กระจู๋ตกข่าว

เริ่มโพสต์โดย icez, 31 ส.ค. 2006, 02:53 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

iannnnn

เอาน่าๆ
เมื่อก่อนก็เคยมีคนมาบวกแบบนี้แหละครับ
ดีแล้วๆ น่ารักดี

กันย์

เค้าคงนึกว่า +1 โพสแบบเว็บอื่นๆมั้ง :27:
หนุ่มอักษรรักแน่ รักแท้ตลอดกาล~

Jacknakub

พอดีอ่านแล้วไม่รู้จะแสดงความคิดเห็นอะไรอ่ะครับ ชำเลืองเรปบนบวกบวก ผมเลยเอามั้ง 555+

นักศิลปะ

ตอนที่ อีตา จงรัก
พาเด็กเรียนมาจับมือกัน
คิดเหมือนพี่ฉึ่ง ว่านี่เด็กเรียนหมดเลย
ร้อยวันพันปีไ่ตีกะใครหรอก ตบยุงยังกลัวบาป
พวกตีกัน ทีวีมันดูมั่งหรือเปล่าไม่รู้
อาจจะแว้นท์อยู่  :22:
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

❤ NoOIzY&Tad ❤

จริงอย่างที่กันย์ว่า



:30:
★ .・。゜ïzY ™ ﺕ ❤ Loveable ☂
 ` Mode : รักเธอ *
T&I

น้องเข่มเข๊ม

อ้างคำพูดจาก: โอ๋...คือชื่อฉัน เมื่อ 13 ก.พ. 2009, 01:01 น.
ตอนที่ อีตา จงรัก
พาเด็กเรียนมาจับมือกัน
คิดเหมือนพี่ฉึ่ง ว่านี่เด็กเรียนหมดเลย
ร้อยวันพันปีไ่ตีกะใครหรอก ตบยุงยังกลัวบาป
พวกตีกัน ทีวีมันดูมั่งหรือเปล่าไม่รู้
อาจจะแว้นท์อยู่  :22:


นัทก็ว่าอย่างนั้น    :42:
เลวยั้นเงา

นักศิลปะ

มีคนถาม ว่าตอนโอ๋ตีกันรู้สึกไง
ผมก็ตอบไปว่า ไม่รู้สึกเลยตอนนั้น
เด็กๆ ที่เราเห็นตีกันผมว่าคงแบบนั้น
อาจจะรู้สึกไปในทางเท่ดีวะ อะไรแบบนี้
เหมือนอุปทานหมู่
มารู้สึกเอาก็ โดนปางตายนั่นแหละ

แล้วก็หลาบ

คนโดนลูกหลงไม่รู้เรื่องรู้ราวนี่ก็น่าสงสาร
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

8e88

#3187
ปัญหาเรื่องความคิดของเด็ก อย่างที่พี่โอ๋บอกเลยครับ
ผมมองว่าเด็กพวกที่เรียนอาชีวะมี 3 กลุ่มนะ
ไม่ได้แบ่งตามความฉลาดว่าเรียนเก่งหรือเรียนไม่เก่ง
แต่แบ่งเอาตามพฤติกรรมความเกเร

1. เด็กเรียนและเด็กเนิร์ด - เด็กที่วันๆมันไม่ยุ่งกับใคร ซึ่งอาจจะเรียนเก่งหรือเรียนไม่เก่งก็ได้ทั้งนั้น พวกนี้เรียนท่าเดียว ไม่ตีกับใคร

2. เด็กปกติ เฮตามเพื่อนบ้างบางครั้ง - กลุ่มนี้เหมือนโดนสังคมหมู่เพื่อนพาไปร่วมตีกับชาวบ้าน แต่เป็นเด็กที่เรียนในห้องปกติ เป็นเด็กที่มีจำนวนมากสุด น่าจะประมาณ 60-70%ของเด็กอาชีวะที่มีพฤติกรรมแบบนี้ เด็กกลุ่มนี้ที่บางคนพอมีความคิดหน่อย โตๆขึ้นก็ไม่มีอะไรแล้ว

3. เด็กเกเร ขาประจำตัวหาเรื่อง - เด็กกลุ่มนี้มีประมาณไม่เกิน 20-30% โดยมากจะเป็นพวกที่ฝ่ายปกครองเรียกเข้าห้องเป็นประจำ โดดเรียนเป็นนิสัย วันๆไม่ค่อยคิดจะเรียน เผางานส่งอาจารย์ โดยมากจะเรียนกันไม่ค่อยจบ โดนไล่ออกที่โรงเรียนนี้ก็ไปสมัครเข้าเรียนอีกที่แล้วไปทำตัวแบบเดิมอีก

ปัญหาหลักๆอยู่ที่จะทำยังไงให้เด็กกลุ่มที่ 3 ไปเข้าห้องเรียนเหมือนเด็กกลุ่มอื่น เพราะเด็กมันไม่คิดจะเรียน
....และทำยังไงไม่ให้เด็กกลุ่มที่ 2 ไม่กลายพันธ์เป็นเด็กกลุ่มที่ 3
ปัญหาเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ แต่หนักเอาเรื่อง
เอาเข้าจริงๆ ถ้าปิดสถาบันไปเลย มันก็จะเหลือสถาบันอาชีวะที่ดังๆในเรื่องการเรียนวิชาชีพ ไม่กี่ที่
ซึ่งต้องสอบแข่งขันกันเข้าไปเรียน จำนวนที่รับก็น้อย นอกจากจะขยายจำนวนนักเรียนที่เข้าเรียนเพื่อรองรับ เพื่อแก้ปัญหา
แล้วถ้าเกิดพวกเด็กแสบๆในกลุ่มที่ 3 ไปเข้าเรียนอีกจนจำนวนมันมากพอที่จะจับกลุ่มกันได้ในสถาบันนั้นๆ
ก็ไปทำเขาวุ่นวายอยู่ดี บางทีโรงเรียนที่ไม่เคยตีกับชาวบ้าน ก็จะมีตีกันขึ้นมา

ปัญหามันอยู่ที่ตัวเด็กกลุ่มที่ 3 นี่แหล่ะ ถ้าตัดหางปล่อยวัดไป ไม่มีที่เรียนก็อาจไปก่อเรื่องในรูปแบบอื่นๆอีก
พฤติกรรมของเด็กกลุ่มนี้ เหมือนกับต้องการเป็นผู้นำเพื่อน ต้องการเป็นที่ยอมรับ บวกกับความดื้อ
หาทางออกอื่นในการแสดงออกที่ดีกว่านี้ไม่ได้ ก็เลยออกมาในรูปแบบนี้
อาจารย์ก็คงพยายามตักเตือน แต่มันทำอะไรให้ดีไปกว่านี้ไม่ได้ เด็กกลุ่มนี้มันไม่เอาอะไรจริงๆ
ชักจูงกลับมาได้ยาก ....ปัญหาลึกๆของเด็กกลุ่มนี้มันเป็นส่วนนึงของปัญหาอื่นๆในสังคมที่อาจจะเรียกได้ว่า พวกเหลือขอ
อย่างพวก เกรียน, แว๊นซ์, เด็กผู้หญิงที่มันมีพฤติกรรมแร่ดๆอย่างการเก็บแต้ม ก็เป็นปัญหาคล้ายๆกันในอีกรูปแบบ

เดอะบุ๋ม

เป็นปัญหาแก้ยากมากๆ  :55:

Buob Marley

http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

จักรี

อ้างคำพูดจาก: แอนดูมาโอ๊ะ เมื่อ 13 ก.พ. 2009, 00:59 น.
เอาน่าๆ
เมื่อก่อนก็เคยมีคนมาบวกแบบนี้แหละครับ
ดีแล้วๆ น่ารักดี


ผมจำได้ครับว่า ใคร 

เป็นพี่คนหนึ่งที่มี อักษร  ห. นำหน้า ตามด้วย น. สระอุ ไม้เอก และ ม. ตามลำดับ
ผมไม่อยากบอกชื่อพี่แกเต็มๆ เดี๋ยวพี่แกจะอาย  ใบ้ให้ว่า เป็นนักเตะ ฟสท. เป็นฝ่ายประเมินฟ้อนสุดฯ
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

เก้อ

ผมสังเกตว่า สาเหตุส่วนมากที่ตีกันมาจากเรื่องของศักดิ์ศรี
ภูมิใจในความเท่ของสถาบัน(ในสายตาของเขา) เครื่องแบบด้วย
ถ้าจะแก้ปัญหากันให้ตรงจุด ก็น่าจะแก้ตรงนี้ก่อน

ผมว่าเปลี่ยนชื่อสถาบันเลยครับ เช่น เป็นเทคโนโลยีหมีแพนด้า
ช่างกลลิลลี่ อะไรแบบนี้ พอเราเปลี่ยชื่อ เวลาพวกมันไปพ่นที่ไหน
แพนด้าน้อยพ่อทุกสถาบัน อะไรแบบนี้ ก็จะดูไม่น่าเกรงขาม
สถาปนาช่างกลลิลลี่ ยังงี้ก็ดูซอฟต์ขึ้น ชาวบ้านเห็นก็เอ็นดูแทน
ไม่เกิดความโกรธแค้นกัน แล้วเสื้อช็อปพวกนี้ ก็เปลี่ยนเป็นสีชมพู
ปักตราหมีน้อย ทำให้ลุคดูเป็นมิตรขึ้น แล้วพวกเขาก็จะเลิกเรียน รีบกลับบ้าน
เพราะเขิน มาตรการพวกนี้ น่าจะช่วยลดศักดิ์ศรีที่ค้ำคอพวกเขาได้






I ROCK , THEREFORE I AM

จักรี

 :30: เหมือนจะเน้นฮา แต่ผมว่าใช้ได้จริงๆ นะครับ

งั้นเรามาคิดชื่อที่ดูเป็นมิตร ใสๆ น่ารักๆ ให้กับสองสถาบันนี้กันเถอะ  :30:
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

ไอ้เบิร์ด

ถึงเวลาทั้งสองสถาบันเจอหน้ากัน เค้าคงจะชวนกันไปเล่น ชิงช้า ม้าหมุนกัน ดูน่ารักดี  :30:
"...ถ้าสายตาเราชินกับในที่มืดแล้ว คงยากที่จะเพ่งมองโลกภายนอกได้..."

สมเจี้ยม

ผมว่าถ้าเป็นอย่างงั้นจริง
เขาก็ใช้ชื่อเดิมที่เราๆ รู้กันอยู่นั่นแหละ
เอามาใช้เหมือนเดิม


แล้วคงจะลดลงตามเวลาที่ผ่านไปนานหลาย



แต่ฮาพี่เก้อ :30:
ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines