เก้อแสดงงาน

เริ่มโพสต์โดย เก้อ, 06 พ.ค. 2007, 18:24 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

roundbol123

เคยฟังจากในเพื่อนสนิทอะำพี่เก้อ  :31:
ไว้มีตพี่เก้อกลับมาร้องเกะกัน  :27: :27:
:22: :47:

蓝月 (lán yuè)

อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 09 พ.ค. 2007, 15:08 น.
โพสประจำวัน

รูปนี้ เขียนมาจากปกอัลบั้มหนึ่งของวง Suede
วงร็อคอังกฤษที่โหยหวนและหวานหยาดย้อย ที่ชื่นชอบมาตั้งแต่ม.ต้น
มันเป็นรูปสีจางๆฟางๆคนจูบกัน เลยเอามาวาดให้เป็นเส้น เขียนผมให้เป็นเส้นขึ้นมา
แต่ยังไม่สาแก่ใจ เนื่องจากช่วงนี้กำลังอินกับเพลงของ ทูล ทองใจมาก
แล้วดันรู้สึกว่า ท่วงทำนองที่โหยหวนแทบละลายของ Suede กับทูล ทองใจ
ช่างไปด้วยกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ เลยเอาชื่อเพลงที่ฟังแล้วแทบละลายใส่ไปสักหน่อย

ว่าแล้วดูรูป อ่านเนื้อเพลงในฝันไปด้วย ผมว่าเข้ากันดีนะ  :30:





หากฝันว่าฉันและเธอ
ละเมอความรักร่วมกัน
ทุกๆ วันแสนสุขฤทัย
หากความรักนั้นหนักเหลือ
แนบเนื้อเชื้อรักดังไฟ
ฉันขอตายบนตักนาง

หากเราได้รักร่วมกัน
ผูกพันธ์กระสันต์แน่นเหนียว
ขอรักเดียวไม่จืดและจาง
หากเป็นดังเช่นที่หมาย
จะตายฉันไม่ขอห่าง
ขอรักนางเนื้อนวลแน่นอน

* หากฝันฉันไม่หลอกหลอน
ตื่นนอนคงพบหน้าน้อง
สมดังปองใจปรารถนา
หากเป็นดังเช่นที่หมาย
จะตายฉันไม่นำพา
ขอบูชาน้องนางแน่นอน


รู้สึกว่าภาพแนวๆนี้ แสดงถึงส่วนผสมที่น่าพิศวงแบบที่ผมชอบได้เป็นอย่างดี
น่าเอามาโพสไว้ ก่อนจากกันไกล เนื่องจากว่า ในขณะที่ตอนเด็กๆ
เติบโตมาในที่ที่ค่อนข้างจะไกล (ยังจะใช้คำว่าค่อนข้างอีกนะ :30:)
รอบๆตัวเต็มไปด้วยเสียงเพลงลูกทุ่ง ลูกกรุงหอมกรุ่น พี่สาวข้างบ้านที่อ่าน
ดาราภาพยนต์และฟอนต์ตัวหนังสือหยาดย้อย หนีจากโลกความเป็นจริงสุดๆ
ผมรู้สึกว่าโลกแบบ "ทาสปรารถนา" "ในฝัน" "โปรดเถิดดวงใจ" พวกนี้
มันเซอร์เรียลลิสติกมากๆ มันหลีกหนีจากโลกความเป็นจริงมากๆ
มันจริงใจ ซื่อสัตย์ต่อตนเอง ไม่พยายามจะดูเท่หรือฉลาด
แล้วยังอ่อนหวานแทบละลาย


จนพอโตมาวัยมัธยม ก็โถมตัวเองไปกับกระแสวงร็อคอังกฤษ
พอเราคิดว่าสิ่งไหนเท่ เราก็จะกลายเป็นสิ่งนั้นใช่ไหมครับ
ตลอด 6 ปีของการเก็บตัง ซื้อเทป ก็เป็นอีกช่วงเวลาที่ดีๆของชีวิต
ที่ห้อมล้อมตัวเองไว้ด้วยดนตรีดีๆ

จนเมื่อได้เรียนออกแบบ ในปีแรกๆ ผมไม่เคยนึกรู้เลย
ว่าเรามีอะไรติดตัวมาดีแค่ไหน พยายามทำงานเท่ๆ ดูฉลาดๆ
แต่ไม่เคยซื่อสัตย์กับตัวเองเลย และไม่ว่ามันจะเท่ยังไง
ก็ล้วนแต่เป็น"สิ่งที่เคยเห็นมาแล้ว"ทั้งนั้น เมืองนอกทำกันมา
จนไม่รู้จะจับหาตัวตนใครได้จากที่ไหนอีก

ห่วงโซ่ความงามในแบบของเราเหล่านั้นเริ่มหายไป
เมื่อเราก็เริ่มดูถูกตัวเราเอง กลายร่างเป็นฝรั่ง

จนเมื่อปีท้ายๆของการเรียน
ถึงได้บังเกิดพุทธิปัญญาว่า เราควรอยู่ตรงไหน
โปรดเถิดดวงใจควรอยู่ตรงไหน เดอะแมนิคส์ควรอยู่ตรงไหน

แล้ววัยเด็กกับวัยมัธยมเหล่านั้น ก็กลับมาบรรจบอีกครั้งหนึ่ง

เป็นสิ่งที่ตัวเองอยากเห็น แต่ยังไม่เคยมีใครทำให้ดู
(อย่างที่เห็นในตอนนี้ และที่จะโพสต่อๆไปอีกมาก)

แต่การทดลองคงยังไม่สิ้นสุดง่ายๆครับ ต้องเรียนกันอีกหลายยก
เพราะรูปที่วาดมาส่วนใหญ่ หรือกราฟิกที่ทำ คือการแปรความเข้าใจ
ออกมาเป็นภาพเท่านั้น จุดประสงค์เรื่องความสวยงาม
เป็นเรื่องรองมากๆสำหรับผม (เพราะไม่ได้จะหากินด้านทำกราฟิกอยู่แล้วนี่นา :30:)

เล่าให้ฟังยาวๆ แบ่งปันความเข้าใจ เผื่อมีใครที่เดินบนเส้นทางเดียวกันนี้
กำลังค้นหาอะไรอยู่ หรือค้นเจอแล้วก็มาเล่าให้กันฟังบ้างนะครับ




หวานแหววม้ากกกกกกกกกกกกกกก :25:
เศร้ามากด้วย :05:

พี่เก้อ อย่าลืมพกปลาแดกไปประกาศักดาด้วยนะ
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

B o o k

รีบไปรีบกลับเน้อพี่ทิด

iannnnn

อ้าว เปิดโถดดวงใจนั่นเป็นเพลงทูลทองใจเหรอครับ :03:
ต๊าย ตูฟังแต่เฟย์ฟางแก้วจนไม่รู้ว่านั่นเพลงทูล

蓝月 (lán yuè)

ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

มานี มีใจ

 :25: สวยด้วย ซาซึ้งด้วย  :05:

ปรารถนา ... ประกอบกับเพลงทูลทองใจ  :12:

รูปนี้สวยมากๆ เลยค่ะ สีน่ากินอีกแล้ว  :43:

XB

ชอบงานพี่เก้อมากๆครับ มันดูนุ่มนวลด้วยสีด้วยเส้นและเนื้อหาที่สื่อออกมา ดูแล้วเพ้อเลยครับ   :45:

มานี มีใจ

ไปแอบเจอมา  :22:

อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 14 ม.ค. 2007, 13:58 น.
บอกพี่ณตไว้ว่าจะเอางานพวกที่เรียนมาโพส
หาเจอละครับ งานพวกนี้น่าจะปี 2 หรือปี 3
จริงๆคงนับช่วงเวลายาก เพราะบางรูปถ่ายปีนึง ล้างฟิล์มทิ้งไว้
แต่กว่าจะเอามาอัดเป็นรูปก็อีกปี  :08:




สิ่งที่ท่องอยู่ในใจขณะถ่ายรูปนี้คือ
คำของอาจารย์ที่ว่า การถ่ายรูปขาวดำคือการเพ้นด้วยแสง
แสง อันที่จริงมันไม่มีตัวตน มองไำปรอบๆตัวเรา มันมีแสงก็จริง
แต่เรามองไม่เห็นมันหรอก หน้าที่ของคนถ่ายรูปขาวดำคือ
ทำให้แสงเหล่านั้นมีตัวตนบนรูป รูปนี้ค่อนข้างพอใจเพราะทำให้
ของไม่มีตัวตนปรากฎเป็นเส้น เป็นทิศทางได้ขนาดนี้




แต่ฝีมือการล้างยังเห่ยอยู่ ฟิล์มสกปรกมากๆ แถมน้ำยาไม่สะอาดอีก
คราบปื้นเลยเชียว   :08:




อันนี้ก็ประจานความเห่ยในการล้างได้เป็นอย่างดี
รูปนี้จริงๆส่วนบนของรูปมันจะเป็นหน้าผากสว่างๆ มันดูโล่งๆเลี่ยนๆ
เลยบังและเผาเอา ให้ทั้งรูปมันทึมลงอีกหน่อย
แล้วไอ้สีๆนี่ ไม่ได้มาทาเอาตอนหลังนะครับ คือ ดันไปหยิบน้ำยา
ขวดที่หมดอายุมาใช้  :05: มันเลยกลายเป็นสี รูปจริงสีที่ว่านี่จะออกชมพูกว่านี้หน่อย
แต่ก็กลายเป็นเอฟเฟ็คแปลกๆดีเหมือนกัน

เปลืองอยู่นะครับ ที่ทำๆเนี่ย




เก้อ



"จินตนาการที่เกิดขึ้นใหม่
ในการเดินทางจากเมืองไทยสู่กรุงลอนดอน

ความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ทั้งหลายก็เหมือนกับ
แสงของพระจันทร์พระอาทิตย์ เมื่อถูกเมฆหมอก
เข้าครอบงำก็เป็นอย่างหนึ่ง เมื่อปราศจากเมฆหมอก
ก็เป็นอย่างหนึ่ง "

สวัสดีครับ หายไปหลายวัน
ข้างบนนี่รูปถ่ายเอง แต่คำนี่ผมไม่ไได้พูดเองหรอกครับ
เป็นคำเริ่มต้นบันทึกหลวงปู่ชา เมื่อไปอังกฤษครั้งแรก
จากหนังสือใต้ร่มโพธิญาน เห็นว่าเท่ดี เลยจดไว้เล่นๆนานมาแล้ว

พอนั่งอยู่บนฟ้าสิบสี่ชั่วโมง มองลงมา
ใต้ก้อนเมฆที่ลอยล่องผืนดินก็เป็นเฉดสีหนึ่ง
ผู้คนก็อยู่ในภาวะอีกอย่างหนึ่ง ในที่ที่ปราศจากเมฆ
แผ่นดินและผู้คนก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง เลยนึกถึงคำๆนี้ที่เคยจดไว้
เอามาเริ่มต้น(นิยายชีวิตเรื่องยาวเรื่องนี้ :30:)เพื่อเป็นสิริมงคลสักหน่อย

วันนี้แดดออกสว่างสดใส ไกล้หน้าร้อน
ต้องฝากชีวิตไว้ที่นี่อีกหลายปี
คงจะมีอะไรมาให้ดูเรื่อยๆนะครับ

แต่อย่าหวังความงามอะไรนะครับ กล้องป็อกแป็ก :08:



I ROCK , THEREFORE I AM

ยุนเอ

 :08:กล้องป๊อกแป๊ก


มีทีเด็ดมาเล่าสู่กันฟังนะครับ  :12:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

แตน

สวยวู๊ยยยยยย :22:


เดินทางปลอดภัยก็ดีแล้ว :25:
นานๆ จะเข้ามาที

จั๊วจ่ะ :)

 :07: ตอนแรกนึกว่ารูปกราฟฟิก


รักษาเนื้อรักษาตัวดีๆนะคะพี่เก้อ  :33:
there are no regrets in life, just lessons . .

มานี มีใจ

#117
เห็นรูปแล้ว อยากเกาะปีกแมลงปอยักษ์ ไปนอนเล่นบนก้อนเมฆ  :25:


จั๊วจ่ะ :)

อ้ะ นั่นมันเส้นขอบฟ้าใช่ไหม ?  :25:
there are no regrets in life, just lessons . .

มานี มีใจ

เราวิ่งกันไปจนสุดขอบฟ้า แล้วก็ลงนอน  :33:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines