แค่สมมุตินะคะ
ถามคนที่ยังไม่มีลูก (มีที่มีแล้วจะตอบก็ได้นะค้าา)
สมมุติว่าตัวเองมีลูก
คุณจะเลี้ยงลูกยังไง แบบว่าจะให้หรือไม่ให้ทำอะไรบ้าง
อย่างอรนะ จะสังเกตุว่าลูกอรชอบทำอะไร เช่น วาดรูป กีฬา ร้องเพลง
ก็จะสนับสนุนให้เต็มที่เลย
แล้วก็เลือก รร.ที่สังคมดีๆ
เพราะได้เพื่อนดี ลูกเราก็จะได้ดีด้วย
จะไม่บังคับให้เรียนจนเก่งเว่อร์ ถ้ามันเกินความสามารถลูก
จะไม่ให้ลูกตัวเอง (ที่ยังไม่ถึงวัย) ไปแต่งตัวแต่งหน้า เป้นเด็กแก่แดด เหมือนที่เ็ห็้นตามรายการประกวดเด็กเก่ง :30:
อะไรประมาณนี้แหละค่ะ นึกไม่ออก
พอดีเคยคุยกะเพื่อนเรื่องนี้เลยอยากถามคนในนี้ดูจ้ะ
:22:
ปล. โสดค่ะหาแฟนอยู่
สมมติ และก็ สังเกต :25:
:05:
ขอโทษค่ะ
งั้นทุกจู๋ก็คือประเด็นหมีห์ฺสิเนี่ย {หมีโหด}
เรื่องเด่นประเด็นหมีห์
เรื่องหมีห์เช้านี้
สามสิบ หมีห์ก็ยังแจ๋ว
สะเก็ดหมีห์
คุยคุ้ยหมีห์
พาไป โรงเรียนนี้ http://www.vanessa.ac.th/index.php
ประเด็นคือไม่ยอมบอกค่าเทอม {หมีโหด}
ถ้ามีลูก จะเน้นเรื่องสังคมของลูกเป็นหลัก
- ก่อนวัยรุ่น จะควบคุมไม่ให้ลูกไปไหนมาไหนโดยไม่มีพ่อแม่ดูแล
- พอวัยรุ่น จะควบคุมลูกในลักษณะยุ่งเรื่องส่วนตัว
- ห้ามลูกมีห้องเป็นของตนเองส่วนตัวจนกว่าจะเข้าม.ปลาย (เคยเห็นห้องที่ไม่มีประตูไหม) :25:
- ลูกผม ต้องจบสายสามัญ
- ห้ามกินเหล้าสูบบุหรี่
- ต้องสนิทกับพ่อ หรือไม่ก็แม่ คนใดคนนึงเป็นอย่างน้อย
ลูกของเราต้องมีความสุขแน่นอนค่ะหมอแมว :25:
ขอให้มีลูกเร็วๆ นะหมี :25:
ทำยังไงถึงจะมีลูกครับ :31:/
สวดมนต์ทุกวันครับ แล้วนกกระสาจะคาบเด็กมาให้ :25:
จ้องตากันค่ะ {หมีโหด}/
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 25 ก.ย. 2007, 23:25 น.
ทำยังไงถึงจะมีลูกครับ :31:/
เริ่มจากเมื่อมีแฟน แล้วก็พาเข้าไปในห้องนอน
ปิดไฟ จากนั้นก็ ..................... นอนด้วยกันคืนนึง
หลังจากนั้นจะท้อง รออีก9เดือน เด็กจะคลอดออกมาทางสะดือ
ประเด็นแรกเนี่ย..ต้องหาพ่อของลูกให้ได้ก่อน :05:
ถ้ามีลูกก็คงเลี้ยงแบบที่แม่เลี้ยงนานานั่นแหละ
ให้รู้จักแยกแยะให้ได้ก่อน แล้วค่อยปล่อยๆไป แต่ไม่ปล่อยจนเกินพอดี
ที่แน่ๆ ถ้าใจมันฝักไฝ่จะแว๊น ตบคว่ำเลย :30:
ทำยังไงลูกเราถึงจะเจอสังคมดีๆคะ :46:
เริ่มจากเราทุกคนในฟร้อนต์ ไปร่วมลงขันซื้อที่สร้างหมู่บ้านจัดสรรร่วมกัน แล้วก็ตั้งเมืองขึ้นมาไง :30:
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 25 ก.ย. 2007, 23:33 น.
เริ่มจากเราทุกคนในฟร้อนต์ ไปร่วมลงขันซื้อที่สร้างหมู่บ้านจัดสรรร่วมกัน แล้วก็ตั้งเมืองขึ้นมาไง :30:
ตีตายเรยนิ :26:
อิอิ :16: ถ้าจะมีลูกจริงๆ ผมคงต้องหาแฟนก่อนครับ
ผมว่าสังคมและการเอาใจใส่ของพ่อแม่ที่ไม่เกินและไม่ขาดครับจะทำให้ลูกพวกเราดีได้
และคงสอนให้รู้จักคิดครับ แบบคนใน F0nt ครับ ผมว่าเป็นคนที่มีความคิดดีครับ บางคนอายุยังน้อยอยู่เลย
ถ้าจะห้ามก็คงห้ามในสิ่งที่เรามองว่ามันไม่ดีจริงๆ
ถ้ามีลูก อนุบาล กับประถมจะให้เรียน บ้านน้อก บ้านนอก
มัธยม จะให้เรียนกรุงเทพฯ
ปริญญา จะส่งไปเรียนต่างประเทศ
แนวความคิดโดย คุณ นิติภูมิ เนาวรัตน์
ประเด็น คือ เงิน
ถ้ามีลูก ...
คิดไม่ตกเลยเจอคำถามนี้
จะเลี้ยงยังไงให้รอดปากเหยี่ยวปากกาได้จนโตเนี่ย :08:
ปล่อยมากไปก็ไม่ดี กดดัน/โอ๋มากไปก็ไม่ดีนะนานาว่า {หมีโหด}
ปล่อยมากไป เป็นแว๊นแล้วจะแย่ :08:
กดดันมากไป ยิ่งอยากแหกคอก :27:
โอ๋ลูกมากเกินไป เพื่อนลูกจะหมั่นไส้ค่ะ :30: :30:
คิดแต่ตอนก่อนจะมีลูก
จริงๆแล้วเด็กทุกคนมีเชื้อดื้ออยู่แล้วตามสายเลือดค่ะ
และแน่นอนเชื่อแก่แดแด้วย ไม่ต้องเร่งให้ลูกๆแก่แดดมากก้ได้ เพราะโตมา เค้าก็จะแก่ไปตามแสงแดดที่เค้าเ้ดินผ่านเอง
ตอนเด็กๆพ่อแม่กิ้ว ไม่เคยให้กิ้วใส่กระโปรงเลยนะ เพิ่งมาทาแป้งแต่ตัวก็ตอนม.ห้านี่นะ
ดูตอนนี้ซิ :22:
ดังนั้น อะไรที่ทำแล้วคิดว่าดีต่ออนาคตลูกก็ทำไปเถอะค่ะ :02:
นึกไม่ออก ยังเป็นเด็ก
แต่คิดว่าสนับสนุนเต็มที่ ในเรื่องคอมพิวเตอร์เหมือนเราที่อยากให้แม่สนับสนุน
เด็กทำกิจกรรมอย่างมีความสุข คุยกันอย่างเปิดเผย การเรียนเป็นที่น่าพอใจ มีสังคม ไม่ตุ๊ด-เกย์ :26:
พอใจแล้วครับ
ที่บ้านนี่มีอะไรก็พูดกันตรงๆนะ :12:
จริงแล้วโตมากับที่โบสถ์ด้วยแหละเลยช่วยได้เยอะทีเดียว
การเลี้ยงเด็กไม่ใช่เลี้ยงให้ดี เพราะกรอบของเด็กแต่ละคนไม่เท่ากัน เราต้องทำให้เค้าสมบูรณ์แบบอย่างที่เค้าเป็น และเป็นอยู่ต่างหาก
ไม่ใช่เลี้ยงตามกรอบของคนที่เราคิดว่าดี :22:
อ้างคำพูดจาก: Wanna_Gone เมื่อ 25 ก.ย. 2007, 23:46 น.
ถ้ามีลูก ...
คิดไม่ตกเลยเจอคำถามนี้
จะเลี้ยงยังไงให้รอดปากเหยี่ยวปากกาได้จนโตเนี่ย :08:
เลยนึกขึ้นได้ งั้นเลี้ยงลูกให้เป็นเหยี่ยวเป็นกาดีกว่า ท่าทางจะปลอดภัย
เลี้ยงยังไงคะหมอแมว :08:
ที่แน่ๆ ตอนนี้เลี้ยงตัวเองยังลำบากเลย :05:
ถ้ามีลูกจะบังคับเวลาเล่นเน็ทค่ะ ห้ามเกินวันละ 3 ชั่วโมง
(บังคับตัวเองยังไม่ได้เลย :30:)
เลี้ยงให้สนิทกับเราที่สุดครับ ผมว่าเวลาเราจะมองใครดีไม่ดีมักใช้ตัวเองวัด
เพราะงั้นเลี้ยงให้เหมือนตัวเองดีที่สุด
ถ้าเกิดมันเป็นกระเทยขึ้นมาก็ชี้ชวนมันกินยาคุมแต่เด็กเลย โตมาจะได้สวย
สมมติว่าตัวเองมีลูก
ผมเคยสมมติแบบนี้
และคิดว่า จะ โน่น จะ นี่ ไปนับไม่ถ้วน
และคิดอีกว่า ฉันเกลียดมาก เด็กที่ร้องเร่าๆ กลางห้าง
เมื่อไม่ได้สิ่งต้องการ
เมื่อผมมีลูก (ปัจจุบัน 4 ขวบครึ่ง)
สิ่งทั้งหลายที่คิดและเคยสมมติ
ผมทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง
เป็นรายละเอียด ถ้ายกตัวอย่างคงเยอะ
อะไรได้ รักการอ่าน ได้ เพราะ พ่อแม่ มันอ่าน และอ่าน
ชอบวาดรูป ได้ เพราะ พ่อมัน วาด และ วาด แม่มันก็ วาด และวาด
เล่นกีฬา ยังไม่แสดงออก
กิจกรรม น่าจะพอไปได้ เพราะ เต้น เล่น และอะไรอื่นๆ กลางชุมชนได้
ฯลฯ
สิ่งที่ไม่ได้คือ
ลูกคนเดียว เทคนิคของเด็ก ที่ทดสอบจิตใจพ่อแม่
มีกลวิธีเยอะมาก
ร้องลงไปนอนดิ้น นี่แหละ เต็มๆ
เรื่องสังคมที่ดี โรงเรียนที่ดี
ผมเห็นด้วย ที่จะพึงมีแด่ลูก
ส่วนโรงเรียนของอัจริยะ แพงมากครับ เอ
ม๊ากมาก
แต่ถ้าเอาไปเปรียบกะ นานาชาติ หรือสองภาษา ก็ไม่แพงครับ
อะไรเี่นี่ยหมี รับไม่ด๊ายเป็นสาวเป็นนางพูดเรื่องมีลูก :41:
เอาเป็นว่าพ่อแม่หลายคนกลัวที่สุดเลยคือ
ถ้ามีลูกสาว ทำยังไงไม่ให้ลูกเสียตัวก่อนใช้นางสาว
อ้างคำพูดจาก: MonaMafia เมื่อ 26 ก.ย. 2007, 11:52 น.
อะไรเี่นี่ยหมี รับไม่ด๊ายเป็นสาวเป็นนางพูดเรื่องมีลูก :41:
เอาเป็นว่าพ่อแม่หลายคนกลัวที่สุดเลยคือ
ถ้ามีลูกสาว ทำยังไงไม่ให้ลูกเสียตัวก่อนใช้นางสาว
มีลูกชายก็ต้องระวังครับ ทำยังไงไม่ให้ลูกเสียตัวก่อนใช้นายสาว :27:
ถ้ามีลูกชายผมไม่กลัวเสียตัวแต่กลัวเสียตังค์ ถ้ามีลูกสาว เห็นแวว กระดี้กระด้า จะจับทำหมันซะ {หมีโหด}
แต่แม่เคยเล่าให้ฟังว่ายายก็เคยบ่นประจำว่ามีลูกสาว แล้วหัวกระได ไม่เคยแห้ง
ผมถามว่าทำไม
แม่บอกว่าแม่ขยัน ล้างขี้หมา ที่มันมาขี้ไว้ ทุกเช้า {หมีโหด}
เข้าใจแล้วว่าความตลกของจักรีได้มาจากไหน :30:
แต่อยากได่พ่อของลูกแบบจักรีนี่แหละครับ {หมีโหด}
:27: ถ้างั้นเราต้อง ตกลงกันก่อนแหละครับว่า ใครจะเป็นคน คลอด :27:
มีคนรู้จักมาปรึกษา
น่าสงสารมาก แม่ก็ทำงานเป็นผู้หญิงอย่างนั้นมาก่อน ส่วนพ่อก็เคยเต้นโชว์
คือ ขายทั้งคู่ พอมามีลูกก็เลยเลิกกัน คนเป็นแม่หาสามีฝรั่งรวยๆชีวิตเลยดีขึ้น
มีลูกสาวอยู่ 2 คน ส่งเรียน นานาชาติ คนโต ม.3 ติดยา แล้วมีแววว่าอาจขายตัว
เพราะพอแม่รู้ก็ให้เงินแค่วันละร้อย แต่มีกระเป๋าหลุยส์แท้ใช้ มีีเงินเที่ยวผับทุกคืน
ด้วยความที่แม่ตัวน้องก็ไม่มีการศึกษา เวลามีปัญหาจะด่าลูกแรงมาก เด็กมันก็ยิ่งเตลิด
เพื่อนแต่ละคนก็อยู่ในโรงเรียนดีๆ โรงเรียนในเครือด้วย แต่ก็พากันเที่ยวซะ... :08:
มาปรึกษาตู จะฝากน้องเค้ามาทำงานกะตู เดี๋ยวเค้าจะให้เงินเดือนผ่านตูอีกที ช่วยดัดลูกเค้าหน่อย
:05: :05: :05: :05: ทำไงดี ตัวเองยังเอาไม่รอด ไม่ช่วยก็กระไรอยู่
ปล.เท่าที่ตูคุยนะ เป็นเด็กที่มีสัมมาคารวะดี พื้นฐานเป็นเด็กดีเลยแหละ..ชอบแต่งรูป ทำไดอารี่ (เลยว่าจะใช้พวกนี้เป็นตัวล่อ)
ดีครับ
ต้องเลี้ยงแบบโบราณๆ นิดหน่อยครับ
อย่าให้มันไฮเทคเกิน :30:
ติดนิสัยจากสมัยเด็ก แม่พาไปปล่อยไว้บ้านยาย
ไฟฟ้าเข้าถึงก็จริง แต่มืดก็ไม่มีอะไรทำแล้ว อยู่กลางทุ่งนา
แล้วก็ฝังความเชื่อประหลาดๆ เข้าไปในหัวมัน :30:
จนบัดนี้ยังเชื่ออยู่เลย เรื่องข้าว+พระแม่โภสภ (สะกดไงหว่า) อะ
ชอบมากๆ เพราะคุณตาคุณยายทำนา แล้วทุ่งนาตอนข้าวสุกนะ หูย โคตรสวยเลย
เอ้า นี่กลายเป็นว่าเล่าความหลังในวัยเด็กไปซะและ :30:
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 26 ก.ย. 2007, 14:40 น.
ต้องเลี้ยงแบบโบราณๆ นิดหน่อยครับ
อย่าให้มันไฮเทคเกิน :30:
ติดนิสัยจากสมัยเด็ก แม่พาไปปล่อยไว้บ้านยาย
ไฟฟ้าเข้าถึงก็จริง แต่มืดก็ไม่มีอะไรทำแล้ว อยู่กลางทุ่งนา
แล้วก็ฝังความเชื่อประหลาดๆ เข้าไปในหัวมัน :30:
จนบัดนี้ยังเชื่ออยู่เลย เรื่องข้าว+พระแม่โภสภ (สะกดไงหว่า) อะ
ชอบมากๆ เพราะคุณตาคุณยายทำนา แล้วทุ่งนาตอนข้าวสุกนะ หูย โคตรสวยเลย
เอ้า นี่กลายเป็นว่าเล่าความหลังในวัยเด็กไปซะและ :30:
:31:/
เหมือนกัน โตมากับปู่ย่า แก่ ๆ เลยพฤติกรรมประหลาดกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน
เช่น ตูไหว้อาหารทุกครั้งที่กิน (ทุกวันนี้ก็ทำอยู่)
กินข้าวเหลือไม่ได้นะต้องกวาดให้เรียบเพราะความเชื่อเรื่องแม่โภสภ
มีความคิกแปลกๆว่า
ถ้าตั้งชื่อลูกที่ดูสวยน่ารักไรงี้
ลูกจะออกมาหน้าตาดี :25:
แต่ป้ากิ้วเคยบอกว่าถ้ากินข้าวไม่หมด เม็ดข้าวเนี่ยจะกลายเป็นสิวบนหน้าแฟน {หมีโหด}
เลยกินหมดเลยตั้งแต่นั้นมา :30:
อ้างคำพูดจาก: หมีโหด* เมื่อ 26 ก.ย. 2007, 14:53 น.
มีความคิกแปลกๆว่า
ถ้าตั้งชื่อลูกที่ดูสวยน่ารักไรงี้
ลูกจะออกมาหน้าตาดี :25:
คงเจ็บน่าดูเลย :42:
อ้างคำพูดจาก: Psyfer เมื่อ 26 ก.ย. 2007, 14:45 น.
:31:/
เหมือนกัน โตมากับปู่ย่า แก่ ๆ เลยพฤติกรรมประหลาดกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน
เช่น ตูไหว้อาหารทุกครั้งที่กิน (ทุกวันนี้ก็ทำอยู่)
กินข้าวเหลือไม่ได้นะต้องกวาดให้เรียบเพราะความเชื่อเรื่องแม่โภสภ
วัยเดียวกัน :25a:
ความคิดค่ะความคิด :05:
ยังทำใจมีลูกไม่ได้เลย
เพราะรู้สึกว่าสังคมสมัยนี้มันน่ากลัว.. :39:
อ้างคำพูดจาก: ~•กุหลาบแก้ว69•~ เมื่อ 26 ก.ย. 2007, 14:53 น.
แต่ป้ากิ้วเคยบอกว่าถ้ากินข้าวไม่หมด เม็ดข้าวเนี่ยจะกลายเป็นสิวบนหน้าแฟน {หมีโหด}
เลยกินหมดเลยตั้งแต่นั้นมา :30:
นานากินข้าวไม่ค่อยหมดนะ เหลือเยอะด้วยถ้ากินนอกบ้าน :30:
ตั้งแต่อนุบาลละ นานาอิ่มง่ายมาก เวลาไปกินข้าว ป้าที่โรงอาหารจะชอบตักให้เยอะๆ เพราะเห็นว่านานาตัวเล็ก -_-''' (แล้วก็เหลือเกินครึ่งตลอด) ไม่ใช่ไม่อร่อยนะ แต่อิ่มจริงๆ นานาอิ่มง่ายมากๆ :08:
ทุกวันนี้ก็ยังกินไม่หมดเหมือนเดิม :31: นอกจากจะตักข้าวเอง
อีสามหน้าเน่าแน่ ๆ :07:
:30: :30: :30:
ทุกวันนี้เลิกกินจนหมดแล้ว เพราะรู้แล้วแหละว่าคงไม่มีอะไรดีขึ้น :01:
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 25 ก.ย. 2007, 23:13 น.
พาไป โรงเรียนนี้ http://www.vanessa.ac.th/index.php
ประเด็นคือไม่ยอมบอกค่าเทอม {หมีโหด}
คล้ายๆ รร.นี้เลย http://e-school.kmutt.ac.th/
โรงเรียน ดรุณสิกขาลัย อยู่ในบางมด
วันก่อนนู้นๆๆ ออกทีวี แล้วหนิงอยากไปเรียนเลย :30:
พอไปอ่านรายละเอียด เห็นว่าเค้าเปิดที่รุ่นหลังหนิงรุ่นนึง
คือถ้าจะเรียนต้องซ้ำชั้น {หมีโหด}
และค่าเทอมเริ่มต้นที่ 2 แสนบาท :33:
:05:
นั่นอยู่ประเทศไทยนะ
ค่าเทอมแพงกว่าค่าเทอมผมอีก :03:
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 26 ก.ย. 2007, 14:40 น.
ต้องเลี้ยงแบบโบราณๆ นิดหน่อยครับ
อย่าให้มันไฮเทคเกิน :30:
ติดนิสัยจากสมัยเด็ก แม่พาไปปล่อยไว้บ้านยาย
ไฟฟ้าเข้าถึงก็จริง แต่มืดก็ไม่มีอะไรทำแล้ว อยู่กลางทุ่งนา
แล้วก็ฝังความเชื่อประหลาดๆ เข้าไปในหัวมัน :30:
จนบัดนี้ยังเชื่ออยู่เลย เรื่องข้าว+พระแม่โภสภ (สะกดไงหว่า) อะ
ชอบมากๆ เพราะคุณตาคุณยายทำนา แล้วทุ่งนาตอนข้าวสุกนะ หูย โคตรสวยเลย
เอ้า นี่กลายเป็นว่าเล่าความหลังในวัยเด็กไปซะและ :30:
คิดถึงคุณยายเลย :40:
อ้างคำพูดจาก: ning❤ เมื่อ 26 ก.ย. 2007, 20:53 น.
คล้ายๆ รร.นี้เลย http://e-school.kmutt.ac.th/
โรงเรียน ดรุณสิกขาลัย อยู่ในบางมด
วันก่อนนู้นๆๆ ออกทีวี แล้วหนิงอยากไปเรียนเลย :30:
พอไปอ่านรายละเอียด เห็นว่าเค้าเปิดที่รุ่นหลังหนิงรุ่นนึง
คือถ้าจะเรียนต้องซ้ำชั้น {หมีโหด}
และค่าเทอมเริ่มต้นที่ 2 แสนบาท :33:
:05:
ตอนนี้เขากำลังสร้างตึกใหม่ใหญ่โตมากกกกกกกกครับ เพิ่งไปดูตึกมา {หมีโหด}
จะให้อยู่กับธรรมชาติเยอะๆ
สอนให้รักสัตว์ทุกชนิด
สอนให้รักการอ่าน
ไม่ต้องเรียนเก่ง ไม่ต้องเรียนพิเศษเยอะแยะ
แต่ให้ทำอะไรก็ได้ที่ชอบและอยากทำ
ไม่จำเป็นต้องเรียนโรงเรียนหรูๆ หรืออยู่ในสังคมดีๆ
แต่อยากให้รู้จักสังคมทุกระดับ
ให้รู้ว่าจะยากดีมีจน ก็มีความเป็นมนุษย์เท่าๆ กัน
ให้รู้จักแยกแยะ ดี-ชั่ว
และให้เป็นคนดี ... ก็พอแล้ว
ยุคนึง สมัยที่หัวเกรียน เวลาคุยกะเพื่อนในห้อง
จะรู้สึกว่าบ้านใครพ่อแม่ที่ conservative มากๆ เนี่ย ช่างน่าเกลียดน่าชังนัก
ตอนนั้นเพื่อนมันเป็นคนพูดศัพท์คำนั้นขึ้นมาก่อน
เลยมารู้ทีหลังว่ามันคือ "อนุรักษ์นิยม"
แต่พอพ้นจุดนั้นมา ก็เข้าใจแล้วครับพ่อ :46:
(เปิดเพลง เข้าใจแล้วครับพ่อ ของพี่ปั่น)
มาแปะ ~~~ :27:
เพราะตูไม่คิดจะมีลูก เลยไม่มีความเห็น
อยากมีลูก อยากเลี้ยงเด็ก
อยากรู้ว่ารักลูกเนี่ยมันเป็นยังไง
แล้วก็จะได้เข้าใจคำของพ่อกับแม่ที่ว่า
"ไม่เป็นพ่อคนแม่คนไม่รู้หรอก" เสียที
แต่เคยไหม แบบว่า...ไม่อยากมีแฟน
คือเคยคิดว่า มันสูญเสียอิสระภาพมากๆ
แต่คิดไปคิดมา กับลูก ก็ต้องรับผิดชอบเหมือนกันนี่หว่า
คิดอีกที ยังอยากมีอิสรภาพอยู่
คิดไปคิดมา ไม่อยากมีเสียแล้ว :42:
ทำงาน ลาออกก็พ้นสภาพ พนักงาน
เป็นเจ้าของกิจการ ถ้าเจ๊ง ก็พ้นสภาพการเป็นเจ้าของกิจการ
มีแฟน เลิกกันเป็นเพื่อนไป เป็นคนอื่นไป เป็น คนไม่ดีต่อกันก็มี
แต่งงานมีเมีย มีผัว หย่ากัน ก็เป็น อดีต
เป็น พ่อ ก็เป็นพ่อตลอดชีวิต พ่อตายแล้วก็ไม่ได้เลิกเป็นพ่อ
เป็นแม่ ก็เหมือนกัน นานขนาดไหน ก็เลิกเป็นแม่ไม่ได้
ลาออกไม่ได้ เบื่อได้ แต่เลิกเป็นไม่ได้
มีเมื่อพร้อม
ไม่พร้อมอย่ามี
อย่ามี
เอาละพอดีกว่าเดียว จะยืดยาว :22:
อ้างคำพูดจาก: โอ๋ ระจันฯ เมื่อ 27 ก.ย. 2007, 08:48 น.
ทำงาน ลาออกก็พ้นสภาพ พนักงาน
เป็นเจ้าของกิจการ ถ้าเจ๊ง ก็พ้นสภาพการเป็นเจ้าของกิจการ
มีแฟน เลิกกันเป็นเพื่อนไป เป็นคนอื่นไป เป็น คนไม่ดีต่อกันก็มี
แต่งงานมีเมีย มีผัว หย่ากัน ก็เป็น อดีต
เป็น พ่อ ก็เป็นพ่อตลอดชีวิต พ่อตายแล้วก็ไม่ได้เลิกเป็นพ่อ
เป็นแม่ ก็เหมือนกัน นานขนาดไหน ก็เลิกเป็นแม่ไม่ได้
ลาออกไม่ได้ เบื่อได้ แต่เลิกเป็นไม่ได้
มีเมื่อพร้อม
ไม่พร้อมอย่ามี
อย่ามี
เอาละพอดีกว่าเดียว จะยืดยาว :22:
+1 :12: ชอบมากเลยครับ
ตอนนี้อยากมีแฟนเป็นตัวเป็นตนคบกันได้นานๆซะก่อน :33: ส่วนเรื่องอนาคตถามว่าอยากมีลูกไหมก็อยากมี อยากลาออกจากงานไปทำธุรกิจเล็กๆพอเลี้ยงครอบครัวได้ อยู่กันแบบไม่ฟุ่งเฟ้อ :40:
คิดแบบอู๋เหมือนกัน
อยากมีลูก อยากเปิดออฟฟิศเอง สุดท้ายก็คือ หาแฟนที่คบกันได้นานๆ ก่อน
บวก พี่โอ๋ ด้วยคน อ่านแล้วชอบมาก :25:
พิมพ์ตอบ จู๋ นี้เรื่อง ลาออกจากการเป็นพ่อเป็นแม่ไม่ได้
คิดถึงข่าวที่ดูเมื่อคืน
ลูกฆ่าพ่อและแม่ หลังจากที่พ่อแม่ดุด่า
เรื่องไปเที่ยว ยิ่งพ่อแม่ตั้ง 40 กว่านัด(ผมอาจจะจดจำเลือนๆ)
ดูเสร็จเศร้ามาก
เมื่อเช้าสรยุทธ เอาคลิปเด็กหญิงตบกัน
ออกนานหลายนาที
สงสัยว่าสรยุทธทำไมต้องเอามาออกนานขนาดนี้
ดูข่าวเด็กไทยวิฯ โดนรุ่นพี่เอาไปทรมาน
แม่นั่งน้ำตาหยด แหมะๆๆ
เมื่อฟังลูกเล่าว่าไปเจออะไรบ้าง
สังคมเราป่วยหนักมากครับ
ไม่พร้อมจะดูแลลูก อย่างเต็มพลัง
อย่ามีเลยครับ
ผมไม่เห็นด้วยที่ว่า มีไปก่อนเดี๋ยวเลี้ยงได้เอง
+ ค่ะพี่โอ๋ :46:
จอยเป็นเด็กที่เกิดมาท่ามกลางความไม่พร้อมของพ่อแม่ค่ะ
แม่เด็กมากตอนที่มีจอย เค้าเลยไม่พร้อมจะเลี้ยง
สุดท้าย ก็โตมากับปู่กับย่า (แน่นอนว่าโตมาพร้อมกับปมด้อยว่าพ่อแม่ไม่รัก :42:)
ทุกวันนี้เลยตั้งใจว่า ถ้าไม่พร้อมที่จะเลี้ยงดูเค้าให้โตมาอย่างพร้อมสมบูรณ์ก็จะไม่มี
พร้อมหรือไม่พร้อมไม่รู้ครับ แต่ถ้าผิดพลาดประการใดขึ้นมา ก็ไม่คิดสับสนุนให้ทิ้งขว้างหรือทำแท้งครับ เขามีสิทธิ์เกิดขึ้นมาจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม แล้วก็เลิกเรียกเขาว่ามารหัวขนเถิดครับ ถึงจะเกิดจากความผิดพลาดแต่เขาสามารถกลับมาสมบูรณ์แบบได้ด้วยความรักและความห่วงใยของคนเป็นพ่อเป็นแม่
จริงๆ มันควรสนับสนุนให้ป้องกันน่ะแหละ
ุถ้ามัึนโผล่มาแล้ว ก็ต้องเลี้ยงกันไปให้ดีที่สุดล่ะมั๊ง
แต่ ว่านะสังคมทุกวันนี้มันหยาบ
ดีที่สุดของเราอาจจะไม่ดีพอสำหรับสังคม
ตรงนี้เป็นความคิดส่วนตัวหลายคนอาจรับไม่ได้ เลยนวล :42:
แต่จอยว่า ถ้าเราเลี้ยงไม่ไหวจริง ทำแท้งไปก็ไม่ผิด
ดีกว่าเกิดเค้าออกมาให้มีปัญหาที่ตัวเด็ก
จริงที่เค้ามีสิทธิ์ที่จะเกิด แล้วหลังจากนั้นล่ะ
ชีวิต คน ๆ หนึ่งมันไม่ใช่แค่มีชีวิตแล้วจบ
มันมีอะไรที่มากกว่านั้น แค่ให้ชีวิตบางทีมันก็ไม่พอ
อย่างที่พี่ระจันฯว่าแหล่ะครับ พ่อแม่มันเลิกเป็นกันไม่ได้
ตอนเด็กๆ เราดีแต่รับกับรับ พ่อแม่เราเป็นโคตรๆคนดี
ทีนี้บางคนลืมไปว่า พ่อแม่ก็เป็นคน ไม่ได้เป็นเทวดา...
ผมคิดว่าพ่อแม่ก็ต้องการความรักจากลูกด้วย
แต่จะมีลูกสักกี่คนที่จะรัก และเอาใจใส่พ่อแม่
เหมือนที่ให้กับแฟน เพื่อน งานอดิเรก ฯลฯ
ตอนเด็กๆอยู่กับพ่อกับแม่ ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
ก็คือรักพ่อแม่ก็รักนะ แต่มันมีแต่ความรู้สึกไง
แต่สมองไม่ได้สั่งเลยว่า มึงจงทำดีเพื่อพ่อแม่มึง
อย่างกินข้าว บ้านเรากินไม่พร้อมกันเพราะพ่อแม่งานยุ่ง
บางทีแม่กิน เราอิ่มแล้ว แทนที่เราจะไปนั่งเป็นเพื่อน
ก็ไม่ได้คิดทำ คือเห็นเหมือนเรื่องธรรมดา...เออแม่นั่งกินข้าวว่ะ
แค่นั้น...
ที่ทำน่ะ มีแต่เรื่องของตัวเองทั้งนั้น
พอวันนึงคิดได้นะ เออแบบว่า...ทำไมกูเลวงี้วะ
คือความจริงก็คงไม่เลว เพราะทุกคนวัยเดียวกันมันก็เป็นแบบนี้
คือมันคิดไม่ได้ไง เที่ยวเล่น ทำนู่นทำนี่ของตัวเองไปวันๆ
กว่าจะคิดได้ พ่อแม่ก็แก่แล้ว พอนึกถึงเวลาที่ีเสียไปตั้งแต่เกิดมา
เป็นสิบปีเลย เสียใจนะ น่าจะดีกับพ่อแม่ให้มากกว่านี้...
โอ้ยยาว...พอดีอ่านของพี่ระจันฯ แล้วมันจี๊ดดดด :25: ขอสักหน่อยเถอะ
อ้างคำพูดจาก: Psyfer เมื่อ 27 ก.ย. 2007, 09:32 น.
จริงๆ มันควรสนับสนุนให้ป้องกันน่ะแหละ
ุถ้ามัึนโผล่มาแล้ว ก็ต้องเลี้ยงกันไปให้ดีที่สุดล่ะมั๊ง
แต่ ว่านะสังคมทุกวันนี้มันหยาบ
ดีที่สุดของเราอาจจะไม่ดีพอสำหรับสังคม
ตรงนี้เป็นความคิดส่วนตัวหลายคนอาจรับไม่ได้ เลยนวล :42:
แต่จอยว่า ถ้าเราเลี้ยงไม่ไหวจริง ทำแท้งไปก็ไม่ผิด
ดีกว่าเกิดเค้าออกมาให้มีปัญหาที่ตัวเด็ก
จริงที่เค้ามีสิทธิ์ที่จะเกิด แล้วหลังจากนั้นล่ะ
ชีวิต คน ๆ หนึ่งมันไม่ใช่แค่มีชีวิตแล้วจบ
มันมีอะไรที่มากกว่านั้น แค่ให้ชีวิตบางทีมันก็ไม่พอ
อย่างที่จอยว่ามันก็ถูกนะ ถ้าไม่พร้อมจริงๆ ก็ทำแท้ง
แต่ พอมาคิดดู ยังไงมันก็รับไม่ได้กับเรื่องนี้อะ ลูกเราทั้งคน เหมือนไปฆ่าเค้าอะ
เคยมีน้องคนนึง แฟนท้องพาไปทำแท้ง และมันก็เรียกลูกมันว่ามารหัวคน
เลยด่ามันไปยกใหญ่ แทบจะเลิกคบกับมันเลย เรื่องนี้
มันเป็นปัญหาลอจิกของโลกเลยนะเนี้ย :46:
ระหว่างสิทธิ์ที่จะมีชีวิต
และคุณภาพของสิ่งที่กำลังจะมีชีวิต
และปัญหาที่ตามมาของทั้งสองเรื่อง
คุณมีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตแบบมีปัญหา ที่อาจจะไปก่อเกิดสิทธิ์ที่จะมีชีวิตที่จะมีปัญหาอื่นๆ อีกตามมา
แต่ถ้าเกิดโตมาเป็นคนดีเนี้ย ถือว่าประสบความสำเร็จ
ความน่าจะเป็นมีแค่ ศูนย์ถึงหนึ่ง เท่านั้น
และชีวิตเราเนี้ย ตัวแปรก็เยอะซะเหลือเกิน
ตูมีแหละ ตัวอย่างของปัญหาเรื่องนี้
กว่าจะมีชีวิตอยู่ถึงตรงนี้ เนี่ย มันหนัก เหนื่อย
ครั้งหนึ่งเคยเป็นคนไม่เต็มคน ก่อปัญหาสารพัด
ถึงคิดตลอดว่า ถ้าให้สิทธิ์มามีชีวิตแบบตูจะเป็นยังไง
ตูโชคดีที่เจอเพื่อนดี เลยดึงตัวเองออกมาจากนรกได้
แล้วคนที่ไม่เจอแบบตู สุมหัวกันเข้าไปในนรก
แล้ว ชีวิตที่เกิดมาจากตรงนั้นมันจะเป็นยังไง
วุ้ยพูดแล้วคิดถึงความหลัง :30:
เข้าใจป้าจอยเลยครับ ว่ามันหนัก :05a:
อร๊ายยยย + เอ :27:
จอย หนักมากเลยด้วยซิ :16:
เอมีนัยยะ อะไรแฝงรึเปล่า
เกลียดนักคนรู้ทัน :25:
พี่ศักดิ์น่ะแหละ แฝงอะไรไว้หรือเปล่า :31:
งั้นรอสักชั่วโมงนะเอ เดี๋ยวตูลบให้ :12:
:05a:
ผมพิมพ์ลบ พิมพ์ลบ
ไปสองครั้งแล้ว
ทั้งเรื่อง เอาไว้ เอาออก
ทั้งเรื่อง เราจะรู้ว่าพ่อแม่รักเรามากขนาดไหน ก็เมื่อเรามีลูกเอง
เพราะอ่านแล้ว ก็คิดไปเองว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนต่างรู้ได้
ด้วยสำนึกพื้นฐาน ว่า
การเอาไว้ และ ไม่เอาไว้
มีผลดี ผลร้ายอย่างไร
ผมว่ามันมากกว่า แค่ เอาไว้ เอาทิ้ง
ไม่ซ้าย ไม่ขวาชัดเจนแบบฟันธง มันมีเบี่ยงบน
เยื้องล่าง หรือกลับหลังหัน
อีกหลากหลายมุมคิดมาก
เขาเอาไว้ ไม่ใช่เขาไม่กริ่งเกรงปัญหา
และที่เอาออกก็ ไม่ใช่ไม่รักก็มีอีก
(ที่เอาออกไปให้พ้นๆ ก็มีด้วย)
หาคำอธิบายโดยรวมผมว่าคงยากถึงยากมากๆ
หาคำอธิบายเฉพาะราย จำเพาะคนคงพอเข้าใจกัน
ส่วนกรณี
เราจะรู้ว่าพ่อแม่รักเรามากขนาดไหน ก็เมื่อเรามีลูกเอง
อันนี้ไม่มีคำแนะนำ เพราะ ต่อเมื่อมีลูกเองนั่นแหละ
ต้อง ประสบการณ์ตรงเท่านั้น
จะมาเลี้ยงหมา แมว แทนแล้วเรียกลูก
ก็ไม่เหมือน :22:
พ่อแม่รักลูกกับลูกรักพ่อแม่ก็ไม่เหมือนกัน
มันเป็นความรัก ที่คนเป็นเท่านั้ถึงจะเข้าใจ
รอวันที่จะได้เข้าใจอยู่
กิ้วเกิดมาตอนพ่อแม่เหมือนจะพร้อมนะ แต่ซักพักที่บ้านก็เริ่มมีปัญหา
พ่อกิ้วเริ่มออกลาย :22:
ทิ้งแม่ไป
มีปัญหา ที่บ้านล้มละลาย พ่อหายตัวไป หายไปเลย....
ไม่เจอหน้าพ่อสองปี ก็ยังคิดอยู่ว่าถ้าตอนนั้นแม่กับกิ้วและน้องที่อายุไม่ถึงปีเนี่ย ไม่มีที่ไปแล้วอดตาย พ่อจะรู้มั้ย
พอดีว่าแม่ขยัน ซื้อรถต่อเพื่อนมาแล้วทำงานส่งถุงมือยางเลยมีตังขึ้นมาอีก
แต่ฝ่านไปซักสามสี่ปี พ่อก็กลับมา แล้วบอกว่าจะพาไปซื้อบ้าน
ก็ไปซื้อบ้าน ย้ายออกจากบ้านป้าที่ไปอาศัย ....
ผ่านจากวันนั้นมาจะสิบปีแล้ว
ตอนนี้บ้านจะโดนยึดเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เพราะพ่อไม่ยอมจ่ายค่าบ้าน :30:
มีตานอนนิ่งๆอยู่อีกคนนึง ก็ยังถามป๊าอยู่เรื่อยๆว่าจะไปอยู่ไหน อยู่ห้องเช่าเล็กๆไม่ได้แล้วนะ เพราะมีตามาด้วยแล้ว
ป๊าก็จะตอบมาเหมือนเดิมตลอดว่า เอาน่าถึงเวลาเดี๋ยวจัดการเอง
ป๊าไม่เข้าใจในสิ่งที่กิ้วจะพูดรึเปล่ากิ้วก็ยังงงอยู่ :08:
ถามว่ารักพ่อมั้ย รักมากนะคะ แต่บางที.. เค้าก็คิดอะไรแปลกๆของเค้าไปเรื่อยเปื่อย
ตำหนิเค้ามั้ยว่าเค้าเป็นพ่อที่ไม่ดี ถ้าเอาจริงๆเลยก็คือ กิ้วไม่เคยคิดว่าเค้าไม่ดี ส่วนใหญ่จะคิดว่า เค้าตลกมากกว่าคิดอะไรแบบนี้ได้
เพราะเวลาเค้าไม่มีตังเค้าก็จะหาย...ไปเลย คือถ้าพ่อมี ขออะไรก็ให้ แต่ถ้าไม่มีก็ตัวใครตัวมัน :30:
กิ้วโตมาคุณหนูมากนะ มากมาก.. จุดสูงสุดก้เคยอยู่มาแล้ว ต่ำสุดจนไม่มีจะกินก็อยู่มาแล้ว ถึงกิ้วจะไม่มีปมด้อยอะไรมากมาย
แต่ก็ยังนึกว่า ไม่อยากให้ลูกตัวเองเจอยังงี้ แต่ลึกๆที่กิ้วยังแฝงอยู่ในความรู้สึกก็คือ กลัวโดนทิ้ง พ่อก็เคยทิ้งแฟนก็ทิ้งไปอยู่ที่ไกลๆ รับไม่ได้ รับไม่ได้จริงๆ อีกคนก็ทำท่าเหมือนจะทิ้งไปนะ :42:
เรื่องมันเลื้อยไปเรื่อยเนอะ
เรื่องกิ้วกับพ่อเนี่ยก็ยังดี ว่าป๊าเลี้ยงกิ้วมา ตั้งแต่แบเบาะเลย แต่ตัวน้องกิ้วเนี่ย กับป๊ากิ้ว แทบจะเรียกได้เลยว่าคนรู้จัก เป็นแค่นั้นจริงๆ
ตอนนั้น ป๊าก็รบเร้าแม่(หลังจากที่เมียน้อยตาย เพราะเมียน้อยตายเลยกลับมาหาม๊าอยู่พักนึง)รบร้าว่าอยากได้ลูกชาย ที่ไปมีใหม่เนี่ยเพราะไม่มีลูกชาย แม่ก็ยอมมีลูกให้อีกคน
ปัจจุบันพ่อจำวันเกิดน้องกิ้วไม่ได้ จะว่าป๊ากิ้วลำเอียงก็ใช่ โทรหากิ้วทุกวัน ยิ่งกิ้วออกมาอยู่หอนี่นะ โทรหาทุกวัน แต่ไม่เคยโทรหาน้องเลย จะครึ่งปีแล้ว
ไม่รู้ซิ อยากเล่า อยากเล่าให้คนที่จะต้องเป็นพ่อ รู้ว่าบ้าง
แลกเปลี่ยนประสบการณ์ :02:
กิ้วเป็นคริสเตียนนะโตมากับโบสถ์ มีพระเจ้าเลี้ยง ..ไม่ล้อเล่นมีพระเจ้าเลี้ยง เข้ามหาลัยก็ไม่ต้องพยายามอย่างคนอื่นเค้า ทุนก็ได้ อะไรๆก็ดี
สบายใจ เพราะว่าหญิงม่ายและเด็กกำพร้าจะไม่ขาดสิ่งดีใดใดเลยในชีวิตพระอางค์สัญญาไว้
ขอบคุณที่แบ่งปันครับ
จริงๆแล้วมันออกนอกเรื่องไปตั้งแต่ประโยคที่สี่แล้วค่ะพี่โอ๋ :44:
นอกเรื่องเหมือนกัน ถือซะว่าแบ่งปันประสบการณ์แบบกิ้ว ละกัน :22:
จอยโตมาต่างจากกิ้วนะ เรื่องการเงินหรือวัตถุ จอยไม่เคยขาด (เหมือนเค้าให้เพื่อชดเชย)
อยากได้อะไรก็ได้ บางอย่างก็ได้โดยไม่ต้องร้องขอ
มีแต่ได้ ได้และ ได้จนล้น แต่กลับกันในด้านความรู้สึก จอยกลับขาดมันตลอด
(เคยเห็นไหมเด็กที่ถูกเลี้ยงด้วยเงินตัวเป็นๆ :42:)
สิ่งหนึ่งที่ติดตัวมาจนทุกวันนี้คือจอยไม่เชื่อใจคน ไม่เชื่อว่าจะมีใครรักจริง
แน่นอนว่าจอยไม่เชื่อมั่นในความรักของพ่อแม่เลย (ทั้งๆ ที่รู้ว่้าเค้ารักแต่ไม่อาจเชื่อได้เลย)
อีกอย่างที่ติดมาก็คือจอยมีปัญหาทางจิต ช่วงหนัก ๆ ต้องพบจิตแพทย์ตลอด
ผ่านการบำบัดหลายหน แต่ก็ช่วยอะไรได้ไม่มาก (แค่ทำให้เลิกคิดฆ่าตัวได้เท่านั้น)
ปล. ตูกระทำการฆ่าตัวตายมาแล้ว 3 ครั้งด้วยยา 2 ครั้งและมีดอีกหนึ่งครั้ง
เลยเข้าใจฟีลของคนฆ่าตัวตาย :42:
ปลล. อาการหงิกแบบหมูแฮมตูก็เป็น เวลาเครียดจัด เครียดหนักจะคุมอารมณ์ไม่ได้เลย หงิกงอไปทั้งตัว
ตูเลยเข้าใจหมูแฮม :42:
เอ๊ะ จริงๆแล้วมันคือจู๋็เปิดเผยชีวิตด้านมืิดหรือเปล่าเนี่ย :18:
ผมเชื่อว่าการแบ่งปัน เป็นกุศลอย่างหนึ่งเลยครับ
อย่างน้อย ผมก็พยายามเรียนรู้ ผิดรู้ถูกได้บ้าง
ยินดีมากครับ
ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง เป็นละม้ายเหมือนที่จอยเล่า
มีพร้อม
สวย บ้านรวย ผิวขาว อินเทรนด์
มีชีวิตน่าอิจฉา พร้อมไปหมดจากภายนอก
แต่เธอกรีดข้อมือทุกวัน จนถึงวันนี้
แสวงหาความรักตลอดเวลา เหมือนไม่เคยพอ
ผมเคยถาม
แต่ไม่เข้าใจหรอก
แค่รับฟัง อย่างตั้งใจ
แล้วไม่รู้จะปลอบอย่างไร
เพราะผมไม่เข้าใจไง
ว่าอะไรที่ผ่านมา แล้วจากไป
กระชากจิตบริสุทธิ์ จากเธอไป
ผมได้แต่ฟังและเรียนรู้
อาการกลัวถูกทิ้งกิ้วนี่หนักนะ หนักพอตัว หนักจนตาเอกไม่ยอมไปเรียนต่อ :30:
จริงๆตอนเด็กๆจนถึงซักป.ห้าป.หกเนี่ย กิ้วใช้ของนอกทุกชิ้นนะ ถึงจะไม่ได้ไปต่างประเทศก็เหอะ
ของทุกชิ้นพ่อสั่งอิมพอร์ตเข้ามาเลย :42:
ตอนนี้สมบัติเก่าๆก็พอมี :30:
พอไม่มีก็ไม่มีเลยนะ ยังดีนะที่กิ้วไม่ได้เป็นเด็กมีปัญหามากมาย :30:
ก็ยังดี :27:
แหม้ เพื่อนพี่โอ๋ มีพร้อมจริง ๆ
จอยก็เกือบพร้อมนะ ขาดสวยไปอย่างเดียวเอ๊ง :27:
อ้างคำพูดจาก: ~•กุหลาบแก้ว69•~ เมื่อ 27 ก.ย. 2007, 11:48 น.
อาการกลัวถูกทิ้งกิ้วนี่หนักนะ หนักพอตัว หนักจนตาเอกไม่ยอมไปเรียนต่อ :30:
จริงๆตอนเด็กๆจนถึงซักป.ห้าป.หกเนี่ย กิ้วใช้ของนอกทุกชิ้นนะ ถึงจะไม่ได้ไปต่างประเทศก็เหอะ
ของทุกชิ้นพ่อสั่งอิมพอร์ตเข้ามาเลย :42:
ตอนนี้สมบัติเก่าๆก็พอมี :30:
พอไม่มีก็ไม่มีเลยนะ ยังดีนะที่กิ้วไม่ได้เป็นเด็กมีปัญหามากมาย :30:
ก็ยังดี :27:
กรณีกลัวการถูกทิ้ง นี่คงเป็นปม
ที่มาจาก วันที่พ่อหายออกไปจากบ้าน
ทุกคนต่างมีปม ในหัวใจกันทั้งนั้น
เท่าทันมัน ก็จำกัดปมไม่ให้โตจนแตก
แสดงออกในสิ่งไม่ดีไม่สวย
หากไม่เท่าทัน ก็แล้วแต่ กรรมบันดาล
:46:
จะเป็นพระไปทุกที
(ถ้าบวชก็โกน แค่คิ้ว) :21:
อ้างคำพูดจาก: Psyfer เมื่อ 27 ก.ย. 2007, 11:52 น.
แหม้ เพื่อนพี่โอ๋ มีพร้อมจริง ๆ
จอยก็เกือบพร้อมนะ ขาดสวยไปอย่างเดียวเอ๊ง :27:
ขาดสวย เดี๋ยวนี้เขาเสริมได้
เพื่อนผมคนนี้ เป็นนักเขียนด้วยนะ
(เอาไปอีกข้อ แต่อย่างไร เขาก็ต้องบำบัด
ถ้าหมดยาวันไหน ป่วงวันนั้นเลย)
อันสุดท้ายนี่เกมือนเปี๊ยบเลยค่ะ :27:
โอ้ว จู๋นี้ขอญาตแจก จพส แบบสุรุ่ยสุร่ายนะครับ
อ้างคำพูดจาก: โอ๋ ระจัน...อันระ โจ๋ เมื่อ 27 ก.ย. 2007, 11:54 น.
(ถ้าบวชก็โกน แค่คิ้ว) :21:
:30:
ยาวตามกันมาพรวดๆ
อึ้งกับอีกมุมนึงของทุกๆ คน
ชีวิตพี่จอยกับกิ้วสุดยอดเลย
รู้สึกว่า ปสก พี่จอยนี่คล้ายๆพี่สาวผม
คือที่บ้านเนี่ย ตอนก่อนผมจะเกิดนี่ พ่อแม่จนเลยแหล่ะ
ไม่มีอะไรเลย พ่อแม่ก็แยกกันอยู่ทำงาน เอาเงินมารวมกัน
เพื่อมาลงทุน จนมาค้าขายได้เลยพอมีเงินขึ้นมาบ้างอย่างตอนนี้
พอพ่อแม่เริ่มจะมีฐานะก็เลยย้ายมาทำงานด้วยกัน
ตอนนั้นผมก็เพิ่งจำความได้พอดี แต่พี่ผมนี่คือแทบไม่ได้อยู่กับพ่อกับแม่เลย
จนกระทั่งโตแล้วประมาณประถมแล้ว มันเลยมีปัญหาทางจิตใจด้วยมั้ง
โตมาด้วยเงินล้วนๆ ตอนนี้มีปัญหามากๆ อยากจะร้องไห้แทนพ่อแม่จริงๆ
สงสารมันนะ แต่สงสารพ่อแม่มากกว่า
มันชอบพูดว่า "พ่อแม่ไม่รักมัน" ปล่อยมันให้เป็นแบบนั้น
ความจริงผมก็เห็นด้วยกับมันนะว่า ทำงานน้อยกว่านี้
ดูแลลูกมากกว่านี้ก็น่าจะดีกว่า ไม่ต้องมีเงินมากก็ได้
แต่มาคิดดู อยู่เมืองไทย คำว่า "คนจน" เนี่ย
มันแย่มากเลยนะ มีวันที่ทะเลาะกับแม่เรื่องราวๆนี้
แม่พูดว่า คนจนก็เหมือนหมาตัวนึง
ทำไมจะไม่อยากดูแลลูก แต่ถ้ามีเงินมันก็ให้ได้มากกว่าคำว่า "รัก"
ผมเลยรู้สึกว่าเออ... เรามองโลกง่ายไปจริงๆ
เราเกิดมาก็ไม่จนแล้ว เราไม่เข้าใจความจนของพ่อแม่
แต่พอมองๆไป ถ้าจนจริงๆ เรื่องความรักความเอาใจใส่นี่ไม่ต้องพูดถึง
แค่เอาชีวิตรอดเพื่อปากท้องได้นี่ ก็ถือว่ามีความสุขแล้ว
เพราะถ้าไม่มีเงิน ก็ไม่มีเวลามาคิดเรื่องความรักนี่นา
่ช่วงนี้เลยเป็นช่วงที่สำนึกด้วยว่าพ่อแม่เลี้ยงเรามาได้นี่สุดแล้ว
เราควรจะรักพ่อรักแม่ให้มากๆ
ป.ล.พี่จอยคิดได้ยังไงครับ ผมอยากให้พี่สาวผมคิดได้บ้าง
ตอนนี้พ่อแม่กลุ้มใจมาก มันเล่นไม่ทำการทำงานเลย อาละวาดไปวันๆ :05:
พ่อแม่ทุกคนถูกใส่ความรู้สึกรักลูกมาอยู่แล้วนะ แต่บางคนก็เด็กเกินไปจนรับรู้ไม่ได้แต่บางคนแก่แล้วก็ยัง................. :22:
แต่กิ้วไม่เคยคิดนะว่าพ่อแม่ไม่รัก แต่มักคิดว่าแม่ไม่เข้าใจมากกว่า :30:
:08: อ่านแล้วจิตตก (นึกถึงบ้านตัวเอง :30:)
รู้สึกมาตลอดว่าเป็นคนโชคดีในเรื่องครอบครัว
กิ้วก็โชคดีนะ :33:
เพราะกิ้วคนนี้ก็ไม่ได้มีอะไรประหลาดจนมีเป็นปัญหานี่นา ใช่ม๊า :33:
อ้างคำพูดจาก: กุหลาบแก้วแมวเลียตูด เมื่อ 27 ก.ย. 2007, 23:07 น.
กิ้วก็โชคดีนะ :33:
เพราะกิ้วคนนี้ก็ไม่ได้มีอะไรประหลาดจนมีเป็นปัญหานี่นา ใช่ม๊า :33:
นานาเหมือนกัน :17:/
ถ้าไม่นึกถึงก็ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรหรอก
แต่เข้าจู่นี้แล้วสะเทือนใจ กร๊าก
:31: ชีวิตมีความสุขดีค่ะ
ช่วงที่เกือบต้องออกจากโรงเรียนก็มี
เพราะป่าป๊าช่วงนั้น งานไม่เข้าเลย แต่ป่าป๊าก็ปิดไว้ไม่บอกลูก
ช่วงที่เอาบ้านไปจำนอง เป็นหนี้เค้าเป็น 10 ล้านก็มี
แต่ป่าป๊าก็อดทนเงียบมาตลอด เพิ่งมารู้เอาไม่นานนี้เอง
วันนี้ก็เิพิ่งคุยกับปะป๊าำไป ปะป๊าถามว่าครอบครัวเรามีความสุขดีแล้วใช่มั้ย
ก็คงตอบอย่างอื่นไม่ได้ นอกจาก ใช่ ค่ะ
เป็นเราทุกวันนี้ก็มีคนรักนี่นา ไม่มีอะไรน่าเสียใจ ไม่อะไรให้อาลัย เพราะที่เป็นวันนี้ก็พอใจแล้ว :33:
ทุกอย่างที่ผ่านมามันหล่อหลอมให้เราโตมา กิ้วโตกว่าชาวบ้านชาวช่องนี่ไม่ใช่แค่เรื่องหน้าตานะ :30:
บ้านกิ้วเป็นหนี้เกินสิบล้านอีกมั้ง เอ๊ากระจู๋อวดหนี้ :31:
เหมือนกระจู๋อวดด้านมืดเรื่องครอบครัวเลย :43:
แม่พี่เค้าพยายามให้นานาเกลียดพ่อนะ
เค้าทะเลาะกันทุกวัน บ่นนู่นบ่นนี่ ฯลฯ
พยายามยัดเยียดเรื่องไม่ดีให้ฟัง
แต่แม่นานาดึงให้หลุดจากวังวนมาได้ก่อน เกือบถูกล้างสมอง :30:
ยังมีความสุขดีค่ะ ถ้าไม่ไปอยู่บ้านนั้น
ฯลฯ เยอะแยะแหละ ไม่ตายจากกันปัญหาก็ไม่จบ
ของนานา ประเด็นเบื้องลึกคือมรดก :30:
ที่บ้านก็หนี้บานเหมือนกัน
ตอนนี้ลุ้นให้แม่ขายที่ให้ได้อยู่ จะได้ใช้หนี้ให้หมดๆ
มีเงินใช้นี่ก็ไม่ได้แปลว่ารวย จะหายวับไปเมื่อไรก็ไม่รู้
เฮ้อ...
ป.ล.ถึงกิ้วบรรทัดที่สองนี่แบบว่า :34:
:40: ถ้ามีลูกก็คงจะสอนเหมือนที่แม่สอนตั๊กค่ะ
ให้รู้จักคิด ทำบุญ ช่วยเหลือคนอื่น ให้เป็นคนดี ถ้าอยากเป็นคนเลวก็ให้ดูตัวอย่างเอาว่าผลที่ได้รับเป็นอย่างไร
บ้านผม สบายครับ ตืนมา ก็ไปทำนา กลัยมาก็ ทำกับข้าวกินกัน แม่ชอบบ่น พ่อชอบแย่ ทะเลาะกันทุกวัน ไม่รุ้พ่อแม่ทะเลากันอีท่าไหน ลูกนั่งหัวเราะได้ทุกวันซินา
วันนึงแม่ผม บอกให้น้องสาวผมทำอย่างนู้นทำอย่างนี้ บ่นพ่อ บ่นผม บ่นน้องชาย บ่นๆๆๆๆ พ่อก็เดินมาหาพวกผมแล้วบอกกับพวกผมว่า แม่เอ็งบ่นอะไรวะ ผมกับน้อง พร้อมใจกันส่ายหน้า แต่เข้าใจตรงกันว่า คือ บ่น แต่ไม่รุ้ว่าบ่นอะไร ก็ ฮากันไปซะอย่างนั้น
อ้างคำพูดจาก: มุมมืดของสังคม เมื่อ 27 ก.ย. 2007, 23:31 น.
ที่บ้านก็หนี้บานเหมือนกัน
ตอนนี้ลุ้นให้แม่ขายที่ให้ได้อยู่ จะได้ใช้หนี้ให้หมดๆ
มีเงินใช้นี่ก็ไม่ได้แปลว่ารวย จะหายวับไปเมื่อไรก็ไม่รู้
เฮ้อ...
ป.ล.ถึงกิ้วบรรทัดที่สองนี่แบบว่า :34:
อะไรยะ :34:
พ่อตูชื่อวินัย สอนให้ตูมีวินัย
แม่ตูชื่อประหยัด สอนตูให้ประหยัด
ก็โตมาจนทุกวันนี้แหละครับ
แม่ผมชื่อ สำรวย ก็สอนให้ผมรวย
พ่อผมชื่อสุวรรณที่แปลว่าทอง ก็สอนให้ผม มีทอง
แต่ไม่สอนวิธีหาให้ผม ก็เลยจน มาจนถึงทุกวันนี้แหละครับ
แม่จักรีเป็นเจ้าของสนามบินเลยเหรอ :46:
อย่างไงครับพี่ :25:
เจ้าของสุวรรณไง :30:
:46: <--- จบด้วยการไหว้ จะได้ดูไม่ลามปาม
ก็กลัวแม่ ท่านจะเปลี่ยนใจ กลับมาหาดอนเมืองเหมือนกันนะเนี่ย :46:
งั้นจักรีแต่เดิมก็มีชื่อว่า Airport ลิง น่ะสิ
เพราะเป็นโซ่ทองคล้องใจระหว่างสุวรรณภูมิและดอนเมือง
อ้า ใช่ครับ และทั้งย่ากับยายผมก็เป็นเหมือนวงแหวนรอบนอก ที่วิ่งปีดถึงสุวรรณภูมิ :07: ไม่ใช่แระ
อ้างคำพูดจาก: มุมมืดของสังคม เมื่อ 27 ก.ย. 2007, 22:31 น.
ยาวตามกันมาพรวดๆ
อึ้งกับอีกมุมนึงของทุกๆ คน
ชีวิตพี่จอยกับกิ้วสุดยอดเลย
รู้สึกว่า ปสก พี่จอยนี่คล้ายๆพี่สาวผม
คือที่บ้านเนี่ย ตอนก่อนผมจะเกิดนี่ พ่อแม่จนเลยแหล่ะ
ไม่มีอะไรเลย พ่อแม่ก็แยกกันอยู่ทำงาน เอาเงินมารวมกัน
เพื่อมาลงทุน จนมาค้าขายได้เลยพอมีเงินขึ้นมาบ้างอย่างตอนนี้
พอพ่อแม่เริ่มจะมีฐานะก็เลยย้ายมาทำงานด้วยกัน
ตอนนั้นผมก็เพิ่งจำความได้พอดี แต่พี่ผมนี่คือแทบไม่ได้อยู่กับพ่อกับแม่เลย
จนกระทั่งโตแล้วประมาณประถมแล้ว มันเลยมีปัญหาทางจิตใจด้วยมั้ง
โตมาด้วยเงินล้วนๆ ตอนนี้มีปัญหามากๆ อยากจะร้องไห้แทนพ่อแม่จริงๆ
สงสารมันนะ แต่สงสารพ่อแม่มากกว่า
มันชอบพูดว่า "พ่อแม่ไม่รักมัน" ปล่อยมันให้เป็นแบบนั้น
ความจริงผมก็เห็นด้วยกับมันนะว่า ทำงานน้อยกว่านี้
ดูแลลูกมากกว่านี้ก็น่าจะดีกว่า ไม่ต้องมีเงินมากก็ได้
แต่มาคิดดู อยู่เมืองไทย คำว่า "คนจน" เนี่ย
มันแย่มากเลยนะ มีวันที่ทะเลาะกับแม่เรื่องราวๆนี้
แม่พูดว่า คนจนก็เหมือนหมาตัวนึง
ทำไมจะไม่อยากดูแลลูก แต่ถ้ามีเงินมันก็ให้ได้มากกว่าคำว่า "รัก"
ผมเลยรู้สึกว่าเออ... เรามองโลกง่ายไปจริงๆ
เราเกิดมาก็ไม่จนแล้ว เราไม่เข้าใจความจนของพ่อแม่
แต่พอมองๆไป ถ้าจนจริงๆ เรื่องความรักความเอาใจใส่นี่ไม่ต้องพูดถึง
แค่เอาชีวิตรอดเพื่อปากท้องได้นี่ ก็ถือว่ามีความสุขแล้ว
เพราะถ้าไม่มีเงิน ก็ไม่มีเวลามาคิดเรื่องความรักนี่นา
่ช่วงนี้เลยเป็นช่วงที่สำนึกด้วยว่าพ่อแม่เลี้ยงเรามาได้นี่สุดแล้ว
เราควรจะรักพ่อรักแม่ให้มากๆ
ป.ล.พี่จอยคิดได้ยังไงครับ ผมอยากให้พี่สาวผมคิดได้บ้าง
ตอนนี้พ่อแม่กลุ้มใจมาก มันเล่นไม่ทำการทำงานเลย อาละวาดไปวันๆ :05:
คำนี้น่าสนใจนะ
พี่น้องท้องเดียว คลานตามกันมา
นิสัยแปลกแตกต่างกันราว ดินกับฟ้า
เพราะคนหนึ่งเกิดมาในเวลาครอบครัว ฐานะ หนึ่ง
อีกคนหนึ่งเกิดมาในครอบครัวอีก ฐานะหนึ่ง
คนละวาระ คนละฐานะ
พี่อาจจะเกิดมาตอนพ่อจน
น้องออกมาพ่อรวยไปแล้ว
ก็คิดต่างออกไป
หรือพี่ออกมาพ่อเป็น ประธานกรรมการ
น้องออกมาพ่อกลายเป็นคนหนี้สินล้นพ้อตัว
สิ่งที่ได้รับและได้มาใชชีวิตย่อมแตกต่าง
นิสัยก็แผกผิดไป
ผมเกิดตอนพ่อเป็นครู
น้องสาวผมเกิดตอนพ่อเป็น อาจารย์ใหญ่
ลูกผมตอนนี้เป็นหลาน ผู้อำนวยการ
สามคนนี้
วิธีคิดก็ต่งกันลิบ
อ้างคำพูดจาก: มุมมืดของสังคม เมื่อ 27 ก.ย. 2007, 22:31 น.
ยาวตามกันมาพรวดๆ
อึ้งกับอีกมุมนึงของทุกๆ คน
ชีวิตพี่จอยกับกิ้วสุดยอดเลย
รู้สึกว่า ปสก พี่จอยนี่คล้ายๆพี่สาวผม
คือที่บ้านเนี่ย ตอนก่อนผมจะเกิดนี่ พ่อแม่จนเลยแหล่ะ
ไม่มีอะไรเลย พ่อแม่ก็แยกกันอยู่ทำงาน เอาเงินมารวมกัน
เพื่อมาลงทุน จนมาค้าขายได้เลยพอมีเงินขึ้นมาบ้างอย่างตอนนี้
พอพ่อแม่เริ่มจะมีฐานะก็เลยย้ายมาทำงานด้วยกัน
ตอนนั้นผมก็เพิ่งจำความได้พอดี แต่พี่ผมนี่คือแทบไม่ได้อยู่กับพ่อกับแม่เลย
จนกระทั่งโตแล้วประมาณประถมแล้ว มันเลยมีปัญหาทางจิตใจด้วยมั้ง
โตมาด้วยเงินล้วนๆ ตอนนี้มีปัญหามากๆ อยากจะร้องไห้แทนพ่อแม่จริงๆ
สงสารมันนะ แต่สงสารพ่อแม่มากกว่า
มันชอบพูดว่า "พ่อแม่ไม่รักมัน" ปล่อยมันให้เป็นแบบนั้น
ความจริงผมก็เห็นด้วยกับมันนะว่า ทำงานน้อยกว่านี้
ดูแลลูกมากกว่านี้ก็น่าจะดีกว่า ไม่ต้องมีเงินมากก็ได้
แต่มาคิดดู อยู่เมืองไทย คำว่า "คนจน" เนี่ย
มันแย่มากเลยนะ มีวันที่ทะเลาะกับแม่เรื่องราวๆนี้
แม่พูดว่า คนจนก็เหมือนหมาตัวนึง
ทำไมจะไม่อยากดูแลลูก แต่ถ้ามีเงินมันก็ให้ได้มากกว่าคำว่า "รัก"
ผมเลยรู้สึกว่าเออ... เรามองโลกง่ายไปจริงๆ
เราเกิดมาก็ไม่จนแล้ว เราไม่เข้าใจความจนของพ่อแม่
แต่พอมองๆไป ถ้าจนจริงๆ เรื่องความรักความเอาใจใส่นี่ไม่ต้องพูดถึง
แค่เอาชีวิตรอดเพื่อปากท้องได้นี่ ก็ถือว่ามีความสุขแล้ว
เพราะถ้าไม่มีเงิน ก็ไม่มีเวลามาคิดเรื่องความรักนี่นา
่ช่วงนี้เลยเป็นช่วงที่สำนึกด้วยว่าพ่อแม่เลี้ยงเรามาได้นี่สุดแล้ว
เราควรจะรักพ่อรักแม่ให้มากๆ
ป.ล.พี่จอยคิดได้ยังไงครับ ผมอยากให้พี่สาวผมคิดได้บ้าง
ตอนนี้พ่อแม่กลุ้มใจมาก มันเล่นไม่ทำการทำงานเลย อาละวาดไปวันๆ :05:
ฮึบ คิดได้ยังไงเหรอ
มันเหมือนวันนึงเราลืมตาตื่น มั๊ง (บอกไม่ถูก)
ส่วนหนึ่งยกความดีให้เพื่อนเค้าพยายามพูด พยายามชักจูง
พยายามพาไปบำบัด (พอบำบัดมันก็ดีขึ้นนิดหน่อย)
เรื่องความรักของพ่อแม่ นี่
คือรู้ว่าเค้ารักนะ แต่ไม่เชื่อใจ (หมอบอกว่ามันเป็นอาการบาดเจ็บทางจิต)
น้องชายจอยก็มีปัญหาเหมือนกัน
คือดูรู้เลย เค้าจะคิดว่าพ่อแม่รักจอยมากกว่า
เพราะตอนที่ จอยกลับมาอยู่กับพ่อแม่มันช่วง 16-17 กำลังแรง
จอยมีอาการมาตั้งแต่ตอนนั้น รวมกับร่างกายที่มันไม่ค่อยแข็งแรง
เค้าเลยพยายามให้ พยายามชดเชย
แต่ตอนนั้นน้องชายยังอยู่กับปู่ย่า ซึ่งเค้าไม่ได้รับเท่า มันก็เลยเกิดการเปรียบเทียบ
ทุกวันนี้จอยกับน้องเป็นเหมือน คนรู้จัก ไม่ได้สนิท หรือผูกพันกันทางสายเลือดอย่างที่ควรเป็น
น้องชายกิ้วไง ตอนนี้มันก็ยังเป็นอยุ่ เรียกร้องความสนใจ ไม่ใช่จากพ่อแม่กิ้วนะ จากป้ามัน
เพราะมีช่วงที่ย้ายไปอยู่ป้าอ่ะค่ะ
ป้าดั๊น บังคับเอสน้องกิ้วไปเลี้ยงเป็นลูก
น้องชายกิ้วเลยโตมาอย่างไม่เข้าใจว่า อะไรคือแม่อะไรคือพ่อ คือปากเรียนกม่าม๊าก็จริงนะ แต่หัวน้องกิ้วก็จะคิดว่าป้าเนี่ยเป็นแม่
จนตอนออกมาซื้อบ้านนั่นแหละแม่เลยเอาตัวน้องกลับมา
ปล้ำกันอยู่ยกใหญ่กว่ามันจะเข้าใจว่า นั่นอ่ะ ป้า นี่อ่ะแม่
ตอนนี้มันก็ยังเป็นอยู่นะ
ป้ากิ้วเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานออกมาพิมพพ์เดียวกันหมดเลย เอาใจมาก แต่พอมันนิสัยเสียก็ตัดหายปล่อยวัด ทำท่าไม่รักไม่สนใจ ไอ้คนที่ถูกเลี้ยงแบบนั้นก็ กลายเป็นคนก้าวร้าวรุนแรง
เฮ้อ ... :01:
เพราะชีวิตคือชีวิต เนอะกิ้วเนอะ :27:
ชีวิตเราออกจะตื่นเต้นแบบที่คนอื่นไม่มีเนอะ :27:
ถ้ากิ้วจะเสียคนก็คงไม่เกี่ยวกับที่โดนเลี้ยงดูมาหรอกเพราะกิ้วจะทำอะไรกิ้วคิดแล้ว
ส่วนใหญ่กิ้วจะทำเองคิดก่อนด้วย รู้ว่าไม่ดีด้วยแต่ดื้อต่างหาก :30:
ถ้าจะมีคนผิด กิ้วนี่แหละผิดคนเดียวก็พอแล้ว :27:
อ้างคำพูดจาก: กุหลาบแก้วแมวเลียตูด เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 09:11 น.
น้องชายกิ้วไง ตอนนี้มันก็ยังเป็นอยุ่ เรียกร้องความสนใจ ไม่ใช่จากพ่อแม่กิ้วนะ จากป้ามัน
เพราะมีช่วงที่ย้ายไปอยู่ป้าอ่ะค่ะ
ป้าดั๊น บังคับเอสน้องกิ้วไปเลี้ยงเป็นลูก
น้องชายกิ้วเลยโตมาอย่างไม่เข้าใจว่า อะไรคือแม่อะไรคือพ่อ คือปากเรียนกม่าม๊าก็จริงนะ แต่หัวน้องกิ้วก็จะคิดว่าป้าเนี่ยเป็นแม่
จนตอนออกมาซื้อบ้านนั่นแหละแม่เลยเอาตัวน้องกลับมา
ปล้ำกันอยู่ยกใหญ่กว่ามันจะเข้าใจว่า นั่นอ่ะ ป้า นี่อ่ะแม่
ตอนนี้มันก็ยังเป็นอยู่นะ
ป้ากิ้วเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานออกมาพิมพพ์เดียวกันหมดเลย เอาใจมาก แต่พอมันนิสัยเสียก็ตัดหายปล่อยวัด ทำท่าไม่รักไม่สนใจ ไอ้คนที่ถูกเลี้ยงแบบนั้นก็ กลายเป็นคนก้าวร้าวรุนแรง
เฮ้อ ... :01:
สิ่งที่ผมไม่อยากให้เกิดที่สุดคือ
การเอาลูกตัวเองไปให้คนอื่นเลี้ยงนี่แหละครับ
ผมกลัวว่าเวลาผมไปหา ไปรับ ไปอุ้ม แล้วลูกวิ่งหนี
ว่า ไอ้หัวล้านนี่ใคร แบบนี้น้ำตาตกในแหง
ลูกเรา ไม่ให้เราอุ้มให้กอด
เด็กมันจะไปรู้อะไร ก็ไม่ได้เลี้ยงมา
แล้วจะมาอุ้มมากอด
คิดได้แบบนั้นแล้ว ลำบากอย่างไร
ยากแบบไหน ฉันก็จะเลี่ยงของฉัน
อยากเห็นเขาโตทุกขณะ ได้ดูเขาโตจนเติบใหญ่
ผิดบ้างถูกบ้างก็เรามือใหม่ สู้กันไป
กลืนเลือดกลืนน้ำตากันไปแหละครับ
ทุกครอบครัว ต่างมีปัญหา
ถ้าสู้ไปด้วยกัน ร่วมหัวจมท้่ายไปด้วยกัน
ประเดี๋ยวก็ผ่านแล้วมีทางไปได้เอง
สำคัญคือ ไปได้ไปด้วยกัน ไม่ใช่ไปคนเดียว
และต้องดีด้วย
จุดคิดที่สำคัญที่สุดของผมและภรรยา คือ
เอาลูกเป็นที่ตั้ง แล้วถ้ามีปัญหา ก็มาแก้ปัญหากัน
เช่น
ผมมีบ้านที่วัชรพล
มีลูกไม่มีคนเลี่ยงเมื่อผมและแฟนไปทำงาน
ก็ย้ายบ้านมาอยู่ใกล้บ้านแม่ยาย
ทิ้งบ้านวัชรพล มันเสียเลย
บ้านค่อยไปก็ได้ แต่ลูกโตทุกวัน
กลางวันไม่ได้พบ แต่กลางคืนได้นอนกอดกัน
เอาวะ ทิ้งบ้าน ย้ายตามลูก
นี่แหละ ผมคิดแบบนี้
(เหมือนง่ายเนอะ แต่ปัญหาระหว่างนั้นเพียบ
ผมตัดทิ้งหมด เพราะ กูจะไปอยู่กะลูก :22:)
+ พี่โอ๋ :25:
จริงๆเค้าจะเอาไปตั้งแต่กิ้วแล้วไง แต่แม่ไม่ยอม
แต่ตอนน้องนี่ก็อยู่บ้านเดียวกันนอนห้องเดียวกันนะ แต่ไหงโดนป้าล้างสมองได้ก็ไม่รู้ ตอนเอาน้องคืนมานี่ป้าแทบฆ่าแม่เลยนะ แต่ตอนนี้มีของเล่นใหม่ไม่ค่อยสนใจน้องหนูแระ :01:
จริง ๆ เรื่องเอาเด็กไปเลี้ยงนี่ผู้ใหญ่คิดแทนกันตลอด
ไม่มีใครถามสักคนว่า เด็กมันอยากอยู่ที่ไหนต้องการอะำไร
ครอบครัวผมดีมาก ๆ เลยครับ
ถึงผมจะโตมากับแม่ ที่ปกติไม่ค่อยจะได้อยู่บ้าน แต่ว่ายศของรองศาสตราจารย์ไม่ได้ทำให้แม่อยู่ทำงานจนดึกได้เลยครับ ตอนเย็น ๆ เราก็ชอบอยู่ด้วยกัน แม่กับผมก็เลยเป็นได้ทั้งเพื่อนทั้งพี่ทั้งแม่ เพราะว่าแม่เป็นแม่ที่เข้าใจผมดีในหลาย ๆ เรื่อง ผมก็เลยไม่ค่อยมีปัญหาครับ
เพื่อนแถวบ้านผมสมัยอยู่บ้านเกิดเป็นอะไรที่ขัดกันดีครับ คือคนหนึ่งออกแนวเชี่ย นักเลง โหด - ชอบลองอะไรที่มันใหม่ สนุก และเสี่ยง เพื่อนคนนี้ทำให้ผมเลิกเป็นเด็กอนามัยไปได้เยอะเลยครับ (จำได้เลยว่าแต่ก่อนไม่กล้าออกจากบ้านเพราะพ่อชอบบอกว่าอยู่นอกบ้านนาน ๆ แล้่วจะเป็นมะเร็งผิวหนัง) แล้วมันไม่ชอบอ่านหนังสือ เวลาอยู่กับมันเลยลดเวลาอ่านหนังสือไปได้เยอะ เพราะว่าแต่ก่อนเป็นหนอนหนังสือมาก แต่ก็ไม่ถึงกับหมอกิ๊พแหละ - มีเพื่อนอีกคนที่ชอบเล่นเกม อยู่กับมันถ้าอยากคุยเรื่องเกมก็คุยได้เลย ชวนกันไปนั่งเล่นเกมก็ได้ แล้วก็เป็นเด็กเรียน ผลการเรียนเลยออกมาไม่น่าเกลียดทั้ง ๆ ที่เล่นทั้งวัน วันไหนไม่มีเงินก็อยู่้บ้านปีนต้นไม้ เผากบ ขุดโคลน วิ่งไล่หมา เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขสุด ๆ เลยครับ - ทุกวันนี้เวลากลับไปกำแพงแสนก็ยังอยากปีนต้นไม้เล่นเหมือนวันวาน แต่กลัวกิ่งหักตกมาตายซะก่อน :38:
พอขึ้นปอห้าปอหกนี่แหละครับที่เริ่มนิสัยเสีย คือไปเจอเพื่อนคนหนึ่งที่มันไม่ค่อยได้เรียน อยู่ในห้องก็นั่งฟังเพลง (ตอนนั้นวอล์คแมนกำลังฮิตครับ คนรวยเท่านั้นที่ซื้อได้) พอพักกลางวันกินข้าวเสร็จก็มานั่งวาดรูป หาเวลาทำงานแทบไม่ได้ ผมเริ่มบ่มเพาะนิสัยเสียมาจากมันนี่แหละครับ คือพอมันไม่ทำงาน ผมก็เริ่มคิดตามว่าเฮ้ย ดีว่ะ สบายดี พึ่งรู้ว่าการที่ไม่ต้องทำงานน่ะมันสบายยังไง ก็เลยพาลไม่เรียน เกรดก็ต่ำเตี้ยติดดิน เกือบเอาตัวไปสอบเข้าหอวังไม่รอด :08: หลังจากนั้นมาเลยฟิตเป็นระยะ ๆ เพื่อทำคะแนนที่หายต๋็อมไปซะนาน
อยู่มัธยมต้นที่หอวัง อยู่กับพ่อที่บ้านเช่า ไม่ค่อยจะมีความสุขเ่ท่าไหร่นักนะ เพราะส่วนมากแล้วพ่อกับผมไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน เวลามาอยู่บ้านเดียวกัน ปัญหามันก็เยอะ - :08: พ่อผมกับผมมีอะไรที่ไม่ค่อยจะลงรอยหลายจุด เช่นว่า ผมอยากเล่นเกม พ่อจะไม่ให้เล่น แต่เวลาไปเดินสะพานเหล็กด้วยกัน ผมอยากซื้อเกมอะไรพ่อก็ซื้อให้ (ไม่รู้ซื้อให้ทำไมนะ พอกลับมาเล่นเกินชั่วโมงก็บ่นอีกละ) เวลาอยากได้อะไรพ่อก็ซื้อให้แล้วก็มาบ่นทีหลัง - เพื่อนที่โรงเรียนก็เป็นพวกเด็กกิจกรรมเสียหมด เลยไม่ค่อยรู้ิวิธีเข้าสังคมปกติที่เด็กในห้องเขาทำกัน (มันเป็นความแตกต่างจริง ๆ ครับ ที่ได้สัมผัสมาด้วยตัวเองเลย) ตามที่ผมสังเกตมานะครับ โรงเรียนหอวังของผมแบ่งนักเรียนชายเป็นสี่เหล่า
- โอทาคุ เกรียน เด็กออร์ทิสติก
เด็กกลุ่มนี้มีจำนวนน้อย และหาได้ค่อนข้างยาก ยกเว้นบางโรงเรียนที่รับเด็กประเภทนี้เข้ามาเรียนบ่อย ๆ - สำหรับออร์ทิสติกคงไม่ต้องพูดอะไรมากนะครับ คือจะเป็นกลุ่มเด็กที่ "ดูเหมือน" จะผิดปกติในด้านใดด้านหนึ่ง (เช่น พูดลิ้นพันกัน - คิดเลขไม่ออกแต่ประวัติศาสตร์อย่างเทพ) - ส่วนโอทาคุนั้นคือเด็กที่อ่านการ์ตูนมากไปครับ (ไม่สนับสนุนให้พ่อแม่รับฟังความเห็นที่ว่า "การ์ตูนมันดี" ของลูก ๆ มากไปนะครับ เอาละพอให้เขาอ่านได้ แต่ไม่ใช่ว่าเห็นสัญลักษณ์เหมาะสมของวิบูลย์กิจแล้วจะให้อ่านมันไปทุกเรื่องนะครับ) และมักจะคัดลอกเอาประโยคเด็ด ๆ ในการ์ตูนและท่าทางตามอนิเมมาใช้ ซึ่งในสังคมปัจจุบัน เด็กวัยรุ่นส่วนมากไม่ยอมรับ - เด็กกลุ่มนี้จะเป็นตัวขบขันสำหรับเหล่า "ขาโจ๋" และกลุ่มเด็กทั่ว ๆ ไปที่ได้พบเห็น - แต่จะเป็นเด็กสุภาพ เรียบร้อย อ่อนโยน มีกาลเทศะ สำหรับหมู่ผู้ใหญ่ด้วยกัน
ป.ล. เกรียนในที่นี้หมายถึงเด็กที่ตัดหัวเกรียนไปเรียนร.ด.นะครับ ผู้ใหญ่ในเว็บอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดามาก แต่ในวัยรุ่นด้วยกันมันเป็นเรื่องน่าอดสูชนิดขายหน้าเลยนะครับ ยกเว้นพวกที่เอ่ยไปเบื้องต้นน่ะแหละจะคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ
จำนวนเพื่อนโดยประมาณที่กลุ่มนี้จะหาได้ : 1 (เป็นกลุ่มเดียวกัน)
เกรดเฉลี่ย : 2.00 - 4.00
หมายเหตุ : อ้างอิงโอทาคุได้ที่นี่ (http://th.uncyclopedia.info/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B8)
- เด็กเรียน เด็กอนามัย เด็กขวาจัด
เด็กกลุ่มนี้จะเป็นเด็กที่ไม่ค่อยมีเพื่อนตอนเด็ก อยู่แต่กับพ่อแม่ โดนส่งให้เข้าเรียนโรงเรียนดี ๆ หรือมีจิตสำนึกของกรรมพันธุ์มาหลายทอด เด็กกลุ่มนี้จะเป็นเด็กที่ทำงานมาก ตั้งใจฟังอาจารย์ เรียนหนังสืออย่างตั้งใจ เด็กกลุ่มนี้จะทำหน้าแทบสิ้นชีวิตทันที่เมื่องานเสร็จไม่ทันวันส่ง และจะเคร่งเครียดต่อกฎระเบียบของกลุ่มทำงานมาก เช่นว่าถ้าใครสั่งอะไรแล้วทำไม่ทัน คือตัดสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนไปได้เลย - เด็กกลุ่มนี้จะเป็นเด็กที่บางคนเรียนเก่งและขยัน บางคนขยันอย่างเดียวแต่เรียนไม่เก่ง แต่ไม่ว่าอย่างไร สายตาของผู้ใหญ่ที่มองมายังเด็กกลุ่มนี้คือ เด็กดี น่ารัก เรียบร้อย เด็กมีอนาคต
จำนวนเพื่อนโดยประมาณที่กลุ่มนี้จะหาได้ : 15 (เป็นกลุ่มเดียวกัน)
เกรดเฉลี่ย : 3.40 - 4.00
- เด็กแนว เด็กธรมมดา เด็กเกือบนักเลง
สามารถพบได้ตามห้องชั้นกลาง ๆ ที่เรียนไม่เก่งมากและไม่ห่วยแตกมาก เด็กกลุ่มนี้จะเกลียดสิ่งที่พ่อแม่พยายามดันให้เป็น (คือเด็กเรียนนั่นเอง) และพยายามขึ้นสู่สิ่งที่ชอบด้วยตัวเอง เรื่องเรียนนั้นแล้วแต่ตัวคนและบุญบารมีที่หา ๆ กันมา เด็กกลุ่มนี้จะเป็นเด็กที่ชอบตะโกนคำด่ากัน เล่นมุขให้ขำได้ทั้งห้องเรียน เล่นกีฬา กวนโอ๊ยอาจารย์ ถ่ายคลิปตลก ๆ ไว้ดูกันเองภายในกลุ่ม และมักจะหาเรื่องแกล้งกลุ่มแรกอย่างไม่ลดละ เด็กกลุ่มนี้นั้นเป็นกลุ่มที่ นับได้เลยว่ามีความสุขที่สุด คือใช้ชีวิตไปกับเพื่อนฝูงที่รู้ใจอย่างสนุกสนาน หัดเล่นดนตรี แข่งกีฬา เที่ยววันหยุด ผมเองที่แต่ก่อนเคยเป็นกลุ่มที่หนึ่งและสองนั้นค้นพบด้วยตัวเองแล้วว่าความสุขของกลุ่มนี้หาได้ง่ายกว่ากลุ่มไหน ๆ (คือถ้าเป็นกลุ่มอื่นคงไม่รู้สึกหรอกครับว่ากลุ่มตัวเองมันไม่มีความสุข แต่ผมขอยืนยันด้วยประสบการณ์ตัวเองครับ กลุ่มเด็กธรรมดานี่สนุกที่สุดแล้ว) แต่เด็กกลุ่มนี้ในสายตาของพ่อแม่จะเป็น เด็กก้าวร้าว เด็กไม่เรียน เด็กไร้อนาคต เด็กเต้นแร้งเต้นกา วัยรุ่น
จำนวนเพื่อนโดยประมาณที่กลุ่มนี้จะหาได้ : 80 (เพราะสามารถคุยกับเด็กกลุ่มเด็กเรียนและกลุ่งนักเลงได้เลยมีเพื่อนเพิ่มขึ้น)
เกรดเฉลี่ย : 2.50 - 3.80
- เด็กเหี้ย นักเลง ขาโจ๋
กลุ่มนี้เป็นกลุ่มเด็กที่สูบบุหรี่ หนีเล่นเกม ดักตีแก๊งค์คู่อริ เข้่าซ่อง ฟันกะหรี่ และทำตัวอย่างไม่สมกับเป็นนักเรียนที่ดี (แต่บางคนเป็นนักเลงแต่ก็เรียนเก่งนะครับ) กลุ่มนี้จะชอบแกล้งกลุ่มออทิสติก แต่จะไม่ยุ่งกับเด็กเรียน หากได้เป็นแฟนกับเด็กเรียนแล้วจะกลายเป็นเด็กธรรมดา เด็กกลุ่มนี้เสื้อจะหลุดนอกกางเกง ชอบทำหน้าเบี้ยว ตะโกนคำด่าเหี้ยห่าตามระเบียงทางเดิน ตบหัวกัน ชอบไปรังแกรุ่นน้อง และมีมุขตลกที่ขำที่สุดในห้อง ในสายตาของผู้ใหญ่จะเป็นเด็กดื้อ เด็กสอนไม่จำ เด็กเลว เด็กไร้อนาคต
จำนวนเื่พื่อนโดยประมาณ : 45 - 280 (กลุ่มใหญ่สุดของโรงเรียนผมตอนนี้มีตั้งแต่มอสองถึงมอห้า)
เกรดเฉลี่ย : 1.00 - 3.80
แฮ่ก ๆ :08: เหนื่อยครับ เดี๋ยวมานั่งอธิบายต่ออีกหน่อย เผื่อพ่อแม่มือใหม่จะได้ตัดสินใจถูกว่าจะสนับสนุนให้ลูกเข้ากลุ่มไหน
คิดถึงสมัยเรียนเลย :25:
เรียนกับเด็กเรียน :07:
เที่ยวกับเด็กเที่ยว :27:
กลั่นแกล้งโอตาคุ :30:
โอ้ว บวกให้ครับ
ชอบบทวิเคราะห์ มาก
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 10:25 น.
คิดถึงสมัยเรียนเลย :25:
เรียนกับเด็กเรียน :07:
เที่ยวกับเด็กเที่ยว :27:
กลั่นแกล้งโอตาคุ :30:
:30:
- เด็กเหี้ย นักเลง ขาโจ๋
กลุ่มนี้เป็นกลุ่มเด็กที่สูบบุหรี่ หนีเล่นเกม ดักตีแก๊งค์คู่อริ เข้่าซ่อง ฟันกะหรี่ และทำตัวอย่างไม่สมกับเป็นนักเรียนที่ดี (แต่บางคนเป็นนักเลงแต่ก็เรียนเก่งนะครับ) กลุ่มนี้จะชอบแกล้งกลุ่มออทิสติก แต่จะไม่ยุ่งกับเด็กเรียน หากได้เป็นแฟนกับเด็กเรียนแล้วจะกลายเป็นเด็กธรรมดา เด็กกลุ่มนี้เสื้อจะหลุดนอกกางเกง ชอบทำหน้าเบี้ยว ตะโกนคำด่าเหี้ยห่าตามระเบียงทางเดิน ตบหัวกัน ชอบไปรังแกรุ่นน้อง และมีมุขตลกที่ขำที่สุดในห้อง ในสายตาของผู้ใหญ่จะเป็นเด็กดื้อ เด็กสอนไม่จำ เด็กเลว เด็กไร้อนาคต
จำนวนเื่พื่อนโดยประมาณ : 45 - 280 (กลุ่มใหญ่สุดของโรงเรียนผมตอนนี้มีตั้งแต่มอสองถึงมอห้า)
เกรดเฉลี่ย : 1.00 - 3.80
ยุคผมไม่มีเกม :21:
วันก่อนเพื่อนที่ทำงานแซวว่า
เฮ้ย!!! ขอดูอก ขอดู ตูดหน่อย
มีบาโค๊ต หรือเปล่า
(จากข่าวที่รุ่นพี่ไทยวิฯ กระทำกับรุ่นน้อง
โดยการเอาซ้อมไปลนไฟร้อนๆ แล้วจี้เนื้อ)
เป็นเรื่องหนึ่ง ที่ผมอับอาย
แม้ว่าจะจากมาแล้วเกือบ 20 ปี
(แก่็กว่า ครูที่สอนปัจจุบัน เกินครึ่งโรงเรียน)
อ้างคำพูดจาก: จอย สอยให้ร่วง เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 08:58 น.
น้องชายจอยก็มีปัญหาเหมือนกัน
คือดูรู้เลย เค้าจะคิดว่าพ่อแม่รักจอยมากกว่า
เพราะตอนที่ จอยกลับมาอยู่กับพ่อแม่มันช่วง 16-17 กำลังแรง
จอยมีอาการมาตั้งแต่ตอนนั้น รวมกับร่างกายที่มันไม่ค่อยแข็งแรง
เค้าเลยพยายามให้ พยายามชดเชย
แต่ตอนนั้นน้องชายยังอยู่กับปู่ย่า ซึ่งเค้าไม่ได้รับเท่า มันก็เลยเกิดการเปรียบเทียบ
ทุกวันนี้จอยกับน้องเป็นเหมือน คนรู้จัก ไม่ได้สนิท หรือผูกพันกันทางสายเลือดอย่างที่ควรเป็น
เรื่องความสัมพันธ์พี่น้องนี่ผมมีเหมือนกันครับเซ็งมาก
พี่ผมมันไม่เอาคนอื่นเลยนอกจากแฟนมัน
เวลาอยู่ด้วยกันกับพี่เนี่ย ก็คุยกันเล่นมุขฮาเฮปกตินะครับ
แต่ถ้ามันมีปัญหากับพ่อแม่ปุ๊บ มันจะชอบพูดว่า "แล้วทีไอ้...(ชื่อผม) ล่ะ)"
แล้วคือปัญหานี้มันเป็นมาตั้งแต่ผมจำความได้ ซึ่งเราก็ไม่เข้าใจว่ามันเป็นอะไร
แล้วมันเป็นโรคจิตมาก ถ้าผมมีอะไร มันต้องมี
จะใช้เป็นใช้ไม่เป็น กูจะซื้อ กูจะเอา
แล้วพ่อแม่จะต้องให้มันก่อนผม บางทีผมก็น้อยใจนะ
แต่ก็ไม่ได้อะไรมาก คือพยายามเข้าใจมัน ทำใจเอา
แต่เชื่อไหมว่า เรื่องแบบนี้มันสั่งสม มันซึมซับโดยที่เราไม่รู้ตัวเลย
ตอนเด็กผมก็ไม่ได้คิดอะไรนะ เพราะก็คือเด็กไง
แต่พอโตมา เฮ้ยกูคิดได้แล้ว แต่ทำไมพี่มันยังเหมือนเดิมเลย?
พอโตมามากๆ เริ่มเกลียดมัน เริ่มรุ้สึกอยู่ด้วยกันไม่ได้
แต่ที่บอกว่าฮาๆ ความจริงคือ ไม่สนิทกันเลย
เหมือนเพื่อนคุยกับเพื่อนจริง จากสายตาคนอื่นคือมันสนิทกันดี
แต่ความรู้สึกผมคือ ก็คือแค่เพื่อน ไม่ใช่พี่ใช่น้อง เหมือนคนไม่รู้จักกัน
ถ้าถามว่า พี่น้องแตกต่างกับคนอื่นยังไง ผมตอบไม่ได้...
ผมก็อยากให้มันดีกัน อยากรักกันเหมือนพี่น้องคนอื่น
เวลามองคนอื่นแล้วรู้สึกว่า ตัวเองมันกลวงมาก
มันเสแสร้งมาก แม่ผมเพิ่งรู้ความจริงเรื่องนี้ไม่นาน จากปากผมเอง
แม่ร้องไห้เลย แล้วตั้งแต่นั้นมา แม่จะชอบพูดว่า รักพี่สิ รักพี่สิ
เจ็บปวดนะครับ
ผมอยากเข้าใจมันนะ ผมว่าผมก็เข้าใจพี่ตัวเองนะ
แต่ว่า พี่น้องมันไม่เหมือนพ่อแม่กับลูก
แค่ตรรกะ เหตุผล มันทำให้ รักจริงๆ ไม่ได้หรอก
ป.ล. บวกกิ๊ง วิเคราะห์ได้เข้าเนื้อจริงๆ
บวกพี่โอ๋ เป็นพ่อที่เท่ห์มากกกกก
กลายเป็นกระจู๋ปัญหาครอบครัวไปแล้ว :30:
เรื่องพี่น้องนี่มันพูดลำบากนะ ถ้าไม่รักไม่ผูกพันธ์
มันก็คนแปลกหน้าดี ๆ นี่เอง
กิ้วไม่รักน้อง ใช่กิ้วพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าไม่รักน้องเท่าไหร่นักนะ
รำคาณมัน รำคาณจริงๆ อาจจะเพราะน้องชายไม่ค่อยปกติซักเท่าไหร่นักด้วย (มันเป็นปัญหาช่วงที่พ่อกลับมาแล้วคงเอาโรคอะไรซักอย่างมาติดแม่กิ้วแล้วก็ท้องน้องพอดีด้วยอ่ะค่ะ :22:)
มันพูดมาก มันชอบถามอะไรซ้ำๆ มัน บลาๆๆๆๆ น่ารำคาณสุดๆ :01:
แต่กิ้วเลี้ยงเด็กได้ปกตินะ แต่นอ้งกิ้ว กิ้วเลี้ยงมันทั้งวันไม่ไหวจริงๆๆ
แต่เวลามันไปมีเรื่องกับเพื่อน เพื่อนแกล้ง ครูไม่ยุติธรรมกับมัน
กิ้วยอมไม่ได้นะ น้องกิ้ว กิ้วแกล้งมันได้ กิ้วด่าได้ แต่คนอื่นอย่ามายุ่ง (ในที่นี้คือแบบผิดๆนะ)
ก็เลยไม่รู้ว่าตกลงรักมันรึเปล่าไอ้น้องคนนี้เนี่ย :30:
///แม่กิ้วจะพูดบ่อยๆว่า กิ้วไม่ต้องรอเลี้ยงป๊าม๊าแล้วก็น้องเลยนะ เพราะคงไม่ได้อยู่ให้เลี้ยง แล้วถ้าเิกิดวันไหนตื่นมาแล้วเจอม๊ากะน้องนอนตายอยู่อ่ะ อย่าเอามือมาจับนะ เรียกปอเต็กตึ๊งเลย เพราะเค้าจะใส่ถุงมือ
ทั้งนี้และทั้งนั้นแม่กิ้วไม่เคยบอกซักคำว่าเป็นอะไร ทำไมถึงไม่ให้กิ้วจับตัวม๊าๆกับน้องบ่อยๆ ไม่เคยพูดเลยแหละ :22:
อ้างคำพูดจาก: กุหลาบแก้วแมวเลียตูด เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 13:25 น.
แต่เวลามันไปมีเรื่องกับเพื่อน เพื่อนแกล้ง ครูไม่ยุติธรรมกับมัน
กิ้วยอมไม่ได้นะ น้องกิ้ว กิ้วแกล้งมันได้ กิ้วด่าได้ แต่คนอื่นอย่ามายุ่ง (ในที่นี้คือแบบผิดๆนะ)
อ๊ะ แบบนี้ชั้นก็เป็น :31:/
แต่ชั้นว่าชั้นรักน้องนะ ไม่รู้ดิ่
แต่ความสัมพันธ์ ของชั้นกับน้อง เหมือนแก้วที่มันร้าวน่ะ
ถ้าตั้งไว้ มันก็คงอยู่ของมันอย่างนั้น ไม่พังทลายแต่ก็ไม่แตก
แต่ ถ้ามีอะไรที่มาแตะตรงจุดก็คง เพล้งง :42:
เออ กิ้วก็คงเหมือนป้าจอยมั้ง ถ้ามันดื้อกว่านี้อีกนิดเดียวนะ อีกนิดเดียวนะ กิ้วอาจจะฟิวส์ขาดบีบคอมันตายก็ได้นะ
แต่ถ้าคนอื่นมาทำมันก่อนนี่นะ กิ้วไปเล่นซะโรงเรียนโกลาหลเลยแหละ :42:ทำมาแล้ว
กิ้วกลายเป็นคนประเภทว่าเรื่องไหนกิ้วเข้าใจกิ้วรับได้กิ้วก็จะโอเค กิ้วเข้าใจกิ้วรับได้ ไม่โกรธ แต่ถ้าเรื่องไหนกิ้วทนไม่ได้จริงๆ กิ้วอาจจะขึ้นหน้าหนึ่งว่าเอามาม่าสาดหน้าสาด.. :42: ใครเค้าเอาก็ได้จริงๆนะ
แล้วถ้ากิ้วจะทำ กิ้วไม่ได้ทำเพียงแค่อารมณ์แน่นอน :12:
ทั้งหมดทั้งมวลกิ้วจะคิดก่อนว่าจะทำอะไรบ้างเผื่อให้คุ้มค่าที่สุดแล้วค่อยทำ
กิ้วไม่เคยทำอะไรด้วยอารมณ์โกรธจริงๆนะ
////อ้าวนอกเรื่อง :31: แต่มันเป็นผลพวงมาจากนิสัยนะ พ่อแม่กิ้วก็เป็นแบบนี้ :30:
เป๋แล้วจริงๆ
ก็ไม่มีลูกอ่ะ ต้องรอพี่โอ๋คนเดียว
รีบๆ มีลูกแล้วมาปั่นกันนะครับ :04:
เข้าเรื่องลูกต่อดีกว่า
เรื่องเด็กเรียน เด็กเลวที่ว่า
พ่อแม่คนไหนก็ต้องอยากให้ลูกเป็นเด็กเรียน
เราเองอยู่มาทุกกลุ่ม โอตาคุนี่ก็อยู่ เล่นการ์ดอ่านการ์ตูน
แต่คือไม่เคยโดนรังแกนะ เพราะว่าเป็นพวกกว้างขวาง (แถไปทั่วน่ะ)
แต่บทบาทชัดคือมอปลาย กลุ่มเด็กกิจกรรม
ถามว่าพ่อแม่ชอบแบบไหน มันก็พูดยาก
แต่ว่าแน่นอน เด็กไม่เรียน เอาแต่เล่น นี่ไม่คงไม่มีพ่อแม่ไหนชอบ
แต่เด็กเรียนไม่เก่งนี่ อีกเรื่องนึงนะ ไม่รวมกัน
ตอนเป็นเด็กเรียน เกรดสูง พอ่แม่ก็ปลื้มอวดชาวบ้านได้ทั่ว
พอเป็นเด็กกิจกรรม มีคนรู้จัก พ่อแม่คนอื่นรู้จักก็ปลื้มอวดได้อีก
แต่มันไม่เหมือนกัน
ในความรู้สึกผมเองนะ พ่อแม่จะรู้สึกดีกับเด็กเรียนมากกว่า
ที่รู้จักสนใจ รู้จักห่วงเรื่องของตัวเอง รู้จักเห็นแก่ตัว
มากกว่าเด็กกิจกรรม ที่เสียสละ เป็นคนดี ทำเพื่อคนอื่น
พ่อแม่ชอบพูดนะว่า ไม่ต้องทำกิจกรรมมากนักก็ได้ ทำไมต้องไปช่วยชาวบ้านเขานักหนา
เป็นคนดีน่ะมันก็ดี พอเราเดือดร้อนน่ะมีใครเขาช่วยเราไหม ดีแต่พอประมาณพอ
ตอนนั้นเนี่ย โมโหเลยนะ ทำไมพูดงี้ล่ะ เป็นคนดีไม่ดีเหรอ
พอโตมาแล้วกลับไปคิดนะ เออเข้าใจนะ
คือประเทศไทยเนี่ย มันไม่ใช่ประเทศที่คนดีจะเจริญหมด
คนดีตายมาก ตายง่าย อีกต่างหาก
เราคิดว่า กลุ่มเด็กกิจกรรม กับกลุ่มเด็กธรรมดามีเด็กเลวปนๆหน่อย
น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกับสังคมไทย
เพราะเด็กกลุ่มเรียนรู้สังคม เรียนรู้คน
แล้วสร้างภูมิต้านทาน รู้จักเอาตัวรอดในสังคมได้
แต่ก็ไม่ไปสร้างปัญหาให้ใคร
แต่ถ้าผมเป็นพ่อแม่ ผมก็อยากให้ลูกเป็นเด็กเรียน
แต่ทำอย่างไร ให้ลูกรู้จักโลก ให้ลูกมีความคิด
นี่คือปัญหาใหญ่ถัดจากเลี้ยงให้มันโตล่ะมั้ง
โอยยาว... :08:
อ้างคำพูดจาก: มุมมืดของสังคม เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 13:35 น.
เราเองอยู่มาทุกกลุ่ม โอตาคุนี่ก็อยู่ เล่นการ์ดอ่านการ์ตูน
แต่คือไม่เคยโดนรังแกนะ เพราะว่าเป็นพวกกว้างขวาง (แถไปทั่วน่ะ)
แต่บทบาทชัดคือมอปลาย กลุ่มเด็กกิจกรรม
// เหมือนกันเลย :25:
พอโตมาแล้วกลับไปคิดนะ เออเข้าใจนะ
คือประเทศไทยเนี่ย มันไม่ใช่ประเทศที่คนดีจะเจริญหมด
คนดีตายมาก ตายง่าย อีกต่างหาก
// ถูกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
จากโพสพี่ก็อพ
จัดตัวเองไม่ถูกว่าจะอยู่กลุ่มไหนดี :31:
คือก็ไม่ได้เด็กเรียน หรือแนวไปเลย
คือไม่ชอบทำตัวเด่น ไม่ชอบคุยเสียงดังเวลาเรียนอะไรประมาณนี้
เพื่อนก็ไม่เยอะ ไม่ค่อยเฮฮา
หรือเพราะเป็นรร.ผู้หญิงล้วนก็ไม่รู้
กลุ่มเฮฮาเข้าถึงได้ยาก
มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้หนิงเข้าถึงไม่ได้
คือยอมรับในสิ่งที่เค้าเป็นไม่ได้
กลุ่มโอตาคุนี่ ที่รร.หนิงเรียก โลกการ์ตูนค่ะ :30:
ปัจจุบันมีสมาชิกเฉพาะชั้นหนิงประมาณ 10 คน
ชั้นอื่นอีกเท่าไหร่ไม่รู้
รุ่นหนิงจะแบ่งแยกพวกนี้ออกจากคนทั่วไปมากๆ คือแบบไม่ยอมรับ เป็นที่น่าตลก แบบที่พี่ก็อพว่าแหละ
แต่บางคนก็เรียนเก่ง จนถึงอ่อนแบบเอ๋อไปเลย
แต่หนิงก็เห็นบางรุ่นที่เค้ายอมรับในตัวพวกนี้ คือยอมเล่นด้วย คุยด้วย แต่ไม่คุยเรื่องการ์ตูน
นึกว่ามีแต่รร.หนิงที่ไม่ยอมรับพวกนี้ :25:
พวกโอตาคุนี้ มีประโยชน์มากเลยนะครับ :25:
ในการขอยืมอ่านการ์ตูน อัพเดตข่าวใหม่ๆ
โอตาคุ นี่ อะไรเหรอ ครับ :09:
ตูก็บ้าการ์ตูนนะ ไม่ยักกะโดนใครแกล้ง {หมีโหด}
ถ้าแค่บ้าการ์ตูนไม่โดนแกล้งหรอก :26: (หุ่นเจ๊ ไม่มีใครกล้าหรอก)
แต่ถ้าคลั่งการ์ตูน ส่วนใหญ่จะโลกภายในเข้มแข็ง แต่โลกภายนอกจะดูน่าแกล้งไงเจ๊
อ้างคำพูดจาก: เอ เป๋ตลอด เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 14:17 น.
ถ้าแค่บ้าการ์ตูนไม่โดนแกล้งหรอก :26: (หุ่นเจ๊ ไม่มีใครกล้าหรอก)
แต่ถ้าคลั่งการ์ตูน ส่วนใหญ่จะโลกภายในเข้มแข็ง แต่โลกภายนอกจะดูน่าแกล้งไงเจ๊
- :11:
ตูไม่ได้บ้าหรอก เรียกว่าคลั่งได้เลยแหละ แต่พอดีมีพี่ชายจัดอยู่ในกลุ่มสุดท้ายของกิ๊งอ่ะ (ตอนนี้อยู่ในเรือนจำเรียบโร้ย)
เลยไม่มีใครกล้าแหยม
กิ้วก็อ่านทั้งวันเลยนะบ้าด้วย {หมีโหด}
อ้างคำพูดจาก: จักรี มีให้ฮา เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 14:13 น.
โอตาคุ นี่ อะไรเหรอ ครับ :09:
พวกบ้าการ์ตูนมากๆน่ะครับ ไม่ใช่แบบพวกผุ้ชายบ้าการ์ตูนทั่วไปนะครับ
คือแบบคุยกันก็คุยแต่เรื่องนี้ ชอบวกเข้าเรื่องนี้
พวกเห็นฟิกเกอร์แล้วต้องกรี๊ดดดดด
แล้วก็ประเภทหมกตัว
คือความจริงความหมายมันแรงกว่านี้มาก แต่เมืองไทยใช้กันแบบตั้งแต่ซอฟต์ๆ
ขอบคุณมากครับ แต่ผมก็ไม่เข้าใจอยุ๋ดีแหละ ครับ ทางที่ดี เอา ใบพัดไม้ไผ่ มาให้ผมเธอครับ โดเรม่อน {หมีโหด}
อ้างคำพูดจาก: มุมมืดของสังคม เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 14:53 น.
พวกบ้าการ์ตูนมากๆน่ะครับ ไม่ใช่แบบพวกผุ้ชายบ้าการ์ตูนทั่วไปนะครับ
คือแบบคุยกันก็คุยแต่เรื่องนี้ ชอบวกเข้าเรื่องนี้
พวกเห็นฟิกเกอร์แล้วต้องกรี๊ดดดดด
แล้วก็ประเภทหมกตัว
คือความจริงความหมายมันแรงกว่านี้มาก แต่เมืองไทยใช้กันแบบตั้งแต่ซอฟต์ๆ
ทีไอทีวี
เคยเอา หนัง พวก โอตาคุ
มาแพร่ภาพด้วย วันเสาร์ดึกหน่อย
อ้างคำพูดจาก: จักรี มีให้ฮา เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 14:56 น.
ขอบคุณมากครับ แต่ผมก็ไม่เข้าใจอยุ๋ดีแหละ ครับ ทางที่ดี เอา ใบพัดไม้ไผ่ มาให้ผมเธอครับ โดเรม่อน {หมีโหด}
จะไปไหนกันสองคนครับ :26:
อย่ามาขัดขวางความรักเรานะ ไจแอ่น
อ้างคำพูดจาก: จักรี มีให้ฮา เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 14:58 น.
อย่ามาขัดขวางความรักเรานะ ไจแอ่น
แหมตั้งใจวางไว้ ให้คนอื่นแซว
ไม่ธรรมดานะนี่
มีการปู รอคนมาตบ
ทริก ตลก คาเฟ่เลย
:30:
แหม ก็ตบซิ่คะพี่โอ๋ :07:
มาทำดักมุกแบบนี้ ได้ไง :11:
มุกพี่จักรีนี่ โดยธรรมชาติครับ
ไม่ใช่วางแผนไว้แต่อย่างใด :35:
อ้างคำพูดจาก: จอย สอยให้ร่วง เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 15:01 น.
แหม ก็ตบซิ่คะพี่โอ๋ :07:
มาทำดักมุกแบบนี้ ได้ไง :11:
เอ้า ผิดมารยาท (ฮา)
โทษทีเน้อ จักรี
ว่าถึงเรื่องลูก
ผมเคยเขียนบันทึกถึงลูก
ตอนที่เขากับผมยังคุยกันไม่ได้
หยุดเขียนไปนานแล้ว พอเขาพูดได้
ผมก็หยุด ว่าจะเขียนต่ออีก แต่ก็ไม่ได้เขียน
เหมือนว่า มันไม่ได้รู้สึกอยากบอก
อะไรเขาเหมือนตอนนั้นแล้ว
เราคุยกันได้แล้ว
http://www.bbznet.com/scripts/board.php?user=vedkearn&board=2
อยากถามความรู้สึกคนเป็นคุณพ่อแล้วอย่างพี่โอ๋ครับ พี่โอ๋จะรู้สึกอย่างไรครับถ้าลูกสาวที่เลี้ยงดูฟูมฟักมาแต่เล็กแต่น้อย แต่โตขึ้นแล้วกลับอยากเป็นผู้ชายเป็นทอมบอยไป จะปล่อยเขาให้ไปตามทางที่เขาอยากจะเป็น หรือดึงเขากลับเข้ามาสู่โลกความจริงว่าเขาเป็นผู้หญิงครับ :46:
อ้างคำพูดจาก: ชายคลอง หนองน้ำขุ่น เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 15:08 น.
อยากถามความรู้สึกคนเป็นคุณพ่อแล้วอย่างพี่โอ๋ครับ พี่โอ๋จะรู้สึกอย่างไรครับถ้าลูกสาวที่เลี้ยงดูฟูมฟักมาแต่เล็กแต่น้อย แต่โตขึ้นแล้วกลับอยากเป็นผู้ชายเป็นทอมบอยไป จะปล่อยเขาให้ไปตามทางที่เขาอยากจะเป็น หรือดึงเขากลับเข้ามาสู่โลกความจริงว่าเขาเป็นผู้หญิงครับ :46:
ตอบโดยไม่สร้างภาพครับ
ผมคุยกะแฟนผมเรื่องนี้ ไว้เสมอ
ว่า ถ้าวันนึง ลูกสาวผมมาบอกว่า
พ่อฮะนี่แฟน วาดเขียนฮะ
ผมก็จะบอกว่า เออมากินเบียร์กัน
ลูกเลี้ยงได้แต่ตัวครับ
ใจเขาจะเป็นแบบไหน ก็ตามใจเขาครับ
แต่ก่อนนั้นผมก็จะเลี้ยงดูเต็มที่
ตามภูมิปัญญาที่ผมและแฟนมี
ถ้าผิดก็เป็นเพราะผมรู้เท่านี้
ถ้าถูก ก็จะดีใจ
กลับกันถ้ามีลูกชายอีกคน
แล้วเป็น กะเทยหรือเกย์
ดันเป็นชายรักชาย
ผมก็สนับสนุนเขาไปในทางที่เขาเป็นจนสุดใจครับ
ลูกเราเขาเป็นอะไรไป
แต่กลับมาบ้าน ต่อหน้าเราหรือลับหลัง
เขาก็ยังเป็นลูกเราเสมอไป
คนอื่นจะมองเขาว่า เป็น นายนั้น นังนี่
อีนั่น คุณโน่น
แต่ต่อหน้าผมสายตาผม
เขาคือลูกผมครับ
พี่โอ๋มาเป็นพ่อจอยไหมคะ :25:
โอ้โหปัญหานี้... :25:
โดนตัดหน้าระเบิดเถิดเทิง
พี่ระจันฯสุดยอด
น่าจะแตกหน่อ สัมภาษณ์ คุณพ่อตัวอย่าง :42:
อ้างคำพูดจาก: โอ๋ ระจัน...อันระ โจ๋ เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 15:14 น.
ตอบโดยไม่สร้างภาพครับ
ผมคุยกะแฟนผมเรื่องนี้ ไว้เสมอ
ว่า ถ้าวันนึง ลูกสาวผมมาบอกว่า
พ่อฮะนี่แฟน วาดเขียนฮะ
ผมก็จะบอกว่า เออมากินเบียร์กัน
ลูกเลี้ยงได้แต่ตัวครับ
ใจเขาจะเป็นแบบไหน ก็ตามใจเขาครับ
แต่ก่อนนั้นผมก็จะเลี้ยงดูเต็มที่
ตามภูมิปัญญาที่ผมและแฟนมี
ถ้าผิดก็เป็นเพราะผมรู้เท่านี้
ถ้าถูก ก็จะดีใจ
กลับกันถ้ามีลูกชายอีกคน
แล้วเป็น กะเทยหรือเกย์
ดันเป็นชายรักชาย
ผมก็สนับสนุนเขาไปในทางที่เขาเป็นจนสุดใจครับ
ลูกเราเขาเป็นอะไรไป
แต่กลับมาบ้าน ต่อหน้าเราหรือลับหลัง
เขาก็ยังเป็นลูกเราเสมอไป
คนอื่นจะมองเขาว่า เป็น นายนั้น นังนี่
อีนั่น คุณโน่น
แต่ต่อหน้าผมสายตาผม
เขาคือลูกผมครับ
อ่านแล้วกินใจ จนอยากให้คุณพ่อหลายๆคนคิดแบบพี่ระจันมากๆเลยครับ พลัสวันครับ คำตอบถูกใจมากครับ :22:
นี่แหละที่พ่อไอ้หงิกคิดหล่ะ :22:
เพียงแค่ว่ามันอยู่ในรูปแบบที่คนไม่เข้าใจแค่นั้นเอง
ถ้ามีลูก จะให้ลูกดูแลตัวเอง ดูแลแม่ด้วย :22: หวังให้ลูกทำงานบ้านได้ จะได้ทำให้แม่ด้วย :33:
อ้างคำพูดจาก: มุมมืดของสังคม เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 15:18 น.
โอ้โหปัญหานี้... :25:
โดนตัดหน้าระเบิดเถิดเทิง
พี่ระจันฯสุดยอด
น่าจะแตกหน่อ สัมภาษณ์ คุณพ่อตัวอย่าง :42:
ผมเชื่อว่า คนมันกลม แหละครับ
อยู่ที่เราหันด้านไหนหาแสง
ด้าน ไม่ไหวผมก็มี ด้านไม่ดีก็เยอะ
แต่เรื่อง ลูก นี่ผมตั้งใจอย่างสุดใจเลยว่า
ถึงเราจะเป็นคนแบบไหนมาก่อน
แต่เราต้องเป็น พ่อที่ดี
อ้างคำพูดจาก: กุหลาบแก้วแมวเลียตูด เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 15:35 น.
นี่แหละที่พ่อไอ้หงิกคิดหล่ะ :22:
เพียงแค่ว่ามันอยู่ในรูปแบบที่คนไม่เข้าใจแค่นั้นเอง
ขอเบิ้ล
พ่อหงิกคิด
เฉลิม ก็คิด
แบบนี้
พื้นฐานมันแบบนี้
ถึงมีวลีว่า
รักลูกให้ถูกทาง
ยังไงกรณีนั้นก็ควรจะรักลูกให้ถูกทาง เชื่อลูกตัวเองก็ต้องเปิดใจเชื่อพยานรู้เห็นบ้าง
ไม่ใช่ลำเอียงยังไงลูกฉันก็ไม่ผิด :39:
มาไล่อ่านย้อนไปหลายๆหน้า
รู้สึกว่ามนุษย์นี่มันประกอบด้วยอะไรหลายอย่างจริงๆ
นอกจากคาร์บอน แล้วก็แร่ธาตุอื่น..
มันยังต้องมีตรรกะ เหตุผล สัญชาติญาติฯลฯ
เขาถึงว่า เป็นคนนี่มันเหนื่อยแนะ
แล้วตูเป็นไรไปแล้วเนี่ย มาพูดอะไรแบบนี้ :42:
เป็นคน :25:
เป็นโอตาคุ :25:
แก่แล้วก็พูดงี้ได้แหละ
เป็นคนจะเหนื่อยได้ไง ไม่ต้องทำอะไรก็เป็นคนอยู่แล้ว :35:
แย่เลยเนอะ ไม่มีสิทธิ์ให้เลือกเลยเหรอ
คนอื่นรู้ได้ไงว่าเราอยากเป็นคนรึเปล่า
แปลว่าชีวิตพี่เอ ทุกวันนี้มันแย่จนไม่อยากเป็นคนเลยไง๊ :35:
มันเป็นพี่แอนน่ะ :27:
อ้างคำพูดจาก: อุ้ย ตุ๋ยทุกราย เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 16:02 น.
แก่แล้วก็พูดงี้ได้แหละ
พี่อุ้ยยยยย :07:
อ้างคำพูดจาก: กุหลาบแก้วแมวเลียตูด เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 17:00 น.
เป็นคนจะเหนื่อยได้ไง ไม่ต้องทำอะไรก็เป็นคนอยู่แล้ว :35:
เป็นคนทั้งที กับเป็นคนแน่เหรอวะเนี่ย
มันไม่เหมือนกันนะครับกิ้ว :35:
พิมพ์ไปตั้งเยอะเพิ่งเห็นว่าลืมเปลี่ยนภาษา :07:
ไม่ตอบแล้ว :23:
- -'
แล้วผมจัดอยู่ในประเภทไหนเนี่ย
โดดเรียนแทบทุกวัน ทำแต่ไอ้ที่ตัวเองอยากทำ
และคิดว่าทำแล้วส่งผลกับตัวเอง
ที่ำสำคัญ แม่ไม่ว่าด้วย :42:
แม่บอก เอาตัวเองให้รอดก็พอ
แล้วไอ้ลูกชายแม่มันก็ยังเอาตัวเองรอดมาได้เรื่อยๆ
ก็เลยไม่ห่วงมันเท่าไหร่ :30:
ตอน มัธยม (ยกเว้น ม.6) แบบว่าสุดๆ อะครับ
เฉียดๆ ติด ม.ส. ทุกวิชา (แต่ก็รอดมาได้)
แต่ติด ร. ติด 0 ซะกี่วิชาก็ไม่รู้ (กร๊าก)
ไม่อยากเอา transcript มาโชว์ เคยเอา ร.บ. ให้เพื่อนดูทีนึง
มันอึ้งกันเป็นแถบ
ใบ transcript มีร่องรอยแก้เกรดตัวแดงแป๊ด
แถมแก้จาก 0 เป็น 1 :30:
เกรดแกว่งๆ แถวๆ 2.5 ให้ใจหายเล่นตลอด
ตอน ม.6 ด้วยความแก่ :42:
ก็เลยอยากรู้ว่าตัวเองจะตั้งใจทำอะไรได้แค่ไหน
เลยลองเล่นๆ พยายามเท่าที่อยากจะพยายาม
ประมาณว่า ขี้เกียจเมื่อไหร่ก็ร่วงเหมือนเดิมเมื่อนั้น
ปรากฎว่า ... เกรดทะลุเพดานไปไกลลิบๆ
ขึ้นจาก 2.5 (ม.5 เทอม 2) มาเป็น 3.66 ในพริบตา
ก็เลย เออ จะทำก็ทำได้นี่หว่า
เทอมสองก็เลยขี้เกียจลงหน่อย
เกรดก็เลยหายไปอีกนิดนึง (เหลือแถวๆ 3.3)
สรุป ม.ปลายเกรด 3.01 :30:
แม่ผมสอนมาว่า ทำอะไรก็ทำไปเถอะ
ถ้าเราทำแล้วเราสบายใจ และไม่มีใครเดือดร้อนกับการกระทำของเรา
ย้ำตลอดจริงๆ คำนี้
ก็เลยถือเป็นคติการใช้ชีวิตมาตลอด
ส่วนเรื่องพี่น้อง...
บ้านผมพี่น้องรวม 4 คนครับ ผมคนที่ 2
จะเรียกว่าเป็นลูกหลงก็คงได้มั้ง เพราะตอนแรกมีพี่สาวผมแล้ว (คลอด ปลาย เมษา)
ซักพักไม่รู้อีท่าไหนอะไรยังไง แม่ท้องอีก ทั้งๆ ที่ไม่ได้วางแผน
แต่ผมคงโชคดีจริงๆ แหละที่เกิดมาบ้านนี้
ถึงแม้พ่อตอนเด็กๆ จะโหดไปบ้าง (แหงแซะ เล่นจับห้อยหัวเอาเข็มขัดฟาดเอาๆ)
แต่ก็... นะ สายเลือดตัดไม่ขาดจริงๆ
กะพี่สาว จริงๆ ตอนเด็กๆ ทะเลาะกันตลอด
เพิ่งมาปีหลังๆ นี่เองที่คุยกันดีๆ แล้วไม่ทะเลาะกัน
(หลังจากครั้งล่าสุด พี่เอาเก้าอี้ไล่ฟาด วิ่งหลบแทบไม่ทัน :08: )
เล่นกันแทบเหมือนเพื่อนกันเลยมั้ง
พี่เก่งเคมีกับภาษา ผมเก่งงานคำนวณกะตรรกะ
ตอนหลังๆ เลยช่วยงานกันบ่อยๆ
ส่วนน้องสาวกะน้องคนสุดท้อง ...
เอาเป็นว่า อายุห่างกัน 6 กะ 10 ปี
เลยให้ความรู้สึกว่ามันเป็นน้องเล็กมากๆ
เห็นมันตั้งแต่แรกเกิดเลย (จำได้ด้วย ตอนนั้นไป รพ. กะพี่สาว)
ก็เลย... จะว่าไงดีอะ เป็นห่วงน่ะใช่
แต่ก็ชอบแกล้งมัน สนุกดี
ส่วนไอ้เปี๊ยก ขอยืมคำที่พี่สาวบอกมาแล้วกัน
"มันจะยังน่ารักจนกว่ามันจะพูดได้นั่นแหละ"
ยืนยันแล้วว่าเป็นจริงทุกประการ
โตขึ้นมา แม่ถึงกับส่ายหัว เพราะได้นิสัยพี่ชายมันมาเต็มๆ
แม่บ๊นบ่น เลยเข้าใจเลยว่า ตอนเลี้ยงเราแม่เหนื่อยแค่ไหน
เอ้า ไปถึงไหนแล้วเนี่ย
เด็กจะน่ารักจนกว่าจะพูดได้นั่นแหละ จริงแท้ทุกประการ
อกาลิโกมากๆ :12:
อ้างคำพูดจาก: เอ เป๋ตลอด เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 17:33 น.
เด็กจะน่ารักจนกว่าจะพูดได้นั่นแหละ จริงแท้ทุกประการ
อกาลิโกมากๆ :12:
แปลด้วยสิ :46:
:44:
จำคำแปลได้ไม่แม่นเลยไปคุ้ยมาให้ครับ
อกาลิโก-คือ สิ่งที่ไม่ประกอบด้วย"กาลเวลา" เช่น ความว่าง นิพพาน ความดี เป็นสิ่งที่แน่นอน ไม่ต้องอาศัยกาลเวลาเป็นเครื่องตัดสิน และความน่ารักของเด็กจนกว่าจะพูดได้
น่านแหละโยม
เช่นนั้นเอง
:21:
เบื่อเด็กพูดมากจริง ๆ ครับ
ถึงจะรู้ว่ามันไม่รู้มากเหมือนเราก็เหอะ
อ้างคำพูดจาก: กิ๊ง กลิ้งปิ้งไก่ เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 17:41 น.
เบื่อเด็กพูดมากจริง ๆ ครับ
ถึงจะรู้ว่ามันไม่รู้มากเหมือนเราก็เหอะ
ผมเคยรำคาญลูกเจ้านายผมนะครับ
รำคาญมาก เพราะเธอจะพูดและพูดและพูดทั้งวัน
แต่เมื่อ ผมคิดว่า ถ้าเขาเป็นลูกหลานเรา
ความรำคาญจะลดลงครึ่งหนึ่ง
ตอนนี้เธอคนนั้นโตแล้วครับ
พูดน้อยลง แล้ว
เวลาผ่านไปเด็กก็เรียนรู้โลก
มากขึ้น
รู้สึกแปลกๆ ดีนะครับ :31:
ที่มนุษย์จะไม่ชอบในสิ่งที่ตัวเองควบคุมไม่ได้
และตัวเองก็ไม่อยากให้ใครควบคุม
จริงๆ ชอบเด็กๆ นะครับ แต่ไม่ชอบตรงที่ควบคุมให้หยุดพูดไม่ได้ :08:
อ้างคำพูดจาก: เอ เป๋ตลอด เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 17:51 น.
รู้สึกแปลกๆ ดีนะครับ :31:
ที่มนุษย์จะไม่ชอบในสิ่งที่ตัวเองควบคุมไม่ได้
และตัวเองก็ไม่อยากให้ใครควบคุม
จริงๆ ชอบเด็กๆ นะครับ แต่ไม่ชอบตรงที่ควบคุมให้หยุดพูดไม่ได้ :08:
แล้วเราจะไปควบคุมเขาทำไม :21:
เด็กนะ ไม่ใช่ นักโทษ
งั้นเราคงต้องควบคุมตัวเองแทน :30:
อุดหูตัวเองซะ :05a:
ปกติมันดีนะที่เด็กพูดมากหน่ะ เพราะถ้าไม่พูดเนี่ยเกิดอะไรขึ้นกับน้องเค้าเนี่ยเค้าจะไม่พูดเลย
จากประสบการณ์ที่เลี้ยงเด็กมานะ มันค่อนข้างจะดี :17:/
แต่ถ้าโตแล้วยังพูดมากอยู่แปลว่าบุคลิกเค้าเป็นแบบช่างพูด ก็ดีอีกเหมือนกัน
อ้างคำพูดจาก: เอ เป๋ตลอด เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 17:51 น.
รู้สึกแปลกๆ ดีนะครับ :31:
ที่มนุษย์จะไม่ชอบในสิ่งที่ตัวเองควบคุมไม่ได้
และตัวเองก็ไม่อยากให้ใครควบคุม
ถึงได้ติดเกมกันทั่วบ้านทั่วเมืองไงครับ เพราะเอาแต่จะ "ควบคุม"
ได้แต่อ่านครับจู๋นี้
เพราะที่บ้านเลี้ยงดูลูก 4 คนมาแบบราชก๊ารราชการ
เลยไม่มีอะไรให้ตื่นเต้นประเภทนอกลู่นอกทางนัก
(นอกจากน้องชายคนเล็กที่เคยติดยาอยู่พักนึง)
เอาไว้มีลูกแล้วจะขุดมาปั่นใหม่ :30:
ตอนนี้ก็ยกขึ้นหิ้งไว้ก่อน
อ้างคำพูดจาก: แอน แฟนกลัว เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 17:56 น.
ได้แต่อ่านครับจู๋นี้
เพราะที่บ้านเลี้ยงดูลูก 4 คนมาแบบราชก๊ารราชการ
เลยไม่มีอะไรให้ตื่นเต้นประเภทนอกลู่นอกทางนัก
(นอกจากน้องชายคนเล็กที่เคยติดยาอยู่พักนึง)
เอาไว้มีลูกแล้วจะขุดมาปั่นใหม่ :30:
ตอนนี้ก็ยกขึ้นหิ้งไว้ก่อน
ได้กินข้าวสองมื้อเหรอครับ :09:
เด็กก็คือเด็ก พอลูกเด็กพูดมากก็รำคาณมัน อพมันโตแล้วไม่คุยด้วย คุยแต่กะแฟนก็ว่ามัน ว่ามันไม่ยอมคุยกะพ่อกะแม่ :30:
อ้างคำพูดจาก: กุหลาบแก้วแมวเลียตูด เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 17:58 น.
เด็กก็คือเด็ก พอลูกเด็กพูดมากก็รำคาณมัน อพมันโตแล้วไม่คุยด้วย คุยแต่กะแฟนก็ว่ามัน ว่ามันไม่ยอมคุยกะพ่อกะแม่ :30:
โดนมากครับ :42:
อ้างคำพูดจาก: แอน แฟนกลัว เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 17:56 น.
ได้แต่อ่านครับจู๋นี้
เพราะที่บ้านเลี้ยงดูลูก 4 คนมาแบบราชก๊ารราชการ
เลยไม่มีอะไรให้ตื่นเต้นประเภทนอกลู่นอกทางนัก
(นอกจากน้องชายคนเล็กที่เคยติดยาอยู่พักนึง)
เอาไว้มีลูกแล้วจะขุดมาปั่นใหม่ :30:
ตอนนี้ก็ยกขึ้นหิ้งไว้ก่อน
บ้านผมก็ราชก๊านราชการ
จนป่านนี้ ผมจะริเริ่มทำอะไรใหม่ๆ
พ่อและแม่จะมองว่า เสี่ยง
ไม่มั่นคง อะไรตลอด
ที่ผมทำงาน บ. นี่ยาวนาน 16 ปี
มีส่วนสำคัญมาจาก พ่อ และ แม่ด้วยนะ
คือ ถ้าลาออกแม่ก็ บ่น พ่อก็กังวล
เหตุผลลูกแหง่มาก
แต่ผมสามารถครับ
แม่สบายใจ พ่อสบายใจ
ว่าลูกไม่อดตาย
ผมทิ้งฝันลงครึ่งนึงได้ครับ
แล้วค่อยๆ สานฝันไปทีละนิดๆ
ก็ แบบว่า ขวาจัดเลยครับ เป็นคนดีที่รัฐบาลต้องการเลยแหละ
- ตอนเช้าไปเรียน ตอนเย็นกลับบ้าน
- อ่านหนังสือ ทำการบ้าน ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน
- เข้านอนหลังละครจบ แปรงฟันก่อนนอนด้วย
- พ่อตัดแปะคำขวัญไว้ที่ฝาบ้านว่า "ตื่นก่อนรุ่งอรุณ อนาคตจะรุ่งโรจน์" (วันนี้ตูเลยตื่น 4 โมงเย็น)
- โดนดุโดนตีก็ธรรมดาเพราะพ่อแม่เป็นครู
- ในระดับมัธยม การมีแฟนถือเป็นความลับ :30:
- ฯลฯ
// ใช่ๆ ที่บ้านมีแนวคิดเรื่องความมั่นคง
คือแม่จะพูดบ่อยๆ ว่าตูต้องเรียนให้ได้ดอกเตอร์ (และเป็นวิศวกร)
นั่นเพราะสมัยเรียนประถม มัธยม ตูเรียนดี :03:
:08: เป็นชีวิตที่ดีพร้อมจริงๆ
พอพูดถึงการมีแฟน ตอนอยู่มัธยมนี่ รุ่นน้องไปยืมหนังสือ ที่บ้าน แม่ด่ากราดเลย ตูเจอเพื่อนล้อประจำเลย :39:
เพื่อนล้อ ก็แม็ก สิครับ
อ้าว คิดว่า แม๊กเป็นเพื่อนกับ kfc ซะอีก
เอ้า ฮา.....
อ้างคำพูดจาก: จักรี ผีบ้า ฮาโคตร เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 18:02 น.
พอพูดถึงการมีแฟน ตอนอยู่มัธยมนี่ รุ่นน้องไปยืมหนังสือ ที่บ้าน แม่ด่ากราดเลย ตูเจอเพื่อนล้อประจำเลย :39:
ดีนะไม่เจอเพื่อนประตู
..... :31:
อ้างคำพูดจาก: กิ๊ง เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 17:59 น.
โดนมากครับ :42:
ก็จริงอ่ะ :30:
อ้างคำพูดจาก: จักรี ผีบ้า ฮาโคตร เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 18:02 น.
พอพูดถึงการมีแฟน ตอนอยู่มัธยมนี่ รุ่นน้องไปยืมหนังสือ ที่บ้าน แม่ด่ากราดเลย ตูเจอเพื่อนล้อประจำเลย :39:
กิ้วบอกแม่ว่ากิ้วคุยกับใครบ้าง ทุกคน :35:
ไม่มีปัญหาเรื่องนี้ ถ้าจะมีก็มีพ่อกิ้วนี่แหละ เจ้าชู้มากพอลูกสาวโตก็มาทำหวง :30:
สารภาพค่ะ
ตอนแรกที่เห็นจู๋นี้ ประมาณ 2-3 หน้าแรก
อ่านผ่านๆ ผ่านจริงๆ :30:
ต่อมา ก็เห็นลุงระจัน ป้าจอย พี่มุมมืด มาตอบ
เออ ก็ยังไม่ได้มาอ่านจริงๆ จังๆ ซักที
เพิ่งมาอ่านจริงๆ เอาอีตอนขึ้นหิ้งนี่แหละค่ะ :05:
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณลุงระจัน (มีความรู้สึกว่าลุงเป็นตัวชูโรงง่ะ)
และขอบคุณความเห็นสาระทั้งหลาย
ที่กล้าจะแชร์ความทรงจำต่างๆ ที่ผ่านมา
ทั้งด้านดีและด้านโหดร้าย
ทำให้รู้ว่ามีเด็กมีปัญหาเยอะแยะเลย :30:
(อ้อ แม่โพสพนะคะ ไม่ใช่โภสภ)
สำหรับคำถามพี่อร
สมมติว่าตัวเองมีลูก
จริงๆ เดือนไม่อยากคิดเรื่องการมีครอบครัวเลยนะ
รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องหนักกับการจะเลี้ยงเด็ก
พอดีว่าเดือนก็มีน้องอายุ 3 กะ 2 ขวบ
เห็นมันมาตั้งแต่เกิด
เวลาแม่ใช้ให้ดูมัน เดือนก็เบื่อ :30:
เวลามันซนเดือนก็ดุมัน :30:
เลยรู้สึกว่าไม่อยากเลี้ยงเด็ก ถึงมันจะน่ารักก็เหอะ
แต่เอาจริงๆ ถ้าเดือนมีลูกเดือนตั้งใจไว้อย่างนึงว่า
เดือนจะไม่เอาลูกตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร
สิ่งที่เดือนรู้สึกไม่ชอบเวลาที่แม่ทำ เดือนก็จะไม่ทำกับลูก
แต่มันก็ไม่แน่หรอกว่าจะห้ามตัวเองได้ :08:
เพราะบางทีเวลาอารมณ์ประชดประชัน
การทำร้ายจิตใจคนที่เราแคร์ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันผิดแต่เราก็ยังดึงดันจะทำ
:16: สรุปอย่ามีลูกเลย ขึ้นคานแก่ตายดีกว่า :30:
เรื่องครอบครัวตัวเอง
เอาย่อๆ แล้วกัน
จริงๆ จะเล่าให้ยาวเป็นมหากาพย์ก็ได้
และจริงๆ เดือนไม่ค่อยนิยมเล่าให้ใครฟังเรื่องปัญหาครอบครัว :42:
แต่เอาวะ เห็นหลายๆ คนในนี้แชร์กัน อยากเอี่ยวมั่ง
ตั้งแต่จำความได้
ครอบครัวเดือนมี พ่อ แม่ พี่สาวเดือน และก็เดือน
พี่เดือนเป็นพี่คนละแม่
พ่อเดือนตามใจเดือนมาก ให้เดือนเรียนโรงเรียนเอกชน อยู่แบบคุณหนู งานบ้านไม่ต้องทำ
เรียนอย่างเดียว
แต่ก็ไม่ให้เงินไปโรงเรียน ไม่ค่อยให้ดูทีวี ไม่ค่อยได้เล่นของเล่น ไม่เคยได้อ่านการ์ตูน
เดือนคิดว่าตัวเองโชคดีที่ตัวเองเป็นคนรักการอ่าน
คือตอนประถมก็หัดเข้าห้องสมุด อ่านหนังสือวรรณกรรมเยาวชน อ่านสารานุกรมไปเรื่อย
(เชื่อมั้ยว่าการอ่านเรื่องย่อละครในไทยรัฐทำให้เดือนจำศัพท์ภาษาไทยยากๆ ได้ตั้งแต่เด็ก
เขียนตามคำบอกทีไรได้เต็มตลอดเลย :02:)
เดือนเลยเป็นคนเอาแต่ใจ เชื่อมั่นในตัวเองสุดๆ กล้าสุดๆ
เรียนเก่งด้วย
มันเป็นคุณสมบัติที่ว่าจะดีก็ดี ว่าจะไม่ดีก็ไม่ดี
จริงๆ มันไม่ควรจะมีมากหรอก แต่ว่าไม่มีเลยก็ไม่ได้
พ่อเดือนตามใจเดือน แต่ใจร้ายกะพี่มาก
พี่สาวเดือนไม่ได้เรียนหนังสือ
ตอนเด็กเดือนไม่เข้าใจหรอกว่ามันจะรู้สึกยังไง
แต่ตอนนี้เดือนโคตรเข้าใจและโคตรรักมันเลย เดี๋ยวจะเล่าต่อว่าทำไม
รายได้หลักของบ้านอยู่ที่พ่อ
นอกจากพ่อจะไม่ให้เงินเดือนแล้วก็ไม่ให้เงินแม่ด้วย
การใช้จ่ายอยู่ที่พ่อหมด
แม่รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อิสระ ก็มีปากเสียงกะพ่อบ่อยครั้ง
ทะเลาะรุนแรงก็มี
เคยหอบเดือนพาหนีไปรอบนึงด้วย
แล้วก็กลับมาดีกัน
พอตอนม.2 พ่อก็เสีย
แม่ก็ต้องทำงาน
พี่สาวเดือนก็ไปอยู่มาเลเซีย
(พ่อเดือนเป็นคนสิงคโปร์-มาเลเซีย
พี่เดือนก็มีทั้งพ่อและแม่ไม่ใช่คนไทย มันเลยอยู่ประเทศไทยไม่ได้ เพราะต้องต่อพาสปอร์ตอะไรเยอะแยะ)
ตอนนั้นเดือนเหงามาก
และก็ไม่รู้ว่าแม่ก็เหงามาก
แล้วพักนึง แม่ก็มีผู้ชายคนใหม่
และมีลูก
ทั้งๆ ที่เดือนเคยขอว่าอย่ามีน้องใหม่
ตอนนี้เดือนเลยมีพี่ 1 คน มีน้องอีก 3 คน
มีพี่คนละแม่ มีน้องคนละพ่อ :42:
และพอแม่มีน้อง แม่ก็ไม่ได้ทำงาน
เดือนก็เลยต้องรับผิดชอบตัวเอง เลี้ยงตัวเอง
เดือนไม่ค่อยสนิทใจกะครอบครัวที่มีอยู่ซักเท่าไหร่
เดือนไม่ชอบพ่อเลี้ยงตัวเอง :42:
ทั้งอคติและข้อเท็จจริงที่ปรากฎ รู้สึกว่าเค้าก็ไม่ใช่คนดีเท่าไหร่
เค้าเข้ามาเปลี่ยนแปลงบ้านที่เดือนอยู่
เปลี่ยนสิ่งที่พ่อเดือนเคยทำเอาไว้
ตอนนี้บ้านเดือนมองไปตรงไหนก็ไม่เห็นร่องรอยของเก่าเลย :42:
เดือนเริ่มเข้าใจความรู้สึกพี่เดือน ที่มองมาถึงพ่อเดือน เดือน กะแม่
พี่จะรู้สึกว่ามันไม่ใช่ที่ของตัวเองเหมือนเดือนมั้ยนะ
แต่ที่แน่ๆ เวลาที่เดือนเห็นแม่อยู่กะครอบครัวใหม่
...เดือนไม่อยากเข้าไปยุ่งด้วยเลย
แต่เดือนก็ยังดีกว่าพี่เยอะ
พี่เดือนตอนนั้นจะมองเดือนด้วยความรู้สึกยังไงนะ
ที่เห็นน้องใส่ชุดนักเรียน ได้เรียน ได้มีเพื่อน
อย่างน้อยเดือนก็ไม่ได้ขาดอะไรมากมายเท่ากับพี่
เดือนคิดถึงพี่จังเลย
เดือนก็ไม่รู้ว่าตัวเองเกลียดน้องมั้ยนะ
แต่บางทีก็น้อยใจ รู้สึกว่าถูกแย่งความสำคัญไป
เกลียดพ่อมันน่ะไม่แน่
แต่คิดว่ายังไงในอนาคต ถ้าเดือนเลี้ยงตัวเองได้เดือนก็คงไม่ทิ้งน้อง
ถ้ามันทำตัวดีๆ น่ะนะ
พูดถึงการเลี้ยงดู
พ่อเดือนเลี้ยงเดือนแบบสปอยล์หน่อยๆ
คือถ้าอ้อนอะไรก็ได้หมดแหละ แต่ถ้าดื้อหัวแข็งก็อด
เดือนเคยทะเลาะกะพ่อและไม่ยอมพูดกะพ่อจนถึงวาระสุดท้ายของพ่อ
เป็นเรื่องที่คิดทีไรก็เสียใจทุกครั้ง ถ้าก่อนหน้านี้ทำตัวดีๆ ให้พ่อชื่นใจก่อนก็ไม่ได้
แม่เลยเลี้ยงเดือนแบบไม่ค่อยตามใจเท่าไหร่
แม่เดือนเป็นแม่เลี้ยงที่ยุติธรรมมากนะ รักพี่เดือนเท่าๆ กะเดือน
เวลาทะเลาะกันแม่ก็ชอบเข้าข้างพี่มากกว่า
แม่ก็ชอบสอน แต่บางทีพอไม่ฟังก็ตี
แล้วก็ชอบเอาเดือนไปเปรียบกะลูกคนอื่น จนกระทั่งทุกวันนี้ก็ยังทำ :42:
เป็นสิ่งที่เดือนเกลียด เกลียดมากถึงมากที่สุด
เท่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้นี่ดีไม่พอหรือไง
แม่ไม่ค่อยพูดให้เดือนรู้สึกดี คือถึงแม่ดีใจก็ไม่บอกว่ารู้สึกดีไรเงี้ย
บางทีมันไม่ดีนะ เราก็อยากให้แม่ทำท่าชื่นใจที่เราเป็นเด็กดีบ้าง
อะไรประมาณนี้แหละ
...ไม่รู้จะพิมพ์ไรแล้วแฮะ ยาวมากเลย
//แก้ไข
เดือนรักแม่มากนะ ถึงแม่จะชอบคิดว่าเดือนไม่สนใจแม่ ไม่รักแม่ก็เหอะ
แต่เดือนรักแม่มาก มากกว่าพ่ออีก
คือแค่คิดว่าถ้าเดือนไม่มีแม่นี่ เดือนก็อยู่ไม่ได้แล้วนะ
รู้สึกหน่อยๆ ว่าเดือนกะแม่นิสัยคล้ายๆ กัน
เจ้าทิฐิเหมือนกัน
เวลาเข้าหากันก็เลยคุยกันยาก :30:
บวกพี่เดือนค่ะ :12:
เรื่องสนิทกับพ่อกับแม่นี่นะ กิ้วค่อนข้างจะลามปามเลยแหละ :16:
คือถ้าพ่อกะแม่งอแงกิ้วก็ดุเลยนะ :30:
ดีนะเนี่ยที่พ่อกะแม่ไม่ใช่คนที่ดุๆๆไม่งั้นกิ้วโดนตีปากแน่ๆ :05:
จริงๆกิ้วเป็นคนจีนนะ คนจีนแท้ด้วย ตาเอกจีนสู้กิ้วได้รึเปล่าไม่รู้ :30:
แต่อากงก็รักกิ้วมากนะ ไม่เกี่ยงเรื่องเป็นหลานสาวแบบที่ปกติคนจีนเค้าทำกัน
จริงชื่อกั๊บกิ้วเนี่ย คนจีนแถวบ้านเค้าก็จะไม่ให้ตั้ง
แต่อากงกิ้วก็พูดว่า นี่มันสมัยไหนแล้ว จะไปจริงจังอะไรกับชื่อ ชื่อมันก็น่ารักดี หน้าเด็กมันจะน่าเกลียดตามชื่อไปได้ยังไง
ชื่อกิ้วแปลว่า จุ๋มจิ๋มค่ะ เป็นคำแสลงภาษาจีนแปลได้ทั้งจุ๋มจิ๋มเด็กผู้หญิงและเขียดน้อยด้วย ถ้าไม่ใช่คนแก่จริงๆจะไม่รู้จักเพราะเป็นคำโบราณ
พ่อกิ้วก็ไม่สนเรื่องที่ว่าเป็นลูกสาวนะ กิ้วว่ากิ้วโชคดีออก
แถมถ้าเป็นบ้านที่เค้าถือนะ กิ้วนี่ถือว่ากาลกีณีเลยนะ เพราะเกิดปุ๊ปอาม่าก็ตาย :05:
พี่ก็สนิทกะแม่นะ
บางทีก็เรียกแม่ว่าเจ๊ด้วย เพราะแม่พี่อายุห่างจากพี่ 21 ปีเอง
แต่พี่ไม่ค่อยเล่าเรื่องตัวเองให้แม่ฟังเท่าไหร่
น้อยมากที่จะเล่าเรื่องตัวเอง
อย่างแบบเจอเพื่อนยังไง ไปเจออะไรมาที่ไหนอย่างไร ก็เล่าบ้าง
แต่ไม่ค่อยเล่าความรู้สึกง่ะ ไม่จำเป็นก็จะไม่ร้องไห้ให้แม่เห็นด้วย
แม่ก็เป็นเหมือนกัน ถึงจะบ่นๆๆ ยังไงก็ไม่ค่อยร้องให้ลูกเห็น
แต่ก่อนอาจจะไม่แสดงความใกล้ชิดซักเท่าไหร่
แต่หลังๆ นี้ก็พยายามไปกอด ไปหอม ถ้าวันเกิดแม่หรือวันแม่ก็หาของขวัญให้ แล้วก็ไปกราบ
ส่วนนิสัยตัวเองนี่ หลังๆ โดนสังคมกล่อมเกลาซะเป็นส่วนใหญ่ :08:
ของแม่กิ้ว24ปีแหละ ส่วนใหญ่กิ้วจะเล่านะเพราะคิดว่าเล่าให้เค้าฟังดีกว่าเค้าจะได้สบายใจ
แต่เดี๋ยวนี้ออกมาอยู่หอม๊าจะเดินมาหอมมากอดเองเลย
มีโทรมาเพื่อบอกว่าจุ๊บๆด้วยนะ :25:
เพิ่งรู้ว่าเดือนเป็นลูกครึ่ง :27:
บวกน้องเดือน ซึ้งงงงงมาก
เป็นเหมือนเดือนเหมือนกัน
จริงๆนะ พอโตแล้วคิดได้เนี่ย มันโคตรจะอึ้งตัวเอง
ว่าตอนนั้น ทำลงไปได้ไงวะะะะะะเนี่ย...
ตอนนี้ก็ทำดีกับแม่ตลอดเลยเหมือนกัน
เรื่องใกล้ชิดนี่ ใกล้ปกติ เพราะกับเพื่อนผมก็น้ำเน่าอยู่แล้ว
กับพ่อแม่เลยไม่อายนะ แม่กับอายเองด้วยซ้ำ
กอด หอมได้เต็มที่ แต่ก็ไม่ได้ทำเองหรอก มันตลก
ส่วนมาก็ไปบีบมือ บีบขาให้ ซะมาก
เป้นการแสดงความรักได้แบบไม่เขินด้วยนะแนะนำๆ
ตอนแรกก็ไม่อยากเล่ามุมมืดของตัวเอง
แต่เจอพี่จอยไง ต่อมแตกเลยครับท่าน
มันโดนใจ มันทิ่มแทง...
พอไปแล้วก็ไปยาว
สาระเยอะจริงๆ :25:
(วันนี้ก็เพิ่งมานั่งไล่อ่านจู๋นี้ ซึ้งงงง :05:)
อ่านแล้วอยากบวกพี่เดือนในความกล้าที่เล่านะ :46:
แต่ขอติดไว้ก่อนค่ะ เพราะยังบวกไม่ได้ :42:
เรื่องสนิทกับแม่ ที่บ้านจินนี่ทั้งจินนี่กะน้องจะสนิทกับแม่มากกว่าพ่อค่ะ
จะเรียกว่าเป็นปัญหาที่บ้านอย่างนึงเลยก็ได้
เพราะพ่อเป็นคนอารมณ์ร้ายแล้วก็ดุค่ะ (สาเหตุ...เล่าต่อไปได้ยาวมากเลย- -)
ถ้าคุยอะไรเล่นๆกันอยู่ แล้วพ่อเดินมานี่คือวงแตกเลย
แต่กับแม่จะเฮฮา เพราะแม่เลี้ยงมาแบบคุยกันเหมือนเพื่อน
คือมีเรื่องอะไรก็จะเล่าให้ฟังเรื่อยๆเลย แต่ก็จะข้ามบางเรื่องไปเหมือนกัน
ส่วนปัญหาที่บ้านจินนี่ว่าก็คงมีกันทุกบ้านมั้งเนอะ แต่แค่มันมีมากมีน้อยต่างกัน
ถ้าไม่มีเลย....ก็เป็นเรื่องดีมากๆเลยแหล่ะ ซึ่งออกจะหายากนะ
อืมมมม อ่านของพี่เดือนแล้วอยากเล่ามั่งอะ...
อย่างที่บ้านจินนี่ ปัญหาที่มีบ่อยๆก็เรื่องเงินๆทองๆนี่ล่ะค่ะ
ตอนนี้ก็รับค่าเรียนจากบ้านย่า(บ้านใหญ่น่ะ มีย่ากะป้าที่ไม่ได้แต่งงานอยู่)
ทั้งค่าเรียนพิเศษ ค่าเรียนที่ร.ร. ก็รับจากที่นี่แหล่ะ
ตอนม.ต้น ช่วงนึงก็เคยอยู่บ้านย่า เป็นที่ๆอยู่แล้วเครียดมาก
เพราะมีแต่คนที่อายุมาก การมองโลกเค้าก็ไม่เปลี่ยนไปตามยุคเอาซะเลย
ทำนู่นไม่ได้ ทำนี่ไม่ได้ พูดจาต้องเรียบร้อย บลาๆๆ
ตอนเด็กๆเวลาจะไปบ้านโน้นก็จะเกร็งๆ เลยกลายเป็นช่วงประถมกับม.ต้น
แรกๆจะเป็นเด็กที่ไม่มีความกล้าเลย กลัวไปหมด แล้วจะคิดมาก คิดเยอะกว่าเด็กวัยเดียวกัน
เข้ากับเพื่อนไม่ได้เลยค่ะ :42:
พอมีเรื่องทะเลาะกัน เลยกลับมาอยู่บ้านตัวเอง แน่นอน ค่าเรียนอะไรก็ยังรับจากตรงโน้น
เวลาเรียนที่โรงเรียนก็ต้องกดดันตัวเองว่าต้องพยายามทำเกรดให้มันสวยๆหน่อย
เพราะด้วยความที่เราเป็นผู้หญิงด้วยล่ะ เค้าก็ไม่ค่อยจะโอ๋เท่าหลานชาย(แต่ที่บ้านตัวเองเฉยๆนะ รักเรากับน้องเท่ากันแหล่ะ)
ทีนี้บอกตรงๆว่าเหมือนเรา ทำดีแล้วเสมอตัว แต่ถ้ามีอะไรไมดีมาละก็โดนว่าเยอะเลย แล้วคำแต่ละคำจะแรงมาก
แล้วถึงจะได้รางวัลประกวดอะไรมาแต่เค้าก็จะเฉยๆกัน บางทีน้อยใจก็มีนะ :42:
หลังๆก็เลยมีเรื่องอีก ว่าจินนี่อยากเรียนศิลปะแต่เค้าไม่อยากให้เรียน เพราะว่าไร้สาระ
เค้าก็จะออกค่าเรียนพิเศษวิชาสามัญให้เราเท่านั้น แต่อย่างอื่นจะไม่ให้เลย
ก็เลยต้องหาค่าเรียนเอง อุปกรณ์ก็จ่ายเองด้วยเอ้า :08:
จะว่าดีก็ดี เพราะทำให้เราต้องบริหารเงิน บริหารเวลาหาตังค์ให้ได้ :22:
ไม่งั้นก็ไม่ได้ติว แล้วก็เราจะพลาดไม่ได้เลย ถ้าสอบไม่ติด ถ้าพลาดคงต้องเบนเข็มการเรียนต่อเลยล่ะ
แต่ถ้าจะว่าไม่ดี....ก็คงเพราะบางทีเราก็ไม่มีเวลาจะหาเงิน เพราะเราก็ต้องเรียนด้วยอีก
อารมณ์ท้อมันก็มาได้ง่ายๆเลยค่ะ
ส่วนที่บ้านตัวเองเพราะคุณพ่อเคยเป็นโรคทางจิตอย่างนึงน่ะ ตอนเราเด็กๆ ทำให้ใช้เป็นเบี้ยเลยช่วงนั้น
มาตอนนี้ก็ทำธุรกิจที่ทรงๆอย่างงี้ไปเรื่อย เหมือนทำแล้วเท่าทุน กำไรอีกนิดหน่อย
ซึ่งตอนนี้จะว่าปกติดีก็ไม่เชิงค่ะ รวมทั้งจริงๆแล้วเค้าก็ไม่ได้เป็นคนดีอะไรมากมาย
ทำให้ที่บ้านรวมทั้งน้องกะแม่จะเหมือนแบ่งพวกกับพ่อไปเลย (เคารพในฐานะพ่อ แต่ความสนิทนี่แทบจะห่างเหินกันไปเลยน่ะ)
กลับบ้านมาทีไรก็ออกแนวต่างคนต่างอยู่ แม่เคยแซวว่าเลี้ยงลูกแบบบุฟเฟ่ต์ :42:
อยากกินอะไรก็มาเอา อยากคุยอะไรก็มาคุยกับแม่ได้
แต่ว่าทั้งเรากับนองก็รู้หน้าที่รับผิดชอบค่อนข้างดีนะ เพราะแม่จะเลี้ยงแบบสอนให้คิดเป็นน่ะ มีอะไรมาคุยกัน
ยังคิดเลยว่า ถ้าตัวเองมีลูก (ในที่สุดก็เป๋กลับมาหัวข้อจนได้ :17:)
อยากจะเลี้ยงลูกแบบแม่ตัวเองน่ะ แต่จะปรับเปลี่ยนอะไรๆอีกนิดหน่อย
ชอบอะไรจะสนับสนุนเต็มที่ (เพราะเป็นสิ่งที่เราต้องการมากเลยแหล่ะ) ที่สำญคือเราคงอยู่กับลูกไม่ได้ทุกเวลา
ก็อยากสอนให้คิดเป็นนี่แหล่ะ เพราะถ้าหวงมากไปภูมิต้านทางสังคมมันก็ไม่มี
แอบอ้างถึงเดือน-กิ้ว จากหน้าที่แล้ว
โด่ พี่ห่างกะแม่ 18 ปี ชนะเว้ย :02:
แต่แม่พี่นี่สุดยอด ยอมรับ ประมาณว่าทำได้แทบทุกอย่าง
ตอนนี้ถ้าสอน She ทำฟอนต์ She คงทำเป็น :40:
นานาก็สนิทกับแม่เหมือนกัน แม่ห่างจากนานา 20 ปีเอง เราเลยคุยกันได้ คุยกันเหมือนเพื่อน (สนิทกะแม่ด้วย)
ตอนเด็กๆ นานาไม่ได้อยู่กับแม่ แต่อยู่กับยาย เ็ป็นเด็กขวาจัดมาก
กลับโรงเรียนทำการบ้าน ดูละครหลังข่าวแล้วนอน
ตื่นมาไปโรงเรียน เลิกเรียนกลับบ้าน วนเป็น loop ยังเงี้ย
ตั้งแต่ ป1 - ป6 ไม่เคยไปเที่ยวห้างกับเพื่อนเลย :30:
พอแม่มาอยู่ด้วยเลยรู้สึกว่าได้ทำอะไรเยอะขึ้นค่ะ สารภาพว่าที่ผ่านมานานารู้สึกว่าตัวเองอยู่ในกะลาจริงๆ :30: (ชีวิตมีแต่บ้าน โรงเรียน เพราะโรงเรียนอยู่ใกล้บ้าน) ไม่เคยทำอะไรเองเป็นเลย
ย้าย รร โรงเรียนอยู่ไกลจากบ้านมากขึ้น แม่ไปส่งแทนยาย เลยสนิทกับแม่แทน (และได้ทำอะไรแบบที่ยายชอบห้ามตลอด :30:) เจอสังคมใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆจากหลายๆที่ กิจกรรมเยอะๆ ก็รู้เลยว่าเราชอบอะไร
ช่วงนี้สนิทกับแม่เหมือนเดิม มีอะไรก็บอกหมด เพราะแม่เข้าใจนานา (แบบที่ยายน่าจะไม่เข้าใจ แต่ยายรักนานานะ :40:ฉ
ที่แม่เข้าใจเพราะวัยเด็กของแม่เป็นประเภทโดนยายกับตากดดันเอามากๆ จนเสียคนแหละค่ะ แต่แม่นานาบอกว่าคุ้มที่ได้ใช้ีชีวิตแบบที่ไม่มีใครจะทำได้เหมือนแม่อีกแล้ว (สัก โดดเรียน กินเหล้า เมาไปสอบไม่ได้ หนีออกจากบ้านจากกรุงเทพมาเชียงใหม่ ท้อง ฯลฯ) แล้วก็ทำธุรกิจ เคยอยู่ในจุดสูงสุด จนร้านเจ๊ง ก็กลับมาสามัญๆ เหมือนเดิม {หมีโหด}
แม่เลยเข้าใจนานา คิดว่านะ นานาคิดว่าแม่ก็เจ๋งดีเหมือนกัน :30:
ส่วนพ่อ อยู่กรุงเทพ {หมีโหด} {หมีโหด} {หมีโหด} {หมีโหด}
เห็นเค้าเล่ากัน เล่ามั่ง :31:
นานามีพี่สองคน เป็นพี่คนละแม่
ตอนนี้พ่อจดทะเบียนกับแม่ของพี่คนที่สอง หลังจากหย่ากับคนแรก
แม่นานาเพิ่งรู้ว่าพ่อมีลูกเมียแล้วตอนนานาอยู่ อนุบาล 3 นานาก็ไม่เข้าใจอะไรเท่าไหร่หรอกตอนนั้น
มารู้เพราะแม่พี่โทรมาขอให้เลิกยุ่งกับพ่อน่ะ
แต่แม่พี่ก็ไม่ได้เกลียดอะไรนานากับแม่นะ เพราะเค้าเข้าใจว่าแม่นานาไม่รู้มาก่อน
ก็ยังงั้นแหละค่ะ พ่อก็กลับไปอยู่กอทอมอ สภาวะบ้านนานาจึงเป็นบ้านลูกเมียน้อยไปโดยปริยาย :30:
แม่เลิกกับพ่อใหม่ๆ ก็มีแฟนใหม่ แล้วก็มีลูก (น้องนานา)
แต่น้องนานาเป็นโรคหัวใจ แถมพ่อน้องก็ไปกรุงเทพแล้วไม่ติดต่อมาอีกเลย :33:
พ่อนานาเคยพยายามพานานาไปหาญาติที่กรุงเทพนะ แบบอยากให้ลูกๆ เข้าหากันได้ ปรากฏว่าโดนพี่สาวคนโตแกล้ง ฯลฯ (ยายเล่าว่าเคยโดนจับหัวโขกตู้เย็นด้วย :27:) แต่นานาเข้ากับแม่พี่ได้เพราะเค้าไม่มีลูกสาว
(พี่สาวคนโตของนานาเค้าเคยติดยาด้วย เห็นเค้าว่ายามันไปทำลายสมองนิดหน่อย ทำให้พี่เค้าตอนนี้ออกแนวซื่อบื้อๆ :31:)
ปิดเทอมทีไป กทม ที
ก็ยังเป็นครอบครัวสุขสันต์อยู่
จนกระทั่งแม่พี่กับพ่อเริ่มทะเลาะกัน เรื่องพ่อขยันหาบ้านเล็กบ้านน้อย
แม่พี่เค้าเกือบจ้างคนเก็บเมียน้อยพ่อด้วย (นานากับพี่สมรู้ร่วมคิด :30:)
ก็ทะเลาะกันแรงขึ้น ทะเลาะกันมาห้าหกปีแล้วกับเรื่องนี้
ตอนนี้แม่พี่เค้าก็เกลียดพ่อ แล้วก็ยุให้นานากับพี่เกลียดพ่อไปด้วย
พยายามขุดคุ้ยเรื่องไม่ดีของพ่อมาพูด ประจานให้ลูกๆฟัง
เกือบหลงเข้าวังวนไปแล้ว แต่แม่นานาเตือนสติได้ {หมีโหด}
ความจริงนานาก็ไม่ดไ้อะไรหรอกค่ะ แม่พี่เค้าก็ดีกับนานา กับครอบครัวของนานาดี :33:
ตอนนี้นานากับแม่ยุพ่อให้เขียนพินัยกรรมอยู่ เพราะว่าพ่อแก่แล้ว ถ้าสมมุติเกิดอะไรขึ้นมา มรดกจะต้องถูกแบ่งให้ลูก เท่าๆกัน เพราะว่าแม่นานาไม่ไว้ใจแม่พี่ค่ะ เพราะเค้าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมาย :22:
นอกจากความรักก็มีเรื่องเงินกับมรดกแหละค่ะที่เข้ามาเกี่ยวพันกัน :30:
เพราะญาติพี่น้องพ่อก็ใช่ว่าจะ .... นะ :42:
นานารักทุกคนนะ ถ้าไม่ไปคิดมาก เอาแค่เฉพาะ ณ เวลานี้ นานามีความสุขดีค่ะ {หมีโหด}
อย่างน้อยก็ยังมีพ่อ ยังมีแม่
แต่แอบขาดความรักจากพ่อนะ (ที่ผ่านมาส่งมาในรูปของเงินน่ัะ)
อย่างน้อยก็ยังดีค่ะ ที่มีพ่อกับแม่ที่เข้าใจ
ปัญหาที่พูดๆมา ถ้าไม่ไปนึกถึงมันก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ชินแล้ว :30: :30: :30:
แต่ก็ภูมิใจจริงๆค่ะ ที่เป็นลูกพ่อกับแม่ :46:
หูยยย เดือนนน นานา :25: ถ้าอยู่ใกล้ๆ ป้าจะเข้ากอดคนละทีเลยนะ
ข้อหาที่ เจออะไรหนักๆกว่าป้ามามาก แต่ว่ายังคงความเป็นเด็กดีไว้ได้
เด็กดีในมุมของป้าที่มองเดือน กับ นานา คือ รู้จักกาลเทสะ รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่ รู้จักคิด และ ใฝ่ดี ข้อนี้สำคัญมาก
ขอให้เป็นเด็กที่น่ารักและใฝ่ดีอย่างนี้ตลอดไปเหมือนกับเกลือที่รักษาความเค็มไว้นะ (อุ๊ยยยย คำพูดแก่มาก :21: )
จุ๊บๆ จ้ะ :27:
สถานการณ์สร้างศิลปินจริงๆ ครับ
อ้างคำพูดจาก: แอน แฟนกลัว เมื่อ 28 ก.ย. 2007, 20:31 น.
สถานการณ์สร้างศิลปินจริงๆ ครับ
:30: จริงนะพี่แอน
นานาว่าวาดรูปเป็นการบำบัดที่ดีค่ะ :40:
ความฝันสูงสุดของนานาคือมีครอบครัวที่มีความสุข
จริงๆ นะ ไม่อยากให้ลูกเจออะไรแบบนี้เท่าไหร่ :30:
ที่เป็นอยู่ นานามีึความสุขดีจริงๆ ในระดับที่ครอบครัวเราเป็น
ความรู้สึกแย่ๆ มันแค่แอบอยู่ลึกๆน่ะ :22:
ได้ยินไหมสาม
จะได้ยินได้ไง
อ่านเอา :02:
โหญ เจ๊โบว์ไม่ได้แข่งนะ :07:
จริงๆแล้วจู่ถามเรื่องอยากมีลูกไม่ใช่เหรอดูท่ากิ้วจะเป๋ไปคนแรกเลยนิ :44:
ถ้าว่างๆ จะเข้ามาอ่านแบบละเอียดอีกที
ยอมรับว่าแรกๆ อ่านผ่านๆ
จู๋นี้จะช่วยให้เราเข้าใจสภาพของแต่ละคนได้ดีขึ้นอีกเยอะเลย :12:
อ่านทั้งของเดือน นานา และจินนี่(ของกิ้วอ่านมาทั้งวันละ :22:)
น้ำลายเหนียวเลยครับ กลืนลงยาก
ชีวิตคนกว่าจะโตได้ มันยากมาก
ไม่เหมือนถั่วงอกที่รดน้ำนับวันนิดหน่อย
ก็เด็ดมาผัดกับเต้าหู้ได้แล้ว
ทำให้ผมนึกถึงเพลง
ของคุณ กมลา เชียว
ชีวิตล้วนมีจุดเปลี่ยนทั้งนั้น
ผมบวกให้ทั้งสี่คน
จะพิมพ์อะไรต่อก็นึกไม่ออกเลย
ส่วนนานา ผมเคยทักงาน นานาว่า
เหมือนมีปมอะไรลึกๆในใจ
จำได้ไม่แม่นว่าทักไปกี่หนตอนไหนมั่ง
ดีใจที่ใช้ศิลปะมาบำบัดครับ
ตอนนี้รู้สึกอืม....
หลุดพ้นมากเลย
เห็นชีวิตน้องๆแล้ว
ป.ล.เราก็ยังรุ่นน้องๆอยู่นะ :42:
พูดถึงเรียนพิเศษ
ตอนม.ปลายก็เลือกเรียน ไม่ได้เรียนดะนะคะ
แต่พูดถึงก็ยังเสียดายอยู่ดี รู้สึกว่าเอามาใช้ไม่เต็มที่ :08:
จริงๆ เวลาเกเรก็มีนะคะ
ติดเน็ต เล่นเกม โดดเรียน ก็มี
ปัญหาเรื่องเงินก็เยอะมาก
เพราะไม่รู้จะเล่าให้ใครฟัง
ทั้งๆ ที่มีคนจะช่วยก็เยอะแต่เดือนก็เกรงใจมากๆ
จริงๆ ถูกทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียวก็บ่อย
คือแม่ไปคลอดลูกที่เชียงรายครึ่งปี ก็กลับมาหาดใหญ่ครึ่งปี
พอท้องก็ขึ้นเหนืออีก แล้วก็กลับมาอีก {หมีโหด}
เดือนปรับความรู้สึกไม่ทัน :08:
มันใจหายนะ ตอนแม่ไป
แต่พอแม่จะมาก็ไม่อยากให้มา :30:
มันอารมณ์วัยรุ่นมั้ง อยู่คนเดียวมันเหงาก็จริง แต่เวลาห่างกันแม่จะพูดดีเอาใจใส่
พูดว่าคิดถึง รักนะ ไรงี้
แต่พออยู่ด้วยกันซักพักก็จะบ่นไรงี้ไง แต่หลังๆ เดือนก็ฟังแม่บ่นได้ละ
แม่ก็บ่นน้อยลงนิดนึง ก็พอเข้ากันได้
เคยนึกสงสัยตัวเองเหมือนกัน
บ้านก็อยู่ใกล้สถานอโคจร ผับ บาร์ หรรษาคาเฟ่ ม่านรูด โคโยตี้ก็มี
ทำไมตูไม่คิดอยากจะไปฟะ (แต่อยากเมาให้ตายคาบ้านนี่เคย)
ไม่คิดจะพาผู้ชายมามั่วเลย :08:
ก็เลยนึกว่า ความหยิ่งในตัวเองนี่ มันก็ได้อย่างเสียอย่าง :43:
ไม่เที่ยวกลางคืน แต่เอาเวลามางมอยู่ในเน็ตแทน :08:
รู้สึกเหมือนได้แชร์ความเจ็บปวดยังไงไม่รู้ค่ะ :30:
ขอบคุณทุกคนจริงๆ
เดี๋ยวเอาไว้ซาๆ จะมาเล่าเรื่องน้า
พอดีมีเรื่องที่คุยกันตอนต้นๆ ที่เรื่องเอาเด็กออกอะไรนี่แหละ
พี่โอ๋จะไม่อ่านของหนูแล้วใช่ม๊า :23:
ถ้าจะให้เล่าให้หมดอ่ะ อีกนานเลย :35:
อ่านของน้องๆ หรือ หลานก็ไม่รู้
รู้สึกว่าของตัวเองผิวๆมาก
เหมือนส้มที่บีบใส่ตาแล้วแสบ
แค่ร้องให้ สักพักก็หาย
แต่อ่านของคนอื่นเหมือนต่างโดน
กระชากใจออกมาแล้วยัดกลับไปอีก
มันไม่ตายนะ ใจยังเต้น แต่แผลไม่สนิทเหมือนเดิม
เรื่องของเดือน ผมยังรออ่านเสมอ
เรื่องของกิ้วผมก็อ่านสิ แหม
รวมถึงเรื่องคนอื่นด้วยแหละ
กิ้วไม่รู้สึกแย่กับชีวิตนะ ย้ำอีก :12:
กิ้วรักที่กิ้วเป็นแล้วก็ที่คนรอบข้างเป็นนะ แต่ ณ ปัจจุบันนี่พ่อกิ้วยังไม่ยอมคิดเลยว่า เค้ายึดบ้านแล้วจะย้ายไปอยุ่ไหน :01:
อ้างคำพูดจาก: กุหลาบแก้วแมวเลียตูด เมื่อ 29 ก.ย. 2007, 01:46 น.
กิ้วไม่รู้สึกแย่กับชีวิตนะ ย้ำอีก :12:
กิ้วรักที่กิ้วเป็นแล้วก็ที่คนรอบข้างเป็นนะ แต่ ณ ปัจจุบันนี่พ่อกิ้วยังไม่ยอมคิดเลยว่า เค้ายึดบ้านแล้วจะย้ายไปอยุ่ไหน :01:
โพสสิถีบติ้งกิ้ง
พ่อไม่คิด เหรอ
ไม่แน่นะ เขาอาจจะคิดอยู่
เข้าใจแล้วครับพ่อ - ปั่น
http://media.imeem.com/m/G2QstXHo7C/aus=true
ไม่เคยนึก ถึงความรู้สึกแบบนี้
ไม่เคยมี คนตัวเล็กๆให้กอด
ไม่เคยนึก ว่าเราจะเลี้ยงใครรอด
แล้วเรา ก็ทำได้จริงๆ
ถ้าพ่อเห็น พ่อคงจะแอบไปขำ
ที่เคยทำ อะไรเอาไว้ทุกสิ่ง
ที่พ่อเคย ว่าเรามันจุ้นจริงๆ
ก็เจอ เข้าแล้ว เต็มเปา
ก็เลยได้รู้ ว่าทำไม
พ่อต้องทำ โอที
ตื่นเช้า เช้า เลิกสูบบุหรี่
ทำอย่างนี้เพื่อใคร
ก็เลยได้รู้ ที่ทำมากมาย
พ่อเอาเรี่ยวแรงจากไหน
ก็เลยได้รู้ ว่าเพราะอะไร
พ่อถึงชอบกอดเรา
เจ้าตัวเล็ก เขาคือเราในวันนั้น
ที่วันๆ ก็ได้แค่จุ้นแค่ซน
ไม่เข้าใจ ถ้าพ่อจะว่าจะบ่น
ก็เบื่อ ก็เซ็งพ่อทุกที
นานาน้า นานานานาน้า
นานาน้า นานานา นานา
และสักวัน เขาคงจะเข้าใจดี
ว่าทุกอย่าง เพื่อเขาคนเดียว
ก็เลยได้รู้ ว่าทำ ไม
พ่อต้องทำ โอที
ตื่นเช้า เช้า เลิกสูบบุหรี่
ทำอย่างนี้เพื่อใคร
ก็เลยได้รู้ ที่ทำมากมาย
พ่อเอาเรี่ยวแรงจากไหน
ก็เลยได้รู้ ว่าเพราะอะไร
พ่อถึงชอบกอดเรา
แน่นๆ แน่นๆ..
เพลงนี้ติดอันดับท็อปเท็นเพลงโปรดตลอดกาลของตูด้วย :22:
:18:
ได้แต่อ่านแฮะ :08:
อืมมม
พ่อแม่สามนี่ เริ่มอะไรๆจากติดลบแฮะ
พี่น้องที่เกิดมา 3 คน ก็จะเป้น 3 ยุค ที่แตกต่างกัน
กว่าจะก่อร่างสร้างตัวมาได้ ท่านก็ลำบากน่าดู
ทดลองสร้างธุรกิจต่างๆนาๆนับไม่ถ้วน เพื่อให้สามารถเลี้ยงชีพอยู่ต่อได้
35 ปีกว่าๆีที่พ่อแม่เกิดมา ต้องประสบกับอีก 17 ปี กับลูกตัวที่ 3 ท่านต้องลำบากแค่ไหนกับอีลูกน่าเตะคนนี้
ต้องปรนเปรอเพื่อสนองตัณหากันสุดๆ (คอม+เกม+ของเล่น ฯลฯ)
เอาว่า สิ่งมีชีวิตอายุ 17 ปีตัวนี้ จะพยายามตอบแทนบุญคุณของพ่อแม่ ในอีกระดับนึง
พ่อแม่ใช้ชีวิตมา 50 กว่าปี ต้องผ่านอะไรหลายๆอย่าง
พ่อแมว (ครับ ชื่อแมว) แม่มาดี ก็ถึงเวลาที่ได้นอนพักให้สบาย เที่ยวให้สนุก
ลูกคนนี้ จะพยายามก่อร่างสร้างตัว ด้วยสิ่งที่ท่านมาปรนเปรอสาม
(ขอบคุณสำหรับคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตนะครับ ที่ทำให้สามมีวันนี้ .... ได้ทำงาน zhe... ฯลฯ)
จะเป็นพ่อ... (แม่นี่ อุบไว้ก่อน) ในยุคถัดมา มาเลี้ยงท่านเองนะครับ
อีก 50 ปีข้างหน้าของพ่อแม่ (คือ อวยพรให้ท่านอายุยืนไปในตัว)
จะสบ๊าย สบาย นะครับ :25:
รักคุณพ่อคุณแม่ที่สุดครับ :46: :19:
อี๊ :02:
เขินละสิ
เออ
:26: ต๊าย มีมุมแบบนี้ด้วยนะเรา
เออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
เดี๋ยวจับหน้าจอไปอวดโอปอ :02:
ว๊าวว
เก่ง
รักครอบครัว
ว๊าว
ว๊าว
:25:
:23: ชั้นน่าจะนอนตั้งแต่ครึ่ง ชม. ที่แล้ว
เห็นเล่ากัน เล่าบ้างละกัน แลกเปลี่ยน
แต่ไม่ค่อยอยากเล่าเท่าไหร่
เพราะไม่ค่อยชอบชีวิตวัยเด็กเท่าที่ควร
แต่ที่มีกินมีใช้ทุกวันนี้ก็รู้ว่าพ่อผมต้องสู้มามากเลยทีเดียว
พ่อผมเก่งนะในสายตาของผม เก่งมากๆ จนกลัวว่าชีวิตตัวเองจะทำได้ไม่ดีเท่าพ่อ
พ่อเป็นช่างเย็บผ้า ด้วยการผลักดันของปู่ที่ไม่อยากให้อนาคตของลูกจบลงแค่ชาวนา
ส่วนแม่ก็ช่างเย็บผ้า ด้วยการผลักดันของตาที่ไม่อยากให้อนาคตลูกจบลงแค่ชาวสวนมะพร้าว
ทั้งคู่ความรู้แค่ ป.4 รู้จักและจากกันจากการที่เป็นช่างเย็บผ้าที่เดียวกัน
ผมเกิดและมีชีวิตช่วงวัยเด็กอยู่แถวๆ สลัมย่านพรานนก
อยู่บ้านเช่า ก่อนที่พ่อและแม่จะเลิกเป็นลูกจ้าง
กลับมาอยู่ที่บ้านนอก แล้วยึดอาชีพค้าขายผ้าชิ้น
เพราะพ่อเห็นว่ามีคนมาจ้างให้ออกขายผ้าชิ้นตามตลาดต่างจังหวัด
พ่อเลยตัดสินใจรวมเงินที่มีลงทุนซื้อผ้าจากพาหุรัด แล้วตัดเป็นชิ้นขาย
ขึ้นรถไฟไปขายตามต่างจังหวัด
แม่ก็เริ่มตัดเสื้อผ้าโหลส่งเองที่โบ๊เบ๊
ชีวิตผมก็เลยวนเวียนอยู่กับจักรเย็บผ้า กองเศษผ้า
จากเย็บส่งเอง ก็เอาออกมาขายปลีกเองบ้าง โดยพ่อจะออกวิ่งขายต่างจังหวัด
ตามงานวัดต่างๆ ไปทีก็หายไปเป็นอาทิตย์ ชีวิตผมเลยอยู่กับแม่ซะเป็นส่วนใหญ่
พอโตขึ้นมาหน่อย แม่ก็เริ่มเปลี่ยนจากเย็บผ้าส่ง
หันมาซื้อผ้าออกขายของพร้อมกับพ่อ
นั่นเลยทำให้ผมต้องรบผิดชอบตัวเอง
เพราะพ่อแม่ออกไปตลาดนัดขายเสื้อผ้าตั้งแต่ตี 4 ตี 5
ผมตื่นมาก็ไม่เจอใครแล้ว อยู่กับพี่ชายแค่สองคน
เออ ลืมไปผมมีพี่น้องสองคน ผมเป็นคนสุดท้อง
หุงข้าว ทำกับข้าว กวาดบ้าน เป็นงานที่ต้องทำประจำ
หลังๆ พ่อเริ่มเลี้ยงวัว หน้าที่ผมก็ต้องคอยย้ายวัว พาวัวไปกินหน้า
บอกตรงๆ ว่าด้วยความเป็นเด็กหน่ะ ภาระพวกนี้ไม่ชอบหรอก แต่มันก็เลี่ยงไม่ได้
พ่อกับแม่ชอบต้นไม้ดอกไม้ หน้าบ้านเลยเต็มไปด้วยดอกไม้
และนั่นก็เป็นที่มาของอาชีพเสริมอีกมากมาย ที่เกี่ยวกับพันธุ์ไม้ต่างๆ
จนมาได้ดี กับโป๊ยเซียน และกล้วยไม้ ทำรายได้ให้พ่อกับแม่มาก
มากกว่ารายได้จากการขายเสื้อผ้าซะอีก
จนมาเอาดี กลายสภาพรอบบ้านเป็นเรือนเพาะโป๊ยเซียน
เฮ้อ พอก่อนพิมพ์ไม่เก่ง พิมพ์ช้ากว่าหัวคิดซะอีก มีเวลาแล้วค่อยเล่าต่อ
พ่อผมมีวีรกรรมทำเพื่อครอบครัวเยอะมากๆ
เอ๊ะ ตูหลงประเด็นเปล่าหว่า มาเล่าเรื่องพ่อแม่ตัวเองเนี่ย :08:
แค่เลิกเป็นเกย์พ่อแม่ก็ภูมิใจแล้วสามเอ้ย
สลัมย่านพรานนกนี่ ใช่วัดยาง หรือเปล่าครับ
ผมมีเพื่อนกิน นอนเที่ยวเล่น แถวนั้นเยอะ
แต่สลัมพรานนกมีหลายที่ อาจจะไม่ใช่
เรื่องกลัวเก่งสู้พ่อไม่ได้นี่ ผมยังกลัวจนทุกวันนี้
ผมเตะบอลสู้พ่อไม่ได้
พ่อติดเขตแปด ผมตัวโรงเรียนยังสำรอง
นี่เบาะๆความ กังวลเนอะ
เรื่องสู้พ่อไม่ได้นี่ มีอยุ๋เรื่องหนึ่ง ฮามาก
พ่อผมเป็นนักมวย ดังข้ามตำบล ต่อยงานวัดที่ไหน มีแต่คนรู้จัก พอ มายุคผม แม่งกดดันอิ๋บอ๋าย ขึ้นเวทีครั้งแรกก็น๊อคเลย :30:
อ้างคำพูดจาก: จักรี ศรีธัญญา เมื่อ 29 ก.ย. 2007, 02:51 น.
เรื่องสู้พ่อไม่ได้นี่ มีอยุ๋เรื่องหนึ่ง ฮามาก
พ่อผมเป็นนักมวย ดังข้ามตำบล ต่อยงานวัดที่ไหน มีแต่คนรู้จัก พอ มายุคผม แม่งกดดันอิ๋บอ๋าย ขึ้นเวทีครั้งแรกก็น๊อคเลย :30:
อันนี้ประสบการณ์ร่วมเลย
พ่อผมมีค่ายมวยด้วย
ผมขึ้นต่อยครั้งแรกร้องให้
พ่อผมอายเขาไปทั่วอำเภอ
เล่นบอลผมเป็นโกล์ก็ไม่ได้
สมัยนั้นเขาเอาคนเล่นไม่เป็นมาเป็โกล์กัน
จะว่าไป ตอนนั้นก็กดดันแบบเด็กๆ
เครียดมาก
แต่ที่ฮากว่า คือแม่เล่าว่า ครั้งสุดท้ายที่พ่อต่อยพ่อน๊อคเพราะมัวแต่เหล่แม่ :30:
ผมก็เลยเอามาย้อนพ่อประจำเลย เวลาพ่อพูดถึงเรื่องนี้
อ้างคำพูดจาก: โอ๋ ระจัน...อันระ โจ๋ เมื่อ 29 ก.ย. 2007, 02:49 น.
สลัมย่านพรานนกนี่ ใช่วัดยาง หรือเปล่าครับ
ผมมีเพื่อนกิน นอนเที่ยวเล่น แถวนั้นเยอะ
แต่สลัมพรานนกมีหลายที่ อาจจะไม่ใช่
ผมก็ไม่รู้ว่าที่ไหนครับ ตอนนั้นเพิ่งเกิด
แล้วหลังจากนั้นก็ย้ายมาอยู่บางแค แถวๆ ศาลเจ้าพ่อเสือครับ
พ่อผมเคยเปิดห้างหุ้นส่วนจำกัดด้วยครับ
มันเป็นอะไรที่ผมเองก็ไม่เคยรู้มาก่อน
เพราะกว่าผมจะจำความได้ พ่อก็เลิกไปแล้ว
ผมเองก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนกัน แต่ก็ไม่เคยถาม
คือที่บ้านมีพิมพ์ดีดหนึ่งเครื่อง ทั้งๆ ที่ก็ไม่มีใครใช้เป็น
มีซองจดหมายยาวสีขาวอยู่จำนวนมาก แต่ไม่รู้ว่าเอาไว้ทำอะไร
แต่มันกลับมามีเรื่องอีกที ตอนผมประมาณ ม. 1
พ่อโดนฟ้องมั้ง เพราะเลิกกิจการไปโดยไม่ไปจดทะเบียนยกเลิก
ไม่มีการรายงานภาษีเกือบ 10 ปี จนเขาตรวจพบแล้วก็มีเรื่องกัน
สุดท้ายก็ต้องไปจ้างทนายให้มาช่วยจัดการ แล้วเรื่องก็จบไป
กิจการที่พ่อทำ ไม่ใช่กิจการที่สะอาดครับ
มันคือที่รู้จักกันในนามของ แชร์ลูกโซ่ :42:
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า มีคนมาชวนพ่อมาเล่นแชร์ลูกโซ่
พ่อก็สนใจแล้วก็สอบถามว่ามันทำยังไง
แต่พ่อไม่เล่นด้วย กลับมีความคิดว่า แค่นี้เอง
ทำเองก็ได้ นั่นคือที่มาที่ไป :42:
ชื่อ หจก. เอสเอโปรดัก
กิจการบังหน้าคือ โรงานเย็บผ้าโหล
กิจการลับหลังคือแชร์ลูกโซ่
แต่พ่อเองก็ทำแบบนี้ได้ไม่นานหรอก เพราะบริษัทที่พ่อเลียนแบบ
ถูกข่าวโจมตี กรณีแชร์ลูกโซ่
พ่อก็เลยเลิกไป :42:
--
มาพูดเรื่องการเลี้ยงลูก
ส่วนใหญ่แม่จะคอยเลี้ยงและดูแลผมซะมากกว่าพ่อ
ของเล่นสำหรับลูก ผมไม่เคยมีเลย พ่อแม่ไม่เคยตามใจด้วยการหาของเล่นมาหลอกล่อ
แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกอะไรนะ เพราะเด็กๆ รุ่นเดียวกันก็ไม่มีอะไรพวกนี้เหมือนกัน
เลยไม่คิดว่าตัวเองขาดอะไร
บ้านผมอยู่ห่างจากโรงเรียนแค่ 200 เมตร เป็นเด็กใกล้โรงเรียน
ครูรู้จัก ชาวบ้านรู้จัก ผมเลยเหมือนถูกตีกรอบเอาไว้ ว่าเกเรไม่ได้ ชั่วไม่ได้
รู้ถึงหูพ่อแม่แน่นอน
ด้วยเป็นเด็กเรียนดี ได้ไงไม่รู้ ก็เลยเป็นหัวหน้าห้องตั้งแต่ ป.1 ยัน ม. 3 รวม 9 ปีเต็มๆ
มันเลยเหมือนถูกตีกรอบไปอีกชั้นหนึ่ง ว่าเราเป็นผู้นำนักเรียน
จะต้องทำตัวดีเป็นแบบให้กับเพื่อนๆ และน้องๆ ในโรงเรียน
ผมชอบอ่านหนังสือ แต่ที่บ้านไม่มีหนังสือให้อ่าน เพราะพ่อกับแม่ก็ไม่ใช่คนมีความรู้อะไร
ถ้าอยู่โรงเรียนก็จะเก็บตัวอยู่ในห้องสมุดซะส่วนใหญ่
เวลาเรียนมีการบ้านก็ต้องพี่งพาตัวเองเป็นหลัก ถามใครก็ไม่ได้
นิสัยผมคล้ายๆ พ่อ กว่า 70% นี่ลอกมาจากพ่อเลย
แปลกนะ ทั้งที่สนิทกับแม่ แต่นิสัยไปทางพ่อ
แต่ความขยันนี่สู็พ่อไม่ได้เลย ผมมันขี้เกียจ :42:
ชีวิตตู จะว่าสบาย ก็ไม่สบายซะทีเดียว
ตูเกิดที่พัทยา ในบ้านรั้วใหญ่มีบ้านปู่ย่าอาอยู่ในรั้วเดียวกัน
แต่เท่าที่ตูจำความได้ ปู่ไม่เคยคุยกับตู
ซึ่งตูมารู้ทีหลังตอนโตเป็นเพราะว่าพ่อตูมาแต่งงานกับแม่
ที่ปู่กับย่าไม่ชอบ เค้าหาผู้หญิงไว้ให้แล้วไม่ยอมแต่งด้วย
ยิ่งโต ตูยิ่งหน้าเหมือนแม่ เค้าก็ยิ่งเกลียดตู
เพราะแม่เลิกกับพ่อตอนตู 7 ขวบ
แต่ตูยังโชคดีที่ได้เรียนโรงเรียนดีๆ
สมัยนั้นโรงเรียนคอนแวนต์นี่ก็หรูแล้ว ไม่ต้องถึงนานาชาติหรอก
จำได้ว่าตอน ป. 2 พ่อเปิดร้านขายเสื้อที่ตลาดที่ทัวร์ฮ่องกงมาลง
ถ้าศุกร์-เสาร์ ตูจะไปกับพ่อ ไปช่วยพ่อขายเสื้อ
(ตูรู้แระ นิสัยแม่ค้ามันมาจากไหน)
ส่วนอาทิตย์-พฤหัสฯ ตูจะอยู่กับแม่
ดีที่แม่ตูเป็นคนมองการณ์ไกล แม่ชอบอ่านหนังสือให้ฟัง โดยเฉพาะหนังสือภาษาอังกฤษ
ตูคุยกับฝรั่งได้ ขายเสื้อให้ฝรั่งได้เลยแหละตอนนั้น
เป็นเพราะแม่ ตูเลยเป็นคนชอบอ่านหนังสือ แม่บอกตูไม่ร้องเอาของเล่น ร้องแต่จะซื้อหนังสือ
ชอบอ่าน ชอบเขียน ชอบวาดรูป
แต่สุดท้าย เป็นเพราะอะไรไม่รู้ หลังจากนั้นตูก็ไม่ได้เจอแม่อีกเลย เกือบ 6 ปี
(มารู้ทีหลังพ่อตูห้ามไม่ให้แม่ตูมาเจอ ถึงขั้นว่าส่งพัสดุไปให้แม่ เป็นขาตุ๊กตาที่มีรอยปากกาเหมือนปานตูที่เท้าไปให้แม่ แล้วเขียนจดหมายว่า ถ้ายังติดต่อกับลูกจะตัดขาตูส่งไปให้) :05:
พอตูเรียนมัธยม โทรศัพท์นี่แค่เพื่อนโท.มาก็โดนด่าแล้ว
ไม่ต้องพูดถึงว่าผู้ชายโท.มาเลย โดนไม้กวาดฟาดก็มี
ตูเป็นคนเรียนไม่เก่ง เพราะขี้เกียจ เวลาเรียนไม่ค่อยสนใจเรียน เวลาสอบก็ไม่อ่านหนังสือ
แต่ตูก็ไม่เคยสอบตก แต่เกรดมันไม่สวยเท่านั้น
ดิ้นรนทำงานตอนม. 4 เป็นเพราะว่าไม่อยากอยู่บ้านตอนปิดเทอม เนื่องจากบรรยากาศมาคุ
รู้ว่าย่าไม่รัก ปู่เกลียด บ้านตูนะ ลูกพี่ลูกน้องอีกสามคน
ตอนตรุษจีนได้แต๊ะเอียกันหมด ตูไม่เคยได้ ทั้งๆที่บ้านตูไม่ใช่คนจีน แต่เค้าก็ให้หลานสามคนหมด
ยกเว้นตูคนเดียวที่ไม่ได้ ตูเลยไม่ชอบอยู่บ้าน ออกนอกบ้านตลอด
แต่ก็แค่ไปเที่ยวห้างตามประสาเด็กๆ มีบ้างที่แอบไปเที่ยวกลางคืนแต่ก็ไม่ได้เหลวไหล
แต่สิ่งที่โดนตลอดคือ ย่าจะด่าพ่อ แล้วมาลงที่ตูต่อ
"เดี๋ยวมันก็ใจแตก ท้องไม่มีพ่อ เรียนไม่จบ ส่งมันไปอยู่กับแม่มันไป"
คิดดูว่าสภาพจิตใจเด็กตอนนั้นจะเป็นยังไง?
ตูก็รู้ว่าพ่อรักตูนะ แต่สภาวะตอนนั้นตูไม่อยากอยู่บ้านแล้ว
ตูดิ้นรนหางานทำ เพราะไม่อยากขอเงินพ่อ เพราะพ่อทำงานคนเดียว
หาเงินให้ตูใช้ก็คงหนักแล้ว ตูไม่อยากเป็นภาระพ่ออีก
สุดท้าย ตูก็มาเรียนที่ทับแก้วนี่แหละ ความกดดันตูเลยสิ้นสุด
แต่ตอนปีใหม่ที่ผ่านมา ตูก็กลับไปหาย่านะ เอาของไปฝาก
ย่าผอมไปเยอะ แก่ไปเยอะเลย ย่าก็คุยกับตูดี
คงเพราะตูโตแล้วมีงานมีการทำแล้วล่ะมั๊ง
ส่วนลูกพี่ลูกน้องตูคนถัดจากตูเนี่ย ตอนนี้จริงๆมันต้องม. 5 แต่มันใจแตก
ติดผู้ชาย ติดยา สัก (อันนี้ไม่อยากพูด เพราะเข้าตัวตูเหมือนกัน)
จนตอนนี้ถ้าตูมีลูก ถ้าลูกเป็นเหมือนตูได้
จะกินเหล้าสูบบุหรี่ มีแฟน เที่ยวกลางคืน สักรอบตัวก็เอาเลยลูกเอ๊ย
คิดอยู่ว่าถ้าตอนเด็กๆตูไม่ได้กดดันขนาดนั้น
ทุกวันนี้ตูจะเป็นยังไง???
:44: กระจู๋คุยกับประพลาด
:46:
อ่านแล้วรู้สึกว่า ชีวิตคนนี่ก็เหมือนกับละครเลยค่ะ
แต่ละคนเห็นสบายๆยังงี้
เบื้องหลังก้ต้องสู้กับอะไรมามาก
อย่าท้อกันนะคะ คนที่ท้อคือคนที่แพ้ :25:
+ หมีพูดถูกใจ :27:
เมื่อกี้พิมพ์ไปเยอะมาก มือโดนเม้าศื หายหมดเลย :05:
พี่ตาลพวกเดียวกับกิ้วเลย ขี้เกียจเรียน ไม่ชอบไม่อ่านหนังสือ ถามว่าเป็นคนชอบอ่านหนังสือนะ ชอบมากๆๆ แต่ถ้าให้อ่านแบบ ต้องอ่านนะจะสอบกิ้วก็ไม่อ่าน
ขี้เกียจมากๆๆ แต่ถามว่าตกมั้ย ไม่เคยตกนะ เกรดไม่สวยจริงๆนั่นแหละ
ถามว่าขี้เกียจเหมือนใคร ก็เหมือนพ่อกิ้วนั่นแหละ ป๊ากิ้วก็แบบนี้แหละ
แต่พอดี คนนั้นอัจริยะ :05:
ที่บ้านอาม่าก็ให้เรียนหนังสือนะ ไม่ยอมเรียน หนีเรียน
แต่ตอนนี้ก็เป็นวิศวะนะ :30:
อ้างคำพูดจาก: หมีโหด โหมดหมี* เมื่อ 29 ก.ย. 2007, 10:49 น.
:46:
อ่านแล้วรู้สึกว่า ชีวิตคนนี่ก็เหมือนกับละครเลยค่ะ
แต่ละคนเห็นสบายๆยังงี้
เบื้องหลังก้ต้องสู้กับอะไรมามาก
:25:/
คิดเหมือนกันเลย
ตื่นเต้นดีค่ะ อ่านจู๋นี้
(แม้มันจะเป๋ก็เหอะ แต่มันก็มีสาระ :40:)
งั้นเล่าบ้าง :42:
ทุกวันนี้ หนิงดีใจ รู้สึกว่าตัวเองโชคดีกว่าหลายๆคน
เลี้ยงมาแบบคุณหนูนิดหน่อย ก็มีกินมีใช้ กินอยู่สุขสบายดี
แต่แม่ก็ไม่ได้ตามใจมากจนเว่อ ของแพงๆบางทีแม่ก็ไม่ซื้อให้นะ
ก็แค่งอแงตอนเด็กๆแหละ
พอเริ่มๆโตจนถึงตอนนี้ ก็ไม่ค่อยขออะไรไร้สาระมากมาย
ครอบครัวหนิงมี พ่อ แม่ พี่ชาย หนิง
เริ่มที่พ่อก่อน
พ่อเป็นคนที่อารมณ์ร้าย
ร้ายแบบหลายเรื่อง ชอบเป็นเจ้านายคน แบบให้คนอื่นอยู่ใต้บังคับ :08:
บางทีพ่อซื้อของอะไรกลับมาหนักๆ
แล้วเรียกหนิงแบบเหมือนคนใช้ แล้วตัวเองก็ไม่ช่วยเลย --งงไปเลย :08:
หรือใช้ผู้หญิงไปยกของหนักๆ แล้วตัวเองยืนมอง
หนิงว่ามันแปลกๆนะ :08:
และชอบด่าคนอื่นว่าโง่
คืออ่านดูเหมือนไม่เจ็บ
ต้องลองมาฟังคำด่าเอง -- เจ็บมาก
แม้ไม่เคยโดนด่า แต่เคยเห็นแม่โดน
แบบทะเลาะกันเรื่องงานไรแบบนี้
จนตอนหนิงป.5 แม่ทนไม่ไหว เกือบจะหย่ากัน
ตอนนั้น หนิงเห็นแม่ร้องไห้ ก็แค่เสียใจ
แต่ก็ไม่เข้าใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้
แต่สุดท้าย ยังไงไม่รู้ เค้าก็กลับมาอยู่ด้วยกัน
แต่ตอนนี้พ่อก็นิสัยเหมือนเดิม
จนถึงตอนนี้หนิงก็เลยไม่สนิทกับพ่อเลย
ไม่ค่อยได้คุย และแบบเวลาคุยก็ทะเลาะกัน เลยไม่อยากคุย
แต่ก็ไม่ได้เกลียดอะไรมากมาย
แค่ไม่อยากคุยด้วย จะได้ไม่ทะเลาะกันไง
แต่จริงๆข้อดีก็มี
ข้อดีคือ พ่อเก่ง :42:
เรียนป.1-ม.3แบบขอทุนมาตลอด
เพราะพอดีเป็นคริสต์ ขอทุนรร.คริสต์มาตลอดเลย
ดิ้นรนช่วยกันกับแม่จนมีทุกวันนี้ สุดยอดแล้ว :22:
มาถึงแม่
หนิงว่าแม่เก่ง จากคนจบป.4 จากสุไหงโกลก
จนมาถึงทุกวันนี้ มีกิจการเป็นของตัวเอง
และยังทนพ่อได้อีก (:42:)
ไม่ธรรมดาอะ :12:
แม่กับหนิงก็สนิทกันดี แต่แม่ก็ไม่ค่อยเข้าใจวัยรุ่นเท่าไหร่
คือเหมือนผู้ใหญ่ทั่วๆไปน่ะแหละ ที่หัวโบราณหน่อยๆ
หนิงห่างกับแม่ตั้ง 33 ปี แม่อยู่ทันเหตุการณ์ 14 กันยาด้วย
แม่เคยเล่าให้ฟัง ตื่นเต้นดี :27:
ทำให้บางเรื่องหนิงก็ไม่กล้าบอก ไม่กล้าคุยด้วยแหละ :42:
พี่ชาย
ตอนเด็กๆ เคยพูดกับเพื่อนว่า
โตขึ้นไปมันต้องค้ายาแน่ๆ {หมีโหด}
เพราะว่าแบบนิสัยแย่มาก คือมันก็เด็กผู้ชาย ก็เป็นเงี้ยแหละ
แต่พอหลังๆมานี้ ดูผู้ใหญ่ขึ้น ไม่ทะเลาะกันเลย
ชอบร้องเพลงด้วยกันบ่อยๆ หนิงร้องพี่เล่นอิเลกโทน 555
หรือโตมาแล้วเพี้ยนทั้งคู่เนี่ย :30:
แค่อยากแบ่งปันค่ะ :40:
อ้างคำพูดจาก: ning❤ เมื่อ 29 ก.ย. 2007, 16:10 น.
มาถึงแม่
หนิงว่าแม่เก่ง จากคนจบป.4 จากสุไหงโกลก
จนมาถึงทุกวันนี้ มีกิจการเป็นของตัวเอง
และยังทนพ่อได้อีก (:42:)
ไม่ธรรมดาอะ :12:
โอ้วววว คนบ้านเดียวกัน :25:
นั่งไล่อ่านมาเรื่อยๆ ตาเริ่มลายแล้วล่ะ ...แต่ก็อ่านจนจบ :40:
รู้สึกชื่นชมหลายคนมากเลย จริงๆนะ :46:
อ่านจบอยากจะพิมพ์อะไรสักอย่าง เอ้อ อะไรดีหว่า
เอาเป็นข้อๆไปละกัน จะเรียบเรียงก็ไม่ค่อยถูก
-ชีวิตคนมันยิ่งกว่าละครจริงๆแหล่ะ อ่านแล้วรู้สึกว่าของเรามันก็ไม่ได้แย่มากมายนะ
รู้สึกดีที่มีคนมาแชร์ความรู้สึก
-นานาชอบวาดรูปแก้เครียดเหมือนพี่เลย :25: พี่เคยหันไปเขียนไดอารี่อยู่พักนึงนะ
แต่หลังๆกลับมาเปิดมันน่าจะเรียกว่าสมุดภาพซะมากกว่า :08: ตอนนี้ถ้าเครียดๆก็จะวาดรูปๆ(แต่มีความสุขก็วาดนะ)
-อ่านของหนิงแล้วเหมือนเราหลายอย่าง เรื่องพ่อน่ะ ค่อนข้างเข้าใจความรู้สึกนะ
(อ้อ อายุห่างกะแม่เท่ากันเลย :22:)
จริงๆอ่านแล้วอยากพิมพ์อีกเยอะเลย ตอนนี้เรียบเรียงไม่ได้จริงๆ แค่นี้ละกันค่ะ
พี่โอ้เอ้มาเล่าต่อเร็วรับ
อ่านของพี่โอ้เอ้แล้วคิดถึงพ่อแม่
รุ่นพ่อแม่ผม ที่เคยฟังมาก็ต้องแบบว่าทำนู่นทำนี่เองตั้งแต่เด็ก
คืออย่างรุ่นเรามันก็ทำนะ แต่มันสบายแล้วอ่ะ
ผมทำแค่ล้างจาน ทำความสะอาดบ้าน แถมแม่ก็ช่วยอีก
พอโตมาหน่อยก็เรียนอย่างเดียว แทบไม่ได้ทำอะไรเลยด้วย :42:
มันเลยรุ้สึกไม่เหมือนกัน
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมอยากเล่ามากเลยนะ แต่เดี่ยวนี้ ไม่ค่อยแล้ว เดี๋ยวรอไว้ออกพรรษาก่อน {หมีโหด}
นั่นมันเหล้า :07:
สมัยเด็ก ๆ นั้นอยู่กับแม่มาตลอด (จนปัจจุบัน) เพราะพ่อได้เสียไปตั้งแต่ต้นปี '35 (ผมเกิดปลายปี '31)
สมัยเด็ก ๆ ก็ได้ทุนจากโบสถ์ โปรแตสแตนท์แห่งนึงส่งให้เรียนจนจบ ม.5 ได้ :46: แต่ก็ต้ิองออกจากโบสถ์ไป เพราะไขว้เขวในเรื่องศาสนา (ปัจจุบันไม่นับถือศาสนา)
ครั้งนึงเคยถามแม่ว่า เสียงของพ่อเป็นยังไง (เพราะไม่เคยได้ยิน) ....แม่หันขวับแล้วตอบกลับมาว่า "ก็เหมือนมึงไง :31:"
แม่เคยเล่าให้ฟังว่า แต่ก่อนพ่อเป็นคนที่ทำงานหนัก และดูแลแม่อย่างดี (แม่บอกว่าไม่เคยทะเลาะกับพ่อเลย) :22:
พ่อผมทำงานเป็นหัวหน้างานที่เยาราช และบางครั้งก็ต้องไปส่งของเอง (ของเแห้งพวกปลาหมึกแห้ง ที่ขายทั่วไปตามเยาราช)
และพ่อผมก็เสียเพราะไปส่งของนี่ละครับ เห็นแม่บอกว่าขับรถมอเตอร์ไซค์ไปชนกับรถเมล์ ครีมน้ำเงิน ..... วันจันทร์ที่จะถึงนี้ (1 ต.ค.) เป็นวันเกิดของพ่อครับ เดี๋ยวต้องไปทำความสะอาดที่เก็บกระดูกสักหน่อย :46:
ถ้าผมมีลูก หรอ อืม . . .
เหตุผล 1 . อยากให้ลูกน่ารักเหมือนผม
เหตุผล 2 . จะสอนให้ลูกใช้ชีวิตด้วยเหตุและผล ไม่สอนให้เขาฟุ่มเฟือย รวยเป็นก็จนได้
เหตุผล 3 . เป็นคนธรรมะ ธรรมโม ด้วยไง ผลิตลูกเพื่อเพิ่มคนดีให้กับประเทศชาติ
แต่ในความเป็นจริง ตอนนี้ยังหา ภริยา ไม่ได้เลย
ก็พี่มัวแต่ขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ไง ครับ
นึกถึงบทความใน Genderism ของโตมร ศุขปรีชา
(ไม่ชอบเวลาจะอ้างชื่อคนอื่นมาใช้พูดเหมือนกัน แต่มันนึกได้เลยขอทีนึง)
ประมาณว่า วันแม่ เรากราบแม่เพราะแม่ประเสริฐเสมอ
สังคม วัฒนธรรม สิ่งต่างๆ หล่อหลอมให้เรายกแม่ไว้บนหิ้ง
ไว้เหนือเกล้า หยดหนึ่งน้ำนมกินทดแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย
ซึ่งนั่นเป็นแม่ในอุดมคติ - บางคนมีแม่แบบนี้ พ่อแบบนี้ ก็ถือว่าเกิดมาโชคดีมากๆ
แต่กับบางคน ไม่ใช่ยังงั้นไง
วันนึงเราก็ต้องเป็นพ่อคนแม่คนใช่ไหมครับ
และวันก่อนพ่อแม่เราก็เป็นอย่างเรา หรือไม่เป็นอย่างเรา
นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่า พ่อแม่ก็เป็นคน ที่ไม่ได้สมบูรณ์ทุกประการเหมือนอุดมคติ
ที่เขียนมาแบบงงๆ นี่ก็คือ รู้สึกว่าเห็นด้วย หรืออย่างน้อยก็ยอมรับ
กับความเห็นที่พูดเรื่องบุพการีอันเป็นที่รักยิ่งของหลายคน
แต่กับบางคน บริบท สภาพแวดล้อมที่เติบโตมาไม่ได้เป็นยังงั้นไงครับ
ดังนั้นถ้าแค่ตระหนักตรงนี้ ก็จะได้เอาไว้เผื่อมีลูกมีหลานจะได้ปฏิบัติกับเขาเป็นคนด้วยกัน
มั้งครับ
อ้างคำพูดจาก: แอน แฟนกลัว เมื่อ 30 ก.ย. 2007, 18:20 น.
วันนึงเราก็ต้องเป็นพ่อคนแม่คนใช่ไหมครับ
และวันก่อนพ่อแม่เราก็เป็นอย่างเรา หรือไม่เป็นอย่างเรา
นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่า พ่อแม่ก็เป็นคน ที่ไม่ได้สมบูรณ์ทุกประการเหมือนอุดมคติ
อันนี้เห็นด้วยโคตรมาก
พ่อแม่ไม่ใช่ยอดมนุษย์ครับ :12:
แม่ผมเคยน็อคจากโรคหอบไป 3 ครั้งในชีวิต
ครั้งแรก และสอง มีพ่อผมอยู่ในเหตุการณ์คนเดียว ที่โรงพยาบาล
ครั้งที่สาม เกิดกับผมและน้องสองคน พ่อไปนครฯ พี่สาวท้องแก่อยู่เปาโล
ผมอยู่กับน้องสองคน แม่อยู่ตรงกลาง ที่เตียงของโรงพยาบาลเมืองแปดริ้ว
แม่น็อค และบอกว่า "แม่ไม่ไหวแล้วนะลูก" ตอนทุ่มกว่าๆ
พยาบาลวิ่งกันตาหูแหก ผมอยู่ข้างขวาของแม่ ในชุดบอล
น้องอยู่ฝั่งซ้าย สองคนมองหน้ากัน มองหน้าแม่ที่กำลังซีด และม่วง
เพราะไม่มีอากาศเข้าปอดแล้ว หลังจากปั๊ม และสอดท่ออยู่พักนึง
อากาศเข้าปอดได้ ต้องกราบตีนพยาบาลคนนึง ที่เป็นใครก็ไม่รู้ มาปั๊มแม่กูอยู่นั่นล่ะ
เข้าใจภายหลังว่า นั่นคือลูกศิษย์แม่สมัยเรียน งั้นสิ ปั๊มไป ร้องไห้ไป
คราวนั้น ผมกับน้อง เจอเรื่องนี้กันเต็มๆ สองคน รู้เลยอย่างนึงว่า
คนรักที่กำลังจากเราไป มันเป็นยังไง และควรที่จะบอกรักเขาทุกวัน ถ้าทำได้
ควรคิดถึงแม่ ก่อนคิดถึงเมียและเพื่อน ควรโทรหาพ่อ ก่อนโทรไปคุยกับคนอื่น
ไม่รู้ว่าแม่และพ่อจะตายเมื่อไหร่ แต่รู้ว่าเวลาทั้งหมดของผมที่มี ตอนนี้ให้ทั้งสองคนหมด
ไม่รู้ว่า ถ้าผมมีลูก แล้วลูกจะคิดแบบเดียวกับผมมั้ย แต่ผมไม่สนใจ เพียงแค่ตอนนี้
ผมคิดกับพ่อแม่ แบบนี้ พอแล้วล่ะ
เวลาเหลือไม่เยอะ และไม่รู้ว่าตอนไหนพ่อแม่จะจากเราไป ผมยืนยันครับ
รีบซะ ทำอะไรก็ได้ ให้อะไรก็ได้ กับท่านทั้งสอง
สมมติว่าตัวเองมีลูก ก็หวังแค่ให้ลูกมันคิดเช่นนั้นล่ะครับ จริงๆ
:40:
:46: คุ้มค่ากับเวลาที่ใช้อ่านตั้งแต่หน้าแรกจริงๆครับผม
ลุงโก้ห์ :25:
อ่านของลุงโก้แล้วน้ำตาซึม :05:
งือออออออออ
มันเป็นเช่นนั้นจริงๆครับลุง ซึ้งๆ :05:
ปวดขี้กันรึไง :05: :05:
จะให้ไปสอบสอวน.ตั้งแต่ม.๒(ถ้าโรงเรียนสนับสนุนด้วยอะนะ) เข้าตอนม.๔มันแก่เกินไปแล้ว :08:
ผมมาอ่านหลังจาก ห่างหายโลกออนไลน์ไปสองวัน
ได้รับรู้ และ ทบทวนตัวเอง ในขณะอ่านขณะรู้หลายเรื่องเชียว
กับลูกเราเป็นอย่างไร
กับบุพการี เราเป็นอย่างไีร
นับแต่ นี้ และ ต่อๆ ไป
อย่างน้อยๆ ก็ได้นิ่ง นั่ง
และ ย้อนมองเรื่องราวที่ผ่านไป
เพื่อนเรียนรู้และปรับปรุง ตัวเอง ครับ
ผมเพียรพยายามทำโน่นทำนี่
ตลอดเวลา เพื่อ
ให้สิ่งนั้น งอกเงย
เพื่ออนาคตตัวเองและครอบครัว
อย่างหนึ่ง
แต่อีกอย่างหนึ่ง ที่ผมคิดเสมอๆ ว่า
ผมอยากให้ลูกผมมีทางเลือก ในชีวิตอีกหนึ่งข้อ
ไม่ใช่เหมือนผม เมื่อตอนจบแล้วนั่งรอสัมภาษณ์งาน
อย่างใจจดจ่อ เขาจะเอาเราไหม เขาจะเอากูไหม
ไม่รู้ผมคิดถูกหรือผิด
ถ้าผมมีบางสิ่งให้ลูกเลือกเพิ่ม
ลูกจะเลือกหรือไม่เลือกไม่เป็นไร
แต่เอาละนะ ก็ดีกว่ามีทางเลือกเดียว
ตอนนี้คิดแบบนี้แหละครับ
พ่อกับแม่น้องแจ็คกี้น่ารักมาก อ่านแล้วเหมือนเห็นตำนานรักหนังไทยสมัยก่อน ชอบตอนที่พ่อมัวแต่เหล่แม่บนเวทีมวยมาก :22:
เพิ่งได้ตอบ :08:
อ่านชีวิตของหลายๆคนก็เห็นว่าเราเกิดมาสบาย มีพร้อมทุกอย่าง เอาจริงก็คือเรามีชีวิตที่ดีจริงๆ
ไม่เคยต้องทำงานพิเศษ ตั้งใจเรียน(ไม่ได้เก่ง แต่ได้แค่กลางๆที่บ้านก็ไม่ว่า)
ที่ถูกรู้สึกไม่ดีก็มี ตรงที่เราจะโดนเอาไปเปรียบกับน้องตัวเองตลอดเวลา เราแย่กว่า ไม่เคยไปประกวดได้รางวัลอะไรมา เที่ยวเล่นไร้สาระ โอตาคุเปลืองเงิน มีแฟน เรียนไม่จบ(เพราะเรียนเลยปีห้าอีกครับ :05:)
แต่พอถึงเวลาเดียวกันน้องเราก็ไม่ได้ต่างอะไรจากเรา เรื่องก็ไม่ได้หนักหนา แต่ตอนนั้นต้องว่าแต่เรา(ไม่ได้รู้สึกว่าพ่อแม่รักน้องมากกว่า แต่รักเราเกินไปมากกว่า)
โดยสำคัญคือ ที่ได้ฟังทุกครั้งก็คือ พ่อแม่ไม่เคยให้เราลำบาก เตรียมนู่นนี่ให้แล้วทุกสิ่ง(รวมถึงภรรยาด้วยมั้ง) จะมาทำตัวอะไรแบบนี้ รู้มั้ยว่าพ่อแม่ต้องยอมทิ้งโอกาสอะไรไปขนาดไหน (โดนมาตั้งแต่ตอนขายสัตว์ จนทุกวันนี้)
มันก็จริง แต่คนเราย่อมดื้อด้านและอยากทำอย่างที่ตัวเองคิด ตัวเองฝัน จนต้องทำให่พ่อแม่มานั่งร้องไห้
ทุกอย่างเหมือนจะมีเหตุผลและไร้เหตุผลในตัวมันเอง ที่ที่ให้และรับกัน ผมว่าก็คือความรู้สึกเท่านั้น ถ้าความรู้สึกที่เรามีอยู่มันมากกว่าความรู้สึกที่ยื่นมาให้ ใครจะไปรับ(จนลืมคิดไป)
ไม่คิดอะไรมากครับ ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กลับเวลา เมื่อถึงจุดของมันมันก็จะเป้นไปอย่างนั้นเอง
ผมบอกรักแม่ทุกวัน จนแม่รำคาญ(รำคาญจริงๆ) หอมทุกวัน แต่เกือบครึ่งปีแล้ว ที่ผมได้กลับไปอยู่บ้านแค่ไม่เกิน 48 ชม.ต่อครั้งเท่านั้นเอง แม่คงเสียดายที่ละเลยกับที่ผมทำงุงิกับแม่ ผมเองก็เสียดายที่วันที่ต้องอยู่เองมันมาถึงแล้ว แต่พอเวลาผ่านไปทุกอย่างมันก็ไม่เลวร้ายอะไรหรอกครับ :42:
ทุกวันนี้ดึกๆเวลาผมกลับไปอยู่บ้าน แค่เห็นโหลโอวัลตินที่ซื้อมาเมื่อครึ่งปีก่อนวางไว้ยังไม่ได้เปิดกินเลย ผมยังร้องไห้เลยครับ คิดถึงนำ้พริกกะปิ กับ หมูสับชุบแป้งทอดมากๆ
กับพ่อกับแม่ อย่าปิดบังอะไรจนมันเกินจะอธิบายออกไปเลยครับ เดี๋ยวช่วงเวลาที่ดีมันจะมีช่องว่างซะเปล่าๆ :42:
อ้างคำพูดจาก: ตาเอก เป๊กเดียวหลับ เมื่อ 01 ต.ค. 2007, 17:49 น.
ทุกวันนี้ดึกๆเวลาผมกลับไปอยู่บ้าน แค่เห็นโหลโอวัลตินที่ซื้อมาเมื่อครึ่งปีก่อนวางไว้ยังไม่ได้เปิดกินเลย ผมยังร้องไห้เลยครับ คิดถึงนำ้พริกกะปิ กับ หมูสับชุบแป้งทอดมากๆ
ตอนปีสอง รู้สึกว่าตัวเองใช้เงินเปลืองมาก (จำไม่ได้ว่าเอาไปซื้ออะไร)
อยู่หอกับเพื่อนสามคนแต่ตอนนั้นเพ่อนกลับหมดเหลืออยู่คนเดียว
ตื่นมานั่งมองสมุดบันทึก นึกถึงแม่ ตอนนั้นแม่เริ่มบ่นเรื่องเป็นหนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
อ้าวแล้วกูล่ะ ที่กูทำอยู่ทุกวันนี้ มีกินมีใช้ด้วยการแบมือขอแม่อยู่ทุกวันนี้ล่ะ
รู้สึกผิดกับแม่มากๆ เลยร้องไห้ น้ำตาร่วงแปะ แปะ ลงบนสมุด เป็นดวงๆ
ตั้งแต่นั้นมาก็เลยไม่ขออะไรแม่อีกเลย นอกจากค่าขนมรายเดือนที่คงที่ไว้ยังงั้น
เพราะถ้าได้ตังค์เพิ่มก็จะไม่รู้สึกว่าตัวเองต้องดิ้นรนทำงานหาเงินแล้ว
ออกมาอยู่นี่ก็คิดถึงแม่นะ :42:
แต่กลับไปมันก็ไม่ใช่ที่ของเราแล้ว ไม่ใช่ว่าแม่ไม่รัก แต่น้องมันกลืนที่นอน(ตู)ไปแล้ว
เหมือนเวลาที่พ่อไม่อยู่บ้านเลยแล้วกลับมาอยู่มันก็อยู่ไม่ค่อยได้ก็ทะเลาะกันแหละ
กิ้วก็เหหมือนกัน กลับบ้านทีไรตีกะน้องกะแม่จนบางทีก็ไม่รู้จะกลับไปให้รู้สึกแย่ๆกันทำไม น่าจะคิดถึงๆกันมากๆอย่างนี้ดีกว่ามั้ย???
แต่ก็เข้าใจนะว่าเค้าคิดถึงกิ้วก็คิดถึงเค้า แต่กลับไปก็ตีกัน :30:
จริงๆก็ทนได้แหละ อยากเล่าอยากระบายบ้าง พูดไปงั้นแหละ :30:
จะเลี้ยงลูกให้ดีที่สุดครับ อยู่กับเรานานๆ พอหลบกองหลังได้ก็ยิงเข้าประตูไปเลย :43:
:07:
จักรี โดนตัดหน้าเล่นไปอีกมุกแล้วครับ ขอแสดงความเสียใจ
อ้างคำพูดจาก: ตาเอก เป๊กเดียวหลับ เมื่อ 01 ต.ค. 2007, 17:49 น.
โดยสำคัญคือ ที่ได้ฟังทุกครั้งก็คือ พ่อแม่ไม่เคยให้เราลำบาก เตรียมนู่นนี่ให้แล้วทุกสิ่ง(รวมถึงภรรยาด้วยมั้ง) จะมาทำตัวอะไรแบบนี้ รู้มั้ยว่าพ่อแม่ต้องยอมทิ้งโอกาสอะไรไปขนาดไหน (โดนมาตั้งแต่ตอนขายสัตว์ จนทุกวันนี้)
มันก็จริง แต่คนเราย่อมดื้อด้านและอยากทำอย่างที่ตัวเองคิด ตัวเองฝัน จนต้องทำให่พ่อแม่มานั่งร้องไห้
ทุกอย่างเหมือนจะมีเหตุผลและไร้เหตุผลในตัวมันเอง ที่ที่ให้และรับกัน ผมว่าก็คือความรู้สึกเท่านั้น ถ้าความรู้สึกที่เรามีอยู่มันมากกว่าความรู้สึกที่ยื่นมาให้ ใครจะไปรับ(จนลืมคิดไป)
เมื่อก่อนผมก็คิดแบบนี้นะครับ แต่มีอยู่วันนึงรุ้สึกเหมือนพี่แอนไง
คือที่มีเงินเนี่ย ไม่ได้มีอะไรมาแต่เกิดนะ พ่อแม่เตรียมไว้ให้
กู้หนี้ยืมสินเขามาทั้งนั้น ถึงมีกินมีใช้
แล้วถ้าไม่มีพ่อแม่ทำเงินไว้ให้แบบนี้ จะมีโอกาสมานั่งฝัน
ทำความฝัน อะไรของตัวเองไหม แล้วถ้าทิ้งพ่อทิ้งแม่ไป
ไปทำความฝันตัวเอง เมื่อไรจะสำเร็จ มันก็สำเร็จอยู่หรอก
เพราะเอาเงินพ่อแม่มาทำก็ได้สบายๆ
พอคิดแบบนี้ตูไปทำความฝันพ่อแม่ก่อนดีกว่า
ความฝันตัวเองก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ถ้าเทียบกับความสุขของพ่อแม่
มันแค่ขี้เล็บ...
มันแค่อารมณ์อยากลองภูมิของคนที่ไม่เคยจะลำบาก
เท่านั้น..
มีแต่คนว่านะ แต่ไม่รู้สิ มันไม่อยุ่ในจุดที่จะทิ้่งได้
พี่น้องสองคน คนนึงไม่เอา เราก็ต้องสานต่อ
พ่อแม่สร้างมาจะให้ทิ้งส้วมเหรอ มันก็ไม่ใช่
พูดยาก แต่คิดว่าตัวเองตัดสินใจดีแล้วล่ะ {หมีโหด}
(แก้ไข ตกหล่น)
:22: น่ารัก
จริงๆแล้วไม่ค่อยอากมีลูกเท่าไหร่ กลัวลูกเป็นอย่างเรา :39:
แต่ถ้ามีลูกอะนะ ก็อยากให้ลูกทำอะไรก็ได้ที่ไม่ให้ตัวเองและคนอื่นเดือดร้อน
อ้อ ... ถ้าผัวตายหรือเลิกกับผัว ตูก็จะไม่มีผัวใหม่อีกเลย
นึกถึงตัวเองที่มีแม่เลี้ยงแล้วเจ็บปวด :42:
วันนี้ได้ไปอบรมมาพอดี
อ แกบอกว่า พ่อแม่ไม่ต้องการให้ลูกเป็นคนเก่งคนดีอะไรหรอก
แค่ให้หลังจากพ่อแม่ตายแล้ว ลูกเอาชีวิตอยู่รอดได้ ไม่ลำบากก็พอแล้ว
เกิดมาพ่อแม่สอนว่า อยากได้อะไรขอให้บอก แต่ต้อเข้ากฏ 3 ข้อ คือ
1.ถ้ามันดี
2.ถ้ามันไม่ผิด
3.ถ้ามันเกิดประโยชน์ และไม่เดือดร้อนใคร
พ่อกับแม่พร้อมจะให้ทุกอย่าง
พ่อบอกเสมอว่า ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเรียนแล้ว เท่าไหร่เท่ากัน
ถ้ามีลูกก็อยากให้มันเป็นแบบนี้
เลี้ยงแบบพ่อกับแม่นี่แหล่ะ
แต่ไม่ให้มันสบายเกินไป
สิ่งที่ได้มาด้วยความพยายามมักมีค่ามากกว่าเสมอ..
:22:
เล่าบ้างอยากเล่า :01:
ตอนแม่ท้องนัท แม่เค้าไม่ค่อยมีกินมีใช้มากนักหรอก แม่เคยเล่าให้ฟังว่า
ตอนนั้นพ่อเพิ่งเรียนจบโรงเรียนไปรษณีย์เงินเดือนเค้าก็ไม่ใช่ว่าเหลือกินเหลือใช้
พ่อต้องส่งอาเรียนหนังสือ แล้วก็ส่งเงินไปให้ทางบ้านย่าด้วย
เหลือมาใช้จ่ายแต่ละเดือนก็น้อยมาก แทบไม่มีเก็บ
เชื่อไม๊? ปลาทูทอด แม่เค้ากินกับพ่อสองคนยังไง เค้ากินกันมื้อละด้าน
ด้านหนึ่งก็แบ่งกันสองคน อีกด้านที่เหลือก็กินกันตอนเย็น
กินแบบนี้นานนะคะ เป็นปีเลยแหละ
เค้าไม่รู้วิธีบำรุงลูกในท้อง แม่เคยเอ่ยประโยคนี้ตอนที่มาดูรายการประเภทการพัฒนาเด็ก
แม่เค้าบอกว่าไงรู้ไม๊ บอกว่า
"ขอโทษ....ที่ดูแลเอ็งไม่ดี...เพราะไม่รู้จะต้องบำรุงอะไรยังไง สมองเลยไม่ได้บำรุงเต็มที่เท่าที่ควร"
:42:
เค้าพูดแบบนี้มาหลายครั้งแล้วแหละ...ทุกครั้งที่พูด ต้องคอยหยิกขาตัวเอง แกล้งบอกขำ ๆ ไป
ประมาณว่า "ชั้นไม่ได้คิดอะไรหรอกน่า...เฉยๆ ไปเถอะ" แต่ว่าในใจสะอึกนะ...สงสารแม่
เพราะเหมือนแม่โทษตัวเองที่ไม่ได้บำรุงอะไรมากมายตั้งแต่นัทยังอยู่ในท้อง
ตอนคลอดแล้ว แม่ต้องมานั่งเย็บเสื้อหลังขดหลังแข็ง บางทีเสื้อเสร็จแล้ว แต่ลูกค้าแม่งเหี้ย
ขอติดไว้ก่อน (เสื้อตัวนึง แม่ตูคิดค่าตัด ถ้าเทียบกับสมัยนี้ก็ประมาณ 500-600 แล้วแต่แบบ)
แล้วไอ้คนที่ติดไว้ก่อนเนี่ย..คนมีเงินนะ...ไม่ใช่ว่าเป็นคนไม่มีเงิน บ้านที่เช่าอยู่ตอนนั้น
พ่อทำเป็นสำนักงาน เป็นไปรษณีย์ย่อย พ่อเป็นคนแรกที่ได้ไปประจำที่ ท่าเสด็จ (สุพรรณบุรี)
เลยเหมือนเป็นคนบุกเบิก หาที่หาทางเอง แถมต้องเอาบ้านส่วนนึงทำเป็นสำนักงาน
ไปได้โรงเก็บกระสอบปุ๋ยอะไรสักอย่างไปขอเค้าเช่า ซึ่งสมัยโน่นพ่อบอกว่าแพงมาก
มาฟังแม่เล่ารู้สึกเลยว่า ครอบครัวตูโดนเอาเปรียบมาตั้งแต่ตูยังไม่เกิดด้วยซ้ำ :42:
พอเริ่มมีเงินเก็บบ้าง แม่อยากให้ลูกแต่งตัวดี ๆ เสื้อผ้าเด็กสมัยก่อนยี่ห้อดัง ๆ จะมี Puppet
อะไรสักอย่างนี่แหละ แม่กับพ่อช่วยกันเก็บตังค์เลยนะ อยากให้ลูกใส่เสื้อผ้าดี ๆ
แม่บอกว่า นัทใส่แล้ว มีอีเจ๊ที่ให้เช่าบ้าน มันมาจับเสื้อผ้าแล้วถามแบบดูหมิ่นหน่อยๆ
ว่า "อุ้ย ใส่ Puppet ด้วยเหรอเนี่ย...แพงนะจ๊ะ" แม่ได้ยินเลยแหละ และนัทเชื่อด้วยว่า
มันตั้งใจพูดให้แม่ได้ยิน
ไม่รู้ว่าพ่อกับแม่ปลูกฝังหรือเปล่า เพราะเล่าเรื่องนี้บ่อยมาก
แต่เค้าคงอยากให้นัทคิดเองว่า...."อย่ายอม ตอนคนมาเอาเปรียบเรา"
ถ้ามีลูก ก็จะเอาแม่กับพ่อเป็นตัวอย่าง หลักในการใช้ชีวิตบางอย่างที่แม่ทำมาตลอดคือ
สอนให้ลูกรู้จักคำว่า "พอเพียง" ความจริงครอบครัวนัทปฏิบัติมาก่อนหน้าคำนี้จะมีแล้วด้วยซ้ำ
จะสอนลูกไม่ให้ยอมคน รู้จักต่อสู้ มีปากมีเสียงยามที่ตัวเองโดนเอารัดเอาเปรียบจากคนอื่น
สอนเรื่องความเคารพ รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่ ไม่ลามปามเหมือนเล่นกับหมาหมาเลียปาก
วิธีการเลี้ยงลูกถ้าตัวเองมีขึ้นมาจริง ๆ ก็คงเอาหลักข้างต้นมาทำเพราะว่ามันเป็นสิ่งที่แม่นัท สอนมาตลอด
.
.
.
.
.
คิดถึงพ่อกับแม่ว่ะ..อยากกลับราชบุรี :05:
ฟังเจ๊นัทเล่าแล้วคิดถึงเสื้อที่แม่ตัดให้
แม่เลิกตัดเสื้อไปแล้ว
เอาเวลาไปปลูกต้นไม้แทน
ตอนประถม กะมัธยม แม่ตัดเสื้อตัดกางเกงให้ :42:
เราก็ภูมิใจ อวดใครเค้าได้ว่า นี่แม่เราตัดให้เองเชียวนะ
ไม่ชอบใส่เสื้อแบรนด์ เพราะใครๆ ก็ใส่กัน
แต่เสื้อที่แม่ตัดให้นี่... ยังไงทั้งโลกก็มีแค่ตัวเดียว
จากเจ๊เล่า รู้สึกเหมือนตอนนี้ ตัวเราเองไม่ได้อยู่อย่างพอเพียงเลย :05:
ตอนเด็กๆแม่ซื้อ puppet ให้
แต่หนิงไม่รู้ว่ามันมียี่ห้อ
ก็ทิ้งๆขว้างๆไปยังไงง่ะ :05:
:05: คิดเหมือนเอกเลย
:05: คิดถึงจังเลย แม่จ๋าขอตังค์กินหนมหน่อย
ตอนนี้งานเสื้อแม่ลดลงแล้วแหละ...เค้านิยมเสื้อผ้าสำเร็จรูปกันทั้งนั้น
ตั้งแต่เรียนหนังสือมา แม่ตัดเสื้อผ้าให้ตลอด ตัดตั้งแต่อนุบาล - ปวช
ระยะหลัง ๆ (ที่ไม่ใช่ตอนนี้) งานเสื้อแม่เยอะมาก เค้าขี้เกียจตัดเลยให้ไปซื้อเอง :30:
ส่วนเรื่องความประหยัดและพอเพียง บางทีเคยคิดว่า แม่ตูเค็มไปหรือเปล่า
แต่พอน้องเริ่มเรียนมหาลัย รถที่มีก็เริ่มมีการซ่อมแซม ค่าเทอมตูอีก
แม่เค้ายิ่งทวีความประหยัดมัธยัสถ์มากขึ้นทวีคูณ
เดี๋ยวนี้เวลาขอซื้ออะไร (ที่ไม่เกี่ยวกับอุปกรณ์การเรียน) จะรู้สึกลำบากใจ
ไม่อยากขอ...อยากประหยัดให้มากที่สุด หาหมอหน้าเคยหาอาทิตย์ละครั้ง
ก็เปลี่ยนเป็น 2 อาทิตย์ครั้ง ส่วนเสื้อผ้า พวกเครื่องแต่งตัว ไม่ค่อยใส่ใจมาก
เพราะนอกจากชุดนักศึกษา ตูก็ไม่ได้ใส่ชุดไหนเป็นพิเศษ
นอกจากจำเป็น ที่จะต้องซื้อจริง ๆ ถึงจะควักตังค์ซื้อสักที
ค่าโทรศัพท์หอจะพุ่งกระฉูดแพงยิ่งกว่าค่าไฟซะอีก เดี๋ยวนี้ก็ไม่โทร
กะว่าจะใช้โทรกลับบ้าน หรือ โทรภายใน กทม. เท่านั้น
ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ ที่จ่ายแบบไม่อั้น มันหนักไปทางเรื่องกิน :30:
me too :01:/
ผมว่าอย่างแม่เจ๊นัทนี่คือประหยัดสร้างสรรค์มากครับ
บางครั้งผมก็คิดเหมือนกันว่า เงินก็มี
ไม่เห็นต้องประหยัดอะไรขนาดนั้นเลย (แม่ผมน่ะนะ)
แต่พอมาอยู่คนเดียว ก็เริ่มเข้าใจแหล่ะครับ
ว่าบางทีมันฉุกเฉินมากๆ เงินที่บอกว่ามีมันก็ไม่พอ
ไอ้ที่ประหยัดไว้ มันจะช่วยได้เยอะด้วย :25:
(http://img2.f0nt.com/08/544a7bbc3d7f51a49bb0b0b5524ea331.jpg)
อ่านนานมากกก :05:
ยิ่งอ่านยิ่งคิดถึงบ้าน คิดถึงแม่ และแอบรักพี่ระจัน :40:
สงสัยต้องเล่ามั่ง
ผมเป็นพี่คนโตจากลูกชายสามคน และเป็นคนเดียวที่ไม่ได้เกิดกรุงเทพกับเขา :30:
ตอนผมเกิดพ่อแม่รู้สึกว่าจะทำงานอยู่กรุงเทพ พ่อคลอดเสร็จได้ไม่กี่วัน ทั้งพ่อทั้งแม่ก็ทิ้งไว้กับยายนั่นแหละ นมแม่ก็ไม่ได้กินนะ
ตั้งแต่นั้นยายก็ทำนมถั่วเหลืองให้กินตลอด เพราะว่าแพ้นมวัว แล้วตอนเด็กๆ เนี่ยปัญหาเยอะมาก เพราะเป็นคนแพ้ง่าย แค่มดกัดนี่บางทีอักเสบขนาดเข้าโรงพยาบาลเลยนะ
จำได้ว่าตอนนั้นก็มีความสุขมาก พอเริ่มรู้เรื่องก็ไปสวนยาง ไปนากับตากับยาย บางทีก็เดินไปเล่นอีกบ้านนึงที่ย้ายเปิดไว้ขายของ (หลังนั้นติดถนน)
ไอ้พวกงานสวนงานออกแดดเนี่ย ยายทั้งนั้นเลย ตาไม่ทำ ประมาณว่าพื้นฐานครอบครัวต่างกัน ยายลูกชาวบ้าน ส่วนตานี่ลูกหลานเจ้ามงเจ้าเมืองไรงั้นแหละ จะแอบติดเจ้ายศเจ้าอย่างพอสมควร
กิจกรรมที่ทำกับคุณตาตอนเด็กก็จะออกแนวบันเทิงเสียส่วนใหญ่ คุณตาชอบร้องเพลง บางทีก็แต่งร้องเองด้วย :42:
เชื่อมั้ยว่าผมร้องเพลงท่าฉลอมได้ก่อนเพลงชาติอีก (ก่อนเข้าโรงเรียน)
อีกอย่างที่เด่นของคุณตาคือชอบเล่นกีฬา ท่านเป็นนักกีฬาตั้งแต่หนุ่มๆ ตอนนั้นก็จะได้ไปสนามกีฬากับคุณตาตอนเช้าบ่อยๆ
พอสามขวบก็ได้มาอยู่กับพ่อแม่ที่กทม. คือก่อนหน้านั้นเค้าจะไปเยี่ยมเวลาปิดเทอมน่ะ (พ่อแม่เป็นครูทั้งคู่)
ก็ไปเข้ารร.ที่กทม. แม่เล่าให้ฟังว่าไม่งอแงเลยแบบแม่พาไปดูรร.นะ พอกลับมาบ้านเนี่ยนั่งนับวันรอจะได้ไปรร.เลย ฮ่ะะๆๆ
ที่ตลกก็คือไม่ยอมพูดภาษากลาง พูดใต้อยู่ปีกว่า จนครูพูดได้ไปครึ่งอนุบาลแล้ว :30:
เรื่องพูดใต้นี่เป็นความภาคภูมิใจอย่างนึงเลยนะ เวลาอยู่บ้านพ่อจะพูดใต้ตลอด ส่วนแม่นี่แล้วแต่อารมณ์ แล้วตอนเด็กคุณตาคุณยายก็พูดใต้ด้วยไง
เลยกลายเป็นคนเดียวในบรรดาพี่น้องที่พูดได้
ตอนเด็กๆ เรียนเก่งครับ ไม่รู้แม่สอนยังไง ได้ที่หนึ่งตลอดเคยขนาดที่ว่าครั้งนึงที่ได้ที่สองแล้วไม่กล้าบอกแม่เลยล่ะ ฮ่ะะๆๆ
อย่างนึงที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะก็ตอนเข้าป.หนึ่งครับ แม่บอกอยากเรียนที่สาธิตจุฬามั้ย ก็อารมณ์พาไปดูอีกแหละ เราก็ประมาณว่าอื้มๆ หลังจากนั้นแม่ก็จับติวทุกวันเลย โชคดีที่ตอนนั้นชอบมากก เพราะข้อสอบเข้าของสาธิตจุฬาเนี่ยเป็นเชาว์หมดเลย แล้วแม่ก็ทำข้อสอบพวกนั้นแหละให้เราทำ
ลืมเล่า ตอนนั้นอยู่บ้านเช่า หลังเล็กมากครับ แต่บรรยากาศพอใช้ อยู่ซอยวัดบางพลัด เดือนละเก้าร้อย หรือพันหนึ่งนี่แหละ (จำได้คลับคล้ายคลับคลา) มีห้องนอน ห้องน้ำ ระเบียง ประมาณบังกาโลแบบโอเคๆ น่ะครับ
ต่อครับ ในสุดผมสอบเข้าสาธิตจุฬาได้เชื่อมะ :11:
คุณตาก็อารมณ์ว่าสงสารหลานครับ ไม่อยากให้ขึ้นรถเมล์ ลำบาก เลยให้พ่อไปเอารถของคุณตามาใช้
ตอนนั้นแม่มีน้องคนที่สองแล้วครับประมาณปีนึง ก็สูตรเดิมคือส่งไปเลี้ยงบ้านยาย แต่ก็ไม่ได้โตมากัยตา-ยายเท่าไหร่ มีลูกพี่ลูกน้องคุณตามาเลี้ยงแทน (เป็นยายนะครับ แต่อายุมากกว่าแม่ไม่เท่าไหร่) ก็เลยจะติดสปอยล์นิดๆ แทนครับ
ช่วงนี้พ่อแม่ก็เริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวน่ะครับ เริ่มมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ว่า นู่นนนน พุทธมณฑลสายสามครับ
สมัยนั้นแถวนั้นนี่รถติดหล่ม ประปากับโทรศัพท์ไม่มีนะครับ ฮ่ะๆๆ :30:
ก็โตมาเรื่อยๆ ครับ ไม่มีอะไรเป็นปม ก็เรียนโอเคมาตลอด มีปัญหากับอาจารย์บ้างนิดหน่อย ครั้งแรกที่เหตุการณ์เริ่มระอุครับ
ป.สี่ ผมโดนเชิญผู้ปกครอง ตอนอายุเท่านั้นมัเรื่องใหญ่มากเลยนะ :42: อ.เขียนไปในสมุดจดการบ้านน่ะครับ ว่าผมแบบไม่ตั้งใจเรียนผลการเรียนตกต่ำ (4.00นะ :39:) จริงๆ แล้วคือผมเป็นโรคอะไรไม่รู้ทำการณ์บ้านแล้วไม่ส่ง :42:
เขาก็จะเชิญไปเตือนเรื่องนี้แหละ แต่แม่ผมโกรธ อ.ประจำชั้น+ฝ่ายแนะแนวเลยโดนแม่ผมไปยกใหญ่ :30:
พอป.5 อันนี้เริ่มเกเรแล้วครับ ไม่ค่อยเรียน ติดเพื่อน หนีไปเล่นเกม ไม่ได้หนีเรียนนะ แต่แบบพ่อแม่รอจนค่ำทำนองนั้นแหละ คือบ้านมันไกลด้วย
การเรียนก็เริ่มตก แต่ก็ไม่ถึงกับแย่
จำได้ว่าเริ่มมีปัญหากับพ่อก็ตอนนั้นแต่ยังไม่หนักมาก
เอ๊ะพอก่อนดีกว่า
เดี๋ยวจะกลายเป็นเล่าเรื่องตัวเอง เรื่องพ่อแม่นี่หว่า
:42:
ตัดมาเลยละกัน
พ่อแม่เป็นครูครับ แต่เลี้ยงลูกต่างกันมาก
พ่อนี่หัวโบราณสุดๆ ผมเองก็ทะเลาะกับพ่อแรงๆ หลายครั้ง เพราะความรู้สึกผมคือพ่อผมไม่ได้สนใจผมสักเท่าไหร่ แบบประมาณว่าผมทำอะไรอยู่เขาก็ไม่เคยรู้ แล้วเขาจะเป็นที่ค่อนข้างเอาตัวเองเป็นใหญ่ครับ
อย่างนึงที่ทำให้ผมโกรธมากคือ ผมว่าพี่น้องพ่อไม่น่าคบครับ เอาเปรียบ และอะไรอีกหลายอย่าง แต่พ่อสนใจคนพวกน้นมากกว่าแม่ หรือว่าลูกครับ
ผมแค่คิดว่า ถึงจะเป็นพี่น้องกันก็เถอะ ถ้าทำกันอย่างนี้เป็นผมผมไม่คบนะ (กับน้องก็คิดงี้นะ แต่เรื่องน้องทีหลังดีกว่ายาวมากแล้ว)
ผมเคยทะเลาะกับพ่อขนาดโดนไล่ออกจากบ้านด้วยนะ แต่ผมก็เกเรอยู่หรอก :42:
ส่วนแม่นะครับ แม่ไม่ค่อยชอบเด็กผู้หญิง แม่เลือกสอนม.ปลายชายล้วนมาตลอด จนย้ายมาสอนที่มหิดลฯ เพราะผมสร้างเรื่องเยอะเกิน
ผมก็จะสนิทกับลูกศิษย์แม่เยอะครับ ซึ่งเป็นเด็กเกเรเสียส่วนใหญ่ แต่แม่สนับสนุน คือแม่บอกว่าพวกนี้นิสัยดี คบได้ :30:
แม่ผมวัยรุ่นมากนะ ตอนช่วงผมวัยรุ่นแบบประมาณม.ต้นเนี่ย ผมโดนหลายเรื่องเลย
เช่น วาเลนไทน์ ควักตังให้เพิ่ม บอกว่าเผื่อซื้อดอกไม้ให้สาว :40:
เช่น ผมไม่สบายระหว่างพาไปหาหมอ แม่ถามว่าช่วยตัวเองมากไปรึเปล่าเนี่ย :08:
เช่น เจอหนังสือโป๊ในห้องแล้วเรียกมาถามว่า ยังไม่มีแฟนอะดิ คนมีแฟนแล้วเขาไม่อ่านกันหรอก :08:
พอจะนึกออกมั้ยครับ ฮ่าๆๆ :30:
จริงๆ ผมก็เกเรมาเรื่อยๆ ไม่เคยจะคิดได้หรอกนะ กับพ่อก็เพิ่งจะมาคุยกันได้บ้างไม่นานนี้หรอก ประมาณสองสามปี แล้วแหละ เหมือนเราก็เริ่มโต ก็เริ่มสงสารพ่อน่ะ เค้าแก่แล้ว เราเองก็ใจเย็นคิดเป็นมากขึ้นด้วยแหละ
จนมาครั้งนึงที่ชีวิตเปลี่ยนมากๆ คือโดนรีไทร์ตอนปีสองครับ ตอนนั้นปัญหามันเยอะมาก พ่อแม่รู้แค่ว่าผมโดนพักการเรียนเขาก็โอเค จริงๆ มีผมคนเดียวในบ้านที่รู้ว่าโดนรีไทร์แล้ว ช่วงที่ว่างอยู่เทอมนึงนั้นก็พยายามหาที่เรียนให้ตัวเองครับ อารมณ์ไม่กล้าบอกด้วย อยากแก้ปัญหาให้ได้ไประดับนึงก่อนด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วถ้ารีบบอก เราก็คงมีทางออกที่ดีกว่านี้อะนะ
แต่ตอนนั้นมันก็คิดได้แค่นั้น
จนวันนึงที่มันต้องบอกแล้วครับ คือวันรุ่งขึ้นผมต้องลงทะเบียนที่บางมดแล้วครับ ผมจำได้เลยว่า ยืนแอบอยู่หลังเสาร์กอดเสาร์ไปก็บอกว่า แม่ครับขอตังสามพัน แม่ถามเอาไปทำอะไร เอาไปลงทะเบียนที่บางมด แม่ถามอ้าว แล้วไม่เรียนที่ศิลปากรแล้วเหรอ :37:
โดนรีไทร์แล้วครับ :46: ....
เงียบไปพักนึง แม่ถามแค่คำเดียวว่าแล้วจะบอกพ่อมึงยังไง
ผมก็ได้แต่ตอบว่า ไม่ทราบครับ :05:
แม่ไม่ว่าผมสักคำ ม.ปลายผมก็เรียนมาตั้งสี่ปีแล้ว เรียนมหาลัยได้สามเทอมโดนไทร์?
สงสารแม่ แม่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน คือแม่เป็นคนเก่ง มีคนนับถือ เสียเครดิตหมดเลย + อีกหลายๆ อย่าง
ที่มาเล่านี่จริงๆ จะมาอวดแม่นะครับ คิดถึงแม่ ผมไม่ค่อยได้กลับบ้าน มีแต่จะโทรคุยกบส่ง sms คุยกัน (นี่บอกแล้วว่าแม่ผมทันสมัย)
อ่านจู๋นี้แล้วนึกถึงตอนเด็กๆ ที่ก่อนนอนจะราตรีสวัสดิ์แล้วหอมแก้มแม่ก่อนนอนทุกคืน พอโตหน่อยเสือกเขิน พอตอนนี้อยากก็ไม่กล้าแล้วครับ :42:
แต่ว่าเดี๋ยวนี้บอกรักแม่บ่อยขึ้นนะ ไม่ค่อยเขินแ้ล้ว แต่ยังไม่กล้าหอมแก้มอยู่ดี ตอนนี้แก้มแม่เหี่ยวแล้วด้วยล่ะ แก่ :21:
ส่วนถ้าตามชื่อจู๋นะ ถ้าผมมีลูก ผมอยากจะสนิทกับลูกนะ ถ้าเป็นลูกชายขอให้มานั่งกินเบียร์เป็นเพื่อนพ่อได้ ลูกสาวขอให้จนโตแล้วพ่อมันก็ยังหอมแก้มได้
ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันครับ คงไม่กลัวลูกเกเรเท่าไหร่ แต่ว่าอย่าไปทำอะไรให้คนอื่นเดือดร้อน ก็น่าจะโอเค ลูกไม่ติดยา ก็พอใจแล้วครับ :40:
ปล. เชื่อมั้ยล่ะว่าผมเกเรขนาดไหน ก็ไม่เคยเล่นพนันบอล ไม่เคยลองยา ไม่รู้เขาปล่อยเขาคุมยังไงเหมือนกัน
ปล.2 อีกอย่างนึงผมอยากให้ลูกพูดใต้เป็นนะ :37:
เหมือนว่ายังเล่าไม่หมด อารมณ์ไม่ได้
ป่ะพี่บวบ ไปกินเหล้า เล่าความหลังกัน :37:
หูยกิจกรรมคนแก่ :11:
ว่าแต่เมื่อไหร่อะ ตูสอบเสร็จวันศุกร์ :37:
เล่าความหลัง :30:
อ้างคำพูดจาก: เอ เป๋ตลอด เมื่อ 08 ต.ค. 2007, 17:44 น.
เหมือนว่ายังเล่าไม่หมด อารมณ์ไม่ได้
ป่ะพี่บวบ ไปกินเหล้า เล่าความหลังกัน :37:
ไอ้บวบมันเล่าไปรอบนึงแล้ว เอ็งดันไม่อยู่ :39:
:37:
สมมุติว่ามีลูก ก็คงต้องทำงานเลี้ยงลูกละครับ
ส่วนจะเลี้ยงยังไง ต้องดูลูกเราเป็นหลัก และไม่คิดจะเอาสูตรใคร เพื่อนผมพ่อแม่ตามใจมันหยั่งกับอะไร ก็ไม่เห็นจะเป็นเด็กมีปัญหา บ้านผมขาดความอบอุ่นขนาดหนัก ผมก็ยังคิดว่าผมไม่ใช่ปัญหาของสังคม ฮา ดังนั้นผมคิดว่าการเลี้ยงลูกไม่มีสูตรสำเร็จ ต้องดูเด็กเป็นหลัก เพียงแต่หวังว่าลูกจะเป็นคนดีเหมือนผม ฮา
เรื่องลูกตัวเองตอนนี้จินตนาการไม่ออกเหมือนกัน เพราะแม้แต่หน้าคุณแม่่ของลูก ตัวผมเองก็ยังไม่มีวี่แววจะเห็นในเร็ววันนี้ :05:
อ้างคำพูดจาก: แอน แว้นแฟร์ เมื่อ 08 ต.ค. 2007, 18:10 น.
ไอ้บวบมันเล่าไปรอบนึงแล้ว เอ็งดันไม่อยู่ :39:
ถูก :12:
เล่าเหล้าคนเดียวด้วย :12:
ตูเลยนอนฟังด้วยความง่วง :12:
หลับสนิทด้วย :12:
ที่หลับสนิทน่ะพี่เอกไม่ใช่เรอะ :08:
อยู๋นะ แต่อยู่ข้างล่าง เล่าไม่ดังอะดิ ไม่ได้ยินเลย :37:
อ้างคำพูดจาก: ไอ้บวบ ควบไม่ยั้ง เมื่อ 09 ต.ค. 2007, 00:52 น.
ที่หลับสนิทน่ะพี่เอกไม่ใช่เรอะ :08:
ถูก เลยไม่ได้ฟังตลอดว่าเล่าอะไรไปบ้าง :12:
บวบอย่ารักผมเลยครับ
แต่ถ้ากินเหล้า ชวนมั่งครับ
ผมไม่ได้รับเหล้ามานานมาก
ลูกสาวไม่ปลื้ม
ไม่ปลื้มผมก็เลิกครับ
เลิกเหล้าไม่ยาก
อะไรที่ได้มาจากวงเหล้า(เช่นงาน)
ก็หายเรียบ
แต่ผมขอ ลักกี้อินครอบครัวก่อน
ลักกี้อินจ๊อบ ครับ
ผมก็อยากให้ลูกพูดภาษาใต้ได้ครับ
วงเหล้า ให้อะไรมากกว่าที่คุณคิด :12:
มาเป็นส่วนหนึ่งของวง เราเถอะครับ
เป็นจู๋ที่ซึ้งและมีสาระ ติดอันดับโลกเลยค่ะ :05:
+1 หมี
มุกอะไรเนี้ยยยยยย :07:
อ้างคำพูดจาก: หมีโหด โหมดหมี* เมื่อ 10 ต.ค. 2007, 22:12 น.
เป็นจู๋ที่ซึ้งและมีสาระ ติดอันดับโลกเลยค่ะ :05:
+1 หมี
:25: ซึ้งเพราะโพสต์ผมเหรอครับ หมี
งั้นเดี๋ยวลบละกันจะได้เท่าเดิม
เออ ไหนๆ ก็ไหนๆ
ถามเรื่องเลี้ยงเด็กหน่อยละกันนะคะ
พอดีเดือนมีน้องอายุ 3 กะ 2 ขวบ (ช ญ ตามลำดับ)
และกำลังจะมีแรกเกิด ช อีกปีหน้า :39:
น้องเดือนซนมาก ซนโคตรซนอภิมหาซน
ชอบรื้อนั่นรื้อนี่มาเล่น ชอบปีนป่าย
ว่าจะมาตั้งจู๋ถามเรื่องเลี้ยงเด็กก็ไม่ได้ถามซะที
ทีนี้น้องเดือน (คนโต) เข้าอนุบาล 1 ปีนี้
มีปัญหาทางจิตด้วย (ครูเค้าบอกมาแบบนี้)
คือชอบให้คนมาเอาอกเอาใจ ถ้าขัดใจปุ๊บ จะกรี๊ด จะร้องไม่หยุด
ร้องมากๆ ก็อาเจียนอีก ซะงั้น
แล้วพอดีวันนี้ กลับบ้าน ไปสอนการบ้านมัน
มันเป็น 1 ใน 5 คนของห้องที่ทำข้อสอบไม่ได้
คือไม่ยอมทำ ครูเค้าก็ปล่อย คือมันก็ไม่ได้สอบ (มีแบบนี้ด้วยเหรอ)
เวลาแม่จะสอนการบ้าน มันก็แล้วแต่อารมณ์มัน
อารมณ์ดี คนพููดดีๆ ก็ยอมมาทำการบ้าน
ถ้าอารมณ์ไม่ดีก็ร้อง
มันไม่ชอบเข้าใกล้เดือนด้วย เพราะเดือนชอบดุมัน :30:
แต่ทีกะพี่ตู มันชอบเข้าใกล้ ชอบไปปีน ไปตอแย เพราะมันใจดีไม่ค่อยดุ
ทีนี้ขอคำถามแรกก่อนค่ะ
เดือนอยากรู้ว่า จะสอนน้องยังไงดี :30:
คือคิดเหมือนกันว่าเด็กช่วงนี้สมองเติบโตใช่ม้า
จะปลูกฝังยังไงดีง่ะ
พอดีแม่เดือนก็อยู่กลุ่มตาสียายสา อะไรแบบนี้
คือเค้าบอกให้ผู้ปกครองช่วยดูแลลูกทำการบ้าน ช่วยสอนที่บ้านด้วย
อย่าหวังพึ่งแต่โรงเรียนอย่างเดียว
แม่เดือนก็สอนได้บ้างไม่ได้บ้าง คือแม่เดือนอ่านหนังสือได้ เขียนได้ แต่ไม่ได้เรียนจบอะไรมานะ
(สอนเดือนทำการบ้านก็น้อย ถ้าเดือนทำการบ้านไม่ได้ก็มักจะร้อง กรี๊ด แม่ก็ตีลูกเดียว แม่เล่ามาอย่างนี้ :30:)
ทีนี้วันนี้ไปดูการบ้านปิดเทอมน้อง
เป็นกระตั๊กเลย
แล้วดูๆ แล้วรู้สึกว่า เอ๊ะ นี่เด็กมันจะทำได้เหรอวะ
คือคำถามมันเป็นประเภท
- น้องๆ ช่วยวาดรูปสัญลักษณ์จังหวัดพร้อมระบายสีให้สวยงาม
- ให้หาตัวอักษรแรกของจังหวัดจาก นสพ แล้วฉีกมาแปะ
อะไรแนวๆ นี้
แล้วเดือนจำไม่ได้แล้วว่าเด็กอนุบาลเค้าเรียนไรกันมั่งง่ะ
แต่ของน้องนี่เดือนรู้สึกว่า ไม่เป็นสเต็ปเลย
A-Z ก็ยังไม่ได้เรียน แต่มีแบบฝึกหัดให้เขียนตัว Y มั่ง Z มั่ง
ก-ฮ ก็ไม่เห็นมีแบบฝึกให้คัด แต่มีแบบฝึกให้ลองเขียน ง ไรเงี้ย
งง :31:
คือเอาเป็นว่าถามว่า เด็กอนุบาลเค้าเรียนไรกันมั่งคะ
แล้วผู้ปกครองควรจะสอนอะไรเด็กมั่งอ้ะ
ปล.
- ได้มาเป็นพี่ของเด็ก ทั้งๆ ที่อายุถ้าจะให้มีลูกก็มีได้นี่ รู้สึกตลกดี
รู้สึกเลยว่าเลี้ยงเด็กมันยาก แล้วก็เริ่มรู้สึกผิดที่เกเรกับแม่อีกแล้ว :05:
- อู่ย พิมพ์ยาวอีกแล้ว ขอโทษค่ะ :05:
การบ้านยากไปจริงๆค่ะ :07:
ยากเกินไป เด็กจะสมาธิสั้นเป็นปกติอยู่แล้ว แล้วการให้มาหาการบ้านในนสพ.นี่เป็นไปแทบจะไม่ได้เลย
ครูคิดอะไรนิ :08:
อ้อ เมื่อกี้นึกอะไรได้พอดีตอนพิมพ์ ปล
แต่ก็ลืม แล้วก็นึกได้ตอนนี้อีก :30:
ที่การบ้านมันยากๆ แล้วเดือนสงสัยว่าเด็กจะทำได้มั้ย
เหมือนกำลังดูถูกความสามารถมันไงไม่รู้ :30:
แต่เค้าบอกว่าเด็กจะพัฒนาสมองได้ดีที่สุดช่วงนี้นี่นา (ใช่ปะคะ)
แล้วจะทำไงอ้ะ :05:
วิธีเลี้ยง: ให้เดือนหันไปหาน้อง
แล้วทำหน้ายังงี้ ---> :39b:
อ๋อ ทำบ่อย
ไม่งั้นมันจะกลัวเหรอ :30:
เดือนเป็นคนที่แกล้งน้องบ่อยมากน่ะ
:30: เป็นพี่ที่เลวสุดๆ
ไม่เหมือนนังพี่ตี๋ ขานั้นเวลามาบ้านตู
น้องสองตัวก็พากันไปกรี๊ดกร๊าดกับมัน เชอะ :11:
น้องอยู่อนุบาลสอง :27:
ไม่รู้จะตอบไงนะ เพราะไม่ค่อยได้ดูแลน้อง :30:
แต่การบ้านยากจริงๆค่ะ โดยเฉพาะอีข้อเนี้ย :07:
อ้างอิง- น้องๆ ช่วยวาดรูปสัญลักษณ์จังหวัดพร้อมระบายสีให้สวยงาม
น้องนานายังวาดรูปบ้าน สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม ยังไม่เป็นบ้านเลย :30:
แต่น้องนานาก็เรียนตามสเต็ปนะ :31:
แต่ซนนี่ น้องนานาก็เป็น ซน ดื้อ :39:
คือรู้ว่าผิดแต่ก็จะทำ แล้วก็ชอบแกล้งร้องไห้ :39: (แกล้งจริงๆนะ :07:)
แต่เป็นเด็กดีก็ดีจนน่ารักมากๆเหมือนกัน
(น้องนานาชอบดูละครด้วย อันนี้ก็เหมือนยาย ชอบเดาเนื้อเรื่องละครด้วย แถมเดาถูกตลอด :30: (แปลกๆนะคะ บทละครน้ำเน่าแต่เด็กอนุบาลเดาออกได้ :08:))
แม่เล่าว่าตอนไปตลาด
น้องพี่ (ผู้ชาย) มันจำได้ว่าตรงนี้เป็นหอพักน้า
มันชี้สองรอบที่ผ่าน แล้วบอกว่า น้าเคยอยู่ตรงนี้
มันเคยไปที่นั่นครั้งเดียวตอนไม่ถึงขวบนะ มันจำได้ไงวะ :31:
ที่ซนของน้องพี่เหรอ ที่แม่เล่า
- ชอบเล่นน้ำ
- ชอบเอาผ้าที่ซักเรียบร้อยแล้วมารื้อ
- ผนังบ้านเต็มไปด้วยรอยดินสอ
- ตู้เสื้อผ้าที่ห้องแม่ประตูหลุดออกมา (ฝีมือมันนั่นแหละ)
- ประตูมุ้งลวดด้วย ทั้งชั้นบนชั้นล่างเลย
- ชอบรื้อตู้เย็น บางวันหยิบนมเปรี้ยวออกมากินเป็นโหล
เยอะ นึกไม่ออก :08:
ตัวเล็กน่ารักหน่อย เป็นผู้หญิง ขนตางอนๆ
แต่เวลาซนก็ซนเหมือนกันนะ แต่ขี้อ้อนกว่าพี่มัน
สองตัวนี่มีรอยแผลเป็นที่ขาทั้งสองคน
เอาขาไปนาบกะท่อไอเสีย คนพี่โดนสองครั้งแน่ะ :31:
แถมไอ้คนพี่เคยล้มจนคิ้วแตกมั่ง หัวแตกมั่ง คนน้ิองก็ล้มจนฟันหลอ
คือไม่ใช่ว่าไม่ดูเด็กนะ แต่บางทีมันเอาไม่ทันจริงๆ ซนมาก
ไม่เหมือนน้องที่รู้จักอีกคน น่ารัก
พ่อแม่สอนดีแหละ ไม่ซน
ชี้ที่หมี ก็ร้องว่า "แบร์"
ชี้ที่ปลาก็ร้องว่า "ฟิช"
นับเลขก็ได้
สองขวบเองแท้ๆ :05:
กะเด็กต้องมีคนที่คอยขัดใจมันบ่อยๆ ครับ
ไม่งั้นมันจะเหลิง :30:
ผมเนี่ยแหละตัวขัดใจน้องเลย กลับไปทีไรแกล้งมันตลอด
มีทู่ :37:
อย่างเวลาเลี้ยงเด็กเล็กๆ จะไม่ชอบเลย
เด็กทารกไม่กี่เดือนน่ะ
แบบ มันติดแม่นะ
แล้วสมมติแม่ใช้เฝ้าเวลามันนอน
พอมันตื่นมางอแง เราก็ไม่รู้จะทำยังไง
หรือถ้าแม่ให้เฝ้าน้องแล้วแม่ไปทำอย่างอื่น ก็เริ่มไม่ชอบและ
เพราะว่าน้องจะร้อง ร้อง และร้อง
ไม่รู้จะทำยังไง :08:
จะปล่อยให้ร้องแหกปากไปเรื่อยๆ มันก็ร้องได้ไม่หยุดจริงๆ นะ
อาวุธของเด็กนี่คือเสียงแท้ๆ เลย
ปล. น้องพี่ (ผู้ชาย) หวงไข่ตัวเองมาก หวงตั้งแต่ยังเล็กเลย :30:
เวลามันซนกรี๊ดๆ เคยเห็นแม่หยิบหนังยางมาแล้วยิ้มเหี้ยมเกรียม
วันนี้ตอนกลับบ้านก็เอามั่ง ถือหนังยางไว้แล้วเล็งไปหามัน (จริงๆ ดีดยางไม่เป็นหรอก ดีดทีไรก็เจ็บมือ)
มันก็กลัว ร้อง เอามือกุมเป้าตัวเอง :30:
ปล. อีกที ใครมีน้องเล็กๆ หรือมีลูกมาเล่าเรื่องเด็กๆ มั่งนะค้า น่าสนุกดี :25:
น้องชายผม อายุห่างกับผม 12 ปี จริงๆก็เลี้ยงน้องทั้งสองคนมาน่ะนะ แต่น้องสาวนี่ ตอนเล้กๆน่ารักมากๆพอโตหน่อย
ผมจะแกล้งเขาอยุ่บ่อยๆทั้งที่ห่างกันตั้ง 6 ปีแนะ ส่วนน้องชายที่ห่างกัน 12 ปี ก็จะติดผมแจเลย ก่อนที่ผมจะขึ้นมากทม.
เนี่ยมันเพิ่ง3-4ขวบเองมั้ง ไปไหนก็ขี่คอพาไปหมด
พอกลับมาจากโรงเรียน ช่วยงานบ้านเรียบร้อยแล้ว ก็ เตรียมตัวออกไปเล่นฟุตบอลนั่งสวมรวงเท้าอยุ่
น้องชายก็คลานขึ้นคอเองเลย เสร็จสรรพ ก็ ออกเดินทาง จะไปนาไปไร่ก็พามันขึ้นบ่าขี่หลังไปไหนไปกันตลอด จากมา 5 ปี เฮ้อ........
พี่จากบ้านนามาห้าหกปี มาเยือนคนดีด้วยความคิดถึง :25:
:49:
อ้างคำพูดจาก: เดือน เฟือนฟั่น เมื่อ 11 ต.ค. 2007, 00:44 น.
อ้อ เมื่อกี้นึกอะไรได้พอดีตอนพิมพ์ ปล
แต่ก็ลืม แล้วก็นึกได้ตอนนี้อีก :30:
ที่การบ้านมันยากๆ แล้วเดือนสงสัยว่าเด็กจะทำได้มั้ย
เหมือนกำลังดูถูกความสามารถมันไงไม่รู้ :30:
แต่เค้าบอกว่าเด็กจะพัฒนาสมองได้ดีที่สุดช่วงนี้นี่นา (ใช่ปะคะ)
แล้วจะทำไงอ้ะ :05:
แต่มันจะท้อจนเลิกทำอ่ะดิ เด็กตัวเท่านี้ต้องให้เค้าทำอะไรที่เค้ารู้สึกสนุกต่างหากถึงจะดึงความสนใจเค้าได้ :12:
อ้างคำพูดจาก: เดือน เฟือนฟั่น เมื่อ 11 ต.ค. 2007, 00:39 น.
เออ ไหนๆ ก็ไหนๆ
ถามเรื่องเลี้ยงเด็กหน่อยละกันนะคะ
พอดีเดือนมีน้องอายุ 3 กะ 2 ขวบ (ช ญ ตามลำดับ)
และกำลังจะมีแรกเกิด ช อีกปีหน้า :39:
น้องเดือนซนมาก ซนโคตรซนอภิมหาซน
ชอบรื้อนั่นรื้อนี่มาเล่น ชอบปีนป่าย
ว่าจะมาตั้งจู๋ถามเรื่องเลี้ยงเด็กก็ไม่ได้ถามซะที
ทีนี้น้องเดือน (คนโต) เข้าอนุบาล 1 ปีนี้
มีปัญหาทางจิตด้วย (ครูเค้าบอกมาแบบนี้)
คือชอบให้คนมาเอาอกเอาใจ ถ้าขัดใจปุ๊บ จะกรี๊ด จะร้องไม่หยุด
ร้องมากๆ ก็อาเจียนอีก ซะงั้น
แล้วพอดีวันนี้ กลับบ้าน ไปสอนการบ้านมัน
มันเป็น 1 ใน 5 คนของห้องที่ทำข้อสอบไม่ได้
คือไม่ยอมทำ ครูเค้าก็ปล่อย คือมันก็ไม่ได้สอบ (มีแบบนี้ด้วยเหรอ)
เวลาแม่จะสอนการบ้าน มันก็แล้วแต่อารมณ์มัน
อารมณ์ดี คนพููดดีๆ ก็ยอมมาทำการบ้าน
ถ้าอารมณ์ไม่ดีก็ร้อง
มันไม่ชอบเข้าใกล้เดือนด้วย เพราะเดือนชอบดุมัน :30:
แต่ทีกะพี่ตู มันชอบเข้าใกล้ ชอบไปปีน ไปตอแย เพราะมันใจดีไม่ค่อยดุ
ทีนี้ขอคำถามแรกก่อนค่ะ
เดือนอยากรู้ว่า จะสอนน้องยังไงดี :30:
คือคิดเหมือนกันว่าเด็กช่วงนี้สมองเติบโตใช่ม้า
จะปลูกฝังยังไงดีง่ะ
พอดีแม่เดือนก็อยู่กลุ่มตาสียายสา อะไรแบบนี้
คือเค้าบอกให้ผู้ปกครองช่วยดูแลลูกทำการบ้าน ช่วยสอนที่บ้านด้วย
อย่าหวังพึ่งแต่โรงเรียนอย่างเดียว
แม่เดือนก็สอนได้บ้างไม่ได้บ้าง คือแม่เดือนอ่านหนังสือได้ เขียนได้ แต่ไม่ได้เรียนจบอะไรมานะ
(สอนเดือนทำการบ้านก็น้อย ถ้าเดือนทำการบ้านไม่ได้ก็มักจะร้อง กรี๊ด แม่ก็ตีลูกเดียว แม่เล่ามาอย่างนี้ :30:)
ทีนี้วันนี้ไปดูการบ้านปิดเทอมน้อง
เป็นกระตั๊กเลย
แล้วดูๆ แล้วรู้สึกว่า เอ๊ะ นี่เด็กมันจะทำได้เหรอวะ
คือคำถามมันเป็นประเภท
- น้องๆ ช่วยวาดรูปสัญลักษณ์จังหวัดพร้อมระบายสีให้สวยงาม
- ให้หาตัวอักษรแรกของจังหวัดจาก นสพ แล้วฉีกมาแปะ
อะไรแนวๆ นี้
แล้วเดือนจำไม่ได้แล้วว่าเด็กอนุบาลเค้าเรียนไรกันมั่งง่ะ
แต่ของน้องนี่เดือนรู้สึกว่า ไม่เป็นสเต็ปเลย
A-Z ก็ยังไม่ได้เรียน แต่มีแบบฝึกหัดให้เขียนตัว Y มั่ง Z มั่ง
ก-ฮ ก็ไม่เห็นมีแบบฝึกให้คัด แต่มีแบบฝึกให้ลองเขียน ง ไรเงี้ย
งง :31:
คือเอาเป็นว่าถามว่า เด็กอนุบาลเค้าเรียนไรกันมั่งคะ
แล้วผู้ปกครองควรจะสอนอะไรเด็กมั่งอ้ะ
ปล.
- ได้มาเป็นพี่ของเด็ก ทั้งๆ ที่อายุถ้าจะให้มีลูกก็มีได้นี่ รู้สึกตลกดี
รู้สึกเลยว่าเลี้ยงเด็กมันยาก แล้วก็เริ่มรู้สึกผิดที่เกเรกับแม่อีกแล้ว :05:
- อู่ย พิมพ์ยาวอีกแล้ว ขอโทษค่ะ :05:
น้องเดือนซนมาก ซนโคตรซนอภิมหาซน
ชอบรื้อนั่นรื้อนี่มาเล่น ชอบปีนป่าย
ว่าจะมาตั้งจู๋ถามเรื่องเลี้ยงเด็กก็ไม่ได้ถามซะที
ทีนี้น้องเดือน (คนโต) เข้าอนุบาล 1 ปีนี้
มีปัญหาทางจิตด้วย (ครูเค้าบอกมาแบบนี้)
คือชอบให้คนมาเอาอกเอาใจ ถ้าขัดใจปุ๊บ จะกรี๊ด จะร้องไม่หยุด
ร้องมากๆ ก็อาเจียนอีก ซะงั้นทำไมครูพูดแบบนี้ งงเลย
เด็กจะมีหรือไม่มีนี่ต้องให้คุณหมอวินิจฉัยนะครับ
บางคนแค่ซนเกินกว่าปกติก็เท่านั้น
ถ้ามีอะไรที่เขาสนใจมากๆ ก็นิ่งได้
ต้องลองดูและใจเย็นโคตรใจเย็นสังเกต ดีกว่า
ส่วนร้องมากๆ แล้วอาเจียนเป็นยุทธวิธีการโจมตี
จิตใจผู้ใหญ่ของเด็ก
เด็กเขาจะมีเทกนิคเยอะครับ
ตั้งรับให้ดี
เพื่อจะสอนเขาให้ดีนั่นแหละครับ
ถึงบอกว่าถ้าไม่ใช่พ่อไม่ใช่แม่
ใครที่ทนเด็กได้นับว่า ยอด ชั้นยอด :12:
เรื่องการสอนการบ้านน่าจะมีทางเป็นไปได้
เพราะเดือนบอกว่า ถ้าอารมณ์ดียอมทำ
ถ้าแบบนั้น รออารมณ์ดีค่อยสอนไง
ก็มานั่งดูว่าอะไรที่ทำให้เขาอารมณ์ดี
ส่วนอะไรที่ไม่ได้เรียน
เราก็สอนเสริมไป
ไม่มีอะไรเป็นขั้นตอนหรอก
เขาสนใจอะไรสอนอันนั้น
ลองไปหาหนังสือ โต๊ะโตะจังมาอ่านด้วย(อ่านเสริม) :22:
แล้ว...
ก็สอนการบ้านเขาไปด้วย
อะไรที่ขาดก็เพิ่มให้เขาไป
หวังพึ่งโรงเรียนกึ่งหนึ่ง
พึ่งครอบครัวเยอะเข้าไว้
การเรียนรู้เด็กมาจากครอบครัว
เสียส่วนมากนะครับ
ไม่รู้ผมช่วยได้ไหม
ขอเบิ้ล
ลูกผมไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องทำการบ้าน
เพราะตั้งแต่ก่อนขวบหน่อยๆ
ผมซื้อหนังสือกลับบ้านทุกวัน วันละ 1 เล่ม
จนเป็นเรื่องปกติ จนปัจจุบันนี้ก็ยังซื้อทุกวัน
ลูกเห็นหนังสือก็ปรี่เข้าหา กลายเป็นของชอบ
คือว่างตอนไหนก็ดูหนังสือ(ยังอ่านไม่ออก)
ก่อนนอนเล่านินานกันจนแม่เขาอ่อนใจคือจะฟังอยู่แบบนั้น :22:
บางวันแถมพกแบบฝึกหัดก่อนปฐมวัย
ติดไม้ติดมือให้เขาสนุกสนานไปด้วย
บางเล่มผมซื้อถึงสามครั้ง
เพราะครั้งแรกลูกผมฉีกขาดหมด
ครั้งที่สองเอาสีมาระบายพังหมดอีก
ครั้งที่สามถึงจะได้มานั่งดูกันว่าหนังสือนั่นมีอะไร
(สามกระบวนการนี้กินเวลาเป็นปีเชียว)
ใครเห็นผมซื้อหนังสือกลับบ้าน
ก็ถามว่าไม่เสียดายเงินหรือ
หรือบอกว่าทำไมยัดเยียดลูกเกินไป
ผมยิ้มและไม่ได้พูดอะไีร
เพราะเรื่องเสียดายเงิน
ผมว่าผมกินเหล้ามื้อนึงซื้อหนังสือให้ลูกได้ สิบเล่ม
ดูหนังเรื่องนึง หรือฟูจิ มื้อนึงราคาแพงกว่านี้อีก
ส่วนยัดเยียดนะเหรอ
ผมว่าอะไรที่เป็นเรื่องปกติ
มันไม่ยัดเยียดหรอก
ถ้าเขาสี่ขวบแล้วไม่เคยเห็นหนังสือมาก่อน
แล้วมาบังคับทันทีนี่สิ ท่าทางจะต้องลำบากใจกัน
เพราะเด็กไม่เคยรู้ไม่เคยอ่านมาเลย
จู่ๆ มาให้อ่านทุกวัน แบบนี้น่าจะเรียก
ยัดเยียดได้นะ
ถึงมีคำพูดว่า
กว่าจะถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว
ชอบที่ลุงโอ๋ซื้อหนังสือสามครั้งครับ :22:
ใช่ๆกิ้วนี่อ่านหนังสือตั้งแต่ยังไม่เข้าเรียน(เข้าตอนสองขวบ)
ถ้าปลูกฝังให้รู้ว่าหนังสือไม่ใช่ของน่าเบื่อนะ เด็กก็จะรู้เอง
ไม่รู้ซิกิ้วติดหนังสือนะ ถ้ามีโอกาสและมีเงิน :42: ก็จะหาอ่านเป็นปกติ
ใช่ๆจะรอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว เรื่องบางเรื่องแก้ไม่ได้แล้ว เป็นกับน้องกิ้วเลย
บางเรื่องก็แก้ไม่ได้ เป็นกับน้องนานาเหมือนกัน
นานาก็ชอบหนังสือมาตั้งแต่เด็กๆนะ :17: (แต่ยายก็ชอบบ่นว่าซื้อทำไมเยอะแยะ แต่นานาว่าซื้อหนังสือครั้งนึง มีประโยชน์กว่าซื้อหวยเยอะ :43:)
(http://img.icez.net/t/2y/100_8315.jpg) (http://img.icez.net/show.php?id=2ba146b803ea0a46efa2cee2ce67c54c)
อัพเดทเกือบๆ ล่าสุด :02:
ล่าสุดซื้อเพิ่มมาอีก 4 เล่ม
และเร็วๆ นี้มีคิวจะซื้อเพิ่มอีกเกือบยี่สิบเล่ม (งานหนังสือ)
ใครมันสอนให้เราชอบอ่านนิยายวะเนี่ย เปลืองตังค์ชิบ (แต่ก็จะซื้อ :30: )
:18: ยาอะไรเยอะแยะเลยครับ
เดือนเอ๊ย..ไอ้น้องคนนั้นไม่ใช่หวงไข่หรอกโว้ย เล่นเอาหนังยางทำท่าจะดีดไข่มัน
เป็นตูก็เสียววะ :30:
:25: ขอบคุณลุงระจันมากๆ ค่า
แม่เคยพาน้องไปหาจิตแพทย์ด้วยนะ
แล้วเค้าก็ให้ยาเม็ดมากิน
เป็นยาเม็ดเล็กๆ แล้วแบ่งครึ่งอีกทีนึง
แถมแพงมาก อาทิตย์นึงเป็นพัน
แต่น้องก็ดีขึ้นนะ เค้าให้ยากล่อมประสาทมาป่าวหว่า :31:
เดี๋ยวจะลองซื้อนิทานไปลองอ่านให้ฟังดีกว่า :25:
ปล. การอ่านช่วยเด็กได้เยอะจริงๆ นะ เพราะตัวเองก็ชอบอ่านหนังสือน่ะ :21:
อ้างคำพูดจาก: เดือน เฟือนฟั่น เมื่อ 11 ต.ค. 2007, 16:23 น.
:25: ขอบคุณลุงระจันมากๆ ค่า
แม่เคยพาน้องไปหาจิตแพทย์ด้วยนะ
แล้วเค้าก็ให้ยาเม็ดมากิน
เป็นยาเม็ดเล็กๆ แล้วแบ่งครึ่งอีกทีนึง
แถมแพงมาก อาทิตย์นึงเป็นพัน
แต่น้องก็ดีขึ้นนะ เค้าให้ยากล่อมประสาทมาป่าวหว่า :31:
เดี๋ยวจะลองซื้อนิทานไปลองอ่านให้ฟังดีกว่า :25:
ปล. การอ่านช่วยเด็กได้เยอะจริงๆ นะ เพราะตัวเองก็ชอบอ่านหนังสือน่ะ :21:
ยาตัวนี้รู้สึกจะไปกดประสาทบางอย่างนะครับ (ไม่แน่ใจ )
วันก่อนคุณแม่ผู้ปกครองของเด็กที่โรงเรียนผม
ก็แวะมาปรึกษาพูดคุย ลูกเขาก็รับยานี้เหมือนกัน
(ลูกเป็นสมาธิสั้น และเป็นอีกหลายอย่าง)
แต่ผมจำชื่อเรียกตัวยาไม่ได้ ไม่รู้ชนิดเดียวกันไหม
ต้องกินทั้งชีวิตนะครับ แล้วแพงมากเหมือนกัน
แม่เป็น อ.มหาลัยเกษตร หวังศิลปะจะช่วยเยียวยาลูก
ก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง หยุดยาได้เป็นพักๆ
มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งหนึ่งมากขึ้นกว่าเดิม
แต่ถ้าเป็นหนักก็จะต้องทานยามาเหมือนกัน
นอกจากอ่านแล้วลองให้วาดรูปดูนะ
อาจจะช่วยได้อีก
//เราต้องอดทนมากขึ้นด้วยนะ
อย่าพยายามฉุนเฉียว
เอ้อ ใช่ค่ะ
ครูเค้าบอกว่าน้องเป็นคนสมาธิสั้นด้วย :37:
คงไม่ไปหาหมอแล้วอะค่ะ :30:
ขอบคุณมากๆ อีกทีนะคะ :46: :25:
จับบวชเรียนเลยครับ
ชอบวิธีเลี้ยงลูกของพี่ระจันจังเลย :05:
เรามาแต่งงานกันเถอะครับ
พี่แอนพร้อมคลอดแล้วใช่มั้ยครับ :25:
หาพ่อขอวลูกอยู่เหมือนกันครับ :25:
แต่คิดไม่ถูกเลยจริงๆนะว่าจะเลี้ยงลูกยังไง :37:
อ้างคำพูดจาก: "พลัม...รัมมะซิง" เมื่อ 11 ต.ค. 2007, 17:13 น.
หาพ่อขอวลูกอยู่เหมือนกันครับ :25:
แต่คิดไม่ถูกเลยจริงๆนะว่าจะเลี้ยงลูกยังไง :37:
ส่วนใหญ่จะนิยมใช้ข้างเท้าด้านในในการเลี้ยงลูกครับ เพราะสามารถคอนโทรลลูกได้ง่าย
แต่ถ้าจะให้ดีควรฝึกเลี้ยงลูกด้วยข้างเท้าด้านนอกด้วย เวลาลงสนามให้ใช้ข้างเท้าด้านในเป็นหลัก
แซมด้วยข้างเท้าด้านนอกเป็นระยะเพื่อหลอกล่อคู่ต่อสู้ เอี้ยวร่างกายส่วนบนเหนือระดับไข่ไปมา
ด้วยเพื่อเป็นการรักษาบาลานซ์และป้องกันการเป็นนิ่วที่กรวยไต
แหม ข้อมูลแน่นจริงๆ บวกให้ครับ :12:
:05: ซึ้งแทนเช่ว่ะ
อ้างคำพูดจาก: ชวาลา เมื่อ 11 ต.ค. 2007, 17:38 น.
ส่วนใหญ่จะนิยมใช้ข้างเท้าด้านในในการเลี้ยงลูกครับ เพราะสามารถคอนโทรลลูกได้ง่าย
แต่ถ้าจะให้ดีควรฝึกเลี้ยงลูกด้วยข้างเท้าด้านนอกด้วย เวลาลงสนามให้ใช้ข้างเท้าด้านในเป็นหลัก
แซมด้วยข้างเท้าด้านนอกเป็นระยะเพื่อหลอกล่อคู่ต่อสู้ เอี้ยวร่างกายส่วนบนเหนือระดับไข่ไปมา
ด้วยเพื่อเป็นการรักษาบาลานซ์และป้องกันการเป็นนิ่วที่กรวยไต
ฝึกนานๆ สาวหลงแน่นอน
เรื่องยาวเหยียดดดดดดด
เรื่องน้องเดือน
ขอแชร์ ปสก คือมีเพื่อนเป็นโรคสมาธิสั้นคนนึง
คือถ้ามันไม่บอกจะไม่รู้เลย บางครั้งจะเป็นเหมือนคนขี้เกียจธรรมดาๆนี่แหล่ะ
แต่ส่วนมากเป็นคนปกติ ทำงานทำอะไรได้
แต่เป็นคนใส่ใจอะไรมากไม่ได้ มันจะมึน มันจะปวดหัว
คือเคยทะเลาะกับมันแล้วมัน อธิบายให้ฟัง ว่าบางทีเข้าใจ
แต่คิดมากๆ แล้วมันปวดหัว มันเลยไม่คิดไม่ทำ ไม่โต้ตอบ งงมะ :42:
ตอนเด็กๆ มันจะลุกลิกๆ พ่อมันเลยพาไปหาหมอ
หมอบอกว่า เป็นโรคสมาธิสั้น (ไม่ใช่โรคจิตนะ โรคประสาท)
ให้กินยา มันจะลดอาการปวดหัวเวลาต้องใช้สมาธิได้
แล้วก็ให้ทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่นปกติ
แต่ต้องกินยาไปด้วย เห็นว่ากินอยู่หลายปีเลย
พอโตขึ้นมาสักประถมปลาย ก็หาย (ไม่ได้หายขาด)
แต่ก็คือไม่ต้องกินยาก็ทำอะไรได้ปกติแล้ว
แต่ก็ไม่ได้ทุกอย่างนะ อ่านหนังสือนานมากๆไม่ได้
(แต่แม่งเล่นเกมส์ได้ทีสิบกว่าชั่วโมง...)
คือคิดอะไรมากๆ นานๆ ติดกันหลายๆชั่วโมงไม่ได้ครับ
(พ่อมันใส่ใจดูแลมากเลยจากที่ฟังมา ตรงนี้น่ามีส่วนช่วยด้วย)
ประมาณนี้ ไม่รู้ช่วยได้มากไหมนะ
อ้างคำพูดจาก: มุมมืด ฟืดฟาด ฟืดฟาด เมื่อ 11 ต.ค. 2007, 21:18 น.
เรื่องยาวเหยียดดดดดดด
เรื่องน้องเดือน
ขอแชร์ ปสก คือมีเพื่อนเป็นโรคสมาธิสั้นคนนึง
คือถ้ามันไม่บอกจะไม่รู้เลย บางครั้งจะเป็นเหมือนคนขี้เกียจธรรมดาๆนี่แหล่ะ
แต่ส่วนมากเป็นคนปกติ ทำงานทำอะไรได้
แต่เป็นคนใส่ใจอะไรมากไม่ได้ มันจะมึน มันจะปวดหัว
คือเคยทะเลาะกับมันแล้วมัน อธิบายให้ฟัง ว่าบางทีเข้าใจ
แต่คิดมากๆ แล้วมันปวดหัว มันเลยไม่คิดไม่ทำ ไม่โต้ตอบ งงมะ :42:
ตอนเด็กๆ มันจะลุกลิกๆ พ่อมันเลยพาไปหาหมอ
หมอบอกว่า เป็นโรคสมาธิสั้น (ไม่ใช่โรคจิตนะ โรคประสาท)
ให้กินยา มันจะลดอาการปวดหัวเวลาต้องใช้สมาธิได้
แล้วก็ให้ทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่นปกติ
แต่ต้องกินยาไปด้วย เห็นว่ากินอยู่หลายปีเลย
พอโตขึ้นมาสักประถมปลาย ก็หาย (ไม่ได้หายขาด)
แต่ก็คือไม่ต้องกินยาก็ทำอะไรได้ปกติแล้ว
แต่ก็ไม่ได้ทุกอย่างนะ อ่านหนังสือนานมากๆไม่ได้
(แต่แม่งเล่นเกมส์ได้ทีสิบกว่าชั่วโมง...)คือคิดอะไรมากๆ นานๆ ติดกันหลายๆชั่วโมงไม่ได้ครับ
(พ่อมันใส่ใจดูแลมากเลยจากที่ฟังมา ตรงนี้น่ามีส่วนช่วยด้วย)
ประมาณนี้ ไม่รู้ช่วยได้มากไหมนะ
ลูกศิษย์ผมอีกคนนึงเป็นแบบนี้ครับ
วาดรูปได้ชั่วโมงนึงแต่ไม่ติดต่อกัน
พ่อแม่เลยให้ลงเรียนทั้งวันเลย เพื่อจะได้หลุด
จากเกมส์มาวาดรูปมั่ง คือเขาเล่นเกมส์ทั้งวันเล่นจริงๆจังๆ
แต่เรียนไม่ตกเลย แถมได้สี่หมดอีกต่างหาก
นี่ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง
กำลังจะบอกว่า
เรื่องพวกนี้มีหลายแบบ
หลายประเภทมาก
อ่านเรื่องเดือนแล้วนึกถึงรายการ แนนนี่ 911 ช่องเอ็กไซท์ ที่เำพิ่งดูมาก่อนกลับบ้านเนี่ย
เด็กสองขวบร้องไห้ กรี๊ดๆๆได้นานมากๆเพื่อเรียกร้องความสนใจ
แต่จำไม่ได้ว่าแนนนี่เค้าแก้ไขยังไง :42:
ขอบคุณหลายๆ ความเห็นที่มาแชร์ประสบการณ์ค่า :25:
เดี๋ยวถ้ามีอะไรจะมาเล่าอีกที
ไม่รู้จะไปบ่น ตรงไหน
คือเมื่อวันก่อนครับ หลานไม่ยอมกินข้าว ทำอย่างไรก็ไม่ยอมกิน
ย่าเขา ก็เลยหลอกล่อด้วยวิธีการ ประมาณว่า
"น้องคลิก ย่าเอาข้าวตั้งไว้ตรงนี้นะ อย่าแอบมากินของย่านะ!!"
ด้วยความเป็นเด็ก พอห้ามเหมือนยิ่งยุ ปรากฏว่า แกเดินมากินว้อย
(ไม่แนะนำให้ทำนะครับ อาจจะส่งเสริมอุปนิสัยการขโมยให้แก่เด็กได้ :37:)
พอหลาน กินข้าวได้ ก็รู้สึกดีนะ เพราะหลานไม่ยอมกินข้าวเลย ก็ทำทุกวิถีทางอ่ะนะ
เรื่องที่จะบ่นมันมีอยู่ว่า พอดีผมนั่งทำงานอยู่ แบบว่างานเร่งมาก
ด้วยการที่มีขากล้องวางอยู่บนโต๊ะ ทำให้เกะกะการทำงาน
ผมก็เลยใช้หลานให้เอาขากล้องไปวางไว้ข้างนอกบ้าน
ใช้อย่างไรก็ไม่ยอมไป(เด็กดื้อ) ผมก็เลยนึกวิธีการของย่าได้ ก็เลยบอกไปว่า
"น้องคลิกครับ อากรี วางขากล้องไว้ตรงนี้นะ อย่ามากินของอากรีนะ :37:"
แค่นั้นแหละสะดุ้งกันทั้งบ้าน !!!
ขำเว่ยเห้ยยย :30: :30:
หลานหรือกั๊ตจัง :30:
ต้องโทษอา อย่าโทษหลาน
:30:
ลองใช้แบบดาวเด็กดีอะไรแบบนี้ได้มั้ย จะให้ทำอะไรก็มีรางวัลเป็นดาว 1 ดวง สะสมครบ 10 ดวงจะให้ซื้อขนมหรืออะไรก็ว่ากันไป (จะกลายเป็นว่าจะทำอะไรต้องมีของตอบแทนมั้ยหว่า :42:)
ส่วนตัวผมคงเจอปัญหาแบบนี้แน่ แต่เด็กๆวัยกวนตีนเรื่องอาหารนี่ก็งอแงหิวเป็นเหมือนกันนี่ครับ
ปล่อยให้หิวซะ หลายๆทีก็จำเองแหละว่าไม่กินตอนนี้ ก็ต้องไปกินทบครั้งหน้าเลย :42:
:30: ตอนเด็กๆ ตูก็ดื้อสุดๆ เหมือนกัน
วันก่อน ลูกสาวผมดื้อ
หลายเรื่อง งอแงประสาเด็ก
ผมก็ดุไปตามประสาคนเป็นพ่อ
และผมก็เป็นคน บางครั้งชั่งอารมณ์ตัวเองไม่ถูก
ว่าคำไหนควรไม่ควร จิตใจเด็กเขาบอบบาง
ลูกผมหลุดประโยคว่า
ทำไมพ่อไม่ใจดี ดีขนาดที่ว่าเขาดื้อก็ไม่ดุ
และทำไมพ่อไม่เป็นเจ้าชายละ
พ่อไม่เห็นเหมือนเจ้าชายในนิทานที่ใจดีเลย
(รูปลักษณ์ ผมไม่ได้อยู่แล้ว :26:)
ตอนเขาพูดผมก็ไม่ได้คิดหรอก
หรือคิดไม่ได้ว่าเขาหมายถึงอะไร
มาย้อนคิดตอนหลัง
เออแฮะ เราจะมีวิธีไหนดี
ที่จะสอนเขา เวลาเขาดื้อ
โดยละมุนละม่อมที่สุด
ตอนนี้ที่นึกได้คือ ต้องอดทน
อย่าสติแตกไปก่อน เท่านั้น
ป.ล. เวลาหลานดื้อผม ขำนะ
ดูน่ารักดี แต่เวลาลูกดื้อ ผมเริ่มกลุ้มใจ :22:
เด็กๆ จอยก็ดื้อนะ แต่เป็นดื้อเงียบ ดื้อเก็บกด :30:
ไม่เถียงไม่พูดไม่บอก และ ไม่ทำ :37:
ย่าก็ตีไม่พูดไม่บอกไม่กล่าวเหมือนกัน :42:
วิธีของย่าจักรี คล้ายๆ ในหนังเรื่อง No Reservations เลย
ส่วนของจักรี :01:
อ่านเรื่องจักรีแล้วนึกถึงน้องชายคนโตตอนมันเด็กๆ สักสามสี่ขวบได้ เพิ่งเข้าโรงเรียน (จริงๆ คุ้นๆ เหมือนจะเคยเล่าแล้ว)
ไม่รู้มันไปติดมาจากไหน เวลามันไม่พอใจใคร มันชอบด่าเขาว่า "ไอ้โง่" :08: (จริงๆ พูด ไอ้เบร้อ ตอนนั้นมันยังพูดกลางไม่เป็น แต่ตอนนี้เสือกพูดใต้ไม่เป็นแล้ว)
วิธีของแม่ก็คือเวลามันด่าใครแม่บอกว่าให้ด่ากลับ แต่ให้ด่าว่า "ไอ้ฉลาด" แทน (ไม่ได้หมายความว่าต้องอดข้าวประท้วงนะ)
ผลคือ มีอยู่วันนึงแม่พามันไปที่โรงเรียนของแม่ มีเด็กนักเรียนแกล้งอะไรมันไม่รู้ มันก็วิ่งไล่ตีเขา่ แล้วก็ด่าไล่หลังตลอดเลยว่า "ไอ้ฉลาดๆๆๆ" :52:
นี่แม่ผมฉลาด หรือน้องผมมันโง่เนี่ย :37:
ยังไม่มีลูกครับ :08:
ป.ล.เคยเล่นฮาร์เวสมูน ปล่อยลูกเดินทั่วบ้าน :42:
โอ๊ย เรื่องกินข้าวเนี่ย แม่กิ้วบ่นมาถึงทุกวันนี้เลยนะ :30:
กินข้าวเช้าอมข้าวไปถึงเที่ยง พอข้าวเที่ยงอมไปชนมื้อเย็น
อมข้าวขนาดที่ว่า แม่จับไปนั่งตากแดดที่หน้าบ้านเลยอ่ะ จะได้กินข้าวไวๆ แต่กิ้วก็นะ ก็ยังอมข้าวเหมือนเดิมจนแม่ยอมแพ้ :30: :30:
มิน่าล่ะ ถึงไม่โต :52:
ไม่เกี่ยวเลยค่ะป้า :07:
อ้าว เหรอ :27b:
โตนะ แต่ไม่ใหญ่ :52:
ขออนุญาตขุดจู๋นี้ขึ้นมาบ่นอะไรบางอย่างในวันเด็ก ปี ๒๕๕๕
ค้นหาหลายจู๋ที่จะเหมาะกับเรื่องที่จะบ่น ก็มาเจออันนี้ น่าจะพอได้มั้ง
ไอ้ที่จะเล่านี่ ก็คงไม่มีประโยชน์โภชน์ผลอะไรนอกจากระบายใจตัวเองนะ
ตอนเย็นไปดูหนังกับเพื่อนที่เซ็นทรัลพระราม ๙
MI4 สนุกมวากกกก กำลังกลับกันอย่างร่าเริงด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน มีคนพลุกพล่านแต่ไม่ถึงกับแน่น
ก็ได้ยินเสียงคุณผู้หญิงท่านหนึ่งตวาดเด็กเสียงดัง ตาพองโต หน้าตาถมึงทึงมากๆ
"ถ้ามึงตามกูมา มึงโดนตีนแน่" แล้วสำทับอีก เอาสิ มึงตามมาสิมึงโดนแน่
แอ้กับเพื่อนชะงักเลย ตกใจอะ ไม่คิดว่าจะเจออะไรอย่างนี้
เด็กเป็นเด็กผู้ชาย น่าจะ ๕-๖ ขวบ หน้าตาดี ออกตี๋ๆ หน่อย ตัวผอมๆ เล็กๆ
ทั้งผู้หญิงและเด็กแต่งตัวดี สะอาดสะอ้าน ดูเป็นคนกรุงธรรมดานี่ล่ะ
เด็กโดนด่ากลางสถานีรถไฟฟ้า น้องยืน.. เอ่อ เหมือนขมวดตัวน่ะ เหมือนทำตัวเล็กๆ
ไม่ได้กอดอกนะ แต่ยืนหงอสุดๆ อธิบายไม่ถูก
ไอ้เราก็งงว่าเด็กเล็กขนาดนั้น ไม่ให้ตามมึงไปแล้วจะให้มันไปไหนวะ
คือคิดว่าถ้าผู้หญิงคนนั้นเดินทิ้งไปเลย จะเข้าไปช่วยเด็กแล้วนะ (แต่ช่วยยังไง ก็ไม่รู้เหมือนกัน)
ก็รีๆ รอๆ ดู พบว่าวันนี้วันเด็ก แล้วเด็กอะจะได้ขึ้นรถไฟฟ้าฟรี
ทีนี้มันต้องเดินเข้าอีกช่อง พนักงานจะออกตั๋วกระดาษให้แล้วเปิดประตูให้เด็ก
ทีนี้น้องมันไม่ยอมไป แต่แม่เกิดของขึ้น (ก็ยัังเดาว่าแม่นะ) ก็เลยทำแบบนั้นกับลูก
พนักงานชายเข้ามารับเด็กแบบถนอมเด็กสุดๆ ไม่รู้จะทำให้น้องรู้สึกดีขึ้นไหม
เราพยายามไม่ยุ่งเกี่ยวละ แต่สองคนนี้ก็เดินลงมาชั้นชานชาลา มายืนข้างๆ ตูอีก
แม่ด่าลูกอีก ด่าๆๆๆๆ คนรอบๆ ข้างแตกเป็นวงกลม
เรื่องที่ด่าก็ประมาณว่า มึงอย่าทำตั๋วหายนะ (ตั๋วกระดาษที่เขาออกให้เด็ก)
ถ้ามึงทำหาย มึงโดน ฯลฯ ด่าเหมือนชาตินี้น้องทำตั๋วกระดาษวันเด็กหายไปแล้วแปดร้อยใบประมาณนั้น
เด็กน้อยยืนหน้านิ่ง นิ่งมากๆ ไม่ร้องไห้นะ ทั้งๆ ที่สภาพโคตรน่าร้องไห้แล้ว แม่น้องคลั่งไปแล้ว
แอ้ก็มองดูแขนขาเด็ก โอเค เกลี้ยงเกลาไม่มีรอยทารุณกรรม
กะว่าถ้ามีเนี่ย กูฉะกะอีแม่แล้วเอาน้องส่งมูลนิธิปวีณาเลย วันนี้ว่างด้วย
(เล่ามาถึงตรงนี้เริ่มเครียด หรือแม่มันเอาเตารีดนาบกลางหลังนะ.. เฮ้อ..)
พอรถมา เพื่อนแอ้จงใจเข้าคนละประตู เพื่อนแอ้รับไม่ได้แล้ว
ถ้าอยู่ใกล้ๆ มีตบแน่ ตลอดเวลาในรถ ผู้ัหญิงคนนั้นก็ด่าเด็ก มีกูมีมึงตลอด
คนที่ยืนหน้าประตูนั้นก็แตกเป็นวง มีน้องคนนั้นยืนอยู่ตรงกลาง
หน้านิ่ง ไม่มีน้ำตา
ดันมาขึ้นห้่วยขวางเหมือนกันอีก
ออกจากรถมาเราก็แยกกันขึ้นคนละประตู คุณแม่มีท่าทีลังเลกับบันไดเลื่อน
น้องเดินตามแม่ ทิ้งระยะห่างประมาณ ๒ เมตร
ตอนแรกคุยกับเพื่อนว่า สะกดรอยตามไปบ้านไหม แต่แล้วเราก็เลี้ยวไปคนละทางกับเขา ตรงสู่ที่ของเรา
แล้วเรื่องเล่าของแอ้ก็จบลงเพียงเท่านี้
แต่เรื่องราวของน้องคนนั้น คงจะดำเนินต่อไป ในที่ไหนสักที่หนึ่ง ..
เฮ่อ.. :39:
เอือม :39:
แม่ง.. :58:
เหี้ย :58:
ด่าเค้าทำไม :05:
จริงจังนะ
มันไม่น่ามาทำให้เห็นเลยอะ เราทำอะไรก็ไม่ได้ ได้แต่มอง
เหมือนไอ้พวกที่มาถามว่า จะทำแท้งดีไหม แ้ล้วสุดท้ายก็ไปทำอะ
มึงอย่ามาให้กูรับรู้เลยดีกว่าได้โปรด
อ้าวพี่เจน
:16: หดหู่
ที่จริงเอะอะท่ามกลางฝูงชนก็เท่ากับเบียดเบียนเราแล้วนะครับ
อาศัยจังหวะนั้นเดินเข้าไปจับฉีกเลย
:08:
จริงๆก็เคยเจอประมาณนี้เหมือนกันนะ สองสามทีแล้วด้วย
จำรายละเอียดไม่ได้ จำได้แต่ประมาณว่าเด็กโดนฟาดด้วยฝ่ามือเข้าที่หลังหรือไม่ก็ท้ายทอยจนคะมำ
และทุกครั้งที่เจอประมาณนี้ คุณแม่ยังสาวทั้งนั้น :58:
จะโตขึ้นมาเป็นเด็กแบบไหนวะนั่น :58:
ถลอก :59:
อ้างคำพูดจาก: เจนภพ เมื่อ 15 ม.ค. 2012, 00:19 น.
จริงๆก็เคยเจอประมาณนี้เหมือนกันนะ สองสามทีแล้วด้วย
จำรายละเอียดไม่ได้ จำได้แต่ประมาณว่าเด็กโดนฟาดด้วยฝ่ามือเข้าที่หลังหรือไม่ก็ท้ายทอยจนคะมำ
และทุกครั้งที่เจอประมาณนี้ คุณแม่ยังสาวทั้งนั้น :58:
คนนี้ก็สาวนะพี่ จริงด้วย ถ้าเทียบอายุกับลูกต้องถือว่ามีลูกเร็วแหละ
อ้างคำพูดจาก: RomSaiKyu เมื่อ 15 ม.ค. 2012, 00:26 น.
จะโตขึ้นมาเป็นเด็กแบบไหนวะนั่น :58:
แอบคิดว่าไอ้เด็กที่ลากปืนไปยิงเพื่อนที่โรงเรียน จะโดนเลี้ยงมาแบบนี้รึเปล่านะ :39:
เราทำอะไรไม่ได้ด้วยเนอะ ปวดใจ
พูดเรื่องถ้าตัวเองมีลูกจะเลี้ยงแบบไหน เพิ่งเห็นว่ามีกระทู้นี้แฮะ
ตอนนี้ท้องจะได้ 7 เดือน อีก 2 เดือนก็จะมีลูกโผล่มาแล้ว
ยังแปลกๆ ว่าตัวเองจะเป็นแม่คน เหมือนตั้งรับยังไม่ถูก
ยังรู้สึกว่าตัวเองเป็นวัยรุ่นอยู่ (ถึงจะ 30 แล้วก็เถอะ)
ไม่รู้ว่าพอออกมาเป็นตัวๆแล้วต้องทำไงต่อด้วยเนี่ย :59:
จากประสบการณ์เพื่อนๆ พี่นะ
มันก็ improvise อะ ณ จุดนั้น เวลาลูกร้องเสียงดัังร้อยยี่สิบเดซิเบล
เดี๋ยวสัญชาติญาณความเป็นพ่อเป็นแม่ก็มาเอง
หลานคนล่าสุด ลูกเพื่อนสนิท ร้องเยอะมากตอนช่วงเดือนแรกๆ
ที่บ้านมันทำทุกอย่างเลย ทั้งวิทยาศาสตร์ ไสยศาสตร์
ไหว้ลูกมันยังทำเลย :30:
ไปซื้อยาสลบมารมเอา ง่ายกว่าปะ :30:
จากประสบการณ์เลี้ยงหลาน(ลูกพี่สาว)
ทำให้รู้ว่าต้องฝึกใจแข็ง อย่าไปยอมแพ้เสียงร้องงอแงออดอ้อนของเด็ก
ที่บ้านเป็นโรคใจอ่อนกันทุกคนพอเจ้าตัวเล็กงอแงเข้ามากๆก็ใจอ่อนยอมเด็ก
ทำให้เขากลายเป็นเด็กเอาแต่ใจเพราะโดนสปอย
เจ้าเด็กนี่ก็ฉลาดอ้อนแม่ไม่ได้ก็ไปหาพ่อ พ่อไม่ได้ก็ไปหา อาม่า อากง อาอี๊เปิ้ล อี๊ปาล์ม
คือสุดท้ายต้องมีซักคนตามใจล่ะ :58:
ถ้ามีลูกเป็นของตัวเอง0-5ขวบแรกจะเลี้ยงให้มันห่างไกลเทคโนโลยี
จับไปเรียนโรงเรียนวัดให้มันอยู่กับธรรมชาติเยอะๆ
เห็นหลานตัวเอง3ขวบวันๆเล่นแต่ไอโฟน ดูยูทูป ดูทีวี
เป็นเด็กที่เปิดทีวี VCD ใช้รีโมทเป็นตั้งแต่หัดเดินอ้ะ อากง อาม่ายังใช้ไม่เป็นเลย :58:
อ้อ..ตั้งใจว่าจะให้ลูกเรียนอะไรที่เขาอยากเรียนแบบเฉพาะเจาะจงไปเลย
ไม่จำเป็นต้องไปเรียนตามแบบแผนที่เขาเรียนกัน
เพิ่งเคยเห็นจู๋นี้ นั่งอ่านเรื่อยๆ แล้วคิดถึงแม่ ไว้ว่างหน่อยจะมาเล่าบ้าง
มีน้องชายห่างกัน 13 ปี เลี้ยงมันมาตั้งแต่เด็ก
แม่ให้สิทธิ์ตบตีได้เต็มที่ตามสมควร :30:
เวลามันดื้อจะเอาของเล่น แบบลงไปนอนกลิ้งๆ
แม่ก็ทิ้งเหมือนกันนะ แต่ให้ผมไปแอบดูไกลๆ ส่วนแม่เดินหายไปเลย ต้องโทรตามเอา :30:
เลยทำให้คิดได้ว่า ตัวเองไม่เหมาะกับการเลี้ยงเด็กสุดๆ
คือไม่ชอบเลย เราต้องคิดอะไรซับซ้อนขึ้น เด็กมันเอาเราเป็นตัวอย่างเสมอ
ตีเยอะก็ไม่ดี เดี๋ยวฝังใจ ก้าวร้าว ใช้ความรุนแรง
ไม่ตี ทำโทษโดยการไม่ให้สิ่งที่อยากได้ มันก็ติด berserk ซะงั้นอ่ะ :08:
พูดดีๆ แน่นอน อายุขนาดนี้ น้อยคนนักที่จะฟัง :52:
บางครั้ง ตีมันแล้ว ร้องไห้ 3 นาที อยู่ดีๆ ...หยุดร้อง
แล้วก็กลับมาเป็นเด็กดีน่ารัก
เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น :30:
ป.ล. วิ่งอ้อนรอบบ้านเหมือนกัน และไม้ตายคืออาม่า เรียกได้ว่าอาม่าคือ safe zone ของหลานๆ :30:
เมื่อวานไปซื้อตุ๊กตาหมีที่ Build-A-Bear เซ็นลาด
มีน้องคนนึงประมาณ 9-10 ขวบ จัดตุ๊กตากับชุดเต็มมากประมาณ 2000 กว่าบาท
บ้างคงมีฐานะ อันนี้ไม่อะไรนะ แต่ตอนที่พี่พนักงานกำลังใส่นุ่นให้ตุ๊กตาน้องคนอื่นอยู่
(นึกออกมั๊ย มันเป็นที่เหยียบให้เด็กเหยียบอะ แค่เอาเท้าไปวาง ลมมันก็เป่านุ่นเข้าตุ๊กตาแล้ว)
น้องคนนี้ก็เดินมาด้อมๆ มองๆ แล้วก็เหยียบอันที่พี่เค้าไม่ได้ใช้
นุ่นมันเลยถูกเป่าออกมา กระจายเพราะไม่มีตุ๊กตาให้ใส่
แม่น้องเดินมา น้องบอกว่า หนูไม่ได้ทำอะไรนะ ไม่รู้เหมือนกัน มันออกมาเอง
มิ้นกับน้องมองหน้ากันแล้วแบบ เฮ้ย ก็เห็นๆ อยู่ ว่ามันเหยียบลงไป
แม่น้องก็ไม่อะไรเลย จูงมือลูกไปเลือกชุดให้ตุ๊กตาต่อ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่ขอโทษพนักงาน ไม่อะไรเลย :08:
ทำให้คิดว่าคนเดี๋ยวนี้สปอยล์เด็กกันเกินไปรึเปล่านะ
อ้างคำพูดจาก: Palm4u เมื่อ 15 ม.ค. 2012, 08:22 น.
ถ้ามีลูกเป็นของตัวเอง0-5ขวบแรกจะเลี้ยงให้มันห่างไกลเทคโนโลยี
จับไปเรียนโรงเรียนวัดให้มันอยู่กับธรรมชาติเยอะๆ
เห็นหลานตัวเอง3ขวบวันๆเล่นแต่ไอโฟน ดูยูทูป ดูทีวี
เป็นเด็กที่เปิดทีวี VCD ใช้รีโมทเป็นตั้งแต่หัดเดินอ้ะ อากง อาม่ายังใช้ไม่เป็นเลย :58:
แต่คำขวัญปีนี้เค้าให้ใส่ใจเทคโนโลยีนะ
ก็พอหกขวบปั๊บได้ใช้แท็บเล็ตพอดีไง
วันนี้พาบักตุลไปหาหมอ
ไปถามเรื่องพัฒนาการ
หมอบอก อยู่ก่อนศรีนครินทร์..แฮ๊ห์!!!
ถามเรื่องดูทีวี กะกินข้าว
1.ดูทีวี หมอบอก ถ้าจะเปิดทีวี ดีวีดี อย่าปล่อยให้เด็กดูคนเดียว ต้องนั่งดูด้วยกัน อธิบายด้วยว่าทำไมอะไร
บอกหมอว่า ผมซื้อเบบี้ไอน์สไตน์ให้ลูกดูนะ...หมอบอก ..ขนาดนั้นเลยเหร๊อะ :58:
2. กินข้าว บักตุลไม่ยอมเอาอะไรเข้าปาก ตอนแรกก็คิดว่าดี ปลอดภัย ไม่ต้องกังวล แต่ตอนนี้รู้สึกว่ามันไม่ปกติ
หมอบอกปกติ 6 เดือนก็ต้องเริ่มจับอะไรใส่ปากแล้ว ตอนนี้ป้อนข้าวยากมาก ต้องปั้นๆเหมือนข้าวเหนียว ถึงจะกิน
ตอนนี้เลยจะเปลี่ยนแผน ถ้าไม่กินก็จะปล่อยให้หิวไป..(แม่มันจะทำใจได้มั๊ยละ)
พี่เต้ย ต้องสมมติด้วยเหรอ
มันกลัวอ้วนเหมือนพ่อ :30:
ตอนนี้ก็เหมือนนะ :30:
น้องแพธหลานของปาล์มก็ดูพวกเบบี้ไอสไตล์ตั้งแต่ตัวเท่าตุลย์นี่แหละ
ดูพวกVCDให้ความรู้เด็กๆ
คือมันก็ดีมีประโยชน์นะคะ แต่มันทำให้เด็กสมาธิสั้น
มาเห็นชัดๆตอนที่เขาเดินได้หยิบจับอะไรได้คล่อง
ตื่นเช้ามาจับแผ่นการ์ตูนมาดูก่อนเลยก็พวกการ์ตูนให้ความรู้ต่างๆ หัดABC ก-ฮนั่นแหละ
เขาดูแป๊บๆเบื่อก็กดเปลี่ยนแผ่นล้ะ รีโมทในมือก็กดเปลี่ยนช่องไปมา
ซักพักก็มาแย่งiphoneน้ามันมากดดูยูทูป รอบตัวจะมีไอโฟน3เครื่อง รีโมททีวี รีโมทวีซีดี
พอเราปิดทีวีก็เคือง ยึดไอโฟนคืนก็เคือง....เราก็สอนนะว่าทำทีละอย่างสิลูก
ตอนนี้พยายามฝึกให้เขาทำอะไรที่ต้องใช้สมาธินานๆ ใช้ความอดทนเยอะๆ
ของเล่นไม้ ตัวต่อ เลโก้นี่เป็นของเล่นที่เจ๋งเลย ได้ฝึกทั้งกล้ามเนื้อมือมัดเล็กมัดใหญ่
ฝึกสมาธิและจินตนาการ
อันนี้ฝีมือการต่อของเด็กชายแพธครับ
ตูอายุปูนนี้แล้วยังต่อเท่านั้นไม่ได้เลย :05:
เด็ดชายแพธสัดส่วนแปลกๆ :55:
ชุดเค้าหนาม้างง :30:
ฮู้ยยย ต่อเก่งมากกก :25:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 20 ม.ค. 2012, 01:08 น.
เด็ดชายแพธสัดส่วนแปลกๆ :55:
:30:/ แต่คิดว่าชุดพองแหละ
ชุดนอนรุ่นหนาพิเศษใส่เมื่อหน้าหนาวปีที่แล้ว ก็เด็กน่ะไม่ค่อยจะอยู่ในผ้าห่มกันหรอกต้่องแก้ด้วยวิธีนี้ พอถอดออกมาตัวลีบเหลือติ๊ดเดียว คล้ายๆเวลาอาบน้ำให้หมาปอมขนฟูๆ :30:
เบิ้ล รวบรวมเรื่องที่ได้แคสติ้งเด็กออกรายการวันนี้จากเฟสบุ๊ก
....
วันนี้กำลังแคสติ้งเด็กมาถ่ายรายการ
อายุประมาณ 7-10 ขวบ
อย่างหนึ่ง พบว่าเด็กทุกวันนี้ต่างติดเกมคอมพิวเตอร์ทุกคน
พอมีเด็กคนหนึ่งโดนถามว่า ในคอมพิวเตอร์ ชอบเล่นเกมอะไร
เด็กตอบว่า ไม่เล่นคอมพิวเตอร์ครับ
เราก็พูดออกมาว่า "เยี่ยมไปเล้ย"
...
เด็กต่อมาว่า "ผมเล่นแต่ไอแผด"....เยี่ยมไปเล้ย
....
เรื่องน่าเศร้า
...
แคสติ้งเด็กมาถ่ายรายการ
มีน้องคนหนึ่งหนัก 52 กก. (เด็ก 8 ขวบ) เด็กก็เล่าเรื่องกินโน่น กินนี่
ชอบกินขนม กินน้ำเป๊บซี่
ทีมงานถามน้องว่า อยากลดความอ้วนมั้ยลูก
น้องตอบว่าไม่เอา เดี๋ยวไม่มีงาน...
...
พอถามว่าชอบเรียนวิชาอะไร ชอบไปโรงเรียนมั้ย
น้องตอบว่า ไม่ค่อยได้ไป ทำไมล่ะลูก ก็ต้องไปทำงาน โรงเรียนก็รู้ว่าเป็นนักแสดง
ถ้ามว่าแล้วเราเรียนดีมั้ยลูก เด็กบอกว่าที่โรงเรียนมี ภ ห้อง
ห้อง 1 เรียนเก่ง ห้อง 2 รองลงมา ห้อง 3 ก็ธรรมดา ห้อง 4 ที่โหล่
ตอนแรกน้องเรียนอยู่ ป. 2 อยู่ห้อง 3 อ้อ ก็ธรรมดา
น้องพูดต่อว่า พอขึ้น ป.3 ก็มาอยู่ห้อง 4 .....
...
ตอนนี้เจอน้องผู้หญิงคนหนึ่ง 9 ขวบ คล่องแคล่วฉาดฉาด
แต่งหน้ามาด้วย อ๋อ น้องเพิ่งไปเต้นในงานงานหนึ่งมา
น้องบอกว่ากำลังจะเป็นนักร้องเด็กในค่ายเพลงค่ายหนี่ง
ไหนลองร้องเพลงของหนูซิลูก น้องก็ร้องเพลงประมาณว่าเป็นแรปๆ ภาษาอังกฤษ
มีท่อนแบบ อ้ะ อาห์ พร้อมส่ายสะโพก...อาจจะเป็นทรรศนะส่วนตัว ผมว่ามันเหมือนท่าโคโยตี้
...
พอเด็กบอกว่าเล่นละครที่โรงเรียนด้วย ถามว่าชอบเล่นบทอะไร
น้องบอกว่าชอบเล่นบทตัวร้ายมันสนุกดี แล้วก็เล่นให้ดู
ประมาณว่าอย่ามาแย่งของชั้นนะ แล้วก็ปาปากกาลงพื้น
...
ไม่รู้วันนี้จะเจอเด็กที่ถูก "สั่งสอน" แบบไหนอีก
ไม่ว่าจากใคร พ่อแม่ โรงเรียน หรือ สื่อ
โปรดเลี้ยงลูกกันดีๆ นะครับ ใช่ครับ ยังไงเขาก็ต้องโต แต่ยังไงเขาก็ยังเป็นเด็ก
เคยเป็นเด็กกันใช่ไหมครับ
....
ยังมีเรื่องจากเด็กๆ มาอีกเรื่อยๆ
...
น้องผู้ชายคนนึง ความสามารถพิเศษคือตีระนาด 2 ราง เล่นกีตาร์คลาสสิค
โตขึ้นอยากเป็นอะไรครับ อยากเป็นนักแสดงครับ
อ้าว นึกว่าอยากเป็นนักดนตรี เห็นเล่นดนตรีตั้งหลายอย่าง
ก็เค้าอยากให้เล่นน่ะครับ..
แล้วทำไมอยากเป็นนักแสดงครับ ก็เคยได้ไปเล่นละครครับ เล่นเป็นตัวร้ายคอยแกล้งนางเอก
ลองแสดงให้ดูสิครับ เอาบทที่เคยเล่น จำไม่ได้ครับ แล้วก็ทำหน้าล่อแล่..แบบนี้ครับ
....
และมีน้องสาวตามมาด้วย
แน่นอนว่า ความสามารถพิเศษคือ ตีขิม 2 ตัวพร้อมกัน
ทำไมถึงหัดตี 2 ตัวพร้อมกันคะ ก็ตีตัวเดียวเวลาไปประกวดที่ไหน มันก็แพ้น่ะค่ะ
แล้วตี 2 ตัว แล้วเป็นยังไงบ้าง ก็ยังแพ้อ่ะค่ะ เค้าเอาแต่พวกร้องเพลง พวกเต้นค่ะ
...
หนูเล่นดนตรีเพราะหนูชอบ หรือเป็นเพราะ คุณพ่ออยากให้เล่นคะ
หนูก็ชอบค่ะ แล้วหนูอยากเล่นเครื่องดนตรีอย่างอื่นมั้ยคะ ก็ คุณพ่อให้หนูเล่นอะไร หนูก็เล่นได้ทั้งนั้นแหละค่ะ
หนูมีความสุขที่สุดตอนไหนคะ ตอนที่อยู่กับครอบครัวค่ะ...
" ตอนที่อยู่กับครอบครัวค่ะ " :05:
"มีความสุขตอนอยู่กับครอบครัว" คำคำนี้ ช่างบาดใจ ชาวอยู่หอพักนัก :16:
หนูมีความสุขที่สุดตอนที่คุณพ่อคุณแม่ให้เงินค่ะ :56:
ไอ้ที่บอกว่า "ตอนที่อยู่กับครอบครัวค่ะ" ไม่รู้ที่บ้านสอนให้พูดด้วยรึเปล่านะนั่น :58:
สัญญาว่าจะไม่เป็นพ่อแม่กากๆ แบบนี้.. ถ้ามีโอกาสนะ :47b:
ถามลูกพี่บวบ (ถ้ามีอะนะ)
:25: : โตขึ้นหนูจะเป็นอะไรลูก
:37: หนูอยากเป็นคนคะ
:25: ทำไมละค่ะ ?
:37: หนูอยู่บ้าน พ่อก็เรียกไอสัตว์ แม่ก็เรียกไอเหี้ยคะ โตขึ้นหนูเลยอยากลองเป็นคนดูบ้าง
พ่อมันโตมา คนก็ยังเรียกไอ้เหี้ยอยู่เลย :47:
คบเพื่อนเหี้ยก็เงี้ย :47:
ดีนะเด็กสุด เลยเป็นน้อง :47:
เศร้าอะ
ดีใจที่ที่บ้านยังเลี้ยงหลานสองคนให้
๑) ไม่ติดคอมพ์
๒) ไม่ติดทีวี
๓) ไม่เล่นเกม
๔) ชอบอ่านหนังสือ/เล่นนอกบ้าน/วาดรูป/เล่นเกมหาสมบัติ-เก็บ RC ไปตามเรื่อง (ป้าชอบพาเล่น)
๕) เราชี้นำทางเครื่องดนตรี แต่สุดท้ายให้เขาเลือกเองว่าอยากเล่น ไม่อยากเล่นอะไร
๖) เรียนพิเศษวิชาการแค่คนละวิชาเดียว นอกนั้นเป็นวาดรูป-ดนตรี ให้เลือกเอง
ยังคุยเล่นกับเพื่อนๆ อยู่เลยว่าทำไม ยกตัวอย่างอะ แฮร์รี่ พอตเตอร์เนี่ยแกแก่อย่างเดียว ไม่สูงแล้ว
สงสัยว่าตอนวัยรุ่นที่กำลังต้องเติบโต แกดันมัวไปทำงานจนร่างกายมันไม่ได้เติบโตไปในทางที่ถูกรึเปล่า
คือการทำงานคงเครียด คงพักผ่อนน้อย ไม่ได้ทำอะไรอย่างที่ควรทำสมวัย เลยแป้กไปเลย
ซึ่งน่าเสียดายจังเลยเนอะ
ลูกพี่ลูกน้องอิ่มคนนึง ตอนเล็กๆพ่อเค้าไม่ให้เล่นคอม เล่น วีดีโอเกมส์เลยนะ
มันมาค้างบ้านอิ่มทีไร เล่นเกมส์โต้รุางทุกที
ตอนนี้กลายเป็นเหมือนเด็กเก็บกด เล่นเกมส์ตลอด
ไม่มีมุนษยสัมพันธ์เลย
ไม่ออกไปไหน
ไม่ทำอะไร
ข้าวปลาไม่กิน ผอมแห้ง
เรียนไม่จบ (ยังดีที่มันเข้ามหาลัยแล้ว เพิ่งเข้านะ)
ต่างจากครอบครัวอิ่ม คือมีเกมส์เล่น มีคอมเล่น มีหนังดู
พ่อชอบชวนเล่นเกมส์ ดูหนัง แม่ชอบชวนหวดเกมส์ด้วย (ถ้าว่าง)
แต่ไม่ยักติด นานๆ จะมาเล่นซะที เพราะเป็นเด็กไม่ติดบ้านอ่ะค่ะ
เห่อหน่อยๆ ก็ไปละ ไปทำอย่างอื่น ชอบออกไปข้างนอกมากกว่า
อิ่มว่ามันขึ้นอยู่กับแต่ละคนนะคะ
บ้านพี่ไม่ได้บังคับอะค่ะ คอมพ์ก็มี เกมก็มี ก็ไม่ได้ห้ามอะไรนะ
แต่เขาเลือกเอง ชอบอยู่เอาท์ดอร์ เป็นมนุษย์แมนนวล
ก็กังวลนิดๆ ว่ามันจะโตมาเป็นผู้ใหญ่ตกยุครึเปล่า
พี่ชอบนะ เด็กๆ ที่เก่งไอที รู้อะไรเยอะเกินวัย แต่หลานเรามันคงไม่ใช่แล้วแหละ
แต่ก็เอาเหอะ ชอบอะไรก็เป็นอันนั้น ตามใจเค้าเลย บ้านพี่สบายๆ
ตอนนี้มีลูกเอง เริ่มคิดถึงเรื่องพวกนี้เหมือนกันว่าเราจะเลี้ยงยังไงดี
แต่ที่คิดไว้ ก็แค่ให้เป็นเด็กที่มีความสุขกับชีวิต ยิ้มได้ หัวเราะได้ ทำอะไรต่างๆ ได้เอง ก็พอละ เรื่องเรียนเก่ง เล่นดนตรี กีฬา คงไม่คาดหวัง :30:
เคยคิดเหมือนกันว่าถ้ามีลูก
อยากให้โตไปตามวัย
อิ่มเห็นเด็กที่นี่ ไปกินข้าวกันเป็นครอบครัว พ่อแม่ก็คุยไป เด็กยกโน๊ตบุคมานั่งเล่นเกมส์
เด็กคนนึงเป็นเดลธรรมดา อีกคน (หลายครอบครัวมากินด้วยกัน) เ็ป็นแมคบุค
อิเด็กที่เป็นเดล ก็งอแงให้พ่อซื้อแมคให้
น้องสาวนั่งรูดไอแพด (ถึงมันจะเป็นแอพสำหรับเด็กก็เถอะ)
น้องชายนั่งกดไอพ๊อต ใส่หูฟังด้วย
บางทีไปกินกาแฟ บางโต๊ะแทนที่จะนั่งคุยกัน แต่กัลบก้มหน้ากดมือถือคนละเครื่อง
คิดว่าถ้ามีลูก จะไม่ให้เป็นแบบนี้เด็ดขาด ไม่เอาเทคโนโลยีมาเป็นของเล่นให้ลูก
ให้ถึงวัยแล้วค่อยเล่นไปเป็นสเต็ปๆ
แต่มาคิดอีกที ถ้าเด็กมันเห็นคนอื่นมี มันก็อยากได้ เป็นเรื่องปกติ เราห้ามไม่ได้
ถึงเวลานั้นจะทำยังไง ลูกก็ต้องอยากได้ มาขอ เราไม่ได้ ลูกโมโห ไม่รักตูอีก :05:
เอาเป็นถึงเวลานั้นค่อยคิดละกัน อีกนาน :05:
เรื่องเทคโนโลยีคิดว่าคงห้ามกันยาก แต่จำกัดได้ ด้วยการสอนและปลูกฝังเรื่องวินัย และเวลา
คาดว่าลูกผมโตมาคงเล่นไอแพด เล่นเฟซเป็นตั้งกะก่อนเข้ารร. แน่ๆ เพราะตอนนี้ปู่กะย่าถ่ายรูปหลานอัพเฟซกันทุกวัน :30:
แถมมาบังคับให้ผมไปสร้างเฟซให้ลูกมาอีกด้วย :30:
ตอนนี้เด็กชั้นป.4 ครูสั่งการบ้านผ่านเฟซแล้วนะครับ :39:
อ้างคำพูดจาก: papos เมื่อ 01 ส.ค. 2012, 10:14 น.
แต่ที่คิดไว้ ก็แค่ให้เป็นเด็กที่มีความสุขกับชีวิต ยิ้มได้ หัวเราะได้ ทำอะไรต่างๆ ได้เอง ก็พอละ เรื่องเรียนเก่ง เล่นดนตรี กีฬา คงไม่คาดหวัง :30:
ถ้ามีลูกก็คิดจะเลี้ยงแบบนี้แหล่ะ เลี้ยงให้ลูกมีความสุขแต่ไม่ใช่ด้วยการตามใจ
สิ่งที่กลัวคือกลัวลูกเป็นเด็กก้าวร้าว เพราะเห็นหลายบ้านเป็น ไม่รู้เลี้ยงกันยังไง :16:
แบบนี้คืออุดมคติเลยนะครับ เลี้ยงลูกให้สุขภาพจิตดีเนี่ย
วันนี้นิทานกลิ้งตกที่นอน (ครั้งแรกของโลก) คุณแม่นี่แทบกรี๊ด :30:
เรื่องเทคโนโลยีอะไรๆ คิดว่าคงหนีไม่พ้น แต่จะพยายามสังเกตพฤติกรรมและโตไปกับเด็กด้วยครับ
เพื่อนตูเลี้ยงลูกด้วย ipad
อายุ 2 ขวบ มันเรียกฉลามว่าชาร์ก เรียกหมีว่าแบร์ เรียกจิงโจ้ว่าแกงการู :59:
แต่ยังเรียกพ่อเรียกแม่ไม่ได้ :59:
หลานก็เล่นไอแพดนะ ห้ามไม่ได้เพราะเค้าเห็นมือถือเราเอามาเล่นเกมเค้าก็อยากเล่นบ้าง
ไม่อยากอ้างเหตผลแบบโตก่อนค่อยเล่นอ่ะ เพราะตอนเด็กๆก็เกลียดเหมือนกัน :30:
ก็เลยพยายามเลือกโหลดแอปของเด็กมาให้เล่นมากกว่าเกม
แต่สิ่งที่เห็นได้เลยว่าเด็กสมัยนี้ สมาธิและความอดทนต่ำมาก เพราะทุกอย่างไวหมด
จะกินอะไรก็ไม่ต้องรอเหมือนแต่ก่อน :16:
เดี๋ยวนะ....
จู๋นี้พี่ชั้นเป็นคนสร้างเรอะ??? :55: :55: :55: :55:
:30: :30:
และ 5 ปีผ่านไป ยังโสดเหมือนเดิม :12:
:30:
หลังจากเลี้ยงบักตุลได้ปีกว่า ก็ได้สุภาษิตอันนึง
"You are what your father is"
:59:
:30:
:30:
ตอนเด็กๆ พี่เต้ยเป็นแบบนี้เหรอ :25:
ขุด :07:
(http://upic.me/i/d1/cdx1c.png) (http://upic.me/show/39176322)
:44: โห งั้นจับลูกตูไปเล่นไอแพดด่วนๆ
ทุกวันนี้ใช้วิธีจำกัดเวลาเอา ให้เล่นวันละ 1 ชม.
ถ้าเล่นเกิน แอบเล่นโดยไม่บอก โดนห้ามเล่น 1 อาทิตย์
ผลที่ได้ ลูกเป๊ะเรื่องคำนวณเวลาขึ้น
และ ขอเพิ่มกติกา คือถ้าวันนี้เล่นแค่ครึ่งชั่วโมง ขอเก็บสะสมเวลาไว้พรุ่งนี้ด้วย :30:
เมื่อก่อนก็จำกัดเวลาเล่นคอมของน้อง
ผลที่ได้คือ เวลาใช้งานมันจะเป๊ะเวลามาก แต่เวลาเล่นคอมจะเกินตลอด :3005:
สุดท้ายก็คุมไม่ได้ เพราะแม่ใจดีเกินไป :39:
ลูกเพื่อนตูเล่น ipad ตลอด แต่ก็คุยเก่ง มนุษยสัมพันธ์ดีนะ
แต่ที่มันเล่นคือดูยูทูปการ์ตูน กับพวกโปรแกรมเรียนรู้ของเด็กเล็ก
อาจจะเพราะมันเล่นตั้งแต่เล็ก ยังเล่นเกมไม่เป็น(ตอนนี้ก็ยังเล่นไม่เป็น) ก็เลยทำให้ไม่ติดมั้ง
คือเล่นไอแพดด้วย รู้จักโลกด้วยไงครับ
อีแบบที่ปล่อยไอแพดเลี้ยงเด็ก มันก็ครือๆ กับที่ให้ทีวีเลี้ยงเด็ก
ทีนี้ล่ะมึงเอ๊ย กว่าพัฒนาการจะมาถึงขั้นพูด
บักตุลชอบเล่นไอ้แมวใน ipad มากเลย
ที่มันจิ้มๆที่ตัวแล้วมันจะร้อง โอกอาก
แต่ตุลมันชอบคุยกะแมว แมวมันจะพูดตาม
คุยภาษาดาวนาแม๊กนี่แหละ พ่อแม่ดูอยู่ห่างๆ อย่างฮา
วันนี้ได้เห็นกับตาละ เด็กบ้าอะไรฮาฉิบหาย :30:
อยากเห็นตุลคุยกะแมวอะ :25:
ดูลูกเพื่อนตูเรียกหนูผี :59:
เจมี่เรียกหนูผี (http://www.youtube.com/watch?v=F-A5RfLtv8Q#)
เด็ก :3005:
หูหนีอยู่นี่ :55:
อยากมีลูกต้องทำยังไง...
https://www.facebook.com/pctik98/posts/537912326219694?comment_id=102010626¬if_t=like (https://www.facebook.com/pctik98/posts/537912326219694?comment_id=102010626¬if_t=like)
:30:
สองวันมานี้ เลี้ยงเหลน 5 คน (หลานๆ มันมีลูกกันเร็วกันจัง ในขณะที่อามันยังไม่แต่งงาน)
เด็กที่อยู่รวมกันในรูปพหูพจน์ จะมีพลังการทำลายล้างมากขึ้นหลายเท่า
ไม่ว่าจะเป็นพลังจากความซน และพลังจากการแย่งของเล่นกัน
แค่ได้ยินเสียงย่าก็ปวดหัวแล้วเหลนเอ๋ย
ถ้าเรามีลูกเอง แล้วลูกซน ดื้อ แบบนี้
เด็กอาาจจะไม่มีสิทธิ์โต
:59:
มีก็อย่ามีเยอะ มีสักสองคนพอ
ขอแบบคนโตเป็นผู้หญิง คนรองเป็นผู้ชาย
มีเยอะแล้วปวดหัว :44:
เห็นลูกพี่ชายสองคนแล้วแบบ ไหนจะค่าเรียน ค่านั่นค่านี่ กินอยู่ เรียนพิเศษ บลาๆ :16:
(https://lh6.googleusercontent.com/-Cpgzp44OpMM/UQnpHMwMyCI/AAAAAAAAFSY/d5Wnq42CFCk/s400/IMG_20130131_084315.jpg)
ผมล่วงหน้าไปก่อนนะลุงเจน ป้าติ๊ก
ทำไงต่อวะทีนี้ งงชิบ :59: :41:
ถึงด่านบอสอีกคนนึงแล้ว :25: :25:
เอิ้ว รวดเร็วทันใจ :25:
ช่วงนี้ชุลมุน ว่าจะซื้อหมอบสับถังก่อนเลย ปล่อยนานไปไม่ดีแน่ :48: :30:
อ้างคำพูดจาก: โก้ เมื่อ 31 ม.ค. 2013, 11:06 น.
ผมล่วงหน้าไปก่อนนะลุงเจน ป้าติ๊ก
ทำไงต่อวะทีนี้ งงชิบ :59: :41:
ความรู้สึกที่แท้จริงของว่าที่คุณพ่อ :30:
ยินดีด้วยนะพี่โก้ ส่วนทำไงต่อนี่ ขอให้คิดออกไวๆ เน้อ :56:
เดี๋ยวๆๆ ตะกี้ยังนวดอยู่เลย ทำไมติดไวเงี้ย :07:
พี่เจนดูไว้นะครับ นวดขาเยอะๆ จะได้ท้อง
:53:
รบกวนพี่โก้อธิบายสเต็ปการนวดเป็นวิทยาทานให้พี่เจนหน่อยครับ
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ดีใจด้วยค่ะ :56:
ปล.เมื่อคืนแอนยังเพิ่งเปิดให้ดูตอนนวดอยู่เลย :58:
พี่เจนต้อง อย่าหยุด!!
ครับ :48a:
อ๊ะ :07:
นวดขาๆๆๆ
ดูขนาดทั่นว่าที่ผู้ว่าสิ :07:
ลามไปถึงระดับประเทศแล้ว :07a:
พี่เจน อย่าหยุดนวด :07: :07: :07:
ยินดีด้วยฮะพี่โก้
:12:
พี่เจนสู้ๆ
สู้โว้ย :07a:
ยินดีกะพี่โก้ด้วยค่า :30:
ยินดีด้วยฮะพี่โก้
ตูใช้โครมทำไมมองไม่เห็นที่บักแอนเอามาแปะล่ะ ขาวโพลน โฮฮฮฮฮ
ยินดีด้วยครับ :30:
งดซื้อของเล่นคุณพ่อเด็ดขาด :30:
ดีใจด้วยค่ะ :56:
(http://img3.f0nt.com/19/38105d6509db759594a4f647df20d44a.jpg)
2 เดือน ยาว 1.9 ซม. แล้ว เห็นจุดกลมๆ ขยับ วื่บๆๆๆ
แล้วรู้สึกแปลกๆ กลัวก็กลัว ดีใจก็ดีใจ บอกไม่ถูก
:53:
เดี๋ยวก็หันมาแฮ่ใส่กล้องครับ
เพิ่งจะอ่านกระจู๋งานแต่งพี่โก้ไปไม่นานนี่เอง :25:
ยินดีด้วยคร้าบบ
ขุด เพิ่งเห็นว่าหมีที่โสดและยังไม่มีผัวเป็นคนตั้งกระทู้ 555
อ้างคำพูดจาก: หมีโหด* เมื่อ 25 ก.ย. 2007, 23:02 น.
แค่สมมุตินะคะ
ถามคนที่ยังไม่มีลูก (มีที่มีแล้วจะตอบก็ได้นะค้าา)
สมมุติว่าตัวเองมีลูก
คุณจะเลี้ยงลูกยังไง แบบว่าจะให้หรือไม่ให้ทำอะไรบ้าง
อย่างอรนะ จะสังเกตุว่าลูกอรชอบทำอะไร เช่น วาดรูป กีฬา ร้องเพลง
ก็จะสนับสนุนให้เต็มที่เลย
แล้วก็เลือก รร.ที่สังคมดีๆ
เพราะได้เพื่อนดี ลูกเราก็จะได้ดีด้วย
จะไม่บังคับให้เรียนจนเก่งเว่อร์ ถ้ามันเกินความสามารถลูก
จะไม่ให้ลูกตัวเอง (ที่ยังไม่ถึงวัย) ไปแต่งตัวแต่งหน้า เป้นเด็กแก่แดด เหมือนที่เ็ห็้นตามรายการประกวดเด็กเก่ง :30:
อะไรประมาณนี้แหละค่ะ นึกไม่ออก
พอดีเคยคุยกะเพื่อนเรื่องนี้เลยอยากถามคนในนี้ดูจ้ะ
:22:
ปล. โสดค่ะหาแฟนอยู่
จะพยายามไม่เลี้ยงแบบที่พ่อ-แม่เลี้ยงเรามา5555 สงสารลูก
เอามาให้พี่เจนดู
(http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/12/2012/images/DSC01442.JPG)
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=197088 (http://www.oknation.net/blog/print.php?id=197088)
ห้องมุ่งมั่น :30:
ใครมันคิดคำเนี่ย :30:
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วขอเอามาแปะหน่อย บ่นไว้ (โฆษณาด้วย)
อันสุดท้าย ระบายใจมั้ยคะ :30:
อีฟรีขลิบ T_T
ฮาตรงตามทุกโซเชียลนี่แหละ :30:
(http://img3.f0nt.com/13/ed86287ae4ad27c856c65b7152d3f3b3.jpg)
ลูกชายครับ - หมอเขาว่างั้นนะ :52a:
เดี๋ยวโตมาก็รู้ :37:
อีบ้า :37:
ลูกชั้นเป็นชายแท้นะยะ
:11: :11a:
:30:
(http://img3.f0nt.com/13/5b3d00a1ec241218d39b7dc7fa322138.jpg)
:59: :59:
(http://img3.f0nt.com/13/d6ac2a53e9f779f3196e770bc658fc91.jpg)
:30:
โคตรเลว :30:
ไม่หรอกๆ อย่าว่าพี่เจน แว่บแรกที่ผมเห็นเป็นงี้
(http://img3.f0nt.com/13/8ba8b7c21ee644176e774eae02455156.jpg)
:59: :59:
ช้างก็เหมือนแฮะ :30: :30:
หัวช้างอะตูดลูกผม ไอ้ที่ย้อยๆ เป็นปากช้างน่ะกะจู๋ :30:
พอ 18 ก็ตัดทิ้ง :47:
ตัดตั้งแต่ 15 แล้ว :47:
ไม่ใช่ว่าตั้งแต่ 12 เรอะ :46:
ขนาดพลำ (เพื่อนในสตูสะกดชื่องี้จริงๆ นะ) ยัง **** เล้ย
ภรรยาโทรมา บอกว่าอ้วกเยอะเวียนหัว :47:
ก่อนกลับคงต้องหาของเปรี้ยวๆ ซื้อไปให้
เพราะตอนนี้ท้องได้ 4สัปดาห์แล้ว :47:
ว้าวๆๆ ยินดีด้วยครับ :25:
ทีนี้ก็เหลือจารย์เกศล่ะ :07:
ว้าว.. ยินดีด้วยนะคะหมอแมว :25:
ยินดีด้วยค่ะพี่หมอแมว :25:
เย้ ยินดีด้วยครับ :25: :25: :25:
ิยินดีด้วยครับพี่หมอแมว
:46:
:46: พอดีเห็นเกศบ่นเรื่องคลื่นไส้ท้องไส้ปั่นป่วน เลยต้องรีบแซงก่อน :30:
:25: ดีใจด้วยครับ
:25: ยินดีด้วยค่ะพี่หมอแมว
ดีใจด้วนค่ะ :56:
ยินดีด้วยครับหมอแมว :25:
เพื่อไม่ให้เป็นการน้อยหน้าพี่ๆ วันนี้บีมาบอกว่า อาจจะท้องอีกคน เพราะมันขึ้นมา 2 ขีด แบบอ่อนๆ....ยังไม่ชัวร์นะ หมอนัดมาตรวจอีกทีอาทิตย์หน้าครับ
บอกตุล ตุลกำลังจะมีน้องนะ
ตุลบอก เดี๋ยวก่อน ตุลดู peppa pig อยู่ (การ์ตูนสุดโปรด)
เทรนด์ชาวฟอนต์ปีนี้รึไง :30:
โถ่.. บักตุลลล :30:
ยินดีกับคุณพ่อคุณแม่ทุกคนนะฮะ :25:
เด็กยั้วเยี้ยเลยปีนี้ :30:
ถึงเวลาทำ timeline เบบี๋ฟร้อน แล้วม้าง :30:
:25: :25: ยินดีกับหมอแมวและพี่เต้ยค่า กรี๊ด หลานฟอนต์มากันเป็นขบวนเลย
กรี้ดดดดดดด
หมอแมวจะมีลูกแมววววแล้ววว :53:
นังเต้ยจะมีสองแล้วเหรอเนี่ย :25a:
บ้านแบนต้องรีบๆ ทำประตูเลย
ได้คลอดไล่เลี่ยกันเลย ลูกเต็มบ้าน หลานเต็มฟ้อนต์เลย
ยัยเกศยืดยาดอยู่คนเดียวแล้วนะเอ็ง :58:
แหม.. ผัวเมียเมืองทองได้ทีเลยนะ :49:
ลูกหลานออกมาไล่เลี่ยกัน เดี๋ยวก็ได้กันเองแถวนี้แหล่ะ :30:
แล้วถ้าเป็นเพศเดียวกันด้วยนะ :30:
เดี๋ยวขอเอาตัวนี้ให้รอดก่อนนะ :59:
ว่าแต่เฮ้ย ปีนี้มันอะไรกัน ทำไมท้องรัวๆ เลย :25:
รัฐบาลยิ่งลักษณ์นี่ส่งเสริมการมีลูกรึไงครับ :25:
อยากได้แท๊บเบล็ตไง รีบเลย
เฮ้ย ได้ด้วยเหรอ โอเค คืนนี้เลย :25:
ผับๆๆๆๆ
อีป๋ากะอีตั้งล่ะ :59:
หาแฟนบ้างวุ้ย :56:
ดีครับ :40:
(http://img3.f0nt.com/25/73718d1ad2739419672d687377c82874.png)
:30:
แอร้ยมีลูกกันหมดและ แถมจ่รย์เต้ยมีอีกคนด้วย :25: :25: :25:
เออ นี่ก็อีกคู่ :59:
ออกมาเป็นลูกชายหมด แล้วได้กันเองรอบวงโอ้ยยย :53:
ดาวล้อมเดือน นิทานเป็นสาวอยู่คนเดียว :53:
เป็นอาเจ้ คุมแก๊งตุ๊ด :30:
โถ :30:
หุ้ยย ดีใจด้วยนะหมอ สุขภาพแข็งแรงๆ เน้อออ
:30:
อ้างคำพูดจาก: Romzaikyu เมื่อ 25 มิ.ย. 2013, 23:55 น.
เออ นี่ก็อีกคู่ :59:
ของผมปีหน้าชัวร์ๆ (ถ้ามันติดอะนะ)
ตอนแรกว่าจะปล่อยช่วงนี้ แต่ปีหน้ามีแพลนจะเที่ยวต่างประเทศ
ช่วงต้นๆ ปี เลยแบบ เพื่อเที่ยวลูกรอก่อนนะ
เดี๋ยวมันจะมาก่อนแผนแน่ๆ เด็กสมัยนี้ไม่ค่อยทำตามแผนพ่อแม่ร้อก :30:
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 26 มิ.ย. 2013, 00:28 น.
ออกมาเป็นลูกชายหมด แล้วได้กันเองรอบวงโอ้ยยย :53:
:30: :30: :30:
ดีใจด้วยกับว่าที่คุณพ่อมือใหม่ มือเก่าทุกท่านนะครับ
ยินดีด้วยค้าบบบบ :25:
บักตั้ง ต่อ ตั้ม จัดบ้างเลย :25:
อีเอ็มหน้าที่แล้ว :22:
KEEP CALM นะ :27:
(http://jeffhurtblog.com/wp-content/uploads/2010/07/fortress.jpg)(http://media-cdn.tripadvisor.com/media/photo-s/00/19/fe/22/giant-clam-near-dock.jpg)
นั่นมัน Clam :07:
ไม่เข้าใจอันบนอะ :05:
ตัวตึกหลักของปราสาทเรียกว่า Keep
กับ Clam แปลว่าหอย พวกหอยกาบ
:08:
มุกประเทืองปัญญา :3005:
นึกว่าจะมาเป็น logo "keep" walking
:30:
ปราการหอย!
ปล ยินดีด้วยคร้าบบบหมอแมว :25:
:45: ขอแสดงความยินดีกับหมอแมวด้วยครับ
ยินดีกะหมอแมวด้วยค่า :25:
กระจู๋นี้ตั้งเมื่อปี 2007 นี่ก็จะสิ้นปี 2013 ป่านนี้ นู๋อรคงมีลูกไปแล้ว
:30:
คาถาสั่งให้เด็กหยุดร้องครับ :30:
https://www.facebook.com/photo.php?v=4714215086622 (https://www.facebook.com/photo.php?v=4714215086622)
เฮ้ยยย เจ๋ง! ทำกับเด็ก 3 ขวบได้มั้ยเนี้ย เดี๋ยวลอง 555
เหยยยยยยย :07: :30:
:07: :07: :07: หูย ว่าแต่เค้าดื่มน้ำเข้าไปแล้วทำยังไงถึงได้เสียงแบบนั้นอ้ะ กลิ้งน้ำไปมาในปากเหรอ
ก้มหน้านิดนึง แล้วสูดลมเข้าไปครับ
อ้างคำพูดจาก: ☼ แอนมินิ ☼ เมื่อ 14 ส.ค. 2013, 23:18 น.
:07: :07: :07: หูย ว่าแต่เค้าดื่มน้ำเข้าไปแล้วทำยังไงถึงได้เสียงแบบนั้นอ้ะ กลิ้งน้ำไปมาในปากเหรอ
ไม่เคยทำจริงอ่ะ :3005:
เดี๋ยวลองไปทำบ้าง ล้างร้องไห้บ่อยตอนเช้าๆ เวลาตื่นมาไม่เจอใคร เพราะทุกคนตื่นออกจากห้องหมดแล้ว :3005:
อ้างคำพูดจาก: IM เมื่อ 14 ส.ค. 2013, 23:24 น.
ไม่เคยทำจริงอ่ะ :3005:
เค้าเล่นกันตอนเด็กๆเหรอ :05a:
ปล. รอดูคลิปพี่เต้ยทำให้เด็กชายตุลหยุดร้อง
ไม่ต้องรอครับ มันไม่หยุด :58:
เคยใช้สูตรใกล้เคียงกันนี้กับนิทาน
คืออุ้มไปตรงอ่างล้างมือแล้วเปิดน้ำ
เสียงบีตมันคงพอดีกับเสียงในครรภ์ ก็เลยหยุด :12:
เปิดน้ำปุ๊บ ลูกตูร้องยิ่งกว่าเดิม มันไม่ชอบอาบน้ำ :30:
ลองแล้ว ใช้ได้บ้างตอนร้องเพราะอารมณ์ไม่ดี แต่ถ้าเยอะก็เอาไม่แยู่ :05:
ร้องกินนมนี่ไม่ได้เลยยย
เปิด Gee ให้ฟังแทนเลยพี่
อ้างคำพูดจาก: Romzaikyu เมื่อ 20 ส.ค. 2013, 00:07 น.
ลองแล้ว ใช้ได้บ้างตอนร้องเพราะอารมณ์ไม่ดี แต่ถ้าเยอะก็เอาไม่แยู่ :05:
ร้องกินนมนี่ไม่ได้เลยยย
ก็ถ้ามันหิวแล้วไปทำแบบนี้ มันไม่ถีบปากก็บุญนักหนาแล้ว คนยิ่งหิวๆ อยู่ :30:
อันนี้เป็น DIY ของเล่นเสริมพัฒนาการเด็ก เห็นแล้วนึกถึงนิทานก่อนเลย 555
http://pantip.com/topic/30892055 (http://pantip.com/topic/30892055)
โหย ดีมากๆ ขอบคุณหลายๆ :25:
เป็นคุณแม่ที่เจ๋งอ้ะ :25:
สุดยอดคุณแม่ :25:
(http://img3.f0nt.com/09/4defbc6a2e57ce8bcddf5131faee2c72.jpg)
ลูกผมผ่าคลอดออกมาแล้วนะครับ ตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน เวลาประมาณ บ่าย 3.40 หนัก 3020 กรัม
ไปหาหมอปรกติ แต่แกบอกว่าปากมดลูกเปิดแล้ว ผ่าเถอะ ...
ผ่าก็ผ่าครับหมอ
:31:
ยินดีด้วยครับ :25:
ผ่าแหละดีแล้ว :12:
ยินดีด้วยครับ
ยินดีด้วยนะฮัฟ
:25:
ยินดีต้อนรับสู่โลก :25:
มาๆๆ ยินดีต้อนรับครับ :25:
ตัวแดงๆ :25:
:25: :25: :25:
ยินดีด้วยนะค้ากับคุณพ่อคุณแม่หมาดๆ
อรั๊ย พริ้มม :25:
ยินดีด้วยนะครับ :25:
ขอบคุณทุกคนครับ :56:
ยินดีด้วยครับ
คนนี้จะเทิร์นเท่าไหร่ครับ
รอสอยถูกๆ ดีกว่า
เทิร์นพร้อมเมีย เอาไปเลี้ยงดูด้วยนะครับ ถุ้ย ย ง :37:
ทำผมทรงหัวแหลม :25:
สงสารเด็ก :05:
https://www.facebook.com/kanlaya.phetsong/posts/601885839854840 (https://www.facebook.com/kanlaya.phetsong/posts/601885839854840)
อ้างอิงอุทาหรณ์ การยัดเยียดการเรียนเกินไป ทำให้เด็กสติขาด เรื่องจริงที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต
ก่อนอื่น จะเล่าเรื่องให้ฟัง เพิ่งได้รับทราบมาเหมือนกันจากป
ากของเพื่อนทั้งน้ำตา และคิดว่ามีประโยชน์ไม่มากก็น้อย
เพื่อนคนนี้ไม่ได้ติดต่อมานานประมาณ เกือบๆ 4 ปีเห็นจะได้ คือไม่สนิทเท่าไร แต่พูดคุยกันได้ และตอนนี้เพื่อนมีลูกแล้ว แต่มีเพื่อนน้อย เพื่อนแต่งงานกับวิศวกร(สามี)ที่เก่งมาก และตัวเพื่อนเองก็จบมหาลัยเอกชน ก็เกียรตินิยมอันดับ 2 ด้านภาษาต่างประเทศ คือเหมาะสม ถึงไม่รวยมาก แต่ก็เกินปานกลาง พอแต่งงานก็ไม่ได้ติดต่อใคร แต่ทราบว่ามีลูก ณ. ปัจจุบันก็จะ 7 ขวบกว่าแล้ว ได้โทรไปหาเพื่อน เพราะตอนนี้เรามีลูก 4 ขวบกว่า ก็หาข้อมูลเรื่องการเรียนเป็นหลัก และอาศัยถามคนอื่นด้วย และไม่อายที่จะถามด้วย เพราะคิดว่ายิ่งรู้มาก ก็ยิ่งดี จึงได้โทรไปหาเพื่อน และถามเรื่องลูก สิ่งที่ได้รับ คือ การปล่อยโฮอย่างแรง ร้องไห้จะเป็นจะตายเดียวนั้น เราก็ตกใจ เฮ้ย แกเป็นไรว่า เป็นไร
มันบอกว่ามันอึดอัด มันจะบ้าอยู่แล้ว ปรึกษาใครก็ไม่ได้ ทุกวันนี้มันถูกตราหน้าว่าเป็นคนผิด "ผิดอย่างร้ายกาจ" จากครอบครัวสามี และ แม่ตัวเอง มันปรึกษาใครก็ไม่ได้ เพราะพื้นฐานคือ ทั้งสามีและเพื่อน เป็นคนเสียเงินเท่าไรเท่ากัน แต่อายหรือไม่สมบูรณ์ไม่ได้ ดังนั้นมันจึงไม่ปรึกษาใครเลย เพราะมันอายและไม่อยากให้ใครดูถูกมัน เรื่องคือ ลูกชายเข้าเรียนตอน 3 ขวบกว่านิดๆ ได้เข้าเรียนในระดับโรงเรียนดังเลย ค่าเทอมเป็นแสน เพื่อนดี สังคมดูดี เพอร์เฟ็ก และโรงเรียนเป็นที่หมายตากันมาก ..
ที่นี้โรงเรียนดัง ก็พ่อแม่ต่างก็ผลักและดันกันสุดฤทธิ์(มัน บอกอย่างนี้) เงินพร้อมซะอย่าง ก็คุยกันต้องติวอย่างนั้น ต้องครูคนนี้ ฝรั่งคนนี้ ต้องเรียนนี้เสริม เพื่อนก็เป็นเช่นนั้น และมันบอกว่าก็มีการเม้มที่เด็ดๆไว้ไม่บอกใครก็มี........ฮื่อ....
ที่นี้ ลูกเรียนวันจันทร์ – ศุกร์ ยัน 6 โมงเย็น และเป็นอย่างงี้ มาตั้งแต่ อนุบาล 1 ถึง 3 เข้านอน ไม่เกิน 3 ทุ่ม เพราะต้องตื่นเช้าไปส่ง ตื่นตอน ตี 5 ครึ่ง เพราะเพื่อนมีบ้านในหมู่บ้านใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่นอกเขตและห่างจากโรงเรียนค่อน ข้างมาก ออกจากบ้าน ไม่เกิน 6 โมงเช้า เท่านั้น และไปถึงโรงเรียน ประมาณ เกือบ 7 โมง วันเสาร์ เรียนพิเศษเสริม เริ่ม 8 โมงเช้าถึง บ่ายโมง และ ตอนบ่าย 3 เรียนว่ายน้ำ จึงได้กลับบ้าน ส่วนวันอาทิตย์ ครึ่งวันเช้าเรียนที่สถาบันคุมองต์ เสริม ครึ่งวันหลังผักผ่อน... ตอน 1 ทุ่มวันอาทิตย์ต้องทบทวนงานและเตรียมความพร้อมเพื่อไปเรียนวันจันทร์ และแนะนำจากพ่อและแม่ ไม่เกิน 3 ทุ่มเข้านอน
และเหตุการณ์ที่มันเล่าแบบสะเทือนใจตอนหลังคือ ..... ลูกไม่มีเพื่อนในหมูบ้านเลยสักคนเดียว... เพราะไม่ได้คุยกับใครอยู่แล้ว สังคมเมืองของแท้ ปั่นแต่จักรยานของเค้าเท่านั้น วันนั้น วันอาทิตย์ ลูกก็ปั่นจักยานไม่ยอมเข้าบ้าน แม่ก็เรียก ให้มาอาบน้ำได้แล้ว 6 โมงเย็นแล้ว เตรียมกินข้าว และทบทวนการบ้าน ลูกก็ไม่ฟัง จนเพื่อนและสามีโมโห บอกว่า เสียงดัง .... เข้าบ้านเดียวนี้ เข้าบ้านเลย ทำไมดื้ออย่างนี้ ยิ่งโตยิ่งดื้อ (เพื่อนว่าลูก) จะไม่ให้ขี่จักรยานอีกต่อไป ตัวสามีก็ไปดึงจักรยานออกจากลูก และแม่มาจับลูก (สามี)เข้าบ้าน ป๋าจะโยนจักรยานทิ้งซะ ถ้าทำอย่างนี้อีก
ลูกชายเข้าไปกอดขาพ่อ และยกมือไหว้ ป๋าอย่าทำ หนูไม่มีเพื่อนที่ไหน จักรยานคือ เพื่อนของหนู หนูมีจักรยานเป็นเพื่อนเท่านั้น ป๋าอย่าทำนะ ทั้งเพื่อนและสามีก็ไม่ใส่ใจอะไร เพียงต้องการให้เข้าไปอ่านหนังสือเท่านั้น
และ... อีกเหตุการณ์หนึ่ง.... ลูกกลับจากบ้าน คุยกับพ่อและแม่ อยากดู อุลตร้าแมน มดเอ๊กซ์ บ้าง เพื่อนๆ คุยกันที่โรงเรียน เค้าไม่รู้เรื่องเลย เพื่อนยังบอกว่าที่บ้านไม่มีทีวีหรือไง ทำให้เค้าไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนๆ เค้าได้ดูแต่การ์ตูนเสริมความรู้ เช่น ถ้าดู ก็ประมาณ ดอร่า หมาบลู ประมาณนี้ สามีและเพื่อนบอกว่า ลูกอย่าทำตัวไร้สาระได้หรือเปล่า ตอนนี้เพื่อนๆ ลูกอยากทำอะไรก็ปล่อยเค้าไป การ์ตูนมีแต่ความรุนแรงไม่เสริมความ รู้อะไรเลย เราได้เปรียบ เราใช้เวลาทบทวนและเรียน ในขณะที่คนอื่นเค้าไร้สาระ ลูกลองคิดดู โตขึ้นลูกก็จะเป็นนาย ของคนพวกนี้ และคนพวกนี้จะไม่เหนือลูกเด็ดขาด การสอนจะประมาณนี้ตลอด แต่เพื่อนบอกว่า เค้าและสามีทำดีที่สุดและ ให้ในสิ่งที่ดีที่สุด ที่คนทั่วไปบางทีก็ให้ไม่ได้ด้วยซ้ำไป
ที่นี้หนักสุด ต้องติว เข้า ป. 1 ที่นี้เวลาเล่นแทบน้อยมาก แต่ก็ได้ ติดที่ ป. 1 ตามที่หวังไว้ แต่ก็ต้องเรียนเสริมเหมือนเดิม.ฯลฯ จนถึงวันที่ลูกทนไม่ได้ จนลูกโกรธจนตัวสั่น และพูดว่า เค้าจะไม่เป็นคนดี เค้าเบื่อที่สุดแล้ว เค้าอยากเล่นฟุตบอล เค้าอยากวิ่งเล่น อยากดูการ์ตูน อยากอ่านขายหัวเราะ ให้พ่อแม่อนุญาตให้อ่าน เค้าเกลียดพ่อและแม่ ทำไมต้องบังคับ ทำไมต้องอาย ทำไม เค้าจะเป็นคนชั่ว (เพื่อนมันบอกว่า ลูกพูดจนลิ้นพันกัน ตัวสั่นไปหมด จับลำดับคำพูดยาก (ป 1) อะไรก็พูดๆๆๆๆออกมา ร้องไห้ หน้าแดง กำหมัด ขว้างข้าวของ เสียงดัง ในระหว่างนั้น สามีและเพื่อนก็ใช้เสียงดังเพื่อหยุดพฤติกรรม แต่ไม่เป็นผล ยิ่งดัง ก็ยิ่งดังใส่ จนเด็กเป็นลม คงสะสมมานาน
พอผ่านไปสักระยะ จนทางโรงเรียนมีจดหมายมาถึงเพื่อเชิญผู้ปกครองไปพบ พอไปถึงโรงเรียน ทางครูบอกว่า ตอนนี้น้องมีอาการเหม่อลอย ไม่มองกระดาน และไม่มีปฎิสัมพันธ์กับเพื่อนเลยแม้ แต่คนเดียว ให้ทำอะไรทำได้หมด แต่ทำไปอย่างให้จบไป ไม่มีอารมณ์ร่วมแม้แต่น้อย บางครั้งก็มีน้ำตาเอ่อ แต่ไม่ไหลออกมา เป็นระยะ และพูดน้อยลง ใช้สายตาและท่าทางคิดมากขึ้น....ฯลฯ เพื่อนและสามีไม่ยอมรับและไม่เชื่อ ก็สักพักใหญ่ๆ จึงไปพบหมอที่สมิติเวช หมอแจ้งว่า.....น้องกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างแรง บวกกับเก็บกดภายในสิ่งที่ฝืนความรู้สึกมานาน จนระเบิดออกมาเหมือนคนเสียสติ เค้าไม่ได้บ้า หรือพิการทางสมอง แต่เค้าปิดกั้นทุกสิ่งทุกอย่างเอง ไม่รับเอง ไม่เอาเอง ซึ่งตรงนี้น่าวิตกคือ แล้วเมื่อไรเค้าจะรับ และเปิดใจกลับมาเหมือนเดิม สมาธิและจิตใจได้ถูกตัดด้วยตัวเค้าเอง...... เค้าอยากอยู่แต่ในโลกจินตนาการที่เค้าคิดว่านั้นคือความสุขของเค้า ไม่อยากออกมาเลยด้วยซ้ำ คงต้องใช้เวลามาก เพราะถ้าเรารู้ว่าเค้าสมาธิสั้น เรามีทางแก้ ถ้าเค้าเป็นดาวน์ เรารู้วิธี แต่เค้าเลือกเองที่จะปิดตัวเองอย่างเด็ดขาด ถ้าปล่อยไว้จะกลายเป็นคนวิกลจริตทาง ความคิดในอนาคต ทุกวันนี้ผลคือ สามีก็ยอมรับในระดับหนึ่ง แต่ก็เริ่มโทษภรรยา มากกว่าโทษตัวเอง ตอนนี้มันรับกรรมเต็มๆ ลูกไม่สามารถเรียนได้แล้ว ต้องพบจิตแพทย์เด็กโดยตรง ถึงตรงนี้ มันบอกว่ามันเรียกลูกกลับมาไม่ได้แล้วจริงๆ มันเศร้ามาก มันก็กำชับไม่ให้บอกใครเพระมันอาย..
เมื่อทุกท่านได้อ่านเรื่องนี้จบแล้ว ขอให้เป็นอุทาหรณ์
เผื่อว่าเหตุการณ์ที่เล่ามานี้ จะได้ไม่เกิดกับบุคคลที่ท่านรัก(ไปอ่านเจอมาอยากแบ่งปัน ขอกุศลการแบ่งปัน ส่งผลให้น้องกลับมาเป็นเด็กปกติเหมือนเดิม เป็นกำลังใจให้คุณแม่ของน้องนะคะ)
อีพ่อ !! มึงบ้าไปและ ส่งจิตแพทย์ไปรักษามันด่วนๆ :59:
:59: :59: :59: :59:
:12: ในบทท้ายๆ ของคือปะป๊าฯ (สั่งซื้อได้ที่นี่ ลด 10% ส่งฟรี (https://www.facebook.com/salmonbooks/app_156589784422995)) ก็มีพูดถึงวงการนี้ครับ เป็นสังคมที่เกิดขึ้นอย่างแรงในช่วงนี้จริงๆ
spam!! :07:
เวร
ลูกนะ ไม่ใช่ Robot ที่มึงจะยัดห่าอะไรเข้าสมองมันก็ได้
พ่อแม่แบบนี้แหละ ทำร้ายลูกสัส ๆ :59: :59: :59:
นี่มันสังคมอุดมคติที่ "ผู้ใหญ่บ้านเรา" อยากให้เป็นนักหนาไม่ใช่เหรอ
เรียนหนังสือ การ์ตูนเสริมความรู้ เกมเกิมอะไรไร้สาระ :09:
ทีแรกก็คิดว่าแค่ผู้ใหญ่ยุคพ่อยุคแม่เราเท่านั้นซะอีก
แต่ที่ไหนได้ ยุคเรานี่แหละยังล้าหลังแบบนี้อยู่เยอะเลย :12:
จริงๆ พ่อแม่มันควรจะกระอักเลือดตายตั้งแต่ลูกบอกว่าไม่มีเพื่อนที่ไหน จักรยานคือเพื่อนของหนูแล้วล่ะ
แล้วพ่อแม่ถลอกล่ะ :05:
กระอักตอนเห็นถลอกกระเด้าดินอยู่กลางสวน
หนูมีเพื่อนเป็นรูปู :05:
ปูนี้ไม่ธรรมดานะ เป็นถึงนายกรัฐมนตรี :30:
โอ้โห ฝันไกลต้งแต่เด็ก :30:
:30: :30:
เรียกว่ามีวิสัยทัศน์มาตั้งแต่เด็กอ่านเกมออกเลยฝึกเอาไว้
:30:
อ่านแล้วแบบว่า :05: มีจักรยานเป็นเพื่อนนี่น้ำตาซึมเลยตรู
มีเพื่อนเป็นจักรยานนี่น่าคิด
แบบเด็กในกรุงเทพที่ฐานะค่อนข้างโอเคเนี่ย บ้านก็อยู่คอนโด เด็กมันจะไปหาเพื่อนแถวบ้านได้ยังไงหว่า
ถึงจะอยู่บ้านหลังโตๆ ก็เหอะ เดี๋ยวนี่แค่คุยกับข้างบ้านก็ยากแล้ว แล้วเพื่อนบ้านจะมีลูกอายุพอๆ กับตัวเองป่ะ
ดูเหงาแฮะ
เอาจริงๆ อยู่มุมไหนซอกไหนมันก็มีเด็กเกือบทั้งนั้นแหละ
อยู่ที่พ่อแม่จะวางวิถีชิวิตให้ลูกยังไงมากกว่า
ตอนเด็กๆ ตูก็ไม่มีเพื่อนแถวบ้านนะ มันไม่มีรุ่นใกล้ๆ กันอะ
แต่มีเพื่อนที่โรงเรียน เลยชอบไปโรงเรียน เป็นคนตื่นก่อน แล้วปลุกทุกคนในบ้านทุกวันเลย :53:
เค้าพูดถึงในกรุงเทพ บ้านกลางสวนมะพร้าวไม่นับเซ่ :07:
สมัยเด็กๆ ตูก็ไม่มีเพื่อนข้างบ้านนะ แต่มีลูกพี่ลูกน้องสองคน เลยไม่ขาดอะไร
พุทธมณฑลก็กรุงเทพนะ :1105:
สมัยเด็กมีน้อง แล้วก็เด็กรอบบ้านอีกฝูง
ยกพวกตีกันบ้าง สามัคคีกันเล่นบ้าง :40:
ตอนเด็กๆ พี่แอ้คงน่ารักนะครับ :40:
(http://i.imgur.com/Scl2NL3.png)
คาดหวังว่าจะหารูปที่มีลูกฮิปโปเป็นฝูง
แค่นี้อ่อนมาก :34:
เล่นกับเด็กๆ รอบบ้านอีกฝูง :40:
(http://img3.f0nt.com/13/0bf495e71fd04ad54c99b7709929648f.jpg)
พี่แอ้รู้จักกับลุงร่มแต่เด็กแล้วเหรอครัฟ
(http://img3.f0nt.com/13/62ad038aaa1f39416a82c097e2a97c9b.jpg)
:46: :46:
บางทีก็ไปตีกับหมู่บ้านอื่นงี้น่ะนะ
(http://i.imgur.com/Gg2Maw9.jpg)
มีภาพอ้างอิงทุก rep แล้วเนี่ย :30:
บางทีก็โดนเด็กเกเรรุมแกล้ง :05:
(http://img3.f0nt.com/13/a82f5a8e8a8d8f1f4530d139bfbde291.jpg)
แต่ไม่ว่ายังไง ครอบครัวก็อบอุ่นเสมอ :40:
(http://img3.f0nt.com/13/acdb5448ce41a856ce57f344e4026447.jpg)
พี่เจนมีโฟลเดอร์ฮิปโปในเครื่องใช่ไหมฮะ
:30:
ไม่มีหรอก จะใช้ทีก็ search เอาทีน่ะ
(http://img3.f0nt.com/13/e8ffb315d9f2b624b672c67fbbece6cd.png)
เออๆๆๆ ยอมๆ
จะเล่นอะไรก็เล่นกันไปเหอะ :05:
(http://img3.f0nt.com/13/720047359dffcbf64c45ae86c11c61ed.png)
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 13 ก.ย. 2013, 15:44 น.
เออๆๆๆ ยอมๆ
จะเล่นอะไรก็เล่นกันไปเหอะ :05:
คอมโบ :30:
อีห่าพี่เจน ฮิปโปเกิ้ล ฮาลั่นบ้าน :30:
เสียงดัง! เดียวพอดีตื่นพอดี :07:
:30: :30: :30: :30:
ยิ่งกว่านิยายภาพ :30:
ไอ้ที่เห็นแล้วเครียด แอ้ก็ปิดหูปิดตาไปบ้างเหอะ :30:
(http://1.bp.blogspot.com/-GrK_24OrPco/Tw8ukwEtR3I/AAAAAAAAAgk/DwEzOEfd9Pk/s1600/alainHippo.jpg)
(http://blaine.org/jules/kingsleyartBIG1Afinaluse.jpg)
ใครจะอยู่ ใครจะไป
ไม่เลิกราง่ายๆ :59:
นี่มันจู๋อาร๊ายยย :30:
:30: :30: :30: :30: :30:
สงสารพี่แอ้ :30:
พ่อแม่หวงและห่วงพอๆกับหมีอิ่ม เกิดมาไม่เคยไปเที่ยวกับเพื่อนไม่ว่าเสาร์อาทิตย์หรืออะไร ไปต่างจังหวัดนี่ไม่ต้องพูดถึง
จนตอนนี้อายุสามสิบมีผัวแล้ว พ่อก็ยังคงจอดรอที่ป้ายรถเมล์จนกว่าจะมีรถขึ้น และขับรถมารับที่ตีนบีทีเอสทุกครั้งที่กลับบ้านแม่
อยู่คอนโดสามีวันทำงานก็ยังคงโทรรายงานตัวกับแม่ทุกวันว่ากลับถึงบ้านแล้วปลอดภัย วันไหนเดินทางไปไหนบ้าง
ตอนขับรถครั้งแรก ก็ไปเรียนพร้อมแม่ ขับเป็นอยู่แล้วก็ยอมไปเรียนพร้อมแม่อีก ให้แม่เห็นว่าขับได้
ขับจนครูสอนขับรถไม่ได้ทำอะไรนอกจากหลับอยู่ข้างๆ แล้วก็ตื่นมาดูเป็นพักๆ จนพ่อกะแม่รู้แล้วว่าเปลืองเงินเปล่าๆ ถึงได้เลิกเรียน
ขับครั้งแรกไปมหาลัย ก็ให้พ่อกะแม่นั่งไปด้วย ไปขับให้ดูว่าเราเดินทางเส้นไหนบ้าง ไปยังไง กลับยังไง เลี้ยวเข้าคณะได้ ถอยจอดได้นะ โอเคนะ
ทำแบบนี้หลายอาทิตย์จนพ่อยอมให้ขับไปเอง ขับไปเรียน ไปทำงาน ไปไหนก็จะโทรบอกก่อนตั้งแต่ขึ้นรถ จนจอดรถเสร็จก็จะโทรรายงานอีก
ไม่เคยรู้สึกอึดอัดกับความเป็นห่วงของพ่อกับแม่นะ ถ้ามองดีๆแล้วมันก็เข้าใจ ว่าเค้าทำขนาดนี้เพราะอะไร
สิ่งที่เราทำได้คือตอบสนองทุกอย่างให้เค้าสบายใจ ไม่ใช่ให้เห็นว่าเราเป็นผู้ใหญ่แล้ว โตแล้ว (เพราะเราทำไม่ได้หรอก)
แต่ให้เค้าเห็นว่าเราเข้าใจในความเป็นห่วงของเค้า และเราดูแลตัวเองได้ดี
เข้าใจและเป็นกำลังใจให้อิ่มนะ เชื่อว่ามันมีวิธีที่แสดงออกและทางออกที่ดีกว่านี้ ที่จะทำให้สบายใจกันทุกฝ่าย แต่อิ่มอาจจะต้องใจเย็นกว่านี้นิดนึงจ้ะ
โอ้ย ของเกศให้แม่เล่นเว็บฟ้อนต์ก็จบแล้ว :30:
แล้วจานเกศไปฝึกวิชาตอนไหนครับ :37:
FB ก็เปรี้ยวแล้วนะ :30:
คือ ไม่เคยบ่นหรือรู้สึกแย่ใดๆกับการเป็นห่วงสุดพลังของพ่อกะแม่น่ะ ชอบด้วยซ้ำ รู้สึกเป็นลูกรักดีออก 555
แต่เวลาเพื่อนรู้แต่ละคนจะทำหน้าช็อคมาก แบบ บ้านมึงขนาดนั้นเลยเหรอ (เออ จะทำไมวะ)
แค่คิดว่าวันนึงเราคงไม่มีพ่อกับแม่ที่คอยห่วงเราทุกนาทีแบบนี้ ก็เลิกนอยเลิกน้อยใจอะไรได้เยอะแล้ว
เพื่อนไม่มี เพื่อนเลิกคบ เพราะเราไปเที่ยวด้วยไม่ได้ ก็ช่างแม่งสิ
มีพ่อกะแม่เป็นเพื่อน สนุกจะตาย แถมน้องชายก็กวนตีน โอ้ยชีวิตฟินจะแย่
ดีครับ อย่าลืมเผยผิวบ่อยๆครับ ขอบคุณครับ :46:
กำลังนึกอยู่ว่า พ่อแม่คุมหนักขนาดนี้ จานเกศหนีไปมีสามีได้ยังไง :47:
ไม่ได้หนี มีมันต่อหน้าพ่อแม่เลย :47:
live streaming :47c:
จานเกศโคตรโลกสวยอ่ะ :05:
มิน่าสามีหน้าเหมือนพ่อจานเกดเปี๊ยบ ตอนไปงานจานเกดยังงงว่าใครลูกฝั่งไหนแน่เลย :12:
อ้างคำพูดจาก: เกศซิป้า เอ้ย ล่า เมื่อ 23 ก.ย. 2013, 23:38 น.
ไม่เคยรู้สึกอึดอัดกับความเป็นห่วงของพ่อกับแม่นะ ถ้ามองดีๆแล้วมันก็เข้าใจ ว่าเค้าทำขนาดนี้เพราะอะไร
สิ่งที่เราทำได้คือตอบสนองทุกอย่างให้เค้าสบายใจ ไม่ใช่ให้เห็นว่าเราเป็นผู้ใหญ่แล้ว โตแล้ว (เพราะเราทำไม่ได้หรอก)
แต่ให้เค้าเห็นว่าเราเข้าใจในความเป็นห่วงของเค้า และเราดูแลตัวเองได้ดี
เข้าใจและเป็นกำลังใจให้อิ่มนะ เชื่อว่ามันมีวิธีที่แสดงออกและทางออกที่ดีกว่านี้ ที่จะทำให้สบายใจกันทุกฝ่าย แต่อิ่มอาจจะต้องใจเย็นกว่านี้นิดนึงจ้ะ
ตามนี้ด้วยเลย ส่วนตัวมองว่าการแสดงกิริยาไม่พอใจมันไม่ใช่ทางออกของการแสดงความเป็นผู้ใหญ่น่ะ
เค้าจะยิ่งมองเราว่าเป็นเด็กงอแง อยากให้ทุกอย่างมันได้อย่างใจ ก็ยิ่งไม่เข้าใจไม่ไว้ใจเข้าไปใหญ่
ไม่อยากให้กดดันตัวเองและคนรอบข้างเรื่องความเป็นผู้ใหญ่น่ะ... เอาแค่รับผิดชอบสิ่งที่ต้องทำให้ดีที่สุดก่อน
แล้วเค้าจะเห็นเองว่าเรามีความรับผิดชอบมากพอในการใช้ชีวิตและทำสิ่งอื่นๆด้วย มันค่อยๆมาเอง
บ้านพี่ก็ประมาณอาจารย์เกศเลย ตอนนี้ยังคุยกับม๊าทุกวัน ไลน์บอกกันว่าไปไหนมาไหนด้วย :30:
เรื่องขับรถน่ะ พี่นั่งรถโรงเรียนมาตลอด เรียนที่ธรรมศาสตร์ก็มีคนขับรถไปรับไปส่งจากบ้านไปรังสิต (จนพี่นั่งรถเมล์ไม่เป็นน่ะตอนนี้)
จริงๆขับรถได้ มีใบขับขี่ตั้งแต่ตอนอยู่ธรรมศาสตร์ละนะ เรียนที่โรงเรียนสอนขับรถมาด้วย เรียนกับคนขับรถที่บ้านคุณแม่บุญธรรมด้วย
คือมีการยืนยันว่าขับรถได้นะ เค้าก็ไม่อยากให้ขับอยู่ดีเพราะเค้าก็ยังอยากดูแลเราอยากมั่นใจอยู่ว่าเราปลอดภัยจริงๆนะ
(ย้ายมาเอแบค บ้านอยู่แค่ใกล้ปากซอยซอยมหาดไท ยังต้องมีคนขับรถไปส่งเรียนที่เอแบคหัวหมากเลย ทั้งที่จริงๆมันใกล้ขนาดเดินไปได้)
หลังพี่สอบใบขับขี่ผ่านเค้าก็ให้แค่ถอยเข้าถอยออกขับวนในซอยเนี่ยล่ะ ซึ่งพี่ก็ทำนะ เพราะพี่นึกว่ามันเหมือนการเรียน
คือถ้าผ่านไปทีละเสต็ปๆ ความไว้ใจเกิด มันก็ไม่มีปัญหาอะไรไง ตอนหลัง พี่ขับไปมารถปลอดภัยดี จอดได้อะไรได้
เค้าก็ยอมมานั่งด้วยเวลาขับไปในระยะใกล้ๆ ท่าพระไปเดอะมอลล์ท่าพระ จนตอนหลังเค้าก็ปล่อยให้ขับไปเรียนบางนา
นี่แค่เรื่องขับรถนะ.... เรื่องอื่นก็ใช้เวลานานมากที่จะซื้อความไว้วางใจ ซึ่งถ้าได้แล้วก็ต้องรักษาให้มันดี
แต่เรื่องนึงที่ยังไงที่บ้านไม่เคยวางใจไม่เคยปล่อยคือเรื่องแฟนนี่ล่ะ :30:
คำที่ม๊าพี่ชอบสอนพี่บ่อยๆให้ใช้กับทุกเรื่องในชีวิตน่ะ คือ "อย่าตามใจตัวเองมากเกินไป"
ไม่งั้นเราก็จะทำอะไรโดยไม่วางแผน ไม่มีเหตุผล ไม่มองคนรอบข้าง สุดท้ายก็ต้องวิ่งเต้นแก้ปัญหาไม่รู้จบ
บางอย่างถ้าทำใจยอมรับได้ ไม่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นมากไป มันคือเรื่อง "ปกติ" นะ
อ่านของน้องเกศกะหนูอรแล้วรู้สึกว่าทำไมพ่อแม่พี่เลี้ยงลูกปล่อยจังเลยฟระ
เดินออกจากบ้านไปท่าเรือ ลงเรือหางยาวไปต่อรถตู้ไปโรงเรียนเองตั้งแต่ ป.๔ อายุประมาณ ๘ ขวบ ว่ายน้ำไม่เป็น
ในขณะเดียวกันต้องมีหน้าที่ดูแลน้องสาว ป.๒ ด้วย ทำน้องตกน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ๒ ทีแต่มันไม่จมว่ะ :30:
(บ้านเก่าอยู่คลองพระอุดม เลยเกาะเกร็ดเข้าคลองไปอีก ลึกพอควร เรียน รร.ชลประทาน ที่ข้างวัดชลประทาน อ.ปากเกร็ด)
ปากกัดตีนถีบมากคับ เขาก็คงห่วงนะ แต่ด้วยภาระอะไรต่างๆ เลยปล่อยให้เผชิญชีวิตกันเองแต่เล็กแต่น้อย
โตมาก็เลยเป็นแบบเนี้ยะ :56:
(http://img3.f0nt.com/24/2c501353a40ffc0eeeee760409cdfcf3.gif)
มีภาพประกอบตัลลอด :43:
:30: :30: โชคดีของน้องนะครับ ใครจะมีโอกาสได้ตกแม่น้ำตั้งสองที
:05:
:30: :30: :30:
พี่เจนมีจริงๆ สินะ หาอะไรก็เจอ :30:
อ้างคำพูดจาก: JΛNΣ เมื่อ 13 ก.ย. 2013, 15:40 น.
ไม่มีหรอก จะใช้ทีก็ search เอาทีน่ะ
(http://img3.f0nt.com/13/e8ffb315d9f2b624b672c67fbbece6cd.png)
ภาพข้างบนโคตรโดน :30:
ทำไมสองจู๋มารวมกันได้นิ
(http://img3.f0nt.com/25/fc3a781c70e91f5d734ba24fd1ae16cd.png)
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 25 ก.ย. 2013, 06:47 น.
แตกหน่อเรื่องของอิ่มไปรวมในจู๋นี้ละนะ มีความเห็นแย้งที่น่าสนใจดี
http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,11176.615.html (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,11176.new)
งง :47:
หน้าที่แล้วไง เรื่องขับรถ ห่วงลูก มันอยู่จู๋ระบายอารมณ์ ก็ย้ายมาไว้จู๋นี้
อ่อออ :47:
ช้าไปไม๊ที่เพิ่งมาเห็นพี่จารย์เกศกับพี่หนูอรพิมพ์ :30:
ลืมไปแล้วว่าเขียนไว้ว่ายังไงด้วย :30: :30:
เรื่องขับรถ ก็ยังไม่ได้ขับเหมือนเดิมค่ะ
แต่ช่วงนี้เพลาๆลงมาเพราะเวลาจะนอน ยังแทบไม่มี
อีกอย่างมีเรื่องอื่นมาดราม่า เรื่องนี้เลยตกไป
แต่ยังอยากขับอยู่นะ :30:
และพ่อแม่ก็ยังยืนยันคำเดิมคือ "ไม่นั่งจ่ะ :3005:"
ก็ไม่รู้จะพิสูจณ์ตัวเองยังไงเหมือนกัน
พอจะไปเรียนขับรถอีกรอบ ก็บอกเรียนทำไมเปลือง (อ่าว)
ยังอิจฉาคนที่ขับรถได้อยู่ตลอด
ส่วนเรื่องพ่อแม่ห่วงเวอร์ๆ อิ่มก็ชินบ้างไม่ชินบ้าง
พ่อมีไลน์แล้ว ก็พิมพ์บอกตลอดว่า ถึงที่ทำงานแล้ว กำลังกลับ หรือ อย่รถตู้แล้ว
ก็พยายามทำตัวให้เป็นเด็กดีระดับหนึ่ง
แต่ก็โดนหมายหัวว่าเป็นเด็กดื้อ ไม่ตามใจพ่อแม่ (เรื่องอื่น) ในระดับค่อนข้างสูงเลย
ช่วงนี้เวลาพ่อแม่ดราม่าเรื่องงานมาก็จะร้องบอกกลับไปว่า "ไม่เด่นไม่ดัง จะไม่หันหลังกลับไป.." แล้วก็ชิ่งออกมา :49:
ไม่อยากคิดเหมือนกันว่าถ้าซักวันไม่มีคนมาห่วงเราแบบนี้เราจะเหงาแค่ไหน
บางที พ่อแม่บ่น ถึงใจจะรู้ว่าห่วงนะ หวังดีนะ แต่มันก็อดไม่ได้บางทีเนอะ :42:
อิ่มไม่โกรธพ่อแม่นะ ส่วนใหญ่แค่ไม่ค่อยเข้าใจมากกว่า :42:
แล้วเรื่องมีลูกล่ะ แล้วเรื่องมีลูกล่ะ แล้วเรื่องมีลูกล่ะ แล้วเรื่องมีลูกล่ะ
ยินดีกับแม่ติ๊ก พ่อเจน ด้วยนะครับ ลูกชายไข่ใหญ่มาก ถูกใจ :52:
มีแต่คนคอมเม้นต์ไข่หลาน :30:
ขาวเหมือนแมสเซ็นเจอร์เลย :25:
ลูกพี่เจน ของแท้ต้องไข่ใหญ่
แต่หำเล็กนะ
:12:
ถึงหำจะเล็กแต่ก็เสร็จเร็วนะ :12:
แตกในก็ไม่ท้องด้วย :12:
ไม่ท้องอะไร เจนน้อย ออกมาแล้ว :12:
นี่ไม่รู้จริงๆ เหรอออย :37:
ดีนะที่ช่างแอร์เก่ง
ก็เห็นแอร์เสียบ๊อยบ่อย
มีลูกแล้ว ไม่ต้องสมมุติแล้ว :30:
ตอนนี้เข้าใจแอนแล้วว่าทำไมถึงต้องไปโพสท์ทวิตในห้องน้ำ
:1205:
ขอ SS หน่อยครับ (ลูกนะไม่ใช่ขี้)
ยินดีกะหมอแมวด้วยครัฟ
โอ้วววว ยินดีครับๆๆ :25: :25:
:25: ยินดีด้วยครับหมอแมว
พ่อบ้านไปอีก 1 ทีนี้ก็เหลือป๋าเลย์
ดีใจกับคุณพ่อคนใหม่ด้วยนะค้า :25: :25:
อ้างคำพูดจาก: คิ้วหนาจ้ะ เมื่อ 11 ก.พ. 2014, 14:46 น.
:25: ยินดีด้วยครับหมอแมว
พ่อบ้านไปอีก 1 ทีนี้ก็เหลือป๋าเลย์
:34:
:33:
เราให้เกียรติผู้อาวุโสก่อนไง
:25: :25: ยินดีด้วยค่า
เหลือ ป๋าเลย ลุงอ๋าห์ พี่ศักดิ์ :25:
:34:
:30: กระอัก
วัยรุ่นไม่ท้องก่อนวัยอันควร :52:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 11 ก.พ. 2014, 16:48 น.
วัยรุ่นไม่ท้องก่อนวัยอันควร :52:
ผมก็พูดอย่างนี้ จนกระทั่งต้องจ่าย 25000 ค่าตรวจnifty test คัดกรองดาวน์ซินโดรม :52:
ยินดีกะหมอแมวด้วยครับ
เชี่ย หมอแมวไซโคด้วยเทคนิคการแพทย์และเม็ดเงิน :59:
มันเป็นเรื่องที่คนอายุ 30+ เขาฮิตครับ :30:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 11 ก.พ. 2014, 19:23 น.
เชี่ย หมอแมวไซโคด้วยเทคนิคการแพทย์และเม็ดเงิน :59:
:30:
ยินดีด้วยค่ะหมอแมว :25:
มีลูกอายุ 30+ เสี่ยงดาวน์ซินโดรมหรอคะ เข้าใจมาตลอดว่าเป็น 35
ยินดีกับหมอแมวด้วยนะครับ :25:
:45: ขอให้สุขภาพแข็งแรงทั้งแม่และลูกนะครับหมอแมว
ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามอายุครับ อายุน้อยไปก็เสี่ยงมาก(ต่ำกว่า15ก็เสี่ยงมาก) อายุมากไปก็เสี่ยงมาก
ที่ใช้เลข 35 เพราะความเสี่ยงในการตรวจ(เลือดออก แท้ง) จะเริ่มต่ำกว่าความเสี่ยงเป็นดาวน์ ที่อายุนี้
แต่ทุกอายุเสี่ยงหมด
ลูกชื่ออะไรครับ :25: ขอ SS
น้องยันฮี :25: :25:
ยินดีด้วยครับหมอ :25: :25: :25:
อยากเห็น SS :25:
เพิ่งอ่านเจอ ยินดีด้วยครับหมอแมว :25:
ได้รุ่นสองจะครบละ
อีกสิบปีผ่านไป จะมีเว็บ f0nt Jr.
แล้วทุกอย่างจะวนลูปอีกรอบนึง :30:
f1nt :30:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 12 ก.พ. 2014, 10:11 น.
ลูกชื่ออะไรครับ :25: ขอ SS
ชื่อเล่น อีสเตอร์ครับ
SS ยังไม่ได้โหลดลงเครื่องเลย ถ่ายในกล้องไว้ :30:
ชื่อจริง ตอนแรกว่าจะตั้งว่า ณัฐพัชญ์ แต่แม่ไม่ชอบ เลยเปลี่ยนเป็น ภาสกร
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 13 ก.พ. 2014, 12:14 น.
ชื่อจริง ตอนแรกว่าจะตั้งว่า ณัฐพัชญ์ แต่แม่ไม่ชอบ เลยเปลี่ยนเป็น ภาสกร
ถ้าผมเป็นลูกได้ชื่อ ณัฐพัชญ์ ก็ไม่ชอบครับ เอาเขียนง่ายๆ อ่ะดีแล้ว :30:
จะว่าไปถ้าให้ชื่อ ณัฐพัชญ์ Nuttapuch แล้วให้ชื่อเล่นว่าอ๊อด :37: ท่าทางจะไม่ถูกใจหลายคน
:30: โชคดีแล้วที่ไม่เอา
พอดีดูดวงแล้วชื่อนั้นไม่ดีอยู่1/4 เลยไม่เอา :47:
อีสเตอร์นี่คือคำนวนวันแล้วใช่มั้ยฮะ :25:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 13 ก.พ. 2014, 19:29 น.
อีสเตอร์นี่คือคำนวนวันแล้วใช่มั้ยฮะ :25:
คิดเหมือนกัน :30:
อาจจะหมายถึงสถานที่ :30:
พี่ชายแฟนมีลูกชื่ออิสตัน (คือลูกเกิดก่อนกำหนดตอนไปประชุมที่อิสตันบูล เลยใช้ชื่อตามชื่อเมืองไปเลย)
ของผมแฟนอยากให้ชื่ออ.อ่าง เอาชื่อเล่นสองพยางค์(แน่นอนว่าตัดชื่ออ็อดไปได้) และต้องไม่เชย
เลยเอาอีสเตอร์ ชื่อฝรั่งดี สองพยางค์ คำว่า อีสต์ หรือเตอร์ ก็ไม่สามารถตัดคำเอาไปล้อเลียนในโรงเรียนได้
แฟนบอกว่า ถ้าโดนเพื่อนล้อว่าปีเตอร์ ที่แปลว่าแมลงสาบล่ะ .... ผมตอบว่าไม่มีทาง เพราะปีเตอร์ในความหมายนั้นมาจากโฆษณายาฆ่าแมลงในยุค1990 ถ้าใครล้อลูกแบบนั้น ให้ลูกสวนกลับไปเลยว่าแก่ :47:
ดีใจด้วยนะครับหมอ มีลูกแล้ว
มาปั่นจักรยานกันนะ :53:
วางแผนได้ล้ำลึก :30:
ยินดีด้วยคร้าบหมอแมว
คนที่ 2 ของผมจะผ่าคลอดวันที่ 20 กพ.นี้
ตรงกับวันพฤหัส วันนี้หมอให้กรอกข้อมูล คือต้องมีชื่อลูกแล้ว เลยใส่ไปว่าชื่อด.ช.พฤหัส ชื่อเล่นชื่อ เติร์ส มาจาก เติร์สเดย์
กระบวนการคิดชื่อลูกคนนี้โคตรจะง่ายเลย :30:
แต่จริงๆมันไม่ง่ายขนาดนั้นครับ
ลูกคนนี้มีปัญหามากมาย แถมเป็นเรื่องใหญ่แบบที่คาดไม่ถึงเลย
เราพบว่าลูกมีอาการปากแหว่งเพดานโหว่ครับ พบตอนเดือนที่ 6
เพื่อความชัวร์ เลยพามา ultra sound 4 มิติที่กรุงเทพ ซึ่งหมอก็อธิบายวิธีการรักษาว่ามันจะต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะติดเชื้อง่าย
โอเค ทำใจได้ละ
หมอเลยขอตรวจเพิ่มแบบละเอียดเลยว่าจะมีอะไรอีกมั้ย
ปรากฏพบว่าเป็นโรคหัวใจครับ เส้นเลือดออกจากหัวใจแทนที่จะมี 2 เส้น แต่คนนี้มีเส้นเดียว แล้วลิ้นหัวใจหายไปข้างนึง
หมอบอกต้องผ่าตัดหัวใจใส่ลิ้นเทียม ภายใน 1-3 เดือนแรกหลังจากคลอด
หมอพยายามหาสาเหตุ เจาะสะดือไปตรวจโครโมโซม ผลก็ออกมาปกติ
เลยยังไม่รู้สาเหตุจริงๆว่ามันเกิดจากอะไร
.
.
.
จิตตกพอสมควรครับช่วงนี้
แต่พยายามตลกกลบเกลื่อน
เดี๋ยวผมจะพยายามเรียบเรียงข้อมูล แล้วค่อยๆเผยแพร่นะครับ
อย่างน้อยก็จะเป็นประโยชน์กับคนอื่นด้วย
:12: สู้ๆ เว้ย เกิดวันเดียวกะตูด้วย เดี๋ยวไปแฮปที่โรงบาลนะ
สู้ๆนะเต้ยบี :12:
เกิดวันเดียวกะตูด้วย สู้ๆ :12:
แฟนผมก็เป็นคนที่เป็นโรคแต่เกิดเหมือนกัน
เลยเชื่อว่าลูกมีความสุขได้ถ้าพ่อแม่เลี้ยงมาอย่างมีความสุข
และผมว่าเต้ยกับบีทำได้
สู้ๆนะ :12:
:05: :05:
ขอบคุณทุกคนนะครับ
ผมชอบคำพูดของหมอวันที่หมอมาบอกอาการ
หมอบอกว่า ถ้าเค้าโตมาแล้วสามารถที่จะช่วยเหลือสังคมต่อไปได้ หมอก็อยากให้ผ่า และหมอก็จะช่วยเต็มที่
ประโยคสั้นๆครับ
แต่มันเปลี่ยนวิธีคิดในการที่จะใช้ชีวิตของพวกเราไปเลย
มันเหมือนเป็นคำตอบเลยว่า เราเกิดมาทำไม
วันที่ 20 นี้แหละครับ ลุ้นๆ เดี๋ยวอัพเดทกันเรื่อยๆ
...
สู้ๆนะครับ
(http://img3.f0nt.com/14/3cc50399b4f1c8410138e7834e1dc027.jpg)
อันนี้ถ่ายคู่กับลูกเมื่อคืนครับ จับเรอๆ
:25: :25: :25:
พ่อก็เรอ :30:
สำเนาถูกต้อง :25:
หมอแมวเวอร์ชันเกาหลี :25b:
เราดีใจที่ได้เห็นคนเป็นหมอจับลูกเรอซะเอง หลังจากที่แนะนำคนไข้มาซะเยอะ :30:
เต้ยกับบี และลูกคนที่สอง ไม่มีอะไรยากเท่า การให้ลูกได้รับความรักอย่างเต็มที่
อย่างอื่น เป็นเรื่องปัญหาทางใจที่เราลบมันทิ้งได้ครับ ให้ความรักเขาได้หมดแล้ว
เต้ยกับแฟน จะลืมปัญหาทุกอย่าง พวกเราแอบเอาใจช่วยด้วยนะ
เอ๊ะนี่คลอดแล้ว ผมนึกว่าเพิ่งท้อง :07:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 14 ก.พ. 2014, 21:29 น.
เอ๊ะนี่คลอดแล้ว ผมนึกว่าเพิ่งท้อง :07:
เออ ใช่ ผมก็นึกว่าเพิ่งท้อง เฮ้ย นั่นมันหมอแมวเรอะ :07:
นั่นหมอแมวเหรอ :07:
เดี๋ยวนะ.. กำลังน้ำตาซึมเรื่องพี่เต้ยเลย เจอโพสต์ของหมอแมวเข้าไป :30:
ปล. พี่เต้ยสู้ๆ ครับ :25b:
สู้ๆครับพี่เต้ย พี่บี เป็นกำลังใจให้ครับ :12:
หมอแมวยังกับคนญี่ปุ่นแหนะ :25:
เป็นกำลังใจให้เต้ยบีด้วยอีกแรงจ้า และก็หมอแมว คุณพ่อคนใหม่ด้วย :12:
เต้ยบี สู้ๆ นะครับ :12:
สู้ๆ นะครับอาจารย์เต้ย
(http://img3.f0nt.com/17/b449773be93fd1cc351788e97b01137e.jpg)
เดือนที่ผ่านมาอยู่คนเดียว ก่อนนอนก็สไก้ป์เล่านิทานให้บ่องตุลฟังเกือบทุกวัน
อุปกรณ์ประกอบนิทานก็เครื่องเขียนแถวโต๊ะทำงาน เอออ เด็กมันก็จิ้นไปได้เน๊อะ
พรุ่งนี้จะบินไปหาลูกเมียละ
คืนนี้เคลียร์งานโค้งสุดท้าย :12:
ตุลย์เหมือนแก้มหายไปเยอะ หล่อขึ้นเยอะมากกก :25:
เหมือนจะแอบเข้าใจอารมณ์คนมีลูกนิดๆผ่านเต้ยนี่แหละ
ช่วงนี้ดูเราเหนื่อยๆนะ สู้ๆล่ะ
สู้ๆ นะครับ :46:
บักตุลใส่แว่นตั้งแต่เด็กเลยนะ
นั่นมันคนลูก :07:
คนพ่อนี่ปากสีชมพูแป๊ดเลย แต่เหงือกเป็นสีเงิน
มันมันแม็ค :05:
ทำไมไม่ใช้วินโดว :05a:
แถวบ้านเรียก สะแต๊บเปิ้ล :53:
แถวบ้านเรียกที่งับกระดาษ
แถวบ้านเรียก ... เหม่งจ๋าย
:30: จังหวะพอเหมาะ
ผมทำเพจ ตุลกะเติร์ส เนื่องในโอกาสที่บักเติร์สอายุครบ 1 เดือน ไปกดกันเร๊วว
https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%AA/227998757403897 (https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%AA/227998757403897)
วันพุธนี้เติร์สจะออกมาสู่โลกภายนอกเป็นครั้งแรกของชีวิต หลังจากอยู่โรงบาลมาเดือนกว่า
ตุลจะได้เจอกับเติร์สน้อยตัวเป็นๆแล้ว ดีจัยๆ
ดีใจด้วยนะจ๊า :25:
น่ารัก :25:
ขุด
ชอบกระทู้นี้มาก อยากให้อ่านกันทุกคนครับ
ติวเข้า ป.1 อัสสัมชัญคอนแวนต์ ที่ไหนดีคะ แนะนำด้วยค่ะ
http://pantip.com/topic/31666311 (http://pantip.com/topic/31666311)
เรื่องแทปเล็ต มือถือ ทีวี ตูเห็นพ่อแม่หลายคน
เลี้ยงลูกวัยสองสามขวบด้วยอุปกรณ์พวกนี้เลยนะ :47:
คือใช้ดึงความสนใจเด็กให้มันอยู่นิ่งๆ
ส่วนใหญ่เลยละกัน
ของตูก็ต้องแบบนั้นเวลากินข้าวแล้วเอาไม่อยู่จริงๆ (คือเกรียนและตัวน้องก็โยเย)
ก็ให้ดูดอร่า บาร์นี คือมันสยบได้ชะงัดครับ
แต่ไม่ได้ให้เล่นเกมหรือให้เล่นเองอะไรใดๆ นอกจากนี้อีกแล้ว
แล้วนี่มีการแอบหยิบโทรศัพท์หรือแท็ปเล็ตไปเล่นเองหรือยัง :30:
(ปลดรหัสโทรศัพท์นี่หมูมากสำหรับเด็ก เห็นทีเดียวก็จำได้ล่ะ
ต้องใช้ฟิงเกอร์ปริ้นต์ )
อ่านที่ จขกท โพสท์แล้วตกใจปนเห็นใจเด็ก
อะไรมันจะรีบขนาดนั้นเลยเหรอวะ ตั้งแต่ อ.2 เนี่ยนะ :55:
ส่วนหมอที่อยู่ ชม. นี่ อ่าน ๆ ไปเหมือนได้อ่าน advertorial ของ Peptein เลยอ่ะ แต่ก็มีสาระและความรู้ที่ไม่เคยมีมาก่อนเลย :12:
เดี๋ยวเอาเรื่องนี้ไปบอกเพื่อนดีกว่า มันเลี้ยงลูกให้มีพวกมือถือ tablet มาเกี่ยวข้องด้วยเหมือนกัน
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 12 ต.ค. 2015, 02:30 น.
แล้วนี่มีการแอบหยิบโทรศัพท์หรือแท็ปเล็ตไปเล่นเองหรือยัง :30:
(ปลดรหัสโทรศัพท์นี่หมูมากสำหรับเด็ก เห็นทีเดียวก็จำได้ล่ะ
ต้องใช้ฟิงเกอร์ปริ้นต์ )
มีเอาไปถ่ายรูป ถ่ายคลิปเซลฟี่ครับ
รหัสปลดล็อกนี่ได้ตั้งแต่ยังไม่สามขวบครับ...
ลูกตูมันเอาไอโฟน(ล็อกหน้าจอ)ไปเล่น
โดยใช้วิธีสไลด์จากล่างจอขึ้นมา(มันจะมีเครื่องคิดเลข,ไฟฉาย,นาฬิกาปลุก)
เข้าแอพนาฬิกาปลุกแล้วเข้าไปกดเปลี่ยนเสียงปลุกไปมา... :58:
พ่อมันไม่ได้ไปทำงานมาครึ่งเดือนแล้วใช่ไหม
ถ้านับเวลาที่ไปสาย ก็ไม่ได้ไปทำงานมาครึ่งปีแล้วครับ
สมัครไปทำด้วยทันมั้ยครับ
อ้างคำพูดจาก: ยุนเอ เมื่อ 12 ต.ค. 2015, 19:58 น.
สมัครไปทำด้วยทันมั้ยครับ
ยังคิดจะโดดไปทื่อื่นอีกเหรอครับ
โดดอีกทีเงินเดือนเท่า CEO แล้วครับ
ไม่ได้มาอัพเดท จู๋นี้นานแค่ไหนแล้วนะ รู้แค่ว่าพี่แอนมีลูกคนที่สอง แล้ว เหรอ?
อ้าวก็ทำอยู่ด้วยกัน
จำนวนคนมีลูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ :52:
:51: