CG+ นิตยสารออกใหม่ครับ

เริ่มโพสต์โดย ลิตเติ้ลหมี, 01 พ.ค. 2007, 20:34 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

มุมมืดของสังคม

มาแนวไซไฟเลยเล่มนี้

อีกสองวันเพื่อนจะมาญี่ปุ่นแล้ว
มันหอบหนังสือมาให้ด้วย ดีใจมากๆ :25:
บล็อกในมุมมืด
because we always.....expecting

ไก๊...silicone duck!

หาร้านกรอบรูปและงานศิลปะได้ที่ nasilpgallery.com ได้นะเอ้อ

D869

ชอบงานของคนที่ขึ้นปกนะ เมืองนอกมากๆ จำได้ว่าตอนยังเล่นซัมมอนเนอรืมาสเตอรื มีงานของคนนี้ที่ทำให้ซัมมอนเนอร์ฯด้วย :12:
"รักอดทนนาน กระทำคุณให้ รักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง... "
                                                            - โครินทร์1 13:7

ป้าแป้งกึ่งสำเร็จรูป

ออกเล่ม 4แล้วเหรอ เล่ม 3ยังอ่านไม่หมดเลย  :23:
วางแผงเมื่อไหร่เนี่ย  :09:
เราแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่เราทำปัจจุบันให้ดีได้

จินนี่

รู้สึกว่างานที่ขึ้นปกที่ คนวาดคือคุณสกาล(...นามสกุลลืมแล้ว :05:)รึเปล่านะ?

ชอบเหมือนกันค่ะ :12:   รออ่านๆๆ


อ้างคำพูดจาก: 9pom เมื่อ 11 ก.ย. 2007, 13:04 น.
ได้อ่านแล้วครับ

ก็ขอพูดตรงๆนะครับ ตามประสาคนที่เป็นลูกค้าเรื่องมาก และคนที่ผิดหวังกับหนังสือแนวนี้ของไทยมาหลายครั้งแล้ว

1. เล่มนี้งานเจ๋งๆ น้อยมาก มีให้ดูเต็มๆแค่คนเดียวเอง ผมอยากดูงานดีๆเยอะๆ แบบที่มีอยู่ในเว็บน่ะครับ
2. Art work ก็สวยแค่ปก ข้างในยังเฉยๆอยู่ เห็นมีแนะนำ ebook ด้วย ไอ้พวกนั้นแหละครับ ตัวอย่างที่ควรนำมาเป็นแนวทางในการทำartwork(ไม่ได้ให้ลอกนะครับ)
3. อยากให้มี concept ของเล่มที่ชัดเจน อย่างเช่น เล่มนี้พูดเกี่ยวกับ งาน print ad เล่มนี้พูดเกี่ยวกับ digital paint เล่มนี้เป็น product design มันมีเรื่องราวให้จับมาเป็นconceptของเล่มเยอะมากๆ แค่นี้คุณก็มีหลักในการทำงานหาข้อมูลได้เต็มที่แล้ว แถมทำได้อีกหลายเล่มเลยด้วย
4. ตอนผมอยู่มหาลัย ค่าครองชีพวันละ 100-200 บาทเอง หนังสือพวกนี้ทำให้ผมต้องเจียดเงินมาซื้อเพื่อแลกกับความรู้ เลยอยากให้นึกถึงหัวอกน้องๆที่ต้องจ่ายเงินไม่ใช่น้อยๆ เพื่อแลกกับหนังสือเล่มนึงด้วยนะครับ

คิดว่ายังอยู่ในช่วงปรับตัวอยู่ด้วย ก็ขอให้สู้ต่อไปนะครับ ยังไงก็จะขอตามดูอีกสักระยะแล้วกันครับ :12:

เห็นด้วยกับความคิดเห็นพี่ป้อมนะ
โดยเฉพาะเรารู้สึกว่างานยังน้อยๆอยู่  อ่านจบไปแบบ....เฮ้ย จบแล้วหรอ น่ะค่ะ

แต่ก็จะตามซื้อเรื่อยๆแหล่ะ :12:

iannnnn

เฮ้ย ปกเล่มนี้แหล่มมาก :07c:

มุมมืดของสังคม

#426
สอบถามเรื่องหนังสือหน่อยครับ
เพื่อนผมสั่งซื้อหนังสือไปครับ สั่งย้อนหลังตั้งแต่เล่มแรกเลย
แล้วก็สั่งไปแบบ หนึ่งปีครับ นานแล้วยังไม่ส่งมาเลย
พรุ่งนี้เพื่อนผมจะมาญี่ปุ่นแล้ว ผมอดแน่ๆเลย
:16:

เพราะว่าวันนี้ยังหนังสือยังไม่มาถึงบ้านมันเลยครับ
เพื่อนผมชื่อ ชินวุฒิ ครับ รบกวนเช็คให้หน่อยครับผม
  :44:


เป็นเรื่องที่อยู่ผิด คาดว่าแฟกซ์ไ่มชัด  จาก "ไข่" เป็น "ไผ่"
พรุ่งนี้เดี๋ยวมันไปดูให้เพื่อค้างอยู่ที่ ไปรษณีย์

ลุ้นๆ :25:

ติดตามผลไวมาก ประทับใจหลายๆ :12:
บล็อกในมุมมืด
because we always.....expecting

CG.Plus

อ้างคำพูดจาก: มุมมืด ฟืดฟาด ฟืดฟาด เมื่อ 05 ต.ค. 2007, 18:46 น.
สอบถามเรื่องหนังสือหน่อยครับ
เพื่อนผมสั่งซื้อหนังสือไปครับ สั่งย้อนหลังตั้งแต่เล่มแรกเลย
แล้วก็สั่งไปแบบ หนึ่งปีครับ นานแล้วยังไม่ส่งมาเลย
พรุ่งนี้เพื่อนผมจะมาญี่ปุ่นแล้ว ผมอดแน่ๆเลย :16:

เพราะว่าวันนี้ยังหนังสือยังไม่มาถึงบ้านมันเลยครับ
เพื่อนผมชื่อ ชินวุฒิ ครับ รบกวนเช็คให้หน่อยครับผม  :44:

เพื่อน msn มาคุยเเล้วจ้า
เช็คให้เเล้วครับ  ส่งไปให้นานเเล้วครับกำลังตามสืบสาเหตุกันอยู่ครับ อาจจะเป็นที่ไปรษณีย์ หรือ จ่าหน้า ครับ
ถ้าสูญหายจริง เราส่งซ้ำให้ฟรีครับ หรือเดี๋ยวคุยกับเพื่อนเเล้วครับ เห็นว่ารออ่านนานเเล้ว เกรงใจมาก
เดี๋ยวอาจจะนัดไปยื่นให้ที่สนามบินเลยครับ พอดีมีเพื่อนผมกลับมาจาก ตปท. Flight พรุ่งนี้พอดี  :12:

มุมมืดของสังคม

#428
อ้าวมาแก้พอดีเลย :42:

ผมคือคนที่คุยในเอ็มแหล่ะครับ :25:
ส่วนเพื่อนผมทำหน้าที่ไปโอนเงิน กับแฟกซ์ให้ครับ
มันเลยไม่รู้ด้วยว่า หนังสือจะมาเมื่อไร ยังไง

มันบอกว่าที่อยุ่มันเขียนถูกแน่ๆครับ บ้านมันเอง
น่าจะเป็นที่แฟกซ์จริงๆ  :42:

ถามเพิ่มนิดนึงครับ
ไม่รู้ว่าส่งมาแล้วทั้งหมดกี่เล่มครับ
เข้าใจว่า 1-3 นี่มาพร้อมกัน?
แล้วสี่มาหรือยังครับ

เพราะว่าจะถ้าค้างอยู่ที่ไปรษณีย์จะได้ตามถูก
ว่ามีพัสดุทั้งหมดกี่ชุดครับ
บล็อกในมุมมืด
because we always.....expecting

CG.Plus

อ้างคำพูดจาก: มุมมืด ฟืดฟาด ฟืดฟาด เมื่อ 05 ต.ค. 2007, 22:43 น.
อ้าวมาแก้พอดีเลย :42:

ผมคือคนที่คุยในเอ็มแหล่ะครับ :25:
ส่วนเพื่อนผมทำหน้าที่ไปโอนเงิน กับแฟกซ์ให้ครับ
มันเลยไม่รู้ด้วยว่า หนังสือจะมาเมื่อไร ยังไง

มันบอกว่าที่อยุ่มันเขียนถูกแน่ๆครับ บ้านมันเอง
น่าจะเป็นที่แฟกซ์จริงๆ  :42:

ถามเพิ่มนิดนึงครับ
ไม่รู้ว่าส่งมาแล้วทั้งหมดกี่เล่มครับ
เข้าใจว่า 1-3 นี่มาพร้อมกัน?
แล้วสี่มาหรือยังครับ

เพราะว่าจะถ้าค้างอยู่ที่ไปรษณีย์จะได้ตามถูก
ว่ามีพัสดุทั้งหมดกี่ชุดครับ

4 เพิ่งออกทยอยออกไปไม่ทราบว่าอยู่ lot ไหนเพราะส่งออกทีเป็นร้อยๆเล่มเลยครับต้องเเยกกันส่ง  - -" เดี๋ยวจะไล่เช็คให้ถ้าออก Lot พรุ่งนี้[วันเสาร์เช้า] จะขีดจากไผ่เป็น ไข่ ให้เเล้วกันนะ ลองดูที่ E-mail ด้วยจริงๆระบบยืนยันการสมัครสมาชิกมันส่ง E-mail ไป confirm ที่อยู่ ถ้าติด filter Junk mail อะไรเเจ้งด้วยครับ จะได้เเก้ระบบยืนยันที่อยู่ของเราด้วย

8e88



อ่านเล่ม 4 แล้วตะกี้นี้ .... ทีแรกว่าจะไปโพสในเว็บ CG+ แต่เดี๋ยวกลัวว่าทางผู้เสียผลประโยชน์บางกลุ่ม อาจจะมอง CG+ แย่ขึ้น ...โพสเอาในนี้ท่าจะดีกว่า แนวร่วมเยอะ และถ้าซวยไอ้แอนก็รับความซวยไปแทนได้  :30: ... เริ่มวิจารณ์เล่ม 4 เลย

1.) รูปเล่มการจัดวาง ปกคงไม่ต้องคุยอะไรกันมาก เพราะที่ผ่านมา 3 เล่มค่อนข้าง ok  เล่มนี้ก็เช่นกัน ...ส่วนการจัดหน้าด้านในดูดีขึ้นเป็นอันดับ ไม่ค่อยขัดหูขัดตาแล้ว ...ลองเอาเล่ม 1 มาเปรียบเทียบดูกับเล่ม 4 เห็นวิวัฒนาการได้ค่อนข้างชัดเจน  :12:

2.) Tutorial เล่มนี้เหมือนพยายามปรับปรุงรูปแบบ หลังจากที่โดนยำบาทาจุดนี้มาหลายเล่มติดกัน ไอ้ที่ปรับมาใหม่ค่อนข้าง ok เลยนะ กับ Howto ของคุณสกาล และ Howto Photoshop คือไอ้รูปแบบในเล่มที่ผ่านๆมามันเหมือน capture หน้าจอมาอธิบาย จับมือสอนกันเกินไป แต่เล่มนี้มันสอนแบบกึ่งๆให้ไปค้นคว้าและลองทำเองด้วย จะเน้น trick-tip กับวิธีทำงาน วิธีคิด ว่าน่าจะทำยังไง ส่วนด้านเทคนิคจะสอนผสมด้วยบ้าง ...คือใครที่ทำ Photoshop พอเป็นแล้วอ่านดู คงจะชอบ ..แต่ถ้าเป็นเด็กๆที่พึ่งหัดไม่รู้อะไรเลยอาจจะงงๆเล็กน้อย  :34:

...... ซึ่งจริงๆชอบ Tutorial แบบนี้นะ ไม่ต้องมาอธิบายกันในเรื่องการใช้โปรแกรมกันมากมาย เพราะหนังสือสอนพวกพื้นฐานเช่น Photoshop, Flash อะไรพวกนี้บ้านเรามีเต็มแผงหนังสือ ...คนที่คิดจะฝึกจริงๆคงซื้อหนังสือพวกนี้มาอ่านควบคู่ด้วยอยู่แล้ว ถ้าซื้อมาอ่านแล้วลองทำตามสักประมาณ 1 เดือน น่าจะใช้โปรแกรมนั้นๆพอเป็น ...แต่จะทำงานให้ออกมาดีนี่มันอยู่ที่ตัวคน บางคนฝึกเป็นปีก็ยังทำงานสวยๆออกมาไม่ได้ เพราะอาจจะฝึกผิดวิธี หรือไม่มีแนวทางการฝึก หรือแนวการคิดที่ชัดเจน และไม่รู้จะไปพึ่งใคร ...... คือถ้าเราหัดคนให้วาดรูปได้สัก 1,000 คน แต่ไม่มีคนวาดรูปเก่งหรือวาดรูปเป็นสักคน ก็คงไม่มีความหมายเท่าไหร่ คล้ายๆกับระบบการศึกษาบ้านเราที่เน้นในเชิงปริมาณของเด็กที่จบออกมา แต่จบออกมาแล้วทำงานจริงกันไม่ค่อยจะได้ แทบจะต้องมาฝึกใหม่กันหมด มันกลายเป็นคนไม่มีคุณภาพไป ..... Tutorial ที่จะทำให้เกิดคุณภาพได้แบบนั้นคิดว่ามันคงจะต้องสอนเรื่องวิธี มากกว่าเรื่องเทคนิค อย่างที่มีในเล่มนี้นี่แหล่ะ .... อีกอย่างคงเป็นเรื่องการจัดวางรูปแบบด้วย อย่างในส่วน 3D ยังใช้การจัดวางและเล่าวิธีแบบในเล่มก่อนๆอยู่ ซึ่งบางจุดมันเปลืองเนื้อที่ น่าจะเน้นจุดสำคัญในการฝึก Tutorial ชิ้นนั้นๆ ด้วยภาพ จุดสำคัญดึงภาพใหญ่หน่อย รองลงมาก็เล็กลง จุดที่ผ่านๆอาจจะมีแค่ text ไปเลย ไอ้ส่วน Tutorial ที่จัดหน้าแบบเก่านี่แหล่ะที่ทำให้หนังสือมันไม่ค่อยน่าอ่านและติดตามเท่าที่ควร  :42:

3.) เนื้อหาและ contents โดยรวมของหนังสือ เล่ม 4 นี่ชอบนะ ดูแล้วมันพัฒนาจากเล่มแรกๆเยอะ อย่างที่เห็นได้ชัดคือ การใช้สำนวนในการเขียน, การสัมภาษณ์, การจับประเด็น อย่างททสัมภาษณ์ที่เป็นภาษาอังกฤษก็ใช้ศัพท์ไม่ยากนะ ถ้าพยายามหน่อยคิดว่าคนที่เรียนระดับ ม.ปลาย-ปริญญา อ่านรู้เรื่องแน่

4.) นอกจากผลงานแล้ว บทสัมภาษณ์คุณสกาลในเล่มนี้สุดยอดมาก แรงจริงๆ พวกสื่อด้านศิลปะ-ออกแบบ หรือพวกคนใหญ่ๆโตๆ-รัฐบาลบ้านเราที่โดยมากแล้วไร้ vision ในการมองงาน  :23: ..อ่านแล้วคงเกลียดไปเลย มีประโยคโดนๆที่แทงใจหลายประโยค พอจะเข้าใจความรู้สึกคุณสกาลเหมือนกัน เพราะเหมือนกับเขาสู้ด้วยตัวเองอย่างโดดเดี่ยว ทำงานให้เมืองนอกรู้ว่าคนไทยก็ไม่ได้กระจอกนะเว่ยเฮ้ย ไม่ก๊อปงาน ทำงานดีๆก็เป็น แข่งกับพวกฝรั่งหรือยุ่นอย่างเอ็งได้เหมือนกัน อย่างน้อยก็ทำให้เมืองนอกในระดับ inter ไม่กล้าสบประมาทว่าคนไทยขี่ช้าง กินต้มยำกุ้ง มันทำงานดีๆเป็นด้วยหรือ?  :42: คือไอ้บ้านเมืองเรามันไม่มีใครหน้าไหนสนับสนุนงานด้านนี้จริงจัง ที่มีโดยมากก็เหมือนเป็นระบบอุปถัมภ์+เส้นสายมากกว่า ไอ้นี่รุ่นน้อง ไอ้นี่เพื่อน เออช่วยดันมันหน่อย  บางคนงานดีงานสวย แต่ไปก๊อปงานเมืองนอกมา (ซึ่งพยายามดันตัวเองกันเหลือเกิน)

..ถ้าลองให้คนๆนั้นไปแบบเดี่ยวไมโครโฟนเอง ส่งงานไปลองของเมืองนอก รับรองว่าเขาไม่มอง เผลอๆถ้าไปโพสตามบอร์ดเมืองนอกมั่วซั่ว อาจจะโดนยำแบบไม่ผุดไม่เกิด สุดท้ายก็ดังอยู่ในประเทศโดยอาจจะได้ชื่อว่าเป็น Devil Robot เมืองไทย, Tokidoki เมืองไทย อะไรทำนองนี้ไป และถ้ามีใครคนนึงที่โนเนมทำงานดีๆมาให้ดู ก็จะกั๊กเขา เพราะกลัวคนอื่นจะเด่นกว่าตัว หรือแบบที่ชั่วช้ากว่านั้นก็คือขโมยไอเดียเขาเอาไปใช้ซะงั้น ..... ถ้าวงการสื่อด้านออกแบบ-ศิลปะ ยังเป็นแบบนี้อยู่ คือดูงานไม่เป็น ... ไม่มองงานของคนที่กำลังจะเป็นอนาคต แต่จะหวังกระแสกับคนที่เขาดังแล้ว หรือเมืองนอกยอมรับมาก่อนหน้า คงต้องหมดหวังกับอนาคตบ้านเราจริงๆ  :07:

.....ส่วนคนจะทำงานด้านนี้ที่อยากประสบความสำเร็จ ก็ต้องไปสู้เอาเองภายนอกประเทศแบบต่อเนื่อง บางครั้งอาจจะต้องต่อสู้และสร้างงานแบบยาวนานโดยลำพัง คนไทยด้วยกันจึงจะเห็นค่า (จริงๆไม่ได้เห็นค่าหรอก แต่เออออตามเมืองนอก ว่างานเขาดีจริง) ในประเทศเราส่วนมากเต็มไปด้วยสื่อตาบอดและเด็กเส้น พึ่งอะไรแทบจะไม่ได้ ก็ต้องทนกันไป  :01:

เมียงมองเพื่อนบ้านเราแล้วน่าน้อยใจ อย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย เขามีสื่อที่ช่วยสนับสนุนคนทำงานนี้แบบจริงใจ งานใครที่พอเป็นอนาคต (ประมาณว่างานดี ต่อไปมันรุ่งแน่ๆ) เขาช่วยดันกันสุดตัว เช่นหนังสือ Teritorry เขาพยายามดันงาน

ของคนมาเลเซียเองที่เป็นรุ่นใหม่ๆ เอามาประกบกับงานระดับ inter ให้รู้แล้วรู้รอด ...ตอนนี้ Teritorry เริ่มบ้าพลังขึ้น ต่อไปเขามีแผนจะหันมาดันงานแถบๆอาเซียนให้วงการกราฟฟิกโลกได้เห็นด้วย ซึ่งคนไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น (สื่อบ้านเราอายเขามั๊ยล่ะ) ...แนวทางของ Teritorry อย่างน้อยถ้าสื่อที่กว้างไกลกว่าอย่าง IdN หรือ Computer Art แม้กระทั่ง Newwebpick มาเจองานของ Designer เข้าแล้วเห็นแวว เขาก็เอาไปดันต่อ ทำให้เกิดพวก Designer หน้าใหม่ๆของประเทศเขามากมายเป็นดอกเห็ด ตัว Designer ก็ได้มีประสบการณ์ประกบงานกับระดับโลก หูตากว้างไกลขึ้น รู้ว่าจะดำเนินแนวทางของตัวเองยังไงต่อ พัฒนาในแง่ไหนต่อ เขาเลยพัฒนาวงการและบุคคลในบ้านเขาได้ไวมาก

..... แต่กลับกันคนที่ทำงานด้านนี้ในต่างประเทศ กลับอิจฉาบ้านเราเล็กๆ ว่าประเทศไทยมีอะไรให้ inspire ตั้งเยอะ ทั้งรูปแบบวัฒนธรรม, รูปแบบศิลปะที่เป็นของตัวเอง, Life style ที่ค่อนข้างเด่นชัด ...ส่วนคนทำงานฝีมือดีๆก็มีมาก แต่ฝึกผิดวิธี, ก๊อปปี้งาน หรือแม้กระทั่งการทำงานตามชาวบ้าน ฯลฯ .... หนทางที่จะพัฒนาผลงานไปสู่อีกขั้นคือสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น งานคุณสกาล ดูก็รู้ว่าต้องเป็นงานเขาแน่ หรืองานต่างประเทศอย่าง Jeremyville ไม่ต้องเซ็นชื่อหรือลงว่าใครทำ ก็รู้ว่าเขาทำอยู่ดี ...... ซึ่งไอ้วัฒนธรรมบ้านเรานี่ ถ้าจะนำมาพลิก มาดัดแปลง มันมีอะไรให้เล่นตั้งมากมาย ซึ่งเล่นไปเยอะๆหรือจับทางได้แบบถูกต้อง เราก็สร้างเอกลักษณ์ส่วนตัวได้ไม่ยาก ... ผมว่ายังไงคนไทยก็ต้องตำส้มตำ ทำข้าวแกง ออกมาอร่อยกว่าการไปนั่งทำ Pizza หรืออาหารญี่ปุ่นนะ ....อาจจะเว้นไว้ในบางกรณี เช่น Tokidoki ที่เป็นคนอิตาลี ดันไม่ชอบกิน Pizza แต่ชอบปลาดิบและปรุงมันออกมาได้อร่อยถูกปากชาวโลก

พูดไปแล้วยาว แต่บทสัมภาษณ์ของคุณสกาลนี่ ทำให้คำด่ามันไหลพรั่งพรูมาได้เพียบเลย

iannnnn

:30:+

อ่านแล้วงงๆ ว่าจะวิจารณ์หนังสือหรือวิจารณ์ประเทศไทย

CG.Plus

#432
 :45:
อยากจะบอกไว้ว่าหลายๆอย่างที่ผมอยากพูด เเต่ไม่สามารถพูดได้ในที่สาธารณะ [เเต่ถ้าคุยกันบน msn พอไหวๆ  :42: ] เพราะอีกหน่อยผู้เสียผล จะ cap คำมากระทืบผมภายหลังได้นั้น ได้อยู่ใน คห. ของพี่ฉึ่ง บวก บทสัมภาษณ์ของพี่สกาล ไปเกือบหมดเลยครับ จริงๆเเล้วสิ่งที่ผมนั่งคุยกับพี่สกาลนั้นมีอีกเพียบเลย เเต่ไม่สามารถเอามาลงได้นะ
เช่น คุณวุฒิของกรรมการผู้ตัดสินงานในปัจจุบัน
      คุณวุฒิของอาจารย์ผู้สอน Multimedia ในเมืองไทย
      [ปัจจุบันชอบมั่วเอาพวก IT มาสอน  คือ ดักดานมาก  เข้าใจว่าบุคคลากรไม่พอเเต่อย่างถึงขนาดเเอบอ้างให้มันมากนัก]
      การจัดงาน Event เเบบปาหี่ ขอไปทีเเบบ ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย

ผมจะเล่าให้ฟังนิดนึงเเล้วกันนะ ถ้าสิ่งที่ผมประสพในเมืองไทยตอนนี้ นอกจาก บาทา ของผู้อ่านที่ไม่เคยเข้าใจเเล้ว
****** เรื่องข้างล่างนี้เป็นเรื่องเเต่งขึ้นทั้งหมด เพื่อความสนุกสนาน   :12: ********
กาลครั้งนึง ผมได้เคยเข้าไปคุยกับ ทางองค์กรๆหนึ่ง  เกี่ยวกับเรื่องงาน Event ระดับชาติ สิ่งที่ผมได้เจอในนั้นเเล้วทำในนิตยสารของผมถอนตัวเเล้วจะไปไม่ร่วมก็คือ เค้าไปเอาคนจบ IT มาเป็นที่ปรึกษาน่ะ มาเป็นที่ปรึกษาการจัดงาน Multimedia ไง ผมบอกได้เลยนะต่อให้จบ IT จาก Havard หรือ MIT มาจากไหนก็ตาม เเต่ ศาสตร์ด้าน CG - Multimedia นั้นถ้าคนไม่รู้เรื่องมาจัดก็เท่านั้นคือไม่ได้บอกว่าคนจบสายอื่นมาจะมาทำงานด้านนี้ไม่ได้นะ เเต่ระดับ Foundation หรือพื้นฐานความเข้าใจมันไม่เหมือนกัน [ เหมือนผมเอาเภสัช ไปรักษาโรค เอาหมอ มานั่งจ่ายยา หน้า เคาน์เทอร์ น่ะ ] 
ผมพูดยกตัวอย่างงาน CGOverdrive ของสิงคโปร์ให้เค้าฟัง  บอก Square Enix ไม่มีใครในนั้นรู้จัก ต้องให้อธิบาย
บอกเรื่อง E-magazine จาก Flash มันก็ไม่รู้จัก
ไม่รู้ว่าพวกมันรู้จัก Adobe หรือเปล่าด้วยซ้ำไป
เเล้วองค์กร ซีบร้า เนี่ยะ ถามผมว่าผมมาช่วยทำไม จะเอาหน้าเหรอ 
"ผมบอกได้เลย ว่า เปล่า เพราะผมเองเเม้ไม่ได้รวยล้นฟ้า เเต่ก็ไม่จำเป็นต้องเอาเงินภาษีประชาชนมายำ เพราะงาน Event ที่มันจัดฉิบหายไปหลายปีนั้น  คนที่เสียผลประโยชน์ที่เเท้จริง คือ น้องๆ รุ่นใหม่  ผม เเละคนทำงานในอุตสาหกรรม ไม่ใช่พวกมัน ที่เป็นที่ปรึกษา เป็นบอร์ด นั่งบริหารเอาเงินภาษีประชาชนมาทำ ฉิบหายเท่าไรก็ได้ ฉันไม่เเคร์ เหมือนยกตัวอย่างรัฐบาลที่บริหารประเทศผิดพลาด พวกมันจนที่ไหนกัน มีเเต่ประชาชน เท่านั้นเเหล่ะที่รับเคราะห์  "
เเล้วสิ่งที่พวกนี้ Happy หรือเข้าใจด้านงาน CG นั้น จะออกไปเเนว 3D อย่างเดียวเลย เช่น การ์ตูน3D หนัง เกมส์ เพราะเค้าคิดว่า งาน Illustrate 2D นี้ไม่สามารถทำเงินได้เท่ากัน  + ไม่รู้จักด้วยซ้ำ เพราะอย่างที่กล่าวไป ทะลึ่งเอาที่ปรึกษาจบ IT มาสิ่งที่เค้า Fascinated ก็จะเป็น ไอ้พวก อุปกรณ์มากกว่าชิ้น งานเเบบว่า เห็น ไอ้ตัวปุ่ม โมชั่น Capture ก็ โอออ  เเล้วประมาณนั้น 
เเล้วไอ้พวกนี้ มันมี กะลาครอบอยู่ที่หัว ไม่ได้ดูเล้ยยยย ว่าเพื่อนบ้านเค้าไปถึงไหนเเล้ว [เห็นเเม่งเอาเงินบินไปดูงานตั้งเยอะเเยะ] ตลกมากทะลึ่งประกาศตัวเป็น Hollywood of Asia ผมนอนขำกลิ้ง ลิงขี่ตูดหมา มาหลายรอบเเล้ว ไม่ใช่ว่าเราทำไม่ได้นะ เเต่ที่มันประกาศไปกับสิ่งที่เค้าทำนั่นน่ะ อย่าว่าเเต่ Hollywood เลย Bollywood ก็ไม่ถึงน่ะ เพราะตอนนี้ ผมเพิ่งได้ โปสเตอร์โปรโมตงาน  CGoverdrive 2008   มาจาก สิงคโปร์[ จิงๆมันออกมาตั้งเเต่งาน CGoverdrive 07 จบเเล้ว ] เค้าเขียนไว้เลยว่า ASIA's LAGEST COMPUTER GRAPHIC EVENT  14-20 June 2008   คือ ไม่ได้ชอบไอ้สิงค์ มันเลยนะ ผมน่ะชาตินิยมเหมือนกัน เเต่พอดู ก็รู้เเล้ว ว่าเค้าเตรียมงานกันข้ามปี ในการโปรโมต การซื้อสื่อ  ของเราเเม่งลงสื่อโปรโมต เดือนเดียวก่อนงาน เอากับเค้าสิ ................


นี่สิ่งที่เเพล่มให้ฟังนี่ เป็นเเค่ส่วนนิดเดียวเท่านั้นเองนะครับ เอาไว้วันหลังระดมคนได้เเล้ว จะไปจัดปราศรัยที่สนามหลวงให้ฟัง เดี๋ยวหาผ้าคาดหัว เเล้วชวนพี่ฉึ่งไปด้วย 5555+  :02:


9pom

โอ๋ะ เล่มนี้มีพูดแบบนี้ด้วยเหรอ งั้นน่าสนใจแล้ว ไอ้เราก็อยากรู้จักคุณสกาลมากขึ้นเหมือนกัน เพราะได้ยินแต่คน(ที่ผมรู้จัก)บอกว่าค่อนข้างself แต่งานเขาสุดยอดมาก :12:

อีกอย่างเรื่องที่ว่า คนไทยยังมองงานพวกนี้เป็นการค้ามากเกินไป 3D=ของแปลกใหม่=เงิน และยังคิดว่ามันทำได้ง่าย ใช้เวลาน้อย ซึ่งเป็นเรื่องหนักใจของคนทำงานด้านนี้ บางคนจบมาฝีมือดีมาก แต่โดนกระแสสังคม(ไทย) กลบไฟซะมอดไปภายในไม่กี่ปี

เคยทำงาน presentation ของรัฐบาล อยู่ช่วงหนึ่ง มันประชุมกันแบบ.....ผ่านไป 3-4 เดือนก็ยังคงพูดวนอยู่ที่เดิน พอใกล้จะส่งก็รีบโยนงานมาให้ มีเวลา 1 อาทิตย์ ให้ที่ 3D Presentation งาน TAM ปีที่เป็นไก่ มันอยู่หน้าทางเข้าไม่รู้มีใครเคยเห็นมั้ย คนทำแทบกระอักถึงจะมีโมเดลไอ้ไก่บ้านั่นมาให้ แต่ก็ต้อง animte ต้อง render ต้อง composite ให้เสร็จ ภายใน 3 วัน แล้วเอาไปใส่เสียง ซึ่งตอนอัดเสียงที่บริษัทก็เป็นแบบคร่าวๆใช้พนักงานอัด เสียงมันจะมีซ้อนกันบ้าง ด้วยความรีบที่ต้องส่งให้ทันเวลา ที่เขาจะเอาไปใส่เสียง แต่พอวันงาน เขาก็ใช้เสียงที่อัดมั่วๆนี่แหละ ไม่ได้แก้อะไรเลย....ตอนนั้นจำได้ว่าผมได้กลับบ้านเช้าวันปีใหม่แบบมึนๆ(เริ่มทำงานนี้ประมาณวันที่ 26หรือ28ธันวาคม นี่แหละ) :39:

งานก็ออกมาแบบเผาสุดๆ ไม่กล้าไปอวดใครว่าเราทำนะ แล้วมันก็มีแบบนี้มาอีกเรื่อยๆ อีกหน่อยคงเป็นแบบแม็คโดนอล ให้โปรเจ็คมาแล้วกดปุ่มจับเวลา รอรับงานได้เลย "เอ้า Presentation 2 ที่ เอาแบบร้อนๆนะ....." :08:

บ่นมากอีกแล้ว เอาเป็นว่าเล่มนี้ซื้อครับ เดี๋ยวไปหาซื้อก่อนแล้วค่อยมาบ่นต่อ :42:

ปล. แอนถ้ามันแรงไปก็ลบได้นะ กลัวโดนอุ้มว่ะ :44:

ยุนเอ



โอ๊ะ เล่มนี้สัญญาว่าจะซื้อครับ ชอบเรื่องเกี่ยวกับการเมือง   :25:

ฟังดูแล้ว มันช่าง.... น่าอ่านเสียจริงๆ ประเทศไทย  :43:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines