โครงงานสอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า

เริ่มโพสต์โดย iSharp, 06 ม.ค. 2007, 21:01 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

м ii м

กำลัง มองหา กจ เกี่ยวกับวัดธรรมกาย พอดีเลย

ไม่เคยคิดว่าจะมีวัดไหนที่ทำให้เกิดความรู้สึก.......ได้ขนาดนี้

วันงานศพคุณตา ไม่รู้ว่าทางวัดรู้ได้ยังไง ว่าคุณยายได้เงินช่วยงาน
จากกลุ่ม(หรืออะไรซักอย่าง)ที่ตอนคุณตาทำงานเก็บสะสมเงินไว้
แล้วก็มีคนจากวัดธรรมกายมางานศพ เพิ่งเคยเห็นคนมางานศพแต่มาขอตังค์ทำบุญ

ก่อนหน้านี้ ทางวัดเอาเครื่องเล่น dvd มาขายราคาตั้งหลายหมื่นกว่า
เอาอะไรต่อมิอะไรก็ไม่รู้มาขายเยอะแยะไปหมด เราก็ไม่เคยรู้สึกแย่ๆได้ถึงขนาดนี้

แล้วช่วงนี้คุณยายไม่สบาย แต่ไม่เคยเห็น คนไหนจากวัด เคยมาเยี่ยมเลย

แถมเพิ่งมารู้ว่า คุณยายไปซื้อ"ยาบำรุง" พี่เลี้ยงบอกอย่างนี้
ขวดเท่ายาหยอดตา มีน้ำสีใสๆข้างใน ด้านนอกขวด มีแปะ อย อยู่แค่นั้น
แต่ไม่มีรายละเอียดอะไรอีกเลย ราคาเป็นพัน
พี่เลี้ยงบอกว่า คุณยายจะหยดลงน้ำ2-3หยด แล้วก็ดื่ม

ไม่เข้าใจเลยจริงๆ แถมคุณยายเคยมาคุยครั้งนึง ที่ทำให้รู้สึกว่าแย่มากๆก็
คุณยาย : "มิ้ม ทำบุญกับยายไหม"
มิ้ม : "ทำค่ะ" ว่าแล้วก็หยิบแบงค์100ออกมายื่นให้คุณยาย
ุคุณยาย : "ไม่ทำอีกหรอ วัดนี้เค้าบอกว่า ยิ่งทำมากก็ได้มากนะ"
มิ้ม นึกในใจ ทำบุญแล้วคิดแต่ว่าอยากได้บุญเยอะๆ อย่างนี้เค้าเรียกว่าทำบุญเหรอ
แล้วยังเคยเห็นคุณยายถามแม่ว่า "สร้างพระไหม องค์ละหมื่น มีแกะชื่อไว้ที่ฐานพระด้วยนะ"
แม่ : "แล้วเค้ามาแกะให้ดูรึเปล่า"
คุณยาย  : "เปล่า"
แม่ : "แล้วจะรู้ได้ยังไงล่ะ ว่าเค้าแกะให้จริงรึเปล่า จะมีชื่อเรารึเปล่า แล้วถ้ามีจะรู้ได้ยังไงว่าองค์ไหน ตั้งอยู่ไหน ให้ไปเดินหาเองเหรอ?"
คุณยาย : "ไม่รู้" แต่คุณยายก็ทำไปหมื่นนึง

ไม่รู้ว่า ช่วง4-5ปีที่แล้ว ที่วัดนี้มาหาคุณยายทุก2-3อาทิตย์ มาทำอะไรบ้าง
รู้แต่ว่า ตอนนี้ คุณยายเปลี่ยนไปเยอะ จากที่เคยเป็นนางพยาบาล เป็นคนรอบคอบมากๆ


ปล. เปิดอ่านคร่าวๆแล้ว รู้สึกอยากเล่าสู่กันฟังบ้าง
อยากให้คอยอยู่กับญาติผู้ใหญ่บ้าง ไม่อยากให้เจอแบบเดียวกันนี้เลยค่ะ

ปล.2 เพิ่งรู้มาจากรุ่นพี่เมื่อกี้ ว่าไอ้น้ำนั่น เค้าเรียกกันว่า"น้ำอัมฤทธิ์" :41:
       ấ  Łí††lè  Ģ!яŁ  ïй  †hε  Łì††lé  ω✪яŁ₫

ยุนเอ



วัดไม่ได้โฆษณานะ

แต่ทำไมมีคนเชื่อขนาดนี้ละเนี้ย

ต้องลองกลับไปทบทวนดูแผนการตลาด หรือแผนการเผยแพร่ศาสนาแล้วละครับ

ว่ามันหมายความว่าอย่างไร ?

...
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

TangMo

จักรีถามไ้ด้ดีมากเลยครับ (เยอะดี)  จะค่อยๆตอบทีละประเด็นนะครับ (ถ้าประเด็นไหนไม่ได้ตอบโปรดถามใหม่นะครับ)  :33:


อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 23 พ.ค. 2007, 22:53 น.

ขอหัวเราะกับการได้ยินมาหน่อยครับ  หลักฐานขนาดนั้น นะเหรอ เขารุ้กันทั้งบ้านทั้งเมืองแล้วน่ะครับ ผมคงไม่ต้องหามาให้ดูนะครับ.....เพราะไม่รู้จะไปหาที่ไหน  :31:  ถ้ามันปลอมจริง ก็ต้องมีคนออกมาแถลงข่าวแล้วครับ เรื่องแบบนี้คนให้ความสนใจกันทั้งประเทศนะครับอย่าลืม  ไหนๆก็ไหนๆแล้ว  งั้นถามต่อเลยนะครับ เรื่องความบริสุทธิ์ของ เจ้าอาวาทธรรมกายเนี่ย 

ถ้าพูดก็หาว่าร้อนตัวผิดจริง  พออยู่เฉยๆก็หาว่ายอมรับผิดจริง ก็ไม่รู้จะทำยังไงครับ ยิ่งพูดยิ่งมากความ ให้เขามาพิสูจน์ที่วัดดีกว่าครับ บางสิ่งบางอย่างนิ่งดีกว่าครับ



อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 23 พ.ค. 2007, 22:53 น.

      เริ่มเป็นข้อๆเลยนะครับ   
                     -กรณียักยอกทรัพย์เนี่ย คุณแตงโมคิดเห็นว่าไงบ้าง  ในเมื่อ ศาลก็ได้ตัดสิน
ไปแล้วว่ามีความผิด  สมเด็จพระสังฆราชท่านก็มีพระลิขิตให้อาบัติปราชิก   
หรือถ้า พระลิขิตเป็นเท็จ ทำไม ศาลถึงตัดสินอย่างนั้น 
ถ้าอ้างว่าท่านเจตนาบริสุทธิ์ทำไมปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาเป็น 7 ปี ถึงยอมคืนเงิน...     
เมื่อท่านยอมคืนเงิน ก็แสดงว่าท่านยอมรับว่าผิด  ก็แสดงว่า ท่านมีความผิด 
ถึงท่านจะอ้างว่า เจตนาท่านบริสุทธ์ แต่ท่านก็ได้ทำผิดลงไปแล้ว คืนเงินทำให้ความผิดหายไปได้เหรอ? 
แล้วแบบนี้ คือผู้ที่บริสุทธิ์ ที่สมควรแก่การสักการะหรือป่าว ?

สมัยพระพุทธเจ้าก็เคยโดนใส่ร้ายว่าไปทำนางจิญจมารวิกาื้ท้อง พระองค์ท่านก็ทรงนิ่งไม่โต้ตอบอะไร
ถามว่าที่เค้าใส่ร้ายพระพุทธเจ้า และัชาวบ้านตัดสินว่าพระพุทธเจ้าผิด .... ทำให้ศีลของพระองค์ด่างพร้อยด้วยหรือเปล่า ...... ก็เปล่านะครับ
เพราะฉะนั้นเรื่องของหลวงพ่อเจ้าอาวาสก็เหมือนกัน ท่านโดนใส่ร้่ายโดยที่ท่านไม่ได้ิผิดจริง ถือว่า ท่านผิดศีลด้วยหรือเปล่าครับ ...... ก็เปล่านี้ครับ

ส่วนเรื่องพระลิขิต .... อย่าพูดถึงเลยครับ ไม่รู้ข้อมูลอะไรเลย ได้ยินแต่เขาเล่ามาทั้งนั้น  ... ขอผ่านครับ

ส่วนเรื่องกระบวนการศาล .... ถ้าจักรีเคยขึ้นศาล หรือ มีญาติ คนรู้จักไปขึ้นศาลเนี้ย จะรู้ได้เลยว่ามันเสียเวลามาก ทั้งโจทย์และจำเลย แ่ต่ละสัปดาห์ไม่้ต้องไหนเลยขึ้นศาลอย่างเดียว 
และกระบวนการศาลกว่าจะตัดสินก็นานครับ ใช้เวลาเป็นปี ๆ กว่าจะตัดสินได้ซักคดี แม้จะไม่ผิดก็ต้องรอเป็นปีๆครับ พอสุดท้ายศาลมาบอกว่าถ้ายอมคืนเงินจะพ้นความผิด
เพื่อที่จะไม่ต้องมาเสียเวลาเป็นปีๆ เสียเวลาบำเพ็ญสมณะธรรม เสียเวลาทำงานพระศาสนา ท่านก็ยอม เืพื่อให้เรื่องมันจบๆไปเสียที

แล้วถามครับว่า คนที่ยอมคืนเงินของตัวเองนี่ผิดเหรอครับ เพราะสาธุชนที่มาวัดพระธรรมกายเวลาเค้าทำบุญ ถวายปัจจัย เค้าถวายหลวงพ่อท่านเป็นการส่วนตัว ถ้า่ที่วัดไม่มีหลวงพ่อ ก็ไม่รู้คนจะมาถวายปัจจัยกันมากขนาดนี้มั้ย ในซองปัจจัยที่สาธุชนมาถวายหลวงพ่อก็เขียนไว้ชัดเจนทุกซองด้วยว่า ถวายพระเดชพระุคุณหลวงพ่อเป็นการส่วนตัว แล้วถามว่าเป็นปัจจัยใคร ก็ต้องเป็นปัจจัยของท่านครับ
แล้วท่านเอาเงินนั้นไปไหน ............ ท่านก็เอามาสร้างศาสนสถาน สร้างศาลาจุคนได้เป็นแสน เป็นล้าน
ไว้เป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาไงครับ คนมานั่งสมาธิ ฟังธรรม มารวมตัวกันทำความดี ประกาศคุณยกย่องพระศาสนาจะได้มีสถานที่รองรับชาวพุทธทั่วโลกไงครับ

แล้วถ้าต่อไปท่านละสังขารไป ถามว่าท่านเอาไปได้หรือเปล่า ......... ท่านก็เอาไปไม่ได้
แล้วศาสนสถานนี้ตกเป็นของใครล่ะครับ ....... ก็เป็นของชาวพุทธทั่วโลกที่จะไ้ด้เอาไว้ใช้รวมตัวกันสร้างความดี มานั่งสมาธิพร้อมๆ กันเป็นแสน เป็นล้านคนเพื่อให้เกิดภาพที่ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจ แก่ชาวโลกอีกกว่า 7 พันล้านคน ได้หันมาทำความดีไงครับ เพราะสันติสุขโลก เริ่มต้นจากสันติสุขภายในตัวของเราเองครับ  :33:

แล้วท่านสมควรที่จะกราบไหว้บูชามั้ยครับ .......  :46:

ทองแท้ แม้จะมีคนเอาไปเกลือกกลั้วกับโคลนตมยังไง คุณค่าข้างในก็ยังเป็นทองอยู่ดีครับ   :46:



คิ้วหนาจ้ะ

แล้วเรื่องการแต่งกายของท่านล่ะครับ
แบบนั้นผิดมั้ยฮะ  :09:

TangMo

#1249
กำลังรอคนมาต่อเลยครับ (เบิ้ลไม่ได้เดี๋ยวดามา.... :33:)

อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 23 พ.ค. 2007, 22:53 น.

                     - อันนี้ ความสงสัย เมื่ออ่านพันทิพย์ เห็นเครื่องแต่งกาย ของท่าน แล้วอยากรุ้ว่า
ทำไมท่านถึงต้องแต่งกายแบบนั้น  ถ้าอ้างว่าเพราะอาการป่วย อาการป่วยแบบไหนที่ต้องแต่งกายแบบนั้น
คุณคิดมั้ยว่าอาจารย์ของคุณ ท่านจะบรรลุมรรคผลไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง  ถ้าเป้นอย่างนั้นจริง
แค่โสดาบัญก็หมายถึง อริยบุคคล ซึ่งเป็นบุคลที่เหนือกว่าคนอื่น
การวางตัวที่เหมาะสมก็ต้องเป็นหนึ่งในคุณสมบัติด้วยนะ แล้ว
นี่ คนเขาตั้งข้อสังเกตกันทั้งบางถึงเรื่องเครื่องแต่งกายของท่าน  แบบนี้ คุณไม่คิดเหรอว่า
อริยะบุคคลเขาจะทำให้ชาวบ้านติเตือนกันได้ขนาดนี้เชียวเหรอ   แล้วถ้าไม่ใช่ละ 
แถมมีปัญหากรณียักยอก บิดเบือน อีก แบบนี้ จะเป็นผู้บริสุทธิ์ที่สมควรแก่การสักการะเหรอ........


ขอยืมรุปจากพันทิพย์หน่อยละกัน เห็นแล้วมันสงสัย







ส่วนเรื่องการแต่งกายของท่าน
ขอบอกก่อนนะครับว่า เมืองไทยมีฤดูร้อน กับ ร้อนมาก ....
แล้วอากาศมันร้อนขนาดนั้นทำไมท่านต้องใส่เสื้อแขนยาวด้วย(ที่วัดเรียกอังสะกันหนาว)แถมห่มจีวรคลุมอีกชั้นและใส่ถุงเท้าด้วยครับ อากาศมันออกจะร้ัอนขนาดนั้น  .....  ก็เพราะท่านป่วยไงครับ แม้ร้อนโคตร ท่านก็ยังใส่ ท่านเป็นโรคเบาหวาน เวลาโดนลมแล้วจะหนาวสะท้าน และก็มีอาการที่เท้าด้วยครับ ขาท่านบวม เลือดไม่ไหลเวียน ก็เลยต้องใส่ถุงเท้ากันไว้ก่อน

โปรดทราบนะครับว่า ท่านอายุ 63 ปีแล้วนะครับ
แล้วอังสะแขนยาวที่ท่านใส่กับถุงเท้า ท่านก็ใส่ในวัดนะครับ ท่านไม่ได้ใส่ไปนอกวัดนะครับ
แล้วอังสะแขนยาวก็เป็นสีจีวร ไม่ีมีลายด้วยนะครับ ไม่มีแถบลวดลายแฟชั่น แบบอดิดาส ( :30:) ด้วยนะีครับ
แล้วพระวินัยไม่ผิดธรรมวินัยครับ พระภิกษุที่อาพาธ สามารถทำการรักษาได้ครับ ใส่ได้ครับ หรือแม้กระทั่งข้าวเย็น ลองไปดูที่โรงพยาบาลสงฆ์สิครับ ถ้าหมอวินิฉัยว่าป่วยต้องบำรุงร่างกายด้วยอาหารก็สามารถทานข้า่วเย็นได้ครับ
หรือแม้แต่ในที่ที่มีอากาศหนาวจัด หรือตามวัดต่างประเทศ ลองไปดูเถอะครับ พระท่านก็ใส่อังสะกันหนาว ครับ ก็มันหนาวออกอย่างนั้น ใครจะไปทนไหวล่ะครับ

เพราะฉะนั้นอยากให้ทำความเข้าใจด้วยนะครับว่ามันมีเหตุจำเป็นจริงๆ ที่ท่านต้องทำอย่างนั้น  :33:


ดาเฉยๆ


ยุนเอ

อ้างคำพูดจาก: มิ้ม ~ ชนม์พิสาข์ เมื่อ 24 พ.ค. 2007, 01:40 น.
กำลัง มองหา กจ เกี่ยวกับวัดธรรมกาย พอดีเลย

ไม่เคยคิดว่าจะมีวัดไหนที่ทำให้เกิดความรู้สึก.......ได้ขนาดนี้

วันงานศพคุณตา ไม่รู้ว่าทางวัดรู้ได้ยังไง ว่าคุณยายได้เงินช่วยงาน
จากกลุ่ม(หรืออะไรซักอย่าง)ที่ตอนคุณตาทำงานเก็บสะสมเงินไว้
แล้วก็มีคนจากวัดธรรมกายมางานศพ เพิ่งเคยเห็นคนมางานศพแต่มาขอตังค์ทำบุญ

ก่อนหน้านี้ ทางวัดเอาเครื่องเล่น dvd มาขายราคาตั้งหลายหมื่นกว่า
เอาอะไรต่อมิอะไรก็ไม่รู้มาขายเยอะแยะไปหมด เราก็ไม่เคยรู้สึกแย่ๆได้ถึงขนาดนี้

แล้วช่วงนี้คุณยายไม่สบาย แต่ไม่เคยเห็น คนไหนจากวัด เคยมาเยี่ยมเลย

แถมเพิ่งมารู้ว่า คุณยายไปซื้อ"ยาบำรุง" พี่เลี้ยงบอกอย่างนี้
ขวดเท่ายาหยอดตา มีน้ำสีใสๆข้างใน ด้านนอกขวด มีแปะ อย อยู่แค่นั้น
แต่ไม่มีรายละเอียดอะไรอีกเลย ราคาเป็นพัน
พี่เลี้ยงบอกว่า คุณยายจะหยดลงน้ำ2-3หยด แล้วก็ดื่ม

ไม่เข้าใจเลยจริงๆ แถมคุณยายเคยมาคุยครั้งนึง ที่ทำให้รู้สึกว่าแย่มากๆก็
คุณยาย : "มิ้ม ทำบุญกับยายไหม"
มิ้ม : "ทำค่ะ" ว่าแล้วก็หยิบแบงค์100ออกมายื่นให้คุณยาย
ุคุณยาย : "ไม่ทำอีกหรอ วัดนี้เค้าบอกว่า ยิ่งทำมากก็ได้มากนะ"
มิ้ม นึกในใจ ทำบุญแล้วคิดแต่ว่าอยากได้บุญเยอะๆ อย่างนี้เค้าเรียกว่าทำบุญเหรอ
แล้วยังเคยเห็นคุณยายถามแม่ว่า "สร้างพระไหม องค์ละหมื่น มีแกะชื่อไว้ที่ฐานพระด้วยนะ"
แม่ : "แล้วเค้ามาแกะให้ดูรึเปล่า"
คุณยาย  : "เปล่า"
แม่ : "แล้วจะรู้ได้ยังไงล่ะ ว่าเค้าแกะให้จริงรึเปล่า จะมีชื่อเรารึเปล่า แล้วถ้ามีจะรู้ได้ยังไงว่าองค์ไหน ตั้งอยู่ไหน ให้ไปเดินหาเองเหรอ?"
คุณยาย : "ไม่รู้" แต่คุณยายก็ทำไปหมื่นนึง

ไม่รู้ว่า ช่วง4-5ปีที่แล้ว ที่วัดนี้มาหาคุณยายทุก2-3อาทิตย์ มาทำอะไรบ้าง
รู้แต่ว่า ตอนนี้ คุณยายเปลี่ยนไปเยอะ จากที่เคยเป็นนางพยาบาล เป็นคนรอบคอบมากๆ


ปล. เปิดอ่านคร่าวๆแล้ว รู้สึกอยากเล่าสู่กันฟังบ้าง
อยากให้คอยอยู่กับญาติผู้ใหญ่บ้าง ไม่อยากให้เจอแบบเดียวกันนี้เลยค่ะ

ปล.2 เพิ่งรู้มาจากรุ่นพี่เมื่อกี้ ว่าไอ้น้ำนั่น เค้าเรียกกันว่า"น้ำอัมฤทธิ์" :41:

อันนี้ละครับ  :09:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

iSharp

อ้างคำพูดจาก: มิ้ม ~ ชนม์พิสาข์ เมื่อ 24 พ.ค. 2007, 01:40 น.
กำลัง มองหา กจ เกี่ยวกับวัดธรรมกาย พอดีเลย

ไม่เคยคิดว่าจะมีวัดไหนที่ทำให้เกิดความรู้สึก.......ได้ขนาดนี้

วันงานศพคุณตา ไม่รู้ว่าทางวัดรู้ได้ยังไง ว่าคุณยายได้เงินช่วยงาน
จากกลุ่ม(หรืออะไรซักอย่าง)ที่ตอนคุณตาทำงานเก็บสะสมเงินไว้
แล้วก็มีคนจากวัดธรรมกายมางานศพ เพิ่งเคยเห็นคนมางานศพแต่มาขอตังค์ทำบุญ

ก่อนหน้านี้ ทางวัดเอาเครื่องเล่น dvd มาขายราคาตั้งหลายหมื่นกว่า
เอาอะไรต่อมิอะไรก็ไม่รู้มาขายเยอะแยะไปหมด เราก็ไม่เคยรู้สึกแย่ๆได้ถึงขนาดนี้

แล้วช่วงนี้คุณยายไม่สบาย แต่ไม่เคยเห็น คนไหนจากวัด เคยมาเยี่ยมเลย

แถมเพิ่งมารู้ว่า คุณยายไปซื้อ"ยาบำรุง" พี่เลี้ยงบอกอย่างนี้
ขวดเท่ายาหยอดตา มีน้ำสีใสๆข้างใน ด้านนอกขวด มีแปะ อย อยู่แค่นั้น
แต่ไม่มีรายละเอียดอะไรอีกเลย ราคาเป็นพัน
พี่เลี้ยงบอกว่า คุณยายจะหยดลงน้ำ2-3หยด แล้วก็ดื่ม

ไม่เข้าใจเลยจริงๆ แถมคุณยายเคยมาคุยครั้งนึง ที่ทำให้รู้สึกว่าแย่มากๆก็
คุณยาย : "มิ้ม ทำบุญกับยายไหม"
มิ้ม : "ทำค่ะ" ว่าแล้วก็หยิบแบงค์100ออกมายื่นให้คุณยาย
ุคุณยาย : "ไม่ทำอีกหรอ วัดนี้เค้าบอกว่า ยิ่งทำมากก็ได้มากนะ"
มิ้ม นึกในใจ ทำบุญแล้วคิดแต่ว่าอยากได้บุญเยอะๆ อย่างนี้เค้าเรียกว่าทำบุญเหรอ
แล้วยังเคยเห็นคุณยายถามแม่ว่า "สร้างพระไหม องค์ละหมื่น มีแกะชื่อไว้ที่ฐานพระด้วยนะ"
แม่ : "แล้วเค้ามาแกะให้ดูรึเปล่า"
คุณยาย  : "เปล่า"
แม่ : "แล้วจะรู้ได้ยังไงล่ะ ว่าเค้าแกะให้จริงรึเปล่า จะมีชื่อเรารึเปล่า แล้วถ้ามีจะรู้ได้ยังไงว่าองค์ไหน ตั้งอยู่ไหน ให้ไปเดินหาเองเหรอ?"
คุณยาย : "ไม่รู้" แต่คุณยายก็ทำไปหมื่นนึง

ไม่รู้ว่า ช่วง4-5ปีที่แล้ว ที่วัดนี้มาหาคุณยายทุก2-3อาทิตย์ มาทำอะไรบ้าง
รู้แต่ว่า ตอนนี้ คุณยายเปลี่ยนไปเยอะ จากที่เคยเป็นนางพยาบาล เป็นคนรอบคอบมากๆ


ปล. เปิดอ่านคร่าวๆแล้ว รู้สึกอยากเล่าสู่กันฟังบ้าง
อยากให้คอยอยู่กับญาติผู้ใหญ่บ้าง ไม่อยากให้เจอแบบเดียวกันนี้เลยค่ะ

ปล.2 เพิ่งรู้มาจากรุ่นพี่เมื่อกี้ ว่าไอ้น้ำนั่น เค้าเรียกกันว่า"น้ำอัมฤทธิ์" :41:

อ่านแล้วคิดว่า น่าจะเป็นคนที่แอบอ้างว่ามาจากวัดพระธรรมกาย ครับ

มันมีจุดรู้สึกว่าไม่ตรงหลายอย่างอ่ะครับ

1.สร้างองค์พระธรรมกายประจำตัว // มันองค์ละ 15000 ครับ ถ้าทำแล้วจะได้รับพระของขวัญกับในอนุโมทนาบัตรด้วย ไม่รู้ว่าได้หรือป่าวครับ

2.งานศพ // ถ้าเกิดเป็นคนจากที่วัด จะมีการจัดงานพิธีให้ด้วยครับ ทำพิธีต่างๆ กล่าวไว้อาลัย มอบของที่ระลึก ไม่รู้ว่าได้ด้วยหรือป่าวครับ

3.เครื่องเล่น DVD // ที่วัดไม่ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายครับ ไม่มีแน่นอนครับ แต่ถ้าเป็นจานดาวเทียมช่อง DMC ก็มีครับแต่ราคามันอยู่ที่ 4500 ที่เก็บเงินเป็นค่าอุปกรณ์ครับ ไม่ต้องจ่ายรายเดือยรายปี

4.ยาบำรุง หรือ น้ำอัมฤทธิ์ // ไม่มีครับ ทางวัดไม่มีผลิต น้ำอัมฤทธิ์ แจก ขายแน่นอนครับ ผมเข้าวัดมา 10 ปียังไม่เคยเห็นเลยครับ ((ตั้งชื่อได้เชยมาก ถ้ามีจริงวัดไม่ตั้งชื่อแบบนี้หรอกครับ))

อย่างที่ผมบอกข้างบนอ่ะแหละ น่าจะเป็นคนที่แอบอ้างว่ามาจากวัดพระธรรมกาย ครับผม

///////////////////

จะตอบเรื่องหลวงพ่อ แต่พิมพ์ยาวแฮะ เอาไว้อีกโพสละกัน
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

TangMo

ก่อนตอบของ เอ
ตอบของจักรีก่อนครับ ว่าหลวงพ่อไม่เคยบอกเลยว่าท่านเป็นพระอริยเจ้า หรือเป็นพระโสดาบันเป็นต้นครับ แต่ท่านเป็นพระที่รักในการปฏิบัติธรรมมาก และท่านก็ชวนให้ทุกคนมาปฏิบัติธรรมทุกวัน 30 กว่าปีมาแล้วตั้งแต่ท่านบวชครับ  :33:

อ้างคำพูดจาก: เอ : ปิยะ เมื่อ 24 พ.ค. 2007, 07:56 น.

วัดไม่ได้โฆษณานะ

แต่ทำไมมีคนเชื่อขนาดนี้ละเนี้ย

ต้องลองกลับไปทบทวนดูแผนการตลาด หรือแผนการเผยแพร่ศาสนาแล้วละครับ

ว่ามันหมายความว่าอย่างไร ?

...

เรื่องการตลาด ถ้ามองจริงๆ ต้องบอกว่าที่วัดพระธรรมกาย มีการตลาดน้อยกว่า  ถ้าเทียบกับวัดอื่น (ไม่มีเจตนาลบหลู่นะครับ รายนามที่ผมเอ่ยถึงผมเคารรพทุกองค์เลยนะครับ)

ดูสิครับ  ประชาสัมพันธ์ทางหนังสือพิมพ์ ทางทีวี ก็ไม่มี , มีพระออกเทศน์ ออกรายการทีวีก็ไม่มี แบบพระอาจารย์ ว.วชิรเมธี หรือ พระอาจารย์ที่ออกรายการธรรมะดีลิเวอร์ลี่ที่ตลกๆก็ไม่มี, ทำหนังสือจำหน่ายตามร้านขายหนังสือชั้นนำแบบ ท่านพุทธาสก็ไม่มี แบบธรรมะติดปีกก็ไม่มี ........ ช่องทางการตลาดสำคัญๆ ไม่มีออกเลยครับ ...... อย่างนี้ผมว่าถือว่าที่วัดการตลาด หรือประชาสัมพันธ์ น้อยกว่าที่อื่นมากๆครับ

ผมว่าคนไทยรู้จักวัดพระธรรมกายน้อยกว่าวัดอื่นๆอีกนะครับ (ในด้านที่วัดอยากจะบอก ไม่ใช่ในด้านที่สื่อพยายามจะยัดเยียด)
ส่วนใหญ่ การประชาสัมพันธ์ของวัดจะเกิดจากการบอกต่อๆกันนะครับ เกิดจากการที่คนมีความศรัทธา และเห็นว่าสิ่งที่วัดทำเป็นสิ่งที่ดีจริง จึงบอกต่อกับคนที่เค้ารัก อยากให้ได้มารู้จักด้วยนะครับ แต่ก็มีคนไม่น้อยที่ปฏิเสธตั้งแต่ยังไม่เคยเข้ามาสัมผัสกับวัดจริงๆ เพราะได้ยินจากสื่อที่พยายามจะยัดเยียดสิ่งไม่ดีให้กับวัดน่ะครับ

:33:


iSharp

พี่แตงโม มาวันวิสาขบูชา ป่ะครับ  {หมีโหด}
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

ยุนเอ


ที่กล่าวมา เป็นที่ตัวปัจเจกบุคคลหมดเลยนะครับ ไม่ได้บ่งบอกว่าวัดนี้ดียังไงเลยซํกเล่มเดียว (จากที่เคยอ่านมาบ้าง) โดยที่ในแต่ละเล่มเป้นคำสอน ข้อคิด คำคม อัตชีวประวัติล้วนๆ และอีกทั้งสื่อต่างๆ ก็เช่นเดียวกัน หรืออย่างไร :09:

อย่าลืม DMC นะครับ มีสื่อเป็นของตัวเองเลยนะเนี้ย  :17:

ส่วนอันนี้อยากให้กลับไปคิดนะครับ ว่าเหมือนกันหรือไม่อย่างไร
แอมเวย์ ขายตรง ไม่มีโฆษณา (เมื่อก่อนไม่มี ตอนนี้มีมาหย่อมนึง นานๆที)
เข็มยอดขายหลายระดับ จัดตั้งเซ็นเตอร์ให้สมาชิกมาเซ็นเตอร์หรือศูนย์ใหญ่ทุกสัปดาห์
รู้สึกจะมี แอมเวย์เดย์หรืออะไรซักอย่างที่รวมสินค้าทั้งหมดมาจัดนิทรรศการ ซื้อที่งานได้ pv เพิ่มเป็นพิเศษ
แต่แอมเวย์ขายสินค้า ...

:22:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

iSharp

#1256
อ่านแล้วงง  :09:

คือผมไม่รู้เรื่องของอัมเวย์ด้วยอ่ะครับ อธิบายอีกรอบได้มั้ยครับ

dmc ก็เป็นสื่อของวัด ก็เป็นอะไรหรอครับ  :09:
หมายความว่าจะให้วัด ชี้แจ้งอะไรไม่ได้หรอครับ ข่าวที่เชื่อถือได้ที่สุดคือหนังสือ กันคำที่บอกว่า "เขาว่า"

งงครับ  :09:

รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

ยุนเอ

#1257
อ้างคำพูดจาก: เอ : ปิยะ เมื่อ 24 พ.ค. 2007, 14:03 น.
ที่กล่าวมา เป็นที่ตัวปัจเจกบุคคลหมดเลยนะครับ ไม่ได้บ่งบอกว่าวัดนี้ดียังไงเลยซํกเล่มเดียว (จากที่เคยอ่านมาบ้าง) โดยที่ในแต่ละเล่มเป้นคำสอน ข้อคิด คำคม อัตชีวประวัติล้วนๆ และอีกทั้งสื่อต่างๆ ก็เช่นเดียวกัน หรืออย่างไร :09:

อย่าลืม DMC นะครับ มีสื่อเป็นของตัวเองเลยนะเนี้ย  :17:

ส่วนอันนี้อยากให้กลับไปคิดนะครับ ว่าเหมือนกันหรือไม่อย่างไร
แอมเวย์ ขายตรง ไม่มีโฆษณา (เมื่อก่อนไม่มี ตอนนี้มีมาหย่อมนึง นานๆที)
เข็มยอดขายหลายระดับ
จัดตั้งเซ็นเตอร์ให้สมาชิกมาเซ็นเตอร์หรือศูนย์ใหญ่ทุกสัปดาห์
รู้สึกจะมี แอมเวย์เดย์หรืออะไรซักอย่างที่รวมสินค้าทั้งหมดมาจัดนิทรรศการ ซื้อที่งานได้ pv เพิ่มเป็นพิเศษ
แต่แอมเวย์ขายสินค้า ...

:22:

ถ้ายังงั้นขออนุญาติ ยกตัวอย่างง่ายๆ แทนแต่ละคำนะครับ จะได้เข้าใจง่ายๆ

เหมือนวัดธรรมกายเนี้ย ไม่ได้โฆษณาออกสื่อไหนๆ เลย (นอกจาก DMC  :42:)
ใช้วิธีปากต่อปากแบบที่คุณแตงโมว่าไว้นะครับ (ขายตรงคือลักษณะอย่างนี้)

เข็มยอดขายหลายระดับ  == พระที่ระลึกราคาต่างๆ

จัดตั้งเซ็นเตอร์ให้สมาชิกมาเซ็นเตอร์หรือศูนย์ใหญ่ทุกสัปดาห์ == ศูนย์ธรรมกายตามบ้านต่างๆ เรียกว่า กอง หรือว่า ซุ้มแล้วนะครับ

แอมเวย์เดย์หรืออะไรซักอย่างที่รวมสินค้าทั้งหมดมาจัดนิทรรศการ ซื้อที่งานได้ pv เพิ่มเป็นพิเศษ
== BIG BOON โดยประมาณ

แต่แอมเวย์ขายสินค้า ..

:33: ยกตัวอย่าง เข้าใจง่ายมั้ยครับ ไม่เข้าใจตรงไหน สอบถามได้ครับ

//Edit ตามอีก  :08:
เรื่อง DMC ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่เห็นวัดอื่นไม่ค่อยมีสื่อเป็นของตัวเอง  :43:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

iSharp

ความรู้สึกจากที่ผมอยู่วัดมา
ผมว่ามันคนละอย่างเลยนะครับ  :08:

แล้วก็ไม่ได้มีแต่การทำบุญหรอกครับพี่เอ
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

ยุนเอ



แต่ปัญหาที่สังคมถาม มันอยู่ที่ก้อนบุญเก็งกินี้ละครับ  :26:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines