วัยรุ่นเซร็ง !! กับศัพท์วิบัติ

เริ่มโพสต์โดย Layiji, 02 พ.ย. 2005, 20:12 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ยุนเอ



กระพริบไม่ว่า โหลดไม่ขึ้นนี้ดิ  :37:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

iannnnn

คะ กับ ค่ะ นี่เป็นวาระแห่งชาติได้เลยนะครับ
ถามคนที่ใช้ผิดดูก็ได้ ว่าเพราะอะไรถึงจำไม่ได้สักทีว่าของจริงต้องยังไง
มันบอกถึงการล่มสลาย การเสื่อมของอะไรสักอย่างหรือเปล่า

ต้องติดตาม

ฟิ้งซ์

หรือต้องให้เปลี่ยนมาใช้ ขะ กับ คะ :44:
ต๊กต๋าเปิ้นเป๋นดีไค่หัว ต๊กต๋าตัวเป๋นดีไค่ไห้

Ah!

ตอนนี้เห็น สะ กับ ซะ สลับกันในเวปฟร้อนนี่แหละคะ
        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

ฟิ้งซ์

ลุงอ๋าห์พยายามผิดสุดชีวิต :30:
ต๊กต๋าเปิ้นเป๋นดีไค่หัว ต๊กต๋าตัวเป๋นดีไค่ไห้

iannnnn

คำว่า จะ หรือ จ่ะ แทนที่จะเป็น จ้ะ อันนี้บ่อยสุดๆ เลยคะ

ฟิ้งซ์

ไม่ต้องพยายามผิดกันแล้ว :07:
ต๊กต๋าเปิ้นเป๋นดีไค่หัว ต๊กต๋าตัวเป๋นดีไค่ไห้

ยุนเอ

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

นักศิลปะ

โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

蓝月 (lán yuè)

คะ ค่ะ
ละ ล่ะ
นะ น่ะ
นี้ นี่
เนี้ย เนี่ย
จ่ะ จะ จ้ะ


งุงิแบล็บๆ :37:
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

✖ S U R A L I S M ✖

ซะใจ จริง ๆ ครับ กระทู้นี้  :42:
ดื่มเหล้า เข้าผับ จับผู้ชาย ถ่ายคลิป  zip แล้วส่งต่อ

蓝月 (lán yuè)

ไม่รู้จะเอาไว้ไหนดีค่ะ

อ้างอิงชาว exteen กระแดะกันในขั้นไหน?

สวัสดีค่ะ

เอาแล้วไง.. จั่วหัวมาแบบยั่วยวนบาทาแบบนี้
คาดว่าหลังจากที่อ่านกันจบ คงจะหายไปกว่าครึ่งเลยทีเดียว

เอาล่ะ จั่วหัวไว้ยังไง ก้อต้องพูดถึงเรื่องนั้น

ความกระแดะนั้น มีหลายชนิดค่ะ
แต่ความกระแดะที่กำลังเป็นกระแสที่ถูกวิพากย์วิจารณ์กันหนาหูทุกวันนี้
เห็นจะเป็นความกระแดะทางการใช้ภาษา ที่นอกจากจะสื่อออกมาทางการพูดการจาแล้ว
ยังสื่อออกมาทางการเขียนได้อีกด้วย

รุชิป่ะ ว่านุ้งแนนหมายถึงอารายยยยยย งุงิ งุงิ แง๊วววว จูบู้ จูบู้

และนั่นคือความกระแดะที่ถูกเรียกกันใหม่ว่า แอ๊บแบ๊ว
ซึ่งเป็นความกระแดะที่มีทั้งคนที่ออกมาต่อต้าน
และคนที่เต็มใจยอมรับว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงของภาษา

เอ้า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ว่ากันไป



และนอกจากความกระแดะดังกล่าวแล้ว มีใครรู้บ้างว่า
ยังมีความกระแดะอีกอย่างหนึ่งค่ะที่คนเรามักจะมองข้าม
และเห็นว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว
อาการกระแดะที่กำลังจะพูดถึงต่อไปนี้ มีอาการแบบนี้ค่ะ

"ชั้นก้อรู้นะแนนว่าแกไม่ได้ซีเรียสกับเกรดวิชานี้
แต่อย่างน้อยแกก้อน่าจะคอนเซนเทรทกับมันบ้าง
ไม่ใช่จะอิกนอร์กับมันแบบนี้อะ แอ๊กทีฟบ้างก้อดีนะยะ
เพราะอย่างน้อยเกรดมันก้อโชว์ในทรานสคริปท์แหละ"


เอิ่ม.. ยูโนว์ วอทไอมีนใช่มั้ยคะ??

อาการแบบนี้ไม่ได้ระบาดเฉพาะในแวดวงของคนที่เรียนเอกภาษาอังกฤษ
หรือคนที่เรียนเมืองนอกเท่านั้นนะคะ
แต่มันแทรกอยู่ในทุกสังคมเลยทีเดียว  ซึ่งความกระแดะดังกล่าวก้อมีระดับมากน้อยต่างกันไป
ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละคนค่ะ..

เอาล่ะ.. ทีนี้มาดูขั้นของความกระแดะกัน

1. ขั้นปกติ ความกระแดะระดับปกตินี้มีให้เห็นทั่วไปค่ะ
อย่างในแวดวงของ exteen ก้อจะมีการใช้ภาษาอังกฤษแทนภาษาไทย เพราะพยางค์น้อยกว่า
อย่างเช่น  แสดงความคิดเห็น ก้อจะใช้คำว่า คอมเม้นท์ หรือเม้นท์
(ยืมเค้ามาใช้ยังไปกร่อนของเค้าได้อีกเนอะ)เป็นต้น

2. ขั้นเกินไปนิด อาการกระแดะระดับนี้ เป็นอาการที่ยังพอทนได้อยู่ค่ะ
สันนิษฐานว่า อาการกระแดะระดับนี้ เกิดจากความดัดจริตของผู้พูดเอง
และอีกกรณีหนึ่งคือความสับสนทางภาษาของผู้พูด (นึกภาษาอังกฤษได้ก่อนภาษาไทย)
เช่น
"แกก้อโน๊ตไว้สิแนน มันเป็นดีเทลที่เอาไปอะแด๊บเข้ากับงานของเราได้"

3. ขั้นโคม่า ความกระแดะขั้นนี้น่าเป็นห่วงมากค่ะ แสดงให้เห็นถึงความไร้ทักษะ
ในการแยกแยะระหว่างภาษาโคตรเหง้าของตัวเอง กับภาษาอังกฤษ
ซึ่งผู้พูดจะใช้ภาษาอังกฤษถึงครึ่งหนึ่งเลย
ปัญหาของบุคคลประเภทนี้ไม่ใช่แค่นึกภาษาอังกฤษได้ก่อนภาษาไทยเท่านั้นนะคะ
บางคนมันถึงขั้นนึกภาษาไทยไม่ออกเลยทีเดียว เช่น

"เฮ้ย กูแฮนด์อินการบ้านกูแล้วนะ แต่อาจารย์เค้าก้อ เอิ่ม..โน เรสปอนส์ว่ะ"

"ไปเข้าแคมป์นี้ดิแก แอคทิวิตี้ดีมากอะ มีข้อสอบวัดสกิลของเราด้วยว่าอยู่เลเวลไหน
แล้วเค้าจะมี เอิ่ม มี เค้าเรียกอะไรล่ะ  เออ เซอร์ทิฟิเคทอะ  ดีมากจริงๆ คอนเฟิร์มย่ะ"

สำหรับใครที่มีอาการกระแดะถึงขั้นนี้ และไม่รู้จะแก้ปัญหานี้ยังไง
แนะนำให้ไปเรียนภาษาไทยใหม่ตั้งแต่ ป.1 เลยค่ะ

4. ขั้นประสาทกลับ ประเภทนี้จะไม่พยายามนึกภาษาไทยเลย
แล้วยังสับสนในภาษาอังกฤษอีกด้วย ประเภทว่านึกภาษาไทยไม่ออก
แล้วยังนึกภาษาอังกฤษไม่ได้ หรืออาจจะนึกได้คลับคล้ายคลับคลา
สุดท้ายก้อสื่อออกมาประเภทที่ว่า..

"กูว่าการท่องเที่ยวสมัยนี้มันออกแนว ดีมาน ซัพพอร์ต แล้วว่ะ"

"จบตรีมาได้ไงวะ ไม่มีอะไบเอเบิลในการทำงานเล้ย"
"อะไรวะ อะไบเอเบิล"
"เค้าเรียกอะไรล่ะ เออ..ใช่ๆ ความสามารถ"
"....."
"....."
"....."
"....."
"ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก"

ประเภทนี้ยังมีน้อยอยู่ แต่ถ้าใครถึงขั้นนี้ล่ะก้อ แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ภาษาใบ้ดีที่สุดค่ะ

นั่นคือสี่ประเภทความกระแดะที่มีอิทธิพลจากภาษาต่างประเทศ
และถ้าอยากรู้ว่าคุณอยู่ในระดับไหน..
ลองเอาภาษาพูดที่คุณใช้ไปพูดกับรุ่นคุณปู่คุณย่าดูซักครั้ง
แล้วสังเกตหน้าตาของคนฟังดู
ถ้าผูกคิ้วเป็นโบว์ล่ะก้อ..
คุณกำลังเริ่มพูดคนละภาษากับบรรพบุรุษแล้วล่ะค่ะ



เอาล่ะ รู้จักขั้นของความกระแดะแล้ว.. ไปดูผลกระทบกัน

จริงๆ แล้วผลกระทบมันก้อพอๆกับภาษาแอ๊บแบ๊ว
เพียงแต่ปัญหามันคนละประเด็นกัน
ภาษาแอ๊บแบ๊ว ทำให้วิธีการเขียนแบบเดิมๆ ผิดเพี้ยนไป
แต่ถ้าเอามาพูดแล้วยังไงก้อยังคงเป็นภาษาไทยอยู่
ส่วนภาษาลูกครึ่งอย่างที่ยกตัวอย่างไปนั้น
ถึงจะเขียนไม่ผิด แต่ภาษาพูดก้อจะถูกปรับเป็นภาษาอื่นแทน

ตอนนี้ยังมองเห็นผลกระทบของมันได้ไม่ชัดเจนหรอกค่ะ
แต่นานวันเข้า.. เมื่อภาษาไทยของเราถูกใช้กันน้อยลง
เพราะใช้คำภาษาอังกฤษแทนกันมากขึ้น
สุดท้าย.. ภาษาไทยก้อจะหายไปพร้อมกับกาลเวลา

เพราะฉะนั้น..
จะดีกว่ามั้ยคะ? ถ้าเราใช้คำภาษาอังกฤษกันเท่าที่จำเป็น
จะดีกว่ามั้ยคะ? ถ้าเราเลี่ยงใช้คำภาษาอังกฤษแทนคำที่ภาษาไทยก้อมีให้ใช้อยู่แล้ว

เผื่อว่าวันข้างหน้า.. วันที่วัฒนธรรมชาติอื่นซึมซับเข้ามาทุกตารางนิ้วแล้ว
เราก้อจะยังเหลือภาษาที่ยังคงเป็นของเราอยู่..

แม้มันจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่บ่งบอกถึงความเป็นไทยแล้วก้อตาม!!!



หรือคุณคิดว่ายังไง?





หมายเหตุ: เจ้าของบล๊อกได้ค้นพบขั้นที่ 5 แล้ว ทันทีที่มองกลับมาหาตัวเอง
อาการเป็นดังนี้... นอกจากนึกไทยไม่ออก นึกอังกฤษไม่ออกแล้ว
มันยังกล้าบัญญัติศัพท์ใหม่ขึ้นมาอีก เช่น

วันนี้เรียนหนักมากค่ะ โซ ซิกกะวิ้ว มากเลยจริงๆ

เอาล่ะ.. คราวนี้ใครจะมาเข้ากลุ่มเดียวกันบ้าง ขอมือหน่อย


http://nongza.exteen.com/20080125/exteen

อ่านแล้วขำดีง่ะ :30:
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

าาา๐


เกลียดพวกนี้อย่างแรง


เทอ อังกิด พาสา

ฯลฯ ที่เยอะมากแต่นึกไม่ออก
perfectionist

น้องสุกน้องใส

จริงๆพวกไทยคำอังกฤษคำนี่ บางครั้งฟังแล้วกลุ้มใจนะ
ไม่ใช่ว่าห่วงว่าภาษาจะวิบัตินะคะ
แต่ฟังไม่ออก  :30:  จะถามก็อายเดี๋ยวหาว่าตูโง่
แต่ไม่ถามก็ไม่เข้าใจ ต้องรอให้มันพูดต่อแล้วเดาเอาว่าน่าจะแปลว่าอะไรแทน  :30: :30:
อันโตนิโอกะเมโระ ~~

iannnnn

ถ้าจบมาทำงานปั๊บเดี๋ยวจะรู้ครับว่าอีกระแดะแบบนั้นมันเยอะจริงๆ
เห็นมาหลายออฟฟิศแล้ว พออยู่ๆ ไปก็จะโดนกลืนเข้ากับศัพท์สำนวนที่ส่งต่อๆ กันมาน่ะครับ
ไอ้พวกแอปพรูฟ คอนเซนเถรด (แปลว่าอะไรไม่รู้) ลามไปยันคำอะไรก็ไม่รู้ในระดับสี่ห้าน่ะ เพียบ

ที่เจ๋งคือคำว่าคอนเสป นึกอะไรไม่ออกก็จะพูดคำว่าคอนเสปไว้ก่อน
โดยที่ไม่รู้ว่ามันแปลว่าอะไร บางทีฟังแล้วอยากกระโดดถีบตรงยอดหน้า

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines