบดิบๆ ก็เรื่องของเค้า การถ่ายภาพฟ้าเชื่อว่าหลายๆคนถือว่าเป็นการผ่อนคลาย คล้ายๆงานอดิเรก
ขนาดภาพสวย ไม่สวยแต่ละคนยังมองต่างกันเลย
:40:
พี่ฟ้าสวยเสมอ
ปล. ล้อเล่นนะ :56:
เห็นเหมือนกัน
บางรูปคนอื่นบอกว่าสวย
ทำไมเราเห็นมันก็งั้นๆ
บางรูปเราว่าสวย
คนอื่นก็บอกว่าไม่เห็นสวยเลย
แล้วแต่คนมอง แล้วแต่คนคิด
เหมือนที่เค้าบอกว่า คิดมากแล้วปิดจิตนาการ แบบนั้นจะคิดมากไปทำไม :22:
อ้างคำพูดจาก: ไอ้ชาร์ป เมื่อ 30 มิ.ย. 2008, 18:11 น.
พี่ฟ้าสวยเสมอ
ปล. ล้อเล่นพูดจริงนะ :56:
ต๊าย เดี๊ยนบ้ายอ + ซะ
อ้างคำพูดจาก: บิ๊ก + เม้ง เมื่อ 30 มิ.ย. 2008, 18:11 น.
เห็นเหมือนกัน
บางรูปคนอื่นบอกว่าสวย
ทำไมเราเห็นมันก็งั้นๆ
บางรูปเราว่าสวย
คนอื่นก็บอกว่าไม่เห็นสวยเลย
แล้วแต่คนมอง แล้วแต่คนคิด
เหมือนที่เค้าบอกว่า คิดมากแล้วปิดจิตนาการ แบบนั้นจะคิดมากไปทำไม :22:
:31:/ เห็นด้วยๆ
อ้างคำพูดจาก: ไอ้ชาร์ป เมื่อ 30 มิ.ย. 2008, 17:51 น.
ปล. เดี๋ยวออกทริปฟอนต์เมื่อไร ผมจะขนไปครับบบ กะว่าเอายืม mark II // 70-200 IS USM f/2.8 // 16-35mm ไปให้ลองกัน
ของแพงนี่มันแหล่มจริงๆนะ :54:
ส่วนฝั่ง nikon อด :49:
. . . ถ้าว่างนะพี่ :05:
ทำร้ายจิตใจ :05:
แอ้ถ่ายรูปไม่ได้เรื่องเลยค่ะ แต่สนุกชิบเป๋ง
กล้องอะไรก็ได้ compact เนี่ยแหละ เหมาะกับแอ้แล้ว..
เวลาใครพูดทฤษฎีอะไร ก็แอบๆ ฟัง พยายามจะเข้าใจ พอถึงเวลาทีไร ก็เลือกโหมดสารพัดตัวช่วยทุกที.. :52:
ชาร์ปจะเอาพี่มาร์คมาให้เล่น :07c:
อ้างคำพูดจาก: ไอ้ชาร์ป เมื่อ 30 มิ.ย. 2008, 17:51 น.
ปล. เดี๋ยวออกทริปฟอนต์เมื่อไร ผมจะขนไปครับบบ กะว่าเอายืม mark II // 70-200 IS USM f/2.8 // 16-35mm ไปให้ลองกัน
ของแพงนี่มันแหล่มจริงๆนะ :54:
ส่วนฝั่ง nikon อด :49:
:05: :05: :05:
เดี๋ยวจะเอาอะแด๊ปเตอร์ริงไป :07:
สู้กันใหญ่แล้ว :30:
ของตูมีสายลั่นเว้ย อันละ 160 แน่ะ
ไงล่ะ อุปกรณ์อย่างเต้บ
ถ้ามีแต่ตัวกับเสื้อผ้าไป แล้วไปยืมกล้องคนอื่นถ่ายรูป จะไปด้วยได้ไหมครับ :35:
กางเกงยืมตูก็ได้นะ :21:
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความคิดของคนส่วนนึงที่ถ่ายรูปกันในปัจจุบันนี้ และเล่นอยู่ตามบอร์ดคนเล่นกล้องทั่วไป
พยายามที่จะถ่ายให้ได้ชื่อเสียง มากกว่าความสบายใจ และพอใจ
เพราะฉะนั้น รูปสวยๆ ที่ได้มา จำเป็นมากๆ สำหรับการสร้างชื่อเสียง
แต่ในเมื่อคิดมุมเองไม่ได้ คำว่า ก๊อบมุม จึงเป็นที่นิยมกันในทริปถ่ายรูปของคนหมู่มากด้วยประการฉะนี้
:21: :21: :21: :21:
เบื่อเนอะ
ผมใช้ Oly
ไหนๆๆ ใครจะเอาอะไรมาให้ผมใช้บ้าง :27:
เอาเครื่องพิมพ์ดีดไหมครับ ที่บ้านมีสนิมกรังอยู่เครื่องนึง
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ Oly เหรอ :49:
พิมพ์ดีดที่บ้านมันยี่ห้อโอลิมปัสง่ะ :30:
อ๋อ แบบนี้นี่เอง :35:
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 01 ก.ค. 2008, 23:46 น.
เอาเครื่องพิมพ์ดีดไหมครับ ที่บ้านมีสนิมกรังอยู่เครื่องนึง
เอาครับ :47:
หว้าย :47:
อ้างคำพูดจาก: Rinly เมื่อ 01 ก.ค. 2008, 21:54 น.
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความคิดของคนส่วนนึงที่ถ่ายรูปกันในปัจจุบันนี้ และเล่นอยู่ตามบอร์ดคนเล่นกล้องทั่วไป
พยายามที่จะถ่ายให้ได้ชื่อเสียง มากกว่าความสบายใจ และพอใจ
เพราะฉะนั้น รูปสวยๆ ที่ได้มา จำเป็นมากๆ สำหรับการสร้างชื่อเสียง
แต่ในเมื่อคิดมุมเองไม่ได้ คำว่า ก๊อบมุม จึงเป็นที่นิยมกันในทริปถ่ายรูปของคนหมู่มากด้วยประการฉะนี้
:21: :21: :21: :21:
เบื่อเนอะ
ทุกวันนี้ก็ถ่ายอย่างสบายใจบ้าง ไม่สบายใจบ้าง :30:
เรื่อง ก็อบมุมก็มีบ้างครับ เพราะบางทีเราเห็นคนอื่นถ่ายสวย ก็อยากได้บ้าง
อยากให้มีภาพสวยๆ จากฝีมือเราเองบ้าง
แม้ว่ามันจะมาจากเทคนิคของคนอื่น หรือมุมกล้องจากคนอื่นก็ตาม
แต่ก็พยายามจะสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้
แต่เรื่องชื่อเสียงนี่ไม่เคยคิดอยู่ในหัวเลย
บางคนเรียกเราว่าตากล้องของคณะไปแล้วด้วยซ้ำ
ทั้งที่รูปทั้งหลาย จากกิจกรรมต่างๆ ถ่ายเพราะความชอบส่วนตัว
อยากเก็บบันทึกความทรงจำของตัวเราเองไว้ในภาพเหล่านั้น
แต่เมื่อเราถ่าย คนไม่มีกล้องก็อยากได้รูปเก็บเป็นความทรงจำบ้าง
ก็จะมาขอรูปจากเรา ซึ่งก็ไม่ได้หวง ไม่ได้หวังเครดิตแต่อย่างใด
มันก็เกิดเป็นชื่อเสียงเล็กๆ ขึ้นมาในสังคมของเราเอง
ผมเองก็อยากจะลองออกทริปถ่ายรูปดูสักครั้งเหมือนกัน
จะได้เรียนรู้มุมกล้อง และเทคนิคต่างๆ จากคนอื่นๆ บ้าง
เพราะผมเองก็ยังมือใหม่มากๆ ยังอยากได้เทคนิค และคำแนะนำอีกมากมาย
มีแต่กล้องคอมแพค เลยหัดถ่ายแฟนไปก่อน
ไว้เดี๊ยวมีตังซื้อ SLR ตูจะไปถ่ายน้องป๊อบบบบบบ (http://ming18.multiply.com)
(http://img2.f0nt.com/02/e475c9659ac92116ac66d087b43e4fca.jpg)
แฟนถลอกน่ารัก :25:
:02: ใช่คนเดียวกับที่เขาดินไหมครับ
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 02 ก.ค. 2008, 00:14 น.
พิมพ์ดีดที่บ้านมันยี่ห้อโอลิมปัสง่ะ :30:
กร๊ากกกกกกกกกกกกก
:02: :02: :02: :02:
:47: ต๊าย นังโตน
ไม่มีกล้อง แต่จะเอานางแบบไปสู้ :47:
อ้างคำพูดจาก: 8e88 เมื่อ 30 มิ.ย. 2008, 15:39 น.
มันก็ขึ้นอยู่กับนิสัยกับการวางตัวที่บอก
ชัดเจนครับ :46:
พี่ฉึ่ง :12:
อ้างคำพูดจาก: ไอ้ชาร์ป เมื่อ 03 ก.ค. 2008, 17:05 น.
:16: ยอมแพ้
ชาร์ปเอาอุปกรณ์มาสู้อีก เผื่อเอเอานางแบบมาเพิ่ม
เอาน้องตา มาเป็นนางแบบเนี่ยเวิร์ก :26:
0/
เอาแปะครับ
http://beaming.multiply.com/journal/item/50/Trip_Portrait_
เห็นว่าเป้าหมายดูมีประโยชน์ดี
วัดศรีเอี่ยมก็วัดแถวบ้านเองแฮะ -*-
รูปจาก niceeyeshot.com
(http://www.niceeyeshot.com/show/beamdog.jpg)
:27: ซื้อกล้องวันอาทิตย์ ทันๆๆๆ :04:
ถอย D3 หรอพี่ :04c:
อ้างคำพูดจาก: 8e88 เมื่อ 28 มิ.ย. 2008, 16:53 น.
จากเหตุผลนี้ก็เป็นหตุนึงที่ตัวเองไม่ค่อยชอบเรื่องการออกทริปถ่ายรูป ไม่ค่อยชอบสังคมกับใคร เพราะมันเรื่องมากวุ่นวาย
การมีเพื่อนมีสังคมในสิ่งที่เราชอบอาจจะดีสำหรับบางคน แต่สำหรับผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ บางคนคุยกันแค่เรื่องอุปกรณ์ว่าเจ๋งยังไง
Process รูปยังไง ....หรือบางคนคุยกันเพราะอยากถ่ายรูปให้สวยให้เจ๋งที่สุด เพื่อที่ชิงเด่นชิงดังกัน (เป็นอะไรที่ผมไม่ชอบเอาเลย)
....แล้วก็ไปโพสงานตัวเองตามที่ต่างๆแบบหว่านทั่ว ไม่ใช่เพราะชอบถ่ายรูป หรือรักการถ่ายภาพหรอก
แต่อยากจะเด่นเป็นที่ยอมรับของสังคมนั้นๆ ตามความต้องการพื้นฐานของมนุษย์คนนึง
อยากจะให้สังคมรับรู้ว่าเราถ่ายรูปออกมาสวย ออกมางั้นงี้ ซึ่งผมว่ามันไม่จำเป็น
ถ้ารักกับการถ่ายรูปจริงๆ แค่ได้ถ่ายรูปก็รู้สึกดีแล้ว
นี่เป็นเหตุผลนึงที่ไม่ค่อยเอางานตัวเองไปโพสที่ไหน โพสก็น้อยครั้งมากๆ
ส่วนมากก็จะอัพขึ้นไปในพื้นที่ตัวเอง แล้วส่งให้เพื่อนที่รู้จักดู ส่วนใครคนอื่นจะหลงเข้ามาดูก็ต้องขอบพระคุณอย่างสูง
มีบทเรียนที่เคยเอารูปไปโพสพร้อม review ท่องเที่ยวสัก 1-2 ปีก่อนในเว็บแห่งนึง (จริงๆหนักการ review มากกว่า)
ก็ดันมีสาวกในเว็บส่วนนึงมารุมมาจับผิดทำนองว่าต้องการโปรโมทเว็บตัวเองทางอ้อม
เพราะไอ้เครดิตชื่อเว็บตัวเล็กๆที่ใส่ไว้ในใต้ภาพแท้ๆ ซึ่งช่วงนั้นคนอื่นเขาไม่ค่อยใส่กันเพราะเว็บส่วนตัวยังมีกันไม่มาก
Multiply หรือ Flickr ยังไม่ฮิตติดลมบนเท่าไหร่ ...แม้จะใช้คำสุภาพพูดก็ตาม
แต่ผมว่าเป็นเรื่องงี่เง่าปัญญาอ่อนที่ติเตียนโดยไม่ดูเจตนาคนโพส แต่ดันมายุ่งมาจับผิดแค่เครดิต
ก็เลยไม่โพสรูปอะไรอีกเลยในเว็บนั้นเพราะไม่แฮ๊ปปี้กับกฎของสังคมออนไลน์ที่มันแปลกๆ
ตอนนั้นอยากจะไปแก้ต่างโพสจริงๆว่า เว็บของตัวเองมันไม่จำเป็นต้องไปโปรโมทในที่แบบนั้น คนก็เข้ามาวันนึงเยอะพอสมควร
ผมไม่ได้อยากดังในเว็บที่คุณอยู่ร่วมกันหรอก มีสื่ออื่นๆนอกจากสื่อเว็บไซต์ ที่ขอเอางานและเว็บตัวเองไปโปรโมทให้ทั้งในไทยและต่างประเทศ
ไอ้การมีชื่อเสียง อยากเป็นที่รู้จักในวงการในสังคม ผมชาชินและค่อนข้างเบื่อ ....แต่ไปโพสต่อเดี๋ยวก็เหมือนคนจันไรที่ชอบแก้ตัว เลยไม่อยากยุ่ง
... แล้วมันน่าตลกตรงที่เดี๋ยวนี้คนอื่นๆในเว็บนั้นก็ใส่เครดิตเว็บตัวเองในรูปกันซะเกลื่อน
เผลอๆไอ้คนที่เคยว่าคนอื่นเอาไว้ ก็น่าจะทำกับเขาด้วยซ้ำไป :26:
จริงๆแล้วคิดแบบนี้มานานพอสมควรโดยเฉพาะไอ้เรื่องงานทดลองหรืองาน graphic ที่ทำทุกวันนี้ ไม่ใช้แค่เรื่องรูปถ่ายอย่างเดียว
ตัวเองไม่ค่อยชอบที่จะไปโพสงานตัวเองอวดสายตาชาวบ้าน โพสน้อยครั้งมากๆ ....เอาแค่ว่าในเว็บ f0nt นี้เป็นสาวกมา 2 ปี
ก็แทบไม่เคยโพสงานตัวเองเลย เป็นคนไม่ชอบโชว์ ไม่ชอบอวดพร่ำเพรื่อในพื้นที่สาธารณะหรือพื้นที่ของคนอื่น
ยิ่งไอ้การออกสังคม ยิ่งไม่ชอบไปกันใหญ่ อยากอยู่เงียบๆ ทำงานทำอะไรที่ชอบ สุขกว่ากันเยอะ ถ้าเลือกได้
บางทีก็ส่งงานไปลองของเมืองนอกบ้าง (ชอบลองของใหญ่ :15:) มีทั้งด่าทั้งชม
บ้านเราจะเสียอย่างตรงที่สังคมบางสังคม พวกเดียวกันก็จะยกหางกันเองว่างานดี จนไม่รู้ว่าความเป็นจริงมันเป็นยังไง
แต่ถ้าคนนอกกลุ่มจะกั๊กๆ งานดีก็ไม่บอกว่างานดีซะทีเดียวแต่ถ้างานไม่ดีจะโดนเละเลย แต่พอเข้าเป็นพวกเขาได้แล้วยังไงก็ไม่โดนด่า
ซึ่งไม่ว่าจะเป็นงาน graphic หรืองานรูปถ่าย ก็จะคล้ายๆกัน
.... เล่ายาวแฮะ เหมือนจะไม่เกี่ยวกับกระทู้ซะแล้ว
เห็นด้วยที่สุดของที่สุดเลยค่ะ :46: :46:
โดนมากับตัวเองเลยค่ะ บอกว่าหากเป็น บ.เจ้าของกล้องจะฟ้องเอากล้องคืนก็มี :05: :05:
...............
เรื่องการถ่ายพอเทรต ถือว่า เป็นงานถ่ายภาพที่ "ง่าย" ที่สุดในบรรดาการถ่ายภาพแล้วค่ะ เพราะเรา (คนถ่าย) สามารถกำหนดให้นางแบบจะทำอะไรก็ได้ เอียงซ้ายนิด ขวาหน่อย ก้มหน่อย มองบน มองล่าง ฯลฯ
เหล่านี้ล้วนไม่ใช่แนวทางที่ดาราต้องการ เลยจัดทริปไปแค่ครั้งเดียว แล้วก็ไม่มีความคิดอีกเลยค่ะ :01:
หากจะเรียนรู้การถ่ายพอเทรตให้ดี ต้องรู้จักแสงให้ดี และที่สำคัญต้องรู้จุดเด่น จุดด้อยนางแบบ และพยายามเลือกมุมค่ะ
อีกหนึ่งวิธีที่จะฝึก คือการถ่าย ฟิกเกอร์ต่างๆ เล่นก่อนค่ะ มันจะทำให้เรารู้ แม้ว่าเราจะสั่งให้มัน หันซ้ายหันขวาไม่ได้ก็ตาม
(http://img2.f0nt.com/08/5c84f8ec443c65787f2a96fd1ad686a8.jpg)
ยากกว่าการถ่ายนางแบบแน่นอนค่ะ
(http://img2.f0nt.com/08/aed6557accdd93b88d23c22395873eb3.jpg)
รับทราบฮับ :25:
ยังไม่เคยไปทริปไหนเลยแฮะ :04:
สั่งจัดท่าจัดทางได้ด้วยเหรอ :09:
:04:
อ้างคำพูดจาก: โตน เมื่อ 08 ส.ค. 2008, 12:59 น.
ยังไม่เคยไปทริปไหนเลยแฮะ :04:
:56: ไปรพ.กันป่าวว..
:30: งานเข้าแล้ว
อ้างคำพูดจาก: จั่วจั๊ว เมื่อ 09 ส.ค. 2008, 22:17 น.
:56: ไปรพ.กันป่าวว..
อืมมมม... ทริป รพ. น่าสนๆๆ
:32: :32: :32:
ถ่ายรูปโตนตอนเข้าเฝือก :30: :30: :30:
ลิงค์พี่โอ้เอ้ พึ่งเห็นทริปการกุศลแบบนี้นะเนี่ย :45:
อ้างคำพูดจาก: ถนอม เมื่อ 09 ส.ค. 2008, 22:04 น.
สั่งจัดท่าจัดทางได้ด้วยเหรอ :09:
:04:
จริงครับ ถ้าไม่ได้ดั่งใจก็ต้องเดินไปจัดเอง :31:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ส์ส์ส์ส์ส์ส์ส์ เมื่อ 13 ส.ค. 2008, 12:02 น.
จริงครับ ถ้าไม่ได้ดั่งใจก็ต้องเดินไปจัดเอง :31:
:34: แหม่ รู้ดีนะ
:34: เคยไปหรือไง
:30: แน่ๆ ฟ้า
ทริปต่อไป ทริปโรงพยาบาลล่ะกันนะ
ทะลง ทะเลไม่ต้อง :07:
เตรียมเลนส์มาโครก่อน :47:
อ้างคำพูดจาก: ฟ้ารุ่ง เมื่อ 13 ส.ค. 2008, 13:59 น.
:34: แหม่ รู้ดีนะ
:34: เคยไปหรือไง
งานรับปริญญาไง ก็เดินไปบอกว่าทำอย่างนี้ๆ ไม่ได้แตะเลย :34:
ชาร์ปจะเอาไปถ่ายอะไร :55:
ถ่าย เออ ถ่ายอะไรดี
:34: นึกว่าทริปจ้างน้องนางใน FHM ไปเป็นแบบ
:34:
อ้างคำพูดจาก: ฟ้ารุ่ง เมื่อ 13 ส.ค. 2008, 16:39 น.
:34: นึกว่าทริปจ้างน้องนางใน FHM ไปเป็นแบบ
:34:
มีการลงทุนเกิดขึ้น :56:
อยากรู้จังเลยค่ะ
ใครคิดแล้วคิดขึ้น
มาเพื่ออาราย :55: :55: :55:
ไม่เข้าใจเรื่อง สปีดชัตเตอร์
มีใครว่างอธิบายไหม? :05:
ไม่เข้าใจยังไงอะ?
ปล. อ่าน TSD นี่ตูว่าเหมาะกะคนเพิ่งหัดถ่ายมากเลยนะ :25:
ไม่เข้าใจหมดเลย ทุกทีจะปรับแค่ F แล้วให้มันปรับ สปีดออโต้ :05:
อย่างแรกคือ ตัวเลข นะหมายถึงส่วนของวินาที
เช่น 250 คือ หน้ากล้องจะเปิดแค่ 1/250 วินาที
เพราะงั้น ยิ่งเลขมาก ก็ยิ่งเร็ว..
เช่นจะถ่ายภาพกีฬา หรืออย่างให้วัตถุที่เคลื่อนไหวอยู่หยุดนิ่ง ก็ใช้เลขเยอะๆ
ส่วน F คือขนาดของรูรับแสง เลขน้อย เปิดมาก เลขมากเปิดน้อย (แปรผกผัน)
แต่ว่า ระยะช่วงที่ชัด จะผันตรงกับเลข คือเลขน้อยช่วงสั้น เลขเยอะช่วงยาว
ปล. นี่คือรุกกี้ อธิบายรุกกี้นะ :30:
อ้างคำพูดจาก: บวบ เมื่อ 17 ก.ย. 2008, 16:38 น.
อย่างแรกคือ ตัวเลย นะหมายถึงส่วนของวินาที
เช่น 250 คือ หน้ากล้องจะเปิดแค่ 1/250 วินาที
เพราะงั้น ยิ่งเล็กมาก ก็ยิ่งเร็ว..
เช่นจะถ่ายภาพกีฬา หรืออย่างให้วัตถุที่เคลื่อนไหวอยู่หยุดนิ่ง ก็ใช้เล็กเยอะๆ
ส่วน F คือขนาดของรูรับแสง เลขน้อย เปิดมาก เลขมากเปิดน้อย (แปรผกผัน)
แต่ว่า ระยะช่วงที่ชัด จะผันตรงกับเลข คือเลขน้อยช่วงสั้น เลขเยอะช่วงยาว
ปล. นี่คือรุกกี้ อธิบายรุกกี้นะ :30:
เล็กมาก หรือเลขมาก :09:
:49: ไหนๆ อะไร
เร็วกะช้า ต่างกันยังไง
ถ้าพัดลมตอนหมุน อยากให้เห็นใบพัด สโลว์ๆ ใช้เลขเท่าไหร่ดี :37:
มีกล้องดิจิตอลก็ลองถ่ายดิ
ก่อนอื่นต้องรู้ว่าพัดลมหมุนเร็วเท่าไหร่ หนึ่งรอบใช้เวลา เท่าไหร
เช่น 1/x s. ถ้าอยากให้ชัดเป๊ะ ต้องตั้งค่า 1/x+ s.
ถ้าอยากให้เห็นใบพัดเป็นปื้นๆ ต้องให้เลขน้อยกว่า x :37:
:47:
:05: ยากจัง
Link นี้ น่าจะพอช่วยได้นะครับ :12:
_ttp://th.wikibooks.org/wiki/เทคนิคการถ่ายภาพ/พื้นฐานการถ่ายภาพ
:22: ขอบใจจ้า
ไม่แน่ใจว่าจะอ่านเข้าใจหรือเปล่านะ :08:
ความเร็วชัตเตอร์เนี่ย เป็นเศษส่วนของวินาที
250 ก็จะเป็น 1/250 วินาที (ประมาณ 0.004 วินาที) ที่รูหน้ากล้องเปิดครับ
ยิ่งเลขสูง ก็จะเปิดแล้วปิดเร็วมาก
ใช้เวลาถ่ายคนวิ่งแข่ง แล้วอยากได้ภาพคนวิ่งชัด ประมาณนั้นนะครับ
ถ้าอยากได้รูปพัดลม ที่ใบพัดแบบสโลว์ก็ใช้ค่าน้อยครับ
เช่น 25 รูหน้ากล้องก็จะเปิด 1/25 วินาที (ประมาณ 0.04 วินาที)
ถ้าถ่ายพลุ เนี่ยต้องตั้งให้รูเปิด 2 วินาทีขึ้นไปประมาณนั้น ถึงจะได้รูปพลุเป็นสายครับ
จะเข้าใจมั้ยอ่ะเนี่ย :07:
ซึ่งชัตเตอร์จะสอดคล้องกับค่า f หรือรูรับแสงครับ
เอาเข้าใจง่ายๆแล้วกันนะครับ
รูรับแสงมีผลต่อภาพ คือทำให้เกิดความชัดลึกกับชัดตื้นอ่ะครับ
ชัดตื้นก็คือ ภาพแบบ รูปวัตถุชัด แล้วข้างหลังเบลอครับ
ชัดลืกก็คือ ภาพแบบ ชัดทั้งภาพเลยครับ
ชัดตื้น ต้องตั้งค่า f ต่ำครับ เช่น 2.9
ชัดลึก ต้องตั้งค่า f สูงครับ เช่น 8
เอาง่ายๆประมาณนี้ก่อนนะครับ
ที่เหลือต้องไปถ่ายเล่นดูครับ
ทดลองกับกล้องดิจิตอลก่อนก็ได้นะครับ
สู้ๆครับ :12:
อ้างคำพูดจาก: ed_crub เมื่อ 17 ก.ย. 2008, 17:41 น.
ไม่แน่ใจว่าจะอ่านเข้าใจหรือเปล่านะ :08:
ความเร็วชัตเตอร์เนี่ย เป็นเศษส่วนของวินาที
250 ก็จะเป็น 1/250 วินาที (ประมาณ 0.004 วินาที) ที่รูหน้ากล้องเปิดครับ
ยิ่งเลขสูง ก็จะเปิดแล้วปิดเร็วมาก
ใช้เวลาถ่ายคนวิ่งแข่ง แล้วอยากได้ภาพคนวิ่งชัด ประมาณนั้นนะครับ
ถ้าอยากได้รูปพัดลม ที่ใบพัดแบบสโลว์ก็ใช้ค่าน้อยครับ
เช่น 25 รูหน้ากล้องก็จะเปิด 1/25 วินาที (ประมาณ 0.04 วินาที)
ถ้าถ่ายพลุ เนี่ยต้องตั้งให้รูเปิด 2 วินาทีขึ้นไปประมาณนั้น ถึงจะได้รูปพลุเป็นสายครับ
จะเข้าใจมั้ยอ่ะเนี่ย :07:
ซึ่งชัตเตอร์จะสอดคล้องกับค่า f หรือรูรับแสงครับ
เอาเข้าใจง่ายๆแล้วกันนะครับ
รูรับแสงมีผลต่อภาพ คือทำให้เกิดความชัดลึกกับชัดตื้นอ่ะครับ
ชัดตื้นก็คือ ภาพแบบ รูปวัตถุชัด แล้วข้างหลังเบลอครับ
ชัดลืกก็คือ ภาพแบบ ชัดทั้งภาพเลยครับ
ชัดตื้น ต้องตั้งค่า f ต่ำครับ เช่น 2.9
ชัดลึก ต้องตั้งค่า f สูงครับ เช่น 8
เอาง่ายๆประมาณนี้ก่อนนะครับ
ที่เหลือต้องไปถ่ายเล่นดูครับ
ทดลองกับกล้องดิจิตอลก่อนก็ได้นะครับ
สู้ๆครับ :12:
มามะ + ให้ :25:
ถามบ้างครับ "จะทำยังไงให้ภาพชัดทั้งภาพ"
ในกรณี เช่น ถ่ายภาพกลางคืน ซึ่งกล้องไม่สามารถจับโฟกัสได้
และเมื่อมองผ่านกล้องแสงก็น้อยเกินไปจึงไม่สามารถปรับเลนส์แบบ M ได้
ทำยังไงที่จะปรับแค่ระยะซูม แล้วชัดหมดโดยไม่ต้องปรับโฟกัส
เอาแบบยิงแฟลชปุ๊บ ชัดทั้งภาพ (มันทำได้ไหมครับ)
ใช้ไฟฉายวัดแสงก่อนเลยครับ... ตรงตำแหน่งที่ต้องการ
จากนั้นก็กดชัตเตอร์โล้ด...
เอาวิธีนี้ไปฝึกดูครับ รับรอง แหล่ม... (ฟังเขามาอีกที)
ใช้ได้แค่บางกรณีครับ
ปกติในกระเป๋ากล้องผมก็พกไฟฉายไว้ใช้กรณีแบบนี้อยู่แล้ว
(ไฟฉายนี่ไม่ได้ฟังจากใคร พอรู้ว่ามีการใช้วิธีนี้ก็ภูมิใจที่คิดได้ ^^)
แต่ในการทำกิจกรรมที่จุดโฟกัสไม่ได้อยู่กับที่
ประกอบกับสถานที่นั้นแสงน้อยมากๆๆ(ๆๆ)
ทำให้กล้องไม่สามารถจับโฟกัสได้ทัน
พอจะมีวิธีอื่นบ้างไหมครับ
อย่าว่าผมโฆษณาเลยนะ... มีหนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวที่กำลังหาคำตอบอยู่พอดีเลยครับ หัวข้อหนึ่งในเล่มก็คือ "Portrait กับงานกลางคืน (ที่มืดสนิท)" น่าจะตอบโจทย์ข้อนี้ได้ชะงักนักแล...
ลองเข้าไปดูรายละเอียดครับ จะวางขาย ต.ค. นี้ (รอสักครู่ครับ เก็บตังค์ไว้คอยซื้อเลย)
http://www.se-ed.com/eShop/Book/BookDetail.aspx?No=9789742128289&TypeMCode=BK&ProdMCode= (http://www.se-ed.com/eShop/Book/BookDetail.aspx?No=9789742128289&TypeMCode=BK&ProdMCode=)คต
เห็นมีหลาย ๆ คนกำลังศึกษาการถ่ายภาพเบื้องต้นด้วย DSLR
ก็เลยเอา link ดี ๆ มาฝากครับ เป็นการแนะนำ DSLR เบื้องต้น
เป็นภาษาอังกฤษ นะ
แต่ว่าศัพท์ไม่ยากนะครับ มีรูปประกอบด้วย (บางส่วนเป็น animation)
ช่วยให้เข้าใจได้ดีเลยละ :22:
http://web.canon.jp/imaging/enjoydslr/ (http://web.canon.jp/imaging/enjoydslr/)
ไม่แน่ใจว่าเคยมีใครโพสหรือยัง
แต่ลอง search ดูแว้บ ๆ แล้วเหมือนจะยังไม่มี นะ :25:
Shutter speed : http://web.canon.jp/imaging/enjoydslr/part2/2Ad.html
Depth of field : http://web.canon.jp/imaging/enjoydslr/part2/2Ac.html
ค่อนข้างเข้าใจง่ายจริงๆ ครับ
แต่ถ้าเป็น Nikon จะดีกว่านี้มากๆ :56:
สปีด ชัตเตอร์
คือหนัง เรื่องแรก เอาระเบิดไปผูกกับรถ กับเรือ อีกเรื่อง ผีขี่คอ
รวมกันคือ เอาระเบิดไปผูกกับผีที่ขี่คออยู่
ไม่ยาก ไม่ยาก น้องฟ้าลองศึกษาดูดีๆนะ :12:
อู้ย..
อ้างคำพูดจาก: ถนอม เมื่อ 17 ก.ย. 2008, 22:04 น.
สปีด ชัตเตอร์
คือหนัง เรื่องแรก เอาระเบิดไปผูกกับรถ กับเรือ อีกเรื่อง ผีขี่คอ
รวมกันคือ เอาระเบิดไปผูกกับผีที่ขี่คออยู่
ไม่ยาก ไม่ยาก น้องฟ้าลองศึกษาดูดีๆนะ :12:
สปอยล์ :07:
อ้างคำพูดจาก: ถนอม เมื่อ 17 ก.ย. 2008, 22:04 น.
สปีด ชัตเตอร์
คือหนัง เรื่องแรก เอาระเบิดไปผูกกับรถ กับเรือ อีกเรื่อง ผีขี่คอ
รวมกันคือ เอาระเบิดไปผูกกับผีที่ขี่คออยู่
ไม่ยาก ไม่ยาก น้องฟ้าลองศึกษาดูดีๆนะ :12:
พี่ถล๊อก !!!! :30a:
ฟ้าจะบวกให้ +3 เลย :30b:
:52:
นอนไม่หลับเหรอ? :52:
ไปเจอนี่มา
อ้างอิง
เราจะเห็นแป้นปรับความเร็วของม่านชัตเตอร์อยู่ตรงนี้
ตัวเลขนี้จริง ๆ แล้วคือตัวเลขที่เอาไปหารเลข 1 ด้วยทุกครั้ง โดยมีหน่วยเป็นวินาที
เช่น 500 คือ ตัวเลข 1/500 วินาที (จินตนาการตามไปด้วยน่ะครับ ว่า 1/500 แค่เสี้ยวเสี้ยววินาทีเท่านั้นเองน่ะครับ)
กล้องรุ่นนี้สามารถเปิดม่านชัตเตอร์ให้แสงผ่านได้ตั้งแต่เวลา 1/1 วินาที จนถึง 1/2000 วินาที
ส่วนตัว B ที่เห็นนั้น Bulb ...หมายถึงเวลาที่ม่านชัตเตอร์เปิด จะน้อย จะมาก ขึ้นกับนิ้วชี้มือขวาของเราจะกดปุ่มลั่นชัตเตอร์นานแค่ไหน .....ถ้าเรากด 2 นาทีแล้วปล่อย ม่านชัตเตอร์ก็จะเปิดค้างไว้ สองนาที ด้วย
ตัวเลข 125 ที่เห็นเป็นสีแดงนั้น...บอกว่ากล้องรุ่นนี้สัมพันธ์กับแฟลชที่ความเร็ว 1/125 วินาที หรือต่ำกว่า
B จะมีประโยชน์ในบางสถานการณ์ ที่ต้องเปิดม่านชัตเตอร์นานกว่าที่กล้องรุ่นนั้นจะทำได้
.............................
เห็นตัวเลข 100 ตัวเล็ก ๆ ที่มีลูกศรชี้อยู่มั๊ยครับ.....ตัวเลขนี้เป็นตัวบอกค่าความไวแสงของฟิลม์ (หรือเซนเซอร์ในกล้องดิจิตัล) เรามักจะเรียกว่า ASA หรือ ISO ....ซึ่งเราสามารถปรับตั้งใด้ง่าย ๆ (กล้องคิจิตัลบางรุ่น จะตั้งออโต้ตามสภาพแสงให้เลย...แต่ถ้ากล้องใช้ฟิลม์ไม่สามารถเปลี่ยนไป เปลี่ยนมาได้ในฟิลม์ม้วนเดียวกัน...เอ๊ะ ต้องได้ซิ .....เอ้าเปลี่ยนได้ก็ได้ แต่ต้องเข้าใจกับมันอย่างถ่องแท้...ใครสงสัยถามน่ะครับจุดนี้)
(http://www.pixpros.net/forums/attachment.php?attachmentid=28471&stc=1&d=1171697858)
อ้างอิง
แผ่นสีดำบาง ๆ นี่แหล่ะที่เราเรียกว่าม่านชัตเตอร์(ราคาแพงหนักหนาแหล่ะครับ ผมเคยไปแตะด้วยปลายนิ้วที่มีเหงื่อนิดหน่อย...มันเหนียวติดกันทั้งแผง เสียค่ามือซนไปหลายพัน)
เมื่อเรากดชัตเตอร์.....กดไปครึ่งหนึ่งแค่วัดแสงกับโฟกัส แต่พอกดเต็มที่ ม่านชัตเตอร์จะมีกลไกทำงานให้เปิดออก แสงผ่านเข้ามาได้
ระยะเวลาที่ม่านชัตเตอร์เปิดแล้วปิด จะนานมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นกับว่าเราตั้งตัวเลขความไวชัตเตอร์มากน้อยแค่ไหน
แล้วความไวชัตเตอร์มากน้อยเท่าไหร่ จะให้ภาพแตกต่างกันอย่างไรบ้าง...มีแน่นอนครับ...โปรดติดตาม
เห็นแท่งสีขาวด้านซ้ายมือที่ยื่นลงมามั๊ยครับ เป็นแกนใส่ในกลักฟิลม์อีกทีหนึ่ง
(http://www.pixpros.net/forums/attachment.php?attachmentid=28472&stc=1&d=1171698717)
:48: งง
อ้างอิง
ขอให้มองช่องแรกที่ ความไวแสง 100 ก่อนน่ะครับผม
ตารางที่ให้มาเห็นอะไรที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างรูรับแสง(หน้ากล้อง) และ ความไวชัตเตอร์มั๊ยครับ
...งงส์มั๊ยครับ...ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่มาจาก......
..............
สมมุติผมมีโอ่งใบใหญ่ใบหนึ่ง วางอยู่ท่ามกลางสายฝนตก มีฝาปิดมิดชิด...ถ้าเราเปรียบเทียบว่า น้ำเต็มโอ่งก็คือแสงที่เข้าสู่ฟิลม์พอดี เราจะเข้าใจง่ายขึ้น
ถ้าผมเปิดแง้มฝานิดเดียว(รูรับแสงเล็กแคบ) จะต้องใช้เวลานานนนนกว่าจะเต็ม(ชัตเตอร์ช้า)
แต่ถ้าโอ่งใบเดียวกัน เราเปิดฝาโอ่งกว้างขึ้น น้ำฝนก็จะเข้าโอ่งได้เร็วขึ้น แป๊บเดียวเต็ม เหมือนกับเราเปิดรูรับแสงกว้างขึ้น(ตัวเลขน้อยลง) ความไวชัตเตอร์ก็จะมากไปด้วย
อันนี้พอรู้เรื่อง :05:
ISOสูง คือต้องการให้ชัตเตอร์เร็ว ๆด้วย รึเปล่าครับ
แล้ว ถ้าถ่ายกลางคื แบบเป็นรูปวิว นี้ใช้ ISO ต่ำ รึเปล่าครับ? :46:
อ้างคำพูดจาก: บิ๊กเบอร์รี่ เมื่อ 18 ก.ย. 2008, 16:49 น.
ISOสูง คือต้องการให้ชัตเตอร์เร็ว ๆด้วย รึเปล่าครับ
ใช่ครับ
ที่มาของ ISO คือเมื่อก่อนเราใช้กล้องฟิล์ม
ฟิล์มที่ "ไวแสง" มาก ก็จะ ISO สูง
ข้อดีคือไวแสง ข้อเสียคือภาพมันจะไม่ประณีตเท่า ISO ต่ำๆ
อย่างที่บอกว่าเหมือนเปิดก๊อกน้ำซู่ๆ ไหลแรงๆ นั่นแหละ
แต่ดันหกเลอะเทอะ นี่เพราะความไม่เนี้ยบของมัน
ดังนั้นพอมาถึงยุคดิจิทัล ไอ้ความไม่เนี้ยบนี่ก็จะส่งผลให้เราเห็นเป็นเม็ดสีๆ ที่เรียกว่า Noise โพธิ์งามนั่นแหละครับ
ซึ่งกล้องแพงๆ ก็จะมีระบบจัดการเจ๊น้อยให้หายไปด้วยวิธีต่างๆ กัน (หรือด้วยตัวอุปกรณ์ที่แพงแต่กำจัดน้อยได้แทบหมด)
ทีนี้ถ้าจะถ่ายกลางคืน?
ก็พิจารณาจากย่อหน้าบนนี้ครับ
ว่าต้องการให้ภาพนั้นไวแสง (คือไม่ค่อยสั่น หรือเก็บแสงเก็บภาพได้เร็ว) ไหม
ถ้าใช่ ก็เอา ISO สูงๆ แต่สิ่งที่ได้มาก็คือภาพจะไม่เนี้ยบ
แต่ถ้าไม่ใช่ ก็ต้องหาขาตั้งกล้อง หรือเอาวางบนพื้นที่นิ่งสุดขีด แล้วค่อยกดชัตเตอร์
ให้น้ำก๊อกมันค่อยๆ ไหลลงปากขวด ถึงจะช้าและมืออาจจะสั่น แต่มันก็ไหลลงทุกหยดจ้ะ
โอ้ววว :25:
ขอบคุณครับ :46: :52:
เปรียบเทียบได้ลึกซึ้ง :25:
เพิ่มเติมเรื่อง noise นิดนึง
noise มันเกิดจากคลื่นไฟฟ้าที่อยู่ในกล้องมารบกวนการบันทึกภาพ เหมือนเปิดวิทยุแล้วคลื่นแทรกยังไงยังงั้นเลย
ปัจจุบันวิธีลด noise มีหลายแบบ ถ้า sensor เป็น CCD ก็จะมีตัวคอยตัดคลื่นรบกวนนี้ออก(แต่ก็ได้ไม่มาก)
หรืออีกวิธีคือเปลี่ยน sensor ไปเป็นแบบ CMOS ซึ่งเป็น sensor แบบที่ใช้กับฟิล์ม(มั้ง ไม่แน่ใจ :44:) เป็น sensor ที่มีขนาดใหญ่เท่าหน้าฟิล์ม ผลที่ได้คือ noise แทบไม่มี และเพิ่ม iso ได้สูงปริ้ด :55:(หนอนตัวใหม่เร่งไป 25000 :55: :55:) ซึ่งถ้ากล้องดิจิตอลใช้ sensor แบบนี้เขาจะเรียกว่า full frame ราคาก็แพงสยองตามคุณภาพ :55: :55:
อ้างคำพูดจาก: อู๋ส์ส์ส์ส์ส์ส์ส์ เมื่อ 19 ก.ย. 2008, 09:23 น.
หรืออีกวิธีคือเปลี่ยน sensor ไปเป็นแบบ CMOS ซึ่งเป็น sensor แบบที่ใช้กับฟิล์ม(มั้ง ไม่แน่ใจ :44:)
ฟิล์มก็คือฟิล์ม มันจะมี sensor ได้ไงล่ะ :34:
ตัวรับภาพของฟิล์ม ก็คือฟิล์มไง
อ้างคำพูดจาก: อู๋ส์ส์ส์ส์ส์ส์ส์ เมื่อ 19 ก.ย. 2008, 09:23 น.
หรืออีกวิธีคือเปลี่ยน sensor ไปเป็นแบบ CMOS ซึ่งเป็น sensor แบบที่ใช้กับฟิล์ม(มั้ง ไม่แน่ใจ :44:) เป็น sensor ที่มีขนาดใหญ่เท่าหน้าฟิล์ม ผลที่ได้คือ noise แทบไม่มี และเพิ่ม iso ได้สูงปริ้ด
อันนี้ก็ไม่ถูกซะทีเดียว
การที่ใช้ cmos แทน ccd ในขนาดที่ใหญ่ขึ้น เทียบเท่าฟิล์ม
จะว่าไปแล้วเราจะพบเห็นการใช้ cmos ได้จากอุปกรณ์ที่เป็นสื่อที่ถ่ายรูปได้ต่างๆ
คือพวกกล้องมือถือ เว็บแคม หรืออื่นๆ พวกนี้ส่วนใหย่ coms
ccd จะว่าไปแล้วคุณสมบัติมันให้ภาพที่ดีกว่าละเอียดกว่า cmos
และมันเป็นเพียงอย่างเดียวที่มันดูดีกว่า cmos
แต่ที่หลายๆ รายมาพัฒนาความสามารถของ cmos
หลักๆ เลย น่าจะมาจากเรื่องของการกินพลังงาน
และความเร็วในการประมวลผล
ซึ่ง coms นั้นกินไปน้อยกว่า และเร็วกว่าเพราะเป็นดิจิตอลในตัวมันเอง
เมื่อมาใช้ในขนาดใหญ่เท่าฟิล์ม การใช้ไฟย่อมมากกว่าปกติ
หากเป็น ccd กล้องคงถ่ายได้ไม่นาน
อีกหนึ่งคือเรื่องความร้อน เมื่อจะให้มันใช้ live view
ที่มันจะต้องรับภาพตลอดเวลา cmos ทำงานได้ดีกว่า
เร็วกว่า ความร้อนน้อยกว่า กินไฟน้อยกว่า
ความเห็นส่วนตัวนะ :17:
เคยได้ยินเมื่อนานมาแล้วว่า noise ในกล้องฟิล์มเรียกว่า เกรน (ฟังเขามาอีกที :42:)
อ้างคำพูดจาก: eMz เมื่อ 19 ก.ย. 2008, 10:32 น.
เคยได้ยินเมื่อนานมาแล้วว่า noise ในกล้องฟิล์มเรียกว่า เกรน (ฟังเขามาอีกที :42:)
Noise ถ้าเทียบกับสมัยยุคฟิล์ม (ฟังดูหมือนยุคหิน -.- ) ก็คือ เกรน (grain) ถูกต้องแล้วครับ
เพียงแต่ว่า ด้วยการที่ตัวรับภาพคนละชนิดกัน หลักการเกิด เกรน และ noise จึงไม่เหมือนกัน :07:
มาดูยุคเก่ากันก่อน
สมัยที่กล้องใช้ฟิล์มเป็นตัวรับแสง (ขออ้างอิงกับฟิล์ม negative ขาวดำ นะ เพราะมันซับซ้อนน้อยที่สุดแล้ว)
ตัวของแผ่นฟิล์มเองเป็นพลาสติกชนิดหนึ่ง ที่ถูกเคลือบ หรือฉาบด้วยสารบางอย่างเอาไว้
ในตัวเนื้อฟิล์มถ้าเราเอามาขยาย ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เพื่อที่จะดูรายละเอียดของมัน จะพบว่ามันคือ
ผลึกเกลือเงิน (silver halide salt)เรียงเบียดเสียดกันอยู่เต็มพื้นที่อย่างน่ารักน่าเอ็นดู
หลังจากช่างภาพกดชัตเตอร์ ... ฉับ ... แสงก็จะวิ่งผ่านเลนส์ ผ่านม่านชัตเตอร์ เข้ากระทบ film
โดย น้องๆ ผลึกแต่ละตัว ก็จะรับแสงเข้าไปตามตำแหน่งที่ตัวเองอยู่ และทำปฏิกริยาบางอย่าง
ตัวไหนโดนแสงมากก็จะทำปฏิกริยามาก ตัวไหนโดนแสงน้อยก็ทำปฏิกริยาน้อย
หลังจากขั้นตอนนี้ ฟิล์มเราก็จะได้ภาพแฝง (คือมันเกิดปฏิกริยาเคมีแล้วแหละ แต่มันยังไม่หยุด
ถ้าเราถ่าย ฉับ.... ซ้ำลงไปอีกรอบที่เฟรมเดิม ผลึกแต่ละตัวที่ยังได้รับแสงไม่เต็มที่ก็พร้อมที่จะทำปฏิกริยาต่อ)
ซึ่งหลังจากขึ้นตอนนี้ ก็ต้องรอเอาไปเข้ากระบวนการล้างฟิล์มซะก่อนจึงจะเห็นเป็นภาพบางอย่างบนเนื้อฟิล์ม
กลับมาที่ เกรน ก่อนที่จะออกไปอ่าวไทยเนื่องจากผลึกแต่ละตัว มีค่าความไวแสงที่ต่างกัน โดยผลึกตัวเล็ก จะมีความไวต่อแสงต่ำกว่า
ผลึกตัวใหญ่ ดังนั้น
ฟิล์มที่มีความไวแสงต่ำ ๆ อย่างเช่น ISO 50 หรือ 100
จะมีผลึกเกลือตัวเล็ก ๆ เรียงตัวกันอยู่มาก ๆ ทำให้เวลาใช้ฟิล์ม ISO ต่ำ ๆ เราจะได้ภาพ
ที่มีความละเอียดสูง และมีเกรน (หรือ ความหยาบของเนื้อภาพ) ต่ำ
ถ้า
ฟิล์มที่มี ISO สูง ๆ เช่น ISO 800, 3200 นี่ แสดงว่าต้องการความไวแสงสูง ๆ
จึงต้องใช้งานผลึกตัวใหญ่ ดังนั้น ด้วยพื้นที่ของฟิล์มที่เท่ากัน จึงบรรจุผลึกเกลือได้น้อยกว่า
ฟิล์มความไวแสงต่ำ ๆ ผลก็คือเนื้อภาพที่ได้จะมีความหยาบมากกว่าฟิล์มไวแสงต่ำ ๆ
ไอเจ้าความหยาบที่เกิดขึ้นจากผลึกเกลือตัวใหญ่ ๆ นี่เอง ที่เราเรียกว่า เกรน
(http://img2.f0nt.com/19/446f1045f68cc7def8419e578a55795c.jpg)
บางครั้ง จะได้ยินคำพูดที่ว่า เกรนของฟิล์ม สวยกว่าดิจิตอล
ส่วนหนึ่งก็เพราะว่า การที่มันใช้ระบบเคมี ในการสร้างภาพนี่แหละ เพราะผลึกเกลือ ไม่ได้มีขนาดเท่ากันเด๊ะ ๆ ทุกตัว
และไม่ได้เรียงตัวกันเป็นแถวเป็นแนว เหมือนลักษณะของ pixel ใน CMOS หรือ CCD
เพราะฉะนั้น เกรนที่ได้มันถึงมีมิติ (อธิบายยากแฮะ) คือ มันมีการกระจายตัวที่ดูไร้ระเบียบ แต่เท่ ว่างั้นเหอะ :22:
ปล. ฟิล์ม negative ขาวดำ จะมีการเคลือผลึกเกลือไว้ชั้นเดียวครับ :47:
ถ้าเป็นฟิล์มสีนั้นไซร้ จะมีการเคลือบผลึกเกลือซึ่งไวแสงเฉพาะย่าน
ไว้ถึง 3 ชั้น (Red, Green และ Blue) เลยทีเดียวเชียว :14:
:46:
อาจจะมึน ๆ บ้าง แต่ก็ประมาณนี้แหละครับ :33:
:46: ความรู้มากมาย เข้าใจง่ายดีด้วย :46:
ขอบคุณมากครับ ประดับสมองๆ :33:
:12:
ล้ำลึก
อ้างคำพูดจาก: (;^)O~ เมื่อ 19 ก.ย. 2008, 22:45 น.
Noise ถ้าเทียบกับสมัยยุคฟิล์ม (ฟังดูหมือนยุคหิน -.- ) ก็คือ เกรน (grain) ถูกต้องแล้วครับ
เพียงแต่ว่า ด้วยการที่ตัวรับภาพคนละชนิดกัน หลักการเกิด เกรน และ noise จึงไม่เหมือนกัน :07:
มาดูยุคเก่ากันก่อน
สมัยที่กล้องใช้ฟิล์มเป็นตัวรับแสง (ขออ้างอิงกับฟิล์ม negative ขาวดำ นะ เพราะมันซับซ้อนน้อยที่สุดแล้ว)
ตัวของแผ่นฟิล์มเองเป็นพลาสติกชนิดหนึ่ง ที่ถูกเคลือบ หรือฉาบด้วยสารบางอย่างเอาไว้
ในตัวเนื้อฟิล์มถ้าเราเอามาขยาย ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เพื่อที่จะดูรายละเอียดของมัน จะพบว่ามันคือ ผลึกเกลือเงิน (silver halide salt)
เรียงเบียดเสียดกันอยู่เต็มพื้นที่อย่างน่ารักน่าเอ็นดู
หลังจากช่างภาพกดชัตเตอร์ ... ฉับ ... แสงก็จะวิ่งผ่านเลนส์ ผ่านม่านชัตเตอร์ เข้ากระทบ film
โดย น้องๆ ผลึกแต่ละตัว ก็จะรับแสงเข้าไปตามตำแหน่งที่ตัวเองอยู่ และทำปฏิกริยาบางอย่าง
ตัวไหนโดนแสงมากก็จะทำปฏิกริยามาก ตัวไหนโดนแสงน้อยก็ทำปฏิกริยาน้อย
หลังจากขั้นตอนนี้ ฟิล์มเราก็จะได้ภาพแฝง (คือมันเกิดปฏิกริยาเคมีแล้วแหละ แต่มันยังไม่หยุด
ถ้าเราถ่าย ฉับ.... ซ้ำลงไปอีกรอบที่เฟรมเดิม ผลึกแต่ละตัวที่ยังได้รับแสงไม่เต็มที่ก็พร้อมที่จะทำปฏิกริยาต่อ)
ซึ่งหลังจากขึ้นตอนนี้ ก็ต้องรอเอาไปเข้ากระบวนการล้างฟิล์มซะก่อนจึงจะเห็นเป็นภาพบางอย่างบนเนื้อฟิล์ม
กลับมาที่ เกรน ก่อนที่จะออกไปอ่าวไทย
เนื่องจากผลึกแต่ละตัว มีค่าความไวแสงที่ต่างกัน โดยผลึกตัวเล็ก จะมีความไวต่อแสงต่ำกว่า
ผลึกตัวใหญ่ ดังนั้นฟิล์มที่มีความไวแสงต่ำ ๆ อย่างเช่น ISO 50 หรือ 100
จะมีผลึกเกลือตัวเล็ก ๆ เรียงตัวกันอยู่มาก ๆ ทำให้เวลาใช้ฟิล์ม ISO ต่ำ ๆ เราจะได้ภาพ
ที่มีความละเอียดสูง และมีเกรน (หรือ ความหยาบของเนื้อภาพ) ต่ำ
ถ้าฟิล์มที่มี ISO สูง ๆ เช่น ISO 800, 3200 นี่ แสดงว่าต้องการความไวแสงสูง ๆ
จึงต้องใช้งานผลึกตัวใหญ่ ดังนั้น ด้วยพื้นที่ของฟิล์มที่เท่ากัน จึงบรรจุผลึกเกลือได้น้อยกว่า
ฟิล์มความไวแสงต่ำ ๆ ผลก็คือเนื้อภาพที่ได้จะมีความหยาบมากกว่าฟิล์มไวแสงต่ำ ๆ
ไอเจ้าความหยาบที่เกิดขึ้นจากผลึกเกลือตัวใหญ่ ๆ นี่เอง ที่เราเรียกว่า เกรน
(http://img2.f0nt.com/19/446f1045f68cc7def8419e578a55795c.jpg)
บางครั้ง จะได้ยินคำพูดที่ว่า เกรนของฟิล์ม สวยกว่าดิจิตอล
ส่วนหนึ่งก็เพราะว่า การที่มันใช้ระบบเคมี ในการสร้างภาพนี่แหละ เพราะผลึกเกลือ ไม่ได้มีขนาดเท่ากันเด๊ะ ๆ ทุกตัว
และไม่ได้เรียงตัวกันเป็นแถวเป็นแนว เหมือนลักษณะของ pixel ใน CMOS หรือ CCD
เพราะฉะนั้น เกรนที่ได้มันถึงมีมิติ (อธิบายยากแฮะ) คือ มันมีการกระจายตัวที่ดูไร้ระเบียบ แต่เท่ ว่างั้นเหอะ :22:
ปล. ฟิล์ม negative ขาวดำ จะมีการเคลือผลึกเกลือไว้ชั้นเดียวครับ :47:
ถ้าเป็นฟิล์มสีนั้นไซร้ จะมีการเคลือบผลึกเกลือซึ่งไวแสงเฉพาะย่าน
ไว้ถึง 3 ชั้น (Red, Green และ Blue) เลยทีเดียวเชียว :14:
:46:
อาจจะมึน ๆ บ้าง แต่ก็ประมาณนี้แหละครับ :33:
มาเสริมให้พี่ข้างบนเรื่อง Noise
เรื่องเกรนของฟิลม์ ถ้าเป็นกล้องดิจิตัล
อาจจะเปรียบได้กับเรื่องของ Pixel Density
(Pixel Density หมายถึงความหนาแน่นของพิกเซลที่มีอยู่ในเซนเซอร์
ต่อตารางเซนติเมตร) แต่ค่าตัวนี้เอาไว้เปรียบเทียบกล้อง
ที่มีขนาดของเซนเซอร์ และ จำนวน Pixel ที่ต่างกัน
แต่ก็เป็นที่เข้าใจกันว่ายิ่งจำนวนของ Pixel ต่อหนึ่งหน่วยของเซนเซอร์
ยิ่งน้อยก็น่าจะยิ่งดี
แล้วทีนี้ คือถ้าเป็นฟิลม์ เรื่องค่า ISO หรือค่าความไวแสง
จะเกี่ยวโดยตรงกับเกรน อย่างที่พี่ข้างบนอธิบายไป
แต่ถ้าเป็นกล้องดิจิตอลล่ะ? ก็ในเมื่อ เกรนจะละเอียดไม่ละเอียด
ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ ISO สักหน่อย
ใช่ครับ เกรนละเอียดไม่ละเอียด ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ ISO
แต่ทว่า การปรับค่าความไวแสง(ISO) ให้สูงขึ้น บนกล้องดิจิตอล
นั่นคือการ ขยาย(Amplified) เซนเซอร์ ให้มีความไวต่อแสงมากขึ้น
การขยายตรงนี้เอง เลยทำให้เกิดสิ่งที่เราที่เรียกกันว่า Noise นั่นเอง
ก็เลยเหมือนกับกล้องฟิลม์โดยบังเอิญ ที่ ISO สูงๆ
เกรนก็จะแตกระแหงไปทั่วแผ่นฟิลม์ :41:
เปรียบเทียบกับเวลาที่เราฟัง MP3 ที่อัดมาห่วยๆ
แล้วเปิดดังๆ นั่นแหละ ก็จะมีเสียงซู่ซ่า น่ารำคาญเกิดตามมาด้วย
วงการพัฒนากล้องดิจิตัล เขาก็เลยเรียกกันว่า Noise ไง
สรุปได้ว่า เกรน กับ น้อยส์ มีที่มาของการเกิดต่างกัน
แต่ว่าผลลัพธ์ที่ได้จะคล้ายๆ กัน นั่นคือขาดความคมชัดของภาพไป
แต่ในปัจจุบัน กล้องดิจิตัลรุ่นใหม่ๆ ได้มีการพัฒนา
เรื่องของการ Amplified เซนเซอร์ไปได้ไกลแล้ว
นั่นหมายความว่า การปรับ ISO สูงๆ
ก็จะไม่ทำให้เกิด Noise อีกต่อไป
เห็นตัวอย่างได้ชัดจาก Nikon D700 :04:
ขาตั้งและแฟลช แทบจะเลิกใช้กันไปเลย
(ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ต้องใช้นะ
เพราะการถ่ายภาพบางอย่าง
ก็ยังต้องใช้ขาตั้งและแฟลชอยู่ดี)
อีกสิบปี ถึงจะมีปัญญาซื้อ D700 :05:
อ้างคำพูดจาก: ถนอม สามโทน เมื่อ 02 ต.ค. 2008, 11:53 น.
อีกสิบปี ถึงจะมีปัญญาซื้อ D700 :05:
ตอนนั้นก็ตกรุ่นแล้ว :23:
อ้างคำพูดจาก: ถนอม สามโทน เมื่อ 02 ต.ค. 2008, 11:53 น.
อีกสิบปี ถึงจะมีปัญญาซื้อ D700 :05:
ไม่ต้องถึงสิบปีหรอกครับ
อย่าง D200 ไง ตอนออกมาใหม่ๆ
ก็ราคาเท่ากับ D700 ตอนนี้
ตอนนี้ D200 มือสองสภาพดี
ราคาถูกกว่า D90 มือหนึ่งซะอีก
ราคาเกือบเท่า D80 มือหนึ่งเลย :27: ทน ยิ่งเร็วสะใจ
เท่าที่ได้ยินช่างภาพมืออาชีพเขาคุยกัน
เรื่องกล้องดิจิตอล เขาสรุปกันว่า
เช่าเอา คุ้มกว่า เพราะซื้อกันไม่ทัน :48:
มีเพื่อนกระซิบมาว่าจะขาย D200 สภาพ 99% 20K แหล่ะ :10:
นางแบบน่ารักดีจัง