นำฟอนต์พิมพ์ดีดใหม่มาให้ทดสอบครับ

เริ่มโพสต์โดย ทัชชี่น่ารัก, 23 พ.ย. 2006, 20:05 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

iannnnn


b0nyb0y

อ้างคำพูดจาก: Naipol เมื่อ 26 พ.ย. 2006, 19:09 น.
เรื่องมาตรฐานนี่พูดแล้วปวดหัว เพราะมันไม่รู้จะยึดเอาตรงไหน แต่ละค่าย แต่ละ os ก็ไม่เหมือนกัน แต่ถ้าจะบอกว่า font ไทยที่เอาตัวไทยไปใส่ไว้ในส่วนของลาติน เป็น font ไม่มาตรฐานก็คงไม่ถูกต้องนัก การเอาตัวไทยไปใส่ในส่วนของลาตินไม่ใช่เพิ่งมาทำนะครับ ทำกันมานานแล้ว ทุกวันนี้ก็ยังทำอยู่ ที่ทำขายกันโครม ๆ นี่เขาก็ยังต้องทำเลยครับ ผมว่ามันเป็นเรื่องของวัตถุประสงค์การใช้งานมากกว่าครับ

ไม่แน่ใจว่าผมเข้าใจถูกรึเปล่า
แต่ไหนๆ ความเห็นผมก็โดน quoted ไปข้างบนแล้ว
ขอออกความเห็นด้วยนิดนึงนะครับ

ประเด็นแรก คือการเอาตัวอักษรไทย
ไปใส่ไว้ในส่วนที่พวกเราในนี้เรียกกันว่าเป็นส่วนของ latin
ถ้าให้ว่ากันตามพัฒนาการทางคอมพิวเตอร์
จริงๆ ส่วนนั้นมันไม่ได้เป็นส่วนของ latin โดยเฉพาะหรอกครับ
ในสมัยที่คอมพิวเตอร์ถือเอา 1 ตัวอักษรเทียบเท่า 1 byte
ก่อนมาตรฐาน Unicode จะคลอดออกมาให้ได้ใช้
พื้นที่ส่วนเหนือ 7 byte แรกของ ASCII จริงๆ ก็มีทำมาหลายภาษา
(ยกเว้นภาษาจีนหรือภาษาอื่นที่เป็น ideographs)
ปกติผมคิดว่าเค้าเรียกของพวกนี้ว่า
character sets (charset), encodings หรือ code pages ครับ

เรื่องการเอาตัวอักษรไทย
มาใส่ไว้ร่วมกับตัวอักษรอังกฤษภายในเขต 1 byte นี่
ตามมาตรฐานไทยที่ใช้ในปัจจุบัน ก็เห็นจะเป็น TIS-620
(http://en.wikipedia.org/wiki/TIS-620
http://www.nectec.or.th/it-standards/std620/std620.htm)
ซึ่ง TIS ก็คือ มอก. หรือ มาตรฐานอุตสาหกรรม ของไทยเรานั่นแหละครับ
เพราะฉะนั้นจะเรียกว่ามันไม่ใช่มาตรฐานก็กระไรอยู่อ่ะครับ
จริงๆ มันก็คือมาตรฐานนั่นแหละ
แต่มันเป็นมาตรฐานที่ไม่ ubiquitous เท่านั้นเอง

ผมเองไม่คิดว่า TIS-620 จะโดนแทนที่ด้วย Unicode ในเร็วๆ นี้เพราะ

  • เวบไซท์ไทยส่วนใหญ่ก็ยังใช้ TIS-620 อยู่
    แม้กระทั่ง database เช่น MySQL หรือ PostgreSQL
    ก็ support TIS-620 และ code pages อื่นๆ ของอีกหลายๆ ภาษา
  • TIS-620 ประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บกว่า Unicode
    ใน TIS-620 ตัวอักษรไทยแต่ละตัวเราจัดเก็บมันได้ด้วยพื้นที่ 1 byte
    ในขณะที่ UTF-8 เราต้องใช้พื้นที่ถึง 3 bytes
    เพราะภาษาของเราอยู่ในกลุ่มที่ต้องอยู่ใน Unicode range ที่สูง

แต่ถ้าให้พูดกันตรงๆ เรื่องมาตรฐาน
ยังไงก็คงหลีกเลี่ยงความจริงไม่ได้ว่า
ในหลายๆ งาน (ที่ไม่ใช่งานเวบไซท์ หรือฐานข้อมูล)
charset ที่ใช้ในพีซี กับแมค ก็ไม่ได้เป็น TIS-620 100% ซะทีเดียว
อย่างทางวินโดวส์ เราก็มี Windows-874 charset ของ Microsoft
หรืออย่างทางแมค ก็จะมี Mac-Thai charset
ซึ่งทั้งคู่ เป็น charset ที่มาจากฐาน TIS-620 อีกที
ที่คุณนายพล กำลังแก้ ส่วนนึง ผมคิดว่าก็คงจะเป็นที่จุดนี้เอง

เดี๋ยวขอโพสแค่นี้ก่อนแล้วกันครับ ยังมีประเด็นอื่นที่อยากออกความเห็นอยู่

iannnnn


b0nyb0y

ส่วนเรื่องความเห็นเกี่ยวกับ font ที่ผมบ่นไว้ข้างบนนั่น
สำหรับ Charm of AU ผมอาจจะปากไวไปนิดนึง
เพราะลอง convert MS Word เป็น PDF ดูหัวไม่หายครับ ครบถ้วนดี
ก็เลยคิดว่าถ้าพิมพ์ออก printer จาก Word ตรงๆ
ตัวอักษรก็น่าจะโผล่มาให้เห็นครบถ้วนดี
เพียงแต่ต้องเปลี่ยน Line Spacing เป็น 1.5 เพื่อไม่ให้ตัวอักษรพันกัน

แต่ปัญหา อัญประกาศใน จามรมาน นี่
หลังจากนั่งคิด นอนคิด ยืนคิด (เท้า)ก่ายหน้าผากคิด มาซักพัก
ตอนนี้ผมค่อนข้างมั่นใจครับว่าเกิดจากความผิดพลาดที่ไม่ได้ตั้งใจ
เพราะพอลองเปลี่ยน font จาก จามรมาน เป็น Charm of AU ดู
(ซึ่งเป็น font ของ ศ. ดร. ศรีศักดิ์เหมือนกัน)
ปัญหา อัญประกาศ ที่บอกไว้ไม่เกิดขึ้นเลยครับ
คือ.. ถ้ามันเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับมาตรฐานจริงๆ
ถ้าใช้ font จากคนทำคนเดียวกัน ก็น่าจะเจอปัญหาเดียวกันอ่ะครับ
แต่นี่มันเป็นอยู่แค่ font เดียวอ่ะครับ เลยคิดว่า
ท่านศาสตราจารย์อาจจะเหนื่อยตอนทำ font
ทำเสร็จเช็คแค่ตัวอักษร พวกสัญลักษณ์พวกอัญประกาศไม่ได้เช็ค.. อะไรประมาณนี้..

iannnnn

เข้าใจว่า จามรมาน คนทำคือคุณพี่เอก B513Design ครับ
ช้อบชอบ.. ชอบที่สุดในฟอนต์ชุดใหม่ของกรมทรัพย์ฯ แล้วครับ

b0nyb0y

แหะๆ.. งั้นหรือครับ ขอโทษครับผม  :32:
อ่านใน text file ที่มากับ font แล้วเข้าใจผิดไป

ทัชชี่น่ารัก

#21
อ้างคำพูดจาก: b0nyb0y เมื่อ 26 พ.ย. 2006, 22:51 น.
ไม่แน่ใจว่าผมเข้าใจถูกรึเปล่า
แต่ไหนๆ ความเห็นผมก็โดน quoted ไปข้างบนแล้ว
ขอออกความเห็นด้วยนิดนึงนะครับ

ประเด็นแรก คือการเอาตัวอักษรไทย
ไปใส่ไว้ในส่วนที่พวกเราในนี้เรียกกันว่าเป็นส่วนของ latin
ถ้าให้ว่ากันตามพัฒนาการทางคอมพิวเตอร์
จริงๆ ส่วนนั้นมันไม่ได้เป็นส่วนของ latin โดยเฉพาะหรอกครับ
ในสมัยที่คอมพิวเตอร์ถือเอา 1 ตัวอักษรเทียบเท่า 1 byte
ก่อนมาตรฐาน Unicode จะคลอดออกมาให้ได้ใช้
พื้นที่ส่วนเหนือ 7 byte แรกของ ASCII จริงๆ ก็มีทำมาหลายภาษา
(ยกเว้นภาษาจีนหรือภาษาอื่นที่เป็น ideographs)
ปกติผมคิดว่าเค้าเรียกของพวกนี้ว่า
character sets (charset), encodings หรือ code pages ครับ

เรื่องการเอาตัวอักษรไทย
มาใส่ไว้ร่วมกับตัวอักษรอังกฤษภายในเขต 1 byte นี่
ตามมาตรฐานไทยที่ใช้ในปัจจุบัน ก็เห็นจะเป็น TIS-620
(http://en.wikipedia.org/wiki/TIS-620
http://www.nectec.or.th/it-standards/std620/std620.htm)
ซึ่ง TIS ก็คือ มอก. หรือ มาตรฐานอุตสาหกรรม ของไทยเรานั่นแหละครับ
เพราะฉะนั้นจะเรียกว่ามันไม่ใช่มาตรฐานก็กระไรอยู่อ่ะครับ
จริงๆ มันก็คือมาตรฐานนั่นแหละ
แต่มันเป็นมาตรฐานที่ไม่ ubiquitous เท่านั้นเอง

ผมเองไม่คิดว่า TIS-620 จะโดนแทนที่ด้วย Unicode ในเร็วๆ นี้เพราะ

  • เวบไซท์ไทยส่วนใหญ่ก็ยังใช้ TIS-620 อยู่
    แม้กระทั่ง database เช่น MySQL หรือ PostgreSQL
    ก็ support TIS-620 และ code pages อื่นๆ ของอีกหลายๆ ภาษา
  • TIS-620 ประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บกว่า Unicode
    ใน TIS-620 ตัวอักษรไทยแต่ละตัวเราจัดเก็บมันได้ด้วยพื้นที่ 1 byte
    ในขณะที่ UTF-8 เราต้องใช้พื้นที่ถึง 3 bytes
    เพราะภาษาของเราอยู่ในกลุ่มที่ต้องอยู่ใน Unicode range ที่สูง

แต่ถ้าให้พูดกันตรงๆ เรื่องมาตรฐาน
ยังไงก็คงหลีกเลี่ยงความจริงไม่ได้ว่า
ในหลายๆ งาน (ที่ไม่ใช่งานเวบไซท์ หรือฐานข้อมูล)
charset ที่ใช้ในพีซี กับแมค ก็ไม่ได้เป็น TIS-620 100% ซะทีเดียว
อย่างทางวินโดวส์ เราก็มี Windows-874 charset ของ Microsoft
หรืออย่างทางแมค ก็จะมี Mac-Thai charset
ซึ่งทั้งคู่ เป็น charset ที่มาจากฐาน TIS-620 อีกที
ที่คุณนายพล กำลังแก้ ส่วนนึง ผมคิดว่าก็คงจะเป็นที่จุดนี้เอง

เดี๋ยวขอโพสแค่นี้ก่อนแล้วกันครับ ยังมีประเด็นอื่นที่อยากออกความเห็นอยู่

คุยกันคนละเรื่องเดียวกันเลยเนี่ย... :03:

ที่ผมคุยก็คือ ในเมื่อ unicode มันมี section tis-620 มาให้ แล้วเวลาไปใช้กะ apps ที่มัน support tis-620 มันก็ดึง tis-620 มาใช้ได้อยู่แล้ว แล้วเราจะดิ้นรนไปใช้ latin-1 ทำไมละครับ

มันไม่ได้เกี่ยวกะ character set ของ เบราเซอร์เลยครับ -_-'

อันนั้นมันอยู่ที่ app ครับ ไม่ได้อยู่ที่ฟอนต์

ที่ผมต้องการชูประเด็นก็คือ เราเป็นผู้ทำฟอนต์ เราก็แค่ทำตามมาตรฐานก็พอ เราไม่ต้องดิ้นรนออกนอกรีดนอกรอยหรอก

ถ้า app มันเป็นไปตามมาตรฐานแล้ว (นั่นคือถอดรหัสถูกต้อง) ไม่ว่ามันจะเรียกรหัส
iso-8859-11 หรือ tis-620 หรือ mswin-874 หรือ mac os thai มันก็เรียกจากตำแหน่งเดียวกัน

มันสำคัญอยู่ตรงที่ว่า ถ้า app ดันไปเรียก iso-8859-1 แทน iso-8859-11(หรืออันอื่นๆที่เป็น section thai) ล่ะจะเกิดอะไรขึ้น

ถ้าตัวอักษรเหล่านั้นถูกเขียนในภาษาทางยุโรปที่ใช้อักษรลาตินแสดงผล แน่นอน...มันอ่านออก...
ถ้ามันไม่ไม่ได้เป็นภาษาทางยุโรปละครับ เช่น เราเอาภาษาไทยใส่ไปแทน ผลที่ได้ก้คือ มันกลายเป็นตัวยึกยือ ที่อ่านยังงัยก็ไม่รู้เรื่อง

ทีนี้มันก็เลยเกิดกรณีศรีธนญชัย มันอ่านไม่ออกใส่มั้ย เราก็เอาอักษรไทยนี่แหล่ะไปใส่ไว้ในฟอนต์ (ทั้งๆ ที่มันเป็น encode latin base) เห็นมั้ยมันอ่านออกแล้ว... ใช้วิธีเดียวกันกับ user defind ใน netscape เวอร์ชั่น 4 หรือต่ำกว่าเด๊ะๆ (แต่ ie เวอร์ชั่น 3 ทำแบบนี้ไม่ได้นะ)

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าต้นเหตุของปัญหา มันอยู่ที่ app ครับ ไม่ใช่ ฟอนต์ app มันถอดรหัสผิด แล้วอย่ามาโทษว่าฟอนต์ไม่ดี ไม่ support ไม่ได้ครับ

ผมไม่ได้บอกว่าเทมเพลตของนายพลไม่ดีนะครับ เป็นความคิดสร้างสรรค์ที่ดีทีเดียว เพราะผมก็เคยใช้แนวคิดแบบเดียวกันนี้ไว้ใช้เอง แต่ไม่ได้เผยแพร่ เพราะเห็นว่าไม่ใช่มาตรฐานหลัก มันจะกลายเป็นมาตรฐานทัชชี่ไป

แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ เนื่องจากผมทำงานกะคนต่างชาติต่างภาษา ผมจะทำอย่างไรให้ เขาสามารถใช้ฟอนต์ของเราได้ ในขณะที่เราก็ใช้ได้อย่างไม่มีปัญหา ดังนั้นการทำฟอนต์ในลักษณะของนายพลเทมเพลต(ในแบบฉบับของผม) ก็เลยใช้ไม่ได้

ผมเคยเสนอเรื่องการ support ภาษาไทยของเราไปที่ adobe และ macromedia (ตอนนี้กลายเป็นลูกกระเจี้ยวของ adobe ไปแล้ว) แต่เขาตอบกลับมาว่า คงต้องรอให้ ปัญหาการละเมิดสิทธิ์ในเมืองไทยได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังก่อน ผมมองแล้วมันไม่เกี่ยวกัน ก็เลยแย้งเขาไปว่า แล้วทำไมในเมื่อ จีน ละเมิดสิทธิ์มากกว่าเรา จึงได้รับการ support ตรงนี้ ทีนี้เขาก็เลยบอกว่าจะขอพิจารณาดูก่อน -_-' (เขาใช้คำว่า consider นะครับ) ทีนี้ในเวอร์ชั่นถัดมาของ CS คือ CS2 จึงได้รับการสนับสนุนให้ใช้ภาษาไทยได้ (ทั้งๆ ที่ตอนที่ผมเสนอไปตั้งแต่ตอน photoshop 6 ออกมาใหม่ๆ)

ทีนี้เราก็ตามมาดูปัญหาละเมิดสิทธิ์ของเมืองไทยบ้างครับ....
ปัญหาการละเมิดสิทธิ์ของเมืองไทยเกิดจากคนมีปัญญาชื้อเครื่องแต่ไม่มีปัญญาซื้อซอฟต์แวร์ครับ
เพราะราคาซอฟต์แวร์แพงกว่าค่าครองชีพมากมาย แพงกว่าค่าเครื่องซึ่งนับวันมีแต่จะถูกลงๆ และอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรายังไม่มีบริษัทคนไทยที่ผลิตซอฟต์แวร์ขึ้นมาใช้เองในราคาถูกๆ ได้ และคนไทยก็ชอบดูถูกคนไทยด้วยกันเอง เวลาซื้อสินค้าของคนไทย

มันกลายเป็นปัญหาไม่รู้จบ แม้แต่ฟอนต์ ก็ยังมีคนคิดว่าเป็นสมบัติของชาติ รวมทั้งอดีต รมต.ตัวห้อยด้วย

มันย้อนกลับที่ปัญหาการละเมิดสิทธิ์ครับ ซึ่งผู้ที่ทำฟอนต์หรือพัฒนาฟอนต์ก็ควรใส่ใจในสิทธิ์ของตนเองด้วยนะครับ

เหตุผลมันเป็นแบบนี้ครับ
เพราะมีการละเมิดสิทธิ์ -> บ.เมืองนอก ไม่คิดใส่ใจพัฒนาให้ support
เพราะราคาแพง -> มีการละเมิดสิทธิ์

ถ้าเราจะเลี่ยงการละเมิดสิทธิ์ ก็ไปใช้อันที่เขาให้ใช้ฟรี ก็น่าจะดีกว่านะครับ

ด้วยเหตุนี้ ฟอนต์ที่ผมทำมาเผยแพร่ จึงต้องคุ้มครองด้วยสิทธิ์แบบ GPL ใครอยากจะเอาไปปู้ยี่ปู้ยำยังงัยก็เชิญ
แต่ถ้าไปละเมิดสิทธิ์แบบ GPL ผมก็ยังมีสิทธิ์ฟ้องได้ครับ

ดังนั้นเรื่องสิทธิ์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป อยากให้พวกเราใส่ใจด้วยครับ เพราะมันมีผลต่อการพัฒนาประเทศของพวกเราด้วย ถ้าเราแก้ปัญหาได้เร็ว เราก็็จะพัฒนาได้เร็ว

ว่าแต่ว่า fontlab เนี่ยราคา 2 หมื่นเศษๆ ก็หนักเอาการเหมือนกัน -_-' น่าจะมีโปรโมชั่นลด 70% เหมือนพวก เสื้อผ้า รองเท้ามั่ง

ปล. มีอัพเดท ฟอนต์ตัวเดียวกันนี้ ข้างล่างครับ ยังเป็นเบต้าอยู่เหมอืนเดิม ยังไม่รู้ว่าตัวจริงจะเสร็จเมื่อไร
ปล.2 อ่าน GPL ภาษาไทยได้ที่นี่

ทัชชี่น่ารัก

อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 27 พ.ย. 2006, 00:20 น.
เข้าใจว่า จามรมาน คนทำคือคุณพี่เอก B513Design ครับ
ช้อบชอบ.. ชอบที่สุดในฟอนต์ชุดใหม่ของกรมทรัพย์ฯ แล้วครับ

อยากรู้ว่าใครเป็นคนทำ ดูที่นี่ http://file2.uploadsave.com/file.php?file=86234df884cb484aa8fc6bf4ec83c5db

iannnnn

ขอบคุณลุงทัชชี่ครับ


ไหนๆ ก็ได้คุยกันแล้วผมขอถามเลยละกัน ถ้าสำนวนมันดูกวนตีนไปผมก็ขออภัยด้วยนะครับ
คือเรื่องของเรื่องผมเข้าใจ และคิดว่าลุงพลแกก็เข้าใจปัญหาเรื่องมาตรฐานที่ว่ามาครับ

ในฐานะนักพัฒนา
คงไม่อยากให้อะไรที่มันไปล้ำเส้นของมาตรฐาน ไปเกะกะระรานแหวกแผกผิดจากมาตรฐานนั้นไป
เพราะเชื่อว่าในระยะยาวมันไม่ดีแน่ๆ แถมในปัจจุบันนี้ฝรั่งที่ใช้ตัวละตินก็อ่านฟอนต์นายพลไม่ออกเหมือนกัน
อันนี้ละไว้ในฐานที่เข้าใจนะครับว่าผมเข้าใจและเห็นด้วยเต็มเหนี่ยว

แต่ในฐานะของผู้ใช้ล่ะครับ
ในทุกวันนี้ นอกจากโปรแกรมชั้นดีที่สนับสนุน OpenType แล้ว
ในตลาดซอฟแวร์ (แท้หรือเถื่อนก็ละไว้นะ  :35:) ของบ้านเรา โปรแกรมที่เหลือมันไม่รองรับเลย

ในโลกอุดมคติ เราทุกคนก็อยากเดินตามมาตรฐานครับ
แต่ในโลกแห่งความจริง ในเมื่อคอมพิวเตอร์มันไม่พยายามจะเข้าใจภาษาไทย
เราในฐานะผู้ใช้ที่ต้องผจญมรสุมมากมายเหล่านี้ เราควรจะทำยังไงดีครับ ระหว่าง
- วิ่งตามเส้นมาตรฐานไป ใครใช้ไม่ได้ก็รอหน่อย กว่าจะใช้ได้จริงๆ (รอเขา consider)
- ทำตัวผิดผี แต่ผู้ใช้ระดับชาวบ้านสามารถใช้ได้โดยไม่จำเป็นต้องไปเข้าใจเรื่องมาตรฐานนั้นๆ




ผมยังจำได้ว่าเคยคุยกะลุงพลเมื่อสมัยละโว้
ว่ามาตรฐานนายพลนี้เกิดมาเพื่อแก้ปัญหาที่มันมีอยู่จริง ในโลกแห่งความจริงนี้
ถ้าปัญหานี้ได้รับการเยียวยาเมื่อไหร่ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรอีกที่แม่แบบของลุงแกจะไปออฟไซด์อย่างที่เป็นนี่ครับ


ขอบคุณที่ให้แสดงความเห็นครับ ผมอยากคุยกะลุงมานานแล้ว  :25:

ทัชชี่น่ารัก

อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 27 พ.ย. 2006, 12:40 น.
ขอบคุณลุงทัชชี่ครับ

เราในฐานะผู้ใช้ที่ต้องผจญมรสุมมากมายเหล่านี้ เราควรจะทำยังไงดีครับ ระหว่าง
- วิ่งตามเส้นมาตรฐานไป ใครใช้ไม่ได้ก็รอหน่อย กว่าจะใช้ได้จริงๆ (รอเขา consider)
- ทำตัวผิดผี แต่ผู้ใช้ระดับชาวบ้านสามารถใช้ได้โดยไม่จำเป็นต้องไปเข้าใจเรื่องมาตรฐานนั้นๆ

ขอตอบข้อ 3 ครับ (ไม่มีในตัวเลือก)

-ก็คือ ในเมื่อมันไม่อยากให้ใช้ เรา็ไม่ต้องใช้ครับ ไม่ง้อ ไปใช้อันที่เขามีให้ใช้และฟรี มีมาตรฐาน อาจจะเสียเวลาเรียนรู้นิดหน่อย แต่ผลที่ได้มันคุ้มกว่า(ในแง่ราคา) และถ้าผลงานที่ออกมามันเวิร์ก ก็โอเคแล้ว ไม่ต้องทำตัวผิด กม. และไม่ต้องจ่ายตังค์ที่แพงเกินไป อยู่อย่างพอเพียงก็มีความสุขแล้ว

iannnnn

อันนี้เป็นคำตอบในมุมมองของคนที่มีความรู้ ทั้งด้านกฎหมาย ทั้งจริยธรรม และรู้เรื่องกระบวนการพัฒนาครับ
ซึ่งผมเองก็พยายามจะหาวิธีทำให้ได้อย่างนั้นมาตลอด แต่ในโลกของไมโครซอฟต์ แต่ก็ยังทำไม่ได้เลย :21:


แล้วในฐานะผู้ใช้ตาสีตาสายายมายายมีล่ะครับ :09:
เขาไม่อยู่ในฐานะที่จะมารับผิดชอบหรือมีขีดมาตรฐานทางศีลธรรมที่จะกำหนดบังคับอะไรแบบนี้ได้



เรายังมีหนังสือสอนโฟโต้ฉอป อีรัตน์ ดรีม แฟลช โคเลียดอ ฯลฯ ตามร้านกว่าสิบยี่ห้อ (ทั้งที่คนใช้ไม่มีใครซื้อของจริงเลย)
เรายังมีประกาศรับสมัครงานที่รับเฉพาะคนที่ใช้โปรแกรมข้างต้นเป็นเท่านั้น ใครใช้ Gimp ไปสมัครก็หุบปากไว้ดีๆ
โลกเรามันโหดร้ายครับ :05:


ด้วยเหตุผลข้างต้น ผู้ใช้ในบ้านเรา 99% ก็ยังซื้อแผ่นพันธุ์ทิพย์อยู่
นอกจากวิธีในอุดมคติ - อย่างการให้ความรู้ความเข้าใจต่อคนจำนวนมากเหล่านั้น - ซึ่งในทางปฏิบัติเป็นไปได้ยากแน่ๆ แล้ว

เราจะไม่ง้อเขาเลยเหรอครับ
นั่นฐานเสียงหลักของพรรค ชรช เชียวนะ




ขออภัยที่ล่วงเกินครับ
ผมต้องขออภัยบ่อยๆ ครับ เพราะเกรงใจลุงทัชชี่เหมือนกันที่เข้ามาเจอคนประเภทนี้

โก้

#26
ตามอ่านจู่นี้ได้พักนึงละ
ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่เกี่ยวกับเรื่องการทำฟ๐นต์และการเอาไปใช้หรือทำเป็นลิขสิทธิ์
แต่น่าสนุกดี จะพยายามทำความเข้าใจต่อไป  :42:

ลองเอาฟ๐นต์ไปพิมพ์บน illus cs1 มาครับ ได้ผลแบบนี้ (MAC OSX 10.3.9)


ส่วนนี่ลองพิมพ์บน indesign thai cs1 ครับ


ส่วนนี้ลองบน Text edit 1.3 (v202)
nuugo.blogspot.com
instagram.com/nuugo

ทัชชี่น่ารัก

อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 27 พ.ย. 2006, 13:03 น.
อันนี้เป็นคำตอบในมุมมองของคนที่มีความรู้ ทั้งด้านกฎหมาย ทั้งจริยธรรม และรู้เรื่องกระบวนการพัฒนาครับ
ซึ่งผมเองก็พยายามจะหาวิธีทำให้ได้อย่างนั้นมาตลอด แต่ในโลกของไมโครซอฟต์ แต่ก็ยังทำไม่ได้เลย :21:

แล้วในฐานะผู้ใช้ตาสีตาสายายมายายมีล่ะครับ :09:
เขาไม่อยู่ในฐานะที่จะมารับผิดชอบหรือมีขีดมาตรฐานทางศีลธรรมที่จะกำหนดบังคับอะไรแบบนี้ได้

เรายังมีหนังสือสอนโฟโต้ฉอป อีรัตน์ ดรีม แฟลช โคเลียดอ ฯลฯ ตามร้านกว่าสิบยี่ห้อ (ทั้งที่คนใช้ไม่มีใครซื้อของจริงเลย)
เรายังมีประกาศรับสมัครงานที่รับเฉพาะคนที่ใช้โปรแกรมข้างต้นเป็นเท่านั้น ใครใช้ Gimp ไปสมัครก็หุบปากไว้ดีๆ
โลกเรามันโหดร้ายครับ :05:

ด้วยเหตุผลข้างต้น ผู้ใช้ในบ้านเรา 99% ก็ยังซื้อแผ่นพันธุ์ทิพย์อยู่
นอกจากวิธีในอุดมคติ - อย่างการให้ความรู้ความเข้าใจต่อคนจำนวนมากเหล่านั้น - ซึ่งในทางปฏิบัติเป็นไปได้ยากแน่ๆ แล้ว

เราจะไม่ง้อเขาเลยเหรอครับ
นั่นฐานเสียงหลักของพรรค ชรช เชียวนะ

ขออภัยที่ล่วงเกินครับ
ผมต้องขออภัยบ่อยๆ ครับ เพราะเกรงใจลุงทัชชี่เหมือนกันที่เข้ามาเจอคนประเภทนี้

จากช่องโหว่ของกฎหมายที่อนุญาตให้ใช้ได้ในกรณีที่เอามาศึกษาหรือใช้งานส่วนตัว แต่ๆๆๆ....
ไม่ใช่เอามาทำมาหากิน...ทำให้เราสามารถใช้แผ่นพันทิพได้โดยอิสระ จะเอามาตีลังกาเรียนรู้ยังงัยก็ได้ จึงไม่เป็นปํญหาเวลาไปสมัครงาน เพราะ Gu รู้ทุกอย่างจากแผ่นเถื่อนนั่นแหล่ะ แต่เวลาไปทำงานก็ได้ใช้ของจริงแน่ๆ เอ๊..หรือว่าออฟฟิศของคุณๆ เนี่ยใช้ของเถื่อนกัน ระวังให้ดีนะครับ BSA จะไปเยี่ยมถึงออฟฟิศ ผมไม่ได้เป็นพวก BSA นะ แต่ระวังมันไว้หน่อยดี ค่าปรับมันแพงโคตรๆ ออฟฟิศข้างๆ ออฟฟิศผมโดนค้นมาแว้ว ออฟฟิศผมรอดตัวไป มีป้าย Microsoft + Adobe กันผี BSA อยู่หน้าออฟฟิศ

ดังนั้นปัญหามันเลยอยู่ที่คนครับ ควรที่จะปลูกฝังให้รู้จักเคารพสิทธิ์ของผู้อื่นตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปจนถึงนายกฯ ครับ ประชาธิปไตยจะได้เต็มใบซะที

พรรค ชรช...เนี่ยพรรคชายรักชายหรือเปล่าครับ ที่จะเอามาตั้งแข่งกะพรรคหญิงรักหญิงของระเบียบรัด...:02:

To nuugo
ขอบคุณที่ช่วยทดสอบครับ พอดีรอแผ่น mac มาลงอยู่ครับ เลยไม่มีเครื่องเทสต์

โก้

ที่ทำงานผมสั่งอะโดบี ของแท้มีไลเซ่น
แอบๆ ถามราคา เหยียบแสน (ทีแผ่นพัติ๊บราคาไม่กี่ร้อย ชิ)  :42:
nuugo.blogspot.com
instagram.com/nuugo

b0nyb0y

เซ็งมาก โพสไม่ไปซะที.. เปิดมาอีกทีบทสนทนาไปไกลแล้ว

ประเด็น code pages/encoding/charset ที่ว่ามา
ถึงผมจะยกตัวอย่างการใช้งานเป็นงานเวบไซด์ กับ DB
แต่ประเด็นผมไม่ได้จะมาถกเรื่องมาตรฐานเวบไทยนะครับ
เพราะถ้าอ่านที่ผมเขียนไว้แต่ต้น ก็จะเข้าใจได้ว่า
ประเด็นที่ผมจะสื่อคือคุณยัง encode ตัวอักษรเป็นแบบ byte เดียว
ซึ่งเป็นมาตรฐานเก่า หรือคุณจะเปลี่ยนมาเป็น Unicode compatible
ไม่ได้ต้องการมุ่งเป้าไปที่เบราเซอร์ครับ

ถ้าที่ผมพูดจะเกี่ยวกับเบราเซอร์ ก็คงเกี่ยวแค่ว่ามันเป็น Unicode app
ที่สามารถอ่าน charset นานาพันธุ์ แต่ก็ยังดึง Unicode glyphs มาใช้แสดงผลได้
ไม่มีอะไรมากกว่านั้นครับ เป็นแค่ตัวอย่างการใช้งานแบบนึง
ซึ่งอาศัยทั้ง Unicode และ charset ขนานต่างๆ

เรื่อง TIS-620 นี่
ถ้าอ่านครั้งแรก อาจจะทำให้นึกถึงเรื่องเวบอย่างเดียว
เลยดูเหมือนว่า ผมมาพูดเรื่องมาตรฐานเบราเซอร์
ในขณะที่คนอื่นเค้าพูดเรื่องเอกสารงานพิมพ์
แต่ถ้ามาดูในรายละเอียด จะเห็นว่า file เอกสารทุกๆ file ที่เก็บบนเครื่องคอม
(ไม่ใช่เฉพาะ html/xhtml ที่ส่งมาจาก server) มันก็มี encoding ของมันอยู่
แม้กระทั่ง .txt ธรรมดามันก็มี... ที่ผมจะสื่อตรงจุดนี้คือ file encoding
มันเป็นมาตรฐานเดียวกันที่ใช้ทั้งบนเครื่องและบนเวบน่ะครับ
ไม่ได้จะพาบทสนทนาออกอ่าวไปไหนเลย

อ้างอิงที่ผมคุยก็คือ ในเมื่อ unicode มันมี section tis-620 มาให้ แล้วเวลาไปใช้กะ apps ที่มัน support tis-620 มันก็ดึง tis-620 มาใช้ได้อยู่แล้ว แล้วเราจะดิ้นรนไปใช้ latin-1 ทำไมละครับ
ถ้าพูดกันตามเนื้อผ้า ถ้าเรามี Unicode font ที่มี characters/glyphs ใน range ภาษาไทยมาแล้ว
app ที่จะสามารถใช้ range ภาษาไทยนั้นได้ ต้อง support Unicode ด้วยครับ แค่ TIS-620 ยังไม่พอ
อย่างถ้าตอนนี้ Windows ไม่ support Unicode (ซึ่งจริงๆ มันก็เริ่ม support มาตั้งแต่ Win 95)
ยังไงมันก็ดึง tis-620 section ออกมาจาก Unicode font ไม่ได้แน่
เพราะมันไม่มีความสามารถพอที่จะ 1) อ่านตัวอักษรแบบ Unicode ซึ่งสามารถเป็น multi-byte
และ 2) คำนวณหา offset ใน Unicode font เพื่อไปดึงตัวอักษรที่สูงกว่า 1 byte ได้
ซึ่งปัญหานี้ จริงๆ ก็คือปัญหาที่คุณทัชชี่ได้เขียนอธิบายมา
ผมเลยยังไม่แน่ใจว่า เราพูดกันคนละเรื่องยังไงหรือครับ?

ผมว่าพวกเราในนี้ ใจจริงก็ไม่ได้อยากโทษ font โดยส่วนเดียวหรอกครับ
แต่ปัญหาคือ หลายคนยังต้องใช้โปรแกรมดึกดำบรรพ์พวกนี้ทำงานอยู่
ฉะนั้น ตราบใดที่ฐานผู้ใช้ ยังใช้ตัวโปรแกรมยังไม่ support Unicode อย่างถูกต้อง
เราก็ยังต้องดิ้น(เลี้ยงปากท้อง)กันไป ซึ่งแต่ละคนก็มีวิธีดิ้นรนไปคนละแบบ
อย่างคุณทัชชี่ก็ผลักดันทางผู้ผลิตซอฟท์แวร์ให้แก้ไขตัวโปรแกรมให้ดีขึ้น
ในขณะที่คุณนายพลดิ้นรนด้วยการปรับฟอนต์ให้ใช้ได้ทุกสถานการณ์(คนไทย)
แก้ไข font ด้วยมุมมองของคนที่ทำงาน local เป็นหลัก
ซึ่งผมว่า อันนี้มันเป็นเรื่องของจุดยืนของแต่ละคนครับ
ถึงวิธีของคุณนายพลจะออกลักษณะ hack
เพราะมันออกเป็นลูกครึ่งระหว่างมาตรฐานเก่ากับมาตรฐานใหม่
(จริงๆ แล้วมันก็คือ font ไทยรุ่นเก่าที่ต่อท้ายด้วย unicode glyphs เหนือ 1 byte ขึ้นไป)
แต่ผมก็เข้าใจจุดยืนเค้าเหมือนกัน

ปัญหาที่คิดว่าเราคงจะเห็นไปอีกพักนึง ก็คือ slow adoption ครับ
ประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศ ที่เค้าสามารถ switch ไปใช้ Unicode ได้เร็ว
เป็นเพราะเค้าไม่มีเอกสารเก่าที่ใช้ encoding แบบดึกดำบรรพ์มากนัก
พอทางประเทศเค้าหันมาเริ่มพัฒนาทาง IT จริงจังก็มี Unicode ให้ใช้แล้ว
แต่ของไทยมันมีมาตรฐาน pre-Unicode ออกมาใช้ซักพักนึงแล้ว
เรื่องการจะมานั่ง convert ไฟล์เอกสารเก่าให้เป็น Unicode จะกินเวลานานกว่า
ปัญหาเรื่อง legacy systems/documents นี่ มันก็คงต้องอาศัยเวลาอีกซักพักนึง

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines