:+: เทคนิคภาพถ่าย :+:

เริ่มโพสต์โดย โก้, 05 ก.ค. 2006, 09:41 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

Buob Marley

โอเช เดี๋ยววันจันทร์อาจจะเข้าไปคณะ ถ้าได้ผลประการใดจะมาเล่าให้ฟังครับ :37:

ปล. พี่ณตช่วยไปตอบจู๋กล้องฟิล์มด้วยดิ :53: :46:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

บิ๊กเล็ก

 :05:

ผมเข้าไปอ่านเรื่อง การวัดแสง การ exposure compensation มาครับ
ตามเว็บต่างๆ (ที่รู้จักทั้งหมดแล้ว)

พยายามอ่านแล้ว แต่ก็เข้าใจเป็นส่วนหนึ่งครับ
:05:


อยากให้พี่ ๆ อธิบายแบบง่ายๆ เรื่องการวัดแสงหน่อยครับ

:46:
ตัวคนเดียว :]

IM

เรื่องการวัดแสงผมก็เป็น  :05a:

บิ๊กเล็ก

 :05:
เข้าใจว่ากล้องมันพยายามทำภาพให้เป็น Mid-tone
แล้วเราก็ compensate มันไปให้เท่าเดิม(ให้เหมือนตาเห็น)
แต่ว่า พอปรับในโหมด M แล้ว ภาพมันยังออก under ไปหน่อย

ส่วน วัดแสงเป็นจุด เป็นส่วน เนี๊ยะ พอเข้าใจครับ
แต่พอวัดไปแล้วมันก็ไม่ได้

หรือว่า้ต้องเกี่ยวกับการปรับ รูรับแสง ความเร็วชัตเตอร์ ISO ด้วยรึเปล่าครับ

ช่วยแนะนำด้วยครับ :46:
ตัวคนเดียว :]

อู๋

อืมม เรื่องวัดแสงมันกว้างมากเลยนะครับ เอาเป็นว่าสิ่งที่ต้องนึกเสมอก่อนกดชัทเตอร์คือ

สปีด ไอโซ่ รูรับแสง และระบบวัดแสง

สปีด = ต้องดูว่าเราใช้ระยะเลนส์เท่าไหร่ เราต้องการให้ภาพหยุดก็ทำยังไงก็ได้ให้สปีดสูงเข้าไว้ ไม่ว่าจะเพิ่มไอโซ่หรือเพิ่มรูรับแสง หรือถ้าเราต้องการให้ภาพดูมีการเคลื่อนไหวก็ลดสปีดลง
รูรับแสง = อันนี้สำคัญรองลงมารูกว้าง หลังเบลอ ได้สปีดสูง รูแคบ ได้ระยะชัดลึกเยอะ แต่สปีดก็จะลดลง
ไอโซ่ = เอาไว้เพิ่มเวลาต้องการสปีดหรือรูรับแสงมากๆ เป็นหน่วย support

ส่วนระบบวัดแสงอันนี้ต้องอาศัยประสบการณ์
เฉพาะจุด
           เอาไว้ใช้เวลาสภาพแสงต่างกันมากๆ หรือเอาไว้วัดแต่ละส่วนของภาพเวลาจะถ่ายพาโนราม่าหรือทำภาพแบบ HDR เพื่อให้รู้ว่าแต่ละจุดต่างกันกี่สตอป เป็นโหมดที่ยากเพราะต้องอาศัยเวลาซักนิดในการวัด ฉะนั้น แบบควรอยู่นิ่ง
เฉลี่ยหนักกลาง
           เอาไว้ในกรณีที่ภาพมีความต่างแสงไม่มาก และใกล้เคียงกันเช่น จะถ่ายพระอาทิตย์ซีลูเอท เราก็เฉลี่ยหนักกลางไปที่ท้องฟ้าเลย ส่วนอื่นมันไม่สนใจ เอาแค่แสงส่วนมากไว้ก่อน
เฉลี่ยทั้งภาพ
           เอาไว้ใช้ในกรณีที่ภาพมีลักษณะแสงที่ชัดเจนคือไม่มืด ก็สว่างไปเลย เช่นเราจะแอบถ่ายพระที่โดนแสงส่องลงมาโดนนิดเดียว แต่ส่วนอื่นของภาพมืดกว่า ถ้าใช้เฉพาะจุดกว่าจะวัดได้ พระท่านเดินเข้าวัดก่อนพอดี กรณีนี้เฉลี่ยทั้งภาพ ชดเชยลบซักหน่อยโอเคเลย


การชดเชยแสงต้องดูตามสีที่เราวัดด้วย เช่น สีส้มจริงๆอยู่ในโทนสีกลางแต่ถ้าโดนแดดแรงๆก็ต้องชดเชยบวกนิดนึง ท้องฟ้าถ้าฟ้ากรุงเทพก็ชดเชย +1 ถ้าฟ้าต่างจังหวัดเข้มๆก็ชดเชยลบหรือไม่ชดเชยเลย

สังเกตสี อยากให้สว่างก็ชดเชยบวก อยากให้มืดก็ชดเชยลบครับ

pahn*

พนักงานบริษัท.

iSharp

เรื่องวัดแสงคุยกันหลายรอบเนอะ  :08:

จัดทริปสอนคนในฟอนต์กันมั้ยพี่อู๋  :56:
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

IM


ณต

เรื่องวัดแสงเนี่ย ก่อนที่เราจะไปเข้าใจเรื่องเทคนิคต่างๆ
เรามาย้อนทำความเข้าใจเรื่องพื้นฐานกันนิดนึง

กล้องมีไว้บันทึกภาพที่เราเห็นตรงหน้า
แต่เคยสังเกตุกันไหมว่า ภาพที่เราถ่ายออกมา
ทำไมถึงไม่เหมือนกับที่ตาเราเห็น  :09:

นั่นเป็นเพราะตาของเรา สามารถแยกความต่างของสี แสง
ความสว่าง ความมืด ความเปรียบต่าง
และสามารถเก็บรายละเอียดได้มากกว่า
ฟิลม์หรือเซนเซอร์ของกล้อง ได้ไม่รู้กี่ล้านเท่า

ตรงนี้เอง ที่กล้องถ่ายภาพ พยายามเลียนแบบ
แต่ในปัจจุบันกล้องและเลนส์ที่ดีที่สุด
่ก็ยังห่างไกล จากตาของเราอีกหลายขุม

ความสามารถในการบันทึกภาพตรงนี้เราจะเรียกว่า
Exposure range ซึ่งเราจะวัดค่ากันเป็น Stop
(คำนวณมาจากอัตราส่วนของความเปรียบต่างของแสง)

ซึ่งเซนเซอร์หรือฟิลม์แต่ละชนิด ก็จะมีค่า Exposure Range ต่างกันไป
ปัจจุบันเซนเซอร์ของกล้องดิจิตอลก็จะมีค่าตรงนี้ประมาณ 5 stops
ในขณะที่ฟิลม์เนกกาตีฟขาวดำ บางตัวมีค่าตรงนี้ถึง 18 stops

มาถึงตรงนี้ก่อนที่จะออกทะเลหลงไปไกล  :41:
ขอย้อนกลับมาที่การชดเชยแสงก่อน
ค่าที่เราใช้ในการวัดแสงให้พอดี มาจากตัวแปรหลักๆ
สามตัว อย่างที่บักอู๋ อธิบายไป นั่นคือ ความเร็วชัตเตอร์
รูรับแสง และ ISO ซึ่งทั้งสามตัวก็จะมีความสัมพันธ์กัน

แล้วจะชดเชยแสงยังไงแบบง่ายๆ อ่านตรงนี้


อู๋


กันย์

น่าจะตั้งจู๋เรื่องวัดแสงออกไปเลยดีมะ :12:
หนุ่มอักษรรักแน่ รักแท้ตลอดกาล~

บิ๊กเล็ก

ตัวคนเดียว :]

itor

 :46: ขอผู้เชี่ยวชาญการใช้แฟรช รวบยอดในทริปไปด้วยนะครับ ผมจะไปนั่งหน้าห้องเลย

อู๋

อ้างคำพูดจาก: กันย์ เมื่อ 25 ต.ค. 2008, 23:31 น.
น่าจะตั้งจู๋เรื่องวัดแสงออกไปเลยดีมะ :12:

เคยตั้งไปแล้วในห้องศิลป์แต่แป็ก  :30:

เทอร์โบบูสเตอร์

ไม่แป๊กนะ รออ่านต่ออยู่  :27:
กาก

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines