โครงงานสอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า

เริ่มโพสต์โดย iSharp, 06 ม.ค. 2007, 21:01 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

จักรี

ผมบวชทีเป็นสิบๆ หม้อยังไม่คุย
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

iannnnn


เก้อ

ผมเฉยๆนะ

แค่คันคะเยอกับก็อปปี้รองที่ว่า
ครั้งหนึ่งในชีวิต แม่ดีใจน้ำตาไหล ที่เห็นลูกชายห่มผ้าเหลือง
อะไรทำนองนี้ ผมกำลังนึกอยู่ว่า มันกระทบใจสังคมหรือกลุ่มเป้าหมาย
ถึงใช้เป็นก็อปปี้รอง ติดเต็มทุกหนแห่ง จริงๆก็เป็นข้อเท็จจริงที่สังคมไทยเป็นล่ะนะ
แต่มันทรงพลังขนาดใช้โฆษณาขนาดนี้ มันทำให้ผมคิดว่า
เออ แล้วทำไมแม่ต้องร้องไห้ เวลาลูกชายบวชด้วย

เป็นคำถามที่สำคัญเหมือนกันนะครับ ถ้ามันมีพลังขนาดนี้เนี่ย
เพราะศรัทธาในศาสนา และดีใจที่ลูกได้สืบทอดศาสนาหรือเปล่า (ไอเดียหลักน่าจะเป็นอันนี้ใช่ไหม)
ปกติที่แม่ดีใจร้องไห้ที่ลุกชายบวชนี่เพราะอะไรหรือครับ อันนี้สงสัยจริง ไม่ได้แฝงอะไรทั้งนั้น

ตำรามาร์เก็ตติ้งไทย มีคำว่ากตัญญูมาร์เก็ตติ้งด้วย
อย่างแบรนด์ นำ้ขิง อะไรจำพวกนี้ ของที่ลูกหลานซื้อให้พ่อแม่ญาติผู้ใหญ่
จำเป็นต้องมีมาร์เก็ตติ้งนี่อยู่ แคมเปญนี้ก็เหมือนกัน



I ROCK , THEREFORE I AM

iannnnn

ก็ถูกแล้วนี่ครับ
จะบอกว่าแม่ดีใจน้ำลายไหล มันก็ไม่ใช่ละ

เก้อ

I ROCK , THEREFORE I AM

เดอะบุ๋ม


นักศิลปะ

แอนมาช่วยจักรีตบมุกได้ถูกจังหวะ :45: :22:

การบวชของธรรมกาย เป็นการตลาดชั้นเซียนเลยนะครับ
มาการแต่งเพลงเลียบแบบ น้าแอ๊ดด้วย คนร้องเสียงเหมือนน้าแอ๊ด มาก
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

จักรี

#2167
จริงๆ การบวช กลายเป็นสัญลักษณ์ของการจะทำดีที่ทุกคนในสังคมมองเห็นเป็นธีมเดียวกัน
 ดังนั้น  อะไรที่จะเป็นสัญลักษณ์บอกได้ว่าทำดีเพื่อใครได้ดีเท่าการบวช ผมยังไม่เห็น
ผมบอกว่าผมเป็นคนดีของสังคมเพื่อแม่ เวลาพูด แม่ไม่ซึ้งหรอก จนกว่าจะทำ
แต่ เวลาบอกว่าบวชเพื่อแม่นี่ ซึ้งตั้งแต่พูดเลย  บวชกลายเป็นสัญลักษณ์ของการทำดีที่ทุกคนนับหน้าถือตา...  
ส่วนหลังจากบวชไปแล้วเกิดอะไรขึ้นนั่นอีกเรื่องนึง


ปล.อีกอย่างที่อาจจะซึ้งได้ คงเป็นเพราะว่าการบวชนั้นนัยคือการสละแล้วซึ่งโลกภายนอก  
คนมองคนจะบวชจึงกลายเป็นเชิงบวกเพราะบวชไม่มีผลประโยชน์ทางโลกให้คิดลบ
ไม่เหมือนเป็น ตำรวจ เป็นทหาร ถึงจะตั้งใจเป็นตำรวจที่ดีแต่ก็ไม่ซึ้งเท่า

แต่สมัยนี้ผลประโยชน์ทางโลกเข้ามาเกี่ยวข้องวงการพระมากขึ้น ความซึ้งอาจจะลดน้อยลง
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

iannnnn

เฮ้ย นั่นไม่ใช่เสียงน้าแอ๊ดหรอกเหรอ :0705:

JΛNΣ

แต่งหน้าแต่งตัวเหมือนด้วยนะ   :58:


ไม่มีอะไรดูก็กดไปดูธัมชโยนะจ้ะบ้างเหมือนกัน
มีลูกรับสาธุ มีเพลงปลุกใจเป็นช่วงๆ ด้วย ฮาดี :30:

นักศิลปะ

อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 04 ก.พ. 2010, 20:03 น.
เฮ้ย นั่นไม่ใช่เสียงน้าแอ๊ดหรอกเหรอ :0705:

ถ้าไม่ผิด คิดว่าไม่ใช่ครับ
รอชาร์ป มาตอบ
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

iSharp

ยังไงก็ไม่ใช่ครับ
แต่พี่คนนี้แกร้องเสียง ก๊อตจักรพรรณกับพี่เบริ์ด ได้เหมือนโคตรๆอีกด้วย


ปล.ไม่ได้ดู DMC มาตั้งแต่เทอม 1 รู้เรื่องน้อยมากตอนนี้
รู้ว่างานบวชมีพรุ่งนี้และต้องไปถ่ายรูป  :3005:
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

Romzaikyu

หน่วยงานประสาสัมพันธ์ของวัดพระธรรมกายนี้ฝีมือเยอะครับ
ดูปริ้นท์แอดหลายตัวสวยมาก ถึงเนื้อหาจะตะขิดตะขวงใจอยู่บ้าง
เรื่องเพลงนี่ จำได้เลาๆ ว่าได้ฟังเพลง"หล่อ ยังไงก็หล่อ....."
พอตบท้าย "เรามาหล่อพระประจำตนกัน" ฮาแตกเลย  :30: :30:

จักรี

อ๋อ ตอนนี้เขากำลังประชุมดาวน์ไลน์กันใช่มั้ย  :37:
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

Dayight

ผมขอเปิดประเด็นใหม่(แต่เก่าแล้ว)

_ttp://www.samyaek.com/board2/index.php?topic=1286.0

อ้างอิง

              การที่ พระเกษม อาจิณณสีโล ได้เพียรพยายามพร่ำสอนพุทธศาสนิกชนให้เข้าถึงหลักคำสอนของพุทธศาสนาตามพระไตรปิฎก ด้วยวิธีการที่สั่งสอนศิษย์ภายในวัด โดยติดป้ายห้ามกราบพระพุทธรูปและต่อมาก็ได้ใช้เท้าเหยียบที่ฐานและตบหน้าพระพุทธรูปออกโทรทัศน์ก็เพื่อเป็นการประกาศย้ำให้พุทธศาสนิกชนที่สนใจในคำสอนของพระพุทธเจ้าซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศและมีอยู่ในหลายๆประเทศทราบว่า   พระพุทธรูปนั้นไม่ใช่ตัวแทนและไม่ใช่พระพุทธเจ้าแน่นอน    เพราะถ้าเป็นพระพุทธเจ้าพระเกษม อาจิณฺณสีโล  ย่อมมิบังอาจที่จะกระทำการเช่นนั้น   และการกระทำเช่นนั้นก็เป็นเพียงกุศโลบายเพื่อที่จะเป็นสื่อการสอน และใช้สอนลูกศิษย์และคนทั่วไปให้เกิดความรู้ว่า อย่ายึดติดในรูปลักษณ์หรือรูปร่างหรือวัตถุที่สมมุติหรือสร้างขึ้นมา  อย่าหลงงมงายขอความช่วยเหลือในวัตถุที่คนสร้างขึ้นมา แม้สิ่งที่มองเห็นอยู่ตรงหน้านี้ก็ไม่ใช่พระพุทธเจ้าที่แท้จริง แม้แต่รูปร่างหรือรูปลักษณ์ก็ไม่ใช่ แต่สิ่งที่เห็นอยู่นี้เป็นสิ่งที่มนุษย์สมมุติสร้างขึ้นมาใช้อ้างแก่คนทั่วไปให้เชื่อว่าเป็นรูปร่างของพระพุทธเจ้า และใช้เป็นที่พึ่งในยามอ่อนแอ ท้อแท้ สิ้นหวัง แต่ก็มีการแอบแฝงไว้ด้วยผลประโยชน์ เพื่อเป็นช่องทางการทำมาหากินของกลุ่มคนบางกลุ่ม ดังนั้นพระเกษม อาจิณฺณสีโล จึงสั่งสอนเรื่อง ความดีและการเป็นคนดีอันเกิดจากการปฏิบัติของตัวเราเอง และให้ยึดคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่ทรงสอนให้มีสติ รู้จักใช้สติในการพิจารณา พร้อมกับให้ยึดถือในพระธรรมวินัยคือคำสอนของพระพุทธเจ้าเท่านั้น อันเป็นหนทางที่จะช่วยให้พ้นทุกข์ที่แท้จริง แม้แต่ตัวของพระเกษม อาจิณฺณสีโลเอง   ท่านก็ไม่ได้สอนให้ผู้ใดยึดท่านเป็นที่พึ่ง  หากศิษย์คนใดมุ่งจะยึดพระเกษม อาจิณฺณสีโล เป็นที่พึ่งศิษย์คนนั้นก็จะถูกตำหนิและปฏิเสธจากท่านทันที  ดังนั้นการตั้งข้อกล่าวหาว่า พระเกษม อาจิณฺณสีโล  กระทำการดูหมิ่นพระพุทธรูปที่เป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้าและบิดเบือนหลักคำสอนทางศาสนา จึงเป็นการกล่าวหาที่เลื่อนลอย ไม่มีหลักฐานที่เป็นพุทธพจน์ประกอบแต่อย่างใดเลย เป็นข้อกล่าวหาที่ไม่คำนึงถึงหลักพระธรรมคำสอนในพุทธศาสนาอีกด้วย



สำหรับผม

พระเกษมมีทั้งส่วนถูกและส่วนผิด

ถูกในแง่ที่สอนถึงแก่นแท้ของพุทธศาสนา ว่าไม่ให้ยึดติดสิ่งใด (ทุกสิ่งเป็นอนัตตา)
ทำให้นึกถึงอิทธิปาฏิหาริย์ ของพระเครื่องทั้งหลาย  ซึ่งเป็นสิ่งหล่อหลอมความศรัทธากับความงมงายเข้าด้วยกัน
การทำบุญคราวละมากๆ เพื่อสิ่งนั้น เพื่อสิ่งนี้ 
ผมชอบนะ

แต่พระเกษมเล่นกับจิตใจคนเกินไปหรือเปล่า สิ่งที่เป็นความเชื่อและศรัทธา หักดิบแบบนี้ ผลที่ตามมาก็สูง


คนอื่นๆคิดเห็นอย่างไรกันบ้างครับ
กินรอบวง

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines