ธรรมเนียมของภาพยนตร์

เริ่มโพสต์โดย นายโอ้เอ้, 15 มี.ค. 2006, 22:48 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ยุนเอ



:05: ประเด็นไหนอะครับ
เอก็ยังไม่รู้เลยว่าเอตอบไปอธิบายประเด็นไหน  :05: :05:

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

จักรี

#331
ผมเข้าใจประเด็นที่เอต้องการจะสื่อนะครับ  ยกตัวอย่างง่ายๆ เลยครับ

เอาที่ใกล้ตัวผมนี่แหละ คือในบรรดาชาวนาที่ปลูกข้าว มีซักกี่คนในรุ่นนี้ที่จะซึมซับถึงบุญคุณ
อินไปกับประโยชน์ บูชาพระแม่โพศก ปลุกข้าวเพื่ออุดมการณ์เหมือนสมัยก่อน ปัจจุบัน ยิ่งข้าวยากหมากแพงเท่าไร
จรรยาบรรณของความเป็นชาวนาเกิดโตมากับการทำนา จึงไม่ถูกซึมซับเท่าที่ควรไปอินกับเศรษฐกิจปลูกข้าวเพื่อเงินมากกว่า

ซึ่งมันต่างมากสำหรับเมื่อครั้งอดีต พวกเราขึ้นชื่อว่ากระดูกสันหลังของประเทศ พวกรุ่นปู่ย่าเรา
ถึงแม้จะทำเพื่ออยุ่รอดแต่รู้สึกได้ว่าพวกท่านเหล่านั้นไม่ได้ต้องการรวย ยึดถึอพระราชดำรัส ที่ว่า
ทำกินในครอบครัว แจกจ่ายให้ครอบครัวอื่น มีเหลือเยอะถึงแบ่งขาย  ด้วยประเด็นต่างๆ ในอดีตเหล่านี้ที่ปู่ยาตายายของเรา
ได้ซึมซับรับรู้ จนเกิดเป็นประเพณี วัฒนธรรม ต่างๆ ขึ้นมา เกิดขึ้นมาเองโดยความเต็มใจ ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะหัวหน้าหมู่บ้านสั่งให้ทำ
ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะต้องการสืบสาน  อย่างพวก ลงแขกเกี่ยวข้าว  ตีข้าว สู่ขวัญข้าว ฯลฯ  ต่างๆ ตามแต่พื้นเพของแต่ละสังคม
ประเพณีและวัฒนธรรมของสังคมต่างๆที่สืบทอดมา บันทึกไว้ ให้รุ่นเราได้รู้ เหล่านี้  นอกจากจะทำให้เรารุ้ว่า
เมื่อก่อนวัฒนธรรมการละเล่นต่างๆ สวยงามและทรงคุณค่าเพียงใด แต่สิ่งหนึ่งที่แฝงมาด้วยก็คือ
ความรู้สึกรักและบูชาที่บรรพบุรุษเรามีให้กับธรรมชาติที่ล่อเลี้ยงชีวิตของพวกเขามา มากมายเพียงใด ....
แต่ปัจจุบันมันยากมากที่จะทำให้ได้สัมผัสความรู้สึกเหล่านั้นได้ ปัจจัยหลายอย่าง คนทำไม่อิน คนกินไม่รู้สึก
ก็เลยกลายเป็นว่า เราอยู่กันด้วย ธุรกิจ  เศรษฐกิจเป็นตัวตัดสินความเชื่อ  และนี่พอเข้าสู่ยุคพืชพันธ์ทาง
การเกษตรมีราคาแพงมากๆ ความรู้สึกของเกษตรกรก็จะยิ่งเดินออกห่างคำว่าอุดมการณ์ออกไป
จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งความมั่งคั่ง การแข่งขันกันก็จะสูง ชาวนาจะฆ่ากันตายเพราะแย่งน้ำทำนา
จะไม่สามารถเดินผ่านคันนาของบ้านอื่นได้ อีกมากมายที่จะตามมา แต่ใครจะสนใจเพราะเศรษฐกิจบ้านเราจะดีขึ้น
การส่งออกผลิตผลทางการเกษตร จะมีสูง ประเทศจีนจะเป็นมหาอำนาจแทนอเมริกา  
ไทยขึ้นชื่อว่าเราเป็นประเทศเกษตรกรรมมาแต่ก่อน
ถึงเวลานั้นแม้ปิดประเทศเราก็จะไม่เดือดร้อน คนรุ่นใหม่ๆมีอันจะกินไม่เคยลำบากจะไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
รุ้แต่ว่าเศรษฐกิจดี กินอยู่สบาย ไม่จำเป็นต้องศรัทธาอะไรทั้งสิ้น....

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

คุณหนูฟ้า

#332
เอ้ยย นั่งอ่านมา ฟ้าเข้าใจที่เอพิมพ์มาหมดเลยนะ

การรับรู้ถึงความหมายมันน้อยลงไง
พ่อแม่ไม่มีเวลาสอนถึงที่มา (เพราะมัวหาเงินนอกบ้าน มีเวลาสั่งสอนกันน้อยลง)
สั่งสอนให้เข้าใจว่าทำไมต้องรักทำไมต้องเคารพสถาบัน

ไอ้ที่เปรียบเทียบกับ 14 ตุลา กับ ไหว้เช้งเม้งก็เข้าใจนะ


แต่ของน้าแน็ก แอบงง  :14:
ความหลงใหลในภาพลวงตา ที่ได้มาใช่ความสุข

ยุนเอ



โอ้ว มีคนเข้าใจ  :05:

มันเป็นแอบแสตรค  :05: :05:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

คุณหนูฟ้า

ความหลงใหลในภาพลวงตา ที่ได้มาใช่ความสุข

บัวริมบึง

            คิดว่าน้องภัทรจะมาตอบไหมคะ  อยากรู้จังเลยว่าน้องจะตอบว่าไง

ความคิดของน้องเค้าน่าศึกษามากๆ  เพราะมองย้อนกลับไปตอนเราอายุเท่าน้องเค้า

เราก็ไม่อาจจะมั่นใจและยืนหยัดเพื่ออะไรต่อมิอะไรได้เท่าเค้าเลยนะเนี่ย

แต่ถ้านอกจากน่าศึกษาแล้ว  ถามว่าน่ายกย่องไหม  ก็ตอบว่า "ไม่" นะคะ :52:

iannnnn

อืม อ่านดูแล้วก็ตระหนักถึงความ "รู้น้อยลง" นะครับ
จะให้เปรียบกับอะไรใกล้ตัวดีล่ะ ประโยชน์ของการใช้ภาษาที่ถูกต้อง
ไม่ใช่ภาษาวิบัติ แบบนี้ได้ไหมครับเอ/ลุงแน็ก
เด็กเดี๋ยวนี้หาทางแถ พยายามอธิบายไปเถอะ
เขาก็ไม่เห็นข้อดีของการใช้ภาษาที่ถูกต้องอยู่ดี
(กดไปดูบนหิ้งได้เลย เดือนเพิ่งเอาคำพูดมาจาก zheza เมื่อวาน)

ความคิดของคนบางกลุ่มที่เป็นเหยื่อของขบวนการอะไรสักอย่าง
เขาไม่ได้คิดแบบหน่อมแน้มแค่อย่างที่เอบอกนะ แต่นี่คือ
"บุญคุณอะไรเหรอ หนูก็รู้อยู่หรอก เขาพยายามโหมประชาสัมพันธ์กันจะตาย!
..แต่ทำไมล่ะ ในเมื่อหนูไม่ศรัทธานี่ ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรต่อหนูเลย
ที่สำคัญคือครูของหนู(ผู้รู้จริงแน่แท้)ท่านสอนมาอย่างนี้นี่"

จริงๆ มีวรรคทองจากเพลงที่ชอบมากๆ ของตูเพลงนึง
มันถูกแต่งให้คนกลุ่มที่ว่านี่แหละ ..
"โลกนี้ ไม่สมประกอบ เพราะบางคนชอบเอาแต่ประโยชน์ส่วนตน
โลกนี้ มีสักกี่คน เป็นบัวหลุดพ้นดังคนชื่อบัวลอย.. บั๊วล้อยยยย อ้อย อ้อย อ้อย"

คุณหนูฟ้า



:46:


อ้างคำพูดจาก: แอน เมื่อ 07 พ.ค. 2008, 17:01 น.
ขุดนิดนึง
เห็นว่ายูริยังไม่ได้ตอบคำถามเรื่องที่ตูถามไป
เอ๊ะควรจะรอดีหรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ แต่อยากรู้จริงๆ


อ้อ มีคนส่งอันนี้มาให้
http://th.wikipedia.org/wiki/คุยกับผู้ใช้:YURi
ลองดูล่างๆ ครับ (ตรงนี้) เรียกว่าเห็นแนวความคิดนี้แล้วก็เข้าใจอะไรหลายอย่างแล้วแหละ

แต่ยังรอคำตอบอยู่นะ


เพิ่งเห็นค่ะ
เพิ่งตามไปอ่านมา อ่านแบบละเอียดๆ


  :05: น้องคิดอะไรอยู่ค่ะ?
ทำไมเป็นเอามาขนาดนี้


  :05:  :05:
ความหลงใหลในภาพลวงตา ที่ได้มาใช่ความสุข

ฟิ้งซ์

ถ้าพูดถึงน้องภัทรในอายุสิบแปดตอนนี้
ตอนอายุเท่าเค้า ผมยังไม่มีความคิดเด็ดเดี่ยวขนาดนั้นเลยครับ
เรื่องการมงการเมืองอะไรไม่ค่อยสนใจด้วย
ความรู้รอบตัวถือว่าน้อย ความรู้ในห้องเรียนยิ่งน้อยไปกันใหญ่
ต้องชื่นชมว่าน้องเค้ามั่นตรงนั้นแหละ ไปรับความรู้ความเข้าใจอะไรๆ มามากมาย

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น
อยากรู้เหมือนกันว่าข้อมูลที่ได้มานั้น เค้าเอามาจากไหนบ้าง
internet, google, หรือหนังสือเล่มไหน อาจารย์คนไหนบ้าง
ต๊กต๋าเปิ้นเป๋นดีไค่หัว ต๊กต๋าตัวเป๋นดีไค่ไห้

บัวริมบึง

#339
        ไม่รู้เหมือนกันนะคะว่าครูคนไหนสอนเค้า  หรือสอนว่าอย่างไร

เพราะแม้ว่าจะเรียนที่อักษรฯเหมือนกัน  และจุฬาฯ เหมือนกัน

แต่ต่างภาควิชา  รวมทั้งมารับการศึกษาที่นี่หลังจากจบปริญญาตรีที่อื่นมาแล้ว

ดังนั้นแนวความคิดหรืออะไรบางอย่างในตัว  ก็ได้รับการหล่อหลอม

และผ่านประสบการณ์ชีวิตมาพอสมควร (ซึ่งก็ไม่รู้นะคะว่า ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้มันดีหรือไม่ดี)

        ถ้าน้องภัทรมาอ่าน  ก็อยากจะบอกน้องนะคะว่า  พี่อยากรู้จักหนูมากเลย

พี่เข้าไปที่คณะบ่อยมาก  ถ้าน้องว่างนัดเจอกันที่ตึกบรมฯ หรือที่ไหนก็ได้ที่หนูสะดวก

เพราะหนูทำให้พี่ตั้งคำถามกับระบบการเรียนการสอนของภาควิชาประวัติศาสตร์นะเนี่ย

อ่ะ// แก้ไขค่ะ หนูบอกว่าหนูเอกฝรั่งเศส โทอังกฤษต่างหาก

จักรี

อีกประเด็นหนึ่ง ประเด็นความมั่นใจของวัยรุ่นเนี่ยนอกจากลักษณะเฉพาะตัวที่น่าชืนชมแล้ว
มันยังมีกรณีที่ต้องการพีเซ้นตัวเพื่อแตกต่างอีกอย่างหนึ่งนะ  จริงๆปัจจุบันกรณีนี้ไม่ได้เกิดกับวัยรุ่นอย่างเดียวแล้ว
พวกที่ประกาศตัวเป็นข่าวทำบ้านเมืองวุ่นวายมานักต่อนัก ก็มีให้เห็นยั๊วเยี๊ยะ
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

Layiji

นักเขียนการ์ตูนรายปี

แน็ก

#342
 อธิบายเพิ่มของเดิม วันนี้ผมแค่พยายามพูดถึง ความเท่าเทียม เฉยๆครับ

ย่อยย่อลง ก็ได้ใจความว่า

เราเท่าเทียมกันในสายตาพระเจ้า แต่สังคมจะเป็นสังคมที่ดีต้องมีมารยาท

ใครที่มารยาทต่อสังคมไม่ดี ไม่ว่าจะอ้างเหตุผลอะไร ก็ไม่ควรขัดต่อสิ่งดีงามในใจผู้อื่น

เพิ่มด้วยตรงนี้ว่า

ปัจจุบันเรานับถือศาสนาไทย ไม่ใช่พุทธ คริสต์ อิสลาม ใดๆ
อนึ่งนับเป็นวิกฤติศรัทธา ที่จะนำพาหายนะ มากกว่าสร้างสรร

ทำไมรึ?

เพราะว่าตามที่ผมคิดดังข้างต้นแล้ว ไทยไม่ได้สมบรูณ์ หรือ พร้อมสำหรับ ศรัทธาแรงกล้าแบบนั้น

ส่วนตัว ผมรักในหลวง เพราะ รักท่านที่ท่านเป็นคนดี ควรเคารพ ศาสนาผมสอนให้เคารพความดี
แต่ผมไม่ถึงกับมองท่านเป็นพระเจ้า แต่ผมก็ไม่มีข้อกังขาในความดีงามของท่าน

แค่นี้จริงๆ แค่นี้เท่านั้นในใจผม จะให้ผมเชื่อว่าท่านเหนือมนุษย์ หรือเป็นแค่ปุถุชน ผมไม่เอา
ผมคิดว่าผมรักในหลวง ในหลวงผมไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร ในหลวงคือในหลวงคนเดียว
คนที่ผมรัก ผมก็รัก ต่อให้ใครว่ายังไงผมก็รัก ก็ไม่เห็นต้องมีใครคิดอย่างผมด้วย

ผมไม่ชอบให้เอาคนที่ผมรักมาใช้งานเป็นเครื่องมือ
ในหลวงที่ผมรักเคารพคือในหลวง ไม่ใช่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เท่านั้น
ที่เอามาเล่นได้ตามขี้ปากคน ถึงมีใครพูดให้ร้ายท่าน ผมก็มองแค่ว่าไม่รู้จักท่าน ก็แค่นั้น

คุณรักในหลวงไหม?

//แก้คำผิด
ไม่ว่าคุณจะรอบรู้ เก่งกาจ กล้าหาญ เท่าไหร่ ก็ไม่มีค่าอะไร ถ้าไม่มีใครรักคุณ

จักรี

คุณครูบัว ไม่ต้องนวล หรอกครับ บอกน้องเขาไปตรงๆ เลย
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

iannnnn

ชัดเจนมากครับลุงแน็ก :46:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines