เห็นว่ามีประโยชน์เลยเอามาฝาก

เริ่มโพสต์โดย |<3N, 22 ก.พ. 2005, 19:32 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

✌

เค้าอธิบายว่า โปรแกรมมันจะกระตุ้นสายโทรศัพท์ให้รับส่งเร็วขึ้น

ooooo

พูดง่ายๆมันก็เหมือนกับไวอะกร้านั่นแหละ

นิ้ง

น่าเชื่อถือจังเลยเนอะ



น่าเชื่อถือมาก






















:39:
"ความรักนั้น...ง่ายดายกว่าที่คิด...ยากเย็นกว่าที่เห็น"

✌


นิ้ง

"ความรักนั้น...ง่ายดายกว่าที่คิด...ยากเย็นกว่าที่เห็น"

✌

ลองแบบรู้เรื่องแล้วถึงโพสต์

หนูหรั่ง

เซฟหน้าตาโปรแกรมมาหน่อย  :26:
หมู หมา กา ไก่
ขี้หมู ขี้หมา ขี้กา ขึ้ไก่
คลิกแล้วมันส์สสส

iannnnn

จะทำอย่างไรเมื่อยางรถระเบิดขณะขับรถอยู่

กรณีที่ 1 เมื่อยางรถระเบิดขณะขับรถ มีข้อแนะนำให้ปฏิบัติดังนี้
1. มือทั้งสองต้องจับอยู่ที่พวงมาลัยอย่างมั่นคง
2. ถอนคันเร่งออก
3. ควบคุมสติให้ดีอย่าตกใจ มองกระจกหลังเพื่อให้ทราบว่ามีรถใดตามมาบ้าง
4. แตะเบรกอย่างแผ่วเบาและถี่ๆ อย่าแตะแรงเป็นอันขาด เพราะจะทำให้รถหมุน
5. ห้ามเหยียบคลัตช์โดยเด็ดขาดเพราะถ้าเหยียบคลัตช์รถจะไม่เกาะถนนรถจะลอยตัว และจะทำให้บังคับรถได้ยากยิ่งขึ้น อาจเสียหลัก เพราะการเหยียบคลัตช์เป็นการตัดแรงบิดของเครื่องยนต์ ให้ขาดจากเพลา
6. ห้ามดึงเบรกมืออย่างเด็ดขาด จะทำให้รถหมุน
7. เมื่อความเร็วรถลดลงพอประมาณแล้วให้ยกเลี้ยวสัญญาณเข้าข้างทางซ้ายมือ
8. เมื่อความเร็วลดลงระดับควบคุมได้ ให้เปลี่ยนเกียร์ต่ำลงและหยุดรถข้อสังเกตเมื่อยางระเบิด คือ ไม่ว่ายางด้านใดจะระเบิดล้อหน้าหรือล้อหลังก็ตาม เมื่อระเบิดด้านซ้ายรถก็จะแฉลบไปด้านซ้ายก่อน แล้วก็จะสะบัดกลับ และสะบัดไปด้านซ้ายอีกที สลับกันไปมา และในทำนองตรงกันข้าม หากระเบิดด้านขวาอาการก็จะกลับเป็นตรงกันข้ามอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นส่วนมากก็ คือ หากขณะยางระเบิดรถวิ่งอยู่ที่ความเร็วสูงมากๆ พอยางระเบิดขึ้นมารถก็จะกลิ้งทันที ทำอะไรไม่ได้ ดังนั้นการขับรถที่ใช้ความเร็วสูงๆจึงมักจะแก้ไขอะไรในเรื่องนี้ไม่ได้ เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุร้ ายแรงที่จะเกิดขึ้น ในขณะขับรถ จึงไม่ควรขับรถเร็ว ความเร็วทีถือว่าปลอดภัยใน DEFENSIVE DRIVING คือ ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง


กรณีที่ 2 เมื่อรถตกน้ำ

ในกรณีที่รถเกิดอุบัติเหตุแล้วตกลงไปในแม่น้ำ ลำคลองใดๆ ก็ตามรถจะไม่ตกลงไปในน้ำแล้วจมทันทีเหมือนหิน ตกน้ำ แต่จะค่อยๆ จมลงทีละน้อยๆ จนกว่าจะถึงพื้นล่างและในนาทีวิกฤตนี้ ควรตั้งสติให้ดีและปฏิบัติดังต่อไปนี้
1. ปลด SAFETY BELT ออกทุกๆคน รวมทั้งผู้โดยสารด้วย
2. อย่าออกแรงใดๆ เพื่อสงวนการใช้อากาศหายใจซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนจำกัด
3. ให้ยกส่วนศีรษะให้สูงเหนือระดับน้ำที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นในรถ
4. ปลดล็อกประตูรถทุกบาน
5. หมุนกระจกให้น้ำไหลเข้าในรถเพื่อปรับความดัน! ในรถและนอกรถให้เท่ากันมิฉะนั้นท่านจะเปิดประตูรถไม่ออก เพราะน้ำจากภายนอกตัวรถจะดันประตูไว้
6. เมื่อความดันใกล้เคียงกันแล้วให้ผลักบานประตูออกให้กว้างสุด แล้วท่านก็ออกจากห้องโดยสารของรถได้
7. จากนั้นท่านอาจจะปล่อยตัวให้ลอยขึ้นเหนือน้ำตามธรรมชาติ หรือจะว่ายน้ำขึ้นมาก็ได้ ในกรณีนี้หากน้ำลึกมากๆอาจจะมองไม่เห็นว่า
ทิศใดเหนือน้ำ ทิศใดใต้น้ำเพราะว่ามืดไปหมด ไม่ควรใช้วิธีว่ายน้ำเพราะอาจจะว่าย ไปในทิศทางที่ไม่ขึ้นเหนือน้ำ
กรณีเช่นนี้ ควรปล่อยตัวให้ลอยขึ้นตามธรรมชาติหรือลองเป่าปากดูว่า ฟองอากาศลอยไปในทิศทางใด ให้ว่ายน้ำไปในทิศทางที่ฟองอากาศลอยไป
ก็จะไม่มีอาการหลงน้ำนอกจากนั้น ก่อนออกจากรถ หากท่านมีผู้โดยสารที่เป็นเด็กๆ อาจจะหนีบเด็กๆ นั้น
ออกมากับท่านได้อีกหนึ่งคน ดังนั้นหากท่านปฏิบัติ ตามวิธีการเหล่านี้ ก็จะช่วยให้ชีวิตของท่าน ปลอดภัยได้ ในยามคับขัน

Soris0ri

#728
มารู้จักวิธีการทำแท้ง

\"เราอยากให้คุณมารู้จักวิธีการทำแท้งที่เค้าใช้ทำลายลูกของคุณ ลูกที่คุณไม่ตั้งใจจะมี และไม่ต้องการให้เขาเกิดมาลืมตาดูโลก เพียงเพราะว่าเขาจะเป็นส่วนเกินในชีวิตของคุณ และเราอยากให้คุณรู้ไว้ว่าลูกของคุณก็มีความรู้สึกเจ็บปวดเหมือนกับคุณนั่นแหละ \"

ิการทำแท้งจะมีวิธีต่างๆ กันขึ้นอยู่กับอายุเด็กในครรภ์ วิธีการและอุปกรณ์ที่ใช้ในคลีนิคนั้นๆ แต่การทำแท้งโดยทั่ว ๆ ไปมี 6 วิธีดังนี้


1. การทำแท้งแบบขูดมดลูก หมอจะใช้เครื่องมือถ่างปากมดลูกออกเพื่อใส่เครื่องมืออีกชนิดหนึ่ง
ที่ยาวเรียวและแหลมคมเข้าไปในมดลูก ความคมของเครื่องมือนี้จะทำให้เด็กเละเป็นชิ้น ๆ หลังจากนั้นหมอก็จะขูดมดลูกซึ่งเป็นการกว้านทำควมสะอาดภายในเพื่อไม่ให้มีชิ้นส่วน
ของเด็กหลงเหลืออยู่ วิธีนี้เลือดจะออกมาก เสร็จแล้วพยาบาลก็จะพยายามรวบรวมชิ้นส่วน เด็กเพื่อตรวจดูให้แน่ใจว่าไม่มีเศษชิ้นส่วนต่าง ๆ หลงเหลืออยู่ในมดลูกซึ่งจะทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อได้


2. การทำแท้งแบบดูดออก เครื่องที่ใช้ดูดเด็กออก จะดูคล้าย ๆ เครื่องดูดฝุ่น มีท่อดูดและมีโถรองรับ เสียงจะดังฮึม ๆ คล้าย ๆ กันอีก แต่เครื่องดูดนั้มีพลังแรงกว่าเครื่องดูดฝุ่น 29 เท่า วิธีการก็คือหมอจะใส่ท่อหรือสายยางเข้าไปทางปากมดลูก ท่อนี้จะติดอยู่กับตัวเครื่อง เมื่อเปิดเครื่องแล้วพลังดูดอันรุนแรงจะฉีกอวัยะเด็กออกเป็นชิ้น ๆ แล้วดูดชิ้นส่วนเหล่านั้นลงในโถอีกที่หนึ่งพร้อมที่จะทิ้งไป


3. การทำแท้งแบบฉีดน้ำเกลือเข้าท้อง วิธีนี้ใช้กับเด็กโตหน่อยประมาณ 4 เดือน เพราะจะต้องมีถุงน้ำคล้ำห่อหุ้มตัวเด็กอยู่ น้ำเกลือที่ใช้นี้เรียกว่า เซลายน์ (Saline) ความจริงก็คือน้ำเกลือธรรมดา ซึ่งในเลือดคนเราปกติจะมีปริมาณเกลือถึง 0.9% แต่น้ำเกลือชนิดนี้มีปริมาณความเข้าข้นของเกลือถึง 20% ซึ่งเกินกว่าร่างกายคนเราปกติจะรับได้ โดยหมอจะใช้เข็มฉีดยาชนิดหนึ่งที่ยาวมากถึง 3นิ้วครึ่ง-4นิ้ว หมอจะเอาเข็มผ่านเข้าท้องน้อยคนไข้ไปยังถุงน้ำคล่ำของเด็กเพื่อเอาน้ำออก 200 มิลลิลิตร แล้วก็จะฉีดน้ำเกลือจำนวเท่ากันเข้าไปแทน น้ำเกลือนี้เป็นเหมือนยาพิษ นอกจากเด็กจะดูดกลืนน้ำเกลือเข้าไปในร่างกายจนก่อให้อกิดการชักอย่างรุนแรงแล้ว ความเค็มของน้ำเกลือเข้มข้นนี้ก็จะกัดร่างกายของเด็กขนเลือดออกซิบ ๆ ตามตัวแล้วเส้นเลือดแตกในที่สุด และร่างกายก็จะถูก เกลือกัดจนเปื่อยเหมือนถูกน้ำร้อนลวก วิธีนี้โหดมมาก เพราะเป็นการฆ่าเด็กทั้งเป็น เด็กจะดิ้นทุรนทุรายในท้องแม่อย่างทนทุกข์ทรมานแม่ก็จะรับรู้เพราะเกิดอยู่ในท้องเธอ
เอง ปกติเด็กจะชักดิ้นชักงอเป็นเวลาชั่วโมงกว่าถึงจะหมดแรงและตายไปในที่สุด ภายใน 24 ชั่วโมงคนไข้ก็จะเริ่มเจ็บท้องและคลอดเด็กที่ตายแล้วออกมา ในบางกรณีเด็กยังไม่ตาย เขาก็จะเอาเด็กไปใส่ภาชนะแล้วทิ้งไว้ให้ตายไปเอง


4. การทำแท้งแบบล้างท้อง ใช้กับเด็กที่มีอายุประมาณ 3-5 เดือน หมอจะใช้สารชนิดหนึ่งที่มีส่วนผสมของสาหร่ายทะเลใส่เข้าไปทางปากมดลูกสารนี้จะทำให
้มดลูกเกิดการขยายตัวเพื่อเตรียมพร้อมที่จะคลอด หมอจะใช้คีมที่มีฟันเป็นโลหะแหลมคมใส่เจ้าไปทางปากมดลูก ความคมของคีมชนิดนี้จะทำให้เนื้อตัวเด็กแหลกเละเป็นชิ้น ๆ จากนั้นหมดจะทำการล้างท้องคนไข้โดยจะดึงอวัยวะชิ้นส่วนเด็กออกให้หมด แต่เนื่องจากเด็กจะมีขนาดหัวที่โตพอสมควรทำให้ดึงออกมาไม่ได้ ดังนั้นเขาก็จะใช้คีมนี้บดหัวเด็กให้แหลกเสียก่อน แล้วค่อยเอาชิ้นส่วนออกมา


5. การทำแท้งแบบผ่าท้อง วิธีนี้ใช้เมื่อเด็กในครรภ์มีอายุ 7-9 เดือน ทำเหมือนผ่าท้องทำคลอดทั่วไป หมอจะกรีดตรงท้องน้อยคนไข้แล้วเอาเด็กออก แต่เด็กจะยังมีชีวิตอยู่เพียงแต่หลับเพราะฤทธิ์ยาสลบของแม่ หลังจากนั้นเขาก็จะเอาเด็กใส่ถังแล้วปล่อยให้ตายไปเอง ถ้าไม่ตายก็ช่วยให้ตายเร็วขึ้นโดยเอาผ้าอุดจมูกให้หายใจไม่ออก หรือไม่ก็บีบคอตรงหลอดลม หรือทุบให้ตายไปเลยก็มี


6. การทำแท้งโดยสารเคมี สารเคมีที่เร่งการทำแท้งนี้ได้รับการค้นคว้าและผลิตโดยบริษัท Upjohn Pharmaceutical (บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งที่ผลิตยาในสหรัฐอเมริกา) หมอจะฉีดสารเคมีนี้เข้าไปซึ่งจะทำให้เธอ เจ็บท้องอย่างรุนแรงแสนสาหัส บางรายถึงกับดิ้นตกเตียงก็มี สารเคมีนี้จะทำปฏิกิริยาอย่างรุนแรงกับมดลูก ทำให้มดลูกขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว
และเร่งเด็กให้คลอด การที่มดลูกบีบรัดตัวอย่างผิดปกตินี่เองทำให้เด็กบางคนออกมา แขนขาหลุดออกจากลำตัว เวลาคลอดนี่เด็กจะทะลักออกมาเลย บางรายเด็กยังมีชีวิตอยู่ตอนคลอดออกมาแต่ผลกระทบต่อสุขภาพแม่นี่รุนแรงมาก
และจะมีอาการแทรกซ้อนมากมาย บางคนเสียชีวิตเพราะหัวใจหยุดเต้นขณะหมอกำลังฉีดสารเคมีเข้าร่างกายด้วยซ้ำ


จบการสาธยายวิธีการทำแท้งที่สุดโหดมหาโหดแล้ว เราก็เหนื่อยและหดหู่ใจยิ่งนัก
เด็กเป็นชีวิตที่บริสุทธิ์ ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรกับปัญหาของพ่อแม่ แต่กลับต้องถูกฆ่าอย่างรุนแรงและเลือดเย็น ชีวิตน้อย ๆ ที่บริสุทธิ์ต้องกลายสภาพเป็น ขยะที่ถูกทิ้ง ถ้าคุณไม่สามารถ เลี้ยงเขาก็ขอให้ไตร่ตรองหาหนทางอื่น
เช่น ให้ผู้อื่นรับเป็นลูกบุญธรรม เป็นต้น



// ได้มาจากฟอร์เวิร์ดเมลล์ ก็อ่านเป็นอุทาหรณ์ จะทำอะไรก็คิดก่อนนะจ๊ะ  :22:

    เวลามันย้อนกลับไปไม่ได้  :40:



Las Noches Rubicundior

หนูหรั่ง

หมู หมา กา ไก่
ขี้หมู ขี้หมา ขี้กา ขึ้ไก่
คลิกแล้วมันส์สสส

Soris0ri

ก็มันเป็นประโยชน์ใช่ไหมหล่ะ  :26:


รึว่าเคยทำ  :35: ทำเป็นรับไม่ได้  :43:
Las Noches Rubicundior

หนูหรั่ง

หมู หมา กา ไก่
ขี้หมู ขี้หมา ขี้กา ขึ้ไก่
คลิกแล้วมันส์สสส

roundbol123

 :08:โหดโคตร ได้สไตล์เจ๊เฟิร์นเลยสินะ
เคยอ่านอีกเวอร์ชั่นนะ แต่เวอร์ชั่นนี้โหดกว่า
:22: :47:

Soris0ri

เอามาโพสต์เป็นประโยชน์ต่อสังคมเร็ว น้องนานา  :25:
Las Noches Rubicundior

roundbol123

 :08:ไปเจอที่ไหนไม่รู้ จำไม่ได้แล้วค่ะ
:22: :47:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines