โครงงานสอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า

เริ่มโพสต์โดย iSharp, 06 ม.ค. 2007, 21:01 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

จักรี

เนื่องจาก จพส. ของผม ถูกลบไป 1  ผมก็คิดว่า ผมอาจจะทำให้ใครไม่พอใจ  ดังนั้น ผม จะบวกให้กับคนที่ผมคิดว่าเขาไม่พอใจในความคิดเห็นของผม คน ละ 1 แต้ม เพื่อเป็นการขอโทษ 



ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

iSharp

ถามพี่แอ๊ะครับคำว่า ทำบุญ ที่พี่แอ๊ะพิมพ์มา = ทำทาน อย่างเดียวหรือป่าวทำ

ถ้าใช้ก็เห็นด้วยอย่างยิ่งครับกับ พี่แอ๊ะ พี่เอ (ที่แอบอ้างมาครับ)  :12:

รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

เต่ามาก

มีแผ่นๆ ลงชื่อให้เอาพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติด้วยครับ

บอกว่าเป็นประชามติ ผมก็งงว่าประชามติมันจะเป็นแผ่นๆ หยั่งงี้ได้ไงวะ  :08:

ก็เลยเขียนสาธยายไปอย่างยับเยิน  :42:

เก้อ

กลับมาอินอีกรอบแล้ว  :43:

เรื่องพระพุทธศาสนาประจำชาติ อยากรู้เหมือนกันครับ
ว่ายังชุมนุมกันอยู่ไหม หรือเขาใช้วิธีไหนแล้ว

อ่านคำประกาศอันหนึ่ง หลังจากเหตุผลเรื่องคนไทยนับถือกี่เปอร์เซ็นต์
พระเจ้าตากสู้เพื่อรักษาพระศาสนา ฯลฯ เขาก็กดดันว่าให้จับตาดู สสร.ทุกคน
หากเขาเหล่านั้นบอกว่าตัวเองนับถือศาสนาพุทธ แต่ไม่ยอมรับสนับสนุนร่างนี้
ให้ถือว่าคนๆนั้น ไม่ใช่ชาวพุทธอีกต่อไป

อ่านแล้วเพลีย  :08:
I ROCK , THEREFORE I AM

iSharp

ไม่รู้อะไรเลยครับ  :31:
ไม่ได้ข่าวอะไรเลย
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

iSharp

อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 23 พ.ค. 2007, 18:13 น.

บุญ บาป เหมือนต้นไม้คนละต้น ไม่มีทางนำมาหักล้างกันได้ 

เกิดที่กรรมแก้ที่กรรม ฉันใดก็ฉันนั้น ครับ

ตัดรอน ไม่ได้หมายถึงหักล้างครับ

ตัดรอนวิบากกรรม = บุญปาดหน้าบาปส่งผลซิ่งบาป อะไรประมาณนี้ ไม่ได้ว่าบาปมันหายไป แต่มันส่งมันไม่ได้ประมาณเนี่ย . . . อธิบายแบบบ๊องๆ

รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

เต่ามาก

อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 23 พ.ค. 2007, 19:38 น.
กลับมาอินอีกรอบแล้ว  :43:

เรื่องพระพุทธศาสนาประจำชาติ อยากรู้เหมือนกันครับ
ว่ายังชุมนุมกันอยู่ไหม หรือเขาใช้วิธีไหนแล้ว

อ่านคำประกาศอันหนึ่ง หลังจากเหตุผลเรื่องคนไทยนับถือกี่เปอร์เซ็นต์
พระเจ้าตากสู้เพื่อรักษาพระศาสนา ฯลฯ เขาก็กดดันว่าให้จับตาดู สสร.ทุกคน
หากเขาเหล่านั้นบอกว่าตัวเองนับถือศาสนาพุทธ แต่ไม่ยอมรับสนับสนุนร่างนี้
ให้ถือว่าคนๆนั้น ไม่ใช่ชาวพุทธอีกต่อไป

อ่านแล้วเพลีย  :08:


ช่วงนี้อ่านอะไรก็เพลียทั้งนั้นแหละครับ
มีแต่ข่าวดีๆ จรรโลงใจทั้งนั้น  :42:

tmd

ความเชื่อของกู วัดของกู ศาสนาของกู รัฐธรรมนูญของกู

ตัวกูของกู ตัวกูของกู ตัวกูของกู ตัวกูของกู ตัวกูของกู
ตัวกูของกู ตัวกูของกู ตัวกูของกู ตัวกูของกู
ตัวกูของกู ตัวกูของกู ตัวกูของกู
ตัวกูของกู ตัวกูของกู
ตัวกูของกู



ตัวกูของกู

:01:
...

แอ๊ะ

ผม...องค์ถือพัด รูปไหนคือเฌร?  ผม หรือองค์ถือพัด :09:

อ้างคำพูดจาก: มัม™วรวัช เมื่อ 23 พ.ค. 2007, 18:49 น.
ตอนนี้ที่ทำก็ทำเพราะสบายใจ แต่ลึกๆแล้วก็หวังเหมือนที่คนส่วนใหญ่หวังกันนี่แหละครับ
ทั้งที่ก็พอรู้ว่ามันคงช่วยไม่ได้

ผมนึกถึงคาบแรกของวิชา wave propagation หรือภาษาไทยว่า การแพร่กระจายของคลื่น (พวกผมชอบเรียกว่าความปั่นป่วนของคลื่น  :42:) เป็นวิชาที่ยากวิชาหนึ่งในสาขาของผม เพราะคลื่นมองด้วยตาไม่เห็น(ยกเว้นคลื่นแสง) ฟังไม่ได้ยิน(ยกเว้นคลื่นเสียง) อาจารย์บอกว่า "จุดมุ่งหมายของวิชานี้คือการอธิบายพฤติกรรมของสิ่งที่เรามองไม่เห็นด้วยสมการทางคณิตศาสตร์" อาจารย์บอกจุดมุ่งหมาย และวิธีการ ของวิชานี้อย่างชัดเจน หลายคนอาจจะเคยบ่นว่าเรียนเลขไปทำไมวะ ไม่เห็นจะได้ใช้ มันก็เหมือนการทำบุญ หรือนับถือศาสนา โดยเราไม่รู้ว่าทำไปโดยมีจุดมุ่งหมายอะไร ทำไปเพราะเห็นคนอื่นทำ เพราะพ่อแม่ปู่ยาตายายบอกให้ทำ เรียนวิชาต่าง ๆ เพราะหลักสูตรบังคับไม่เรียนก็ไม่จบ

แล้วจุดมุ่งหมายของชีวิตเราละคืออะไร ถ้าเราตอบไม่ได้ เราจะไปถึงได้ยังไง แต่แน่นอนชีวิตคนเรามีกรอบใหญ่ที่เรามองเห็นและสัมผัสได้คือ เกิด -> แก่ -> เจ็บ -> ตาย ถึงเราจะดิ้นรนหรือไม่ดิ้นรน เราก็หนีสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ แล้วเราจะทำบุญไปเพื่ออะไรละ ในเมื่อหนทางที่จะก่อให้เกิดความสบายใจมีมากมาย 108 วิธี (เช่นไปนั่งสลิมทุกวันศุกร์ เสาร์แบบบักเอ  :26:)

หากเปรียบชีวิตเหมือนการเดินทาง แน่นอนเราต้องมีจุดหมาย มีวิธีการ และแผนผัง ที่จะไปให้ถึงจุดหมายนั้น หากขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปก็ยากที่จะไปถึงจุดหมายได้ โดยเฉพาะการเดินทางที่ไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางอยู่ที่ไหน ต่อให้มีแผนที่ และวิธีการดีเพียงไร ก็คงไปไม่ถึง

ถ้าการทำบุญเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง แต่เราไม่รู้ว่ากำลังเดินทางไปไหน ผมว่ามันแทบจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย หันมาหาคำตอบกันเถอะว่าสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนคืออะไร อย่าปล่อยให้เป็นข้อความบันทึกไว้แค่บนบัตรประชาชน หรือในรัฐธรรมนูญเลยว่าเรานับถือศาสนาพุทธ  :46:

[ว่างให้เช่า]

ดาเฉยๆ

เข้าใจนะว่าชาร์ปจะปั่นให้ถึงสามพันภายในวันนี้
แต่ก็อย่าโพสเบิ้ลดิ :42:
อย่างน้อยไปหาหน้าม้ามาโพสคั่นก็ยังดี  :46:

TangMo

อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 23 พ.ค. 2007, 16:55 น.
ผมว่าผมก็เข้าใจนะครับเรื่อง การทำบุญเนี่ย.... แต่ผมติดใจหลายอย่างเลย
ว่า ธรรมกายเขาสอนให้คนทำบุญ อะไร   ปากก็บอกว่า ให้ทำใจให้บริสุทธิ์ 
แต่กลับวางกุลศโลบายทางการตลาด เป็นขั้นเป็นตอน ผมอยากรุ้นักว่า
จะทำใจให้บริสุทธิ์ได้ไง ในเมื่อมีสิ่งเร้าขนาดนั้น 

มันผิดตั้งแต่วางจิตเพื่อปารถนาของตัวเองแล้วครับ  .... 

คนเราชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นเสมอนะครับ
พอคิดว่าเป็นสิ่งที่เราทำไม่ได้ ก็พลอยไปคิดแทนคนอื่นว่าคนอื่นก็ทำไม่ได้.....

เดี๋ยวว่างๆ มาอธิบายต่อ


อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 23 พ.ค. 2007, 16:55 น.
และผมยังติดใจอีกอย่าง การทำบุญกับผู้ที่บริสุทธิ์เนี่ย
ผมถามหน่อยคนที่คุณทำให้อยู่ทุกวันนี้บริสุทธิ์จริงเหรอ
ในเมื่อ หลักฐานหลายๆอย่างมันบ่งบอกเจตนาขนาดนั้น
แล้วแถมพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชก็ออกมาซะโจ่งแจ้งขนาดนั้น
ส่วนตัวผม หลับหูหลับตาทำบุญ ก็มองไม่เห็นถึงความบริสุทธิ์ ดังกล่าว ......แม้แต่น้อย........


อันนี้ ไม่อยากพูดถึงเลยครับ
เขาว่าเรื่องพระลิขิต ....... เป็นพระลิขิตปลอมนะครับ .... แว่วๆ มาว่า มาจากห้องกระจก อะไรซักอย่างเนี้ยครับ  (ได้ยินมานะครับ )



อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 23 พ.ค. 2007, 16:55 น.

แล้วเรื่องทำไมคนที่ไปธรรมกาย อยากนั่งแถวหน้ากันนักหนา
เนี่ยมันก็บ่งบอกถึงคำสอนที่เกาะกินถึงอุปนิสัยใจคอของพวกเขา
การมองทุกอย่างเป็นอัตตา มีตัวตนจับต้องได้ มันทำให้พวกเขาคิดว่า
ทำอย่างงี้ดีกว่าอย่างงั้น นั่งตรงนี้ดีกว่านั่งตรงนั้น เหมือนที่ธรรมกายเขาเน้นสอนถึงเรื่องระดับบุญ
ว่าทำบุญอย่างนี้ได้บุญมากกว่าทำบุญแบบนั้น ....มันแปลกดีแหะ ปากก็บอกว่า
นั่งตรงไหนไม่สำคัญแต่คำสอนโดยรวมมันทำให้คนที่นั่นกลายเป็นคนอย่างนั้น โดยไม่รู้ตัว.....


อ่านท่อนนี้แล้วคิดถึงสมัยพุทธกาลเลยครับ
ถ้าใครอ่านพระไตรปิฏก เฉพาะตรง พระฉัพพคีย์ (เขียนไม่ถูก) แล้วก็เลิกอ่านเอามาคิดตำหนิพระว่ามีพฤติกรรมที่แย่ ชอบทำนอกลู่ประจำ แล้วก็นำมาต่อว่า โดยที่ไม่ยอมไปดูพระรูปอื่น ซึ่งล้วนเป็นพระอรหันต์ ปฏิบัติปฎิบัติชอบ เป็นหลายพัน หลายหมื่นองค์ 
ผมว่าคนนั้นยังรู้ไม่จริงครับ นำส่วนน้อย มาตำหนิส่วนรวม ....



ปล. ขอบคุณครับที่ + ให้
       ถ้าผม + ได้แล้ว จะบวกคืนนะครับ  :33:


iSharp

กระทู้นี้เคยขออนุญาตโพสเบิ้ลไว้อ่ะครับ
ไม่เป็นไร
ขอโทษครับ พี่ดา :16: +

ทำไมรู้สึกช่วงนี้พี่แอ๊ะ พูดถูกใจมากเลยแฮะ  :12: แบบว่าใช่เลย . . . นี่แหละ +





รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

D869

พี่เอ๊ะพูดดีแฮะ :12:

ไปนั่งสลิม ศุกร์ เสาร์ แบบเอบ้างดีกว่า :30:
"รักอดทนนาน กระทำคุณให้ รักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง... "
                                                            - โครินทร์1 13:7

จักรี

อ้างคำพูดจาก: แตงโม อภิชาติ เมื่อ 23 พ.ค. 2007, 22:13 น.
คนเราชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นเสมอนะครับ
พอคิดว่าเป็นสิ่งที่เราทำไม่ได้ ก็พลอยไปคิดแทนคนอื่นว่าคนอื่นก็ทำไม่ได้.....

เดี๋ยวว่างๆ มาอธิบายต่อ
จะรอนะครับ

เห็นด้วยว่าไม่ควรเอาตัวเองตัดสินคนอื่น    งั้นก็ให้คนอื่นเขาตัดสินใจเอาเถอะครับ ว่ากุศโลบายทางการตลาดของทางธรรมกายทำให้คนทำบุญเพื่อหวังผลหรือไม่

เพิ่มเติม ลิ้งที่คุณแตงโมให้เอาไว้  คุณแตงโมก็บอกเองว่า ไม่ควรหวังผลแต่ตั้งปราถนาได้
ไอ้ความปราถนากับไอ้ความอยากได้  เนี่ยมันแตกต่างกันมากเลยเหรอครับ.....

อ้างอิง

อันนี้ ไม่อยากพูดถึงเลยครับ
เขาว่าเรื่องพระลิขิต ....... เป็นพระลิขิตปลอมนะครับ .... แว่วๆ มาว่า มาจากห้องกระจก อะไรซักอย่างเนี้ยครับ  (ได้ยินมานะครับ )




ขอหัวเราะกับการได้ยินมาหน่อยครับ  หลักฐานขนาดนั้น นะเหรอ เขารุ้กันทั้งบ้านทั้งเมืองแล้วน่ะครับ ผมคงไม่ต้องหามาให้ดูนะครับ.....เพราะไม่รู้จะไปหาที่ไหน  :31:  ถ้ามันปลอมจริง ก็ต้องมีคนออกมาแถลงข่าวแล้วครับ เรื่องแบบนี้คนให้ความสนใจกันทั้งประเทศนะครับอย่าลืม  ไหนๆก็ไหนๆแล้ว  งั้นถามต่อเลยนะครับ เรื่องความบริสุทธิ์ของ เจ้าอาวาทธรรมกายเนี่ย  

     เริ่มเป็นข้อๆเลยนะครับ  
                    -กรณียักยอกทรัพย์เนี่ย คุณแตงโมคิดเห็นว่าไงบ้าง  ในเมื่อ ศาลก็ได้ตัดสิน
ไปแล้วว่ามีความผิด  สมเด็จพระสังฆราชท่านก็มีพระลิขิตให้อาบัติปราชิก  
หรือถ้า พระลิขิตเป็นเท็จ ทำไม ศาลถึงตัดสินอย่างนั้น  
ถ้าอ้างว่าท่านเจตนาบริสุทธิ์ทำไมปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาเป็น 7 ปี ถึงยอมคืนเงิน...      
เมื่อท่านยอมคืนเงิน ก็แสดงว่าท่านยอมรับว่าผิด  ก็แสดงว่า ท่านมีความผิด  
ถึงท่านจะอ้างว่า เจตนาท่านบริสุทธ์ แต่ท่านก็ได้ทำผิดลงไปแล้ว คืนเงินทำให้ความผิดหายไปได้เหรอ?  
แล้วแบบนี้ คือผู้ที่บริสุทธิ์ ที่สมควรแก่การสักการะหรือป่าว ?
                   
                    - อันนี้ ความสงสัย เมื่ออ่านพันทิพย์ เห็นเครื่องแต่งกาย ของท่าน แล้วอยากรุ้ว่า
ทำไมท่านถึงต้องแต่งกายแบบนั้น  ถ้าอ้างว่าเพราะอาการป่วย อาการป่วยแบบไหนที่ต้องแต่งกายแบบนั้น
คุณคิดมั้ยว่าอาจารย์ของคุณ ท่านจะบรรลุมรรคผลไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง  ถ้าเป้นอย่างนั้นจริง
แค่โสดาบัญก็หมายถึง อริยบุคคล ซึ่งเป็นบุคลที่เหนือกว่าคนอื่น
การวางตัวที่เหมาะสมก็ต้องเป็นหนึ่งในคุณสมบัติด้วยนะ แล้ว
นี่ คนเขาตั้งข้อสังเกตกันทั้งบางถึงเรื่องเครื่องแต่งกายของท่าน  แบบนี้ คุณไม่คิดเหรอว่า
อริยะบุคคลเขาจะทำให้ชาวบ้านติเตือนกันได้ขนาดนี้เชียวเหรอ   แล้วถ้าไม่ใช่ละ  
แถมมีปัญหากรณียักยอก บิดเบือน อีก แบบนี้ จะเป็นผู้บริสุทธิ์ที่สมควรแก่การสักการะเหรอ........


ขอยืมรุปจากพันทิพย์หน่อยละกัน เห็นแล้วมันสงสัย





อ้างอิง
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

ยุนเอ

อ้างคำพูดจาก: เอก เอกชัย เมื่อ 23 พ.ค. 2007, 22:38 น.
พี่เอ๊ะพูดดีแฮะ :12:

ไปนั่งสลิม ศุกร์ เสาร์ แบบเอบ้างดีกว่า :30:

เอามาจากไหนเนี้ย  :27:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines