ฟอนต์ฟอรั่ม

F0NT Community (เก่า) => ห้องศิลป์ => โพสต์ถูกเริ่มโดย: เก้อ เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 03:03 น.

ชื่อเรื่อง: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 03:03 น.
แปลเพลง-ถอดเพลง

อันเดียวกันนั่นแหละครับ
ตั้งกระจู๋ชวนกันมาแปลเพลงนี่แหละ
ไม่ได้จะชวนมาถอดโชว์อะไร

คำว่าแปลและคำว่าถอดความ
ผมเข้าใจเอาเองว่า แปล ดูเหมือนจะกินความแค่มิติของคำและภาษา
ถอดความ มันกินความเรื่องการสื่อความหมายไปด้วย
บางทีจากภาษาไปอีกภาษาแปลกันตรงๆตามคำก็อาจไม่ได้ความจริงๆ
อาจต้องใช้วิธีการอื่นในภาษาของเรา
เพื่ออธิบายความหมายให้ได้แบบเดียวกับในเพลง
แต่ทั้งหมดก็ขึ้นกับว่าเราเข้าใจมันว่ายังไงอีกล่ะนะ

นั่นแหละเลยใช้ชื่อจู๋ว่า ถอดเพลง แทนด้วยเหตุนี้

ขอเริ่มต้นด้วยเพลงง่ายๆซื่อๆเพลงนี้ครับ
จินตนาการ ของ จอห์น นอนเล่น

http://www.youtube.com/v/jEOkxRLzBf0&hl

เนื้อเพลงฝรั่งและแปลไทยครับ

Imagine there's no Heaven
It's easy if you try
No hell below us
Above us only sky
Imagine all the people
Living for today

จินตนาการดูสิ ถ้าหากไม่มีสรวงสวรรค์
ไม่ยากหรอก ถ้าเพียงเธอลองคิดดู
ถ้าหากเบื้องล่างของเราก็ไม่มีนรก
เหนือเราขึ้นไปมีแต่ท้องฟ้าคราม
จินตนาการดูสิว่า ผู้คน
ต่างมีชีวิตอยู่เพื่อวันนี้....

Imagine there's no countries
It isn't hard to do
Nothing to kill or die for
And no religion too
Imagine all the people
Living life in peace

จินตนาการดูสิ ถ้าหากไม่มีประเทศเขตแดนใดๆ
มันไม่ยากหรอกหากจะทำ
เธอไม่ต้องทำลายใครหรือสละชีวิตเพื่อสิ่งใด
และ ศาสนาก็ไม่มีความหมาย
จินตนาการดูสิว่าผู้คน
ต่างใช้ชีวิตอย่างสันติสุข...

You may say that I'm a dreamer
But I'm not the only one
I hope someday you'll join us
And the world will be as one

เธออาจมองว่าฉันนี่ช่างเพ้อฝันเสียจริง
ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวหรอก
เพราะฉันรู้ว่าสักวัน เธอจะไปกับฉัน จับมือกัน
แล้ววันนั้น.....โลกจะเป็นหนึ่ง

Imagine no possessions
I wonder if you can
No need for greed or hunger
A brotherhood of man
Imagine all the people
Sharing all the world...

จินตนาการดูสิ ถ้าหากเราไม่ต้องมีทรัพย์สมบัติใดมากมาย
เธอจะยอมสละมันไหม
ไม่มีทั้งความโลภหรือความหิวกระหาย
ภราดรภาพของผู้คนบนโลก
เธอลองจินตนาการดู
ถ้าเราแบ่งปันโลกใบนี้ร่วมกันดูล่ะ


เพลงจินตนาการของจอห์น เลนน่อนนี้
ด้วยคำร้องเรียบง่ายไม่กี่บรรทัด
สียงร้องและเครื่องดนตรีประหยัดกะทัดรัด
กลับกลายเป็นเหมือนศาสนาชนิดใหม่
ลัทธิความเชื่ออย่างใหม่ในตัวของมันเอง
และกลายเป็นประเทศแห่งใหม่ที่ก่อร่างสร้างขึ้นจากถ้อยคำไม่กี่บรรทัดนั้น

จอห์นเปิดเผยเองว่า มันมาจากคอมิวนิสต์ แมนิเฟสโต้
คำแถลงอการณ์อุดมคติคอมมิวนิสต์นั่นเอง จากบรรทัดที่ว่า
Imagine no possessions ไม่มีการครอบครองสิ่งของ
หรือ no religion ก็ยิ่งแจ่มชัดตามสมการของคอมมูน

และดูเหมือนว่า บรรทัดก่อนหน้าที่ว่า
Nothing to kill or die for And no religion too
คำนี้ที่ถูกเขียนขึ้นมาเมื่อสามสิบปีที่แล้ว กลับมาแสดงตัวชัดหลังปี 2000
เมื่อคนผู้หลงศาสนาต่างออกมาฆ่าหรือถูกฆ่าเพื่อศาสนาของตน


เพลงทั้งเพลง ยังแสดงถึงโลกในอุดมคติของจอห์นและโยโกะ
ประเทศในอุดมคติที่ปราศจากพื้นที่ เขตแดน ปราศจากพาสปอร์ต
เห็นแย้งกับนักคลั่งศาสนา-เชื้อชาตินิยม-ทุนนิยม
ทั้งคู่เรียกมันว่า นิวโทเปีย ที่มีธงสีขาวล้วนเป็นสัญลักษณ์
ธงขาว มันอาจหมายถึงการยอม ความพ่ายแพ้
แต่ก็นั่นแหละในเมื่อทุกวันนี้ปัญหาของโลก
เกิดขึ้นเพราะทุกคนต่างต้องการเอาชนะ ไม่มีใครคิดว่าตัวเองผิด
บางทีการยอม อาจเป็นหนทางที่ดีกว่าก็ได้

(ทั้งคู่ออกมาแถลงการประเทศนิวโทเปีย
ในวันเมษาหน้าโง่ปี 1973 จริงๆนะ)

นับตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาปล่อยเพลงนี้ออกมาในปี 1971
มันอาจเป็นเพลงเรียบๆ และประหยัดเครื่องดนตรีเพลงหนึ่ง
มันจึงไม่ได้อยู่ในระดับโด่งดังติดท็อปชาร์ต แต่ด้วยความหมาย
ที่ตรงไปตรงมาในคำที่เรียบง่ายนั้นแหละ มันก็ค่อยๆถูกเร่งโวลุ่มขึ้น
จนปัจจุบันมันถูกเล่นตั้งแต่หน้าพระพักต์ควีนไปจนยันวณิพกแถวท่าช้าง
มันอาจเป็นประเทศที่ไม่มีตัวตน แต่ อิมเมจิ้น ก็กลายเป็นประเทศ
ในจินตนาการที่ถูกเปล่งเสียงออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยคนทั่วโลก

จากจินตนาการของคนหนึ่งคน-จอห์น



จบแล้วครับ :25:
ใครพอจะมีเพลงอะไรแปลไว้ก็เอามาลงเผื่อแผ่กันได้นะ
หรือคิดว่าที่ผมแปลๆความหมายมันไม่ถูกไม่ควรยังไง ด่าได้เลยครับ
เดี๋ยวจะเอามาลงเรื่อยๆ เพราะแปลเก็บเล่นๆไว้มากเหมือนกัน
พวกแปลงเพลงอาโออิไม่เกี่ยวนะ :21:




ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 03:05 น.
เจ๋ง ดี นะ เก้อ


ชอบเพลงนี้พอดี
(เจ๋งตรงที่เล่าที่มาเนี่ยแหล่ะ หลายๆเพลงฟังแล้ว แปลแล้ว ก็ยังอยากรู้อยู่ดีว่ามาจากใคร คนแต่งคิดอะไรอยู่)

:02: + โล้ด
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: บักอาร์มมมม เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 03:06 น.
สุดยอดครับพี่เก้อ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 03:07 น.
เคยนั่งถอดอัลบั้ม american idiot ของ green day อยู่เหมือนกันครับ
เป็นงานส่งอาจารย์ตอน ม.4

แต่จำไม่ค่อยได้แล้ว สงสัยต้องนั่งถอดใหม่ :39:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 03:08 น.
เฮ้ย มาทำไรกันตอนตีสาม :07:

เปลี่ยนเวอร์ชั่นตรงยูตูบนะครับเมื่อกี้
เอาเวอร์ชั่นมิวสิคดีกว่า ถ่ายคู่กันสองคน จอห์น-โยโกะ
น่ารักน่าชังนะผมว่า
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 03:09 น.
เดี๋ยวเอา bob marley มาลงให้บ้าง อิอิ  :40:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: saa3 เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 03:12 น.
เจ๋งครับลุง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 03:15 น.
นังนี่ :08:

ใครแปลสวยๆ คงต้องมีรีเควสเพลงกันมั่งล่ะงานนี้

ลืมไปเลย ตอนอธิบายเพลงอิมเมจิ้น
ว่าจะเล่าว่า ที่ลิเวอร์พูล บ้านเกิดของจอห์นและบีทเทิ่ล
ปรับปรุงสนามบินใหม่ และตั้งชื่อสนามบินว่า
สนามบินจอห์น เลนน่อน เคยเห็นใช่ไหมครับ
ที่เขาตั้งชื่อสนามบินตาม จอห์น เอฟ เคเนดี้
ชาร์ล เดอ โกล อะไรทั้งหลายนั่น แต่ทุกอันนักการเมืองทั้งนั้น
มีที่นี่แหละ ตั้งตามนักดนตรี

แล้วคำขวัญประจำเมืองลิเวอร์พูล
ก็ถูกเปลี่ยนเป็น Above us only sky
ตามเนื้อเพลงท่อนหนึ่งของเพลงนี้อีกต่างหาก
เอากันเข้าไปสิ






ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: โตน เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 09:26 น.

อิมเมจิ้นนนนนนนนนนนนน :25a:


เป็นหนึ่งในเพลงอิ้งไม่กี่เพลงที่ร้องได้ ความหมายดี๊ดี
คิดว่าเป็นเพลงแห่งโลก เพลงนึงเลยแหละ :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 09:29 น.
+ เก้อก่อนเลย
ผมพวกตกปะกิต

ภาษาในเพลงพวกนี้ เป็นกวีหมดเลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 09:31 น.
เบิ้ล

ผมชอบวินเซนต์ แวนโก๊ะ
มาก แฟนหนังสือคนนึงรู้
เขาเลยแปลให้
................................

V i n c e n t

ร้องโดย Don mclean-
..........................

Starry, starry night
Paint your palette blue and gray
Look out on a summer's day
With eyes that know the darkness in my soul...


Shadows on the hills
Sketch the trees and the daffodils
Catch the breeze and the winter chills
In colors on the snowy linen land.

Now I understand
What you tried to say, to me
And how you suffered for your sanity
And how you tried to set them free:
They would not listen; they did not know how --
Perhaps they'll listen now.

Starry, starry night
Flaming flowers that brightly blaze
Swirling clouds in violet haze
Reflect in Vincent's eyes of china blue
Colors changing hue
Morning fields of amber grain
Weathered faces lined in pain
Are soothed beneath the artist's loving hand.

Now I understand
What you tried to say, to me
And how you suffered for your sanity
And how you tried to set them free:
They would not listen; they did not know how --
Perhaps they'll listen now.

For they could not love you
But still, your love was true
And when no hope was left inside
On that starry, starry night
You took your life as lovers often do --
But I could've told you, Vincent:
This world was never meant
For one as beautiful as you.

Starry, Starry night
Portraits hung in empty halls
Frameless heads on nameless walls
With eyes that watch the world and can't forget
Like the strangers that you've met
The ragged men in ragged clothes
The silver thorn, a bloody rose
Lie crushed and broken on the virgin snow.

Now I think I know
What you tried to say, to me
And how you suffered for your sanity
And how you tried to set them free:
They would not listen; they're not listening still --
Perhaps they never will.


ในคืนที่ดาวส่อง แสงเต็มท้องฟ้า
ป้ายสีสันทั้งน้ำเงินลึกลับและเทาหม่น
มองกลับไปในวันอันแสนระอุของฤดูร้อน
ด้วยสาย ตาที่ซึ้งถึงความหม่อนหมองในจิตใจ

เงาทาทาบบนเนินเขา
ขีดเส้นสายรูปต้นไม้และดอกแดฟโฟดิล
ไล่จับเอาสายลมอ่อนและความเฉยเมยแห่งฤดูหนาว
ลงสีสันสดสวย บนผื้นผ้าใบขาวดุจหิมะ

ตอนนี้ ฉันเข้าใจ
ถึงสิ่งที่เธอพยายามบอกฉัน
ได้รับรู้ถึงความอดทนในสิ่งที่เธอยึดมั่น
และรู้ว่าเธอเหนื่อยแค่ไหน ที่จะให้พวกเขาเป็นอิสระ
พวกเขาไม่เคยเปิดใจรับฟังเธอ จึงไม่เคยเข้าใจเธอ
แต่บางที พวกเขาอาจจะกำลังเข้า ใจ


ในคืนที่ดาวกระจ่างฟ้า
ดอกไม้สีแดง ส่องแสงสดใส
กลุ่มเมฆน้อยใหญ่หมุนวน ในรัติกาลสีม่วง
สะท้อน สู่สายตาของ Vincent
สีสัน กำลังจะเปลี่ยนไป
ยามเช้าแห่งท้องทุ่งของรวง ข้าวสีทองอร่ามกำลังจะมา
การเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติเสมือนความเจ็บปวดในหัวใจ
แต่ถูกดับลงได้ภายใต้หัตถ์ แห่งศิลปินเอก

ตอนนี้ ฉันเข้าใจ
ถึงสิ่งที่เธอพยายามบอกฉัน
ได้รับรู้ถึงความอดทนในสิ่งที่ เธอยึดมั่น
และรู้ว่าเธอเหนื่อยแค่ไหนที่จะให้พวกเขาเป็นอิสระ
พวกเขาไม่เคยเปิดใจรับฟังเธอ จึงไม่เคยเข้าใจ เธอ
แต่บางที พวกเขาอาจจะกำลังเข้าใจ

สำหรับพวกเขาที่ไม่อาจรักเธอ
แต่เธอก็ยังคงมอบ รักแท้ด้วยหัวใจ
จนกระทั่งหวังนั้นมลายหายไป
โอ้ ในคืนที่ดาวส่องประกายระยิบ
เธอใช้ชีวิตอย่างคนที่ ตกอยู่ในห้วงแห่งรัก
แต่ฉันต้องบอกเธอ..Vincent
โลกใบนี้ช่างไร้ค่าไร้ความหมาย
สำหรับคนที่สวย งามอย่างเธอ

คืนที่แสงดาวส่องประกาย
ภาพวาดที่แขวนอยู่บนข้างฝา
ภาพที่ไร้กรอบ บน ผนังที่ไร้ชื่อ
ด้วยสายตาที่เธอมองโลกใบนี้ ไม่อาจลืมได้
เหมือนคนแปลกหน้าที่เธอได้พบพาน
คนตลกใน อาภรณ์ที่แสนตลก
หนามแหลมสีเงินกับกุหลาบสีเลือด
ความพ่ายแพ้และใจที่สลาย เธอถ่ายทอดลงบนผืนผ้าใบ ขาว

ตอนนี้ ฉันคิดว่าฉันเข้าใจเธอแล้ว
ซาบซึ้งถึงสิ่งที่เธอพยายามจะบอกฉัน
ได้รับรู้ถึงความ อดทนในสิ่งที่เธอยึดมั่น
และรู้ว่าเธอเหนื่อยแค่ไหนที่จะให้พวกเขาเป็นอิสระ
พวกเขาไม่เคยเปิดใจรับฟังเธอ และยัง คงจะไม่รับฟัง
บางที พวกเขาก็ไม่คิดจะรับฟังเธอเลยก็เป็นได้


กดดูเพลงครับ
http://www.esnips.com/doc/8afbeadc-d4ac-47a3-9181-883208e06182/Don-mclean--vincent
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 09:32 น.
ว๊าว  :25:  บวกพี่เก้อไปเลยงามๆ

เคยแปลเพลง take me to your heart ของ Michel learn to rock ไว้ บางประโยคแปลไม่ได้ศัพท์ ก็มีถามพี่ที่รู้จัก

เวลาชอบเพลงไหนมากๆ จะสนใจเป็นพิเศษ แต่มีไม่กี่เพลงหรอก ดนตรีเพลงนี้ คล้ายๆเพลง "กลับมาเตีอะอีนาง คืนกลับมาบ้านเฮา อ้ายนี้ยังคงรอเจ้าหวนมา" เก่ามาก  :21:

ตอนนั้นอยู่ปี 1 แปลใส่กระดาษไว้ ถ้าหาเจอจะเอามาแปะไว้บ้างนะคะ  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 09:36 น.
เคยอัญเชิญดิกลงจากหิ้ง แล้วเอามาแปลเพลง Emotion กับ Too Much Heaven ของ BeeGees เหมือนกัน เดี๋ยวไปค้นก่อนครับ จำได้ว่าช่วงนั้น
กำลังอิินเลิฟมั้ง  :40:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กวางจ้ะ เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 10:14 น.
เดี๋ยวไปขุดใน my spaces ก่อนดีกว่า เคยแปลเพลง hero เอาไว้ ^^''
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Layiji เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 10:17 น.
เจ๋งสมเป็นเก้อจริงๆ  :12: :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แน็ก เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 10:20 น.
 :42: ดีจัง ตกภาษาอังกฤษเหมือนกัน เดี๋ยวใครเอาเพลงที่ชอบตรงกันมาแปล จะบวกซะให้เข็ด
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กวางจ้ะ เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 10:27 น.
เมื่อก่อนชอบเพลงนี้มาก  :25:



Hero - Mariah Carey


There's a hero, มีความกล้าหาญกรุ่นกาย
If you look inside your heart, หากเธอมองเข้าไปข้างในใจของเธอ
You don't have to be afraid Of what you are. ไม่จำเป็นต้องกลัวเกรงในสิ่งที่เธอเป็นเลยสักนิด


There's an answer, มันจะมีคำตอบซ่อนเร้น
If you reach into your soul, หากเธอค้นเข้าไปถึงข้างในจิตวิญญาณของเธอแล้ว
And the sorrow that you know ความโศกเศร้าที่เธอประสบอยู่นั้น
Will melt away. จะพลันหายไปในทันที


And then a hero comes along และแล้วความกล้าหาญก็จะก้าวออกมา
With the strength to carry on พร้อมกับความเข้มแข็งที่จะดำเนินต่อไป
And you cast your fears aside และเธอจะโยนความกลัวนั้นทิ้งไป
And you know you can survive. และเธอจะรู้ว่าเธอสามารถที่จะดำเนินชีวิตต่อไปได้

So when you feel like hope is gone. ดังนั้น เมื่อเธอรู้สึกว่าความหวังสูญสิ้น
Look inside you and be strong. ขอให้มองลึกเข้าไปในตัวเธอเอง และจงเข้มแข็งไว้
And you'll finally see the truth, แล้วท้ายที่สุดเธอจะรู้ความจริงว่า
That a hero lies in you. มีความกล้าหาญซ่อนอยู่ในตัวของเธอ


It's a long road, แม้เป็นถนนสายยาว
When you face the world alone, เมื่อถึงคราวที่เธอจะต้องเผชิญหน้ากับโลกเพียงลำพัง
No one reaches out a hand For you to hold. ไม่มีผู้ใดจะยื่นมือมาคอยหยุดดึงฉุดรั้ง

You can find love, เธอจะยังได้พบกับความรัก
If you search within yourself, หากเธอค้นหาความรักภายในตัวเธอเองแล้ว
And the emptiness you felt Will disappear. ความรู้สึกว่างเปล่านั้นจะพลันจางหายไป


And then a hero comes along และแล้วความกล้าหาญก็จะก้าวออกมา
With the strength to carry on พร้อมกับความเข้มแข็งที่จะดำเนินต่อไป
And you cast your fears aside และเธอจะโยนความกลัวนั้นทิ้งไป
And you know you can survive. และเธอจะรู้ว่าเธอสามารถที่จะดำเนินชีวิตต่อไปได้

So when you feel like hope is gone. ดังนั้น เมื่อเธอรู้สึกว่าความหวังสูญสิ้น
Look inside you and be strong. ขอให้มองลึกเข้าไปในตัวเธอเอง และจงเข้มแข็งไว้
And you'll finally see the truth, แล้วท้ายที่สุดเธอจะรู้ความจริงว่า
That a hero lies in you. มีความกล้าหาญซ่อนอยู่ในตัวของเธอ


Lord knows, พระผู้เป็นเจ้าทรงตระหนักว่า..
Dreams are hard to follow. เป็นเรื่องยากที่จะติดตามคว้าความฝัน
But don't let anyone, Tear them away. แต่อย่าให้ใครมาพรากมันไปจากเธอก็แล้วกัน
Hold on, There will be tomorrow. โปรดยึดมั่นไว้ เพราะในวันพรุ่งนี้ยังมีอยู่
In time, You'll find the way. และในเวลานั้น เธอจะค้นพบหนทางเส้นนั้นด้วยตัวเอง


And then a hero comes along และแล้วความกล้าหาญก็จะก้าวออกมา
With the strength to carry on พร้อมกับความเข้มแข็งที่จะดำเนินต่อไป
And you cast your fears aside และเธอจะโยนความกลัวนั้นทิ้งไป
And you know you can survive. และเธอจะรู้ว่าเธอสามารถที่จะดำเนินชีวิตต่อไปได้

So when you feel like hope is gone. ดังนั้น เมื่อเธอรู้สึกว่าความหวังสูญสิ้น
Look inside you and be strong. ขอให้มองลึกเข้าไปในตัวเธอเอง และจงเข้มแข็งไว้
And you'll finally see the truth, แล้วท้ายที่สุดเธอจะรู้ความจริงว่า
That a hero lies in you. มีความกล้าหาญซ่อนอยู่ในตัวของเธอ

That a hero lies in you. มีความกล้าหาญซ่อนอยู่ในตัวของเธอ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 10:42 น.
โอ้ ขนกันมาให้ครึกครื้นเลยครับ จะรอชม :25:
ขอบคุณทุกท่านด้วยนะครับ


(http://imagecache2.allposters.com/images/pic/ISI/16074~Starry-Night-c-1889-Posters.jpg)
(รูปนี้เอามาจากเวบอื่นโดยไม่ได้ขออนุญาตอะไรทั้งนั้นครับ
ไม่ให้เครดิตด้วย เขาจับได้ค่อยขอโทษ)

เพลงที่ลุงโอ๋ลง ตกใจเลย
หนึ่งในเพลงโบราณที่ผมชอบมากเช่นกัน
คงเพราะชอบแวนโกะห์ด้วยนั่นแหละ
(ตอนเห็นภาพแจกันดอกทานตะวันของจริงครั้งแรก น้ำตาร่วง :05:)
สำหรับท่านอื่นที่ไม่รู้จัก เพลงนี้แต่งจากภาพเขียน
Starry Night ของแวนโกะห์ครับ ดูภาพประกอบเพลงไปด้วย
ผมว่าชัดเจนดีนะ

ที่สำคัญ เพลงนี้ผมเคยแปลเล่นด้วย แต่ไม่กี่ท่อน
และไม่เท่าแฟนหนังสือลุงโอ๋แน่นอนครับ สวยงามหมดจดกว่าผมมาก
คือเรียกว่าหลายประโยคถอดไม่เหมือนในเนื้อฝรั่งตรงๆ
แต่สามารถถอดความหมายออกมาได้ไม่ผิดเพี้ยนเลย :12:

http://www.youtube.com/v/nkvLq0TYiwI&hl


ที่ว่าผมเคยแปลไม่กี่ท่อนนี่ ตอนนั้นเข้าใจว่าปี 2 หรือ ปี 3
เขาประท้วงเรื่องหอศิลป์กัน(ปลุกระดมกันในมหาลัยเลย)
แต่เหมือนไม่มีสัญญานตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก
(แล้วท่านคนนั้นก็กลายมาเป็นนายกตอนนี้)

นอกเหนือจากไปประท้วงกับเขา ผมก็ไปโพสเรื่อง
ค่อนข้างยาวไว้ที่ไหนจำไม่ได้ แล้วแปลท่อนสุดท้ายน่ะครับ
ผมคิดว่ามันบรรยายสถานการณ์ตอนนั้นได้ดีที่สุดแล้ว

Now I think I know
What you tried to say, to me
And how you suffered for your sanity
And how you tried to set them free:
They would not listen; they're not listening still --
Perhaps they never will.

ตอนนี้ ฉันคิดว่าฉันเข้าใจเธอแล้ว
ซาบซึ้งถึงสิ่งที่เธอพยายามจะบอกฉัน
ได้รับรู้ถึงความ อดทนในสิ่งที่เธอยึดมั่น
และรู้ว่าเธอเหนื่อยแค่ไหนที่จะให้พวกเขาเป็นอิสระ
พวกเขาไม่เคยเปิดใจรับฟังเธอ และยัง คงจะไม่รับฟัง
บางที พวกเขาก็ไม่คิดจะรับฟังเธอเลยก็เป็นได้

They would not listen; they're not listening still -
Perhaps they never will
คงเป็นคำเดียวที่ผมให้นายกคนปัจจุบันนี้ได้ในตอนนั้น
คนบางคนที่ไม่เข้าใจ ก็ไม่มีทางไปฉุดเขาขึ้นมาได้เลยจริงๆนะเออ

//ตัดหน้ากระจุย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 10:45 น.


:25: สุดๆ ไปเลย

ว่างๆ จะมาถอดด้วยนะครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 11:56 น.
โอ้ว vincent  :05: เจอแล้วตกใจเลย เป็นเพลงที่ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ตื่นเช้ามาเปิดร้าน ฟังเพลงของลุงคนนี้แล้วดี จิตใจสงบ ทั้งน้ำเสียง การร้อง และเนื้อหา  :52:

ขอบคุณเก้อเรื่อง

อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 03:15 น.
นังนี่ :08:

ใครแปลสวยๆ คงต้องมีรีเควสเพลงกันมั่งล่ะงานนี้

ลืมไปเลย ตอนอธิบายเพลงอิมเมจิ้น
ว่าจะเล่าว่า ที่ลิเวอร์พูล บ้านเกิดของจอห์นและบีทเทิ่ล
ปรับปรุงสนามบินใหม่ และตั้งชื่อสนามบินว่า
สนามบินจอห์น เลนน่อน เคยเห็นใช่ไหมครับ
ที่เขาตั้งชื่อสนามบินตาม จอห์น เอฟ เคเนดี้
ชาร์ล เดอ โกล อะไรทั้งหลายนั่น แต่ทุกอันนักการเมืองทั้งนั้น
มีที่นี่แหละ ตั้งตามนักดนตรี

แล้วคำขวัญประจำเมืองลิเวอร์พูล
ก็ถูกเปลี่ยนเป็น Above us only sky
ตามเนื้อเพลงท่อนหนึ่งของเพลงนี้อีกต่างหาก
เอากันเข้าไปสิ








+ เ้น้อ ถูกใจ กำลังคิดอยู่ว่าเมืองนี้ยังไงทำไมตั้งชื่อแบบนี้
โดยเฉพาะคำขวัญประจำเมือง เค้าคิดได้เท่จริงๆ ฮ่าๆๆๆ



ปล. ชอบๆๆๆ Hero ของน้องกวางก็ชอบ  :40:

ปอ. รออ่าน too much heaven นะพี่ออย  :17:

ปฮ. เดี๋ยวเอาลุงบ๊อบ มาร์เลย์มาบ้าง แต่วันนี้ยังไม่ว่างรอไปก่อนนะ  :41:



ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 12:23 น.
+กวางครับ ถึงผมจะเข้าไม่ถึง อาร์แอนด์บีก็เถอะ :12:
รอของป้าชอยและฟ้าด้วยนะ

ระหว่างรอของทุกท่าน ขออนุญาตลงก่อนไปนอน(เช้าแล้ว :01:)

เพลง โอเชียเนีย-มารดามหาสมุทร
(ลิเก๊ ลิเก :08:) ของ บียอร์ค ครับ


http://www.youtube.com/v/sQ_Ec-oQGD4&hl

OCEANIA - Bjork

One breath away from mother Oceanía
Your nimble feet make prints in my sands
You have done good for yourselves
Since you left my wet embrace
And crawled ashore

อีกหนึ่งเฮือกของลมหายใจ จากมารดามหาสมุทร
เท้าที่ว่องไวของเธอฝังรอยลงบนทรายอ่่อนนุ่มของฉัน
เธอทำดีแล้วล่ะ ก้าวจากไปเถิด
เอ่ยคำลาโอบกอดที่เปียกชื้นของฉัน แล้วซบแผ่นดินเสีย

Every boy, is a snake is a lily
Every pearl is a lynx, is a girl
Sweet like harmony made into flesh

เจ้าเด็กหนุ่ม เธออาจเป็นดั่งงูพิษ ดั่งดอกลิลลี่ขาวบริสุทธิ์
และไข่มุกล้ำค่า แมวป่า อาจเป็นดั่งเธอ สาวน้อย
เธอเองนั่นแหละท่วงทำนองอันเปลือยเปล่า อ่อนหวานของโลก

You dance by my side
Children sublime
You show me continents
I see the islands
You count the centuries
I blink my eyes
Hawks and sparrows race in my waters
Stingrays are floating
Across the sky
Little ones, my sons and my daughters

เต้นรำรายรอบฉันเถิด
เด็กๆผู้แสนบริสุทธิ์
เธอทำให้ฉันได้สัมผัสคาบสมุทรแห่งทวีป
ยามฉันกระพิบตา
เหยี่ยวและฝูงนกโฉบผ่านผืนน้ำของฉัน
ขณะปลากระเบนลอยล่อง
...ข้ามเส้นขอบฟ้า
เจ้าตัวน้อย ลูกสาว ลูกชายของเรา

Your sweat is salty
I am why
I am why
I am why
Your sweat is salty
I am why
I am why
I am why

หยาดเหงื่อของเจ้าเค็มขมใช่ไหม
ฉันยังไงล่ะ
ฉันนั่นเอง
เพราะฉันเอง
หยาดเหงื่อของเจ้าเค็มขมสินะ
ฉันยังไงล่ะ
ฉันนั่นเอง
เพราะฉันเอง


ช่วงแนะนำนักร้องครับ

(http://entimg.msn.com/i/gal/Undressed_Oscars2004/Bjork_350x435.jpg)
(เป็นไงครับชุดเดินเข้างานประกาศผลออสการ์ปีสองปีที่แล้วนี่มั้ง
หลุดมาจากเขาดินเหรอ :41:)

บียอร์ค (หรือชื่อเต็ม บีเยิร์ค กุ๊ดมึนสเดี๊ยทเตอร์)
ศิลปินหญิงจากเกาะไอซ์แลด์ประเทศเล็กๆบรรจุไว้ด้วยเอสกิโม
และหิมะประเทศนั้นแหละ ใครหลายคนกล่าวว่า นี่คือผู้หญิงที่สวยที่สุดในสามโลก!
เห็นด้วยไหมก็ลองดูเอาแล้วกัน แต่ใบหน้าที่เฉี่ยว
และสติสตังที่เฮี้ยนเหลือเกินนั้น เป็นที่สุดในสุริยะจักรวาลแน่ๆ

เธอคือคนที่ปฏิเสธการร่วมงานกับมาดอนน่าอย่างไม่มีเยื่อใย,
นักร้องที่ขายแผ่นได้แพลตตินั่มท็อปฮิตทั่วยุโรปและอเมริกา,
เป็นรูปเคารพที่ทั้งเปรี้ยวล้ำ และเห่ยลากในขณะเดียวกันของโลกแฟชั่น,
ได้รางวัลแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเวทีคานส์ทั้งที่เล่นหนังแค่เรื่องแรก,
ร้องเดี่ยวในพิธีเปิดโอลิมปิก และตบนักข่าวที่ดอนเมือง!

(ตบจริง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน เนื่องจากนักข่าวสาวไทยท่านนั้น
เอาไมค์ไปจ่อหน้าลูกเธอเกินไป ด้วยสัญชาติญานของแม่หมา
เธอจึงตรงเข้าขย้ำ ลงหน้าหนึ่งไทยรัฐด้วย)

แต่ทุกคนก็รักในผลงาน เคารพในตัวตนและความคาดเดาไม่ได้เอาเสียเลยของเธอ
(ดูชุดห่านพันคอเป็นตัวอย่าง :08:) และแม้เธอจะพยายามอธิบาย
ว่าตัวเองเป็นเพียงหญิงสาวเลี้ยงลูกอยู่บ้านธรรมดาคนนึงในกรุงเร็คจาวิกบ้านเกิด
แต่ประวัติแต่ละอย่างไม่บอกว่ายังงั้นเลยให้ตายสิ สะกดคำว่าธรรมดาไม่ออกเลย
และถ้าถามผม ผมคิดแต่เพียงว่า เธอเป็นมนุษย์ชนิดที่ควรอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างยิ่ง

เพลงนี้ โอเชียเนีย-พระแม่มหาสมุทร(แปลได้ลิเกอีกแล้ว)
ก็คือเพลงที่ว่านี่แหละ เพลงที่เธอร้องสำหรับพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ
ของโอลิมปิกส์ที่เอเธนส์ จากอัลบั้ม เม็ดดัลล่า อัลบั้มก่อนล่าสุด
เพลงของเธอเป็นเหมือนการทดลองของสีบนเฟรมผ้าใบเสียง
การละเล่นกับระบบลำโพงซ้ายขวากวนประสาทคนฟัง ทดลองเครื่องดนตรีบ้าๆบอๆ
เช่น เอาเสียงสับไพ่มาเป็นเสียงดนตรี เสียงประสานชนเผ่าเอสกิโม
ที่ใช้จนเป็นเครื่องหมายการค้า และเครื่องอิเล็กโทรนิกส์อีกซับซ้อน
จนกระทั่งอัลบั้มเม็ดดัลล่านี้ เธอโละมันทิ้งลงถังทุกชิ้น
กลับไปใช้เครื่องดนตรีที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษยชาติ
นั่นคือเสียงร้องที่เปล่งออกมาจากลำคอของมนุษย์นั่นเอง
ดังนั้นทั้งอัลบั้ม สาบานเถอะว่าทุกเสียงออกมาจากลำคอมนุษย์ล้วน!


เพลงนี้ก็เช่นเดียวกัน เสียงจังหวะถูกสร้างขึ้นโดยนักทำเสียงจังหวะบีทบ็อกเซอร์
ชื่อดังชาวลีดส์-อังกฤษ โดยปกติเธอจะแต่งเพลง ผลิตเพลงเองเสมอแทบทุกขั้นตอน
แต่เพลงนี้แต่งเนื้อโดย Sjón(อ่านไม่ออก อย่าพยายามอ่านเลย)
เพื่อนผู้เป็นกวีและนักเขียนชาวไอซ์แลนด์ของเธอ
ที่พูดจากมุมมองของมหาสมุทรผู้เป็นมารดาของมนุษย์
สิ่งมีชีวิตทั้งมวลและมนุษย์วิวัฒนาการก้าวขึ้นมาจากผืนน้ำของเธอ
เหมือนดั่งโอลิมปิกส์ที่เกิดแต่ครรภ์มาดาแห่งกรีกนั่นเอง
ผมเข้าใจของผมว่างั้นน่ะนะ มันไม่มีในเพลงหรอก ผมหาเหตุให้มันเกี่ยวกันเอง
เนื้อมันไม่มีตรงไหนเกี่ยวกับโอลิมปิกส์ หรือแม้แต่เกี่ยวกับกีฬาเลย
เป็นเพลงเปิดโอลิมปิกส์ปีเดียวที่ไม่เกี่ยวห่าอะไรเลยกับงาน
(หรือว่าจะเป็นกีฬาว่ายน้ำวะ)

ผมเห็นว่า มิวสิควิดีโอเพลงนี้ ที่กำกับโดย ลีนน์ ฟ็อกซ์
ศิลปินภาพเคลื่อนไหวชื่อดัง เป็นมิวสิควิดีโอที่งามตะลึงโลกที่สุดเพลงนึง
ดังนั้นเลยเอาแบบมิวสิควิดีโอมาให้ดู แล้วก็ยังมีอีกอัน
คือตอนร้องในพิธีเปิดเอเธนส์เกมส์นั่นแหละ เห็นเขาบอกว่า
ใช้ผ้าขาวกว่าเก้าร้อยตารางเมตรเพื่อให้บียอร์คสวมใส่คนเดียว!

ดูเองเองเถิดครับ ชุดที่ใช้ผ้าเปลืองที่สุดในโลก

http://www.youtube.com/v/iM7q7_5aztU&hl



จบไปอีกเพลงครับ เดี๋ยวจะหามาตามมีตามเกิดนะครับ
รอดูของไอ้กันย์ถอดด้วยนะครับ อันนั้นถอดมาเป็นอัลบั้มยาวเลย


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: HyoPlum เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 12:54 น.
 :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 12:56 น.
อ๊ะ เหมือนจะเคยถอด เพลง A Lover's Concerto ไว้ เดี๋ยวไปหามาโพสน์มั่ง  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 13:41 น.
No Woman No Cry

No, woman, no cry;
No, woman, no cry;
No, woman, no cry;
No, woman, no cry. ไม่เอาน่ะ คุณผู้หญิง อย่าร้องไห้..

Said - said - said: I remember when we used to sit พูดว่า ฉันยังจำได้นะ เมื่อก่อนเราเคยนั่งด้วยกัน
In the government yard in trenchtown, ในลานกว้างในเทรนช์ทาวน์

Oba - obaserving the ypocrites เฝ้าสังเกต พวกห่า หน้าไหว้หลังหลอก 
As they would mingle with the good people we meet. พวกเขาเข้ามาปะปน กับคนดีๆ ที่เราเจอ 
Good friends we have, oh, good friends weve lost เพื่อนดีๆ ที่เรามี และเพื่อนดีๆ ที่เราสูญเสียไป
Along the way. ตลอดเส้นทาง

In this great future, มีอนาคตที่แสนยิ่งใหญ่รออยู่
you cant forget your past;   แม้เธอไม่สามารถลืมอดีตของเธอได้
So dry your tears, I seh. ดังนั้น เช็ดน้ำตาของเธอให้แห้งเถอะ..

No, woman, no cry;
No, woman, no cry. ไม่เอาน่ะ คุณผู้หญิง อย่าร้องไห้..
ere, little darlin, dont shed no tears: สาวน้อย...อย่าให้น้ำตาไหลออกมา
No, woman, no cry. อย่าร้องไห้เลย คุณผู้หญิง

Said - said - said: I remember when-a we used to sit เอ้า ฉันยังจำได้นะ เมื่อก่อนเราเคยนั่งด้วยกัน
In the government yard in trenchtown. ในลานกว้างในเทรนช์ทาวน์

And then georgie would make the fire lights, แล้ว จอร์จี้ ก็กำลังจะก่อไฟ
As it was logwood burnin through the nights. ไฟที่เผาท่อนไม้ให้สว่างตลอดทั้งคืน
Then we would cook cornmeal porridge,แล้วเราก็ปรุงแป้งข้าวโพดต้ม
Of which Ill share with you; และตอนนั้น ฉันก็แบ่งปันให้กับเธอ

My feet is my only carriage, ฉันมีเพียงเท้าที่ใช้เดินทาง
So Ive got to push on through. ดังนั้นฉันจึงต้องย่ำออกไป
But while Im gone, I mean: แต่ทุกขณะที่ฉันย่ำออกไปนั้น มันหมายถึง

Everythings gonna be all right!
Everythings gonna be all right!
Everythings gonna be all right!
Everythings gonna be all right!

I said, everythings gonna be all right-a! เชื่อฉันเถอะ ทุกอย่างกำลังจะดีเอง


Everythings gonna be all right! ทุกอย่างจะดีเอง
Everythings gonna be all right, now! ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง
Everythings gonna be all right! ทุกอย่างจะดีเอง

So, woman, no cry; ดังนั้น คุณผู้หญิง อย่าร้องไห้ไปเลย

No - no, woman - woman, no cry. อย่าร้องไห้ คุณ อย่าร้องไห้เลย

Woman, little sister, dont shed no tears; สาวน้อย เช็ดน้ำตาเถอะ

No, woman, no cry.


I remember when we used to sit
In the government yard in trenchtown.
And then georgie would make the fire lights,
As it was logwood burnin through the nights.
Then we would cook cornmeal porridge,
Of which Ill share with you;
My feet is my only carriage,
So Ive got to push on through.
But while Im gone:

No, woman, no cry;
No, woman, no cry.
Woman, little darlin, say dont shed no tears;
No, woman, no cry.

Eh! (little darlin, dont shed no tears!
No, woman, no cry.
Little sister, dont shed no tears!
No, woman, no cry.)





อ้างอิง

"บ็อบ มาร์เลย์" หรือชื่อจริงว่า "โรเบิร์ต เนสต้า มาร์เลย์"
เป็นนักดนตรีเพื่อชีวิตเพื่อการต่อสู้ของประชาชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลคนหนึ่งของโลก

เกิดเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 1945 ในเกิด ในชุมชนคนผิวดำ
ในเมืองเชนต์เเอนน์ ของประเทศจาไมกา
ซึ่งเป็นชุมชนขนาดใหญ่อยู่ระหว่างหลักไมล์ที่แปดกับเก้าระหว่างทางมุ่งสู่อัลวาเรียก
ตามภาษาคนท้องถิ่นว่า หลักเก้า ณ ประเทศ จาไมก้า



เป็นบุตรของ นางซีเดลล่า กับ ร้อยเอก นอร์วัล มาร์เลย์ เติบโตท่ามกลางชุมชนทาสเเละครอบครัวที่เเตกเเยกพ่อเป็นคนผิวขาวชาวอังกฤษที่ทำงานอยู
่กับราชนาวีอังกฤษ แต่ไม่ได้รับการเหลียวแลจากผู้เป็นพ่อ

พ่อจึงเป็นเพียงแค่คนรู้จักที่มาเยี่ยมเยียนในบางโอกาสเท่านั้น เขาจึงเติบโตมากับแม่
ปี 1957 มารดาพาอพยบสู่เมืองหลวง คือกรุงคิงสตัน อาศัยอยู่ในสลัม "เทรนช์ทาวน์" ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของคนจน

มีวิถีตามความเชื่อดั่งเดิมของคนดำ คือ เชื่อว่าตนเป็นลูกหลานของกษัตริย์ โซโลมอน
เเละเป็นชนชาวยิวพลัดถิ่นรอวันกลับสู่เเผ่นดินของตน ถิ่นนี้เป็นเเหล่งกำเนิดวัฒนธรรมและลัทธิ รัสตาฟาเรียนิสม์

ชีวิตวัยเด็กบ๊อบมีนิสัยเห็นเเก่ตัว เเต่ไม่มีนิสัยลักขโมยเเบบเด็กสลัมทั่วไปเขารักเพื่อนเเละทำเเทบทุกอย่างเพื่อเพื่อน


อายุ 17 ปีก็เริ่มทุ่มเทให้กับการร้องเพลง เเละฝึกฝนอย่างจริงจัง
โดยเริ่มจากการร้องในโรงภาพยนต์
เเละไช้เวลาหลังจากเลิกเรียนหัดร้องเพลงกับเพื่อนๆเเทนการทำการบ้าน
จนได้มีโอกาสเรียนรู้ด้านดนตรี จาก โจฮิกก์ส ศาสตราจารย์ข้างถนนที่มีความสามารถทางดนตรี อย่างเยี่ยมยอด


เริ่มก่อตั้งวงดนตรีกับ บันนี เเละ ปีเตอร์ เเมคอินทอช เล่นเพลงป๊อปอเมริกาเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพในระหว่างฝึกฝนด้านดนตรี เเละมีเเผ่นเสียงของตนเองออกจำหน่ายในปี 1962

ปี 1963 ก่อตั้งวง เดอะ เวลลิงรูดบอยส์ กับเพื่อน 6 คน
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 1966 เเต่งงานครั้งเเรกกับ ริต้า เเอนเดอร์สัน
ปี 1960 จังหวะเพลงสกาเริ่มช้าลงเปลี่ยนเป็น ร็อคสเตดีจนผสมผสานระหว่างอเมริกากับจาไมก้า
กลายมาเป็น ดนตรีที่เรียกว่า"เร็กเก้"เเต่ยังไม่เป็นที่นิยมเพราะกระเเสเพลงร็อคยังร้อนเเรงอยู่
เวลาผ่านไปบทเพลงเร็กเก้เริ่มเป็นที่นิยม

เพลงเร็กเก้ เพลงเเรกที่บันทึกเสียงออกสู่ตลาดในปี 1968 เป็นผลงานของทูตส์ ฮิบเบิร์ต เเห่งวง เดอะ เมย์ตัลส์
จังหวะเร็กเก้เป็นจังหวะที่เน้นความสำคัญของกลองเเละเบส การให้จังหวะของกลองเเละเครื่องเป่า จังหวะการเคาะที่เเตกต่างจากจังหวะร็อคคืออยู่ที่จังหวะ 1-3 ไนขณะที่ร็อคอยู่ที่ 2-3
เนื้อหาของบทเพลงสะท้อนถึงลัทธิรัสตาฟาเรียน เเละ วิพากษ์วิจารณ์สังคมตามมุมมองของชาว รัสตา


ปี 1966 ประเทศจาไมก้าตกอยู่ในภาวะร้อนระอุบทเพลงเนื้อหาเริ่มร้อนเเรงขึ้น
อันเป็นผลมา จากการปราบจราจลระหว่างผิวในปี 1965 ติดตามด้วยกระเเสต่อต้านคนดำ
เเละการไล่รื้อสลัมทำหมู่บ้านจัดสรร

ในเดือนกรกฎาคม 1966 เเละการประทะของกลุมชนที่เข้าข้างฝ่ายรัฐบาลเเละฝ่ายค้าน
อันได้เเก่พรรค อนุรักษ์นิยมเเจเเอลพี เเละพรรค สังคมนิยมพีเอ็นพีฝ่ายค้าน

วันที่ 17 เมษายน 1980 บ๊อบได้รับเชิญไห้ร่วมเล่นดนตรีในพิธีเฉลิมฉลองเอกราชของประเทศ ซิมบับเว
ที่เคยป็นอาณานิคมของอังกฤษตั้งเเต่ปี 1965 ซิมบับเว เป็นประเทศเอกราชลำดับที่ 50 ของทวีปอัฟริกา

เป็นนักร้องนักแต่งเพลงชาวจาไมกาคนแรกที่ผลักดันเอาดนตรีพื้นเมืองจาไมกา หรือ "เร็กเก"
ออกสู่ตลาดโลก และกลายเป็น "ราชาเพลงเร็กเก" ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

บันทึกเสียงครั้งแรกในเพลง Judge Not เมื่อเขาอายุ 16 ปี โด่งดังทั่วอังกฤษและสหรัฐอเมริกา
ครั้งแรกในปี 1973 ในอัลบั้ม Catch a Fire ได้ออกโทรทัศน์ BBC

สิ่งพิเศษที่มีอยู่ในตัวเขาก็คือวิธีการประพันธ์เนื้อเพลงที่สะท้อนมุมมองทางการเมือง ชีวิต และสังคมที่เฉียบแหลม คมคาย
และหยั่งรากลึกสู่จิตวิญญาณ สถานการณ์พื้นฐานในทศวรรษที่ 1960-1970 นั้น
ความขัดแย้งเรื่องสีผิวยังมีอยู่สูง คนผิวสีจึงเป็นเพียงพลเมืองชั้น 2

ท่ามกลางระบบความคิดแบบเหยียดผิวของพวกแองโกล-แซกซอน (Anglo-Saxon)นั้น
เขาใช้ดนตรีเป็นสื่อในการเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ ผ่านกีตาร์ตัวหนึ่ง กับฮาโมนิการ์คู่ใจ ร้องเพลงเพื่อสะท้อนปัญหาอย่างทรงพลัง

ดนตรีเร็กเก้ที่บ็อบนำมาขับกล่อมนั้น ถูกขบวนการคนผิวดำและต่อต้านลัทธิเหยียดผิวบางกลุ่มนำมาใช้เป็นเครื่องมือ
ในการแสดงออกถึงประเด็นทางสังคม เช่น กลุ่มรัสตาฟารี (Rasta Farians)

และต่อมาเร็กเก้ก็เริ่มเป็นที่นิยมในหมู่คนผิวขาวในตอนปลายทศวรรษ 1960
บ็อบ มาร์เลย์ทำให้ดนตรีเร็กเกเฟื่องฟูมากที่สุดในทศวรรษที่ 1970 เขาตั้งวงชื่อ "บ็อบ มาร์เลย์ แอนด์ เดอะ เวลเลอร์ส"
(Bob Marley and the Wailers) ขึ้นในปี 1964 นับเป็นศิลปินเพลงเร็กเกคณะแรกที่โด่งดังไปทั่วโลก
ในปี 1975 ได้ไปเปิดการแสดงที่ลอสแอนเจลิส ผู้คนคลั่งไคล้มาก
เพลงฮิตเพลงแรกในอังกฤษคือ No Woman No Cry ในปี 1975 และ Jamming ในปี 1977
และ One Love ในปี 1984

บ็อบ มาเลย์แต่งงานกับริต้าในปี 1975 ประธานาธิบดีไมเคิล แมนเลย์แห่งจาไมกาสนับสนุนให้เขาจัดคอนเสิร์ตฟรี
ในวันที่ 5 ธันวาคม 1975 นั้นเอง แต่ปรากฎว่าก่อนหน้า 2 วัน มีกลุ่มมือปืนมาดักยิงตัวเขา ริต้า และผู้จัดการวงดนตรี
แต่โชคดีที่ไม่มีใครเสียชีวิต เขายังคงเดินหน้าแสดงคอนเสิร์ตต่อไปทั้ง ๆ ที่ใช้ผ้าคล้องแขนกับคอเพราะบาดเจ็บ
ปี 1976 บ็อบ มาเลย์ต้องงดรายการคอนเสิร์ตทัวร์ทั่วยุโรป เนื่องจากตรวจพบเป็นมะเร็งที่เท้าขวา อันเนื่องมาบาดแผลระหว่างการเล่นฟุตบอลในอดีตแล้วละเลยไม่รักษา

บ็อบ มาเลย์กลับมาแสดงคอนเสิร์ต One Love ที่จาไมก้าอีกครั้งเมื่อวันที่ 22 เมษายน 1978
และได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการให้ประธานาธิบดี และผู้นำฝ่ายค้านขึ้นไปจับมือกันบนเวที และจับมือกัน

เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาได้รับรางวัล The United Nations' Peace Medal ในเดือนมิถุนายน 1978 นั่นเอง

ปี 1980 เป็นผู้นำในการเฉลิมฉลองการประกาศอิสรภาพของซิมบับเวย์
เดือนกันยายน 1980 บ็อบ มาเลย์ล้มลงขณะที่กำลังจ้อกกิ้งใน Central Park สวนสาธารณะกลางมหานครนิวยอร์คที่พำนักอยู่ ตรวจพบว่ามะเร็งลุกลามไปยังปอดและสมอง

บ็อบ มาเลย์ยังคงบินไปแสดงคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายในชีวิตที่ Stanley Theatre นครพิตสเบิร์ก เมื่อวันที่ 23 กันยายน 1980 ขณะพักรักษาตัวอยู่ที่นิวยอร์ค คณะแพทย์ก็ลงความเห็นว่าหมดหวัง

บ็อบ มาเลย์อยากจะกลับจาไมก้าบ้านเกิด แต่ไปไม่ไหว จึงแวะพักที่นครไมอามี
และจากโลกนี้ไปเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 1981 ด้วยวัยเพียง 36 ปีเท่านั้นศพถูกนำกลับมาฝังไว้ที่บ้านเกิดในจาไมก้า

ศพของบ๊อบ มาร์เลย์ ถูกนำไปฝังบ้านเกิดที่หลักเก้า ศพนอนภายในโลงสีบรอนซ์สวมเจ็คเก็ตผ้าเดนิม
นิ้วมือขวาวางบนคัมภีร์ไบเบิลเปิดกางไว้ที่ บท psalm 23
ส่วนมือซ้าย วางทาบบนกีตาร์ กิ๊บสัน - เลสพอล สีเเดงเพลิงกีตาร์คู่ใจของเขา...อำลาเจ้านกสันติภาพ





อ้างอิง http://www.soccersuck.com/soccer/viewtopic.php?t=64473&highlight=&sid=374e9a92c8c9191ac99aa4afbd6cc8ef






เดี๋ยวแปล One Love ต่อ อิอิ

ปล. เพลงฟังได้ไหมคะ?  :09:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 14:02 น.
 แล้วเพลงไหนหละครับ ที่พี่ วิลล์ สมิทช์ เอามาเล่นเป็นมุกในหนังเรื่อง ข้าคือตำนานฯ  ที่ร้องว่า ฉันยิงนายอำเภอ
แต่ฉันไม่ได้ยิงผู้ช่วย บลา บลา บลา ... 
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 14:03 น.
 
http://www.ijigg.com/jiggPlayer.swf?songID=V24700DPD&Autoplay=0">

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 14:04 น.
ขอบใจจ๊ะ  :27: คนสวยยยย



อ้างคำพูดจาก: ชายคลอง เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 14:02 น.
แล้วเพลงไหนหละครับ ที่พี่ วิลล์ สมิทช์ เอามาเล่นเป็นมุกในหนังเรื่อง ข้าคือตำนานฯ  ที่ร้องว่า ฉันยิงนายอำเภอ
แต่ฉันไม่ได้ยิงผู้ช่วย บลา บลา บลา ... 
:34:

(I shot the sheriff
But I didn't shoot no deputy, oh no! Oh!
I shot the sheriff
But I didn't shoot no deputy, ooh, ooh, oo-ooh.)
Yeah! All around in my home town,
They're tryin' to track me down;
They say they want to bring me in guilty
For the killing of a deputy,
For the life of a deputy.
But I say:

Oh, now, now. Oh!
(I shot the sheriff.) - the sheriff.
(But I swear it was in selfdefence.)
Oh, no! (Ooh, ooh, oo-oh) Yeah!
I say: I shot the sheriff - Oh, Lord! -
(And they say it is a capital offence.)
Yeah! (Ooh, ooh, oo-oh) Yeah!

Sheriff John Brown always hated me,
For what, I don't know:
Every time I plant a seed,
He said kill it before it grow -
He said kill them before they grow.
And so:

Read it in the news:
(I shot the sheriff.) Oh, Lord!
(But I swear it was in self-defence.)
Where was the deputy? (Oo-oo-oh)
I say: I shot the sheriff,
But I swear it was in selfdefence. (Oo-oh) Yeah!

Freedom came my way one day
And I started out of town, yeah!
All of a sudden I saw sheriff John Brown
Aiming to shoot me down,
So I shot - I shot - I shot him down and I say:
If I am guilty I will pay.

(I shot the sheriff,)
But I say (But I didn't shoot no deputy),
I didn't shoot no deputy (oh, no-oh), oh no!
(I shot the sheriff.) I did!
But I didn't shoot no deputy. Oh! (Oo-oo-ooh)

Reflexes had got the better of me
And what is to be must be:
Every day the bucket a-go a well,
One day the bottom a-go drop out,
One day the bottom a-go drop out.
I say:

I - I - I - I shot the sheriff.
Lord, I didn't shot the deputy. Yeah!
I - I (shot the sheriff) -
But I didn't shoot no deputy, yeah! No, yeah!

ref. http://www.oldielyrics.com/lyrics/bob_marley/i_shot_the_sheriff.html


เพลงนี้ค่ะ (อย่าบอกนะ ว่าแปลด้วย  :39: )

อิอิ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 14:12 น.
จะบอกว่า ผมแปลแบบภาษาอังกฤษรู้บ้างไม่รู้บ้างนะ  พอบอกมีคนรอดู เริ่มอาย กลัวแปลผิด  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 14:27 น.
  :22: ขอบคุณครับ ป้าชอยช่วยแปลให้หน่อยซิครับ  :33:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 14:31 น.
อ้างคำพูดจาก: ชายคลอง เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 14:27 น.
  :22: ขอบคุณครับ ป้าชอยช่วยแปลให้หน่อยซิครับ  :33:

ตัวผมเองยังไม่ค่อยจะรอดเลย พี่ชายคลอง  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 15:27 น.
อ้างคำพูดจาก: seacrazy เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 14:04 น.
ขอบใจจ๊ะ  :27: คนสวยยยย



   :34:

(I shot the sheriff ผมยิงนายอำเภอ
But I didn't shoot no deputy, oh no! Oh! แต่ไ่ม่ได้ยิงผู้แทน
I shot the sheriff ผมยิงนายอำเภอ
But I didn't shoot no deputy, ooh, ooh, oo-ooh.) ผมไม่ได้ยิงผู้แทน


Yeah! All around in my home town, รอบๆเมืองผม
They're tryin' to track me down; พวกเขาพยายามผลักผมลง (กดให้ต่ำลง) ((ไม่แน่ใจค่ะ))

They say they want to bring me in guilty พวกเขาบอกว่า จะทำให้ผมสำนึก
For the killing of a deputy, สำหรับที่ผมฆ่าผู้แทน
For the life of a deputy. สำหรับชีวิตของผู้แทน
But I say: แต่ผมบอกว่า


Oh, now, now. Oh! ตอนนี้ ตอนนี้
(I shot the sheriff.) - the sheriff.  ผมยิงนายอำเภอ
(But I swear it was in selfdefence.) แต่ผมสาบานได้ว่า ผมป้องกันตัว


Oh, no! (Ooh, ooh, oo-oh) Yeah! ไม่นะ ไม่
I say: I shot the sheriff - Oh, Lord! - ผมแค่ยิงนายอำเภอ
(And they say it is a capital offence.) พวกเขาบอกว่ามันผิดกฎหมาย
Yeah! (Ooh, ooh, oo-oh) Yeah! ก็ใช่


Sheriff John Brown always hated me, นายอำเภอ จอห์นบราวน์ แม่งเกลียดผม
For what, I don't know: ทำไม ผมไม่รู้หรอก

Every time I plant a seed,  ทุกครั้งที่ผมปลูกใบยา
He said kill it before it grow - เขาพูดว่า "ฆ่าก่อนที่มันจะเติบโต" (หมายถึงกัญชา)
He said kill them before they grow. เขาพูดว่า "ฆ่าพวกเขาก่อนจะโต" (หมายถึงคน)
And so: แล้วไง

Read it in the news: อ่านจากข่าวสิ
(I shot the sheriff.) Oh, Lord! ผมยิงนายอำเภอ โอ้ พระเจ้า
(But I swear it was in self-defence.) แต่ผมสาบานได้ว่า ผมป้องกันตัว
Where was the deputy? (Oo-oo-oh) ไหนล่ะ ผู้แทน?
I say: I shot the sheriff, ผมยิงนายอำเภอ
But I swear it was in selfdefence. (Oo-oh) Yeah! แต่ผมสาบานได้ว่า ผมป้องกันตัว


Freedom came my way one day วันหนึ่งวิถีของผมจะเป็น อิสรภาพ (หรือเปล่า?)
And I started out of town, yeah! และผมเดินออกจากเมือง
All of a sudden I saw sheriff John Brown ผมเห็นนายอำเภอ จอห์นบราวน์
Aiming to shoot me down, เขาจะยิงผม

So I shot - I shot - I shot him down and I say: แล้วผมก็ยิง ผมยิง ผมยิงเขาล้มลง แล้วพูดว่า
If I am guilty I will pay. ถ้ากูรู้สึกผิด กูจ่ายเอง

(I shot the sheriff,) เอ่อ กูยิงนายอำเภอ!!
But I say (But I didn't shoot no deputy), แต่ไม่ได้ยิงผู้แทนสักหน่อย


I didn't shoot no deputy (oh, no-oh), oh no! ผมไม่ได้ยิงผู้แทน
(I shot the sheriff.) I did! ใช่ ผมทำ ผมยิงนายอำเภอ
But I didn't shoot no deputy. Oh! (Oo-oo-ooh) ผมไม่ได้ยิงผู้แทน

Reflexes had got the better of me  เมื่อมองภาพสะท้อน (ในบ่อน้ำ) น้ำใส ในเงาดูดีกว่าที่เป็น
And what is to be must be: แล้วมันต้องเป็นอย่างไรต่อไปล่ะ
Every day the bucket a-go a well, ทุกวันน้ำในบ่อถูกตักออกไป
One day the bottom a-go drop out, วันแล้ววันเล่า หยดแล้วหยดเล่า (ที่หมดไป)
One day the bottom a-go drop out.วันแล้ววันเล่า หยดแล้วหยดเล่า (ที่หมดไป)
I say: ผมบอกว่า..

I - I - I - I shot the sheriff. ผมเนี่ยแหล่ะที่ยิงนายอำเภอ
Lord, I didn't shot the deputy. Yeah! พระเจ้า ผมไม่ได้ยิงผู้แทน
I - I (shot the sheriff) -  ผมยิงนายอำเภอ
But I didn't shoot no deputy, yeah! No, yeah! ผมไม่ได้ยิงผู้แทน

ref. http://www.oldielyrics.com/lyrics/bob_marley/i_shot_the_sheriff.html


เพลงนี้ค่ะ (อย่าบอกนะ ว่าแปลด้วย  :39: )

อิอิ


:52: มีพี่คนนึง เคยพูดถึงเพลงนี้ว่า เป็นเพลงเสียดสีรัฐบาลอเมริกา
คือนายอำเภอมันเล็กกว่าผู้แทน ยิงนายอำเภอก็ไม่เห็นจะผิดอะไรนี่
ภาพสะท้อนในน้ำเปลียบเสมือนความดี ความจริง (หมายถึงสื่อที่จะเสนอความดี+ความจริง)
วันหนึ่งก็ถูกตักออกไปเรื่อยๆ (น้อยลงเรื่อยๆ)

กลายเป็นเรื่องของความหลอกลวง


อันนี้เค้าว่ามานะ ฟ้าไม่รู้จริงๆ ว่าเค้าหมายถึงอะไร  :44:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 15:42 น.






อ่านวินเซนต์ที่ลุงโอ๋เอามาแปะแล้วอึ้งไปเลย


ชอบเพลงนี้มากๆ และคุณแฟนหนังสือคนนั้นก็ถอดเป็นภาษาไทยได้สวยงามมาก



:25:10


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 15:43 น.
งั้นขอเพลง Three little birds กะ Redemption Song ด้วยดิ :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 15:43 น.
 :12: ขอบคุณครับ บวกให้ก่อนเลยครับค่าเหนื่อย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 15:44 น.
อ้างคำพูดจาก: ฺBuob Marley เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 15:43 น.
งั้นขอเพลง Three little birds กะ Redemption Song ด้วยดิ :25:

:34:








:05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 16:00 น.
 :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 16:03 น.






เอ้อ เก้อร์ ลองเอาเพลงนกเขาคูจุ๊กกรูมาถอดใหม่สิ


ชอบเพลงนั้นมาก :25:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แนนเค้ก ❤ เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 16:10 น.
 :21: พี่อุ้ย



แปะนะ
จะได้มาอ่านบ่อยๆ
ยังไม่ค่อยกล้าถอดอะไร ฝีมือม่ายถึง :42:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 16:30 น.
ผมมีอีกเพลง ที่มีคนรู้ว่าผมชอบ
เขาก็แปลมาให้ เพราะเขารู้ว่าผมกับถาษาอังกฤษไม่สนิทกัน
พิมพ์มาให้เป็นการ์ดขนาดเท่าโปสเตอร์ และพิมพ์มาทางอีเมล์
เป็นของ พี่แหบ ร๊อด สจ๊วต

ผิดถูก ครบถ้วนไหม ผมไม่ทราบได้
แต่ผมชอบประโยคแบบนี้
เธอ- -จะไม่ฟังเสียงหัวใจของฉันเลยหรือ
.....................................
I don't want to takl about it
ศิลปิน : rod stewart

I can tell by your eyes that youve probbly been cryin forever,
And the stars in the sky dont mean nothin to you, theyre a mirror.
I dont want to talk about it, how you broke my heart.
If I stay here just a little bit longer,
If I stay here,
wont you listen to my heart, whoa, heart?

If I stand all alone,
will the shadow hide the color of my heart;
Blue for the tears,
black for the nights fears.
The star in the sky dont mean nothin to you,
theyre a mirror.
I dont want to talk about it, how you broke my heart.
If I stay here just a little bit longer,
If I stay here,
wont you listen to my heart, whoa, heart?
I dont want to talk about it, how you broke this ol heart.

If I stay here just a little bit longer,
If I stay here, wont you listen to my heart, whoa, heart?
My heart, whoa, heart.
.....................................................

ได้โปรดอย่าพูดถึงเรื่องนั้น - - ฉันไม่อยากพูดถึงมัน


แค่มองตาเธอ ฉันก็บอกได้ว่าเธอผ่านการร้องให้มามากมายขนาดไหน
และดวงดาวทั้งหลายบนท้องฟ้าไม่มีความหมายอะไรกับเธอ ก็แค่กระจกแพรวพราว
ฉันไม่อยากพูดถึงมัน ว่าเธอหักอกฉันอย่างไร
ถ้าฉันอยู่ที่นี่นานกว่านี้อีกนิด
ถ้าฉันอยู่ที่นี่
เธอจะฟังเสียงหัวใจฉันหรือเปล่า?


ถ้าฉันถูกทอดทิ้งเดียวดาย
เงาแห่งความมืดจะช่วยซ่อนสีแห่งหัวใจของฉันทีได้ไหม
สีฟ้าแห่งหยาดน้ำตา
สีดำแห่งค่ำคืนที่น่ากลัว
ดวงดาวดวงนั้นบนท้องฟ้า คงไม่มีความหมายอะไรกับเธอ
ก็แค่กระจกบานใหญ่
ฉันไม่อยากพูดถึงเรื่องนั้น ว่าเธอทำใจฉันสลายอย่างไร
ถ้าฉันอยู่ที่นี่นานกว่านี้อีกสักนิด
ถ้าฉันอยู่ที่นี่
เธอ- -จะไม่ฟังเสียงหัวใจของฉันเลยหรือ
............................................................
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 16:32 น.
 :05:  +พี่โอ๋  ค่าโดนใจค่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เบียร์ เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 16:39 น.
อ้างคำพูดจาก: เดอะกันย์ เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 03:07 น.
เคยนั่งถอดอัลบั้ม american idiot ของ green day อยู่เหมือนกันครับ
เป็นงานส่งอาจารย์ตอน ม.4

แต่จำไม่ค่อยได้แล้ว สงสัยต้องนั่งถอดใหม่ :39:

รอนะกันย์ :25a:

ข่าวว่าเป็น concept อัลบั้ม แบบทุกเพลงเนื้อหาเชื่อมโยงกันหมด :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 16:43 น.
ใช่ครับ

ตอนนี้กำลังนั่งถอดอยู่
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 16:49 น.






ถอดหมดแล้วถ่ายรูปมาให้ดูด้วยนะ :27:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 16:50 น.
อ้างคำพูดจาก: โอ๋ ระจัน...ผ่านมา เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 16:30 น.

ฉันไม่อยากพูดถึงเรื่องนั้น ว่าเธอทำใจฉันสลายอย่างไร
ถ้าฉันอยู่ที่นี่นานกว่านี้อีกสักนิด
ถ้าฉันอยู่ที่นี่
เธอ- -จะไม่ฟังเสียงหัวใจของฉันเลยหรือ



:14: ชอบอิลุงคนนี้มากๆ ชอบเพลงนี้มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก



อีกเพลง sometime when we touch  :22:


อ้างคำพูดจาก: เดอะกันย์ เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 16:43 น.
ใช่ครับ

ตอนนี้กำลังนั่งถอดอยู่
:27:


อ้างคำพูดจาก: จอนจัด เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 16:49 น.





ถอดหมดแล้วถ่ายรูปมาให้ดูด้วยนะ :27:



:10: :10:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กวางจ้ะ เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 17:30 น.
+ พี่โอ๋อ่ะ เพลงนั้นมัน  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 18:34 น.
อ้างคำพูดจาก: ฺBuob Marley เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 15:43 น.
งั้นขอเพลง Three little birds กะ Redemption Song ด้วยดิ :25:


Old pirates, yes, they rob i; โจรสลัดแก่ ใช่ เขาปล้นฉันมา
Sold I to the merchant ships, ขายฉันให้กับเรือสำเภาพ่อค้า
Minutes after they took I นาทีหลังจากพวกมัน ลากฉันขึ้นมา
From the bottomless pit.  จากหลุมคอกนั่น

But my hand was made strong  มือของฉัน แข็งแรงขึ้น
By the hand of the almighty. ด้วย(พระหัตถ์)มือที่ทรงพลัง อำนาจ
We forward in this generation  เราจึงส่งผ่านถึงคนรุ่นนี้
Triumphantly. อย่างผู้มีชัย
Wont you help to sing ทำไมเธอถึงจะไม่ช่วยกันร้องเพลงนี้
These songs of freedom? เพลงแห่งอิสรภาพ

cause all I ever have: เพราะตอนนี้เรามีอิสรภาพ
Redemption songs; เพลงแห่งการปลดปล่อย
Redemption songs. บทเพลงแห่งการปลดปล่อย

Emancipate yourselves from mental slavery; เธอจงปลดปล่อยตัวเองจากการเป็นทาสทางจิตใจ
None but ourselves can free our minds. ไม่มีใครนอกจากตัวเราเองที่จะปลดปล่อยจิตใจเราได้
Have no fear for atomic energy, อย่าไปกลัวพลังของศัตรู
cause none of them can stop the time. ไม่มีใครสามารถหยุดกาลเวลาได้

How long shall they kill our prophets, พวกมันจะเข่นฆ่าศาสดาของเราไปอีกนานเท่าไหร่
While we stand aside and look? ooh! ขณะที่พวกเรายืนมองอยู่
Some say its just a part of it: บางคนบอกว่านี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น
Weve got to fulfil de book. พวกเราต้องคอยเติมเต็มเรื่องราวในตำนาน

Wont you help to sing
These songs of freedom? -
cause all I ever have:
Redemption songs;
Redemption songs;
Redemption songs.
---
/guitar break/
---
Emancipate yourselves from mental slavery;
None but ourselves can free our mind.
Wo! have no fear for atomic energy,
cause none of them-a can-a stop-a the time.
How long shall they kill our prophets,
While we stand aside and look?
Yes, some say its just a part of it:
Weve got to fulfil de book.
Wont you help to sing
Dese songs of freedom? -
cause all I ever had:
Redemption songs -
All I ever had:
Redemption songs:
These songs of freedom,
Songs of freedom.


(ที่เหลือซ้ำ เอง)


  :27: แปลอยู่ 1 ชั่วโมง


ปล. เพลงนี้ทำให้ ผู้นำรัฐบาลกับฝ่ายค้านจับมือกันมาแล้วนะ  :45:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: บัวริมบึง เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 19:04 น.
ช่างเป็นกระจู๋ที่โดนใจคนที่มีความรู้ทางภาษาอังกฤษกระจอกเช่นเราเหลือเกิน

ปกติชอบเพลงไร  ก็ได้แต่ใช้ให้คนโน้นคนนี้แปลให้ 

แต่นี่............เริ่ดมากค่ะ :25: :25:


ป.ล. ขอบคุณทุกท่านและทุกเพลงค่ะ ขอให้มีอีกเรื่อยไปๆ

จริงๆ มีอีกหลายเพลงที่อยากให้ถอด  แต่รอก่อนดีกว่า เผื่อมาเองโดยไม่นัดหมาย :52:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 24 เม.ย. 2008, 06:05 น.
อ๊ะ ชอบหลายเพลงเลยครับ  :12:

ผมหัดถอดมาเหมือนกัน
ชอบเพลงนี้เป็นพิเศษ

Lonestar ร้องโดย Norah Jones

http://www.youtube.com/v/4VvaLWj5jQQ&hl=en

Lonestar where are you out tonight?
This feeling I'm trying to fight
It's dark and I think that I would give anything
For you to shine down on me

How far you are I just don't know
The distance I'm willing to go
I pick up a stone that I cast to the sky
Hoping for some kind of sign

คืนนี้เธออยู่ไหนนะดาวเหงาของฉัน
กับความรู้สึกที่ต้องผ่านมันในค่ำคืน
ยอมแลกทุกสิ่งอย่างไม่ขัดขืน
เพียงแสงเธอส่องคืนฉันชื่นใจ

ฉันไม่รู้ว่าเธออยู่ไกลแค่ไหน
แต่อย่างไรยังปรารถนาไปหาเธอ
ขว้างหินไปบนฟ้าไกลใจพร่ำเพ้อ
หวังเพียงเจอรอยทางดาวห่างกัน


..................................



ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 24 เม.ย. 2008, 06:51 น.
หูววว พี่ณต
ลงตัวทั้งคำ ทั้งความหมาย ทั้งการถอดความเลยครับ
มาเป็นกลอนเลย :25:

ผมนี่เขียนอะไรเป็นกลอนสัมผัสไม่เป็นเลย

I pick up a stone that I cast to the sky
Hoping for some kind of sign
ขว้างหินไปบนฟ้าไกลใจพร่ำเพ้อ
หวังเพียงเจอรอยทางดาวห่างกัน

ชอบท่อนนี้เป็นพิเศษครับ ชอบวิธีที่เลือกไม่ใช้ความหมายตรงๆ
แต่ได้ความเดียวกันกับอารมณ์เพลงเลย
(ดีไม่ดี เพราะกว่าในภาษาอังกฤษอีก)


ของฟ้านี่เน้นขยัน ผมชอบหมดเลยทุกเพลงที่แปล
ชอบบ็อบ มาร์เลย์ ชอบคนที่เขียนเพลงให้คนรักกัน
เขียนให้ผู้คนบนโลก ทุกทีที่ฟังก็รู้สึกว่า เอ้อ ดีแฮะ มีคนแบบนี้อยู่บนโลก
แถมความจริงคือ โลกเราคงไม่เหมาะกับคนดีๆ
พระเจ้าเลยเอาไปเก็บไว้ฟังบนสวรรค์ ตายกันตั้งแต่หนุ่มๆทั้งนั้นเลย
(จอห์น เลนน่อนก็เหมือนกัน)

อ้างคำพูดจาก: จอนจัด เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 16:03 น.

เอ้อ เก้อร์ ลองเอาเพลงนกเขาคูจุ๊กกรูมาถอดใหม่สิ


ชอบเพลงนั้นมาก :25:


อุ้ยอยากให้ผมถอดนกเขาให้ดูเหรอครับ
ได้ครับ จัดให้ คืนนี้อย่าลืมเปิดกล้องแคมนะ


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ม๊อบ เมื่อ 24 เม.ย. 2008, 10:22 น.
อุ๊ย  :26:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 24 เม.ย. 2008, 10:23 น.
อ้างคำพูดจาก: seacrazy เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 18:34 น.


Old pirates, yes, they rob i; โจรสลัดแก่ ใช่ เขาปล้นฉันมา
Sold I to the merchant ships, ขายฉันให้กับเรือสำเภาพ่อค้า
Minutes after they took I นาทีหลังจากพวกมัน ลากฉันขึ้นมา
From the bottomless pit.  จากหลุมคอกนั่น

But my hand was made strong  มือของฉัน แข็งแรงขึ้น
By the hand of the almighty. ด้วย(พระหัตถ์)มือที่ทรงพลัง อำนาจ
We forward in this generation  เราจึงส่งผ่านถึงคนรุ่นนี้
Triumphantly. อย่างผู้มีชัย
Wont you help to sing ทำไมเธอถึงจะไม่ช่วยกันร้องเพลงนี้
These songs of freedom? เพลงแห่งอิสรภาพ

cause all I ever have: เพราะตอนนี้เรามีอิสรภาพ
Redemption songs; เพลงแห่งการปลดปล่อย
Redemption songs. บทเพลงแห่งการปลดปล่อย

Emancipate yourselves from mental slavery; เธอจงปลดปล่อยตัวเองจากการเป็นทาสทางจิตใจ
None but ourselves can free our minds. ไม่มีใครนอกจากตัวเราเองที่จะปลดปล่อยจิตใจเราได้
Have no fear for atomic energy, อย่าไปกลัวพลังของศัตรู
cause none of them can stop the time. ไม่มีใครสามารถหยุดกาลเวลาได้

How long shall they kill our prophets, พวกมันจะเข่นฆ่าศาสดาของเราไปอีกนานเท่าไหร่
While we stand aside and look? ooh! ขณะที่พวกเรายืนมองอยู่
Some say its just a part of it: บางคนบอกว่านี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น
Weve got to fulfil de book. พวกเราต้องคอยเติมเต็มเรื่องราวในตำนาน

Wont you help to sing
These songs of freedom? -
cause all I ever have:
Redemption songs;
Redemption songs;
Redemption songs.
---
/guitar break/
---
Emancipate yourselves from mental slavery;
None but ourselves can free our mind.
Wo! have no fear for atomic energy,
cause none of them-a can-a stop-a the time.
How long shall they kill our prophets,
While we stand aside and look?
Yes, some say its just a part of it:
Weve got to fulfil de book.
Wont you help to sing
Dese songs of freedom? -
cause all I ever had:
Redemption songs -
All I ever had:
Redemption songs:
These songs of freedom,
Songs of freedom.


(ที่เหลือซ้ำ เอง)


  :27: แปลอยู่ 1 ชั่วโมง


ปล. เพลงนี้ทำให้ ผู้นำรัฐบาลกับฝ่ายค้านจับมือกันมาแล้วนะ  :45:
อธิบายเพิ่ม ฝ่ายค้านกับรัฐบาลจาไมก้ายุคนั้นไม่ใช่แค่ มีปัญหากันธรรมดานะครับ
คือเรียกว่าสงครามได้เลย มีฆ่ากันด้วย บ็อบ เองก็ถูกยิงถล่มบ้าน ก่อนงานคอนเสิร์ต แต่ก็ยังยืนยันจะขึ้นเล่น
ถึงขนาดต้องมีรถตำรวจมารับที่บ้านเลย พอถึงงาน ก็ไม่รู้ไปทำเอาท่าไหน ให้ผู้นำสองฝ่ายขึ้นมาจับมือสงบศึกกันบนเวทีได้
ปีต่อมา UN เลยมอบรางวัลสาขาสันติภาพให้
ทุกวันนี้มูลนิธื บ็อบมาเลย์ พยายามผลักดันให้รัฐบาลจาไมก้ายกย่องให้บ็อบเป็น "วีระบุรุษ" ของชาติ
แต่รัฐบาลปฏิเสธ อ้างว่าบ็อบนเป็นราสตาฟาเรี่ยน และสนับสนุนให้คนสูบกัญชา
(ตำแหน่งนี้มีคนได้ไปหนึ่งคนเท่านั้น จำไม่ได้ว่าใคร แต่หน้าจะคนสำคัญทางการเมือง)

คนที่ทำอะไรเป็นตำนานไม่น่าถูกลดคุณค่าด้วยการที่เขาแค่สูบกัญชาเลยนะ
ความเห็นส่วนตัวแล้ว คนดื่มเหล้ามันเดือดร้อนชาวบ้านมากกว่าเสียอีก
ปล. เก้อออนกี่โมงอะ :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 24 เม.ย. 2008, 10:48 น.
มาแล้วครับ นกเขาของอุ้ย
เขียนไว้สักสองปีที่แล้วมั้งครับ
เนียนคุยกับอุ้ยได้เพราะเพลงนี้แหละ :26:
ยาวมากนะเออ บอกไว้ก่อน :30:

คูคคูรูค.คุคคู.รร... พิราบเอ๋ย ..

(http://blueology.exteen.com/images/image/hableconella.jpg)

Talk To Her หรือ Hable con Ella
ภาพยนต์ระดับมาสเตอร์พีซที่ลืมไม่ลงของ
เปรโด อัลโมโดบาร์ ผู้กำกับที่โด่งดังที่สุดของเสปน
คงจะนำพาความรันทด สู่ใจผู้ชมพร้อมกับความตื่นตะลึง
ในวิธีการเล่าเรื่องที่แสนงามสง่าเหมือนหงส์ที่ปรากฏกาย
กลางท้องถนนที่พลุกพล่านเหมือนกับเป็นดวงตะวัน
ที่ค่อยๆ ปรากฏกายก่อนจะลาลับท่ามกลางผืนดินสีส้ม
ที่ทอดยาวของเสปน

(http://blueology.exteen.com/images/caetano02.jpg)

แต่สิ่งหนึ่งที่หลายๆคนคนอาจจะติดใจเสียยิ่งกว่าตัวหนัง
เห็นจะเป็นฉากๆหนึ่งในเรื่อง นางเอกพาพระเอกไปที่งานเลี้ยง
แห่งนึงซึ่งจัดที่สวนหน้าบ้าน ผู้คนกำลังล้อมวงฟัง
นักดนตรีดีดกีตาร์สไตล์ละติน ที่เรียกกันว่า El Mariachi
นักดนตรีที่แต้มใบหน้าเฉยเมยด้วยริ้วรอยกำลังร้องเพลงเสปน
เพลงหนึ่ง ฉากนี้ผู้กำกับจงใจทิ้งไว้อย่างยาวนาน
จนจวนจะกลายเป็นการถ่ายทำคอนเสิร์ต

จนเรา(หรือใครก็ตามที่ฟังมันร้องไม่ออก)
คงข้องใจว่ามันมีความหมายขนาดนั้นเลยเหรอ

(http://blueology.exteen.com/images/image/caetano.jpg)
(ภาพประกอบ แค็ปมาจากดีวีดีด้วยตัวเอง ห้ามจำหน่ายจ่ายแจก)

แม้จะฟังไม่ออก แต่พอเพลงแล่นมาถึงท่อนฮุค
ความหอมหวนอ้อยอิ่ง ของท่วงทำนองนั้น
ก็แทบเข่นฆ่าลมหายใจผู้ฟังให้ขาดผึง!
แล้วในเรื่อง พระเอกก็น้ำตาไหลออกมา

ไม่ได้ร้องไห้ด้วย แค่น้ำตาไหล.


ฉากนี้จบลงที่พระเอกเดินหนีออกมาจากกลุ่มคน
คล้ายกับทนฟังต่อไม่ได้ แล้วเรื่องก็ดำเนินต่อไปในอีกทิศทางหนึ่ง

นับจากดูครั้งแรกเราก็เก็บความสงสัยมาเป็นเวลาหลายปี
ว่าเพลงนั้นมันคืออะไร จนอินเตอร์เน็ตมีกูเกิ้ล(นานไปป่าววะ)
และโลกนี้มีโปรแกรมโหลดเพลง(เพราะคงหาซื้อไม่ได้)
เราจึงได้ฟังเพลงนี้เต็มๆเมื่อไม่นานมานี้
ความรู้สึกลมหายใจแทบหมดตอนฟังก็ไม่ต่างจากเดิม

เพลงนี้ชื่อ Cucurrucucu Paloma เป็นเพลงดั้งเดิมของเสปน
และเป็นที่รู้จักทั่วโลกละติน มีการนำไปขับร้องหลายต่อหลายเวอร์ชั่น
นับกันไม่หวาดไม่ไหว ก็ประเทศที่ใช้ภาษาเสปน บนโลกเรามีมากมาย
เปรียบไปก็น่าจะคล้ายๆเพลงของสุนทราภรณ์ที่ถูกร้องซ้ำแล้วซ้ำอีก

ใน Talk to Her คนที่ร้องในฉากนั้นคือ Caetano Veloso
ศิลปินเสปนที่มีชื่อเสียง ให้เกียรติมาแสดงเอง
มาพรมลมหายใจที่อ่อนหวานลงบนเส้นกีตาร์ที่บางเฉียบสะกดฉากๆนั้น
ส่วนตัวเพลงดั้งเดิมแต่งโดย Tomás Méndez เมื่อกว่า 40 ปีมาแล้ว
ใครก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ และยิ่งได้พบเวอร์ชั่นต่างๆของเพลงนี้
ยิ่งพบว่า เราเคยได้ฟังมันแล้วหลายครั้ง ในภาพยนต์หลายเรื่อง
ตั้งแต่ El Mariachi หนังต้นฉบับดั้งเดิมในตอนที่ไม่มีทุน
ของหนังดังโคตรๆอย่าง Desperado ของโรเบิร์ต โรดิเกวซ

(http://blueology.exteen.com/images/Happy_Together_7937f.jpg)

และที่เจ๋งมากๆคือมันเคยปรากฏในหนัง Happy Together
ของหว่องกาไวเสียด้วย แน่นอนหนังเรื่องนี้เป็นเหมือนโปสการ์ด
ที่ซึมเศร้าของหว่อง จากบัวโนสไอเรส-อาร์เจนติน่า
เพลงๆนี้จึงเป็นเหมือนน้ำเสียงที่แจ่มชัดของเมืองหลวง
แห่งโลกละตินแห่งนี้


นี่เป็นฉากดังกล่าวในเรื่อง Talk to Her
และต่อจากนั้นคือความพยายามในการถอดความ
เป็นภาษาไทย เพื่อจะได้เข้าใจสักทีว่าความหมาย
ของเพลงนี้ต่อหนัง หลายต่อหลายเรื่องที่มันไปปรากฏ
คืออะไรกันแน่

http://www.youtube.com/v/a9kRUY4WLFI&hl

Cucurrucucu Paloma

Dicen que por las noches
Nomas se le iba en puro llorar,
Dicen que no comia,
Nomas se le iba en puro tomar,
Juran que el mismo cielo
Se estremecia al oir su llanto;
Como sufrio por ella,
Que hasta en su muerte la fue llamando

Ay, ay, ay, ay, ay,... cantaba,
Ay, ay, ay, ay, ay,... gemia,
Ay, ay, ay, ay, ay,... cantaba,
De pasión mortal... moria

อายยา.ยายยา ยาา.. คนตาบา
อายยายาย.ยา ย..ยา เกมีอาาา
อายยายา..ยยา ยา า.. คนตาบา
เด ปาสิอน มนตราล มอรีอา...

Que una paloma triste
Muy de manana le va a cantar,
A la casita sola,
Con sus puertitas de par en par,
Juran que esa paloma
No es otra cosa mas que su alma,
Que todavia la espera
A que regrese la desdichada

Cucurrucucu... paloma,
Cucurrucucu... no llores,
Las piedras jamas, paloma
¡Que van a saber de amores!
Cucurrucucu... cucurrucucu...
Cucurrucucu... paloma, ya no llores


คูคคูรูค.คุคคู.รร... ปาโลมา
คูคคูรูคคุ..คู.รรร..ร.. โน โญเรลเลสฺ
ลาสฺ ปิเอดราสฺ ญามาสฺ ปาโลมา
เก แฟนา ซาเบรฺ เด อาโมเรสฺ
คูคคูรูคคุ..คู.รรร..ร.. คูคคูรูค.
คุคคู.รร คูคคูรูค.คุคคู.รร... ปาโลมา ยา โน โญเรลเลสฺ


ถอดความ

เสียงลือเสียงร่ำกัน ว่ายามค่ำคืน
เจ้าได้แต่ร้องร่ำคร่ำครวญ
ซ้ำเจ้ายังไม่ยอมนอนยอมกิน
ได้แต่ดื่มเหล้าเสียเมามาย
ฟังสิฟัง แม้เบื้องบนยังหลั่งหยาดฝน
ยามยินเสียงเจ้าน้ำตานอง
ขมขื่นเพียงใดหรือ...เจ้าเอย
นางลาลับไปพร่ำเรียกเจียนตาย มิหวนคืน

อายยา.ยายยา ยาา.. เจ้าร้องเพลง
อายยายาย.ยา ย..ยา เจ้าร้องไห้
อายยายา..ยยา ยา า..เจ้ายังร้องเพลง
เจ้าร้องเจียนตาย ใยเล่าเขาไม่เหลียวมอง

พิราบกระพือปีกซึมเศร้า
โผผินมามาผิวเพลงยามเช้านั่นอย่างไรเล่า เจ้าเอย
สู่เรือนหลังน้อย
สู่หน้าต่างบานกว้าง เปิดอ้า
ร่ำร้องกันว่า พิราบนั้นใยช่างเหมือนตัวเจ้าเล่า
ซึมเศร้าถึงวิญญาณ
มันยังเฝ้ารอนางนั้นหวนกลับ โอ...

คูคคูรูค.คุคคู.รร... พิราบเอย
คูคคูรูคคุ..คู.รรร..ร.. อย่าร้องไปเลย
ก้อนหินมิอาจร่ำไห้ รู้บ้างไหม พิราบเอย
เจ้ารู้อันใดบ้างไหมเล่า ในเรื่องรัก .



...............

พยายามคงอรรถรสเนื้อความเดียวกับอารมณ์เพลง
ให้มากที่สุดเท่าที่ความสามารถจะมีแล้วล่ะครับ
ชื่อเพลงที่ฟังดูตลก คูคูรุคุคู ปาโลมา
ไม่ได้แปลว่าปลาโลมา แต่มันคือ นกพิราบและ
เสียงนกพิราบขันคูนั่นเอง คงคล้ายๆ
โน่นแน่ะนกเขาคู จุ๊ก จุ๊กกรูบ้านเรา
แต่นี่เป็นนกพิราบ กระพือปีกบินมาปลอบ
ชายหนุ่มที่เจียนตายเพราะสูญเสียความรักไป

ผมตีโจทย์ว่ามันเหมือนกับเพลงทูล ทองใจ หรืออะไรยุคนั้น
ดูจากอายุอานามของเพลง และความอมตะ เทียบกันได้ตามนั้นเลย
เลยอยากแปลให้มันออกมาโบราณและภาษาคร่ำครวญแบบเดียวกัน
ไม่รู้ว่าสำเร็จไหมนะครับ :44:



เอ้อ ถ้าอุตส่าห์อ่านมาถึงตรงนี้ถือว่าเก่งครับ ขอบคุณมาก :30:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 24 เม.ย. 2008, 18:20 น.
Talk to her ตูชอบหนังเรื่องนี้มาก
เป็นหนังที่ดูแล้วอึ้ง บีบคั้นหัวใจ แต่ก็งดงาม
เพลงในหนังก็เพราะจับใจด้วย
ขอบคุณมา่กที่แปลมาให้อ่าน +

เพลงภาษาเสปน ในหนังนี่
ที่โดนใจตูสุดๆ กลับเป็นเพลง unicornio
ในหนังสั้นเรื่อง The follow
ที่ หว่อง คา ไว ทำให้กับ BMW
(ซีรี่ส์ หนังสั้นของ BMW ที่รวมเอาผู้กำกับดังๆ
ที่มีลายเซ็นในงานของตัวเองที่ไม่เหมือนใคร)

ปกติแล้วเพลงในหนังมักจะทำหน้าที่อยู่เบื้องหลัง
คอยสร้างบรรยากาศ หรืออะไรก็ว่ากันไป
แต่ หว่อง คา ไว เลือกเพลง unicornio ให้มามี
บทบาทให้หนังเรื่องนี้อย่างชัดเจน เทียบเท่ากับนักแสดงเลย

http://www.youtube.com/v/CBCDc7yonyE&hl=en

เอาหนังมาแปะไว้ก่อน  :42:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 24 เม.ย. 2008, 22:01 น.
 :33: ตามบวกเก้อ แปลได้เจ๋งมาก


พี่ณต ด้วย แปลซะสวยเชียวววววว :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 00:13 น.
ลุงณตแปลเพลงสเปนได้ด้วย
เพลงนี้แปลว่าไงครับ

El Bodeguero-
Palacio de la Salsa

http://www.youtube.com/v/6M5AygPuR9M
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 00:28 น.
เจอกระจู๋ในฝันอีกแล้ว..  :40:

ชอบเพลงเดียวกันกับพี่โอ๋ระจันทุกเพลงที่แปลมาลงเลยค่ะ ตอนนี้เปิด Vincent ที่แปะไว้ฟังด้วย..
คิดถึงเพลงพวกนี้จัง

เดี๋ยวขอหาเพลงศัพท์ง่ายๆ ความหมายดีๆ มาช่วยลงนะคะ

เพิ่งเห็นจู๋นี้ค่ะ สุดยอดทุกคนเลย.. พอแปลเป็นไทยแล้วซึ้งไปอีกแบบค่ะ  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 00:38 น.
อ้างคำพูดจาก: โอ๋ ระจัน...ผ่านมา เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 00:13 น.
ลุงณตแปลเพลงสเปนได้ด้วย
เพลงนี้แปลว่าไงครับ

El Bodeguero-
Palacio de la Salsa

http://www.youtube.com/v/6M5AygPuR9M

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 01:24 น.
อ้างคำพูดจาก: โอ๋ ระจัน...ผ่านมา เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 00:13 น.
ลุงณตแปลเพลงสเปนได้ด้วย
เพลงนี้แปลว่าไงครับ

El Bodeguero-
Palacio de la Salsa

http://www.youtube.com/v/6M5AygPuR9M

ผมแปลภาษาสเปนไม่ได้นะครับ  :48:  :44:
บักเก้อต่างหาก แปลมา

ถ้าผมจะแปล ก็แปลจากภาษาอังกฤษมาอีกทีนั่นแหละ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 02:54 น.
May it be : Enya
Lord of the ring


Composed and performed by Enya
Lyrics by Roma Ryan


http://www.youtube.com/v/hitAHKGqJZI&hl=en


May it be an evening star
Shines down upon you
May it be when darkness falls
Your heart will be true
You walk a lonely road
Oh! How far you are from home

ขอให้ดวงดาวยามย่ำค่ำ
ฉายส่องแสงตรงลงสู่เจ้า
ขอให้ดวงใจของเจ้าจงสัตย์ซื่อ
เมื่อความมืดคลี่กายลงปกคลุม

เจ้าเดินบนเส้นทางเดียวดาย
โอ.. ห่างไกลเพียงใดจากบ้าน

Mornie utúlie (darknesss has come)
Believe and you will find your way
Mornie alantie (darknesss has fallen)
A promise lives within you now

ความมืดมนมาเยือน
จงเชื่อมั่นและเจ้าจะค้นพบหนทางของเจ้า
ความมืดดำโปรยปราย
คำสัญญาสถิตอยู่คู่เจ้า ณ บัดนี้

May it be the shadows call
Will fly away
May it be your journey on
To light the day
When the night is overcome
You may rise to find the sun

ขอให้เงามืดที่เพรียกหา
จงโบกบินจากไป
ขอให้การเดินทางของเจ้า
จุดประกายฉายแสงแห่งวารวัน
ยามค่ำคืนกล้ำกราย
เจ้าจะทะยานขึ้นสู่ตะวัน

Mornie utúlie (darknesss has come)
Believe and you will find your way
Mornie alantie (darknesss has fallen)
A promise lives within you now

A promise lives within you now

เป็นเพลงเล็กๆ สำหรับคนตัวเล็กๆ อย่างฮอบบิทโฟรโด
และรู้สึกเสมอว่าหมายถึงตัวเราเองด้วย ที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่
หรือมีความสำคัญอะไร แค่อยากจะทำในสิ่งที่ดีๆ แม้จะเล็กน้อย
แต่จะทำเรื่อยๆ ไปค่ะ

------------------------------------------------------------------------

แปลเสร็จแล้ว ไม่แน่ใจว่าแปล May it be = ขอให้.. ได้ถูกต้องรึเปล่า
เลยไปค้นในกูเกิ้ล พบว่าในพันทิบเค้าแปลเพลงนี้กันไปแล้วอย่างวิจิตรเลย..
เอาแบบธรรมดาแล้วกันนะคะ ไม่ต้องลำบากใส่เครดิต กลั่นมาเองเลยค่ะ  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 02:55 น.
ชอบบบบบบบบบบบบบบบ +  :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 03:12 น.
ชอบ Enya เหมือนกันครับ
ว่ากันว่า ตอน Enya ออก อัลบั้มชุดแรก The Celts
เธอไม่ฟังเพลงคนอื่นเลย เป็นเวลาสามปี
ถึงได้ร้องเพลงออกมาในแนวนี้ได้

อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 02:54 น.
------------------------------------------------------------------------

แปลเสร็จแล้ว ไม่แน่ใจว่าแปล May it be = ขอให้.. ได้ถูกต้องรึเปล่า
เลยไปค้นในกูเกิ้ล พบว่าในพันทิบเค้าแปลเพลงนี้กันไปแล้วอย่างวิจิตรเลย..
เอาแบบธรรมดาแล้วกันนะคะ ไม่ต้องลำบากใส่เครดิต กลั่นมาเองเลยค่ะ  :22:

แปลถูกแล้วครับ

อย่าง May the force be with you
แปลว่า ขอพลังจงสถิตย์อยู่กับท่าน

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ต้น เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 03:54 น.
The Spirit Carries On - Dream Theater

Scene ที่ 8 จากอัลบั้ม Scenes from A Memory 

เพลงทั้งหมดในอัลบั้มจะเป็นเรื่องราวต่อเนื่องกันทั้งหมด

ีเนื้อหาของเพลงถูกแปลไว้โดยคุณ Blue Nile ใน เว็บพันทิป (http://topicstock.pantip.com/chalermkrung/topicstock/2006/01/C4038387/C4038387.html)

เพลงเพราะทั้งอัลบั้ม แต่ผมชอบเพลงนี้มากที่สุด ความหมายดีมากครับ

http://www.youtube.com/v/PF-cXjxgREQ&hl.swf

The Spirit Carries On
Music by Dream Theater
Lyrics by John Petrucci

Nicholas:
Where did we come from?
Why are we here?
Where do we go when we die?
What lies beyond
And what lay before?
Is anything certain in life?

They say, "Life is too short,"
"The here and the now"
And "You're only given one shot"
But could there be more,
Have I lived before,
Or could this be all that we've got?

If I die tomorrow
I'd be allright
Because I believe
That after we're gone
The spirit carries on

I used to be frightened of dying
I used to think death was the end
But that was before
I'm not scared anymore
I know that my soul will transcend

I may never find all the answers
I may never understand why
I may never prove
What I know to be true
But I know that I still have to try

If I die tomorrow
I'd be allright
Because I believe
That after we're gone
The spirit carries on

Victoria:
"Move on, be brave
Don't weep at my grave
Because I am no longer here
But please never let
Your memory of me disappear"

Nicholas:
Safe in the light that surrounds me
Free of the fear and the pain
My questioning mind
Has helped me to find
The meaning in my life again
Victoria's real
I finally feel
At peace with the girl in my dreams
And now that I'm here
It's perfectly clear
I found out what all of this means

If I die tomorrow
I'd be allright
Because I believe
That after we're gone
The spirit carries on


วิญญาณไม่รู้ดับ

นิโคลัส
เหล่าเรานั้นมาจากที่ใดหนา
แลสาเหตุที่เรามาคือสื่งใหน
เมื่อยามจากเราจะจากไปหนใด
เป็นคำถามอยู่ในใจมาแสนนาน

สิ่งที่ใดที่รอเราอยู่เบื้องหน้า
สิ่งใดที่คอยท่า ณ แดนใหม่
ในชีวิตหนึ่งชีวิตที่เกิดกาย
จะมีใหม อะไรที่แท้จริง

กล่าวกันว่า ชีวิตนี้สั้นนัก
คงรูปลักษณ์ เพียงหนึ่งกาล สถานที่
เพียงหนึ่งเดียวคือโอกาสที่ได้มี
แต่เพียงนี้ละหรือ คือชีวา

หากว่ามันไม่เป็นเช่นนั้นเล่า
หากว่าเราเคยเกิด มาก่อนหน้า
หรือว่าทุกชีวิตที่เกิดมา
มีชะตาให้คงชีพ เพียงชาติเดียว

แต่แม้หากต้องตกตายในพรุ่งนี้
ดวงฤดี จะยังใสไม่มัวหมอง
เพราะเชื่อว่าแม้ไร้ร่างกายครอง
จิตวิญญาณจะยังท่องเที่ยวเรื่อยไป

เคยหวาดกลัวความตายเป็นนักหนา
เคยคิดว่าตายคือจบ ไร้ภพใหม่
แต่บัดนี้ความกลัวจางหายไป
ด้วยมั่นใจในอมตะแห่งวิญญาณ

แม้ไม่ได้รู้ทุกคำเฉลย
แม้ไม่เคยได้เข้าใจทำไมหนอ
แม้ไม่ได้พิสูจน์ความจริงทุกข้อ
แต่ที่รู้ ต้องไม่ท้อ สู้ต่อไป

แต่แม้หากต้องตกตายในพรุ่งนี้
ดวงฤดี ก็จะยังคงแจ่มใส
เพราะเชื่อว่าแม้ชีพวายกายแหลกไป
จิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่จะอยู่ยง

วิคตอเรีย
มีชีวิตต่อไปนะเพื่อนเอ๋ย
อย่าเศร้าเลย น้ำตาเพื่อนอย่าให้ไหล
บัดนี้แม้ถึงเวลาจากกันไกล
ความทรงจำจะผูกใจไว้ด้วยกัน

นิโคลัส
ในวงล้อมแห่งแสงสว่างใส
อันห่างไกลความเจ็บปวดและเศร้าหมอง
ดวงใจอันล่องลอยและหมายปอง
ได้เข้าครองความหมายแห่งชีวิต

วิคทอเรียคือความจริงที่มีอยู่
นางในฝันที่รับรู้ไมตรีจิต
ณ ที่นี้ที่เราพบกันเยี่ยงมิตร
ข้อข้องจิตที่เคยมีก็ลี้ไป

แต่แม้หากต้องตกตายในพรุ่งนี้
ดวงฤดี ก็จะยังคงแจ่มใส
เพราะเชื่อว่าแม้ชีพวายกายแหลกไป
จิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่จะอยู่ยง.....

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 08:34 น.
โอ้ สุดยอดทุกท่านเลยครับ :25:
เดี๋ยวมีเวลามากกว่านี้จะมาแสดงความคิดเห็นยาวๆนะครับ
คืออ่านไปก็มีความคิดเห็นกับทุกเพลง ตอนนี้ติดไว้ก่อน :44:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 09:00 น.
Too Much Heaven - BeeGees 

*Nobody gets too much heaven no more   เราคงไม่มีความรักให้กันอีก
It's much harder to come by                     มันยากนักที่จะหวนกลับมา
I'm waiting in line                                    แต่ฉันจะเฝ้ารออยู่ปลายฟากนั้น
Nobody gets too much love anymore      ถึงแม้ว่าเราจะไม่รักกันอีกแล้ว
It's as high as a mountain                        เพรารักดั่งเหมือนดั่งขุนเขา
And harder to climb                                 ที่ยากเกินกว่าจะไปถึง

Oh you and me girl                                  ทั้งเธอและฉัน
Got a lot of love in store                          ได้เก็บรักนั้นไว้ภายในมากมาย
And it flows through you                         และเมื่อสายใยรักนั้นผ่านไปยังตัวเธอ
And it flows through me                          และส่งผ่านมายังฉัน
And I love you so much more                   มันยิ่งทำให้ฉันรักเธอมากขึ้นไปอีก
Then my life..I can see beyond forever     เท่านี้ชีวิตก็คงมีความสุขตลอดไป
Ev'rything we are will never die                ทุกสิ่งทุกอย่างของสองเราจะไม่มีวันจางหาย
Loving's such a beautiful thing                  รักเป็นสิ่งสวยงาม
Oh you make my world.. a summer day    และทำให้โลกของฉันสดใสอยู่ตลอดเวลา
Are you just a dream to fade away           หรือเธอเป็นเพียงฝันที่ล่องลอย เลือนลางแล้วจางหายไป

*

You and me girl got a highway to the sky     ฉันและเธอจะโบยบินไปบนฟากฟ้า
We can turn away from the night and day     พาเธอลืมวันและคืน
And the tears you had to cry                          และลืมคืนวันที่เธอเคยต้องเสียน้ำตา
You're my life..                                              เธอคือชีวิตของฉัน
I can see a new tomorrow                              ฉันเริ่มเห็นหนทางในวันข้างหน้า
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 09:19 น.
ขออภัยถ้าไม่ถูกกติกา!
............................
ผมชอบเพลงเจ้าพ่อเซียงไฮ้มาก
เลยอยากรู้คำแปล ณ ขณะนั้น
ยังไม่มีคนใกล้ตัวรู้ภาษจีนมากนัก
ค้นไปใน กูเกิ้ล เจอเว็บของ อ.อี้
มีนักแปลคนนึงแปลมาให้ตรวจ
ผมอ่านแล้ว เออมันดีแท้ๆ
http://www.yimsiam.com/club/board/topicRead.asp?wbID=chinesejoyclub&id=000083
.....................................
"เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้" (นักร้อง เย่ลี่อี๋) หรือ เติ้งลี่จวิน


คลื่นทะเลไหลทะลัก
ลงสู่ธารน้ำคลื่นยักษ์อย่างไม่หยุดยั้ง
เป็นระยะทางหมื่นลี้
ชะล้างเรื่องราวของโลกมนุษย์จนหมดสิ้น
ปนเปกัน ราวกับกระแสน้ำสายหนึ่งที่เชี่ยวกราก
เป็นความสุขหรือว่าเป็นความวิตกกังวล
ในกระแสคลื่นนั้น
ฉันแยกไม่ออกระหว่างการหัวเราะอย่างสนุกสนาน
และความเศร้ากังวล
ความสำเร็จหรือความล้มเหลว
ในกระแสคลื่นนั้น
ฉันดูไม่ออกว่ามีหรือว่าไม่มี

รักเธอเกลียดเธอฉันถามเธอ
เธอนั้นจะรู้หรือไม่

เหมือนกับแม่น้ำขนาดใหญ่
ซึ่งมีแต่สายน้ำที่ไม่มีวันไหลย้อนกลับ
ไหลเคี้ยวคดผ่านอ่าวและหาดนับพัน
รวมทั้งก็ไม่เคยสงบสันติ
ในท่ามกลางการแก่งแย่งชิงดี
มีความสุขเกิดขึ้นอีก
มีความวิตกกังวลเกิดขึ้นอีก
ต่อให้แยกไม่ออก
ระหว่างการหัวเราะอย่างสนุกสนาน
และความเศร้ากังวล
ฉันก็จะยังคงยินยอม พิชิตคลื่นต่าง ๆ นานา
ให้ขึ้นลงอยู่ในใจของฉัน
ก็เพียงพอแล้ว

--จากนักแปลฝึกหัดครับ
http://www.yimsiam.com/
..............................................

浪奔浪流
万里涛涛江水永不休
淘尽 了世间事
混作滔滔一片潮流
是喜是愁
浪里分不清欢笑悲忧
成功失败
浪里看不出有未有
爱你恨你问君知否
似大江一发不收 (?
转千弯转千滩
亦未平复此中争斗
又有喜又有愁
就算分不清欢笑悲忧
仍愿翻百千浪
在我心中起伏够
..........................................


ส่วนนี้ก็ของคนอื่น
ผมไปเอามาจากเว็บ ลิเวอร์พูล
หาคนแปลไม่ได้
เลยบอกที่มาได้เพียงเท่านี้

You'll never walk alone

(The Liverpool FC Anthem)

When you walk through a storm,
Hold your head up high,
And don't be afraid of the dark.
At the end of a storm,
There's a golden sky,
And the sweet silver song of a lark.
Walk on through the wind,
Walk on through the rain,
Though your dreams be tossed and blown..
Walk on, walk on, with hope in your heart,
And you'll never walk alone.
You'll never walk alone.
Walk on, walk on, with hope in your heart,
And you'll never walk alone.
You'll never walk alone.

ยามใดที่คุณได้เดินฝ่าพายุร้าย
จงภูมิใจในสิ่งที่คุณได้ฝ่าฝัน จนผ่านพ้นมา
และอย่าได้หวาดกลัวกับความมืดมน
เมื่อพายุนั้นได้ผ่านพ้นไป
จะมีท้องฟ้าทอแสงสว่างสดใส
และมีท่วงทำนองอันแสนหวาน ที่ขับขานจากนกลาร์ค
ก้าวเดินต่อไปฝ่าสายลมแรง
ก้าวเดินต่อไปแม้สายฝนโหมกระหน่ำ
แม้ว่าความฝันของคุณจะถูกทำร้าย จนแทบสิ้นกำลัง
ก้าวเดินต่อไป ก้าวเดินต่อไป
ด้วยความหวังเต็มเปี่ยมภายในใจ
และคุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย
คุณจะจะไม่มีวันเดินเดียวดาย
ก้าวเดินต่อไป ก้าวเดินต่อไป
ด้วยความหวังเต็มเปี่ยมภายในใจ
และคุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย
คุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 17:52 น.
A Lover's Concerto แปลทิ้งไว้นานมากๆๆๆๆๆๆๆ
เพิ่มภาพประกอบเข้าไป งุงิมากๆ  :25:


http://www.ijigg.com/songs/V2CCG4BP0&Autoplay=0
อ้างคำพูดจาก: psyfer_DeV เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 17:43 น.
เอา A Lover's Concerto มาเล่น  :27:

(http://img.thzhost.com/i/km/09nd1.jpg) (http://img.thzhost.com/show.php?id=c1711197f00eca94995abc9152d5971a)

(http://img.thzhost.com/i/jt/phw32.jpg) (http://img.thzhost.com/show.php?id=6a4807f8b15689906829b081e22d1102)

(http://img.thzhost.com/i/1j/pcs93.jpg) (http://img.thzhost.com/show.php?id=e14df2007a74298b86b8526063d2d383)

(http://img.thzhost.com/i/u1/gkrb4.jpg) (http://img.thzhost.com/show.php?id=9723b35fad2bf3ce3752707fb5fd4fb1)

(http://img.thzhost.com/i/ct/lhkp5.jpg) (http://img.thzhost.com/show.php?id=d9f8e8f2c239c1f797383be3157040b4)

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 18:00 น.
เพลงเค้าก็หวานอยู่แล้ว.. นี่ยิ่งหวานไปกันใหญ่เลยค่ะ .. :40:

รูปประกอบน่ารักมากๆ.. ช่วยด้วยน้ำตาลในเลือดขึ้น..
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 18:03 น.
หวานเกิ๊น :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 18:04 น.
ก็ว่า  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 18:05 น.


นอกจากหวาน ยังแหววด้วยค่ะ  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: บัวริมบึง เมื่อ 26 เม.ย. 2008, 00:11 น.
หวานมากค่ะ ชอบๆๆ :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 26 เม.ย. 2008, 00:17 น.
โอ้ว จู๋ยอดเยี่ยมแห่งปี :25:

โคตรชอบเลยครับ
อ่านไปน้ำตาไหลไป  :05:

ิจริงนะเอ้อ หลายเพลงเป็นเพลงที่ฟังอยู่เสมอ และคิดตามเนื้อเพลงไปด้วย
พอได้อ่านความหมายที่เก้อ น้าโอ๋ น้าณต ถอดความแล้ว
:05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Layiji เมื่อ 26 เม.ย. 2008, 09:40 น.
อ๋อ เฮียอ๋าซึ้ง
เหรอครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 26 เม.ย. 2008, 15:05 น.
http://www.ijigg.com/jiggPlayer.swf?songID=V2CADEEBPA0&Autoplay=0"">



Time can never mend the careless whispers of a good friend
To the heart and mind, ignorance is kind
there's no comfort in the truth
pain is all you'll find

Should've known better

I feel so unsure ฉันรู้สึกไม่ปลอดภัยเลย
as I take your hand and lead you to the dance floor ขณะที่เธอจูงมือฉันไปยังฟลอร์เต้นรำ
as the music dies, something in your eyes คล้ายกับว่าเสียงดนตรีเงียบงัน มีบางอย่างในแววตาเธอ
calls to mind the silver screen สิ่งที่ปกปิดไว้ มันแสดงออกมา
and all its sad good-byes และทั้งหมดคือคำอำลา

I'm never gonna dance again ฉันจะไม่เต้นรำอีกแล้ว
guilty feet have got no rhythm ความรู้สึกผิดทำให้เท้าของฉันก้าวไม่เป็นจังหวะ
though it's easy to pretend ถึงแม้มันจะแสนง่ายที่จะปิดบัง
I know you're not a fool แต่ฉันรู้ดี ว่าเธอไม่ใช่คนโง่เขลา

Should've known better than to cheat a friend น่าจะรู้ตัวก่อนจะไม่ซื่อสัตย์กับเพื่อน
and waste the chance that I've been given และทำลายโอกาสที่ฉันเคยได้รับ
so I'm never gonna dance again ฉันจะไม่เต้นรำอีกแล้ว
the way I danced with you แบบที่ฉันเคยเต้นรำกับเธอ

Time can never mend เวลาก็ไม่สามารถเยียวยาได้
the careless whispers of a good friend เสียงกระซิบที่ไร้ค่าจากเพื่อนดีๆ
to the heart and mind สู่แก่นแท้ของหัวใจ

ignorance is kind ไม่รู้เสียเลยจะดีกว่า
there's no comfort in the truth ในความเป็นจริงไม่มีคำปลอบประโลมใดๆ
pain is all you'll find ความเจ็บปวดรวดร้าวต่างหาก ที่เธอจะได้รับ

I'm never gonna dance again
guilty feet have got no rhythm
though it's easy to pretend
I know you're not a fool

Should've known better than to cheat a friend
and waste this chance that I've been given
so I'm never gonna dance again
the way I danced with you

Never without your love เมื่อไม่มีความรักจากเธอแล้ว ฉันก็จะไม่เต้นรำอีกต่อไป

Tonight the music seems so loud ท่ามกลางเสียงดนตรีที่ครื้นเครง
I wish that we could lose this crowd ฉันอยากหายตัวไปจากคนเหล่านี้
Maybe it's better this way มันน่าจะดีกว่า
We'd hurt each other with the things we'd want to say ดีกว่าที่เราจะทำร้ายกันและกัน ด้วยความในใจ

We could have been so good together  เราอาจจะมีความสุขด้วยกันนิจนิรันดร์
We could have lived this dance forever เราอาจจะเต้นระบำด้วยกันได้ตลอดไป
But noone's gonna dance with me แต่ตอนนี้ไม่มีใครเลย

Please stay โปรดเถอะ อยู่กับฉัน



And I'm never gonna dance again
guilty feet have got no rhythm
though it's easy to pretend
I know you're not a fool

Should've known better than to cheat a friend
and waste the chance that I've been given
so I'm never gonna dance again
the way I danced with you

(Now that you're gone) Now that you're gone และตอนนี้ เธอไปแล้ว.. เธอไปแล้ว..
(Now that you're gone) What I did's so wrong เธอไปแล้ว.. .. ฉันทำผิดหรือไร
that you had to leave me alone   เธอจึงทิ้งฉันไว้ เพียงลำพัง


:25: จบแล้ววว
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 26 เม.ย. 2008, 16:50 น.
แปลกันสวยๆทั้งนั้นเลย :39:

ส่วนที่ผมแปลอยู่นี่ โอ้ว :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 26 เม.ย. 2008, 17:26 น.



อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 24 เม.ย. 2008, 10:48 น.
มาแล้วครับ นกเขาของอุ้ย
เขียนไว้สักสองปีที่แล้วมั้งครับ
เนียนคุยกับอุ้ยได้เพราะเพลงนี้แหละ :26:
ยาวมากนะเออ บอกไว้ก่อน :30:

คูคคูรูค.คุคคู.รร... พิราบเอ๋ย ..

(http://blueology.exteen.com/images/image/hableconella.jpg)

Talk To Her หรือ Hable con Ella
ภาพยนต์ระดับมาสเตอร์พีซที่ลืมไม่ลงของ
เปรโด อัลโมโดบาร์ ผู้กำกับที่โด่งดังที่สุดของเสปน
คงจะนำพาความรันทด สู่ใจผู้ชมพร้อมกับความตื่นตะลึง
ในวิธีการเล่าเรื่องที่แสนงามสง่าเหมือนหงส์ที่ปรากฏกาย
กลางท้องถนนที่พลุกพล่านเหมือนกับเป็นดวงตะวัน
ที่ค่อยๆ ปรากฏกายก่อนจะลาลับท่ามกลางผืนดินสีส้ม
ที่ทอดยาวของเสปน

(http://blueology.exteen.com/images/caetano02.jpg)

แต่สิ่งหนึ่งที่หลายๆคนคนอาจจะติดใจเสียยิ่งกว่าตัวหนัง
เห็นจะเป็นฉากๆหนึ่งในเรื่อง นางเอกพาพระเอกไปที่งานเลี้ยง
แห่งนึงซึ่งจัดที่สวนหน้าบ้าน ผู้คนกำลังล้อมวงฟัง
นักดนตรีดีดกีตาร์สไตล์ละติน ที่เรียกกันว่า El Mariachi
นักดนตรีที่แต้มใบหน้าเฉยเมยด้วยริ้วรอยกำลังร้องเพลงเสปน
เพลงหนึ่ง ฉากนี้ผู้กำกับจงใจทิ้งไว้อย่างยาวนาน
จนจวนจะกลายเป็นการถ่ายทำคอนเสิร์ต

จนเรา(หรือใครก็ตามที่ฟังมันร้องไม่ออก)
คงข้องใจว่ามันมีความหมายขนาดนั้นเลยเหรอ

(http://blueology.exteen.com/images/image/caetano.jpg)
(ภาพประกอบ แค็ปมาจากดีวีดีด้วยตัวเอง ห้ามจำหน่ายจ่ายแจก)

แม้จะฟังไม่ออก แต่พอเพลงแล่นมาถึงท่อนฮุค
ความหอมหวนอ้อยอิ่ง ของท่วงทำนองนั้น
ก็แทบเข่นฆ่าลมหายใจผู้ฟังให้ขาดผึง!
แล้วในเรื่อง พระเอกก็น้ำตาไหลออกมา

ไม่ได้ร้องไห้ด้วย แค่น้ำตาไหล.


ฉากนี้จบลงที่พระเอกเดินหนีออกมาจากกลุ่มคน
คล้ายกับทนฟังต่อไม่ได้ แล้วเรื่องก็ดำเนินต่อไปในอีกทิศทางหนึ่ง

นับจากดูครั้งแรกเราก็เก็บความสงสัยมาเป็นเวลาหลายปี
ว่าเพลงนั้นมันคืออะไร จนอินเตอร์เน็ตมีกูเกิ้ล(นานไปป่าววะ)
และโลกนี้มีโปรแกรมโหลดเพลง(เพราะคงหาซื้อไม่ได้)
เราจึงได้ฟังเพลงนี้เต็มๆเมื่อไม่นานมานี้
ความรู้สึกลมหายใจแทบหมดตอนฟังก็ไม่ต่างจากเดิม

เพลงนี้ชื่อ Cucurrucucu Paloma เป็นเพลงดั้งเดิมของเสปน
และเป็นที่รู้จักทั่วโลกละติน มีการนำไปขับร้องหลายต่อหลายเวอร์ชั่น
นับกันไม่หวาดไม่ไหว ก็ประเทศที่ใช้ภาษาเสปน บนโลกเรามีมากมาย
เปรียบไปก็น่าจะคล้ายๆเพลงของสุนทราภรณ์ที่ถูกร้องซ้ำแล้วซ้ำอีก

ใน Talk to Her คนที่ร้องในฉากนั้นคือ Caetano Veloso
ศิลปินเสปนที่มีชื่อเสียง ให้เกียรติมาแสดงเอง
มาพรมลมหายใจที่อ่อนหวานลงบนเส้นกีตาร์ที่บางเฉียบสะกดฉากๆนั้น
ส่วนตัวเพลงดั้งเดิมแต่งโดย Tomás Méndez เมื่อกว่า 40 ปีมาแล้ว
ใครก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ และยิ่งได้พบเวอร์ชั่นต่างๆของเพลงนี้
ยิ่งพบว่า เราเคยได้ฟังมันแล้วหลายครั้ง ในภาพยนต์หลายเรื่อง
ตั้งแต่ El Mariachi หนังต้นฉบับดั้งเดิมในตอนที่ไม่มีทุน
ของหนังดังโคตรๆอย่าง Desperado ของโรเบิร์ต โรดิเกวซ

(http://blueology.exteen.com/images/Happy_Together_7937f.jpg)

และที่เจ๋งมากๆคือมันเคยปรากฏในหนัง Happy Together
ของหว่องกาไวเสียด้วย แน่นอนหนังเรื่องนี้เป็นเหมือนโปสการ์ด
ที่ซึมเศร้าของหว่อง จากบัวโนสไอเรส-อาร์เจนติน่า
เพลงๆนี้จึงเป็นเหมือนน้ำเสียงที่แจ่มชัดของเมืองหลวง
แห่งโลกละตินแห่งนี้


นี่เป็นฉากดังกล่าวในเรื่อง Talk to Her
และต่อจากนั้นคือความพยายามในการถอดความ
เป็นภาษาไทย เพื่อจะได้เข้าใจสักทีว่าความหมาย
ของเพลงนี้ต่อหนัง หลายต่อหลายเรื่องที่มันไปปรากฏ
คืออะไรกันแน่

http://www.youtube.com/v/a9kRUY4WLFI&hl

Cucurrucucu Paloma

Dicen que por las noches
Nomas se le iba en puro llorar,
Dicen que no comia,
Nomas se le iba en puro tomar,
Juran que el mismo cielo
Se estremecia al oir su llanto;
Como sufrio por ella,
Que hasta en su muerte la fue llamando

Ay, ay, ay, ay, ay,... cantaba,
Ay, ay, ay, ay, ay,... gemia,
Ay, ay, ay, ay, ay,... cantaba,
De pasión mortal... moria

อายยา.ยายยา ยาา.. คนตาบา
อายยายาย.ยา ย..ยา เกมีอาาา
อายยายา..ยยา ยา า.. คนตาบา
เด ปาสิอน มนตราล มอรีอา...

Que una paloma triste
Muy de manana le va a cantar,
A la casita sola,
Con sus puertitas de par en par,
Juran que esa paloma
No es otra cosa mas que su alma,
Que todavia la espera
A que regrese la desdichada

Cucurrucucu... paloma,
Cucurrucucu... no llores,
Las piedras jamas, paloma
¡Que van a saber de amores!
Cucurrucucu... cucurrucucu...
Cucurrucucu... paloma, ya no llores


คูคคูรูค.คุคคู.รร... ปาโลมา
คูคคูรูคคุ..คู.รรร..ร.. โน โญเรลเลสฺ
ลาสฺ ปิเอดราสฺ ญามาสฺ ปาโลมา
เก แฟนา ซาเบรฺ เด อาโมเรสฺ
คูคคูรูคคุ..คู.รรร..ร.. คูคคูรูค.
คุคคู.รร คูคคูรูค.คุคคู.รร... ปาโลมา ยา โน โญเรลเลสฺ


ถอดความ

เสียงลือเสียงร่ำกัน ว่ายามค่ำคืน
เจ้าได้แต่ร้องร่ำคร่ำครวญ
ซ้ำเจ้ายังไม่ยอมนอนยอมกิน
ได้แต่ดื่มเหล้าเสียเมามาย
ฟังสิฟัง แม้เบื้องบนยังหลั่งหยาดฝน
ยามยินเสียงเจ้าน้ำตานอง
ขมขื่นเพียงใดหรือ...เจ้าเอย
นางลาลับไปพร่ำเรียกเจียนตาย มิหวนคืน

อายยา.ยายยา ยาา.. เจ้าร้องเพลง
อายยายาย.ยา ย..ยา เจ้าร้องไห้
อายยายา..ยยา ยา า..เจ้ายังร้องเพลง
เจ้าร้องเจียนตาย ใยเล่าเขาไม่เหลียวมอง

พิราบกระพือปีกซึมเศร้า
โผผินมามาผิวเพลงยามเช้านั่นอย่างไรเล่า เจ้าเอย
สู่เรือนหลังน้อย
สู่หน้าต่างบานกว้าง เปิดอ้า
ร่ำร้องกันว่า พิราบนั้นใยช่างเหมือนตัวเจ้าเล่า
ซึมเศร้าถึงวิญญาณ
มันยังเฝ้ารอนางนั้นหวนกลับ โอ...

คูคคูรูค.คุคคู.รร... พิราบเอย
คูคคูรูคคุ..คู.รรร..ร.. อย่าร้องไปเลย
ก้อนหินมิอาจร่ำไห้ รู้บ้างไหม พิราบเอย
เจ้ารู้อันใดบ้างไหมเล่า ในเรื่องรัก .



...............

พยายามคงอรรถรสเนื้อความเดียวกับอารมณ์เพลง
ให้มากที่สุดเท่าที่ความสามารถจะมีแล้วล่ะครับ
ชื่อเพลงที่ฟังดูตลก คูคูรุคุคู ปาโลมา
ไม่ได้แปลว่าปลาโลมา แต่มันคือ นกพิราบและ
เสียงนกพิราบขันคูนั่นเอง คงคล้ายๆ
โน่นแน่ะนกเขาคู จุ๊ก จุ๊กกรูบ้านเรา
แต่นี่เป็นนกพิราบ กระพือปีกบินมาปลอบ
ชายหนุ่มที่เจียนตายเพราะสูญเสียความรักไป

ผมตีโจทย์ว่ามันเหมือนกับเพลงทูล ทองใจ หรืออะไรยุคนั้น
ดูจากอายุอานามของเพลง และความอมตะ เทียบกันได้ตามนั้นเลย
เลยอยากแปลให้มันออกมาโบราณและภาษาคร่ำครวญแบบเดียวกัน
ไม่รู้ว่าสำเร็จไหมนะครับ :44:



เอ้อ ถ้าอุตส่าห์อ่านมาถึงตรงนี้ถือว่าเก่งครับ ขอบคุณมาก :30:





รักเก้อร์ จุ๊ฟๆ :25: :27:+


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 28 เม.ย. 2008, 02:10 น.
ไม่มีความสามารถด้านภาษา แต่อยากรู้ความหมายเพลงนี้ครับ  :25:


Can't Smile Without You
Barry Manilow

You know I can't smile without you
I can't smile without you
I can't laugh and I can't sing
I'm finding it hard to do anything
You see I feel sad when you're sad
I feel glad when you're glad
If you only knew what I'm going through
I just can't smile without you

You came along just like a song
And brightened my day
Who would have believed that you were part of a dream
Now it all seems light years away

And now you know I can't smile without you
I can't smile without you
I can't laugh and I can't sing
I'm finding it hard to do anything
You see I feel sad when you're sad
I feel glad when you're glad
If you only knew what I'm going through
I just can't smile

Now some people say happiness takes so very long to find
Well, I'm finding it hard leaving your love behind me

And you see I can't smile without you
I can't smile without you
I can't laugh and I can't sing
I'm finding it hard to do anything
You see I feel glad when you're glad
I feel sad when you're sad
If you only knew what I'm going through
I just can't smile without you


ผู้ใดใจดีถอดความให้หน่อยครับ  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 28 เม.ย. 2008, 03:15 น.
Can't Smile Without You
Barry Manilow

You know I can't smile without you
I can't smile without you
I can't laugh and I can't sing
I'm finding it hard to do anything
You see I feel sad when you're sad
I feel glad when you're glad
If you only knew what I'm going through
I just can't smile without you

เธอรู้ดีว่าฉันไม่อาจยิ้มได้หากไม่มีเธอ
ฉันไม่อาจยิ้มหากปราศจากเธอ
ฉันไม่อาจหัวเราะ และไม่อาจร้องเพลง
ฉันพบว่ามันยากยิ่งนักที่จะทำสิ่งใดๆ
เธอก็เห็นว่าฉันเศร้ายามเธอเศร้า
ฉันยินดีเมื่อเธอยินดี
ถ้าเพียงแต่เธอรู้ว่าฉันกำลังเผชิญกับอะไร
ไม่มีเธอฉันไม่อาจยิ้มได้เลย

You came along just like a song
And brightened my day
Who would have believed that you were part of a dream
Now it all seems light years away

เธอเข้ามาเปรียบเหมือนเพลงซักเพลง
ที่ส่องสว่างให้กับวันของฉัน
ใครจะเชื่อว่าเธอเคยเป็นส่วนหนึ่งในความฝัน
ซึ่งตอนนี้ดูราวกับว่าอยู่ห่างออกไปหลายปีแสง

And now you know I can't smile without you
I can't smile without you
I can't laugh and I can't sing
I'm finding it hard to do anything
You see I feel sad when you're sad
I feel glad when you're glad
If you only knew what I'm going through
I just can't smile

เธอรู้ดีว่าฉันไม่อาจยิ้มได้หากไม่มีเธอ
ฉันไม่อาจยิ้มหากปราศจากเธอ
ฉันไม่อาจหัวเราะ และไม่อาจร้องเพลง
ฉันพบว่ามันยากยิ่งนักที่จะทำสิ่งใดๆ
เธอก็เห็นว่าฉันเศร้ายามเธอเศร้า
ฉันยินดีเมื่อเธอยินดี
ถ้าเพียงแต่เธอรู้ว่าฉันกำลังเผชิญกับอะไร
ไม่มีเธอฉันไม่อาจยิ้มได้เลย

Now some people say happiness takes so very long to find
Well, I'm finding it hard leaving your love behind me

ในตอนนี้บางคนกล่าวว่าความสุขนั้นใช้เวลานานกว่าจะหาพบ
ฉันพบว่ามันยากยิ่งนักที่จะทิ้งความรักของเธอไว้เบื้องหลัง

And you see I can't smile without you
I can't smile without you
I can't laugh and I can't sing
I'm finding it hard to do anything
You see I feel glad when you're glad
I feel sad when you're sad
If you only knew what I'm going through
I just can't smile without you

เธอรู้ดีว่าฉันไม่อาจยิ้มได้หากไม่มีเธอ
ฉันไม่อาจยิ้มหากปราศจากเธอ
ฉันไม่อาจหัวเราะ และไม่อาจร้องเพลง
ฉันพบว่ามันยากยิ่งนักที่จะทำสิ่งใดๆ
เธอก็เห็นว่าฉันยินดียามเธอยินดี
ฉันเศร้าเมื่อเธอเศร้า
ถ้าเพียงแต่เธอรู้ว่าฉันกำลังเผชิญกับอะไร
ไม่มีเธอฉันไม่อาจยิ้มได้เลย

*******
ภาษาบ้านๆ เลยนะคะ..  :02:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 28 เม.ย. 2008, 07:05 น.
ฉันคงปราศจากรอยยิ้มหากไม่มีเธอ  :40:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 28 เม.ย. 2008, 11:09 น.






Love will keep us alive โลกหมุนด้วยความรัก


I was standing
All alone against the world outside
You were searching
For a place to hide

โดดเดี่ยวเดียวดาย
ฉันต่อสู้กับทั้งโลกเพียงลำพัง
เสาะสนค้นหา
เธอไขว่คว้าเพียงสถานพักกาย


Lost and lonely
Now you've given me the will to survive
When we're hungry... love will keep us alive

เคยอ้างว้างหลงทาง
แต่เธอคือแสงสว่างชี้ทางให้ฉัน
แม้ยามหิวโหย ความรักจะโอบอุ้มเรา


Don't you worry
Sometimes you've just gotta let it ride
The world is changing
Right before your eyes

อย่ากังวลเลย
บางเรื่องราวควรไหลตามกาล
หมุนเวียนเปลี่ยนผัน
โลกแปรไปไม่เว้นวัน


Now I've found you
There's no more emptiness inside
When we're hungry...love will keep us alive

เราสอง
ต่างเติมเต็มให้กันและกัน
แม้ยามหิวโหย ความรักจะโอบอุ้มเรา


I would die for you
Climb the highest mountain
Baby, there's nothing I wouldn't do

แม้นต้องตาย
หรือปีนป่ายผาสูงชัน
ที่รัก ฉันพลีกายเพื่อเธอ


I was standing
All alone against the worlk outside
You were searching
For a place to hide

โดดเดี่ยวเดียวดาย
ฉันต่อสู้กับทั้งโลกเพียงลำพัง
เสาะสนค้นหา
เธอไขว่คว้าเพียงสถานพักกาย


Lost and lonely
Now you've given me the will to survive
When we're hungry...love will keep us alive
When we're hungry...love will keep us alive
When we're hungry...love will keep us alive

เคยอ้างว้างหลงทาง
แต่เธอคือแสงสว่างชี้ทางให้ฉัน
แม้ยามหิวโหย ความรักจะโอบอุ้มเรา



ไม่มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับเพลงครับ ขี้เกียจกูเกิ้ล :37:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 28 เม.ย. 2008, 11:14 น.
ขอบคุณแอ้ครับ  :40:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 28 เม.ย. 2008, 11:17 น.
นึกว่าเพลงเวอร์ชันภาษาอังกฤษของ โลกหมุนด้วยความรัก - Crescendo  :40:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 28 เม.ย. 2008, 11:20 น.
 :22: สุขใจที่ได้แปลค่ะ ชอบเพลงนี้เหมือนกัน..

เมื่อคืนพยายามเอาคลิปมาลงด้วยค่ะ คอนเสิร์ตเก๊าเก่า.. แต่ว่ามันลงไม่ได้.. ไม่รู้เป็นไง..
แล้วก็เลยสลบไปเองตามเวลา..  :21:

สำหรับ Crescendo นี่..ชอบ ความจริงในใจ ที่สุดเลย  :40:



กร๊าก ตอบช้าไป ..โดนตัดหน้าซะแล้วต๋อย  
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 28 เม.ย. 2008, 11:34 น.
NUMB - LinkinPark

I'm tired of being what you want me to be
Feeling so faithless lost under the surface
Don't know what you're expecting of me
Put under the pressure of walking in your shoes
(Caught in the undertow just caught in the undertow)
Every step that I take is another mistake to you
(Caught in the undertow just caught in the undertow)

ฉันเหน็ดเหนื่อยกับสิ่งที่เธอต้องการให้ฉันเป็นเหลือเกิน
ไร้ซึ่งความหวัง จมลึกลงไปเรื่อย
ไม่รู้ว่าเธอคาดหวังอะไรจากฉัน
กดดันให้เดินตามทางที่เธอเลือกไว้ให้แล้ว
(ติดอยู่ในคลื่นที่ซัดสาด โดนคลืนซัดสาด)
ทุกๆ การกระทำของฉันคือ ข้อผิดพลาดของเธอ

I've become so numb I can't feel you there
Become so tired so much more aware
I'm becoming this all I want to do
Is be more like me and be less like you

ฉันรู้สึกเหมือนเป็นคนโง่เหลือเกิน ไม่ได้รู้สึกว่ามีเธอรออยู่
เหนื่อยขึ้นเรื่อยๆ ระมัดระวังมากขึ้นเรื่อยๆ
ที่ฉันเป็นอย่างนี้ ที่ฉันต้องการมีเพียงอย่างเดียว
ให้ฉันเป็นตัวฉันเองเถอะ

Can't you see that you're smothering me
Holding too tightly afraid to lose control
Cause everything that you thought I would be
Has fallen apart right in front of you
(Caught in the undertow just caught in the undertow)
Every step that I take is another mistake to you
(Caught in the undertow just caught in the undertow)
And every second I waste is more than I can take

ไม่เห็นเหรอว่าเธอกำลังทำให้ฉันอึดอัดหายใจไม่ออก
กอดไว้อย่างแน่นหนา กลัวที่จะสูญเสียการควบคุม
เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอคิดว่าฉันเป็น
คือเศษซากที่กองอยู่ตรงหน้าเธอ
(ติดอยู่ในคลื่นที่ซัดสาด โดนคลื่นซัดสาด)
ทุกๆ การกระทำของฉันคือ ข้อผิดพลาดของเธอ
(ติดอยู่ในคลื่นที่ซัดสาด โดนคลื่นซัดสาด)
และทุกๆ วินาทีที่ฉันเสียไป มันมากเกินกว่าที่ฉันจะอดทนได้อีก

[Chorus]
I've become so numb I can't feel you there
Become so tired so much more aware
I'm becoming this all I want to do
Is be more like me and be less like you

ฉันรู้สึกเหมือนเป็นคนโง่เหลือเกิน ไม่ได้รู้สึกว่ามีเธอรออยู่
เหนื่อยขึ้นเรื่อยๆ ระมัดระวังมากขึ้นเรื่อยๆ
ที่ฉันเป็นอย่างนี้ ที่ฉันต้องการมีเพียงอย่างเดียว
ให้ฉันเป็นตัวฉันเองเถอะ

And I know
I may end up failing too
But I know
You were just like me with someone disappointed in you

และฉันรู้
ว่าฉันอาจจะผิดหวังไปด้วย
แต่ฉันรู้
เธอก็เหมือนกับฉันที่มีคนผิดหวังในตัวเธอ

[Chorus]
I've become so numb I can't feel you there
Become so tired so much more aware
I'm becoming this all I want to do
Is be more like me and be less like you

ฉันรู้สึกเหมือนคนโง่ ไม่ได้รู้สึกว่ามีเธอรออยู่
เหนื่อยขึ้นเรื่อยๆ ระมัดระวังมากขึ้นเรื่อยๆ
ที่ฉันเป็นอย่างนี้ ที่ฉันต้องการมีเพียงอย่างเดียว
ให้ฉันเป็นตัวฉันเองเถอะ

[Chorus]
I've become so numb I can't feel you there
I'm tired of being what you want me to be
I've become so numb I can't feel you there
I'm tired of being what you want me to be

ฉันรู้สึกเหมือนคนโง่ ไม่ได้รู้สึกว่ามีเธอรออยู่
ฉันเหน็ดเหนื่อยกับสิ่งที่เธอต้องการให้ฉันเป็นเหลือเกิน
ฉันรู้สึกเหมือนคนโง่ ไม่ได้รู้สึกว่ามีเธอรออยู่
ฉันเหน็ดเหนื่อยกับสิ่งที่เธอต้องการให้ฉันเป็นเหลือเกิน...



แปลสดๆ ครับ รู้สึกมันยังแหม่งๆ อยู่  :37:
ไม่มีที่มาที่ไปครับ เพลงมันส์ แค่นั้นเอง

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 28 เม.ย. 2008, 14:02 น.
+ พี่แอ้ และพี่อุ้ยค่ะ
+ นังเอห์ด้วยฮร่า  :33:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 28 เม.ย. 2008, 22:58 น.
เคยฝังใจกับเพลงนี้ ตอนหัดเล่นกีตาร์ตอนเด็กๆ
(มาจนตอนนี้ก็ยังเล่นไม่ได้  :30:)
คิดว่าทุกคน คงรู้จัก

http://www.youtube.com/v/eZGWQauQOAQ&hl=en


The Sound of Silence - Simon & Garfunkel

Hello darkness, my old friend
I've come to talk with you again
Because a vision softly creeping
Left its seeds while I was sleeping
And the vision that was planted in my brain
Still remains
Within the sound of silence

In restless dreams I walked alone
Narrow streets of cobblestone
'Neath the halo of a street lamp
I turn my collar to the cold and damp
When my eyes were stabbed by the flash of a neon light
That split the night
And touched the sound of silence

And in the naked light I saw
Ten thousand people maybe more
People talking without speaking
People hearing without listening
People writing songs that voices never shared
No one dared
Disturb the sound of silence

"Fools," said I, "you do not know
Silence like a cancer grows
Hear my words that I might teach you
Take my arms that I might reach you"
But my words like silent raindrops fell
And echoed in the wells of silence

And the people bowed and prayed
To the neon god they made
And the sign flashed out its warning
In the words that it was forming
And the sign said "The words of the prophets are written on the subway walls
And tenement halls
And whispered in the sound of silence

สวัสดีความมืดเพื่อนเก่า
เรามาทักทายกันอีกหน
ภาพฝันคืบคลานมาอย่างแยบยล
เมล็ดพันธุ์ฝันหล่นฝังในจินตนาการ

ยังคงอยู่อย่างนั้น
เสียงแห่งความเงียบงันยังขับขาน
เดินลำพังในฝันอันเนิ่นนาน
ผ่านถนนแคบแอบแสงสลัวจากเสาไฟ

ห่อห่มตัวหนีห่างความหนาวชื้น
ยืนตะลึงจากแสงวาบสว่างไสว
แยกคืนและคั่นวันออกไป
และนั่นไงสัมผัสเสียงอันเงียบงัน

ผู้คนมากมายภายใต้แสงอันว่างเปล่า
ได้ยินคำบอกเล่าโดยไม่หัน
เสวนาโดยไร้คำพร่ำรำพัน
ไม่ปันเสียงประพันธ์เพลงบรรเลงใจ
      
ไม่มีใครกล้าส่งเสียงผ่านเสียงเพรียก
ฉันกู่ก้องร้องเรียก "ผู้ไม่รู้อะไร จะโง่ไปถึงไหน
ความเงียบงันดั่งมะเร็งกำเริบเติบโตไป
จับมือฉันไว้ ตั้งใจฟัง อาจสอนคน"

คำฉันคล้ายสายฝนหล่นเพียงแผ่ว
ดั่งเสียงแก้วหล่นร่วงจากเวหน
สะท้อนเสียงก้องกังวานผ่านเวียนวน
ไม่ผ่านพ้นห้องแห่งเสียงอันเงียบงัน

ผู้คนก้มลงกราบกล่าวภาวนา
ต่อหน้าพระเจ้าเขาสร้างฝัน
วาบแห่งแสงสัญลักษณ์จักเตือนกัน
คำแห่งความหมายนั้นหาได้จากที่ใด

ความรัักความหมายนั้นหาได้ในทุกที่
ขอแค่มีดวงใจที่เปิดไว้
บนท้องถนนหรือในห้องมองออกไป
มีอยู่ในเสียงกระซิบเพลงบทแผ่วอันเงียบงัน

.........................................

เพลงนี้ตอนแรกอยู่ในอัลบั้มเปิดตัว
ของ Simon และ Garfunkel
แต่ตอนนั้นขายได้แค่สองพันแผ่นเท่านั้น
ทั้งสองคนก็แยกย้ายกัน
หลังจากที่ไม่ประสบความสำเร็จ

แต่ค่ายเพลงของพวกเขาเอาเพลงนี้มาืำทำใหม่
โดยใ่ส่เสียงเครื่องดนตรีเข้าไปมากขึ้น
ทำให้เพลงนี้กลับมาฮิตอย่างรวดเร็ว
Simon และ Garfunkel กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
และมีชื่อเสียงโ่ด่งดังไปทั่วโลก
ด้วยท่วงทำนองและความหมายในบทเพลง
ในหลายๆ เพลงที่พวกเขาแต่งและร้อง
อย่างเพลง Sound of the silence ก็เช่นกัน
เราสามารถแปลความหมายออกไปได้หลากหลาย
มีการตีความออกไปได้หลายๆ แบบ

นี่ก็เป็นเพลงที่ตูชอบที่สุดเพลงนึง
เพราะรู้สึกว่ามันมีความหมายลึกซึ้งซ่อนอยู่ในเสียงเพลง
ก็ขอให้มีความสุขกับเสียงเพลงด้วยกันนะครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 28 เม.ย. 2008, 23:23 น.
โอ้ว ถอดแบบเป็นกลอนอีกแร้ววว

เพราะพริ้งมากเลยค่ะ (ปล.เพลงนี้ไม่เคยฟัง เป็นการแนะนำไปในตัวเลยนะเนี่ยยยย)  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 28 เม.ย. 2008, 23:25 น.
ชอบทั้ง Numb ทั้ง The sound of silence เลยค่ะ

ชอบ Numb/Encore ด้วย ..  :02:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 29 เม.ย. 2008, 00:56 น.






S.O.S. นี่มีคนเอามาร้องใหม่หรือเอามา mix up เยอะมากเลยนะ :25:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: HyoPlum เมื่อ 29 เม.ย. 2008, 14:07 น.
 :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 29 เม.ย. 2008, 14:13 น.
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 28 เม.ย. 2008, 22:58 น.
เคยฝังใจกับเพลงนี้ ตอนหัดเล่นกีตาร์ตอนเด็กๆ
(มาจนตอนนี้ก็ยังเล่นไม่ได้  :30:)
คิดว่าทุกคน คงรู้จัก

The Sound of Silence - Simon & Garfunkel



หึ้ย เพลงนี้ผมมีนะ เมื่อวานยังฟังอยู่เลย บังเอิญจริง ๆ   :25:
เพลงเขาเพราะมาก ลองหาหูฟังมาครอบหู ในห้องเงียบ ๆ ทำอารมณ์พริ้ว ๆ  :40:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 30 เม.ย. 2008, 12:21 น.
จะไม่นั่งเฝ้าหน้าคอมพ์หลายวัน (แต่คงแว่บๆ มาเท่าที่จะมีโอกาส)
ฝากเพลงไว้ให้ฟังค่ะ  :22:

สำหรับวันใสๆ ของคนมองโลกสวย


Some Where Over The Rainbow

http://www.youtube.com/v/2A2Jt4WOxN8&hl=en


Somewhere over the rainbow
Way up high
And the dreams that you dreamed of
Once in a lullaby ii ii iii

บางแห่งเหนือสายรุ้งขึ้นไป
สูงขึ้นไปอีก
และความฝันที่เธอเคยฝันถึง
กลับสู่บทเพลงกล่อมนอนอีกครั้งหนึ่ง

Somewhere over the rainbow
Blue birds fly
And the dreams that you dreamed of
Dreams really do come true ooh ooooh
Someday I'll wish upon a star
Wake up where the clouds are far behind me ee ee eeh
Where trouble melts like lemon drops
High above the chimney tops thats where you'll find me oh
Somewhere over the rainbow bluebirds fly
And the dream that you dare to,why, oh why can't I? i iiii

บางแห่งเหนือสายรุ้งนั้น
นกสีน้ำเงินโบกบิน
และความฝันที่เธอเคยฝันถึง
ฝันนั้นกลายมาเป็นความจริง
บางวันฉันหวังว่าท่ามกลางดวงดาวนั้น
จะได้ตื่นขึ้นมาโดยอยู่สูงเหนือเมฆขึ้นไปอีกไกล
ที่ซึ่งปัญหาละลายราวกับหยดน้ำมะนาว
สูงเหนือยอดของปล่องไฟขึ้นไปอีก ที่นั่นเธอจะได้พบกับฉัน
บางแห่งเหนือสายรุ้ง ยังมีนกสีน้ำเงินโบยบิน
และความฝันที่เธอยังกล้าฝัน ทำไมเล่า ทำไมฉันจะฝันบ้างไม่ได้

Well I see trees of green and
Red roses too,
I'll watch them bloom for me and you
And I think to myself
What a wonderful world

ฉันได้เห็นสีเขียวของต้นไม้
อีกทั้งดอกกุหลาบแดง
ฉันเฝ้าดูมันเบ่งบาน สำหรับฉัน และเธอ
และฉันคิดอยู่กับตัวเองว่า
โลกนี้ช่างมหัศจรรย์เหลือเกิน

Well I see skies of blue and I see clouds of white
And the brightness of day
I like the dark and I think to myself
What a wonderful world

ฉันเห็นสีฟ้าของท้องฟ้า สีขาวของก้อนเมฆ
และความสว่างของวัน
ฉันชอบความมืด และฉันคิดอยู่กับตัวเองว่า
โลกนี้ช่างมหัศจรรย์เหลือเกิน

The colors of the rainbow so pretty in the sky
Are also on the faces of people passing by
I see friends shaking hands
Saying, "How do you do?"
They're really saying, I...I love you
I hear babies cry and I watch them grow,
They'll learn much more
Than we'll know
And I think to myself
What a wonderful world (w)oohoorld

สีสรรของสายรุ้งช่างงดงามอยู่บนท้องฟ้า
สะท้อนสู่ใบหน้าของผู้คนที่ผ่านไปมา
ฉันเห็นเพื่อนจับมือทักทาย
ไถ่ถามสุขสบายดีหรือไร
พวกเขานั้นกล่าวราวบอกรักอย่างจริงใจ
ฉันได้ยินทารกร้องไห้ และฉันเฝ้ามองเขาเติบโตขึ้น
พวกเขาจะเรียนรู้อีกมากมาย
เกินกว่าที่เรารู้
และฉันคิดอยู่กับตัวเองว่า
โลกนี้ช่างมหัศจรรย์เหลือเกิน


Someday I'll wish upon a star,
Wake up where the clouds are far behind me
Where trouble melts like lemon drops
High above the chimney top that's where you'll find me
Oh, Somewhere over the rainbow way up high
And the dream that you dare to, why, oh why can't I? I hiii ?

**********
1) ก๊อบเนื้อเพลงภาษาอังกฤษมาจากเน็ต ติดภาษาอังกฤษวิบัติมานิดๆ ถ้าดูแล้วหงุดหงิดต้องขอโทษด้วยนะคะ
2) รู้สึกว่าแปลไม่ค่อยดี แต่ว่าชอบเพลงนี้มากเลยอยากเอามาฝากค่ะ  :22:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 30 เม.ย. 2008, 15:40 น.
 :25: พี่แอ้ ฟ้าชอบเพลงนี้มากๆเลยค่ะ


+ นะ


ปล. ฟ้ามีเพลงนี้ตั้ง 3-4 version แหน่ะ  :52: ฟังครั้งแรกแล้วก็ชอบเลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: saa3 เมื่อ 10 พ.ค. 2008, 11:20 น.
 :46: ขออนุญาตขุดครับ

พอดีอยู่เฉยๆ ก็นึกถึงเพลงๆนึง
ที่สมัยก่อน พ่อชอบเปิดในรถให้ฟังประจำ
ถึงแม้มันจะเป็นเพลงที่มีก่อนผมเกิดมานานแล้ว
แต่ผมชอบมันจังเลยครับ  ให้ตายสิ


The Carpenters - Superstar

http://media.imeem.com/m/aUzq4h00vn/aus=false/

บทเพลง กล่าวถึงหญืงสาวผู้มีความหลงรักคลั่งไคล้กับซูเปอร์สตาร์ชื่อดัง
ที่คิดว่า น่าจะไม่ได้แสดงผลงานมานาน
ซึ่งถึงแม้เขาจะสามารถปรากฎตัวให้เธอเห็นได้แค่ผ่านสื่อ
แต่เธอ ก็รักเขา ลึกซึ้งดั่งเขาเป็นคนรักของเธอจริงๆ

- - -

Long ago and oh so far away.
I fell in love with you before the second show.
Your guitar, it sounds so sweet and clear.
But you're not really here.


นานมาแล้ว นานและเหินห่างไกล
ี่นานแล้วที่ใจฉันได้ตกหลุมรักคุณ
บทเพลงบรรเลงผ่านกีต้าร์ของคุณ ที่ช่างไพเราะ
แต่ช่างน่าเย้ยเยาะ ที่คุณไม่ได้อยู่กับฉันที่นี่

It's just the radio


ที่คุณก็เป้นเพียงเสียงจากวิทยุ...

(*) don't you remember you told me you loved me baby.
You said you'd be coming back this way again baby.
Baby, baby, baby, baby, oh, baby, I love you I really do.



(*) คุณจำได้ไหม คำรักที่คุณบอกกับฉันมา
คำสัญญา ที่คุณจะกลับมา กลับมาอีกครั้ง
ที่รัก ได้โปรด อย่าหยุดยั้ง จงกลับมา
ฉันรักคุณ... รักเกินภาวนา จากใจจริง

Loneliness is a such a sad affair.
And I can hardly wait to be with you again.


ความเงียบเหงา ... .เป็นดั่งเงา แห่งความเศร้าสร้อย
แต่ฉันก็จะรอคอย ที่จะได้อยู่คู่กับคุณอีกครั้ง

What to say to make you come again.
Come back to me again.

จะมีสิ่งใด ที่จะรั้งตรึงใจ ให้คุณกลับมาอีกครั้ง
มาหาฉัน อีกครั้ง

And play your sad guitar.


และบรรเลงบทเพลงผ่านกีต้าร์ของคุณ...

Repeat
(*) twice


- - -


แปลมั่วๆสั่วๆนะครับ :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 10 พ.ค. 2008, 11:21 น.
แต่แปลดีนะ  :25:  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 10 พ.ค. 2008, 23:32 น.
เดี๋ยวผมจะลอง ถอดดูบ้างนะ  หาเพลงก่อน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 12 พ.ค. 2008, 17:34 น.
ไม่มีโอกาสได้มาเล่นจูนี้ซักเท่าไหร่ เพราะไม่สันทัดเรื่องภาษาอังกฤษ  :39:
มีที่เคยแปลไว้ แต่หาไม่เจอค่ะ   แต่วันนี้ มีโอกาสได้เล่นบ้างแล้ว :40:

อยากเล่นจุ๋นี้มานานเพราะคิดว่ามันเท่ห์ดีค่ะ  :35:   เพลงนี้ มีคนรีเควสมา ว่าฟังไม่ออก แปลว่ายังไง   จำนวนหลายคนมาก
ตอนนั้นขี้เกียจ เลยบอกไปว่า ถ้ามีอารมณ์จะแปลให้ฟัง   วันนี้อารมณ์ดี   :52:
ขอซักเพลงนะคะ  :17:

เพลง สาวลาดพร้าว


บ้านน๊อกบ้านนอกซูม the man country(บ้านนอกมาก...พวกผู้ชายบ้านนอก) ซูม  แปลว่า  พวก,กลุ่ม
Low society กินแต่ Wisky ขาว (เมืองโลโซกินแต่เหล้าขาว)
แกล้มเมล็ดถั่วลิสงฟังหมอลำล๊าวลาว   (กินถั่วลิสงเป็นอาหารว่าง ฟังหมอลำ)
ไม่เหมียนคนลาดพร่าว บ้านน๊อกบ้านนอก (ไม่เหมือนคนลาดพร้าว บ้านนอกมาก..ก้ากๆ)


ซนบ๊ท ซนบท ไร้เทคโนโลยี  (ชนบท ไร้เทคโนโลยี)
บ่มี light and sound เหมือน RCA Bangkok (ไม่มีไฟแสงสีเสียง เหมือน RCA กรุงเทพ)
little boy little girl ก้แต่งตัวเซยอ่อก (เด้กผู้ชาย เด็กผู้หญิง ก็แต่งตัวเชย)
บ้านน๊อกบ้านนอกบ่คือแถวลาดพร่าว (บ้านนอกมากไม่เหมือนแถวลาดพร้าว)
country country  มีแต่ animal (ชนชทมาก มีแต่สัตว์)


มี mountain 2 mountain เขาเรียกควาย ใซ่ป่ะ (มีเขา 2 เขา เขาเรียกควายใช่รึเปล่า)
What is sleep in the ไห ที่ใส่ส้มตำลาว (อะไรที่น่ะ ที่นอนอยู่ในไหที่ใส่ส้มตำลาว)
Oh..no  food  floor  house ทานไม่ด๊ายยย ไม่ด๋ายยย   (โอ้ ...ไม่ อาหารพื้นบ้าน ทานไม่ได้เด็ดขาด)
บ้านน๊อก บ้านนอก ขอ comeback ลาดพร่าว (บ้านนอกมากขอตัวกลับลาดพร้าว)
รถแล่นเข้าหลักสี่อย่างเงี้ย ค่อยพอไค* (รถวิ่งเข้าหลักสี่ อย่างนี้ ค่อยยังชั่ว)     พอไค* แปลว่า ค่อยยังชั่ว


จอดรถเเวะร้านลาบและแนมขัวแนมซ่าย (จอดรถเข้าร้านลาบแล้วมองขวามองซ้าย) แนม* แปลว่า มอง
เอาตำลาวเด้ออ้ายใส่ต่อนปลาร้านำเด้อ ( เอาตามลาวนะคะพี่ใส่ปลาร้าเป็นตัวนะ)  ต่อน แปลว่า ตัว , ชิ้น
หัวก่อมาจากบ้านกลับไปเยี่ยม mother (เพิ่งกลับมาจากบ้านกลับไปเยี่ยมแม่) ก่อ,เกาะ   แปลว่า เพิ่ง  / หัวก่อ แปลว่า เพิ่งจะ   (ไม่งงนะ)
อยู่ที่ภาคอีสานบ้านน๊อกบ้านนอก....

บ้านน๊อกบ้านนอก ขอ comeback ลาดมะพร้าว
รถแล่นเข้าหลักสี่อย่างเงี้ย พอไคแน่
จอดรถเเวะร้านลาบและแนมขัวแนมซ่าย
เอาตำลาวเด้ออ้ายใส่ต่อนปลาร้านำเด้อ  สองต๊อน  (ใส่ตัวปลาร้า  2 ตัวนะ)
หัวเกาะมาจากบ้านกลับไปเยี่ยม mother  เอี๊อะะ...
อยู่ที่ภาคอีสานบ้านน๊อกบ้านนอก....

อยู่ที่ภาคอีสานบ้านนอกๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

โอละนอ เอาะๆๆๆๆ

http://www.youtube.com/v/KTkMU-VkipM


---------------
:19:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กวางจ้ะ เมื่อ 12 พ.ค. 2008, 23:10 น.
วันก่อน ตลาดนัดแถวบริษัทเปิดให้ลั่นเลยเพลงเนี้ยะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 13 พ.ค. 2008, 08:27 น.
โห ขอบคุณมากครับ
มีเพลงยังงี้อยู่ด้วยเรอะ :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แน็ก เมื่อ 13 พ.ค. 2008, 08:38 น.
 :30: เพิ่งเคยได้ยิน ชอบๆ +
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 13 พ.ค. 2008, 09:18 น.
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 13 พ.ค. 2008, 08:27 น.
โห ขอบคุณมากครับ
มีเพลงยังงี้อยู่ด้วยเรอะ :30:

ต๊ายพี่เก้อ เดอะ แมน คันทรี่ มากๆ  :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 15 พ.ค. 2008, 16:09 น.
ขอมั่ง วันนี้บรรยากาศพาไป

เป็นเพลงที่ชอบมากตั้งแต่เด็กๆ
เมื่อก่อนเอาไว้โฆษณาต้านบุหรี่ในทีวี ทำเอาร้องให้ไปหลายตลบ
เลยเริ่มชอบแต่นั้นมา . . .

CAT"S IN THE CRADLE

My child arrived just the other day;                     
Came to the world in the usually way                 
But there were planes to catch and bills to pay.
He learned to walk while I was away.
He was talkin' 'fore I knew it.
And as he grew he said,
"I'm gonna be like you, Dad.
You know I'm gonna be like you."

Chorus 1:
And the cat's in the cradle and the silver spoon,
Little boy blue and the man on the moon.
"When you comin' home ?"
"Son, I don't know when.             
We'll get together then.
You know we'll have a good time then."

Well, my son turned ten just the other day.
He said , "Thanks for the ball, Dad. Come on, let's play.
Could you teach me to throw ?" I said, "Not today.
I got a lot to do." He said, "That's okay."
And he walked away and he smiled and he said,
"You know,
I'm gonna be like him, yeah.
You know I'm gonna be like him."

Chorus 1:

Well, he came from college just the other day,
So much like a man I just had to say,
"I'm proud of you. Could you sit for a while ?"
He shook his head and he said with a smile,
"What I'd really like, Dad, is to borrow the car keys.
See you later. Can I have them please ?"

Chorus 2:
And the cat's in the cradle and the silver spoon,
Little boy blue and the man on the moon.
"When you comin' home, Son ?"
"I don't know when.
We'll get together then.
You know we'll have a good time then."

I've long since retired, my son's moved away.
I called him up just the other day.
"I'd like to see you, if you don't mind."
He said, "I'd love to, Dad, if I could find the time.
You see my new job's a hassle and the kids have the flu,
But it's sure nice talkin' to you, Dad.
It's been sure nice talkin' to you."

And as I hung up the phone it occurred to me,
He'd grown up just like me.
My boy was just like me.
(Yeah, yeah, yeah)

Chorus 2:

เมื่อตอนลูกชายผมเกิดมา
เค้าลืมตาดูโลกอย่างคนอื่นๆ ทั่วไป
แต่ตอนนั้นผมต้องออกเดินทาง และจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆมากมาย
เขาหัดเดินได้ ตอนผมไม่ได้อยู่
และเริ่มพูดได้ ก่อนที่ผมจะได้รู้
เมื่อเขาโตมากขึ้นอีกหน่อย เขาพูดไว้ว่า
"ผมจะเป็นอย่างพ่อนะ, พ่อ
พ่อรู้ไว้นะ ผมจะเป็นอย่างพ่อ"

"เมื่อไหร่จะกลับมา พ่อ ?"
"ไม่รู้เหมือนกันสิ เจ้าลูกชาย ว่าเมื่อไหร่
แต่อีกไม่นานเราก็จะได้เจอกัน
ลูกจำไว้นะ ว่าเราจะมีความสุขอยู่ด้วยกัน"

เมื่อถึงคราวลูกชายผมอายุครบ 10 ขวบ
"ขอบคุณครับพ่อสำหรับลูกบอล .. มาครับ มาเล่นกัน
  สอนผมเล่นหน่อยได้มั๊ย"
"ยังก่อนลูก วันนี้พ่อยุ่ง"
เขาตอบกลับว่า "ไม่เป็นไรครับ" และเดินจากไป
ระหว่างนั้นเขายิ้ม และพูดกับใครๆว่า
"คุณรู้มั๊ย ว่าผมโตขึ้นจะเป็นอย่างพ่อ
ผมจะเป็นอย่างพ่อ"

"เมื่อไหร่จะกลับมา พ่อ ?"
"ไม่รู้เหมือนกันสิ เจ้าลูกชาย ว่าเมื่อไหร่
แต่อีกไม่นานเราก็จะได้เจอกัน
ลูกจำไว้นะ ว่าเราจะมีความสุขอยู่ด้วยกัน"

เมื่อถึงคราวเขาเรียนจบ วิทยาลัย
โตขึ้นเป็นหนุ่มใหญ่ จนผมอดพูดไม่ได้
"พ่อภูมิใจในตัวลูกจัง นั่งคุยกันหน่อยได้มั๊ย?"
เขาสั่นศีรษะ และ พูดกึ่งยิ้ม กลับมา
"ผมก็อยากคุยกับพ่อนะ แต่ที่ผมมา
เพราะอยากขอยืมรถของพ่อหน่อย
ผมขอยืมนะครับ"

"เมื่อไหร่จะกลับมา ลูก ?"
"ผมไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่
แต่ไม่นานเดี๋ยวเราก็ได้เจอกัน
แล้วเราจะมีความสุขด้วยกันนะครับ"

หลังเกษียณมาเนิ่นนาน เจ้าลูกชายก็ย้ายออกไปแล้ว
ผมโทรไปหาเค้า ในวันหนึ่ง
"พ่ออยากเจอลูกจัง ถ้าลูกไม่ว่าอะไร"
"ผมก็อยากเจอพ่อนะ ถ้าผมหาเวลาว่างได้
พ่อก็รุ้งานใหม่ผมยุ่งมาก และลูกชายผมก็ไม่สบาย
แต่ผมก็ดีใจที่ได้คุยกับพ่อนะ ผมดีใจจริงๆเลย"

หลังจากที่วางหูโทรศัพท์ ผมก็เกิดคิดได้
เขาโตขึ้นแบบผมจริงๆ ลูกชายผมเป็นเหมือนผม
แล้วจริงๆ...

"เมื่อไหร่จะกลับมา ลูก ?"
"ผมไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่
แต่ไม่นานเดี๋ยวเราก็ได้เจอกัน
แล้วเราจะมีความสุขด้วยกันนะครับ"
----------------------------------------

หมายเหตุ*
ในส่วนของคอรัส

And the cat's in the cradle and the silver spoon,
Little boy blue and the man on the moon.

เป็นการเล่นสำนวนของเพลง ซึ่งถ้าแปลตรงๆคงไม่มีความหมายอะไรมาก
แต่ลองหาข้อมูลดู เค้าว่ามันมาจากการเอาชื่อของการละเล่นเด็กๆ รวมไปถึง
ท่อนเนื้อร้องของเพลงกล่อมเด็กของฝรั่งเค้า  มาผนวกรวมกันเป็นวลี
ซึ่งคงมีความหมายถึง การเลี้ยงดูเอาใจใส่ และการให้เวลาเล่นดูแลเด็กๆ
ตรงนี้หากใคร แปลได้อีกอย่าง มาแชร์กันนะครับ  :42:

--------------------------------------------------------

อ่านหลายๆเรื่องของคนในฟอนท์และนึกถึงเพลงนี้ขึ้นมา
คิดถึงที่บ้าน คิดถึงพ่อแม่  ผมใช้ชีวิตมาแบบเดียวกับเนื้อความในเพลง
และผมก็กำลังจะเป็น "เจ้าลูกชาย" ในเนื้อเพลงอยู่เหมือนกัน

จิตตก ในวัน ฝนตก . . .

ปล. เพิ่มเติม จิ้มลิงค์ไปฟังเอานะ
http://www.esnips.com/doc/5de869c0-18e7-4713-bbe8-0e46ab9a30c9/Ugly-Kid-Joe--Cats-in-the-Cradle (http://www.esnips.com/doc/5de869c0-18e7-4713-bbe8-0e46ab9a30c9/Ugly-Kid-Joe--Cats-in-the-Cradle)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 15 พ.ค. 2008, 16:12 น.
พอบอกว่าโฆษณาต้านบุหรี่ นึกออกทันทีค่ะ
สมัยเด็กๆ ดูโฆษณานี้รู้สึกว่าน่ากลัว แล้วก็น่าเศร้า แต่ชอบเพลงนี้มากๆ แต่ไม่รู้ว่าเพลงชื่อเพลงอะไร
แล้วจะไปหามาได้จากที่ไหน ..  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 15 พ.ค. 2008, 16:34 น.


เนื้อหาเพลงเจ๋งมากครับ  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 15 พ.ค. 2008, 16:53 น.
อ๊ะเพลงนี้ชอบ  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 15 พ.ค. 2008, 20:35 น.
เห็นพี่โอดำแปลเพลงแล้วไม่อยากจะเชื่อว่าติดเกมส์ คนติดเกมส์เค้าไม่มีเวลามาทำไรแบบนี้หรอก  เวลาเป็นเงินเป็นเลเวล



เค้าเอาแต่เล่นเกมส์  :21:




ชอบเพลงนะ +ค่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 16 ก.ค. 2008, 12:38 น.
ขุดค่ะ





You are the sunshine of my life เธอคือแสงอาทิตย์ส่องสว่างในชีวิตฉัน
Thats why Ill always be around, นั่นคือเหตุผลทำไมฉันถึงอยู่เคียงข้างเธอเสมอ  :22:
You are the apple of my eye, เธอเหมือนเป็นผลไม้สุกใสในแววตาฉัน  :25:
Forever youll stay in my heart เธอจะอยู่ในใจฉันตลอดไป

I feel like this is the beginning, ฉันรู้สึกว่าเหมือนมันเพิ่งเริ่มต้น
Though Ive loved you for a million years, ถึงแม้ว่าฉันรักกับเธอมาเป็นชาติแล้วก็เถอะ
And if I thought our love was ending, และถ้าวันหนึ่งความรักของเราได้จบลง
Id find myself drowning in my own tears. ฉันคิดว่าตัวของฉันคงจมลงด้วยน้ำตาของฉันเอง  :56:

You are the sunshine of my life เธอคือแสงอาทิตย์ส่องสว่างในชีวิตฉัน
Thats why Ill always be around, นั่นคือเหตุผลทำไมฉันถึงอยู่เคียงข้างเธอเสมอ
You are the apple of my eye, เธอเหมือนเป็นผลไม้สุกใสในแววตาฉัน
Forever youll stay in my heart เธอจะอยู่ในใจฉันตลอดไป

You must have known that I was lonely,เธอต้องรับรู้นะ ว่าฉันเหงา ฉันโดดเดี่ยว
Because you came to my rescue, และเธอเข้ามาช่วยชีวิตฉัน
And I know that this must be heaven, ฉันรู้ว่า นี่คือสวรรค์แท้ๆ  :19: :19:
How could so much love be inside of you? ความรักมากเท่าไรที่อยู่ข้างในตัวคุณ

You are the sunshine of my life yeah, เธอคือแสงอาทิตย์ส่องสว่างในชีวิตฉัน
Thats why Ill always be around, นั่นคือเหตุผลทำไมฉันถึงอยู่เคียงข้างเธอเสมอ
You are the apple of my eye, เธอเหมือนเป็นผลไม้สุกใสในแววตาฉัน
Forever youll stay in my heart เธอจะอยู่ในใจฉันตลอดไป

love has joined us, ความรักเชื่อมเราไว้ด้วยกัน
Love has joined us, ความรักเข้ามาหาเรา
Lets think sweet love. นี่คือความรักที่หอมหวานนนนนน  :25: :25:

ชอบเพลงนี้  :53:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: บัวริมบึง เมื่อ 16 ก.ค. 2008, 19:22 น.
โอ้ว...สุดโปรด 

ฟ้าเนี่ย.. น่ารักชะมัด  :19:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เทอร์โบบูสเตอร์ เมื่อ 16 ก.ค. 2008, 22:43 น.
Da Endorphine illusion Concert - คำขอสุดท้าย feat. อุ๊ หฤทัย

ฉันไม่อยากเกลียดเธอ บอกไว้เลยว่ายังมีใจ
และยังไม่ลืมเรื่องดีๆ
ฉันไม่อยากรอดู ความรักเราต้องโดนย่ำยี
และต้องแหลกคามือของเรา

ฉันยังรักเธออยุ่นะ แต่อยู่ต่อไปมันพังแน่ๆ

ทำทุกอย่างทุกทาง เพื่อจะยังได้ซื้อเวลา
จนสุดท้ายต้องยอม

พยายามแล้ว แต่ไม่ไหวว่ะ

ปล่อยมือฉันซะเถอะ มันถึงเวลา เรานั้นต้องรับความจริง
ปล่อยมือแล้วอำลา อย่ายื้อให้เจ็บกว่านี้
ปล่อยความรักให้อยู่ในที่ดีๆ ลงท้ายด้วยความเข้าใจ
ครั้งสุดท้ายที่อยากขอเธอ

ไปไกลๆติงกุซะที เห็นหน้าแล้วมันขึ้น :07:

เมื่อเราต่างกันไกล ไม่ใช่ใครที่ผิดสักคน ขอเพียงอย่าทนฝืนกันไป
ฉันไม่อยากรอวัน ที่สองเราต่างทำร้ายใจ และต้องจบลงอย่างร้าวราน

ที่เลิกกันนี่ กุไม่ผิดเฟ้ยยย

ทำทุกอย่างทุกทาง เพื่อจะยังได้ซื้อเวลา
จนสุดท้ายต้องยอม

ปล่อยมือฉันซะเถอะ มันถึงเวลา เรานั้นต้องรับความจริง
ปล่อยมือแล้วอำลา อย่ายื้อให้เจ็บกว่านี้
ปล่อยความรักให้อยู่ในที่ดีๆ ลงท้ายด้วยความเข้าใจ
ครั้งสุดท้ายที่อยากขอเธอ

ปล่อยมือฉันซะเถอะ มันถึงเวลา เรานั้นต้องรับความจริง
ปล่อยมือแล้วอำลา อย่ายื้อให้เจ็บกว่านี้
ปล่อยความรักให้อยู่ในที่ดีๆ ลงท้ายด้วยความเข้าใจ
ครั้งสุดท้ายที่อยากขอเธอ


เฮ้ย เนื้อเพลงมันมีซ้ำๆกันอยู่แค่นี้เองเร๊อะ  :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 17 ก.ค. 2008, 02:11 น.
อ้างคำพูดจาก: นางสาวบัวบาน เมื่อ 16 ก.ค. 2008, 19:22 น.
โอ้ว...สุดโปรด 

ฟ้าเนี่ย.. น่ารักชะมัด  :19:
:22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 17 ก.ค. 2008, 03:37 น.
อ้างคำพูดจาก: ถหลุบ เมื่อ 16 ก.ค. 2008, 22:43 น.
Da Endorphine illusion Concert - คำขอสุดท้าย feat. อุ๊ หฤทัย

ฉันไม่อยากเกลียดเธอ บอกไว้เลยว่ายังมีใจ
และยังไม่ลืมเรื่องดีๆ
ฉันไม่อยากรอดู ความรักเราต้องโดนย่ำยี
และต้องแหลกคามือของเรา

ฉันยังรักเธออยุ่นะ แต่อยู่ต่อไปมันพังแน่ๆ

ทำทุกอย่างทุกทาง เพื่อจะยังได้ซื้อเวลา
จนสุดท้ายต้องยอม

พยายามแล้ว แต่ไม่ไหวว่ะ

ปล่อยมือฉันซะเถอะ มันถึงเวลา เรานั้นต้องรับความจริง
ปล่อยมือแล้วอำลา อย่ายื้อให้เจ็บกว่านี้
ปล่อยความรักให้อยู่ในที่ดีๆ ลงท้ายด้วยความเข้าใจ
ครั้งสุดท้ายที่อยากขอเธอ

ไปไกลๆติงกุซะที เห็นหน้าแล้วมันขึ้น :07:

เมื่อเราต่างกันไกล ไม่ใช่ใครที่ผิดสักคน ขอเพียงอย่าทนฝืนกันไป
ฉันไม่อยากรอวัน ที่สองเราต่างทำร้ายใจ และต้องจบลงอย่างร้าวราน

ที่เลิกกันนี่ กุไม่ผิดเฟ้ยยย

ทำทุกอย่างทุกทาง เพื่อจะยังได้ซื้อเวลา
จนสุดท้ายต้องยอม

ปล่อยมือฉันซะเถอะ มันถึงเวลา เรานั้นต้องรับความจริง
ปล่อยมือแล้วอำลา อย่ายื้อให้เจ็บกว่านี้
ปล่อยความรักให้อยู่ในที่ดีๆ ลงท้ายด้วยความเข้าใจ
ครั้งสุดท้ายที่อยากขอเธอ

ปล่อยมือฉันซะเถอะ มันถึงเวลา เรานั้นต้องรับความจริง
ปล่อยมือแล้วอำลา อย่ายื้อให้เจ็บกว่านี้
ปล่อยความรักให้อยู่ในที่ดีๆ ลงท้ายด้วยความเข้าใจ
ครั้งสุดท้ายที่อยากขอเธอ


เฮ้ย เนื้อเพลงมันมีซ้ำๆกันอยู่แค่นี้เองเร๊อะ  :07:
:30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 22 ก.ค. 2008, 22:55 น.
เอาเพลงมาฝากค่ะ..  :33:
สำหรับใครที่เหนื่อยๆ มีเรื่องไม่สบายใจ ฟังเพลงนี้ดูนะคะ
(เพลงประกอบ Surf's Up สุดยอดเพลงโปรดตลอดกาลของแอ้ล่ะ)


http://www.youtube.com/v/4QKpnQqMQos&hl=en&fs=1


Into Yesterday : Sugar Ray

The sky turns to a different shade of blue,
After the rain,
My mind turns to a different point of view,
After the rain,


ท้องฟ้าเปลี่ยนสีฟ้าอีกเฉดสี
หลังสายฝนพ้นผ่าน
ใจฉันเปลี่ยนมุมมองต่างออกไป
เมื่อสายฝนพ้นผ่าน

Ooooh, my my,
Ooooh, my my,
Ooooh, my my,

I know,

Like the ocean needs the moon to take the tides away,
All we need's a little time to chase the blues away,
The sun is out and it feels like it's always gonna stay,
Let this last forever and turn tomorrow,



ฉันรู้..
เฉกเช่นมหาสมุทรต้องการดวงจันทร์เพื่อดึงกระแสน้ำไป
ที่เราต้องการก็แค่เวลาเล็กน้อยที่จะขับไล่ความเศร้าให้ผ่านพ้น
ดวงอาทิตย์โผล่ออกมาและดูราวกับว่าจะคงอยู่เช่นนั้น
ให้มันเป็นอย่างนี้ไปตลอดกาล และเปลี่ยนวันพรุ่ง..
ให้เป็นวันวาน


Into yesterday,

Now all the clouds have nothin' left to do,
After the rain,
And all those doubts have drifted out of you,
After the rain,


ยามนี้เมฆหมอกไม่เหลือภาระต้องทำ
หลังสายฝนพ้นผ่าน
และปัญหาทั้งหลายได้ระเหยหายไปจากเธอ
หลังสายฝนพ้นผ่าน

Ooooh, my my
Ooooh, my my
Ooooh, my my

I know,

Like the ocean needs the moon to take the tides away,
All we need's a little time to chase the blues away,
The sun is out and it feels like it's always gonna stay,
Let this last forever and turn tomorrow,

Into yesterday,

Like the ocean needs the moon to take the tides away,
All we need's a little time to chase the blues away,
The sun is out and it feels like it's always gonna stay,
Let this last forever and turn tomorrow,

Into yesterday,
Into yesterday,
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 22 ก.ค. 2008, 22:59 น.
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 22 ก.ค. 2008, 22:55 น.

ฉันรู้..
เฉกเช่นมหาสมุทรต้องการดวงจันทร์เพื่อดึงกระแสน้ำไป
ที่เราต้องการก็แค่เวลาเล็กน้อยที่จะขับไล่ความเศร้าให้ผ่านพ้น
ดวงอาทิตย์โผล่ออกมาและดูราวกับว่าจะคงอยู่เช่นนั้น
ให้มันเป็นอย่างนี้ไปตลอดกาล และเปลี่ยนวันพรุ่ง..
ให้เป็นวันวาน



ตอนนี้สบายใจดี แต่อ่านที่แปล ก็ยิ้ม
และถูกใจตรงนี้ค่ะ  :22:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 23 ก.ค. 2008, 09:59 น.
 :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: •หมูหมู•™ เมื่อ 24 ก.ค. 2008, 12:10 น.
ช่วยแปลเพลง Can't Smile Without You ด้วยครับ  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 24 ก.ค. 2008, 13:18 น.
ยิ้มมั่ยไหวเมื่อไร้เทอร์

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 24 ก.ค. 2008, 13:25 น.
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 28 เม.ย. 2008, 03:15 น.
Can't Smile Without You
Barry Manilow

You know I can't smile without you
I can't smile without you
I can't laugh and I can't sing
I'm finding it hard to do anything
You see I feel sad when you're sad
I feel glad when you're glad
If you only knew what I'm going through
I just can't smile without you

เธอรู้ดีว่าฉันไม่อาจยิ้มได้หากไม่มีเธอ
ฉันไม่อาจยิ้มหากปราศจากเธอ
ฉันไม่อาจหัวเราะ และไม่อาจร้องเพลง
ฉันพบว่ามันยากยิ่งนักที่จะทำสิ่งใดๆ
เธอก็เห็นว่าฉันเศร้ายามเธอเศร้า
ฉันยินดีเมื่อเธอยินดี
ถ้าเพียงแต่เธอรู้ว่าฉันกำลังเผชิญกับอะไร
ไม่มีเธอฉันไม่อาจยิ้มได้เลย

You came along just like a song
And brightened my day
Who would have believed that you were part of a dream
Now it all seems light years away

เธอเข้ามาเปรียบเหมือนเพลงซักเพลง
ที่ส่องสว่างให้กับวันของฉัน
ใครจะเชื่อว่าเธอเคยเป็นส่วนหนึ่งในความฝัน
ซึ่งตอนนี้ดูราวกับว่าอยู่ห่างออกไปหลายปีแสง

And now you know I can't smile without you
I can't smile without you
I can't laugh and I can't sing
I'm finding it hard to do anything
You see I feel sad when you're sad
I feel glad when you're glad
If you only knew what I'm going through
I just can't smile

เธอรู้ดีว่าฉันไม่อาจยิ้มได้หากไม่มีเธอ
ฉันไม่อาจยิ้มหากปราศจากเธอ
ฉันไม่อาจหัวเราะ และไม่อาจร้องเพลง
ฉันพบว่ามันยากยิ่งนักที่จะทำสิ่งใดๆ
เธอก็เห็นว่าฉันเศร้ายามเธอเศร้า
ฉันยินดีเมื่อเธอยินดี
ถ้าเพียงแต่เธอรู้ว่าฉันกำลังเผชิญกับอะไร
ไม่มีเธอฉันไม่อาจยิ้มได้เลย

Now some people say happiness takes so very long to find
Well, I'm finding it hard leaving your love behind me

ในตอนนี้บางคนกล่าวว่าความสุขนั้นใช้เวลานานกว่าจะหาพบ
ฉันพบว่ามันยากยิ่งนักที่จะทิ้งความรักของเธอไว้เบื้องหลัง

And you see I can't smile without you
I can't smile without you
I can't laugh and I can't sing
I'm finding it hard to do anything
You see I feel glad when you're glad
I feel sad when you're sad
If you only knew what I'm going through
I just can't smile without you

เธอรู้ดีว่าฉันไม่อาจยิ้มได้หากไม่มีเธอ
ฉันไม่อาจยิ้มหากปราศจากเธอ
ฉันไม่อาจหัวเราะ และไม่อาจร้องเพลง
ฉันพบว่ามันยากยิ่งนักที่จะทำสิ่งใดๆ
เธอก็เห็นว่าฉันยินดียามเธอยินดี
ฉันเศร้าเมื่อเธอเศร้า
ถ้าเพียงแต่เธอรู้ว่าฉันกำลังเผชิญกับอะไร
ไม่มีเธอฉันไม่อาจยิ้มได้เลย

*******
ภาษาบ้านๆ เลยนะคะ..  :02:


ถอดไว้นานแล้วค่ะ..  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: •หมูหมู•™ เมื่อ 24 ก.ค. 2008, 13:37 น.
 :25: :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 24 ก.ค. 2008, 13:38 น.
อ้างคำพูดจาก: ด.ช.ภูกระดึง เมื่อ 24 ก.ค. 2008, 13:18 น.
ยิ้มมั่ยไหวเมื่อไร้เทอร์



:25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 24 ก.ค. 2008, 13:50 น.
ตอนดู Hellboy ก็นึกชอบเพลงนี้อยู่เหมือนกันครับ  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 24 ก.ค. 2008, 19:43 น.
ฮา ลุงอ๋าห์  :30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: มังกิ๊ง เมื่อ 26 ก.ค. 2008, 11:49 น.
http://www.youtube.com/v/XAbcgmwq3EU&hl=en&fs=1&rel=0

Your love is a lie - simple plan (2008)

I fall asleep by the telephone                                   ชั้นหลับไปข้าง ๆ โทรศัพท์
It's 2 O'clock and I'm waiting up alone                      ตีสองแล้วแต่ชั้นยังคงรออยู่
Tell me where have you been?                                บอกชั้นหน่อยว่าเธอไปไหนมา
I found a note with another name                            เจอเศษกระดาษที่มีชื่ออีกคน
You blow a kiss, but it just don't feel the same          เธอจูบชั้นแต่มันไม่เหมือนเดิม
Cause I can feel that you're gone                             เพราะชั้นรู้ว่าใจเธอไม่มีชั้นอีกแล้ว

I can't bite my tongue forever                                  ชั้นทนทำเป็นไม่รู้เรื่องตลอดไปไม่ได้หรอก
While you try to play it cool                                      เวลาเธอทำตัวยังกับว่าเธอเก่ง
You can hide behind your stories                              เธอจะเอาตัวรอดกับเรื่องโกหกยังงั้นต่อไปก็แล้วแต่
But don't take me for a fool                                      แต่อย่าคิดว่าชั้นจะยอมเชื่อ

You can tell me that there's nobody else                    เธอบอกชั้นไปเหอะว่าไม่มีคนอื่น
(But I feel it)                                                           (แต่กูรู้สึกได้ว่ะ)
You can tell me that you're home by yourself              เธอบอกชั้นมาเลยว่าอยู่บ้านคนเดียว
(But I see it)                                                            (แต่กูเห็นจะ ๆ)
You can look into my eyes and pretend all you want    เธอจะมองชั้นแล้วโกหกยังไงก็จัดไป
But I know                                                               (แต่กูรู้)
I know                                                                     (กูรู้รู้รู้รู้)
Your love is just a lie                                                 รักของเธอมันแสนหลอกลวง
(Lie)                                                                         (แหล)
It's nothing but a lie                                                มันก็แค่โกหกคำโต ไม่มีอะไรเป็นความจริง
(Lie)                                                                         (แหล)

You look so innocent                                              เธอทำหน้าแสนจะบริสุทธิ์
But the guilt in your voice gives you away                แต่เสียงเธอมันทำให้ชั้นรู้
Yeah you know what I mean                                   เออ ก็รู้นี่ว่าชั้นหมายความว่าอะไร
How does it feel when you kiss when you know that i trust you    รู้สึกยังไงเวลาจูบกับคนอื่นทั้ง ๆ ที่ชั้นเชื่อใจ
And do you think about me when he fucks you?        คิดถึงชั้นบ้างมั้ยเวลามันอึ๊บเธอ
Could you be more obscene?                                  เธอจะน่าชังได้มากกว่านี้อีกมั้ย

So dont try to say you're sorry                                เพราะงั้นไม่ต้องพูดหรอก
Or try to make it right                                            หรือพยายามจะแก้ไขให้มันถูก
Don't waste your breath because it's too late, it's too late.   อย่าเปลืองน้ำลายเลย สายไปแล้วว่ะ สายไปแล้วววว

You can tell me that there's nobody else                  เธอบอกชั้นไปเหอะว่าไม่มีคนอื่น
(But I feel it)                                                         (แต่กูรู้สึกได้ว่ะ)
You can tell me that you're home by yourself           เธอบอกชั้นมาเลยว่าอยู่บ้านคนเดียว
(But I see it)                                                           (แต่กูเห็นจะ ๆ)
You can look into my eyes and pretend all you want เธอจะมองชั้นแล้วโกหกยังไงก็แล้วแต่
But I know                                                               (แต่กูรู้)
I know                                                                    (กูรู้รู้รู้รู้)
Your love is just a lie                                                  รักของเธอมันแสนหลอกลวง
(Lie)                                                                  (แหล)
It's nothing but a lie                                              มันก็แค่โกหกคำโต ไม่มีอะไรเป็นความจริง
(Lie)                                                         (แหล)
You're nothing but a lie                                เธอมันก็แค่คนตอแหลคนนึงงงงงง


You can tell me that there's nobody else                  เธอบอกชั้นไปเหอะว่าไม่มีคนอื่น
(But I feel it)                                                            (แต่กูรู้สึกได้ว่ะ)
You can tell me that you're home by yourself            เธอบอกชั้นมาเลยว่าอยู่บ้านคนเดียว
(But I see it)                                                            (แต่กูเห็นจะ ๆ)
You can look into my eyes and pretend all you want เธอจะมองชั้นแล้วโกหกยังไงก็แล้วแต่
But I know                                                                        (แต่กูรู้)
I know                                                                    (กูรู้รู้รู้รู้)
Your love is just a lie                                         รักของเธอมันแสนหลอกลวง
(Lie)                                                                  (แหล)
It's nothing but a lie                                     มันก็แค่โกหกคำโต ไม่มีอะไรเป็นความจริง
(Lie)                                                         (แหล)
I know you're nothing but a lie                      ชั้นรู้  เธอไม่มีอะไร แค่ตอแหลกู!!
(Lie)                                                         (แหล)
Lie                                                         (แหล)
(Lie)                                                (แหล)
Lie                                                         (แหล) (แฮ่ก ๆ ๆ ๆ)
(Lie)                                                         (แหล)
Lie                                                         (แหล)

Your love is just a lie                               รักของเธอมันแสนหลอกลวง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ดาราริกา เมื่อ 26 ก.ค. 2008, 20:55 น.
^
^
:12: :12:


:22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 28 ก.ค. 2008, 09:33 น.
อ้างคำพูดจาก: ดาราราย เมื่อ 26 ก.ค. 2008, 20:55 น.
^
^
:12: :12:


:22:

ไหน ถ้าว่างลองแปล เพลง มาอวดมั่งสิ
  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 28 ก.ค. 2008, 09:44 น.
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 28 ก.ค. 2008, 09:02 น.
มาไม่ทัน  :16:

ชอบซอมบี้จัง.. เอาไปถอดเพลงดีกว่า..  :22:


Zombie
The Cranberries

Another head hangs lowly,
Child is slowly taken.
And the violence caused such silence,
Who are we mistaken?

อีกหนึ่งศีรษะที่แขวนห้อยอยู่ต่ำๆ
เด็กน้อยถูกนำไปอย่างช้าๆ
และความรุนแรงอันก่อให้เกิดความเงียบสงัดเช่นนี้
เราจะให้เป็นความผิดของใคร ?


But you see, it's not me, it's not my family.
In your head, in your head they are fighting,
With their tanks and their bombs,
And their bombs and their guns.
In your head, in your head, they are crying

แต่คุณเห็นไหม มันไม่ใช่ฉัน ไม่ใช่ครอบครัวของฉัน
ในหัวของคุณ ในหัวของคุณ มันกำลังต่อสู้กัน
ด้วยรถถังของพวกมัน กับระเบิดของพวกมัน
และระเบิดของพวกมัน กับปืนของพวกมัน
ในหัวของคุณ ในหัวของคุณ มันกำลังร่ำร้อง


In your head, in your head,
Zombie, zombie, zombie,
Hey, hey, hey. What's in your head,
In your head,
Zombie, zombie, zombie?
Hey, hey, hey, hey, oh, dou, dou, dou, dou, dou


Another mother's breakin',
Heart is taking over.
When the vi'lence causes silence,
We must be mistaken.

แม่อีกหนึ่งคนที่..
หัวใจกำลังแตกสลายถูกคุมตัวไป
เมื่อความรุนแรงเป็นต้นเหตุแห่งความสงัดเงียบ
เราจะต้องเป็นผู้ผิดพลาด

It's the same old theme since nineteen-sixteen.
In your head, in your head they're still fighting,
With their tanks and their bombs,
And their bombs and their guns.
In your head, in your head, they are dying

มันยังคงเป็นฉากเดิมๆ ตั้งแต่ ปี 1917
ในหัวของคุณ ในหัวของคุณ พวกมันยังคงต่อสู้
ด้วยรถถังของพวกมัน กับระเบิดของพวกมัน
และระเบิดของพวกมัน กับปืนของพวกมัน
ในหัวของคุณ ในหัวของคุณ พวกมันกำลังตกตาย

In your head, in your head,
Zombie, zombie, zombie,
Hey, hey, hey. What's in your head,
In your head,
Zombie, zombie, zombie?
Hey, hey, hey, hey, oh, oh, oh,
Oh, oh, oh, oh, hey, oh, ya, ya-a

--------------------------------------------------------
ปล. ไม่เข้าใจประโยค Who are we mistaken กับ We must be mistaken ค่ะ
คิดว่าน่าจะแปลไม่ค่อยถูกแน่เลย..   :16:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: IM เมื่อ 28 ก.ค. 2008, 11:47 น.
เดี๋ยวว่างๆ ถอดเพลงชอบมาแปะบ้างดีกว่า  :40:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ไอ้เบิร์ด เมื่อ 28 ก.ค. 2008, 12:39 น.
เพลงโปรดเลยครับ แปลตะกี้เลย

Blaze of life ของวง 403 ไม่ค่อยมีคนรู้จัก แต่ดนตรีมันส์ได้ใจ

http://media.imeem.com/m/1TW8u_Knwa/aus=false/
Oh, I am the hypocrite.
Oh, I have nothing and I'm alone.
Oh, I am the story teller.
Oh, I have nothing but I trust me.
Like an eruption of infernal volcano, I want to me mighty, yeah.
Like a breeze skimming along the green height, oh I want to be kind.

โอ้,ข้าคือจอมหลอกลวง
โอ้,ข้าไร้ซึ่งทุกอย่างและเดียวดาย
โอ้,ข้าคือกวีวนิพก
โอ้,ข้าไร้ซึ่งหลักแต่โปรดวางใจ
ดุจพสุธากำปนาท,ข้าต้องการยิ่งใหญ่เช่นนั้น,เยส
ดุจดั่ง สายลมจากที่ราบสูง,ข้าจะมีต้องเมตตา

In the severe war, even if I sustain injury, and drop on to my knees I never discard my belief.
In the end of severe war, I don't think I can gain the glory,
though I must not drop the war. "Trace on."

ณ.สงครามที๋โหดร้าย แม้นข้าเจ็บเจียนตายต้องล้มลงแต่มิได้แปลว่าข้าสูญสิ้นศรัทธา
ในยามสงครามสิ้นสุดลง,ข้าเข้าใจเหตุใดจึงมิได้รับเกรียติ
แต่ข้ามิอาจหลีกหนีจากได้

Oh, I am the hypocrite.
Oh, I have nothing and I'm alone.
Oh, I am the story teller.
Oh, I have nothing but I believe me.
Like a wayside weed puts up with a tornado, I want to be tough and tough.
Like an eagle is flying high up in the sky, I want to be noble.

โอ้,ข้าคือจอมลวงโลก
โอ้,ข้าไร้ซึ่งทุกอย่างและเดียวดาย
โอ้,ข้าคือกวีวนิพก
โอ้,ข้าไร้ซึ่งหลักแต่โปรดวางใจ
ดั่งต้นหญ้าที่โดนพายุพัดขึ้น,ข้าต้องยิ่งใหญ่เช่นมัน,เยส
สง่าดั่งพยาอินทรีโผบินกลางนภา,นั่นคือสิ่งที่อยาก

In the severe war, even if I sustain injury,and fall flat and perish I never discard my dream.
In the end of severe war, I wonder where will have I won.
I am ready for death. Now's the time. "Trace on."

ณ.สงครามที๋โหดร้าย แม้นข้าเจ็บเจียนตายต้องล้มกายลงแทบสิ้นแต่ข้ามิเคยละทิ้งความฝัน
ในยามสงครามสิ้นสุดลง,ข้าสนเท่ห์ถึงชัยชนะของข้า
ข้าก็พร้อมที่จะตาย ณ ที่นี่

Oh, infinite blade, penetrate me.
I wonder why I can't hold my ground.
The enemy before my eyes ridicules for me
and raises his weapon to try finishing me off.
Oh, why do I have to hesitate anymore?
Oh, why do I have to vacillate anymore?
I have lots of believable friends who believe me so I can keep standing up again and again.

โอ้,คมดาบนับมิถ้วน พุ่งทะลุผ่านกายข้า
แต่เหตุใดตัวข้าก็ยังมิได้ล้มลง
ศัตรูต่างส่งสายตาเยาะเย้ยตัวข้า
และเงื้อมคมดาบเพื่อปลิดชีพ
โอ้,ทำไมข้าถึงเป็นลังเลเช่นนี้
โอ้,เหตุฉะไหนข้าจึงยังไม่เลือก
เพราะข้ายังมีความเชื่อมั่นในพวกพ้องที่ทุกคนยังเชื่อในตัวข้า และนั่นทำให้ข้าไม่มีทางล้มลง

In the severe war, even if I sustain injury, and fall flat and perish I never discard my belief.
In the end of severe war, I wonder where will have I won.
I am ready for death. Now's the time. "Trace on."

ณ.สงครามที๋โหดร้าย แม้นข้าเจ็บเจียนตายต้องล้มกายลงแทบสิ้นแต่ข้ามิเคยละทิ้งศรัทธา
แม้นสงครามสิ้นสุดลง,ข้าสนเท่ห์ถึงชัยชนะของข้า
ข้าก็พร้อมที่จะตาย ณ ที่นี่

Even my belief is imitation
And it is ready made from other.
None the less I'm able to carry out til the end of time
Then it will be true someday.
Oh, even if ratted hundreds of times,
Oh, even if penetrated thousands of times,
Nobody could not do eliminate my heart
As long as my blaze of life burns

ข้าเชื่อเช่นนั้นตลอดมา
และจะเป็นจริงในซักวัน
ไม่มีวันที่ข้าจะละทิ้งมัน
โอ้,แม้นจะต้องสิ้นนับร้อยครั้ง
โอ้,แม้จะนับโดนทิ่มอีกพันครา
ไม่มีใครเลือนของข้าได้
ตราบเท่าที่เปลวชีวิตข้ายังมิดับสูญ

End of time, I just carry on.
"Trace on."

ตราบจนวาระสุดท้าย ข้าจะยืนหยัดต่อไป
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 28 ก.ค. 2008, 13:25 น.
เจ๋งมากแต่ละเพลง :12:
------------------------------
เอาเพลงแห่งความทรงจำอีก 1 เพลงมาฝาก ชอบมาก
วันก่อนได้ดูหนัง กับได้เจอเรื่องสะกิดความทรงจำเข้า เลยคิดถึงเพลงนี้ขึ้นมา
เป็นเพลงประกอบหนัง BRAM STROKER'S DRACULA ภาคปี 1992
LOVE SONG FOR VAMPIRE ของ ANNIE LENNOX

http://www.youtube.com/watch?v=vCeMk1F00WE

------------------------------
Come into these arms again               กลับมาสู่อ้อมแขนนี้  อีกครา
And lay your body down                     และผ่อนกายน้อมเอนต่ำ ลงมา
Th' rhythm of this trembling heart       ฟังท่วงทำนองของหัวใจ ดวงนี้
Is beating like a drum.                       ที่กำลังเต้น ดุจ ดั่งกลอง
It beats for you, it bleeds for you        มันเต้นอยู่ เพื่อเจ้า, มันหลั่งเลือดอยู่ เพื่อเจ้า     
It knows not how it sounds.                มันหารู้ถึง เสียงร่ำร้อง ของตัวเองไม่
For it is the drum of drums                เสียงซึ่งเป็นดั่ง มหากลอง ใน หมู่กลอง
It is the song of songs.                      เสียงซึ่งเป็นดั่ง เอกบทเพลง ใน หมู่บทเพลง...

Once I had the rarest rose that          กาลก่อน ข้าเคยมี กุหลาบสุดสูงค่าล้ำ 
ever deigned to bloom.                     ซึ่งยอมลดตัวลงมา แย้มบาน ให้ข้าเสมอๆ
Cruel winter chilled the balm,            คิมหันต์อันโหดร้าย ได้พัดเข้าทำลายไออุ่นนั้น
And stole my flower too soon            และพรากดอกไม้ของข้าจากไปอย่างรวดเร็ว  เหลือเกิน...
O loneliness, O hopelessness            โอ้ ความเปลี่ยวเหงา, โอ้ ความสิ้นหวัง
To search the ends of time,              จากการแสวงหา จุดสิ้นสุดแห่งกาลเวลา
For there is in all the world               ที่จะพึงมีในสิ่งทุกสิ่ง แห่งโลกหล้า
No greater love than mine.                ไม่มีรักใด ยิ่งใหญ่เทียบเคียงข้า ได้เลย..

Love, oh love (x5 times)                    ความรัก ความรัก ความรัก โอ้ ความรัก
....Still falls the rain.                          ... วสันต์ยังคงพร่ำ พร่างพราย
Love, oh love (x5 times)                    ความรัก ความรัก ความรัก โอ้ ความรัก
....Still falls the night.                        ... รัตติกาล ยังคงค่ำ ล่วงไป
Love, oh love (x5 times)                     ความรัก ความรัก ความรัก โอ้ ความรัก
Be mine forever...                               ... เป็นของข้า นิจนิรันดร์ 
Love, oh love (x5 times)                     ความรัก ความรัก ความรัก โอ้ ความรัก

Let me be the only one                       โปรดให้ข้า เป็นเพียง หนึ่งเดียว
To keep you from the cold.                  ที่ได้ปกป้องเจ้า จากความเยียบเย็น
Now the floor of heav'n is laid,             ห้วงแต่นี้ หนทางสู่สวรรค์ ถูกเปิดออกแล้ว
Its stars of brightest glow.                   หนทางสุดเรืองรอง สุดเจิดจ้า
They shine for you.                             มันฉายแสง เพื่อเจ้า
They shine for you.                             มันเปล่งประกายแสง สำหรับเจ้า
They burn for all to see.                      มันเรืองรองสุกใส เพื่อเราผอง จะได้เห็น
Come into these arms again                กลับมาสู่อ้อมแขนนี้ อีกครา
And set this spirit free.                        และปลดปล่อย วิญญาณดวงนี้ จากไป...
-----------------------------
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 28 ก.ค. 2008, 13:34 น.
แปลกันยาวๆ เนื้อเพลงชวนให้ไปหาเพลงมาฟังค่ะ..  :25:
BRAM STROKER'S DRACULA  ใช่ภาคที่วิโนน่า ไรเดอร์เล่นรึเปล่าน้า.. เคยดูแต่ภาคนั้นภาคเดียว
ถ้าจำไม่ผิดคีอานู รีฟ เป็นตัวร้ายอีกต่างหาก..
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 28 ก.ค. 2008, 13:37 น.
ภาคนั้นแหละครับที่วิโนน่าเล่น
คีนู เป็นพระเอกหนาไม่ใช่ตัวร้าย  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 28 ก.ค. 2008, 13:46 น.
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 28 ก.ค. 2008, 09:44 น.

Zombie
The Cranberries

Another head hangs lowly,
Child is slowly taken.
And the violence caused such silence,
Who are we mistaken?

อีกหนึ่งศีรษะที่แขวนห้อยอยู่ต่ำๆ
เด็กน้อยถูกนำไปอย่างช้าๆ
และความรุนแรงอันก่อให้เกิดความเงียบสงัดเช่นนี้
เราจะให้เป็นความผิดของใคร ?


But you see, it's not me, it's not my family.
In your head, in your head they are fighting,
With their tanks and their bombs,
And their bombs and their guns.
In your head, in your head, they are crying

แต่คุณเห็นไหม มันไม่ใช่ฉัน ไม่ใช่ครอบครัวของฉัน
ในหัวของคุณ ในหัวของคุณ มันกำลังต่อสู้กัน
ด้วยรถถังของพวกมัน กับระเบิดของพวกมัน
และระเบิดของพวกมัน กับปืนของพวกมัน
ในหัวของคุณ ในหัวของคุณ มันกำลังร่ำร้อง


In your head, in your head,
Zombie, zombie, zombie,
Hey, hey, hey. What's in your head,
In your head,
Zombie, zombie, zombie?
Hey, hey, hey, hey, oh, dou, dou, dou, dou, dou


Another mother's breakin',
Heart is taking over.
When the vi'lence causes silence,
We must be mistaken.

แม่อีกหนึ่งคนที่..
หัวใจกำลังแตกสลายถูกคุมตัวไป
เมื่อความรุนแรงเป็นต้นเหตุแห่งความสงัดเงียบ
เราจะต้องเป็นผู้ผิดพลาด

It's the same old theme since nineteen-sixteen.
In your head, in your head they're still fighting,
With their tanks and their bombs,
And their bombs and their guns.
In your head, in your head, they are dying

มันยังคงเป็นฉากเดิมๆ ตั้งแต่ ปี 1917
ในหัวของคุณ ในหัวของคุณ พวกมันยังคงต่อสู้
ด้วยรถถังของพวกมัน กับระเบิดของพวกมัน
และระเบิดของพวกมัน กับปืนของพวกมัน
ในหัวของคุณ ในหัวของคุณ พวกมันกำลังตกตาย

In your head, in your head,
Zombie, zombie, zombie,
Hey, hey, hey. What's in your head,
In your head,
Zombie, zombie, zombie?
Hey, hey, hey, hey, oh, oh, oh,
Oh, oh, oh, oh, hey, oh, ya, ya-a

--------------------------------------------------------
ปล. ไม่เข้าใจประโยค Who are we mistaken กับ We must be mistaken ค่ะ
คิดว่าน่าจะแปลไม่ค่อยถูกแน่เลย..   :16:

ชอบเพลงนี้เหมือนกันครับ
เพลงของแครนเบอรี่
มักจะเป็นการบรรยายภาพในความคิด

ผมช่วยเสริมการบรรยายภาพในเพลงให้นะครับ

Another head hangs lowly,
Child is slowly taken.
And the violence caused such silence,
Who are we mistaken?

วรรคนี้พูดถึงศพครับ
คนตายแล้วคอก็จะพับ
Another head hang lowly
เห็นภาพของคนกำลังช่วยกันแบกศพ
ที่หัวห้อยเลียดพื้นไหมครับ
หรือภาพคนอุ้มศพเด็กที่ตายไปฝัง
คือภาพแบบนี้ เราเห็นแล้วก็พูดอะไรไม่ออกจริงไหม

Mistaken คำนี้เป็น adj
แปลว่า ความเชื่อในสิ่งที่ผิด, ความหลงผิด
ดังนั้น Who are we mistaken น่าจะแปลว่าใครคือผู้้หลงผิด

We must be mistaken ก็น่าจะแปลว่าเราต้องเชื่อหรือคิดอะไรกันผิดๆแน่ๆ


Another mother's breakin',
Heart is taking over.
When the vi'lence causes silence,
We must be mistaken.

ภาพตรงนี้คือ แม่ที่สูญเสียลูกไป
แม่ที่หัวใจสลายตอนเห็นศพของลูก
ก็ต้องมีคนปลอบและพาตัวแกไป
ก่อนที่แกจะร้องไห้จนขาดใจตาย

ภาพแบบนี้ เราเห็นแล้วก็พูดอะไรไม่ออกเช่นกัน

เพลงนี้เขาด่าทหาร ด่าคนที่ใช้ความรุนแรง
ในการแก้ไขปัญหา ด่าคนพวกนี้ว่า
พวกไร้หัวใจและวิญญาณแบบซอมบี้

พื้นเพของแครนเบอรี่
มาจากไอร์แลนด์ ที่สงครามระหว่างผู้ก่อการร้าย IRA
กับรัฐบาลสหราชอาณาจักร ที่รบกันยืดเยื้อมานาน
จนเพิ่งสงบลงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

อัลบั้ม No Need to Argue ออกมาเมื่อปี 1994
โดยที่เพลงซอมบี้ ได้แรงบันดาลใจจากเหตุการณ์
วางระเบิดของผู้ก่อการร้าย IRA ในปี 1993 หรือที่รู้จักกันคือ
Warrington bomb attacks (http://en.wikipedia.org/wiki/Warrington_bomb_attacks)
เหตุการณ์ครั้งนี้่มีเด็กเสียชีวิตด้วย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 28 ก.ค. 2008, 13:55 น.
พี่ณต เจ๋งมากมาย  :12:+
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 28 ก.ค. 2008, 14:15 น.
สุดยอดค่ะ ลึกซึ้งมากๆ ..
ต่อไปจะฟังเพลงนี้อย่างซึ้งมากขึ้น  :25:
+ ไปแล้วค่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: IM เมื่อ 28 ก.ค. 2008, 16:59 น.
นอกจากได้เนื้อแปลเพลงแล้ว
จู๋นี้ยังได้รู้จักเพลงเพราะๆ อีกเยอะเลย  :25b:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 29 ก.ค. 2008, 00:23 น.
โอ้ว พี่ณต เท่มากๆๆๆ  :25: :25:+
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 29 ก.ค. 2008, 00:24 น.
โห พี่ณต :25: +
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 29 ก.ค. 2008, 12:09 น.
 อืม...พี่ณต+
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 29 ก.ค. 2008, 13:51 น.
อ้างคำพูดจาก: ด.ช.ภูกระดึง เมื่อ 29 ก.ค. 2008, 00:24 น.
โห พี่ณต :25: +

พี่อ๋าห์มาเนียนเลยนะ   :26:

นี่ถอดเพลง Ode to my family ของ The Cranberries มาสองวันแล้ว
ยังไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จ และคาดว่าคงไม่เสร็จ  :30:
เพลงบ้าอะไรไม่รู้ ซับซ้อนซ่อนความหมายเหลือเกิน 
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ซือเน... เมื่อ 29 ก.ค. 2008, 16:21 น.
อ้างคำพูดจาก: ณต ปีสี่ เมื่อ 29 ก.ค. 2008, 13:51 น.
พี่อ๋าห์มาเนียนเลยนะ   :26:

นี่ถอดเพลง Ode to my family ของ The Cranberries มาสองวันแล้ว
ยังไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จ และคาดว่าคงไม่เสร็จ  :30:
เพลงบ้าอะไรไม่รู้ ซับซ้อนซ่อนความหมายเหลือเกิน 



:25:

เอาใจช่วยครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 29 ก.ค. 2008, 17:10 น.
อ้างคำพูดจาก: ณต ปีสี่ เมื่อ 29 ก.ค. 2008, 13:51 น.
พี่อ๋าห์มาเนียนเลยนะ   :26:

นี่ถอดเพลง Ode to my family ของ The Cranberries มาสองวันแล้ว
ยังไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จ และคาดว่าคงไม่เสร็จ  :30:
เพลงบ้าอะไรไม่รู้ ซับซ้อนซ่อนความหมายเหลือเกิน 


นานแค่ไหนก็รอค่ะ .. เพลงนี้ชอบมากถึงมากที่สุดอีกแล้ว..  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: มังกิ๊ง เมื่อ 30 ก.ค. 2008, 01:03 น.
MV นี้เกือบ ๆ จะมีภาพรักร่วมเพศ (แต่ดูแล้วฮาจริง ๆ ครับ นักร้องนะนั่น)  :30: 16 +

Umbrella : Vanilla Sky (Cover From Rihanna)
http://www.youtube.com/v/TvC6VS4Np4U&hl=en&fs=1&rel=0

You had my heart                                                 คุณได้ใจฉันไป
and We'll never be worlds apart                             ถึงเราจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งบนโลก
Maybe in magazines                                             (เอ่อ บางทีอาจจะลงแม็กกาซีน)
but you still be my star                                          แต่คุณก็ยังเป็นดาราในดวงใจ
Baby cause in the dark                                          เฮ้ยนี่รู้ป่าว ตอนมืด ๆ มองอะไรไม่เห็นอ่ะ
you cant see shiny cars                                         คุณมองไม่เห็นรถหรู ๆ หรอก
and that's when you need my there                        และนั่นแหละที่ทำให้คุณต้องการฉัน
with you I always share                                        กับคุณแล้วฉันยอมทุกอย่าง
Because                                                               เพราะว่า!?

(chorus:)
When the sun shines we'll shine together               เมื่อรุ่งโรจน์เราจะโรจน์รุ่งไปด้วยกัน
told you I'll be here forever                                   ก็บอกกันไว้แล้วว่าจะอยู่ตรงนี้ตลอดไป
said I'll always be your friend                                เคยพูดไว้ว่าเป็นเพื่อนกันเสมอ
Took an oath Imma stick it out till the end              ฉันจะอยู่กับคุณจนกว่าจะตายห่ากันไปข้างนึง
Now that its raining more than ever                       วันนี้อุปสรรคหนักหนากว่าเดิม
Know that we'll still have each other                      รู้ไว้ว่าเรายังมีกันและกัน
you can stand under my umbrella                          วันไหนเธอเจ็บมา ฉันจะอยู่คอยแบกรับมัน
You can stand under my umbrella                          วันไหนเธอเจ็บมา ฉันจะอยู่คอยแบกรับมัน
(ella ella eh eh eh)                                               แบกรับ แบกรับ มัน มัน มัน
Under My Umbrella                                               ใต้ร่มของฉันในวันพายุฝน
(ella ella eh eh eh)                                               ใต้ร่ม ใต้ร่ม ฝน ฝน ฝน
Under my Umbrella                                               ใต้ร่มของฉันในวันพายุฝน
(ella ella eh eh eh)                                               ใต้ร่ม ใต้ร่ม วัน ฝน ตก
Under My Umbrella                                                ใต้ร่มของฉันในวันพายุฝน
(ella ella eh eh eh eh eh eh)                                  ใต้ร่ม ใต้ร่ม ฝน โอ๊ย พอ เหนื่อย ว่ะ ....แฮ่ก

these Fancy Things                                                สิ่งสวยงามทั้งหลายนั้น
Will never come in between                                   จะไม่มีทางทำให้ฉันไขว้เขว
You're part of my entity                                          คุณคือส่วนหนึ่งของหัวใจฉัน
if for Infinity                                                          มันไม่มีวันผันแปร
When the world has took its part                             ถ้าโลกกำลังเล่นตลก
When the world has dealt it's cards                         ถ้าโลกกำลังกลั่นแกล้งคุณ
if the hand is hard                                                 ถ้าคุณผ่านมันไปไม่ได้
Together we'll mend your heart                              เราจะเยียวยาคุณให้ลุกขึ้นแล้วลุยกันไป
Because                                                                ทำไมเรอะ?

When the sun shines we'll shine together                 ก็เพราะเมื่อเรายิ่งใหญ่ เราจะไปด้วยกัน
told you I'll be here forever                                     บอกแล้วว่าฉันจะอยู่กับคุณ
said I'll always be your friend                                  มิตรภาพของเราจะยังคงอยู่
Took an oath Imma stick it out till the end                 ฉันจะตื้อคุณไปเรื่อย ๆ
Now that its raining more than ever                         วันนี้อุปสรรคดั่งฝนกระหน่ำ
Know that we'll still have each other                         รู้ไว้ว่าฉันยังอยู่
you can stand under my umbrella                            พร้อมร่มคันโตที่จะทำให้เราผ่านมันไปด้วยกัน
You can stand under my umbrella                            พร้อมร่มของเราที่จะฝันต่อไปให้ไกล
(ella ella eh eh eh)                                                 ฝันไกล ฝันไกล ไกล ไกล ไกล
Under My Umbrella                                                 ใต้ร่มหลบฝนกับฉัน
(ella ella eh eh eh)                                                 หลบฝน หลบฝน ฉัน เธอ ฉัน
Under my Umbrella                                                 ใต้ร่มหลบฝนกระหน่ำ
(ella ella eh eh eh)                                                 กระหน่ำ กระหน่ำ แรง แรง แรง
Under My Umbrella                                                  แล้วเราจะเดินต่อไปด้วยกัน
(ella ella eh eh eh eh eh eh)                                    เดินต่อ เดินต่อ ไป ไป ไป ไป ด้วย กัน

You can run into my arms                                       คุณจะเข้ามาในอกของฉัน
it's okay don't be alarmed                                       ก็ไม่ว่าอย่าไปกลัวที่จะทำ
come into me                                                         โอ๋ มานี่มะ
there's no distance in between our love                    ไม่เคยมีช่องว่าง ระหว่างใจ
so gonna let the rain pour                                        โอ๊ยฝนบ้าอะไร ปล่อย ๆ มันไป
i'll be all you need and more                                    ฉันจะเป็นทุกสิ่งที่คุณต้องการ(หรืออาจจะเกินต้องการ)
Because                                                                 เพราะว่า?!

When the sun shines we'll shine together                  เมื่อส่องแสงเราจะแวววาวไปด้วยกัน
told you I'll be here forever                                      บอกคุณแล้วว่าฉันอยู่ตรงนี้ตลอดไป
said I'll always be your friend                                   บอกว่าฉันจะเป็นเพื่อนคุณตลอดไป
Took an oath Imma stick it out till the end                 ฉันจะอยู่กับเธอไปอีกนาน
Now that its raining more than ever                          ตอนนี้ฝนตกหนักกว่าครั้งไหน
Know that we'll still have each other                         รู้ไว้ว่าเรายังมีกัน
you can stand under my umbrella                             คุณหลบฝนใต้ร่มฉันได้
You can stand under my umbrella                             คุณหลบฝนใต้ร่มฉันได้
(ella ella eh eh eh)                                                  ระอ่ม ระอ่ม เอ้ เอ้ เอ้
Under My Umbrella                                                  ใต้ร่มของฉัน
(ella ella eh eh eh)                                                  ระอ่ม ระอ่ม ร่ม ร่ม ร่ม
Under my Umbrella                                                  ใต้ร่มของฉัน
(ella ella eh eh eh)                                                  ระอ่ม ขย่ม ร่ม ร่ม ร่ม
Under My Umbrella                                                   บอกตั้งกี่ครั้งแล้วว่าใต้ร่มกู!!!
(ella ella eh eh eh eh eh eh)                                     ระอ่ม ระอ่ม ร่ม ร่ม ร่ม จบ ซัก ที
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เกดลดา เมื่อ 30 ก.ค. 2008, 03:45 น.
ฮาตรงระอ่มนี่ล่ะ  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 30 ก.ค. 2008, 21:15 น.
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 30 เม.ย. 2008, 12:21 น.
จะไม่นั่งเฝ้าหน้าคอมพ์หลายวัน (แต่คงแว่บๆ มาเท่าที่จะมีโอกาส)
ฝากเพลงไว้ให้ฟังค่ะ  :22:

สำหรับวันใสๆ ของคนมองโลกสวย


Some Where Over The Rainbow

http://www.youtube.com/v/2A2Jt4WOxN8&hl=en


Somewhere over the rainbow
Way up high
And the dreams that you dreamed of
Once in a lullaby ii ii iii

บางแห่งเหนือสายรุ้งขึ้นไป
สูงขึ้นไปอีก
และความฝันที่เธอเคยฝันถึง
กลับสู่บทเพลงกล่อมนอนอีกครั้งหนึ่ง

Somewhere over the rainbow
Blue birds fly
And the dreams that you dreamed of
Dreams really do come true ooh ooooh
Someday I'll wish upon a star
Wake up where the clouds are far behind me ee ee eeh
Where trouble melts like lemon drops
High above the chimney tops thats where you'll find me oh
Somewhere over the rainbow bluebirds fly
And the dream that you dare to,why, oh why can't I? i iiii

บางแห่งเหนือสายรุ้งนั้น
นกสีน้ำเงินโบกบิน
และความฝันที่เธอเคยฝันถึง
ฝันนั้นกลายมาเป็นความจริง
บางวันฉันหวังว่าท่ามกลางดวงดาวนั้น
จะได้ตื่นขึ้นมาโดยอยู่สูงเหนือเมฆขึ้นไปอีกไกล
ที่ซึ่งปัญหาละลายราวกับหยดน้ำมะนาว
สูงเหนือยอดของปล่องไฟขึ้นไปอีก ที่นั่นเธอจะได้พบกับฉัน
บางแห่งเหนือสายรุ้ง ยังมีนกสีน้ำเงินโบยบิน
และความฝันที่เธอยังกล้าฝัน ทำไมเล่า ทำไมฉันจะฝันบ้างไม่ได้

Well I see trees of green and
Red roses too,
I'll watch them bloom for me and you
And I think to myself
What a wonderful world

ฉันได้เห็นสีเขียวของต้นไม้
อีกทั้งดอกกุหลาบแดง
ฉันเฝ้าดูมันเบ่งบาน สำหรับฉัน และเธอ
และฉันคิดอยู่กับตัวเองว่า
โลกนี้ช่างมหัศจรรย์เหลือเกิน

Well I see skies of blue and I see clouds of white
And the brightness of day
I like the dark and I think to myself
What a wonderful world

ฉันเห็นสีฟ้าของท้องฟ้า สีขาวของก้อนเมฆ
และความสว่างของวัน
ฉันชอบความมืด และฉันคิดอยู่กับตัวเองว่า
โลกนี้ช่างมหัศจรรย์เหลือเกิน

The colors of the rainbow so pretty in the sky
Are also on the faces of people passing by
I see friends shaking hands
Saying, "How do you do?"
They're really saying, I...I love you
I hear babies cry and I watch them grow,
They'll learn much more
Than we'll know
And I think to myself
What a wonderful world (w)oohoorld

สีสรรของสายรุ้งช่างงดงามอยู่บนท้องฟ้า
สะท้อนสู่ใบหน้าของผู้คนที่ผ่านไปมา
ฉันเห็นเพื่อนจับมือทักทาย
ไถ่ถามสุขสบายดีหรือไร
พวกเขานั้นกล่าวราวบอกรักอย่างจริงใจ
ฉันได้ยินทารกร้องไห้ และฉันเฝ้ามองเขาเติบโตขึ้น
พวกเขาจะเรียนรู้อีกมากมาย
เกินกว่าที่เรารู้
และฉันคิดอยู่กับตัวเองว่า
โลกนี้ช่างมหัศจรรย์เหลือเกิน


Someday I'll wish upon a star,
Wake up where the clouds are far behind me
Where trouble melts like lemon drops
High above the chimney top that's where you'll find me
Oh, Somewhere over the rainbow way up high
And the dream that you dare to, why, oh why can't I? I hiii ?

**********
1) ก๊อบเนื้อเพลงภาษาอังกฤษมาจากเน็ต ติดภาษาอังกฤษวิบัติมานิดๆ ถ้าดูแล้วหงุดหงิดต้องขอโทษด้วยนะคะ
2) รู้สึกว่าแปลไม่ค่อยดี แต่ว่าชอบเพลงนี้มากเลยอยากเอามาฝากค่ะ  :22:



วันก่อนได้ยินเพลงนี้แว่วๆ
เลยนึกขึ้นได้ว่า จะช่วยแอ้เสริมเพลงนี้
แต่ก็ลืมไปนานล่ะ

เพลงนี้เป็นเพลงที่เอาเพลงเก่า
คือ Over the rainbow กับ What a wonderful world
มารวมกัน ทำทำนองและขับร้องโดย
นักร้องร่างยักษ์ ชื่ีอ อิสราเอล คามาคาวิโวโอเล่ (http://en.wikipedia.org/wiki/Israel_Kamakawiwo'ole)
ผู้ล่วงลับ  (เค้าตายเพราะโรคอ้วนตั้งแต่ปี 1997)
แต่เพลงนี้เพิ่งมาดังตอนปี 2004

ว่ากันว่า เพลงนี้ อิสราเอล ตั้งใจร้องให้ภรรยา
ตอนที่เขาเริ่มรู้ว่า เขาต้องตายแน่ๆ

ทีนี้เรามาลองดูความหมายที่ซ่อนในเนื้อเพลงกันดู
โดยเฉพาะท่อนนี้

Someday I'll wish upon a star
Wake up where the clouds are far behind me ee ee eeh
Where trouble melts like lemon drops
High above the chimney tops thats where you'll find me oh
Somewhere over the rainbow bluebirds fly
And the dream that you dare to,why, oh why can't I? i iiii

ความหมายของท่อนนี้ คือการให้กำลังใจภรรยาของเขา
ว่าถึงแม้เขาจะตายไป เขาก็ไม่ได้จากไปไหน
ที่ไหนก็ตาม ที่มีความสุขดังความฝัน
เขาก็จะอยู่ ณ ที่ตรงนั้น ขอให้เธอกล้าฝัน
และเขาเองก็กล้าที่จะฝันเช่นกัน

ลองนึกดูว่า ถ้าเรารู้ว่าคนรักของเรากำลังจะตาย
แล้วเค้ามาร้องเพลงนี้ให้เราฟัง เราคงกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่  :05:

ส่วนท่อน What a wonderful world
เขาก็พูดถึงลูกสาวของเขา
อย่างน้อย เขาก็ได้เห็นเธอเติบโต
แต่ก็คงเห็นได้อีกไม่นาน ดังนั้น
ก็เหมือนกับการฝากฝัง
ให้ภรรยาของเขาดูลูกสาวด้วยนั่นเอง

เมื่อรู้ความหมายแบบนี้แล้ว
คงไม่แปลกใจกันใช่ไหมครับว่า
ทำไม สองเพลงนี้ พอมารวมกัน
ด้วยท่วงทำนองแบบนี้ และเสียงร้องนี้
ถึงได้กินใจผู้คนไปทั่วโลก

เพราะว่าเพลงนี้ เขาร้องด้วยหัวใจ........
ขอให้ อิสราเอล lz จงไปสู่สุขคติ  :46:

ป.ล.lemon drops ในเพลงนี้คือลูกอมนะครับ ฝรั่งเขาจะเรียกลูกอม
ที่ทำจากน้ำตาลว่า Drops ส่วนใส่กลิ่นรสอะไร ก็เอามานำหน้า
อย่าง Mint drops หรืออะไรเทือกนี้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 30 ก.ค. 2008, 21:23 น.
สุดยอดค่ะ.. มีประวัติเพลงด้วย..
ขอบคุณมากๆ นะคะ ไว้แอ้เอาเพลงอะไรมาแปลแปร่งๆ ช่วยเสริมอีกนะคะ ..  :25:

รู้สึกดีจัง ฟังอีกซักสองสามรอบก่อนนอนดีกว่า.. ตอนนี้ยิ่งซึ้งขึ้น
(ด้วยความที่ฟังแต่ MP3 เลยไม่ค่อยรู้ประวัติอะไรของเพลงทั้งนั้นเลยค่ะ)  :16:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 31 ก.ค. 2008, 02:53 น.
อ้างคำพูดจาก: เกดลดา เมื่อ 30 ก.ค. 2008, 03:45 น.
ฮาตรงระอ่มนี่ล่ะ  :30:
:30: :30: ฮ่าด้วย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กวางจ้ะ เมื่อ 31 ก.ค. 2008, 16:04 น.
http://www.youtube.com/watch?v=j97WOHviXbE


Alicia Keys - If I ain't got you
คำแปล (http://www.bkkonline.com/song/12-may-47.shtml)

Some people live for the fortune
Some people live just for the fame
Some people live for the power yeah
Some people live just to play the game
Some people think that the physical things
Define what's within
I've been there before
But that life's a bore
So full of the superficial       

Some people want it all
But I don't want nothing at all
If it ain't you baby
If I ain't got you baby
Some people want diamond rings
Some just want everything
But everything means nothing
If I ain't got you

Some people search for a fountain
Promises forever young
Some people need three dozen roses
And that's the only way to prove you love them

And in a world on a silver platter
And wondering what it means
No one to share, no one who truly cares for me

Some people want it all
But I don't want nothing at all
If it ain't you baby
If I ain't got you baby
Some people want diamond rings
Some just want everything
But everything means nothing
If I ain't got you

Some people want it all
But I don't want nothing at all
If it ain't you baby
If I ain't got you baby
Some people want diamond rings
Some just want everything
But everything means nothing
If I ain't got you

If I ain't got you with me baby
Nothing in this whole wide world don't mean a thing
If I ain't got you with me baby
บางคนอยู่เพื่อทรัพย์สิน
บางคนอยู่เพียงเพื่อชื่อเสียง
บางคนอยู่เพื่ออำนาจ
บางคนอยู่เพียงเพื่อเล่นเกม
บางคนคิดว่าสิ่งของ
แสดงถึงสิ่งที่อยู่ข้างใน
แต่ฉันได้เรียนรู้แล้ว
ว่าชีวิตช่างน่าเบื่อ
เต็มไปด้วยสิ่งฉาบฉวย

บางคนอยากได้ทุกสิ่ง
แต่ฉันไม่อยากได้อะไรเลย
ถ้ามันไม่ใช่เธอ
ถ้าฉันไม่มีเธอ
บางคนอยากได้แหวนเพชร
บางคนอยากได้ไปทุกสิ่ง
แต่ทุกอย่างก็ไม่มีความหมาย
ถ้าฉันไม่มีเธอ

บางคนค้นหาแหล่งน้ำ
ความหวังยังมีอยู่เสมอ
บางคนต้องการดอกกุหลาบสามโหล
และนั่นเป็นวิธีที่พิสูจน์ความรัก

ประเคนโลกใส่ถาดเงินให้ฉัน
แล้วมันจะดีได้อย่างไร
หากไม่มีใครจะแบ่งปัน ไม่มีคนที่ห่วงใยฉันแท้จริง

บางคนอยากได้ทุกสิ่ง
แต่ฉันไม่อยากได้อะไรเลย
ถ้ามันไม่ใช่เธอ
ถ้าฉันไม่มีเธอ
บางคนอยากได้แหวนเพชร
บางคนอยากได้ไปทุกสิ่ง
แต่ทุกอย่างก็ไม่มีความหมาย
หากฉันไม่มีเธอ เธอ เธอ

บางคนอยากได้ทุกสิ่ง
แต่ฉันไม่อยากได้อะไรเลย
ถ้ามันไม่ใช่เธอ
ถ้าฉันไม่มีเธอ
บางคนอยากได้แหวนเพชร
บางคนอยากได้ไปทุกสิ่ง
แต่ทุกอย่างก็ไม่มีความหมาย
หากฉันไม่มีเธอ

หากฉันไม่มีเธออยู่กับฉัน
ทุกสิ่งในโลกอันกว้างใหญ่นี้ไร้ความหมาย
หากฉันไม่มีเธออยู่กับฉัน


โคตรชอบ  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: NamZZa เมื่อ 01 ส.ค. 2008, 10:33 น.
 :02: อยากถอดบ้างอย่างแรง...
แต่ว่าเดี๋ยวขออาบน้ำไปเรียนก่อนนะคะ

กลับมาค่อยมาถอด อิอิ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: NamZZa เมื่อ 01 ส.ค. 2008, 20:31 น.
มาแล้วค่ะ...กลับมาแล้วค่ะ.... แปลนานไปหน่อย ดีบ้างไม่ดีบ้างอย่าว่ากันนะค้า
เพลง everything ของ Michael Buble หวังว่าคงชอบกันนะคะ ... Enjoy!!!


http://www.youtube.com/watch?v=Zjrv36xZ66s


You're a falling star, You're the get away car.      เธอคือดวงดาวที่ตกมาจากฝากฟ้า ... เธอคือรถที่หายไป
You're the line in the sand when I go too far .     เธอคือจุดหมายบนพื้นทราย เมื่อฉันเดินไกลเกินไป
You're the swimming pool, on an August day.     เธอคือสระว่างน้ำกลางเดือนสิงหาคม
And you're the perfect thing to say.                    และเธอคือสิ่งที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่จะเอ่ยถึงได้


And you play it coy, but it's kinda cute.                  แล้วเมื่อเธอแกล้งทำเป็นอาย ... แต่มันก็ช่างดูน่ารัก
When you smile at me you know exactly what you do. เธอรู้ว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ยามที่เธอส่งยิ้มมาให้ฉัน
Baby don't pretend, that you don't know it's true.  คนดีอย่าแกล้งทำเป็นไม่รู้เลย ... ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่จริง
Cause you can see it when I look at you.              เพราะแค่ฉันมองเธอ เธอก็รับรู้ได้แล้ว

And in this crazy life, and through these crazy times  แล้วในวันที่มันแสนวุ่นวาย ... ท่ามกลางเวลาที่ยุ่งเหยิง
It's you, it's you, You make me sing                  แค่เธอ..แค่เธอคนเดียวเท่านั้น ... ที่ทำให้ฉันสามารถร้องเพลงได้
You're every line, you're every word, you're everything.              เธอคือทุกทำนอง...เธอคือทุกคำร้อง ... เธอคือทุกสิ่งทุกอย่าง

You're a carousel, you're a wishing well,      เธอคือม้าหมุน... เธอคือบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ (แท่งทอง...แป่ววว)
And you light me up, when you ring my bell.    และเมื่อเธอได้เข้ามาสู่ชีวิตฉัน เธอทำให้ชีวิตฉันมีแสงสว่างขึ้นมา
You're a mystery, you're from outer space,     เธอช่างเป็นสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ ... เธอมาจากที่แสนไกล
You're every minute of my everyday.   เธอคือทุกๆนาทีในทุกๆวันของฉัน


And I can't believe, uh that I'm your man,        และการที่ฉันได้เป็นคนของเธอ โอ้..มันช่างเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อ
And I get to kiss you beby just because I can.   แล้วฉันจะจูบเธอ ... เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ฉันทำได้
Whatever comes our way, ah we'll see it through.   ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเราก็ตาม ... เราจะ สามารถผ่านพ้นมันไปได้
And you know that's what our love can do.    เธอรู้นิ... นั่นคือสิ่งที่ความรักของเราทำได้


And in this crazy life, and through these crazy times.     และในวันที่มันช่างสับสน ... ท่ามกลางเวลาที่แสนเลวร้าย
It's you, it's you, You make me sing            มีเธอคนเดียว....เธอคนเดียวเท่านั้น ที่ทำให้ฉันร้องเพลงขึ้นมาได้
You're every line, you're every word, you're everything     เธอคือทุกท่วงทำนอง... เธอคือทุกๆคำร้อง ...  เธอคือทุกสิ่งทุกอย่าง

So, La, La, La, La, La, La, La       (ลาล้าลาล้าล้าล้าล๊า)
So, La, La, La, La, La, La, La       (โว่วโว้ววว ล้า ล่าล๊า)

And in this crazy life, and thought these crazy times     ในวันเวลาของช่วงชีวิตที่มันสับสนวุ่นวายเช่นนี้
It's you, it's you, You make me sing                  แค่เธอคนเดียว...ผู้เดียว ที่ทำให้ฉันร้องเพลงได้
You're every line, you're every word, you're everything.     เธอเป็นทุกตัวโน๊ต ... เธอเป็นทุกคำพูด... เธอคือทั้งหมดนี้
You're every song, and I sing along.     เธอเป็นทุกบทเพลง ... ที่ฉันได้ร้องมันขึ้นมา
'Cause you're my everything.           เพราะเธอคือทุกสิ่งทุกอย่างของฉันนน
Yeah, yeah         ใช่เลยย เย่เย้!!!


เย้ๆๆๆ เรียบร้อยแล้ววว ขอบคุณทุกคนนะคะ ที่อ่านมาจนจบนิ ...
อาจจะพิมไม่ค่อยเป็นระเบียบเท่าไหร่ ขอโทษนะคะ ((กระซิกๆ))



ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 02 ส.ค. 2008, 00:30 น.
+ งามๆ เลย ชอบเพลงนี้  :33a:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: NamZZa เมื่อ 05 ส.ค. 2008, 10:08 น.
แหะๆๆ ว่างค่ะๆ มาถอดเพลงอีกแล้วววว  คราวนี้เก่าหน่อยนะคะ
แต่ว่าเพราะมากๆ ความหมายดีอีกต่างหาก ... ใครได้ดูเรื่อง 50 first date น่าจะเคยได้ยินน๊าา
เพลง Wouldn't be nice By: The Beach Boys

http://www.youtube.com/watch?v=L--cqAI3IUI



Wouldnt it be nice if we were older         มันคงจะเนอะถ้าเราแก่ไปพร้อมๆกัน
Then we wouldnt have to wait so long      เราจะได้ไม่รู้สึกว่ามันช่างนานเหลือเกิน
And wouldnt it be nice to live together      และมันคงจะดีถ้าเราอยู่ด้วยกัน
In the kind of world where we belong      ในโลกที่ที่เราเป็นของกันและกัน


You know its gonna make it that much better   เธอรู้มั้ยว่ามันคงจะดีกว่านี้
When we can say goodnight and stay together   ยามที่เราสามารถบอกฝันดีและอยู่ด้วยกันได้

Wouldnt it be nice if we could wake up      มันจะดีมั้ยถ้าเราตื่นขึ้นมา
In the morning when the day is new         ในยามเช้าวันใหม่พร้อมๆกัน
And after having spent the day together      และหลังจากเราใช้เวลาทั้งวันอยู่ด้วยกัน
Hold each other close the whole night through   เราจะกอดกันทั้งคืนในยามค่ำคืน

Happy times together weve been spending      เวลาแห่งความสุขที่เราใช้ร่วมกันผ่านไป
I wish that every kiss was neverending      ฉันหวังให้ทุกๆจูบของเราไม่มีวันหมดลง
Wouldnt it be nice               มันก็คงจะดี ...

Maybe if we think and wish and hope and pray it might come true      บางทีสิ่งที่เราต้องการ สิ่งที่เราภาวนาไว้ มันอาจจะเป็นจริงขึ้นมาก็ได้
Baby then there wouldnt be a single thing we couldnt do      ที่รัก...เราไม่ต้องทำอะไรคนเดียวอีกแล้ว
We could be married               เราจะได้แต่งงานกัน
And then we'd be happy            แล้วเราก็จะมีความสุขขขข

Wouldnt it be nice               มันคงจะดีไม่น้อยเลย

You know it seems the more we talk about it      ยิ่งเราพูดถึงความสุขพวกนี้มากเท่าไหร่
It only makes it worse to live without it      มันยิ่งรู้สึกแย่ ถ้าเราไม่สามารถทำมั้นได้
But lets talk about it               แต่ก็ไม่เห็นเป็นไร .....
Wouldnt it be nice               เพราะมันช่างรู้สึกดีเหลือเกิน


แหะๆๆ... ดีบ้างไม่ดีบ้าง ... อย่าว่ากันนะค้าาา
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 05 ส.ค. 2008, 11:03 น.
ชอบเพลงนี้มากๆ .. แล้วก็รักหนังเรื่องนี้เลยล่ะ..
ลืมโพสไว้ที่ทู้หนังประทับใจได้ไงเนี่ย..  :53:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 05 ส.ค. 2008, 13:49 น.
ชอบแฮะ + จ๊ะ  :33:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Princekun เมื่อ 05 ส.ค. 2008, 23:18 น.
http://www.youtube.com/watch?v=mv1206kvh-E

ศิลปิน: Melee
เพลง: Built to Last

I've looked for love in stranger places,
but never found someone like you.
Someone whose smile makes me feel I've been holding back,
and now there's nothing I can't do.

ฉันมองหาความรักตามสถานที่ที่ไม่เคยเห็นเรื่อยมา
แต่ไม่เคยเจอใครเหมือนคุณมาก่อน
ใครบางคนที่มีรอยยิ้มที่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกับกำลังถอยกลับ
ไม่มีอะไรที่ฉันจะทำไม่ได้

'Cause this is real, and this is good.
It warms the inside just like it should,
but most of all it's built to last.

เพราะนี่เป็นความจริง และนี่เป็นเรื่องดี
รู้สึกอบอุ่นอยู่ภายในแบบที่ควรเป็น
แต่เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งนี้มีขึ้นเพื่อดำรงอยู่ (หมายถึงคงอยู่ตลอดไปอ่ะนะ)

All of our friends saw from the start.
So why didn't we believe it too?
Whoa yeah, now look where you are.
You're in my heart now.
And there's no escaping it for you.

เพื่อนเราทุกคนได้เห็นมาตั้งแต่ต้น
แล้วทำไมเราไม่เชื่อด้วยล่ะ
ดูสถานที่ที่ตอนนี้คุณยืนอยู่ซิ
คุณอยู่ในใจฉันแล้วนะตอนนี้
และจะไม่มีการหนีจากสิ่งนี้ไปเพื่อคุณ

'Cause this is real, and this is good.
It warms the inside just like it should,
but most of all it's built to last.

เพราะนี่เป็นความจริง และนี่เป็นเรื่องดี
รู้สึกอบอุ่นอยู่ภายในแบบที่ควรเป็น
แต่เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งนี้มีขึ้นเพื่อดำรงอยู่

Walking on the hills that night with those fireworks and candlelight
You and I were made to get love right

เดินอยู่บนเขาในคืนนั้นที่มีพลุและแสงเทียน
คุณและฉันเกิดมาเพื่อได้รับความรักที่ถูกต้อง

'Cause this is real, and this is good.
It warms the inside just like it should,
but most of all it's built to last.

เพราะนี่เป็นความจริง และนี่เป็นเรื่องดี
รู้สึกอบอุ่นอยู่ภายในแบบที่ควรเป็น
แต่เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งนี้มีขึ้นเพื่อดำรงอยู่

'Cause you are the sun in my universe,
considered the best when we've felt the worst
and most of all it's built to last.

เพราะคุณคือพระอาทิตย์ในจักรวาลของฉัน
นึกถึงเรื่องที่ดีที่สุดเมื่อเรารู้สึกแย่ที่สุด
แต่เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งนี้มีขึ้นเพื่อดำรงอยู่

:53:
เพราะโคตร

ปล. ไม่ได้ถอดเองนะ ไปถามมาจากอาจารย์กู้... แล้วเจอมา
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: NamZZa เมื่อ 06 ส.ค. 2008, 06:14 น.
 :27: :27:ชอบบบบ เพลงนี้มากมายยยยยย  :53:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 06 ส.ค. 2008, 20:26 น.
ว่าจะถอด ode to my family ให้จบ
แต่ก็ยังคิดไม่แตกเสียที

พอดีวันนี้ฟังเพลงนี้ของ Keane
เลยลองแปลแบบเกาะประโยคดู
(ไม่ค่อยสละสลวยแฮะ  :41:)

http://www.youtube.com/v/pwLVAg0m3Dc&hl=en&fs=1

Somewhere only we know
ณ ที่นั้นมีแค่เราที่รู้กัน

I walked across an empty land
I knew the pathway like the back of my hand
I felt the earth beneath my feet
Sat by the river and it made me complete

ฉันเดินผ่านเพียงความว่างเปล่า
ที่ฉันคุ้นเคยกับมันอย่างกับหลังมือ
ฉันรู้สึกได้ถึงโลกที่อยู่ใต้เท้า
ริมน้ำที่ได้เคยนั่งและเติมเต็มตัวฉัน

*** Oh simple thing where have you gone
I'm getting old and I need something to rely on
So tell me when you're gonna let me in
I'm getting tired and I need somewhere to begin

โอ้ เธอหายไปไหนมา
ฉันอายุมากขึ้นและต้องการสิ่งที่ไว้ยึดเหนี่ยว
บอกฉันได้ไหม เมื่อไหร่ที่เธอจะให้ฉันผ่านเข้าไป
ฉันเริ่มเหนื่อยและต้องการที่จะเริ่มต้น

I came across a fallen tree
I felt the branches of it looking at me
Is this the place we used to love?
Is this the place that I've been dreaming of?

ฉันข้ามผ่านไม้ล้ม
ฉันรู้สึกว่ากิ่งของมันกำลังเฝ้ามองฉัน
นี่ใช่ไหม คือสถานที่ที่เราเคยรักกัน
นี่ใช่ไหม คือที่ที่ฉันเคยฝันถึงมันอยู่

ซ้ำ ***

** And if you have a minute why don't we go
Talk about it somewhere only we know?
This could be the end of everything
So why don't we go
Somewhere only we know?

หากเธอมีเวลาสักนิด
ทำไมไม่พูดถึงมัน ณ ที่นั้นที่เรารู้กัน
แล้วเรื่องค้างคาใจจะได้จบลง
แล้วทำไมเราถึงไม่ไปกัน

ณ ที่นั้นมีแค่เราที่รู้กัน

ซ้ำ ***/**

เราจะได้ยินเสียงเปียโนเป็นเครื่องดนตรีหลักๆ
เพราะนี่เป็นแนวเพลงร็อคที่ใช้เปียโนนำแทนกีตาร์

เพลงนี้ให้อารมณ์ เหงาอย่างบอกไมุ่ถูก
ณ ที่นั้นอาจจะเป็นสถานที่
เป็นช่วงเวลา เป็นความทรงจำ หรือ
อาจจะเป็นอะไรก็ได้
ที่ทำให้ความรู้สึกดีๆ
ของคนสองคนกลับมา

จะกลับมาเพื่อเริ่มต้นใหม่
หรือเพื่อจบกันไป
แต่เก็บความรู้สึกดีๆไว้
ให้มันมีคุณค่าในความทรงจำ

เชื่อว่า หลายๆ คน คงมี
ณ ที่นั้นมีแค่เราที่รู้กัน  นะครับ  :42:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 06 ส.ค. 2008, 20:30 น.
ความหมายโดนใจอย่างแรงค่ะ..  :50:
ยิ่งสรุปตรงท้ายของป๋าณตยิ่งโดนใจ..

ยูตู๊บเป็นไรน้อ.. เปิดไม่ได้.. ไม่เป็นไร เดี๋ยวหาฟังจนได้แหละ..

:25: เป็นกำลังใจให้สำหรับ Ode to my family นะคะ ..
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 07 ส.ค. 2008, 02:32 น.
Mv เท่แฮะ เพิ่งได้ดู
เพลงนี้ร้องตามได้เวลาไปเที่ยว
แต่เพิ่งประจักษ์ความหมาย ขอบคุณป๋าณตนะคะที่แบ่งปัน  :22:


ส่วนของปริ้นซ์คุง (อ่านงี้ป่ะเนี่ย)
เพลงนี้เพิ่งเคยฟัง ก็เพราะดีนะ  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 07 ส.ค. 2008, 03:10 น.
ขอประเดิมแปลเพลงที่ผมโปรดที่สุดในอัลบั้ม American Idiot ของ Green Day เลยแล้วกัน

เป็นเพลงปิดท้ายของมหากาพย์ American Idiot ครับ (อัลบั้มนี้เป็นคอนเซปท์อัลบั้ม คือเนื้อหาทุกเพลงจะต่อเนื่องกันหมด มีพระเอก นางเอก)

ชื่อเพลงว่า Whatsername ครับ เป็นบทส่งท้ายที่ไม่แฮปปี้เอ็นดิ้งเหมือนนิยายทั่วไป พระเอกโดนคนที่เค้ารักทิ้งไปอย่างไม่ใยดี

มพระเอกชื่อ Jesus of Suburbia ที่เป็นวัยรุ่นหัวกบฏ ต่อมาเจอด้านมืดครอบงำ เปลี่ยนชื่อเป็น St.Jimmy แล้วกลายเป็นหัวหน้ากบฏต่อต้านอเมริกา ต่อต้านทุกสิ่งทุกอย่างในโลก แล้วไปพบรักกับสาวที่หัวกบฏเหมือนตัวเอง คือ whatsername แล้วสุดท้าย whatsername ก็ทิ้ง St.Jimmy ไป St.Jimmy เลยเศร้า สำนึกผิด แล้วกลับมาเป็น Jesus of Suburbia เหมือนเดิม

(ผมขอแปลเพลงนี้ก่อนแล้วกันนะครับ เพลงอื่นที่เป็นเนื้อเรื่องก่อนหน้านี้ เอาไว้มีโอกาสจะเขียนอีก :30:)

ความหมายและบทละครที่แท้จริง ที่ทางวงสื่อจริงๆ ผมไม่แน่ใจนะครับ เพราะเค้าเขียนไว้ลึกซึ้งมาก ตีความไปได้หลายอย่าง แบบนี้เลยมั่วๆเอานิดหน่อย

http://www.youtube.com/v/AqDe7D5KzMM&hl=en&fs=1


Green Day - Whatsername

Thought I ran into you down on the street,
Then it turned out to only be a dream,
I made a point to burn all of the photographs,
She went away and then I took a different path,
I remember the face, but I can't recall the name,
Now I wonder how whatsername has been...

ตั้งแต่ที่ฉันได้เจอเธอ บนถนนเส้นนั้น
กลายเป็นเพียงความฝัน ที่มีฉันและเธอเคียงกัน
ฉันจะเผารูปถ่ายของเธอ ของเราสองคนทุกใบ
เพราะตั้งแต่เธอจากฉันไป ชีวิตฉันก็พลันมลาย
ฉันจำภาพเธอได้ แต่จำชื่อเธอไม่ได้
และฉันก็คิดถึงเธอขึ้นมา

(นางเอกรู้สึกจะเป็นบุคคลนิรนามครับ คือไม่มีใครรู้ัจักชื่อ
แต่ชื่อในเรื่องก็คือ whatsername ที่มาจากคำว่า What's her name นั่นเอง
พระเอกเลยบอกมาว่าเค้าจำชื่อไม่ได้ เพราะไม่มีให้จำนั่นเอง)
(หรือถ้าคิดให้ลึกกว่านั้น ก่อนหน้านี้ซักสามเพลง พระเอกดื่มกาแฟไปหลายถ้วยมากครับ
เพราะเครียดที่ถูก whatsername ทิ้งไป เลยอาจทำให้สมองเลอะเลือน จำไม่ได้แม้กระทั่งว่า whatsername ไม่มีชื่อให้เค้าจำ)

Seems that she disappeared without a trace,
Did she ever marry old whatshisface,
I made a point to burn all of the photographs,
She went away and then I took a different path,
I remember the face, but I can't recall the name,
Now I wonder how whatsername has been...

เธอจากฉันไป ไม่บอกลา
แล้วเธอได้วิวาห์ กับ whathisface มั้ย
ฉันจะเผารูปถ่ายของเธอ ของเราสองคนทุกใบ
เพราะตั้งแต่เธอจากฉันไป ชีวิตฉันก็พลันมลาย
ฉันจำภาพเธอได้ แต่จำชื่อเธอไม่ได้
และฉันก็คิดถึงเธอขึ้นมา

(whathisface ก็อาจจะเป็นชายที่เค้าไม่เคยเห็นหน้าครับ
เลยตั้งชื่อให้เหมือน whatsername ว่า whathisface)

Remember, whatever,
It seems like forever ago!
Remember, whatever,
It seems like forever ago!
The regrets are useless,
In my mind,
She's in my head,
I must confess!
The regrets are useless,
In my mind,
She's in my head,
From so long ago!


จำไว้ซะ มันผ่านมานานหลายปีแล้ว
จะไปเศร้าอยู่ใย
แต่ลืมไม่ได้ เธอยังคงอยู่ในใจ
ตั้งแต่วันนั้นที่ได้พบเธอ

And in the darkest night,
If my memory serves me right,
I'll never turn back time!
Forgetting you, but not the time

ในค่ำคืนที่มืดมิด
ถ้าความทรงจำของฉันกลับมาอีกครั้ง
ฉันจะเลือกที่ไม่จำ...

ไม่จำเธอ แต่จะไม่ลืมเวลาที่ได้อยู่กับเธอ

(โคตรชอบประโยคสุดท้ายเลยครับ โดนมากกกก :53: :53: :53:)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 07 ส.ค. 2008, 07:40 น.
รออ่านภาคก่อนหน้านะครับ  :12:

มาเสริมเล็กน้อย
จริงๆ เพลงนี้ เนื้อหาจะว่าไปก็คล้ายๆ กับเพลง
ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ ของ อพาร์ตเม้นต์คุณป้า
เรียกว่ามี กลิ่นอายคล้ายๆ กันดีกว่า

ตูถอดเพลงนี้เป็นแบบนี้นะ
จริงๆ แล้ว St.Jimmy กำลังตัดใจ
เพื่อให้ลืม Whatsername(ภาษาอังกฤษมาจาก What is her name?
เวลาฝรั่งพูดกันก็จะเป็น What's her name?
และบางสำเนียง ตัว h จะเป็น silent letter คือไม่ออกเสียง
ก็เลยกลายมาเป็น Whatsername)

จากประโยคที่บอกว่า
I made a point to burn all of the photographs
ก็อารมณ์ประมาณ กูโคตรรักมึงเลย
ูแต่เห็นรูปถ่ายทีไร ก็เจ็บแปลบทุกครั้ง
ทรมาณจนทนไม่ไหวแล้ว ตัดใจเผาแม่งทิ้งเลยดีกว่า
(เชื่อว่าวัยรุ่นทุกคน คงเคยมีอารมณ์นี้  :30:)

ทีนี้พอกำััลังจะเผารูป
ก็เอ๊ะ เธอชื่ออะไรวะ
ฉิบหายแล้ว กูจำชื่อเธอไม่ได้
คือจำได้แต่หน้า แล้วก็เริ่มสงสัยว่าเธอจะเป็นยังไงมั่งตอนนี้
ก็เลยเสือกคิดถึงเธอขึ้นมาเสียฉิบ
( I wonder how whatsername has been)

คำทักทายปกติก็จะเป็น how are you, how are you doing
แต่เวลาที่ไม่ได้เจอกันนานๆ ก็จะใช้
How have you been? หรือ
What have you been up to? ทีกลายเป็น What's up? ในที่สุด
(แต่ปัจจุบันก็เห็นใช้เหมือนกันหมด
โดยเฉพาะพวกไอ้มืด เวลามันเจอกัน
ก็ What's up man? ตลอด
ทั้งๆ ที่พวกเมิงเพิ่งเจอกันเมื่อวาน)

เพลงนี้ สะท้อนให้เห็นถึง
ความฉาบฉวยในเรื่องของความรัก
ของวัยรุ่นอเมริกัน

ลองนึกดู บอกว่าโคตรรักกัน
เศร้าเสียใจคร่ำครวญปางตาย
ตอนโดนเขาทิ้งไป
แต่มึงจำชื่อเขาไม่ได้เนี่ย
มันรักกันภาษาอะไร  :42:

ความหมายที่ซ่อนไว้ในเพลง
ก็อาจจะบอกได้กลายๆ ว่า
นี่มันไม่ใช่ความรักหรอก
เป็นแค่ช่วงเวลาที่เคยมีความสุขเท่านั้นเอง

แต่ที่เสียใจก็เพราะ รู้สึกรับไม่ได้
เนื่องจากถูกเขาทิ้ง กลายเป็นผู้แพ้

เพราะสังคมอันป่วยไข้ของอเมริกัน
ที่ทุกคนอยากเด่นอยากดัง
ทุกคนอยากจะเอาชนะคนอื่น
แต่ดันไม่มีใครเคยชนะใจตัวเอง
ผลก็คือ เวลาผิดหวัง
ก็จะอาการหนักกว่าคนปกติอย่างที่เห็นๆ กัน  :42:
(รู้สึกว่า St.Jimmy จะฆ่าตัวตาย
เพราะผิดหวังจากความรักด้วยมั๊ง)

ป.ล. บางคนเขาก็ตีความเนื้อหาของเพลงนี้
ต่างจากตูนะ อย่างเช่น รักผู้หญิงคนนี้มาก
พอผิดหวังก็เลยกลายเป็นเกลียด
ไม่อยากจำชื่อนี้อีก อะไรทำนองนี้

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Princekun เมื่อ 08 ส.ค. 2008, 13:48 น.
ขอคั่นจังหวะของกันย์ด้วยเพลงนี้นิดนึง...
ไปคุ้ยๆหามาลงอีกแล้ว

http://www.youtube.com/watch?v=hWzrr__wYMQ&feature=related

ศิลปิน: Kelis
เพลง: Lil Star

There is nothing special about me
I am just a lil star
If it seems like I'm shining brightly
It's probably a reflection of something you already are

ไม่มีอะไรพิเศษในตัวฉัน
ฉันก็แค่ดาวดวงเล็กๆดวงหนึ่ง
ถ้าดูเหมือนฉันส่องแสงสุกใสอยู่
บางทีมันอาจเป็นเงาของบางสิ่งที่เธอเป็น

I forget about myself sometime
When there's so many other around
When deep inside you feel darkest
That is where I can always be found
That is where I can always be found
That is where I can always be found...

บางทีฉันก็ลืมเรื่องของฉันเอง
เมื่อมีคนมากมาย
เมื่อลึกๆแล้ว เธอรู้สึกถึงความมืดมน
นั่นเป็นสถานที่ที่เธอจะพบฉันได้เสมอ
นั่นเป็นสถานที่ที่เธอจะพบฉันได้เสมอ
นั่นเป็นสถานที่ที่เธอจะพบฉันได้เสมอ...

Just keep trying and trying
It's just a matter of timing
Though the grinding is tiring
Don't let 'em stop you from smiling
Just keep trying and trying
Sooner or later you'll find it
It's surprising how inspiring
It is to see you shining
Cause in the dark of the night you're all I can see
and you sure look like a star to me

แค่พยายามต่อไป ต่อไป
แค่เป็นเรื่องของเวลา
ถึงแม้การทำงานหนักจะน่าเบื่อ
แต่ก็อย่าปล่อยให้มันทำให้เธอหยุดยิ้มได้
แค่พยายามต่อไป ต่อไป
ไม่ช้าก็เร็วเธอจะพบว่า
น่าประหลาดใจว่ามันให้กำลังใจ
ที่ได้เห็นเธอประสบความสำเร็จ
เพราะว่ายามค่ำคืนอันมืดมิด สิ่งที่ฉันเห็นก็มีแต่เธอ
และเธอดูประดุจดั่งดวงดาวสำหรับฉัน


There is nothing special about me
I am just a lil star
If you try to reach out and touch me
you'll see I'm not really that far

ไม่มีอะไรพิเศษในตัวฉัน
ฉันก็แค่ดาวดวงเล็กๆดวงหนึ่ง
ถ้าเธอพยายามเอื้อมมาสัมผัสตัวฉัน
เธอจะเห็นว่าฉันไม่ได้อยู่เกินเอื้อมขนาดนั้นจริงๆ

Oh, I may not be the brightest nor am I the last one you'll see
But as long as you notice, that's just fine with me
Everything's just fine with me
Everything's just fine with me...

ฉันอาจไม่ใช่ดาวที่สุกสกาวที่สุด และฉันก็ไม่ใช่ดวงที่เธอจะได้เห็นเป็นดวงสุดท้าย
แต่ตราบที่เธอมองหา นั่นก็ดีสำหรับฉันมาก
ทุกสิ่งเป็นใจดีต่อฉันจริงๆ
ทุกสิ่งเป็นใจดีต่อฉันจริงๆ...

Just keep trying and trying
It's just a matter of timing
Though the grinding is tiring
Don't let 'em stop you from smiling
Just keep trying and trying
Sooner or later you'll find it
It's surprising how inspiring
It is to see you shining
Cause in the dark of the night you're all I can see
and you sure look like a star to me

แค่พยายามต่อไป ต่อไป
แค่เป็นเรื่องของเวลา
ถึงแม้การทำงานหนักจะน่าเบื่อ
แต่ก็อย่าปล่อยให้มันทำให้เธอหยุดยิ้มได้
แค่พยายามต่อไป ต่อไป
ไม่ช้าก็เร็วเธอจะพบว่า
น่าประหลาดใจว่ามันให้กำลังใจ
ที่ได้เห็นเธอประสบความสำเร็จ
เพราะว่ายามค่ำคืนอันมืดมิด สิ่งที่ฉันเห็นก็มีแต่เธอ
และเธอดูประดุจดั่งดวงดาวสำหรับฉัน

There is nothing special about me
I am just a lil star
I've been running and jumping, but barely
Getting, getting over the bar


ไม่มีอะไรพิเศษในตัวฉัน
ฉันก็แค่ดาวดวงเล็กๆดวงหนึ่ง
ฉันวิ่งและกระโดดมาตลอด แต่ไม่ค่อยจะ
ก้าวพ้นอุปสรรคนั้นได้

I plan on being much more than I am but that's in do time
But until then I'm guilty, and being humans my crime
Being human that is my crime
Being human that is my crime...

ฉันวางแผนจะเป็นมากกว่าที่ฉันเป็นมากมาย แต่ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป
จนเมื่อฉันรู้สึกผิด การเป็นมนุษย์คือความผิดร้ายแรงของฉัน
การเป็นมนุษย์คือความผิดร้ายแรงของฉัน
การเป็นมนุษย์คือความผิดร้ายแรงของฉัน...

Just keep trying and trying
It's just a matter of timing
Though the grinding is tiring
Don't let 'em stop you from smiling
Just keep trying and trying
Sooner or later you'll find it
It's surprising how inspiring
It is to see you shining
Cause in the dark of the night you're all I can see
and you sure look like a star to me

แค่พยายามต่อไป ต่อไป
แค่เป็นเรื่องของเวลา
ถึงแม้การทำงานหนักจะน่าเบื่อ
แต่ก็อย่าปล่อยให้มันทำให้เธอหยุดยิ้มได้
แค่พยายามต่อไป ต่อไป
ไม่ช้าก็เร็วเธอจะพบว่า
น่าประหลาดใจว่ามันให้กำลังใจ
ที่ได้เห็นเธอประสบความสำเร็จ
เพราะว่ายามค่ำคืนอันมืดมิด สิ่งที่ฉันเห็นก็มีแต่เธอ
และเธอดูประดุจดั่งดวงดาวสำหรับฉัน...
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Princekun เมื่อ 08 ส.ค. 2008, 14:01 น.
แถมๆ เพลงนี้ดัง... ขุดเจอมาอีกแล้ว
เอาอีกหน่อย

เพลงนี้ จะพูดในทำนองเกี่ยวกับความเชื่อเล็กน้อยครับ... เกี่ยวกับการกลับชาติมาเกิด
คือ ผู้คนที่เราเป็นกันอยู่ทุกวันนี้ บางคนก็เป็นวิญญาณที่กลับชาติมาเกิด
แต่ตัวของ Yael Naim เธอมีความเชื่อว่า เธอเป็นวิญญาณดวงใหม่...
ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนบนโลกนี้เลย และเธอกำลังค่อยๆเรียนรู้เรื่องราวในโลกครับ

แหมเกริ่นมาพอสมควรแล้ว ดูกันเลยแล้วกันเนอะ

:53:

http://www.youtube.com/watch?v=-YUxbDEPFiM

ศิลปิน: Yael Naim
เพลง: New Soul

I'm a new soul I came to this strange world
hoping I could learn a bit about how to give and take.
But since I came here
Felt the joy and the fear
Finding myself making every possible mistake

ฉันเป็นวิญญาณที่เพิ่งมาเกิดใหม่
ฉันได้เข้ามาสู่โลกแห่งความแปลกประหลาด
และหวังว่า ฉันจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการให้และการรับ
แต่ตั้งแต่ฉันมาถึงที่นี่ ฉันก็รู้สึกได้ทั้งความสุข และความกลัว
และพบว่า ตัวเองก้าวพลาดตลอดเวลา

La-la-la-la-la-la-la-la...

I'm a young soul in this very strange world
hoping I could learn a bit about what is true and fake.
But why all this hate?
Try to communicate.
Finding trust and love is not always easy to make.

คือว่า ฉันเป็นวิญญาณที่เพิ่งมาเกิดใหม่ในโลกแห่งความแปลกประหลาดนี้
และหวังว่า ฉันจะได้เรียนรู้ว่าอะไรจริง อะไรปลอม
แต่ทำไมถึงมีความเกลียดชัง
ลองพยายามคุยกันสิ
และก็พบว่า ความไว้ใจ และความรักไม่ได้สร้างขึ้นมาง่ายๆ

La-la-la-la-la-la-la-la...

This is a happy end
cause' you don't understand
everything you have done
why's everything so wrong

นี่คือตอนจบที่มีความสุข
เพราะคุณไม่เข้าใจ
ในทุกสิ่งที่คุณได้ทำลงไป
ทำไมทุกอย่างถึงผิดไปหมด

This is a happy end
come and give me your hand
I'll take your far away.

นี่คือตอนจบที่มีความสุข
เข้ามาและยื่นมือของเธอมาให้ฉันเถอะ
แล้วฉันจะพาเธอไปไกลๆ

[Refrain]:
I'm a new soul I came to this strange world hoping I could learn a bit about how to give and take
But since I came here felt the joy and the fear finding myself making every possible mistake

ฉันเป็นวิญญาณที่เพิ่งมาเกิดใหม่
ฉันได้เข้ามาสู่โลกแห่งความแปลกประหลาด
และหวังว่า ฉันจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการให้และการรับ
แต่ตั้งแต่ฉันมาถึงที่นี่ ฉันก็รู้สึกได้ทั้งความสุข และความกลัว
และพบว่า ตัวเองก้าวพลาดตลอดเวลา

The new soul in this very strange world
Possible mistakes (2x)
Every possible mistakes (5x)
From mistakes (5x et plus.)

La-la-la-la-la-la-la-la...

La-la-la-la-la-la-la-la-la-la...
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 09 ส.ค. 2008, 03:48 น.
ชอบเพลงนี้ล่ะ เพลง: New Soul  :25:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 10 ส.ค. 2008, 16:37 น.
+ prince นะ ชอบๆๆๆ   :33a: เข้าใจเลือกเพลงมาแปลนะ เพลงนี้น่ารักมากๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: มังกิ๊ง เมื่อ 10 ส.ค. 2008, 17:42 น.
http://www.youtube.com/v/upMUeJkNyOU&hl=en&fs=1&rel=0

Boulevard of Broken Dreams
เพลงก่อนหน้านี้ (Holiday) พี่แกสามคนนั่งรถมาครับ แล้วมันก็พัง  :48:

I walk a lonely road                                           ฉันเดินอยู่บนถนน
The only one that I have ever known                   สายเดียวที่ฉันรู้จัก
Don't know where it goes                                   ไม่รู้หรอกว่ามันจะพาฉันไปไหน
But it's home to me and I walk alone                   แต่มันเหมือนเป็นบ้านของฉัน

I walk this empty street                                      ฉันเดินอยู่บนถนนว่างเปล่า
On the Boulevard of Broken Dreams                    บนถนนของคนฝันสลาย
Where the city sleeps                                         ที่ ๆ เมืองทั้งเมืองหลับใหล
and I'm the only one and I walk alone                  ฉันเหลือเพียงคนเดียว และเดินอยู่โดดเดียว

I walk alone                                                      เดินอยู่คนเดียว
I walk alone                                                      เดินอยู่คนเดียว

I walk alone                                                      เดินอยู่คนเดียว
I walk a...                                                         เดินอยู่ค..

My shadow's the only one that walks beside me    เงาสีดำเป็นสิ่งเดียวที่เดินกับฉัน
My shallow heart's the only thing that's beating     หัวใจบางเบาของฉันเป็นสิ่งเดียวที่ยังเต้นอยู่
Sometimes I wish someone out there will find me บางทีฉันหวังว่าซักคนจะพบฉัน
'Til then I walk alone                                          จนกว่าจะถึงตอนนั้น ฉันคงเดินอย่างโดดเดี่ยวต่อไป

Ah-ah, Ah-ah, Ah-ah, Aaah-ah,                             :18:อาอา  :41:อ๊าอา  :07:อาอา  :42:อา - อ่า
Ah-ah, Ah-ah, Ah-ah                                           :18:อาอา  :41:อ๊าอา  :07:อาอา  :42:อา - อ่า

I'm walking down the line                                   .
That divides me somewhere in my mind               .
On the border line                                             .
Of the edge and where I walk alone                     .
                                                                        ท่อนนี้แปลไม่ออก
Read between the lines                                       .
What's fucked up and everything's alright             .
Check my vital signs                                            .
To know I'm still alive and I walk alone                .

I walk alone                                                      เดินอยู่คนเดียว
I walk alone                                                      เดินอยู่คนเดียว

I walk alone                                                      เดินอยู่คนเดียว
I walk a...                                                         เดินอยู่ค..

My shadow's the only one that walks beside me    เงาสีดำเป็นสิ่งเดียวที่เดินกับฉัน
My shallow heart's the only thing that's beating     หัวใจบางเบาของฉันเป็นสิ่งเดียวที่ยังเต้นอยู่
Sometimes I wish someone out there will find me บางทีฉันหวังว่าซักคนจะพบฉัน
'Til then I walk alone                                          จนกว่าจะถึงตอนนั้น ฉันคงเดินอย่างโดดเดี่ยวต่อไป

Ah-ah, Ah-ah, Ah-ah, Aaah-ah,                             :18:อาอา  :41:อ๊าอา  :07:อาอา  :42:อา - อ่า
Ah-ah, Ah-ah, Ah-ah                                           :18:อาอา  :41:อ๊าอา  :07:อาอา  :42:อา - อ่า

I walk alone                                                      เดินอยู่คนเดียว
I walk a...                                                         เดินอยู่ค..

I walk this empty street                                      ฉันเดินอยู่บนถนนว่างเปล่า
On the Boulevard of Broken Dreams                    บนถนนของคนฝันสลาย
Where the city sleeps                                         ที่ ๆ เมืองทั้งเมืองหลับใหล
and I'm the only one and I walk a...                    ฉันเหลืออยู่ตัวคนเดียวและฉันเดินค...

My shadow's the only one that walks beside me    เงาสีดำเป็นสิ่งเดียวที่เดินกับฉัน
My shallow heart's the only thing that's beating     หัวใจบางเบาของฉันเป็นสิ่งเดียวที่ยังเต้นอยู่
Sometimes I wish someone out there will find me บางทีฉันหวังว่าซักคนจะพบฉัน
'Til then I walk alone                                          จนกว่าจะถึงตอนนั้น ฉันคงเดินอย่างโดดเดี่ยวต่อไป
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 10 ส.ค. 2008, 19:45 น.
Boulevard of Broken Dreams เป็นเนื้อเรื่องตอนที่ Jesus of Suburbia ถูกทิ้งเดียวดาย ไร้ที่พึ่ง เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เค้ากลายเป็น St.Jimmy :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: มังกิ๊ง เมื่อ 10 ส.ค. 2008, 22:22 น.
แฟนพันธุ์แท้  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 11 ส.ค. 2008, 21:00 น.
If I fell : เดิมเป็นเพลงของบีทเทิลส์ แต่นานาฟังครั้งแรกจากหนังเรื่องAcross the Universe ที่อีวาน ราเชล วู๊ด เป็นคนร้อง
ในฉากที่ลูซี่(นางเอก) มองไปที่จู๊ด(พระเอก) และเธอก็รู้สึกว่าเธอกำลังตกหลุมรักเขา หลังจากพึ่งสูญเสียคนรักเก่าไป

เลยขอแปลตามอารมณ์ในหนังนะคะ  :46:

http://www.youtube.com/v/lKGkKvp-8Pw&hl=en&fs=1&rel=0

If I fell in love with you,
Would you promise to be true
And help me understand.
Cause i've been in love before
And i've found that love was more

หากฉันตกอยู่ในห้วงรัก
โปรดให้ฉันประจักษ์ว่าคุณจะรักมั่น
เพราะรักเก่าของฉันไม่จีรัง
บัดนี้ , รักเธอนั้น คงมั่นกว่ารักใด

Than just holding hands.
If I give my heart to you,
I must be sure from the very start
That you would love me more than her.

เพียงแค่จับมือ
ฉันจะให้คุณได้ถือหัวใจฉันไว้
และฉันควรจะได้มั่นใจ
ว่าคุณจะรักฉันได้มากกว่าเธอ

If I trust in you,
Oh please, don't run and hide.
If I love you to,
Oh please, don't hurt my pride like her,

หากว่าใจฉันนั้นเชื่อมั่น
โปรดอย่าทิ้งฉัน  โอ้ ที่รัก
เพราะหากฉันรักคุณเช่นกัน
โปรดอย่าทำร้ายใจฉันเช่นเธอ

Cause I couldn't stand the pain.
And i, would be sad if I knew love wasn't made,
So i hope you see,
That i would love to love you.

เพราะฉันมิอาจทนรับความเจ็บปวด
เพราะความรวดร้าวเมื่อรักไม่สมหวัง

โปรดมองมาที่ฉัน โปรดรับฟัง
ฉันจะรักคุณจีรัง รักมั่นเอย

If I fell in love with you.
หากฉันตกหลุมรักคุณ....






แปลมั่วมากๆ :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 11 ส.ค. 2008, 21:04 น.
เหมือนที่น้องนานาแปลออกมา จะเอาไปแต่งเป็นเพลงไทยได้อีกเพลงหนึ่ง..   :22:
เนื้อหาน่ารัก..หวานจัง..
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 11 ส.ค. 2008, 21:04 น.
ไม่มั่วนะ โอเคเลย  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 11 ส.ค. 2008, 22:14 น.
http://www.youtube.com/watch?v=4bI77w0Wu2M

"Nine Million Bicycles"
KATIE MELUA


There are nine million bicycles in Beijing         
That's a fact,                   
It's a thing we can't deny             
Like the fact that I will love you till I die.    
      
มีจักรยานในกรุงปักกิ่งถึงเก้าล้านคัน
นั่นเป็นข้อเท็จจริง
ซึ่งเป็นสิ่งที่มิอาจปฏิเสธได้
เช่นเดียวกับความจริงที่ว่า ฉันจะรักเธอไปตราบจนวันฉันตาย


We are twelve billion light years from the edge,       
That's a guess,                   
No-one can ever say it's true             
But I know that I will always be with you.    
   
เราอยู่ห่างจากขอบจักรวาลราวสิบสองพันล้านปีแสง
นั่นเป็นเพียงสมมติฐาน
ไม่ว่าใครก็ไม่อาจยืนยันความถูกต้อง
หากแต่ฉันรู้ดีว่าฉันจะอยู่กับเธอเสมอไป


I'm warmed by the fire of your love everyday       
So don't call me a liar,                
Just believe everything that I say    
      
ฉันอบอุ่นด้วยรักจากเธอทุกวี่วัน
จงอย่ากล่าวหาว่าฉันนั้นโกหก
ขอเพียงเชื่อทุกคำที่ฉันเอ่ย


There are six BILLION people in the world       
More or less                   
and it makes me feel quite small          
But you're the one I love the most of all
         
มีผู้คนราวหกพันล้านคนบนโลกใบนี้
อาจจะมากกว่านั้นหรือน้อยกว่านั้น
และมันทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเล็กจ้อย
แต่เธอก็เป็นเพียงหนึ่งเดียวที่ฉันรักกว่าใครทั้งมวล


[INTERLUDE]
We're high on the wire                
With the world in our sight             
And I'll never tire,                
Of the love that you give me every night    
   
เราอยู่ในมุมสูง
มองโลกอยู่ในสายตาเรา
และฉันไม่เคยเหนื่อยหน่าย
กับรักที่เธอมอบให้ทุกค่ำคืน


There are nine million bicycles in Beijing         
That's a fact,                   
It's a thing we can't deny             
Like the fact that I will love you till I die.    
      
มีจักรยานในกรุงปักกิ่งถึงเก้าล้านคัน
นั่นเป็นข้อเท็จจริง
ซึ่งเป็นสิ่งที่มิอาจปฏิเสธได้
เช่นเดียวกับความจริงที่ว่า ฉันจะรักเธอไปตราบจนวันฉันตาย


And there are nine million bicycles in Beijing       
And you know that I will love you till I die!   
   
และมีจักรยานในกรุงปักกิ่งถึงเก้าล้านคัน
และเธอรู้ดีว่า ฉันจะรักเธอไปจนกว่าฉันจะตาย..


------------------------------------------------------------
เพลงนี้แอ้ฟังแล้วร้องไห้หลายครั้งเลยค่ะ..
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 12 ส.ค. 2008, 02:30 น.
+ พี่แอ้ (จริงๆอยากบวกสัก 200)
ชอบเพลงนี้มากๆๆๆ  :33a:






- --- - - --


"Leaving On A Jet Plane"

I'm ... I'm ...

All my bags are packed, I'm ready to go กระเป๋าทั้งหมดถูกเตรียมไว้หมดแล้ว ฉันกำลังจะไป
I'm standin' here outside your door ฉันยืนอยู่ตรงนี้ ข้างนอกประตู
I hate to wake you up to say goodbye ฉันไม่อยากปลุกฌะอขึ้นมาเลย ไม่อยากจะกล่าวคำลา

But the dawn is breakin', it's early morn แต่ยามเช้าก็มาถึง
The taxi's waitin', he's blowin' his horn แท็กซี่ก็รออยู่ เค้าปีบแตรเรียกแล้วด้วย
Already I'm so lonesome I could die ต่อจากนี้ แํนต้องอยู่คนเดียว ต้องตายแน่ๆ

So kiss me and smile for me จูบฉันทีสิ ยิ้มให้ฉัน
Tell me that you'll wait for me บอกกับฉันนะว่าเธอจะรอฉัน
Hold me like you'll never let me go กอดฉันแบบเธอไม่อยากให้ฉันจากไปไหน

'Cause I'm leaving on a jet plane เพราะฉันกำลังจะจากไปกับเครื่องบิน
I don't know when I'll be back again ฉันไม่รู้ด้วยว่า จะได้กลับมาอีกทีเมื่อไหร่
Oh, babe, I hate to go โอ้ว ที่รัก ฉันเกลียดที่ต้องจากไป

I'm ... ฉันนน

There's so many times I've let you down หลายๆครั้ง ฉันทำเธอเสียใจ
So many times I've played around หลายๆครั้งที่ฉันเหมือนแค่เล่นๆ
I'll tell you now, they don't mean a thing ตอนนี้ฉันต้องไปแล้ว ขอบอกว่าฉันไม่ได้ตั้งใจ

Every place I go, I think of you ทุกที่ที่ฉันไป ฉันคิดถึงเธอ
Every song I sing, I sing for you ทุกเพลงที่ฉันร้อง ฉันร้องให้เธอ
When I come back I'll wear your wedding ring เมื่อฉันกลับมา ฉันจะสวมแหวนแต่งงานให้เธอ

So kiss me and smile for me
Tell me that you'll wait for me
Hold me like you'll never let me go

'Cause I'm leaving on a jet plane
I don't know when I'll be back again
Oh, babe, I hate to go

Now the time has come to leave you และตอนนี้ถึงเวลาที่ฉันต้องจากไป
One more time, oh, let me kiss you อีกทีนึงนะที่รัก ขอฉันจุ๊บเธออีกที
And close your eyes and I'll be on my way หลับตาลงเถอะนะคนดี และฉันก็จะไปตามทางของฉัน

Dream about the days to come ฝันถึงวันที่กลับมา
When I won't have to leave alone เมื่อฉันไม่ต้องจากไปอย่างเดียวดายอีก
About the times that I won't have to say ... ในเวลาที่ฉันไม่อยากจะเอ่ยย....

Oh, kiss me and smile for me
Tell me that you'll wait for me
Hold me like you'll never let me go

'Cause I'm leaving on a jet plane
I don't know when I'll be back again
Oh, babe, I hate to go

And I'm leaving on a jet plane
I don't know when I'll be back again
Oh, babe, I hate to go

But I'm leaving on a jet plane
(Ah ah ah ah)
Leaving on a jet plane
(Ah ah ah ah)
Leaving on a jet plane
(Ah ah ah ah)
Leaving on a jet plane
(Ah ah ah ah)
Leaving on a jet plane
(Ah ah ah ah)
Leaving on a jet plane
(Ah ah ah ah)
Leaving on a jet plane
(Ah ah ah ah)
Leaving on a jet plane
(Ah ah ah ah)
(Leaving) On a jet plane


:33: มั่วของจริง ฮ่าๆๆๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Princekun เมื่อ 12 ส.ค. 2008, 10:04 น.
มีน้องที่รู้จักแปลให้ นานแล้วพอสมควร

http://www.youtube.com/watch?v=nyfY98PZkSQ

ศิลปิน: Jordin Sparks
เพลง: Tattoo

hey... hey... hey... hey... Ohhh..Ohhh Ohhh

No matter what you say about love,
I keep coming back for more,
Keep my hand in the fire,
sooner or later I get what I'm asking for
no matter what you say about life,
I learn every time I bleed the truth is a stranger soul is in danger
I gotta let my spirit be free to..
admit that I'm wrong and then change my mind
sorry but I have to move on and leave you behind

ไม่ว่าคุณจะพูดถึงรักว่าอย่างไร
ฉันจะกลับมาอยู่เสมอ
เอามือจ่อเปลวไฟ (สำนวนนี้หมายถึง ยังเล่นอยู่ ไม่หยุดเล่น)
ไม่ช้าก็เร็ว ฉันจะได้สิ่งที่ฉันเรียกหา
ไม่ว่าคุณจะพูดเกี่ยวกับชีวิตอย่างไรก็ตาม
ทุกครั้งที่ฉันเลือดออก ฉันก็ได้เรียนรู้ว่า
ความจริงก็คือคนแปลกหน้า วิญญาณกำลังตกอยู่ในอันตราย
ฉันต้องปล่อยวิญญาณฉันเป็นอิสระ
ด้วยยอมรับว่าฉันผิดไปแล้ว
และได้เคยคิดเปลี่ยนใจ
ขอโทษที แต่ว่าฉันต้องเดินหน้าต่อ และต้องทิ้งคุณไว้เบื้องหลัง

(Chorus)
I can't waste time so give it a moment
I realize nothing's broken
No need to worry bout everything I done
live every second like it was my last one
don't look back got a new direction
I loved you once
needed protection
you're still a part of everything I do
you're on my heart just like a tattoo
just like a tattoo I'll always have you

I'll always have you
I'll always have you

*ฉันเสียเวลาไม่ได้ เพราะฉะนั้นรอสักพัก
ฉันรู้แล้วว่าไม่มีอะไรแตกเสียหาย
ไม่จำเป็นต้องกังวลกับสิ่งที่ฉันได้ทำลงไป
ใช้ชีวิตในทุกวินาทีให้เหมือนกับว่านี่คือวินาทีสุดท้ายของฉัน
อย่ามองกลับหลัง ฉันได้รับคำแนะนำใหม่
ครั้งหนึ่งฉันเคยรักคุณ และต้องการความคุ้มครอง
คุณยังเป็นส่วนหนึ่งของทุกสิ่งที่ฉันทำ
คุณยังอยู่บนใจของฉัน เหมือนรอยสัก

ฉันจะมีคุณเสมอ
ฉันจะมีคุณเสมอ

I'm sick of playing all of these games
Its not bout taking sides
when I looked in the mirror,
it didn't deliver, it hurt enough to think that I could stop
admit that I'm wrong and then change my mind
sorry but I got to be strong and leave you behind

ฉันเบื่อจะเล่นเกมเหล่านี้แล้ว
ไม่ใช่การเลือกข้าง
ตอนที่ฉันมองกระจก มันไม่ได้ปลดปล่อย(ความทุกข์ออกไป)
แต่มันเจ็บปวดที่จะต้องคิดว่าฉันควรจะหยุด
ยอมรับว่าฉันผิดไปแล้ว
และได้เคยคิดเปลี่ยนใจ
ขอโทษที แต่ว่าฉันต้องเดินหน้าต่อ และต้องทิ้งคุณไว้เบื้องหลัง

I can't waste time so give it a moment
I realize nothing's broken no need to worry bout everything I done
live every second like it was my last one
don't look back got a new direction
I love you once
needed protection
you're still a part of everything I do
you're on my heart just like a tattoo
just like a tattoo

I'll always have you
I'll always have you
I'll always have you

*ฉันเสียเวลาไม่ได้ เพราะฉะนั้นรอสักพัก
ฉันรู้แล้วว่าไม่มีอะไรแตกเสียหาย
ไม่จำเป็นต้องกังวลกับสิ่งที่ฉันได้ทำลงไป
ใช้ชีวิตในทุกวินาทีให้เหมือนกับว่านี่คือวินาทีสุดท้ายของฉัน
อย่ามองกลับหลัง ฉันได้รับคำแนะนำใหม่
ครั้งหนึ่งฉันเคยรักคุณ และต้องการความคุ้มครอง
คุณยังเป็นส่วนหนึ่งของทุกสิ่งที่ฉันทำ
คุณยังอยู่บนใจของฉัน เหมือนรอยสัก

ฉันจะมีคุณเสมอ
ฉันจะมีคุณเสมอ
ฉันจะมีคุณเสมอ


if I live every moment,
won't change any moment,
there's still a part of me in u
I will never regret you
still the memory of you
marks everything I do.
oooh..

ถ้าฉันมีชีวิตอยู่ทุกๆนาที
ทุกๆนาทีจะไม่เปลี่ยน
ฉันยังเป็นส่วนหนึ่งของคุณ
ฉันจะไม่มีวันเสียใจเรื่องคุณ
ความทรงจำเกี่ยวกับคุณ
จะยังอยู่ในทุกสิ่งที่ฉันทำ

(Chorus)2x
I can't waste time so give it a moment
I realize nothing's broken no need to worry bout everything I done
live every second like it was my last one
don't look back got a new direction
I loved you once
needed protection
you're still a part of everything I do
you're in my heart just like a tattoo

*ฉันเสียเวลาไม่ได้ เพราะฉะนั้นรอสักพัก
ฉันรู้แล้วว่าไม่มีอะไรแตกเสียหาย
ไม่จำเป็นต้องกังวลกับสิ่งที่ฉันได้ทำลงไป
ใช้ชีวิตในทุกวินาทีให้เหมือนกับว่านี่คือวินาทีสุดท้ายของฉัน
อย่ามองกลับหลัง ฉันได้รับคำแนะนำใหม่
ครั้งหนึ่งฉันเคยรักคุณ และต้องการความคุ้มครอง
คุณยังเป็นส่วนหนึ่งของทุกสิ่งที่ฉันทำ
คุณยังอยู่บนใจของฉัน เหมือนรอยสัก


just like a tattoo
I'll Always have you..

ฉันจะมีคุณเสมอ...เหมือนรอยสัก
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: zoyanarak เมื่อ 12 ส.ค. 2008, 10:35 น.
ชอบเพลง I Don't Want To Miss A Thing ของ Aerosmith มากๆเลย
ปลื้มมาก :25:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 12 ส.ค. 2008, 10:41 น.
เราฟังเพลงแนวเดียวกันเนอะน้องฟ้า
เพลงฟ้าพี่ก็โคตรชอบค่ะ..   :25:
บวกคืน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 12 ส.ค. 2008, 13:28 น.
 :22:



เดี๋ยวว่างจะแปล Love Letter in the sand  :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: toxin เมื่อ 12 ส.ค. 2008, 13:47 น.
โอ้ .... มาซ่อนตัวกันอยู่ในนี้นี่เอง ...  :33:

ไม่ชวน ... :50:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: toxin เมื่อ 12 ส.ค. 2008, 13:56 น.
อ้างคำพูดจาก: princekun เมื่อ 08 ส.ค. 2008, 14:01 น.
แถมๆ เพลงนี้ดัง... ขุดเจอมาอีกแล้ว
เอาอีกหน่อย

เพลงนี้ จะพูดในทำนองเกี่ยวกับความเชื่อเล็กน้อยครับ... เกี่ยวกับการกลับชาติมาเกิด
คือ ผู้คนที่เราเป็นกันอยู่ทุกวันนี้ บางคนก็เป็นวิญญาณที่กลับชาติมาเกิด
แต่ตัวของ Yael Naim เธอมีความเชื่อว่า เธอเป็นวิญญาณดวงใหม่...
ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนบนโลกนี้เลย และเธอกำลังค่อยๆเรียนรู้เรื่องราวในโลกครับ

แหมเกริ่นมาพอสมควรแล้ว ดูกันเลยแล้วกันเนอะ

:53:

http://www.youtube.com/watch?v=-YUxbDEPFiM

ศิลปิน: Yael Naim
เพลง: New Soul

I'm a new soul I came to this strange world
hoping I could learn a bit about how to give and take.
But since I came here
Felt the joy and the fear
Finding myself making every possible mistake

ฉันเป็นวิญญาณที่เพิ่งมาเกิดใหม่
ฉันได้เข้ามาสู่โลกแห่งความแปลกประหลาด
และหวังว่า ฉันจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการให้และการรับ
แต่ตั้งแต่ฉันมาถึงที่นี่ ฉันก็รู้สึกได้ทั้งความสุข และความกลัว
และพบว่า ตัวเองก้าวพลาดตลอดเวลา

La-la-la-la-la-la-la-la...

I'm a young soul in this very strange world
hoping I could learn a bit about what is true and fake.
But why all this hate?
Try to communicate.
Finding trust and love is not always easy to make.

คือว่า ฉันเป็นวิญญาณที่เพิ่งมาเกิดใหม่ในโลกแห่งความแปลกประหลาดนี้
และหวังว่า ฉันจะได้เรียนรู้ว่าอะไรจริง อะไรปลอม
แต่ทำไมถึงมีความเกลียดชัง
ลองพยายามคุยกันสิ
และก็พบว่า ความไว้ใจ และความรักไม่ได้สร้างขึ้นมาง่ายๆ

La-la-la-la-la-la-la-la...

This is a happy end
cause' you don't understand
everything you have done
why's everything so wrong

นี่คือตอนจบที่มีความสุข
เพราะคุณไม่เข้าใจ
ในทุกสิ่งที่คุณได้ทำลงไป
ทำไมทุกอย่างถึงผิดไปหมด

This is a happy end
come and give me your hand
I'll take your far away.

นี่คือตอนจบที่มีความสุข
เข้ามาและยื่นมือของเธอมาให้ฉันเถอะ
แล้วฉันจะพาเธอไปไกลๆ

[Refrain]:
I'm a new soul I came to this strange world hoping I could learn a bit about how to give and take
But since I came here felt the joy and the fear finding myself making every possible mistake

ฉันเป็นวิญญาณที่เพิ่งมาเกิดใหม่
ฉันได้เข้ามาสู่โลกแห่งความแปลกประหลาด
และหวังว่า ฉันจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการให้และการรับ
แต่ตั้งแต่ฉันมาถึงที่นี่ ฉันก็รู้สึกได้ทั้งความสุข และความกลัว
และพบว่า ตัวเองก้าวพลาดตลอดเวลา

The new soul in this very strange world
Possible mistakes (2x)
Every possible mistakes (5x)
From mistakes (5x et plus.)

La-la-la-la-la-la-la-la...

La-la-la-la-la-la-la-la-la-la...


+ prince ครับ สุดยอด เพลงนี้ชอบบบบบ..
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: toxin เมื่อ 12 ส.ค. 2008, 14:14 น.
พอดีว่างก่อนนอน ...

แปลให้ละกัน อิอิ

Love Letter in the sand
คำรักบนผืนทราย..



On a day like today
We passed the time away
Writing love letters in the sand

วันหนึ่งเช่นวันนี้
ที่เราฆ่าเวลา
เขียนถ้อยคำรักบนผืนทราย

How you laughed when I cried
Each time I saw the tide
Take our love letters from the sand

เธอหัวเราะได้อย่างไรในยามที่ฉันร้องไห้
ทุกครั้งที่ฉันเห็นน้ำขึ้น
พัดพาเอาถ้อยคำรักของเราไปจากผืนทราย


CHORUS
(คอรัส)

You made a vow that you would ever be true
But somehow that vow meant nothing to you

เธอสาบานว่าเธอจะภักดี
แต่คำสาบานนี้ไม่มีค่าอะไรกับเธอ

Now my broken heart aches
With every wave that breaks
Over love letters in the sand

ตอนนี้หัวใจที่แหลกสลายของฉันปวดร้าว
ในทุกๆ เกลียวคลื่นที่ซัดซ่า
ลบรอยคำรักบนผืนทราย


Now my broken heart aches
With every wave that breaks
Over love letters in the sand

ตอนนี้หัวใจที่แหลกสลายของฉันปวดร้าว
ในทุกๆ เกลียวคลื่นที่ซัดซ่า
ลบรอยคำรักบนผืนทราย


....
อินเทรนด์ครับ อิอิ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 12 ส.ค. 2008, 14:22 น.
 :22:
น้องฟ้ามาดูเร้ว..
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: toxin เมื่อ 12 ส.ค. 2008, 14:33 น.
Love Letter in the sand
คำรักบนผืนทราย..



วันหนึ่ง หนึ่งวัน ธรรมดา
เราฆ่าเวลา
จารรอยรักบนผืนทราย

ใยเธอหัวเราะยามฉันร้องไห้
คลื่นซัดกลับกลาย
ทลายคำรักสองเรา

(คอรัส)

เธอสัญญาว่าไว้จะภักดี
ใยสัญญานี้กลับว่างเปล่า

หัวใจของฉันมันปวดร้าว
เกลียวคลื่นซักกร้าว
ลบรอยรักสองเราจากทราย

หัวใจของฉันมันปวดร้าว
เกลียวคลื่นซัดกร้าว
ลบรอยรักสองเราจากทราย


พยายามให้่เป็นฉบังสิบหก แต่ยัดไม่ลง เลยออกมาแปลกๆ หน่อย ทนๆ เอาหน่อยละกันครับ ฮ่าๆๆๆ  :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 12 ส.ค. 2008, 17:26 น.
 :25: :25: โอ้ มาย ก็อตตต


สุดยอดๆๆๆๆ +ๆๆๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: toxin เมื่อ 13 ส.ค. 2008, 02:11 น.
 :33:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ✌ เมื่อ 15 ส.ค. 2008, 18:18 น.
อยู่ดีๆวันนี้วิทยุก็เปิดเพลง Lemon Tree พอลองฟังดูแล้วอยากฟังอีก
จังหวะมันสนุกดี ฟังกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ
เลยลองถอดดู ถ้าพลาดตรงไหนก็อภัยด้วยนะครับ :22:

Fool's Garden - Lemon Tree

http://www.youtube.com/watch?v=bCDIt50hRDs

I'm sitting here in the boring room
It's just another rainy Sunday afternoon
I'm wasting my time, I got nothing to do
I'm hanging around, I'm waiting for you
But nothing ever happens and I wonder

ฉันนั่งเหงาหงอย ในห้องแสนน่าเบื่อ
ก็แค่ฝนตกโครมๆในวันอาทิตย์ตอนบ่าย
ฉันนั่งฆ่าเวลา ฉันไม่มีอะไรทำ
ฉันเดินเปื่อยไปมา ฉันรอแต่คุณ
แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น และฉันก็ได้แต่สงสัย

I'm driving around in my car
I'm driving too fast, I'm driving too far
I'd like to change my point of view
I feel so lonely, I'm waiting for you
But nothing ever happens and I wonder

ฉันขับรถเรื่อยๆ วนไปวนมา
ฉันขับไปแรง ฉันขับไปเร็ว
ฉันอยากจะเปลี่ยนมุมมองของฉัน
ฉันเหี่ยวเดียวดาย ฉันรอแต่คุณ
แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น และฉันก็ยังสงสัย

I wonder how
I wonder why
Yesterday you told me 'bout the blue blue sky
And all that I can see is just a yellow lemon-tree
I'm turning my head up and down
I'm turning turning turning turning turning around
And all that I can see is just another lemon-tree

ฉันสงสัยว่า ทำไม
ฉันสงสัยว่า ยังไง
ตอนเมื่อวานนี้ เธอบอกฉันถึงท้องฟ้าสี คร๊าม คราม สดใส
แต่เมื่อฉันมองไปก็เจอแต่ต้นมะนาวเหี่ยวแห้ง
ฉันหมุนหัวไปมา ขึ้นๆลงๆ
ฉัน หมุนหัว หมุนหัว หมุนหัว หนุมหัว หมุนหัวไปรอบๆ
และฉันก็ยังเจอแค่ต้นมะนาวเหี่ยวๆ อีกต้น

I'm sitting here, I miss the power
I'd like to go out taking a shower
But there's a heavy cloud inside my head
I feel so tired, Put myself into bed
Well, nothing ever happens and I wonder

ฉันนั่งตรงนี้ กับพลังที่เหือดหาย
ฉันอยากไปข้างนอก ไปเอาน้ำมาราดตัว
แต่มันก็ยังมีเมฆครึ้มอยู่ในหัวฉัน
ฉันรู้สึกเหนื่อย ล้มตัวนอนไปกับเตียง
แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น และ ฉันก็สงสัย

Isolation is not good for me
Isolation I don't want to sit on the lemon-tree
I'm steppin' around in the desert of joy
Baby anyhow I'll get another toy
And everything will happen and you wonder

อยู่อย่างโดดเดี่ยวมันไม่ดีสำหรับฉันเลย
ความโดดเดี่ยว.. ฉันไม่อยากนั่งเหี่ยวบนต้นมะนาว
ฉันจะเดินไปเรื่อยๆ ในทะเลทรายแสนสุขสันต์
ที่รัก ยังไงฉันจะได้ของเล่นใหม่แล้ว
และทุกๆอย่างจะเกิดขึ้น แล้วคุณก็จะสงสัย

I wonder how
I wonder why
Yesterday you told me 'bout the blue blue sky
And all that I can see is just another lemon-tree
I'm turning my head up and down
I'm turning turning turning turning turning around
And all that I can see is just a yellow lemon-tree
And I wonder, wonder

ฉันสงสัยว่า ทำไม
ฉันสงสัยว่า ยังไง
ตอนเมื่อวานนี้ เธอบอกฉันถึงท้องฟ้าสี คร๊าม คราม สดใส
แต่เมื่อฉันมองไปก็เจอแต่ต้นมะนาวเหี่ยวแห้ง
ฉันหมุนหัวไปมา ขึ้นๆลงๆ
ฉัน หมุนหัว หมุนหัว หมุนหัว หนุมหัว หมุนหัวไปรอบๆ
และฉันก็ยังเจอแค่ต้นมะนาวเหี่ยวๆแห้งๆ
และ ฉันสงสัย ฉันสงสัย

I wonder how
I wonder why
Yesterday you told me 'bout the blue blue sky
And all that I can see, and all that I can see, and all that I can see
Is just a yellow lemon-tree

ฉันสงสัยว่า ทำไม
ฉันสงสัยว่า ยังไง
ตอนเมื่อวานนี้ เธอบอกฉันถึงท้องฟ้าสี คร๊าม คราม สดใส
และเมื่อฉันมองจ้องไป และเมื่อฉันมองจ้องไป และเมื่อฉันมองจ้องไป๊
ก็เจอแค่ต้นมะนาวเหี่ยวๆ...
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 15 ส.ค. 2008, 20:54 น.
มีจ้องไป๊ ด้วย  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 16 ส.ค. 2008, 01:11 น.
เมื่อฉันจ้องไปเจอแต่มะนาวเหี่ยวแห้ง  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ครูย้งงง เมื่อ 17 ส.ค. 2008, 11:44 น.
My Humps"

What you gon' do with all that junk?
คุณจะทำยังไงกับไอ้ขยะชิ้นนี้ละเนี่ย
All that junk inside your trunk?
ขยะทั้งหมดในทอ่นนั้นเนี่ย

I'ma get, get, get, get, you drunk,
ฉันก็จทำให้คุณเมาเมาเมาเมา
Get you love drunk off my humps,
ทำให้คุณเมาเพราะ ดื่มด่ำกับ ส่วเนินเนาโค้งนูนของฉัน(แต่ในเพลงนี้น่าจะก้น)

Humps, my humps, my humps, my humps, my humps,
ก้นฉัน ก้นฉัน ก้นฉัน ก้นฉัน ก้นชั้น
My humps, my humps, my humps, my lovely little humps (Check it out)
ก้นฉัน ก้นฉัน ก้นฉัน  เธอรักหน้าอกน้อยๆของช้าน ( เช็ค ดูหน่อยสิ ว่ามันเป้นอย่างไร โอ้ว)



I drive these fuckers crazy,
ฉันจะทำให้พวกหนุ่มนั้นคลั่ง
I have do it on the daily,
ฉันทำมันทุกวันทุกวันทุกวี่
They treat me really nicely,
เขาปฏิบัติต่อฉันดี๊ดี
They buy me all these ices.
เขาซื้อทั้งจี้ ทั้งเพรช ทั้งพลอย

Dolce & Gabbana,
ยี่ห้อของ( ดอลเช่ และแก็บบาน่า)
Fendi and NaDonna
เฟนดิ และ นาดอนน่า

Karan, they be sharin'
ยี่ห้อคาแรน  เขาก็ช่วยกันซื้อ
All their money got me wearin' fly
เงินคนตื้อ  ทำให้ฉันสุขสบาย
Brother I ain't askin,
ฉันไม่ขอเลยนะพี่ชาย
They say they love my ass 'n,
ความสวยของก้นฉันทำให้ฉันสบาย

Seven Jeans, True Religion's,
(ยี่ห้อเสื้อผ้าครับ)
I say no, but they keep givin'
บอกไม่ต้องยังอยากจะให้จิงๆ
So I keep on takin'
งั้นก้อรับไว้เรื่องหมดสิ้น
And no I ain't taken
แต่พวกเธอยังไม่ได้กินฉันนะ
We can keep on datin'
เราแค่ไปออกเดทก่อนกันนะ
I keep on demonstrating.
เราสาธิตทดลองดูไปก่อนนะ

My love (love), my love, my love, my love (love)
ความรักของฉัน ของฉัน ของฉัน ขของชั้น
You love my lady lumps (love),
เธอรักทีี่นมของฉัน
My hump, my hump, my hump (love),
ก้นฉัน ก้นฉัน ก้นชั้น
My humps they got you,
ก้นฉันนั้นแหละจับคุณ( จับไว้ไห้อยู่หมัด)



She's got me spending.
มีเธอแล้วจ่ายหมดสิ้น
(Oh) Spendin' all your money on me and spending time on me.
ใช้เงินกับฉัน แล้วฉันจะใช้เวลากับเธอ
She's got me spendin'.(แปลแล้ว)
(Oh) Spendin' all your money on me, up on me, on me(แปลแล้ว)

What you gon' do with all that junk?
All that junk inside that trunk?
I'ma get, get, get, get, you drunk,
Get you love drunk off my hump.-----(แปลแล้ว)

What you gon' do with all that ass?
เธอจะทำอย่างไรกับก้น
All that ass inside them jeans?
ก้นที่อยู่ในกางเกงยีนส์
I'm a make, make, make, make you scream
ฉันก็จะทำให้คุณร้องกรี้ด
Make you scream, make you scream.
ร้องกรี๊ดๆ ร้องกรี๊ดๆ

'Cause of my hump (ha), my hump, my hump, my hump (what).
เพราะก้นของฉัน  ของฉัน ของฉัน ของชั้น (อะไร)
My hump, my hump, my hump (ha), my lovely lady lumps (Check it out)
ก้นฉัน ก้นฉัน ก้นชั้น เธอรักหน่มน้ม ของฉัน ( เช็ค อิมเอาท์)

I met a girl down at the disco.
ฉันเจออนงค์นาง กลางดิสโก้
She said hey, hey, hey yea let's go.
เธอบอก เฮ้ เฮ้ เย้ ไปด้วยกันพ่อคนโก้

I could be your baby, you can be my honey
ฉันจะเปนน้องนางที่แสนดี ฉันจะเป็นยอดยาหยี
Let's spend time not money.
ใช้เวลาด้วยกัน ไม่ใช่กะตังค์นะพี่
I mix your milk wit my cocoa puff,
ฉันจะผสมนมกับ ความเข้มข้นดั่งโกโก้ของฉัน
Milky, milky cocoa,
นม อ่ะ นมโกโก้
Mix your milk with my cocoa puff, milky, milky riiiiiiight.
ผสม กะนมและกลิ่นโกโก้  นม และ นม และนม และน่านแลลลลลลล

They say I'm really sexy,
เขาบอกว่่าฉันสุดจะเซ็กซี่
The boys they wanna sex me.
เขาบอกว่า อยากจะ :47:
They always standing next to me,
เขามายืนต่อหน้าฉันแล้วนี่
Always dancing next to me,
มาเต้นแล้วก้มาชอบสี
Tryin' a feel my hump, hump.
อยากมาจับที่ก้นฉัน
Lookin' at my lump, lump.
อยากมามองที่นมฉัน
You can look but you can't touch it,
มองแต่ตามือย่าต้อง นะน้องพี่ของร้อง
If you touch it I'ma start some drama,
เพราะถ้าเธอสัมผัน ฉันจะมีเรื่องกับคุณ
You don't want no drama,
เธอคงไม่อยากมีเรื่องหรอกน่า
No, no drama, no, no, no, no drama
ไม่เอาน่าไม่เอาไม่เอาเรื่องดราม่า

So don't pull on my hand boy,
อย่ามาดึงแขนฉันนะหนุ่มน้อย

You ain't my man, boy,
ไม่ใช่เด็กของเธอนะหนุ่มน้อย
I'm just tryn'a dance boy,
ฉันแค่อยากจะเต้นนะ boy
And move my hump.
และ แค่ขัยบก้น

My hump, my hump, my hump, my hump,
My hump, my hump, my hump, my hump, my hump, my hump.
My lovely lady lumps (lumps)
My lovely lady lumps (lumps)
My lovely lady lumps (lumps)
In the back and in the front (lumps)
My lovin' got you,----------------(แปลไปแล้ว)

She's got me spendin'.
(Oh) Spendin' all your money on me and spending time on me.
She's got me spendin'.
(Oh) Spendin' all your money on me, up on me, on me.---------------แปลไปแล้ววว


What you gon' do with all that junk?
คุณจะทำยังไงกับไอ้ขยะชิ้นนี้ละเนี่ย
All that junk inside your trunk?
ขยะทั้งหมดในทอ่นนั้นเนี่ย

I'ma get, get, get, get, you drunk,
ฉันก็จทำให้คุณเมาเมาเมาเมา
Get you love drunk off my humps,
ทำให้คุณเมาเพราะ ดื่มด่ำกับ ส่วเนินเนาโค้งนูนของฉัน(แต่ในเพลงนี้น่าจะก้น)
What you gon' do with all that ass?
เธอจะทำอย่างไรกับก้น
All that ass inside them jeans?
ก้นที่อยู่ในกางเกงยีนส์
I'm a make, make, make, make you scream
ฉันก็จะทำให้คุณร้องกรี้ด
Make you scream, make you scream.
ร้องกรี๊ดๆ ร้องกรี๊ดๆ
What you gon' do wit all that breast?
เธอจะทำยังไงกับหน้าอก
All that breast inside that shirt?
หน้าอกที่อยู่ในเสื้อเชิต
I'ma make, make, make, make you work
ฉันก็จะให้คุณเริ่มลงมือ เรริ่มลงมือ
Make you work, work, make you work.
ลงมือซะเลย  555+

(A-ha, a-ha, a-ha, a-ha) [x4]

She's got me spendin'.
(Oh) Spendin' all your money on me and spendin' time on me
She's got me spendin'.
(Oh) Spendin' all your money on me, up on me, on me.






แปลแล้ว อะไรกันนี่
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 17 ส.ค. 2008, 13:20 น.
เพลงติดเรท แปลได้มันส์ดีครับ  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 18 ส.ค. 2008, 10:41 น.
โอ้  :25:

ชอบๆ  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 20 ส.ค. 2008, 10:37 น.
แปลได้ฮ่ามาก  :30: +
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 22 ส.ค. 2008, 21:10 น.
Happy Ending - Mika
เป็นเพลงที่ชอบมากเพลงนึงค่ะ





This is the way you left me,
I'm not pretending.
No hope, no love, no glory,
No Happy Ending.
This is the way that we love,
Like it's forever.
Then live the rest of our life,
But not together.

นี่คือหนทางที่เราจาก
อย่างสะอาดบริสุทธิ์ใจ
ไร้ความหวัง ไร้รัก ความสดใส
ไร้ฉากจบที่วาดฝัน
นี่เป็นหนทางที่เรารัก
เป็นเช่นนี้, ตราบนิรันดร์
ใช้ชีวิตที่เหลืออีกครั้ง
แต่ไม่ได้ไปด้วยกัน

Wake up in the morning, stumble on my life
Can't get no love without sacrifice
If anything should happen, I guess I wish you well
A little bit of heaven, but a little bit of hell

ลืมตาในตอนเช้า ชีวิตสะดุดไป
จะเลิกรักได้อย่างไร หากไม่เสียสละ
อะไรก็เกิดขึ้นได้ ฉันหวังว่าคุณคงสบาย
สวรรค์เล็กๆนั่นปะไร , หรือเพียงเปลวไฟแห่งโลกันตร์

This is the hardest story that I've ever told
No hope, or love, or glory
Happy endings gone forever more

นี่เป็นเรื่องที่ยากที่สุดที่ฉันเคยพูดถึง
ไร้รัก ความหวัง ความสดใส
ตอนจบที่หวังไว้ไกลจากตา

I feel as if I'm wasted
And I'm wastin' every day

รู้สึกแห้งเหี่ยวไร้เรี่ยวแรง
เหมือนทุกวันที่เข้ามา

This is the way you left me,
I'm not pretending.
No hope, no love, no glory,
No Happy Ending.
This is the way that we love,
Like it's forever.
Then live the rest of our life,
But not together.

นี่คือหนทางที่เราจาก
อย่างสะอาดบริสุทธิ์ใจ
ไร้ความหวัง ไร้รัก ความสดใส
ไร้ฉากจบที่วาดฝัน
นี่เป็นหนทางที่เรารัก
เป็นเช่นนี้, ตราบนิรันดร์
ใช้ชีวิตที่เหลืออีกครั้ง
แต่ไม่ได้ไปด้วยกัน

2 o'clock in the morning, something's on my mind
Can't get no rest; keep walkin' around
If I pretend that nothin' ever went wrong, I can get to my sleep
I can think that we just carried on

ทั้งคืนค่อยเดินผ่าน บางอย่างรุมเร้าในหัว
ไม่มีเวลาให้พักเป็นส่วนตัว จมปลักไปมา
เพียงเสแสร้งว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฉันคงสบายใจได้
และคงหลอกหัวใจ ว่ารักเราไม่ได้เปล่ียนไปเลย


This is the hardest story that I've ever told
No hope, or love, or glory
Happy endings gone forever more
I feel as if I'm wasted
And I'm wastin' every day

นี่เป็นเรื่องที่ยากที่สุดที่ฉันเคยพูดถึง
ไร้รัก ความหวัง ความสดใส
ตอนจบที่หวังไว้ไกลจากตา

รู้สึกไร้เรี่ยวแรง
เหี่ยวแห้งเหมือนทุกวันที่เข้ามา

This is the way you left me,
I'm not pretending.
No hope, no love, no glory,
No Happy Ending.
This is the way that we love,
Like it's forever.
Then live the rest of our life,
But not together.

นี่คือหนทางที่เราจาก
อย่างสะอาดและบริสุทธิ์ใจ
ไร้ความหวัง ไร้รัก ความสดใส
ไร้ฉากจบที่วาดฝัน
นี่เป็นหนทางที่เรารัก
เป็นเช่นนี้, ตราบนิรันดร์
ใช้ชีวิตที่เหลืออีกครั้ง
แต่ไม่ได้ไปด้วยกัน

A Little bit of love, little bit of love
Little bit of love, little bit of love[repeat]

เพียงแค่ความรัก
เศษเสี้ยวของความรัก
เพียงแค่ความรัก
เศษเสี้ยวของความรัก

I feel as if I'm wasted
And I waste everyday

รู้สึกเหี่ยวแห้งไร้เรี่ยวแรง
ในทุกๆวันที่เข้ามา

This is the way you left me,
I'm not pretending.
No hope, no love, no glory,
No Happy Ending.
This is the way that we love,
Like it's forever.
To live the rest of our life,
But not together.

นี่คือหนทางที่เราจาก
อย่างสะอาดบริสุทธิ์ใจ
ไร้ความหวัง ไร้รัก ความสดใส
ไร้ฉากจบที่วาดฝัน
นี่เป็นหนทางที่เรารัก
เป็นเช่นนี้, ตราบนิรันดร์
ใช้ชีวิตที่เหลืออีกครั้ง
แต่ไม่ได้ไปด้วยกัน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 22 ส.ค. 2008, 21:22 น.
เกิดอะไรขึ้นเหรอนานา :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 23 ส.ค. 2008, 04:04 น.
เบิ้ลนะครับ

ขอแปลเพลงที่ผมชอบที่สุดในตอนนี้ จากวงที่ผมชอบที่สุดในตอนนี้ละกัน
กับเพลงที่มีชื่อว่า The Man Who Can't be Moved จาก The Script ครับ :53:

http://www.youtube.com/watch?v=qw-J8kC5DHo

"The Man Who Can't be Moved"

Going back to the corner where I first saw you, กลับไปที่เดิม ตรงมุมถนน ที่ที่ฉันเจอเธอครั้งแรก
Gonna camp in my sleeping bag. I'm not gonna move, และจะนั่งจะนอนอยู่ในถุงนอนตรงนี้ จะไม่ไปไหนทั้งสิ้น
Got some words on cardboard got your picture in my hand, ในมือฉันมีรูปถ่ายของเธอ และกระดาษแข็งแผ่นหนึ่ง
Saying if you see this girl can you tell her where I am, เขียนไว้ว่า "ใครพบเห็นเธอคนนี้ โปรดบอกเธอด้วย ว่าผมคอยเธออยู่ที่นี่"
Some try to hand me money they don't understand, บางคนยื่นเงินให้ผม นึกว่าผมเป็นคนขอทาน
I'm not... broke I'm just a broken hearted man, แต่ผมไม่ใช่ ผมไม่ได้จน ผมแค่...เป็นคนอกหักคนหนึ่ง
I know it makes no sense, but what else can I do, ผมรู้ว่ามันไม่เหมาะ แต่จะให้ผมทำอย่างไร
How can I move on when I've been in love with you...จะให้ผมเดินต่อไปยังไง ก็ผมยังรักเธออยู่

Cos if one day you wake up and find that you're missing me, เพราะว่าถ้าเกิดวันนึง เธอตื่นขึ้นมา แล้วเธอคิดถึงผม
And your heart starts to wonder where on this earth I can be, แล้วเธอเกิดอยากรู้ขึ้นมาว่า ผมอยู่ที่แห่งใดบนโลกใบนี้
Thinking maybe you'd come back here to the place that we'd meet, ลองคิดดูสิ ถ้าเกิดเธอคิดขึ้นได้ เธอก็น่าจะกลับมาที่นี่
And you'd see me waiting for you on the corner of the street. และเธอจะได้เจอผม รอเธออยู่ที่มุมถนนแห่งนี้แหละ

So I'm not moving...ผมก็เลยไม่ไปไหน
I'm not moving. ผมจะไม่ไปไหนทั้งสิ้น

Policeman says son you can't stay here, คุณพี่ตำรวจก็มาบอกว่า "ไอ้น้อง เอ็งมานั่งอยู่ตรงนี้ไม่ได้นะเว้ย"
I said there's someone I'm waiting for if it's a day, a month, a year, ผมเลยบอกไปว่า ผมมานั่งรอคนๆนึงอยู่ครับ ไม่ว่าจะนานเป็นวัน เป็นเดือน เป็นปี ผมก็จะรอ
Gotta stand my ground even if it rains or snows, หิมะจะตก ฝนจะกระหน่ำ ผมก็จะไปหนีไปไหน
If she changes her mind this is the first place she will go. เพราะว่าถ้าเธอเปลี่ยนใจ เธอจะมาที่นี่เป็นที่แรก

Cos if one day you wake up and find that you're missing me, ถ้าวันนึงเธอตื่นขึ้นมา แล้วเธอคิดถึงฉัน
And your heart starts to wonder where on this earth I can be, แล้วหัวใจเธอนั้น ถวิลหาว่าฉันอยู่แห่งใด
Thinking maybe you'd come back here to the place that we'd meet, เธอลองกลับไปที่ที่เราเจอกันครั้งแรกดูนะ
And you'd see me waiting for you on the corner of the street. และเธอก็จะเจอฉัน รออยู่ที่มุมถนนนั่นไง

So I'm not moving...ฉันจะไม่ไปไหน
I'm not moving.ฉันจะไม่ไปไหนอีกแล้ว

I'm not moving...
I'm not moving.

People talk about the guy ทุกคนต่างเล่าลือกันถึงชายคนนึง
Who's waiting on a girl...ผู้ซึ่งรอคอยหญิงสาว ที่เขารัก
Oohoohwoo
There are no holes in his shoes รองเท้าของเขาไม่มีรูโหว่เลย
But a big hole in his world...แต่ในโลกของเขา มีรูใหญ่อยู่รูนึง
Hmmmm

Maybe I'll get famous as man who can't be moved, บางที ฉันอาจจะกลายเป็นคนดังก็ได้ กลายเป็น "ชายซึ่งไม่อยากจะลุกไปไหน"
And maybe you won't mean to but you'll see me on the news, และถ้าบังเอิญ เธอก็อาจจะได้เห็นฉันออกข่าวในทีวี
And you'll come running to the corner...และเธอก็จะวิ่งมาหาฉันที่นี่
Cos you'll know it's just for you เพราะเธอรู้ว่า ที่ฉันทำไป ก็เพื่อเธอ

I'm the man who can't be moved ฉันเป็นคนบ้าที่ไม่อยากจะลุกไปไหน
I'm the man who can't be moved...เป็นคนบ้าที่จะรอเธอตลอดไป ณ ที่ตรงนี้

Cos if one day you wake up and find that you're missing me,
And your heart starts to wonder where on this earth I can be,
Thinking maybe you'd come back here to the place that we'd meet,
And you'd see me waiting for you on the corner of the street.
[Repeat in background]

So I'm not moving...
I'm not moving.

I'm not moving...
I'm not moving.

Going back to the corner where I first saw you,
Gonna camp in my sleeping bag not I'm not gonna move.



ซึ้งมากๆเลย :05:
พาลนึกไปว่า บรรดาคนบ้าตามถนน ที่มักจะมานั่งอยู่ที่เดิมทุกๆวัน บางทีเค้าก็อาจจะเป็น the man who can't be moved ก็ได้เนอะ :40:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 23 ส.ค. 2008, 10:12 น.
เศร้าได้ใจ :05: +น้องกันย์เลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 23 ส.ค. 2008, 10:38 น.
นะ.. อารมณ์นี้ โดนใจจังค่ะ..  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: มังกิ๊ง เมื่อ 26 ส.ค. 2008, 23:20 น.
7things - Miley Cyrus

ฟังแล้วซึ้งอ่ะครับ ขนาดเป็นผู้ชายนะเนี่ย

http://www.youtube.com/watch?v=Hr0Wv5DJhuk

I probably shouldn't say this                                        ฉันไม่ควรจะพูดเลย
But at times I get so scared                                        แต่ตอนนี้ฉันเริ่มจะกลัวแล้ว
When I think about the previous                                  เมื่อฉันนึกถึง
Relationship we shared                                              ความสัมพันธ์ที่เราเคยมี
It was awesome but we lost it                                     มันเจ๋งนะ แต่เราทำมันหายไป
It's not possible for me not to care                              เป็นไปไม่ได้หรอกที่ฉันจะไม่สนใจมัน
And now we're standing in the rain                             และตอนนี้เรายืนอยู่ท่ามกลางสายฝน
But nothing's ever gonna change until you hear            แต่จะไม่มีอะไรเปลี่ยนจนกว่าเธอจะได้ยิน
My dear

The seven things I hate about you                               เจ็ดสิ่งที่ฉันเกลียดในตัวเธอ
The seven things I hate about you                               เจ็ดสิ่งที่ฉันเกลียดในตัวเธอ
Oh you                                                                     โอ เธอน่ะนะ
You're vain, your games                                             ความโหด เกมของเธอ
You're insecure                                                          เธอมันตัวอันตราย
You love me, you like her                                            เธอรักฉัน แล้วไปชอบเขา
You make me laugh                                                    เธอทำให้ฉันหัวเราะ
You make me cry                                                       แล้วก็ทำให้ฉันร้องไห้
I don't know which side to buy                                    ไม่รู้ว่าฉันต้องการอย่างไหนดี
Your friends they're jerks                                            เพื่อนเธอมันตัวปัญญาอ่อน
When you act like them                                              เวลาเธอทำเหมือนมันยิ่งแย่ใหญ่
Just know it hurts                                                       รู้ไว้ละกันว่ามันเจ็บ
I wanna be with the one I know                                   ฉันไม่อยากจะอยู่กับคนแปลกหน้าอย่างเธอ
And the seventh thing I hate the most that you do         และสิ่งที่เจ็ดที่ฉันเกลียดที่สุดในตัวเธอคือ
You make me love you                                                เธอทำให้ฉันรักเธอ

It's awkward and its silent                                         มันน่าอึดอัดและมันช่างเงียบงัน
As I wait for you to say                                              เวลาฉันรอให้เธอพูด
What I need to hear now                                           สิ่งที่ฉันอยากได้ยินตอนนี้
Your sincere apology                                                 คือคำขอโทษจากเธอ
When you mean it I'll believe it                                  ถ้าเธอมั่นใจฉันก็จะเชื่อมัน
If you text it I'll delete it                                            ถ้าเธอเมสเซจมาฉันจะลบมันทิ้งไป
Let's be clear                                                           พูดให้ตรง ๆ เลยนะ
Oh, I'm not coming back                                            โอ ฉันไม่กลับมาหรอก
You're taking seven steps here                                    เธอกำลังก้าวออกไปเจ็ดก้าวแล้ว

Chorus:
You're vain, your games                                             ความโหด เกมของเธอ
You're insecure                                                          เธอมันตัวอันตราย
You love me, you like her                                            เธอรักฉัน แล้วไปชอบเขา
You make me laugh                                                    เธอทำให้ฉันหัวเราะ
You make me cry                                                       แล้วก็ทำให้ฉันร้องไห้
I don't know which side to buy                                    ไม่รู้ว่าฉันต้องการอย่างไหนดี
Your friends they're jerks                                            เพื่อนเธอมันตัวปัญญาอ่อน
When you act like them                                              เวลาเธอทำเหมือนมันยิ่งแย่ใหญ่
Just know it hurts                                                       รู้ไว้ละกันว่ามันเจ็บ
I wanna be with the one I know                                   ฉันไม่อยากจะอยู่กับคนแปลกหน้าอย่างเธอ
And the seventh thing I hate the most that you do         และสิ่งที่เจ็ดที่ฉันเกลียดที่สุดในตัวเธอคือ
You make me love you                                                เธอทำให้ฉันรักเธอ

And compared to all the great things                            และเปรียบเทียบกับทุกสิ่งดี ๆ ของเธอ
That would take too long to write                                 ที่อาจจะยาวเกินเขียนไหว
I probably should mention the seven that I like               ฉันควรจะพูดถึงสิ่งที่ฉันชอบด้วยนะ

The seven things I like about you                                 เจ็ดอย่างที่ฉันชอบเกี่ยวกับเธอ
Your hair, your eyes                                                   ผมเธอ ตาเธอ
Your old Levis                                                             กางเกงลีวายตัวเก่าของเธอ
When we kiss I'm hypnotized                                       ตอนเราจูบกันฉันแทบฟั่นเฟือน
You make me laugh, you make me cry                          เธอทำฉันหัวเราะ แล้วก็ร้องไห้
But I guess that's both I'll have to buy                           แต่ฉันคิดว่าฉันรักทั้งสองอย่าง
Your hand in mine                                                      มือเธอในมือฉัน
When we're intertwined                                              เมื่อเราเกี่ยวก้อยกัน
Everything's alright                                                     ทุกอย่างก็โอเค
I wanna be with the one I know                                   ฉันอยากจะอยู่กับคนที่ฉันรู้จัก
And the seventh thing I like the most that you do           และสิ่งที่เจ็ดที่ฉันชอบที่สุดเกี่ยวกับเธอคือ
You make me love you                                                เธอทำให้ฉันรักเธอ

You do, oh
Ooh, ooh, ooh oh
Ooh, ooh, ooh oh
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 27 ส.ค. 2008, 02:30 น.
 
http://www.youtube.com/watch?v=UfvOqO0Kja0



Like a flower waiting to bloom
Like a lightbulb in a dark room
I'm just sitting here waiting for you
To come home and turn me on

เหมือนดอกไม้รอคอยที่จะผลิบาน
เหมือนหลอดไฟในห้องมืดๆ
ฉันแค่นั่งรอเธออยุ่ตรงนี้ ที่รัก
รอเธอมามอบความสดใสให้แก่ฉัน



Like the desert waiting for the rain
Like a school kid waiting for the spring
I'm just sitting here waiting for you
To come on home and turn me on

เหมือนทะเลทรายรอสายฝนมาโปรยปราย
เหมือนเด็กนักเรียนรอปิดเทอมใบไม้ผลิ
และเหมือนกับฉันที่นั่งรอเธอตรงนี้
รอเธอเข้ามาทำให้ฉันชื่นใจ..



My poor heart, it's been so dark since you been gone
After all, you're the one who turns me off
You're the only one who can turn me back on


หัวใจฉันแห้งแล้งตั้งแต่เธอจากไป
ทั้งหมดคือเธอ ผู้ทำให้ฉันหม่นหมอง
และเธอเพียงคนเดียวที่จะคืนความสดใสให้ฉัน..


My hi-fi's waiting for a new tune
The glass is waiting for some fresh ice cubes
I'm just sitting here waiting for you
To come on home and turn me on
Turn me on


คลื่นของฉันรอเจอเพลงใหม่ (แปลงี้ป่ะเนี่ย)
เหมือนแก้วที่รอเติมน้ำแข็งสดใส
เหมือนฉันที่นั่งรอเธออยู่
ให้เธอเข้ามา ทำให้ฉันชื่นใจ
ทำให้ฉันชื่นใจ



:22:



ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กวางจ้ะ เมื่อ 27 ส.ค. 2008, 17:56 น.
http://www.youtube.com/watch?v=xRrKBN5mHiM
Unbreak My Heart - Aof ปองศักดิ์




Don't leave me in all this pain
Don't leave me out in the rain
Come back and bring back my smile
Come and take these tears away

I need your arms to hold me now
The nights are so unkind
Bring back those nights when I held you beside me

Unbreak my heart
Say you'll love me again
Undo this hurt you caused
When you walked out the door
And walked outta my life

Un-cry these tears
I cried so many nights
Un-break my heart
My heart..

Take back that sad word good-bye
Bring back the joy to my life
Don't leave me here with these tears
Come and kiss this pain away

I can't forget the day you left
Time is so unkind
And life is so cruel without you here beside me

Unbreak my heart
Say you'll love me again
Undo this hurt you caused
When you walked out the door
And walked outta my life

Un-cry these tears
I cried so many nights
Un-break my heart
My heart..

Don't leave me in all this pain
Don't leave me out in the rain
Bring back the nights when I held you beside me

Unbreak my heart
Say you'll love me again
Undo this hurt you caused
When you walked out the door
And walked outta my life

Un-cry these tears
I cried so many many nights
Unbreak my, Unbreak my heart, oh baby
Come back and say you love me

Unbreak my heart
Sweet darlin'
Without you I just can''t go on

Can't go on..

อย่าทิ้งฉันไว้บนความเจ็บปวดรวดร้าว
อย่าทิ้งฉันไว้กลางสายฝนที่เหน็บหนาว
ช่วยเอารอยยิ้มของฉันกลับคืนมา
และเช็ดรอยน้ำตาของฉันออกไป

ตอนนี้ฉันอยากได้อ้อมกอดจากเธอเหลือเกิน
ค่ำคืนที่ไม่มีเธอมันช่างแสนทรมาน
อยากให้ค่ำคืนที่ฉันมีเธอข้างกาย ได้ย้อนกลับคืนมาอีกครั้ง

อย่าทำลายหัวใจฉัน
ได้โปรดบอกว่ารักฉันอีกครั้งได้ไหม
ให้คำว่ารักนั้น ช่วยลบล้างความเจ็บปวดที่เธอทำไว้
เมื่อครั้งที่เธอเดินจากไป..
และเดินออกจากชีวิตฉันไป..

อย่าทิ้งฉันให้จมน้ำตาแบบนี้เลย
มันนานมากแล้ว.. ที่ฉันร้องไห้อยู่อย่างนี้
ได้โปรด อย่าทำลายความรักของเราเลย
ที่รัก..

เอาคำจากลาที่แสนเศร้านั้นกลับไปเถิด
ช่วยเอาความสุขกลับคืนมาให้ฉันได้ไหม
อย่าปล่อยให้ฉันร้องไห้จมทะเลน้ำตา
ช่วยจูบฉันเพื่อลบความเจ็บปวดนี้ได้ไหม..

วันที่เธอจากฉันไป มันยังตราตรึงในจิตใจ
วันและเวลาที่ผ่านมา ไม่อาจจะเยียวยารักษาความรู้สึกของฉันได้
และชีวิตมันช่างแสนโหดร้ายและทุกข์ทรมาน เมื่อไม่มีเธอ

อย่าทำลายหัวใจฉัน
ได้โปรดบอกว่ารักฉันอีกครั้งได้ไหม
ให้คำว่ารักนั้น ช่วยลบล้างความเจ็บปวดที่เธอทำไว้
เมื่อครั้งที่เธอเดินจากไป..
และเดินออกจากชีวิตฉันไป..

อย่าทิ้งฉันให้จมน้ำตาแบบนี้เลย
มันนานมากแล้ว.. ที่ฉันร้องไห้อยู่อย่างนี้
ได้โปรด อย่าทำลายความรักของเราเลย
ที่รัก..

อย่าทิ้งฉันไว้บนความเจ็บปวดรวดร้าว
อย่าทิ้งฉันไว้กลางสายฝนที่เหน็บหนาว
อยากให้ค่ำคืนที่ฉันมีเธอข้างกาย ได้ย้อนกลับคืนมาอีกครั้ง

อย่าทำลายหัวใจฉัน
ได้โปรดบอกว่ารักฉันอีกครั้งได้ไหม
ให้คำว่ารักนั้น ช่วยลบล้างความเจ็บปวดที่เธอทำไว้
เมื่อครั้งที่เธอเดินจากไป..
และเดินออกจากชีวิตฉันไป..

อย่าทิ้งฉันให้จมน้ำตาแบบนี้เลย
มันนานมากแล้ว.. ที่ฉันร้องไห้อยู่อย่างนี้
อย่า.. อย่าทำลายหัวใจฉันเลยที่รัก
ได้โปรดกลับมา.. และบอกว่าเรายังรักกัน

ได้โปรดอย่าทำลายหัวใจฉันเลย
ที่รัก
ขาดเธอไป......แล้วฉันจะอยู่ต่อไปยังไง

จะอยู่ต่อไปยังไง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 27 ส.ค. 2008, 19:08 น.
เข้ามาฟังเพลงของน้องฟ้า กับน้องกวางค่ะ...  :25:
โดยเฉพาะเวอร์ชั่น อ๊อฟ ปองศรีเนี่ย เพิ่งเคยได้ยินแฮะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 27 ส.ค. 2008, 23:27 น.
 :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: pop-art เมื่อ 28 ส.ค. 2008, 07:58 น.
When you say nothing at all
It's amazing how you can speak right to my heart
  Without saying a word, you   can light up the dark
  Try as I may I could never explain
What I hear when   you don't say a thing

  The smile on your face let's me know   that you need me
  There's a truth in your eyes saying you'll never leave   me
  The touch of your hand says you'll catch me if ever I fall
  You say it   best when you say nothing at all

  All day long I can hear   people talking out loud
  But when you hold me near, you drown out the   crowd
  Try as they may they can never define
  What's being said between your   heart and mine


ช่วยแปลหน่อยครับ (ชอบเพลงนี้มาก :45:)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 28 ส.ค. 2008, 10:04 น.
เพลงนี้ชอบเหมือนกันค่ะ.. :25:
(ติได้ตามอัธยาศัยนะคะ วันนี้ขี้เกียจทำงานนิดหน่อย เลยแต่งเล่นๆ ค่ะ ว่าแล้วก็ไปทำงานดีกว่า)


When you say nothing at all
Ronan Keating



It's amazing how you can speak right to my heart
Without saying a word, you can light up the dark
Try as I may I could never explain
What I hear when you don't say a thing

มันช่างน่าประหลาดใจ      ใยเธอกล่าวตรงใจฉัน
โดยมิเอ่ยคำรำพัน            ความมืดนั้นพลันสว่างไสว
แม้พยายามจะเอื้อนเอ่ย    มิอาจเผยถึงความนัย
ที่ได้ยินคือสิ่งใด             เมื่อเธอไร้คำพูดจา

The smile on your face lets me know that you need me
There's a truth in your eyes saying you'll never leave me
The touch of your hand says you'll catch me whenever I fall
You say it best.. when you say nothing at all

รอยยิ้มบนหน้านวล          เปรียบประมวลความปรารถนา
ความจริงในดวงตา           เธอบอกมาไม่ลากัน
สัมผัสจากมืออุ่น             จะค้ำจุนยามพลาดฝัน
เธอบอกสารพัน               เมื่อเธอนั้นไม่เอ่ยคำ
           

All day long I can hear people talking out loud
But when you hold me near, you drown out the crowd (the crowd)
Try as they may they can never define
What's been said between your heart and mine

ทั้งวันได้ยินเสียง               สรรพสำเนียงคนคลาคล่ำ
แต่เมื่อเธอกอดซ้ำ             เสียงต่างๆ ดูจางไป
แม้พยายามจะชี้ชัด            มิอาจตัดความสงสัย
สิ่งนั้นคือสิ่งใด                   ระหว่างใจเราพูดกัน

The smile on your face lets me know that you need me
There's a truth in your eyes saying you'll never leave me
The touch of your hand says you'll catch me whenever I fall
You say it best.. when you say nothing at all

The smile on your face lets me know that you need me
There's a truth in your eyes saying you'll never leave me
The touch of your hand says you'll catch me whenever I fall
You say it best.. when you say nothing at all

(You say it best when you say nothing at all
You say it best when you say nothing at all..)

The smile on your face
The truth in your eyes
The touch of your hand
Let's me know that you need me..
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 28 ส.ค. 2008, 11:24 น.
แลแล้วกลายเป็นเพลงสุนทราภรณ์เลย :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 28 ส.ค. 2008, 13:35 น.
 :56: อ่านอีกทีแล้วก็.. จริงๆ ด้วย..


สงสัยสำนวนพี่แก่เองแหละน้องกันย์..  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 28 ส.ค. 2008, 13:37 น.
 :21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 28 ส.ค. 2008, 13:43 น.
 :30: กันย์บังอาจแซว
แต่ก็นะ  :30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: pop-art เมื่อ 28 ส.ค. 2008, 13:55 น.
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 28 ส.ค. 2008, 10:04 น.
เพลงนี้ชอบเหมือนกันค่ะ.. :25:
(ติได้ตามอัธยาศัยนะคะ วันนี้ขี้เกียจทำงานนิดหน่อย เลยแต่งเล่นๆ ค่ะ ว่าแล้วก็ไปทำงานดีกว่า)


When you say nothing at all
Ronan Keating



It's amazing how you can speak right to my heart
Without saying a word, you can light up the dark
Try as I may I could never explain
What I hear when you don't say a thing

มันช่างน่าประหลาดใจ      ใยเธอกล่าวตรงใจฉัน
โดยมิเอ่ยคำรำพัน            ความมืดนั้นพลันสว่างไสว
แม้พยายามจะเอื้อนเอ่ย    มิอาจเผยถึงความนัย
ที่ได้ยินคือสิ่งใด             เมื่อเธอไร้คำพูดจา

The smile on your face lets me know that you need me
There's a truth in your eyes saying you'll never leave me
The touch of your hand says you'll catch me whenever I fall
You say it best.. when you say nothing at all

รอยยิ้มบนหน้านวล          เปรียบประมวลความปรารถนา
ความจริงในดวงตา           เธอบอกมาไม่ลากัน
สัมผัสจากมืออุ่น             จะค้ำจุนยามพลาดฝัน
เธอบอกสารพัน               เมื่อเธอนั้นไม่เอ่ยคำ
           

All day long I can hear people talking out loud
But when you hold me near, you drown out the crowd (the crowd)
Try as they may they can never define
What's been said between your heart and mine

ทั้งวันได้ยินเสียง               สรรพสำเนียงคนคลาคล่ำ
แต่เมื่อเธอกอดซ้ำ             เสียงต่างๆ ดูจางไป
แม้พยายามจะชี้ชัด            มิอาจตัดความสงสัย
สิ่งนั้นคือสิ่งใด                   ระหว่างใจเราพูดกัน

The smile on your face lets me know that you need me
There's a truth in your eyes saying you'll never leave me
The touch of your hand says you'll catch me whenever I fall
You say it best.. when you say nothing at all

The smile on your face lets me know that you need me
There's a truth in your eyes saying you'll never leave me
The touch of your hand says you'll catch me whenever I fall
You say it best.. when you say nothing at all

(You say it best when you say nothing at all
You say it best when you say nothing at all..)

The smile on your face
The truth in your eyes
The touch of your hand
Let's me know that you need me..


ขอบคุณครับ :12: :45:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: NamZZa เมื่อ 04 ก.ย. 2008, 06:45 น.
http://www.youtube.com/watch?v=jQJsPGD1t0g (http://www.youtube.com/watch?v=jQJsPGD1t0g)

แหะๆๆๆ มาแล้วๆๆๆ หลังจากว่าจะมาแปลเพลงนี้ตั้งนาน
แต่ว่าเรียนวุ่นๆ เลยไม่ได้มาเล่นบอร์ดนี้เลย >__<
จากซีรี่ย์โปรดน้ามซ์เองค้าาา.... Friends
The Rembrandts : I'll be there for you

So no one told you life was gonna be this way
ไม่เคยมีใครบอกเธอสินะ...ว่าชีวิต มันก็เป็นอย่างงี้แหละ
Your jobs a joke, you're broke, your love life's D.O.A.
เรื่องงานก็แย่...ถังแตกอีก ชีวิตรักก็เหมือนกับตายทั้งเป็น (Death on alive)

It's like you're always stuck in second gear
มันเหมือนจะทำอะไรก็ดูติดขัดไปสะหมด
And it hasn't been your day, your week, your month,or even your year
วันไหนก็ไม่ใ่ช่วันของเธอ...อาทิตย์ของเธอ..หรือแม้กระทั่งปี
but..
แต่!!!!

I'll be there for you
ฉันยังอยู่ตรงนี้เพื่อเธอ
When the rain starts to pour
ในเวลาที่สายฝนโปรยปรายลงมา
I'll be there for you
ฉันยังอยู่เคียงข้างเธอ
Like I've been there before
เหมือนที่ฉันเคยเป็นมา
I'll be there for you
ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ
'Cuz you're there for me too...
เพราะเธอก็อยู่เคียงข้างฉันเช่นกัน

You're still in bed at ten
สิบโมงแล้ว...เธอยังนอนอยู่เลย
And work began at eight
อ่าา...ได้ข่าวว่าเริ่มงานแปดโมง
You've burned your breakfast
ทำอาหารเช้า...ก็ยังใหม่
So far... things are goin' great
แต่เอาน่าาาา....มันต้องมีเรื่องดีๆสิ

Your mother warned you there'd be days like these
แม่เธอเคยเตือนเธอว่ามันต้องมีวันแบบนี้
Oh but she didn't tell you when the world has brought
You down to your knees that...
โอ้..แต่เธอไม่เคยบอกนิว่า ว่าเวลาที่โลกมันทำให้เธอน้ำตาเช็ดหัวเข่า...

I'll be there for you
ฉันยังอยู่เคียงข้างเพื่อเธอเสมอ
When the rain starts to pour
ในยามที่ฝนโปรยปราย
I'll be there for you
ฉันอยู่เคียงข้างเธอเสมอ
Like I've been there before
เหมือนที่ฉันเคยเป็นมา
I'll be there for you
ฉันอยู่ตรงนี้เคียงข้างเธอ
'Cuz you're there for me too...
เพราะเธอก็อยู่เคียงข้างฉันเช่นกัน


No one could ever know me
ไม่เคยมีผู้ใดได้รู้จักตัวตนจริงๆของฉัน
No one could ever see me
ไม่เคยมีใครได้เห็นความรู้สึกที่แท้จริงของฉัน
Seems you're the only one who knows
ดูเหมือนว่า จะมีแค่เธอคนเดียวเท่านั้นที่ได้รู้
What it's like to be me
ว่าตัวตนจริงๆของฉันเป็นเช่นไร
Someone to face the day with
คนที่จะร่วมเดินทางไปด้วยกัน
Make it through all the rest with
ฝ่าพันอุปสรรคไปด้วยกัน
Someone I'll always laugh with
คนที่ฉันจะหัวเราะไปด้วยกัน
Even at my worst I'm best with you, yeah
แม้จะเป็นวันที่ซวยสำหรับฉัน... ฉันก็ยังรู้สึกดีเพราะเธอ..เย้ๆๆๆ

แล้วก็ย้อนๆๆๆๆๆ ท่อนฮุคๆๆๆอ่ะค้าาาาาา

:35: I love Friends  :33:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: toxin เมื่อ 04 ก.ย. 2008, 10:01 น.
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 28 ส.ค. 2008, 10:04 น.
เพลงนี้ชอบเหมือนกันค่ะ.. :25:
(ติได้ตามอัธยาศัยนะคะ วันนี้ขี้เกียจทำงานนิดหน่อย เลยแต่งเล่นๆ ค่ะ ว่าแล้วก็ไปทำงานดีกว่า)


When you say nothing at all
Ronan Keating



It's amazing how you can speak right to my heart
Without saying a word, you can light up the dark
Try as I may I could never explain
What I hear when you don't say a thing

มันช่างน่าประหลาดใจ      ใยเธอกล่าวตรงใจฉัน
โดยมิเอ่ยคำรำพัน            ความมืดนั้นพลันสว่างไสว
แม้พยายามจะเอื้อนเอ่ย    มิอาจเผยถึงความนัย
ที่ได้ยินคือสิ่งใด             เมื่อเธอไร้คำพูดจา

The smile on your face lets me know that you need me
There's a truth in your eyes saying you'll never leave me
The touch of your hand says you'll catch me whenever I fall
You say it best.. when you say nothing at all

รอยยิ้มบนหน้านวล          เปรียบประมวลความปรารถนา
ความจริงในดวงตา           เธอบอกมาไม่ลากัน
สัมผัสจากมืออุ่น             จะค้ำจุนยามพลาดฝัน
เธอบอกสารพัน               เมื่อเธอนั้นไม่เอ่ยคำ
           

All day long I can hear people talking out loud
But when you hold me near, you drown out the crowd (the crowd)
Try as they may they can never define
What's been said between your heart and mine

ทั้งวันได้ยินเสียง               สรรพสำเนียงคนคลาคล่ำ
แต่เมื่อเธอกอดซ้ำ             เสียงต่างๆ ดูจางไป
แม้พยายามจะชี้ชัด            มิอาจตัดความสงสัย
สิ่งนั้นคือสิ่งใด                   ระหว่างใจเราพูดกัน

The smile on your face lets me know that you need me
There's a truth in your eyes saying you'll never leave me
The touch of your hand says you'll catch me whenever I fall
You say it best.. when you say nothing at all

The smile on your face lets me know that you need me
There's a truth in your eyes saying you'll never leave me
The touch of your hand says you'll catch me whenever I fall
You say it best.. when you say nothing at all

(You say it best when you say nothing at all
You say it best when you say nothing at all..)

The smile on your face
The truth in your eyes
The touch of your hand
Let's me know that you need me..


อลังการดีครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 04 ก.ย. 2008, 10:17 น.
อ้างคำพูดจาก: กันย์ เมื่อ 28 ส.ค. 2008, 11:24 น.
แลแล้วกลายเป็นเพลงสุนทราภรณ์เลย :30:

:56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ครูย้งงง เมื่อ 26 พ.ย. 2008, 16:40 น.
"Bye Bye"---by  mariah carey

This is for my peoples who just lost somebody------------------------------------เพลงเพลงนี้ฉันมอบให้แด่คนที่สูญเสียใครสักคน
Your best friend, your baby, your man, or your lady------------------------------เพือนที่แสนดี คนรักไม่ว่าชายหญิง
Put your hand way up high----------------------------------------------------------จงยกมือมือขึ้นสู่ฟ้า
We will never say bye (no, no, no)--------------------------------------------------เราจะไม่กล่าวลาหรอกนะ
Mamas, daddies, sisters, brothers, friends and cousins--------------------------พ่อแม่น้องพี่หรือญาติๆที่เราสูญเสีย
This is for my peoples who lost their grandmothers------------------------------เพลงนี้แฉันแต่งให้กัยคนที่เสียคุณยายไป
                                                                          ( ถ้าจำไม่ผิด da brat แรพเปอร์เพือนสนิทเธอ เสียคุณยายไปแล้ว เลยเขียนแบบนี้)
Lift your head to the sky 'cause we will never say bye----------------------------จงเข้มแข็งเอาไว้   เราจะไม่กล่่าวคำลา

As a child there were them times---------------------------------------------------เมื่อฉันยังเป็นเด็กน้อยในครานั้น
I didn't get it but you kept me in line------------------------------------------------ฉันยังไม่เข้าใจ ว่าทำไมต้องเข้มงวดกับฉันมากมาย
I didn't know why you didn't show up sometimes----------------------------------ทำไมเธอไม่เคยมาหาฉันเลย
On Sunday mornings, and I missed you---------------------------------------------ในวันอาทิตย์ตอนเช้า และฉันคิดถถึงเธอเสมอ
But I'm glad we talked through------------------------------------------------------แต่ฉันก็ดีใจเสมอที่เราคุยกัน
All them grown folk things-------------------------------------------------------------เมื่อทุกอย่างได้เติบโตเนิ่นนาน
Separation brings---------------------------------------------------------------------การลาจากได้แยกเราออกจากกัน
You never let me know it----------------------------------------------------------------เธอไม่เคยให้ฉันรุ้
You never let it show because---------------------------------------------------------เธอไม่เคยแสดงให้รู้
You loved me and obviously-----------------------------------------------------------แต่เธอรักฉันอย่างชัดเจน
There's so much more left to say------------------------------------------------------ฉันยังมีสิ่งที่ต้องการพูดอีกมากมาย
If you were with me today face to face------------------------------------------------ถ้าเพียงแค่เธอ อยู่ตรงนี้

[Chorus:]
I never knew I could hurt like this--------------------------------------------------------ฉันไม่เคยรุ้ลเยว่าจะปวดร้าวเพียงนี้
And everyday life goes on like------------------------------------------------------------ทุกๆวันในชีวิตของฉันนั้นเปรียบเหมือนฉันหวัีงว่า
"I wish I could talk to you for awhile"----------------------------------------------------ขอเพียงได้คุยกับเธออีกสักนิด
Miss you but I try not to cry----------------------------------------------------------------คิดถึงเธอเพียงไหน แต่ก็พยายามไม่ร้องไห้
As time goes by----------------------------------------------------------------------------เมื่อเวลาผ่านไป
And soon as you reach a better place-----------------------------------------------------แต่ตอนนี้เธอได้ไปสู่ ที่ดีๆ ของเธอแล้ว( สุ่สุขคติ)
Still I'd give the world to see your face----------------------------------------ฉันเหมือนอยากเอาโลกทั้งใบมาแลกกับการได้เจอคุณอีกครั้ง
And I'm right here next to you-----------------------------------------------------------------เพื่อแฉันจะได้อยู่ต่อหน้าคุณ
But it's like you're gone too soon------------------------------------------------------------แต่เธอจากไปเร็วเหลือเกิน
Now the hardest thing to do is say bye bye----------------------------------------------สิ่งที่ยกาเกินทำใจ คือการ กล่าว ลา

(Bye Bye [3x])---------------------------------------------------------------ลาก่อน ลาก่อน
Bye bye

And you never got the chance to see how good I've done--------------------------เธอไม่มีโอกาสเห็นว่าฉันทำได้ดีเพียงไหน
And you never got to see me back at number one-----------------------------------เธอไม่เห้นเหรอ ฉันกลับมาเป็นทืี่ 1 อีกครั้ง
I wish that you were here to celebrate together----------------------------------------ฉันภาวนาให้เธอได้ร่วมฉลงอกับฉัน
I wish that we could spend the holidays together----------------------------------------หรือเพียงมาใช้เวลาในวันหยุดกับฉันบ้าง

I remember when you used to tuck me in at night--------------------------------------ฉันยังจำวันที่เธอพาฉันเข้านอน
With the Teddy Bear you gave to me that I held so tight------------------------------------ฉันยังกอดตุ๊กตาตัวนั้นไว้เสียแน่น
I thought you were so strong------------------------------------------------------------------------ฉันคิดว่าเธอ เก่งมาก
You'd make it through whatever--------------------------------------------------ที่สามารถก้าวผ่านทุกอย่างได้ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม
It's so hard to accept the fact you're gone forever---------------------------แต่สำหรับฉันยากเหลือเกินที่จะยอมรับความจริงว่าเธอจากไปแล้ว

[Chorus]

(bye bye bye bye bye bye [3x])
Bye bye

This is for my peoples who just lost somebody------------------------------------เพลงเพลงนี้ฉันมอบให้แด่คนที่สูญเสียใครสักคน
Your best friend, your baby, your man, or your lady------------------------------เพือนที่แสนดี คนรักไม่ว่าชายหญิง
Put your hand way up high----------------------------------------------------------จงยกมือมือขึ้นสู่ฟ้า
We will never say bye (no, no, no)--------------------------------------------------เราจะไม่กล่าวลาหรอกนะ
Mamas, daddies, sisters, brothers, friends and cousins--------------------------พ่อแม่น้องพี่หรือญาติๆที่เราสูญเสีย
This is for my peoples who lost their grandmothers------------------------------เพลงนี้แฉันแต่งให้กัยคนที่เสียคุณยายไป
                                                                         
Lift your head to the sky 'cause we will never say bye----------------------------จงเข้มแข็งเอาไว้   เราจะไม่กล่่าวคำลา

[Chorus]





ถ้าอ่านเนื้อดีๆ  เขาแต่งให้กับพ่อครับ 



อ่านแล้ว ร้องไห้เลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 16:21 น.
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 15:54 น.
เหตุการณ์ฟ้ารุ่งฆ่าตัวตาย พอจะทันอยู่เล็กน้อยครับ
วงวูล์ฟแพ็คก็จำได้  :30: แต่ไม่เคยทราบว่าเธอเคยร้องเพลงนี้ไว้

เคยแปลไว้นานแล้ว คุ้ยมาให้อ่านประกอบ
แปลแบบตีความด้วยเรียบร้อย ค่อนข้างจะเผยความนัยน์ของเพลงเลยเชียว
Creep - เลื้อยคลาน หมายถึงว่า เจอคนที่แกรักจนอยากลงไปคืบคลาน
ลงไปกอง หลอมละลายลงไป และก็มีอีกความนัยน์หนึ่งว่าเป็นตัวประหลาด
(แต่มันไม่ค่อยเพราะ เลยเลือกแปลเอาแค่อันแรก) เป็นเพลงที่ผมร้อง
กับกีต้าร์กับวงพี่ๆน้องๆแถบนี้ค่อนข้างบ่อย

CREEP โดยคณะเรดิโอเฮด

When you were here before, Couldn't look you in the eye.
You're just like an angel. Your skin makes me cry.
You float like a feather. In a beautiful world.
And I wish I was special,You're so fuckin' special.

เมื่อยามเธอยืนอยู่ตรงนี้  ฉันไม่อาจมองไปในดวงตาเธอ
เธอเป็นดั่งนางฟ้า ผิวกายเธอทำฉันร่ำร้อง
เธอโผผินดั่งว่ามีปีก ในโลกที่งดงามใบนี้
และฉันก็ได้เพียงหวังว่าฉันคงสำคัญขึ้นมาสักวันหนึ่ง
เพราะเธอช่างห่างไกลเหลือแสน.

But I'm a creep, I'm a weirdo.
What the hell am I doing here?
I don't belong here.

แต่ฉันต้องหลอมละลายลงไป  ฉันรู้ดีว่าเป็นเพียงตัวประหลาด
ฉันมามัวทำอะไรอยู่บนโลกนี้กันเหรอ?
ฉันไม่ควรมาอยู่ที่นี่เลย

I don't care if it hurts.I want to have control.
I want a perfect body.I want a perfect soul.
I want you to notice.When I'm not around.
You're so fuckin' special.I wish I was special.

ฉันไม่สนหรอกว่านี่จะนำฉันไปสู่ความเจ็บปวด ฉันเพียงแค่ต้องการเจ้าของ
ฉันเพียงแค่อยากสมบูรณ์แบบ ฉันเพียงแค่อยากเติมเต็มวิญญานตนเอง!
ฉันแค่อยากให้เธอรู้ ในยามที่ฉันไม่ได้อยู่ไกล้ๆ
เพราะเธอนั้นโคตรสวยงาม โคตรยิ่งใหญ่
และฉันหวังจะเป็นเช่นนั้นเพื่อเคียงข้างเธอบ้าง!

But I'm a creep, I'm a weirdo.
What the hell am I doing here?
I don't belong here.

Shes running out again,
Shes running out
Shes run run run running out...

แต่ฉันต้องหลอมละลายลงไป  ฉันรู้ดีว่าเป็นเพียงตัวประหลาด
ฉันมามัวทำอะไรอยู่บนโลกนี้กันเหรอ?
ฉันไม่ควรมาอยู่ที่นี่

และนั่น เธอล่องลอยห่างไปไกล
ไกลออกไป
ไกลออกไป สุดไขว่คว้า...

Whatever makes you happy.Whatever you want.
Youre so fuckin' special.I wish I was special...

สิ่งใดที่ทำแล้วเธอเป็นสุข สิ่งใดที่เธอต้องการ
เพราะเธอนั้นโคตรสวยงาม โคตรยิ่งใหญ่
และฉันหวังจะเป็นเช่นนั้นบ้าง!

But I'm a creep, I'm a weirdo,
What the hell am I doing here?
I don't belong here.
I don't belong here.

แต่ฉันต้องหลอมละลายลงไป  ฉันรู้ดีว่าเป็นเพียงตัวประหลาด
ฉันมามัวทำอะไรอยู่บนโลกนี้กันเหรอ?
ฉันไม่ควรมาอยู่ที่นี่
ฉันไม่ควรมาอยู่ที่นี่...บนโลกใบนี้


------

เนื้อเพลงพูดถึงคนที่ทอม ยอร์ค เคยหลงรัก รู้สึกความรักมันมากมายเปี่ยมล้น
เสียจนแทบลงไปกอง แต่เขาก็รู้ดีว่าตัวเองเป็นแค่คนประหลาดๆคนหนึ่ง
(นึกถึงเพลงมาลีฮวนน่าที่ร้องว่า ...พี่สร้างศิลปะ เนื้อตัวมอมแมมผมยาวรุงรัง
จะเดินไปไหน ไร้คนสนใจ... แต่ทอม ยอร์ค ไม่ได้ดูติสต์แบบนั้น ดูเนิร์ดมากกว่า)
และคนซึ่งไม่อาจเข้ากันได้กับโลกใบนี้ เห็นคนอื่นต่างพยายามเป็นคนสำคัญกันใหญ่
อย่างที่ว่า ทุกคนอยากเป็นซัมบอดี้ เธอคนนั้นก็เหมือนกัน ทอม จึงว่า
You're so fucking special และ I wish i was special โดยมีนัยน์เสียดสี
ในสิ่งที่สังคมเป็น และคนอย่างเราไม่มีวันเป็นได้ เพราะเราคือคนแปลกหน้า
ของโลกใบนี้ เราไม่ควรมาอยู่ที่นี่ ...I don't belong here...

here จึงหมายถึง โลกใบนี้นั่นเอง

เพลงนี้จึงเหมาะสำหรับคนแปลกหน้าบนโลกใบนี้ทุกคน
และโลกควรจะรู้ว่า แม้เราจะแปลกหน้า แต่เราก็ยังมีจิตใจที่จะรัก


เป็นไงครับ จบเท่ไหม(แถให้เข้ากับกระจู๋) :47:






อ่ะ มาถอกกรณี Creep กันต่อเลยฮับ หนุ่มๆอัลเตอร์ :53:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 16:23 น.
เอางั้นเลยเรอะ กันย์ :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 16:28 น.
โอ๊ย..  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 16:44 น.
มาถอกกันย์ต่อที่นี่ครับ

ที่พี่โอว่า ก็นึกได้ ถ้าแปลว่าต่ำต้อย ก็ได้ ใช่เลย
จริงๆผมนึกคำนี้ไม่ออก ถ้าแปลตามคำ มันควรจะเป็น
คำว่าต่ำต้อย ต้อยต่ำ เหมือนที่พี่โอว่ามากกว่า

แต่บังเอิญ เคยอ่านสัมภาษณ์พี่ทอมเมื่อนานมาแล้ว
แกก็ว่า แกรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อย ด้อยค่า
แต่ความรู้สึกหลักในตอนนั้นคือ แกหลงไหลเสียจนอยากจะ
หลอมละลาย ลงไปเลื้อยคลานอยู่ตรงหน้าเธอ(นึกถึงงู)

ความหมายของเนื้อในช่วงแรกๆ จึงไกล้เคียงกับ
การหลงไหล-เลื้อย-หลอมละลาย พอร้องไปร้องมา
มันจึงถ่ายโอนไปยังความหมายเชิงสังคมว่า ต่ำต้อยด้อยค่า
เป็นคำว่าคำว่างู-เลื้อยคลาน-ต้อยต่ำ-ตัวประหลาด

และที่เพลงนี้ความหมายมันกว้างมาก
เพราะผมว่า คำว่าเธอ ในเพลงนี้ แน่ล่ะ พี่ทอมแกแต่ง
ด้วยความตั้งใจแรกว่า หมายถึงคนที่แกหลงไหล
แต่มันปนเปด้วยความรู้สึกที่ว่า แกนั้นแปลกแยกจากสังคม
เธอ ในที่นี้ จึงอาจหมายถึง ผู้คนในสังคม ที่ใครๆก็เป็นคนสำคัญกันไปหมด
ทุกคนไขว่คว้าจะเป็นซัมวันๆๆ(ร้องเสียงบี้ประกอบ) เราผู้แปลกแยกก็อยากเป็นอย่างนั้น
อยากเป็นใครสักคน อยากมีใครสักคน โดยมีเธอผู้นั้นเป็นแรงผลักดัน แรงดลใจ
เราอาจอยากสำคัญ โดยที่รู้ดีว่าไม่มีวันเป็นได้
เลยต้อง ฟัคกิ้งง-เย็ดครก ให้กับความหลอกลวงนั้น


ผมเข้าใจว่าประมาณนี้
บางส่วนยกมาจากที่ถอกกับไอ้กันย์เมื่อสักครู่นี้ :37:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 16:53 น.
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 16:44 น.
และที่เพลงนี้ความหมายมันกว้างมาก
เพราะผมว่า คำว่าเธอ ในเพลงนี้ แน่ล่ะ พี่ทอมแกแต่ง
ด้วยความตั้งใจแรกว่า หมายถึงคนที่แกหลงไหล
แต่มันปนเปด้วยความรู้สึกที่ว่า แกนั้นแปลกแยกจากสังคม
เธอ ในที่นี้ จึงอาจหมายถึง ผู้คนในสังคม ที่ใครๆก็เป็นคนสำคัญกันไปหมด
ทุกคนไขว่คว้าจะเป็นซัมวันๆๆ(ร้องเสียงบี้ประกอบ) เราผู้แปลกแยกก็อยากเป็นอย่างนั้น
อยากเป็นใครสักคน อยากมีใครสักคน โดยมีเธอผู้นั้นเป็นแรงผลักดัน แรงดลใจ
เราอาจอยากสำคัญ โดยที่รู้ดีว่าไม่มีวันเป็นได้
เลยต้อง ฟัคกิ้งง-เย็ดครก ให้กับความหลอกลวงนั้น

ด้วยความคิดหัวเกรียนในขณะนั้น ผมก็อยากจะเป็นแบบนี้เหมือนกันครับเก้อ
ด้วยเพราะอยากแค่ให้เธอหันมามองผม เหมือนที่เธอมองคนอื่นๆที่ทั้งเด่นทั้งดัง ทั้งเก่ง อย่าง นักกีฬาโรงเรียน นักดนตรีโรงเรียน อย่างเพื่อนผม
ผมก็เลยหันมาหัด มาเลียนแบบ มาพยายามเป็นคนอื่นๆเพียงเพื่อให้เธอรู็สึกว่า ผมเองก็เป็นคนแบบนั้นได้เหมอืนกัน
หัดเล่นกีต้าร์ หัดเล่นบาสตอนกลางวัน หัดเป็นนักกิจกรรมช่วยงานโรงเรียน ทั้งหมดทั้งปวง เพราะแค่อยากเป็นใครสักคนให้ได้เ้หมือนกัน
แหม่ วัยรุ๊น วัยรุ่น  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 16:54 น.


เกิดไม่ทัน โตมากับเพลง
M2M
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 17:06 น.
Artist : The Devil Wears Prada
song : Hey John, What's Your Name again?

The concept of fashion is the one to blame
Painting the portrait of conviction-less existence
Well, it must be difficult being so gorgeous!

Well, it must be difficult being so gorgeous
Claiming to be the kings and queens
But it's all of nothing.

This shall pass
Megalomania!
This shall pass
Megalomania!

Congratulations on mutilation for a life!
For a life!
Life Life Life!
Life Life Life!

I'm going to hope for you
I'm going to pray for you
Amongst the reckless and the black
Salvation lies within.
I'm going to hope for you
I'm going to pray for you
Amongst the reckless and the black
My time is your's my friend.

We all find ourselves so horribly weak!
(Oh God) here's an offering!
Here's an offering!
Offering!
Offering!

ไม่ค่อยเก่งไวยกรณ์ครับ แต่อยากรู้ความหมายเพลงนี้ ไม่รู้มีใครพอจะถอดให้ได้รึเปล่าครับ :46:
รู้แค่ว่า คำว่า john ในอังกฤษบางทีเขาเอาไว้เรียก แมงดา
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 17:38 น.
กดเพลงนี้ฟังในยูตูบแล้วหนาวมาก
เสียงร้องทรงพลังมาก ไม่มีตก เหมือนเอากระดาษทรายไปขัดลูกกระเดือก

เนื้อหาก็คงเสียดสี ด่าทอ ระบายความคับแค้นต่อสังคมตามขนบเพลงแนวนี้นี่ล่ะครับ
ขอภัยที่ขอแสดงความคิดเห็นต่อเนื้อเพลงนี้ว่า แม้จะเล่นคำได้พอใช้
แต่เนื้อหาซ้ำ และช้ำ ตามขนบแนวเพลงมากครับ
สังคมที่เอาแต่ตามแฟชั่นที่ฟอนเฟะ ตัวตนจางหาย รอการไถ่บาป
แม้แต่ชื่อเอ็ง ก็ไม่มีใครจะจำหรอกจอห์น เมื่อกี้เอ็งบอกชื่อว่าไรนะ?
เอาแต่ไขว่คว้ากันไป มันไม่มีค่าอะไรเลย It's all for nothing
(ผมว่าฟังท่อนแรก ก็เดาเนื้อทั้งเพลงออก)

จอห์น จึงคือใครก็ได้ นาย ก. นาย ข.
เช่น จอห์น โด หมายถึง ไอ้จ้อน บุคคลสมมติ, นามสมมติ
(อย่างที่ได้ยินในหนังบ่อยๆ เวลามีคดี)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 18:50 น.
มีเพลงที่แปลงมาจากภาษาอังกฤษเพลงหนึ่ง
จริงๆ ไม่ได้แปลคนเดียว แต่เป็นคนเผยแพร่ออกสู่โลก และเป็นคนแรกที่ร้องมันได้จบเพลง
แน่นอนว่า เพลงนี้แปลแบบให้ร้องทับทำนองเดิมได้ด้วยนะ
ตั้งใจแปลมาก เดี๋ยวดูแล้วก็จะรู้ว่ามันร้องให้จบยากมาก
เป็นท่าไม้ตายที่ทำให้ชนะการประกวดโฟล์คซองระดับมหาวิทยาลัยมาแล้วด้วยเสียงร้องของตูนี่แหละ


ค่อย ๆ รูดดูเนื้อนะ ว่ามันเป็นเพลงอะไร

เกริ่น เพลงนี้เป็นเพลงที่อุทิศให้แก่สันติภาพ และ ผู้เสียชีวิตในสงคราม

กีตาร์ขึ้น วัน ทู ทรี (เพลงช้านะ)

(เอ้าขึ้นท่อนแรก)

ก็หัวใครห้อยไว้ลงเรี่ยดิน
หนูน้อยถูกเอาไปช้าหน่อย
และความโหดร้ายนำมาซึ่งความเงียบ-
-สงบ เราพลาดใคร ?

แต่มึงดู ไม่ใช่กู ไม่ใช่ครอบครัวของกู (ตอนนี้คนฟังอาจเริ่มจำได้)
ในหัวมึง ในหัวมึง มันต่อสู้กัน
รถถังมัน ระเบิ้ดมัน
ระเบิดมัน และ ปืนมัน
ในหัวมึง ในหัวมึง มันร้องไห้กัน

(เอ้ามาถึงท่อนฮุคแล้ววววว...)
อยู่ให้หัวมึง อยู่ในหัวมึง
ผีดิบ ผีดีบ ผีดิ๊บ ดิ๊บ ดิ๊บ ดิ๊บ
อะไรในหัวมึง อยู่ในหัวมึง
ผีดิบ ผีดีบ ผีดิ๊บ ดิ๊บ ดิ๊บ ดิ๊บ โห โห โห โห เฮ เห้ ฮ่ายยยย....

(ขณะนี้คนฟังหลายร้อยได้ชักดิ้นกันอยู่หน้าเวทีไปเรียบร้อย แต่ตูยังไม่จบ)

แล้วแม่คนอื่นแตกออกไป
หัวใจเอาอ้อกมา
เมื่อความโหดร้ายนำมาซึ่งความเงียบ
เราต้องผิดพลาดไป

มันเป็นเรื่องเก๊า เก่า ตั้งแต่พุทธศักราช 2459
ในหัวมึงมันยังรบกัน (ช่วงนี้ต้องร้องรวบคำ ซึ่งยากมาก)
รถถังมัน ระเบิ้ดมัน
ระเบิดมัน และ ปืนมัน
ในหัวมึง ในหัวมึง มันตายแม่งกัน

(อ้าวขอเสียงท่อนฮุคหน่อย....)
อยู่ให้หัวมึง อยู่ในหัวมึง
ผีดิบ ผีดีบ ผีดิ๊บ ดิ๊บ ดิ๊บ ดิ๊บ
อะไรในหัวมึง อยู่ในหัวมึง
ผีดิบ ผีดีบ ผีดิ๊บ ดิ๊บ ดิ๊บ ดิ๊บ โห โห โห โห เฮ เห้ ฮ่ายยยย....ห้ายยย


แน่นอนว่างานนี้ชนะได้ด้วยความสามารถล้วนๆ  :47:
ลองไปหาเนื้อภาษาอังกฤษมาเทียบดู แล้วจะรู้ความสามรถระดับภาษาอังกฤษของตู
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 19:13 น.
เลื่อนมาดูท่อนฮุกทันทีแล้วก็อ๋อ :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ✌ เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 19:17 น.
แค่เห็นคำว่า ผีดีบ ซ้ำๆกันหลายที ก็รู้ทันที :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: icez เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 19:33 น.
ถึงกับต้องคุ้ยหาเพลง ต้นฉบับมาร้องตาม :30a:



แล้วก็นั่งขำชักดิ้นชักงออยูหน้าคอ :30a:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 19:55 น.


เคยเห็นพี่ที่โรงเรียนใช้กีตาร์ตัวเดียวดีดทั้งกีตาร์ และเบสด้วยแหละ

ที่สำคัญคือเป็นผู้หญิงน่ารักๆ สองคน  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 20:04 น.
เออ ไม่รู้เคยเล่าไปยัง
เพลงนี้ โดโรเลส และเพื่อนๆ
ได้แรงบันดาลใจจาก เหตุการณ์ IRA มาวางระเบิด
ที่กรุงลอนดอน วางในถังขยะ และมีคนโดนลูกหลงตาย
เป็นเด็กผู้หญิง และอีกหลายคน จำจำนวนไม่ได้
เหตุเกิดเมื่อสัก 20 กว่าปีมาแล้ว

แล้วที่เนื้อเพลงบอกว่า Since 1916 หมายถึง
เป็นปีที่อังกฤษในนามสหราชอาณาจักร
เซ็นต์สัญญาสงบศึก และปล่อยให้ไอร์ แยกตัวตั้งเป็นสาธารรัฐไอร์แลนด์
เร็วๆนี้ก็มีหนังเกี่ยวกะช่วงนั้น ชื่อ The wind will shake us barely
มีดีวีดีวางขายทั่วไป ดูแล้วจะเข้าใจความโหดร้ายทันที
ทำสมจริงมาก มากจนนึกไม่ออกว่า ผู้คนมันอยู่ในช่วงเวลาแบบนั้น
กันได้ยังไง

เอ๊ะ ตกลงนี่มันเพลงอะไรเหรอ :37:





ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: eThics เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 20:29 น.
พี่ร้มมมม :30:

เคยอ่านเจออย่างที่เก้อเล่า เรื่องที่มาของเพลงผีดิบ
ช่วงมัธยมชอบฟังเสียงโหยหวนสำเนียงไอริชของเจ๊แก

บอกตรงๆ ว่า
ไม่เข้าใจความหมายของเพลงแนวอัลเตอร์ กับเพลงร็อคหลายๆ เพลง
เข้าไม่ถึง แล้วก็ไม่เข้าใจสิ่งที่เค้าสื่อออกมา
บางครั้งก็เข้าใจไปคนละทาง :16:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กวางจ้ะ เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 20:31 น.
เพลงผีดิบ  :30a:




สารรูปว่าตอนเรียนมหาลัย เพื่อนร้องเพลงนี้ให้ฟังทีไรไมเกรนขึ้นทุกทีเลยอ่ะ  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 20:33 น.
เดี๋ยวหยุดหัวเราะจะพยายามร้องไห้จบนะคะลุงร่ม

:30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 22:22 น.
เพลงมันก็เจ๋งโคตรเลยนะ แต่พอมีคอนเสิร์ตประกวดดนตรีทีไร พ่อเล่นเพลงนี้เป็นสิบวง :08:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: eThics เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 22:55 น.
ผีดิบ ผีดิบ ผีดิบ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: icez เมื่อ 17 ม.ค. 2009, 00:26 น.
เดี๋ยวอัดเสียงมาโชว์ดีกว่า :30a:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: icez เมื่อ 18 ม.ค. 2009, 23:05 น.
เพลง I walk beside you
ศิลปิน Dream theater


There's a story in your eyes
I can see the hurt behind your smile
For every sign I recognize
Another one escapes me

มีเรื่องราวถูกถ่ายทอดออกมาจากสายตา
ฉันเห็นความเจ็บปวดที่อยู่เบื้องหลังรอยยิ้มของเธอ
เท่าที่ฉันจะรับรู้ได้
แต่ก็ยังมีบางอย่างที่หลุดรอดไป

Let me know what plagues your mind
Let me be the one to know you best
Be the one to hold you up
When you feel like you're sinking

มีอะไรกวนใจเธออยู่ก็บอกให้ฉันรู้
ให้ฉันเป็นคนที่เข้าใจเธอมากที่สุด
เพื่อให้เป็นคนหนึ่งที่จะช่วยดึงเธอขึ้นมา
ในยามที่เธอกำลังเหนื่อยล้าไม่มีแรง

Tell me once again
What's beneath the pain you're feeling
Don't abandon me
Or think you can't be saved

บอกฉันอีกสักครั้ง
อะไรอยู่ภายใต้เจ็บปวดที่เธอรู้สึก
อย่าลืมว่ายังมีฉันอยู่
หรืออย่าคิดว่าฉันช่วยอะไรไม่ได้เลย

I walk beside you
Wherever you are
Whatever it takes
No matter how far
Through all the may come
And all that may go
I walk beside you
I walk beside you

ฉันจะเดินเคียงข้างเธอ
ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน
หรือมันจะหนักหนาแค่ไหน
แม้ว่าจะไกลอีกสักเท่าไหร่
ทั้งที่กำลังจะมา
และที่กำลังจะผ่านไป
ฉันจะเดินเคียงข้างเธอ
ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ

Summon up your ghosts for me
Rest your tired thoughts upon my hands
Step inside this sacred place
When all your dreams seem broken

ปลุกจิตใจของเธอให้มาที่ฉัน
พักความเหนื่อยล้าวางไว้บนฝ่ามือ
แล้วเดินเข้ามาสู่สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้
เมื่อยามที่ความฝันของเธอพังทลาย

Resonate inside this temple
Let me be the one who understands
Be the one to carry you
When you can walk no further

ยินเสียงก้องกังวาลในที่แห่งนี้
ให้ฉันเป็นคนเดียวที่เข้าใจ
และเป็นคนที่ช่วยพยุงเธอ
ในยามที่เธอไม่อาจก้าวเดินไปได้

Tell me once again
What's below the surface bleeding
If you've lost your way,
I will take you there

บอกฉันอีกสักครั้ง
อะไรที่ทำให้โลหิตหลั่งริน *
ถ้าเธอสูญเสียทางที่เธอไป
ฉันจะพาเธอไปเอง

I walk beside you
Wherever you are
Whatever it takes
No matter how far
Through all that may come
And all that may go
I walk beside you
I walk beside you

ฉันจะเดินเคียงข้างเธอ
ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน
หรือมันจะหนักหนาแค่ไหน
แม้ว่าจะไกลอีกสักเท่าไหร่
ทั้งที่กำลังจะมา
และที่กำลังจะผ่านไป
ฉันจะเดินเคียงข้างเธอ
ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ

Oh, where everything is wrong
Oh, where hopelessness surrounds you
Oh, the sun will rise again
The tide you swim against
Will carry you back home
So don't give up
Don't give in

แม้ว่าทุกสิ่งจะผิดจากที่หวัง
แม้ว่าความสิ้นหวังจะรายล้อมเธอ
แต่ยังมีตะวันจะฉายในวันต่อไป
สายธารที่เธอยังแหวกว่ายไป
จะนำพาเธอกลับบ้าน
เพราะงั้นอย่ายอมแพ้
จงอย่ายอม...

I walk beside you
Wherever you are
Whatever it takes
No matter how far
Through all that may come
And all that may go
I walk beside you
I walk beside you

ฉันจะเดินเคียงข้างเธอ
ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน
หรือมันจะหนักหนาแค่ไหน
แม้ว่าจะไกลอีกสักเท่าไหร่
ทั้งที่กำลังจะมา
และที่กำลังจะผ่านไป
ฉันจะเดินเคียงข้างเธอ
ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 19 ม.ค. 2009, 08:49 น.
ผีดิบ ผีดิบ ผีผีแพนด้า  :30:

อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 16 ม.ค. 2009, 17:38 น.
กดเพลงนี้ฟังในยูตูบแล้วหนาวมาก
เสียงร้องทรงพลังมาก ไม่มีตก เหมือนเอากระดาษทรายไปขัดลูกกระเดือก

เนื้อหาก็คงเสียดสี ด่าทอ ระบายความคับแค้นต่อสังคมตามขนบเพลงแนวนี้นี่ล่ะครับ
ขอภัยที่ขอแสดงความคิดเห็นต่อเนื้อเพลงนี้ว่า แม้จะเล่นคำได้พอใช้
แต่เนื้อหาซ้ำ และช้ำ ตามขนบแนวเพลงมากครับ
สังคมที่เอาแต่ตามแฟชั่นที่ฟอนเฟะ ตัวตนจางหาย รอการไถ่บาป
แม้แต่ชื่อเอ็ง ก็ไม่มีใครจะจำหรอกจอห์น เมื่อกี้เอ็งบอกชื่อว่าไรนะ?
เอาแต่ไขว่คว้ากันไป มันไม่มีค่าอะไรเลย It's all for nothing
(ผมว่าฟังท่อนแรก ก็เดาเนื้อทั้งเพลงออก)

จอห์น จึงคือใครก็ได้ นาย ก. นาย ข.
เช่น จอห์น โด หมายถึง ไอ้จ้อน บุคคลสมมติ, นามสมมติ
(อย่างที่ได้ยินในหนังบ่อยๆ เวลามีคดี)
+ เก้อค่าแปลครับ :46: กระจ่างมากแต่แอบรู้สึกผิดหวังกับเนื้อหาเล็กน้อย :08: เหมือนเก้อว่าแหละ เนื้อหาตาแนวเพลงเกิน :39:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 20 ม.ค. 2009, 02:40 น.
บังเอิญไปเห็นมาในจู๋ชมพู
จัดให้ลุงร่มครับ :46:

อ้างคำพูดจาก: ลุงเป็ด เมื่อ 17 ม.ค. 2009, 11:16 น.
ขอยืมหน่อยครับตาณต..ใช่ซี้  :05:

ที่จริงนี่เป็นหนึ่งในเพลงประจำตัวของตูนะ อย่างจริงจังเลย
อีกเพลงหนึ่งคือ "One" ของ U2 ซึ่งยังแปลได้เข้าใจไม่หมด
เก้อ และ ตาณต ช่วยหน่อยครับ บางอันไม่เข้าใจบริบทฝรั่ง
แต่ที่โดนเลยคือ
We're one,but we not the same.
We get to carry each other, carry each other one.

เห็นด้วยกับที่พี่ณตกล่าวไว้ในหน้านู้น
ว่าเพลงนี้ทำให้คณะยูทูก้าวข้ามกำแพงของตัวเองพ้น
ช่วงนั้นเขากำลังเถียงกันเรื่องแนวเพลงจนวงจะแตก
สองคนอยากลองอิเล็กทรอนิก อีกสองคนอยากให้ร็อกเดิมๆดิบๆ
จนกระท่ังได้เพลงนี้มา ทุกอย่างก็พุ่งฉลุย หาตัวเองเจอ


เพลง ONE-หนึ่ง
โดยคณะยูทู

Is it getting better
Or do you feel the same
Will it make it easier on you now
You got someone to blame
You say...

เธอเป็นยังไงบ้าง
หรือเธอยังเหมือนเดิมอยู่?
ก็มันง่ายเหลือเกินน่ะสิ
ที่เธอจะโทษใครต่อใครไปเสียหมด
เพราะว่า...

One love
One life
When it's one need
In the night
One love
We get to share it
Leaves you baby if you
Don't care for it

หนึ่งรัก
หนึ่งชีวิต
เมื่อใจเราหวังถึงสิ่งนั้น
ในค่ำคืนนี้
รักเพียงหนึ่งเดียว
ที่เราจะร่วมแบ่ง
แต่ถ้าเธอไม่แคร์
นั่นก็แล้วแต่เธอเถอะ


Did I disappoint you
Or leave a bad taste in your mouth
You act like you never had love
And you want me to go without
Well it's...

ฉันทำให้เธอผิดหวังมากใช่ไหม?
ฉันสร้างเรื่องให้เธอนักเหรอ?
เธอทำเหมือนว่าเธอไม่เคยมีความรักสักนิด
และดูเหมือนเดินกันไปคนละทางจะดีกว่า
ยังงั้นเหรอ?

Too late
Tonight
To drag the past out into the light
We're one, but we're not the same
We get to
Carry each other
Carry each other
One...
Have you come here for forgiveness
Have you come to raise the dead
Have you come here to play Jesus
To the lepers in your head

สายไปแล้วล่ะ
ตอนนี้
ที่จะรื้อฟื้นความเจ็บปวด
เราเป็นหนึ่งเดียวกัน, แต่เราไม่ได้เหมือนกันหรอก
เราจึงต้อง
โอบกอดกันและกัน
โอบกอดกันและกัน
เอาไว้...

เธอมาที่นี่เพื่อที่จะให้อภัยแก่กันหรือ
เธอมาเพื่อที่จะคืนชีวิตแก่ความตาย
เธอมาที่นี่เพื่อเล่นบทพระเจ้า
แก่เหล่าคนผู้ต้อยต่ำ...ในความคิดของเจ้า
อย่างนั้นน่ะเหรอ?


Did I ask too much
More than a lot
You gave me nothing
Now it's all I got
We're one
But we're not the same
Well we
Hurt each other
Then we do it again

ฉันถามมากไปหรือเปล่า
มากยิ่งกว่ามากอีก
แต่ความเงียบ
คือคำตอบที่ฉันได้ยิน
เราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน,
แต่เราต่างกัน
เพราะงั้นล่ะ
เราถึงได้ทำร้ายกัน
แล้วก็ทำร้ายกัน...

You say
Love is a temple
Love a higher law
Love is a temple
Love the higher law
You ask me to enter
But then you make me crawl
And I can't be holding on
To what you got
When all you got is hurt

เธอว่า
รักเหมือนมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์
เป็นกฏสูงสุด
บอกให้ฉันเดินเข้ามาในนี้สิ
แต่ฉันต้องลงคลานเข่านะ
นั่นน่ะสิ่งที่เธอต้องการ
และฉันไม่อาจทำตาม
แล้วที่เราได้  ก็คือความเจ็บปวดไง



One love
One blood
One life
You got to do what you should
One life
With each other
Sisters
Brothers
One life
But we're not the same
We get to
Carry each other
Carry each other

One...life

One

หนึ่งรัก
หนึ่งหยดเลือดสีเดียว
หนึ่งชีวิต
เราต้องทำในสิ่งที่เราควรทำสิ
หนึ่งชีวิตนั้นน่ะ
เพื่อกันและกัน
...นะพี่น้อง



จบครับ

ถอดความยากเป็นภาษาไทยยากพอดู
คือฟังน่ะรู้ แต่ทำยังไงให้เป็นไทยวะ
ถ้าอ่านดู ก็จะเห็นว่า บางประโยคผมก็เล่าเป็นอย่างอื่นไปเลย

บางอย่างที่น่าสังเกต
- We get to share it และประโยคอื่นๆ ใช้คำว่า get to
ไม่ใช่ got to อย่างที่คนมักจะเข้าใจผิดและเอาไปร้องผิด(ได้ยินร้องงั้นประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์)
เขาไม่ได้บอกว่า "ต้อง" เขาบอกว่า เราน่าจะไปถึงสิ่งนั้น get to แปลว่า ไปถึง ไปที่
หรือมุ่งไป  เช่น get to the point - มุ่งไปที่ประเด็น

-leave a bad taste in your mouth แปลว่า
สร้างความทรงจำที่ไม่ดีให้ สร้างเรื่องไม่ดีให้จำ

- drag the past out into the light ก็คือฟื้นฝอยหาตะเข็บ
ในแง่ความหมายนะ แง่ความเพราะไม่ได้เลย

- Have you come here for forgiveness
Have you come to raise the dead
Have you come here to play Jesus
To the lepers in your head
อันนี้ทั้งท่อน มาจากไบเบิ้ลแหละ ที่วันพิพากษาใช่ไหม
ที่เหล่าคนตายจะฟื้นคืน อะไรจำพวกนั้น(ไม่กล้ามั่ว ไม่ใช่คริสต์)
แต่อันนี้ความหมายเสียดสีคนขาวที่คิดว่าตนเป็นนักบุญ
เราอ้างความรัก เรามาเพื่อปลดปล่อย ให้อภัย ไปจนคิดว่ามาให้ชีวิต
นี่เป็นพระเยซูคริสต์หรือไง มาเล่นบทพระเจ้ามาช่วยผู้เป็น
โรคเรื้อน-leapers(เนื้อเรื่องในพระคัมภีร์) ซึ่งทั้งหมด ก็เป็นแต่
ในจินตนาการในหัวของเราคิดเอาเองทั้งนั้น...in your head

จริงๆมันมีความหมายเชิงสังคมอย่างที่ว่ามาด้วย
มีความหมายเรื่องรักระหว่างคน 2 คนได้ด้วย
มันมีบอกในท่อนถัดๆมา

-  อย่างอเมริกา เราบอกว่าเรามีสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย
เดินมาตามทางเราสิ แต่ว่าต้องรับเอาทุนนิยม รับเอาโคคาโคล่า
ของเราไปด้วยนะ ก็เหมือนในท่อนนี้ ที่บอกว่า ...
Love is a temple
Love a higher law
Love is a temple
Love the higher law
You ask me to enter
But then you make me crawl
เธอว่า รักเหมือนมหาวิหารศักสิทธิ์ เดินเข้ามาสิ
แต่ว่าเธอต้องลงคลานมานะ

สองย่อหน้าที่ว่ามา มันหมายถึงสังคมโลกได้
แต่มันก็หมายถึง 2 คนได้ด้วย เหมือนกับคนรักกัน
คนนึงบอกว่า ฉันรักเธอ แต่เธอต้องทำยังงั้น ทำยังงี้ตามที่ฉันคิด
เรารักกันมาก แต่เธอต้องทำตามฉันนะ

ทั้งเพลงมันจึงบอกว่า we're one, but we're not the same
ถึงเราจะรักกันยังไง ก็ไม่มีวันเหมือนกันไปหมดหรอก
ถ้าเธอดึงดันจะให้ฉัน  you make me crawl - ลงไปคลาน
หรือทำตามเธอไปทุกอย่าง เพื่อที่เราจะได้เหมือนกัน
...all you got is hurt - ที่เธอก็จะได้รับจากความรัก
ก็คือความเจ็บปวดเท่านั้น

- ดังนั้น สิ่งที่เราควรทำคือ
We get to
Carry each other
Carry each other โอบกอด ดูแล กันและกัน

จบการถอดความครับ
โบโนบอกว่า ตอนแต่งเพลงนี้ มันไม่ได้มาจาก
ความคิดโรแมนติกแบบฮิปปี้ๆที่ว่า โลกจะต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน
มันต่อต้านแนวคิดนี้ด้วยซ้ำ ถึงยังไงคนเราก้ต้องต่างกัน
แต่เราจะต้อง ไปสู่(get to) หนทางที่เราจะดำรงอยู่ร่วมกันสิ
เลิกบังคับให้เราต้องคิดเหมือนกัน เธอไม่ต้องคิดเหมือนฉัน
อเมริกันไม่ต้องบอกให้ใครเดินตามอุดมคติคนขาว
มันเหมือนเป็นสิ่งที่ควรจะเป็น เพื่อเราจะได้มีชีวิตอยู่ร่วมกันได้
มากกว่าจะเป็นอุดมคติที่ไม่มองความจริง


เขาว่าเพลงนี้แต่งตอนยูทูไปบันทึกเสียงที่เบอร์ลิน
ช่วงที่กำแพงเบอร์ลินไกล้ล่ม พูดถึงสองฝ่ายที่ต่างก็อยาก
จะให้อีกฝ่ายคิดแบบตนเอง ต่างก็รักชาติ อยากให้ทั้ง 2 ฝั่ง
กลับมารวมกันเป็นประเทศหนึ่งเดียวเหมือนกันแหละ
แต่ต่างก็ดื้อดึงให้อีกฝ่ายคิดตามตนเอง จนกระทั่งกำแพงล่ม
ในช่วงนั้น เราจึงต้องหาหนทาง ที่เราจะอยู่ร่วมกันได้

แต่ก็มีอีกนัยน์หนึ่งบอกว่า โบโน เขียนเพลงนี้ให้พ่อของตน
ที่ทะเลาะกัน ไม่ยอมพูดกัน พ่อแกหัวแข็ง เอาแต่โทษลูก
ท่อนแรกก็บอกนัยน์นี้ไว้ชัด Or do you feel the same
Will it make it easier on you now
You got someone to blame
You say...

และท่อนนี้
Did I disappoint you  ถ้าจะแปลแบบนั้นก็ยิ่งเข้าเค้า ว่า ผมทำให้พ่อผิดหวังนักเหรอ?
Or leave a bad taste in your mouth หรือได้แต่สร้างเรื่องให้พ่อ
You act like you never had love พ่อทำเหมือนไม่มีความรัก(ให้ลูก-นึกถึงพ่อหัวแข็งๆ)


ผมเชื่อว่าเป็นทั้ง 2 ความหมาย
แต่จริงๆ ถ้าโบโนยังไม่ได้เขียนเพลง One ออกมาก่อน
แล้วมาเขียนเพลงนี้ที่ประเทศไทยเรา ช่วงปลายปีที่แล้ว
ผมก็คิดว่าแกจะได้เนื้อเพลง One ออกมาเหมือนกัน

เนื้อแบบนี้เด๊ะๆเลยล่ะ
Well we...Hurt each other
Then we do it again.


แถมนิด ท่อนนี้ ...Sisters..Brothers...
แปลว่า ...นะพี่น้อง :30:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 20 ม.ค. 2009, 03:49 น.
 :25: +

ชอบตรงท่อนที่เอามาจากไบเบิล
นั่นแหละ เหมือนพยายามบอกว่า

The One นั่นคือพระเจ้า
แล้วคนเรา ก็ชอบทำตัวเป็นพระเจ้า

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 20 ม.ค. 2009, 08:57 น.
ถอดมาได้สุดยอดจริงเก้อ  :14:


พึ่งนึกออก อยากรู้ว่าเพลง smell like teen spirit ของ nirvana นี้มีความหมายแฝงมั้ยครับ เห็นท่อนฮุคมันดูเสียดสีชอบกล
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 20 ม.ค. 2009, 09:04 น.
+ เก้อ แปลได้อิ่มมาก เจ๋งสุดๆ  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 20 ม.ค. 2009, 13:00 น.
เชี่ย เก้อแม่ง สัตว์ว่ะ (นี่เป็นคำชม)  :12:

ชอบเพลงนี้มากโดยอย่างแรกก็คือชุดนี้เป็นยูทูชุดแรกที่เริ่มฟัง
และพอตามฟังก็เห็นได้ว่าเป็นการพัฒนารูปแบบเพลงแบบสุดตีนของวงนี้จริงๆ

และเรื่องความหมาย เก้อช่วยอธิบายได้เคลียร์มากๆ
ในหลายๆ บริบท ที่คนที่คุลกคลีเข้าใจบริบทฝรั่งเท่านั้นจะอธิบายได้
แถมสอนภาษาอังกฤษด้วย นี่มันรายการเรียนภาษาจากเพลงสินะ  :30:
ขอบใจมากน้องเอ้ย บวกๆๆๆ

ใช่นะ เราเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่เราก็ไม่ใช่คนคนเดียวกัน
เราย่อมมีความแตกต่างกัน แต่เราต้อง...อะไรดี ไอ้ carry each other เนี่ย
เมื่อก่อนแปลแบบซาดิสม์ว่า เราต้องหอบหิ้วอีกคนหนึ่งไว้
เหมือนแบบต้องแบกรับความทุกข์จากความรัก และ การอยู่ร่วมกัน มองเพลงนี้สีหม่นๆ หน่อย
เพราะฝังใจตั้งแต่แรกว่าเพลงนี้เป็นเพลงคร่ำครวญเรื่องความรักตามประสาวัยรุ่น
(ฟังเพลงนี้น่าจะราวๆ ม.3 ไม่ก็ม.4)

พอเก้อแปลว่า"โอบกอดกันและกัน" ก้อแปลเอาความได้ดี คือเพลงแบบนี้มันต้องแปลเอาความนะ
ถ้าแปลแบบตรงๆ คำ ก็อาจได้แบบเพลงผีดิบ  :30:

ตอนนี้รู้สึกอยากแปลมันว่า "ประคับประคอง" น่าจะดีกว่า
เพราะฟังดูไม่สุขหรือเศร้า้จนเกินไป
การไปด้วยกัน มันต้องมีทั้งสุข และ เศร้าอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องมีคือ การใช้ความพยายาม
ไม่ใช่สิ ฟังดูเหมือนต้องฝืนๆ ยังๆไงไม่รู้ ใช้คำว่าตั้งใจดีกว่า
น่าจะเข้ากับ "get to" ใช่ไหมเก้อ
ประคับประคองมันต้องตั้งใจ และเราใช้คำนี้กับสิ่งที่เราเห็นว่ามันมีค่า
ใช้ได้กับทุกอย่างนะ ความรัก ชีวิตคู่ มิตรภาพ ไปจนถึงการอยู่ร่วมกัน

เราเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่เราก็ไม่ใช่คนเดียวกัน
เราจึงต้อง
ประคับประคอง กันและกัน
ประคับประคอง กันและกัน
เอาไว้..
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 20 ม.ค. 2009, 13:03 น.
ดีนะ พี่ร่มไม่เคยชม   :49:


พี่ร่มเก่งประกิตเหมือนกันนะเนี่ย   :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 20 ม.ค. 2009, 13:07 น.
พี่ร่มชมเหมือนไอ้แจ๊คในเรื่องสายลับฯเลย  :30:

-----------------------------------------------------
เอาเพลงที่พอแปลได้มาลงดีกว่า


MY CHEMICAL ROMANCE
"I'm Not Okay (I Promise)"
แปลเป็นไทยก็ "ตูไม่สบายดีหรอก สัญญา"  :30:

Well if you wanted honesty, that's all you had to say. อ๊ะ ถ้าเธอต้องการความจริงใจจากทุกสิ่งที่เธอพูดมา เดี๋ยวจัดให้ :27:
I never want to let you down or have you go, it's better off this way. ฉันจะไม่ทำให้เธอผิดหวัง และปล่อยเธอไป มันคงต้องเป็นแบบนั้นแหละ
For all the dirty looks, the photographs your boyfriend took, สำหรับทุกสิ่งที่ดูไม่ดี รูปแฟนใหม่ของเธอ
Remember when you broke your foot from jumping out the second floor? จำเอาไว้ เมื่อเธอขาหักเพราะกระโดดลงจากชั้นสอง? (น่าจะประชดว่า ทิ้งตูแล้วอย่ามาเสียดายหละ)

I'm not okay  ฉันไม่สบาย
I'm not okay  ฉันไม่สบาย
I'm not okay  ฉันไม่สบาย
You wear me out  เธอทำฉันปวดร้าว

What will it take to show you that it's not the life it seems?  ไม่รู้จะให้เธอเห็นอะไรนอกจากที่เป็นอยู่ตอนนี้
(I'm not okay) ฉันไม่สบาย
I've told you time and time again you sing the words but don't know what it means  ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าที่เธอพร่ำมามันฟังไม่รู้เรื่อง
(I'm not okay) ฉันไม่สบาย
To be a joke and look, another line without a hook  มันตลกเฟ้ย ที่พูดมาไม่มีใจความเลย
I held you close as we both shook for the last time take a good hard look! ฟังมานานละ เราทั้งคู่ก็เสียใจสำหรับช่วงเวลาสุดท้ายที่มันยากจะทำให้เป็นช่วงเวลาที่ดีได้่!!!

I'm not okay ฉันไม่สบาย
I'm not okay ฉันไม่สบาย
I'm not okay ฉันไม่สบาย
You wear me out เธอทำฉันปวดร้าวว

Forget about the dirty looks ลืมไปเถอะว่ามันจะดูไม่ดี
The photographs your boyfriend took กับรูปแฟนใหม่เธอ
You said you read me like a book, but the pages all are torn and frayed เธอบอกฉันว่าคบฉันเหมือนอ่านหนังสือที่ทุกหน้ามีแต่ความเศร้าและเก่าไปแล้ว

I'm okay ตูโอเคย์ยยยยยย
I'm okay! ตูโอเคย์ยยยยยย
I'm okay, now ตูโอเคย์ยยยยยย แล้ว (ดีมะ)
(I'm okay, now)  ตูโอเคย์ยยยยยย แล้วววว

But you really need to listen to me แต่เธอต้องการจะฟังอีกรอบ
Because I'm telling you the truth ฉะนั้น ฉันเลยจะพูดความจริงที่เธออยากฟัง
I mean this, I'm okay! มันหมายถึง ตูโอวเคย์!!! ห๊า
(Trust Me) เชื่อดิ

I'm not okay ตูไม่โอเคย์ยยย
I'm not okay ตูไม่โอเคย์ยยย
Well, I'm not okay ก็มันไม่โอเคย์ยยย(ว้อยยย)
I'm not o-fucking-kay ตูโคตรจะไม่โอเคย์
I'm not okay ตูไม่โอเคย์ยยย
I'm not okay ตูไม่โอเคย์ยยย
(Okay) ว้อยยยย



เพลงอกหักสไตล์วัยรุ่น มันส์ๆ :30: ฮาดี ถ้าเพลงบ้านเราก็คงคล้ายๆเพลง สบายดี ของพี่ป้าง
http://www.ijigg.com/jiggPlayer.swf?songID=V2CFFDB0PA0&Autoplay=0
ภาคดนตรีมีส่วนผสมระหว่างพั้งค์ร็อคกับฮาร์ดร็อคเก่าๆมานิดนึง ชอบตอนโซโล่เจ๋งดี
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 21 ม.ค. 2009, 13:33 น.
+อู๋ ชอบเพลงนี้เหมือนกัน  :27:

---------------------------------------------------------
เพลงนี้เป็นเพลงโปรดตั้งแต่สมัย ม.3
ฟังครั้งแรกรู้สึกว่ามันเหงา เหงาซะจนอึดอัดตาม
ในวันที่โลกทั้งโลกมีเราอยู่คนเดียว อยู่กับที่เดิมๆ
ในวันที่เราเหมือนจะพูดคุยได้แต่กับแผ่นหิน ท้องฟ้า และสายลม
และพวกเค้าก็เหมือนจะเข้าใจเรา แต่เพียงผู้เดียว
ในวันที่เราต้องร้องให้ อยู่คนเดียว
----------------------------------------------------------
Under The Bridge - Red Hot Chili Peppers
-----------------------------------------------------------
Sometimes I feel
Like I dont have a partner
Sometimes I feel
Like my only friend
Is the city I live in
The city of angel
Lonely as I am
Together we cry

บางครั้งฉันเหมือน
ที่จะต้องอยู่เดียวดาย
บางครั้งฉันคล้าย
จะมีเพื่อนแก้เหงา
เป็นตัวเมืองที่ฉัน อาศัยอยู่
เมืองแห่งผู้สูงส่ง
เมื่อยามฉันเหงาเปลี่ยว
เราร่ำให้ไปด้วยกัน

I drive on her streets
cause shes my companion
I walk through her hills
cause she knows who I am
She sees my good deeds
And she kisses me windy
I never worry
Now that is a lie

ฉันโลดแล่นตามเส้นทางของเธอ
เพราะเหมือนเธออยู่เคียงข้าง
ฉันเดินผ่านความยากลำบากของเธอ
เพราะเหมือนเธอจะรู้จักฉันดีพอ
เธอเห็นหลายสิ่งดีๆในตัวฉัน
และโอ้โลมฉันด้วยสายลม
ฉันไม่เคยต้องห่วงพะวง
และนั่นคือ เรื่องลวงตา...

I dont ever want to feel
Like I did that day
Take me to the place I love
Take me all the way

ฉันไม่อยากที่จะรู้สึก
เหมือนดั่งวันนั้นอีกแล้ว
พาฉันไปสู่ที่ที่ฉันรักที
พาฉันไปตลอดทางทีเถิด

Its hard to believe
That theres nobody out there
Its hard to believe
That Im all alone
At least I have her love
The city she loves me
Lonely as I am
Together we cry

มันยากที่จะเชื่อนะ
ว่าไม่มีใครอยู่ ข้างนอก นั่น
และมันยากที่จะเชื่อนะ
ว่า ฉัน อยุ่ตัวคนเดียวมาตลอด
อย่างน้อย ฉันก็ยังมีรักจากเธอ
เมืองใหญ่ เธอนั้นรักฉัน
เมื่อยามฉันเหงาเปลี่ยว
ที่เราร่ำให้ไปด้วยกัน

I dont ever want to feel
Like I did that day
Take me to the place I love
Take me all the way

ฉันไม่อยากที่จะรู้สึก
เหมือนดั่งวันนั้นอีกแล้ว
พาฉันไปสู่ที่ที่ฉันรักที
พาฉันไปตลอดทางทีเถิด

Under the bridge downtown
Is where I drew some blood
Under the bridge downtown
I could not get enough
Under the bridge downtown
Forgot about my love
Under the bridge downtown
I gave my life away

ที่ ใต้สะพาน กลางเมือง..
ที่ซึ่ง ฉันต้องหลั่งเลือด
ที่ ใต้สะพาน กลางเมือง..
(ที่ซึ่ง) เติมเต็มฉันไม่ได้พอ
ที่ ใต้สะพาน กลางเมือง
(ที่ซึ่ง) ฉันหลงลืมความรักไปแล้ว
ที่ ใต้สะพาน กลางเมือง..
(ที่ซึ่ง) ฉันทิ้งชีวิตไปแล้ว
------------------------------------
Is where I drew some blood -  ถ้าจำไม่ผิด นี่เป็นแสลง
ถ้าแปลตามตัวจะหมายถึง เราต้องสูบเลือดออกมา แต่ถ้าเป็นในเพลง จะหมายถึงการฉีดเฮโรอีนเข้าเส้น
สมัยนั้นยาบ้ายังไม่ระบาด ผงขาวหาง่ายและคุ้นเคยกว่า หนึ่งในสมาชิกในวงก็ตายด้วยการฉีดยาเข้าเส้นเกินขนาด
สุดท้าย ก็เสพยาตาย ใต้สะพาน...
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 21 ม.ค. 2009, 13:40 น.
มือกลองรึเปล่าครับ

+ ให้นะครับ เพลงสะเทือนใจจริงๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 21 ม.ค. 2009, 13:44 น.
มือกีต้าร์คนดั้งเดิมครับ Hillel Slovak
มีปัญหาเรื่องการเสพยาตั้งแต่อัลบั้มแรกๆ จนสุดท้ายก็ตายเพราะเล่นยาเกินขนาด
ทำเอาวงแตกไปรอบนึงเลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 21 ม.ค. 2009, 13:46 น.
L.A. มันคือ กทม. ใช่มั้ย

เวลาต้องเข้าเมืองทีไร เมืองใหญ่ๆ ตึกเยอะๆ
สึกนึกถึงเพลงนี้ทุกที
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 21 ม.ค. 2009, 13:49 น.
อ้างคำพูดจาก: ลุงเป็ด เมื่อ 21 ม.ค. 2009, 13:46 น.
L.A. มันคือ กทม. ใช่มั้ย

เวลาต้องเข้าเมืองทีไร เมืองใหญ่ๆ ตึกเยอะๆ
สึกนึกถึงเพลงนี้ทุกที

ผมว่าเพลงนี้กับบรรยากาศในกรุงเทพ มันได้เลยนะลุง
เมืองใหญ่แสนเหงา มีแต่รถรา อิฐปูนแข็งๆ ไร้ชีวิตที่สุด
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 21 ม.ค. 2009, 14:41 น.
artist : Further Seems Forever
song : Snowbirds And Townies

Fountains and flourescent lights.
When season has come
the snowbirds have crowded the nights.
ลานน้ำพุกับแสงนีออน เมื่อฤดูเปลี่ยน นกนางนวลจะมาชุมนุมกันในยามค่ำคืน

And old townies are tired
of the beaches and bars
being packed so tight.
และตาแก่ที่เหนื่อยล้า จากความแออัดไปด้วยหาดทรายกับบาร์เหล้า

And bridges, and traffic, and inlets,
are locked in their fight.
And on these boats,
ride the hopes of working class boys,
dreaming of girls, from far away points.
กับสะพาน การจราจร ถนนเล็กๆที่ยังคงวุ่นวาย และ บนเรือลำนั้นที่แล่นไปด้วยความหวังของเด็กหนุ่มผู้ใช้แรงงาน ที่ยังฝันถึงหญิงสาวที่แสนห่างไกล


And better things. Like winter flings.
And longing after spring has sprung.
And they fly north when winter's done.
And we get burned in summer's sun.
และสิ่งที่ดีกว่านั้นคือฤดูหนาวอันแสนสุข
และเวลายาวนานหลังจากใบไม้โปร่ยปรายในฤดูใบไม้ผลิ
และนกนางนวลจะบินไปทางเหนือเมื่อฤดูหนาวสิ้นสุด
แล้วพวกเราจะได้พบกับแสงแดดในหน้าร้อน..

Fountains and fluorescent lights.
When season has come
the snowbirds have crowded the nights.
ลานน้ำพุกับแสงนีออน เมื่อฤดูเปลี่ยน นกนางนวลจะมาชุมนุมกันในยามค่ำคืน

And young townies and tourists
find unlikely love at first sight.
แล้วหนุ่มน้อยในเมืองกับนักเดินทางก็ได้พบ สิ่งที่ไม่คล้ายจะเป็นรักแรกพบ

And swear that they're never leaving
and that is their plight.
พวกเขาสัญญาว่าจะไม่แยกจากกันราวกับเขาขอเธอแต่งงาน

This winter is lasting forever,
at least for tonight.
ในหน้าหนาวนี้เหมือนจะสิ้นสุดการรอคอยในคืนนี้

And I know that you're never leaving,
until your flight,
takes you off,
and out of my arms,
and into the air,
และฉันรู้ว่าเธอไม่เคยจะจากไปจนเธอขึ้นเครื่องบิน ทำให้เธอจากอ้อมแขนของฉัน และหายลับไปในท้องฟ้า

so far from your charms,
that I can not bare,
ไกลเหลือเกิน ไกลจากเธอที่รัก และฉันไม่อาจทนได้

another year,
in this long forgotten beach town,
we once shared.
และปีถัดไป บนเมืองชายหาดทอดยาวที่ถูกลืม ที่เราต่างแชร์ความรู้สึกซึ่งกันและกัน


This winter is lasting forever,
at least for tonight.
And I know that you're never
leaving me again.
และค่ำคืนในหน้าหนาวปีนี้ และฉันรู้ว่าเธอจะไม่จากฉันไปอีก
No, not again.
ไม่  ไม่อีกต่อไป...


--------------------------------------------------------------------------
เป็นเพลงที่คนเขียน เขียนให้คนรักที่พบกันในตอนที่เขาไปทัวร์คอนเสิร์ท เปรียบตัวเขาเป็นดั่งนกนางนวล ที่บินมาในหน้าหนาว และจากไปเมื่อหน้าร้อนพัดผ่าน
ปรารถนาที่จะได้พบกันอีก

http://www.myspace.com/fsf (http://www.myspace.com/fsf) ฟังในนี้เอาละกันนะครับ หาฟังย๊ากยาก วงสมัย 8 ปีที่แล้ว
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 22 ม.ค. 2009, 22:37 น.
อ้างคำพูดจาก: ลุงเป็ด เมื่อ 20 ม.ค. 2009, 13:00 น.
เชี่ย เก้อแม่ง สัตว์ว่ะ (นี่เป็นคำชม)  :12:

ชอบเพลงนี้มากโดยอย่างแรกก็คือชุดนี้เป็นยูทูชุดแรกที่เริ่มฟัง
และพอตามฟังก็เห็นได้ว่าเป็นการพัฒนารูปแบบเพลงแบบสุดตีนของวงนี้จริงๆ

และเรื่องความหมาย เก้อช่วยอธิบายได้เคลียร์มากๆ
ในหลายๆ บริบท ที่คนที่คุลกคลีเข้าใจบริบทฝรั่งเท่านั้นจะอธิบายได้
แถมสอนภาษาอังกฤษด้วย นี่มันรายการเรียนภาษาจากเพลงสินะ  :30:
ขอบใจมากน้องเอ้ย บวกๆๆๆ

ใช่นะ เราเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่เราก็ไม่ใช่คนคนเดียวกัน
เราย่อมมีความแตกต่างกัน แต่เราต้อง...อะไรดี ไอ้ carry each other เนี่ย
เมื่อก่อนแปลแบบซาดิสม์ว่า เราต้องหอบหิ้วอีกคนหนึ่งไว้
เหมือนแบบต้องแบกรับความทุกข์จากความรัก และ การอยู่ร่วมกัน มองเพลงนี้สีหม่นๆ หน่อย
เพราะฝังใจตั้งแต่แรกว่าเพลงนี้เป็นเพลงคร่ำครวญเรื่องความรักตามประสาวัยรุ่น
(ฟังเพลงนี้น่าจะราวๆ ม.3 ไม่ก็ม.4)

พอเก้อแปลว่า"โอบกอดกันและกัน" ก้อแปลเอาความได้ดี คือเพลงแบบนี้มันต้องแปลเอาความนะ
ถ้าแปลแบบตรงๆ คำ ก็อาจได้แบบเพลงผีดิบ  :30:

ตอนนี้รู้สึกอยากแปลมันว่า "ประคับประคอง" น่าจะดีกว่า
เพราะฟังดูไม่สุขหรือเศร้า้จนเกินไป
การไปด้วยกัน มันต้องมีทั้งสุข และ เศร้าอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องมีคือ การใช้ความพยายาม
ไม่ใช่สิ ฟังดูเหมือนต้องฝืนๆ ยังๆไงไม่รู้ ใช้คำว่าตั้งใจดีกว่า
น่าจะเข้ากับ "get to" ใช่ไหมเก้อ
ประคับประคองมันต้องตั้งใจ และเราใช้คำนี้กับสิ่งที่เราเห็นว่ามันมีค่า
ใช้ได้กับทุกอย่างนะ ความรัก ชีวิตคู่ มิตรภาพ ไปจนถึงการอยู่ร่วมกัน

เราเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่เราก็ไม่ใช่คนเดียวกัน
เราจึงต้อง
ประคับประคอง กันและกัน
ประคับประคอง กันและกัน
เอาไว้..

ขอบคุณสำหรับคำชมครับ เป็นคำชมที่น่าตื้นตันมาก :30:

เออ มานึกดูแล้ว คำว่าประคับประคอง ความหมายไกล้เคียงกว่าแฮะครับ
คำว่าโอบกอด มันยังกินความไปในทางบวก แต่ carry each other มันไม่มีนัยน์
อะไรเลย ทั้งเพลงเหมือนกัน มันไม่ได้ต้องการบอกถึงอุดมคติ
หรือความรักที่ฟูมฟายอะไร มันกลาง ไม่บวก ไม่ลบ

ตอนแรกที่ผมฟัง น่าจะเป็น ม.3 ซื้ออัลบั้มรวมฮิต ที่ปกเป็นเด็กใส่หมวกกันน็อก
มีแถบคาดทองๆ ฟังเพลงนี้ผมก็เข้าใจว่ามันพูดถึงความรักของโลก
ตามแบบอุดมคติๆง่าวๆของฝรั่ง พูดจริงๆว่า เพลง Imagine ของเลนอน
ก็เข้าข่ายนี้นะ อยากให้โลกเป็นหนึ่ง แต่ก็อยากให้ทุกคนละเลิกความต้องการ
ในแบบของตน ซึ่งมันก็ดี เป็นอุดมคติที่ดี(และที่ผมเชื่อตาม) แต่มันไม่เป็นจริง
เหมือนชีวิตรักของจอห์น กับโยโกะ มันก็เป็นอุดมคติ ที่ไม่มีจริงๆในโลกหรอก
ถ้าจอห์นไม่ตายในวันนั้น ทุกวันนี้ก็ไม่แน่หรอกว่าจอห์นจะกลายเป็นเหมือนพอล
(ที่เมียตายแล้วแต่งงานใหม่กับนางแบบคราวลูก แล้วหย่า แล้วฟ้องกันฉาว)
อุดมคติแบบนั้นมันดำรงอยู่ได้แค่ตอนเป็นหนุ่มแหละ

เพลง ใต้สะพาน Under the bridge จำได้ว่าฟังครั้งแรกตอน ม.ต้น
พี่เอก แบล็กเฮด เอามาเล่นในรายการวิทยุรายการหนึ่ง
ก็เลยหามาฟัง มันเศร้ามากในระดับเดียวกับเพลงลุงขี้เมาเลยล่ะผมว่า
เนื้อหาก็เทียบเคียงกันได้เลย แค่ปัจจัยชีวิตของทั้งคู่ต่างกันเฉยๆ

อ้างคำพูดจาก: อู๋ดูอู๋ดูอู๋ดูอู๋ดู เมื่อ 20 ม.ค. 2009, 08:57 น.
ถอดมาได้สุดยอดจริงเก้อ  :14:


พึ่งนึกออก อยากรู้ว่าเพลง smell like teen spirit ของ nirvana นี้มีความหมายแฝงมั้ยครับ เห็นท่อนฮุคมันดูเสียดสีชอบกล

เพลงนี้ จะพยายามถอดความให้ได้ครับ
อ่านของอู๋แล้ว นึกขึ้นได้เลย ตอน ม.2 ผมอ่านนิตยสาร T-Club
นิตยสารดนตรี เล่มใหญ่มาก พิมพ์ 4 สีทั้งเล่ม โปสเตอร์แถมใหญ่มากกกกและสวยมากกกกก
แถมทุกเล่มเลย แต่แพง ราคา 70 บาท...สำหรับยุคนั้นวัยเท่านั้นมันแพงมาก

แล้วมันมีคอลัมน์แปลเพลง มีประกวดแปลเพลงของเนอร์วาน่า
จำได้ว่าเพลง Lithium ผมก็ลองแปลส่งไป แต่แหงล่ะว่าไม่ได้ลง
เขาก็คัดเอามาลง 3-4 สำนวน อ่านแล้วก็ตกใจว่าคำบางคำ
มันเล่นเล่าไปคนละเรื่องกับในเนื้อเพลงอังกฤษเลย แต่อ่านแล้วกลับเข้าใจแฮะ
คราวนี้ขอแก้ตัวความไม่สามารถในวัยเด็ก ด้วยการถอดอีกเพลงที่ฮิตกว่าแทนครับ :30:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 23 ม.ค. 2009, 13:00 น.
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 22 ม.ค. 2009, 22:37 น.
เพลงนี้ จะพยายามถอดความให้ได้ครับ
อ่านของอู๋แล้ว นึกขึ้นได้เลย ตอน ม.2 ผมอ่านนิตยสาร T-Club
นิตยสารดนตรี เล่มใหญ่มาก พิมพ์ 4 สีทั้งเล่ม โปสเตอร์แถมใหญ่มากกกกและสวยมากกกกก
แถมทุกเล่มเลย แต่แพง ราคา 70 บาท...สำหรับยุคนั้นวัยเท่านั้นมันแพงมาก

+ ให้สาวก T-CLUB หนังสือโคตรหนาและแถมซีดีโีคตรแนวในยุคเทปคลาสเซ็ตเฟื่องฟู  :30:

----------------------------------------------

ZERO 7 - DESTINY

ฟังเพลงนี้ได้ในจู๋ฟังเพลงนะครับ  จิ้มเลย http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,4983.14745.html

I lie awake
I've gone to ground
I'm watching porn
In my hotel dressing gown
And now I dream of you
But I still believe
There's only enough for one in this
Lonely hotel suite

ฉันนอนลืมตาตื่น
ในห้วงแห่งโลกส่วนตัว
ฉันกำลังดูหนังวาบหวิว
ในโรงแรมสลัวและมืดมัว
ตอนนี้ ฉันกำลังคิดถึงเธออยู่
แต่ฉันก็ยังคงคิดไว้อยู่ดี
ว่าควรจะต้องมีเพียงคนเดียวที่ต้องอยู่ที่นี่
ในโรงแรมสุดเหงาแห่งนี้

The journey's long
And it feels so bad
I'm thinking back to the last day we had.
Old moon fades into the new
Soon I know that I'll be back with you
I'm nearly with you
I'm nearly with you

การเดินทางช่างแสนยาวไกล
และก็ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกแย่
ฉันกำลังหวนย้อนคิดถึงวันสุดท้ายที่เราอยู่ด้วยกัน
เวลากำลังผันผ่านข้ามวันคืน
ฉันรู้อีกไม่นาน จะได้เวลากลับไปหาเธอสักที
ใกล้จะได้เจอกันแล้ว
ใกล้จะได้อยู่ด้วยกันแล้ว

When I'm weak I draw strength from you
And when you're lost I know how to change your mood
And when I'm down you breathe life over me
Even though we're miles apart we are each other's destiny

ในวันที่ฉันล้า ฉันได้รับกำลังใจและเรี่ยวแรงมาจากเธอ
และเมื่อเธอรู้สึกเคว้งคว้าง ฉันเองก็รู้ว่าจะปลอบโยนเธออย่างไร
ในวันที่ฉันล้มลง สิ้นหวัง เธอเป็นคนช่วยต่อลมหายใจให้กับตัวฉัน
แม้แต่ตอนนี้ ที่เราอยู่ห่างไกลกัน แต่เราก็รู้ ว่าเราเกิดมาเพื่อเป็นคู่กัน..

On a clear day
I'll fly home to you
I'm bending time getting back to you
Old moon fades into the new
And soon I know I'll be back with you
I'm nearly with you
I'm nearly with you

ในวันที่ทุกอย่างราบรื่น
ฉันจะรีบกลับบ้านไปหาเธอ
ฉันกำลังตั้งหน้าตั้งตารอที่จะกลับไปหาเธอ
เวลากำลังผันผ่านข้ามวันคืน
ฉันรู้อีกไม่นาน จะได้เวลากลับไปหาเธอสักที
ใกล้จะได้เจอกันแล้ว
ใกล้จะได้อยู่ด้วยกันแล้ว

When I'm weak I draw strength from you
And when you're lost I know how to change your mood
And when I'm down you breathe life over me
Even though we're miles apart we are each other's destiny

ในวันที่ฉันล้า ฉันได้รับกำลังใจและเรี่ยวแรงมาจากเธอ
และเมื่อเธอรู้สึกเคว้งคว้าง ฉันเองก็รู้ว่าจะปลอบโยนเธออย่างไร
ในวันที่ฉันล้มลง สิ้นหวัง เธอเป็นคนช่วยต่อลมหายใจให้กับตัวฉัน
แม้แต่ตอนนี้ ที่เราอยู่ห่างไกลกัน แต่เราก็รู้ ว่าเราเกิดมาเพื่อเป็นคู่กัน..

I'll fly, I'll fly home
I'll fly home and I'll fly home 

ฉันจะรีบ.. จะรีบกลับบ้าน
ฉันอยากกลับบ้าน  ฉันอยากกลับบ้าน.....
---------------------------------------------------

ผมกำลังรู้สึกแย่ อ่อนแอ อ่อนล้า และกำลังจะป่วย
ผมอยากกลับบ้าน อยากอยู่กับคนที่รัก อยากพักใต้แดดอบอุ่น
ผมอยากกินกับข้าว ฝีมือแม่

---------------------------------------------------
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 23 ม.ค. 2009, 13:09 น.
เศร้ามาก :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 25 ม.ค. 2009, 22:23 น.
อยากให้เธอได้ฟังเพลงนี้
นี่คงจะเป็นเพลงที่แทนความรักจากฉันถึงเธอได้ดีที่สุด
ตราบใดที่ฉันยังแต่งเพลงเองไม่ได้
ฉันอยากเก็บความรักเอาไว้ให้สวยงามอย่างนี้
แต่ฉันไม่รู้ว่าตัวของฉันจะเข้มแข็งได้แค่ไหน
ไม่รู้ว่าวันเวลาจะทำให้อะไรเกิดขึ้นบ้าง
แต่ตอนนี้ฉันแค่อยากจะบอกให้เธอได้ฟัง

Lost in space หลงทางในอวกาศ - Lighthouse Family

Sometimes I get tired of this me first attitude         บางครั้งฉันก็เหนื่อยกับการมองโลกที่เอาแต่ใจตัวเอง
You are the one thing that keeps me smiling           เธอเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันยังยิ้มได้
That's why I'm always wishing hard for you            นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันเฝ้าภาวนาเพื่อเธอ

'cause your light shines so bright                           เพราะแสงแห่งเธอช้างเจิดจ้า
I don't feel no solitude                                          ส่องให้ฉันได้พ้นจากความเดียวดาย
You are my first star at night                                 เธอคืนดาวดวงแรกในค่ำคืน
I'd be lost in space without you                              ฉันคงหลงทางอยู่ในอวกาศหากไม่มีเธอ

And I'll never lose my faith in you                          และฉันไม่เคยสูญเสียศรัทธาในตัวของเธอเลย
How will I ever get to heaven, if I do                      ฉันจะไปถึงที่ฝันไว้ได้ยังไง ถ้าฉันเป็นอย่างนั้น

Feels just so fine                                                  มันคงรู้สึกดีนะ
When we touch the sky me and you                       เมื่อเราได้ไปถึงข้างบนนั้น ฉันกับเธอ
This is my idea of heaven                                      นี่เป็นที่ฉันฝันไว้เหมือนในจินตนาการ
Why can't it always be so good                              ที่มันไม่อะไรจะดีได้เท่านี้เลย

But its alright, I know you're out there                    ...แต่มันไม่เป็นไรหรอก ฉันรู้ว่าเธอยังต้องออกไปเผชิญโลก
Doing what you've gotta do                                   ต้องทำอะไรมากมายที่เธอต้องทำ
You are my soul satellite                                       เธอเป็นดาวเทียมที่นำทางจิตวิญญาณของฉัน
Id be lost in space without you                              ฉันคงหลงทางอยู่ในอวกาศหากไม่มีเธอ

And I'll never lose my faith in you                          และฉันไม่เคยสูญเสียศรัทธาในตัวของเธอเลย
How will I ever get to heaven, if I do                      ฉันจะไปถึงที่ฝันไว้ได้ยังไง ถ้าฉันเป็นอย่างนั้น...ใช่ไหม


ขอบคุณนะที่มีเธออยู่ในโลกนี้
มันทำให้ฉันยังคงบอกรักเธอได้เสมอ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 26 ม.ค. 2009, 09:27 น.
หวานได้อีกนะลุงนะ  :27: +
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 27 ม.ค. 2009, 18:45 น.
Fallen    
Lauren Wood


I can't believe it, you're a dream comin' true.      ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีเธอ ฝันที่เป็นจริง
I can't believe how I have fallen for you.       ฉันไม่เชื่อเลยว่าฉันตกหลุมรักเธอไปได้
And I was not looking, was content to remain.        ทั้งที่ฉันไม่ได้แสวงหา แต่ก็พอใจที่จะเป็นอย่างนี้
And it's ironic to be back in the game.          และมันคงน่าขำนะที่จะดำเนินความรักไปอย่างนั้น

You are the one who's led me to the sun.      เธอเป็นคนที่นำฉันสู่แสงสว่าง
How could I know that I was lost without you...       ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าฉันหลงทางถ้าขาดเธอ

And I want to tell you, you control my rain..       และฉันอยากจะบอกว่าเธอควบคุมสายฝนที่โปรยปรายให้ฉัน
And you should know that you are life in my veins.    และขอให้เธอรู้ด้วยว่าเธอคือพลังชีวิตที่ทำให้ฉันอยู่ต่อไป

I can't believe it, you're a dream comin' true.      ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีเธอ ฝันที่เป็นจริง
I can't believe how I have fallen for you.       ฉันไม่เชื่อเลยว่าฉันตกหลุมรักเธอไปได้อย่างไร
And I was not looking, was content to remain.       ทั้งที่ฉันไม่ได้แสวงหา แต่ฉันพอใจที่จะเป็นอย่างนี้
And it's erotic to be back in the game.        และมันคงเป็นเพราะฉันต้องการเธอถึงได้ดำเนินความสัมพันธ์ของเราต่อไป


เพลงนี้เป็นเพลงที่ได้ยินมานานมากแล้ว จำได้ว่าราวๆ 7-8 ขวบ
จากโฆษณาโรสออนยี่ห้อหนึ่ง
ในนั้นชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังจัดแต่งช่อดอกไม้ช่อใหญ่
ทั้งประดิษฐ์ของมาตกแต่ง อะไรมากมาย
ทำไป ยิ้มไป ดูมีความสุขมาก
สุดท้าย ช่อมันใหญ่กว่าประตูห้อง เอาออกไปไม่ได้
เขายิ้ม แล้วหยิบดอกไม้ออกไปดอกเดียว

จากนั้นเวลาที่ชอบใครฉันก็จะทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ
ไปจนถึงใหญ่มาก เพื่อผู้หญิงเหล่านั้นเสมอ

เคยสงสัยว่าอะไรที่ทำให้ผู้ชายคนนั้นมีความสุขที่ได้ทำอะไรแบบนั้น
ในโฆษณา ก็คงบอกว่าเพราะมีผู้หญิงคนหนึ่งที่ใช้โรลออนยี่ห้อนั้น ทำให้ชายหนุ่มหลงใหล
แต่เธอรู้ไหมว่า เธอไม่ต้องทำอะไร ฉันก็มีความสุขที่นั่งแปลเพลงนี้ให้เธอ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 28 ม.ค. 2009, 13:30 น.
โอ้โห พี่ร่ม   :25: 



ประโ ยคสุดท้ายนั่น   :53b:
เคยเป็นๆ



พยายามจะแปลเพลงเกาหลี แต่ไร้ความสามารถ  :30: 
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 28 ม.ค. 2009, 13:33 น.
จำใจต้อง + ลุงเป็ดแล้วล่ะ..
เอาเพลงที่แอ้ชอบมาลงได้ไงเนี่ยสองเพลงติดๆ กันเลย..
ชอบมากๆ ทั้งคู่เลยนะคะ  :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 28 ม.ค. 2009, 13:45 น.
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 28 ม.ค. 2009, 13:33 น.
จำใจต้อง + ลุงเป็ดแล้วล่ะ..
เอาเพลงที่แอ้ชอบมาลงได้ไงเนี่ยสองเพลงติดๆ กันเลย..
ชอบมากๆ ทั้งคู่เลยนะคะ  :56:

ทำไมล่ะ  :05a:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 28 ม.ค. 2009, 13:45 น.
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 28 ม.ค. 2009, 13:33 น.
จำใจต้อง + ลุงเป็ดแล้วล่ะ..
เอาเพลงที่แอ้ชอบมาลงได้ไงเนี่ยสองเพลงติดๆ กันเลย..
ชอบมากๆ ทั้งคู่เลยนะคะ  :56:

ทำไมต้องใช้คำนี้ด้วยล่ะ  :05a:




แก้ไข บุ๋มทักเลยมาดู

อ้าว เวรกรรม จะแก้ไข เสือกแอบอ้างอีกแล้วตู  :05: :05: :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 28 ม.ค. 2009, 13:46 น.
แล้วทำไมลุงต้องเบิ้ล  :55:









:02:





ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: eThics เมื่อ 28 ม.ค. 2009, 15:13 น.
เข้าใจอารมณ์คนจะกดแก้ไข แต่ดันไปกดแอบอ้าง

เคยยยย อย่างเซ็ง และอาย :05:/
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 29 ม.ค. 2009, 10:15 น.
VERMILION Pt. 2 - SLIPKNOT

หา MV จริงๆไม่ได้ เอาของภาค RESIDENT EVIL ไปก่อน

http://www.youtube.com/watch?v=jVwFGoTyIl4 (http://www.youtube.com/watch?v=jVwFGoTyIl4)

She seemed dressed in all of me
Stretched across my shame,
All the torment and the pain
Leaked through and covered me.
I'd do anything to have her to myself,
Just to have her for myself.
Now I don't know what to do,
I don't know what to do
When she makes me sad.

เสมือนเธอจะครอบงำฉันไปซะหมด
เกาะกุมไปจนถึง สำนึกข้างในของฉัน
ความเจ็บปวดรวดร้านแสนทรมานทั้งหมด
ได้ซึมผ่านเข้ามา ครอบคลุมฉัน
ฉันจะทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อให้ได้เธอมาครอบครอง
แค่ให้ได้เธอมาครอบครอง
แต่ตอนนี้ฉันไม่รู้จะต้องทำอย่างไร
ฉันไม่รุ้จะทำอย่างไรจริงๆ
ในเวลาที่เธอทำให้ฉันรู้สึกแย่..

She is everything to me,
The unrequited dream,
The song that no one sings,
The unattainable.
She's a myth that I have to believe in,
All I need to make it real is one more reason.

เธอเป็นทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับฉัน,
เป็นดั่งฝันที่เลื่อนลอย,
เป็นดั่งบทเพลงที่ไม่มีผู้ใดขับขาน,
เป็นสิ่งที่ไม่มีวันได้มา..
เธอเป็นดั่งเทพนิยายที่ฉันจะต้องทำใจเชื่อ
ทั้งหมดที่ฉันต้องการทำให้มันเป็นจริง มีเหตุผลอีกเพียงข้อเดียว คือ..

I don't know what to do,
I don't know what to do
when she makes me sad.

ฉันไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร,
ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร
ในเวลาที่เธอทำให้ฉันเศร้าใจ

But I won't let this build up inside of me.
I won't let this build up inside of me.
I won't let this build up inside of me.
I won't let this build up inside of me.

แต่ฉันจะไม่ยอมให้ความคิดแบบนี้ เกิดขึ้นในตัวฉัน
ฉันไม่ยอมให้สิ่งนี้เกิดขึ้นในตัวฉัน

A catch in my throat
choke
Torn into pieces
I won't.
No.
I don't want to be this but

ลำคอที่ตีบตัน
ลมหายใจที่ติดขัด
ฉีกฉันให้เป็นเสี่ยงๆ
ฉันจะไม่..
ไม่...
ฉันไม่อยากเป็นแบบนี้.. แต่

I won't let this build up inside of me (won't let this build up inside of me) x4

แต่ฉันจะไม่ยอมให้ความคิดแบบนี้ เกิดขึ้นในตัวฉัน
ฉันไม่ยอมให้สิ่งนี้เกิดขึ้นในตัวฉัน

She isn't real.
I can't make her real.
She isn't real.
I can't make her real.

เธอไม่มีจริง
ฉันทำให้เธอเป็นจริงไม่ได้
เธอไม่มีจริง
ฉันทำให้เธอเป็นจริงไม่ได้
-----------------------

บางครั้งคนเรา ก็ทนยอมจำใจ
ในฝันร้ายอันแสนหวาน...
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 29 ม.ค. 2009, 13:56 น.
 :25: :25: :25: :25: :25: :25: กี้ดดดดดดด จะบอกว่าคิดจะเอาเพลงนี้มาลงกระจู๋นี้เมื่อสองวันก่อน
+ ใจตรงกันเลยครับ :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 29 ม.ค. 2009, 14:04 น.
+ คืนครับผม
แล้วเดี๋ยวภาค 1 กำลังจะตามมา  :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 30 ม.ค. 2009, 10:12 น.
 :02: :02: หึหึ วันนี้ขอนำเสนอเพลงโรคจิตฆาตรกรรมซักเพลงละกัน  :02: :02:

Artist : Drop Dead, Gorgeous
Song :They'll Never Get Me (Word With You)


Not again, not again, not again, not again.
ไม่อีกแล้ว ไม่อีกแล้ว ไม่...

Why did God make glass, to be shattered?
To hold, and to cut?
ทำไมพระเจ้าทรงสร้างกระจกมาให้คม ให้จับ แล้วมีไว้สำหรับตัด?
Your crooked cross covers your eyes.
และเธอก็ถูกหลอกลวง

Forgot my name
Forgot where I came from
ลืมชื่อฉันซะ ลืมซะว่าฉันมาจากไหน
I died getting here
Make me gold, I'm waiting.
ฉันจะตายที่นี้ ทำให้ฉันรู้สึกดีซิ ฉันรออยู่..

Call me the Dark Angel.
Please don't scare.
เรียกชื่อฉันซินางฟ้ารัตติกาฬ ได้โปรด อย่ากลัว..
(Don't touch me.
Don't trust me.
อย่าแตะต้องฉัน ไม่ต้องเชื่อในฉัน
Please keep your hands away from,
Away from,
Away from,
Away from me.)
เอามือของเธอออกไป ออกไป จากตัวฉัน

I'd like to have a word with you.
I'd like to have my way with you.
ฉันมีคำที่อยากให้เธอ ฉันมีสิ่งที่เตรียมไว้ให้เธอ
I'd like to have a word with you.
I'd like to have my way with you.
ฉันมีคำที่อยากให้เธอ ฉันมีสิ่งที่เตรียมไว้ให้เธอ

Call me the Dark Angel.
Please don't scare.
เรียกชื่อฉันซินางฟ้ารัตติกาฬ ได้โปรด อย่ากลัว..
(Don't touch me.
Don't trust me.
อย่าแตะต้องฉัน ไม่ต้องเชื่อในฉัน
Please keep your hands away from,
Away from,
Away from,
Away from me.)
เอามือของเธอออกไป ออกไป จากตัวฉัน

Please don't scare.
ได้โปรด!! อย่ากลัว

I'd like to have a word with you.
I'd like to have my way with you.
ฉันมีคำที่อยากให้เธอ ฉันมีสิ่งที่เตรียมไว้ให้เธอ
I'd like to have a word with you.
I'd like to have my way with you.
ฉันมีคำที่อยากให้เธอ ฉันมีสิ่งที่เตรียมไว้ให้เธอ

I'd like to have my way with you.
ฉันมีสิ่งที่เตรียมจะทำให้เธออยู่นะ
I'd like to take my time with you.
ฉันอยากจะใช้เวลากับเธอ
I'd like to lose my mind with you.
ฉันอยากจะคลั่งไปกับเธอ
I'd like to share my knife with you.
ฉันอยากจะแบ่งมีดของฉัน ให้เธอ!! :14:

Don't scare, don't scare, don't.
โอ้ อย่ากลัว อย่ากลัว อย่า....
---------------------------------------------------------
เพลงวงนี้ออกแนวนี้หมดเลย  :30:
ต้องดู mv เพลงนี้ด้วย จะได้อารมณ์เป็นสองเท่า :02: (ตัดต่อได้ดีมาก :12:)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 30 ม.ค. 2009, 10:14 น.
ทำไมฟังแล้วคิดถึงเฟ  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 30 ม.ค. 2009, 10:17 น.
 :02:
มีอีกเพลง ประมาณว่าทะเลาะกับตัวเอง ที่ฆ่าแฟนแล้วเอาไปทิ้งแม่น้ำ แล้วก็บอกตัวเองว่า แกไม่มีทางหาศพส่วนตัวของเธอเจอหรอก :30: (แปลว่าหัวยังอยู่ :14:)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 30 ม.ค. 2009, 10:23 น.
นี่เอ็งต้องการบอกอะไรไอ้ฟ้ารึปล่าวะ  :30a:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 30 ม.ค. 2009, 10:24 น.
อ้างคำพูดจาก: อู๋ดูอู๋ดูอู๋ดูอู๋ดู เมื่อ 30 ม.ค. 2009, 10:12 น.

Why did God make glass, to be shattered?
To hold, and to cut?
ทำไมพระเจ้าทรงสร้างกระจกมาให้คม ให้จับ แล้วมีไว้สำหรับตัด?
Your crooked cross covers your eyes.
และเธอก็ถูกหลอกลวง

เพลงน่าสนใจมาก แต่ผมติดใจนิดนึง

Why did God make glass, to be shattered?
To hold, and to cut?

อันนี้น่าจะแปลว่า ทำไมพระผู้เป็นเจ้า จึงทรงสร้างกระจกขึ้นมา, เพื่อให้มันแตกสลายไปหรือ?
เพื่อที่จะให้ทะนุถนอมหรือ?, หรือเพื่อที่จะได้สร้างบาดแผลให้กับเรา?

To be shattered หมายถึง ถูกทำให้แตกเป็นเสี่ยง
Hold แปลตามตรง จะหมายถึงถือ แต่ถ้าในอีกความหมาย ก็หมายถึงการทำยังไงก็ได้ให้คงอยู่ หรือการทะนุถนอมมันไม่ให้แตกนั่นเอง
to cut น่าจะหมายถึงรอยตัด เราคงไม่เอากระจกไปตัดอะไร มันเลยน่าจะหมายถึง รอยบาดที่เราจะได้จากเศษกระจกมากกว่า

Your crooked cross covers your eyes.

อันนี้จะหมายไปในทางศาสนา Cross หมายถึงกากบาท หรือไม้กางเขน นั่นเอง Crooked Cross จะเห็นได้บ่อยตามเพลงโลกมืดทั้งหลาย
จะหมายถึง (ขออภัยสำหรับศาสนิกชน) พระเจ้าทรงหลอกลวง และครอบงำคุณ ปิดบังสายตาคุณที่จะมองเห็นสิ่งต่างๆ ในด้านร้าย

ไว้รอผู้รู้มาดูอีกทีละกันเน่อ แต่ผมได้ใจความประมาณนี้แหละ
+ อู๋ครับ เดี๋ยวไปหามาฟังด่วน ชอบเพลงจิตๆ  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 30 ม.ค. 2009, 10:50 น.
 :25: + ครับ จริงๆผมก็ไม่รู้ความหมายทั้งหมดเหมือนกัน รอผู้รู้มาบอกนี้แหละ :43:
ดูใน MV จะมีฉากล้อเลียนไม้กางเขนด้วยนะครับ แต่มันจะตัดแว้บไปแว้บมา
ดูรอบแรกจะเวียนหัว :48: รอบต่อๆไปจะเริมสบาย :52:

อ้างคำพูดจาก: ลุงเป็ด เมื่อ 30 ม.ค. 2009, 10:23 น.
นี่เอ็งต้องการบอกอะไรไอ้ฟ้ารึปล่าวะ  :30a:
ป่าวคับ :44: ชอบฟังแนวนี้มานานแล้วครับ  :02:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 30 ม.ค. 2009, 15:17 น.
VERMILION PART1 ยากเกิ๊น ปวดหัว เอาเพลงสบายสมองก่อนแล้วกัน

จากจู๋ฟังเพลง http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,4983.msg1161751.html#new

SOMETHING EVERYDAY - SWING OUT SISTER


The lifetime that we spend
can't keep us content
Somewhere in our hearts
there's a missing part
It's no mystery
Love is the key

ช่วงชีวิตที่เราใช้ร่วมกันมา
เริ่มรักษาความสุข ไว้ไม่ได้
ในมุมใดมุมหนึ่งของจิตใจ
มีบางสิ่งที่ขาดหายไป
มันไม่ใช่สิ่งลึกลับอะไรหรอก
ความรักไงละ คือคำตอบ

Still trippin over dreams
All that could have been
Spendin' much too long
Wonderin' what went wrong
Who'll be first to leave,
you or me?

ความฝันที่ต้องหยุดลงกลางคัน
ยังคงคั่งค้าง อยุ่ เนิ่นนานเกินไป
สงสัยนัก ว่าผิดพลาดตรงไหน,
และ ใครจะจากกันไปก่อน,
เธอ หรือ ฉัน?

Chorus:
Something everyday
Tells me I need you more
Something everyday
Says I found what I'm searchin' for
Something everyday
Says I'm here to stay
Something everyday
Says it's not over yet
Something everyday
Won't let my heart forgets
Something everyday
Says I'm here to stay

บางสิ่ง ในทุกๆวัน
บอกฉันสิ ว่าเธอต้องการฉันอีก
บางสิ่ง ในทุกๆวัน
บอกสิ ว่าเธอเจอสิ่งที่เธอกำลังหาอยู่
บางสิ่ง ในทุกๆวัน
บอกสิ ว่าเธอจะยังคงอยู่
บางสิ่ง ในทุกๆวัน
บอกสิ ว่ามันยังจะไม่จบลง
บางสิ่ง ในทุกๆวัน
อย่าปล่อยให้หัวใจฉันหลงลืม
บางสิ่ง ในทุกๆวัน
บอกสิ ว่าเธอจะยังคงอยู่

We may have our regrets
How time will soon forgets
With every twist and turn
We still live and learn
Anyone can change
No one's to blame

แม้เราอาจจะต้องเสียใจ
ต้องใช้เวลามากเท่าไหร่เพื่อจะลืม
กับทุกๆความเปลี่ยนแปลง
แต่เรายังคงต้องมีชีวิตและเรียนรู้มันต่อไป
ใครๆก็ เปลี่ยนไป กันได้ทั้งนั้น
เราคงไปโทษใคร ไม่ได้หรอก

Secrets that we keep
Maybe hidden deep
Can't change what's been undone
The best is yet to come
There's no need to ask
We'll made to last

ความลับ ที่เราเก็บไว้
อาจถูกซ่อนอยู่ ก้นบึ้งข้างใน
แต่เราก็เปลี่ยนสิ่งที่ค้างคาไว้ไม่ได้
ในตอนนี้ สิ่งที่ดีที่สุด
ซึ่งไม่จำเป็นต้องคิดเลย
คือ เราคงต้องจบสิ้นมันลงเสียที
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ต้น™ เมื่อ 30 ม.ค. 2009, 16:00 น.
:25: อ๊างคคคค์ ชอบ swing out sister +
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 31 ม.ค. 2009, 13:13 น.
ในช่วงฟื้นฟูภาษา จะหัดให้ได้ใช้ทุกวัน
เอาไปอีก 1 เพลง

R.E.M. - EVERYBODY HURTS

http://media.imeem.com/m/dHrJi55hiS/ (http://media.imeem.com/m/dHrJi55hiS/)

When your day is long and the night, the night is yours alone,
When you're sure you've had enough of this life, well hang on
Don't let yourself go, 'cause everybody cries n everybody hurts sometimes

เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่า วันนี้ช่างแสนจะยาวนาน ,ค่ำคืนก็สุดแสนจะโดดเดี่ยว
เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่า ชีวิตนี้มันสุดเกินจะทนไหว, ใจเย็น ทนไว้ก่อน
อย่าปล่อยตัวไปตามความคิดนั้น, เพราะบางครั้ง คนเราก็ต้องร้องไห้ คนเราก็ต้องเจ็บปวดด้วยกันทั้งนั้น

Sometimes everything is wrong. Now it's time to sing along
When your day is night alone, (hold on, hold on)
If you feel like letting go, (hold on)
If you think you've had too much of this life, well hang on

ในบางวัน ที่ทุกสิ่งทุกอย่าง เหมือนจะผิดพลาดไปซะหมด. มาเรามาร้องเพลงนี้ด้วยกัน
ในเวลา ที่ ระหว่างวัน เหมือน ค่ำคืนที่แสนเงา (อดทนไว้, ทนไว้ก่อน)
ถ้าคุณรู้สึกอยากปล่อยตัวไปแบบนั้น  (ทนไว้ก่อน)
ถ้าคุณคิดว่า ชีวิตมันเหนื่อยมากเกินพอแล้ว , ทนไว้ก่อน

'Cause everybody hurts. Take comfort in your friends
Everybody hurts. Don't throw your hand. Oh, no. Don't throw your hand
If you feel like you're alone, no, no, no, you are not alone

เพราะทุกคนล้วนต้องเจ็บ.  มาสิ เพื่อน ๆ จะช่วยปลอบโยนคุณ
ทุกคนล้วนต้องเจ็บ. อย่าลองอะไรร้ายๆเลย. อย่านะ, อย่าทำอะไรร้ายๆเลย
ถ้าคุณรู้สึกเหมือนจะตัวคนเดียว ไม่หรอก คุณไม่ได้โดดเดี่ยวเลย

If you're on your own in this life, the days and nights are long,
When you think you've had too much of this life to hang on

ถ้าคุณต้องดำเนินชีวิต เพียงลำพัง, วันคืนก็ช่างแสนจะยาวนาน,
เมื่อคุณคิดว่า ชีวิตคุณรับมันมากเกินพอ ที่จะอยู่ต่อไปแล้ว

Well, everybody hurts sometimes,
Everybody cries. And everybody hurts sometimes
And everybody hurts sometimes. So, hold on, hold on
Hold on, hold on, hold on, hold on, hold on, hold on
Everybody hurts. You are not alone

แต่นั่นแหละ, เพราะบางครั้ง คนเราย่อมต้องเจ็บปวด,
คนเราย่อมต้องร้องไห้ และ ทุกคนก็ต้องเจ็บปวด
ทุกคนย่อมต้องเจ็บปวด.. ทนไว้ อดทนไว้
ทนไว้ อดทนไว้ . . . . .
เพราะทุกคนต้องเจ็บปวด ... ไม่ใช่คุณ คนเดียวหรอก...

-------------------------

เคยมีเพื่อนคนนึง เอาเพลงนี้ให้ฟัง ในวันที่ทุกอย่างเสมือนจะเลวร้าย และผิดหวัง
ในวันที่ โลกทั้งโลก เงียบงัน มีแค่เสียงหัวใจตัวเอง และ เสียงกรีดร้องแห่งความท้่้อแท้
และปัจจุบัน ผมก็เอาไว้ฟัง ในวันที่โลกเหงา และมีเพียงตัวของตัวเอง อยู่ในนั้น..

* Let go - เมื่อก่อนผมจะแปลว่า อยากตาย แต่ว่ามันคงแรงไปหน่อย เอาแค่ปล่อยตัวปล่อยใจแล้วกัน  *
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เพื่อนปูน เมื่อ 31 ม.ค. 2009, 14:39 น.
เล่นด้วยละกันครับ เห็นยังไม่มีคนแปล เพลงโปรดผมเลย

ปล.ด้วยความรู้ด้านคอมพิวเต้อร์อันน้อยนิด มิอาจหา MV หรือ เพลงมาแปะได้  :05:

เริ่มเลยละกัน

At first I was afraid   ตอนแรกเลยชั้นก็กลัวนะ
I was petrified          ทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว (petrify : กลายเป็นหิน , ตัวแข็งทื่อด้วยความกลัว)
I kept thinking I could never live without you by my side
                               ฉันเฝ้าแต่คิดว่า ฉันอยู่ไม่ได้หรอกถ้าไม่มีเธอ  :05:
But then I spent so many nights       แต่หลังจากที่คิดอยู่หลายคืน
Just thinking how you'd done me wrong     แค่คิดถึงสิ่งที่เธอทำผิดต่อฉันไว้
And I grew strong      แล้วฉันก็เข้มแข็งขึ้น
I learned how to get along      แล้วฉันก็เรียนรู้ที่จะอยู่ต่อไป

So now you're back     แต่ตอนนี้เธอ(เจือก)กลับมา
From outer space        จากที่ไหนก็ไม่รู้ (มิติลี้ลับ)
I just walked in to find you here  ฉันเดินเข้ามาเจอเธอที่นี่
Without the look upon your face  โดยไม่ต้องมองหน้า
I should have changed my f-ing lีck ฉันน่าจะเปลี่ยนโชคชะตาเฮงซวยของฉันได้นะ
I would have made you leave your key ฉันจะให้เธอทิ้งกุญแจห้องฉันไว้
f I'd have known for just one second ถ้าฉันรู้มาก่อนแค่ซักวินาทีว่า
You'd be back to bother me   เธอจะกลับมากวนใจฉันอีกครั้ง

*Oh now go,  โอ้วววว ไปเลยไป้
Walk out the door ประตูอยู่โน่น (เดินออกไปเลย)
Just turn around now แค่หันหลังกลับ
You're not welcome anymore ฉันไม่ต้อนรับเธออีกต่อไปแล้ว
Weren't you the one who tried to break me with goodbye เธอไม่ใช่หรอที่เป็นคนที่พยายามจะเลิกกับฉัน
id you think I'd crumble เธอคิดว่าฉันจะเสียใจขนาดนั้นเลยหรอ (crumble : แตกละเอียด พังทลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย)
Did you think I'd lay down and die  คิดจะว่าทำให้ฉันตายเลย เร๊อะ

Oh no, not I      โอ้วว ไม่ใช่ฉัน ร้อก
I will survive     ฉันจะผ่านมันไปให้ได้
As long as I know how to love   ตราบใดที่ฉันรู้ว่าจะรักอย่างไร
I know I'll be alive                    ฉันรู้ว่าฉันจะยังมีชีวิตอยู่
I've got all my life to live           ฉันยังมีอีกทั้งชีิวิตที่ต้องใช้
I've got all my love to give        ฉันยังมีความรักอีกมากมายพร้อมจะให้(คนอื่น)
I will survive                    กูจะรอด
I will survive                    กูต้องรอด
Yeah, yeah                      เย่ เย่

It took all the strength I had       มันใช้ความเข้มแข็งทั้งหมดที่ฉันมีเลยนะ
Just not to fall apart                  เพื่อแค่ให้ไม่ตกอยู่ในความซึมเศร้า
I'm trying hard to mend the pieces   ฉันพยายามอย่างมากที่จะรักษา
Of my broken heart                    หัวใจที่แตกสลายของฉัน
And I spent oh so many nights     และฉันต้องใช้เวลาอีกหลายคืน
Just feeling sorry for myself        เพื่อขอโทษตัวเอง
I used to cry                              ฉันเคยร้องไห้
But now I hold my head up high  แต่ตอนนี้ ฉันเชิ่ดหน้าได้แล้วล่ะ (ย่ะ)
And you see me                         และเธอได้เห็นฉัน
With somebody new                   กับใครคนใหม่
I'm not that stupid little person still in love with you      ฉันไม่ใช่คนโง่ขนาดที่จะยังคงหรอกเธอหรอกนะ
And so you thought you'd just drop by     เธออยากจะให้ฉันทิ้งเขาหรอ
And you expect me to be free                 แล้วยังคาดหวังให้ฉัน โสดอีก!!!
But now I'm saving all my loving             แต่ฉันจะเก็บความรักของฮันไว้
For someone who's loving me                ให้กับคนที่เค้ารักฉันดีกว่า

ซ้ำตรง * ต่อ นะจ๊ะ

คิดว่าคงรู้ว่าเพลงอะไร ใครฟังเพลงนีแล้วลุกขึ้นเ้ต้นด้วยความภาคภูมิืใจ ก็ ... :26:

ปล.2 ผมยังเป็นผู้ชาย 100% อยู่นะฮ้า~   :33:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 31 ม.ค. 2009, 14:44 น.
// เติมไว้ ผมโดนตัดหน้าโดยเพื่อนปูนครับ
ผมไม่ได้ร้องเพลง ไอวิวสะวายตอนเบื่อๆนะยะ  :07:
พูดถึงเพลงของ REM ของโพสพี่โอก่อนหน้า


เป็นหนึ่งในเพลงที่ผมเปิดฟังบ่อยสุด
(พันรอบน่าจะถึง) เพราะมันฟังง่าย ทำงานเบื่อๆก็ตะโกนร้องตามง่ายๆ
ตอนลากเสียงยาวๆ ตะโกนตามแล้วมันโล่งดี :30:

ผมว่าเพลงนี้เทียบไปก็ประมาณเพลง อย่าหยุดยั้ง ของ ดิ โอฬารเลย
ที่มาที่ไป เนื้อหาก็ประมาณกัน พี่บิล เบอรี่ มือกลอง
ที่เป็นคนเขียนเนื้อเพลงนี้ เป็นหนึ่งในไม่กี่เพลงที่แกเขียน
หลังจากทำเพลงนี้ไม่นานแกก็ออกจากวง ไปทำฟาร์มที่บ้านเป็นชาวไร่เฉยๆ(ไม่ได้มุก)
แต่ก็นับว่าได้สร้างผลงานชิ้นเอกไว้ให้โลกชิ้นนึง
เขาว่า แต่งเพื่อให้กำลังใจคนที่สิ้นหวัง มันเลยถูกนำไปใช้
โดยพวกองค์กรช่วยเหลือคนฆ่าตัวตายบ่อยๆ
อีกอย่างมันก็ถูกใช้เป็นเพลงงานศพอย่างแพร่หลายด้วย

ถึงพี่มือกลองเป็นคนแต่ง แต่เพลงนี้ไม่ต้องเล่นกลองเลย
(แค่ดรัมแมชชีนคลอ) แถมเพลงนี้ยังเรียบเรียงโดย จอห์น พอล โจนส์
แห่งเลด แซปปลินอีกต่างหาก

อีกอย่างนึง ปกติสไตป์ จะร้องเพลงงึมงัมๆในลำคอ
จนถึงกับตั้งชื่ออัลบั้มนึงว่า murmur เพราะแกร้องได้ murmuring มาก
แต่เพลงนี้แกออกเสียงชัด เหมือนกับกลัวความหมายมันตกหล่น
เพราะเพลงนี้ความหมายมันชัด เข้าถึงง่าย ต่างจากเพลงฮิตอื่นๆของแกมากๆ
ที่ทั้งเนื้อเพลงมึนๆและร้องงึมงัมๆ

เขาว่า เพลงนี้เป็นหนึ่งในเพลงที่เคิร์ท โคเบนฟัง ในช่วงท้ายๆของชีวิตด้วย
เคิร์ทเคยบอกว่า นับถือ REM มาก และยอมรับว่าได้รับอิทธิพลมาจาก REM
หนักกว่านั้น ตอนคนไปเจอศพเคิร์ท มีซีดีอัลบั้มนี้อยู่ในเครื่องเล่นของเคิร์ท
อีกต่างหาก แสดงว่าเพลงนี้ก็ยังเอาแกไม่อยู่

สุดท้าย ถ้าใครเคยฟังเพลงๆนึงของ ฟร้านซ์ เฟอร์ดินาน กันย์ก็คงฟังเพลงนี้
You're The Reason I'm Leaving อยู่อัลบั้ม 2 เพลงไม่ดังหรอก
เนื้อเพลงเกี่ยวกะการเมืองหน่อยๆ มันมีเนื้อท่อนนึงร้องว่า

"And as we ride along, under an optimistic sun,
the radio sings that everybody song by rem"

มันพูดถึงบรรยากาศอันแสนสุข ขับรถไปใต้แสงอาทิตย์แสนดี
และวิทยุเปิดเพลงๆนี้ของ REM มันให้ภาพพจน์แบบนึงที่แปลกดี
เหมือนจะขัดๆ เหมือนจะเข้า แต่ก็ทำให้เราเห็นภาพได้ดี

สรุปว่าเป็นหนึ่งในเพลงช้าที่อมตะของโลกยุคใหม่
กลมกล่อมในทุกๆมิติ เนื้อหา ทำนอง เสียงร้อง แม้แต่การเว้นวรรคหายใจ
ของสไตป์ผมยังว่าลงตัว

ส่วนการแปล ขออนุญาตนะครับพี่โอ :46: เรื่องความหมายเห็นด้วยทุกประการ
แต่สำนวน ผมว่ามันไม่ใช่ภาษาของ REM ดูแห้งๆ และอธิบายเกินความยังไงอยู่
เพลงนี้น่าจะเป็นกวีที่ใช้ภาษาธรรมดาๆ อย่างอย่าหยุดยั้ง ทำนองนั้น
เหมือนภาษาพูด เหมือนเพื่อนพูดกับเพื่อนมากกว่าพูดกันห่างเหินๆ
(ใช้คำว่าคุณแล้วฟังแปลกๆ)


// โดนตัดหน้า :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 31 ม.ค. 2009, 14:48 น.
นั่นนะสิ  :30:

นึกภาพเก้อเปิด  I will survive แล้ว.....

อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 31 ม.ค. 2009, 14:44 น.
ทำงานเบื่อๆก็ตะโกนร้องตามง่ายๆ
ตอนลากเสียงยาวๆ ตะโกนตามแล้วมันโล่งดี :30:


:30: :30: :30: :30: :30: :30: :30: :30: :30: :30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 31 ม.ค. 2009, 14:52 น.
ตอนแรกก็ว่า เก้อ ร้อง I'll Survive เวลาทำงาน  :30:

เกร็ดความรู้แน่นปึ้ก ไม่ผิดหวังจริงๆครับ  :12: +
เพลงนี้ฟังครั้งแรกดู MV ไปด้วย เฮ้ย โดนใจเลยแฮะ
ไปซื้อเทปเก็บไว้ฟังตลอด เทปนี่ยืดแล้วยืดอีก

เรื่องสำนวนเห็นด้วยครับ มันเยิ่นเย้อ แต๋วๆ ไงไม่รู้
แต่กลัวมันจะห้วนเกินไป แล้วเก็บความหมายไม่ครบ เลยบรรจงซะหน่อย  :42:
แต่จริงๆเห็นด้วยตามเก้อเลยครับ  :12:

// ลุงตัดหน้า  :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 31 ม.ค. 2009, 14:55 น.
จำเป็นต้องแก้ไข กันการเข้าใจผิดครับ
ผมไม่ได้ร้องไอวิวซะวายนะ :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 31 ม.ค. 2009, 15:05 น.
ยอมรับเถอะเก้อ  คนแถวนี้เค้าเข้าใจ :05:



ว่าแต่ตูชอบไอวิวเซอร์ไวฟ์นะ รวมทั้งดิสโก้อื่นๆ ที่เค้าว่าเป็นเพลงเกย์ด้วย
ชอบมาตั้งแต่ประมาณม.ต้น มีรายการวิทยุที่เชียงใหม่ชอบเปิดเพลงสากลเก่าๆ
ตั้งแต่แบบ คลิฟริชาร์ด ไล่มา บีทเทิ่ล บีจี แอบบ้า อะไรประมาณนั้น
แล้วฟังเพลงแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก เพราะพ่อฟัง
แล้วก็มาฟังเพลงยุคดิสโก้จากรายการนั้น
ก็ไม่รู้สึกอะไร แค่เพื่อนบอกว่าฟังเพลงแก่
จนมายุคเกย์เฟื่องฟูนี่แหละ การร้องไอวิวเซอร์ไวฟ์ก็กลายเป็นสิ่งแสลงสำหรับคนที่บอกว่าตัวเองแมน
แต่สำหรับตูแล้ว ลองขึ้นต้นมาสิ ตูแด๊นซ์กระจาย
ต่อให้เป็นเพลงเกย์จริงๆ อย่างของ village people อย่าง YMCA หรือ We are family นี่ก็ชอบ
Can't take my eye off you. , I love the nightlight., I am what I am.(เพลงสุดท้ายนี่เพลงชาติเกย์เลย)
ชอบมาก และ เต้นสาวแตกประชดโลกด้วย  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 31 ม.ค. 2009, 15:14 น.
I am what I am นี่ ตอนที่จอร์จ ไมเคิ่ล ซึ่งในตอนนั้น
ยังมีภาพวงแวม บอยแบนด์หน้าหยกอยู่ ถูกจับได้ว่าเป็นเกย์
แกก็บอกว่า "รู้งี้ กูแก้ผ้าวิ่งไปตามถนนแถวไฮด์ปาร์คแล้วตะโกนร้องเพลงนี้ยังจะดีซะกว่า :30:"
เนื่องจากแกถูกจับได้จริงๆว่าเป็นเกย์ เพราะเข้าห้องน้ำสาธารณะ
แล้วไปขอแลกดูกระเจี้ยวกับคนที่ยืนฉี่โถข้างๆ แล้วไอ้คนนั้นเป็นตำรวจ
ควายกว่านี้มีไหม

จะว่าไปผมก็ชอบนะครับ เต้นได้หมดแหละ แต่ค่อนข้างขัดแย้งกับเพลง
กระเทยล้วนๆสักหน่อย อันนี้แสดงชัดว่าผมไม่เบี่ยงเบน
ตอนเรียนมีเพื่อนในห้องเป็นสายนักฟังเหมือนกัน(ตอนนี้เป็นนักเขียนด้านดนตรีเต็มตัว
แต่มักเขียนเป็นอังกฤษ) และเธอเป็นกระเทยสวย งานคณะทุกครั้ง
ก็มักเป็นคนจัดเพลงรอบดึก ก็จะมาแล้ว เพลงชั้นสูงของกระเทย
ซึ่งมีมากกว่าเพลงฮิตๆพวกนั้น ผมก็โอเคนะ มันละเอียดกับการเลือกเพลงมาก
แต่นานๆเข้า เฮ้ย ขอกีต้าสากๆหูหน่อยซี้ :07:

อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 31 ม.ค. 2009, 14:52 น.

เกร็ดความรู้แน่นปึ้ก ไม่ผิดหวังจริงๆครับ  :12: +
เพลงนี้ฟังครั้งแรกดู MV ไปด้วย เฮ้ย โดนใจเลยแฮะ
ไปซื้อเทปเก็บไว้ฟังตลอด เทปนี่ยืดแล้วยืดอีก


รู้เพราะเป็นเพลงของ REM ล่ะครับ อันอื่นๆที่มาโพสกัน
ผมก็เงียบทุกที อ่านอย่างตั้งใจของทุกคนนะครับ
แต่ไม่มีความรู้ ความเห็นอะไรจะไปต่อกร



ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 31 ม.ค. 2009, 15:30 น.
ผมถูกสงสัยว่าเป็นไบ เพราะชอบเพลงพวกนี้ด้วยเหมือนกันนี่แหละ  :30:

(http://img3.f0nt.com/31/6208e1e75b6d8e1da096512640b6d909.jpg)

เมื่อก่อนมีเทป OST - Priscilla, Queen of the desert ด้วย ผมชอบมากเลยนะ  :37:
ใส่ซาวนด์เบาท์ไปฟังที่โรงเรียน เพื่อนมันก็มายืมฟัง หลังจากนั้น เพื่อนๆก็มองผมเปลี่ยนไป   :42:

ปัจจุบันผมก็ยังฟังเพลงพวกนี้อยู่ แต่ต้องแอบๆฟัง เพราะแฟนผมกำลังเพ่งเล็ง กลัวผมเป็นเกย์   :30:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 31 ม.ค. 2009, 16:17 น.
เฮ้ย เอาเข้าจริงๆ ไอ้บรรดาสิงห์ถอดเพลงแถวนี้มันโดนมองว่าเป็นเกย์กัุนหมดเลยรึไงวะ  :30: :30:

พริสซิลล่า ควีนออฟเดอะเดสเซิร์ท นี่ก็หนังที่ชอบมากเลยเหมือนกัน
เรื่องมันบอกถึงความรัก ที่บางทีมันก็ก้าวข้ามเรื่องเพศไป
สถานะ สิ่งที่ต้องทำ ของคนเรา การเข้าใจตัวเอง รวมทั้งการเข้าใจคนอื่น
และ อย่ามองรักร่วมเพศเป็นเรื่องน่ารังเกียจ ไปรังเกียจเรื่องที่น่ารังเกียจจริงๆ ดีกว่า

ที่สำคัญเพลงนางโชว์ทั้งหลายนี่ ใช่เพลงที่ตูชอบทั้งนั้นเลยยย  :30: :30:


แต่เคยแนะนำเพื่อนไปดู เพื่อนดูแล้วบอกว่าชอบนะ
แต่มันถูกหลอนด้วยภาพเอเจนต์สมิธ  :30: :30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 02 ก.พ. 2009, 18:53 น.
เอาเพลงง่ายๆ ฟังสบายๆ 1 เพลงมาแปะบ้าง
แต่แน่นอน ในความง่าย ผมค้นพบอะไรหลายอย่างในเพลงนี้
ที่บรรยายผ่านความเรียบง่ายได้อย่างมีชั้นเชิง

เพลง Closer ของ Travis สุดยอดอินดี้ป็อปแห่งสก็อตแลนด์
(กลาสโกว)  มันคือเพลงเอกของอัลบั้มที่แล้วของพวกเขา

http://www.youtube.com/watch?v=u2hYn_4yuhc&feature=related (http://www.youtube.com/watch?v=u2hYn_4yuhc&feature=related)
(กดดูเองแล้วกัน ดูเหมือนค่ายเขาไม่ให้ยูทูบมันเล่นที่อื่นนอกจากในยูทูบ)


I've had enough
Of this parade
I'm thinking of
The words to say
We open up
Unfinished parts
Broken up
It's so mellow

เบื่อเหลือเกิน
ชีวิตที่เรื่อยเปื่อยนี่
นึกถึงถ้อยคำหลายต่อหลายคำ
ในการจากลาที่ดูเหมือนยังค้างคา
ยังสว่างในความจำ

And when I see you then i know it will be next to me
And when I need you then I know you will be there with me
I'll never leave you

เมื่อผมเจอคุณ ผมก็รู้เลยว่าคุณจะมาอยู่ข้างๆผม
เมื่อไรที่ผมต้องการคุณ ผมก็รู้ว่าคุณจะมาอยู่ข้างๆเสมอ
แน่ล่ะ ผมจะไม่มีวันทิ้งคุณหรอก

Just need to get closer, closer
Lean on me now
Lean on me now
Closer, closer
Lean on me now
Lean on me now

แค่อยากจะไกล้คุณเข้ามาอีกสักนิด
เข้ามาไกล้ผมอีกสักนิด
เข้ามาอีกนิด
ไกล้เข้ามาอีกได้ไหม

Keep waking up (waking up)
Without you here (without you here)
Another day (another day)
Another year (another year)
I seek the truth (seek the truth)
We set apart (we set apart)
Thinking of
A second chance (a second chance)

ตื่นขึ้นมาในยามเช้า
โดยไม่มีคุณเคียงข้าง
วันผ่าน
ปีพ้น
ผมยังคงเฝ้าหาความจริง
ทำไมเราถึงต้องจากกัน
ได้แต่คิดถึง
โอกาสครั้งใหม่


And when I see you then i know it will be next to me
And when I need you I know you will be there with me
I'll never leave you

เมื่อผมเจอคุณ ผมก็รู้เลยว่าคุณจะมาอยู่ข้างๆผม
เมื่อไรที่ผมต้องการคุณ ผมก็รู้ว่าคุณจะมาอยู่ข้างๆเสมอ
แน่ล่ะ ผมจะไม่มีวันทิ้งคุณหรอก

Just need to get closer, closer
Lean on me now
Lean on me now
Closer, closer
Lean on me now
Lean on me now
Lean on me now


Closer, closer
Closer, closer

แค่อยากจะไกล้คุณเข้ามาอีกสักนิด
เข้ามาไกล้ผมอีกสักนิด
เข้ามาอีกนิด  อิงไหล่ผมไว้
ไกล้เข้ามาอีกได้ไหม

ไกล้เข้ามา ...กลับมา...


ถอดความ
เพลงนี้ก็อย่างที่เนื้อเพลงบอก ว่าไกล้ชิด
แทรวิสไม่เคยบอกว่าเขาแต่งเพลงนี้ใครหรือเหตุการณ์ไหนในชีวิตบันดาลใจ
ครั้งแรกที่ผมฟังทางวิทยุ ก็คิดว่า มันช่างเป็นเพลงที่สวยงามจริงๆ
ความรู้สึกคล้ายๆกับเมื่อเราฟังเพลงของวงคีน แต่ก็นึกได้ว่า
แทรวิสเขาทำมาก่อนนี่นา แต่ด้วยท่าทีที่เป็นมิตรต่อผู้ฟัง
และส่วนตัวน้อยกว่า เพลงๆนี้จึงเข้าถึงได้ง่ายมาก

ผมว่ามันคือความสัมพันธ์ระหว่าง คน สองคน
ที่คงเหมือนที่ใครต่อใครเคยผ่าน ที่อาจจะเลิกกัน รักกัน
แล้วก็ห่างกันแบบไม่แน่ใจ จบหรือไม่จบ
ในขณะที่ชีวิตเราเดินทางไปโดยไร้จุดหมายวันๆ.... I've had enough
Of this parade เราก็เริ่มเบื่อ เราก็มองกลับไป ถึงความสัมพันธ์ที่ยังค้างๆคาๆ
...Unfinished parts Broken up ที่เราก็ไม่รู้จะจัดการยังไง มันเปราะบาง
และนึกถึงวันแรกๆที่พบกัน ...And when I see you then i know it will be next to me,
And when I need you I know you will be there with me,
I'll never leave you...เมื่อไม่อาจคิดอะไรได้ ก็แค่อยากให้เธอเข้ามาไกล้ๆ
...Just need to get closer, closer...
ระยะห่างทางกายและระยะห่างทางใจก็อาจจะไกล้กันเข้ามาเหมือนเดิมไง

เนื้อเพลงเรียบง่ายบวกทำนองลงตัว  ไม่เชื่อ ลองออกเสียงตามทำนองสิครับ
จะเห็นว่าพวกเขาคิดแล้วว่า คำไหนวางตำแหน่งไหนของเมโลดี้ มันจะเข้ากัน
ไม่มีคำที่สะดุดปากไม่เข้ากับเมโลดี้เลย  แถมยังเรียบเรียงเสียงประสานสวยงาม

ผมนึกถึงตัวพระเอกในนิยายทั้งหลายของนิค ฮอร์นบี้ยังไงไม่รู้
ซ่อนความเปราะบางเอาไว้ แล้วเสนอผ่านมุมมองโลกในแง่ดี
ตามแบบที่พวกเขาทำมาตลอด แล้วก็ทำได้ดีมากในเพลงนี้
ฟังแล้วฟีดกู้ดกับความห่างเหิน และให้ความหวังอย่างประหลาด



And when I see you then i know it will be next to me,
And when I need you I know you will be there with me,
I'll never leave you ผมชอบร้องตามท่อนนี้นะ
MV เพลงนี้ก็น่ารักน่าชังสมเป็นพวกเขานะ มีเบน สติลเลอร์แอบมาโผล่ด้วย


// แก้แล้วครับ :08:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 02 ก.พ. 2009, 19:00 น.
้เก้อเอ้ย แปะมิวสิค วีดิโอผิดเพลง :47:
นั่นมัน Why Does It Always Rain On Me. ล่ะ :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 02 ก.พ. 2009, 19:05 น.
แก้แล้วครับ  :44:

พอดีเมื่อกี้พึ่งรู้วิธีแปะยูทูบน่ะครับ
ไอ้เต่าบอกว่า ก็อป url มาแปะได้เลย
หลังจากที่เมื่อวันก่อน ไอ้กันย์ก็บอกผมแบบเดียวกันนี้
แต่ผมว่ามันไม่น่าเป็นไปได้ ฟังดูไม่น่าเชื่อเลย
เลยไม่ได้แปะ วันนี้ไอ้เต่าบอกงั้นอีก ก็ลองเชื่อทำตามดู
ปรากฏว่าแปะได้จริงๆแฮะ

...แต่ผิดเพลง :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ไอ้เบิร์ด เมื่อ 02 ก.พ. 2009, 19:12 น.
ผมเคยเอาเพลง
I will survive,
YMCA,
Livin' La Vida Loca
Can't take my eyes off you

ไปเปิดเล่นกันที่มหาลัย เล่นด้วยความเสี้ยนกัน เลยออกไปเต้นYMCA กันหน้าห้องเพราะยังไม่ใครมา

มีผม ไอ้ชื่น ไอ้โม่ แล้วก็เพื่อนๆอีก2-3 คน

รู้สึกตัวอีกทีก็เห็นอาจารย์ยืนมองอยู่ข้างนอกด้วยสายตาแปลกๆ...
ละคาดว่าคนที่ผ่านไปมาก็น่าจะเห็นเหตุการณ์แต๋วแตกของพวกผมหมดแล้วแน่ๆ...

อาจารย์บอกว่า มันเป็นเพลงของพวกโลกที่3 แล้วก็ยิ้มๆ
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
แต่พวกผมไม่ได้เป็นนะ

ไม่คิดมากก่อนว่าพี่เก้อจะมีความรู้เรื่องเพลงแน่นขนาดนี้มาก่อนเลย ไว้วันหลังต้องไปขอแลกเปลี่ยนความรู้บ้างแล้วครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 02 ก.พ. 2009, 19:21 น.
เพลงของโลกที่ 3 นี่ อาจารย์เขาหมายถึง
เพลงของพวกด้อยพัฒนาหรือเปล่า ประเทศโลกที่ 3
แบบว่าเต้นแว๊นเหล้าขาวมากเกิน :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: eThics เมื่อ 02 ก.พ. 2009, 20:41 น.
บวกน้องเก้อ
เพราะว่าพี่ชอบ เพลง Closer ของ Travis 
และชอบท่อนนี้เหมือนกัน  :22:

And when I see you then i know it will be next to me
And when I need you then I know you will be there with me
I'll never leave you
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: จ๊อบ เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 00:24 น.
And when I see you then i know it will be next to me
And when I need you then I know you will be there with me
I'll never leave you

ต้องร้องตามด้วยเหมือนกัน

just need to get closer  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 02:01 น.
ขอบคุณพี่ทุกคนครับ :46:


หันมาแปลอะไรที่คนน่าจะอยากรู้ความหมายกันดีกว่า

- คณะเรดฮ็อตชิลี่เปปเปอร์ -

ครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสฟังวงๆนี้ คือเมื่อ พี่เอก แบล็กเฮดในยุคเริ่มต้น 
แกเอา Under The Bridge มาเล่นในรายการวิทยุ (ที่พี่โอได้แปลไว้แล้ว)
จากนั้น ผมอุดหนุนซื้อเทปวงนี้ครั้งแรกเมื่ออัลบั้ม Californation ออกวางแผง
ในตอน ม. 4 หรือ 5 ล่ะมั้ง และด้วยความเป็นอัลบั้มฮิต เพลงติดหู
ร้องตามไม่ลำบาก(มั้ง) ฟังไม่กี่รอบก็ร้องได้หมด ทำให้หลังจากนั้น
เมื่อตอน ผมอยู่ปี 2 พวกเขามาเล่นที่เมืองทองธานี
ก็สามารถร้องตามพวกเขาในอัลบั้มนี้ได้ แต่อัลบั้มอื่นยืนไบ้แดก
ยกเว้นเพลงฮิตๆไม่กี่เพลง แต่นั่นก็ไม่เป็นปัญหา เพลงฮิตมากองกันที่
แคลิฟอร์นิเคชั่นหมดอยู่แล้ว

ผมกับเพื่อนๆพี่ๆยกขโยงชาวคณะไปดูกัน(คงสัก 20 คน)
แต่อยู่ท่ามกลางวงล้อมฝรั่งสูง 2 เมตร ทำให้ไม่ค่อยเห็นอะไรนัก
ที่จำได้ในวันนั้น ฟลี มือเบสก็แสดงความสามารถ ใส่กางเกงในสีแดงตัวเดียว
กับรองเท้าไนกี้สีแดงแจ๊ด ใช้ 2 มือเดินพื้น ขาชี้ฟ้า เดินออกมาบนเวที
การแสดงคืนนั้นพวกเขาเล่นน่าประทับใจ เต็มที่ไม่มีกั๊ก
และผมก็แท็กกับฝรั่งจนไหล่เคล็ด

ถึงจะไม่ใช่แนวเพลงหลักที่ผมฟัง แต่ความดังความดีของเพลงพวกเขา
ก็ทำให้ใครๆก็คงต้องรู้จักและติดตามบ้างตามแต่โอกาสจะมี ผมก็เช่นกัน
มีคอนเสิร์ตมาให้ดูก็ดู มันไม่ใช่จะมีบ่อยๆสักหน่อย
สรุปว่าก็รักใคร่กันพอประมาณ ที่ทำเพลงได้เข้าหูมนุษย์โลกในวงกว้าง
แต่ก็ไม่ละเลยมิติความลึกของเนื้อหา เป็นนักคิดทำนองและเรียบเรียงดนตรี
ได้ราวพระเจ้า เป็นนักดนตรีที่เต็มที่กับสิ่งที่ทำ แถมยังกวนตีนได้โล่

ส่วนที่ผมไม่ชอบคือลุค รูปแบบ รสนิยมการแต่งตัว สกปรกซกมกมาก
ทั้งที่การซกมกมันควรจะเป็นจุดที่เท่ที่สุดของวงร็อค แต่พวกเขากลับไม่
ผมไม่ชอบนิสัยในการแสดงออก ดูแล้วมันเป็นพวกอเมริกันโชว์แมนห่ามๆ
ซึ่งเป็นนิสัยที่ผมไม่พึงประสงค์ไม่ว่าจะอยู่กับใครในโลก ดูแล้วเห่ยมากกว่าเท่
แถมนิสัยนั้นสะท้อนมาทางการแต่งตัว ที่แทนความหมายของคำว่ารสนิยมเสื่อมได้เลย
แต่นั่นล่ะ ตัวตนพวกเขา พวกเขาชัดเจนว่าเป็นแบบนั้น
ทำมันแบบไม่มีกั๊ก ไม่มียางอาย ก็โอเค เรื่องของมึง

และถึงยังไง พวกเขาก็เป็นหนึ่งในวงร็อคที่โด่งดังที่สุดในทศวรรษที่ผ่านมา
รวมถึงทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับต้นๆ

มาถึงตัวเพลง Give It Away เป็นเพลงฮิตที่ทุกวันนี้วิทยุก็ยังเปิดบ่อย
แหล่งท่องเที่ยวก็ยังเล่น เท่าที่ผมจำได้ มีคนถามประจำว่ารวมความแล้วมันร้องอะไรของมัน
เอาจริงๆคำถามคือ ท่อนฮุค "กิฟระเวย์ กีฟระเวย์ กีฟระเวย์หน่าว!"
ที่ร้องกันติดปาก มันคืออะไรของมันวะ  อ่านมาถึงตรงนี้ น่าจะรู้แล้วว่า
ผมไม่ได้ชอบอะไรเพลงนี้นักหรอก ออกจะรำคาญในบางทีที่ได้ยินบ่อย
(แต่ถ้าเมาก็ออกสเต็ปมันเหมือนกันหมดแหละ)

ไหนๆก็หลวมตัวแปลเพราะจะตอบเพื่อนเรื่องท่อนฮุคแล้ว แปลมาให้ครบซะเลย

เพลง Give It Away
โดยคณะ Red Hot Chili Peppers


What I've got you've got to give it to your mamma
What I've got you've got to give it to your pappa
What I've got you've got to give it to your daughter
You do a little dance and then you drink a little water

ได้อะไรมาก็จงมอบมันต่อให้แม่
ไปเจออะไรก็ส่งมันต่อให้พ่อ
เห็นอะไรดีๆมาก็บอกเล่าให้ลูกสาวฟัง
เต้นกันสักนิด แล้วกินน้ำเข้าไปสักหน่อยซิ

What I've got you've got to get it put it in you
What I've got you've got to get it put it in you
What I've got you've got to get it put it in you
Reeling with the feeling don't stop continue

สิ่งที่เราให้นาย นายก็จงยึดมั่นมันเอาไว้
สิ่งที่เราให้นาย นายก็จงยึดมั่นมันเอาไว้
สิ่งที่เราให้นาย นายก็จงยึดมั่นมันเอาไว้
แล้วทำมันต่อด้วยใจมั่น อย่าไปกลัว อย่าไปถอย อย่าไปหยุดยั้ง

Realize I don't want to be a miser
Confide wisly you'll be the wiser
Young blood is the lovin' upriser
How come everybody wanna keep it like the kaiser

จำไว้นะว่า ฉันไม่ได้ต้องการจะเป็นผู้ผิดพลาด
ยึดคำพระท่านไว้แล้วเราจะปราดเปรื่อง
คนรุ่นใหม่เรานี่ล่ะ ที่จะลุกขึ้นมาสู้
แล้วไหงใครๆไปเก็บเอาไว้หยั่งกะว่าตัวเองเป็นราชางั้นล่ะ

Give it away give it away give it away now
Give it away give it away give it away now
Give it away give it away give it away now
I can't tell if I'm a kingpin or a pauper

จงเผื่อแผ่ แบ่งปัน เผื่อแผ่ แบ่งปัน
จงเผื่อแผ่ แบ่งปัน เผื่อแผ่ แบ่งปัน
จงเผื่อแผ่ แบ่งปัน เผื่อแผ่ แบ่งปัน
ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่า ฉันน่ะราชาหรือยาจก

Greedy little people in a sea of distress
Keep your more to receive your less
Unimpressed by material excess
Love is free love me say hell yes

พวกโลภกระหายเลือดแค่นิดเดียวในมหาสมุทรของคนยาก
พยายามจะเอา รีดไถจากนาย
แต่มันไม่เคยพอใจในสิ่งที่มันเอาไปซะที
รักคืออิสระภาพ พูดสิ เหมือนที่ฉันพูดนี่ไงล่ะ

I'm a low brow but I rock a little know how
No time for the piggies or the hoosegow
Get smart get down with the pow wow
Never been a better time than right now


ถึงฉันจะหลังเขา แต่ก็รู้หรอกน่า
ไม่มีที่ให้พวกหมูตะกละหรอกนอกจากซังเต
บางทีก็รู้สึกดี หรือบางทีก็เหนื่อยเหมือนกัน ที่ต้องมาป่าวประกาศเรื่องพวกนี้
แต่ไม่มีเวลาไหนจะเหมาะเท่าเวลานี้อีกแล้วล่ะพวก!

Bob Marley poet and a prophet
Bob Marley taught me how to off it
Bob Marley walkin' like he talk it
Goodness me can't you see I'm gonna cough it

บ็อบ มาร์เลย์ เขาน่ะทั้งกวีทั้งเป็นศาสดา
บ็อบ มาร์เลย์  สอนให้ฉันขจัดความเห็นแก่ได้
บ็อบ มาร์เลย์  เขาพูดยังไง เขาก็ทำยังงั้นไม่ผิดเพี้ยน
เห็นไหมล่ะ ความหวังดีของฉันมันมากล้นแค่ไหน

Lucky me swimmin' in my ability
Dancin' down on life with agility
Come and drink it up from my fertility
Blessed with a bucket of lucky mobility


โชคดีเหลือหลายที่ความสามารถฉันมีล้น
เต้นรำให้กับชีวิตอย่างว่อง
มาสิ มาดื่มให้กับความอุดมสมบูร์ของใจฉัน
พระเจ้าจะอวยพร มอบความโชคดีกันเป็นกระตั๊ก

My mom I love her 'cause she love me
Long gone are the times when she scrub me
Feelin' good my brother gonna hug me
Drink my juice young love chug-a-lug me

ฉันนี่รักแม่นะ เพราะแม่ก็รักฉัน
นานมาแล้วสิ ที่แม่คอยอาบน้ำขัดสีให้
แล้วก็สุดปลื้มเมื่อพี่ๆมาสวมกอด
ดื่มความปราถนาดีจากฉันกันให้เปรมไปเลย

There's a river born to be a giver
Keep you warm won't let you shiver
His heart is never gonna wither
Come on everybody time to deliver

สายน้ำ ก่อกำเนิดเพื่อเป็นผู้ให้
ทำให้นายอบอุ่น หายห่วง ไม่มีหนาวสั่น
และจะไม่มีวันแล้งน้ำใจกับใครทั้งนั้น
มาเถอะพวก ได้เวลาส่งมันต่อไปแล้ว

Give it away give it away give it away now
Give it away give it away give it away now
Give it away give it away give it away now
I cant tell iff Im a king pin or a pauper

จงเผื่อแผ่ แบ่งปัน เผื่อแผ่ แบ่งปัน
จงเผื่อแผ่ แบ่งปัน เผื่อแผ่ แบ่งปัน
จงเผื่อแผ่ แบ่งปัน เผื่อแผ่ แบ่งปัน
ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่า ฉันน่ะราชาหรือยาจก

Give it away now
Give it away now อีก 30 รอบ


อธิบายคงยาวนานมาก ว่าประโยคแต่อัน
ทำไมมันหมายความอย่างที่ผมแปลมาได้
เพราะไม่มีอันไหนเป็นประโยคปกติ มันเป็นแสลงทั้งสิ้น
เรียงคำฉวัดเฉวียน ภาษาปาก ภาษาตลาด ภาษาพูดสุดๆ
บางอันก็ไม่รู้หรอก แต่รู้โดยบริบท ไอ้ไม่รู้นี่ไม่แปลก
เพราะฝรั่งอเมริกันเองก็ยังไม่รู้เลย บางคำที่มันเล่นคำมากๆ
เหมือนเราไปถามผู้ใหญ่บางคน ก็ไม่รู้จักคำว่าแอ็บแบ๊วยังงั้นล่ะ
ยิ่งฝรั่งพูดภาษาอังกฤษในประเทศอื่นๆ บางคำก็ยังต้องถามคนอเมริกัน
ว่านี่มันร้องห่าอะไรของมัน

พวกเขาชอบใช้ภาษาแบบนี้ประจำ เพลงนึงที่เด่นสุดคือเพลงดัง EMIT REMMUS
อัลบั้มแคลิฟอร์นิเคชั่น  ที่ท่อนฮุคร้องว่า London in the Summertime...
ถ้าใครจำได้ นอกจากการใช้คำแล้ว พวกเขายังร้องสำเนียงวิบัติสุดๆ
ออกเสียงเหมือนคนจีนผสมเขมรด้วยความจงใจ กวนตีนจนน่าปวดหัว

ส่วนเพลงนี้ จริงๆแล้วพวกเขาก็รู้ตัวว่ามันฟังดูเหมือนไม่ได้พูดถึงอะไรเป็นพิเศษ
แต่พวกเขาก็ว่า มันมาจากความคิดที่ว่า "The more you give, the more you receive,
so why not give it all away?" ยิ่งให้มาก ยิ่งได้มาก นั่นเอง





ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ซือเน... เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 10:33 น.
 :25: :25: :25:

ชอบทั้ง Closer และ Give It Away เลยครับ



(ว่าแต่Closer นี่จะไกลหรือจะใกล้ครับ)

:47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 10:39 น.
+ ให้เก้อ สองรอบเลย กับ Travis และ RHCP (RED HOT CHILLI PEPPER)

ผมรู้จัีก RHCP ครั้งแรกกับ UNDER THE BRIDGE โดยดูผ่าน MTV ประมาณ ม.3
ตอนนั้นยังฟังเนื้อไม่รู้เรื่อง รู้แต่ว่า เพลงนี้มันเหงา มันเศร้าชิปเป๋ง

สมัยก่อนอินเตอร์เน็ทก็ไม่มี การจะหาเืนื้อหาเพลงฟังมันยากซะยิ่งกว่ายาก
ประกอบกับช่วงนั้นเป็นช่วงเริ่มต้นฟังเพลงต่างประเทศของผม
เรียกได้ว่า ยังสนุกสนานและตื่นตาตื่นใจกับโลกใหม่นี่สุดๆ
เลยรีบไปหาซื้อเทปมาฟัง โดยเริ่มที่ชุด MOTHER MILK และ BLOOD SUGAR SEX MAGIK
หลังจากนั้น ก็ไปซื้อ VDO คอนเสิร์ทที่ร้าน REX ตรงข้ามพันทิพย์ พลาซ่า
ผมโดนของไปเีรียบร้อยแล้ว ตกเป้นสาวกทันที

ผมเห็นต่างกับเก้อนิดนึงนะ

ถ้าเปรียบเก้อเป็นหนุ่มมาดเท่ แต่งตัวเก๋ๆ แบบ Brit Rock
ผมก็คงเป็นหนุ่มเซอร์ ผมเฝ้ารุงรังแบบ American Grunge Rock

ผมชอบ RHCP เพราะความห่ามของมันนี่แหละครับ ความดิบของเพลง เนื้่อหาที่เหมือนบ้าใบ้ไปเรื่อยๆ
สีสันของดนตรี ความมีชีวิตของการเล่นสด และการแสดงตัวตนสุดๆของทางวง ที่ทำให้ผมหลงไหล
ความรุนแรง ความลื่นไหล แค่นี้ก็กระชากจิตใจ ให้ผม บ้าคลั่งตามไปกับพวกเค้าได้แล้ว

ฟลี คือ สุดยอดมืดเบส ที่เล่นได้ Funk และมันส์ที่สุดของผมเลยทีเดียว
ใครมันส์ได้ถึงครึ่งเค้า นี่ก็สุดยอดแล้ว มือเบสหลายคนที่พยายามคล้าย แต่ก็ไม่ถึงเลยทีเดียว
ถ้าใครอ่าน BECK นี่แหละมือเบสต้นแบบของไทระเลยหล่ะ 

และนี่ก็ึคือ หนึ่งตัวอย่างความห่ามของแม่งที่ผมชอบ

(http://img3.f0nt.com/03/62bfa006a7ca929371a27698dfdd9368.jpg)

Abbey Road EP. ที่เลียนแบบ The Beatles ชนิดส้นตีนมากๆ  :30:

ที่เมืองทอง ผมกับเก้อ อาจจะได้แท๊กกันไปมาโดยไม่รู้จักกันก็ได้
สนุกดีครับถึงจะไม่สุดมาก แต่ก็เป็นหนึ่งในคอนเสิร์ทที่ประทับใจเลยทีเดียว
และถ้ามีอีก ผมก็คงจะไม่พลาด (ละมั้ง :05:) ที่จะไปดูอีกรอบให้ได้แน่ๆครับ

มาถึงเพลงที่ผมชอบนะ ถึงกับเอาไปตั้งชื่อกอลลัมใน f0nt สุดเลยทีเดียว

PARARELL UNIVERSE - RHCP

http://www.youtube.com/watch?v=LOrm5fZmcJ0 (http://www.youtube.com/watch?v=LOrm5fZmcJ0)

Deep inside of a parallel universe
It's getting harder and harder
To tell what came first

ลึกเข้าไปในใจกลาง เอกภพคู่ขนาน
มันก็ยิ่งยากขึ้นทุกที ทุกที
ที่จะบอกได้ ว่า อะไรเกิดก่อน

Under water where thoughts can breathe easily
Far away you were made in the sea
Just like me

ใต้ผืนน้ำ ที่สติเราจะหลุดลอยไป ง่ายแสนง่าย
แต่เนิ่นนานมาแล้ว ตัวเธอก็ถือกำเนิดจากทะเลนะ
ฉันก็เช่นกัน

Christ I'm a sidewinder I'm a
California king
I swear it's everywhere
It's everything

โอ้พระเจ้า ฉันมันเป็นงูหางกระดิ่ง
ฉันมันเป็น California king
ฉันสาบานได้ว่า มันเป็นอย่างนี้ทุกๆที่
มันเป็น ทุกสิ่งทุกอย่าง

Staring straight up into the sky
Oh my my a solar system that fits
In your eye microcosm

เมื่อแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า
ไอ้ระบบวงสุริยะของเรา ก็ช่างเหมาะสม
กับ โลกเล็กๆระดับสายตา เสียเหลือเกิน

You could die but you never dead spider web
Take a look at the stars in
Your head fields of space kid

ถึงเธอตายไป ก็ไม่ใช่จุดสิ้นสุด ของวงจรชีวิต
จงจับตาดู นักแสดงนำ คนใหม่
ที่จะเป็นผู้นำการเติบโตไปสู่ยุคอวกาศ

Christ I'm a sidewinder I'm a
California king
I swear it's everywhere
It's everything

โอ้พระเจ้า ฉันมันเป็นงูหางกระดิ่ง
ฉันมันเป็น California king *
ฉันสาบานได้ว่า มันเป็นอย่างนี้ทุกๆที่
มันเป็น ทุกสิ่งทุกอย่าง

Psychic changes are born in your heart entertain
A nervous breakthrough that makes us the same
Bless your heart girl

อารมณ์ที่ผันผวน เกิดขึ้นตาม ความพอใจข้างใน
แต่ไอ อาการประสาทเสียจิตหลุด ใครๆเค้าก็เป็นเหมือนๆกันนะ
รู้มั้ยละ สาวน้อย

Kill the pressure it's raining on
Salted cheeks
When you hear the beloved song
I am with you

ทำใจให้สบาย จงร้องไห้ออกมา
ให้อาบสองข้างแก้ม
เมื่อไหร่ที่เธอได้ยินเพลงที่เธอรัก
ฉันก็จะอยู่ตรงนั้นกับเธอนะ

Christ I'm a sidewinder I'm a
California king
I swear it's everywhere
It's everything

โอ้พระเจ้า ฉันมันเป็นงูหางกระดิ่ง
ฉันมันเป็น California king*
ฉันสาบานได้ว่า มันเป็นอย่างนี้ทุกๆที่
มันเป็น ทุกสิ่งทุกอย่าง


*California King คือ ชื่องูท้องถิ่นชนิดหนึ่งนะครับ มีพิษสีสันสดใส
--------------------------------

โลกนี้ล้วนอนิจจัง เราเกิดมาจากที่เดียวกัน และก็จะไปสู่ทีเ่ดียวกัน
โลกนี้ล้วนต่าง แต่ในความต่าง เราก็เป็นเพียงคนตัวเล็กๆที่ไม่มีความสำคัญอะไรเลย เช่นเดียวกัน


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 11:04 น.
ลืมรูปนี้ไปเลยนะเนี่ย band with sock on their sparrows ตอนนั้นแม่งฮือฮาชิบหาย
แล้วพวกเฮียๆ แกก็ไปใส่หมวกพ่นไฟ กับอีหัวหลอดไฟน่ะ บนคอนเสิร์ต โคตรเพี้ยนเลย
เป็นหนึ่งในวงที่แสดงสดได้สะใจมาก ไอเดียบรรเจิดมาก เป็นร๊อกหมอแมว อุปกรณ์เพียบ  :30:

แต่ตอนนั้นก็ต้อง กิฟอิทระเว กิฟอิทระเว กิวิทระเว เน่า (กระดกรอเรือเยอะๆ)
กับ ใต้สะพานกรุงเทพฯ (under the bridge ซึ่ง Los Angeles พี่ว่ามันก็คือ กรุงเทพฯ ทั้งความหมายชื่อ และ สภาพเมือง)
ในสมัยที่ตูยังกระหน่ำฟังร๊อก โดยมีร๊อกเอฟเอ็ม 96.5 ที่เชียงใหม่เป็นที่มั่น
เรดฮอทนี่ถือเป็นซาวน์ใหม่มากยุคนั้น ป่านนี้วงบ้าเนี่ยก็ยังล้ำชาวบ้านเค้าอยู่เสมอ
และยังไม่หยุดเปลี่ยนมือกลอง กับ มือกีตาร์ซักที  :30:

ถ้าเปรียบเก้อเป็นหนุ่มมาดเท่ แต่งตัวเก๋ๆ แบบ Brit Rock
โอเป็นหนุ่มเซอร์ ผมเฝ้ารุงรังแบบ American Grunge Rock
ตูคงเข้าขั้น อีริค แคลปตั้นแล้วล่ะ คือ เมื่อก่อนนี่ตูเฮี้ยวชิบหาย แต่ตอนนี้แก่แล้ว  :30:

+ ทั้งสองคน

ป.ล. นี่พวกเราเป็นสมาคมร๊อกย้อนยุคกันสินะ เดี๋ยวว่างๆ เอาโบฮีเมี่ยนเรบโซดี้มาแปลมั่งดีกว่า
       เป็นเพลงที่ร้องตามได้บ้าที่สุดแล้ว (ชาวร๊อกย้อนยุคน่าจะจำฉากร้องเพลงนี้ในเวห์นเวิลด์ได้)
       ตอนม. 4 แปลมันเป็นครั้งแรก เชี่ย อะไรของมึ้งงงง ไม่รู้เรื่องเลยเว้ยย :07:
       เวลาผ่านไป ก็ยังคงไม่ค่อยรู้เรื่องอยู่ดี  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 11:23 น.
หรือลุงอยากจะเป็นเฟร๊ดดี้ ล่ะ เดี๋ยวจัดให้ได้นะ  :30:

ลุงยก Wayne's World มาได้ไงเนี่ย
ผมแม่งชอบหนังเรื่องนี้โคตรถึงกับซื้อวีดีโอเก็บไว้เลย หนังห่าอะไรไม่รู้ สาระไม่มีเล้ยแต่สนุก :30:

Queen เป็นวงที่เจ๋งมาก ทำเพลงได้ล้ำชนิดโคตรล้ำในยุคนั้น
ประกอบกับ เฟร๊ดดี้ เมอร์คิวรี่ ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น ทั้งเสียงร้อง ท่าทาง และเพศ?
ทำให้วงโด่งดังเป็นพลุแตก ใครฟังเพลงแล้วไม่เคยได้ยินชื่อ Queen คงหาได้ยากมาก
รอดู Bohemian Rhapsody ของลุงนะครับ เพลงโปรดเหมือนกัน  :12:

สมาคมร๊อคย้อนยุคให้ลุงเป็นประธานเลย เรียงตามอาวุโส  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 11:40 น.
อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 11:23 น.
หรือลุงอยากจะเป็นเฟร๊ดดี้ ล่ะ เดี๋ยวจัดให้ได้นะ  :30:

สมาคมร๊อคย้อนยุคให้ลุงเป็นประธานเลย เรียงตามอาวุโส  :37:


ไม่ต้องทั้งสองอย่างเล้ยยยย  :07b:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ครูย้งงง เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 12:14 น.
อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 31 ม.ค. 2009, 15:30 น.
ผมถูกสงสัยว่าเป็นไบ เพราะชอบเพลงพวกนี้ด้วยเหมือนกันนี่แหละ  :30:

(http://img3.f0nt.com/31/6208e1e75b6d8e1da096512640b6d909.jpg)

เมื่อก่อนมีเทป OST - Priscilla, Queen of the desert ด้วย ผมชอบมากเลยนะ  :37:
ใส่ซาวนด์เบาท์ไปฟังที่โรงเรียน เพื่อนมันก็มายืมฟัง หลังจากนั้น เพื่อนๆก็มองผมเปลี่ยนไป   :42:

ปัจจุบันผมก็ยังฟังเพลงพวกนี้อยู่ แต่ต้องแอบๆฟัง เพราะแฟนผมกำลังเพ่งเล็ง กลัวผมเป็นเกย์   :30:



ผมว่าไม่เกี่ยวหรอกครับ  อันนี้ขอตอบด้วยความรุ้น้อยๆของข้าพเจ้า  ดนตรีกลุ่มนี้มันมักเป็นแนว  hi energy เนื้อฟหาเพลงปลุกเร้าให้กำลังใจ มากกว่า แล้วคราวนี้พวกๆผมเนี่ย( ตุ๊ดๆเกย์)มักจะชอบแบบเนื้อเลพงมันปลอบใจช๊าย ไรทำนองนี้มั้ง


เห้นพี่ท่านด้านบนชอบฟัง เรื่องนี้ผมชอบเพลงเพลงหนึ่งไนเรื่องนี้มาก เพระเมื่อคนที่ผมเคยได้ร้องเพลงไนผับแห่งหนึ่ง
มันเป้นช่วงวเวลาแห่งความสุขมาก ผมได้ร้องเลพงที่ผมอยากร้อง ทุกเพลงที่นี่คือเพลงที่ผมไฝ่ฝันจะร้อง

แต่แน่นอน สิ่งที่เรากับคนที่ปลุกปั้นเรามา ไม่สามารถต้านกระปส เศรษฐกิจ และ ความต้องการของหุ้นส่วนอื่นๆได้

พวกเราทั้ง 8 คน จึงถูกเลิกจ้าง

วันสุดท้าย เพลงสุดท้าย เจ้าของร้านที่ปลุกปั้นเรามา มองหน้าพวกเรา  นักดนตรี รอสัญญาณจากพวกเราว่าเริ่มเล่นได้ ตัวแทนของเราคนหนึ่งกล่าวว่า

เพลงนี้ เป็นเพลงสุดท้ายของคืนนี้   เป็นข้อความที่เราอยากจจะบอกทุกคนค่ะ


i  love the night life


"เป็นเหมือนข้อความที่ให้ไว้กับทุกคนในวงว่า แม้เราจะไม่ได้ร้องเลพงที่นี แม้ต่างคนจะแยกย้าย แต่สิ่งที่เรามีเหมือนกัน คือเรารักเสียงเลพง เรารักค่ำคืน ค่ำคืนที่เราออกมา ออกมาร้องเลพง เหมือนคืนนี้"

( กลายเป็นกระทู้ระบายใจยังไงไม่ทราบ)


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 12:57 น.
อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 10:39 น.

ถ้าเปรียบเก้อเป็นหนุ่มมาดเท่ แต่งตัวเก๋ๆ แบบ Brit Rock
ผมก็คงเป็นหนุ่มเซอร์ ผมเฝ้ารุงรังแบบ American Grunge Rock


จะว่าไป ผมก็ชอบฟังแหละ แต่ก็คงเหมือนคนทั่วๆไปที่ชอบฟัง
เพราะเพลงมันสนุก ติดหู แต่ก็คิดมาต้งนานแล้วว่า ทำไมสไตล์มันเห่ยยังงี้นี่
จนมารู้ภายหลังว่า นี่เป็นความคิดเห็นของสื่อหรือผู้คนในอังกฤษ
ที่มีต่อ RHCP เลย คือว่าเพลงมันเจ๋งมาก แต่ทำตัวได้ห่ามเห่ยมาก

และถ้าเห็นวงร็อคห่ามๆทำนองนี้ของอเมริกัน
เหมารวมไปได้เลยนะครับว่า คนอังกฤษจะบอกว่านั่นเสี่ยว
เป็นความคิดเห็นรวบยอดเลย แต่ก็เช่นเดียวกัน
วงร็อคเหล่านั้นก็จะบอกว่า อังกฤษตุ๊ด วงร็อคแต่ละวงมีแต่ตุ๊ดๆ :30:
ที่ด่าๆกัน ก็มีเท่านี้แหละครับ มันก็ไม่ใช่เรื่องแบ่งฝั่งไหนยังไงนะครับ
มันก็เป็นเรื่องธรรมดา เหมือนเราเห็นคนที่ทำตัวแบบนี้ๆแต่งตัวแบบนี้ๆ
เราก็มีชอบ มีไม่ชอบ ด่าบ้าง ชมบ้างตามธรรมดา
เพราะจริงๆ ทั้งหมดมันก็เริ่มจากดนตรีก่อนนั่นแหละ

เพิ่มเติมอีกหน่อย จริงๆแล้วประเด็นนี้มันเกี่ยวกับรสนิยมทางการเมือง
ของผมอยู่สักหน่อย (ในแง่ของคนอังกฤษเองเช่นกัน)
คือความไม่ปลื้มในการแสดงออกถึงความเป็นเจ้าโลกของอเมนิกา
วัฒนธรรมการโชว์ออฟห่ามๆของวงร็อคเหล่านี้ ผูกพันธ์กับ"แนวคิด"นี้
แบบแยกไม่ออกเลยครับ มันเหมือนเป็นต่อมที่อยู่ในใจอเมริกันชนทุกคน
และแสดงออกมาในรูปแบบต่างๆ วงร็อคพวกนี้ก็ตัวอย่างนึง
ผมถึงบอกว่า คุณลักษณะที่ไม่ว่าจะอยู่กับอะไร ผมก็ไม่ชอบทั้งนั้น
เช่น บางทีมันอยู่ในแนวคิดของนักวิชาการบ้าง(ผัวเมียทอฟเลอร์)
นักการเงินบ้าง(กรีนสแปน) นักเขียน(แบบแดน บราวน์) ฯลฯ

ส่วนเรื่องดนตรี ถึงผมจะคิดว่าพวกเขาเก่งกาจระดับเทพในแง่ของการทำเพลง
แต่งเพลงได้มัน ไพเราะ ถึงและลงตัวในทุกๆอารมณ์ แต่ถ้าประเมินแง่ว่า มันล้ำ สดใหม่
มันขับเคลื่อนวงการดนตรีไปข้างหน้าไหม ผมว่าแค่กลางๆ
ค่อนไปทางเฉยๆ ไม่รู้สึกว่าล้ำตรงไหนเลย ซึ่งจริงๆพวกเขาก็ไม่เคยเด่น
เรื่องนี้มาแต่ไหนแต่ไร ที่เด่นคงความสามารถในการคิดเนื้อคิดเมโลดี้
เหมือนพวกเขามีต่อมที่รู้ว่า จังหวะไหนทำให้คนกระโดดขึ้นมาบ้าคลั่งได้
จังหวะไหนทำให้คนละลายได้ น้ำตาไหลได้ เรียกว่ามีสัญชาตญานทางศิลปะที่แม่นยำ


เพลงโบฮีเมี่ยน เอาเลยครับพี่ร่ม รออ่านๆ :25:

มันคือเพลงที่มหัศจรรย์ในตำนานเพลงหนึ่ง
แต่ทราบไหมครับว่า สถานะอีกอย่างหนึ่งของมัน(ในโลกของฝรั่งน่ะนะ)ก็คือ
เพลงฮิตประจำร้านคาราโอเกะ :30:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 13:00 น.
มาแล้ว ผลงานการอู้งานของลุงเป็ด  :30:
หนึ่งในเพลงที่เจ๋งที่สุดในโลกนี้ ผลงานของราชาในนามราชินี ที่เอาชนะใจคนทั้งโลกมาแล้ว
แปลแบบตามใจ เพราะแปลเป๊ะๆ ไม่ได้  :30: เหมือนที่คนทั้งโลกก็ยังพยายามกันอยู่
จะไปถามคนแต่ง ป้าเฟรดก็ตายไปนานแล้ว
มีอะไรอยากอภิปราย เชิญได้ยินดีรับฟัง

"Bohemian Rhapsody"
Words and music by Freddie Mercury

บทเพลงเสรีแห่งกวีขบถ
คำร้อง และ ทำนอง  ป้าเฟรด

องค์ที่ 1 รำพัน

Is this the real life, Is this just fantasy.
Caught in a landslide,No escape from reality.
Open your eyes, Look up to the skies and see.

นี่คือชีวิตจริงแท้ หรือแค่เพียงใจจินตนา
ยึดเกาะแผ่นดินพังทลาย ไร้ทางออกจากความจริงแท้
เปิดดวงตาของเจ้า มองไปบนฟ้าแล้วมองให้เห็น

I'm just a poor boy, i need no sympathy-
Because I'm easy come, easy go,
A little high, little low,
Anyway the wind blows, doesn't really matter to me,...To me

ข้าเป็นเพียงเด็กอนาถา แต่ความเมตตาหาต้องการไม่
เพราะ ข้าเพียงอยู่อย่างง่ายๆ นึกจะไปก็ไปจะมาก็มา ชีวิตลุ่มๆดอนๆ
ไม่ว่าอย่างไร สายลมยังคงโชยพัด โลกนี้ไร้แก่นสารในสิ่งใดให้ข้ายึดถือได้เลย


องค์ 2 โลกจริง

Mama, just killed a man,
Put a gun against his head. Pulled my trigger, now he's dead.
Mama, life had just begun, But now I've gone and thrown it all away.

แม่จ๋า ข้าได้ฆ่าคนตาย
เอาปืนจ่อหัวของเขา เมื่อข้าเหนี่ยวไก เขาก็ตาย
แม่จ๋า ชีวิตข้าเพิ่งเริ่มต้น แต่ข้ากลับสูญสิ้น และ ได้โยนทุกอย่างทิ้งไปหมดแล้ว

Mama ooo,
Didn't mean to make you cry. If I'm not back again this time tomorrow.
Carry on, carry on, as if nothing really matters.

แม่จ๋า... ข้าไม่ตั้งใจทำแม่ร้อง
ถ้าเวลานี้ของวันพรุ่งข้าไม่กลับมา ขอแม่ข้าจงอยู่ต่อไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเถิด

Too late, my time has come.
Sends shivers down my spine.
Body's aching all the time.

สายไปเสียแล้ว บัดนี้เวลาของข้ามาถึงแล้ว
ความเหน็บหนาวสั่นไปถึงปลายสันหลัง
ร่างกายเจ็บปวดรวดร้าวไม่ยอมหยุด

Goodbye everybody-I've got to go. Gotta leave you all behind and face the truth.
Mama ooo- (any way the wind blows)
I don't want to die, I sometimes wish I'd never been born at all.

ลาก่อน ทุกๆ คน ข้าต้องไปแล้ว ต้องละพวกท่านไว้เบื้องหลัง เพื่อสู้ความจริง
แม่จ๋า... (อย่างไรสายลมยังโชยพัด)
ข้าไม่อยากตาย ในบางขณะจิตข้าคิดว่าข้าไม่น่าจะเกิดมาเสียด้วยซ้ำ


องค์ 3 พิภากษา

I see a little silhouetto of a man,
Scaramouche, scaramouche will you do the fandango.
Thunderbolt and lightning-very very frightening me.
Galileo,galileo,
Galileo galileo
Galileo figaro-magnifico...

ข้าเห็นเงาตะคุ่มของใครคนหนึ่ง
โอ สะครารามูช เจ้าจะเต้นฟังดังโกได้หรือไม่
อัสนีบาตร และ สายฟ้า มันช่างน่าสะพรึงสำหรับข้าเสียเหลือเกิน
กาลิเลโอ กาลิเลโอ
กาลิเลโอ กาลิเลโอ
กาลิเลโอ ฟิกาโร โอท่านผู้สูงศักดิ์

But I'm just a poor boy and nobody loves me.   
He's just a poor boy from a poor family.Spare him his life from this monstrosity.
Easy come easy go, will you let me go.
Bismillah! no-,we will not let you go    let him go
Bismillah! we will not let you go            let him go
Bismillah! we will not let you go      let me go
Will not let you go   let me go
Will not let you go    let me go
No,no,no,no,no,no,no-
Mama mia,mama mia,mama mia let me go-
Beelzebub has a devil put aside for me,for me,for me-

แต่ข้าเป็นเพียงเด็กจนยากไร้คนรักเมตตา    
เขาเป็นเพียงเด็กยากจนจากบ้านที่จนยาก ไว้ชีวิตเขา, ปล่อยเขาไปจากสถานที่โหดร้ายนี่เสียเถิด
ว่ากันตรงๆ เลยนะ ท่านจะปล่อยข้าไปไหม
ในนามแห่งพระอัลลาห์เจ้า ไม่,เราจะไม่ยอมปล่อยเจ้าไป   ปล่อยเขาไป
ในนามแห่งพระอัลลาห์เจ้า เราจะไม่ยอมปล่อยเจ้าไป           ปล่อยเขาไป
ในนามแห่งพระอัลลาห์เจ้า เราจะไม่ยอมปล่อยเจ้าไป           ปล่อยเขาไป
ไม่มีทางปล่อยไป      ปล่อยข้าไป
ไม่มีทางปล่อยไป      ปล่อยข้าไป
ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ ไม่......
โอ้ แม่จ๋า แม่จ๋า  แม่, ปล่อยข้าไปเถิด
บีลซาบับบุตรแห่งซาตาน ได้ส่งปีศาจมาเพื่อเกลี้ยกล่อมข้าให้แข็งขืน


องค์ 4 ต่อสู้

So you think you can stone me and spit in my eye-
So you think you can love me and leave me to die-
Oh baby-cant do this to me baby-
Just gotta get out-just gotta get right outta here-

ท่านคงคิดว่าจะขับไล่ขว้างปาข้า ถ่มน้ำลายใส่ตาข้าได้สินะ
ท่านคงคิดว่าจะมอบความรักแก่ข้า แล้วกลับทอดทิ้งให้เฉาตายได้อย่างนั้นหรือ
โอ้ ที่รัก ท่านทำกับข้าเช่นนั้นไม่ได้หรอก
ที่ข้าต้องทำคือออกไป ข้าต้องได้สิทธิที่จะออกไปจากที่นี่


Finale

Nothing really matters, Anyone can see,
Nothing really matters-,nothing really matters to me,
Any way the wind blows....

ไม่มีสิ่งใดจีรัง ทุกคนคงได้เข้าใจแล้ว
ไม่มีสิ่งได้อยู่ไปตลอดกาล ที่ผ่านมาข้าเพียงยึดติดไปเอง
อย่างไรสายลมก็ยังคงโชยพัด....



แปลแบบตีความตามสัพท์เอาเอง บริบทฝรั่งอาจแฝงอะไรไว้อีกมากมาย
อ่านหลายสำนวนก็ว่าต่างกันไป ทั้งคนไทย และฝรั่ง
อย่างกาลิเลโอ ผมเชื่อว่า ป้าเฟรดอยากหมายถึงกาลิเลโอ กาลิเลอิ
ตอนที่เผชิญหน้ากับคริสตจักร ตอนบอกว่าโลกไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล
แต่ก็มีคนบอกว่าเป็นเพราะ ป้าเฟรดอยากเอาใจเพื่อนสาว คือป้าเมย์ ซึ่งแกชอบวิทย์

หลายคนอาจงงงงกับเนื้อเพลง ขอให้แปลเอาอารมณ์ ป้าเฟรดแกแต่งเป็นโอเปรา (ตูเลยแยกเป็นองค์ไว้ซะเลย)
เนื้อร้อง และ ทำนองก็แบ่งได้เป็นช่วงประมาณดังนี้
อย่างไรเสีย เนื้อหาที่จริงของเพลงนี้น่าจะอยู่ที่..

Nothing really matters, Anyone can see,
Nothing really matters, nothing really matters to me,
Anyway the wind blows....

อนิจจังทุกขังอนัตตา สาธุชนจงสดับ
มีอยู่ ตั้งอยู่ ดับไป ที่เราทั้งหลายยึดติดคือ อัตตา
สัจธรรมย่อมดำรงอยู่เช่นนี้.....สาธุ

เชิญชาว"ถอก"เพลงทั้งหลายอภิปรายกันโดยพลัน....
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 13:09 น.
มาแล้วๆ :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 13:12 น.
ยังถอกไม่ออก ขออ่านอีกหลายๆรอบ
ป้าเป็ดถอดได้แจ๋งจริงๆ  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 13:13 น.
เก้อทำหน้าอย่างนี้เป็นด้วย  :30:








อภิปรายกันด้วยเซ่  นี่กระจู๋สาระนะ :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 13:14 น.
ตอนนี้เวลาทำงานนะครับ
ปุถุชนทั่วไปเขาต้องทำงานทำการกันนะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 13:15 น.
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 13:14 น.
ตอนนี้เวลาทำงานนะครับ
ปุถุชนทั่วไปเขาต้องทำงานทำการกันนะ

ถูกกกก  :37:/
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 13:37 น.
แล้วเพลงที่แล้วหมีตัวไหนมันถอด  :07:









:05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 13:52 น.


แปลเพลงได้สวยมากลุง  :12:

สมแล้วที่โตมาพร้อมๆ กับเพลง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ไอ้เบิร์ด เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 13:57 น.
MV แรกที่ผมได้ดูของ RHCP เพลง by the way

คิดในใจ

เห้ย...sound แม่งแปลกดีหวะ(ไอ้คนขับรถไปโผล่ใน beck ด้วยนะ) MV ก็เจ๋ง  ฮาดี วงห่าไรวะ

จนอีกอันที่ประทับใจซึ่งเพิ่งได้ดูเหมือนกัน คือเพลง can't stop ทั้งกลิ่น ทั้งสไตล์เพลง  ในMV บ่งบอกถึงความเป็น redhot ได้ดี

ไหนไอ้การแก้ผ้า เอาผ้าขนหนูเหน็บเป็นผ้าี่เตี่ยวขึ้นเล่นคอนเสิร์ต อีก เป็นอะไรที่แหวกมากๆ เป็นวงที่เหมาะแก่การเล่นสดมากๆ

อีกวงที่ผมกำลังตามฟังคือ ร็อครุ่นดึกอย่างวง Rolling Stone หลังจากหาเพลง jumping jack flash เพราะเห็นใน 20th พูดถึงเลยอยากฟัง

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 14:59 น.
ยังงั้นต้องฟัง มาร์ค โบแล่นวงทีเร็กส์สิ :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ไอ้เบิร์ด เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 15:03 น.
วันนี้ผมยังเอา twenty century boy ไปเปิดบ้านพี่อยู่เลย  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 15:08 น.


มาสารรูปว่าเพลงฝรั่งเก่าที่สุดก็คงเป็น สุกี้ยากี้  :16:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 15:17 น.
ตอบคุณครู tommyrnb

ครับ เพลงประเภทนี้ เป็นเพลงปลุกใจแบบ High Energy จริงๆ ฟังแล้วเต้นได้ทั้งวันทั้งคืน  :30:

ที่หนุ่มๆสาวๆประเภทสามสี่และห้าเค้าชอบฟังกัน คงเพราะเค้าต้องสู้กับสังคมที่ไม่ได้ให้การยอมรับ
ี่ต้องสู้กับสายตา ทัศนคติ ครอบครัว แม้แต่ กับคนไม่รู้จักที่เดินสวนผ่านและมาตัดสินความดีเลวจากสิ่งที่เห็น สิ่งที่เป็น
ชีวิตมันเหนื่อย ชีวิตมันล้า ถ้าไม่มีความสนุกปลุกใจเข้าช่วย ก็คงจะอยู่ต่อไปอย่างยากลำบากและตายทั้งเป็น
จากคำบอกเล่า คนเพื่อนผมคนนึง ซึ่งปัจจุบันคงแปลงสภาพตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว

ผมเองก็ชอบเพลงเดียวกับครูนี่แหละ "I love The nightlife" คนเราทุกคนมี Daylife เป็นองค์ประกอบหลักกันอยู่แล้ว
แต่ลึุกๆ ทุกคนก็คงจะมี Nightlife ที่ไม่ได้แสดงออกให้ใครได้เห็น ไม่ได้ปลดปล่อยมันออกมา และหลายคนไม่รู้ตัวว่ามี

ไม่ได้หมายถึงเรื่องของการเป็นสาวแตกหรือแมนจ๊ะจ๋า อย่างเดียวนะครับ
ผมหมายถึงนิสัยส่วนตัวลึก ทัศนคติลึกๆ หรือแม้แต่ความชอบลึกๆ ที่เราเก็บกดเอาไว้ และมักแสดงออกตอนเมาเหล้าหรือขาดสติ
ผมชอบเวลากลางคืน ผมชอบปลดปล่อย Nightlife ของผม บางทีมันก็บำบัดอะไรบางอย่างของเราได้ดีขึ้น

--------------------------
ส่วนของลุงเป็ด ไม่ให้เวลากรองความคิดมั่งเลยลุง คนทำงานมานั่งเรียบเรียงความคิดมันยากน่ะ

บทเพลง แห่้งการดิ้นรนของชีวิต?

เมื่อก่อนผมชอบฟังมาก เวลาผมเศร้าๆแล้วอยากซ้ำเติมตัวเองเสียงให้พอกับความผิดบาปของตัวเอง

I don't want to die, I sometimes wish I'd never been born at all

ความตายมันช่างน่ากลัว น่ากลัวซะจนกูไม่น่าเกิดมาเพื่อพบเจอกับมันเลย..

ผมชอบภาษาลุงว่ะ ไม่เคยแปลแล้วก็ เออ พอใจกับที่แปลนะ
การแบ่งเป็นภาคๆ ทำให้เข้าใจมันได้ง่ายขึ้น

แต่ก็นั่นแหละ เพลงปลงตกกับชีวิต

ชีวิตที่ทุกคนย่อมต้องผิดพลาด ชีวิตที่ไม่อยากให้คนที่รักต้องเสียใจ
ชีวิตที่ต้องอุธรณ์ตัวเองต่อคนทั้งโลก

ชีวิตที่แม่ง สุดท้าย ก็ไม่มีอะไรมากมายเลย นอกจากใจตัวเอง

Anyway the wind blows, doesn't really matter to me,...To me

and me too...

------------------------------------

ตัดหน้าไปตั้ง สามหน่อ  :23:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 15:49 น.
ถอดอันนี้ของพี่ร่ม มียาวครับ
ใจเย็นๆ :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 17:55 น.
พอเก้อบอกว่ายาวนี่ มันจะยาวขนาดไหนวะ  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ซือเน... เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 18:26 น.
ฮู้ยยยยยยยยยยยย  ลุงเป็ดสุดยอดดด  :25: :25:


รอเก้อมาขยายต่อ  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 19:40 น.
 :25: :25: :25: มาฟังรุ่นเก่าๆเค้าคุยกัน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 20:17 น.
 :25: :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 22:15 น.
อ้างคำพูดจาก: กันย์ เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 19:40 น.
:25: :25: :25: มาฟังรุ่นเก่าๆเค้าคุยกัน

เนอะกันย์ เนออะ :25:


มาที่เพลงนี้ เพลงฮิตประจำคาราโอเกะ
เกร็ดอย่างแรกที่อยากบอก บ้านของเฟรดดี้ ที่อยู่บนบน ถ.ฮอลแลนด์
ย่านเคนซิงตั้นนั้น ผมนั่งรถเมล์ผ่านประจำ(เพื่อไปร้านเจ๊หมวยซื้อมาม่า)
และเพลงนี้ก็เขียนขึ้นที่บ้านแกหลังนี้นี่ล่ะ เขาว่าว่าเฟรดตั้งใจเขียนเพลงนี้ด้วยความคิดที่ว่า

"กูจะสร้างมาสเตอร์พีซ"

และเขาก็ทำสำเร็จ ตอนที่ทางวงทำดนตรี พวกเขาก็ยังว่า
จริงๆเพลงนี้มันอยู่ในใจของเฟรดชัดแล้ว พวกเขาแค่ทำมันออกมา

มาเริ่มที่ชื่อเพลง โบฮีเมี่ยน แรปโซดี้  ที่อาจแปลได้ว่า บทเพลงของเสรีชน
Bohemian นี่ที่มาที่ไปยืดยาว เอาแบบสั้นๆคือ ฮิปปี้ในยุค 1900 ต้นๆ
รากศัพท์แท้ๆ มาจากชื่อเรียกของชนเผ่ายิปซีที่เร่ร่อนอยู่ใจกลางทวีปยุโรป
จนศัพท์นี้ถูกนำมาเรียกเหล่าผู้รักเสรีในยุคต้น 1900 หากจะจำได้
ภาพยนต์เรื่อง มูแล็ง รูจ นั่นแหละ พระเอกที่ยวน แม็คเกรเกอร์นั้นน่ะ ใช่เลย
โบฮีเมี่ยน มักประกอบอาชีพนักเขียน นักแสดง นักการละคร นักดนตรี
และมีแฟชั่นเหมือนชาวยิปซีหรือแขก(ยิปซีก็คือแขกเซมิติกจำพวกหนึ่ง)
ค่านิยมนี้ยังสืบทอดมายังพวกฮิปปี้ยุค 60 ที่ชอบแต่งตัวแขกๆ ยิปซีๆอีกนะ
Rhapsody เป็นศัพท์โบราณนิดๆ เหมือนคำว่าร่าย หรือกาพย์
แต่ความหมายมันเป็นการเรียกประเภทของเพลง

รวมๆความแล้ว อาจถอดออกเป็นไทยว่า บทเพลงของเสรีชน
หรือมหากาพย์แห่งเสรีชน ก็ฟังโบราณนิดๆเข้าเค้า

ประวัติศาสตร์ของเพลงนี้ก็มีเยอะเหลือเกิน หนึ่งในครั้งที่เขาว่ากันว่า
ทางวงได้บอกความหมายชัด นี่อุตส่าห์ไปกูเกิ้ลมาเลยนะ คือตอนที่อัลบั้มนี้
ออกวางที่อิหร่าน ในปกมีคำอธิบายเป็นภาษาเปอร์เซียไว้ด้วย ความว่า

"เพลงนี้ พูดถึงหนุ่มคนหนึ่ง ที่ฆ่าคนโดยไม่ได้ตั้งใจ เหมือนเรื่อง Faust (โอเปร่าเรื่องหนึ่ง)
เขาขายวิญญานให้ปีศาจ ก่อนวันที่เขาจะถูกประหาร เขาเรียกหาพระเจ้าในภาษาอาหรับ
Bismillah-บิสมินหล่า (ถึงเราจะเรียกว่าพระอัลเลาะห์  จริงๆคำว่าอัลเลาะห์ก็แปลว่าพระเจ้าหรือ God
นั่นแหละ)แต่ด้วยความช่วยเหลือของเทพเทวา เขาจึงสามารถกอบกู้วิญญานของตน
จากไซฏอนได้" ไซฏอน คือ ซาตานในภาคอาหรับ

ยังไงก็ตาม มันเป็นความหมายที่ไม่ได้รับการยอมรับนัก

มาลองฟังพวกเขาพูดเองดู พวกเขาแทบไม่อธิบายอะไรเลย
เฟรดดี้นั้นเคยบอกว่า "ให้ฟังเอาเอง คิดเอาเอง และตัดสินใจเอาเองว่ามันพูดถึงอะไร"

รวมไปถึง ไบรอัน เมย์ ที่เคยให้สัมภาษณ์ว่า
"ผมจะไม่ยอมปริปากบอกหรอก ว่ามันเกี่ยวกับอะไร
อย่างนึงคือ ผมก็ไม่เคยรู้ว่ามันเกี่ยวกับอะไร และถึงผมรู้
ผมก็ไม่บอกอยู่ดี ผมเห็นว่ามันเป็นการทำลายความดีงามของเพลง
ถ้าเจ้าของเพลงต้องมาอธิบายมัน  เพลงที่ยอดเยี่ยมน่ะ
มันยอดเยี่ยมได้ก็เพราะว่ามันเชื่อมต่อกับตัวคุณเอง
กับประสบการณ์ของคนฟังเองต่างหากล่ะ

เฟรดดี้เค้าน่ะก็ต้องต่อสู้กับปัญหาในชีวิตส่วนตัวเขา
เขาเลยอาจจะเอามันมาใส่ในเพลงก็ได้ เขาเป็นคนที่พยายามสร้าง
ตัวตนของตัวเองใหม่เสมอ(เฟรดดี้ตั้งชื่อให้ตัวเอง)
แต่ยังไงก็เหอะทางที่ดี ให้มันกลายเป็นคำถามต่อไปนั่นแหละดีแล้ว"

คำไบ้มีเท่านี้ และผ่านมาสิบๆปีพวกเขาก็ไม่เคยปริปากถึงมันจริงๆ
และคนเขียนก็นอนอยู่ใต้รากมะม่วงแล้ว โอเค เขาเคยพูดครั้งนึง
เมื่อคนได้แต่ซัก เขาว่า "อ๋อ...กลอนพาไปน่ะ"("Random rhyming nonsense")

เพราะงั้น ทั้งหมดจากนี้  ตีความจากนี้ ผมคิดของผมเอง

โดยรวม มันคือผลสรุปของตัวตนของเฟรดดี้  บทสรุปของชีวิตทั้งชีวิตของเขา
ชีวิตที่ยุ่งยากซับซ้อน หรืออาจเข้าใจไม่ได้เลย ...พอๆกับเพลงนี้

เศษชิ้นส่วนของชีวิตของเขาเหล่านั้น ก็เช่น
คำอาหรับ คำประหลาดๆอย่าง Bismillah, Scaramouch, Beelzebub คือคำอาหรับแน่แท้
และแปลความหมายได้เหมือนที่พี่ร่มแปล  บิสมินล่าห์ อันนี้ถ้าใครเป็นชาวมุสลิม ก็คงรู้จักดี
ความหมายอย่างที่ลุงร่มว่าในนามแห่งพระอัลลาห์เจ้า (ผมชอบคำนี้ที่พี่ร่มแปลมากเลย ให้ทั้งความหมาย ทั้งภาพพจน์)
สคารามูช แปลว่าพวกขี้ขลาด แต่ขี้โม้ หรือพวก ส่วนบีลซะบับ คือหนึ่งในชื่อเรียกเหล่าปีศาจ
ที่พี่ร่มว่า บุตรแห่งซาตานยิ่งชัดเจนเลย

สาเหตุที่มีคำพวกนี้ เพราะชาติกำเนิดที่ยุ่งยากของเขา เกิดจากครอบครัวเชื้อสายแขกฟาร์ซี
เป็นเปอร์เซียพวกหนึ่งที่นับถือโซโรอัสเตอร์ ซึ่งศาสนานี้ใช้ภาษาอาหรับ
เขาโตมาอย่างแปลกแยกกับทุกหนทุกแห่งกับทุกๆมิติ เขาเป็นอินเดีย
แต่เกิดโตที่เกาะแซนซิบาร์อาณานิคมอังกฤษที่ชายฝั่งแทนซาเนีย แอฟริกา
แล้วมาเติบโตวัยรุ่นที่อังกฤษ เขาจะนิยามตัวเองว่าเป็นใคร หรืออะไร
ที่ไหนคือบ้านของเขา ทืี่ไหนคือรากที่เขาต้องกลับไปหา?

ผมว่าไม่มีเลยสักแห่ง

นี่แค่ว่าตัวเองมาจากไหนนะ ในแง่นิสัยใจคอ เขารักการฟังเพลง
หลงไหลในดนตรีร็อค ในสังคมครอบครัวอินเดีย นี่ย่อมไม่ใช่เรื่องปกติ
แต่ในขณะเดียวกัน สังคมคนขาวโลกของชาวร็อค ก็ไม่อาจอ้ารับเขาได้อย่างเต็มร้อย

ที่สำคัญที่สุด เมื่อเวลาผ่านไป แม้ว่าเขาจะมีแฟนเป็นผู้หญิง
แต่หลังจากนั้น หลังจากผ่านชีวิตที่เขาเป็นแค่คนแปลกหน้าในทุกๆที่
ที่เขาดำรงอยู่  เขาก็ค้นพบว่าเขายังแปลกหน้าสำหรับตัวเอง

เขาแปลกหน้าแม้กระทั่งกับตัวตนของตัวเอง

เขาเผชิญหน้ากับคำถามว่า จริงๆในร่างกายกำยำหน้าหนวดนี้
เขาไม่ได้รักในเพศตรงข้าม เมื่อความจริงนี้ปรากฏชัดกับเฟรดดี้เอง
เขาจึงค่อยๆประกาศจากคนไกล้ตัว และปล่อยเต็มที่แก่สาธารนชนในเพลง
I want to break free ที่มิวสิควิดีโอเพลงนี้ กลายเป็นมิวสิควิดีโอที่คลาสสิคที่สุด
อันนึงของโลกดนตรี ทุกวันนี้ก็ยังมีคนเอาไปล้อเลียนอยู่


และรู้สึกถึงความแปลกแยกมาตลอดชีวิตของเฟรดดี้ เปราะบาง
จนเขาแทบจะระเบิด ก็นำมาซึ่งการระเบิดตัวตนของเขาบนเวที
เฟรดดี้เต็มที่กับทุกวินาทีที่อยู่บนเวทีเสมอ และแสดงตัวตนออกมาชนิดไม่มีกั๊ก


และสิ่งนี้ นำมาซึ่งเรื่องราวในเพลง ที่เขาพูดถึงชีวิตของเด็กชายคนหนึ่ง
ผู้ยากจนและแปลกหน้า และยังถูกทดสอบด้วยเหตุการณ์หลายต่อหลายอย่าง
หลายความเชื่อ แม้แต่พระอัลลาห์เจ้า

I'm just a poor boy, i need no sympathy-
Because I'm easy come, easy go,
A little high, little low,
Anyway the wind blows, doesn't really matter to me,...To me

ข้าเป็นเพียงเด็กอนาถา แต่ความเมตตาหาต้องการไม่
เพราะ ข้าเพียงอยู่อย่างง่ายๆ นึกจะไปก็ไปจะมาก็มา ชีวิตลุ่มๆดอนๆ
ไม่ว่าอย่างไร สายลมยังคงโชยพัด โลกนี้ไร้แก่นสารในสิ่งใดให้ข้ายึดถือได้เลย

ท่อนนี้ก็น่าจะบอกได้ชัด และองก์ 2 ที่พี่ร่มแบ่งไว้
ก็บอกถึงว่า เมื่อเขาเผชิญโลกจริงที่แปลกแยก
โดยมีแม่ที่ยึดเหนี่ยวเขาไว้ ผมว่าบางทีคำว่าแม่
อาจหมายถึงทั้งแม่จริงๆ และหมายถึงความเป็นหญิง
ในตัวของเฟรดดี้เอง

I don't want to die, I sometimes wish I'd never been born at all.
ข้าไม่อยากตาย ในบางขณะจิตข้าคิดว่าข้าไม่น่าจะเกิดมาเสียด้วยซ้ำ
เขาทั้งดูถูกตัวเองในบางหน และทั้งปลอบประโลมตัวเอง ด้วยคำว่า
any way the wind blows...อย่างไรสายลมยังโชยพัด

เมื่อเข้าสู่ องก์พิพากษา
นั่นก็ยิ่งชัดเจน และท่อนนี้ ยิ่งเป็นการผสมปนเปของ
การพิพากษาเขาในหลากรูปแบบ จากผู้คน จากครอบครัว
ที่ยึดโยงอยู่กับความเชื่อเรื่องพระเจ้า และถ้อยคำจากภาษาอาหรับ
Scaramouch, Beelzebub และตัวเขาที่ต่อสู้เพื่อจะหลุดพ้นจากมัน
Bismillah! we will not let you go      let me go
ในนามแห่งพระอัลลาห์เจ้า ไม่,เราจะไม่ยอมปล่อยเจ้าไป   ปล่อยเขาไป

และ Mama mia ที่เป็นคำอุทาน เหมือนๆ โอ้ มายก็อช
คนมีอายุหน่อยชอบพูด ผมได้ยินประจำเวลารถเมล์เสีย
หรือหยุดวิ่ง ก็มักจะมีเสียงบ่นงึมงัมขึ้นมาว่า มะหม่ามี้ย่าาาา

เมื่อมาถึงครึ่งหลังของเพลง ก็พูดถึงการต่อสู้นั้นชัดๆ
ซึ่งผมเข้าใจว่า มันคือการต่อสู้ในจิตใจที่จะเอาชนะ
กับความรู้สึกที่ว่า "จะเอาตัวเองไปวางไว้ตรงไหน" มาตลอดชีวิต
เขาเริ่มท้าทายมัน เขารู้ว่าตัวเองทำได้ เขาต้องปลดปล่อย
และมันอาจกินความถึงความรักของเขา ที่มอบให้เขามีรัก
แต่ไมอาจสมรัก เพราะเพศสภาพอันแปลกแยก

So you think you can stone me and spit in my eye-
So you think you can love me and leave me to die-
Oh baby-cant do this to me baby-
Just gotta get out-just gotta get right outta here-

ท่านคงคิดว่าจะขับไล่ขว้างปาข้า ถ่มน้ำลายใส่ตาข้าได้สินะ
ท่านคงคิดว่าจะมอบความรักแก่ข้า แล้วกลับทอดทิ้งให้เฉาตายได้อย่างนั้นหรือ
โอ้ ที่รัก ท่านทำกับข้าเช่นนั้นได้หรอก
ที่ข้าต้องทำคือออกไป ข้าต้องได้สิทธิที่จะออกไปจากที่นี่

แต่ทั้งหมด ไม่ว่าเขาจะต่อสู้ หรือค้นหาทางออกสักแค่ไหน
สุดท้าย ชีวิตมันก็เท่านี้

Nothing really matters, Anyone can see,
Nothing really matters-,nothing really matters to me,
Any way the wind blows....

ไม่มีสิ่งใดจีรัง ทุกคนคงได้เข้าใจแล้ว
ไม่มีสิ่งได้อยู่ไปตลอดกาล ที่ผ่านมาข้าเพียงยึดติดไปเอง
อย่างไรสายลมก็ยังคงโชยพัด....

ผมชอบที่พี่ร่มแปลมากครับ Nothing really matters-ไม่มีสิ่งใดจีรัง
ท่อนนี้น่าจะเป็นการถอดความที่ได้ใจความที่สุด

สุดท้าย ทางออกในเพลงจะคืออะไรก็ตาม จะฟังดูเข้าใจชีวิตแค่ไหนก็เถอะ
ในชีวิตจริงๆเขายังต้องต่อสู้กับมันต่อไป จนวาระสุดท้าย แม้สาเหตุการตาย
เขาก็ตายด้วยโรคเอดส์ โรคที่มาพร้อมความรักความต้องการ
ที่ขัดแย้งและเผาเขาอยู่ภายใน

เขาสร้างตัวเองใหม่ ตั้งชื่อให้ตัวเองใหม่ ไม่เคยพูดถึงอดีตก่อนที่เขา
จะมาเป็นชื่อเฟรดดี้ ไม่เคยพูดถึงเชื้อสายฟาร์ซีหรือวัยเด็กของตัวเอง
เขาเคยถูกจัดให้เป็นร็อคสตาร์เชื้อสายเอเชียคนแรกของโลก
แต่แท้จริง เขาอยากให้คนจดจำในฐานะร็อคสตาร์ฝรั่งผิวขาวด้วยซ้ำ
เขายังเคยถูกจัดให้อยู่ใน 1 ในคนเชื้อสายเอเชียที่ทรงอิทธิพลในโลกอีกด้วย
(ไทมส์จัดมั้งถ้าจำไม่ผิด)

ปีที่แล้ว มีข่าวค่อนข้างดังที่ผมได้อ่านในหนังสือพิมพ์
มันคือปีครบรอบ 60 ปีชาตกาลเฟรดดี้ หลายๆที่ก็มีการจัดงานฉลอง 
รวมไปถึงรัฐบาลแซนซิบาร์มีคนดำริจะจัดงานนี้อย่างยิ่งใหญ่
ถือว่าเขาคือเลือดเนื้อเชื้อไขแซนซิบาร์ที่โด่งดังที่สุดในโลก
แต่สุดท้าย งานก็ถูกต่อต้านจนยกเลิก เนื่องจากศาสนาอิสลาม
ซึ่งเป็นศาสนาประจำรัฐถือว่า การเป็นเกย์คือบาปชนิดหนาหนึ่ง
เขาจึงไม่คู่ควรกับการยกย่องใดๆ

สุดท้าย บ้านหลังนั้นที่เคนซิงตั้นของเฟรดดี้ รวมถึงทรัพย์สินส่วนใหญ่
เขายกให้กับคนรักที่เป็นผู้หญิงคนเดียว ในชีวิตวัยรุ่นของเขา
ซึ่งเขารักดั่งชีวิต  ถือเป็นเพื่อนแท้และรักแท้เดียวของเขา
และหนึ่งในเพลงรักที่เศร้าที่สุดในโลกอย่าง Love of my Life
ก็แต่งให้กับเธอ..แน่ล่ะ เขาเป็นเกย์ แต่ความรักก็คือความรัก
มันมีความหมายเดียว





ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 23:07 น.
อดภูมิใจเล็กๆ ไม่ได้ที่เก้อชมว่าแปลดี  :53:
ชีวประวัติของป้าเฟรด พี่ก็เคยศึกษามานะ แต่จับความได้ไม่ละเอียดเท่าเก้อ
เพลงของป้าแกเองก็แสดงถึงสภาพจิตใจป้าเป็นอย่างดี
I want to break free นี่ก็ฮามาก แต๋วสะใจ
Don't stop me now เพลงเร็วกระชากอารมณ์อันดับหนึ่งในดวงใจ
Bicycle ride นี่ก็กัดได้สะใจมาก
และอีกมากมาย

สรุปว่าตูเป็นสาวกควีนล่ะ  :30:
แล้วจะเอางานของป้ามาแปลอีก
ต่อไปน่าจะเป็น The show must go on.

บวกเก้อ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 09:08 น.
เก้อ มาแบบ เก้อๆ อีกแล้ว
นี่แหละ ที่เฝ้ารออยู่  :12: + ให้เก้อและลุงเป็ดอีกรอบ ข้อหาให้แบบไม่มีเหตุผล

อ้างคำพูดจาก: กันย์ เมื่อ 03 ก.พ. 2009, 19:40 น.
:25: :25: :25: มาฟังรุ่นเก่าๆเค้าคุยกัน

แล้วรุ่นใหม่ๆไม่คิดจะมาแจมมั่งหรือ  :42:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 09:36 น.
แปลไม่ค่อยเก่งอ่ะครับ :05:

แบบว่าเป็นคนฟังเพลงที่ดนตรีง่ะ :16:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 10:04 น.
หัดสิจ๊ะพ่อคุณ
พี่ว่าพี่เก่งภาษาอังกฤษขึ้นจากการแปลเพลงนี่แหละ
แล้วการรู้เนื้อนี่มันทำให้การฟังเพลงสนุกขึ้นด้วยนะกันย์
ยิ่งถ้าได้รู้ประวัติของเพลง ที่มาที่ไป ทำไมมันมีสิ่งนี้เกิดขึ้น เพลงที่เราชอบมันจะยิ่งเพราะมากนะเฮ้ย

เริ่มจากเพลงง่ายๆ ที่เราพอรู้ความหมาย หรือ ศัพท์
หรือที่มีคนแปลไว้แล้ว เอามาแล้วเปิดดิกเช็ก แล้วเกลาเป็นภาษาเราเองสิกัน


พี่เก้อเค้ารอช่วยสอนภาษาอังกฤษสำเนียงบริติชอยู่แล้ว  :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 10:07 น.
กรั๊บ :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 10:15 น.


ก็ลุงๆ เอาร๊อคมา สาวกลิงกินผักไม่กล้าเลย  :16:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ไอ้เบิร์ด เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 10:19 น.
ภาษาอังกฤษของผมพัฒนาจาก

1.หนัง  20%
  ช่วงที่น้ากำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศซื้อDVD มาเยอะมากแล้วก็มานั่งดู ด้วยความอยากดูเลยต้องนั่งอ่านไปด้วย บางเรื่องแกเล่นเปิดซัพอังกฤษ แต่ยังดีที่ยังหยุดบางฉากแล้วแปลให้ฟัง

2. การ์ตูน 10%
 อ่านสปอย + animeบางเรื่องที่โหลดมามันไม่ทำซัพไทยแรกๆก็ดูไปหยุดไปเพื่อเปิดdic

3.เพลง 20%
 อิทธิพลมาจากน้าเหมือนกัน มักจะหาเพลงแล้วเอามาแปลให้ฟัง จำได้เพลงแรกที่สอน ตอนป.6 Hotel California ของวง Eagle จำได้เพราะเหมือนบรรยากาศในพวกหนังผีเลยเนื้อเพลง

สุดท้าย50% จากเกม
 เป็นพวกติดเกมมาก แรกๆแม่เห็นถามหาdic อยู่บ่อยๆ คิดว่าเอาไปทำอะไร สุดท้ายก็เอามานั่งแปลเกม เพราะเล่นไม่ผ่านซักที ทุกันนี้ก็ยังพยายามหาเกมภาษามาเล่นบ่อยๆอยู่

ตอนนี้ยังแปลพวกวลีกับคำเปรียบเทียบ ไม่เป็นเพราะบางคำแปลมาแล้วงงเอง

พูดถึงวง Eagle ก็นับว่าเจ๋งเหมือนกันนะครับ เพราะผมว่ามีวงที่นับได้เลยที่ร้องนำเล่นกลองด้วย  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 10:38 น.






เปลี่ยนคลื่นเป็นแจ๊สเก่าๆ บ้าง




http://media.imeem.com/m/eREUKtBvPj (http://media.imeem.com/m/eREUKtBvPj)


I Miss You Old Friend


I Miss You Old Friend,
Can I Hold You?
And Through It's Been A Long Time
Old Friend Do You Mind?

There Was So Many Things
I Wish I Had Said
I Ment To Love You
But I Hurt You Instead

I've Come Here Now
To Make Amence
Can I Sit Down Beside You
Can We Be Close Again

I Miss You Old Friend
Can I Hold You?
And Thought It's Been A Long Time
Old Friend Do You Mind?

I'm Hoping That You Will Feel
This Way To
Cause I Miss You Old Friend
I Miss You


คิดถึงเธอจัง เพื่อนรัก
ขอกอดหน่อยได้ไหม
ไม่ได้เจอกันตั้งนาน
ขอกอดหน่อยได้ไหม

หลายสิ่งหลายอย่าง
ที่ทำไปตอนนั้น
เพราะฉันรักเธอ
แต่แล้วกลับทำเธอเสียใจ

วันนี้
ฉันมาแก้ตัว
ขอนั่งข้างๆ เธอ
ใกล้ชิดกันเหมือนวันวาน

ได้ไหม

คิดถึงเธอจัง เพื่อนรัก
ขอกอดหน่อยได้ไหม
ไม่ได้เจอกันตั้งนาน
ขอกอดหน่อยได้ไหม

ยังหวัง
ว่าเธอคงคิดเหมือนกัน
เพราะฉันคิดถึงเธอ
คิดถึงเหลือเกิน


ตั้งแต่ได้ดู Dreamgirls ทั้งแบบภาพยนตร์และละครเวที (ทางยูทิวบ์) ชอบเพลงนี้ที่สุด

ในละครเพลงนี้ถูกถ่ายทอดโดยนักร้องในบาร์คนหนึ่งในโอกาสระลึกถึง Jimmy Early นักร้องผิวสี ที่ใช้ชีวิตหลากสีสันเหลือเกิน

ถ้าพิจารณาเฉพาะบทเพลง Old Friend อันนี้อาจหมายถึงใครก็ตามที่หายไปกับกาลเวลา แต่ยังมีความหมายกับเราอยู่

พยายามทำเป็นภาษาไทยให้ไม่น้ำเน่าแต่รู้สึกจะยังมีกลิ่นตุ่ยๆ อยู่แฮะ :37:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 10:41 น.
+ เก้ออีกแล้ว :12:  สุดยอดเว้ย :45:

อ้างคำพูดจาก: กันย์ เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 09:36 น.
แปลไม่ค่อยเก่งอ่ะครับ :05:

แบบว่าเป็นคนฟังเพลงที่ดนตรีง่ะ :16:

เมื่อก่อนผมก็เป็นนะ ฟังแต่เพลงฝรั่งแต่ไม่ได้แปลเลย แต่พอฟังไปเรื่อยๆ มันเหมือนกินข้าว กินแบบเร่งรีบ กินแบบไม่ดูว่ามันใส่อะไรบ้าง แต่พอเราเริ่มมองรายละเอียดดีๆ นึกถึงคนทำอาหารว่าเขาตั้งใจทำยังไง ข้าวที่กินทุกวันมันก็ดูมีคุณค่ามากขึ้นนะ

ได้ฝึกภาษา ได้รู้ถึงการใช้คำที่ต้องคิดต้องตีความออกมา(ผมชอบเพลงฝรั่งเพราะเหตุนี้ครับ มันแปลตรงๆไม่ได้ แต่เพลงไทยเดี๋ยวนี้ก็เริ่มมีแล้วนะ)


เอ เพลงลิงกินผักก็ความหมายดีนะ ลองเอามาแปลดูดิ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 11:33 น.
+ อุ้ยครับ เพลงเพราะดี ผมชอบ  :12:

เอเอ้ย หน้าก่อนๆ ผมยังเอา Slipknot มาแล้วเลย เอเอา ลิงกินผักมามั่งสิ
แล้วผมจะเอา ลิมป์ บิสกิต มาสู้  :30:

มาวันนี้กับวงร๊อค 9 ชีวิต อยู่มาตั้งแต่ลูกสาวนักร้องนำยังไม่เกิด จนกระทั่งโตเต่งตึงเช่นปัจจุบัน  :27:

----- AEROSMITH -------

วงฮาร์ดร๊อคยืนยาวที่เล่นได้สุดมันส์ กับเพลงที่มีวิวัฒนาการได้ตัวจริง
และปรากฏตัวในหนังฮอลีวูดอยู่บ่อยๆ เช่น Wayne world  (:42:)  Be Cool! เป็นต้น
ไม่ก็โผล่ตามเกมส์ กีต้าฮีโร่ .. การ์ตูนซิมป์สัน

เอกลักษณ์ประจำวงคือ นักร้องปากกว้าง Steven tyler ซึ่งมีพลังเสียงสุดยอด
และลูกสาวหน้าตาพลังทำลายล้างสูงอย่าง Liv tyler ซึ่งเอามาเล่น MV ให้อยู่บ่อยๆ
Joe Perry ที่ขากีต้าร์ฮีโร่ ไม่น่าจะไม่มีใครไม่รู้จัก สุดยอดมือกีต้าร์ที่เ่ล่นได้ ปึ๊กมาก
สองหน่อที่นำแอร์โรสมิทข้ามกาลเวลามาสู่ปัจจุบัน

ผมเจอกับ แอโรสมิทครั้งแรกก็ อัลบัม Get a Grip
เจ๊ทแหมน มากๆ กับอัลบั้มนี้ มีเพลงโดนใจหลายเพลงเลย
ประกอบกับได้ดู MV หลายๆตัว ซึ่งหนึ่งในนั้นมี Crazy เพลงที่เอาสาวน้อย อลิเชีย ซิลเวอร์สโตน กับ ลิฟ ไทเลอร์
ตั้งแต่ยังละอ่อน มาโชว์เนื้อหนังมังสา ยิ่งมัดผมกับวงนี้ไว้ติดหนึบเ้ลย  (ลองหาดูนะ :04:)
ซึ่งมารู้ทีหลังว่าอัลบัมนี้ ทำการตลาดค่อนข้างมาก ได้ดาราเด็ดๆสมัยนั้นมาช่วยเล่น MV ให้หลายตัว
มีเด็กที่เล่นเป็น John o Corner ในคนเหล็ก 2 มาเล่น MV เพลง Livin' on the edge ด้วย  :37:

อัลบัมนี้จำได้ว่าซื้อเทปไว้สองม้วน เพราะม้วนแรกผมฟังจนยืด ยืดชนิดตู้เย็นก็ช่วยไม่ได้แล้ว
เลยต้องซื้อเก็บไว้อีกม้วนนึง

จากนั้น ผมก็ตามพัฒนาการมาเรื่อยๆ เพลงเค้าลึกขึ้นเรื่อยๆตามอายุ
แต่ก็มีเพลงตลาดที่ขายได้อยู่เสมอๆ แม้หลังๆจะแผ่วไปบ้าง ตามกระแสเพลงที่เปลี่ยนไป
แต่วงนี้ ก็มีสาวกที่เหนียวแน่นของตัวเองอยู่ และเพิ่มขึ้นบ้างเรื่อยๆ
ความที่วงเป็นบลูร๊อค มาก่อนงานเพลงเลยมีทำนองบลูผสมอยู่ ไม่มากก็น้อยในแต่ละอัลบัม
ซึ่งผมว่ามันเจ๋งมาก

ถ้าจะเริ่มติดตาม แนะนำให้ฟังชุด Get a grip เปิดแล้วก็ลองไล่ๆเก็บมา
ONE อัลบัมรวมที่ไม่น่าพลาดกับงานชุดเก่าๆ ที่ยังเป็น บลูฮาร์ดร๊อคจ๋าเลย
หรือถ้าจะให้เด็ด ลองหาคอนเสริทดูครับ พลังคนเฒ่า ที่ 5-60 แล้วยังโดดได้เป็นหนุ่มๆเลย  :12:

มาถึงเพลงสุดยิดประจำตัวผม ชอบมากถึงมากที่สุด

AEROSMITH - LIVING ON THE EDGE

เวอร์ชัน Japan Live ครับผม

http://www.youtube.com/watch?v=lzN0etdN7Ek&hl=th (http://www.youtube.com/watch?v=lzN0etdN7Ek&hl=th)

There's somethin' wrong with the world today
I don't know what it is
Something's wrong with our eyes

โลกนี้แม่งแปลกขึ้นไปทุกวันๆ
กุก็ไม่รู้หรอก ว่ามันแปลกยังไง
คงเป็นมุมมองคนเราละมั้ง ที่มันแปลกไป

We're seeing things in a different way
And God knows it ain't His
It sure ain't no surprise

เราก็ต่างมีมุมมองของแต่ละคน
ซึ่งพระเจ้าก็รู้ ว่ามันก็ไม่เหมือนของท่าน
ก็แน่ล่ะ มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไร

We're livin' on the edge
We're livin' on the edge
We're livin' on the edge
We're livin' on the edge

เรากำลังอยู่บนริมขอบเหว x 4

There's somethin' wrong with the world today
The light bulb's gettin' dim
There's meltdown in the sky

โลกนี้แม่งแปลกขึ้นไปทุกวันๆ
เหมือนแสงไฟ ที่เริ่มสลัว
เหมือนท้องฟ้า ที่เริ่มพังทลาย

If you can judge a wise man
By the color of his skin
Then mister you're a better man that I

ถ้ามึงจะวัดความสามารถคน
กันที่แค่สีผิวแล้ว
งั้น คุณครับ, มึงก็คงเจ๋งกว่ากูแน่นอน

We're livin' on the edge
You can't help yourself from fallin'
Livin' on the edge
You can't help yourself at all
Livin' on the edge
You can't stop yourself from fallin'
Livin' on the edge

เรากำลังอยู่บนริมขอบเหว
เป็นไปไม่ได้ ที่จะพยุงตัวเองไว้
ชีวิต บนริมขอบเหว
มึงช่วยตัวเองไม่ได้เลย
ชีวิต บนริมขอบเหว
เป็นไปไม่ได้ ที่จะหยุดตัวเองไว้
ชีวิต บนริมขอบเหว

Tell me what you think about your sit-u-a-tion
Complication - aggravation
Is getting to you

ตอบมาหน่อยสิว่า ชีวิตมึงเป็นยังไงบ้าง
วุ่นวายขึ้นมั๊ย - เลวร้ายขึ้นมั๊ย
เรื่องพวกนี้เข้าถึงตัวมึงรึยัง

If chicken little tells you that the sky is fallin'
Even if it wasn't would you still come crawlin'
Back again?
I bet you would my friend
Again & again & again & again & again

แล้วถ้ามีไอไก่อ่อนสักตัว มาบอกว่า ฟ้ากำลังจะถล่ม
และถึงจะไม่เป็นจริง มึงจะยังต้องคลานหลบอยู่อีกมั๊ยวะ ?
กุพนันว่ามึงจะทำอย่างนั้นว่ะเพื่อน
มึงก็จะหนีของมึง ไปเรื่อย ๆ

Tell me what you think about your sit-u-a-tion
Complication - aggravation
Is getting to you

ตอบมาหน่อยสิว่า ชีวิตมึงเป็นยังไงบ้าง
วุ่นวายขึ้นมั๊ย - เลวร้ายขึ้นมั๊ย
เรื่องพวกนี้เข้าถึงตัวมึงรึยัง

If chicken little* tells you that the sky is fallin'
Even if it was would would you still come crawlin'
Back again?
I bet you would my friend
Again & again & again & again

แล้วถ้ามีไอไก่อ่อนสักตัว มาบอกว่า ฟ้ากำลังจะถล่ม
และถึงจะไม่เป็นจริง มึงจะยังต้องคลานหลบอยู่อีกมั๊ยวะ ?
กุพนันว่ามึงจะทำอย่างนั้นว่ะเพื่อน
มึงก็จะหนีของมึง ไปเรื่อย ๆ

There's something right with the world today
And everybody knows it's wrong
But we can tell 'em no or we could let it go
But I would rather be a hanging on

หากวันนี้ มีสิ่งที่ถูกเกิดขึ้นในโลก
แต่ทุกคนเสือก คิดว่ามันผิด
มึงจะค้านเค้ามั๊ย หรือ ก็ช่างแม่งเถอะ
ถ้าเป็นกูก็คงจะต้องสู้กันสักตั้ง...

Livin' On the Edge
You can't help yourself from fallin'
Livin' On the Edge
You can't help yourself at all
Livin' On the Edge
You can't stop yourself from fallin'
Livin' On the Edge
Livin' On the Edge
Livin' On the Edge
Livin' On the Edge
Yeah, yeah, yeah, yeah, yeah, yeah, yeah

เรากำลังอยู่บนริมขอบเหว
เป็นไปไม่ได้ ที่จะพยุงตัวเองไว้
ชีวิต บนริมขอบเหว
มึงช่วยตัวเองไม่ได้เลย
ชีวิต บนริมขอบเหว
เป็นไปไม่ได้ ที่จะหยุดตัวเองไว้
ชีวิต บนริมขอบเหว x4

* Chicken little คำนี้แปลว่าคนขี้ขลาด ไอ้ไก่อ่อน อ้างอิงมาจากนิทานเด็กๆ
   ก็ไอเรื่องที่เอามาทำอนิเมชันเรื่องลูกไก่ ฟ้าถล่มนั่นแหละครับ
---------------------------------------

โลกสังคมเพี้ยนๆ ที่คนแม่งเออ ออตามๆกันไป ตื่นตกใจในสิ่งรอบข้าง
ลืมเลือนสิ่งที่อยู่ข้างใน ตัวตนของตัวเอง และ ความดีงามที่ยังไงก็เป็นความดีงามอยู่วันยังค่ำ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 12:38 น.
บทเพลงแห่งความวุ่นวายและสับสน
Papercut : Linkin Park

Why does it feel like night today?
Something in here's not right today.
Why am I so uptight today?
Paranoia's all I got left
I don't know what stressed me first
Or how the pressure was fed
But I know just what it feels like
To have a voice in the back of my head

ทำไมวันนี้โลกถึงได้ดูมืดมนอย่างนี้
มันต้องมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับฉันแน่ๆ
ทำไมมันเครียดเหลือเกิน
หวาดระแวงกลัวทุกอย่างไปหมด
ฉันไม่รู้ว่ามีอะไรมาทำให้เครียด
และไม่รุ้ว่ามีอะไรมากดดัน
ที่ฉันรู้ก็แค่ตอนนี้ฉันรู้สึกอย่างไร
ที่มีเสียงดังก้องอยู่ในหัวของฉัน

It's like a face that I hold inside
A face that awakes when I close my eyes
A face watches every time I lie
A face that laughs every time I fall
(And watches everything)
So I know that when it's time to sink or swim
That the face inside is hearing me
Right underneath my skin

เหมือนอีกร่างหนึ่งของฉันที่ซ่อนอยู่ข้างใน
อีกร่างที่จะตื่นขึ้นมาเมื่อฉันหลับตาลง
อีกร่างที่จับตาดูทุกๆ ครั้งที่ฉันนอนลง (ตรงนี้สงสัยว่าจะ เป็นนอนหรือโกหก)
อีกร่างที่คอยซ้ำเติมเมื่อฉันล้มลง
(และคอยจับตาทุกๆ การกระทำ)
ฉันรู็้แล้วล่ะ ว่านี้คือเวลาที่จะเป็นหรือจะอยู่
อีกร่างหนึ่งที่ที่กำลังฟังฉันอยู่
ภายใต้ผิวหนังของฉันนี้เอง

It's like I'm paranoid lookin' over my back
It's like a whirlwind inside of my head
It's like I can't stop what I'm hearing within
It's like the face inside is right beneath my skin

เหมือนกับมีคนจับตาฉันอยู่จากข้างหลัง
พายุพัดทุกอย่างในหัวปนไปหมด
ไม่สามารถหยุดเสียงที่ดังในหัวไม่ได้
เหมือนมีอีกร่างหนึ่งที่อยุ่ภายในตัวฉัน


I know I've got a face in me
Points out all my mistakes to me
You've got a face on the inside too and
Your paranoia's probably worse
I don't know what set me off first but I know what I can't stand
Everybody acts like the fact of the matter is
I can't add up to what you can but

ฉันรู้แล้วล่ะ ว่ามีอีกร่างในตัวฉัน
คอยตอกย้ำซ้ำเติมทุกความผิดพลาดของฉัน
แกก็มีอีกร่างที่อยู่ในตัวแกเหมือนกัน
และแกอาจจะเป็นหนักกว่าฉันอีก
ฉันไม่รู้ว่าอะไรทำให้ฉันเป็นอย่างนี้แต่ฉันรู้ว่าอะไรที่ฉันทนไม่ได้
ฉันทนไม่ได้ที่จะถูกรวมเป้นพวกเดียวกับแก แต่..

Everybody has a face that they hold inside
A face that awakes when I close my eyes
A face watches every time they lie
A face that laughs every time they fall
(And watches everything)
So you know that when it's time to sink or swim
That the face inside is watching you too
Right inside your skin

ทุกๆ คนก็มีร่างที่ซ่อนอยู่ในตัวนั่นแหละ
ร่างที่ตื่นขึ้นมาเมือฉันหลับตา
อีกร่างที่จับตาดูทุกๆ ครั้งที่พวกแกนอนลง (ตรงนี้สงสัยว่าจะ เป็นนอนหรือโกหก)
อีกร่างที่คอยซ้ำเติมเมื่อพวกแกล้มลง
(และคอยจับตาทุกๆ การกระทำ)
แกก็ควรจะรู้แล้วล่ะ ว่านี้คือเวลาที่จะเป็นหรือจะอยู่
อีกร่างหนึ่งของแกก็กำลังแอบฟังแกอยุ่
ภายใต้ผิวหนังของแกนั่นแหละ

Chorus

The face inside is right beneath your skin (3x)
มีอีกร่างหนึ่งซ่อนอยู่ภายในตัวแกนั่นแหละ ภายในตัวแกนั่นแหละ ภายในตัวแกนั่นแหละ

The sun goes down
I feel the light betray me (Repeat until end)

ดวงอาทิตย์ก็กำลังจะลับลงไปแล้ว
แม้แต่แสงตะวันก็ยังทรยศฉัน ...

Chorus (Repeat until end)

-------------------------------------------------------------------

เพลงของ Linkin Park รุ่นแรกๆ แปลแล้วจะขัดกับจังหวะเพลงมาก
เพลงนี้ถ้าฟังในคอนเสิร์ทที่คนเยอะๆ จะกระเจิงมาก
เป็นบทเพลงที่ทำหน้าที่เพียงอย่างเดียว

ปลดปล่อยอารมณ์บ้าคลั่งออกมา
เพียงเพื่อได้ระบาย
เพียงเพื่อได้พบเจอกับคนที่มีอีกร่างซ่อนอยุ่เหมือนกัน

เดาเอาว่าเป็นเพลงที่แต่งให้คนติดยา อารมณ์มันได้เลย :30:

ฟังเพลงได้ที่นี้ครับ
http://linkinpark.com/ (http://linkinpark.com/)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 12:55 น.
มาๆ มาแปลกัน

ลิงกินผักกูก็ฟัง ปั๊ดโธ่
แอโร่สมิธ นี่ก็ชอบ
ดรีมเกิลด์ ก็ดู อุ้ยชอบแจ๊สใช่ไหม เดี๋ยวเจอกัน  :27:

ชอบหมดนั่นแหละ + เกลี้ยง
อ่านแล้วแต่ยังไม่ได้นั่งละเลียดความหมาย งานเข้าอยู่

นี่ขนาดงานเข้า :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 13:04 น.
papercut ชอบนะ :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 13:22 น.


คุ้ยเพลงไปมาเจอเพลงนี้

พึ่งรู้ว่าเป็นของ Fort minor
http://video.google.com/videoplay?docid=1414747251708876747&ei=OjKJSbC5EpOIwgP28dCIAw&q=fort+minor&hl=th (http://video.google.com/videoplay?docid=1414747251708876747&ei=OjKJSbC5EpOIwgP28dCIAw&q=fort+minor&hl=th)



แล้วจะกลับมาแปล
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 13:33 น.
อู้ย เพลงนี้ดูเอ็มวีแบบเต็มๆแล้วเพลงเพราะขึ้น 70% :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 13:43 น.
เพลงนี้ชอบมาก..

รอคำแปลนะคะ ..  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 14:13 น.
อ้างคำพูดจาก: ฟ้าเกศ เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 00:07 น.
(http://img3.f0nt.com/04/ae0d2cb503a35136480b60ce33efab21.gif)

:27: เพราะมาก

เดี๋ยวมาแปล  :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 14:34 น.
แอโรสมิธ ผมก็ฟังนะครับ
เริ่มฟังก็อัลบั้มแมว 9 ชีวิต Nine Lives ที่โคตรดังนั่นล่ะ
ก่อนหน้าที่พวกเขาจะดังคับโลกอีกทีด้วยเพลงหนังอาร์มาเกดดอน
และพอตอนนั้นผมก็หมั่นไส้ในความดัง เลยเลิกฟัง :30:
(ปัญญาอ่อนมาก)

พูดถึงลิงกินผัก และนูเมทัล
ก็คิดอะไรต่อได้อีกเป็นวาเลยครับ

ลิงกินผักนี่ ต้องว่าไปถึงช่วงก่อกำเนิดของคำว่าฮาร์ดคอร์-นูเมทัล
ผมว่าผมเป็นคนนึงที่ได้เป็นประจักษ์พยานของการเกิดขึ้น
ของดนตรีแนวนี้ เมื่อวงคอร์น ออกอัลบั้ม Life is Preachy คำว่าฮาร์ดคอร์
ที่มีมาก่อนหน้านั้นพักนึงแล้วล่ะ แต่ไม่เคยปรากฏในกระแสหลัก ก็เริ่มฮิต
และอัลบั้ม Follow the Leader ก็ทำให้พวกเขาครองโลกพอดี
สมาชิกใส่ทองเต็มตัว จำได้ว่าเป็นครั้งแรกๆที่ผมเข้าเวบไซต์
ผมเข้าเว็บของคอร์นนี้ล่ะ ปกและกราฟิกในเวบสวยมาก
หลังจากนั้น เขาก็ก่อตั้ง "คณะครอบครัวอันทรงคุณค่า"
หรือ Family Values คอนเสิร์ตทัวร์ มีลิมพ์ บิซกิต, วงออร์จี้ และฮิปฮอปบางส่วน
ตอนนั้น การผสมข้ามสายพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมฮิปฮอปกับเมทัลก็เกิดขึ้น
และวงลิงมังสวิรัตินั่น ยังอยู่ไหนก็ไม่รู้ ยังไม่โผล่

ที่ว่านี้ มันคือช่วงปี 2000 ที่เพลงพวกนี้มารุกราน
วัฒนธรรมร็อคแบบกรันจ์และบริตร็อคที่ครองโลกมาในยุคก่อนหน้า
และพวกเขาก็ทำสำเร็จ

ตอนปี 1 จำได้ว่าคุยกับเพื่อนตอนกำลังเรียนวิชาปั้น
(โปรดนึกภาพตามประมาณการ์ตูนอาดาจิ)
ผมอยู่บนห้องที่เปิดโล่งบนชั้นดาดฟ้าของคณะชั้น 6
ทิวทัศน์รอบๆคือวัดพระแก้วและตึกรามบ้านช่อง พระอาทิตย์กำลังจะตก
ผมกำลังปั้นหน้าซีซาร์เบี้ยวๆมือเปื้อนดินเหนียว พร้อมกับเพื่อนๆในห้อง
บทสนทนาเราพูดถึงวงอังกฤษหลายวงที่แตกวง สเวด พัลพ์
เราคุยกันถึงคอลัมนิสต์ในหนังสือ GT เหตุการณ์ต่างๆในช่วงนั้น
และการมาถึงของเหล่าฮิปฮ็อปเมทัล

และก็ลงท้ายบทสนทนาว่า เออ ยุคสมัยวัยรุ่นของเรามันจบลงแล้วจริงๆว่ะ
ผมหมายถึง เพลงที่เราฟัง วงที่มันดัง ที่เราติดตาม ยุคสมัยที่มันยิ่งใหญ่มากๆ
มันจบลงจริงๆแล้วในตอนนั้น จริงๆมันก็จบมาก่อนหน้านั้นนานแล้วเหมือนกันล่ะ
แต่ดูเหมือนเราจะไม่ยอมรับ ตอนนั้นก็ต้องยอมรับแล้วล่ะนะครับ
และก็รู้สึกติดลบกับพวกนิวเมทัลที่มาใหม่ มาแทนที่กระแสโลก
มาแทนที่สิ่งที่มีคาวมหมายกับชีวิตเรามาก เรียกว่าอคติกับวงพวกนี้ได้เลย
เพราะจะมาแทนที่ทั้งที กลับมาด้วยรสนิยมที่ห่วยกว่า

ทุกวันนี้ ใครยังได้ยินชื่อวงออร์จี้ หรือลิ้มบิซกิตอยู่ไหม
โอเค คอร์น มันมาออกอัลบั้มใหม่ และเพลงก็เจ๋งดี
แต่ช่วงเวลาของพวกเขาก็จบลงแล้วเหมือนกัน และมันสั้นมาก

ก็คงเป็นวัฏจักรที่หมุนไปไม่หยุดล่ะนะครับ
ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ก็เป็นยุคทองของอินดี้ร็อคฝั่งอังกฤษอีกครั้ง
พวกเขามาในมาดใหม่ และวัฒนธรรมแบบใหม่ที่ขอบเขตกว้างขวางกว่าเดิม
เอื้อต่อการสร้างสรรค์กว่าเดิม อันนี้คงเป็นผลลัพธ์ของยุคสมัยและอินเตอร์เน็ตด้วย
ตัวละครเดิมที่ผมเคยรู้จักก็กลับมาพร้อมหน้า จาร์วิส ค็อคเคอร์ก็ออกอัลบั้มเดี่ยว
และผมยกเครดิตพัฒนาการทางดนตรีของโลกให้พวกเขา มากกว่าอย่างอื่น
โอเค เพลงฮาร์คอร์พวกนั้นมันก็เจ๋งดี ไม่ใช่ว่าผมไม่ฟังเลย หรือไม่ปลื้มเลย
ผมก็มีเทปวงคอร์นหลายอัลบั้ม เทปอัลบั้มแสดงสดทัวร์แฟมิลี่ แวลูวส์ ครั้งแรกและครั้งที่ 2
ที่แฟนพันธ์แท้ฮาร์ดคอร์-นูเมทัล ไม่น่าจะมีในครอบครอง ผมก็มี
แต่ผมประเมินแล้วว่า พวกเขาให้อะไรกับวงการดนตรีโลกน้อยมาก
และสิ่งที่แตกแขนงมาจากพวกเขา อย่างในปัจจุบันก็ อีโม สครีโม อะไรพวกนี้
ยิ่งตอกย้ำความซ้ำซากทางดนตรี

ผมว่ามันเป็นแนวดนตรีที่เป็นปลายปิด หลักการของมันคับแคบ
วัฒนธรรมของมันไม่เอื้อต่อการสร้างสรรค์ (เพราะการสร้างสรรค์
มันไม่ใช่หลักใหญ่ หลักใหญ่คือความกราดเกรี้ยวและการปลดปล่อย)
อย่าง วัฒนธรรมอีโมนั่นแหละครับ ซึ่งจริงๆอีโม สำหรับในอังกฤษ
ก็คือเด็กแว้นนั่นเอง เทียบได้ดังนี้เลย

ทีนี้ ข้อหาที่ผมจะเจอคือ ปิดกั้นทางดนตรี ไม่หลากหลายหรืออะไรทำนองนี้
ได้ยินค่อนข้างบ่อย ซึ่งผมก็ไม่ค่อยเดือดร้อน เพราะผมไม่เชื่อว่า
นักฟังอีโมเหล่านั้นจะร้องเพลงของศรคีรี ศรีประจวบ หรือ พี สะเดิด
หรือซาบซึ้งในจอห์ โคลเทรนได้อย่างผม :30:

อ้างคำพูดจาก: กันย์ เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 09:36 น.
แปลไม่ค่อยเก่งอ่ะครับ :05:

แบบว่าเป็นคนฟังเพลงที่ดนตรีง่ะ :16:


เดี๋ยวมาต่อประเด็นนี้ พิมพ์ไปพิมพ์มา ท่าจะยาวอีกแล้ว :30:



ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 15:11 น.
นูเมทัลจบไปแล้วครับ :01: Limp ได้ข่าวจะออกชุดใหม่ๆ ก็หายไปเลย slipknot ชุดใหม่ก็ยังเงียบๆ

อีโมก็เริ่มดับไปแล้ว ช่วงที่อีโมดังมากๆ คนที่ฟังแนวนี้น่าจะรู้จัก deftone เป็นวงที่ประกาศตัวว่าเป็นวงอีโมต้นฉบับ และหลังจากนั้นก็จะมีที่ดังๆก็ story of the year ซึ่งออกชุดใหม่มาก็จบเห่ไปแล้ว
ช่วงนั้นผมนั่งฟังวงอีโมใน www.purevolume.com เบื่อเข้าขั้นเอียน :41: คือจะมีแต่ลูกริฟเดิมๆวนๆ มีบ้างที่เอาสกา เร็กเก้มาผสม :30:
แต่ก็เป็นแนวที่น่าเบื่อมากๆ เลยคุยกับเพื่อนว่ามันจะตันแค่นี้เหรอ

ตอนนั้นหันกลับมาฟัง bossa แบบจริงจังเลยคับ :30:

แล้วกระแสก็เริ่มเปลี่ยนไปทางเมทัลหนักๆ และเริ่มโดดเด่นในกระแส punk emo disco ที่ดังเปรี้ยงป้างก็คงเป็น panic at disco และตามมาด้วย fall out boy
ตอนนี้ก็เริ่มมาทางสครีโมเยอะ เรทโทรสเป็ก เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า แว็นมีกำลังซื้อเยอะมาก :30:

แต่มันก็เป็นแค่กระแสที่มาและเดี๋ยวก็หายไป :42:

ถ้าเอาเข้าจริงๆ ดนตรีฮาร์ดร็อคหรือกรั้นจ์ร็อคเก่าๆมันก็ยังมีเสน่ห์ และฟังได้เรื่อยๆนะครับ และวงที่ว่าๆไป บางวงก็เริ่มย้อนกลับมาสู่แนวนี้กันบ้างแล้ว (แบบ panic at disco ชุดใหม่นี้ ยังกะบีทเทิ้ล :30:)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 15:55 น.
อ๊ะอา อู๋ มาฟังบอสซ่ากันมามะ  :27:
เดี๋ยวนี้คนหันมาฟังบอสซ่ากันเยอะนะ หลังจากที่เร้กเก้ สกา มันโด่งดังในประเทศไทย
บอสซ่าจึงเป็นทางเลือกเบาๆ น่ารักๆ สำหรับคนตรีอันแตกสายมาจากละติน

ผมก็ฟังบอสซ่ามาพอสมควร แต่ไม่ได้ศึกษามันอย่างลึกซึ้งนัก (ที่จริงก็ไม่ลึกซักสายแหละ  :30:)
แต่เดิมได้รับอืทธิพลแจ๊ซมาจากพี่ชายคนนึง ก็เลยมาถึงสายละตินด้วย
แต่ทว่า เอาบอสซ่าสายแท้ๆ มาแปลคงยาก เพราะมันไม่ใช่ภาษาอังกฤษ  :30:
คือ ตั้งแต่ สแตนซ์ เก็ทส์ จาว จิวแบร์โต้ และ อันโตนิโอ คาร์ลอส โจบิม ได้ร่วมกันสร้างแนวทางนี้
(จะว่าสร้างก็ไม่เชิง แต่พวกเขาทำให้มันเป็นรูปเป็นร่างและทำให้คนรู้จัก)
คนทั้งโลกก็เริ่มได้ฟัง The Girl from Ipanema และหลงรักเพลงนี้ ทั้งที่เวอร์ชั่นแรกเป็นภาษาโปรตุเกส
(เสียงร้องของเอสตาร์ด จิวแบร์โต้ บอสซ่าตัวแม่)

ถ้าอู๋ชอบแนวนี้เดี๋ยวว่ากันหลังไมค์ มีอยู่พอควร
เชื่อว่าเดี๋ยวอู๋ก็ต้องหันมาฟังแจ๊ซแน่ๆ แล้วก็จะเริ่มแก่  :30: :30: :30:


ป.ล. เพลงแจ๊สเหมาะกับการกินเหล้ามาก อ้อ ตอนจู๋จี๋โจ๊ะพรึมๆ กันอีกอย่าง  :12:
ป.อ. เพลงบอสซ่านี่ต้องเบียร์ยามบ่ายริมทะเล  :54:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 16:10 น.
เอาให้ฟ้าเลยพี่ ตัวดีเลยชอบฟังแจ็ซกะบอสซ่า :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 16:27 น.
ผมฟังแจ๊ซอยู่บ้าง แต่ฟังรุ่นๆจอห์น โคลเทรน, ไมลส์ เดวิส
หรือแนท คิง โคล อะไรพวกนั้น
อัลบั้ม เลิฟ สุพรีม ของโคลเทรน
ผมว่าเป็นอัลบั้มเพลงที่มหัศจรรย์ที่สุดอัลบั้มนึงของโลกเลย
รู้สึกเหมือนทุกเสียงที่เราฟัง มันมีชีวิตของมันเอง
เป็นอิสระแก่กัน ฟังแล้วรู้สึกตัวเองกำลังลอย กำลังหยั่งเท้าอยู่ในความว่างเปล่า

แล้วที่สำคัญเพลงมันทำกันตั้งแต่ 40-60 ปีมาแล้ว
ฟังที่เสียงอัดมันเก่าๆ ไมโครโฟนบางทีแตกๆ
มันก็จะอัดมาเท่าที่เทคโนโลยีตอนนั้นจะเอื้อ ฟังแล้วรู้สึกถึงวิญญาน
ของคนเป่า ของคนดีด ของคนตี ครบเลย เหมือนเขามานั่งเล่นให้ฟังต่อหน้า




ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 16:40 น.
อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร a.k.a. ลุงเป็ด เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 15:55 น.

ป.ล. เพลงแจ๊สเหมาะกับการกินเหล้ามาก อ้อ ตอนจู๋จี๋โจ๊ะพรึมๆ กันอีกอย่าง  :12:
ป.อ. เพลงบอสซ่านี่ต้องเบียร์ยามบ่ายริมทะเล  :54:


อ้างคำพูดจาก: อู๋กระจม เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 16:10 น.
เอาให้ฟ้าเลยพี่ ตัวดีเลยชอบฟังแจ็ซกะบอสซ่า :30:

ไม่แปลกใจเลย  :30:


แจ๊ซรุ่นคลาสสิคพี่ฟังลุงหลุยส์ อาร์มสตรอง (a.k.a. Mr.Jazz) เป็นขวัญใจ
คนห่าอะไรไม่รู้เสียงเหี้ยมากแต่ร้องเพลงเพราะชิบหาย
แต่โคลเทรน กับ เดวิส ก็ชอบนะ ไม่รู้ว่าโคตรพ่อโคตรแม่ไปทำอะไรให้คนพวกนี้เกิดมาเล่นดนตรี
(สำหรับชื่อที่พี่กล่าวมาพร้อมคำหยาบเหล่านี้ เรียกได้ว่าบรมครูแห่งวงการเลยนะ)

แล้วในขณะที่มาสเตอร์ของเก้อ ท่านใช้แซกโซโฟน ลุงหลุยแกใช้ทรัมเป็ต
ถ้าเก้อชอบความดิบอันหมายถึงความไม่ปรุงแต่งของอารมณ์ละก็
ลุงหลุยส์นี่เก้อน่าจะชอบเลยนะ เสียงแตกพร่า กับเครื่องดนตรีทะลึ่งบ้อง
เวลาเหงา เหงาจับใจ เวลาสนุกนี่เข้าขั้นห่ามเลยนะ

อาจเป็นเพราะแจ๊สมีความดิบทางอารมณ์อยู่สูง จังหวะที่ลื่นไหลได้มากกว่า
แล้วยิ่งบางคนที่ผสมผสานเครื่องเป่า ที่กำหนดด้วย"ลมหายใจ"
ทำให้เพลงแจ๊สมันฟังดูจริงใจ และ เข้าถึงอารมณ์ได้ดี
เหมาะกับบรรยากาศที่เปิดใจ
ถึงได้บอกว่ามันเหมาะกับการกินเหล้า และ โจ๊ะพรึมๆ (แต่อย่างหลังอย่าทะลึ่งเปิดแจ๊สเร็วๆ นะ)
(นี่วิจารณญาณส่วนบุคคลนะจ๊ะ กรุณาแนะนำบุตรหลานก่อน)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 16:51 น.
อ้างคำพูดจาก: เอา เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 13:22 น.
http://video.google.com/videoplay?docid=1414747251708876747&ei=OjKJSbC5EpOIwgP28dCIAw&q=fort+minor&hl=th (http://video.google.com/videoplay?docid=1414747251708876747&ei=OjKJSbC5EpOIwgP28dCIAw&q=fort+minor&hl=th)

Where'd you go?
I miss you so,
Seems like it's been forever,
That you've been gone.

เธอไปอยู่ที่ไหนกันนะ
ฉันคิดถึงเธอเหลือเกิน
เหมือนนานแสนนาน
ตั้งแต่ที่วันเธอเดินจากไป

She said "Some days I feel like shit,
Some days I wanna quit, and just be normal for a bit,"
I don't understand why you have to always be gone,
I get along but the trips always feel so long,
And, I find myself tryna stay by the phone,
'Cause your voice always helps me when I feel so alone,
But I feel like an idiot, workin' my day around the call,
But when I pick up I don't have much to say,
So, I want you to know it's a little fucked up,
That I'm stuck here waitin', at times debatin',
Tellin' you that I've had it with you and your career,
Me and the rest of the family here singing "Where'd you go?"

เธอบอกว่า
" วันหนึ่งเธอจะรู้สึกแย่, วันหนึ่งเธอจะทนไม่ได้ และอยากมาเป็นมนุษย์ปกติกับเขาซักที "
ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเราจะต้องห่างไกลกันบ่อยๆ
ฉันอยากเดินไปพร้อมกับเธอ แต่ทำไมเส้นทางมันช่างแสนไกลอย่างนี้
และ ฉันก็รู้สึกตัวว่าพยายามอยู่ใกล้ๆ โทรศัพท์อยู่เสมอ
เพราะเสียงของเธอนั่นแหละที่ทำให้ฉันอบอุ่นเมื่อต้องอยู่คนเดียว
แต่ฉันก็รู้สึกงี่เง่าเหลือเกินที่ต้องรอโทรศัพท์เธอตลอดเวลา
แล้วพอเธอโทรมาฉนก็ดันไม่มีเรื่องจะพูดจะคุยกับเธอซะอีก
จริงๆ แล้วฉันอากให้เธอรู้ว่ามันเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดไม่น้อย
ที่ฉันคนนี้เฝ้ารอเธอโทรมาเพียงเพื่อจะได้มาโต้เถียงกัน
พุดคุยเรื่องราวของฉันและเธอ
ฉันและครอบครัวต่างร้องเพลงรอเธอ

I miss you so,
Seems like it's been forever,
That you've been gone.
Where'd you go?
I miss you so,
Seems like it's been forever,
That you've been gone,
Please come back home...

เธอไปอยู่ที่ไหนกันนะ
ฉันคิดถึงเธอเหลือเกิน
เหมือนนานแสนนาน
ตั้งแต่ที่วันเธอเดินจากไป
เธอไปอยู่ที่ไหนกันนะ
ฉันคิดถึงเธอเหลือเกิน
เหมือนนานแสนนาน
ตั้งแต่ที่วันเธอเดินจากไป
กลับมาที่บ้านเราเถอะ...

You know the place where you used to live,
Used to barbeque up burgers and ribs,
Used to have a little party every Hallowe'en with candy by the pile,
But now, you only stop by every once in a while,
Shit, I find myself just fillin' my time,
Anything to keep the thought of you from my mind,
I'm doin' fine, I plan to keep it that way,
You can call me if you find you have somethin' to say,
And I'll tell you, I want you to know it's a little fucked up,
That I'm stuck here waitin', at times debatin',
Tellin' you that I've had it with you and your career,
Me and the rest of the family here singing "Where'd you go?"

เธอรู้จักที่ๆ เธอเคยพักอยู่แห่งนี้
เคยย่างแฮมเบอร์เกอร์และซี่โครงกินกัน
เคยสนุกสนานร่วมกันที่วันฮาโลวีนทุกๆ ปีกับกองลูกกวาด
แต่ตอนนี้ เธอกลับหายไปในทุๆ ช่วงเวลา
ให้ตายซิ! ฉันกำลังพยายามเติมเวลาที่ขาดหายไป
ทำทุกๆ สิ่งเพียงเพื่อเก็บเธอไว้ในหัวใจ
ฉันสบายดี และจะเก็บมันไว้อย่างนี้แหละ
โทรหาฉันได้นะ ถ้าอยากพุดคุยอะไรกับฉัน
และฉันจะบอกเธอว่า มันเป็นอะไรที่น่าหงุดหงิดไม่น้อย
ที่ฉันรอคอยเธอมาตลอด เพียงเพื่อจะได้ถกเถียงพูดคุยกัน
บอกเล่าทุกๆ สิ่ง ทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นกับฉันและเธอ
ฉันและครอบครัวยังรอเธออยู่นะ

I miss you so,
Seems like it's been forever,
That you've been gone.
Where'd you go?
I miss you so,
Seems like it's been forever,
That you've been gone,
Please come back home...

เธอไปอยู่ที่ไหนกันนะ
ฉันคิดถึงเธอเหลือเกิน
เหมือนนานแสนนาน
ตั้งแต่ที่วันเธอเดินจากไป
เธอไปอยู่ที่ไหนกันนะ
ฉันคิดถึงเธอเหลือเกิน
เหมือนนานแสนนาน
ตั้งแต่ที่วันเธอเดินจากไป
กลับมาที่บ้านเราเถอะ...

I want you to know it's a little fucked up,
That I'm stuck here waitin', no longer debatin',
Tired of sittin' and hatin' and makin' these excuses,
For while you're not around, and feeling so useless,
It seems one thing has been true all along,
You don't really know what you got 'til it's gone,
I guess I've had it with you and your career,
When you come back I won't be here and you'll can sing it...

แค่เพียงอยากให้เธอรู้ว่ามันเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดไม่น้อย
ที่ฉันยังคงรอคอยเธออยู่ตรงนี้ ไม่มีการพูดคุยกันอีกต่อไป
เหนื่อยล้ากับการเฝ้ารอ, โทษตัวเอง และสำนึกผิดอย่างนี้
ตั้งแต่ไม่มีเธอเคียงใกล้ ฉันก็ไม่รู้จะอยุ่ไปทำไม
อย่างที่คนบางคนเคยบอกเอาไว้
เราจะเห็นค่าอะไรบางอย่างก็ต่อเมื่อเราไม่มีสิ่งนั้นอีกต่อไป
ฉันคิดว่าฉันได้พบมันแล้วและสิ่งนั้นคือเธอ
ถ้าเธอกลับมาแล้วไม่เจอฉัน หวังว่าเธอคงจะร้องเพลงนี้

Where'd you go?
I miss you so,
Seems like it's been forever,
That you've been gone.
Where'd you go?
I miss you so,
Seems like it's been forever,
That you've been gone,
Please come back home...
Please come back home...
Please come back home...
Please come back home...
Please come back home...

เธอไปอยู่ที่ไหนกันนะ
ฉันคิดถึงเธอเหลือเกิน
เหมือนนานแสนนาน
ตั้งแต่ที่วันเธอเดินจากไป
เธอไปอยู่ที่ไหนกันนะ
ฉันคิดถึงเธอเหลือเกิน
เหมือนนานแสนนาน
ตั้งแต่ที่วันเธอเดินจากไป
กลับมาที่บ้านเราเถอะ...
...
...
กลับมาหาฉันเถอะ...


----------------------------------------------------

เพลงนี้มีจุดขายอยู่ที่เอาเสียงใสกิ๊งมาร่วมกับแร็บได้อย่างกลมกลืน
ฟังแล้วสบายหู และท่อนฮุคที่ติดปาก
เนื้อเพลงเหมือนการรำพึงรำพันขยายท่อนฮุคสุดฮิตอีกที
แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับเพลงฟังสบายๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 17:08 น.
+ เอ

จะหาเพลงนี้มาฟัง หาไม่เจอแล้ว สงสัยอยู่ในคอมพ์ที่เสียแน่เลย..  :50:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 21:15 น.
อ้างคำพูดจาก: กันย์ เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 09:36 น.
แปลไม่ค่อยเก่งอ่ะครับ :05:

แบบว่าเป็นคนฟังเพลงที่ดนตรีง่ะ :16:

มันก็มาพร้อมกันนะครับ มันร้องมา
เราจะไม่ฟังได้ไง ก็ต้องฟังๆไปพร้อมๆกัน ดนตรี ร้อง

จริงๆก็ไม่เคยคิดน่ะนะ ว่าเราฟังเพลงด้วยความรู้สึก
หรือวิธีการแบบไหน ก็ได้แต่ฟังๆไป แต่ถ้าจะลองหาคำอธิบาย
เหมือนที่กันย์อธิบายว่าเป็นคนฟังเพลงที่ดนตรี ก็คิดว่าเราคงฟังเพลง
เหมือนกะว่า มันคือการสื่อสารของศิลปิน ศิลปินบางคน
สื่อสารออกมาทางภาพเขียน บางคนก็วรรณกรรม
นักดนตรี ก็สื่อออกมาทางเพลง โลกของเขา มุมมองของพวกเขา
เรื่องราว ความเจ็บปวด ทุกข์สุข ของพวกเขา พวกเขาส่งผ่านมาทาง
เสียงกีตาร์ กลอง เสียงอื้ออึงเครื่องทดลองทั้งหลาย รวมไปถึงเสียงร้อง
และสิ่งที่พวกเขาร้องออกมา จะว่าไปยังไม่หมด มันรวมไปถึง
การแต่งตัว การแสดงสด สิ่งที่พวกเขาทำบนเวที หน้าปก
กราฟิก เออ ประวัติชีวีตของพวกเขา ก็ทุกอย่างนั่นแหละ
ผมต้องการจะ"เข้าใจ"สิ่งที่พวกเขาสื่อสารออกมา เพราะสิ่งนี้มันแสดงว่า
สิ่งที่พวกเขาทำ มันไม่ใช่แค่มาทำเพลงแล้วก็กลับบ้านนอน
ถ้าหากดนตรีของพวกเขามีอะไรซ่อนอยู่ ก็แสดงว่าในชีวิตของเขา
ก็ต้องมีอะไรน่าสนใจ หรือในความคิดของเขา ก็ต้องมีอะไรอยู่

นักดนตรีคือคนที่เล่นดนตรี ศิลปิน คือ คนที่สร้างงานศิลปะ
ศิลปินด้านดนตรี คือคนที่ถ่ายทอดศิลปะผ่านดนตรี

เท่าที่สังเกตตัวเอง บางเพลงที่ผมฟังว่าเพราะ
แต่ถ้าหากมันไม่มีอะไรอยู่ข้างหลัง ไม่มีเรื่องเล่า ที่มาที่ไป
หรือแรงบันดาลใจอะไรที่แฝงอยู่ ผมก็มักจะหลงลืมมันไป
ก็อย่างว่า ในปริมาณเพลงที่ฟังมากเข้า มันก็ต้องลืมกันบ้าง
ที่เราเลือกจะจำ ก็ต้องมีอะไรมากกว่าความเพราะนั่นแหละ
มันต้องมีเรื่องสักอย่างให้จำด้วย

บางเพลง ถึงจะไม่มีอะไรแบบนั้น
แต่เรื่องเล่าอันมีมิติและกระทบความรู้สึก
มันก็บรรจุอยู่ในเพลงเรียบร้อย ก็นับเข้าข่ายพวกนี้เช่นกัน
จริงๆถือเป็นส่วนมากเลยดีกว่า

เลยคิดเอาเองว่า เพลงที่เพราะมันมี 2 ขั้น
คือเพลงที่เพราะ กับเพลงที่มีความหมาย
และโลกก็พิสูจน์แล้วว่า อย่างหลังจะคงอยู่ยาวนานมากว่า

แล้วเรื่องผลประโยชน์ที่ได้นี่ สำหรับวิชาภาษาอังกฤษ
คิดว่าได้จากการฟังเพลงแทบจะ 100 เปอร์เซ็นต์เลยน่ะครับ
เนื่องจากไม่เคยเรียนพิเศษ ไม่ใช่คนตั้งใจเรียน(หมายถึงก็ตั้งใจฟัง
แต่ส่งงานบ้าง ไม่ส่งบ้าง) ไม่มีภาพลักษณ์ของคนตั้งใจเรียน
ในสายตาครูภาษาอังกฤษหรือครูคนไหนเลย แต่ก็ได้เกรดดีมาตลอด

ที่ปัญญาอ่อนกว่านั้นคือ บรรดาหลักการปรัชญาตะบักตะบวยในหัวผม
ตลอด 19 ปีที่ผ่านมา ก็มาจากเพลงพวกนี้เป็นส่วนใหญ่นี่ล่ะ :30:





ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 21:57 น.
ตอบกันย์แล้ว
เบิ้ลตอบลุงร่ม

อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร a.k.a. ลุงเป็ด เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 16:40 น.
ไม่แปลกใจเลย  :30:


แจ๊ซรุ่นคลาสสิคพี่ฟังลุงหลุยส์ อาร์มสตรอง (a.k.a. Mr.Jazz) เป็นขวัญใจ
คนห่าอะไรไม่รู้เสียงเหี้ยมากแต่ร้องเพลงเพราะชิบหาย
แต่โคลเทรน กับ เดวิส ก็ชอบนะ ไม่รู้ว่าโคตรพ่อโคตรแม่ไปทำอะไรให้คนพวกนี้เกิดมาเล่นดนตรี
(สำหรับชื่อที่พี่กล่าวมาพร้อมคำหยาบเหล่านี้ เรียกได้ว่าบรมครูแห่งวงการเลยนะ)

แล้วในขณะที่มาสเตอร์ของเก้อ ท่านใช้แซกโซโฟน ลุงหลุยแกใช้ทรัมเป็ต
ถ้าเก้อชอบความดิบอันหมายถึงความไม่ปรุงแต่งของอารมณ์ละก็
ลุงหลุยส์นี่เก้อน่าจะชอบเลยนะ เสียงแตกพร่า กับเครื่องดนตรีทะลึ่งบ้อง
เวลาเหงา เหงาจับใจ เวลาสนุกนี่เข้าขั้นห่ามเลยนะ


อ๋อ ที่มาสเตอร์ของพี่ร่ม ไม่ติดในลิสต์ผม
เหตุผลง่ายๆเลยครับ ผมไม่ค่อยถูกกับเสียงเป่าทำเป็ด
ทีแรกกะจะตอบกวนว่า เพราะแกดังเกิน หมั่นไส้
ก็คิดได้ว่าแนท คิง โคล ก็ดังไม่น้อยหน้ากันนี่นา :30:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: eThics เมื่อ 04 ก.พ. 2009, 23:15 น.
พี่อาจจะแนวเดียวกับกันย์
แต่ไม่แน่ใจว่าเหมือนกันรึเปล่านะ
เมื่อก่อนฟังแบบเอาความอย่างที่เก้ออธิบายความมา

แต่เดี๋ยวนี้พี่ไม่สนใจคำร้อง
ไม่สนใจความหมาย ไม่สนใจชีวิตของศิลปิน
สำหรับพี่ หลายเพลงติดตรึงใจได้
โดยไม่ต้องมีถ้อยคำสื่อความหมายใด ๆ
ชอบปล่อยให้ดนตรี และท่วงทำนอง
ทำหน้าที่เล่นกับความรู้สึกของตัวเอง
หลายเพลงพอไม่มีเนื้อร้องแล้ว
มันกลั่นความรู้สึกออกมาได้สุด..สำหรับพี่นะ

กรณีของพี่ ส่วนมากเป็นเพลงสากล
พี่ฟังไม่รู้เรื่องหมดทั้งเพลงหรอกว่าเค้าร้องว่าอะไร
คำร้องกับดนตรี มันจึงแยกชั้นกัน
ยิ่งถ้าไม่ได้ใส่ใจในสิ่งที่เค้าร้อง
ก็ไม่รู้เลยว่าเค้าร้องอะไรออกมาบ้าง
เข้าหูซ้าย ทะลุหูขวา จริงๆ

เพลงที่พี่รู้คำร้อง รู้ความหมาย เห็นความลึกซึ้ง
ก็กระทบความรู้สึกค่ะ แต่ยังไม่ใช่เพลงที่พี่จะจดจำได้ดี
เท่ากับเพลงที่มีดนตรี หรือท่วงทำนอง
ที่ให้ความรู้สึกบางอย่างที่กรีดลึกในใจพี่
ซึ่งบางเพลงไม่ได้สวยงาม เลิศเลอ สำหรับคนเสพงานศิลป์

พี่อาจเป็นคนไม่มีสุนทรียภาพ
หรืออาจจะหยาบกระด้าง ผิวเผินเอามากๆ
ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองเข้าข่ายไหน


//เรื่องการฟังเพลง หาเนื้อร้อง พยายามแปล
ทำให้พัฒนาการทางภาษาดีขึ้นจริงค่ะ
แล้วพอเลิกสนใจ มันก็แย่ลง ไม่ลื่นเหมือนเดิมค่ะ
เรื่องจริง ประสบการณ์ตรง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 05 ก.พ. 2009, 01:52 น.
บางครั้งเพลงน้ำเน่าที่เราไม่เคยนึกชอบกลับเพราะขึ้นมาในบางอารมณ์
เพลงที่เราเคยฟังเพราะเมื่อครั้งหนึ่ง แล้วตามหามันมาตลอดชีวิต เมื่อเจอมันกลับไม่เพราะเสียแล้ว

เดธ เมธัลที่เคยฟังในเฮดโฟนดังจนแม่รำคาญ มาตอนนี้อย่าเปิดให้ฟังดีกว่า
โอเปร่าที่ตอนเด็กๆ รำคาญพ่อเปิด ตอนนี้เริ่มฟังมันบ้างแล้ว

บางครั้งเราฟังเพลงโดยไม่เคยสนใจว่ามันร้องว่าอะไร หรือจำมันแค่บางท่อน บางคำ
พอวันนึงเรามาตั้งใจแปลเนี้อเรารักมันมากขึ้น
เมื่อเราได้รู้ที่มาของมันเราร้องไห้
แต่บางครั้งเพลงที่เรารัก ก็เปลี่ยนไป เมื่อรู้เนื้อเพลงของมันจริงๆ หรือที่มาของมัน

เชื่อว่าการฟังเพลงก็มีจังหวะเหมือนกับเพลง ชีวิตของคนฟังก็เช่นเดียวกัน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 05 ก.พ. 2009, 01:57 น.
อ่านแล้วซี้ด ใช่เลยครับ
ดนตรีนั้นคือชีวิต จังหวะคอยลิขิตให้ชีวิตเราก้าวไปจริงๆ


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: eThics เมื่อ 05 ก.พ. 2009, 09:00 น.
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 05 ก.พ. 2009, 01:57 น.
อ่านแล้วซี้ด ใช่เลยครับ
ดนตรีนั้นคือชีวิต จังหวะคอยลิขิตให้ชีวิตเราก้าวไปจริงๆ


อ่านตรงนี้แล้ว
เห็นภาพเก้อเท่ๆ ยืนเต้นแต๋วแตกอย่างได้อารมณ์ :55: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 05 ก.พ. 2009, 09:31 น.
งานเข้าไปวันนึง ประเด็นแตกเยอะมาก  :30:

เรื่องฟังเพลงผมคล้ายพี่ติ๊กนะ ว่าผมก็ฟังไปเรื่อยๆ
ยกเว้นแค่ว่า เพลงไหนผมเหมือนจะรู้สึกสนใจ ก็จะเริ่มขุดลงไปตามเพลงนั้นๆ
บางที รากมันยาวจนเราสาวไปได้เรื่อยๆ จนเจอบางสิ่งบางอย่างที่เราไม่ได้ตั้งใจจะเจอ
ผมไม่แปลเพลงทั้งหมด ผมไม่รู้ความหมายเพลงทั้งหมด และผมไม่ฟังเนื้อทั้งหมด
ยกเว้นเพลงที่ผมจะสนใจเป็นพิเศษจริงๆ

บางทีเนื้อเพลงก็สื่อถึงข้อคิดอะไรบางอย่าง ผ่านมุมมองของคนร้อง
ซึ่งมันก็เอามาปรับใช้กับเรื่องบางอย่างได้เยอะเหมือนกันครับ
และหลายครั้ง มันก็กล่อมให้ผมสงบลงกับเรื่องบางเรื่องได้อย่างประหลาดเหมือนกัน
เนื้อหาเหมือนกัน แต่ผ่านบทเพลงที่ซึบเข้าจิตใต้สำนึกง่ายกว่า ทำให้ผมเข้าใจกับมันมากกว่า

แต่ก็อย่างว่า ฟังเพลงเอามัน เอาจังหวะ เอาอารมณ์มันก็สนุกในแง่ของมันเหมือนกันนะ  :30:
เพลงคือแนวทางการสื่อสารของคนทำเพลง เราชอบเราได้อะไรจากเพลงไม่ว่าจะแง่ไหนก็ตาม
ผมว่ามันก็จบแล้ว กับการสื่อสารอันนี้นะครับ  :12:

ตอนนี้ผมก็ติดแจ๊ส ติดบอสซา ตามอายุเหมือนลุงๆแถวนี้นั่นแหละ
แต่ว่า แนวทางการฟังเพลงผมก็ยังแตกออกเหมือนเดิม เหมือนสมัยเริ่มฟังเพลงใหม่ๆตอน ม.3
แต่จะเป็นการเริ่มลงทางลึกในสายต่างๆมากขึ้น มากกว่าการสะสมยอดแบบสมัยเมื่อก่อน
เมื่อก่อนผมฟังเพื่อให้รู้ว่าอะไรคืออะไร จะได้ไปคุยต่อยอดกันได้ แต่ก็รู้ผิวๆ
ปัจจุบันพยายามขุดลงให้มากขึ้น ในแต่ละวงแต่ละแนวที่คิดว่าน่าจะไปกันได้
ซึ่งก็เหมือนที่ลุงว่า เพลงมีจังหวะของมัน เหมือนกับ จังหวะชีวิตของคนเราจริงๆ
ในเพลย์ลิสท์ทุกวันของผม จึงมีตั้งแต่ ลุงหลุย อาร์มสตรอง ยัน พอล แวนไดค์ // แกรี่มัวร์ ยัน ออบิทูอารี่
เพลงบางเพลง ตอบโจทย์บางวันได้ลงตัวชนิดที่ฟังเพลงเดียวทั้งวันยังได้
เป็นเพลงที่ปลอบประโลมอารมณ์ได้จริงๆนะครับ

เรื่องของ Nu metal ผมเริ่มลุยกับ Hardcore มาในยุคของ Rage Against The Machine
และต่อด้วย KORN ซึ่ง Life is Peachy นี่สุดยิดมากๆในสมัยนั้น เรียกได้ว่าตามทุกชุด
Limp Biskit ดังกับ Nookie Paparoach และวงอื่นๆก็เิริ่มดังตาม
Family Value ผมก็มีเหมือนเก้อ วีดีโอคอนเสริ์ทก็ดูอยู่หลายปีเหมือนกัน
แต่ก็นั่นแหละ มันผ่านยุคไปแล้ว ซึ่งกินเวลาไม่นานผมว่าก็เป็นเพราะความโตของอินเตอร์เน็ทด้วยที่ทำให้
วงการเพลงมันวิวัฒนาการและข้ามสายพันธุ์กันได้เร็วมาก มากจนมันผ่านยุคแต่ละยุคไปอย่างรวดเร็ว
KORN ปัจจุบันก็ยังตามอยู่ ยังศรัทธาในตัววงอยู่แต่ก็กระแทกใจได้ไม่เหมือนก่อนแล้ว
Limp Biskit อย่าไปรอเลยครับ วงมันตายไปแล้่วจริงๆ  Fred คงแสดงพลังแบบเมื่อก่อนไม่ได้อีกแล้ว

+ เอ ครับสำหรับลิงกินผัก
ผมเคยอคติกับวงนี้นะตอนออกมาครั้งแรก ในยุคที่วงแนวนี้ออกมากันเกล่อมากถึงมากที่สุด
เคยเรียกว่า เป็น Boyband ของวงการร๊อคด้้วย เพราะไม่รู้มันจะทำหล่อไปถึงไหน
แต่เค้าก็พิสูจน์ตัวเองแล้วครับ ว่าเค้าก็เป้นของจริงเช่นกัน  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 05 ก.พ. 2009, 09:39 น.


อย่าว่าแต่เรื่องแกะเนื้อเพลงเลยครับ แค่ฟังก็ผิดแล้ว   :30:

เพลง faint ของลิงกินผัก ช่วงท่อนฮุคที่ร้อง

I can't feel the way I did before
Don't turn your back on me
I won't be ignored
Time won't heal this damage anymore
Don't turn your back on me I won't be ignored

ฟังเป็น high Voltage ตั้งนาน  :30: :30: :30: :30:
พึ่งมารู้นะเนี้ย


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 05 ก.พ. 2009, 09:49 น.
อย่าว่าเลย ฝรั่งบางคนมันยังเรียกเพลงนี้ว่า high Voltage เลย :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 05 ก.พ. 2009, 12:52 น.
ในเมื่อ เอ เอา ลิงกินผักมาแล้ว

วันนี้ขอเสนอ ลิมป์ บิสกิต ที่เคยครองใจเด็ก ฮิบ ฮอบ ไทย
มานักต่อนักแล้ว ในกาลครั้งหนึ่ง

ในขณะที่ nu metal กำลังมากับ KORN
Limp Bizkit ก็มีกลุ่มสาวกของตัวเองเงียบๆ กับ อัลบัม Three Dollar Bill
อัลบัมต่อมา ส่ง Single เพลง Nookie มาโหมโรงก่อน ซึ่งกระแสตอบรับค่อนข้างดี
และผมก็เริ่มตั้งใจฟังมันตอนนี้แหละ

จนมาถึงชุด Chocolate Starfish ฯ ก็ดังเป็นพลุแตก ด้วยความที่กระแส Hiphop ผนวกดนตรีที่มีการใช้ DJ-Scratch ผสมกำลังมา
อีกทั้งตัว Fred นักร้องนำ และ มือกีต้าร์หน้าลิง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว + ความเจ๋งเวลาเล่นสด 
ทำให้วัยรุ่นไทยและทั่วโลก คลั่งไคล้ วงสุดโต่งวงนี้
และโด่งดังยิ่งขึ้น เมื่อ FRED เป็นแฟน BRITNEY SPEAR ซึ่งกำลังดังเช่นกัน
ในช่วงนั้น LIMP BIZKIT มาแรงแซงโค้ง KORN ไปเรียบร้อยแล้วในแง่ของยอดขาย และความดัง

แต่ก็นั่นแหละ มีขึ้นก็ต้องมีลง ...

FRED นักร้องดังเริ่มขาดวินัยในตัวเอง อหังการ์ หลงตัวเอง งานเพลงไม่พัฒนา
ทำให้งานของ Limp ก็ออกมาอีกชุดเดียว คือ Result may vary  และผลตอบรับคือ เงียบฉี่...
จนตอนนี้ทางวงก็ต้องยุบตัวไป ทุกคนกระจัดกระจาย
ก็ต้องลุ้นกันต่อไปว่า FRED จะสามารถกลับมาทวงบัลลังค์คืนได้อีกมั๊ย ...

ในการ์ตูน Beck ก็มีเขียนล้อเลียน Fred ไว้ รู้มั๊ยจ๊ะ ว่าคนไหน  :27:

วันนี้ขอเสนอ เพลงในชุดสุดโด่งดัง Chocolate Starfish and a Hotdog Flavour water (ยาวอิ๊บอ๋าย :41:)

" LIMP BIZKIT - MY WAY "

Special
You think you're special
You do
I can see it in your eyes
I can see it when you laugh at me
Look down on me
You walk around on me
Just one more fight
About your leadership
And I will straight up
Leave your shit
Cause I've had enough of this
And now I'm pissed

เจ๋งเหรอ...
มึงคิดว่าตัวเองมันเจ๋งนักเหรอ
ใช่สิ มึงคงคิดงั้น
กุเห็นได้ จากสายตามึง
กุเห็นได้ ตอนมึงยิ้มเยาะกุ
ตอนมึงดูถูกกุ
ตอนมึงเดินเข้ามาหากุ

กุจะเถียงกับมึงอีกแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
กับท่าทีผู้นำของมึง
แล้วกุก็จะไม่ทนอีกแล้ว
พอกันที
กุมันสุดจะทนแล้ว
และตอนนี้ กุก็ปรี๊ดดแตกแล้ว..

Yeah
This time I'm 'a let it all come out
This time I'm 'a stand up and shout
I'm 'a do things my way
It's my way
My way, or the highway

ถึงเวลาที่กุจะระเบิดมันออกมาแล้ว
ถึงเวลาที่กุจะยืนกรานออกมาแล้ว
กุจะเดินตามทางของกุ
นี่แหละทางของกุ  เส้นทางของกุ

Just one more fight
About a lot of things
And I will give up everything
To be on my own again
Free again

ขออีกครั้งเดียวเท่านั้น
ในเรื่องอะไรก็ตาม
แล้วกุก็จะพอกับทุกๆสิ่ง
กุจะกลับเป็นตัวเองอีกครั้ง
กุจะเป็นอิสระอีกครั้ง

Yeah
This time I'm 'a let it all come out
This time I'm 'a stand up and shout
I'm 'a do things my way
It's my way
My way, or the highway

ถึงเวลาที่กุจะระเบิดมันออกมาแล้ว
ถึงเวลาที่กุจะยืนกรานออกมาแล้ว
กุจะเดินตามทางของกุ
นี่แหละทางของกุ เส้นทางของกุ

Some day you'll see things my way
Cause you never know
Where, you never know
Where you're gonna go

สักวันนึงมึงก็คงจะเห็นเหมือนที่กุเห็น
เพราะมึงไม่มีวันรู้หรอก
ว่าต่อไป มึงต้องไปอยู่ที่ตรงไหน

Just one more fight
And I'll be history
Yes I will straight up
Leave your shit
And you'll be the one who's left
Missing me

ขออีกครั้งเดียวเท่านั้น
แล้วกุก็จะกลายเป็นอดีตไป
ใช่ กุจะไม่ทนแล้ว
ช่างแม่มมึง
แล้วมึงก็จะต้องมานั่ง
คิดถึงกุทีหลัง

Yeah
This time I'm 'a let it all come out
This time I'm 'a stand up and shout
I'm 'a do things my way
It's my way
My way, or the highway

ถึงเวลาที่กุจะระเบิดมันออกมาแล้ว
ถึงเวลาที่กุจะยืนกรานออกมาแล้ว
กุจะเดินตามทางของกุ
นี่แหละทางของกุ เส้นทางของกุ

Some day you'll see things my way
Cause you never know
Where, you never know
Where you're gonna go

สักวันนึงมึงก็คงจะเห็นเหมือนที่กุเห็น
เพราะมึงไม่มีวันรู้หรอก
ว่าต่อไป มึงต้องอยู่ที่ตรงไหน

----------------------------------------
ชอบฟังเวลาทำงาน แล้วมีปัญหากับ ออฟฟิศหรือกับลูกค้า
กุจะ My way or a highway สักทีคอยดูเถอะ  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 05 ก.พ. 2009, 13:31 น.
 :30: เนื้อเพลงนี้วนจนหลอนเลยครับ ส่วนตัวชอบภาคดนตรีครับ เจ๋งมากๆ :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 05 ก.พ. 2009, 14:04 น.
แปลได้มันมากเลยค่ะ  :53:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 06 ก.พ. 2009, 21:17 น.
ตามที่ได้ตั้งใจไว้ กับอีกเพลงของคุณป้าเฟรด
อีกเพลงที่สะท้อนชีวิตของคุณป้า มาคราวนี้ไม่ซับซ้อนมาก
ใครดูเรื่องมูแลงรูจ น่าจะจำเพลงนี้ได้
ตอนที่คณะละครถึงจุดเลวร้ายที่สุดแล้ว ว่าจะเอาไงต่อ เล่นหรือไม่เล่น
แน่นอนว่าต้องเป็นเพลงนี้   

The Show Must Go On การแสดงยังต้องดำเนินต่อไป


Empty spaces - what are we living for?
Abandoned places - I guess we know the score.
On and on! Does anybody know what we are looking for?

มองไปมีแต่ความว่างเปล่า แล้วเราจะอยู่ไปเพื่ออะไร
มันแค่สถานที่ที่ถูกทอดทิ้ง ฉันว่าเรารู้ผลแล้วล่ะว่ามันจะจบยังไง
มันจะต้องเป็นอย่างนี้ต่อไป มีใครรู้บ้างว่าเราต้องการอะไรกัน

Another hero - another mindless crime.
Behind the curtain, in the pantomime.
Hold the line! Does anybody want to take it anymore?

เรื่องราวของวีรบุรุษ เรื่องราวของอาชญากรรมไร้จิตใจ
ข้างหลังม่านนั่น ในความเคลื่อนไหวของนักละครใบ้
มันยังคงต้องเป็นอย่างนี้ต่อไป ใครบ้างที่จะทนเรื่องแบบนี้ต่อไปได้อีก

The Show must go on!
The Show must go on!
Inside my heart is breaking,
My make-up may be flaking,
But my smile, still, stays on!

แต่การแสดงก็ยังต้องดำเนินต่อไป
มันยังต้องดำเนินต่อไป
แม้ภายในใจฉันจะแตกสลาย
เครื่องสำอางค์บนใบหน้าจะหลุดร่อน
แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของฉันก็ยังคงเฉิดฉาย

Whatever happens, I'll leave it all to chance.
Another heartache - another failed romance.
On and on! Does anybody know what we are living for?

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันต้องปล่อยให้เป็นเรื่องชะตา
ไม่ว่าจะเจอความปวดใจ หรือ ฝันที่วาดไว้จะพังทลาย
ก็มันเป็นอย่างนี้เสมอมา มีใครรู้บ้างว่าเราอยู่ไปเพื่ออะไร

I guess i'm learning
I must be warmer now..
I'll soon be turning round the corner now.
Outside the dawn is breaking,
But inside is the dark I'm aching to be free!

ฉันว่าฉันกำลังเรียนรู้
อากาศข้างนอกคงเริ่มคลายหนาว
ฉันจะต้องเปลี่ยนแปลงในอีกไม่นานนี้
แม้ภายนอกแสงแรกของวันกำลังจะโผล่พ้นขอบฟ้า
แต่ภายในนี้ยังคงมืดมน ฉันอยากจะเป็นอิสระจนแทบคลั่ง

The Show must go on!
The Show must go on! Yeah!
Ooh! Inside my heart is breaking!
My make-up may be flaking!
But my smile, still, stays on!
Yeah! oh oh oh

การแสดงต้องดำเนินต่อไป
มันต้องดำเนินต่อไปสิ ใช่สิ
แม้ภายในใจฉันจะแตกสลาย
เครื่องสำอางค์บนใบหน้าจะหลุดร่อน
แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของฉันก็ยังคงเฉิดฉาย
ใช่สินะ โอ....

My soul is painted like the wings of butterflies,
Fairy tales of yesterday, will grow but never die,
I can fly, my friends!

ภายในจิตวิญญาณของฉันถูกวาดไว้ด้วยลวดลายบนปีกผีเสื้อ
อย่างในเทพนิยายจากวันวานที่มีแต่งอกงาม ไม่มีวันตาย
ฉันบินได้เพื่อนเอย

The Show must go on! Yeah!
The Show must go on!
I'll face it with a grin!
I'm never giving in!
On with the show!

การแสดงต้องดำเนินต่อไป ใช่
มันยังต้องดำเนินต่อไป
ฉันจะเผชิญหน้ากับมันด้วยรอยยิ้มกว้าง
ฉันไม่มีทางยอมพ่ายแพ้
ไปต่อกับการแสดงของฉัน

I'll top the bill!
I'll overkill!
I have to find the will to carry on!
On with the,
On with the show!

ฉันจะตอบแทนให้หมดสิ้นสงสัย
เอาให้มันกระจายไปเลย
จะได้มีแรงอยู่สู้มันต่อไป
ไปต่อไปกับ..
กับการแสดงนี่ไงล่ะ

The Show must go on.

การแสดงมันยังต้องดำเนินต่อไป



แน่นอนว่ายังแปลแบบตีความตามใจตัวเองอยู่ บางคำไม่เข้าใจสำนวนเต็มร้อย ต้องรออาจารย์เก้อ

เพลงนี้ป้าเฟรดแต่งตอนช่วงค่อนมาท้ายๆ ของควีนแล้ว
เป็นช่วงที่นักข่าวพากันสงสัยแล้วว่าป้าเป็นเอดส์
ประเด็นสื่อตามราวีป้ามาก จนป้าเครียด แต่ป้าก็ยังไม่ออกมาตอบโต้อะไร
ซึ่งกว่าป้าจะมาแถลงข่าวยอมรับว่าเป็น ก็ตอนจะตายแล้วนั่นแหละ
คือ เออกูเป็น มึงอยากรู้กันนักใช่มั้ย กูเป็นเกย์ แล้วกูเป็นเอดส์ด้วย เคลียร์นะ
พอใจแล้วก็เลิกมากวนกูซักที ขอกูตายสงบๆ หน่อยได้มั้ย

แล้วต้องยอมรับว่าป้าเป็นคนที่"Show"ได้สุดยอดมากคนหนึ่งของโลก
พลังของป้าตรึงคนดูไว้ไม่ใช่แค่วินาทีแรกจนวินาทีสุดท้ายของการแสดง
มันตั้งแต่ยังไม่ขึ้นเวที จน ลงไปจากเวทีแล้วคนก็ยังรับรู้พลังอันนั้นได้
ขนาดดูวีดิโอยังขนลุก คนห่าอะไรไม่รู้พลังเยอะมาก

เพลงนี้ก็คือความรู้สึกกดดันของป้าต่อชีวิตในช่วงนั้น
ดนตรีคือชีวิตของป้า เวทีคืออาณาจักรของป้า บนนั้นป้าคือราชินี
ป้าทำหน้าที่ได้ดีที่สุด ใครที่ได้ดูไลฟ์ของควีน นั่นคือคุณได้เสพย์สุดยอดแห่งความบันเทิงแขนงหนึ่งของโลกแล้ว
แต่เมื่อลงจากเวที มาเป็นคนคนหนึ่ง ป้าแกแปลกแยกกับทุกสิ่งในโลก ป้าแบกทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้เยอะมาก
และป้าแปลงความรู้สึกตรงนี้มาเป็นเพลงนี้ นี่คือศิลปินที่แท้จริง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 06 ก.พ. 2009, 22:01 น.
มากราบลุงร่มงามๆ  :46: ในฐานะที่แปลเพลง Bohemian Rhapsody
ได้โดนใจมากๆ เคยพยายามจะแปลอยู่
แต่ขาดความกล้ามากๆ เพราะคิดมากเกินไป
ในเรื่องของความหมายที่ซ่อนเร้นอยู่

ลุงร่มสุดยอดมากๆ ที่แปลออกมาได้อย่างดีไม่มีที่ติ  :12:

...................................

พักหลังผมเปิดแผ่นเสียง Love Supreme
ของจอห์น โคลเทรน ฟังอยู่บ่อยๆ
รวมถึง หลุยส์ อาร์มสตรองด้วย
แผ่นที่ผมเปิดฟังประจำก็คือ Hello Dolly

เสียงแหบพร่าอันเป็นเอกลักษณ์
ของหลุยส์ อาร์มสตรอง
หรือเสียงแซกโซโฟน ที่กรีดบาดลึก
ของจอห์น โคลเทรน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
Love Supreme นี่ เหมือนกับการได้เข้าไป
นั่งฟังพระสวดมนต์ในอุโบสถเลย

แต่ตอนนี้เพลงล่าสุดที่ผมฟังประจำ
ตอนนั่งรถเมล์กลับบ้านหลังเลิกงานตอนเที่ยงคืน
คือเพลง แสงจันทร์ ของ มาลีฮวนน่า ครับ
ฟังแล้วอินอย่างบอกไม่ถูก
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 07 ก.พ. 2009, 09:13 น.
ลุงร่มนี่เหมาะกับเพลงของควีนดีจริงๆ
นึกถึงหน้าลุงกับป้าเฟร็ด มันก็ได้อารมณ์ของเพลงดีเหลือเกิน  :30:
แจ๋วมากลุง แต่ผมมีอีกมุมของท่อนนี้หน่อยน่ะครับ

Another hero - another mindless crime.
Behind the curtain, in the pantomime.
Hold the line! Does anybody want to take it anymore?

อีกหนึ่งวีรบุรุษ - อีกหนึ่งอาชญากรรมโรคจิต
เบื้องหลังม่านนั่น, ในท่วงท่าของการแสดง 
ดำเนินต่อไป! มีใครอีกมั๊ย ที่ยังอยากจะรับชมอยู่?

Does anybody want to take it anymore?
ผมว่าน่าจะหมายถึงจะมีคนอยากดูอีกมั๊ย อะไรแบบนี้มากกว่านะครับ

เหมือนช่วงขาลงของการแสดง ที่คนทั่วไปเบื่อกับเรื่องราวเดิมๆ
แต่ฉันก็จะแสดงของฉันต่อไป แต่จะมีใครสนใจมาดูฉันมั๊ยก็ช่างเถอะ
อันนี้ความเห็นผมเองนะ  :42:

เพลงของลุงหลุยส์ อาร์มสตรอง
ผมจะฟังเวลาคิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อถึงแม่ เพราะเป็นเพลงในความทรงจำ...ของครอบครัว

สมัยพ่อยังฟังแผ่นเสียงไวนิลสีดำแผ่นใหญ่ๆ กับลำโพงทองเหลืองทรงดอกไม้ที่ริมมุมห้อง
ผมยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ ที่วิ่งเล่นไปมาในห้องนั้น ฟังไปก็ไม่รู้ว่าเ้พลงห่านอะไร แต่มันก็ฝังมาในใจอยู่แนบแน่น
เสียงแซ๊กโซโฟนที่บาดเข้าไปข้างใน มันช่วงเยียวยาอะไรบางอย่างที่หลงลืมไปนาน ให้กลับมาอยู่กับตัวอีกครั้ง....
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 07 ก.พ. 2009, 12:37 น.
ตอนเด็กๆ ตูฟังแต่เซียวบ๊ะจ่าง กะ กึ๊ดด่ากึด


วะ อะ อา  :07:/
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 07 ก.พ. 2009, 12:59 น.
Another hero - another mindless crime.
Behind the curtain, in the pantomime.
Hold the line! Does anybody want to take it anymore?

อีกหนึ่งวีรบุรุษ - อีกหนึ่งอาชญากรรมโรคจิต
เบื้องหลังม่านนั่น, ในท่วงท่าของการแสดง
ดำเนินต่อไป! มีใครอีกมั๊ย ที่ยังอยากจะรับชมอยู่?

อืมห์....ดีมากโอ ชอบว่ะ เดี๋ยวรอท่านเก้อมาเม้นอีกคน จะได้แอบกลับไปแก้ไข

อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 07 ก.พ. 2009, 09:13 น.
เพลงของลุงหลุยส์ อาร์มสตรอง
ผมจะฟังเวลาคิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อถึงแม่ เพราะเป็นเพลงในความทรงจำ...ของครอบครัว

สมัยพ่อยังฟังแผ่นเสียงไวนิลสีดำแผ่นใหญ่ๆ กับลำโพงทองเหลืองทรงดอกไม้ที่ริมมุมห้อง
ผมยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ ที่วิ่งเล่นไปมาในห้องนั้น ฟังไปก็ไม่รู้ว่าเ้พลงห่านอะไร แต่มันก็ฝังมาในใจอยู่แนบแน่น
เสียงแซ๊กโซโฟนที่บาดเข้าไปข้างใน มันช่วงเยียวยาอะไรบางอย่างที่หลงลืมไปนาน ให้กลับมาอยู่กับตัวอีกครั้ง....

ลุงหลุยส์แกเล่นทำเป็ด  :07:

อ้างคำพูดจาก: ภูกระดึง เมื่อ 07 ก.พ. 2009, 12:37 น.
ตอนเด็กๆ ตูฟังแต่เซียวบ๊ะจ่าง กะ กึ๊ดด่ากึด

วะ อะ อา  :07:/

ไอ้ วะอะ อา มันชื่อเพลงนี้นี่เอง  \:07:/ สงสัยมานานแล้วว่าเพลงอะไร
งั้นน้าอ๋าห์เอามาถอดความหน่อยสิครับ 
ผมสงสัยว่ามันร้องว่าอะไร มันตลกจริงรึเปล่าไอ้เพลงนี้ :46:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 07 ก.พ. 2009, 13:16 น.
อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร a.k.a. ลุงเป็ด เมื่อ 07 ก.พ. 2009, 12:59 น.
ลุงหลุยส์แกเล่นทำเป็ด  :07:

เออ นั่นแหละ พิมพ์ผืดดหน่อยเดียวเอง  :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 17 ก.พ. 2009, 14:57 น.
พึ่งเห็นเพลงโชว์ของควีน แปลได้"เข้าใจ"อีกแล้วครับ
แปลแล้วเข้าใจ ผมว่าแปลยากกว่าอะไรทั้งหมด
เพราะบริบทมันต่างกัน จะแปลให้ตรงเด๊ะ มันไม่เข้าใจ

เคยดูควีนเล่นสดครั้งหนึ่ง ที่ BEC เทโร ฮอลล์
หลายปีก่อน เอ่อ เขาไม่ได้จุดธูปเรียกแกมาหรอก
แต่เป็นวงที่"แสดง"เป็นควีน ที่ดังที่สุดในโลก
คือเหมือนโชว์นั่นแหละ นักดนตรีทุกคนทำตัวเหมือนต้นฉบับเดี๊ย
โดยเฉพาะนักร้องนำ สุดยอดมากกก ทั้งเสียงร้อง หน้าตา
หุ่นที่พยายามฟิต และทรงผมทรงหนวด ดูเผินๆไกลๆนี่ใช่เลย

เสียงร้อง การร้องและวิธีการเอ็นเตอร์เทน ก็ถอดมาทุกกระเบียด
ไม่รู้ว่าไปหาคนแบบนี้มาจากไหน อ่อ ต่างเล็กน้อยคือเตี้ยกว่าหน่อย
และไม่รู้ว่าต้องเลียนแบบเรื่องเป็นเกย์ด้วยไหม (น่าจะไม่ น่าจะลำบากเกิน)
และด้วยคาวมที่มันถือว่าตัวเองคือโชว์ ก็เลยเล่นซะเยอะ
แสงสีเสียง พ่นๆฟ พ่นน้ำ ก็อปมาทุกช็อต

ถึงจะรู้ว่าไม่ใช่วงจริง แต่มันบันเทิงมากเลยนะครับ
ตอนเศร้า(ตอนร้องเลิฟ ออฟ มาย ไลฟ์) ก็เศร้าจริง
ตอนมันก็มันจริง บันเทิงมากๆ








ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 17 ก.พ. 2009, 18:27 น.
เผลอแป๊บเดียวหน้า 24.



My Way  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: 8e88 เมื่อ 17 ก.พ. 2009, 19:09 น.
เวลาฟังฝรั่งร้องเพลงฝรั่งโดยมากจะฟังไม่เข้าใจเนื้อหาเท่าไหร่ รู้บางคำ บางประโยค
ส่วนใหญ่ศัพท์ที่ใช้ในเพลงที่มันค่อนข้างละเมียดๆ จะใช้ภาษากวีหรือวรรคสำนวนสวยๆมาผสม
ปกติฟังฝรั่งพูดก็รู้มั่งไม่รู้มั่งอยู่แล้ว โดยมากคุ้นชิ้นกับคนเอเชียที่ใช้ภาษาอังกฤษมากกว่า
ฟังเพลงนี่แปลไม่ค่อยจะออก ต้องเอาเนื้อมาอ่านแล้วเปิด Dict แปล+ทำความเข้าใจกับเนื้อหาที่มันสื่อ
ยิ่งถ้าลองแปลแล้วเอามาใช้ร้องใช้เล่นจริง แบบเป็น ver.ไทย น่าจะแปลให้ออกมาดียากมาก
ต้องหาคำที่แปลได้สวยๆแล้วมันสัมพัสนอกสัมผัสในเหมือนต้นฉบับด้วย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: toeytoeytoey เมื่อ 19 ก.พ. 2009, 12:02 น.
มีใครถอดเพลง"ดาวมหาลัย"ยังครับ
อยากฟัง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 19 ก.พ. 2009, 18:50 น.
โอยยยย เบื่อ แต่ละวันมันช่างไม่มีความหมาย ไม่คึกกันเลยเว้ยยยย  :07:
ไฟที่เคยมีมันหายกันไปไหนหมดดด  :07: :07:

ขอกระชากวิญญาณกันด้วยเพลงโคตรคึกของราชาในนามราชินีกันซักเพลง
ใครไม่รู้จักเพลงนี้ก็บ้าแล้วววว

"We Will Rock You"
Words and music by Brian May

เราจะ Rock กับนายเอง
คำร้อง ทำนอง ป้าเมย์

กระทืบเท้า 2 ที ตบมือ 1 ที ทำอย่างนี้ไปทั้งเพลง

Buddy you're a boy make a big noise
Playin' in the street gonna be a big man some day
You got mud on your face
You big disgrace
Kickin' your can all over the place
Sing it!

We will we will rock you
We will we will rock you

น้องชาย นายเป็นเด็กน้อยคอยแต่ส่งเสียงน่ารำคาญ
ได้แต่เล่นอยู่ริมถนน รอเวลาที่จะเติบใหญ่เป็นพี่เบิ้มซักวัน
หน้านายมอมแมมเลอะโคลน
นายเป็นตัวน่าอับอายสร้างแต่เรื่อง เตะกระป๋องไปมาทั่วบ้านทั่วเมือง
เอาเถอะมาร้องเพลงกันดีกว่า

เราจะปลดปล่อยนายเอง
เราจะทำให้นาย Rock

Buddy you're a young man hard man
Shoutin' in the street gonna take on the world some day
You got blood on your face
You big disgrace
Wavin' your banner all over the place

We will we will rock you
Sing it!
We will we will rock you

เฮ้ยไอ้หนุ่ม ทั้งไอ้หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่
ได้แต่แหกปากอยู่ข้างถนน เพื่อจะทำให้ทั้งโลกต้องยอมรับนายซักวัน
หน้านายเปื้อนเลือด
นายเป็นความอัปยศอดสู ที่นายเที่ยวไปประกาศความเป็นตัวนายไปทั่วบ้านทั่วเมือง

เราจะปลดปล่อยนายเอง
ร้องมันออกมาสิ
เราจะ Rock กับนายเอง

Buddy you're an old man poor man
Pleadin' with your eyes gonna make you some peace some day
You got mud on your face
Big disgrace-
Somebody better put you back into your place

We will we will rock you
Sing it
We will we will rock you
Everybody
We will we will rock you
We will we will rock you
Alright

เฮ้ย พวกนาย ไม่ว่านายจะเป็นคนแก่ หรือ คนจน
ตานายมันฟ้องว่านายร้องขอสันติภาพให้มาถึงซักที
ตอนนี้นายมันแค่เสียงส่วนน้อย เป็นแค่คนชั้นล่าง น่าจะมีใครเอานายไปเก็บไว้ที่บ้านไป๊

แต่เราจะปลดปล่อยนายเอง
ร้องเพลงนี้กัน
เราจะ Rock นายกัน
ทุกคนเลย
เราจะปลดปล่อยพวกนาย
เราจะมา Rock กับพวกนายเอง
เอาเลย


คำว่า Rock นี่ไม่รู้จะแปลยังไงให้ครบในคำเดียว
ไม่ใช่แค่ดนตรี ไม่ใช่แค่การแต่งตัว หรือ ไลฟ์สไตล์
มันคือจิตวิญญาณเสรี การต้องการปลดปล่อยพลังของจิตวิญญาณ ตัวตน อย่างรุนแรง
โอ พระเจ้า ต้องปลดปล่อยกันซักหน่อยแล้วโว้ยยยยยยยยยยย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ไอ้เบิร์ด เมื่อ 19 ก.พ. 2009, 18:52 น.
ร็อคเกอร์๋   | :53: |
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 19 ก.พ. 2009, 18:53 น.
วี วิว กุ๊กกู  :07:

ไว้มาคอมเมนท์พรุ่งนี้
ช่วงนี้งานยุ่ง ไม่ได้แปลอะไรเล้ย  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 19 ก.พ. 2009, 19:51 น.






มากรี๊ดกร๊าด :37:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 19 ก.พ. 2009, 21:49 น.
ร็อคลายคราม คือยังงี้นี่เอง :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 19 ก.พ. 2009, 21:57 น.
ถุย ไอ้คนหนุ่ม  :07: :07:
ไอ้คนรุ่นใหม่ อาร์อีเอ็ม นี่มันวัยรุ่นมากเลยรึไงฟระ  :07: :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 19 ก.พ. 2009, 22:12 น.
อ้างคำพูดจาก: จอนจัด เมื่อ 19 ก.พ. 2009, 19:51 น.





มากรี๊ดกร๊าด :37:




อีโมอุ้ยกรี๊ดกร๊าดมาก..  :56:


พักนี้ต่อมมั่นใจเสื่อมค่ะ ไม่ค่อยได้แปลอะไรอีกเลย
ยิ่งทำงานกับฝรั่ง ทำไมยิ่งรู้สึกว่าภาษาแย่ลงทุกทีเลย  :53:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 19 ก.พ. 2009, 22:16 น.
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 19 ก.พ. 2009, 21:49 น.
ร็อคลายคราม คือยังงี้นี่เอง :30:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 19 ก.พ. 2009, 23:01 น.
ผมร็อครุ่นใหม่เหมือนกันย์นะ :37:
เพื่อยืนยันความวัยรุ่น แปลรับโอกาสพิเศษวันนี้

วงเอลบาว - Elbow
กรุณาอย่าเรียกชื่อไทย มันอุบาทว์ :48:

ฉลองที่พวกเขา ได้รับรางวัลบริตอวอร์ดเมื่อวาน
หลังจากผมเป็นพ่อยกเชียร์มานานนม ในที่สุดพวกเขาก็ถึงฝั่ง
และนี่คือเพลงดังสุดของพวกเขา และอาจนับได้ว่า
เป็นเพลงที่ผู้คนในเทศกาลแกลสตั้นบิวรี่ปีที่ผ่านมา
เฝ้ารอมากที่สุด เพื่อที่จะตะโกนท่อนนั้นซ้ำไปซ้ำมาพร้อม
กับเสียงสากๆของคุณกาย ผมว่ามันเป็นเพลงรักที่บริสุทธิ์
สวยงามผุดผ่องที่สุดเพลงหนึ่ง นับตั้งแต่หูได้ยินเสียงมา
(เว่อมาก แต่รู้สึกงั้นจริง) คิดว่าตัวเองเคยน้ำตาไหลด้วยความสุข
เมื่อได้ฟังเพลงนี้ด้วย มันฟังแล้วเต็มไปด้วยความสุขจริงๆ

http://www.youtube.com/watch?v=ILxlVqf2fYU (http://www.youtube.com/watch?v=ILxlVqf2fYU)

Drinking in the morning sun
Blinking in the morning sun
Shaking off the heavy one
Heavy like a loaded gun

กลืนกินเอาแสงอาทิตย์ระเรื่อ
กระพริบตาให้กับแสงแดดที่เริ่มสาดส่อง
สลัดความง่วงงุนทิ้งไป
ขับไล่ความซึมเซาในดวงตา

What made me behave that way?
Using words I never say
I can only think it must be love
Oh, anyway, it's looking like a beautiful day

สิ่งไหนที่ทำให้เรารู้สึกเช่นนี้กัน?
ถ้อยคำที่ไม่เคยวาดหวัง ก็ถูกเอ่ยออกมา
หรือนั่นจะเป็นที่เค้าเรียกกันว่า รัก
โอ้  จะเป็นอะไรก็ตามเถอะ, วันนี้มันช่างเป็นวันที่งดงาม

Someone tell me how I feel
It's silly wrong but vivid right
Oh, kiss me like the final meal
Yeah, kiss me like we die tonight

ใครสักคน บอกฉันได้ไหมว่าคาวมรู้สึกนี้คือสิ่งใด
ช่วยบอกมาเถอะ  ไม่ว่าจะมันจะใช่หรือไม่ใช่
โอ้ จูบฉันดั่งว่านี่คืออาหารมื้อสุดท้าย
จูบฉันดั่งว่าเรากำลังจะตายค่ำคืนนี้...

Cause holy cow, I love your eyes
And only now I see the light
Yeah, lying with me half-awake
Oh, anyway, it's looking like a beautiful day

เจ้าวัวอันศักดิ์สิทธิ์ ฉันลุ่มหลงแววตาดำขลับของเธอ
พริบตาเดียว  แสงระยิบ ส่องสว่างอยู่ในแววตานั้น
หลับอยู่ข้างกายฉันอีกสักหน่อย
โอ้  อะไรก็ตามเถอะ, วันนี้มันช่างเป็นวันที่งดงาม

When my face is chamois-creased
If you think I'll wink, I did
Laugh politely at repeats
Yeah, kiss me when my lips are thin

ใบหน้าของฉันดูไม่จืดเลยสินะ ในยามเช้า
เธอเห็นฉันแอบกระพิบตาเหรอ ก็จริงนั่นแหละ
เธอหัวเราะฉันไม่มีหยุด
จูบฉันสิ  ริมฝีปากฉันบางเฉียบอย่างนี้

Cause holy cow, I love your eyes
And only now I see you like
Yeah, lying with me half-awake
Stumbling over what to say
Well, anyway, it's looking like a beautiful day

เจ้าวัวอันศักดิ์สิทธิ์ ฉันลุ่มหลงแววตาดำขลับของเธอ
พริบตาเดียว  แสงระยิบ ส่องสว่างอยู่ในแววตานั้น
หลับอยู่ข้างกายฉันอีกสักหน่อย
โอ้  อะไรก็ตามเถอะ, วันนี้มันช่างเป็นวันที่งดงาม

So throw those curtains wide!
One day like this a year'd see me right!

โยนผ้าม่านพวกนั้นทิ้งไป ให้แสงสว่างจ้าเถอะ!
วันดีๆอย่างนี้ ยาวนานกว่าจะได้เจอ และฉันนี่ไงที่อยู่ข้างๆ!


เป็นเพลงที่ใช้คำได้งดงามเหมือนบทกวี
พวกเขาบรรยายถึงยามเช้าเวลาที่เราตื่นขึ้นมาข้างใครสักคน
ที่แสงแดดที่สดใสสาดส่องเข้ามา และอยู่ดีๆ เราก็พึ่งรู้สึกว่าทำไมเราถึงได้รักคนๆนี้อย่างนี้
ทำไมถึงได้มีความสุขแบบนี้ที่ได้อยู่ข้างๆกัน รู้สึกรักเอ่อล้นจนอยาก
โอบกอดโลกเอาไว้ทั้งใบ ทุกอย่างแจ่มชัด และอยากจะกระชากผ้าม่านทิ้ง

คำที่ผมชอบเป็นพิเศษก็อย่างเช่น
It's silly wrong but vivid right เป็นไปไม่ได้ที่จะแปล
เลยแปลไปตามเรื่องราว ไม่ได้แปลตามคำ คำนี้เอาจริงๆก็คงหมายถึง
อารมณ์รักที่เรามี มันไม่ใช่สมการคณิตศาสตร์ถูกผิดแน่นอน
ในใจเราเอ่อล้น แต่เราไม่รู้หรอกว่า แท้จริงมันคืออะไร
คิดว่ามันเป็นรักอันตลอดกาลเหรอ ก็ไม่แน่ คิดแต่แบบนี้ก็ดูโง่เง่านิดหน่อย-silly wrong
แต่ในชั่วขณะนั้นมันก็เป็นจริงอย่างแจ่มจ้าในใจเรานี่นา-vivid right

If you think I'll wink, I did
Laugh politely at repeats
Yeah, kiss me when my lips are thin
อันนี้ชอบทั้งท่อน เหมือนมันบรรยายชั่วขณะ ในขณะที่คนสองคน
อยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นจริง เราหัวเราะให้กับเรื่องไร้สาระเล็กๆน้อยๆ
เราเก็บรายละเอียดในชีวิตของกันและกัน แค่เธอขยิบตานิดเดียว
ฉันก็สังเกตเห็นแล้ว และที่มันกวีที่สุดก็ที่ว่า kiss me when my lips are thin
จุมพิตฉัน เมื่อริมฝีปากที่บางเฉียบ
ทั้งท่อนนี้ มันเพราะจนผมต้องอ่านซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ
แกเขียนเพลงได้เหมือนเชิญร่างเชคสเปียร์มาทรงเลย
ทั้งหมดนี้บวกกับเมโลดี้ที่ชวนขนลุกแล้ว เป็นเพลงที่มีผลต่อร่างกายผมมากเลย

และมันก็มีผลต่อคนฟังทั่วไปอย่างสูง
ให้รู้สึกปิติ ยินดี ยิ่งมีคนอยู่ร่วมกันเยอะๆนะ
เพลงนี้ถูกใช้เปิดในสเตเดี้ยมฟุตบอลบ่อยครั้ง
บางครั้งเปิดในเวลาฉลองชัยชนะ(One day like this a year - ปีนึงมีครั้ง)
แน่นอน มันมักจะดังในแมนเชสเตอร์บ้านเกิดพวกเขา
(แต่เขาก็หาได้เป็นแฟนบอลไม่ บอกว่าพวกเขาเป็นคนอังกฤษที่แย่
เพราะไม่ค่อยดูบอลเอาซะเลย)

ผมชอบพวกเขา และบทเพลงของพวกเขา
เพราะท่าทีแบบกวีที่อยู่ในน้ำเสียงร้อง เสียงดนตรีและเนื้อเพลง
อัลบั้มล่าสุด พวกเขาทิ้งที่ว่างให้ความเงียบกับเสียงได้อย่างเหมาะเจาะ
จนบางครั้ง บางเพลงเราไม่ทันรู้ตัวว่าเพลงมันเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่
นี่ยังไม่นับความสามารถในการคิดเมโลดี้ที่เกาะหนึบกับหูคนฟังอีกนะ

พวกเขาเคยอยู่ในฐานะวงที่ยิ่งใหญ่ในแมนเชสเตอร์
(และเคยเป็นวงโคลด์เพลย์เวอร์ชั่นสากเหมือนเอากระดาษทรายมาขัดคริส มาร์ติน)
พวกเขาได้รับรางวัลบริตอวอร์ดสเมื่อคืนนี้
ในฐานะวงดนตรียอดเยี่ยมแห่งเกาะอังกฤษ
และขึ้นแท่นเป็นวงดนตรีระดับโลกโดยพลัน

ทั้งหมด ทำให้พ่อยกยาวนานอย่างผม ยินดีและรู้สึกว่า
วันนี้ช่างเป็นวันที่งดงามจริงๆ


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 19 ก.พ. 2009, 23:06 น.
กรี๊ดดดด เอลบาวววว :53:

ฟังแล้วขนลุำกจริงๆ


เพลงนี้ออกปี 2008 แต่ฟังแล้วมันเหมือนกับว่าเป็นต้นกำเนิดของดนตรีแนวนี้อีกหลายๆ วงเลย

โคลด์เพลย์ อาร์อีเอ็ม ชิกูรอส ดาเมี่ยนไรซ์ ยูทู ต่างก็ลอยเข้ามาในหัวตอนฟังเพลงนี้

และไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เปิดเพลงนี้แล้วต่อด้วยเพลงๆเพลงอื่น เพลงนั้นก็จะเพราะตามไปด้วย
ของเค้าแรงจริงๆ :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 19 ก.พ. 2009, 23:24 น.
อ้างคำพูดจาก: ขุนกันย์ เมื่อ 19 ก.พ. 2009, 23:06 น.

เพลงนี้ออกปี 2008 แต่ฟังแล้วมันเหมือนกับว่าเป็นต้นกำเนิดของดนตรีแนวนี้อีกหลายๆ วงเลย

โคลด์เพลย์ อาร์อีเอ็ม ชิกูรอส ดาเมี่ยนไรซ์ ยูทู ต่างก็ลอยเข้ามาในหัวตอนฟังเพลงนี้

และไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เปิดเพลงนี้แล้วต่อด้วยเพลงๆเพลงอื่น เพลงนั้นก็จะเพราะตามไปด้วย
ของเค้าแรงจริงๆ :25:

ฟังเหมือนเป็นต้นกำเนิดเพราะว่า ลุงแกหน้าแก่ไง :30:

5 อันนั้น เหมือนควักใจเรามาเขียนเลยนะเนี่ย
ฟังวนๆพวกนี้ กับเอลบาวเป็นอาชีพหลักเลย
(หัดร้อง เดเมี่ยน ไรซ์ด้วยช่วงนี้)


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 20 ก.พ. 2009, 10:18 น.
เพลงไพเราะดูขลังและมีพลังดีครับ :12:


แต่ทำไมไม่รู้สึกชื่นชอบเพลงแนวนี้ซักทีแหะ คือไม่ได้เกลียดนะ มีให้ฟังก็เออเพราะมาก แต่ไม่ได้ไปค้นหาเพลงอื่นมาฟังต่อ ตอนนี้ก็ยังชอบฟังแนวแหกปากโวยวายเหมือนเดิม ไม่รู้ทำไม :39:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 20 ก.พ. 2009, 17:48 น.
เขาชื่อว่าเฟม เป็นเพื่อนๆแก๊งของรุ่นน้องอีกที
เขาเรียนอะไรก็ไม่รู้ที่เกษตร แต่ผมพบหน้าเขาเจอเสมอเวลามีงานที่มหาลัย
เขาเป็นวัยรุ่นนิสัยน่ารักน่าคบหาคนหนึ่ง

คืนวันศุกร์ที่ 13 ผ่านมา วันธรรมดาก่อนวันวาเลนไทน์
เฟมไปกินเหล้ากับเพื่อนตามประสาวัยรุ่น
กลับมาถึงบ้าน เขาหิว จึงหาอะไรกินก่อนนอน
เฟมเป็นคนที่หลับลึกมาก ขนาดที่ว่าแกล้งเอาอะไรเขียนหน้า
แกล้งเอาโค้กให้กินตอนหลับ เขายังไม่ตื่น บวกกับอาการมึน
เมื่อเขาหลับ อาหารที่กินเกิดย้อนขึ้นมาติดที่คอ
หากเราในอาการทั่วไป ก็คงแค่วิ่งไปคายทิ้งในห้องน้ำ

แต่เฟมหลับสนิท

เช้าวันวาเลนไทน์ เพื่อนที่นอนอยู่ข้างๆ
ก็ตื่นขึ้นมา เพื่อจะพบว่า

เฟมหลับไปตลอดกาล ...ไม่ตื่นอีก


เพลงนี้ มอบให้กับเฟมครับ
ประตูสวรรค์รอเราทุกคนอยู่

(http://i228.photobucket.com/albums/ee201/twentyfourparty/fame0000.jpg)

http://media.imeem.com/m/ZIOJnFVw9o (http://media.imeem.com/m/ZIOJnFVw9o)

knockin' on heaven's door

Mama, take this badge off of me
I can't use it anymore.
It's gettin' dark, too dark for me to see
I feel like I'm knockin' on heaven's door.

แม่ครับ, หยิบเอาตรานี่ไปเถอะ
ผมคงไม่ได้ใช้มันอีกแล้วล่ะ
มันค่อยๆมืดลงทุกทีแล้ว, มืดลงจนผมมองแทบมองไม่เห็นอะไรแล้ว
แต่ผมสัมผัสได้ ประตูของสวรรค์รออยู่ข้างหน้าผมแล้ว

Knock, knock, knockin' on heaven's door
Knock, knock, knockin' on heaven's door
Knock, knock, knockin' on heaven's door
Knock, knock, knockin' on heaven's door

เปิดประตูที สรวงวรรค์...รับเอาฉันไป
เปิดประตูที สรวงวรรค์...รับเอาฉันไป
เปิดประตูที สรวงวรรค์...รับเอาฉันไป
เปิดประตูที สรวงวรรค์...รับเอาฉันไป

Mama, put my guns in the ground
I can't shoot them anymore.
That long black cloud is comin' down
I feel like I'm knockin' on heaven's door.

แม่ครับ, เก็บปืนของผมไปเถอะ
ผมคงไม่ได้จับมันอีกแล้ว
หมู่เมฆสีดำค่อยๆ ก่อตัวแล้ว มันกำลังพัดมาทางนี้
แต่ผมสัมผัสได้ ประตูของสวรรค์รอผมอยู่


Knock, knock, knockin' on heaven's door
Knock, knock, knockin' on heaven's door
Knock, knock, knockin' on heaven's door
Knock, knock, knockin' on heaven's door

เปิดประตูที สรวงวรรค์...รับเอาฉันไป
เปิดประตูที สรวงวรรค์...รับเอาฉันไป
เปิดประตูที สรวงวรรค์...รับเอาฉันไป
เปิดประตูที สรวงวรรค์........รับเอาเขาไปที........

อธิบายเล็กน้อย เพลงนี้บ็อบ ดีแลนเขียนขึ้นสำหรับหนังคาวบอยเรื่องหนึ่ง
เล่าถึงนายอำเภอ บิลลี่ เดอะ คิด ผู้ถูกยิง และกำลังจะตาย
เขาจึงไม่อาจใช้ตรา(Badge) และปืนที่เขาใช้ต่อสู่กับเหล่าร้ายได้อีก
นั่นคือเมื่อ 30 กว่าปีมาแล้ว และเพลงนี้ถูกนำไปร้องซำ้แล้วซ้ำอีก
หลายร้อยเวอร์ชั่น จนถึงปี 90 วง กันส์แอนด์โรสเสส จึงนำมาทำใหม่
และนำมันไปเล่นในสนามเวมบลีย์ต่อหน้าผู้ชมเฉียดแสน
ในคอนเสิร์ตไว้อาลัยเฟรดดี้ เมอร์คิวรี่ ที่พึ่งตายไปด้วยโรคเอดส์
เขาตายในวัยยังมีพลังและในช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ที่สุดของชีวิต
คอนเสิร์ตนั้นอุทิศแก่กองทุนโรคเอดส์  สิ้นเสียงตะโกนของแอ็กเซิ่ล โรส
ที่ร่ำร้องต่อสวรรค์ให้รับวิญญานเฟรดดี้ไป
เพลงนี้ก็กลับมีชีวิตและโด่งดังไปทั่วโลกอีกครั้ง

และในโลกตะวันตก เพลงนี้กลายเป็นดั่งเพลงอันศักดิ์สิทธิ์
ที่ใช้เล่นในโบสถ์ ในงานศพ หรือใช้ในโอกาสไว้อาลัยผู้ล่วงลับ
เป็นการส่งวิญญานอันลึกซึ้งที่สุด ต่อคนที่เรารักผ่านเสียงดนตรี
ที่เต็มไปด้วยวิญญานไม่แพ้กัน

ร่างของเฟมถูกเผาเมื่อวานนนี้ ขออนุญาติใช้มันส่งเขาขึ้นสวรรค์บ้าง
เผื่อมันจะได้ยินไปถึงที่นั่น

ว่างๆไปเยี่ยมไฮไฟ้เขานะครับ http://bigmamasss.hi5.com (http://bigmamasss.hi5.com)
อันนี้ไฮไฟ้ไว้อาลัยของน้องอีกคน(ที่ทำรูปข้างบนนี้)
http://hereodd.hi5.com (http://hereodd.hi5.com)

อ้างอิง
กุยังไม่เคยบอกมึงเลยว่ากุรักมึงแค่ไหน

ผมชอบข้อความนี้ เป็นคำง่ายๆ ที่กระตุกความนึกคิดผมได้มากมาย
และความจริงที่ว่า คนเราเข้าใจอะไรเมื่อสายเสมอ ก็ยังเป็นจริง
เราจะตายวันไหนก็ไม่รู้  ดังนั้นจะทำอะไรก็รีบๆทำกันนะครับ :12:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 20 ก.พ. 2009, 17:50 น.
 :46: ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กวางจ้ะ เมื่อ 20 ก.พ. 2009, 17:54 น.
 :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 20 ก.พ. 2009, 18:04 น.
บางทีชีวิตก็ดูบอบบางซะเหลือเกิน
น้องเขาไปอย่างสงบ คงไปพบกับความสงบยิ่งกว่าเบื้องหน้านะคะ  :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 20 ก.พ. 2009, 18:18 น.
เมื่อวานคิดเอาไว้เหมือนกันว่าอยากเอาเพลงนี้มาแปล
อน่างที่เก้อบอก เพลงนี้เกิดมาจากบ๊อบ ดีแล่น
แต่พี่รู้จักเพลงนี้เพราะเอ๊กเซล โรส หนึ่งในอีกนักร้องคนโปรด ที่ร้องให้แก่ป้าเฟรดดี้
ในเวอร์ชั่นของกันส์แอนด์โรสเซสนั้น ดนตรีเศร้าสร้อยกรีดลึกกว่านี้
แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะฝีมือของสแลช


เรายังไม่รู้กันซักทีว่าตายแล้วไปไหน
นรก หรือ สวรรค์มีจริงหรือไม่
เราได้แต่หวังว่าคนที่จากเราไปจะไปสู่ที่ที่ดีกว่า
บางทีเราอาจจะหวังเพื่อตัวของเราเองด้วย
แต่เราล้วนเป็นคนบาป เรากระทำบาปไปมากมายโดยไม่รู้สึก
เราโกหกหลอกลวงได้แม่กระทั่งตัวเอง เราเห็นแก่ตัวมองข้ามความทุกข์ทรมานของผู้อื่น
เราต้องการมากมายไม่จบสิ้น เราดื่มกินอย่างกระหายในความสุข
เราอาจเพียงละเลยว่ามันคือบาป จนกระทั่งมันหนักเกินไปแล้ว
หรือในวันที่เราอ่อนแรงเกินไปแล้ว เราจึงรู้สึกถึงมัน

เราอยู่ในโลกแห่งบาป หรือที่จริงแล้วที่นี่ไม่ใช่โลก
ที่นี่คือนรก นรกที่เราต่างต้องทนทุกข์อยู่วัฐจักรเดิมที่วนเวียนไม่จบสิ้น
ที่เราไม่อาจหนีมันไปได้เลย

ในตอนที่เรากำลังจากไปจากที่นี่ ตอนที่ความมืดโรยตัวลงเพื่อแสดงความสิ้นสุด
เราเพียงเดินไปตามแสงสว่างที่อยู่ไกลลิบ เวลาผ่านไปแสนนาน
เราพบประตูบานใหญ่ที่ปิดอยู่ ใหญ่เกินแรงเราจะเปิดมันได้
มองหันหลังกลับไปคือความมืดที่ไม่มีพรมแดนเบื้องหลัง
สิ่งที่เราทำได้มีเพียง...เคาะประตู

Knock, knock, knockin' on heaven's door
Knock, knock, knockin' on heaven's door
Knock, knock, knockin' on heaven's door
Knock, knock, knockin' on heaven's door
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 20 ก.พ. 2009, 19:14 น.
อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร a.k.a. ลุงเป็ด เมื่อ 20 ก.พ. 2009, 18:18 น.

ในตอนที่เรากำลังจากไปจากที่นี่ ตอนที่ความมืดโรยตัวลงเพื่อแสดงความสิ้นสุด
เราเพียงเดินไปตามแสงสว่างที่อยู่ไกลลิบ เวลาผ่านไปแสนนาน
เราพบประตูบานใหญ่ที่ปิดอยู่ ใหญ่เกินแรงเราจะเปิดมันได้
มองหันหลังกลับไปคือความมืดที่ไม่มีพรมแดนเบื้องหลัง
สิ่งที่เราทำได้มีเพียง...เคาะประตู


เออ ผมไม่เคยนึกถึงแง่มุมนี้มาก่อนเลยแฮะ
เห็นภาพเลยว่า ทำไมถึงต้อง เคาะประตู

ส่วนเพลงนี้ ผมว่าเวอร์ชั่นของดีแลนเศร้ากว่าแฮะ :30:
สาเหตุง่ายๆ ผมหมั่นไส้ความขี้เมาเหลวไหลของโรส และท่าทางแบบวงแฮร์แบนด์แบบนั้น
อย่างดีแลน ผมสัมผัสได้ถึงวิญญาน เพราะแกคือศิลปินที่เป็นศิลปิน
ความเชื่อและการกระทำตรงไปตรงมา แต่พี่โรสของเราเอาแต่เมา
(ไปเมามาซะหลายปีกว่าจะออกอัลบั้มได้) ไมไ่ด้ว่าของกันส์ไม่เพราะนะครับ
ผมก็ชอบแหละ แต่ถ้าเทียบกัน ของดีแลนยังขลังสุดสำหรับผมอยู่ดี
แค่เสียงประสานฮำขึ้นมาตอนแรก ก็รู้สึกเลยว่ามันศักดิ์สิทธิ์
เสียงเปลือยๆกับกีตาร์เปล่าๆ และเสียงแห้งๆของแก มันง่ายแต่มันมีชีวิตดี
ของกันส์ปรุงเอาเท่มากไปสำหรับผมนะ มันก็เจ๋งดีแต่ไม่สัมผัสใจ

2-3 วันมานี้ ฟังแต่ดีแลน บางคนอาจจะงง ดูไม่เข้ากับผมเท่าไหร่ จัดหมวดหมู่ไม่ถูก
ว่าแกหลงมาจากไหน  จริงๆดีแลนนี่ ถือว่าเคารพได้เลย และฟังได้ตลอด ผมว่าแกไม่เคยตาย
เป็นเหมือนกิ้งก่าที่เกลี่ยนสีไปได้ไม่หยุด ไม่เคยหล่นหายจากความรับรู้ของคน
จะว่าไปก็คงเหมือนที่ผมชอบคาราบาวแบบนั้นมั้ง น่าจะเทียบกันได้
แต่เป็นคาราบาวระดับโลกน่ะนะ ดูเหมือนจะเป็นเพลงโหลๆที่ใครๆก็รู้จัก แต่มองอีกทีนี่มันบทกวีแท้ๆ
ความคิดสร้างสรรค์ดนตรีนี่ มันน่าสงสัยจริงๆว่าทำยังไงกี่ปีๆก็ยังไหลออกมาไม่หยุด
ฟังเพลงเก่าๆแกนี่ยิ่งทึ่งความสามารถในการแต่งเพลง แค่กีตาร์ตัวเดียว
กับเสียงเปล่าๆ ก็สร้างอะไรยิ่งใหญ่ขนาดนี้ได้ไง

และคงไม่ต้องบอกว่า เพลงที่ผมชอบสุดคือเพลง Forever Young
(แต่ได้ข่าวว่าคนร้องตอนนี้แก่หง่อมแล้ว :08:)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 21 ก.พ. 2009, 11:15 น.
 :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 21 ก.พ. 2009, 11:55 น.
ไว้อาลัยให้เพื่อนเก้อครับ  :46:

เคยคิดจะแปลเพลงนี้เหมือนกัน
ชอบของ ลุงบ๊อบ มากกว่าของ กันส์
ผมรู้สึกเหมือนเก้อว่า ของลุงบ๊อบ มันไม่ได้ทำให้รู้สึกเศร้าแบบโฉ่งฉ่างว่า ฉันเศร้านะ
แต่มันก็ทำให้ซึมลึก จนบางครั้งผมก็หดหู่ไปได้เหมือนกัน

...
บางครั้งผมเองก็ อยากเคาะประตูแห่งสรวงสวรรค์
เผื่อมันอาจจะได้เปิดแง้ม แอบฉายแสงและความอบอุ่น
สู่บรรดาผีร้ายและอสุรกายเช่นผม ...
ให้หลุดพ้นจากความมืดมิด และ เหน็บหนาว เดียวดาย
... 
(เคยเขียนไว้หลังจากฟังเพลงนี้ เมื่อนานน๊านนานมาแล้ว)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 24 ก.พ. 2009, 15:09 น.
บ๊อบ ดีแล่น ก็ต้องเพลงนี้สินะ

Blowin in the Wind
ลอยอยู่ในสายลม


How many roads must a man walk down                                    มีกี่เส้นทางถนนที่คนเราต้องก้าวไป                 
Before you call him a man?                                                             กว่าที่ใครเรียกจะได้ว่าเต็มคน
Yes, 'n' how many seas must a white dove sail                           ใช่ แล้วอีกกี่น่านน้ำที่เจ้าพิราบขาวต้องล่องไป
Before she sleeps in the sand?                                                        กว่าที่จะได้หลับในผืนทราย
Yes, 'n' how many times must the cannon balls fly                      ใช่ แล้วลูกปืนใหญ่จะต้องลอยไปอีกกี่ครั้งกัน
Before they're forever banned?                                                        กว่าที่มันจะถูกเลิกใช้ไปตลอดกาล
The answer, my friend, is blowin' in the wind,                            คำตอบหรือเพื่อนเอ๋ย มันลอยอยู่ในสายลม
The answer is blowin' in the wind.                                                  คำตอบน่ะมันลอยอยู่ในลม

How many times must a man look up                                         คนเราต้องเงยหน้าขึ้นไปสักกี่ครั้ง
Before he can see the sky?                                                               กว่าที่เขาจะมองเห็นท้องฟ้าได้
Yes, 'n' how many ears must one man have                               ใช่ แล้วคนเราจะต้องมีกี่หู
Before he can hear people cry?                                                      ถึงจะได้ยินเสียงผู้คนร้องไห้
Yes, 'n' how many deaths will it take till he knows                       ใช่ แล้วมันจะต้องมีการตายอีกสักกี่หน กว่าที่คนจะรู้
That too many people have died?                                                   ว่ามีคนตายมากเกินไปแล้ว
The answer, my friend, is blowin' in the wind,                              คำตอบหรือเพื่อนเอ๋ย มันลอยอยู่ในสายลม
The answer is blowin' in the wind.                                                  คำตอบน่ะมันลอยอยู่ในลม

How many years can a mountain exist                                       ภูเขามันจะคงอยู่ได้สักกี่ปี
Before it's washed to the sea?                                                         ก่อนที่มันจะจะถูกล้างลงทะเล
Yes, 'n' how many years can some people exist                         ใช่ แล้ว คนเราล่ะจะอยู่กันได้เท่าไร
Before they're allowed to be free?                                                   กว่าที่จะได้รับอนุญาตให้เป็นไท
Yes, 'n' how many times can a man turn his head,                     ใช่ แล้วคนเราจะหันหน้าหนีได้สักกี่หน
Pretending he just doesn't see?                                                      แสร้งว่าเขาไม่รู้เรื่องอะไร
The answer, my friend, is blowin' in the wind,                            คำตอบหรือเพื่อนเอ๋ย มันลอยอยู่ในสายลม
The answer is blowin' in the wind...                                                คำตอบน่ะมันลอยอยู่ในลม...


ก็แค่เสียงกีต้าร์ง่ายๆ ฮาร์โมนิก้า เสียงร้องเครือๆ และ ความเป็นบ๊อบ ดีแล่น
ไม่ต้องใช้พลังเสียงหยุดโลก หรือ เทคนิคการเล่นระดับเทพ หรือ เนื้อเพลงปรัชญาแฝงการตีความ
แต่คือน้ำเสียงที่คนทั้งโลกต้องหันกลับมาฟัง ดนตรีที่ลงตัวทำหน้าที่ของมันได้อย่างไม่ขาด ไม่เกิน และ เนื้อเพลงที่ก่อให้เกิดการขบคิดมากมาย
นี่คือเพลงที่ถ่ายทอดความรู้สึก กระทบความรู้สึก เพลงเพื่อชีวิต มาสเตอร์พีซ นี่คือเพลงแห่งยุคสมัยเพลงหนึ่งของโลก
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 24 ก.พ. 2009, 16:08 น.
แปลตัดหน้า  :07:

อ่านสำนวนแล้ว ฟังเป็นดีแลนมากๆเลยพี่
ถ้าผมแปล มันคงออกมาท่ามากกว่านี้ ซึ่งจริงๆดีแลนท่าไม่มาก
แกง่าย-งาม และสำนวนสำเนียงเหมือนคนผ่านโลกเข้าใจชีวิต
(คล้ายๆแก่) ซึ่งอ่านแล้วก็นึกหน้าออกเลย ว่าถ้าดีแลนพูดไทย ก็คงพูดแบบนี้แหละ

เพลงนี้อายุอานามกี่ปีแล้วก็เหลือจะจำ น่าจะ 40 กว่า
แกเขียนแค่ 10 นาที แต่ดันกลายเป็นเพลงอมตะ
ในระดับที่เป็นรองแค่ Imagine แถมเป็นเพลงหากินยามประท้วง
เพราะมันเกิดจากการประท้วงสงครามเวียดนาม อิรัก 2 รอบก็ใช้ทั้งคู่

เคยอ่านเรื่องการทำรายงานของเด็กมัธยมฝรั่ง ครูให้หัวข้อเรื่องการเมืองโลกในยุค 60-70
โดยวิเคราะห์จากเพลงนี้ ดังนั้นทุกคนก็ต้องไปหามาว่า
จริงๆแล้ว เพลงๆนี้มันหมายความว่าอะไร แต่ถามผู้ใหญ่ที่ไหน
ผู้ใหญ่ก็ตอบว่า " โอ้ ไอ้หนู คำตอบมันอยู่ในสายลมไง"
เอาคำตอบนี้ไปตอบครูมั่งได้ไหม :30:

จริงๆแล้วเขาว่า ในยุคนั้น มันเริ่มมีทีวี วิทยุ และแน่นอนก็มีหนังสือ
ยุคบุพผาชนเป็นช่วงเวลาที่ปฏิเสธฐานความรู้ดั้งเดิม ความเชื่อค่านิยมดั้งเดิม
และนั่นทำให้ฝรั่งกลายเป็นฝรั่งที่กล้าแสดงออกอย่างทุกวันนี้ ไม่เคารพอาวุโส
ก็พึ่งจะเริ่มเป็นในยุคนั้นนั่นแหละ ไม่ใช่ว่ามันจะเป็นมาตั้งนานแล้วนะ
พี่บ็อบแกก็ว่า เราไปหาคำตอบในหนังสือ ในสื่อที่ป้อนเรา ในองค์ความรู้
ที่ร่ำเรียนกันมาแต่โบร่ำโบราณ แล้วก็มาทำให้โลกเละเทะแบบนี้เนี่ยนะ
จริงๆคำตอบไม่ได้อยู่ตามอะไรพวกนั้นหรอก มันอยู่ในสายลมต่างหาก
ใครสักกี่คนจะคว้ามาได้ ว่าแล้วก็เงี่ยหูฟังลมกันใหญ่

เคยเล่นเพลงนี้ที่ทะเล รุ่นน้องเป็นคนดีดกีตาร์ ซึ่งมันไม่ได้รู้คอร์ดหรอก
แต่ก็ถูๆไถๆเล่นไปพอได้ ผมถามว่า เล่นถูกได้ไงวะ
มันว่า ดีดตามเสียงลม ลมพัดมาโน้ตไหน ดีดโน้ตนั้น
เกือบถีบตกทะเล :08:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 24 ก.พ. 2009, 16:14 น.
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 24 ก.พ. 2009, 16:08 น.
แปลตัดหน้า  :07:

อ่านสำนวนแล้ว ฟังเป็นดีแลนมากๆเลยพี่
ถ้าผมแปล มันคงออกมาท่ามากกว่านี้ ซึ่งจริงๆดีแลนท่าไม่มาก
แกง่าย-งาม และสำนวนสำเนียงเหมือนคนผ่านโลกเข้าใจชีวิต
(คล้ายๆแก่)ซึ่งอ่านแล้วก็นึกหน้าออกเลย ว่าถ้าดีแลนพูดไทย ก็คงพูดแบบนี้แหละ


คราวที่แล้วเอ็งก็แปลเคาะประตูตัดหน้าพี่ไปแล้วไง  :47:

แล้วพี่จะยึดสีแดงไว้ว่าเอ็งชม แล้วละเลยสีเขียวนั่นไปซะ  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 24 ก.พ. 2009, 16:25 น.
ต้องเดาทางซะแล้ว ว่าพี่ร่มจะแปลอะไรถัดไป
จะได้ตัดหน้าคืน :30:

เคยอ่านข่าวอันนึง เกี่ยวกับสถานะกวีของดีแลนนะครับ
หนังสือแบบเรียนภาษาอังกฤษอันหนึ่ง เคยเอาเพลงนี้แหละ
มาใช้ในแบบเรียนหมวด กวี ซึ่งเป็นที่อื้อฉาว
เพราะว่าดันเอามาแทนของเดิมที่เป็นของเช็คสเปียร์
ไม่รู้เหมือนกันว่าใครคิด และเรื่องจบยังไง

แล้วอีกเรื่อง อันนี้ออกแนวฉาวเกมือนกัน 2 ปีที่แล้วนี่มั้ง
มหาลัยในสก็อตแลนด์มอบปริญยาดุษฎีบันฑิตกิติมศักดิ์ให้แก
แกก็มางาน แต่ยืนหาวเบื่อตลอดงาน เขาสรรเสริญด่าทอแกไปทั่ว
แบบว่าไม่ให้เกียรติสถาบัน อันนั้นก็ตัวใครตัวมัน แกก็ำม่เคยบอกว่าตัวเองดี
เป็นขบถที่บอกไม่ได้ว่าดีหรือไม่ดี กึ่งๆจะเท่บางทีก็ทำอะไรเตลิดไปหน่อย
แต่ก็เข้าใจได้นะครับ อายุทำงานเพลงของแกคือ 40 กว่าปี
แถมอยู่ในฐานะซูเปอร์สตาร์มาตลอด 40 ปีนี้ ก็คงมีครบทุกรสชาติแหละ

นึกออกแล้ว ต่อไปอัญเชิญเดวิด โบวี่ มาดีกว่า

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 26 ก.พ. 2009, 01:10 น.
เดาทางตูไม่ออกหรอกเก้อ  :47:

เอาเพลงนี้ไปแล้วกัน อารมณ์คล้ายๆ กับ ลอยอยู่ในสายลมนั่นแหละ
อาจไม่ตกตะกอนเท่า แต่อีโมชั่นนอลกว่า เรียกน้ำตากว่า
ตัดสินใจนานเหมือนกันว่าจะแปลดีมั้ย แปลไม่ยากนัก
แต่ทำใจยากตรงมีคำว่าเครื่องบินเจ๊ทนี่แหละ คำมันแข็ง

Leaving on a Jet Plane
John Denver


จากไปกับเครื่องบินเจ๊ท
จอห์น เดนเวอร์


All my bags are packed, I'm ready to go
I'm standing here outside your door
I hate to wake you up to say good-bye
But the dawn is breaking, it's early morn
The taxi's waiting, he's blowing his horn
Already I'm so lonesome I could die

กระเป๋าจัดหมดแล้ว ฉันพร้อมออกเดินทาง
ฉันยืนอยู่ตรงนี้ที่หน้าประตูที่อีกฝากหนึ่งมีเธออยู่
ฉันคงต้องฝืนใจปลุกเธอเพื่อเอ่ยคำลา
แต่ฟ้ากำลังจะสาง จะเช้าแล้วสินะ
รถแท็กซี่ที่รอก็บีบแตรเร่งแล้ว
ตอนนี้ฉันรู้สึกเหงาแทบขาดใจ


So kiss me and smile for me
Tell me that you'll wait for me
Hold me like you'll never let me go
Cause I'm leaving on a jet plane
I don't know when I'll be back again
Oh babe, I hate to go

ดังนั้นได้โปรดจูบฉัน และยิ้มให้กันหน่อย
ช่วยพูดออกมาว่าเธอจะคอย
กอดฉัน ให้เหมือนว่าเธอจะไม่มีวันปล่อยฉันไป
เพราะเครื่องบินเจ๊ทกำลังจะพาฉันไป
ไม่รู้จะได้กลับมาเมื่อไหร่
โอที่รัก ฉันไม่ได้อยากจะไปเลย


There's so many times I've let you down
So many times I've played around
I tell you now, they don't mean a thing
Every place I go I'll think of you
Every song I sing I'll sing for you
When I come back I'll wear you a wedding ring

อาจมีหลายทีที่ฉันทำเธอผิดหวัง
และ อีกหลายครั้งที่ฉันทำเรื่องวุ่นวาย
ฉันขอบอกเลยว่าฉันไม่ได้ตั้งใจ
ฉันจะคิดถึงเธอ
ในทุกที่ที่ฉันไป ในทุกเพลงที่ฉันร้อง
และเมื่อฉันกลับมา ฉันจะมาสวมแหวนแต่งงานเธอแน่นอน


So kiss me and smile for me
Tell me that you'll wait for me
Hold me like you'll never let me go
Cause I'm leaving on a jet plane
I dont know when I'll be back again
Oh babe, I hate to go

ดังนั้นได้โปรดจูบฉัน และยิ้มให้กันหน่อย
ช่วยพูดออกมาว่าเธอจะคอย
กอดฉัน ให้เหมือนว่าเธอจะไม่มีวันปล่อยฉันไป
เพราะเครื่องบินเจ๊ทกำลังจะพาฉันไป
ไม่รู้จะได้กลับมาเมื่อไหร่
โอที่รัก ฉันไม่อยากจะไปเลยจริงๆ


Now the time has come to leave you
One more time let me kiss you
And close your eyes and I'll be on my way
Dream about the days to come
When I don't have to leave alone
About the times that I won't have to say

ตอนนี้มันคงถึงเวลาที่เราต้องจากกัน
ให้ฉันได้จูบลาเธออีกซักครั้ง
และขอให้เธอหลับตา แล้วฉันจะไปตามทางที่ต้องไป
ขอให้ฝันถึงวันที่มันจะต้องมา
วันที่ฉันจะไม่ต้องปล่อยเธอไว้คนเดียว
ในตอนนั้นฉันจะได้ไม่ต้องพูดอะไรอย่างนี้อีก


Oh kiss me and smile for me
Tell me that you'll wait for me
Hold me like you'll never let me go
Cause I'm leaving on a jet plane
I don't know when I'll be back again
Oh babe, I hate to go

โอ ได้โปรดจูบฉัน ได้โปรดยิ้มส่งฉันด้วย
สัญญานะว่าเธอจะคอย
กอดฉันเหมือนจะไม่ยอมปล่อยฉัน
เพราะเครื่องบินเจ๊ทกำลังจะพาฉันไป
ไม่รู้จะได้กลับมาอีกไหม
ที่รัก ฉัน...ฉันไม่อยากไป


Cause I'm leaving on a jet plane
I don't know when I'll be back again
Oh babe, I hate to go

I'm leaving on a jet plane
I don't know when I'll be back again
Oh babe, I hate to go

เพราะฉันต้องจากไปไกลสุดฟ้า
ไม่รู้ชะตากรรมว่าจะได้กลับมาเมื่อไหร่
ที่รัก ฉันไม่อยากไปเลย
ฉันต้องจากไปแล้ว
ฉันอาจไม่ได้กลับมาแล้ว
ฉันไม่อยากไป


I'm leaving on a jet plane
Leaving on a jet plane.....

ฉันต้องไปไกลสุดฟ้า
เครื่องบินเจ๊ทจะพาฉันไป.....


คงจำกันได้กับอามาเกดอน แต่ลองนึกย้อนไปสมัยที่หนุ่มๆ อเมริกันต้องนั่งเครื่องเจ๊ทข้ามโลกมารบสิ
ประเทศเสรีแบบอเมริกัน กับสมรภูมิตะวันออกไกล
ผู้หญิงที่รัก กับ การไปฆ่าคน หรือ ถูกเขาฆ่า..
ผมเกลียดสงคราม
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: จ๊อบ เมื่อ 26 ก.พ. 2009, 01:49 น.
อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร a.k.a. ลุงเป็ด เมื่อ 26 ก.พ. 2009, 01:10 น.
ผมเกลียดสงคราม

:25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 26 ก.พ. 2009, 02:58 น.
+ ลุง  :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 26 ก.พ. 2009, 09:22 น.
ความหมายเพลงนี้คือลาไปตายเหรอครับ :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 26 ก.พ. 2009, 09:40 น.
ตัวเขาเองเสียชีวิตด้วยเครื่องบินเล็กจริงๆ ด้วยล่ะค่ะ..

เพลงนี้ชอบมากๆ อีกแล้ว.. ทำไมแอ้ฟังเพลงรุ่นเดียวกับลุงร่มล่ะเนี่ย..  :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 26 ก.พ. 2009, 14:26 น.
ไม่ได้มีส่วนร่วมกับจู๋นี้เลยพักนี้  :05:

+ ลุง ชอบเพลงที่ลุงเลือกๆมา เจ๋งดี ไม่ได้ฟังก็ตั้งนานแล้ว
และเข้าใจง่ายอีกเช่นเคย  :12:

โดยเฉพาะ้เพลงนี้ ลิฟวิง ออน เดอะ เจ็ท โด้  :30:
ผมชอบเอาไว้ฟังเวลาไปต่างจังหวัดนะ เผื่อจะไม่ได้กลับมาอีก   :42:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แนนเค้ก ❤ เมื่อ 27 ก.พ. 2009, 08:07 น.

ไม่ได้เข้านาน
เปิดมาเจอ Leaving on a Jet Plane - John Denver ที่พี่ร่มถอด
ถูกใจ :27:+
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ไอ้เบิร์ด เมื่อ 28 ก.พ. 2009, 00:06 น.
ผมก็กำลังแปลอยู่พอดีเลย กำลังพยายามทำให้มันเป็นภาษากวีอยู่  :05:

ซึ่งมันไม่ก็ยากพอสมคววรเลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 06 มี.ค. 2009, 11:03 น.
เลือกเพลงที่เข้ากับบบรรยากาศที่เพิ่งเกิดขึ้นในสองสามวันนี้
และเผอิญโพสต์ของพี่กำนันได้สะกิดคำนี้ขึ้นมาเมื่อเช้า
เพลงง่ายๆ ถอดความไม่ยากนัก

Let It Be
(Lennon/McCartney)

ปล่อยให้มันเป็นไป
(เลนน่อน แมคคาร์ทนี่)

When I find myself in times of trouble
Mother Mary comes to me
Speaking words of wisdom, let it be.
And in my hour of darkness
She is standing right in front of me
Speaking words of wisdom, let it be.
Let it be, let it be.
Whisper words of wisdom, let it be.

ในคราวที่ฉันอยู่ท่ามกลางปัญหา
พระแม่มารีทรงดำเนินลงมาหาฉัน
ทรงกล่าวคำนำทางปัญญาว่า "ปล่อยให้มันเป็นไปเถิด"
และในเวลาที่มืดมน
พระแม่ได้ปรากฎกายอยู่ตรงหน้า
ทรงกล่าวคำนำทางปัญญาว่า "ปล่อยให้มันเป็นไปเถิด"
ปล่อยให้มันเป็นไป ปล่อยให้มันเป็นไปเถิด
ทรงกระซิบถ้อยคำแห่งปัญญานี้ว่า "ปล่อยให้มันเป็นไป"

And when the broken hearted people
Living in the world agree,
There will be an answer, let it be.
For though they may be parted there is
Still a chance that they will see
There will be an answer, let it be.
Let it be, let it be. Yeah
There will be an answer, let it be.

และเมื่อผู้คนที่ดวงใจแตกสลาย
ในโลกนี้ได้เข้าใจ
คำตอบก็จะปรากฎออกมาเอง ดังนั้นจงปล่อยให้มันเป็นไปเถิด
ถึงแม้ว่าเขาเหล่านั้นจะต้องรวดร้าวเจียนตาย
แต่มันก็ยังมีโอกาสที่รอให้เขาเหล่านั้นมองเห็น
และ คำตอบก็จะรออยู่ตรงนั้น ดังนั้นก็จงปล่อยให้มันเป็นไป
ปล่อยให้มันเป็นไป ปล่อยให้มันเป็นไปเถิด ใช่
คำตอบจะปรากฎออกมาเอง จงปล่อยให้มันเป็นไปเถิด

And when the night is cloudy,
There is still a light that shines on me,
Shine on until tomorrow, let it be.
I wake up to the sound of music
Mother Mary comes to me
Speaking words of wisdom, let it be.
Let it be, let it be.
There will be an answer, let it be.
Let it be, let it be,
Whisper words of wisdom, let it be.

และในคืนที่ฟ้าหม่นไร้เดือนดาว
ยังคงมีแสงหนึ่งฉายลงมาให้ฉัน
ส่องนำทางให้ผ่านคืนที่มืดมนสู่วันพรุ่งที่กำลังมา ฉันจึงได้ปล่อยให้มันเป็นไป
ฉันตื่นขึ้นมาด้วยเสียงดนตรีแห่งสวรรค์ปลุกฉัน
ได้พบพระแม่มารีทรงดำเนินลงมา
และ ทรงกล่าวคำแห่งผู้รู้แจ้งแล้วว่า "ปล่อยให้มันเป็นไปเถิด"
ปล่อยให้มันเป็นไป ปล่อยให้มันเป็นไปเถิด
คำตอบที่เจ้าตามหาจะปรากฎเองในที่สุด จงปล่อยให้มันเป็นไปเถิด
ปล่อยให้มันเป็นไป ปล่อยให้มันเป็นไปเถิด
ทรงกระซิบย้ำที่ข้างหูว่า "ปล่อยให้มันเป็นไป....."
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 06 มี.ค. 2009, 11:23 น.
ขออนุญาติส่งเสียงสักเล็กน้อยครับ :46:

ผมรู้สึกว่าได้ความครบ แต่พอนึกว่าเลนนอน
ร้องเพลงนี้เป็นไทยแล้ว ไม่น่าจะด้วยสำนวน สำเนียงนี้
เนื้ออังกฤษก็เช่นกัน ผมว่าภาษาเขาใช้พูดพื้นๆ
แต่ความหมายเอง ที่มันกระแทกกระทั้น

ผมเคยได้ยินคนร้องเพลงนี้เป็นภาษาไทยในท่อนฮุค
ร้อง Let it be ซ้ำ 4 ครั้งนั้น เขาร้องว่า
ช่างมันเถิด...ช่างมันเสีย..ปล่อยมันไป...ให้มันเป็นไป
คิดว่า Let it be มันเป็นอะไรได้ทั้งหมดนี้ และเห็นว่า
เป็นการแปลที่เข้าท่าทีเดียว


เอามาเสริมของพี่ร่ม

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 06 มี.ค. 2009, 11:29 น.
ส่งเสียงมากหน่อยก็ได้เก้อ  :30:

อารมณ์ตอนนี้อยากสลวยน่ะ แอบแปลฟุ่มเฟือยไปเยอะเลย  :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: papos เมื่อ 06 มี.ค. 2009, 12:10 น.
โอ้ว กระจู๋นี้พลาดไปได้ไงเนี่ย ยอดมากๆ เลยครับ  :12:
ตอนเรียนภาษาอังกฤษอาจารย์จะให้แปลเพลงมาส่งคนละ1เพลงทุกสัปดาห์ ซึ่งมักจะคิดว่าเอาเพลงในยุคเก่าๆ มาแปล เพราะใช้คำง่ายดี  :52:

แต่ในคำง่ายๆ ก็แฝงความหมายไว้มากมาย ว่ากันจริงๆ แปลยากกว่าเพลงสมัยใหม่ซะอีก

แล้วว่างๆ จะมาแจมด้วยคนครับ  :53:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 06 มี.ค. 2009, 12:56 น.
Let it be ลุงร่ม สำนวนเหมือนฟังในโบสท์เลย
อ่านแล้วขนลุก  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 06 มี.ค. 2009, 14:21 น.
โบสถ์



ไม่เคยเข้าโบสถ์คริสต์เลยแฮะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 06 มี.ค. 2009, 14:22 น.
โอ้ ขอบคุณจ๊ะ +
ก็ว่ามันประหลาดๆ  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 06 มี.ค. 2009, 23:55 น.
ขุดเครื่องเจอเพลงนี้โดยบังเอิญ
เพลงนี้เคยให้เพื่อนที่แต่งงานกัน หลังจากที่คบกันมาได้ 6 ปี
แต่ย้อนไป 6 ปีก่อนหน้านั้น 2 คนนี้โดนตราหน้าว่าไปกันไม่รอดแน่ๆ
เพราะ ตอนเริ่มคบกันทั้งคู่ยังมีแฟนอยู่ แล้วทั้งคู่ก็ไปเลิกกับแฟนเพื่อมาคบกัน

ขณะเดียวกันตอนนั้นผมกำลังดูใจกับผู้หญิงคนหนึ่งอยู่
เรารักกันมาก แต่ทว่าเราก็ไม่ได้เป็นแฟนกัน ด้วยเหตุผลหลายอย่าง
ต่อมาอีกหลายปี เรานัดเจอกันอีกครั้ง รู้สึกต่อกันเหมือนเดิม นั่งฟังเพลงนี้ด้วยกันด้วยหูฟังคนละข้าง
......และเราก็ยังไม่ได้เป็นแฟนกันเหมือนเดิม

You're Still The One
Shania Twain

เธอยังคงเป็นคนเดียวของฉัน
แชนเนีย ทเวน


(Speak) When I firest saw you, I saw love
And the first time you touched me
I felt love and after all this time
You're still the one I love Mmm...Yeah

(พูด) เมื่อครั้งแรกที่ฉันพบเธอ ฉันเจอความรัก
และ ครั้งแรกที่เธอสัมผัสฉัน
ฉันรู้สึกถึงความรัก และ หลังจากที่เราผ่านช่วงเวลามาด้วยกัน
เธอยังเป็นคนเดียวที่ฉันรัก อืมม...ใช่

Looks like we made it
Look how far we've come my baby
We might took the long way
We knew we'd get there someday

ดูเหมือนเราทำได้แล้ว
ดูสิว่าเรามากันได้ไกลขนาดไหนแล้วที่รัก
เราอาจจะอยู่บนทางที่ยาวไกล
เรารู้ว่าเราจะไปถึงที่หมายในซักวันหนึ่ง

* They said "I bet they'll never make it"
But just look at us holding on
We're still together still going strong

พวกเขาพูดว่า "พนันได้ว่าสองคนนั่นไม่มีทางทำได้แน่"
แต่หันมาดูเราที่ยังเกาะกุมกันไว้สิ
เรายังเคียงข้างกัน ยังมั่นคงอยู่

** (You're still the one)
You're still the one I run to
The one that I belong to
You're still the one I want for life
(You're still the one)
You're still the one that I love
The only one I dream of
You're still the one I kiss good night

เธอยังเป็นคนเดียวที่ฉันนึกถึงเมื่อต้องการใคร
คนเดียวที่ฉันให้ครอบครอง
คนเดียวที่ฉันต้องการให้เป็นความหมายของชีวิต

เธอยังเป็นคนเดียวที่ฉันรัก
คนเดียวที่ฉันเฝ้าฝันถึง
คนเดียวเท่านั้นที่ฉันจะจูบราตรีสวัสดิ์

Ain't nothin' better
We beat the odds together
I'm glad we didn't listen
Look at what we would be missin'

ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้ว
เราร่วมฟันฝ่ารอยร้าวต่างๆ มาได้ด้วยกัน
ฉันดีใจที่เราไม่ได้สนใจคำพูดของใคร
ดูสิว่าว่าเราไม่ได้พลาดไปเชื่อใครที่อาจทำให้เราแยกจากกัน

[Repeat *, **]

You're still the one
เธอยังคงเป็นหนึ่งเดียวของฉัน

[Repeat **]

I'm so glad we made it
Look how far we've come my baby

ฉันดีใจมากเลยนะที่เราทำได้
ดูสิว่าเรามาด้วยกันได้ไกลขนาดนี้แล้วล่ะ ที่รัก
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 07 มี.ค. 2009, 00:06 น.
โอ้ว น้าร่มแปลเพลงได้สวยงาม :25:

รบกวนขอเพลงโรงแรมที่แคลิฟอร์เนีย ของคณะนกอินทรีย์ด้วยนะครับ
ที่ขึ้นต้นว่า

ท่ามกลางความมืดของทะเลทราย ...

อะไรอย่างนี้น่ะครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: papos เมื่อ 07 มี.ค. 2009, 00:10 น.
โอ้ว พี่ร่มแปลแจ่มมากเลยครับ
+  :53:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 07 มี.ค. 2009, 00:12 น.
สมัยฟังเพลงร๊อคจากวิทยุ มีน้องคนนึงโทรมาขอเพลง
น้องเค้าบอกว่า"ชื่อเพลงไม่แน่ใจนะครับ ที่มันขึ้นต้นด้วยเสียงผิวปาก รู้สึกจะชื่อเพลงสกอร์เปี้ยน"  
พี่ดีเจก็ต่อว่า "อ๋อ ของวง วินด์ ออฟ เชนจ์ ใช่ไหมน้อง"  
"เออ ใช่ครับพี่ ใช่เลย"

แล้วพี่ดีเจก็ "เอาละนะครับ เรามาฟังเพลงสกอร์เปี้ยน ของคณะวินด์ออฟเช้นจ์ กันนะครับ" แล้วเสียงผิวปากก็ดังขึ้น...

:30b:  :30b:  :30b:

อ้างคำพูดจาก: รอธชิลส์ เดอ อ๊ะอ๋าห์ เมื่อ 07 มี.ค. 2009, 00:06 น.
โอ้ว น้าร่มแปลเพลงได้สวยงาม :25:

รบกวนขอเพลงโรงแรมที่แคลิฟอร์เนีย ของคณะนกอินทรีย์ด้วยนะครับ
ที่ขึ้นต้นว่า

ท่ามกลางความมืดของทะเลทราย ...

อะไรอย่างนี้น่ะครับ

เดี๋ยวพรุ่งนี้จัดไปครับ  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 07 มี.ค. 2009, 00:17 น.
ขอบคุณครับ


ตอนนี้ก็เป็นพรุ่งนี้แล้วนะครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: papos เมื่อ 07 มี.ค. 2009, 00:31 น.
 :06:  :30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 07 มี.ค. 2009, 00:32 น.






ลุงร่มคงหมายถึงพรุ่งนี้ของตอนนี้น่ะครับ :37:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 07 มี.ค. 2009, 13:52 น.
เหอๆ ๆ พลาดซะแล้วลุงเป็ด  :39b: ดันจะมาแปลเพลงเทพระดับโรงแรมแคลิฟอเนีย
หะแรกก็เคยคิดว่าไม่น่าโหดร้ายเกินไปนัก แค่ต้องตามหาสัญลักษณ์บางอย่างที่อยู่ในเพลง  :37:
แต่มันมีหลายตำราเหลือเกิ๊นนนน   :07: :07: ต่างคนต่างตีความ ทั้งเรื่องของโรงแรมผี ไปจนลัทธิบูชาซาตาน  :55:
ศัพท์แต่ละคำล้วนแฝงการเล่นคำ เล่นความหมาย และ เป็นสัญญะ ถ้าจะแปลจริงๆ คงต้องใส่เชิงอรรถกันเลยทีเดียว
ดังนั้นเตรียมดิกลุงซันไว้ด้วยครับ ถ้าสงสัยคำไหนจะได้คลิกเลย เพราะแปลแบบถอด แบบสังเคราะห์เอง
ผมเลือกแปลแบบการเปรียบ "โรงแรมแคลิฟอเนีย" คือ วงการอุตสาหกรรมเพลง 70's
หรูหรา ฟุ้งเฟ้อ แต่จะดูดกลืนวิญญาณศิลปินของคุณไปจนไม่เหลือ อธิบายแค่นี้  ที่เหลือลุยโลด  :07: :07: :07:
ผิดถูกยังไง เดี๋ยวอาจารย์เก้อ อาจารย์ณตก็ตามมาเป็นเชิงอรรถให้เองแหละ  :56:

อ้อ แล้วจะแปลแบบเยิ่นเย้อเอาความด้วยนะเก้อ  :27:

Hotel California / Eagles

โรงแรมแคลิฟอเนีย โดย คณะนกอินทรีย์


On a dark desert highway, cool wind in my hair
Warm smell of colitas, rising through the air
Up ahead in the distance, I saw a shimering light
My head grew heavy and my sight grew dim,
I had to stop for the night

มุ่งไปบนถนนไฮเวย์ที่ตัดผ่านทะเลทรายอันมืดมิด สายลมเย็นพัดแทรกผ่านเส้นผม
กลิ่นหอมอุ่นอวลของดอกโคลิตัส ตลบฟุ้งไปในอากาศชวนมึนเมา
ผมมองเห็นแสงระยิบระยับอยู่ไกลๆ
ตอนนี้เริ่มหัวหนัก และ สายตาก็เริ่มหรี่ลาง
ผมคงต้องหยุดพักการเดินทางหาที่พำนักนอน


There she stood in the doorway, I heard the mission bell
And I was thinking to myself: this could be heaven or this could be hell
Then she lit up a candle and she showed me the way
There were voices down the corridor,
I thought I heard them say:

ที่นั่น เธอยืนอยู่ตรงทางเข้าประตู ผมได้ยินเสียงกริ่งเรียกพนักงาน
ขณะนั้นผมครุ่นคิดกับตัวเองว่า..นี่อาจจะป็นสวรรค์ หรืออาจเป็นนรกกันแน่
แล้วเธอก็จุดเทียน แสงสว่างทำให้ผมเห็นทางข้างใน
พลันมีเสียงดังลงมาทางเดิน
ผมว่าผมได้ยินพวกเขาพูดว่า..


Welcome to the Hotel California
Such a lovely place (such a lovely place), such a lovely face
Plenty of room at the Hotel California
Anytime of year (any time of year), you can find it here

ยินดีต้อนรับสู่โรงแรมแคลิฟอเนีย
ที่นี่ช่างสวยงาม (ที่นี่ช่างสวยงาม) ผู้คนก็น่ารัก
โรงแรมแคลิฟอเนียมีห้องให้คุณเหลือเฟือ
ไม่ว่าฤดูไหน ช่วงไหนของปี (ไม่ว่าฤดูไหน ช่วงไหน) คุณก็จะหาห้องได้เสมอ


Her mind is Tiffany twisted, she got the Mercedes bends
She got a lot of pretty, pretty boys, that she calls friends
How they dance in the courtyard, sweet summer sweat
Some dance to remember, some dance to forget

จิตใจเธอช่างคดโกง แสวงหาแต่ผลประโยชน์ เธอมีของหรูหราตราเมอเซเดสที่โค้งงอ
เธอมีหนุ่มๆ หน้าตาดีมากมายห้อมล้อม ซึ่งเธอเรียกว่า "เพื่อน"
พวกเขาเริงระบำกันอยู่ที่สนาม ท่ามกลางอากาศอบอุ่นของคืนฤดูร้อนกันเหงื่อหยด
บางเพลงก็น่าจดจำ..แต่กับบางเพลงก็ถูกลืมเลือนไป


So I called up the captain, "Please bring me my wine", He said
"We haven't had that spirit here since nineteen sixty-nine"
And still those voices are calling from far away
Wake you up in the middle of the night, just to hear them say:

ผมจึงเรียกหัวหน้าบริกร "ช่วยเอาเหล้าไวน์ให้ผมที" เขาตอบว่า..
"เหล้า หรือจิตวิญญาณล่ะที่คุณอยากได้ แต่มันก็หมดไปจากที่นี่ตั้งแต่ปี 1969 แล้วล่ะ"
และเสียงเหล่านั้นยังคงเรียกมาแต่ไกล
ปลุกคุณให้ผวาขึ้นมากลางดึก เพียงเพื่อได้ยินพวกเขาตอกย้ำว่า


"Welcome to the Hotel California
Such a lovely place (such a lovely place), such a lovely face
They livin' it up at the Hotel California
What a nice surprise (what a nice surprise), bring your alibis"

ยินดีต้อนรับสู่โรงแรมแคลิฟอเนีย
ที่นี่ช่างสวยงาม (ที่นี่ช่างสวยงาม ) ผู้คนก็น่ารัก
พวกเขาใช้ชีวิตกันอย่างหรูหราที่โรงแรมแคลิฟอเนีย
คงแปลกใจมากสินะ (คงแปลกใจมากสินะ) คุณเองก็เตรียมหาข้ออ้างที่ต้องอยู่ที่นี่ต่อเถอะ


Mirrors on the ceiling, the pink champagne on ice, and she said
"We are all just prisoners here, of our own device"
And in the master's chambers, they gathered for the feast
They stab it with their steely knives but they just can't kill the beast

ในห้องเพดานกระจกหรูหรา กับแก้วใส่เชมเปญสีชมพูเย็นฉ่ำ เธอพูดว่า
"พวกเราทุกคนต่างถูกจองจำไว้ที่นี่..ด้วยสิ่งที่เราสร้างมันขึ้นมาเอง"
และ ในห้องประชุมใหญ่ พวกเขามาร่วมงานฉลองอันบ้าคลั่ง
พวกเขาจ้วงแทงด้วยมีดที่ดีที่สุดแล้ว แต่พวกเขาก็ยังฆ่าเจ้าสัตว์ร้ายที่ครอบงำพวกเขาไว้ไม่ได้อยู่ดี


Last thing I remember, I was running for the door
I had to find the passage back to the place I was before
"Relax," said the night man, "We are programmed to receive
You can check out any time you like, but you can never leave"

สิ่งสุดท้ายที่ผมจำได้คือผมวิ่งหาประตูทางออก
ผมต้องหาทางกลับไปสู่สิ่งที่ผมเคยเป็นเมื่อก่อน
"ใจเย็นไว้" บุรุษสนธยากล่าว "เราถูกป้อนคำสั่งเอาไว้ให้ได้แต่ต้องยอมรับ
ว่าคุณสามารถเดินออกไปได้ทุกเมื่อนั่นแหละ แต่คุณไม่มีวันหนีไปได้พ้นหรอก"  :39b:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 07 มี.ค. 2009, 14:22 น.
แปะลุงไว้ก่อน เด่วมาแจม งานกำลังเข้าเยอะ
แต่มีหลายจุดจะแจมด้วย  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 07 มี.ค. 2009, 17:17 น.
ขอเบิ้ลนะแจ๊ะ  :37:

อันนี้ขอส่งเสียงแว่วๆหน่อยนะลุง
บางอันลุงแปลแล้วผมรู้สึกแปลกๆ  :46:

Then she lit up a candle and she showed me the way
There were voices down the corridor,
I thought I heard them say:

น่าจะเป็น

จากนั้นเธอก็จุดเทียน แล้วออกเดินนำทางผมไป
ตลอดที่เดินไปตามระเบียง แว่วเสียงลอยดังมา
เหมือนพวกเข้าจะพูดว่า...

How they dance in the courtyard, sweet summer sweat
Some dance to remember, some dance to forget

ดูที่พวกเ้ขาเต้นรำกันในสวน เหงื่อโทรมกาย
บ้างก็เต้นเพื่อที่จะให้จดจำ, บ้างก็เต้น เพื่อที่จะให้ลืม

"We haven't had that spirit here since nineteen sixty-nine"

Spirit ตัวนี้ น่าจะหมายถึงไวน์ครับ  เพราะมันแปลว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอร์ได้เหมือนกัน
เราไม่มีไวน์ตัวนี้ ตั้งแต่ปี 1969 แล้ว...

You can check out any time you like, but you can never leave"
คุณจะเช็คเอาท์เมื่อไหร่ก็ได้นะ , แต่คุณจะออกไปจากที่นี่ไม่ได้หรอก

เพลงนี้ หลายคนตีความไปต่างๆนาๆ
บ้างก็ว่า เขียนเสียดสีวงการเพลง เสียดสีวงการดนตรี
แต่จำได้ว่า สมัยก่อนดู บันเทิงคดี ของพี่ซัน มาโนชย์ พุฒตาล
แกก็ว่า อย่าไปคิดอะไรมาก แค่นักร้องไปเจอผี เลยมาแต่งเพลงนี้ แค่นั้นแหละ  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 07 มี.ค. 2009, 18:31 น.
ไอ้ "spirit" นี่ มันแปลได้ว่าเหล้า และ จิตวิญญาณ นั่นแหละ
เข้าใจว่าเขาเล่นคำ เลยแปลมันทั้งสองคำลงไปเลย  :30:

จริงๆ ถ้าเอาข้อมูลอันนึงที่เจอมามาอ้างอิง และชอบมากจนเชื่อว่าหมายความว่าอย่างนี้จริงๆ  :30:
คือ อีเกิ้ล จะเสียดสีวงการเพลงช่วง 70 แล้ว 1969 คือปีที่เกิด คอนเสิร์ตวู้ดสต๊อกซึ่งเป็นจิตวิญญาณของร้อค
ซึ่งหลังจากนั้น วู้ดสต๊อกก็ไม่เคยเกิดขึ้นจริงๆ อีก คือมีการจัดแต่ไม่มีจิตวิญญาณอย่างนั้นอีกแล้ว
อเมริกันกลายเป็นบริโภคนิยมไปหมดทุกอย่าง แม้แต่เพลง..

So I called up the captain, "Please bring me my wine", He said
"We haven't had that spirit here since nineteen sixty-nine"

ผมจึงเรียกหัวหน้าบริกร "ช่วยเอาเหล้าไวน์ให้ผมที" เขาตอบว่า..
"เหล้า หรือจิตวิญญาณล่ะที่คุณอยากได้ แต่มันก็หมดไปจากที่นี่ตั้งแต่ปี 1969 แล้วล่ะ"


ส่วน.."Some dance to remember, some dance to forget" นั้นตูตีความว่า
ถ้าคนในโฮเต็ลแคลิฟอเนียคือคนที่ขายจิตวิญญาณให้แก่อุตสาหกรรมเพลงไปแล้ว
"dance" คือ การ "perform" ของพวกเขา ซึ่งงานที่ออกมานั้นก็มีทั้งที่มีคุณภาพ และ ห่วยแตก
เลยแปลว่า "บางเพลงก็น่าจดจำ..แต่กับบางเพลงก็ถูกลืมเลือนไป"

แล้ว "You can check out any time you like, but you can never leave"
อืมมม น่าแปลใหม่เหมือนกัน

รอหลายๆ ความเห็นก่อนดีกว่า จริงๆ แปลไว้อีกแบบด้วย ไปไกลกว่านี้อีก  :30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 07 มี.ค. 2009, 18:38 น.
โอ้ว ขอบคุณมากๆครับ
:25:

ว่าแต่ ไอ้เมอเซเดสเบ๊นซ์​นั่นหมายถึงรถเบ๊นซ์ ไม่ใช่เหรอครับ
Benz น่ะครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 07 มี.ค. 2009, 18:42 น.
เนื้อจริงๆ เข้าเขียน bends น่ะครับ ให้มันล้อกับ twisted ข้างหน้า
ทิฟฟานี่ ก็เป็นยี่ห้อเครื่องเพชร เมอเซเดสก็เป็นยี่ห้อรถชั้นสูง

"Her mind is Tiffany twisted, she got the Mercedes bends"

ดังนี้เองครับ

เออ อ่านแล้วก็อยากแปลใหม่อีกทีแฮะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 07 มี.ค. 2009, 18:45 น.
โอ้ว :25: อย่างนี้นั่นเองอ้า ขอบคุณ ครับผม
(เป็นโคลงเลยนะเนี่ย)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: papos เมื่อ 07 มี.ค. 2009, 22:24 น.
โอ้ว เพลงนี้ชอบมากๆ  :25:

เคยแปลเพลงนี้ส่งอาจารย์ แปลแบบตามมีตามเกิด ไม่ได้รู้เลยว่าในเพลงมันมีอะไรแฝงไว้

อาจารย์ส่งคืนให้แล้วบอกว่าไปหาเพลงอื่นมาแปล เพลงนี้มันเกินความสามารถของเธอที่จะแปลและของครูที่จะตรวจ  :31:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 01:33 น.
อ่านๆไป ติดใจคล้ายๆที่พี่โอว่า
แต่พอฟังคำอธิบายแถของพี่ร่มแล้ว ก็เข้าใจเจตนารมย์ครับ
อย่างประโยคที่ว่า Some dance to remember, some dance to forget
จริงๆแม้แต่ในภาษาอังกฤษเอง ความหมายแบบตรงตัวก็ยังคิดได้หลายแบบ
เอาแบบตรงๆตัวเลย มันเข้าใจได้ทั้ง บางเต้นเพื่อที่จะจดจำ, บางเต้น เพื่อที่จะลืม
และได้ทั้ง บางการเต้นก็น่าจำ, บางการเต้นก็ลืมไปซะก็ได้
แต่นั่นก็ทำให้เพลงมีสเน่ห์ เพราะเพลงอมตะๆส่วนใหญ่ก็มักจะยังงี้
ให้คนคิดไปได้แล้วแต่

อีกอันก็ตรง Spirit แต่อ่านคำอธิบายก็เข้าใจ
เพราะแนวทางการถอดความพี่ร่มบอกไว้แต่แรกว่า ทำให้เข้าใจด้วย
(ถ้ารักษาต้นฉบับเป๊ะนี่ ก็คงจะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง)

ตอนแรกสุด เมื่อตอนเด็กๆ ผมเข้าใจว่า เพลงนี้พูดถึง
ความโรแมนติกของแคลิฟอร์เนีย ประมาณว่ารณรงค์ท่องเที่ยวแคลิฟอร์เนียอะไรแบบนั้น
เหมือน California dreamin ของ มาม่าแอนด์ปาป้า
พอโตมาหน่อยมัธยม ฟังออกว่ามันไปเจอผี ก็งงมากถึงมากที่สุด
ว่าเพลงคลาสสิคที่คนฟังกันทั้งบ้านทั้งเมืองทั้งโลกเนี่ย
เป็นเพลงนักร้องเจอผีไปได้ยังไง มันฟังไร้สาระมาก

จน ม.ปลาย นี่มั้งมานั่งๆแปลดู ว่าทั้งหมดมันว่าอะไรมั่ง
เนื้อเรื่องก็พูดถึงนักร้องเจอผีนั่นแหละ แต่ก็เริ่มเห็นภาพมากขึ้นว่า
พวกเขาคงแทนค่ามันถึงอะไรบางอย่าง เกี่ยวกับชีวิต
ตอนนั้นคิดว่ามันคงเกี่ยวกับการเดินทางของชีวิตผ่านสังคมอเมริกัน

พอผ่านไป พอได้อ่านอะไรๆเกี่ยวกับเพลงนี้มาบ้าง
บวกกับความเข้าใจเดิม ก็เข้าใจเพิ่มเติมคล้ายๆลุงร่ม
ว่ามันคงพูดถึงสังคมอเมริกัน อเมริกันดรีมที่เริ่มเน่าเฟะ วิญญานของแคลิฟอร์เนีย
ของอเมริกันที่บริสุทธิ์ มันได้ตายไปแล้ว พวกเขาจึงกลายเป็นผีวนเวียนอยู่อย่างนั้น
หนีไปไหนไม่ได้ แคลิฟอร์เนียคือทุกความหมายของอเมริกันดรีม
โรงแรมที่นั่น จึงแทนโลกใบนั้นไว้ทั้งหมด ผีที่นั่น จึงเป็นผู้คนที่เวียนว่าย
ค้นหามั่วซั่วกันอยู่ในเมืองแห่งนั้น ซึ่งดูเหมือนจะเป็นชีวิตที่มีอิสระ เช็คเอาท์ตอนไหนก็ได้
You can check out any time you like, but you can never leave
แต่จริงๆแล้ว ทุกคนก็ติดกับทางวิญญานเดียวกันหมดเลย ไม่มีทางหลุดไปจริงๆ

ส่วนคำที่ไขกุญแกเรื่องเกี่ยวกับจิตวิญญาน ที่หายไปจากแคลิฟอร์เนีย
ก็เหมือนที่พี่ร่มอธิบายไว้ชัด So I called up the captain,
"Please bring me my wine", He said
"We haven't had that spirit here since nineteen sixty-nine"


จนสุดท้าย ปัจจุบันนี้ ก็กลับไปเข้าใจความหมายเหมือนเมื่อตอนแรก
ว่านักร้องไปเจอผี ก็เลยเอามาเล่าให้พี่ป๋องฟัง แค่นั้นแหละ :30:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 02:02 น.

ตูชอบ California Dreamin นะ
มีแผ่นเสียงชุดนี้ของ มาม่าแอนด์ปาป้าด้วย  :25:


แต่สงสัยว่า ตรงไหนที่ทำให้คิดว่านักร้องไปเจอผีเหรอ  :09:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 02:05 น.
ก็อีตรงวิ่งหนีกันป่าราบตอนท้ายนี่ไงครับ :30:
(เป็นเพลงไทย อาจมีลงตุ่ม)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 02:11 น.
ยังไม่เข้าใจอยู่ดีแฮะ 

ตอนท้ายบอกว่า

If I didn't tell her I could leave today
California dreamin' on such a winter day
on such a winter day, on such a winter day

ตูแปลความประมาณว่า
นี่ถ้าไม่ได้สัญญงสัญญากับเธอไว้
(เหมือนประมาณว่า นัดใครไว้แถวนี้)
ฉันคงไปแล้วล่ะ

ฝันถึงฤดูร้อนในคาลิฟอร์เนีย
ในวันที่โคตรหนาวๆ


แต่เพลง Hotel California ที่ลุงร่มแปลนี่แหละ
ตูว่านักร้องเจอผีหลอกในโรงแรมของแท้แน่นอน  :37:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 02:20 น.
คนละเพล๊ง :07:

ประเด็นตอนนี้คือ โฮเต็ลแคลิฟอร์เนียนะครับ
อัน แคลิฟอร์เนียดรีม ผมอาจจะเขียนงงเอง
พอดีอยากยกตัวอย่างประกอบว่า ตอนเด็กๆคิดว่าโฮเต็ล
มันเป็นเพลงเนื้อหาใสๆ ชวนมาแคลิฟอร์เนีย แบบแคลิฟอร์เนียดรีม

เรื่องก็เป็นเช่นนี้แล :44:
แบบนี้พี่ณตต้องแปล แคลิฟอร์เนียดรีม ทั้งเพลงแล้วล่ะครับ
ไหนๆก็ไหนๆ :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 02:56 น.
เอ้า ตูอ่านหนังสือไม่แตกเอง  :30:
เพราะนึกว่าพูดถึง  California Dreamin' ด้วย

ไหนๆ ก็ไหนๆ (อันนี้ไม่เป็นกลอนนะ
เพราะรู้สึกว่าเคยแปลเพลงนี้เป็นกลอนบาทสั้นๆ อยู่
แต่ไม่รู้ไปเก็บไว้ไหนแล้ว )

California Dreamin' - The Mamas & The Papas

All the leaves are brown and the sky is grey,
I've been for a walk, on a winter's day
I'd be safe and warm  If I was in L. A.
California dreaming on such a winter's day

เดินผ่านความหนาว ในวันที่ฟ้าหมองมัว
รอบตัวมีแต่ความหดหู่และใบไม้แห้งที่ร่วงหล่น
น่าจะดีกว่านี้ ถ้าอยู่ที่ L.A.
ฝันกลางวันถึงคาลิฟอร์เนียหน้าร้อนในวันหนาว

Stopped into a church I passed along the way
Well, I got down on my knees and I pretend to pray
You know the preacher lights the coal
He knows I'm gonna stay
California dreaming on such a winter's day
หนีหนาวเข้าไปในโบสถ์
ที่ไม่เคยได้เหยียบย่างมาแสนนาน
แสร้งคุกเข่าภาวนา

ไม่อยากเชื่อ คุณพ่อจุดเตาผิงให้ด้วยเว้ยเฮ้ย
เขาคงรู้แหละว่าตูคงไปไหนไม่รอด
(ซึ่งในความจริง คงไม่มีที่ไป)
ฝันกลางวันถึงคาลิฟอร์เนียหน้าร้อนในวันหนาว

All the leaves are brown and the sky is grey
I've been for a walk on a winter's day
If I didn't tell her I could leave today
California dreaming on such a winter's day
On such a winter's day
On such a winter's day
California dreaming...

วันหนาว ที่ฟ้าหมองมัว
ออกมาเดินเล่น รอบตัวมีแต่ความหดหู่และใบไม้แห้งที่ร่วงหล่น
ถ้าตูไม่ได้บอกกับเธอไว้ว่าจะมา ตูกลับ แอลเอไปแล้ว

ฝันกลางวันถึงคาลิฟอร์เนียหน้าร้อนในวันหนาว
ในวันที่โคตรหนาว
ในวันที่โคตรหนาว
หนาวโว้ยยยยยย

....................

ตูว่าคนที่เคยออกมาเดินเล่น
ในช่วงต้นหน้าหนาวเหมือนในเพลงนี้คงเข้าใจ
(ที่รู้ว่าเป็นต้นหน้าหนาว เพราะในเพลงพูดถึงใบไม้ที่ร่วงเป็นสีน้ำตาล)
เพราะมันจะเดินอยู่ได้แป๊บเดียวเท่านั้น
ก็ต้องหาที่อุ่นๆ ซุก เพื่อหลบหนาว
แล้วบรรยากาศในฤดูต้นหนาวนี่ แม่งหดหู่ที่สุดแล้ว  :41:
(เข้าใจว่าเพลงนี้พูดถึงนิวยอร์คในหน้าหนาว)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 03:09 น.
จัดให้ทันที :30:
จะว่าไป ตำนานเกี่ยวกับเพลงนี้เห็นเขาว่ามีเยอะ
เคยอ่านเมื่อนานนนนมากมาแล้ว ประมาณว่า
เป็นเพลงที่เป็นแรงบันดาลใจให้หนุ่มสาวในยุคนั้น
ต่างหลั่งไหลมาตามหาความฝันกันที่แคลิฟอร์เนีย
พูดง่ายๆว่า เป็นเพลงที่มีส่วนในการก่อตัวของยุคบุพผาชนที่ยิ่งใหญ่ต่อมา
(จำได้เท่านี้) เหล่าวัยรุ่นหนุ่มสาวเหล่านั้น ออกมาค้นหาแสงแดด
ที่อ่อนโยนของแคลิฟอร์เนีย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากท่อนที่ว่า

หนาวโว้ยยยย  นี่แหละ :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 03:14 น.
ใช่ๆ ตอนจบที่ร้องเสียงสูงว่า on such a winter's dayyyyy นี่แหละ

จริงๆ คงต้องพูดว่า หนาวฉิบหายเลยโว้ยยยยย ด้วย  :30:

............................

ขอวกกลับมาที่ Hotel California นิดนึง

So I called up the captain, "Please bring me my wine", He said
"We haven't had that spirit here since nineteen sixty-nine"

ตูเคยสงสัยว่า แล้วทำไมถึงต้องเป็นปี 1969 ด้วย
จริงๆ แล้ว ปี 1969 ไม่ใช่มีแค่คอนเสิร์ตวู้ดสต็อก

แต่เป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆ อย่างในสังคมอเมริกัน
เป็นปีที่ นีล อาร์มสตรอง เหยียบดวงจันทร์

ช่วงนั้นอยู่ในช่วงของการมีสงครามเวียตนามด้วย
เป็นช่วงพีคๆ ก่อนที่จะเริ่มมีการถอนทหารจากเวียตนามในปีนั้น

ปีที่มีข่าวว่า ทหารอเมริกันฆ่าและข่มขืนชาวบ้านในเวียตนาม
จากที่เป็นวีรบุรุษอยู่ดีๆ ผู้คนต่างออกมาสาปแช่งกลายเป็นสัตว์สงคราม
เป็นจุดเริ่มต้นของการออกมาประท้วงต่อต้านสงครา่มของนักศึกษา
กว่าสองแสนคนที่วอชิงตัน

เป็นปีที่ โฮจิมินห์ เสียชีวิต
เป็นปีแฟนเพลงของโรลลิ่ง สโตน ถูกฆ่า ที่ Altamont คอนเสิร์ต  ที่ California
และนั่นตูว่า เป็นจุดจบ ของยุค ฮิปปี้นั่นเอง

ดังนั้น ประโยคที่ว่า
"Please bring me my wine", He said
"We haven't had that spirit here since nineteen sixty-nine"

ปกติไวน์ เราสามารถใช้ความหมายในการแทนเลือดของพระเยซูได้
เอาไว้ไถ่บาป หรือในพิธีศักดิ์สิทธิ์ อะไรทำนองนี้
ในเพลงนี้คงแทนความหมายของ จิตวิญญาณแห่งบุปผาชน หรือฮิปปี้ในยุคนั้น
(ซึ่งจิตวิญญาณนั่น ก็ตายไปตั้งแต่ปี 1969 นั่นแหละ)

ส่วนท่อนนี้
There were voices down the corridor,
I thought I heard them say:
ตูแปลประมาณนี้

คือประมาณว่าเดินตามผู้หญิงไป
ได้ยินเสียงคนแว่วๆ ตรงสุดทางเดิน
ซึ่งพอโผล่ออกไป ก็เจอผู้คน(ผี) เต็มไปหมด
ทุกคนพร้อมใจกันเปล่งเสียงว่า

ยินดีต้อนรับสู่โรงแรมแห่งคาลิฟอร์เนียนะจ๊ะห์  :30:

แต่ทั้งหมดทั้งปวง ของเพลงนี้
ตูก็ยังยืนยันว่า นักร้ิองโดนผีหลอกในโรงแรม
วิ่งกันป่าราบจริงๆ นั่นแหละ  :30:



ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ไอ้เบิร์ด เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 10:39 น.
กำลังจะมาถามเลยว่าทำไมต้องเป็นปี 1969

ได้ป๋าณตมาเฉลยแล้ว  :33:

+ป๋าณต
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ครูย้งงง เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 11:01 น.
อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร a.k.a. ลุงเป็ด เมื่อ 06 มี.ค. 2009, 11:03 น.
เลือกเพลงที่เข้ากับบบรรยากาศที่เพิ่งเกิดขึ้นในสองสามวันนี้
และเผอิญโพสต์ของพี่กำนันได้สะกิดคำนี้ขึ้นมาเมื่อเช้า
เพลงง่ายๆ ถอดความไม่ยากนัก

Let It Be
(Lennon/McCartney)


พี่เป็ดเคยฟังversion ใน  across the  universe มั๊ย ครับ  ผมชอบมากเลย ตอนแรก เคยเพลงเพลงนี้ผ่านๆ ไม่นึกว่าจะมีความหมายอะไรดีขนาดนั้น
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 13:52 น.
across the universe นี่ชอบหมดแหละ โดยเฉพาะ across the universe ล่องลอยดี :56:

เอาล่ะ องค์ประชุมได้ชำระโฮเต็ลไปหมดแล้ว เดี๋ยวถึงคิวเพลงต่อไป อะไรดี  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 20:42 น.
อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร a.k.a. ลุงเป็ด เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 13:52 น.
across the universe นี่ชอบหมดแหละ โดยเฉพาะ across the universe ล่องลอยดี :56:

เอาล่ะ องค์ประชุมได้ชำระโฮเต็ลไปหมดแล้ว เดี๋ยวถึงคิวเพลงต่อไป อะไรดี  :47:

แปล Across the universe เลยสิครับ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว  :25:

อยากรู้ว่าตรงท่อน
Jai guru deva om
Nothing's gonna change my world
จะแปลยังไงดี
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 20:59 น.
Jai guru deva om
ไจ คุรุ เทวะ

นมัสการแด่ เทพแห่งความรู้
ไจ - ประมาณว่า แด่, อธิษฐานแด่, สรรเสริญแด่
คุรุเทพ - เทพแห่งความรู้

ส่วนเนื้อทั้งหมด เคยแปลแล้ว แต่ไม่เป็นผลครับ
จนไม่เคยคิดจะกล้าแปลเลย แต่ก็เคยเขียนอะไรที่บันดาลใจ
จากเนื้อเพลงนี้ไว้เมื่อหลายปีมาแล้ว คือร้องและจำเนื้อได้เป็นปกติอยู่แล้ว
แล้วอยู่ดีๆ ก็เขียนคำภาษาไทยนี้ ขึ้นมาเฉยๆจากความรู้สึกที่มีต่อเพลง
จับเอาคำ 4-5 คำในเพลงมา นอกนั้นก็ปล่อยไหลไปตามความรู้สึก

เนื้อความประมาณนี้


อ้างอิง

(http://blueology.exteen.com/images/image/01-prommatep.jpg)

ถ้อยคำ



ล่องลอยไหลรินมาดั่งสายฝนที่ไม่มีวันหยุดตก

สู่มหาสมุทรที่แผ่กว้างอยู่เบื้องหน้า

ไหลลิ่วมา ระเรี่ยแสงที่อาบพื้นน้ำ

ข้ามขอบเขตของห้วงจักรวาล


ณ ชายฝั่งของความเศร้า

คลื่นแห่งความยินดี ร่อนเร่มาจนถึงหัวใจฉัน

ครอบครองและโอบกอดเราเอาไว้



แสงสว่างระยิบพื้นน้ำ พร่าตาเรา

คล้ายมีดวงตานับล้านร่ายรำอยู่รายรอบ

พลางส่งสียงเรียกเรา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า...



ความนึกคิดที่ลดเลี้ยว คล้ายสายลมที่ไม่เคยหยุดพัดโหม

ถาโถมสู่ลมหายใจ สูดเอาแสง คลื่น ละอองไอลม

...ล้มลุกคลุกคลาน

ขณะมองหาหนทางที่จะพาข้ามห้วงจักรวาล



เสียงหัวเราะ ต่อเฉดสีของโลก ณ สุดของชายฝั่งที่ร้างผู้คน

เปล่งแสงทักทายดวงตาของเรา ที่เฝ้ามอง



ความรักที่ไม่มีวันหมดสิ้น ส่องแสงเป็นประกายรอบตัวเรา

ดุจดวงอาทิตย์นับล้านดวงฉายซ้ำ และเรียกชื่อฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

นอกเหนือขอบเขต ข้ามห้วงจักรวาลไกลโพ้นมา...



Nothing ' s gonna change my world

...Nothing ' s gonna change my world...





*
Across the Universe บทเพลงอมตะของจอห์น เลนนอน
อยู่ ก็ดังขึ้นในหูผม ขณะเดินไปให้ถึงปลายสุดของแหลมพรหมเทพ
(ถึงที่ดังในหูนั่นจะเป็นของเวอร์ชั่นของฟิโอน่า แอปเปิ้ลก็เถอะ เหอะ เหอะ)

คำข้างบน เขียนขึ้นหลังจากวันนั้นไม่นาน เมื่อยังนอนเล่นที่บ้าน อ.กะปง, พังงา
ใช้เนื้อหาเดียวกันกับเพลงของจอห์น นอนเล่นเพลงนั้นนั่นแหละ
ส่วนรูปนี้ ถ่ายโดยพี่ชายผมเองน่ะ เย็นวันที่เข้าไปซื้อของที่ภูเก็ตกัน
มีเวลาก็เลยขับรถเที่ยว จนเลยไปถึงฟากแหลมพรหมเทพ


นี่น่าจะเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สวยที่สุดที่สายตาเคยเห็นมา
มหาสมุทรกว้างข้างหน้าย้ำเตือนความรู้สึกเล็กจ้อย
ไร้อำนาจ และความจริงที่ว่าเราเป็นแค่ผงธุลี

ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งของมหาสมุทร
สงครามยังดำเนินไม่หยุดหย่อน
คล้ายกับเราไม่เคยเล็กจ้อยเป็นผงธุลีแบบนั้นเลยจริงๆ



ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 21:02 น.
ชัยยะ ครุ เทวะ โอม  :47:

ยังไม่แน่ใจนะ เดาเอา  :30: :30:


เก้อตัดหน้า  :07: :07: :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 21:08 น.
โอ้ว ที่เก้อเขียนนี่มัน  :25:

เหมือนเคยอ่านเจอว่า
จอห์น เลนนอนบอกว่า
เพลงนี้เป็นเพลงที่เป็นกวีมากที่สุด
ในบรรดาเพลงที่เขาแต่งแล้ว
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 21:12 น.
แล้วยังจะมาให้แปลเพลงเทพๆ  :07: :07:

งั้นตาณตแปล smell like teen spirit ละกัน  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 21:16 น.
อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร a.k.a. ลุงเป็ด เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 21:12 น.
แล้วยังจะมาให้แปลเพลงเทพๆ  :07: :07:

งั้นตาณตแปล smell like teen spirit ละกัน  :47:

:30: เห็นว่าแปล Hotel California
เลยคิดว่าน่าจะแปล Across the universe ได้

เพลงของ Nirvana ผมไม่ถนัดเลยครับ
จริงๆ ช่วงนี้ไม่มีหัวแปลอะไรเลยครับ
มีแต่เรื่อง Encryption, Spread Spectrum อะไรก็ไม่รู้เต็มหัวไปหมด  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 21:20 น.
งั้นจะพยายามนะ โปรดติดตามชม :37:

เก้อยังแม่งไม่กล้าแปล แล้วตูจะเหลือเรอะ  :05a:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 21:22 น.
ไจ นะครับ ไม่ใช่ ชัย
ชัย มันคือชัยชนะ
ไจ ที่แปลว่าคารวะนี่ไม่มีในสันสกฤตของไทย
ช่วงนั้นทางวงมีมหาฤษีเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตวิญญาน
(จอร์จ แฮริสันไปเจอที่อินเดีย) ก็เลยเอาประโยคคารวะนี้มาใส่
เพื่อบอกความหมาย คารวะแด่ทวยเทพแห่งความรู้ทั้งมวลของมนุษย์
ที่ทำให้มนุษย์เข้าถึงสภาวะจิตอันสูงส่ง ซึ่งสภาวะอันนั้น
เขาบรรยายไว้ท่อนท้ายๆ ที่บอกว่ามองเห็นดวงอาทิตย์เป็นล้านๆดวง
เฉดสีนับล้าน พร่าดวงตา อะไรประมาณนี้ แต่ถ้ามองอีกแง่หนึ่ง
นี่มันอาการคนเมาปุ๊นดีๆนี่เอง :37:

สำหรับเลนน่อน ซึ่งใครต่อใคร นับว่าเป็นนักแต่งเพลงที่ดีที่สุดของโลก
แกยังว่าเองว่า นี่คือเนื้อเพลงที่ดีที่สุด ที่แกเคยเขียนมา
อ่านเป็นกลอนเฉยๆยังเพราะ

พวกพี่น้องกัลลาเกอร์ก็เคยบอกนะครับว่า เพลงนี้เป็นแรงบันดาลใจ
ให้แกเขียนเพลง เป็นนักแต่งเพลง อันนี้ก็ไม่น่าแปลกใจ
เพราะเนื้อเพลงโอเอซิสมันก็บีทเทิ่ลดีๆนี่เอง ส่วนเพลง Across the Universe
ผมว่าก็กลายร่างมาเป็นเพลง Champaign Supernova เพลงนี้ฟังทีแรก
ผมก็ว่ามันคือ Across the Universe ของโลกยุคใหม่แท้ๆเลย
(ในมิวสิค ยังทำผมใส่แว่นให้เหมือนเลนอนอีก)
แล้วถ้าอยากเข้าใจภาวะเฉดสีมึนๆในเพลงของ Across ที่ว่า
ผมก็ว่าดูจากมิวสิคเพลงนี้ของโอเอซิสได้ ทำภาพสื่อได้ชัดมาก

แต่มันตรงไปตรงมากว่า ที่บอกกันชัดๆว่า getting high
(Where were you while we were getting high ร้องซ้ำไปซ้ำมาทั้งเพลง)

http://www.youtube.com/watch?v=-cJauX_q6wI (http://www.youtube.com/watch?v=-cJauX_q6wI)

แล้วเอาจริงๆ ผมชอบเพลงนี้ และเนื้อเพลงนี้
มากกว่า Across the Universe อีกนะ

ปล.เขียนผสมปนเปเลยเถิด อย่าถือสานะครับ
พอนึกถึงเรื่องนี้แล้วมันก็ทำให้นึกถึงอะไรต่อไปต่อมาเรื่อย
เร่ิมด้วยมหาฤาษีเลยจบด้วยโอเอซิส :30:


//ตัดหน้า :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 21:28 น.
อีโอเอซิสนี่ตูก็ขอบายการแปลเลยล่ะ กลัว  :37:
ชอบนะแต่อีเนื้อประมาณ "ทำอาหารมื้อนึงแล้วเขวี้ยงมันทิ้งตอนวันอาทิตย์" นี่ท่อนแรกก็ไม่กล้าแปลแล้ว  :30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 09 มี.ค. 2009, 08:56 น.
พูดถึง Across the universe, Let it be
เลยไปหยิบแผ่นเสียงชุดนี้มาฟัง
The Beatles Ballads

ซึ่งรวมเพลงโคตรอมตะ
อาทิเช่น Yesterday, All my loving, Across the universe
Hey Jude, The long and winding road,  And I love her
แล้วก็ Let it be ให้ฟังกันเต็มอิ่มไปเลย

ปกแผ่นเสียงชุดนี้ก็สวยด้วยสิ
(จริงๆ ปกแผ่นเสียงของ The Beatles
สวยๆ แทบทุกอัลบั้มเลย นี่เลยเป็นสาเหตุนึง
ที่ตูสะสม แผ่นเสียงของ The Beatles เลย)

(http://img3.f0nt.com/09/7e587e6eb14aa9078fdde4876aa50099.jpg)

ฟังจนหมดแผ่นแล้วรู้สึกดียังไงไม่รู้  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: papos เมื่อ 09 มี.ค. 2009, 11:00 น.
 :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 09 มี.ค. 2009, 14:34 น.
เพลงนี้กรุณานึกเป็นภาพแล้วสัมผัสความรู้สึกเอา
หรือ ใครหากำยานได้ก็เอาแบบกลิ่นที่หลอนประสาทที่สุดมาจุด
(ถ้าอย่างที่เก้อสงสัย เอาปุ๊นมาเล่นซักโบก)
ว่ากันว่าเลนนอนได้ยินภรรยาละเมอ เลยลุกมาเขียนเนื้อ แล้วกลับไปนอนต่อ
วันต่อมาค่อยใส่ทำนอง ประกอบกับช่วงนั้นกำลังบ้านั่งสมาธิแบบอินเดียกัน

ตูพยายามแปลให้เป็นบทกวี และ พยายามคงความเดิมของคำให้ครบ
ส่วนความหมายแฝง ถ้าอธิบายคงเป็นเชิงอรรถอีกเช่นเดียวกัน ไม่กล้าแปลด้วย
เอ้ารับชมรับฟังได้


Across the universe / John Lennon
ข้ามผ่านห้วงสากลจักรวาล / จอห์น เลนน่อน


Words are flying out like endless rain into a paper cup.
They slither while they pass, they slip away across the universe.
ถ้อยคำพร่างพรูดั่งห่าฝนไหลลงสู่ถ้วยกระดาษ
หลั่งไหลถาโถมกระเซ็นซ่านข้ามผ่านห้วงสากลจักรวาล

Pools of sorrow waves of joy are drifting through my open mind.
Possessing and caressing me.
ในสระโศก ละลอกคลื่นความปิติซัดผ่านจิตเปิดว่างแห่งข้า
ดลบันดาล ลูบประโลมข้าอย่างละมุนละไม

Jai guru deva om
Nothing's gonna change my world
Nothing's gonna change my world
Nothing's gonna change my world
Nothing's gonna change my world
โอม ข้าถวายสักการะแด่ครุเทวา
โลกของข้ามิอาจเปลี่ยนด้วยสิ่งใด...


Images of broken light which dance before me like a million eyes
That call me on and on across the universe
ภาพแห่งแสงพร่าพราวเต้นเร่าอยู่เบื้องหน้า ราวดวงตานับล้าน
เพรียกหาข้ามิหยุดหย่อน ข้ามผ่านห้วงสากลจักรวาล

Thoughts meander like a restless wind inside a letter box
they tumble blindly as they make their way across the universe
ความคิดเรื่อยเปื่อยวนเวียน ราวสายลมที่พัดเวียนวนในตู้จดหมาย
ช่างสับสนและมืดมน เมื่อมันเดินทางข้ามผ่านห้วงสากลจักรวาล

Jai guru deva om
Nothing's gonna change my world
Nothing's gonna change my world
Nothing's gonna change my world
Nothing's gonna change my world
โอม ข้าถวายสักการะแด่ครุเทวา
โลกของข้ามิอาจเปลี่ยนด้วยสิ่งใด...


Sounds of laughter shades of life are ringing through my open ears 
Inciting and inviting me.
เสียงแห่งส่วนเสี้ยวชีวาอันเบิกบานกังวานก้อง ผ่านเข้าโสตที่พร้อมรับสนองของข้า
ทั้งยุยงปลุกปลั่น และ เย้ายวนชวนเชิญ

Limitless undying love which shines around me like a million suns
It calls me on and on across the universe 
รักนิรันด์ไร้ขอบเขตเปล่งประกายเจิดจ้ารอบข้า ดุจดวงสุริยานับล้าน
เพรียกเรียกหาข้า..เรียกข้า ส่งเสียงมาข้ามผ่านห้วงสากลจักรวาล........

Jai guru deva om
Nothing's gonna change my world
Nothing's gonna change my world
Nothing's gonna change my world
Nothing's gonna change my world
โอม ข้าถวายสักการะแด่ครุเทวา
โลกของข้ามิอาจเปลี่ยนด้วยสิ่งใด...

Jai guru deva
Jai guru deva
โอม ข้าถวายสักการะแด่ครุเทวา


ป.ล. ขออ้างอิงคำนึง universe นอกจากแปลว่าจักรวาลแล้ว ย้งหมายถึง สากล สิ่งทั้งมวล มนุษยชาติได้ด้วย
       เพลงนี้จึงเป็นเพลงหินยาน คือยานเล็ก ไปด้วยตนเอง จิตของตนเองคิดเอง ท่ามกลางหมู่มวล

ป.อ.เสียวมาก เพราะเจอข้อมูลว่าเจ๊จี๊ด จีระนันท์ แปลเป็นกลอนเป็นซับไตเติ้ลหนังเอาไว้
      แน่นอนว่าคงเพราะมาก ไม่กล้าหาอ่าน กลัวจะไม่กล้าแปล  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 09 มี.ค. 2009, 14:51 น.
คารวะแด่เทพแห่งนครละโว้ครับ
แปลได้กล้าหาญมาก :46:

ผมว่าก็เก็บความอะไรได้ครบนะครับ
ทั้งคำก็เพราะ ความต่อเนื่อง ความหมายก็ได้
อ่านแล้วก็เบลอๆนิดๆเทียบเคียงได้กับภาษาอังกฤษ

เพียงแต่อย่างที่ว่าแต่ละอัน แต่ละบรรทัด มันซ่อนอะไรไว้มาก
ไอ้ที่จะแปลเป็นอีกภาษาแล้วสามารถซ่อนอะไรไว้ได้เยอะแบบเดียวกันนี่
คงต้องให้เป็นหน้าที่ของนักเขียนซีไรต์ท่านนั้นอย่างเดียว :30:
ไม่เคยอ่านหรือดูคำแปลเวอร์ชั่นนั้นเหมือนกันนะครับ
เพราะว่าตอนที่ดูหนังเรื่องนี้ ดูในโรงแบบไม่มีซับ แหงล่ะ
(และฝรั่งรอบๆตัวก็ร้องคลอกันไปทั้งเรื่อง)

ถ้าจะตะหงิดนิดนึง รู้สึกว่าน้ำเสียงของเลนน่อน
กับคำว่า ข้า เนี่ย ฟังดูแปลกๆ รู้สึกว่าฟังดูไม่สงบ
แต่ดูบริบทอื่นๆของเนื้อหาแวดล้อม และโทนของทั้งเพลงก็เหมาะดีแล้วนะครับ
ผมแค่คิดภาพเลนน่อนพูดว่าข้าไม่ออกเฉยๆ
ชอบคำว่า สระโศก ด้วย ดูมีชั้นเชิง Pool of Sorrow - สระโศก
โทนเข้ากับทั้งเพลงอีกต่างหาก เท่าที่ผมเคยเขียนไว้
ผมใช้คำไทยว่า หนองบึงแห่งความเศร้า ผมว่ามันฟังประหลาดดี
...ณ หนองบึงแห่งความเศร้า คลื่นแห่งความยินดีร่อนเร่มาถึงหัวใจฉัน...
เป็นคำที่คนในภาวะเมาปุ๊นน่าจะเขียน :30:

ปล.ปกบีทเทิ่ลบัลลาดของพี่ณตสวยสุดยอด
สอยมาจากไหนครับเนี่ย ตลาดโคเว้นท์ป่าว

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 09 มี.ค. 2009, 14:59 น.
ตอนแรกก็ใช้ฉัน
คือตูก็นึกไม่ออกว่าจะใช้ผม หรือ ฉันกับประโยค "Jai guru deva om.Nothing's gonna change my world"ยังไงน่ะ :30:

โอม ผมขอถวายสักการะแค่ครุเทวา
โอม ฉันขอถวายสักการะแค่ครุเทวา

เลยเป็น
"โอม ข้าถวายสักการะแด่ครุเทวา
โลกของข้ามิอาจเปลี่ยนด้วยสิ่งใด..."

คล้องกันด้วย  :53:
ชอบอันนี้มากเลยนะ "โลกของข้ามิอาจเปลี่ยนด้วยสิ่งใด.."
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 09 มี.ค. 2009, 16:20 น.
+ แบบ no comment ไปเลยลุง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: LiLiFaM เมื่อ 09 มี.ค. 2009, 17:01 น.
้เพลงนี้เก่าแล้ว เรื่อง Lady and the Tramp (ทรามวัยกับไอ้ตูบ)
แต่เป็นเพลงในฉากที่ชอบมากกกกก

Ost. Lady and the Tramp: BELLA NOTTE

- - - - -
Oh this is the night, it's a beautiful night
And we call it bella notte

คืนนี้ช่างเป็นค่ำคืนที่สวยงาม
และเราเรียกมันว่า เบลลา นอตเต้

Look at the skies, they have stars in their eyes
On this lovely bella notte.

มองบนท้องฟ้าสิ ประกายดาวสดใส ฉายในแววตา
บนฟากฟ้าแสนงาม

Side by side with your loved one,
You'll find enchantment here.
The night will weave its magic spell,
When the one you love is near!

มีคนที่รักเคียงข้างกัน
ช่างเป็นความรู้สึกที่น่าหลงใหล
ราวกับค่ำคืนกำลังร่ายมนต์วิเศษ
เมื่อมีคนที่เธอรักเคียงข้างกัน

Oh this is the night, and the heavens are right!
On this lovely bella notte!

ค่ำคืนนี้ ราวกับอยู่ในสรวงสวรรค์
เบลลา นอตเต้ ที่แสนงดงาม...

------------
อยากเอามาแปะให้ฟัง แต่ลงโค้ดไม่เป็นค่ะ แหะๆ ...  :35:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 09 มี.ค. 2009, 17:08 น.
น่ารักดีจ้ะ ว่าแต่ไอ้ BELLA NOTTE นี่ภาษาอะไร

เจอเพลงหวานๆ แบบนี้ทำให้รู้สึกว่าที่ผ่านๆ มานี่แปลกันแต่สิ่งที่จริงจังกันจัง  :30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 09 มี.ค. 2009, 17:45 น.






Italian ครับ

ชอบเพลงนี้ล่ะ :22:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 09 มี.ค. 2009, 18:18 น.
 :46: มากราบคารวะลุงร่มงามๆ
ในความกล้าหาญครั้งนี้
แปลได้หมดจดมากครับ

โดยเฉพาะท่อนนี้
โอม ข้าถวายสักการะแด่ครุเทวา
โลกของข้ามิอาจเปลี่ยนด้วยสิ่งใด...

ผมนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก
ว่าจะแปลออกมาได้ยังไงให้คล้องจองกัน
และยังคงความหมายได้ขนาดนี้

............................................

อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 09 มี.ค. 2009, 14:51 น.

ปล.ปกบีทเทิ่ลบัลลาดของพี่ณตสวยสุดยอด
สอยมาจากไหนครับเนี่ย ตลาดโคเว้นท์ป่าว


จำไม่ได้เหมือนกัน ว่าไปสอยมาจากไหน
อาจจะร้าน Charity แถวๆ บ้าน

ปกบีทเทิ่ลบัลลาด คนวาดซ่อนอะไรไว้เยอะเลย
ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นโยโกะ โอโนะ ด้วย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 10 มี.ค. 2009, 20:50 น.
ฝรั่งแปลงเพลงนี้กันว่างี้

poo of sorrow wave of pee are drifting through my open mind...
ก้อนขี้แห่งความโศกตรม และระลอกคลื่นแห่งเยี่ยว
ล่องลอยไหลเรื่อยมายังดวงใจอันอ่อนโยนของฉัน  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 12 มี.ค. 2009, 02:29 น.
มีน้าคนนึงชอบเพลงนี้ เกริ่นๆ ลอยๆ ไว้ในกระจู๋ถ้าโลกนี้ไม่มีเพลงรักว่าอยากให้แปล
เราก็ว่างๆ  :47: (ที่จริงอู้ ทำงานดึกขี้เกียจตามประสา) เลยมาจัดให้

Lady of Dreams / Kitaro

* Save me a place in the heart of your hearts.
When you think of love never forsake me.
Wanting and dreaming you. Each time I think of you lying naked beside me.
Only a Lady of Dreams, She will bring magic to sing to your heartstrings.
Only a Lady of Dreams, Come alive -- you are all that I desire.*
(*)
** Something tells me This is love that surrounds.
Only a fool without wisdom can see.
Blind as I am In your eyes My Lady of Dreams.
Blind as I am In your eyes My Lady of Dreams.**

Save me, save me a place in your heart
Tears escape from me when we're apart
Please dream of me now, my Lady of Dreams

My thought and wishes are all the surrounds
Mysteries hold you, then fly you away
You know you are my life, my Lady of Dreams
You know you are my life, my Lady of Dreams
(*,**)


นางในฝัน

   เก็บที่ว่างกลางใจให้ฉันเถิด    
เมื่อรักเกิดอย่ามองใครให้มองฉัน
ปรารถนาใฝ่ฝันเธอทุกคืนวัน      
เคียงข้างกันนอนเปลือยกายในจินตนา

   นางในฝันเท่านั้นที่มีมนต์    
บรรเลงเพลงจับใจจนรักหมดท่า
นางในฝันเท่านั้นดลชีวา           
ยอดปรารถนาของฉันนั้นคือเธอ

   บางสิ่งบอกว่าคือรักที่ล้อมอยู่    
อย่างที่รู้คนเขลาเท่านั้นเผลอ
ฉันมืดบอดในสายตาเพราะรักเธอ     
มีแต่เธอนางในฝันนิรันดร์ไป

   เก็บเอาไว้ ห้องดวงใจเก็บให้ฉัน   
แม้ในวันจากน้ำตาไม่มีไหล
โปรดเฝ้าฝันถึงฉันในทันใด       
ภายในใจนางในฝันมีฉันเทอญ

   คิดปรารถนาของฉันที่ล้อมราย   
โอบกอดกายเธอคล้ายสู่เหาะเหิร
เธอจงรู้ว่าชีวีที่เพลิดเพลิน      
เพราะเธอเดินจากฝันมาหากันจริง

ป.ล. แอบโกงเนื้อ  :47: ที่จริงท่อน * 2 รอบแรกเนื้อต่างกัน 1 คำ
รอบแรกร้องว่า Wanting and dreaming you. Each time I think of you lying naked beside me.
รอบสองร้องว่า Wanting and holding you. Each time I think of you lying naked beside me.
แต่เราจะถอดเป็นกลอนจึงมองข้ามไป  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 12 มี.ค. 2009, 07:04 น.
อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร a.k.a. ลุงเป็ด เมื่อ 12 มี.ค. 2009, 02:29 น.
มีน้าคนนึงชอบเพลงนี้ เกริ่นๆ ลอยๆ ไว้ในกระจู๋ถ้าโลกนี้ไม่มีเพลงรักว่าอยากให้แปล
เราก็ว่างๆ  :47: (ที่จริงอู้ ทำงานดึกขี้เกียจตามประสา) เลยมาจัดให้

Lady of Dreams / Kitaro

* Save me a place in the heart of your hearts.
When you think of love never forsake me.
Wanting and dreaming you. Each time I think of you lying naked beside me.
Only a Lady of Dreams, She will bring magic to sing to your heartstrings.
Only a Lady of Dreams, Come alive -- you are all that I desire.*
(*)
** Something tells me This is love that surrounds.
Only a fool without wisdom can see.
Blind as I am In your eyes My Lady of Dreams.
Blind as I am In your eyes My Lady of Dreams.**

Save me, save me a place in your heart
Tears escape from me when we're apart
Please dream of me now, my Lady of Dreams

My thought and wishes are all the surrounds
Mysteries hold you, then fly you away
You know you are my life, my Lady of Dreams
You know you are my life, my Lady of Dreams
(*,**)


นางในฝัน

   เก็บที่ว่างกลางใจให้ฉันเถิด    
เมื่อรักเกิดอย่ามองใครให้มองฉัน
ปรารถนาใฝ่ฝันเธอทุกคืนวัน      
เคียงข้างกันนอนเปลือยกายในจินตนา

   นางในฝันเท่านั้นที่มีมนต์    
บรรเลงเพลงจับใจจนรักหมดท่า
นางในฝันเท่านั้นดลชีวา           
ยอดปรารถนาของฉันนั้นคือเธอ

   บางสิ่งบอกว่าคือรักที่ล้อมอยู่    
อย่างที่รู้คนเขลาเท่านั้นเผลอ
ฉันมืดบอดในสายตาเพราะรักเธอ     
มีแต่เธอนางในฝันนิรันดร์ไป

   เก็บเอาไว้ ห้องดวงใจเก็บให้ฉัน   
แม้ในวันจากน้ำตาไม่มีไหล
โปรดเฝ้าฝันถึงฉันในทันใด       
ภายในใจนางในฝันมีฉันเทอญ

   คิดปรารถนาของฉันที่ล้อมราย   
โอบกอดกายเธอคล้ายสู่เหาะเหิร
เธอจงรู้ว่าชีวีที่เพลิดเพลิน      
เพราะเธอเดินจากฝันมาหากันจริง

ป.ล. แอบโกงเนื้อ  :47: ที่จริงท่อน * 2 รอบแรกเนื้อต่างกัน 1 คำ
รอบแรกร้องว่า Wanting and dreaming you. Each time I think of you lying naked beside me.
รอบสองร้องว่า Wanting and holding you. Each time I think of you lying naked beside me.
แต่เราจะถอดเป็นกลอนจึงมองข้ามไป  :47:

โอ้ว เพราะดีครับ
แล้วก็ยังได้ความหมาย
ตรงกับภาษาด้วย  :25:

ผมติดใจนิดเดียว
ตรงบทสุดท้าย

Mysteries hold you, then fly you away

ผมเข้าใจว่า น่าจะแปลว่า
เป็นสิ่งลึกลับที่พาคุณหายไป(จากในฝัน) รึเปล่า   :46:





ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 12 มี.ค. 2009, 08:55 น.
ทำให้ลงกลอนไม่ได้น่ะ  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: LiLiFaM เมื่อ 12 มี.ค. 2009, 11:19 น.
แปลงมาลงเป็นกลอน บางทีไม่ต้องเป๊ะๆก็ได้ค่ะ
จับใจความมา re ใหม่จะง่ายกว่า เอาให้ความหมายเดิมไม่เพี้ยนเป็นพอ

อันนี้เคยลองแปลไว้ค่ะ

== Somewhere Out There ==

Somewhere out there
beneath the pale moonlight
Someone's thinking of me
and loving me tonight

ณ ฟากฟ้าแสนไกล ใครจะรู้
อาจมีอยู่..คนที่คู่กับตัวฉัน
ณ ฟ้าไกล ภายใต้แสงแห่งดวงจันทร์
เขาคนนั้น อยู่ตรงนั้น แต่..ที่ใด?

Somewhere out there
someone's saying a prayer
That we'll find one another
in that big somewhere out there

ณ ฟากฟ้าแสนไกล ใครจะรู้
เขาคนนั้น รักฉันอยู่ ใช่หรือไม่
ภายใต้โค้งแห่งฟ้าที่ทอดไกล
เราอาจพบกันได้ ในสักวัน

And even though I know
how very far apart we are
It helps to think we might be wishing
on the same bright star

ไกลแสนไกล อาจไกล ฉันไม่ท้อ
ฉันจะรอด้วยแรงใจที่คงมั่น
เพียงได้รู้ ว่าใต้ฟ้าผืนเดียวกัน
ใครคนนั้น ก็รอฉัน ด้วยหัวใจ

And when the night wind starts
to sing a lonesome lullaby
It helps to think we're sleeping
underneath the same big sky

ผ่านสายลมแห่งราตรีที่พัดพลิ้ว
บทกวีจะปลิดปลิวตามลมไหว
เพื่อส่งผ่านอ้อมกอดข้ามฟ้าไป
ถึงคนนั้น อาจเป็นใคร.. ให้ฝันดี

Somewhere out there
if love can see us through
Then we'll be together
somewhere out there
Out where dreams come true..

ณ ฟากฟ้าแสนไกล ใครจะรู้
กับความรักที่คงอยู่ ไม่หวั่นไหว
เมื่อวันหนึ่ง ที่ความรักเดินทางไกล
แล้ววันนั้น เราจะใกล้...อีกไม่นาน...

============================
พอได้เนอะ แหะๆ ..
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 12 มี.ค. 2009, 11:32 น.
โหวว มาเป็นกลอนเลย
:25:
ขอบคุณมากครับ


เดี๋ยวหาหมอลำมาถอดมั่ง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: LiLiFaM เมื่อ 12 มี.ค. 2009, 11:54 น.
อ้างคำพูดจาก: รอธชิลส์ เดอ อ๊ะอ๋าห์ เมื่อ 12 มี.ค. 2009, 11:32 น.
โหวว มาเป็นกลอนเลย
:25:
ขอบคุณมากครับ


เดี๋ยวหาหมอลำมาถอดมั่ง



เอามาถอดเป็น eng ท่าจะยากนะ
รอชม อิอิ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 12 มี.ค. 2009, 11:55 น.
อ้างคำพูดจาก: รอธชิลส์ เดอ อ๊ะอ๋าห์ เมื่อ 12 มี.ค. 2009, 11:32 น.
โหวว มาเป็นกลอนเลย
:25:
ขอบคุณมากครับ


เดี๋ยวหาหมอลำมาถอดมั่ง


ถือว่าเป็นสัญญาลูกผู้ชายนะครับน้า  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 12 มี.ค. 2009, 12:25 น.
ถอดเป็นไทยนะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 12 มี.ค. 2009, 13:22 น.
ขอเต้ยสาวจันทร์กั้งโกบเลยครับ  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 12 มี.ค. 2009, 23:11 น.
อ้างคำพูดจาก: Liลิ เมื่อ 12 มี.ค. 2009, 11:19 น.
แปลงมาลงเป็นกลอน บางทีไม่ต้องเป๊ะๆก็ได้ค่ะ
จับใจความมา re ใหม่จะง่ายกว่า เอาให้ความหมายเดิมไม่เพี้ยนเป็นพอ

อันนี้เคยลองแปลไว้ค่ะ

== Somewhere Out There ==

Somewhere out there
beneath the pale moonlight
Someone's thinking of me
and loving me tonight

ณ ฟากฟ้าแสนไกล ใครจะรู้
อาจมีอยู่..คนที่คู่กับตัวฉัน
ณ ฟ้าไกล ภายใต้แสงแห่งดวงจันทร์
เขาคนนั้น อยู่ตรงนั้น แต่..ที่ใด?

Somewhere out there
someone's saying a prayer
That we'll find one another
in that big somewhere out there

ณ ฟากฟ้าแสนไกล ใครจะรู้
เขาคนนั้น รักฉันอยู่ ใช่หรือไม่
ภายใต้โค้งแห่งฟ้าที่ทอดไกล
เราอาจพบกันได้ ในสักวัน

And even though I know
how very far apart we are
It helps to think we might be wishing
on the same bright star

ไกลแสนไกล อาจไกล ฉันไม่ท้อ
ฉันจะรอด้วยแรงใจที่คงมั่น
เพียงได้รู้ ว่าใต้ฟ้าผืนเดียวกัน
ใครคนนั้น ก็รอฉัน ด้วยหัวใจ

And when the night wind starts
to sing a lonesome lullaby
It helps to think we're sleeping
underneath the same big sky

ผ่านสายลมแห่งราตรีที่พัดพลิ้ว
บทกวีจะปลิดปลิวตามลมไหว
เพื่อส่งผ่านอ้อมกอดข้ามฟ้าไป
ถึงคนนั้น อาจเป็นใคร.. ให้ฝันดี

Somewhere out there
if love can see us through
Then we'll be together
somewhere out there
Out where dreams come true..

ณ ฟากฟ้าแสนไกล ใครจะรู้
กับความรักที่คงอยู่ ไม่หวั่นไหว
เมื่อวันหนึ่ง ที่ความรักเดินทางไกล
แล้ววันนั้น เราจะใกล้...อีกไม่นาน...

============================
พอได้เนอะ แหะๆ ..

บวกให้เลยครับ
ผมชอบเพลงนี้ด้วย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 13 มี.ค. 2009, 01:39 น.
ทั้งเพลงพี่ ทั้งเพลงนี้
ไม่มีอะไรจะกล่าวครับ ไม่รู้จัก :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณหนูฟ้า เมื่อ 13 มี.ค. 2009, 02:01 น.
ชอบเหมือนกัน + ให้เป็นกำลังใจ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: LiLiFaM เมื่อ 13 มี.ค. 2009, 12:50 น.
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 13 มี.ค. 2009, 01:39 น.
ทั้งเพลงพี่ ทั้งเพลงนี้
ไม่มีอะไรจะกล่าวครับ ไม่รู้จัก :37:

เก่าล่ะค่ะเพลงนี้ แอบดัก 55+
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 14 มี.ค. 2009, 03:02 น.
คงเหมือนหลายๆ คนที่รู้จักคีตาโร่จากเพลงนี้
ซึ่งเป็นเพลงประกอบโฆษณาฮานาโกะ โตเกียวเมื่อเป็นสิบกว่าปีก่อน (ใครจะไปเกิดทันกะลุง)
แว่วๆ มาว่า ที่จริงเป็นเพลงประกอบหนังเรื่องนึงของญี่ปุ่น
เป็นเด็กสาวมัธยมกลุ่มหนึ่งที่ไปติดเกาะร้างกัน โดยมีคนนึงท้อง
เลยเข้าใจเนื้อเพลงในบัดดล หลังจากงงๆ ว่าน้าแกจะสื่ออะไรในเพลง
อ้อ น้าแกเป็นชาวเกาะด้วย

Island of Life เกาะแห่งชีวิต

She sees me,She understands.            
สายตาของเธอที่มองมาบอกว่าเธอเข้าใจตัวฉัน
She helps with all of my fears            
เธอช่วยฉันบรรเทาความกลัวทั้งหลาย
When we stand together for life      
เมื่อเราหยัดยืนเผชิญชีวิตร่วมกัน
Who will hold a child in her arms      
ใครจะเป็นคนโอบอุ้มเด็กน้อยในอ้อมแขนเธอ


She reaches out, So many friends            
เธอยื่นมือออกไปสู่เพื่อนทั้งหลาย         
Who seek to live this world       
ที่แสวงหาความหมายของการอยู่ในโลก
When we stand together for life    
เมื่อเราหยัดยืนเผชิญชีวิตร่วมกัน
She will hold a child In her arms             
เธอจะโอบอุ้มเด็กน้อยไว้ในอ้อมแขน         

Chorus:
Without woman, Earth would fade and die      
ปราศจากผู้หญิงโลกคงเหี่ยวเฉาแห้งตาย
Without woman, Who am I            
ปราศจากผู้หญิง   ฉันจะมีความหมายใด
Who am I on this Island of Faith             
ฉันจะมีความหมายใดบนเกาะแห่งศรัทธานี้
Who am I on this Island of Life               
ฉันจะมีความหมายใดบนเกาะแห่งศรัทธานี้

You are the Sea    You are the Sky       You are the Ocean          
เธอคือท้องทะเล      คือท้องฟ้า      เธอคือมหาสมุทร


I am the Earth   I am the Island of your Love             
ฉันเป็นผืนดิน   ฉันเป็นเกาะที่อยู่ในห้วงรักอันกว้างใหญ่ของเธอ

She listens, She understands            
เธอรับฟังและก็เข้าใจ
For those searching for truth      
ในตัวบรรดาผู้แสวงสัจธรรม
We will stand together for life       
เมื่อเราหยัดยืนเผชิญชีวิตร่วมกัน
We will hold a child in our arms         
เราจะร่วมกันโอบกอดเด็กน้อยไว้ในอ้อมแขนของเรา

(Chorus)

She sees me,She understands.            
สายตาของเธอที่มองมาบอกว่าเธอเข้าใจตัวฉัน
She helps with all of my fears            
เธอช่วยฉันบรรเทาความกลัวทั้งหลาย
When we stand together for life      
เมื่อเราหยัดยืนเผชิญชีวิตร่วมกัน
She will hold a child In her arms             
เธอจะโอบอุ้มเด็กน้อยไว้ในอ้อมแขน   

(Chorus)

Dreams are the understanding of life   ความฝัน   คือความเข้าใจชีวิต
Dreams are the understanding of love    ความฝัน คือความเข้าใจความรัก



เมื่อเราพูดถึงความฝันแล้ว เรามักมองถึงที่สวยงามสมบูรณ์ สิ่งที่เราอยากให้เป็น
แต่ฝันนั้นวันนึงมันก็ต้องสิ้นสุด
หรือชีวิต กับความรักก็เป็นเช่นนั้น....
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 14 มี.ค. 2009, 09:41 น.
เอ้อ เพลงนี้ตะหากที่อยากให้แปล :25:
ได้ไปดูคอนเสิร์ตที่สวนหลวงด้วย บัตรใบละร้อยเอง คุ้มสุดๆ
jon anderson ร้อง เสียงสุดยอด  :25: :25:

ผมแปล I am the Earth เป็น
ฉันเป็น(แค่)ก้อนดิน นะ แบบว่าลดความสำคัญของตัวเองลงสุดๆ :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 14 มี.ค. 2009, 11:09 น.
อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร a.k.a. ลุงเป็ด เมื่อ 14 มี.ค. 2009, 03:02 น.
คงเหมือนหลายๆ คนที่รู้จักคีตาโร่จากเพลงนี้
ซึ่งเป็นเพลงประกอบโฆษณาฮานาโกะ โตเกียวเมื่อเป็นสิบกว่าปีก่อน (ใครจะไปเกิดทันกะลุง)แว่วๆ มาว่า ที่จริงเป็นเพลงประกอบหนังเรื่องนึงของญี่ปุ่น
เป็นเด็กสาวมัธยมกลุ่มหนึ่งที่ไปติดเกาะร้างกัน โดยมีคนนึงท้อง
เลยเข้าใจเนื้อเพลงในบัดดล หลังจากงงๆ ว่าน้าแกจะสื่ออะไรในเพลง
อ้อ น้าแกเป็นชาวเกาะด้วย



แอ้เกิดทัน..
ทันโฆษณานั่นด้วย  :05:

ชอบเพลงนี้ด้วย ทุกวันนี้ก็ยังฟังอยู่เรื่อยๆ ค่ะ..  :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 14 มี.ค. 2009, 15:35 น.
พึ่งหาเพลงนี้ฟังในยูตูบ ไม่ได้เป็นแฟนเพลงคีทาโร่นะครับ
แต่ก็เคารพในตัวตนและผลงานของท่านอยู่เสมอ(รู้สึกว่าต้องเรียกว่าท่านยังไงไม่รู้)
ผมเห็นต่างกับสำนวนแปลของพี่ร่มเพลงนี้ค่อนข้างเยอะเหมือนกันนะนี่

ผมรู้สึกว่า คำในต้นฉบับ แสดงตัวอย่างชัดเจนว่าเขียนด้วยนักกลอนที่
ใช้ภาษาเรียบง่าย เรียกว่าสั้นกุดก็ได้ และปล่อยให้ความนัยน์ในเนื้อหา ทำหน้าที่แทนคำ
ถ้าเป็นผม ผมก็คงแปลตรงแน๋วเลย เพราะในภาษาต้นฉบับ
คำที่เขาใช้ ก็ไม่ใช่วิธีการเล่าปกติ เป็นกวีห้วนๆ ปลอดคำขยาย
แต่ละประโยคไม่เชื่อมต่อกัน แต่มองภาพรวมแล้ว มันถึงจะเกาะเกี่ยวกัน
เข้าใจนะครับว่าพ่ีร่มต้องการแปลให้เข้าใจด้วย เลยหลอมประโยครวมกัน
และใส่คำขยายเพื่อให้เข้าใจความ แต่ผมดันคิดว่าสเน่ห์ของเนื้อเพลง
แบบคีทาโร่ น่าจะเป็นความเป็นกวีห้วนๆแบบไฮกุญี่ปุ่น เออ นึกไปนึกมา
จริงๆนี่มันกวีญี่ปุ่นแค่เขียนเป็นภาษาอังกฤษแค่นั้นเองนี่หว่า

แต่ทั้งนี้ นี่ก็จากสายตาคนที่ไม่ได้ติดตามเป็นแฟนเพลงอะไรมากมายนะครับ
และเห็นคล้ายๆพี่อ๋าว่า ฉันคือก้อนดิน น่าจะฟังดูไฮกุกว่า  :30:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: หนูอร เมื่อ 14 มี.ค. 2009, 19:44 น.

Le Festin

Les rêves des amoureux sont comme le bon vin
Ils donnent de la joie ou bien du chagrin
Affaibli par la faim je suis malheureux
Volant en chemin tout ce que je peux
Car rien nest gratuit dans la vie.

ความฝันของคู่รักนั้นเปรียบเหมือนไวน์รสเลิศ
ที่นำมาทั้งความสุขสันต์ หรือกระทั่งความโศกา
ฉันเองโรยแรงลงเพราะความหิว แสนสุดจะทุกข์ใจ
ชิงไปแล้วซึ่งทุกสิ่ง ที่ฉันจะสามารถทำได้
...ชีวิตนี้ ไม่มีอะไรได้มาฟรี



L'espoir est un plat bien trop vite consommé
À sauter les repas je suis habitué
Un voleur, solitaire, est triste à nourrir
À nous, je suis amer, je veux réussir
Car rien nest gratuit dans la vie.

ความหวังเปรียบดังอาหารรสเลิศ ที่หมดลงแสนเร็ว
จะอดอาหารซักมื้อสองมื้อไป ฉันนั้นก็ชิน
ถึงเป็นโจรหากเดียวดาย ก็โศกเศร้าเจียนตายได้
เทียบกันแล้ว.. ฉันเสนขื่นขม อยากจะเริ่มต้นใหม่
เพราะไม่มีอะไรได้มาโดยเปล่า ในชีวิตนี้...


Jamais on ne me dira que la course aux étoiles, ça nest pas pour moi
Laissez-moi vous émerveiller, prendre mon envol
Nous allons enfin nous réga . . . ler

...ไม่ว่าใคร ก็อย่าได้บอกกับฉัน ว่าฉันไม่อาจจะเอื้อมถึงดวงดาว
ให้ฉันได้ทำพวกคุณประหลาดใจ ให้ฉันได้ดิ้นรน
สุดท้ายแล้ว เราทั้งหมดจะได้ฉลองกัน


La fête va enfin commencer
Et sortez les bouteilles, finis les ennuis
Je dresse la table, demain nouvelle vie
Je suis heureux à l'idée de ce nouveau destin

ในที่สุดงานเฉลิมฉลองจะเริ่มขึ้น
แล้วเราจะดื่มกัน จบแล้วซึ่งปัญหา
ฉันจัดโต๊ะรอ พรุ่งนี้จะเริ่มชีวิตใหม่
แสนสุขกับความใน ถึงชะตาชีวิตใหม่ที่จะมา


Une vie à me cacher, et puis libre enfin
Le festin est sur mon chemin

ชีวิตที่แสนหลบซ่อน ที่สุดก็ได้พบอิสระ
งานฉลองรออยู่บนทางที่ฉันจะไป


Une vie à me cacher et puis libre enfin
Le festin est sur mon chemin. . . .

ชีวิตที่แสนหลบซ่อน ที่สุดก็ได้พบอิสระ
งานฉลองรออยู่บนทางที่ฉันจะไป





อาจจะแปลไม่ได้ตรงตัวเท่าไหร่
เพราะลืมๆภาษานี้ไปบ้างแล้ว  :30:

เป็นเพลงจากหนังเรื่องนี้ ซึ่งก็ว่าเหมาะกับเนื้อเรื่องดี... :22:

(http://www.filmcatcher.com/uploads/img/product/ratatouille.jpg)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 14 มี.ค. 2009, 19:47 น.
อรแปลผิดหลายจุดนะครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 14 มี.ค. 2009, 19:48 น.
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 14 มี.ค. 2009, 19:47 น.
อรแปลผิดหลายจุดนะครับ

ต่อให้แปลมั่วก็ไม่รู้ ลืมไปหมดแย้ว  :05: :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: หนูอร เมื่อ 14 มี.ค. 2009, 19:52 น.
ท่อนแรกมาก็งงแล้วล่ะค่ะว่าจะแปลว่า "ความฝันของคู่รัก" หรือ "การฝันหาความรัก" ดี





เอาว่าใครแก้ตรงไหนได้ช่วยด้วยนะคะ
ไม่ได้แตะภาษานี้มาตั้งแต่ 7 ปีที่แล้ว

  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 15 มี.ค. 2009, 01:41 น.
ไอ้หนูอัยย์...
พี่คงพูดอะไรได้ไม่ดีมากนัก ขอยืมคำคนอื่นมาใช้ก็แล้วกัน


One Sweet Day (Mariah Carey feat. Boyz II Men)
วันอันแสนหวาน (มารายห์ แครี่ และ บอยซ์ทูเม็น)


Sorry, I never told you, all I wanted to say.
Now it's too late to hold you. '
Cause you've flown away, so far away.

ขอโทษนะ ที่ฉันไม่เคยได้บอกเธอในสิ่งที่ฉันเคยบอก
ตอนนี้มันสายไปแล้วที่จะโอบกอดเธอไว้
เพราะเธอได้โบยบินจากไปแล้วแสนไกล


Never, Had I imagined, yeah, living without your smile.
Feelin' and knowing you hear me.
It keeps me alive. Alive!

ฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องอยู่โดยไม่มีรอยยิ้มของเธอ
ฉันรู้สึก..ฉันรู้ว่าเธอต้องได้ยินฉัน
มันทำให้ฉันมีชีวิตอยู่ต่อไป ต้องอยู่ต่อไป


And I know you're shining down on me from Heaven,
Like so many friends we've lost along the way,
And I know eventually we'll be together.
One sweet day.

และฉันรู้ว่าเธอจะส่องแสงลงมาให้ฉันจากสรวงสวรรค์
เหมือนกับที่เพื่อนทั้งหลายซึ่งได้จากเราไปตลอดมาได้ทำ
และฉันรู้แน่นอนว่าในที่สุดเราจะอยู่ด้วยกัน
ในวันอันแสนหวาน


Darling, I never showed you.
Assumed you'd always be there.
I took your presence for granted.
But I always cared
And I miss the love we shared.

ที่รัก ฉันไม่เคยแสดงให้ธอได้เห็น
เพราะคิดไปเองว่าเธอจะต้องอยู่ตรงนั้นเสมอ
ฉันเคยละเลยว่ามีเธออยู่
แต่กระนั้นฉันก็ห่วงใยเธอเสมอมานะ
และตอนนี้ฉันคิดถึงความรักที่เรามีให้กัน


And I know you're shining down on me from Heaven,
Like so many friends we've lost along the way,
And I know eventually we'll be together.
One sweet day.

และฉันรู้ว่าเธอจะส่องแสงลงมาให้ฉันจากสรวงสวรรค์
เหมือนกับที่เพื่อนทั้งหลายซึ่งได้จากเราไปตลอดมาได้ทำ
และฉันรู้แน่นอนว่าในที่สุดเราจะอยู่ด้วยกัน
ในวันอันแสนหวาน

Although, the sun will never shine the same,
I'll always look to a brighter day.
Yeah, Lord, I know, when I lay me down to sleep,
You'll always listen, as I pray!

แม้ว่าพระอาทิตย์จะไม่ส่องสว่างอย่างที่เคย
แต่ฉันก็ยังเฝ้ารอวันที่สดใส
พระผู้เป็นเจ้า ลูกรู้ว่าตอนที่ลูกกำลังเอนกายลงนอน
พระองค์จะทรงรับฟังที่ลูกสวดวิงวอน


And I know you're shining down on me from Heaven,
Like so many friends we've lost along the way,
And I know eventually we'll be together.
One sweet day.

และฉันรู้ว่าเธอจะส่องแสงลงมาให้ฉันจากสรวงสวรรค์
เหมือนกับที่เพื่อนทั้งหลายซึ่งได้จากเราไปตลอดมาได้ทำ
และฉันรู้แน่นอนว่าในที่สุดเราจะอยู่ด้วยกัน
ในวันอันแสนหวาน


Sorry, I Never told you, all I wanted to say
ขอโทษด้วย ที่ฉันไม่เคยบอกเธอในสิ่งที่ฉันอยากบอก..
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ยัง มี พุง เมื่อ 15 มี.ค. 2009, 05:28 น.
เพลงนี้ :05:

ฟังทีไรจะนึกถึง เทวดา ผู้คุ้มครองบนฟ้า

หลังปกหนังสือของตูก็มีประโยคจากเพลงนี้

"My guardian angel, I know you're shining down on me from heaven"

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Fly me to the moon  - Frank Sinatra
พาฉันโบยบินสู่จันทรา

Fly me to the moon
Let me sing among those stars
Let me see what spring is like
On jupiter and mars

พาฉันโบยบินสู่ดวงจันทรา
ขับกล่อมเสียงเพลงกับเหล่าดวงดารา
เปิดตาฉันให้พบความผลิบาน
ของพฤหัสและดาวแดง

In other words,
hold my hand
In other words,
baby kiss me

หรืออีกความหมาย
กุมมือฉันไว้เถิด
และอีกนัยหนึ่ง
จุมพิตฉันทีที่รัก

Fill my heart with song
Let me sing for ever more
You are all I long for
All I worship and adore

เติมเสียงเพลงให้เต็มหัวใจฉัน
เพื่อขับขานบทเพลงตราบนิรันด์
เธอผู้ที่ฉันโหยหาหมดดวงใจ
มอบความรักให้หมดที่ฉันมี

In other words,
please be true
In other words,
I love you

เช่นนั้นแล้ว
ขอให้เธอจงมั่นคง
ถ้าให้พูดตรงๆ
ฉันรักเธอ

เพลงนี้ยามเช้ามืด มันเข้ากันจริงๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ❤ NoOIzY&Tad ❤ เมื่อ 15 มี.ค. 2009, 08:08 น.
 :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: papos เมื่อ 18 มี.ค. 2009, 23:58 น.
 :45:   :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 19 มี.ค. 2009, 02:20 น.
ขอตามสมัยหน่อยละกันนะครับ :27: (แต่สมัยสามปีที่แล้ว :30:)

http://www.youtube.com/watch?v=mHcTZFzrwMU (http://www.youtube.com/watch?v=mHcTZFzrwMU)

Keane - A Bad Dream

Why do I have to fly
over every town up and down the line?
I'll die in the clouds above
and you that I defend, I do not love.

ทำไม ฉันถึงบินอยู่นะ?
บินขึ้นลง ข้ามตึกรานบ้านช่องมากมาย
บางทีฉันอาจตาย ไปในหมู่เมฆเบื้องบน
และพวกเธอ ที่ฉันปกป้อง ฉันไม่ได้รักพวกเธอเลย

I wake up, it's a bad dream,
No one on my side,
I was fighting
But I just feel too tired
to be fighting,
guess I'm not the fighting kind.

แล้วฉันก็ลืมตา ตื่นขึ้นมา
มันเป็นเพียงฝันร้าย
ฉันต่อสู้ เพียงลำพัง
และฉันรู้สึกเหนื่อยที่จะไปต่อ
ท้อแท้ที่จะสู้
เป็นเพราะฉันอ่อนแอเกินไปสินะ

Where will I meet my fate?
Baby I'm a man, I was born to hate.
And when will I meet my end?
In a better time you could be my friend.

แล้วฉันจะตายไหมนะ
ไม่เป็นไรหรอก ฉันเกิดมาเป็นผู้ชาย ...
ไม่มีอะไรต้องเสียอยู่แล้วนี่
แล้วเมื่อไหร่ล่ะ?
เพราะเราอาจจะเป็นเพื่อนกันได้
ในโอกาสที่ดีกว่านี้

[chorus]
I wake up, it's a bad dream,
No one on my side,
I was fighting
But I just feel too tired
to be fighting,
guess I'm not the fighting kind.
Wouldn't mind it
if you were by my side
But you're long gone,
yeah you're long gone now.

แล้วฉันก็ลืมตา ตื่นขึ้นมา
มันเป็นเพียงฝันร้าย
ฉันต่อสู้ เพียงลำพัง
และฉันรู้สึกเหนื่อยที่จะไปต่อ
ท้อแท้ที่จะสู้
เป็นเพราะฉันอ่อนแอเกินไป
และมันคงจะดี
ถ้ามีใครซักคนมาสู้เคียงข้างกับฉัน
แต่ไม่มีใครเลย
ไม่มี...

Where do we go?
I don't even know,
My strange old face,
And I'm thinking about those days

แล้วเรารบกันไปทำไมเหรอ?
ตัวฉันเองก็ยังไม่รู้เลย
แล้วฉันก็คิดไปถึงวันเก่าๆเหล่านั้นที่ผ่านมา

----------------------------------------
----------------------------------------


อยู่ดีๆก็นึกอยากแปลเพลงขึ้นมาซะงั้น เพราะคุยเรื่องเพลงกับพี่เก้อ
แล้วแกก็ส่งเพลงของ suede มาให้ฟัง เศร้าๆ
เลยตรงดิ่งเข้าไปหาเพลงเศร้า
ไม่รู้อะไรดลใจให้เข้าโฟลเดอร์ Keane แล้วเปิดเพลงนี้ฟังซะ

A Bad Dream นี่เป็นเพลงที่เศร้าที่สุดในอัลบั้มเลย
(มี Hamburg Song, Try Again ที่เศร้าเหมือนกัน แต่ไม่เท่าเพลงนี้)

เพลงนี้ได้แรงบันดาลใจแบบเต็มๆมาจากบทกวีของ Yeats ครับ
บทกวีบทนั้นก็คือ "An Irish Airman Foresees His Death" ที่กล่าวถึงเพื่อนเขาซึ่งเป็นนักบินในสงคราม
ที่บินเป็นครั้งสุดท้าย และการบินครั้งนี้ก็ไม่ได้มาจากความรักชาติ ความรับผิดชอบ
หรือต้องการปกป้องรักษาคนที่อยู่เบื้องหลังเลยแม้แต่นิด
แต่มันมาจากชีวิตของเขาที่ไม่มีอะไรเลย เขามองไม่เห็นว่าชีวิตเขาจะดีขึ้นมาได้
มีเพียงอย่างเดียวคือต้องอยู่กับปัจจุบันให้ได้เพียงแค่นั้นเอง

แต่ความจริง คนที่ Yeats อ้างถึง ไม่ได้เป็นแบบนั้นครับ เค้าทำอย่างอื่น แต่สุดท้ายต้องมาตายบนเครื่องบินรบนี่แหละ
Yeats คงเลยอยากจะประชดประชัน ด่าถึงการทำสงคราม ที่ทำให้คนดีๆต้องตายไปมาก
เลยเปรียบเพื่อนเขาลงในบทกวี ที่ไม่ได้มีความตั้งใจในการทำสงครามเหมือนทหารคนอื่นๆหลายๆคนเลย


ถ้าว่ากันตามเพลงนี้ ก็คือเขียนตามบทกวีนั้น
แต่เอาเนื้อหาของบทกวีไปเป็นฝันร้าย

อาจจะเป็นฝันร้ายของคนที่เพิ่งจะถูกคนรักบอกเลิก อกหัก คนรักตาย
เพราะเชื่อว่าหลายๆคนเวลาอกหัก คงจะนอนไม่หลับ และพอนอนหลับ ก็จะฝันร้ายแน่ๆ

เห็นได้ชัดเลยจากท่อนนี้

I was fighting. But I just feel too tired to be fighting, guess I'm not the fighting kind.
Wouldn't mind it if you were by my side. But you're long gone, yeah you're long gone now.

เหนื่อย ไม่อยากสู้ต่อไปแล้ว สู้ยังไงเธอก็ไม่หวนคืนกลับมา...

แต่จะเป็นไรไป เรื่องแค่นี้เอง เพราะเรามัน I'm a man, I was born to hate อยู่แล้วนี่นา

เมื่อตอนที่แปลเพลงนี้ อะไรหลายๆอย่างมันเข้ามาในหัวเยอะมากครับ

ทั้งตอนที่ผมอกหัก อารมณ์มันก็แบบนี้แหละ อกหักตอนกลางคืน ตื่นมาก็เงียบๆ น้ำตามันจะไหล
นึกถึงแต่เรื่องเมื่อวาน

หรือแม้กระทั่งหนังเรื่อง The Dark Knight...! :30:

มาว่ากันที่ภาคดนตรี
ดนตรีของเพลงนี้จะขึ้นด้วยซินธ์วังเวงเงียบๆ
ถ้าวาดเป็นภาพเคลื่อนไหวประกอบเพลง ก็นึกเอาตามเนื้อร้องเลยครับ
บินบนท้องฟ้า ลอยไปมา ตั้งคำถามกับตัวเองหลายๆเรื่อง

แล้วตัดมาที่ฉากตื่น ดนตรีก็จะค่อยๆหนักขึ้น ตามเนื้อเพลงที่เริ่มซีเรียสขึ้น
จนไปถึงจุดพีคที่มีเสียงเปียโนสากๆมาเร้าอารมณ์

สรุปแล้ว เพลงนี้มันก็เป็นเพลงนึงที่ด่าสงคราม แต่แฝงไว้ในเชิงลึก
ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าช่วงนั้น ที่เพลงออกมา (ปี 2006) มีเพลงต่อต้านสงครามเยอะมากกกก
เพลงนี้ก็เลยขอเป็นหนึ่งในนั้นซะ
แล้วเพลงนี้ก็ไม่ใช่เพลงที่ดีที่สุดของ Keane ในความเห็นของใครหลายคน
เพราะจุดพีคของคีนมันอยู่ในอัลบั้มแรก ที่เน้นแต่เสียงเครื่องดนตรีหลักสามชิ้น ใช้เสียงสังเคราะห์น้อยมาก
แล้วก็มาหลุดไปในอัลบั้มต่อมานี่แหละ คือเน้นเสียงสังเคราะห์มามากเกินไปหน่อย หลายคนไม่ชอบ
เพลงนี้จึงไม่ดังเหมือน Somewhere Only We Know หรือ This is the Last Time ครับ

ขอบคุณพี่เก้อที่คุยกันเรื่องเพลงนี้ และช่วยแปลในบางท่อนมากๆครับ :46: :46: :46: :46: :12:
(แต่อยู่ดีๆก็หายไปเลย ฮ่วย :07:)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 19 มี.ค. 2009, 03:02 น.
ติดภารกิจคุยโทรศัพท์

ยกจากที่คุยกันเองมาต่อหน้าธารกำนัลเลยแล้วกัน
เราว่า พอถอดมาเป็นไทยแล้วคำห้วนไป แต่ละประโยคดูไม่เชื่อมโยง
เพลงนี้มันแสดงเจตนาชัดว่ามันคือบทกวี ทั้งที่มาจากกลอนของยีตส์
เนื้อเพลงเอง เสียงดนตรี ทุกอย่าง มันก็บอกไปในทิศทางนั้น
ถ้ามันจะกลายเป็นภาษาอื่น มันก็น่าจะเป็นกวีด้วย
ไม่เห็นด้วยในหลายๆอันที่ไปฟันธงเจตนาของเนื้อหา
หลายๆประโยค มันน่าจะคลุมเครือมากกว่านี้ และบางอัน ก็มั่วไปเลย :30:

ลองขยับๆคำดู

อ้างคำพูดจาก: กันย์ เมื่อ 19 มี.ค. 2009, 02:20 น.


Why do I have to fly
over every town up and down the line?
I'll die in the clouds above
and you that I defend, I do not love.

เราบินไปแห่งไหนกันหรือ?
ข้ามขอบเขต เมืองแล้วเมืองเล่า
บางที ฉันอาจหายไปในหมู่เมฆก็ได้
และเธอ ที่ฉันปกป้อง...แม้ว่าจะไม่ได้รัก

อธิบาย : อันนี้อธิบายชัดถึงนักรบ บินไปสงคราม ในใจก็หวั่นว่า
อาจตายตอนไหนก็ได้และเพราะเป็นหน้าที่ ก็ต้องทำ ที่ปกป้องนี่
ไม่ได้ว่าทำเพราะรักใครคนไหน

I wake up, it's a bad dream,
No one on my side,
I was fighting
But I just feel too tired
to be fighting,
guess I'm not the fighting kind.

แล้วฉันก็ลืมตา ตื่นขึ้นมา
และพบว่ามันเป็นเพียงฝันร้าย
ฉันต่อสู้ เพียงลำพัง
และฉันรู้สึกเหนื่อยที่จะไปต่อ
ท้อแท้ที่จะสู้
เป็นเพราะฉันอ่อนแอเกินไปสินะ <---ชอบที่แปลว่าแบบนี้ เจ๋งเลย

Where will I meet my fate?
Baby I'm a man, I was born to hate.
And when will I meet my end?
In a better time you could be my friend.

เมื่อไหร่มันจะจบสิ้นเสียที
ไม่เป็นไรหรอก ฉันเกิดมาเป็นผู้ชาย ...
ไม่มีอะไรต้องเสียอยู่แล้วนี่ <---อันนี้ก็ชอบ I'm a man, I was born to hate.
จุดจบของเราคงไกล้มาถึงแล้วสินะ
ถ้าเราเจอกันในที่ที่ดีกว่านี้ เราคงไม่ต้องมาเข่นฆ่ากัน

ประโยคสุดท้าย ของเดิมที่กันย์แปลอ่านไม่รู้เรื่องสักนิด :37:



Where do we go?
I don't even know,
My strange old face,
And I'm thinking about those days

ทั้งหมดนี้ เพื่อสิ่งใดกัน?
ตัวฉันเองก็ยังไม่รู้เลย
ดูหน้าฉันสิ
ฉันนึกถึงวันเก่าๆเหล่านั้นเหลือเกิน

----------------------------------------
----------------------------------------




ขยับสับเปลี่ยนบางคำ บางประโยค
บางอันมันก็คิดมากไปนะ (บางอันก็น้อยไป :30:)
แต่รวมๆจับใจความและอารมณ์ความรู้สึกมันได้ดีมาก
โดยเฉพาะคำอธิบาย ตรงคำว่า  I'm a man, I was born to hate.
ผมก็เข้าใจแบบนั้นเลย อ่านแล้วจึ้กเลยอะ :12:

ตัวเพลงๆนี้ ผมว่ามันทำให้เรารู้สึกเหมือน มันดังก้องขึ้นมาจากฝันร้ายได้จริงๆ
ตอนที่ฟังเป็นอัลบั้ม เราแทบไม่รู้ตัวว่า เพลงนี้มันดังขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่
มันไม่รุกรานเราเลย แต่มันค่อยๆสอดแทรกเข้ามาในคาวมนึกคิดเรา
ไม่ทันรู้ตัว ตรงท่อนท้ายๆ มันก็ดันมาระเบิดร่างกายข้างในเราด้วยความ
โกรธแค้นระคนความเศร้า

มาถึงแง่มุมส่วนตัวกับเพลงนี้บ้าง คุยกันเรื่องเพลงนี้กันย์ยาวยืด
นึกว่าศาลาคนเศร้า  :30: ผมฟังคร้งแรก ก็ตอนมันวางแผง ซื้อกับป้าโด
และก็คิดว่า อัลบั้มนี้ ทำไมมันกดดันยังงี้เนี่ย Under The Iron Sea ใต้ทะเลเหล็ก
จนอีกครั้ง ได้ฟังเพลงนี้ที่ร้องจากปากพวกเขาจริงๆ ที่คอนเสิร์ตพวกเฮียแกที่เมืองทองธานี
จำได้ว่าพี่ทอม อุทิศเพลงๆนึงให้ในหลวงด้วย พูดเป็นภาษาไทยว่า
" พะเลงเน้ เผื่อ ในหลวง ขรับ " แล้วชูข้อมือ ชี้ไปที่วริสต์แบนด์สีเหลืองให้คนดูเฮ
ฟังเสียงจริงๆแล้ว ก็รู้สึกว่าโคตรเศร้าเลย ผมโคตรหลงรักพวกเค้าเลย


นั่นยังไม่พอ ผมมาเข้าใจบรรยากาศเพลงนี้เอาจริงๆจังๆเมื่อฤดูหนาวที่ลอนดอน
ท่ามกลางคนแปลกหน้า ในบรรยากศขมุกขมัว เหมือนมีเมฆหมอกมาครอบหัวไว้ตลอดเวลา
และปัญหาอันไม่สามารถแก้ไขได้(เพราะเราดันอยู่ไกล) ทำให้ผมเข้าใจคำว่า
Under The Iron Sea ขึ้นมา แบบว่าเข้าใจไปถึงร่างกายทุกส่วน
พอฟังเพลงนี้ อีกครั้ง ก็รู้ว่า มันถูกสร้างขึ้นในภาวะแบบนี้นี่เอง เหมือนผมคิดในใจว่า
คีนกูเข้าใจแล้วว่ะ ว่าพวกมึงพูดถึงอะไร

จำได้ว่าตอนนั้น ผมคุยเอ็มกับไอ้กันย์นี่ล่ะ ผมก็เล่าความเข้าใจนั้น
ให้มันฟังด้วย รู้สึกถึงน้ำหนักที่กดทับ เมื่ออยู่ใต้ทะเลเหล็ก ว่ามันหนักอึ้งแค่ไหน

ผู้ชายเป็นแบบนี้นะครับ เราชอบแสร้งว่าเรานั้นเข้มแข็งเหลือเกิน
พระเจ้าไม่ได้สร้างต่อมน้ำตาให้มนุษย์เพศเรา และนี่คือคำโกหกนั้น
Baby I'm a man, I was born to hate.

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 19 มี.ค. 2009, 03:05 น.
โบ้ยความผิดครับ อยู่ดีๆก็หายไปเลย :37:

อ้างอิงประโยคสุดท้าย ของเดิมที่กันย์แปลอ่านไม่รู้เรื่องสักนิด  :37:

จริงๆประโยคนี้ที่แปลไป

อ้างอิงWhere will I meet my fate?
Baby I'm a man, I was born to hate.
And when will I meet my end?
In a better time you could be my friend.

แล้วฉันจะตายไหมนะ
ไม่เป็นไรหรอก ฉันเกิดมาเป็นผู้ชาย ...
ไม่มีอะไรต้องเสียอยู่แล้วนี่
แล้วเมื่อไหร่ล่ะ?
เพราะเราอาจจะเป็นเพื่อนกันได้
ในโอกาสที่ดีกว่านี้

คือผมคิดโดยตัวผมเองว่า
เพื่อนของเค้าคือความตาย
อยู่บนเครื่องบิน ไม่รู้จักใคร ไม่มีเพื่้อน ไม่มีใครเลย นอกจากความตาย
ความตายคือสิ่งเดียวที่เขานึกขึ้นได้ เขาก็เลยอยากได้มาเป็นเพื่อนน่้ะครับ :30:

แต่สื่อความหมายไม่ดีเอง :05:

ส่วนท่อนนี้

อ้างอิงWhere do we go?
I don't even know,
My strange old face,
And I'm thinking about those days

แล้วเรารบกันไปทำไมเหรอ?
ตัวฉันเองก็ยังไม่รู้เลย
แล้วฉันก็คิดไปถึงวันเก่าๆเหล่านั้นที่ผ่านมา

อันนี้โคตรงงเลยครับ คิดมากสุดๆ คิดไปถึงว่า นั่งมองดูกระจก
เห็นหน้าแปลกๆของตัวเอง แต่ดูไปดูมามันก็หน้าแก่ๆของเรา
แล้วก็นึกถึงวันเก่าๆที่ได้รบ

แต่มานึกอีกที อ้าว ตายบนเครื่องบินนี่นา แล้วรอดมานั่งดูหน้าตัวเองได้ไง
เลยโบ้ยเลยครับประโยคนี้ ตายสนิท :30:
ผิดพลาดตั้งแต่แปล my strange old face แล้ว :3005:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 19 มี.ค. 2009, 03:31 น.
My strange old face,
มันก็บอกว่า ดูหน้าฉันสิ ดูตัวเราซิ ก็แค่นั้นเอง
ก็หมายถึงแปลกแยกด้วยนั่นแหละ แต่มันไม่ได้อรรถาธิบายอะไรขนาดนั้น

ส่วนเป็นเพื่อนกับความตาย ดูแล้วไม่สมเหตุสมคำมันเลย
มันบอกว่า In a better time you could be my friend.
แปลแบบตรงๆตัวเลย ถ้าเจอกันในเวลาที่ดีกว่านี้ เราอาจเป็นเพื่อนกันได้
ถ้าพูดประโยคนี้กลางสนามรบ ก็คงมีความหมายเดียวแหละ หมายถึงศัตรู
เราเลยแปลว่า ถ้าเราเจอกันในที่ที่ดีกว่านี้ เราคงไม่ต้องมาเข่นฆ่ากัน
ที่เราสู้ ไม่ใช่เพราะโกรธแค้น และเช่นเดียวกัน and you that I defend, I do not love.
และเธอ ซึ่งฉันปกป้อง...แต่ไม่ได้รักที่เราปกป้องนั้น เราก็ไม่ได้ทำเพราะรัก
พอเชื่อม 2 ประโยคย้อนแย้งนี้เข้าด้วยกันแล้ว มันทำให้เรายิ่งเห็นในความว่างเปล่า
ของตัวละคร ซึ่งก็หมายถึงตัวเราคนฟังนั่นแหละ

และสุดท้าย And I'm thinking about those days
มันนึกถึงวันก่อนเก่าที่เรื่องทั้งหลาย ยังไม่เลยเถิดมาถึงขั้นนี้
ก่อนที่สงครามจะเกิด และถ้าเอาความหมายอกหักรักคุด
ก็หมายถึงวันเวลาดีๆ ที่ยังมีเธออยู่ ก่อนที่สงครามชีวิตจะพรากเอามันไป
และเราก็สะดุ้งตื่นจากฝันร้ายมาเจอแต่ความว่างเปล่ากลางดึก


อ้างคำพูดจาก: กันย์ เมื่อ 19 มี.ค. 2009, 02:20 น.

อยู่ดีๆก็นึกอยากแปลเพลงขึ้นมาซะงั้น เพราะคุยเรื่องเพลงกับพี่เก้อ
แล้วแกก็ส่งเพลงของ suede มาให้ฟัง เศร้าๆ


มีวันไหนที่ไม่คุยกันเรื่องนี้ด้วยเรอะ  :37:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 19 มี.ค. 2009, 07:34 น.
under the iron sea นี่
ตูก็โดนเหมือนกันนะ

แบบว่าเลิกงานตอนเที่ยงคืน
เหนื่อยฉิบหาย รอรถเมล์กลางคืน
คนก็เยอะ บางทีฝนก็โปรยๆ ครึ้มๆ มึนๆ
หนาวก็หนาว ง่วงก็ง่วง เหนื่อยก็เหนื่อย
แล้วคำถามที่ว่า ตูมาทำเชี่ยอะไรอยู่แถวนี้วะ
ก็จะวนเวียนอยู่ในหัวตลอด

ยิ่งเวลาได้โทรกลับบ้า่น พอวางหู
แล้วต้องออกไปทำงานตอนเย็น
ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยากไป แต่ก็ต้องไป
เหมือนผลุบๆ โผล่ๆ อยู่กลางทะเลเหล็กนั่นแหละ
เหนื่อย หนัก...  :05:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 00:16 น.
+ กันย์  :25:

+ คุณเฟรดดี้  :25:

ได้ความรู้ภาษาอังกฤษเยอะเลย  :25: :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: papos เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 11:11 น.
ขอแจมด้วยหนึ่งเพลง  ชอบที่ Diana Ross ร้องมากที่สุด
แปลกันด้วนๆ นี่ล่ะ ขอคำชี้แนะด้วยครับ  :42:

Song : Reflection
Artist : Diana Ross


Look at me. You may think you see. Who I really am. But you'll never know me.

มองมาที่ฉันสิ คุณอาจจะคิดว่าคุณเห็น ว่าฉันเป็นคนอย่างไร แต่คุณจะไม่มีทางรู้จักตัวตนที่แท้จริงของฉัน

Every day, is as if I play apart.

ทุกๆวัน เป็นเพียงการแสดงละคร

Now I see. If I wear a mask. I can fool the world. But I can not fool my heart.

ตอนนี้ฉันได้เห็นแล้ว ถ้าหากฉันใส่หน้ากาก ฉันก็สามารถโกหกคนทั้งโลกได้ แต่ ฉันก็ไม่สามารถโกหกหัวใจของตัวเองได้

Who is that girl I see staring straight back at me?

เด็กผู้หญิงคนนั้นคือใครกัน คนที่จ้องมองกลับมาที่ฉันเสมอ

When will my reflection show who I am inside?

เมื่อไรที่จะได้เห็นว่าภายในของฉันคือใคร ?

I am now. In a world where I have to hide my heart. And what I believe in.

บัดนี้ฉันรู้แล้ว ในโลกนี้ ที่ใดคือที่ๆ ฉันจะซ่อนหัวใจของฉันเอาไว้ และเชื่อมั่นในสิ่งใด

But somehow I will show the world what's inside my heart. And be loved for who I am

แต่จะอย่างไรก็ตาม ฉันจะแสดงให้โลกได้รับรู้ ว่าอะไรที่อยู่ภายในใจของฉัน และรักฉันในสิ่งที่ฉันเป็น

Who is that girl I see staring straight back at me?

เด็กผู้หญิงคนนั้นคือใครกัน คนที่จ้องมองกลับมาที่ฉันเสมอ

Why is my reflection someone I don't know?

ทำไมสิ่งที่ฉันเห็นถึงเป็นใครบางคนที่ฉันไม่เคยรู้จัก ?

Must I pretend that I'm someone else for all time?

ฉันต้องเสแสร้งว่าเป็นอย่างนั้น เป็นคนอื่นตลอดเวลา

When will my reflection show who I am inside?

เมื่อไรที่จะได้เห็นว่าภายในของฉันคือใคร ?

There's a heart that must be free to fly. That burns with a need to know the reason why.

เมื่อหัวใจที่ต้องการจะโผบิน ถูกแผดเผาไปกับความอยากรู้ว่าทำไม

Why must we all conceal what we think how we feel.

ทำไมเราจะต้องปกปิด ว่าเราคิดอะไร ว่าเรารู้สึกเช่นไร

Must there be a secret me. I'm forced to hide?

มันต้องปิดบังเป็นความลับด้วยหรือ หรือว่าฉันต้องฝืนที่จะซ่อนมัน

I won't pretend that I'm someone else for all time.

ฉันจะไม่เสแสร้งอีกแล้วว่าฉันเป็นคนอื่นอยู่ตลอดเวลา

When will my reflection show who I am inside?

เมื่อฉันแสดงออกมาว่าตัวตนที่แท้จริงของฉันคือใคร ?

When will my reflection show who I am inside?

เมื่อฉันจะแสดงออกมาว่าฉันคือใครที่แท้จริง ?


:53:จบจนได้ แปลมั่วแหลกลาญ  :35:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: LiLiFaM เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 11:35 น.
ู^
^
ใช่จากเรื่องมู่หลันรึเปล่า
ชอบเหมือนกันเลยค่ะ  :56:

อ้างคำพูดจาก: papos เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 11:11 น.


When will my reflection show who I am inside?

เมื่อฉันจะแสดงออกมาว่าฉันคือใครที่แท้จริง ?



เมื่อไหร่กันนะ ที่ภาพสะท้อนจะแสดงตัวตนที่แท้จริงของฉันซักที

น่าจะโอเคกว่าเนอะ?  :33:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: papos เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 11:50 น.
อ้างคำพูดจาก: Liลิ เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 11:35 น.
ู^
^
ใช่จากเรื่องมู่หลันรึเปล่า
ชอบเหมือนกันเลยค่ะ  :56:

เมื่อไหร่กันนะ ที่ภาพสะท้อนจะแสดงตัวตนที่แท้จริงของฉันซักที

น่าจะโอเคกว่าเนอะ?  :33:
ใช่ครับ ต้องเรียกว่า มู่หลันเอาไปเป็นเพลงประกอบมากกว่า

อ้างคำพูดจาก: Liลิ เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 11:35 น.

เมื่อไหร่กันนะ ที่ภาพสะท้อนจะแสดงตัวตนที่แท้จริงของฉันซักที

น่าจะโอเคกว่าเนอะ?  :33:
โอ้ แจ่มครับ นึกคำสวยๆ ไม่ออก :40:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 11:51 น.






Christina Aguilera ไม่ใช่เหรอครับ :09:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: papos เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 12:26 น.
อ้างคำพูดจาก: จอนจัดตั้งห์ เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 11:51 น.

Christina Aguilera ไม่ใช่เหรอครับ :09:


ใช่แล้วครับ ผมจำผิดเพลง  :31: :05: ที่ Diana Ross ร้องมันอีกเพลงนึง แต่ชื่อเหมือนกัน   :05: :05: :05:

ปล่อยไก่อีกแล้วตรู  :08:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 12:29 น.
มาคอนเฟิร์มว่า เป็นเพลงเปิดตัวของ คริสติน่า อากริเลลล่า ครับ
แล้วก็เป็นออริจินอลซาวด์แทร่กจ้ะ
Reflection ของเจ๊ไดอะน่า รอส เป็นอีกเพลงนึงครับ

เรื่องแปล ได้ความครบจ้ะ แต่ยังติดรูปประโยคแบบภาษาอังกฤษไปหน่อย  
ลองแปลรูปประโยคไทยจะฟังคล่องกว่านี้จ้ะ :22:


กร๊าก ตอบช้าไป ..โดนตัดหน้าซะแล้วต๋อย
อ้าว รู้ตัวตัดหน้า  :07: :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: LiLiFaM เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 12:53 น.
ู^
^
555+
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: N/A เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 13:08 น.
จำได้ว่า มีนักร้อง 2 คนครับ ตอนดิสนีย์ออกเพลงนี้มาครั้งแรก (อัลบั้มแรก) ให้ คริสติ๊นา อากิเลร่าร้องครับ

แต่พอออกอัลบั้มรวมเพลงดิสนีย์หลังๆ (ราวๆปี 2002 มั้งครับ? จำได้ว่าผมอยู่ ม.3 ม.4) เพลงนี้ดิสนีย์ให้ Coco Lee นำมาร้องใหม่ลงอัลบั้มครับ

เวอร์ชั่นภาษาไทย (ที่ร้อง ภาพที่เห็นเป็นตัวของใคร ไม่ใช่ตัว ฉันเลย ...... ตราบใดหนอดวงใจเห็นเงา เป็นเช่นเรา สักที...) ผมไม่แน่ใจว่าร้องโดยแอมเสาวลักษณ์ หรือว่าอัยย์ กันแน่ มีใครจำได้รึเปล่าครับ?


Diana Ross เพลงการ์ตูนดังๆ น่าจะเป็นเพลง If we hold on together ใช่มั้ยครับ?
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: LiLiFaM เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 13:11 น.
คิดว่าน่าจะเป็นอัยย์นะ
แอมร้อง A Whole New World ไม่ใช่เหรอ? หรือเราจำผิดหว่า...
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: papos เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 13:13 น.
อัยย์ร้องครับ เพราะดี ชื่อเพลงภาษาไทยว่า เงา ครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 13:22 น.
อ้างคำพูดจาก: Liลิ เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 13:11 น.
คิดว่าน่าจะเป็นอัยย์นะ
แอมร้อง A Whole New World ไม่ใช่เหรอ? หรือเราจำผิดหว่า...

ไม่ผิดหรอก เป็นดังนั้นแล  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: N/A เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 13:45 น.
ลองแปลสดดูบ้างนะครับ แนะนำด้วยครับ  :46:

http://www.youtube.com/watch?v=Acw1DM-COf4 (http://www.youtube.com/watch?v=Acw1DM-COf4)

Don't lose your way
With each passing day
You've come so far
Don't throw it away

ลองมองดู หนทาง ที่ย่างผ่าน
ทิวาวาน วันเวียน ผัดเปลี่ยนหมุน
ทิ้งเส้นทาง ยาวไกล เหลือเพียงฝุ่น
คุ้มหรือคุณ หากจะละ ปล่อยปละไป

Live believing
Dreams are for weaving
Wonders are waiting to start
Live your story
Faith, hope & glory
Hold to the truth in your heart

ศรัทธาเชื่อ เพื่อชีวิต ที่มีอยู่
เริ่มฤดู เพื่อทอฝัน ตามที่ใฝ่
ศรัทธาหวัง เพื่อความจริง สถิตย์ใน
กลางดวงใจ เพื่อเหลือไว้ เป็นเรื่องราว

If we hold on together
I know our dreams will never die
Dreams see us through to forever
Where clouds roll by
For you and I

เธอกับฉัน หากรวมกัน พลังมั่น
จับมือกัน ร่วมฝัน ตามทางก้าว
ความฝันนั้น คงดำเนิน เดินต่อยาว
ฟ้าสกาว ปลอดเมฆบัง เมื่อมีเรา

Souls in the wind
Must learn how to bend
Seek out a star
Hold on to the end

แม้นสายลม แรงโบก กระโชกพัด
ต้องเลี้ยวลัด ลดล้อ พอปัดเป่า
ยึดแสงดาว เป็นเป้าหมาย ใต้ฟ้าเทา
มั่นมือเข้า กระชับเดิน สู่ปลายทาง

Valley, mountain
There is a fountain
Washes our tears all away
Words are swaying  (Sway ในที่นี้แปลว่าอะไรดีครับ?)
Someone is praying
Please let us come home to stay

หุบเขากว้าง แรมร้าง หากเหนื่อยนัก
โปรดหยุดพัก พึ่งน้ำพุ บำบัดล้าง
เปรยคำวอน ล่องลอยลม กลางลานกว้าง
โปรดชี้ทาง สู่บ้านรัก ที่พักใจ

When we are out there in the dark
We'll dream about the sun
In the dark we'll feel the light
Warm our hearts, everyone

เมื่อชีวิต อ้างว้าง ทางมืดมิด
ให้หวนคิด ถึงตะวัน อันผ่องใส
แม้นมืดมิด ยังเห็นเป็น เช่นดวงไฟ
ให้ความอุ่น กรุ่นอยู่ใน ใจทุกดวง


If we hold on together
I know our dreams will never die
Dreams see us through to forever
As high as souls can fly
The clouds roll by
For you and I

เพียงมีเรา จับมือเข้า กระชับมั่น
ทางแห่งฝัน คงไร้สูญ สลายล่วง
ไกลแสนไกล เท่าที่ใจ ยังคู่ควง
ฝ่าฟันปวง อุปสรรค ด้วยสองเรา


หมายเหตุ : ปกตินิยมถอดเพลงให้คล้องจองกันหรือถอดโดยอ้างอิงทำนองเดิมของเพลง (ให้ร้องตามได้) ครับ?
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: LiLiFaM เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 14:44 น.
อ้างคำพูดจาก: ณาณะ เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 13:45 น.
ลองแปลสดดูบ้างนะครับ แนะนำด้วยครับ  :46:

http://www.youtube.com/watch?v=Acw1DM-COf4 (http://www.youtube.com/watch?v=Acw1DM-COf4)

Don't lose your way
With each passing day
You've come so far
Don't throw it away

ลองมองดู หนทาง ที่ย่างผ่าน
ทิวาวาน วันเวียน ผัดเปลี่ยนหมุน
ทิ้งเส้นทาง ยาวไกล เหลือเพียงฝุ่น
คุ้มหรือคุณ หากจะละ ปล่อยปละไป

Live believing
Dreams are for weaving
Wonders are waiting to start
Live your story
Faith, hope & glory
Hold to the truth in your heart

ศรัทธาเชื่อ เพื่อชีวิต ที่มีอยู่
เริ่มฤดู เพื่อทอฝัน ตามที่ใฝ่
ศรัทธาหวัง เพื่อความจริง สถิตย์ใน
กลางดวงใจ เพื่อเหลือไว้ เป็นเรื่องราว

If we hold on together
I know our dreams will never die
Dreams see us through to forever
Where clouds roll by
For you and I

เธอกับฉัน หากรวมกัน พลังมั่น
จับมือกัน ร่วมฝัน ตามทางก้าว
ความฝันนั้น คงดำเนิน เดินต่อยาว
ฟ้าสกาว ปลอดเมฆบัง เมื่อมีเรา

Souls in the wind
Must learn how to bend
Seek out a star
Hold on to the end

แม้นสายลม แรงโบก กระโชกพัด
ต้องเลี้ยวลัด ลดล้อ พอปัดเป่า
ยึดแสงดาว เป็นเป้าหมาย ใต้ฟ้าเทา
มั่นมือเข้า กระชับเดิน สู่ปลายทาง

Valley, mountain
There is a fountain
Washes our tears all away
Words are swaying  (Sway ในที่นี้แปลว่าอะไรดีครับ?)
Someone is praying
Please let us come home to stay

หุบเขากว้าง แรมร้าง หากเหนื่อยนัก
โปรดหยุดพัก พึ่งน้ำพุ บำบัดล้าง
เปรยคำวอน ล่องลอยลม กลางลานกว้าง
โปรดชี้ทาง สู่บ้านรัก ที่พักใจ

When we are out there in the dark
We'll dream about the sun
In the dark we'll feel the light
Warm our hearts, everyone

เมื่อชีวิต อ้างว้าง ทางมืดมิด
ให้หวนคิด ถึงตะวัน อันผ่องใส
แม้นมืดมิด ยังเห็นเป็น เช่นดวงไฟ
ให้ความอุ่น กรุ่นอยู่ใน ใจทุกดวง


If we hold on together
I know our dreams will never die
Dreams see us through to forever
As high as souls can fly
The clouds roll by
For you and I

เพียงมีเรา จับมือเข้า กระชับมั่น
ทางแห่งฝัน คงไร้สูญ สลายล่วง
ไกลแสนไกล เท่าที่ใจ ยังคู่ควง
ฝ่าฟันปวง อุปสรรค ด้วยสองเรา


หมายเหตุ : ปกตินิยมถอดเพลงให้คล้องจองกันหรือถอดโดยอ้างอิงทำนองเดิมของเพลง (ให้ร้องตามได้) ครับ?

เมพขิงๆ  :14:
สัมผัสไม่หลุดด้วย เจ๋งมั่กๆ  :53:

อ้างคำพูดจาก: ณาณะ เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 13:45 น.
Words are swaying

sway= โอนเอน, แกว่งไปมา
อาจจะประมาณว่า มีถ้อยคำล่องลอยไปกับสายลม มั้งคะ
เพราะมันน่าจะไปด้วยกันกับกับ
Someone is praying
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 19:19 น.
โอ้ว มาอย่างเทพ  :25: +
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: papos เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 19:36 น.
 :25: :25: +
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 20:16 น.
พักนี้แปลเทพกันตลอดเลย.. ภาษาอังกฤษเกรด 2 โรงเรียนวัด เขินเลยค่ะ...

เอาเพลงนี้มาให้ฟังละกัน ช้อบ..ชอบ เคยแปลไว้ในบล็อก รู้สึกว่าความหมายนี่ตรงกับตัวเองซะมากมาย..

เหมือนเขาแต่งให้แอ้โดยเฉพาะเลย

(ใครแต่งเป็นกลอนให้จะบวกให้เลยค่ะ)  :56:




http://www.youtube.com/watch?v=tvkBSDeRRpw (http://www.youtube.com/watch?v=tvkBSDeRRpw)




Kimya Dawson - Tire Swing

 

I took the Polaroid down in my room

I'm pretty sure you have a new girlfriend                       

it's not as if I don't like you                                           

it just makes me sad whenever I see it               

cuz I like to be gone most of the time                             

and you like to be home most of the time                       

if I stay in one place I lose my mind                               

I'm a pretty impossible lady to be with  
 
   ชั้นแกะรูปโพลารอยด์ที่แปะอยู่ออก

   ชั้นว่าเธอคงมีแฟนใหม่แล้วแหง็มเลย

   มันก็ไม่ใช่ว่าชั้นไม่ชอบเธอหรอกนะ

   แค่มันทำให้ชั้นเศร้าเวลาที่เห็นมัน

   ก็เพราะชั้นมันชอบตะลอนไปเรื่อย

   แต่เธอก็ช่างเป็นคนอยู่ติดบ้าน

   ให้ชั้นอยู่เป็นที่คงต้องคลั่งแน่ๆ

   คนอย่างชั้นใครจะอยู่ด้วยได้ล่ะเนาะ   


Joey never met a bike that he didn't wanna ride

and I never met a Toby that I didn't like

Scotty liked all of the books that I recommended

even if he didn't I wouldn't be offended

 
   ไม่มีจักรยานคันไหนที่โจอี้เจอแล้วจะไม่อยากขี่

   และชั้นก็เจอโทบี้ทีไรเป็นได้ปลื้ม

   สก๊อตตี้ชอบหนังสือทุกเล่มที่ชั้นแนะให้อ่าน

   ถึงเขาจะไม่ชอบ ชั้นก็ไม่เคืองหรอกน่ะ  


I had a dream that I had to drive to Madison

to deliver a painting for some silly reason

I took a wrong turn and ended up in Michigan

Paul Baribeau took me to the giant tire swing

gave me a push and he started singing

I sang along while I was swinging

the sound of our voices made us forget everything

that had ever hurt our feelings

 
   ชั้นเคยฝันว่าขับรถไปแมดิสัน

   ขนส่งรูปวาดอะไรสักอย่าง ด้วยเหตุผลตลกๆ

   ชั้นเลี้ยวผิดจนไปโผล่ที่มิชิแกน

   พอล บาริบู พาชั้นไปที่ชิงช้ายางรถยนต์ยักษ์

   แกว่งชิงช้าให้ชั้นแล้วก็เริ่มร้องเพลง

   ชั้นร้องเพลงไป ตอนที่ตัวเหวี่ยงไปมา

   น้ำเสียงของเราสองคนทำเอาลืมทุกสิ่ง

   ที่มันเคยทำร้ายความรู้สึกของเรา 


Joey never met a bike that he didn't wanna ride

and I never met a Toby that I didn't like

Scotty liked all of the books that I recommended

even if he didn't I wouldn't be offended

wouldn't be offended 

 

now I'm home for less than twenty-four hours

that's hardly time to take a shower

hug my family and take your picture off the wall

check my email write a song and make a few phone calls

before it's time to leave again

I've got one hand on the steering wheel

one waving out the window

if I'm a spinster for the rest of my life

my yarns will keep me warm on cold and lonely nights

 
   ตอนนี้ชั้นอยู่บ้านน้อยกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมง

   แทบจะไม่มีเวลาอาบน้ำเลยแหละ

   กอดพ่อแม่พี่น้องแล้วก็ปลดรูปเธอลงจากฝาบ้าน

   เช็คอีเมลนิด เขียนเพลงหน่อย โทรศัพท์อีกสองสามที

   ก่อนที่จะได้เวลาออกเดินทางอีกครั้ง

   มือนึงจับพวงมาลัย

   อีกมือโผล่จากหน้าต่างรถมาโบกลา

   นี่ถ้าชั้นต้องขึ้นคาน**ไปตลอดชีวิต

   คานของชั้นก็จะปกป้องให้อบอุ่นจากความหนาวในคืนเดียวดาย

 

Joey never met a bike that he didn't wanna ride

and I never met a Tobey that I didn't like

Scotty liked all of the books that I recommended

even if he didn't I wouldn't be offended........

wouldnt be offended.......

even if he didnt i wouldnt be offended



============

** spinster แปลว่าหญิงปั่นฝ้าย หรือว่าสาวขึ้นคานก็ได้ค่ะ
** บางส่วนที่งง ก็ดูจาก subtitle ในหนัง Juno เอาค่ะ แต่แปลเองก่อน ตรงที่ติดก้ไปดูในหนัง
     รู้สึกว่าความหมายของเพลงมันจะลอยๆ นิดนึง ผิดตรงไหนชี้แนะให้ด้วยนะค้า...

:25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: N/A เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 22:05 น.
ยากอ่ะครับพี่  - -"""""""" ภาษาวัยรุ่น+หนังที่ยังไม่ได้ดู

ลองดูครับ ไม่ตรงใจหรือตรงความรู้สึกต้องขออภัยอย่างยิ่งยวด



I took the Polaroid down in my room

I'm pretty sure you have a new girlfriend                       

it's not as if I don't like you                                           

it just makes me sad whenever I see it   

ปลดรูปถ่าย วางกระจาย ลงกลางห้อง
สายตาจ้อง มองภาพเธอ ฉันหวั่นไหว
ไม่เคยชัง ยังคงเชื่อ ในหัวใจ
แม้ปรากฏ เขาคนใหม่ ใจเธอมี


cuz I like to be gone most of the time                             

and you like to be home most of the time                       

if I stay in one place I lose my mind                               

I'm a pretty impossible lady to be with

ชีพจร ตัวฉัน มันลงเท้า
คอยแต่ก้าว ออกห่างไกล ไปทุกที่
ให้ติดบ้าน อยู่เหมือนเธอ หรือคนดี
เราสองนี้ ร่วมชายคา คงคลั่งกัน


Joey never met a bike that he didn't wanna ride

and I never met a Toby that I didn't like

Scotty liked all of the books that I recommended

even if he didn't I wouldn't be offended

นายโจอี้ คลั่งสองล้อ ผ่อเที่ยวทั่ว
นายโทบี้ ไม่เคยชั่ว ในมุมฉัน
นายสก็อต นักอ่านหนัก รักแบ่งปัน
แม้พวกเขา ไม่ชอบมัน... ฉันก็โอ  :10:

I had a dream that I had to drive to Madison

to deliver a painting for some silly reason

I took a wrong turn and ended up in Michigan

Paul Baribeau took me to the giant tire swing


ฉันเคยฝัน เรื่องขับรถ ไปเมืองใหญ่
เพื่อขนส่ง รูปผ้าใบ ไปไกลโข
แถมหลงเลื่อน ไปอีกเมือง โอ๊ย...โคตรโม้
สุดท้ายโผล่ โล้ชิงชา กับตาพอล

gave me a push and he started singing

I sang along while I was swinging

the sound of our voices made us forget everything

that had ever hurt our feelings

เสียงเพลงดัง นั่งชิงช้า ที่ไกวแกว่ง
พอลไกวแรง ฉันแกว่งเร็ว ร้องรื่นร่อน
เปล่งทำนอง เสนาะเพลง ไม่เร่งร้อน
เพื่อบั่นทอน ความความปวดร้าว ที่เรามี


now I'm home for less than twenty-four hours

that's hardly time to take a shower

hug my family and take your picture off the wall

check my email write a song and make a few phone calls

ช่วงนี้ฉัน อยู่บ้าน ไม่ถึงวัน
จะอาบน้ำ ยังคร้านครัน อยากหลบหนี
ขอลืมเธอ กอดพ่อแม่ อีกสักที
ทำโน่นนี่ นิดหน่อย ก่อนจากไกล

before it's time to leave again

I've got one hand on the steering wheel

one waving out the window

if I'm a spinster for the rest of my life

my yarns will keep me warm on cold and lonely nights

จับมาลัย เตรียมใจ ก่อนไกลห่าง
โผล่หน้าต่าง โบกลา ระรื่นใส
แม้จะมี คานทอง คุ้มหัวไว้
คานยังหนุน ให้อุ่นใจ ในคืนแรม
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 22:08 น.
โหย :25: อ่านเพลิ๊นเพลินครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 20 มี.ค. 2009, 22:12 น.
 :25: :25: :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 21 มี.ค. 2009, 00:01 น.
โอ๊ย.. ณาณะ เธอเก่งมากๆ .. จับความได้ครบด้วยอะ..
สุดยอด.. บวกไปแล้วทีนึง เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่บวกให้อีกนะ..

:53:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: LiLiFaM เมื่อ 21 มี.ค. 2009, 10:44 น.
คุ้ยเพลงมาแปลมั่ง...
(กำลังคุ้ยอยู่)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 21 มี.ค. 2009, 11:22 น.






เพิ่งดูลิเกฝรั่งมา



Tony Bennett - A Taste Of Honey
รสน้ำผึ้ง

Winds may blow over the icy sea
I'll take with me the warmth of thee
A taste of honey
A taste much sweeter than wine

พระพายหวิวพริ้วเฉื่อยเหนือน่านนทีเฉียบ
แต่กายข้าจักกรุ่นอุ่นไอรักจากเจ้า
รสน้ำผึ้งรุกเร้า
หวานซึ้งกว่ารสไวน์

I will return
I'll return
I'll come back for the honey and you

ด้วยคำมั่นสัญญา
ข้าจะกลับมา
ด้วยไอรักรสน้ำผึ้งของนาง

I'll leave behind my heart to wear
And may it e'er remind you of
A taste of honey
A taste much sweeter than wine

จะละจิตกรุ่นรักของข้า
เพื่อพาเจ้าให้ฝันคุ้นครุ่น
ว่ารสน้ำผึ้งละมุน
หวานซึ้งกว่ารสไวน์

I will return
I'll return
I'll come back for the honey and you

ข้าจะกลับมา
ด้วยอาลัยรสน้ำผึ้ง
และรักหวานซึ้งของนาง

He ne'er came back to his love so fair
And so she died dreaming of his kiss
His kiss of honey
A taste more bitter than wine

เขาลับกลับร้างจากลา
ทิ้งเธอสิ้นชีวาด้วยรอรักหวน
คนึงรสจูบน้ำผึ้งพลางไห้ครวญ
ว่าใยขมขึ้งกว่าไวน์

I will return
I will return
I'll come back for the honey and you
I'll come back for the honey and you!

ด้วยคำมั่นสัญญา
ข้าจะกลับมา
เพื่อรสรักซึ้ง
รักรสน้ำผึ้งของนาง


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 21 มี.ค. 2009, 11:25 น.
โอ้ว ไม่ได้เข้ามาแจมด้วยซะนาน
ห้องคึกคักๆ   :42:

ไล่ + ไม่หวั่นไม่ไหว  :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 21 มี.ค. 2009, 13:14 น.
บ๊ะ วงการนักแปลคึกคัก  :53:

ไล่บวกด้วยคน โดยเฉพาะ ณาณะ

ชอบอันนี้

นายโจอี้ คลั่งสองล้อ ผ่อเที่ยวทั่ว
นายโทบี้ ไม่เคยชั่ว ในมุมฉัน
นายสก็อต นักอ่านหนัก รักแบ่งปัน
แม้พวกเขา ไม่ชอบมัน... ฉันก็โอ  :10:

น่ารักดี  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 03 เม.ย. 2009, 18:30 น.
เบิ้ลซะ

Lovefool : The Cardigans :25: :25:
รักควายๆ โดย เดอะคาดิแก้น


Dear, I fear we're facing a problem
You love me no longer, I know
And maybe there is nothing
That I can do to make you do
ตะเองจ๊ะ เค้าว่าเรากะลังเจอะปัญหาแล้วล่ะ
ก็ตะเองน่ะไม่รักเค้าแล้วนิ เค้ารู้น่ะ
ละก็คงไม่มีทางไหน
ที่เค้าจะทำให้ตะเองกลับมารักกันได้อีก

Mama tells me I shouldn't bother
That I ought to stick to another man
A man that surely deserves me
But I think you do!
หมะม้าบอกเค้าว่าให้เชิดใส่
เค้าน่าจะไปจริงจังกะหนุ่มอื่น
ที่มันคู่ควรกับเค้าชัวร์ๆ
แต่คนที่ใช่ของเค้าน่ะ...ก็เตงไง

So I cry, I pray and I beg
เค้าก็เลยมาอีแหมะๆ วิงวอน ละก็คุกเข่าอ้อนตะเองน้าาาาาาา...

Love me love me. Say that you love me
Fool me fool me. Go on and fool me
Love me love me. Pretend that you love me
Leave me leave me. Just say that you need me
รักเค้าน้าา รักเค้า พูดสิว่าเตงรักเค้าน่ะ
หลอกเค้าก็ได้ เอาเลยช่วยหลอกเค้าที
รักเค้าสิ รักเค้า แกล้งทำเป็นว่าอยากให้เค้าอยู่
แล้วจะทิ้งเค้าไปก็ได้ แต่ต้องบอกว่าต้องการเค้าอยู่น้าาา

Love me love me. Say that you love me
Leave me leave me. Just say that you need me
I can't care 'bout anything but you...
รักเค้าน้าา รักเค้า พูดสิว่าเตงรักเค้าน่ะ
แล้วปล่อยเค้าไว้ก็ได้ แค่พูดว่าต้องการเค้าก็พอ
ก็เค้าไม่เหลือสติจะไปใส่ใจอะไรนอกจากตะเองแล้วล่ะ

Lately I have desperately pondered,
Spent my nights awake and I wonder
What I could have done in another way
To make you stay
เนี่ยเค้าก็เพิ่งคิด คิดแล้วคิดอีก
คิดอยู่ทั้งคืนไม่หลับไม่นอน เอาแต่คิดว่า
จะมีทางอื่นที่เค้าจะทำได้อีกมั้ยน้าา
ที่จะทำให้ตะเองไม่ไป

Reason will not lead to solution
I will end up lost in confusion
I don't care if you really care
As long as you don't go
เหตุผลมันไม่ช่วยให้คิดออก
เค้าก็คงจะต้องจะต้องสติแตกอยู่อย่างนั้นแหละ
เค้าก็ไม่สนหรอกนะว่าตัวเองจะสนจริงๆ รึเปล่า
ตราบใดที่ตะเองยังไม่ไป

So I cry, I pray and I beg
เค้าก็เลยมาอีแหมะๆ วิงวอน ละก็คุกเข่าอ้อนตะเองน้าาาาาาา...

Love me love me. Say that you love me
Fool me fool me. Go on and fool me
Love me love me. Pretend that you love me
Leave me leave me.Just say that you need me
รักเค้าน้าา รักเค้า พูดสิว่าเตงรักเค้าน่ะ
หลอกเค้าก็ได้ เอาเลยช่วยหลอกเค้าที
รักเค้าสิ รักเค้า แกล้งทำเป็นว่าอยากให้เค้าอยู่
แล้วจะทิ้งเค้าไปก็ได้ แต่ต้องบอกว่าต้องการเค้าอยู่น้าาา

Love me love me. Say that you love me
Leave me leave me. Just say that you need me
I can't care 'bout anything but you...
Anything but you...
รักเค้าน้าา รักเค้า พูดสิว่าเตงรักเค้าน่ะ
แล้วปล่อยเค้าไว้ก็ได้ แค่พูดว่าต้องการเค้าก็พอ
ก็เค้าไม่เหลือสติจะไปใส่ใจอะไรนอกจากตะเองแล้วล่ะ
ไม่สนอะไรนอกจากเตงจริงๆ นะ...

Love me, love me (Say that you love me)
Fool me, fool me (Go on and fool me)
Love me, love me (I know that you need me)
I can't care 'bout anything but you..
รักเค้าน้าา รักเค้า พูดสิว่าเตงรักเค้าน่ะ
หลอกเค้าก็ได้ เอาเลยช่วยหลอกเค้าที
รักเค้าสิ รักเค้า เค้ารู้หรอกว่าเตงยังรักเค้าน่ะ
ก็เค้าไม่เหลือสติจะไปใส่ใจอะไรนอกจากตะเองแล้วหนินาาาา



:25: :25: :25: :25: :25: :25: :25: :25: :25: :25: :25: :25: :25:


ป.ล. อ่านแล้วรู้สึกว่า ทิ้งๆ ไปเถอะอีนี่น่ะ  :30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: papos เมื่อ 03 เม.ย. 2009, 20:44 น.
 :30b:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กวางจ้ะ เมื่อ 03 เม.ย. 2009, 23:34 น.
 :30: :30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Katezila เมื่อ 03 เม.ย. 2009, 23:38 น.
ถอดได้เกรียนมาก  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 04 เม.ย. 2009, 00:27 น.
โถ ใส่อารมณ์ได้ดีมากกก
:30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 04 เม.ย. 2009, 09:48 น.
อ่านแล้วนึุกหน้าลุงตาม

โอ้ว ไม่นะ ....  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 04 เม.ย. 2009, 18:27 น.
ชอบๆ
ออกจะฮา  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 04 เม.ย. 2009, 19:21 น.
ชาวฝรั่งเศสขา
ช่วยแปล Ce Que Je Suis ของ holden หน่อยจิ  :25:
เอ็มวีน่ารักอะ แต่แอบไม่เก็ตเนื้อ 55 (พยายามแปลละ แต่สามารถไม่ถึง)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: หนูอร เมื่อ 05 เม.ย. 2009, 11:59 น.
อันนี้เปิดๆแปลๆแบบคร่าวๆยังไม่เกลาให้สวย
อาจจะมีพลาดบ้างเพราะไม่ได้ใช้นานมากแล้ว
อันไหนนานาเห็นว่าผิดก็แก้ได้เลยนะ

เดี๋ยวกินข้าวอิ่มแล้วมาเขียนใหม่อีกทีนะจ๊ะ


  :27:


'ai bien le droit
j'ai bien le droit aussi
de faillir, défaillir
jusqu'à mesurer le prix

ฉันเองมีสิทธิ
ฉันก็มีสิทธิเหมือนกัน (ตรงนี้เหมือนจะบอกว่า "ฉันก็มีสิทธิเหมือนคนอื่น")
ที่จะพลั้งพลาด ที่จะอ่อนล้า
จนกว่าจะถึงเวลาตีค่า (อันนี้ไม่แน่ใจแต่เข้าใจว่าหมายถึงวันที่เราตายแล้วถูกพิพากษาความดีความชั่ว)

mais qu'est ce qu'il m'arrive
je ris aux larmes
je larmorie
mais qu'est ce qu'il m'arrive
je dors au bord de mon lit

แต่บางสิ่งกำลังมาหาฉัน
ฉันหัวเราะทั้งน้ำตา
*อันนี้แปลไม่ออก*
แต่บางสิ่งกำลังมาหาฉัน
ฉันนอนอยู่ที่ขอบเตียง
(หรืออาจแปลได้ว่า แม้่บางสิ่งกำลังคืบคลานเข้ามา ฉันก็ยังนอนรออย่างสงบที่ขอบเตียง  :30:)



*  oh comme je regrette
je ne suis pas ce que je suis
les murs ont des oreilles
les murs parlent trop
oh comme je déteste

โอ.. ยามฉันโศกเศร้า
ฉันนั้นไม่เป็นตัวของตัวเอง
กำแพงมีหู (อีกความหมายคือ: ไม่มีความลับบนโลก)
กำแพงพูดมากเกินไป (และความลับถูกบอกต่อมากเกินไป)
เป็นดังที่ฉันเกลียด


je ne suis pas ce que je suis
la lune qui me surveille
la lune est dans mon dos


ฉันนั้นไม่เป็นตัวของตัวเอง
จันทร์เจ้าเอยเคยนำทาง
จันทร์เจ้าย้ายมากลางหลัง (อันนี้อาจจะเป็นสำนวน แต่จำไม่ได้ ลองหาดูนะ)




j'ai bien le droit aussi
de railler, dérailler
épuiser toutes mes envies
mais qu'est ce qu'il m'arrive

ฉันเองก็มีสิทธิ
ที่จะวิจารณ์ ที่จะหนีหาย
หมดสิ้นแล้วซึ่งความปราถนา
แต่บางสิ่งกำลังมาหาฉัน

j'oublie, je bois,
je bois l'oubli
mais qu'est ce qu'il m'arrive
je dors au bord de mon lit


ฉันลืม ฉันดื่ม
ฉันดื่มด่ำในความหลงลืม
แต่บางสิ่งกำลังมาหาฉัน
ฉันนอนอยู่ที่ขอบเตียง


*

j'ai bien le droit aussi
de conduire, d'éconduire
les hommes au bout de la nuit

ฉันเองก็มีสิทธิเหมือนกัน
ที่จะนำ ที่จะกำจัด
เหล่าชายหนุ่ม เมื่อราตรีสิ้นสุดลง
(ทำไมแปลท่อนนี้นึกถึงเฟิร์น  :07:)

*

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 06 เม.ย. 2009, 23:53 น.
 :25: ขอบคุณค่า
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: หนูอร เมื่อ 07 เม.ย. 2009, 15:21 น.
เพิ่งได้ดู MV แล้วก็ได้ฟังตัวเพลงนี้เมื่อตะกี๊นี้
เพลงฝรั่งเศสมาก และทำเอ็มวีน่ารักทะมึนๆ

คล้ายงาน motion ที่เคยทำ แต่นี่สวยกว่าเยอะ  


http://www.youtube.com/watch?v=ijiAas3DI2U (http://www.youtube.com/watch?v=ijiAas3DI2U)


ฉันเองมีสิทธิ
มีสิทธิเหมือนคนอื่นๆ
ที่จะพลั้งพลาด ที่จะอ่อนล้า
จนกว่าจะมีคนเห็นคุณค่า *1
แต่ฉันเองก็ไม่รู้ว่าอะไรกำลังจะมาถึง
ได้แต่หัวเราะทั้งน้ำตา
ฉันก็ชื่นชอบ *2
แต่ฉันเองก็ไม่รู้ว่าอะไรกำลังจะมาถึง
ฉันได้แต่นอนขดนิ่งอยู่ที่ขอบเตียง

โอ.. ยามฉันนั้นทุกข์ทน
ฉันเสียตัวตนฉันไป
กำแพงมีหู                             -   โลกนี้ไร้ความลับ
กำแพงพูดมากเกินไป              -   เพราะเราพูดมากเกินไป
เป็นดังที่ฉันเกลียด
ฉันเสียตัวตนของฉันไป
จันทร์เจ้าเอยจากเคยนำทาง
บัดนี้กลับมาอยู่กลางหลัง


ฉันเองมีสิทธิเหมือนคนอื่นๆ
ที่จะวิจารณ์ ที่จะหนีหาย
ความปราถนาแห้งเหือดหมดไป
แต่ฉันเองก็ไม่รู้ว่าอะไรกำลังจะมาถึง
ฉันลืม ฉันดื่ม
ฉันดื่มด่ำในความหลงลืม
แต่ฉันเองก็ไม่รู้ว่าอะไรกำลังจะมาถึง
ฉันได้เพียงนอนขดนิ่งอยู่ที่ขอบเตียง

*

ฉันเองก็มีสิทธิเหมือนกัน
ที่จะฝ่ายนำ ที่จะเป็นฝ่ายทิ้ง
หนุ่มๆทั้งหลาย เมื่อรัตติกาลสิ้นสุดลง *3

*



:27:


*1 ไม่ชัวร์เรื่องการตีความเหมือนเดิมแต่ตีความเอาตามที่คิด
*2 อันนั้นยังไม่ชัวร์ความหมายเหมือนเดิม ใส่ให้ครบถ้วน
*3 ตรงนี้จากตีความแบบเฟิร์นๆ แก้เป็นว่า เที่ยวหมดคืนก็ทิ้งผู้ชายคนนั้นไป
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 10 เม.ย. 2009, 17:59 น.
ครับ รายการแฟนพันธุ์แท้ ได้จบลงแล้วอย่างถาวร
หลังจากที่ได้ออกอากาศมา 8 ปี
จึงนำเพลงที่เป็นเพลงประจำรายการเพลงหนึ่ง
ที่จะทำเป็นมิวสิควิดีโอในตอนจบการแข่งขันในรอบแห่งปี
มาระลึกถึงสักครา


We are the champions By Queen
เราคือผู้ชนะ โดย ราชินี


I've paid my dues.Time after time.          
I've done my sentence.But committed no crime.   
And bad mistakes.I've made a few.         
and I've had my share of sand kicked in my face      
But I've come through. And I need to go on and on and on and on

ฉันต้องจ่ายอะไรไปมากมาย ตลอดเวลาที่ผ่านมา
ฉันได้รับคำพิพากษาไปแล้ว แต่ฉันไม่ได้ก่ออาชญากรรม
และความผิดพลาดเลวร้าย ที่ฉันพลั้งทำลงไป
ที่เขาเตะทรายใส่หน้า ฉันก็รับส่วนของฉันไปแล้ว
แต่ฉันก็ผ่านมาได้ และยังอยากที่จะไปต่อไป ต่อไป และต่อไปอีก


We are the champions - my friends.
And we'll keep on fightin' till the end.
We are the champions. We are the champions.
No time for losers.'Cause we are the champions of the world.

พวกเราคือผู้ชนะ เพื่อนเอ๋ย
และ เราได้ต่อสู้มาจนจบ
พวกเราคือผู้ชนะ พวกเราคือผู้ชนะ
ไม่มีเวลาสำหรับผู้แพ้ เพราะเราคือผู้ชนะ ของโลกนี้


I've taken my bows. And my curtain calls.
You've brought me fame and fortune.
And everything that goes with it.I thank you all.
But it's been no bed of roses no pleasure cruise.
and I consider it a challenge before all human race.
That I ain't gonna lose.And I need to go on and on and on and on

ฉันได้รับการโค้งคำนับ ผู้ชมยังเรียกร้องให้แสดงต่อ
คุณได้มอบเกียรติยศและความสำเร็จให้
และทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นไปอย่างนั้น ฉันขอบคุณทุกคน
แต่มันไม่ได้มีเตียงที่ปูด้วยกลีบกุหลาบ ไม่มีการล่องเรือสำราญ
และฉันคิดแล้วว่ามันเป็นการท้าทายมนุษยชาติทั้งมวล
ที่ฉันจะไม่มีทางพ่ายแพ้ และยังอยากที่จะไปต่อไป ต่อไป และต่อไปอีก


We are the champions - my friends.
And we'll keep on fightin' till the end.
We are the champions. We are the champions.
No time for losers.'Cause we are the champions of the world.

พวกเราคือผู้ชนะ เพื่อนเอ๋ย
และ เราได้ต่อสู้มาจนจบ
พวกเราคือผู้ชนะ พวกเราคือผู้ชนะ
ไม่มีเวลาสำหรับผู้แพ้ เพราะเราคือผู้ชนะ ของโลกนี้...
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 10 เม.ย. 2009, 18:05 น.
อ้าว.. จบแล้วเหรอคะ..
ว้า..

:16:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 11 เม.ย. 2009, 09:59 น.
ว่าแล้วเชียว ว่าต้องไม่ทำต่อแล้วแน่ๆเลย ดูเมื่อวานแล้วรู้สึกได้

เสียดายแฮะ  :16:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 11 เม.ย. 2009, 11:42 น.
 :16:
เสียดาย
แต่จะว่าไปตอนหลังๆ ก็ไม่ได้ดูจริงๆ น่ะแหละ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 16 เม.ย. 2009, 01:06 น.


เพลงนี้ให้ป้าครับ  :12:

http://www.youtube.com/watch?v=9lp0IWv8QZY#noexternalembed-lq-lq2-hq (http://www.youtube.com/watch?v=9lp0IWv8QZY#noexternalembed-lq-lq2-hq)

I dreamed a dream from Les Miserables.

I dreamed a dream in time gone by
When hope was high
And life worth living
I dreamed that love would never die
I dreamed that God would be forgiving.
ฉันฝันถึงความฝันที่ห่างร้างไกล
ยามดวงใจยังมีหวังให้คว้าไขว่
และชีวิตที่แสนสดใส
ฝันถึงความรักที่นิรันดร์
ฝันถึงการให้อภัยจากพระเจ้า

Then I was young and unafraid
And dreams were made and used
And wasted
There was no ransom to be paid
No song unsung
No wine untasted.
เมื่อฉันยังเยาว์  และไร้ซึ่งความกลัวใดๆ
มีฝันที่ฉัน ไขว่คว้า ตามหา และสูญหาย
ไม่มีสิ่งใดที่จะต้องชดใช้เพื่อความฝันเหล่านั้น
ดั่งเพลงที่ต้องร้องก้องกังวาล และไวน์ที่ต้องลิ้มรส

But the tigers come at night
With their voices soft as thunder
As they tear your hope apart
As they turn your dream to shame.
แต่ดั่งพยัคฆ์เยื้องย่างมาในยามราตรี
เสียงคำรามแผ่วเบาดุจฟ้าผ่า
และฉีกกระชาก ทำลายความหวังทั้งปวง
เปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นเพียงฝุ่นผงไร้ค่า

And still
I dream he'll come to me
That we will live the years together
But there are dreams that cannot be
And there are storms
We cannot weather...
ถึงอย่า่งไร ฉันก็ยังฝัน
ซักวันหนึ่งคนๆนั้นจะต้องมาหาฉันอย่างแน่นอน
และใช้ชีวิตคู่กันชั่วนิจนิรันดร์
แต่นั่นแหละ ที่บางความฝันไม่อาจจะเป็นไป
และยังมีพายุที่เราไม่อาจคาดการณ์

I had a dream my life would be
So different form this hell I'm living
so different now from what it seemed
Now life has killed
The dream I dreamed.
ฉันฝันถึงฉันในตอนนี้
ช่างแตกต่างจากที่ฉันเป็นตอนนี้เหลือเกิน
ช่างแตกต่างจากที่มันควรจะเป็นไปเหลือเกิน
ตอนนี้
ชีวิตได้ฆ่าความฝันของฉัน
ความฝันของฉัน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: icez เมื่อ 26 เม.ย. 2009, 19:30 น.
ไปเจอมา http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X7793681/X7793681.html#18 (http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X7793681/X7793681.html#18)

แปลได้แบบว่า... :30: ฮามากมาย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 26 เม.ย. 2009, 20:51 น.
I'm not that chained up little person still in love with you
ไม่ใช่อีของตาย อีทาสสวาทในเรือนใจ อีจำเลยรัก



อยากตามไปบวกจัง  :30: :30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 28 เม.ย. 2009, 06:50 น.
จะบอกว่า Susan boyles ร้องดีกว่าคนร้องในละครเพลงเรื่อง เลอมิเซราบ :05:

ที่อังกฤษ ซูซาน ดังมากๆ ครับ
ป้าแกมาจากไหนก็ไม่รู้
เป็นป้ามาจากบ้านนอก เชยๆ คนนึง
แต่เสียงป้าแก สะกดคนได้ทั่วโลก

ตอนตูได้ยินป้าแกร้องครั้งแรก ก็ถึงกับเหวอ
เพราะเพลงนี้ตอนที่ตูไปดู เลอมิเซราบมันก็ไม่ได้เพราะได้ขนาดนี้
ไม่เชื่อลองไปฟังคนอื่นร้องในยูทิวป์ดูก็ได้ครับ
แล้วจะรู้ว่า ป้าเนี่ย ของจริง  :12:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 28 เม.ย. 2009, 08:51 น.






อยากรู้ว่าวันนั้นป้าแกเลือกเพลงนี้เองหรือว่ามีทีมงานเลือกให้


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 28 เม.ย. 2009, 10:44 น.
อ้างคำพูดจาก: จอนจัด เมื่อ 28 เม.ย. 2009, 08:51 น.

อยากรู้ว่าวันนั้นป้าแกเลือกเพลงนี้เองหรือว่ามีทีมงานเลือกให้


ถ้าเป็นตูเองก็เชื่อว่าป้าแกเลือกเอง
แต่ดันมาทำงานในวงการมายานี่ซะแล้ว เลยต้องเผื่อใจไว้สำหรับความเป็นไปได้ที่จะเป็นการจัด

เพราะหลักการณ์ของการทำโทรทัศน์โดยทั่วไปแม้แต่รายการที่เรียกว่า "Reality Show" ต่อให้มีการถ่ายทอดสด
จะพยายามให้เกิด"สิ่งที่ดีที่สุด" ซึ่งมีความหมายว่า โดนอารมณ์คนดูมากที่สุด
อย่างคลิปป้าซูซานก็มีทั้งการเอาพิธีกรมาบิ๊วท์ มีการตัดภาพอารมณ์คนดูมาเทียบ
(ซึ่งส่วนใหญ่ภาพแบบนี้มัก "ขโมย"มาจาก ที่อื่น คือไม่ใช่อารมณ์ตอนนั้นจริง หรือ เซ็ทถ่ายเอาให้ได้อารมณ์...หน้าม้านั่นเอง)

ถ้าป้าโชว์เพลงอื่น คนก็คงมหัศจรรย์ใจกับเสียงป้าแกเหมือนกัน แต่ไอ้การโชว์เพลงที่ดูจะเข้ากับ
"คุณป้าที่ย่างเข้าวัยทอง แล้วเพิ่งมาตามฝันป็นนักร้องตอนแก่เนี่ย"
มันก็น่าเชื่อว่าป้าแกเลือกเพลงที่แกอินน์ เพราะตรงกับชีวิตแกที่สุด

แต่ก็อย่างว่าครับนี่วงการโทรทัศน์ ทำเองมาซะเยอะ เลยต้องเผื่อใจไว้ก่อน  :08:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 29 เม.ย. 2009, 06:06 น.
ผมว่าป้าแกเลือกเองนะครับ
เพราะเทปที่เราเห็นนี่เป็นแค่ Audition
คือมันก็มีคนที่ห่วยๆ อยู่อีกเยอะ
มีเทปที่เอาคนห่วยๆ มาโชว์ก็มีเยอะ
ไอ้ที่ตัดฉากหน้าคนดูอะไรนี่ ตูก็ว่า เอามาจากฉากอื่น
เพราะฉากมาตรฐานรายการนี้ ก็ถ่ายตอนรอ audition
สัมภาษณ์เล็กน้อยก่อนขึ้นเวที แค่นั้น
เพียงแต่ว่า ป้าแกเกินความคาดหมายไปเยอะมากๆ

อย่าว่าโง้นงี้ ตูเอาแผ่นเสียงของ อีเลน เพจ มาฟัง
ตูว่าน้ำเสียงป้าแกทรงพลังมากกว่าอีเลน เพจ อีก
เอาแผ่นเสียง Les Miserables มาฟังเพลง I dream a dream
ก็สู้ป้าไม่ได้จริงๆ  :12:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 29 เม.ย. 2009, 09:38 น.
 แสดงว่าป้าซูซานได้แจ้งเกิดสมใจซิครับ ชีวิตปั้นปลายที่ได้เห็นผลงานจากการสู้ทน
มาเกือบทั้งชีวิต มันรู้สึกดีอย่างนี้เองนะครับ  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 29 เม.ย. 2009, 10:24 น.






ผมว่าถ้าป้าเลือกเอง ป้าเจ๋งมาก

ถ้าทีมงานเลือก ทีมงานเก่งมาก


โดยส่วนตัวเชื่อไปทางข้อแรกมากกว่า


ป.ล. ไม่ว่ากรณีไหน ทีมตัดต่อสุดยอดไปเลย โดยเฉพาะช่วงหลังจากร้องเพลงเสร็จนี่ ดนตรีประกอบกับภาพทำให้พีคสุดๆ


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 29 เม.ย. 2009, 12:42 น.
ผมว่าปี พอล พ็อต ทรงพลังกว่านี้นะครับ
อาจจะเพราะมันเป็นเพลงโอเปร่าด้วย
และแกเป็นคนขายโทรศัพท์ร้านคาร์โฟนแวร์เฮาส์(ในเวลส์ด้วยนะ)
ความเซอร์ไพรส์ไกล้เคียงกัน แต่ประเภทเพลงมันทะลุทะลวงกว่ามั้ง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 29 เม.ย. 2009, 12:43 น.
จากกระจู๋ RC และการปรากฎตัวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง
จากกระจู๋คุณถาม ลุงเป็ดตอบ ที่โอดำ และ บักตั้งมาตั้งคำถามเกี่ยวกับการเป็นพ่อ และ ชีวิตที่เติบโตขึ้น
และ บางส่วยจากกระจู๋สอนหญิง โลกสีชมพู บันทึกระบายใจ และ เรื่องราวความรักที่อาจสุข หรือเศร้า ในโลกใกล้ตัว

ทำให้นึกถึงเพลงนี้ขี้นมา อาจเป็นเพลงเพลงรักธรรมดา
แต่อยากจะเชื่อเหลือเกินว่าเป็นเพลงที่พ่อมอบให้แ่ก่ลูกสาว...

Wild World / Cat Stevens
โลกมันโหดร้าย / แคท สตีเวนส์


Now that I've lost everything to you,
you say you want to start something new,
and it's breaking my heart you're leaving, baby I'm grieving.
but if you wanna leave take good care,
hope you have a lot of nice things to wear,
but then a lot of nice things turn bad out there.

ตอนนี้ฉันยอมเธอทุกอย่างแล้ว
เธอบอกว่าอยากออกไปเริ่มบางสิ่งใหม่ๆ
และมันทำให้ฉันหัวใจสลาย เพราะเธอกำลังจากไป สาวน้อยฉันเศร้ามากนะ
แต่ถ้าเธออยากไป ดูแลตัวเองให้ดี
หวังว่าเธอจะมีสิ่งดีๆ มากมายอยู่รอบตัว
แต่ว่าสิ่งที่สวยงามมันอาจกลายเป็นสิ่งเลวร้ายได้ ที่โลกข้างนอกนั่น


Oh Baby baby it's a wild world, it's hard to get by just upon a smile.
Oh baby baby, it's a wild world. I'll always remember you like a child, girl.

โอ แม่หนู โลกน่ะมันโหดร้ายนะ มันยากที่ผ่านเรื่องราวต่างๆ ไปได้เพียงแค่ยิ้มสู้
โอแม่หนู โลกน่ะมันโหดร้ายนะ ฉันจะจดจำเธอเอาไว้ว่าเป็นเด็กน้อยไร้เดียงสาเสมอนะ สาวน้อย   


You know I've seen a lot of what the world can do,
and it's breaking my heart in two,
'cause I never want  to see you sad, girl, don't be a bad girl.
but if you want to leave take good care,
hope you make a lot of nice friends out there,
but just remember there's a lot of bad and beware.

เธอรู้ว่าฉันได้เห็นมาเยอะแล้วว่าโลกนี้มันเป็นยังไง
และมันทำให้ใจฉันแตกสลาย
เพราะฉันไม่อยากจะเห็นเธอเศร้าเลย สาวน้อย อย่าทำตัวไม่ดีล่ะ
ถ้าเธออยากจะไปก็ดูแลตัวเองดีๆ นะ
หวังว่าเธอคงจะได้พบเพื่อนดีๆ ข้างนอกนั่น
แต่จำเอาไว้ด้วยว่ามีคนเลวมากมาย และระวังตัวไว้นะ


Oh Baby baby it's a wild world, it's hard to get by just upon a smile.
Oh baby baby, it's a wild world. I'll always remember you like a child, girl.

โอ แม่หนู โลกน่ะมันโหดร้ายนะ มันยากที่ผ่านเรื่องราวต่างๆ ไปได้เพียงแค่ยิ้มสู้
โอแม่หนู โลกน่ะมันโหดร้ายนะ ฉันจะจดจำเธอเอาไว้ว่าเป็นเด็กน้อยไร้เดียงสาเสมอนะ สาวน้อย   


Baby I love you, but if you wanna leave take good care,
hope you make a lot of nice friends out there,
but just remember there's a lot of bad and beware beware.

แม่หนู ฉันรักธอนะ ถ้าเธออยากจะไปก็ดูแลตัวเองดีๆ นะ
หวังว่าเธอคงจะได้พบเพื่อนดีๆ ข้างนอกนั่น
แต่จำเอาไว้ด้วยว่ามีคนเลวมากมาย และระวังตัวไว้นะ


Oh Baby baby it's a wild world, it's hard to get by just upon a smile.
Oh baby baby, it's a wild world. I'll always remember you like a child, girl.

โอ แม่หนู โลกน่ะมันโหดร้ายนะ มันยากที่ผ่านเรื่องราวต่างๆ ไปได้เพียงแค่ยิ้มสู้
โอแม่หนู โลกน่ะมันโหดร้ายนะ ฉันจะจดจำเธอเอาไว้ว่าเป็นเด็กน้อยไร้เดียงสาเสมอนะ สาวน้อย   




เพลงนี้มีเวอร์ชั่นเร้กเก้ สนุกๆ ด้วยนะ
แต่อยากให้ฟังเวอร์ชั่นของ แคท สตีเวนส์ แล้วจะได้น้ำเสียงนี้...
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: หนูอร เมื่อ 29 เม.ย. 2009, 15:48 น.
+ ลุง เค้าชอบเพลงนี้ :53:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 29 เม.ย. 2009, 15:54 น.
+ คืนจ้ะ แม่สาวน้อย  :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ยัง มี พุง เมื่อ 29 เม.ย. 2009, 15:55 น.
แปลค้างไว้เพลงนึง รอขี้เลื่อยไหลออกอีกพักนึงเดี๋ยวแปลต่อ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 30 เม.ย. 2009, 14:36 น.
เธอ ไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้ฉันแปลเพลงนี้ส่งให้ถึงเธอ
ที่จริงเป็นฉันเองที่ถอยออกมา คอยดูเธออยู่ห่างๆ...อย่างที่ฉันควรจะเป็นตั้งแต่แรก

เรื่องความรักของเธอนั้น ฉันรู้ว่าเธออยากจะเข้มแข็งอย่างที่ฉันเคยบอก
เธอมีชีวิตส่วนที่งดงามมากมาย และ อีกมากมายที่รอคอยเธออยู่
แต่เธอก็ยังจมอยู่กับความเศร้าเดิมๆ ที่ติดตัวเธอมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เรารู้จักกัน

ฉันเองรวมถึงคนอื่นๆ ที่รักเธอมากมายได้พยายามจะเปิดใจของเธอออก
แต่ฉันรู้ว่ายังไม่มีใครทำได้
นอกจากตัวของเธอเอง

ไม่ว่าฉันจะพูดอะไรก็ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เธอรู้อยู่แล้ว
ซึ่งฉันเองก็รู้อยู่แล้วว่าฉันจะได้เพียงพูดออกไป
ที่เหลือก็อยู่ที่เธอ
และไม่ว่าเธอจะทำอะไรอยู่ก็ตาม
โปรดรับรู้เอาไว้ว่าฉันเชื่อมั่นในจิตวิญญาณของเธอที่ฉันรักเสมอ

แต่ถ้าเธอมีฉันอยู่สักนิด แม้ฉันจะไม่ได้อยู่ตรงหน้าเธอก็ตาม
เธอก็รู้ใช่ไหมว่าฉันจะพูดว่าอะไร...


________________________________________________


Two Steps Behind / Def Leppard
สองก้าวข้างหลังเธอ / เดฟ เลปผาร์ด


Walk away if you want to
It's okay if you need to
Well you can run but you can never hide
From the shadow that's creeping up beside you
There's a magic running through your soul
But you can't have it all

เดินจากไปเถอะ ถ้าเธอจะไป
ไม่เป็นไรถ้าเธอต้องการ
แต่จำไว้นะว่าเธอวิ่งหนีได้ แต่เธอหลบซ่อนจากมันไม่ได้
จากเงาดำที่คืบคลานเขาสู่ตัวเธอ
มันดั่งมีมนต์ที่แล่นผ่านวิญญาณ
แต่เธอรับมันทั้งหมดไม่ได้หรอก


Whatever you do – I'll be two steps behind you
wherever you go - and I'll be there to remind you
that it only takes a minute of your precious time
to turn around, I'll be two steps behind
Yeah yeah

ไม่ว่าเธอจะทำอะไร ฉันจะอยู่ข้างหลังเธอสองก้าว
ไมว่าเธอจะไปที่ไหน ฉันจะตามไปเตือนให้เธอระลึกถึง
นั่นแค่รบกวนเวลาอันมีค่าของเธอแค่ซักนาที
ที่จะหันกลับมา...แล้วเธอจะเจอฉันอยู่ข้างหลังเธอสองก้าว
อย่าลืมนะ


Take the time to think about it
Walk the line, you know you just can't fight it
Take a look around, you'll see what you can find
Like the fire that's burnin' up inside me
And there's a magic running through your soul
But you can't have it all, no

ลองใช้เวลาตรองถึงมันดู
ระวังไว้ให้ดี เธอรู้ว่าต้านทานมันไม่ได้
ลองมองไปรอบๆ เธอจะเห็นสิ่งที่เธอพบเจอมา
คล้ายเปลวไฟที่แผดเผาอยู่ในตัวฉัน
และมันดั่งมีมนต์ที่แล่นผ่านวิญญาณของเธอ
แต่เธอรับมันทั้งหมดไม่ได้หรอก ไม่มีทาง


Whatever you do – I'll be two steps behind you
Wherever you go - and I'll be there to remind you
That it only takes a minute of your precious time
To turn around, I'll be two steps behind

ไม่ว่าเธอจะทำอะไร ฉันจะอยู่ข้างหลังเธอสองก้าว
ไมว่าเธอจะไปที่ไหน ฉันจะตามไปให้เธอระลึกถึง
นั่นแค่รบกวนเวลาอันมีค่าของเธอแค่ซักนาที
ที่จะหันกลับม...แล้วเธอจะเจอฉันอยู่ข้างหลังเธอสองก้าว


Yeah baby, two steps behind
Oh sugar, two steps behind

ใช่ แม่หนู สองก้าวข้างหลังเธอ
โอ ที่รัก สองก้าวข้างหลังเธอ

_________________________________________________


ขอให้เธอหาความสุขของเธอให้เจอ
ไม่ว่าตอนนี้เธอจะเดินบนเส้นทางหนไหน
ความรักของฉันแม้มันจะไม่มีค่าอะไร
แต่มันจะอยู่กับเธอเสมอไป
ดังที่เคยเป็นเสมอมา
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 30 เม.ย. 2009, 14:51 น.
+ ลุง สองเพลงโดนใจ

แต่ Wild World ผมชอบเวอร์ชัน MR.BIG มากกว่าแฮะ  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 30 เม.ย. 2009, 14:55 น.
ก็ลุงแคท สตีเวนส์ มันได้อารมณ์ป๊ะป๋ากะลูกสาวกว่านี่นา  :37:

ก็ฟังครั้งแรก MR.BIG นั่นแหละ (สมัยเรียนมัธยม)
โตมา (ไม่กี่ปีก่อน) ถึงได้รู้ว่ามันมี Original
พอฟังก็เออเว้ย เป็นไปตามวัย  :30: :30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 30 เม.ย. 2009, 14:56 น.
นี่แหละความแตกต่างระหว่างวัยรุ่น กับ วัยกลางคน  :11:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 30 เม.ย. 2009, 15:51 น.
มาอ่านบทสนทนาของ 2 วัยทองคะนองเพลง :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 30 เม.ย. 2009, 17:27 น.
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 30 เม.ย. 2009, 15:51 น.
มาอ่านบทสนทนาของ 2 วัยทองคะนองเพลง :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Princekun เมื่อ 07 พ.ค. 2009, 16:27 น.
Komm, susser Tod 甘き死よ来たれ (英語/日本語詞つき) (http://www.youtube.com/watch?v=5i6SdiCsQBM#lq-lq2-hq)

อารมณ์ไหนไม่รู้ รู้แต่อยากแปล

Komm, Susser Tod
แปลเป็น Eng ก็

Come, Sweet Death : มาเถอะ...ความตายอันแสนหวาน


I know, I know I've let you down
I've been a fool to myself
I thought that I could live for no one else
But now through all the hurt and pain
It's time for me to respect
The ones you love mean more than anything

ฉันรู้...ฉันรู้ว่าฉันทำให้เธอผิดหวัง
ฉันรู้สึกว่าตัวเองโง่จริงๆ
และในชีวิตนี้ฉันคงไม่สามารถอยู่เพื่อใครได้อีก
แต่ตอนนี้... จากความเจ็บปวดทั้งหมด
มันถึงเวลาแล้วที่ฉันต้องยอมรับ
ว่าคนที่คุณรักนั้น มีค่ามากกว่าทุกสิ่ง...

So, with sadness in my heart
Feel the best thing that I could do
Is end it all and leave forever
What's done is done it feels so bad
What once was happy now is sad
I'll never love again
My world is ending

ด้วยความเศร้าในใจฉัน
ฉันรู้สึกว่า สิ่งที่ดีที่สุดที่ฉันจะทำได้
คือจบเรื่องราวทั้งหมด และจากไปตลอดกาล
สิ่งที่เคยได้ทำ กลับทำให้ฉันรู้สึกแย่
สิ่งที่เคยเป็นความสุข กลับกลายเป็นความเสียใจ
ฉันไม่สามารถรักใครได้อีกแล้ว
โลกของฉันนั้นจบสิ้น...

* I wish that I could turn back time
Cos now the guilt is all mine
Can't live without
The trust from those you love
I know we can't forget the past
You can't forget love and pride
Because of that, it's killing me inside

* ฉันหวังว่าฉันจะสามารถย้อนเวลากลับได้
เพราะความผิดทั้งหมดฉันเป็นคนก่อขึ้น
และไม่สามารถอยู่ได้
โดยปราศจากความไว้ใจจากใครสักคนที่เธอรัก
ฉันรู้ว่าเราไม่สามารถลืมอดีตที่ผ่านมา
เธอเองก็ลืมความรักและความภูมิใจนั้นไม่ได้
และเพราะสิ่งนั้น... มันฆ่าฉันอยู่จากข้างใน

** It all returns to nothing
It all comes tumbling down, tumbling down, tumbling down
It all returns to nothing
I just keep letting me down, letting me down, letting me down

** ทุกอย่างกลับสู่ความว่างเปล่า...
ทั้งหมดล้วนสูญสลาย...สูญสลาย และ สูญสลาย...
ทุกอย่างกลับสู่ความว่างเปล่า...
และฉันนั้นต้องเสียใจ...เสียใจ และ เสียใจ

In my heart of hearts
I know that I could never love again
I've lost everything, everything
Everything that matters to me
Matters in this world

ในส่วนลึกของจิตใจฉัน
ฉันรู้ว่าฉันไม่สามารถมีความรักได้อีกแล้ว
ฉันสูญเสียทุกอย่าง... ทุกๆอย่าง
ทุกอย่างที่สำคัญสำหรับฉัน
และสำคัญต่อโลกใบนี้...

[Repeat *]

[Repeat **,**]

:05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: นะนัด เมื่อ 07 พ.ค. 2009, 17:37 น.
ชอบเพลงนี้มากเป็นพิเศษครับ ไม่รู้มีใครเคยถอดไปรึยัง (คุ้ยจู๋แล้วไม่เจอฮะ)
อันนี้ผมถอดมาจากภาพที่จินตนาการในหัวนะครับ อาจไม่ตรงกับเนื้อเพลงเท่าไหร่  :53:

Lucky by Jason Mraz ft. Colby Caillat

Do you hear me,
I'm talking to you
Across the water across the deep blue ocean
Under the open sky oh my, baby I'm trying
จะได้ยินเสียงชั้นรึเปล่านะ
ชั้นกำลังพูดกับเธออยู่นา
พูดข้ามผ่านสายน้ำ ผ่านผืนมหาสมุทรสีน้ำเงินเข้ม
พูดอยู่ใต้ทองฟ้าที่สดใส เฮ้อ ... ที่รักชั้นยังพยายามคุยกับเธออยู่นะ

Boy I hear you in my dreams
I feel your whisper across the sea
I keep you with me in my heart
You make it easier when life gets hard
ที่รัก ชั้นได้ยินเสียงเธอในความฝันของชั้นแล้วล่ะ
รู้สึกเลยว่าเสียงของเธอถูกกระซิบผ่านท้องทะเลมา
ชั้นยังเก็บเธอไว้ภายในใจของชั้นเสมอนะ
เพราะเธอทำให้ชั้นผ่านเรื่องราวที่ยากลำบาก ได้อย่างง่ายดาย

I'm lucky I'm in love with my best friend
Lucky to have been where I have been
Lucky to be coming home again
ชั้นโชคดีจริงๆ ที่ชั้นมีความรักกับเพื่อนที่ดีที่สุดของชั้น
โชคดีจริงๆ ที่ได้สัมผัสกับความรู้สึกที่คุ้นเคย
โชคดีจริงๆ ที่ได้รู้สึกเหมือนอยู่บ้านอีกครั้ง

Oooohhhhoohhhhohhooohhooohhooohoooh

They don't know how long it takes
Waiting for a love like this
Every time we say goodbye
I wish we had one more kiss
I'll wait for you I promise you, I will
คนอื่นคงไม่มีวันรู้เลยนะ ว่ามันต้องใช้เวลามากมายแค่ไหน
กับการรอคอยความรักในรูปแบบนี้
และระหว่างการรอคอยนั้นทุกๆเวลาที่เราต้องกล่าวคำลา
ชั้นอยากจะให้เธอหันมาจูบลาชั้นอีกครั้ง
เพื่อยืนยันความรู้สึกในใจว่า ชั้นจะรอเธอ ชั้นสัญญา และจะไม่วันกลับคำ

I'm lucky I'm in love with my best friend
Lucky to have been where I have been
Lucky to be coming home again
I'm lucky we're in love in every way
Lucky to have stayed where we have stayed
Lucky to be coming home someday
ชั้นโชคดีจริงๆ ที่ชั้นมีความรักกับเพื่อนที่ดีที่สุดของชั้น
โชคดีจริงๆ ที่จะได้กลับไปยังที่ ที่ชั้นเคยอยู่
โชคดีจริงๆ ที่จะได้กลับบ้านอีกครั้ง
ชั้นโชคดีเหลือเกินที่เรายอมรับและยอมรักในทุกๆอย่างที่เราเป็น
โชคดีเหลือเกินที่ชั้นจะได้กลับไปในที่ ที่ชั้นเคยอาศัย
โชคดีเหลือเกินที่นานๆทีจะได้กลับบ้านกับเค้าบ้าง

And so I'm sailing through the sea
To an island where we'll meet
You'll hear the music, fell the air
I'll put a flower in your hair
และแล้วชั้นจึงพายเรือข้ามผ่านมหาสมุทร
เพื่อกลับไปยังเกาะที่เราเคยพบกัน
เธอจะได้ยินเสียงเพลง ท่ามกลางอากาศรอบๆตัวเธอ
แล้วตอนนั้นแหละ ชั้นจะนำดอกไม้ไปทัดไว้ที่ผมของเธอ

Though the breezes through trees
Move so pretty you're all I see
As the world keeps spinning round
You hold me right here right now
ผ่านสายลมและแมกไม้
เพียงแค่การเคลื่อนไหวเล็กน้อยของคุณ ชั้นก็รู้ได้ทันที
ความรู้สึกของชั้น มันเช่างหมือนกับโลกกำลังหมุนไปรอบๆตัวเรา
ในขณะนี้ ตรงที่นี้ ที่คุณกำลังโอบกอดชั้นอยู่

I'm lucky I'm in love with my best friend
Lucky to have been where I have been
Lucky to be coming home again
I'm lucky we're in love in every way
Lucky to have stayed where we have stayed
Lucky to be coming home someday
ชั้นโชคดีจริงๆ ที่ชั้นมีความรักกับเพื่อนที่ดีที่สุดของชั้น
โชคดีจริงๆ ที่จะได้กลับไปยังที่ ที่ชั้นเคยอยู่
โชคดีจริงๆ ที่จะได้กลับบ้านอีกครั้ง
ชั้นโชคดีเหลือเกินที่เรายอมรับและยอมรักในทุกๆอย่างที่เราเป็น
โชคดีเหลือเกินที่ชั้นจะได้กลับไปในที่ ที่ชั้นเคยอาศัย
โชคดีเหลือเกินที่นานๆทีจะได้กลับบ้านกับเค้าบ้าง

Ooohh ooooh oooh oooh ooh ooh ooh ooh
Ooooh ooooh oooh oooh ooh ooh ooh ooh
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: าาา๐ เมื่อ 08 พ.ค. 2009, 15:51 น.
เคยลองแปลเหมือนกัน แต่เป็นเพลงเจโชวนะครับ
( แปลจาก Eng นะ ไม่ได้แปลจากภาษาจีน  :42: )

Wo Bu Pei (I'm Not Worthy) - Jay Chou (http://www.youtube.com/watch?v=0PeUQbRVneA#lq-hq)


( mv ไม่เข้ากับเนื้อเพลงเลย  :01: )

ถนนนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่มีความลับ
ฝ้าหมอกบนกระจก ใครกันที่ซ่อนอดีตเอาไว้

ความรู้สึกบนใบหน้าของเธอ ทำให้วันที่ฝนโปรยนั้นกลับคืนมา
ตรอกที่ดูคดเคี้ยว  เรื่องราวต่างๆคงไม่อาจย้อนคืนมาอีก

วันเวลาไม่เขียวสดใสอีกแล้ว กลับถูกทำให้เป็นรอยด้วยคำเพียงไม่กี่คำ
ทิ้งฉันกับความทรงจำไว้ในบ้านที่ว่างเปล่า

ระยะห่างของเก้าอี้ในโรงภาพยนต์ช่างดูห่างไกลกันเหลือเกิน
ราวกับเธอเล่นหมากรุกอยู่กับตัวเองโดยไร้คู่แข่ง

มันคงสายไปแล้วที่ฉันจะเขียนลงไป
อธิบายว่าฉันรักเธอมากขนาดไหน

จนกระทั่งเธอยิ้มแล้วจากฉันไป

ความรู้สึกนี้คงไม่ถูกต้องอีกต่อไป
ทั้งๆที่ฉันพยายามจะรักษามันไว้

ทุกสิ่งที่ฉันควรจะให้เธอ แต่ฉันกลับไม่ได้ให้

สิ่งที่เธอฝันถึงเป็นแค่เรื่องง่ายๆ
และเราต่างก็ประนีประนอม

แต่ฉันกลับไม่สนใจ
ว่าสิ่งที่เธอต้องการ ก็แค่ใครสักคนที่อยู่ข้างๆ

ความรู้สึกนี้คงไม่ถูกต้องอีกต่อไป
ในที่สุดฉันก็เข้าใจ
เหมือนหน้ากระดาษที่พลิกต่อไปไม่ไหว

เธอเหนื่อยล้า เธอร้องไห้เพื่อฉันหลายครั้ง และคงอ่อนแรงมาก
หัวใจของฉันแหลกสลาย เธอเองก็ทนทุกข์ทรมาน

ความงดงามของเธอ
คือสิ่งที่ฉันไม่คู่ควร




:05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: LiLiFaM เมื่อ 11 พ.ค. 2009, 11:06 น.
ู^
^
^
อ้อเพลงนี้เอง

ไม่เคยนั่งแปลแฮะ
จะเศร้าไปหน๊ายยยยยยยย  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 14 พ.ค. 2009, 18:40 น.
YOU DON'T KNOW ME
เธอไม่รู้ใจฉันเลย


You give your hand to me, And then you say, "Hello."
And I can hardly speak,My heart is beating so.
And anyone can tell You think you know me well.
Well, you don't know me.
เธอยื่นเธอมาให้ฉัน แล้วก็พูดว่า "สวัสดี"
ฉันแทบพูดไม่ออก หัวใจฉันก็เต้นถี่
และทุกคนคงบอกได้ว่า เธอคิดว่าเธอรู้จักฉันดี
จ้ะ แต่เธอไม่เคยมองฉันไม่เลย


No you don't know the one,Who dreams of you each night;
And longs to kiss your lips And longs to hold you tight
To you I'm just a friend.That's all I've ever been.
Cause you don't know me.
ไม่หรอก เธอไม่รู้จักใครคนหนึ่งที่เฝ้าฝันถึงเธอในแต่ละคืน
และเฝ้ารอจุมพิตจากริมฝีปากเธอ เฝ้ารอจะโอบกอดเธอให้แน่น
สำหรับเธอแล้ว ฉันเป็นแค่เพื่อน มากที่สุดก็เป็นได้แค่นั้น
เพราะเธอมองฉันไม่ออกเลย


For I never knew the art of making love,
Though my heart aches with love for you.
Afraid and shy, I let my chance go by.
A chance that you might love me too.
เพราะฉันมันไม่ประสีประสาในเรื่องรัก
ถึงแม้ว่าหัวใจของฉันจะปวดร้าวด้วยรักที่มีให้เธอ
แต่เพราะฉันกลัวและอาย ถึงได้ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป
โอกาสที่อาจจะทำให้เธอรักฉันบ้าง


You give your hand to me,And then you say, "Goodbye."
I watched you walk away,Beside the lucky guy
I know you'll never ever know The one who loved you so.
Well, you don't know me
เธอยื่นมือของเธอมาให้ฉัน แล้วก็พูดว่า "ลาก่อน"
ฉันมองเธอเดินจากไป ข้างกายบชายหนุ่มผู้โชคดีคนนั้น
ฉันรู้ว่าเธอไม่มีวันจะรู้ใจใครคนหนึ่งที่รักเธอมาก
จ้ะ เธอไม่รู้ใจฉันเลย


No, you don't know me
ไม่เลย เธอไม่เคยรู้....



ผมได้ยินเพลงนี้ครั้งแรกใน My best friend's wedding
และชอบมันมาตลอด แต่ก็ไม่ได้ยินเพลงนี้จากที่ไหนอีก

จนกระทั่งวันหนึ่งในงานเลี้ยงไวท์คริสมาสต์เล็กๆ ของชมรมการแสดง
บนดาดฟ้าหอเพื่อนเกย์คนนึงที่มันกระแดะตามหนังเรื่อง โอเนกาทีฟ
ทุกคนเลยต้องใส่สีขาวล้วน จุดโคมไฟพอเห็นหน้ากัน ท่ามกลางลมหนาวของเชียงใหม่
มีกติกาเล็กๆ เพื่อบรรยากาศของงานคือ ทุกคนจะต้องร้องเพลง
ผมร้องเพลงรักๆ เพลงนึงที่ตัวเองยังจำไม่ได้ด้วยซ้ำ ให้กับรุ่นน้องคนนึงที่คล้ายๆ ว่าเรากำลังดูใจกันอยู่
ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนรู้ และแซว น้องคนนั้นก็ยิ้มๆ และร้องเพลงรักๆ อีกเพลงนึง ที่ผมเองก็จำไม่ได้เช่นกัน
จะว่าไปเรื่องของเราเกิดขึ้นและจบลงในเวลาไม่นานนัก

จนกระทั่งถึงคราวเพื่อนสนิทของผมคนหนึ่ง
เธอชื่อแอน ในรุ่นผมทีแอนอยู่ 4 คน เธอเป็นแอนเล็ก สูงประมาณหน้าอกผมเอง
ในชมรม เธอไม่ค่อยอยู่หน้าเวทีนัก ชอบที่จะเป็นฝ่ายดูแลประสานงานมากกว่า
ดังนั้นเธอจะไม่ค่อยโดดเด่นมากนัก แต่เธอเป็นคนสำคัญของพวกเรา ซึ่งไม่ถนัดการจัดการอะไรแบบนั้นเลย
ซึ่งผมมักจะเบิกงบ สั่งงาน จิกหัวกลมๆ ของแอนเป็นอีแจ๋วประจำชมรมอยู่เสมอ เพราะแอนมันไม่เคยโกรธ
แต่เวลาแอนพูดอะไร ทุกคนต้องเชื่อฟัง ไม่ว่าจะอาร์ตตัวพ่อตัวแม่มาจากไหนก็ตามที รวมทั้งผมด้วย
เพราะฉนั้นเราก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาตลอด 3 ปีที่รู้จักกันมา

วันนั้นแอนร้องเพลงนี้ขึ้นมา
อาจเป็นที่ผ่านมาผมไม่เคยได้ยินเธอร้องเพลงเต็มๆ ซักครั้ง
อาจเป็นเพราะเธอตั้งใจร้องมันมากจนทุกคนรู้สึกได้ ผมรู้สึกว่ามันเพราะมาก
และบอกเธอว่า "แกร้องเพราะว่ะ" เธอมองยิ้มๆ แล้วก็หลบตาผม รับคำว่า "อืม"

ครับ...ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแอนร้องเพลงนั้นให้ผม
และกว่าจะรู้ก็อีกราวๆ 1 ปีถัดมาตอนที่ใกล้จะจบปี 4 แล้ว...

แกเลือกเพลงได้ถูกมากเลยว่ะเพื่อน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: LiLiFaM เมื่อ 15 พ.ค. 2009, 11:28 น.
Love Me for What I Am - The Carpenters


We fell in love
On the first night that we met together
We've been happy, I have very few regrets
The ordinary problems have not been hard to face
But lately little changes have been slowly taking place
You're always finding something is wrong in what i do
But you can't rearrange my life
Because it pleases you

(*) you've got lo love me
For what i am
For simply being me
Don't love me for what you intend
Or hope that i will be
And if you're only using me to feed your fantasy
You're really not in love so let me go
I must be free

If what you want isn't natural for me
I won't pretend to keep you what i am i have to be
The picture of perfection is only on your mind
For all your expectations
Love can never be designed
We either take each other for ev'rything we are
Or leave the life we've made behind
And make another start

เราตกหลุมรักกันและกัน ในค่ำคืนนั้น ที่เราพบกัน
เราเคยมีความสุขร่วมกัน และทุกปัญหา เราต่างหันหน้าเข้าหากันได้

แต่แล้ว ความเปลี่ยนแปลงบางอย่างก็เกิดขึ้น
เธอพยายามจะเฝ้าหาข้อผิดพลาดในตัวฉัน
ในสิ่งใดๆก็ตามที่ฉันทำ
แต่เธอไม่มีวันจะมาเปลี่ยนชีวิตฉัน
เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเธอ

เธอควรจะรักฉันที่ตัวฉัน ในสิ่งที่ฉันเป็น
อย่ารักที่จะเปลี่ยนฉัน
ให้เป็นอย่างที่ใจเธอต้องการ
หากฉันมีค่าแค่เพียงเติมความปราถนาเท่านั้น
ได้โปรดปล่อยฉันไป
เพราะเธอไม่ได้รักฉันเลย

หากสิ่งที่เธอต้องการ
ไม่ใช่สิ่งที่เป็นตัวตนของฉัน
ฉันคงไม่สามารถเป็นในสิ่งที่เธอต้องการได้
ภาพความสมบูรณ์แบบอย่างที่เธอฝันไว้
ก็มีได้แค่ในความคิดของเธอเท่านั้น

เราออกแบบความรักไม่ได้

เลือกเถอะ
เลือกที่จะรับอีกด้านของกันและกัน
รับในสิ่งที่เราเป็น
หรือเลือกที่จะละทิ้งชีวิตเก่าๆของเราไว้เบื้องหลัง
แล้วออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่

-----------------------------------------------------------------
เพลงนี้เมื่อก่อนก็ฟังแค่ว่าเพราะดี
พอตอนเลิกกะแฟนคนเก่า มานั่งฟัง นั่งอ่านเนื้อ นั่งแปล

โดนทุกดอก  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กวางจ้ะ เมื่อ 27 ก.ค. 2009, 14:35 น.
Bette Midler - The Rose


Some say love it is a river
that drowns the tender reed

Some say love it is a razor
that leaves your soul to bleed

Some say love it is a hunger
an endless aching need

I say love it is a flower
and you it's only seed

It's the heart afraid of breaking
That never learns to dance

It's the dream afraid of waking
That never takes the chance

It's the one who won't be taken
Who cannot seem to give

And the soul afraid of dying
That never learns to live

When the night has been too lonely
And the road has been too long

And you think that love is only
For the lucky and the strong

Just remember in the winter
Far beneath the bitter snows

Lies the seed
That with the sun's love
In the spring
Becomes the rose
เขาว่ารักเปรียบเหมือนสายนที           
เอื่อยไหลรี่ท่วมท้นต้นอ้อไหว

เขาว่ารักเปรียบเหมือนมีดกรีดกลางใจ 
เหลือบาดแผลทิ้งไว้เศร้าโศกา

เขาว่ารักเปรียบเหมือนความโหยหา     
คร่ำครวญปรารถนาทรมานไร้สิ้นสูญ

ฉันว่ารักคือดอกไม้เจิดจำรูญ             
เมล็ดพันธุ์นั้นคือคุณมิใช่ใคร

หากหัวใจใดหวาดกลัวการแตกสลาย   
ใจดวงนั้นย่อมไม่เคยแม้แต่จะคิดเต้นรำในทำนองเพลงรัก

หากผู้ใดหวาดกลัวที่จะตื่นจากความฝัน
ผู้นั้นย่อมไม่เคยแม้แต่จะเปิดโอกาสให้ตัวเอง

หากผู้ใดกลัวการถูกครอบครองไม่ยอมมอบหัวใจให้ใคร
ผู้นั้น ย่อมไม่อาจเสียสละแก่ใครได้

หากดวงวิญญาณใดหวาดกลัวความตาย
ดวงวิญญาณนั้น ย่อมไม่อาจจะเรียนรู้ถึงการใช้ชีวิต

ยามใดที่ราตรีกาลดูเงียบเหงาอ้างว้าง
และหนทางเดินของเธอนั้นดูช่างยาวไกล

และเธอคิดว่า รักแท้นั้น
ย่อมเป็นของผู้ที่โชคดีและเข้มแข็ง

ขอให้เธอจำไว้ว่า ท่ามกลางฤดูอันหนาวเหน็บ
ภายใต้ผืนหิมะอันยะเยือกนั้น

ยังมีเมล็ดพันธุ์แห่งรักน้อย ๆ
ซึ่งเมื่อยามได้รับแสงอันอบอุ่น
จากดวงตะวันในฤดูใบไม้ผลิแล้ว
จักงอกเป็นกุหลาบงาม



Credit : ruiN's Blog (http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=ruin&month=06-2007&date=29&group=4&gblog=19) เนื้อภาษาไทยดุกเกลาจากเจ้าของ Blog อีกทีนึงค่ะ


ไปดูหนังเรื่อง April Bride มา เลยอยากฟังเพลงนี้เต็ม ๆ  :56:
ใน April Bride คนร้องเพลงนี้ชื่อ Aoi Teshima เสียงหวานพอกันเลย

The Rose / Aoi Teshima (http://www.youtube.com/watch?v=3Jyyb_EJgtQ#noexternalembed-lq-lq2-hq)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: LiLiFaM เมื่อ 27 ก.ค. 2009, 18:50 น.
ความหมายดีจัง รู้สึกฟังแล้วน่าจะมีกำลังใจดำเนินชีวิตต่อไป (ว่าเข้านั่น..)
ไปลอง search หาฟังจะมีมั้ยอ่ะ  :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กวางจ้ะ เมื่อ 27 ก.ค. 2009, 18:51 น.
มีนะ ใน youtube หาชื่อเพลง + ชื่อคนร้องก็เจอ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 27 ก.ค. 2009, 23:26 น.
บวกดุกศรี  :25:

ว่าแล้วก็รู้สึกว่าไม่ได้ถอดเพลงมานานแล้วแฮะ  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: N/A เมื่อ 29 ก.ค. 2009, 12:23 น.
 :47:ไม่ได้ถอดมานานเช่นกันครับลุง

ขอกลับมาลองถอดซักหน่อย...

Peter Pan Feat.Michael Jackson Childhood (http://www.youtube.com/watch?v=JzWvKwmSOJM#lq-hq)

Childhood - MJ

Have you seen my Childhood?
I'm searching for the world that I come from
'Cause I've been looking around
In the lost and found of my heart...

เห็นวัยเยาว์ ของเรา กันบ้างไหม
ฉันเที่ยวไป เสาะหา มาทั่วถิ่น
ทุกดินแดน ตามองดู หูได้ยิน
จนทั่วสิ้น สุดแดน แห่งหัวใจ

No one understands me
They view it as such strange eccentricities...
'Cause I keep kidding around
Like a child, but pardon me...

แม้ใครใคร ก็ไม่อาจ มาเพ่งพิศ
มองในจิต หัวใจฉัน เข้าใจได้
เห็นเป็นเพียง ทำเด็กเล่น เป็นแปลกไป
วัยเติบใหญ่ แต่หัวใจ ยังวัยเยาว์

People say I'm not okay
'Cause I love such elementary things...
It's been my fate to compensate,
for the Childhood
I've never known...

ผู้คนผ่าน กล่าวขาน ว่าเพี้ยนผิด
เพราะความคิด ฉันประหวัด ถึงวันเก่า
หวนคิดถึง วันวาน ในวัยเยาว์
อยู่แห่งใด ฉันยังเขลา หาไม่เจอ

Have you seen my Childhood?
I'm searching for that wonder in my youth
Like pirates in adventurous dreams,
Of conquest and kings on the throne...

เห็นวัยเด็ก ของฉัน กันบ้างไหม
เดินทางไกล เที่ยวเสาะ แสวงหา
เหมือนบุกบั่น ผจญภัย กลางพนา
เพื่อค้นหา ขุมทรัพย์ แห่งราชันย์

Before you judge me, try hard to love me,
Look within your heart then ask,
Have you seen my Childhood?

People say I'm strange that way
'Cause I love such elementary things,
It's been my fate to compensate,
for the Childhood I've never known...

โปรดลองรัก ลองมอง หัวใจท่าน
ก่อนคิดอ่าน ตัดสินใจ ในตัวฉัน
เพียงเสาะหา ก่อนสูญหาย ตามวานวัน
เพื่อชดเชย สิ่งที่ฉัน ไม่เคยมี

Have you seen my Childhood?
I'm searching for that wonder in my youth
Like fantastical stories to share
The dreams I would dare, watch me fly...

Before you judge me, try hard to love me.
The painful youth I've had

Have you seen my Childhood...

ล่องข้ามถิ่น ผ่านเมฆา พลิกหาฝัน
สิ่งอัศจรรย์ ในวัยเด็ก ทุกถิ่นที่
เพื่อลบเลือน ความปวดร้าว ที่เคยมี
เธอคนดี มองเห็น บ้างหรือไร
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 31 ก.ค. 2009, 09:52 น.
"This World" - ZERO 7

Zero 7 - This World (http://www.youtube.com/watch?v=h0WeFvRcR8Y#lq-lq2-hq)

Another child is born
Another race is won
Another dream is shattered
Another day has begun

อีกหนึ่งชีวิตใหม่แรกแย้ม
อีกหนึ่งพงพันธุ์ รุ่งเรือง
อีกหนึ่งความฝัน แตกสลาย
อีกหนึ่งวันใหม่ เริ่มต้นขึ้นแล้ว

This world is still afloat
No not in Noah's boat
We've only lost the vision
Of the stars we're meant to be

ชีวิตนี้ก็ยังคงต้องใช้ต่อไป
และจะไม่ล่องลอยไร้จุดหมาย
ตอนนี้เราแค่ล้า และมองไม่เห็นทาง
ของจุดมุ่งหมาย ที่เราเคยมี

Another broken heart
Another lesson learnt
Another harvest eaten
Another night is gone
A new day's begun
Even your dreams they can be real

อีกใจหนึ่ง แตกสลาย
อีกบทเรียนหนึ่ง เรียนรู้
อีกหนึ่งดอกผล หมดไป
อีกหนึ่งค่ำคืน เวียนผ่าน
วันใหม่ บังเกิด อีกครา
ดั่งหนึ่งความฝัน ที่จะเป็นจริงได้ สักวัน

This world is still afloat
No not in Noah's boat
We've only lost the vision
Of the stars we're meant to be


ชีวิตนี้ก็ยังคงต้องใช้ต่อไป
และจะไม่ล่องลอยไร้จุดหมาย
ตอนนี้เราแค่ล้า และมองไม่เห็นทาง
ของจุดมุ่งหมาย ที่เราเคยมี

This world is still afloat
No not in Noah's boat
We've only lost the vision
Of the stars we're meant to be


ชีวิตนี้ก็ยังคงต้องใช้ต่อไป
และจะไม่ล่องลอยไร้จุดหมาย
ตอนนี้เราแค่ล้า และมองไม่เห็นทาง
ของจุดมุ่งหมาย ที่เราเคยมี

This world is full of love
We still have hope
This world is full of love
We still have hope
This world is full of love
We still have hope
This world is full of love
We still have hope
This world is full of love
We still have hope
This world is full of love
We still have hope

ชีวิตนี้ ยังคงมีอยู่ซึ่งความรัก
เรายังคงจะมีความหวังอยู่
ชีวิตนี้ ยังคงมีอยู่ซึ่งความรัก
เรายังคงจะมีความหวังอยู่....


ผมชอบฟังเพลงนี้ ในวันที่เหนื่อยล้า
ในวันที่ ความฝันมันดุบสูญ ในวันที่ ความรักไม่เป็นไปอย่างที่หวัง
ในวันที่ โลกทั้งโลก เหมือนเลือนหาย ไปจากสายตาของเรา

พรุ่งนี้ยังมีวันใหม่ ให้ชีวิตต้องเจอะเจอความสุขอยู่อีกมาก
วันนี้เราแค่เหนื่อย หลับตาซักตื่น และก็ดำเนินชีวิต ต่อไป

มอบเพลงนี้ สำหรับทุกคนที่เหนื่อยล้า นะครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 31 ก.ค. 2009, 10:55 น.
ไม่ได้มาซะนาน เอาเลยดีกว่า
คงเหมือนโอ ที่อยากมอบให้คนเหนื่อยล้า ผิดหวัง
แต่เผอิญเลือกเพลงที่ใช้น้ำเสียงที่แตกต่างออกไป
เป็นเพลงโปรดสมัยเกือบ 20 ปีที่แล้วของตู
สมัยที่ใส่เฮดโฟนปรับโวลลุ่มสูงสุด
สมัยที่ Hair Rock ยังคงเฟื่องฟู
เพลงนี้จากวงที่เรียกได้ว่าเจ้าพ่อ Trash Metal
ออกมาต้องหลายชุด เพิ่งเอาชื่อวงมาตั้งชื่ออัลบั้ม
คนเรียกชุดปกดำ ตูเรียกชุดงูสปริง
และว่ากันว่าหลังจากชุดนี้ วงนี้ก็ได้ตายไปแล้ว...


Sad But True -  Metallica
เศร้าว่ะ แต่แม่งเสือกจริง - เมทัลลิก้า


Hey, I'm your life. I'm the one who takes you there.
Hey, I'm your life. I'm the one who cares.
เฮ้ย กูคือชีวิตมึง กูนี่แหละที่จะพามึงไปถึงจุดสุดยอด
กูนี่แหละที่คอยสนใจว่ามึงน่ะเป็นไงบ้าง

They, they betray. I'm your only true friend now.
They, they betray. I'm forever there
พวกมัน แม่งพวกทรยศ ตอนนี้เพื่อนแท้ของมึงก็เหลือแต่กูนี่แหละ
ยังไงกูก็จะอยู่ไปกับมึง

I'm your dream, make you real.
I'm your eyes when you must steal.
I'm your pain when you can't feel.
sad but true.
กูแม่งเพ้อฝัน ทำให้มึงจริง
กูดูต้นทางให้เวลามึงต้องลักซ่อน
กูคอยสะกิดแผลเวลามึงชา
เศร้าว่ะ แต่แม่งเสือกจริง

I'm your dream, mind astray
I'm your eyes while you're away
I'm your pain while you repay
you know it's sad but true
กูเพ้อฝัน พามึงหลอน
กูคอยเฝ้าให้ตอนมึงไม่อยู่
กูคอยเจ็บกับมึงตอนมึงต้องชดใช้
เศร้าว่ะ แต่มึงก็รู้ว่าจริง

you, you're my mask. you're my cover, my shelter
you, you're my mask. you're the one who's blamed
มึง มึงน่ะออกหน้าไป ให้ที่กูซุกหัวนอน แล้วคุ้มกะลาหัวกูด้วย
จะโดนห่าอะไรมึงก็รับไปแล้วกัน

Do, do my work do my dirty work, scapegoat
Do, do my deeds. for you're the one who's shamed
ทำไป ทำงานเหี้ยๆ ของกูไป ไอ้แพะ
ทำตามข้อตกลงห่าๆ นั่นไป เพราะถ้าไม่ ก็เป็นมึงนั่นแหละที่ต้องอาย

I'm your dream, make you real.
I'm your eyes when you must steal.
I'm your pain when you can't feel.
sad but true.
กูแม่งเพ้อฝัน ทำให้มึงจริง
กูดูต้นทางให้เวลามึงต้องลักซ่อน
กูคอยสะกิดแผลเวลามึงชา
เศร้าว่ะ แต่แม่งเสือกจริง

I'm your dream, mind astray
I'm your eyes while you're away
I'm your pain while you repay
you know it's sad but true
กูเพ้อฝัน พามึงหลอน
กูคอยเฝ้าให้ตอนมึงไม่อยู่
กูคอยเจ็บกับมึงตอนมึงต้องชดใช้
เศร้าว่ะ แต่มึงก็รู้ว่าจริง

Hate, I'm your hate. I'm your hate when you want love
Pay, pay the price. pay for nothing's fair
เกลียด กูคือความเกลียดเวลามึงอยากรัก
จ่าย จ่ายเข้าไปเถอะ ยังไงมึงก็ขาดทุน

Hey, I'm your life. I'm the one who took you here
Hey, I'm your life and I no longer care
เฮ้ย กูคือชีวิตมึง มึงมาไกลถึงตรงนี้ก็เพราะกู
แล้วตอนนี้กูก็ไม่สนเหี้ยอะไรแล้ว

I'm your dream, make you real.
I'm your eyes when you must steal.
I'm your pain when you can't feel.
sad but true.
กูแม่งเพ้อฝัน ทำให้มึงจริง
กูดูต้นทางให้เวลามึงต้องลักซ่อน
กูคอยสะกิดแผลเวลามึงชา
เศร้าว่ะ แต่แม่งเสือกจริง

I'm your truth, telling lies
I'm your reasoned alibis
I'm inside open your eyes

I'm you
กูคือความจริงที่ตอแหลใส่มึง
กูคือข้ออ้างที่มึงสร้างเหตุผลขึ้นมา
กูอยู่ข้างใน แหกตาดูซะ

กูก็มึงนั่นแหละ

sad but true
เศร้าว่ะ แต่แม่งเสือกจริง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 31 ก.ค. 2009, 11:27 น.
ขอบคุณมากๆครับ :46:

โอ้วว เฮวี่ เมทัล :07: :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 31 ก.ค. 2009, 14:49 น.


เศร้าวะ แต่แม่งเสือกจริง  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: IM เมื่อ 31 ก.ค. 2009, 14:54 น.
ไม่ยักรู้ว่าลุงเป็ดฟังเมทัลด้วย  :07:+
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 31 ก.ค. 2009, 15:24 น.
อ้างคำพูดจาก: เอ็มไร้หน้า เมื่อ 31 ก.ค. 2009, 14:54 น.
ไม่ยักรู้ว่าลุงเป็ดฟังเมทัลด้วย  :07:+

เมื่อราวๆ 20 ปีก่อนน่ะ สาวกหูเหล็ก ซื้อเทปลิขสิทธิ์ทั้งนั้นนะเว้ยเฮ้ย  :37:
ไล่มาตั้งแต่แบบ กันแอนด์โรส / ไฟร์เฮ้าส์ / เดฟ ลัพพาร์ด / มิสเตอร์บิ๊ก /
หนักขึ้นมาหน่อยก็ เมทัลลิก้า / เมก้าเดธ / จูดาสพรีส / ไรท์เซดเฟรด ฯลฯ
แล้วก็ตามพวกรุ่นใหญ่ๆ อย่าง เลด แซพลิน / ไอร่อน เมเดน / พิงค์ ฟลอยด์ / ควีน ประมาณนั้น


ต้องขอขอบคุณไอ้เหี้ยมาตร(เพื่อน)ที่เอาดิ โอฬาร โปรเจคให้ฟัง แล้วก็ยาวเลยทีนี้
ก่อนหน้านั้นฟัง ทัช ธันเดอร์ เจ เจตริน ติ๊ก ชิโร่  :47: (ติ๊ก ชิโร่ ยังชอบอยู่)


แต่ด้วยอายุ และ อารมณ์ Rock ที่ติดตามฟังจริงๆ ก็น่าจะเป็น Nirvana นะ พอพี่เคิร์ทตายห่านก็เพลาๆ ไป
ยุค ซีแอทเทิล ซาวด์ / การาจ / กรั้นช์ นี่ก็ไม่ได้ตามละ
ก็มี U2 นี่ละมั้งที่ยังตามฟังอยู่  :37:

อ้อ ลิงกินผักก็ฟังนะ แต่ไม่ใช่แฟนขนาดนั้น
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: IM เมื่อ 31 ก.ค. 2009, 15:32 น.
ผมก็ไม่ใช่สาวกเมทัล  แต่ก็ชื่นชอบในบางเพลงของบางวง  :40:

ที่ลุงว่ามาบางวงผมยังไม่รู้จักเลย  :42:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ต๊อป เมื่อ 31 ก.ค. 2009, 15:37 น.
ลุงไม่ลองฟังเมทัลใหม่ ๆ แบบ

Bullet For My Valentine / Avenged Sevenfold / Atreyu / All That Remains / Trivium
As I Lay Dying / Unearth

มั่งล่ะครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 31 ก.ค. 2009, 15:43 น.
เป็นเพราะเนื้อหาด้วยมั้ง


เพลงเก่าๆมันเจ๋งตรงเนื้อเพลง คือลงตัวทุกอย่าง เป็นบทกวีชั้นยอด

เพลงใหม่ๆจะเน้นรักๆใคร่ๆมากไป หรือไม่ก็เรื่องการเมือง ซึ่งมันคล้ายๆเกือบจะทุกวง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: IM เมื่อ 31 ก.ค. 2009, 15:46 น.
ชอบ Trivium  :47:

หลังๆ ไม่ค่อยได้ติดตามฟังเมทัลเท่าไหร่  ฟังจริงๆ ก็ช่วงปี '50
ช่วงนั้นทั้งเมทัล ทั้งอีโม  ฟังหมด  จำได้ว่าล่าสุดที่ชอบจะเป็น Saosin กับ The Used
ช่วงที่บ้าๆ ก็ฟังแหลกลาญ black Sabbath, Judas Priest อะไรก็ฟังหมด (แต่ฟังไม่รู้เรื่องเลย  :30:)


ตอนนี้ฟัง The Devil Wears Prada กับ Dr.Acula  :53:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 31 ก.ค. 2009, 15:50 น.
วงเมทัลสมัยใหม่นี้ฟังเอาดนตรีกับความมันส์ล้วนๆ เนื้อหาถ้าแปลได้ก็อินกับเพลงหน่อย
แต่น้อยเพลงที่จะเจ๋งถึงขั้นขึ้นหิ้งอะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: IM เมื่อ 31 ก.ค. 2009, 15:51 น.
ส่วนใหญ่ก็จะฟังเอาดนตรีก่อน  เพลงไหนดนตรีมันโดนก็จะมาหาเนื้อถอดเพลงอีกที

ถ้าว่าถึงเนื้อหาเพลงยุคเก่ายุคใหม่  ผมว่ามันก็เปลี่ยนไปตามยุคนั่นแหล่ะ  ไม่ต่างกับเพลงไทย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 31 ก.ค. 2009, 15:53 น.
ที่ไม่ฟัง Rock สมัยใหม่ เหตุผลง่ายๆ แก่แล้ว  :37:
ฟังแล้วเหนื่อย  :30: :30:

ตอนนี้ฟัง Jazz  :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 31 ก.ค. 2009, 16:58 น.
เมทั่ลสมัยใหม่ๆ หาได้ยากซึ่งความสุนทรีย์อย่างที่ "เพลง" ควรจะมีครับ ผมคิดว่านะ
เอะอะก็จะโชว์ฝีมืออย่างเดียวเลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 02 ส.ค. 2009, 06:27 น.
เทปม้วนแรกที่ซื้อเองในชีวิต ตอน ม.1 คืออัลบั้ม โหลด ของเมทัลลิก้า
และก็สะสมจนครบทั้งอัลบั้มถัดๆมาและอัลบั้มก่อนหน้า
อัลบั้มนึงที่ชอบมากทำเป็นม้วนเทปคู่ มีกล่องเทปคู่ที่สวยมากจนผมแทบไม่กล้าแกะ
แต่จะพูดว่าเป็นแฟนเพลง หรือว่าชื่นชอบเมทัลก็คงไม่ได้มั้ง
อย่างที่ทราบ เรียกว่ายืนอยู่คนละฝั่งกับเมทัลจะเหมาะกว่า

แต่ในวัยนั้น ในช่วงเวลาหนึ่ง เสียงคำรามของกีตาร์และสปีดกลองพวกนั้น
ก็พาผมไปไหนต่อไหนได้เหมือนกัน ทำให้ต่อยอดไป จากแทรช
ไปสปีด เมทัล ไป เดธ(และเหล่าวงสวีดิชเดธทั้งหลาย) ไปแบล็กเมทัล
(และนอร์วีเจียนแบล็คทั้งหลาย) จนดูม โกธิค เมื่อก่อนมันมีค่ายนึงโรคจิตมาก
ชอบนำเข้าลิขสิทธิ์เทปพวกนี้ ชื่อค่าย VMP หน้าปกเทปไหนมีตรานี้ ผมก็ซื้อเลย
และถ้าไม่มี เราก็หาฟังวงแปลกๆอื่นๆได้จากเทปผีตราพีค็อคและอื่นๆ
ที่เปลี่ยนม้วนคืนเขาได้ ถ้าไม่ชอบ

พอตอนนี้ นึกไม่ออกเหมือนกันนะครับว่า สุนทรีย์ของเพลงพวกนั้นมันอยู่ตรงไหน
เหมือนกะว่าวัยนึง มันอยากขบถมั้ง มันอยากต่อต้านเพลงของแรพเตอร์ ปุ๊คกี้ บาซู
เลยต้องหาอะไรที่มันสุดอีกฝั่ง ระบบความคิดมันก็คิดเอาว่า ใครที่ทำเพลงได้แรงเท่าไร
ยิ่งแปลว่ามันไม่สนตลาดมากเท่านั้น แสดงว่ามันยิ่งเป็นศิลปินมากเท่านั้น
เพลงมันจึงดีมากด้วยตรรกะแบบนี้

(และช่วงเวลานี้เอง ที่เหล่าวงร็อคอังกฤษ
และนิตยสารเจนเนอร์เรชั่น เทอเรอริสต์ก็เข้ามากอบกู้ชีวิตเอาไว้ :30:)

ยังไงก็ตาม สักเดือนที่แล้ว ผมเห็นมิวสิควิดีโอเปิดตัวอัลบั้มใหม่ของเมทัลลิก้า
ก็ทำให้หยุดทำงานแล้วตั้งใจดูมันได้เหมือนกัน แล้วอัลบั้มนี้ก็เหมือนชุบชีวิตพวกเขาอีกหน
ก็แอบดีใจด้วย แล้วบางทีทีมีคนเปิดเพลงฮิตๆของพวกเขาผ่านหู(อย่าง Sad but true ทำนองนี้นี่แหละ)
เหมือนจะไม่ได้สนใจ แต่ก็เผลอร้องตามได้จนจบจนตัวเองก็แปลกใจ :30:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: N/A เมื่อ 02 ส.ค. 2009, 16:22 น.
ผมว่าเมทัลส่วนใหญ่ถอดยากน่ะครับ

เนื้อหามันชอบหลุดจินตนาการบ้าง ปรัชญาเทพบ้าง ฯลฯ

สำหรับผม ฟังเพลินๆให้เพราะฟังได้ แต่ฟังให้เข้าใจฟังยากครับ 

แล้วยิ่งเมทัลไทยนี่... มันก็เพลงรักซะทุกเพลงอยู่ดี :30:




Galneryus - Alsatia (http://www.youtube.com/watch?v=VU7w-1L8nJA#lq-lq2-hq)

(มาจากเรื่องนี้)

Mnemosyne Textless Opening (HD) (http://www.youtube.com/watch?v=7xNhmom9zAk#ws-lq-lq2-hq)


Alsatia (Galneryus)

We'll find the path of Alsatia
We'll lose if we don't fight now

...เราจักหาหนทางสู่ Alstia
ในยามนี้หากไม่สู้ย่อมปราชัย...

No one can play in the sculpture garden
Petrified faces are watching in the dark
Assimilate yourself in this mystical world
That's all you have to do

หากผู้ใด รุกล้ำสวน มวลศิลา
เหล่าใบหน้า ปราศอารมณ์ คงข่มจ้อง
จงแฝงกาย สู่ความมืด มิอาจมอง
เพื่อเที่ยวท่อง แดนลี้ลับ กับรัตติกาล

Day after day, you got tragic situation
Night after night, you tried to break the wall
Fortune is calling you in this mystical world
You'll find a way

วันคืนผ่าน ถูกจำนอง จองจำขัง
กำแพงบัง เพียรพ่าย ทำลายผ่าน
จงฟังเสียง ดวงชะตา เรียกขับขาน
เพื่อฝ่าด่าน ผ่านสู่ แดนในเงา

Cloud in the mists of time
You must take aim and play your game
Emotional neglect is the price that you must pay to your desire

ดั่งควันทึบ กลางม่านหมอก แห่งคืนวัน
จงมุ่งมั่น เดินทาง ตามตั้งเป้า
แม้ต้องเมิน เผชิญอารมณ์ ที่รุมเร้า
ยังยอมเข้า สละสิ้น เพื่อทางทอด

It's Alsatia
You just believe in the lie
to forget the awful truth
You know the disturbance never ends

สู่ดินแดน โลกใหม่ ที่เสาะหา
ยอมความเท็จ บังตา ให้มืดบอด
ยอมเพื่อหวัง ทุกข์ที่มี ให้ลืมรอด
รู้ไม่ปลอด ตลอดกาล ก็จำยอม

There is no reason to take this process
Resentment will change into sweet desire
You'll run for your life in this mystical world
Beware of the night

ทุกกระบวน ล้วนไร้ ในตรรกะ
แม้โทสะ ที่ขื่นขม กลับกลมกล่อม
ู่สู่ปลายทาง ชั่วชีวิต อุทิศยอม
ความมืดล้อม ราตรีลง จงระวัง

Crawl in the mists of time
You must face the wall of the hate
Eternal vigilance is the price that you must pay to your desire

มวลหมู่มาร คลานบุก รุกประชิด
แผงกายชิด ในคลื่นกาล ที่โถมถั่ง
จงเผชิญ ต่อกำแพง แห่งความชัง
จงอย่าพลั้ง ระวังภัย ไปชั่วกาล

It's Alsatia
You just go against the law, fall into delusion
You know the disturbance never ends

แดนอมตะ โลกใหม่ ที่เสาะหา
ก้าวข้ามกฏ กาลเวลา ที่เปลี่ยนผ่าน
จมลึกลง หลงลุ่ม จินตนาการ
แม้ทุกข์ผ่าน เข้ารุกเร้า นิจนิรันดร์





...ถอดได้ทุลักทุเลเป็นที่สุด :05:

ผมตีความว่า Alsatia คือดินแดนอมตะ (เพราะเนื้อเรื่องมันเป็นแบบนั้น)
เมื่อเข้าสู่ความอมตะ ก็ต้องมีความทุกข์จากการพลัดพราก การสูญเสีย ฯลฯ
แล้วถ้ายิ่งมีศัตรูที่เป็นอมตะ (แบบในเนื้อเรื่อง) ยิ่งแย่เข้าไปอีก
สรุปคือ ชีวิตอมตะที่หลายคนอยากได้ ไม่ใช่ชีวิตที่สมบูรณ์แบบครับ :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: IM เมื่อ 02 ส.ค. 2009, 16:45 น.
ชอบที่พี่เก้อเขียน  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: punyakit เมื่อ 21 ส.ค. 2009, 11:10 น.
ดีคับ   ผมถอดเพลงไม่เป็นคับ  เมนๆๆๆเฉยๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 02 ก.ย. 2009, 10:58 น.
"Wake Me Up When September Ends"
GREEN DAY
--------------------------------------------------------------------------

http://media.imeem.com/m/i8VwpZWe2R/aus=false/ (http://media.imeem.com/m/i8VwpZWe2R/aus=false/)

Summer has come and passed
The innocent can never last
wake me up when September ends

หน้าร้อนหวนมา แล้วก็ผ่านไป
ใครจะไปไร้เดียงสา กันได้ตลอด
ปลุกฉันที เมื่อกันยา มันจบลง

like my father's come to pass
seven years has gone so fast
wake me up when September ends

ดั่งพ่อของฉัน ที่เกิดมาเพื่อจากไกล
เป็น 7 ปี ที่ผ่านไปไวนัก
ปลุกฉันที เมื่อกันยา มันจบลง

here comes the rain again
falling from the stars
drenched in my pain again
becoming who we are

หยาดฝนเริ่มหวนมาแล้ว
ตกไหลลงมาจากฟากฟ้า
หล่อเลี้ยงความเจ็บปวดขึ้นอีกครา
ให้สมกับว่า เราเป็นใคร

as my memory rests
but never forgets what I lost
wake me up when September ends

ในขณะที่ความทรงจำยังคงหยุดนิ่ง
แต่ก็ไม่เคยลืม ว่าเคยสูญเสียอะไรไป
ปลุกฉันที เมื่อกันยา มันจบลง

summer has come and passed
the innocent can never last
wake me up when September ends

หน้าร้อนหวนมา แล้วก็ผ่านไป
ใครจะไปไร้เดียงสา กันได้ตลอด
ปลุกฉันที เมื่อกันยา มันจบลง

ring out the bells again
like we did when spring began
wake me up when September ends

ลั่นระฆังบอกกันอีกครั้ง
เหมือนที่เราทำกัน ต้นฤดูใบไม้ผลิ
ปลุกฉันที เมื่อกันยา มันจบลง

here comes the rain again
falling from the stars
drenched in my pain again
becoming who we are

หยาดฝนเริ่มหวนมาแล้ว
ตกไหลลงมาจากฟากฟ้า
หล่อเลี้ยงความเจ็บปวดขึ้นอีกครา
ให้สมกับว่า เราเป็นใคร

as my memory rests
but never forgets what I lost
wake me up when September ends

ในขณะที่ความทรงจำยังคงหยุดนิ่ง
แต่ก็ไม่เคยลืม ว่าเคยสูญเสียอะไรไป
ปลุกฉันที เมื่อกันยา มันจบลง

Summer has come and passed
The innocent can never last
wake me up when September ends

หน้าร้อนหวนมา แล้วก็ผ่านไป
ใครจะไปไร้เดียงสา กันได้ตลอด
ปลุกฉันที เมื่อกันยา มันจบลง

like my father's come to pass
twenty years has gone so fast
wake me up when September ends

ดั่งพ่อของฉัน ที่เกิดมาเพื่อจากไกล
เป็น 20 ปี ที่ผ่านไปไวนัก
ปลุกฉันที เมื่อกันยา มันจบลง

wake me up when September ends
wake me up when September ends

ปลุกฉันที เมื่อกันยา มันจบลง
ปลุกฉันที เมื่อกันยา มันจบลง

--------------------------------------------------
เป็นเพลงประจำ ของเดือนกันยายน สำหรับตัวผม
ผมมักจะชอบฟังบ่อยๆ ในวันที่มีความรู้สึกเหมือนจะสูญเสียอะไรบางอย่างไป
คนเราเกิดมา เพื่อที่จะจากลา ทุกสิ่งเกิดขึ้นเพื่อต้องมีดับ

บิลลี่ โจ เขียนเพลงนี้ขึ้นเพื่อระลึกถึงพ่อของเขา
ที่เสียไป ในเดือนกันยา ปีอะไรจำไม่ได้แล้ว
เค้าว่า เค้ายังรู้สึกแย่ เมื่อถึงเดือนกันยายน ในทุกๆปี
ถ้าเป็นไปได้ เขาอยากหลับให้มันผ่านพ้นไป จะได้ไม่ต้องทรมานกับความรู้สึกนี้

แต่บางครั้ง ความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นี้ ก็มักจะทำให้เราเจ็บปวด
แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ความเป็นปวดลวงนี้ก็มักจะหลอกหลอนอยู่เสมอๆ
ซึ่งถ้าคนเราหลับลืมผ่านช่วงเวลาตรงนี้ไปได้ ก็คงจะดี ที่จะได้เจ็บปวดน้อยลง

แต่ก็นั่นแหละ คนเราจะหนีตัวเองไปทำไม สู้ๆมันไปให้จบเลยดีกว่า
จะได้เป็นปีสุดท้าย ที่ต้องเสียน้ำตากับความรู้สึกหลอนอันนี้

โปรดปลุกผมที เมื่อกันยา มันหมดลง....
--------------------------------------------------
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 02 ก.ย. 2009, 11:06 น.
เฮ้ยย...เกินไปแล้วโอ  :07:

พี่นั่งแปลเมื่อวานกะว่าจะอยู่ในเรื่องสั้นเรื่องใหม่อยู่เลย  :30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 02 ก.ย. 2009, 11:26 น.
September ends  :05:

ชีวิตหนักหน่วงเริ่มอีกแล้วสินะ  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: N/A เมื่อ 02 ก.ย. 2009, 11:33 น.
 :05: September ends...เปิดเทอมพอดีเลยครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 02 ก.ย. 2009, 11:40 น.
กันยา ด้วยคับ :05:


ขอแปลเพลงนี้ แปลไม่ยากหรอก แต่เนื้อหามันแบบว่า :07: :07:


-------------------------------------------
Never again
Killswitch Engage


I want you to suffer as I have suffered
This is a war of attrition And life won't sleep
ฉันอยากให้เธอทุกข์ทน เหมือนที่ฉันเป็นน
นี้คือสงครามแห่งการทำลายและชีวิตจะไม่ได้อยู่เป็นสุข

Nothing can change what you've done
Nothing can change the way I feel.
You will never be forgiven
ไม่มีอะไรเปลี่ยนสิ่งที่เธอทำไว้
ไม่มีอะไรเปลี่ยนความคิดของฉัน
และเธอจะไม่ได้รับการยกโทษ!!

Nothing can change what you've done
Nothing can change the way I feel.
I hope you suffer, as I have suffered
ไม่มีอะไรเปลี่ยนสิ่งที่เธอทำไว้
ไม่มีอะไรเปลี่ยนความคิดของฉัน
ฉันอยากให้เธอทุกข์ทน เหมือนที่ฉันเป็นน

You are dead to me, and time won't heal what you've done
You have made your grave now make your peace
เธอมันตายไปแล้วสำหรับฉัน และเวลาไม่ช่วยให้สิ่งเธอทำมันหายไป
เธอที่เคยทำเลวไว้ วันนี้จะมาทำดี!!


Nothing can change what you've done
Nothing can change the way I feel.
You will never be forgiven
ไม่มีอะไรเปลี่ยนสิ่งที่เธอทำไว้
ไม่มีอะไรเปลี่ยนความคิดของฉัน
และเธอจะไม่ได้รับการยกโทษ!!

Nothing can change what you've done
Nothing can change the way I feel.
I hope you suffer, as I have suffered
ไม่มีอะไรเปลี่ยนสิ่งที่เธอทำไว้
ไม่มีอะไรเปลี่ยนความคิดของฉัน
ฉันอยากให้เธอทุกข์ทน เหมือนที่ฉันเป็นน

Never again will I be betrayed
Never again will you crush me
ไม่มีอีกแล้วที่ฉันจะโดนหลอก
ไม่มีอีกแล้วที่เธอจะทำร้ายฉัน

Unforgiven
Unforgiven
ไม่มีการอภัย ไม่มีให้อภัย
Remember these words remember my face
Suffer as I have suffered
จำคำนี้ไว้ จำหน้ากูไว้
จงทุกข์ทนเหมือนที่กูทุกข์ทนนน :07:



Nothing can change what you've done
Nothing can change the way I feel.
You will never be forgiven
ไม่มีอะไรเปลี่ยนสิ่งที่เธอทำไว้
ไม่มีอะไรเปลี่ยนความคิดของฉัน
และเธอจะไม่ได้รับการยกโทษ!!

Nothing can change what you've done
Nothing can change the way I feel.
I hope you suffer, as I have suffered
ไม่มีอะไรเปลี่ยนสิ่งที่เธอทำไว้
ไม่มีอะไรเปลี่ยนความคิดของฉัน
ฉันอยากให้เธอทุกข์ทน เหมือนที่ฉันเป็นน

This is what you deserve
นี้คือสิ่งที่มึงสมควรได้รับ!!!  :07:


-------------------------------------------------------------
http://auzypand5.multiply.com/music/item/280/never_again_-_Killswitch_Engage (http://auzypand5.multiply.com/music/item/280/never_again_-_Killswitch_Engage)
เป็นเพลงแห่งการอาฆาตสุดยอด  :30: ต้องฟังเพลงไปด้วย จะได้อารมณ์สุดๆ ฮ่าๆ  :07: :07:


ปล. ไม่เกี่ยวกับเรื่องจิงนะคับ ไม่ได้อาฆาตขนาดนั้น :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 02 ก.ย. 2009, 11:42 น.
นึกหน้าสุดยอดโอตากุตอนนั้นแล้ว....โถ่ อู๋  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 02 ก.ย. 2009, 11:43 น.
แหม่ กันยาสูญสิ้นกันหมด  :30:

ขอย้อนกลับไปนิดนึง ว่าจะเขียนนานแล้วแต่ยุ่งๆอยู่ เลยลืมไปเลย

สมัยเริ่มต้น ร๊อคพีเรียด ของผม มีเมทัลลิกา เป็นหนึ่งหัวหอกในยุคนั้น ร่วมกับวงอีกหลายๆวง
ผมเริ่มฟังจาก มาสเตอร์ ออฟ พัพเพ็ท จนมาแบล๊คอัลบัม ซึ่งแค่นี้ ทำให้ผมตกเป็นสาวกทันที
เริ่มแรก ผมได้เทปมาฟังจาก เพื่อนที่มีพี่ชายเป็นนักดนตรี จนต้องไปไล่ซื้อเทปด้วยตัวเอง มาสะสมไว้
แบตเตอรี่ สะกดจิตผมให้รักวงนี้เต็มตัวไปเรียบร้อยตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว และผมก็ไม่เคยผิดหวังเลย
จนมาช่วงหนึ่ง สมัยอัลบัม โหลด และ รีโหลด ที่โดนโจมตีว่าห่วย ผมก็ยังคงอุดหนุน แล้วชอบไม่เปลี่ยนแปลง
อัลบั้ม S&M ผมซื้อซีดีแผ่นคู่จากเมืองนอก เพราะสมัยนั้น ยังทำ พาร์ทไทม์อยู่ เทโร เลยซื้อได้ถูกหน่อย ปัจจุบันก็เก็บไว้อย่างดี
อัลบั้มใหม่ ทำให้ผมนึกย้อนกลับไปสมัยได้ฟัง มาสเตอร์ออฟ พัพเพ็ท ในครั้งแรก
เมทัลลิกาแบบดั้งเดิม กลับมาแล้ว....

การชอบเพลงร๊อคของผม ก็คงเหมือนกับเหตุผลของเก้อหรือของคนอื่นๆ
ตอนนั้น ผมอยาก ขบถ ขบถต่อทุกอย่างรอบๆตัว อยากก้าวร้าว
อยากดุดัน อยากเท่ อยากแข็งแกร่ง และร๊อคก็เสมือนว่า จะตอบโจทย์นั้นให้ผมได้...
สมัยนั้น ผมแสวงหา หนทางแห่งร๊อคในทุกๆแบบ ชนิดที่ขึ้นสุดลงสุด
ผมชอบบลูร๊อค เซาธ์เทิร์น กีต้าร์ฮีโร่ นีโอคลาสิก กรันจ์ สแกนดิเนเวียน โกธิค ดาร์ค แทรช ดีพ เดธ ซาตานนิค
ไปจนถึง บริทร๊อค ป๊อปร๊อค ฮาร์ดคอร์ อิเลคโทรนิก หรือแม้แต่ ร๊อค n โรล ผมก็เอาหมด
ป้่าแฝดเจยู ณ พันทิพสมัยนั้นจะคุ้นเคยกันเป็นพิเศษ เพราะผมชอบไปฟังป้าแกสาธยายถึงความเจ๋งของวงใหม่ๆอยู๋เสมอ
และสุดท้าย ก็ซื้อติดมือมาไม่ได้ขาด  ร๊อคอยู่ในสายเลือดไปแล้ว..

เหมือนที่เก้อว่า ตอนนั้นฟัง ก็อาจไม่ได้รู้ว่า สุนทรีย์ของมันอยู๋ที่ไหน
อันไหนดิบ อันไหนดุดัน อันไหนริฟเจ๋ง นั้นก็สุดๆแล้ว และนั่นก็เพียงพอแล้วไม่ใช่เหรอ
สำหรับวัยรุ่นพลังเหลือเฟือ ที่แค่ต้องการเผาผลาญมันออกไป ให้สะใจสุดหูรูด

และแล้วเวลาก็ผ่านไป...
ผมว่า ประสบการณ์ ทำให้คนเราฟังเพลงละเอียดขึ้น
ร๊อคเลยกลายเป็นสิ่งรุงรังสำหรับหลายๆคน จนถึงขั้นเลิกคบกันไป
เพื่อนผมหลายคน ที่เคยร๊อคด้วยกัน เดี๋ยวนี้ก็ฟังเพลงสบายๆ บอกชีวิตก็หนักเกินไปแล้ว หนวกหู
ผมเองถึงแม้จะฟังเพลงหมดทุกแนว ตั้งแต่ลูกทุ่งยันคลาสสิค
แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมก็ยังคงโหยหาเพลงร๊อคอยู่เสมอๆ
ทุกวันนี้ ก็ยังฟังคอร์น แพนเทอรา แมทัลลิกาอยู่ สลิปน๊อท อยู่ไม่ได้ขาด
และก็คงฟังมันต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงวันที่ผมฟังอะไรไม่ได้ยินแล้วนั่นแหละ

ยืมคำเก้อหน่อยว่า I Rock Therefore I am,

ต่อด้วยอีกคำหนึ่ง ซึ่งผมชอบมากตอนอ่านเจอในเรื่องสั้น "ร๊อคโทเปีย"

Are you happy with your Rock&Roll now? ซึ่งผมคงตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่า Yes I am
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 02 ก.ย. 2009, 11:44 น.
อู๋ใจร้าย  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 02 ก.ย. 2009, 11:45 น.
แค่เพลงค้าบบ  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 02 ก.ย. 2009, 11:48 น.
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 02 ก.ย. 2009, 11:44 น.
อู๋ใจร้าย  :05:


:05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 03 ก.ย. 2009, 05:49 น.
อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 02 ก.ย. 2009, 11:43 น.
แหม่ กันยาสูญสิ้นกันหมด  :30:

ขอย้อนกลับไปนิดนึง ว่าจะเขียนนานแล้วแต่ยุ่งๆอยู่ เลยลืมไปเลย

สมัยเริ่มต้น ร๊อคพีเรียด ของผม มีเมทัลลิกา เป็นหนึ่งหัวหอกในยุคนั้น ร่วมกับวงอีกหลายๆวง
ผมเริ่มฟังจาก มาสเตอร์ ออฟ พัพเพ็ท จนมาแบล๊คอัลบัม ซึ่งแค่นี้ ทำให้ผมตกเป็นสาวกทันที
เริ่มแรก ผมได้เทปมาฟังจาก เพื่อนที่มีพี่ชายเป็นนักดนตรี จนต้องไปไล่ซื้อเทปด้วยตัวเอง มาสะสมไว้
แบตเตอรี่ สะกดจิตผมให้รักวงนี้เต็มตัวไปเรียบร้อยตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว และผมก็ไม่เคยผิดหวังเลย
จนมาช่วงหนึ่ง สมัยอัลบัม โหลด และ รีโหลด ที่โดนโจมตีว่าห่วย ผมก็ยังคงอุดหนุน แล้วชอบไม่เปลี่ยนแปลง
อัลบั้ม S&M ผมซื้อซีดีแผ่นคู่จากเมืองนอก เพราะสมัยนั้น ยังทำ พาร์ทไทม์อยู่ เทโร เลยซื้อได้ถูกหน่อย ปัจจุบันก็เก็บไว้อย่างดี
อัลบั้มใหม่ ทำให้ผมนึกย้อนกลับไปสมัยได้ฟัง มาสเตอร์ออฟ พัพเพ็ท ในครั้งแรก
เมทัลลิกาแบบดั้งเดิม กลับมาแล้ว....

การชอบเพลงร๊อคของผม ก็คงเหมือนกับเหตุผลของเก้อหรือของคนอื่นๆ
ตอนนั้น ผมอยาก ขบถ ขบถต่อทุกอย่างรอบๆตัว อยากก้าวร้าว
อยากดุดัน อยากเท่ อยากแข็งแกร่ง และร๊อคก็เสมือนว่า จะตอบโจทย์นั้นให้ผมได้...
สมัยนั้น ผมแสวงหา หนทางแห่งร๊อคในทุกๆแบบ ชนิดที่ขึ้นสุดลงสุด
ผมชอบบลูร๊อค เซาธ์เทิร์น กีต้าร์ฮีโร่ นีโอคลาสิก กรันจ์ สแกนดิเนเวียน โกธิค ดาร์ค แทรช ดีพ เดธ ซาตานนิค
ไปจนถึง บริทร๊อค ป๊อปร๊อค ฮาร์ดคอร์ อิเลคโทรนิก หรือแม้แต่ ร๊อค n โรล ผมก็เอาหมด
ป้่าแฝดเจยู ณ พันทิพสมัยนั้นจะคุ้นเคยกันเป็นพิเศษ เพราะผมชอบไปฟังป้าแกสาธยายถึงความเจ๋งของวงใหม่ๆอยู๋เสมอ
และสุดท้าย ก็ซื้อติดมือมาไม่ได้ขาด  ร๊อคอยู่ในสายเลือดไปแล้ว..

เหมือนที่เก้อว่า ตอนนั้นฟัง ก็อาจไม่ได้รู้ว่า สุนทรีย์ของมันอยู๋ที่ไหน
อันไหนดิบ อันไหนดุดัน อันไหนริฟเจ๋ง นั้นก็สุดๆแล้ว และนั่นก็เพียงพอแล้วไม่ใช่เหรอ
สำหรับวัยรุ่นพลังเหลือเฟือ ที่แค่ต้องการเผาผลาญมันออกไป ให้สะใจสุดหูรูด

และแล้วเวลาก็ผ่านไป...
ผมว่า ประสบการณ์ ทำให้คนเราฟังเพลงละเอียดขึ้น
ร๊อคเลยกลายเป็นสิ่งรุงรังสำหรับหลายๆคน จนถึงขั้นเลิกคบกันไป
เพื่อนผมหลายคน ที่เคยร๊อคด้วยกัน เดี๋ยวนี้ก็ฟังเพลงสบายๆ บอกชีวิตก็หนักเกินไปแล้ว หนวกหู
ผมเองถึงแม้จะฟังเพลงหมดทุกแนว ตั้งแต่ลูกทุ่งยันคลาสสิค
แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมก็ยังคงโหยหาเพลงร๊อคอยู่เสมอๆ
ทุกวันนี้ ก็ยังฟังคอร์น แพนเทอรา แมทัลลิกาอยู่ สลิปน๊อท อยู่ไม่ได้ขาด
และก็คงฟังมันต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงวันที่ผมฟังอะไรไม่ได้ยินแล้วนั่นแหละ

ยืมคำเก้อหน่อยว่า I Rock Therefore I am,

ต่อด้วยอีกคำหนึ่ง ซึ่งผมชอบมากตอนอ่านเจอในเรื่องสั้น "ร๊อคโทเปีย"

Are you happy with your Rock&Roll now? ซึ่งผมคงตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่า Yes I am

อ่านแล้วซึ้ง อินสุดๆไปเลยครับ :05:

จริงๆการเริ่มต้นฟังพวกนี้ของผม อาจจะต่างไปสักหน่อย
แม่ผมมีน้องชายคนหนึ่ง ชื่อว่า อารี แท่นคำ หรือพายุหินกูรู
ซึ่งเป็น บรรณาธิการของนิตยสารไควเอ็ตสตร็อม นิตยสารดนตรีสากล
เล่มแรกของประเทศไทย และแน่นอนมันเป็นนิตยสารเฮฟวี่ร็อคเต็มขั้น
มันแนวสุดๆเหมือนกับที่ GT และดีเจซี้ดเคยเป็นในยุคกรันจ์-บริตพ็อพ-อิเล็คโทรนิก้า
ส่วนทุกวันนี้เปรียบไม่ถูก เพราะคำว่าแนวดนตรีเจ๋งๆทุกวันนี้มันไม่มีเจ้าภาพแล้ว
อาจจะเป็นกลุ่ม DUDE/SWEET มั้ง ที่พอจะเป็นไอคอนได้

ก็นั่นแหละครับ เรื่องมันก็ง่ายๆแค่นั้น ผมโชคดีที่ได้มีโอกาสอ่านอะไรพวกนั้นตั้งแต่เด็ก
น้าผมแกเป็นผลผลิตของยุคสงครามเวียดนาม ใน จ.อุบลตอนนั้น
มีกองทัพอเมริกันมาตั้ง แกก็ไปวนเวียนอยู่กับทหารจีไอ และนั่นทำให้แกรู้จักจิมิ เฮ็นดริกส์
และเหล่าร็อคยุค 60-70 ทั้งหลายแหล่ จนกระทั่งมีเรื่องกับอาจารย์ในโรงเรียน
เลยหนีมาเสี่ยงโชคในกรุง เป็นกรรมกร ขายของ เล่นดนตรีร้านเหล้า ดูดปุ๊น ลองยา
พูดง่ายๆว่าเป็นบุปผาชน บรรยากาศประมาณพันธ์หมาบ้านั่นเลย
จนตังค์หมด เลยมาอยู่กับแม่ผม ซึ่งตอนนั้นอยู่ที่ทับแก้ว เรียนอักษร (ปี 2516 ราวๆนี้)

พอมาอาศัยอยู่กับแม่ผม ด้วยความที่ว่างงาน กลางวันไม่มีอะไรทำ
เลยไปเห็นกองหนังสือของแม่ เลยหยิบขึ้นมาอ่านเล่น แล้วตัวหนังสือพวกนั้นก็ทำให้
แกก็ตาสว่างและคิดว่า กูจะเป็นนักเขียน! กองหนังสือพวกนั้นคือ
หนังสือของ 'รงค์ วงสวรรค์ เนื่องจากแม่ผมเป็นแฟนคลับยุคแรกๆของอาว์รงค์
ไม่นานต่อมา แกก็ถูกเรียกว่าศิษย์คนสุดท้ายของอาว์รงค์
ช่วงงานศพที่ผ่านมา ในข้อเขียนของหลายๆคนในหนังสือต่างๆก็มีกล่าวถึงบ้าง
(ที่จำได้ ขุนทอง อัสนี เขียนถึงในเนชั่นสุดสัปดาห์) และแกก็ไปดูแล
ตั้งแต่ได้ข่าวว่าอาว์รงค์ป่วย หนีงานไปกันเลย ส่วนผมได้ไปแค่งานศพ

เมื่อก่อนญาติพี่น้อง ตายาย ไม่เคยรู้ว่าน้าแกทำอะไร
รู้แต่ว่าทำอะไรเกี่ยวกับบันเทิงๆเพลงๆนี่ล่ะ มีผมคนเดียวที่รู้
และผมเริ่มต้นจากการอ่านสิ่งที่น้าผมเขียน ซึ่งในตอนนั้นที่ผมอายุ 13
น้าแกเขียนที่ บันเทิงคดี สีสัน บรรณาธิการเซ็คชั่นเสาร์สวัสดี
และแน่นอน Generation Terrorists ด้วยสำนวนที่ออกคำว่าเหี้ย ส้นตีน
ได้อย่างสนุกปาก โดยที่ในตอนนั้นยังไม่มีใครเขียนคำพวกนี้ลงไปบนหนังสือ
จะว่าไป ผมไม่ได้ชอบสำนวนแกนักหรอก ผมว่ามันแรงโดยไม่จำเป็น
มันเหมือนดนตรีในยุคของแกนั่นแหละ ที่เน้นความสะใจ
จริงๆโดยปัจจัยสภาพสังคม(แบบพันธ์หมาบ้า)มันเอื้อให้ดนตรี
และงานเขียนยุคนั้นมันออกมาแบบนั้นแหละนะ

บังเอิญปัจจัยในยุคที่เราๆฟัง มันไม่เอื้อให้อะไรแบบนั้นงอกงามเอาซะเลย
เลยกลายเป็นเด็กแนวดัดจริตอย่างทุกวันนี้ไง :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 03 ก.ย. 2009, 08:18 น.
อ่านประวัติการฟัง Rock ของเก้อแล้ว เจ๋งว่ะ แล้วก็...เฮ้ย เก้อ นายเป็นใครกันแน่  :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 03 ก.ย. 2009, 08:25 น.
กรี๊ด ประวัติเก้อเจ๋งมาก เป็นหลานอารี แท่นคำด้วย
ผมล่ะติดตามตลอดเลยเมื่อก่อน ชอบมาก พายุหินกุรู

Quiet Storm, GT, บันเทิงคดี เป็นหนังสือที่ผมตามกรี๊ดและเก็บมากสมัยก่อน
มีเป็นตั้งๆ จนปลวกกินวอดวายหมด จำได้ว่า แทบจะร้องให้ ตอนรู้ว่ากอง Quiet Storm เหลือแต่ปก

อ่านจบแล้วคิดเหมือนลุงเลย
เก้อ แม่_ ดูลึกลับขึ้นเรื่อยๆแล้ว  :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 03 ก.ย. 2009, 08:42 น.
ตูก็ชอบอ่านนะ อารี แท่นคำ
ตอนที่รู้ว่าเก้อเป็นหลานแท้ๆ ของอารีแท่นคำก็แอบตกใจนิดๆ

นิตยสารสีสันของ ทิวา สาระจูทะ
Quiet Storm ที่ด่า จุ้ย และวงเฉลียง จนหาทางไปไม่เป็น
เทปพีค็อคตรงสามย่าน และร้านโดเรมี
ที่ลากตูเข้าฟังเมทัลอย่าง เมกาเด็ธ จนไปถึง Napalm Death

ต้องขอบคุณนิตยสารและรายการบันเทิงคดีของมาโนช พุฒตาล
ที่ทำให้ตูรู้จัก Dire straits โดยเฉพาะเพลง private investigation
ซึ่งทำให้ตูเลิกฟังวงป็อบไทยแร็ปปลอมสมัยนั้นมาฟัง Brit Rock
ช่วงนั้นโชคดีที่มี พรายปฐมพร ปฐมพร
โดยเฉพาะมาสเตอร์พีซอย่างเจ้าหญิงแห่งดอกไม้ เจ้าชายแห่งทะเล
มากอบกู้วิกฤตวงการเพลงไทยเอาไว้

วง Queen ชุด The night at the opera
ทำให้ตูหันมาสนใจ ซิมโฟนี ออเครสต้า
และหันมาฟังเพลงคลาสสิคและแจ๊สในที่สุด

ตอนนี้มาฟัง Napalm death แล้วมาย้อนนึกดูว่า
ตอนนั้นตูฟังไปได้ยังไงวะ  :30:

อ่อ ช่วงนึงเคยบ้าฟังพวกกีตาร์ฮีโร่ อย่าง อิงวี่ มาลม์สตรีมด้วย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 03 ก.ย. 2009, 09:26 น.


กำลังนั่งฟัง โบฮีเมี่ยน ราฟโซดี้อยู่เลยครับ :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 03 ก.ย. 2009, 10:42 น.
 :14:คุยอะไรกันคับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 03 ก.ย. 2009, 10:49 น.
รำลึกความหลังกันไงครับ อู๋  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ยัง มี พุง เมื่อ 03 ก.ย. 2009, 18:14 น.
ตูแปลเพลงนึงมาชาติกว่าแล้วไม่จบซักที

หาคำเหมาะๆลงไม่ได้  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 07 ก.ย. 2009, 23:26 น.
คราวนี้ถอดเพลงมีวิวัฒนาการ
ถอดกันมาเป็นคลิป ขอเสนอเพลงที่เคยถอดมาแล้วรอบหนึ่ง
หนนี้มากันเป็นยูทูบ พร้อมขับร้องและเล่นกีตาร์กันใหม่
โดยนักร้อง-นักกีตาร์ที่เกิดมาเพื่อฆ่าทอมยอร์ค

เพลง Creep โดยคณะ Radiohead สำนวนต่างจากที่เคยแปลพอสมควร
CREEP โดย Radiohead ถอดความเป็นไทย (http://www.youtube.com/watch?v=WrLeZTjJ3SM#normal)

รันนนนนนนนนน

ปล.ย้ายมาแปะให้ถูกที่ ด้วยความมึน :08:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ไอ้เบิร์ด เมื่อ 09 ก.ย. 2009, 20:27 น.
ทอมมาเห็นคงไม่ต้องรอให้ฆ่าหรอ ฆ่าตัวตายแทนมากกว่า  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 09 ก.ย. 2009, 21:33 น.
ทอมยอร์คพ่อ
ทอมยอร์คแม่
มันร้องกันอยู่ข้าง ๆ ห้องผม
จิ้งจกร่วงกราว กลั้นใจตายไปหมดฝ้าเพดาน
เชี่ย จริง ๆ ..
(ข้างหลังนั่น พร็อพทรานซิสเตอร์ของอินโน ผสมกะไอแมครุ่นล่าสุด)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 19 ต.ค. 2009, 00:53 น.
ไม่ได้ถอดกันมานาน ช่วงนี้ประทับใจเพลงๆนี้มาก
21 Guns ของกรีนเดย์ ซึ่งอัลบั้มนี้มาเงียบๆ แต่เฉือนใจ
และยิ่งทำให้พวกเขาก้าวข้ามไปอีกขั้น ด้วยวิธีคิดที่ชัด คม และนิ่งขึ้น
อัลบั้มที่แล้วรู้สึกว่าพวกเขายิงโดนแหละ แต่เปลืองกระสุน
อัลบั้มนี้ ยิงน้อย แต่เข้าทุกลูก อย่างเช่นเพลงนี้เป็นต้น
ทำให้วงร็อคเด็กปัญญาอ่อนขวางโลก(อย่างในยุคแรกๆ)
กลายเป็นดาไลลามะเลยเชียว

GreenDay - 21 Guns - Official Video (http://www.youtube.com/watch?v=mLL23yzfGjk#ws-normal)

Do you know what's worth fighting for?
When it's not worth dying for?  
Does it take your breath away
And you feel yourself suffocating?

เราต่อสู้กันไปทำไม?
คุ้มค่าแล้วเหรอ ที่ต้องแลกมาด้วยความตาย?
มันเอาลมหายใจเราไปได้เลยนะ ไม่รู้หรือ
ไม่รู้สึกเหรอว่าลมหายใจเธอเริ่มขาดห้วง?

Does the pain weigh out the pride?
And you look for a place to hide?
Did someone break your heart inside?
You're in ruins

ความเจ็บปวดพวกนี้ ทำให้เธอภูมิใจยังงั้นเหรอ?
แล้วหลังจากนั้นล่ะ ต้องหาที่หลบซ่อนหรือไง?
ใครทำให้เธอเป็นแบบนี้ พังทลายจิตใจเธอ?
แล้วเธอก็อยู่ในซากนั้น

One, 21 guns
Lay down your arms, give up the fight
One, 21 guns
Throw up your arms into the sky, you and I

อีกครั้งเดียว, 21 นัดอีกครั้งเดียว
วางอาวุธของเธอลง ละทิ้งการต่อสู้เสียเถอะ
อีกครั้งเดียว, 21 นัดอีกครั้งเดียว
ยกสองมือขึ้นสู่ท้องฟ้า เอ่ยว่ายอมแพ้ ทั้งเธอและฉัน

When you're at the end of the road
And you lost all sense of control
And your thoughts have taken their toll  
When your mind breaks the spirit of your soul

เมื่อเราเดินมาจนถึงปลายทาง
จนเราไม่อาจควบคุมจิตใจเราไว้ได้อีก
เธอก็กลับมาคิดถึงความสูญเสียที่เธอได้ทำลงไปงั้นเหรอ
เมื่อตอนที่จิตเธอทำลายจิตวิญญานข้างใน


Your faith walks on broken glass
And the hangover doesn't pass
Nothing's ever built to last
You're in ruins


ความศรัทธาของเธอ ก็เป็นได้แค่การก้าวเดินไปบนกระจกร้าว
เธอจมอยู่ในความเมามาย ไม่มีวันสร่าง
ไม่มีสิ่งใดจีรังหรอก
แล้วเธอก็อยู่ในซากนั้น

One, 21 guns
Lay down your arms, give up the fight
One, 21 guns
Throw up your arms into the sky, you and I


อีกครั้งเดียว, 21 นัดอีกครั้งเดียว
วางอาวุธของเธอลง ละทิ้งการต่อสู้เสียเถอะ
อีกครั้งเดียว, 21 นัดอีกครั้งเดียว
ยกสองมือขึ้นสู่ท้องฟ้า เอ่ยว่ายอมแพ้ ทั้งเธอและฉัน

Did you try to live on your own
When you burned down the house and home?
Did you stand too close to the fire
Like a liar looking for forgiveness from a stone?  

เธอพยายามจะใช้ชีวิตอย่างที่เธอเชื่อ
แล้วตอนที่เธอไปเผาบ้านของคนอื่นล่ะ
เธอได้ยืนอยู่ข้างๆกองไฟนั้นไหม
เธอก็เหมือนคนโกหก ที่เอ่ยคำขอโทษกับก้อนหินนั่นแหละ

When it's time to live and let die
And you can't get another try
Something inside this heart has died
You're in ruins

คนเราน่ะ เกิดครั้งเดียว ตายครั้งเดียว
ไม่มีโอกาสแก้ตัว
บางอย่างใจใจเธอ มันคงตายไปแล้ว
แล้วเธอก็อยู่ในซากนั้น


คำว่า 21 Guns หมายถึงการยิงสลุต 21 นัด
เพื่อเป็นเกียรติแด่ทหาร ที่ตายในสงคราม
ท่อนฮุคจึงบอกว่า อยากให้มันเป็นอีกครั้งเดียว ครั้งสุดท้าย

เออ และผมมารู้วันนี้นี่เองว่า มันเป็นเพลงที่โคตรดัง
เพราะประกอบทรานสฟอร์มเมอรส์ 2 บังเอิญไม่เคยดู  :08:


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 19 ต.ค. 2009, 01:46 น.
 :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 19 ต.ค. 2009, 08:41 น.
ชอบกรีนเดย์ชุดนี้เหมือนกัน
ถ้าไม่เดินไปเจอ ก็ไม่รู้ว่าออกแล้วเหมือนกัน เงียบมาก  :30:
ฟังได้เืรื่อยๆทั้งวัน ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะจริงๆ

เนื้อความเจ๋งมากครับ เก้อ  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 19 ต.ค. 2009, 09:36 น.
นี่สินะ ที่เขาเรียกว่า คลี่คลาย  :25:



ตอนแรกที่ฟังเพลงแล้วแอบงงๆ นิดนึง
ตรง Lay down your arms ซึ่งตรงนี้ตูเข้าใจเหมือนกันว่า
คือการวางอาวุธ(arms ในที่นี้แปลว่าอาวุูธ)

พอถึงท่อน throw up your arms
ซึ่งตอนแรกตูเข้าใจว่าโยนอาวุธทิ้งไป
แต่แอบงงนิดนึง เพราะปกติเขาจะไม่ใช้คำว่า Throw up
(Throw up แปลได้อีกคำว่าอ้วกแตก)

ทีนี้พอตั้งใจฟังความหมายทั้งบริบทของเพลงจนครบถ้วนแล้ว
เลยเข้าใจว่า Throw up your arms นั้นจริงๆ น่าจะมาจาก
คำว่า Throw your hands up high
อารมณ์ของเนื้อความตรงนี้คือ พอกันซะทีเถอะโว้ย

ดังนั้นที่บักเก้อแปลว่า
ยกสองมือขึ้นสู่ท้องฟ้า เอ่ยว่ายอมแพ้ ทั้งเธอและฉัน
นั่นก็น่าจะเป็นความหมายที่ถูกต้องแล้วครับ  :12:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 19 ต.ค. 2009, 10:45 น.
ช่วงนี้ไม่ได้แปลอะไร ไม่สิไม่ได้ฟังอะไรเลย  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 19 ต.ค. 2009, 12:10 น.
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 19 ต.ค. 2009, 00:53 น.
อัลบั้มที่แล้วรู้สึกว่าพวกเขายิงโดนแหละ แต่เปลืองกระสุน
อัลบั้มนี้ ยิงน้อย แต่เข้าทุกลูก อย่างเช่นเพลงนี้เป็นต้น
ทำให้วงร็อคเด็กปัญญาอ่อนขวางโลก(อย่างในยุคแรกๆ)
กลายเป็นดาไลลามะเลยเชียว

ชอบๆ :30: :30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ต๊อป เมื่อ 19 ต.ค. 2009, 16:14 น.
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 19 ต.ค. 2009, 00:53 น.

คำว่า 21 Guns หมายถึงการยิงสลุต 21 นัด
เพื่อเป็นเกียรติแด่ทหาร ที่ตายในสงคราม
ท่อนฮุคจึงบอกว่า อยากให้มันเป็นอีกครั้งเดียว ครั้งสุดท้าย


ฟังมาตั้งนาน เพิ่งรู้ความหมาย :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 19 ต.ค. 2009, 16:43 น.
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 19 ต.ค. 2009, 09:36 น.
นี่สินะ ที่เขาเรียกว่า คลี่คลาย  :25:


อ๊ะ ใช่เลยครับ คำนี้แหละที่ผมนึกอยู่
แต่ดันอธิบายไปเรื่องยิงกระสุน เพราะเพลงพาไป
เมื่อก่อนผมไม่เคยชอบกรีนเดย์เลย คิดว่าเป็นพวกพังค์ม.ต้น
นึกออกไหมครับ อย่างแนวสเก็ตบอร์ดพังค์ ป็อปพังค์ อะไรพวกนั้น
ทำหัวยุ่งๆแหลมๆ ทาขอบตาดำๆ ทำอะไรก็ได้ที่มันกวนตีน
ห่ามๆ ขวางกระแส ให้คนคิดว่าเราเจ๋งแต่ข้างในกลวง
ทั้งหมดนี้ผมเรียกรวมๆว่า เรียกร้องความสนใจ
ซึ่งครั้งสุดท้ายที่ผมทำคือตอน ม.ต้นล่ะมั้ง

ทั้งที่วงพังค์แท้ๆต้นตำรับประมาณ ราโมนส์ เดอะ แคลช (อิกกี้ป็อปด้วยก็ได้)อะไรพวกนี้ ไม่เห็นต้องทำไรงั้นเลย
ยกเว้น เซ็กส์ พิสทอลนะอันนี้ข้อยกเว้น แก๊งนี้ไม่ได้ทำเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่ทำเพราะห่ามโดยสันดาน :30:
แต่ก็นั่นล่ะ อย่างที่เรารู้ พังค์แบบชงมาม่า 3 นาที ตี 3 คอร์ดแบบนั้น
ก็อยู่ได้ไม่นาน เพลงที่ยังคลาสสิคถึงทุกวันนี้ก็หลงเหลือไม่กี่เพลง
ผิดกับ 2-3 วงที่ว่ามา ที่ยังขลังและอมตะอยู่จนทุกวันนี้

อย่างกรีนเดย์นี่ บางคนเขาก็เรียกว่าคือ ป็อป-พังค์ เหมือนกันแหละ
ด้วยความที่โครงสร้างเพลงมันคือเพลงป็อปดีๆนี่เอง หรือเพลงช้าอย่าง 21 Guns เนี่ย
รับรองว่าไม่มีใครจัดอยู่ในหมดเพลงพังค์ แต่จะจัดแนวเพลงให้ปวดหัวเล่นยังไงก็เถอะ
ผมว่ากรีนเดย์คือวงร็อคที่ดีมาก และ 21 Guns ก็คือเพลงร็อคที่มีความหมายมาก
ตอนนี้ผมก็เชื่อแน่ชัดแล้วนะว่า กรีนเดย์จะขึ้นหิ้งแบบนั้นได้ในอนาคต

ส่วนท่อน Throw up your arms into the sky
ผมพึ่งมาเห็นว่า มันเล่นคำว่า arms - arms ตอนที่พี่ณตทักนี่ล่ะครับ :07:
เลยพึ่งจะมาอึ้งว่ามันเล่นคำเจ๋งว่ะ เพราะตอนที่ฟังและแปลผมไม่ได้นึกถึงเลย
ผมเข้าใจทางเดียวเลยว่า อันแรกทิ้งอาวุธลง ต่อมาก็ยกแขนขึ้นบนฟ้า(อาการของคนยอมแพ้)
ฟังรอบแรกก็เห็นภาพนั้นในหัวเลย ท่อนแรกทิ้งปืนลง ท่อนสองยกมือขึ้น
ผมก็คิดแค่ว่ามันเห็นเป็นภาพที่สวยงามดี พี่ณตทักนี่แหละ ถึงรู้ว่ามันเล่นคำว่า arms นี่เอง  :44:



ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 19 ต.ค. 2009, 17:10 น.
 :25: แปลได้เจ๋งตามเคย
พึ่งเข้าใจความหมายเพลงนี้ก็วันนี้แหละ นั่งแปลแล้วก็งง อะไรหวา 21  :41:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 19 ต.ค. 2009, 19:00 น.
ป๊อบไม่ป๊อบ อัลบั้ม American Idiot นี่ก็ขึ้นชั้นอัลบั้มที่ดีที่สุดของยุค 00's โดยหลายๆสำนักนะครับ :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กวางจ้ะ เมื่อ 12 ธ.ค. 2009, 14:24 น.
แค่ฉันได้ยินเสียงฝนที่หล่นลงหลังคา
น้ำตาของฉันก็พลันหล่นลงเหมือนฝนพวกนั้น
บอกฉันทีได้มั้ยว่าทำไมเธอถึงจากฉันไป
เพราะฉันก็อยากให้ความเจ็บปวดมันจางหายไปบ้าง
แล้ววันนี้ฉันก็คิดถึงเธอ

ความรู้สึกปวดร้าวในใจตอนนี้
ฉันรู้ดีว่าฉันสามารถหนีความรู้สึกนี้ได้
แต่ฉันเองก็พอจะรู้ว่า
ในความเป็นจริงแล้วมันไม่มีทางทำได้เลย
และวันนี้ฉันก็คิดถึงเธอ

ไม่มีใครที่ทำให้ฉันรู้สึกแบบนี้ได้เหมือนเธอ
แม้แต่สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เธอเคยทำกับฉัน
ทำไมฉันยังจำนะ บอกฉันทีว่ามันจะยังคงอยู่ในใจฉันเสมอ
และตลอดไปใช่มั้ย

ทุกสิ่งทุกอย่างมันเปิดเผยให้เห็น
เสียงของเธอที่ยังก้องอยู่ในหูของฉัน และน้ำตาเอ่อล้นมาจากใจ
ฉันกำลังมองรูปเธอบนกำแพง
อาทิตย์ที่แล้วฉันยังเรียกเธอว่าที่รักอยู่เลย
แต่มาวันนี้ ตอนนี้ ฉันไม่รู้ว่าจะเรียกเธอว่าอะไร เมื่อเธอจากไป
ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอเป็นยังไรบ้างแล้ว

ฉันภาวนาขอให้เธอเรียกหาฉันบ้างสักครั้งก็ยังดี
เพราะนั่นมันอาจทำให้ฉันรับรู้ว่าเธอเป็นยังไงบ้าง
แต่ฉันก็พอจะเดาได้ว่า ถ้าหากฉันเจอเธออีกครั้ง
ฉันควรจะบอกว่าฉันกำลังคิดถึงเธอนะ

ฉันคิดว่าฉันสามารถเอาชนะใจเธอได้
แต่สิ่งที่ฉันรู้ตอนนี้คือฉันแค่ฝันไกล ๆ เท่านั้น
อ้อมกอดนั้นที่เคยกอดฉัน
คำพูดหวาน ๆ คำนั้นที่เคยบอกฉัน
ฉันยอมเธอแล้ว ฉันจะไม่รั้งเธออีกต่อไป
เพื่อที่จะปล่อยเธอไปตามทาง

เธอจะรู้บ้างมั้ยนะ ว่าคนมันคิดถึง
เธอก็รู้ว่าฉันคิดถึงเธอแค่ไหน

แค่ได้ยินเสียงฝนตกแค่นั้น
ฉันก็คิดถึงเธออีกแล้ว..
All I hear is raindrops
Falling on the rooftop
Oh baby tell me why'd you have to go
Cause this pain I feel It wont go away
And today I'm officially missing you

I thought that from this heartache
I could escape
But I fronted long enough to know
There ain't no way
And today I'm officially missing you

Oh can't nobody do it like you
Said every little thing you do
Hey baby say it stays on my mind
And I, I'm officially

All I do is lay around
Two ears full tears
From looking at your face on the wall
Just a week ago you were my baby
Now I don't even know you at all
I don't know you at all

Well I wish that you would call me right now
So that I could get through to you somehow
But I guess it's safe to say baby safe to say
That I'm officially missing you

Well I thought I could just get over you baby
But I see that's something I just can't do
From the way you would hold me
To the sweet things you told me
I just can't find a way
To let go of you

It official
You know that I'm missing you
Yeah yes
All I hear is raindrops
And I'm officially missing you





แปลเพลงนี้นะ..

Officially Missing You - Tamia
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 12 ธ.ค. 2009, 14:35 น.
สาวออฟฟิสคิดถึงเธอ  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กวางจ้ะ เมื่อ 12 ธ.ค. 2009, 14:37 น.
ออฟฟิศไหนเนี่ย  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 12 ธ.ค. 2009, 14:39 น.
:30:
น่าไปตัดสติกเกอร์แปะหลังจอโน๊ตบุคเนอะ
ท่าจะเจ๋งดี
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: dellta57 เมื่อ 04 ม.ค. 2010, 13:21 น.
ขอบคุณหลายๆเด้อ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 02 มี.ค. 2010, 20:10 น.
หาเพลงอกหักฟังให้เข้ากับสถานการณ์ชีวิตมาตั้งนาน
เพิ่งจะเจอที่ถูกใจจริงๆ
Maybe ของ Ingrid Michaelson (คนนี้ผมซื้ออัลบั้มแท้ด้วยนะเออ)

http://www.youtube.com/watch?v=FKU3UuJhIxU#ws (http://www.youtube.com/watch?v=FKU3UuJhIxU#ws)


ฉันไม่อยากเป็นคนกล่าวอำลา
แต่ฉันจะกล่าว ... ฉันเอง ... ฉันจะกล่าว
ฉันไม่อยากเป็นคนที่นั่งบนทางเท้า ดูเธอจากไป
แต่ฉันจะนั่ง ... ฉันจะดู ... ใช่ ดูเธอจากไป

บางทีในอนาคต เธออาจจะย้อนมา เธออาจจะกลับมาอยู่ข้างฉัน
บางทีซักวัน เธออาจจะกลับมา เธออาจจะย้อนมา
ทางเดียวที่จะรู้ ... คือปล่อยเธอไป

ไม่แน่ว่าเธออาจจะกลับมา หวนคืนมา กลับมาหาฉัน
ฉันไม่ต้องการเป็นฝ่ายตัดใจ
แต่ฉันรู้  ฉันรู้  ฉันรู้
แม้มีโอกาสสุดท้าย ที่ฉันจะได้เกาะกุมมือนั้น
ฉันรู้... ฉันยังคงต้องปล่อยเธอไป

บางทีในอนาคต เธออาจจะย้อนมา เธออาจจะกลับมาอยู่ข้างฉัน
บางทีซักวัน เธออาจจะกลับมา เธออาจจะย้อนมา
ทางเดียวที่จะรู้ ... คือปล่อยเธอไป
ไม่แน่ว่าเธออาจจะย้อนมา เธออาจจะกลับมา

ฉันยังรู้สึกเหมือนมีเธออยู่ข้างๆ
ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับที่ห่มคลุมทั้งตัวฉัน
แต่ฉันจะลืม ลืมทุกสิ่ง เว้นแต่ว่าเธอจะกลับมา

บางทีในอนาคต เธออาจจะย้อนมา เธออาจจะหวนมา
ในอนาคต เธออาจจะกลับมา  เธอจะกลับมา

ไม่แน่ว่าในอนาคตเธออาจจะย้อนมา เธออาจจะกลับมาอยู่ข้างฉัน
บางทีซักวันเธออาจจะหวนมา เธออาจจะย้อนกลับมา
ทางเดียวที่จะรู้ ... ฉันต้องปล่อยเธอไป

ซักวันเธออาจจะย้อนมา เธออาจจะกลับมา กลับมาหาฉัน
เธอจะกลับมา
กลับมาหาฉัน
I don't want to be the one to say goodbye
But I will, I will, I will
I don't want to sit on the pavement while you fly
But I will, I will, oh yes I will

Maybe in the future, you're gonna come back, you're gonna come back around
Maybe in the future, you're gonna come back, you're gonna come back
The only way to really know is to really let it go
Maybe you're gonna come back, you're gonna come back, you're gonna come back to me

I don't want to be the first to let it go
But I know, I know, I know
If you have the last hands that I want to hold
Then I know I've got to let them go

Maybe in the future, you're gonna come back, you're gonna come back around
Maybe in the future, you're gonna come back, you're gonna come back
The only way to really know is to really let it go
Maybe you're gonna come back, you're gonna come back, you're gonna come back

I still feel you on the right side of the bed
And I still feel you in the blankets pulled over my head
But I'm gonna wash away, oh I'm gonna wash away everything til you come home to me

Maybe in the future, you're gonna come back, you're gonna come back
In the future, you're gonna come back, you're gonna come back

Maybe in the future, you're gonna come back, you're gonna come back around
Maybe in the future, you're gonna come back, you're gonna come back
The only way to really know is to really let it go

Maybe you're gonna come back, you're gonna come back, you're gonna come back to me
You're gonna come back to me
You're gonna come back to me



คือครั้งแรกที่ฟัง
ฟังซ้ำๆ ตรงท่อนที่บอกว่า "เธอจะกลับมา"
ผมรู้สึกว่า "เธอ" ที่จะกลับมาไม่ใช่ใครที่จากไป
แต่เป็นความเชื่อมั่นในตัวเราเองที่บางทีมันถูกฉุดกระชากไปพร้อมกับการจากไปของใครซักคน
ไม่รู้สิผมรู้สึกอย่างนั้นนะ ๕๕๕
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 02 มี.ค. 2010, 20:16 น.
อ้างคำพูดจาก: ชายเต่า เมื่อ 02 มี.ค. 2010, 20:10 น.
บางทีในอนาคต เธออาจจะย้อนมา เธออาจจะกลับมาอยู่ข้างฉัน
บางทีซักวัน เธออาจจะกลับมา เธออาจจะย้อนมา
ทางเดียวที่จะรู้ ... คือปล่อยเธอไป

ชอบท่อนนี้จัง  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 02 มี.ค. 2010, 22:45 น.


คิดถึงคำๆ นึงขึ้นมาเลย

เมื่อคุณรักใครซํกคนปล่อยเขาไป ...
ถ้าเขากลับมา ...   








แสดงว่ามันไม่มีที่ไป  :58:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: HyoPlum เมื่อ 02 มี.ค. 2010, 23:04 น.
ด้านมืดสุดๆ  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 03 มี.ค. 2010, 06:43 น.
ชอบๆ ขอคำแปลไปแปะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ครูย้งงง เมื่อ 14 มี.ค. 2010, 11:53 น.
อ้างคำพูดจาก: ดุกศรี เมื่อ 12 ธ.ค. 2009, 14:24 น.

แปลเพลงนี้นะ..

Officially Missing You - Tamia
แปะเพลงให้นะครับ ผมชอบอยู่แล้ว
http://www.youtube.com/watch?v=T5W1sctPVdE# (http://www.youtube.com/watch?v=T5W1sctPVdE#)










เพลงนี้ของทาเมีย   ผมชอบทาเมียมากกๆเลย

อันนี้อีกเพลงของทาเมีย


กรี้ดๆๆๆ


ผมดัยนไปแปลไว้อีกที่ อ่ะ ขโมยมาแปะเลย




http://www.youtube.com/watch?v=MdzFK0IHjdI# (http://www.youtube.com/watch?v=MdzFK0IHjdI#)

"Almost"

[Verse 1]
Can you tell me
เธอบอกกันได้ไหม
How can one miss what she's never had
คนคนหนึ่งจะสามารถสูยเสียในสิ่งที่เขาไม่เคยมี
How could I reminisce when there is no past
คนคนหนึ่งจะสามารถรำลึกเมื่อคนคนนั้นไม่มีอดีตได้ไหม

How could I have memories of being happy with you boy
ฉัจะมีช่วงความทรงจำในช่วงเวลาที่มีความสุขกับเธอ
Could someone tell me how can this be
ใครบอกฉันได้ไหมว่าจะเป้นอย่างนั้นได้ไหม

How could my mind pull up incidents
ทำอย่างไรแันจึงจะหยุดในสิ่งที่คิด
Recall dates and times that never happened
หวนนึกถึงวันคืนที่ไม่เคยแม้จะเกิด
How could we celebrate a love that's to late
ฉันจะยินดีกับรักที่สายไป

And how could I really mean the words I'm bout to say
และฉันจะหมายถึงอย่างนัน้อย่างที่ฉันเอ่ยไปหรือ

[Chorus]
I missed the times that we almost shared
ฉันสูญเสียเวลาที่เราเคบเกือบจะใช้ร่วมกัน
I miss the love that was almost there
ฉันสูญเสียความรักที่เกือบจะเกิดขึ้น
I miss the times that we use to kiss
ฉันสูญเสียรอบจูบที่เราเคยร่วมกัน
At least in my dreams
แม้จะเป้นร่องรอยเพียงในความฝัน
Just let me take my time and reminisce
ปล่อยให้ฉันได้ใช้เวลารำลึก
I miss the times that we never had
ฉันสูญเสียเวลาที่ฉันไม่เคยมี
What happened to us we were almost there
เกิดขึ้นอะไรกับสองเราที่เกือบจะมาอยุ่ตรงนี้
Whoever said it's impossible to miss when you never had
ใครหรือที่กล่าวว่าเราไม่สามารถพลาดในสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นได้
Never almost had you
ไม่เคยแม้แต่  เกือบจะมีคุณ

[Verse 2]
I cannot believe I let you go
ไม่สามารถเชื่อว่าได้ปล่อยเธอไป
Or what I should say I should've grabbed you up and never let you go
หรือฉันจะกล่าวว่า  ฉันจะรั้งเธอไว้และไม่ให้ไปไหน
I should've went out with you
ฉันจะไปกับเธอ

I should've made you my boo boy
ฉันจะทำให้เธอเป้นของฉัน
Yes that's one time I should've broke the rules
ใช่ฉสักวันฉันจะก้ามข้ามสิ่งนั้นไป
I should've went on a date
ฉันจะออกไปตามนัด
Should've found a way to escape
ฉันจะหาหนทางหนีไป
Should've turned a almost into
ฉันเกือบจะได้เข้าถึง
If it happened now its to late
ถ้ามันเกิดขึ้นตอนนี้ก้คงสายไป
How could I celebrate a love that wasn't real
ฉันจะยินดีกัยรักที่ไม่มีจริงได้อย่างไร
And if it didn't happen why does my heart feel
แล้วถ้ามันยังไม่ได้เกิดขึ้นทำไมใจฉันยังถวิลหา

[Chorus]
I missed the times that we almost shared
ฉันสูญเสียเวลาที่เราเคบเกือบจะใช้ร่วมกัน
I miss the love that was almost there
ฉันสูญเสียความรักที่เกือบจะเกิดขึ้น
I miss the times that we use to kiss
ฉันสูญเสียรอบจูบที่เราเคยร่วมกัน
At least in my dreams
แม้จะเป้นร่องรอยเพียงในความฝัน
Just let me take my time and reminisce
ปล่อยให้ฉันได้ใช้เวลารำลึก
I miss the times that we never had
ฉันสูญเสียเวลาที่ฉันไม่เคยมี
What happened to us we were almost there
เกิดขึ้นอะไรกับสองเราที่เกือบจะมาอยุ่ตรงนี้
Whoever said it's impossible to miss when you never had
ใครหรือที่กล่าวว่าเราไม่สามารถพลาดในสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นได้
Never almost had you
ไม่เคยแม้แต่  เกือบจะมีคุณ

[Verse 3]
(sometimes I wanna rub ya, some nights I wanna hug ya)
บางเวลาฉันก็อยากจะดุลคุณ บางคืนฉันก็อยากจะกอดคุณ
And you seem to be the perfect one for me
และมันดูเหมือจะเป้นสิ่งที่ยอดเยี่ยมสำหรับฉัน
You (some nights I wanna touch ya but tonight I wanna love ya)
บางคืนฉันแค่อยากสัมผัส แต่คืนนี้ฉันอยากจะรักคุณ
You're all that I ever wanted
เธอคือทั้งหมดที่ฉันต้องการ
And you're my everything yes its true
เธอคือทั้งหมดนั่นคือความจริง
Boy its hard to be close to you
แต่ยากเลหือเกินที่จะใกล้ชิดคุณ
My love
I know it may sound crazy
ฟังแล้วอาจะดูบ้าบอ
But I'm in love with you
แต่ฉันรักคุณ
[Chorus]
I missed the times that we almost shared
ฉันสูญเสียเวลาที่เราเคบเกือบจะใช้ร่วมกัน
I miss the love that was almost there
ฉันสูญเสียความรักที่เกือบจะเกิดขึ้น
I miss the times that we use to kiss
ฉันสูญเสียรอบจูบที่เราเคยร่วมกัน
At least in my dreams
แม้จะเป้นร่องรอยเพียงในความฝัน
Just let me take my time and reminisce
ปล่อยให้ฉันได้ใช้เวลารำลึก
I miss the times that we never had
ฉันสูญเสียเวลาที่ฉันไม่เคยมี
What happened to us we were almost there
เกิดขึ้นอะไรกับสองเราที่เกือบจะมาอยุ่ตรงนี้
Whoever said it's impossible to miss when you never had
ใครหรือที่กล่าวว่าเราไม่สามารถพลาดในสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นได้
Never almost had you
ไม่เคยแม้แต่  เกือบจะมีคุณ



:05: :05: :05: :05: :05: :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Piix เมื่อ 15 มี.ค. 2010, 00:06 น.
อ้างคำพูดจาก: ปิยะ เมื่อ 02 มี.ค. 2010, 22:45 น.

คิดถึงคำๆ นึงขึ้นมาเลย

เมื่อคุณรักใครซํกคนปล่อยเขาไป ...
ถ้าเขากลับมา ...   








แสดงว่ามันไม่มีที่ไป  :58:




อ่ะ จ๊ากกกกกกกกกกก โดน เต็มๆ

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 24 มี.ค. 2010, 12:17 น.
เมื่อคืน ไปดูคอนเสิร์ต Kings of Convenience
ผมว่าตัวเองก็ดูคอนเสิร์ตอะไรๆมาเยอะ แต่นับว่าตอนนี้
จัดให้คอนเสิร์ตนี้ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งไปเลย แบบไร้คู่แข่ง
เจ๋งกว่ากรีนเดย์หลายเท่า ทั้งที่แทบไม่ได้ลงทุนอะไรเลย
ทั้งหมด อธิบายได้ง่ายๆว่า พวกเขาทำตัวเหมือนกำลังเล่นให้เพื่อนฟัง
(แต่เพื่อนสองพันคน) คุยน่ารักสุดๆ นิสัยใจคอ ขนาดด่ายังฮาเลย
คือพวกเขาด่าคนที่ไม่ตั้งใจฟังน่ะ บอกว่า พวกคุณ 2 คนที่ยืนคุยกันตรงนั้น
มาจากไหน มาฟังดนตรีหรือเปล่า  :30:

แล้วพวกเขาเล่าว่า เมื่อวานมาถึงกรุงเทพ ก็เลยอยากจะไปดู
การประท้วงให้เห็นกับตา เพราะไม่เข้าใจว่าที่นี่เกิดอะไรขึ้น
แต่ดูแล้วก็ยังไม่เข้าใจ ว่าที่นี่เกิดอะไรขึ้น ตอนนี้มีคนตะโกนขึ้นไปว่า
"ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น" (ภาษาฝรั่งน่ะนะ) พวกเขาไม่รู้ว่าจะมีความคิดเห็นว่ายังไง
ใครคนดีใครคนเลว แยกแยะไม่ออกเลย เลยขอมอบเพลงนี้ให้ประเทศของพวกคุณครับ

http://www.youtube.com/watch?v=i1i2eoeKmOQ# (http://www.youtube.com/watch?v=i1i2eoeKmOQ#)

Rule my world โดยคณะ Kings of Convenience

You set yourself above
That all forgiving god
You claim that you believe in
Your kind is gonna fall
Your ship is sinking fast
And all your able men are leaving

เธอวางตัวเองไว้เบื้องบน
และในพระเจ้าบนนั้น
เธอยืนยันเสมอว่าเธอเชื่อ
แต่เธอหารู้ไม่ว่า เธอกำลังร่วงหล่น
เรือของเธอจะจมในไม่ช้า
และผู้คนที่รับใช้เธอกำลังสละเรือ

Only someone
Who's morally
Superior can possibly
And honestly deserve
To rule my world

แค่เพียงใครสักคน
ผู้ยึดมั่น
สิ่งมหัศจรรย์ก็จะบังเกิด
และเพียงความซื่อสัตย์เท่านั้น
ที่จะครองโลกของฉันได้

I talk before I think
You shoot before you know
Who's in your line of fire
So somehow we're the same
We're causing people pain
But I stand and take the blame
You scramble to the night

ฉันมักพูดก่อนคิด
และเธอมักลั่นกระสุนก่อนถาม
ใครต่อใครที่ขวางทางของเธอ
และนั่นแหละ เราต่างก็ทำเหมือนกัน
เราทั้งคู่ คือเหตุผลที่ผู้คนต้องเจ็บปวด
แต่ฉันอยู่นี่ ฉันยอมรับ
เธอล่ะ โบยบินหนีไปในค่ำคืน

Only someone
Who's morally
Superior can possibly
And honestly deserve
Only someone
Who's morally
Superior can possibly
And honestly deserve

To rule my world (10x)

Explain me one more time
When they kill it's a crime
When you kill it is justice

อธิบายให้ฉันฟังอีกสักทีสิ
เมื่อพวกเขาฆ่า นั่นคืออาชญากรรม
แต่เมื่อเธอฆ่า เธอว่ามันคือความยุติธรรม

ท่อนสุดท้าย คือคำถามที่พวกเขาถามคนดูในวันนั้นอีกที
ต่อความสงสัยที่ว่า ที่นี่เกิดอะไรขึ้น Explain me one more time?

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 24 มี.ค. 2010, 13:01 น.
+1 เลย ชอบๆ :27: :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: HyoPlum เมื่อ 24 มี.ค. 2010, 13:30 น.
โอ้ววววว ตรงตัวแดง  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 24 มี.ค. 2010, 13:45 น.
เนื้อเพลงเจ๋งจริงๆ   :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 24 มี.ค. 2010, 22:52 น.
เนื้อเพลงวงเดิมอีกสักเพลง กำลังฟีเวอร์มากช่วงนี้
ทุกคนรอบข้างเริ่มจะหลอนกับเพลงที่เปิดวนไปวนมาละ :30:

เพลงนี้เพลงฮิตที่สุด และมีความหลังกับเพลงนี้หลายประการ
นับตั้งแต่ฟังครั้งแรกเกือบๆสิบปีก่อน และโยกย้ายสถานะ
และสถานที่ไปมาหลายครั้ง เพลงนี้ก็ตามไปดังให้ได้ฟังอยู่ทุกที่

เมื่อคืนพวกเขาเล่าที่มาที่ไปของเพลงนี้ให้ฟัง
เป็นอะไรที่ไม่เคยอ่านจากบทสัมภาษณ์ที่ไหนเลย
ฟังแล้วก็ตรงกับที่คิด(และบังเอิญตรงกับที่พบเจอมา)

Homesick
คณะKings Of Convenience

http://www.youtube.com/watch?v=oll6UfK6iUg# (http://www.youtube.com/watch?v=oll6UfK6iUg#)

I lose some sales
and my boss won't be happy
but I can't stop listening to the sound
of two soft voices blended in perfection
from the reels of this record that I found
ฉันทำงานพลาด
เจ้านายคงไม่ปลื้มแน่
แต่ฉันก็ไม่อาจหยุดตัวเองไม่ให้ฟังเสียงนั้นได้
สองเสียงที่บอบบาง ประสานกันงดงาม
จากแผ่นเสียงที่ฉันบังเอิญไปเจอ  

every day there's a boy in the mirror
asking me
what are you doing here
finding all my previous motives
growing increasingly unclear
ทุกๆเช้า จะมีเด็กชายคนหนึ่งในกระจก
เฝ้าถามฉันว่า
เธอมาทำอะไรที่นี่?
แรงบันดาลใจที่ถูกทิ้งร้าง
ดูเหมือนเธอค่อยๆเบ่งบานขึ้นอีกหน

I travelled far and I burned all the bridges
I believed as SOON as I hit land
all the other
options held before me
WILL wither in the light of my plan
ฉันรอนแรมมาไกล เสียจนไม่อาจหันหลังกลับ
ได้แต่หอบความหวัง ว่าสักวันฉันคงถึงฝั่ง
ได้แต่หวัง ว่าทุกสิ่งที่ฉันเลือก
จะส่องแสงนำทางฉันไปจนเจอ

so I lose some sales
and my boss won't be happy
but there's only one thing on my mind
searching boxes underneath the counter
on a chance that on a tape I'd find
ฉันทำงานพลาด
เจ้านายคงไม่ปลื้มแน่
แต่ยังไงก็เถอะ ในใจฉันก็มีบางสิ่งติดค้างอยู่
ค้นหากล่องซักกล่องที่ซุกซ่อนอยู่ใต้โต๊ะ
บางทีฉันอาจจะเจอเทปซักม้วนนึงก็ได้

a song for
someone who needs somewhere
to long for
เพลงที่เขียนขึ้น
เพื่อใครสักคนที่ต้องการที่ไหนสักแห่ง
ที่จะเป็นบ้าน

homesick
cause I no longer know
what home is
คิดถึงบ้าน
แม้ฉันจะไม่รู้แล้วล่ะว่า
..บ้านอยู่ที่ไหน

เนื้อเพลงไม่ได้แปลตรงตามนั้นเท่าไร
แปลเพื่อเก็บความ และบางอันก็เป็นสำนวน
เช่น to burned all the bridges ไม่ได้แปลว่าจะไปเผาสะพานใคร
แต่มันคือเดินไปข้างหน้าแบบไม่หวนย้อนกลับไรงั้น

เสียงกีตาร์รำไรๆด้วยแสงแดดอ่อนๆ นอนใต้ร่มไม้แล้วฟังเพลงนี้
อีกอย่าง เพลงของพวกเขาผมเรียกของผมเองว่า Drawing Music
คือฟังไปวาดรูปไปได้ลงตัวมากๆ นอกจากเพราะแล้วยังมีฟังก์ชั่นอีก
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: VeryHappy เมื่อ 24 มี.ค. 2010, 23:10 น.
ทันกระแสมากๆพี่เก้อ  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 25 มี.ค. 2010, 09:57 น.
เนื้อเพลง + ไป น่าเสียดายไม่ได้มีโอกาสไปดู

เมื่อก่อนเคยแค่รู้จักผ่านๆเฉยๆ กับ King of convenience
แต่พอเก้อมาบิลท์ เลยหามาฟังทั้งเซ็ท

กลายเป็นติดงอมแงม ไว้เดี๋ยวจะ + อีก ค่้าแนะนำ ถ้าไม่ลืมซะก่อนนะ  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 29 เม.ย. 2010, 14:24 น.
Lyrics This Could Be Anywhere in the World
Alexisonfire

this town is his cause burying my neck
this air it takes off, without rushing, without haste

the streets are in distress,
the sun suffocates behind darkened skies
the grass is growing under my feet
i'm thinking it wont be long before you get

the line-up seems endless,
underneath the salvation sign
we are the dead ones, we are the lost cause
we are the people who will not blame ourselves from this cause

the city, the city is haunted, by ghosts (ghosts) from broken homes (homes)
because this city, this city is haunted. theres no hope. (hope) left for these souls (souls)

every step i take, i leave a small piece of myself behind soon there will be nothing left

the cracks in the pavement, match the cracks in their weathered skin,
the skies a brick wall, the clouds a juggernaut
each day as we know
I stare in amazement, I cant believe this is where I live
every breath i take, i feel my lungs fail

the city, the city is haunted, by ghosts (ghosts) from broken homes (homes)
because this city, this city is haunted. theres no hope. (hope) left for these souls (souls)

Our steps seal fate
Our steps seal fate
(this is our celebration
come join the lost souls) [x2]

the city, the city is haunted
walk with us

the city, the city is haunted, by ghosts (ghosts) from broken homes (homes)
because this city, this city is haunted. theres no hope. (hope) left for these souls (souls)

// แปะว่าก่อนเดี๋ยวมาแกะ :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 30 เม.ย. 2010, 15:28 น.
วันนี้อารมณ์ย้อนยุคมาก (ย้อนไปยุคที่ตัวเองยังแบเบาะ)
กลับไปหาพวกบริทป๊อบรุ่นลุงๆ น้าๆ สมัยที่แนวนี้ยังรุ่งเรืองกระหึ่มโลกมาฟัง
พวก Kula Shaker, Mansun, Echo and the Bunnymen อะไรเทือกนี้
แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าวงรุ่นท๊อปๆวงหนึ่งของวงการอย่าง Pulp ได้มีเพลงรักที่แสนหวานอย่างเพลงนี้อยู่บนโลกด้วย

Pulp - Something Changed (http://www.youtube.com/watch?v=EFSdf_VeYG0#)

Something Changed

I wrote the song two hours before we met.
I didn't know your name or what you looked like yet.
Oh I could have stayed at home and gone to bed.
I could have gone to see a film instead.
You might have changed your mind and seen your friends.
Life could have been very different but then,
something changed.
Do you believe that there's someone up above?
Does he have a timetable directing acts of love?
Why did I write this song on that one day?
Why did you touch my hand and softly say.
Stop asking questions that don't matter anyway.
Just give us a kiss to celebrate here today.
Something changed.
When we woke up that morning we had no way of knowing,
that in a matter of hours we'd change the way we were going.
Where would I be now if we'd never met?
Would I be singing this song to someone else instead?
I dunno but like you said
something changed.


ก่อนที่ฉันจะเจอเธอสองชั่วโมง
ฉันแต่งเพลงรักเพลงนึงขึ้นมา
ฉันไม่รู้หรอกว่าเธอชื่ออะไร หรือหน้าตาเป็นยังไง

ฉันอาจจะนั่งอยู่บ้าน นอนเล่น
หรืออาจจะไปดูหนังก็ได้
ส่วนเธอ
เธออาจจะเปลี่ยนใจ ไปหาเพื่อนๆของเธอ
ชีวิตอาจจะดูแตกต่างออกไป

แต่มีอะไรบางอย่างเปลี่ยนมัน

เธอเชื่อมั้ย? ว่ามีใครบางคนข้างบนนั้น
คอยกำกับบทละครในตอนแห่งความรักให้คนทุกคนบนโลก
ทำไมฉันต้องเขียนเพลงนี้ขึ้นมาในวันนั้นด้วย?
ทำไมเธอถึงจับมือฉันและพูดเบาๆ
ว่าหยุดถามเถอะที่รัก มันไม่สำคัญอะไรแล้ว
ยังไงเราก็ได้อยู่ด้วยกัน มาจูบฉลองกันเถอะ

ฉลองให้อะไรบางอย่างที่เปลี่ยนชีวิตเรา

เมื่อเราตื่นมาในตอนเช้า เราก็ไม่อยากรู้แล้ว
ว่าถ้าเราสองคนเปลี่ยนใจไปทำสิ่งอื่นในชั่วโมงนั้นที่เราพบกัน
เราจะเป็นยังไง
ฉันจะอยู่ที่ไหนกันนะ ถ้าฉันไม่ได้มาเจอเธอ
ฉันจะได้ร้องเพลงนี้ให้กับคนอื่นแทนเหรอ?
ฉันไม่รู้หรอก แต่เธอก็บอกฉันเสมอ

ว่าอะไรบางอย่างเปลี่ยนเรา

-----------

ตอนแรกจะแปล Something Changed เป็น "พรหมลิขิต" ล่ะ
แต่ไปๆมาๆ Something Changed มันคือคำพูดของแฟนสาว
ที่บอกให้กับแฟนหนุ่มที่มักจะถามเรื่องราวของพรหมลิขิตในทุกครั้ง

รู้สึกเพลงนี้มันงามมากเลยล่ะ ทั้งในภาคดนตรี และภาคเนื้อร้อง
แต่แปลแบบเร่งด่วน เลยออกมาไม่ค่อยงามเลย :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 01 พ.ค. 2010, 00:34 น.
ไม่ยอมบอกว่าจะแปลเพลงนี้
คือว่า ฟังเมื่อกี้แล้วน้ำตาไหล
เพลงในตำนานของความไพเราะของผมมาก
ไม่ได้ฟังมานานมากแล้ว มันต้องนุ่มนวลเพ้อกว่านี้หน่อย
ภาษาของพี่แจ๋รวิส ที่ผมจินตนาการในภาษาไทยน่าจะประมาณนี้

เอาใหม่ๆ

Pulp - Something Changed (http://www.youtube.com/watch?v=Skdjcv9Pbwo#)

Something Changed

I wrote the song two hours before we met.
I didn't know your name or what you looked like yet.
Oh I could have stayed at home and gone to bed.
I could have gone to see a film instead.
You might have changed your mind and seen your friends.
Life could have been very different but then,
something changed.

ผมนั่งเขียนเพลงนี้ 2 ชั่วโมงก่อนเราจะพบกัน
ผมยังไม่รู้หรอกว่าคุณคือใคร และหน้าตาเป็นแบบไหน
จริงๆวันนี้ผมน่าจะนอนอยู่บ้านเฉยๆไม่ไปไหน
หรือไม่งั้นผมก็น่าจะไปดูหนัง แทนที่จะมานั่งอยู่ตรงนี้
แล้วคุณล่ะ คุณน่าจะเปลี่ยนใจแล้วไปกับเพื่อน
ถ้าเป็นแบบนั้นนะ ชีวิตของเราทั้งคู่ก็คงต่างไปจากนี้มากเลยล่ะ
และนี่ไง ...พรหมลิขิต

Do you believe that there's someone up above?
Does he have a timetable directing acts of love?
Why did I write this song on that one day?
Why did you touch my hand and softly say.
Stop asking questions that don't matter anyway.
Just give us a kiss to celebrate here today.
Something changed.

คุณเชื่อหรือเปล่าว่า ข้างบนนั้นน่ะมีใครบางคน?
คุณเชื่อไหม? พวกเขาน่ะคอยจัดตารางเวลา และกำกับละครรักของผู้คน
ก็ดูสิ เหตุใดถึงต้องเป็นวันนี้เท่านั้นด้วย ที่ผมมานั่งเขียนเพลงๆนี้
แล้วเหตุใดเล่า คุณถึงได้สัมผัสแผ่วเบาที่มือผมแล้วบอกว่า...
"หยุดถามได้แล้ว...ไม่ว่าอะไรก็ไม่สำคัญแล้ว
แค่เพียงจุมพิตฉันตรงนี้ แล้วยินดีกับคืนวันเถอะ"

When we woke up that morning we had no way of knowing,
that in a matter of hours we'd change the way we were going.
Where would I be now if we'd never met?
Would I be singing this song to someone else instead?
I dunno but like you said
something changed.

เมื่อเราลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันนั้น เราไม่มีทางรู้หรอกว่า
ถ้าหากเราเพียงแต่เปลี่ยนการกระทำของเราเพียงนิดเดียว มันจะเปลี่ยนอะไรในชีวิตเราไปแค่ไหน
ผมนี่ไง ชีวิตผมจะเป็นยังไงถ้าเราไม่ได้พบกัน
ผมอาจจะแต่งเพลงๆนี้ และร้องมันให้กับใครคนอื่นที่ไม่ใช่คุณก็ได้
ไม่รู้สิ ก็เหมือนที่คุณว่าไง
...พรหมลิขิต


แต่บอกว่าบริทป็อปรุ่นลุงๆน้าๆนี่ ไม่ใช่ล่ะครับ
มันไม่ได้นานขนาดนั้น :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 11 มิ.ย. 2010, 21:33 น.
รับบรรยากาศฟุตบอลโลก
เพลงฟุตบอลโลกปีนี้ น่าจะเป็นหนึ่งในปีที่ทรงความหมายมาก
เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรก ที่งานกีฬาถูกจัดขึ้นในประเทศที่มีความหมายต่อมนุษยชาติ
ในแง่ที่ว่า มันคือประเทศที่ทำให้ความหมายของคำว่าเท่าเทียมของมนุษย์
เกิดขึ้นมาได้จริง ด้วยการต่อสู้ในแบบอหิงสา
เป็นประเทศที่ผู้นำอหิงสาของโลก เริ่มหนทางนี้ คือทั้งคานธีวัยหนุ่มที่มาใช้ชีวิตที่นี่
และเริ่มการประท้วงแบบ สัตยาเคราะห์ หรืออหิงสาที่แอฟริกาใต้นี่เอง
เพื่อเรียกร้องความเท่าเทียมแรงงานชาวอินเดียในแอฟริกา
และแน่นอน นโยบาย Aparthied แบ่งแยกสีผิว ที่แมนเดลล่าและชาวแอฟริกาใต้ต่อสู้
จนความเท่าเทียมมาสู่โลก

และเพลงบอลโลกก็ทำให้ข้อความนั้นชัดเจน กลายเป็นมากกว่าเพลงกีฬา
จริงๆเวอร์ชั่นที่ใช้ในบอลโลก ก็ตัดทอนอะไรไปมาก แต่ก็ยังมีข้อความแบบนั้นอยู่
แต่เวอร์ชั่นดั้งเดิมนี่ บอกเล่าชัดเจน

Wavin' Flag โดย K'naan

k'naan waving flag world cup concert kick off with Good quality :) (http://www.youtube.com/watch?v=FlJv-Gmkxpk#)

Give you freedom, give you fire,
give you reason, take you higher

See the champions, take the field now,
you define us, make us feel proud


ให้อิสรภาพแก่เราสิ ให้พลังแก่เรา
ให้เหตุผลแก่เรา แล้วเราจะโบยบินให้ดู
ดูผู้ชนะเหล่านั้นสิ ครองสนามอยู่
ก็พวกเขานั่นแหละ ที่ทำให้เราดำรงอยู่

Singin forever young,
singin songs underneath that sun

Lets rejoice in the beautiful game

And together at the end of the day.


เราจะคงอยู่เป็นหนุ่มสาวตลอดไป
ตะโกนก้องร้องเพลงนี้ใต้ดวงตะวัน
ร่วมกันแข่งขันในเกมที่งดงาม
แล้วกลับมารวมกันใหม่เมื่อจบวันลง

Give you freedom, give you fire,
give you reason, take you higher

See the champions, take the field now,
you define us, make us feel proud

In the streets are, exaliftin,
every loser in ambition

Celebration, its around us,
every nations, all around us



ให้อิสรภาพฉันสิ ให้พลังแก่เรา ให้เหตุผล
แล้วเราจะโบยบินให้ดู ดูผู้ชนะเหล่านั้นสื
พวกเขาครองสนามอยู่ และพวกเขานั่นแหละ
ที่ทำให้มีเรา ในท้องถนน ผู้คนโห่ร้อง และผู้แพ้
ก็ยังเปี่ยมด้วยแรงปราถนา
การฉลองชัย ดังกระหึ่ม ทุกๆชาติ โลกทั้งใบ

ทีนี้มีเนื้อเพลงที่ไม่ได้อยู่ในเวอร์ชั่นบอลโลก
แต่เป็นเนื้อเพลงเวอร์ชั่นดั้งเดิมของเพลงนี้
ประมาณว่าถอดร่างบ็อบ มาร์เลย์มาเขียน
นี่คือเพลงที่ควักจิตใจคนดำมาเขียนโดยแท้เลยครับ

When I get older, I will be stronger

They'll call me freedom, just like a Waving Flag
When I get older, I will be stronger

They'll call me freedom, just like a Waving Flag

And then it goes back, and then it goes back

And then it goes back

เมื่อฉันโตขึ้น ฉันจะเข้มแข็งกว่านี้
พวกเขาจะเรียกฉันว่าเสรีภาพ อิสระดั่งธงที่พัดโบก
เมื่อฉันโตขึ้น ฉันจะเข้มแข็งกว่านี้
พวกเขาจะเรียกฉันว่าเสรีภาพ อิสระดั่งธงที่พัดโบก
แล้วมันก็กลับเป็นเหมือนเดิม เหมือนเดิม เหมือนเดิม ทุกทีไป


Born to a throne, stronger than Rome

But Violent prone, poor people zone

But it's my home, all I have known

Where I got grown, streets we would roam

But out of the darkness, I came the farthest

Among the hardest survival

Learn from these streets, it can be bleak

Except no defeat, surrender retreat
So we struggling, fighting to eat and

We wondering when we'll be free

So we patiently wait, for that fateful day

It's not far away, so for now we say

เราถือกำเนิดเพื่อครองบัลลัง แกร่งยิ่งกว่ากรุงโรม
แต่ความรุนแรงกลับทำลายทุกอย่าง ต้องทนอยู่ในเขตคนจน
แต่นั่นล่ะ บ้านของฉัน ทุกๆอย่างที่ฉันรู้จัก
ที่ซึ่งฉันเติบโต ข้างถนนที่ฉันซุกหัวนอน
พ้นไปจากความมืดนี้ ฉันจะไปให้ไกลที่สุด
แม้ต้องสู้ทนต่อชีวิตข้นแค้นแค่ไหน
เรียนรู้จากข้างถนน มันอาจจะดูไร้หนทาง
แต่จงอย่าหมายว่าฉันจะยอมจำนน

ฉันจึงต้องดิ้นรน สู้เพื่อให้ท้องอิ่ม
ขณะที่ใจยังฝัน เมื่อไหร่อิสรภาพจะเป็นของเรา
เราเฝ้ารอด้วยใจร้อนเร่า เมื่อไหร่จะเป็นวันของเราเสียที
มันอยู่อีกไม่ไกลหรอก ตอนนี้เราทำได้เพียงว่า

When I get older, I will be stronger

They'll call me freedom, just like a Waving Flag

And then it goes back, and then it goes back

And then it goes back

เมื่อฉันโตขึ้น ฉันจะเข้มแข็งกว่านี้
พวกเขาจะเรียกฉันว่าเสรีภาพ อิสระดั่งธงที่พัดโบก
เมื่อฉันโตขึ้น ฉันจะเข้มแข็งกว่านี้
พวกเขาจะเรียกฉันว่าเสรีภาพ อิสระดั่งธงที่พัดโบก
แล้วมันก็กลับเป็นเหมือนเดิม เหมือนเดิม เหมือนเดิม ทุกทีไป

So many wars, settling scores

Bringing us promises, leaving us poor
I heard them say, love is the way

Love is the answer, that's what they say,
But look how they treat us, make us believers

We fight their battles, then they deceive us

Try to control us, they couldn't hold us

Cause we just move forward like Buffalo Soldiers
But we struggling, fighting to eat

And we wondering, when we'll be free

So we patiently wait, for that faithful day

It's not far away, but for now we say

สงครามมากมาย ทิ้งไว้ซึ่งตะกอน
พวกเขาให้คำสัญญาแก่เรา แล้วทิ้งเราให้ข้นแค้น
พวกเขาว่า รักเท่านั้นคือหนทาง
รักคือคำตอบ นั่นล่ะที่ฉันได้ยิน
แต่ดูสิว่า พวกเขาทำกับเรายังไง ทำให้เราศรัทธา
ให้เราต่อสู้แทนในสงครามของพวกเขา แล้วก็ลวงหลอกเรา
ควบคุมเรา ผลักไสส่งเราไป
สู้ทนในสงครามอย่างทหารเลว

แต่เราก็ต้องดิ้นรน สู้เพื่อให้ท้องอิ่ม
ขณะที่ใจยังฝัน เมื่อไหร่อิสรภาพจะเป็นของเรา
เราเฝ้ารอด้วยใจร้อนเร่า เมื่อไหร่จะเป็นวันของเราเสียที
มันอยู่อีกไม่ไกลหรอก ตอนนี้เราทำได้เพียงว่า

When I get older, I will be stronger

They'll call me freedom, just like a Waving Flag

And then it goes back, and then it goes back

And then it goes back

เมื่อฉันโตขึ้น ฉันจะเข้มแข็งกว่านี้
พวกเขาจะเรียกฉันว่าเสรีภาพ อิสระดั่งธงที่พัดโบก
เมื่อฉันโตขึ้น ฉันจะเข้มแข็งกว่านี้
พวกเขาจะเรียกฉันว่าเสรีภาพ อิสระดั่งธงที่พัดโบก
แล้วมันก็กลับเป็นเหมือนเดิม เหมือนเดิม เหมือนเดิม ทุกทีไป

'Wavin' Flag' by K'naan (Official World Cup Theme Song) on QTV (http://www.youtube.com/watch?v=TxmEd9lcn0k&feature=fvw#ws)

นี่เวอร์ชั่นดั้งเดิมเต็มๆ เล่นอคูสติก

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Rinly เมื่อ 12 มิ.ย. 2010, 21:38 น.
มีใครแปล Whenever I may Roam ของ Metalica หรือยังเอ่ย อยากรู้ว่าแปลว่าอะไร แต่ขี้เกียจแปล  :53:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 12 มิ.ย. 2010, 22:38 น.
มัน Wherever I may roam ไม่ใช่เรอะ  :30:

น่าถอดเหมือนกัน ชุดโปรดซะด้วย  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Rinly เมื่อ 13 มิ.ย. 2010, 09:35 น.
อ้างคำพูดจาก: ร่มไทร = ลุงเป็ด เมื่อ 12 มิ.ย. 2010, 22:38 น.
มัน Wherever I may roam ไม่ใช่เรอะ  :30:

น่าถอดเหมือนกัน ชุดโปรดซะด้วย  :25:


จริงด้วย พิมพ์ผิด  :30:


ถอดเลยค่ะ ลุงเป็ด ถอดเลยยย รอชมๆ  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 13 ส.ค. 2010, 00:05 น.
Les Feuilles Mortes (death leafs)

วันนี้นั่งไล่ฟังเพลงของเอดิท ปิอาฟ
ชอบเพลงนี้มากๆ Les Feuilles Mortes


Les Feuilles Mortes_Yves Montand à l´Olympia (http://www.youtube.com/watch?v=kLlBOmDpn1s&feature=related#)

Edith Piaf - Autumn Leaves (Les Feuilles Mortes) (http://www.youtube.com/watch?v=n2s2tPORlW4&feature=related#)


ความจริงถ้ากดยูทูบอันที่สองเค้าก็มีแปลเป็นปะกิดอะแหละ
แต่นานาชอบเนื้อเพลงภาษา ฝ มากกว่า (เนื้อหาไม่เหมือนกัน)
พยายามจะแปลให้ได้อารมณ์
แต่ไปๆมาๆ เป็นครึงชั่วโมง
สุดท้ายก็แปลมันตรงๆเนี่ยแหละ ไม่สละสลวยนักนะ :05:
ผิดพลาดประการใดขออภัยค่ะ  




*C'est une chanson, qui nous ressemble
Toi tu m'aimais, et je t'aimais
Et nous vivions tout les deux ensemble
Toi qui m'aimais, moi qui t'aimais

นี่คือหนึ่งบทเพลงที่เหมือนกับเราสอง
มีเธอเคยรักฉัน ,มีฉันเคยรักเธอ
เราเคยใ้ช้ชีวิตเพียงสองร่วมกัน
มีเธอที่เคยรักฉัน , มีฉันที่เคยรักเธอ

Mais la vie sépare ceux qui s'aiment
Tout doucement sans faire de bruit
Et la mer efface sur le sable
Le pas des amants désunis

แต่ชีวิตได้แยกรักนั้นออกจากกัน
อย่างนุ่มนวล เงียบชียบ ไร้สุ้มเสียง
และทะเลได้กวาดกลืนผืนทราย
รอยเท้าของคู่รักนั้นแยกจากกัน.


ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: toxin เมื่อ 14 ส.ค. 2010, 10:47 น.
พอดีเจอน้องนานา ในเฟซบุ๊ค เลยได้คุยกับแป๊บนึง นานาบอกว่าพึ่งจะแปลเพลงภาษา ฝรั่งเศสไป
ก็เลยทำให้นึกได้ว่าผมก็เคยแปลเพลงภาษาฝรั่งเศสอยู่เพลงหนึ่ง ... (แต่แปลจากภาษาอังกฤษ) ตามคำร้องขอแกมข่มขู่ของเพื่อนคนหนึ่งครับ

จริงๆ แล้ว เเพลงนี้เป็นเพลงแรก ที่ผมแปลจนจบเพลง ตอนนั้นลืมสัมผัสระหว่างบทเสียสิ้น ...  :30:
(เพลงแรกที่แปลคือเพลง She ซึ่งผมแปลค้างไว้ครึ่งเดียวตั้งแต่ต้น ปี 05 และมีอีกหลายเพลงที่แปลไว้ครึ่งเดียว แล้วขี้เกียจ...  :44:)


เอาเป็นว่า.... ทนฟังเพลงโบราณหน่อยละกันนะครับ ... (อยากรู้จริงๆ ว่ามีใครรู้จักเพลงนี้บ้าง อิอิ)
.
.
.

La Mer. Charles Trénet (http://www.youtube.com/watch?v=fd_nopTFuZA#)

.
.
.

~..ทะเล .. La mer..~

~~~~~~~~~

La mer
Qu'on voit danser le long des golfes clairs
A des reflets d'argent
La mer
Des reflets changeants
Sous la pluie

~~~~~~~~~

ทะเล....
แสนสรวลเสเริงระบำตามอ่าวงาม
ทะเล....
ปานเงินยวงงามระยับวิบวิบวาม
สะท้อนแสงแปรเปลี่ยนตามยามฝนโปรย

~~~~~~~~~

La mer
Au ciel d'ete confond
Ses blancs moutons
Avec les anges si purs
La mer bergere d'azur
Infinie

~~~~~~~~~

ทะเล...
ท้องฟ้าใส ไร้เล่ห์ แห่งคิมหันต์
ปุยเมฆขาวบริสุทธิ์ดุจคนธรรพ์
ชเลโลม ฟ้านิรันดร์ ทุกวันคืน

~~~~~~~~~

Voyez
Pres des etangs
Ces grands roseaux mouilles
Voyez
Ces oiseaux blancs
Et ces maisons rouillees

~~~~~~~~~

มองไป..
ณ ที่ใกล้ลำธารมีลานอ้อ
มอง....
นกสีขาว เจ้าบิน เล่นอ้อล้อ
มีหมู่บ้าน เก่ามอซอ อยู่กลางดง

~~~~~~~~~

La mer
Les a berces
Le long des golfes clairs
Et d'une chanson d'amour
La mer
A berce mon coeur pour la vie

~~~~~~~~~

ทะเล....
ยามหินผากล่อมเห่กระแสสินธุ
ดั่งบทเพลงบรรเลงให้ใจรวยริน
ทนุถนอมยอดชีวินจนสิ้นลม

~~~~~~~~~

~..La mer..~

ทำนอง: Charles Trenet
เนื้อเพลง: Charles Trenet
ขับร้อง: Charles Trenet

~~~~~~~~~

แปลเมื่อ ...01/22/2005 ...

แวะมาทักทายครับ ไปก่อนล่ะครับ  :02:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: toxin เมื่อ 14 ส.ค. 2010, 17:10 น.
พึ่งมีคนมาบอกกล่าวไว้ ...

เพลง Lover's concerto ที่ผมเคยแปลงเป็นไทย แล้วใช้ชื่อว่าคีตศิลป์ของสองเรา
มีคนแปลงมาเป็นภาษาไทยแล้วครับ ตั้งแต่ยุคก่อนโน้นนนนน และขับร้องไพเราะมากมาย แม้เนื้อจะไม่ตรงร้อยเปอร์เซ็นต์
แต่อารมณ์เพลงคงไว้ได้อย่างสุดยอด ไร้คำบรรยายครับ

ชื่อเพลงฟ้าหลังฝน ของวงพิงแพนเตอร์


ไม่รู้ว่ามีใครเคยได้ยินมาก่อนหรือเปล่า เพราะผมเกิดไม่ทัน ...  :41: (แต่แอบสงสัยว่าลุงอ๋าห์กับลุงโอ๋น่าจะทัน  :21:)

แวะมาฝากครับ

ฟ้าหลังฝน - พิงค์แพนเตอร์ (http://www.youtube.com/watch?v=I3ExPCRzWkU#)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 14 ส.ค. 2010, 21:05 น.
Somewhere beyond the sea :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 22 ก.พ. 2011, 02:44 น.
ขุดข้ามปี  :07:


อยากแปลเพลงนี้ ถึงแม้มันจะยากและอาจจะผิดเพียบก็เหอะ
แต่เพลงเพราะจัง และความหมายก็สวยงาม (ถ้าแปลไม่ผิดน่ะนะ)  :25:


Put Your Records on : Corinne Bailey Rae


Corinne Bailey Rae - Put Your Records On (http://www.youtube.com/watch?v=wkEeNpWMvgk#)

Three little birds, sat on my window.
And they told me I don't need to worry.
Summer came like cinnamon
So sweet,
Little girls double-dutch on the concrete.

Maybe sometimes, we got it wrong, but it's alright
The more things seem to change, the more they stay the same
Oh, don't you hesitate.

Go, put your records on, tell me your favourite song
You go ahead, let your hair down
Sapphire and faded jeans, I hope you get your dreams,
Just go ahead, let your hair down.

You're gonna find yourself somewhere, somehow.

Blue as the sky, sombre and lonely,
Sipping tea in the bar by the road side,
(just relax, just relax)
Don't you let those other boys fool you,
Gotta love that afro hairdo.

Maybe sometimes, we feel afraid, but it's alright
The more you stay the same, the more they seem to change.
Don't you think it's strange?

Go, put your records on, tell me your favourite song
You go ahead, let your hair down
Sapphire and faded jeans, I hope you get your dreams,
Just go ahead, let your hair down.

You're gonna find yourself somewhere, somehow.

Just more than I could take, pity for pity's sake
Some nights kept me awake, I thought that I was stronger
When you gonna realise, that you don't even have to try any longer.
Do what you want to.

Go, put your records on, tell me your favourite song
You go ahead, let your hair down
Sapphire and faded jeans, I hope you get your dreams,
Just go ahead, let your hair down.

Go, put your records on, tell me your favourite song
You go ahead, let your hair down
Sapphire and faded jeans, I hope you get your dreams,
Just go ahead, let your hair down.

Oh, You're gonna find yourself somewhere, somehow


นกน้อยๆ สามตัวเกาะที่หน้าต่างห้องฉัน
มันบอกกับฉันอย่าได้กังวลใจ
ฤดูร้อนนั้นผ่านเข้ามาแสนหวานเหมือนกลิ่นหอมของซินนามอน
ที่เด็กน้อยๆ ต่างออกมาเล่นโดดหนังยางกันนอกบ้าน

บางที บางครั้ง เราทำพลาดไปบ้าง แต่ก็ไม่เป็นไร
ยิ่งอะไรๆ ดูเปลี่ยนแปลงมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งคงเดิมมากเท่านั้น
เธอจ๋า อย่าได้ลังเลไปเลย

เอ้า เปิดเครื่องเล่นเพลง แล้วบอกชื่อเพลงโปรดของเธอมาสิ
แล้วลุยเลย ทำตัวให้ซุกซนเริงร่า
จะไพลิน หรือยีนส์ซีดๆ ฉันหวังว่าฝันของเธอจะเป็นจริงเข้าจนได้
ลุยไปเหอะ ทำตัวซนๆ ตามสบาย

เธอจะเจอตัวตนที่แท้เข้าสักวัน ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม


เศร้าๆ หงอยๆ เหมือนท้องฟ้าที่มัวซัวและเดียวดาย
นั่งจิบชาในร้านน้อยริมถนน
(ผ่อนคลายนะ ผ่อนคลายหน่อย)
อย่าให้พวกหนุ่มๆ พวกนั้นมาหลอกเอาล่ะ
(ตรงนี้แปลไม่ถูกจริงๆ เหมือนเป็นคำเปรียบเปรยเลยค่ะ คล้ายๆ ให้ชอบที่เป็นตัวตนของเรา อะไรประมาณนี้รึเปล่า)



บางครั้ง บางที เราเกิดกลัวขึ้นมา แต่ก็ไม่เป็นไรนะ
ยิ่งเธอเป็นเช่นเดิมมากเท่าไหร่ สิ่งต่างๆ ยิ่งดูเปลี่ยนแปลง
เธอว่ามันแปลกไหมล่ะ


(ประโยคนี้แปลไม่ได้อีก ใครก็ได้ช่วยที)
มีบางคืนที่ทำเอาฉันนอนไม่หลับ ฉันนึกว่าฉันจะแข็งแกร่งกว่านี้ซะอีก
เมื่อเธอต้องการจะรู้ให้แน่ใจว่าเธอไม่ต้องพยายามอีกต่อไปแล้ว
อยากทำอะไรก็ทำไปเหอะ


เอ้า เปิดเครื่องเล่นเพลง แล้วบอกชื่อเพลงโปรดของเธอมาสิ
แล้วลุยเลย ทำตัวให้ซุกซนเริงร่า
จะไพลิน หรือยีนส์ซีดๆ ฉันหวังว่าฝันของเธอจะเป็นจริงเข้าจนได้
ลุยไปเหอะ ทำตัวซนๆ ตามสบาย

เธอจะเจอตัวตนที่แท้เข้าสักวัน ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม



// คำที่เปิดกูเกิ้ล และสมมติเอาเองว่าเข้าใจถูกแล้ว
let your hair down - ไม่ทำตัวเรียบร้อยอยู่ในกฎ เปรียบเทียบกับการไม่มัดผมให้เรียบร้อย


อายอะ แปลบ้านๆ มีข้ามไปด้วย ๒ ประโยค  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 22 ก.พ. 2011, 08:46 น.
วู้ว พี่แอ้ขุดซะแล้ว วันก่อนมาเปิดๆอยู่เหมือนกันว่าจะขุด  :30:

ชอบเพลงมากเลยครับ  :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 22 ก.พ. 2011, 11:56 น.
มะ มาถอดเพลงกันต่อเต๊อะ  :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: นิ้ง เมื่อ 22 ก.พ. 2011, 18:05 น.
ลองถอดดูบ้างค่ะ :40:
ไม่เคยถอดเพลงเลย นึกภาษาไทยยากมาก
แปลไม่ค่อยตรงเท่าไหร่ พยายามเน้นที่ความหมายมากกว่า

เลือกเพลงนี้เพราะเป็น 1 ในเพลงโปรด
และคิดว่าคนน่าจะไม่ค่อยรู้จัก

Darius Rucker - This (http://www.youtube.com/watch?v=99QDBLX9JQI#)

This- Darius Rucker

Got a baby girl sleepin' in my bedroom
And her momma laughing in my arms
There's the sound of rain on the rooftop
And the game's about to start

I don't really know how I got here
But I'm so glad that I did
And it's crazy to think that one little thing
Could have changed all of it

Maybe it didn't turn out like I planned
Maybe thats why I'm such, such a lucky man

For every stoplight I didn't make
Every chance I did or I didn't take
All the nights I went too far
All the girls that broke my heart
All the doors that I had to close
All the things I knew but I didn't know
Thank God for all I missed
Cause it led me here to this

Like the girl that I loved in high school
Who said she could do better
Or the college I wanted to go to
Till I got that letter

All the fights and the tears and the heartache
I thought I'd never get through
And the moment I almost gave up
All led me here to you

I didn't understand it way back when
But sittin' here right now
It all makes perfect sense

Every stoplight I didnt make
Every chance I did or I didnt take
All the nights I went too far
All the girls that broke my heart
All the doors that I had to close
All the things I knew but I didn't know
Thank god for all I missed
Cause it led me here to this

Oh I cried when my momma passed away
And now I got an angel
Looking out for me today
So nothing's a mistake

Every stoplight I didn't make
Every chance I did or I didn't take
All the nights I went too far
All the girls that broke my heart
All the doors that I had to close
Everything I knew but I didn't know
Thank God for all I missed
Cause it led me here to this

Led me here to this

....


เจ้าตัวน้อยกำลังหลับใหล
แม่ของเธอหลับตาพริ้มใต้อ้อมแขน
เสียงหยาดฝนหล่นโรยตามหลังคา
ถึงเวลาเริ่มวันใหม่อีกครา

เกินคาดเดาเหตุใดฉันจึงได้อยู่ตรงนี้
แต่ฉันยินดีเหลือเกินที่เป็นอยู่
มันช่างบ้าสิ้นดี หากคิดย้อนไป
เพียงบางสิ่งที่ต่าง อาจเปลี่ยนทางทั้งหมดตอนนี้ก็ได้

แม้ว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ฉันเคยวาดฝัน
แต่นั่นแหละ ที่ทำให้คิดว่าฉันโคตรโชคดี

เพราะทุกการรอคอยที่ฉันไม่เคยทำ
ทุกโอกาสที่ฉันรับหรือปล่อยไป
ทุกค่ำคืนที่ฉันออกเดินทาง
ทุกความรักที่แตกสลาย
ทุกเส้นทางที่ฉันเลือกเดินจาก
ทุกๆสิ่งที่ฉันรู้แต่เลือนหาย
ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่ฉันพลาดไป
ที่นำทางชีวิตฉันมายืนตรงจุดนี้

เช่นเดียวกับหญิงที่รักสมัยเรียน
เธอเพียรบอกว่าเธอควรได้ดีกว่านี้
หรือแม้แต่มหาวิทยาลัยที่ฉันฝันใฝ่
จนได้รับจดหมายฉบับนั้น
(น่าจะหมายถึงมหาวิทยาลัยอีกที่นึงรึเปล่า?)

ทุกการต่อสู้บนคราบน้ำตาแห่งความเจ็บปวด
ที่ฉันไม่เคยคิดว่าจะผ่านพ้นมาได้
ช่วงเวลาเหล่านั้นที่ฉันแทบสิ้นหวัง
นำฉันมาพบกับเธอ

ฉันไม่รู้จะหวนคิดอย่างไร
ที่ฉันทำก็เพียงแค่นั่งมองมันจากตรงนี้
นี่คือที่ๆดีที่สุดสำหรับฉัน

เพราะทุกการรอคอยที่ฉันไม่เคยทำ
ทุกโอกาสที่ฉันรับหรือปล่อยไป
ทุกค่ำคืนที่ฉันออกเดินทาง
ทุกความรักที่แตกสลาย
ทุกเส้นทางที่ฉันเลือกเดินจาก
ทุกๆสิ่งที่ฉันรู้แต่เลือนหาย
ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่ฉันพลาดไป
ที่นำทางชีวิตฉันมายืนตรงจุดนี้

ฉันคร่ำครวญแทบเป็นแทบตายเมื่อยามแม่จากไป
แต่ตอนนี้ฉันมีนางฟ้าประจำกาย
คอยทอดสายตาลงมาที่ฉัน
ทำให้ฉันรู้ว่า...
ไม่มีสิ่งใดผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว

เพราะทุกการรอคอยที่ฉันไม่เคยทำ
ทุกโอกาสที่ฉันรับหรือปล่อยไป
ทุกค่ำคืนที่ฉันออกเดินทาง
ทุกความรักที่แตกสลาย
ทุกเส้นทางที่ฉันเลือกเดินจาก
ทุกๆสิ่งที่ฉันรู้แต่เลือนหาย
ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่ฉันพลาดไป
ที่นำทางชีวิตฉันมายืนตรงจุดนี้

พาฉันมาที่ตรงนี้...





ประมาณนี้พอไหวมั้ยคะ รู้สึกแปลไม่ดีเลย :05:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 22 ก.พ. 2011, 18:43 น.
อ้างอิงBlue as the sky, sombre and lonely,
Sipping tea in the bar by the road side,
(just relax, just relax)
Don't you let those other boys fool you,
Gotta love that afro hairdo.

เศร้าๆ หงอยๆ เหมือนท้องฟ้าที่มัวซัวและเดียวดาย
นั่งจิบชาในร้านน้อยริมถนน
(ผ่อนคลายนะ ผ่อนคลายหน่อย)
อย่าให้พวกหนุ่มๆ พวกนั้นมาหลอกเอาล่ะ
(ตรงนี้แปลไม่ถูกจริงๆ เหมือนเป็นคำเปรียบเปรยเลยค่ะ คล้ายๆ ให้ชอบที่เป็นตัวตนของเรา อะไรประมาณนี้รึเปล่า)

ท่อนนี้ Gotta love that afro hairdo. จริงแล้วมันเป็นเนื้อเพลงประเภท
เอาคำที่มีความหมายหรือให้ความรู้สึกบางอย่างมาใส่ โดยไม่จงใจให้ความหมายชัดเจนอะไร
คือแม้แต่ในภาษาอังกฤษเอง ฝรั่งก็คงคิดหาความหมายกับท่อนนี้ต่างกันไป
เหมือนเนื้อเพลงไทยบางเพลง ที่บางทีเราก็ไม่รู้ความหมายชัด
ถ้าเจอท่อนทำนองนี้ผมก็จะเขียนตามที่เข้าใจไปเลย ถึงได้เรียกว่าถอดความ
ส่วนความหมายที่ผมเข้าใจ ก็เหมือนพี่แอ้เลยครับ คือเป็นตัวของตัวเอง
คือผู้หญิงฝรั่ง(โดยเฉพาะผิวสี)ส่วนมากไม่ชอบผมแอฟโฟรยุ่งๆ
แต่ถ้ามันคือธรรมชาติของตัวเอง ก็อย่าไปสน Don't you let those other boys fool you
ยังไงเราคือเรา อย่าไปคิดมาก มันก็น่ารักดี that afro hairdo. ประมาณนี้ล่ะครับ


อ้างอิง
Just more than I could take, pity for pity's sake
Some nights kept me awake, I thought that I was stronger
When you gonna realise, that you don't even have to try any longer.
Do what you want to.

(ประโยคนี้แปลไม่ได้อีก ใครก็ได้ช่วยที)
มีบางคืนที่ทำเอาฉันนอนไม่หลับ ฉันนึกว่าฉันจะแข็งแกร่งกว่านี้ซะอีก
เมื่อเธอต้องการจะรู้ให้แน่ใจว่าเธอไม่ต้องพยายามอีกต่อไปแล้ว
อยากทำอะไรก็ทำไปเหอะ

Just more than I could take, pity for pity's sake
For pity's sake คือเห็นใจกันบ้างเถอะ แต่อันนี้เล่นคำ
เห็นใจ ด้วยความเห็นใจกันบ้างเถิด แต่รวมๆแล้วทั้งประโยคเค้าคงหมายถึง
- บางทีมันก็เกินจะต้านทาน เห็นใจกันบ้างสิ – เท่านี้ล่ะครับ

นอกนั้นผมว่าพี่แอ้เก็บความได้ครบ :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 04 มี.ค. 2011, 13:17 น.
ขอบคุณครับเก้อ มันเจ๋งมาก
เดี๋ยวเอาเพลงอื่นมาแปลอีก  :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 01 มี.ค. 2012, 06:44 น.
พอดีเห็นเก้อถอดเพลงไว้ในเฟซ ฉลองวันที่ 29 กุมภา 2555
เป็นวันเดียวกันกับที่ อ วรเจตน์โดนต่อยแว่นแตก
ไม่รู้ว่านี่จะถือเป็นวันหมัดลั่นหรือเปล่า(สมัยก่อนคงเป็นวันเสียงปืนแตก)
ที่เป็นจุดเริ่มต้น ที่จะพาเราไปสู่อะไรก็คงรู้กัน

แต่เพลงนี้มีเนื้อหาดี เลยถือวิสาสะ ขออนุญาตเอามาแปะไว้ในนี้  :46:

http://www.youtube.com/watch?v=zJIOCPjTuJE# (http://www.youtube.com/watch?v=zJIOCPjTuJE#)

อ้างคำพูดจาก: เก้อ


The Outsiders / คนนอก โดยคณะ R.E.M.
ถอดความสำหรับวันที่ 29 มีนาคม 2555
มอบเพลงนี้สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้
-------------------------------

เธอพาฉันไปที่ร้านที่เราเจอกันครั้งแรก
เธอทุ่มโถมเข้ามากร่อนทลายสิ่งที่ฉันเคยเชื่อ
ฉันได้แต่นิ่ง และมีเพียงเสียง ติ๊ก ต็อก ติ๊ก ต็อก
เมื่อเธอบอกกับฉันในสิ่งที่เธอรู้

ฉันหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
ณ วันที่ดนตรีเงียบเสียง
แล้วเราก็กลับจำเธอได้!

เขี่ยนิ้วเขียนลวดลายลงบนผ้าคลุมโต๊ะ
และสัญญาเอาไว่ในใจว่าทุกสิ่งจะเปลี่ยนแปลง
ทั้งหมดนี้จะนำเราไปสู่อะไรฉันไม่รู้ - แต่ฉันกลัวพายุข้างนอกนั่น
คนนอกเริ่มมารวมตัวกัน - วันใหม่ถือกำเนิด!

ฉันพยายามจะบอกเธอว่า ฉันไม่กลัวหรอก
แต่เธอมองขึ้นมา จ้องใบหน้าที่หวาดหวั่นของฉัน
ฉันอยู่ข้างเธอ - หรือฉันต่อต้าน?
ฉันไม่คิดว่ามันจะง่ายอย่างนั้นนะ - เราต่างก็ไม่รู้

เอาล่ะ ฉันพยายามที่จะจดจำ
ความรู้สึกเมื่อวันที่ดนตรีหยุดนิ่ง
วันที่เธอบอกฉันในสิ่งที่เธอรู้

วันนั้น ฉันหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
ณ วันที่ดนตรีเงียบเสียง
แล้วเราก็กลับจำเธอได้
ใครบางคนเดินหนีออกไป

ในขณะที่เสียงตวาดก้องสั่งกักขัง
วันวานแห่งการผลักไสผ่านมานานเท่าไหร่แล้ว
แล้วใครบอกนะ ว่าการเปลี่ยนแปลงกำลังจะมาถึง?
ใครกำลังพูดถึงสิ่งที่เราเรียกว่าบ้าน?
ฉันรู้ว่าเธอมองเห็นมันในแววตาฉัน-ดวงตะวันเริ่มหม่นแสงแล้ว
เมื่อตะวันลับเราจะพบกับคำตอบ-เพราะงั้นฉันไม่กลัวหรอก
ว่ายวนเวียนอยู่ในความนึกคิดเรื่องราวนับล้าน
อะไรคือความจริง ความลวง ความฝัน ทั้งหมดนี้คืออะไรกัน?

สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เวลานั้นได้มาถึงแล้ว
ปลดปล่อยทุกความรู้สึก วิ่งทะยานสู่ท้องทะเล
พวกเขาไม่เคยสอนเรื่องพวกนี้หรอก,
พวกเค้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอหมายความว่าอะไร
พวกเขาไม่เคยเข้าใจ, ไม่เคยคิดจะฟังด้วยซ้ำ
พวกเขากักขังตัวเอง, ฉันอยากจะตะโกน!
อยากจะสูดลมหายใจเข้าให้ลึก ฉันอยากจะฝัน!
ฉันอยากจะมีมันดั่งถ้อยคำมาร์ติน ลูเธอร์ คิง ----

I am not afraid
I am not afraid
I am not afraid

I am not afraid
I am not afraid
I am not afraid
I am not afraid
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 02 มี.ค. 2012, 02:17 น.
โอ้ ขอบคุณครับ ว่าจะเอามาลงอยู่เหมือนกัน :46:

เป็นมหัศจรรย์เพลงมากๆ ทั้งเนื้อเพลง ทำนอง วิธีร้อง หนักเบา
ทำไมเฮียแกเขียนเพลงเก่งยังงี้ก็ไม่รู้ สื่อสารออกมาได้มหัศจรรย์มากเลย
คำแบบ Promising volcanic change of plot ไม่รู้ว่าคิดขึ้นมาได้ไง
(ผมแปลได้แค่ว่า และสัญญาเอาไว่ในใจว่าทุกสิ่งจะเปลี่ยนแปลง)
เอาคำนั้นคำนี้มาสับหว่าง ประโยคธรรมดามาวางข้างกันแล้วกลายเป็นความหมายใหม่

อ้อ เพลงนี้ดั้งเดิมเขียนให้อองซานซูจี จริงๆก็ไม่เชิงว่าเขียนให้แบบนั้น
แต่คือแรงบันดาลใจมาจากข่าวของซูจี และตอนเล่นคอนเสิร์ต ไมเคิล สไตป์ก็เอารูปซูจี
หรือแม้แต่แต่งเวทีด้วยรูปซูจีอยู่บ่อยๆ ก็ขอเอามาวางในบริบททางการเมืองนี้แล้วกัน :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 02 มี.ค. 2012, 02:46 น.
ต่อด้วย REM อีกเพลงละกัน

อ้างอิงเพลงที่สไตป์ตั้งใจจะให้เป็นเพลงที่หวานแหววที่สุดที่เค้าเคยเขียนมา และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
-----------

ฉัน ตั้งใจอัดเสียงอ่านบทกลอนแย่ๆ ลงไปในเทปของเธอ
ฉัน เก็บข้อความที่เธอส่งมา เพียงเพื่ออยากได้ยินเสียงแค่นั้น

เธอ มักจะตั้งใจฟังบทกลอนของฉัน ไม่ว่าท่วงสัมผัสมันจะแปลกเพียงใด
เธอ ชอบพูดชื่อของเธอลงไปในข้อความ ราวกับว่าฉันไม่เคยรู้จักเธอมาก่อน

เธอช่างงดงามเหลือเกิน

ฉันเจอแล้วล่ะ
ฉันเจอวิธี ที่จะทำให้เธอยิ้มได้แล้วล่ะ

ในมุมอันงดงามของฉัน
ฉัน มักแอบนับขนตาของเธอ
ฉัน กระซิบเบาๆ ว่ารักเธอ เวลาที่อยู่ท่ามกลางผู้คน
ฉัน ดูเธอนอน
ฉัน รู้ว่าเธอแอบมอง ทั้งที่ตาปิด และแอบฟัง

ฉันว่าฉันเห็นเธอแอบยิ้มแล้วล่ะ

------------
ประโยค At my most beautiful เป็นประโยคที่ไม่รู้จะถอดความว่ายังไงจริงๆ
เพราะแค่เปลี่ยน my เป็น your บริบทก็ต่างกันแล้ว ในเพลงนี้

เนื้อเพลงต้นฉบับ: ไมเคิ่ล สไตป์
ถอดความเมื่อ 2/2/2012 โดย: กันย์
ให้: ปุ๋ย

แรงลันดาลใจจากอัลบั้ม Pet Sounds ของเดอะบีชบอยส์
สไตป์เลยแต่งเพลงนี้ออกมาง่ายๆ แต่หวานแววและโคตรไพเราะ
:12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 20 ก.ค. 2012, 15:23 น.
ขุดเว้ย  :30:

จริงๆ ช่วงนี้แปลไว้หลายเพลงในเฟสละนะ
เพลงนี้คือ จริงๆ ตอนนี้อารมณ์นี้แหละ


Queen - 'Crazy Little Thing Called Love' (http://www.youtube.com/watch?v=zO6D_BAuYCI#)

แปลตามใจเช่นเคย เกรียนๆ นิด

สิ่งเล็กๆ บ้าๆ ...ที่เรียกว่ารัก
โดย ราชาในนามของราชินี ที่มีป้าเฟรดดี้เป็นนักร้องนำ

ไอ้นี่นะ เรียกว่ารัก ควบคุมอะไรมันไม่ได้เล้ย
ไอ้สิ่งที่เรียกว่ารักเนี่ย คงต้องจัดการอะไรซักอย่าง
โอย ไม่พร้อมเลยให้ตาย
ไอ้สิ่งเล็กๆ บ้าๆ ที่เรียกว่ารักนี่น้อ

ไอ้สิ่งที่เรียกว่ารักเนี่ย
มันโยเยเอาแต่ใจทั้งคืนยังกับเบบี๋ในเปล
มันเหวี่ยง (วู้ วู)
ดุ๊กกะดิ๊ก (วู้ วู)
ยึกกะยักยังกะแมงกะพรุน
ก็ชอบนะ
ไอ้สิ่งเล็กๆ บ้าๆ ที่เรียกว่ารักเนี่ย

เอาเลยแม่สาวน้อย
เธอรู้นี่ว่าจะทำยังไงให้สนุกบรรลัย
เธอทำชั้นคลั่งไคล้
ทำเอาร้อนๆ หนาวๆ ยังกะป่วย
แล้วก็ชิ่งไป ให้ชั้นเป็นคนไข้เหงื่อแตกตัวเย็น

ใจเย็น นิ่งหน่อย เก๋าไว้
อย่าเป๋ออกนอกลู่
ไม่ต้องออกตัวแรง ไม่ต้องรีบ
ค่อยๆ ไปตามที่ไหวดีกว่าน่า
จนกว่าจะพร้อมรับมือ
ไอ้สิ่งเล็กๆ บ้าๆ ที่เรียกว่ารักเนี่ย

โซโล่...

เย่
ใจเย็น นิ่งหน่อย เก๋าไว้
อย่าเป๋ออกนอกลู่
ไม่ต้องออกตัวแรง(อ่าฮะ) ไม่ต้องรีบ(อ่าฮะ)
ค่อยๆ ไปตามที่ไหวดีกว่าน่า
จนกว่าจะพร้อมรับมือ (ให้พร้อมนะเฟรดดี้)
ไอ้สิ่งเล็กๆ บ้าๆ ที่เรียกว่ารักเนี่ย

รักเอ๊ยยย ยังไงก็ควบคุมอะไรมันไม่ได้เล้ย
แต่ยังไงก็ต้องจัดการอะไรซักอย่างแหละน่า
โอย ไม่พร้อมเลยให้ตายสิ

ไอ้สิ่งเล็กๆ บ้าๆ ที่เรียกว่ารักเนี่ย
ไอ้สิ่งเล็กๆ บ้าๆ ที่เรียกว่ารักเนี่ย
ไอ้สิ่งเล็กๆ บ้าๆ ที่เรียกว่ารักเนี่ยเว้ยยยยย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 31 ก.ค. 2012, 18:48 น.
วันนี้นึกถึงเพลงนี้มาก


แด่เด็กแห่งยุคสมัย ในโลกที่คุณต้องเติบโต
มันอาจเป็นคำถามเชยๆ ว่าเรากำลังสร้างโลกแบบไหนให้เด็กของเรา
และ ในทางกลับกัน เรากำลังสร้างเด็กแบบไหนให้โลกของเรากัน
เพลงเพราะๆ ความหมายทรงพลัง ของลุงแมว แปลตามใจเช่นเคย
...

https://www.youtube.com/watch?v=aRfBIGS7ufc (https://www.youtube.com/watch?v=aRfBIGS7ufc)

จะมีที่ไหน ให้เด็กๆ ได้เล่นกัน
ลุงแมว

ผมคิดว่ามันดีนะ ที่จะมาสร้างเครื่องบินจัมโบ้
หรือ จะไปนั่งรถไฟสายอวกาศกัน
เนรมิตฤดูร้อนสดใสจากเครื่องสลอทแมชชีน
ใช่ อยากได้อะไรก็ได้ ถ้าอยากได้ เพราะคุณจะได้ทุกๆ อย่าง

ผมรู้เราเดินกันมาไกล
เราเปลี่ยนแปลงโลกกันไปทุกวัน
แต่บอกผมที จะมีที่ไหน ให้เด็กๆ ได้เล่นกัน

อืม คุณสร้างถนนไปบนหญาเขียวขจี
ไว้ให้รถบรรทุกขนปั๊มน้ำมันไป
แล้วคุณก็ตัดให้มันยาว เสริมโครงให้มันทน
แต่มันก็แค่ทอดยาวไปเรื่อยๆ แล้วเหมือนว่าคุณก็หยุดมันไม่ได้ด้วย

เอ้ย ผมรู้นะ ว่าเราเดินกันมาไกลแล้ว
เราเปลี่ยนแปลงโลกกันไปทุกวัน
แต่บอกผมที จะมีที่ไหน ให้เด็กๆ ได้เล่นกัน หืม

ใช่ คุณได้สร้างตึกสูงขึ้นเสียดฟ้า
แต่คุณจะสร้างมันให้สูงขึ้นไปอีกแค่ไหน
จนกว่ามันจะไม่มีห้องให้อยู่บนนั้นเลยรึ
คุณจะทำให้เราหัวเราะ คุณจะทำให้เราร้องไห้
คุณจะบอกเราว่าจะให้อยู่ หรือคุณจะบอกว่าเมื่อไหร่จะให้เราไปตาย

โว้ย คือผมรู้แล้ว ว่าเราเดินกันมาไกลโคตร
โลกมันได้ถูกเราเปลี่ยนแปลงกันมาตลอด
เออ แต่บอกผมที จะมีที่ไหน ให้เด็กๆ ได้เล่นกัน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ถอดเพลง
โพสต์โดย: แอ้ เมื่อ 01 ส.ค. 2012, 09:45 น.
:like: