cluster - grid - load balance

เริ่มโพสต์โดย นายโอ้เอ้, 30 มี.ค. 2007, 02:52 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

นายโอ้เอ้

http://en.wikipedia.org/wiki/Cluster_computing

http://en.wikipedia.org/wiki/Grid_computing

http://en.wikipedia.org/wiki/Load_balancing_%28computing%29

:08:

ใครที่พอเข้าใจพวกนี้บ้างครับ
พอจะสรุป concept ของการทำงานแต่ละประเภทให้หน่อยได้มั้ย
ข้อดี ข้อเสีย ความต่างของแต่ละอัน

หรือใครพอจะทราบแหล่งหาข้อมูลพวกนี้บ้าง
ได้ภาษาไทย หรือ ภาษาอังกฤษที่อ่านเข้าใจง่ายจะดีมากครับ

ขอบคุณครับ :46:

Today you , Tomorrow me.

ยุนเอ

#1

คลัสเตอร์ แบ่งการทำงานเป็นส่วนๆครับ แยกจากกัน  :25:

นิยมใช้คู่กับ load balancing เพื่อกระจายงานให้เท่าๆ กัน

แต่บางทีก็แยกคลัสเตอร์เอาไว้เพื่อกันการล่มของ server โดยต้องแบ่งส่วน hardware ด้วยนะครับ

ส่วน grid คือการช่วยกันประมวลผล เหมือนกับ เอาคอมร้อยเครื่องเชื่อมต่อกันผ่านเนตเพื่อกระทำการต่างๆ
เท่าที่รู้ นาซ่า ใช้กริดนี้ละครับ ประมวลผลอะไรซักอย่างแบบเว่อร์ๆ  :42:

โดยเสมือนใช้ cpu ร่วมกันมีการกระจายงาน (load balancing)

http://pumbaa.coe.psu.ac.th/webboard/reply.php?forum_id=1&topic_id=19038
ของ grid นะครับ

คร่าวๆ ประมาณนี้ครับ ฟังไอแม้ว กับพองเพื่อนบ่นกรอกหู ทุกวัน  :42:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

โตน


ตามไอเปี๊ยว่าเลยครับ
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 30 มี.ค. 2007, 02:59 น.
แต่บางทีก็แยกคลัสเตอร์เอาไว้เพื่อกันการล่มของ server โดยต้องแบ่งส่วน hardware ด้วยนะครับ อันนี้หน้าที่หลักของ คลัสเตอร์ เลยนะ โดยพยายามแบ่งทาง hardware เป็นสองส่วนอย่างน้อย แยกออกจากกันโดยชัดเจน ซึ่งหากส่วนใดส่วนหนึ่งล่มไป อีกส่วนจะยังทำงานทดแทนได้ไม่มีผลกระทบกับระบบหลัก ซึ่งเราอาจ config พวกนี้ให้เป็น load balance หรือ เป็น standby ก็แล้วแต่กรณีครับ
E entao pergunta Se eu estou em paz E eu digo sim, i feel wonderful tonight

蓝月 (lán yuè)

พี่มหาลัยผม พี่มหาลัยโผ้มมมม :25: :25: :25:

ไม่รู้อะไรหรอก แค่อยากมีส่วนร่วมเฉยๆ  :25:
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

ลุงซัน

#4
ถ้าแบบสรุปๆก็ประมาณข้างล่างครับ(หลังๆไม่ค่อยกล้าเขียนข้อความยาวๆกลับมาอ่านเองยังงงๆ-สงสัยเริ่มสบสนกับชีวิตเมื่อ thesis จะสอบวันที่ 10 เมษา)

1.cluster ใจความหลักจะเน้นที่ทำงานอย่างเดียวกัน ทำบน LAN มักใช้ storage ร่วมกัน(จะเป็น NAS หรือ SAN ก็ได้) มักจะเริ่มจาก 2 เครื่อง(ใน link ที่คุณโอ้เอ้แปะไว้ก็มีพูดถึง)
ตัวอย่างเช่น
ต้องการ email server 2 ตัวทำงานร่วมกัน(ใช้ storage ที่จะเก็บ email ร่วมกัน) จะมี mode ต่างๆดังนี้ active-standby (ตัวหนึ่งทำงาน อีกตัวอยู่นิ่งๆเพื่อรอทำงานเมื่อตัวแรกไม่ทำงาน) หรือ mode active-active (ซึ่งอันนี้มักช่วยกันทำงาน จึงมักทำเป็น load balance ด้วย) เริ่มจาก 2 เครื่องแต่จริงๆมีกี่เครื่องก็ได้(มีเป็นร้อย เป็นพันเครื่อง .. เป็นหมื่นเครื่องยังไม่เคยเห็น)

2. grid มี concept เช่นเดียวกับ cluster แต่มักเป็นลักษณะ peer to peer ไม่จำเป็นต้องมี share storage หรือ อยู่บน LAN และข้อดีอีกอย่างก็คือเป็น hardware/software/OS ใดๆก็ได้(cluster มักทำบน hardware/OS ที่เหมือนกัน) ด้วยข้อดีของ grid ทำให้เกิด node ต่างๆได้ทั่วโลกจนมักพูดกันว่า grid จะมาแทน super computer
ตัวอย่าง(ที่ดัง)ก็คือ SETI@home
มีข้อมูลภาษาไทยที่นี่ http://kitty.in.th/index.php?room=article&id=91
การที่ grid computing สามารถกระจายได้ทั่วโลก ทำให้เครื่องที่นำมาทำ grid computing อาจมีระดับแสนเครื่อง

3. load balance ก็ตามชื่อเลยครับ ต้องการแบ่งภาระไปให้เครื่องต่างๆ(มีหลายเครื่องทำงานช่วยกัน) ภาพของ load balance กับ cluster นั้นคล้ายกันจนหลายๆครั้งนึกว่าเรื่องเดียวกัน แต่ถ้านึกถึง web server หลายๆตัวมารับงาน(ไม่จำเป็นต้องทำ cluster) มี server หลัก(load balancer)ค่อยจ่ายงานให้แต่ละ server เราจะนึกภาพได้ง่ายขึ้น(ผมเคยอ่านวิธี implement hotmail เมื่อหลายปีก่อน มี server ทำ web mail หลายพันเครื่อง) เทคนิคเริ่มต้นของ load balance คือการทำ DNS round robin(วิธีนี้ไม่ต้องมีตัวจ่ายงาน[load balancer) การทำงานคือ
- client แรก เรียกใช้งาน http://f0nt.com จะไ้ด้ IP เป็น 203.150.231.25
- client ที่สอง เรียกใช้งาน http://f0nt.com จะไ้ด้ IP เป็น 203.150.231.26
- client ที่สาม เรียกใช้งาน http://f0nt.com จะไ้ด้ IP เป็น 203.150.231.27
...
...
ด้วยเทคนิค(ง่ายๆ)นี้ก็สามารถทำ load balance ได้(เมื่อหลายปีก่อนเช่นกัน ผมลองดู DNS ของ microsoft ปรากฏว่าเขามีเครื่องทำ http://www.microsoft.com ทั้งหมด 78 เครื่อง)
ส่วน load balanced หลังๆเริ่มเก่งขึ้นมาก เช่น network load balancer,application load balancer,protocol load balancer ... มากมายแล้วแต่อยากจะแบ่งภาระเรื่องอะไร

ว่าจะไม่ยาวก็ยาวจนได้  :07:
(ถ้ามีตรงไหนไม่เข้าใจ ก็ถามได้แล้วกันนะครับ)

--------------------------------------
ข้อเปรียบเทียบอ่านได้ที่นี่ครับ
http://knowledge.eduzones.com/knowledge-2-8-36493.html
(ชื่อคนเขียน 3 คน ในบทความน่าจะเป็นนักศึกษา แต่เท่าที่พอรู้คนเขียนคนแรกไม่ใช่)

--------------------
ขอเติมอันนี้นิดครับ
"แบ่งการทำงานเป็นส่วนๆครับ แยกจากกัน" มักจะเป็น parallel computing ไม่ใช่ cluster
http://www.thaibuddy.com (ฟรีดิกชันนารี่ ชี้แล้วแปล)
ผมรู้เล็กน้อย

icez

ปัจจุบันผมก็ทำ load balance อยู่ครับ
แต่เป็นระดับเล็กๆ ไม่ถึงขั้นที่ว่าใช้สิบเครื่องหรอก
สองสามเครื่องเอง - -'
ปวดหัวกับมันมาก เพราะยุ่งยากกว่าธรรมดาเยอะเลย

แต่ไอ้ grid กับ cluster นี่ไม่คิดจะยุ่งซักเท่าไหร่ :39:

นายโอ้เอ้

ขอบคุณทุกคนครับ

วันหนึ่งอยากจะลองทำดูหน่ะครับ ถ้ามีคนหลงกลลงทุนให้ทำระบบ  :30:
Today you , Tomorrow me.

ลุงซัน

#7
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 01 เม.ย. 2007, 21:15 น.
ขอบคุณทุกคนครับ

วันหนึ่งอยากจะลองทำดูหน่ะครับ ถ้ามีคนหลงกลลงทุนให้ทำระบบ  :30:

ถ้าอยากลองทำเดี๋ยวนี้ลงทุนน้อย(มาก)
ถ้า
1. ซื้อ netwok attatch storage(NAS) ราคาถูกๆ(เปิดวารสารคอมฯ)เดี๋ยวนี้มีี้ขายหลายตัว(ที่มองเป็น HD external ต่อ network ได้นั้นแหละ) ส่วนเครื่องรุ่นไหนก็ได้(ถ้า MS ก็ win2k ไม่ก็ win2003,ส่วน linux ก็ virtual Server,Beowulf ไม่ก็ MOSIX..etc)
http://en.wikipedia.org/wiki/Computer_cluster
2.opensource ตรึม ไม่ก็ร่วม SETI@home ก่อนก็ได้
3.load balance ใช้แค่เครื่อง (ข้อมูลก็ตาม link ในข้อ 1) ใช้ windows ทำ network load balance,applications(component) load balance ก็ได้(ถ้า windows 2003 จะืืทำได้มากขึ้น เช่นรวม bandwidth เข้าหากัน)

เสี่ยโอ้เอ๋ ปิดร้านวันเดียวก็เล่นได้แล้ว  :35:
http://www.thaibuddy.com (ฟรีดิกชันนารี่ ชี้แล้วแปล)
ผมรู้เล็กน้อย

นายโอ้เอ้

ยังกัดก้อนเกลือจิ้มแกลบอยู่เลยครับ  :47:
Today you , Tomorrow me.

iannnnn

http://www.narisa.com/forums/lofiversion/index.php?t6466.html
พอดีต้องเข้าไปยุ่งแบบผิวๆ เลยได้ไอ้นี่มาอ่านอีกหน่อย :08:

นายโอ้เอ้

อะไรไม่รู้ แต่ดูแล้วเท่ดี

http://observer.thaigrid.or.th

Today you , Tomorrow me.

|<3N

^
^
พลูโตไฟลุกที่สุด :30:
สะพรึบสะพรั่ง ณหน้าและหลัง ณซ้ายและขวา ละหมู่ละหมวด ก็ตรวจก็ตรา ประมวลกะมา สิมากประมาณ

ลุงซัน

อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 04 เม.ย. 2007, 00:39 น.
http://www.narisa.com/forums/lofiversion/index.php?t6466.html
พอดีต้องเข้าไปยุ่งแบบผิวๆ เลยได้ไอ้นี่มาอ่านอีกหน่อย :08:

ในหน้านั้นมีคนชมว่าอธิบายได้ clear แต่สำหรับผมมันยังคลุมเคลือ(แต่ก็ไม่ได้หมายถึงของผม clear กว่านะ แค่วิจารณ์เท่านั้น ซึ่งแน่นอนก็คงมีคนวิจารณ์ของผม  :43:
1.เพราะที่เขาอธิบายว่า "คือการทำ Replication โดยในแง่ของ Web Application คือการทำ Session" มันก็คือ load balance ประเภทหนึ่ง
ประโยคนี้ "ทำให้ไม่ว่า User เข้าไปใช้งานใน Server เครื่องใดก็จะมี Session ของ User อยู่ด้วยเสมอ" เป็นการบอกว่าเป็น load balance มากกว่า cluster
2. ข้อที่บอกว่า load balancer มี failover ก็กลับเป็นของ cluster มากกว่า เพราะ load balancer ไม่จำเป็นต้อง failover(เสียก็เสียแรงไป 1 แรง ไม่จำเป็นต้อง failover) .. failover จะมีสัญญาร heartbeat

ดูรูป heartbeat ได้ที่นี่ครับ



ส่วนตัวผมแปลศัพท์คำนี้ว่า "ถ้าหัวใจฉันเต้น แสดงว่าเธอยังมีฉันทำงานเคียงข้างเธอ" เธอในที่นี่อาจไม่ต้องทำงานก็ได้(standby mode) ซึ่ง load balance ไม่ใช่หัวข้อนี้(ขอมีเราร่วมแรงร่วมใจกันก็พอ สำหรับ load balance)

คำว่า cluster แปลว่ากลุ่ม แต่มักเริ่มจาก 2 เครื่อง
http://www.thaibuddy.com (ฟรีดิกชันนารี่ ชี้แล้วแปล)
ผมรู้เล็กน้อย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines