อักษราสูตรกับไทยวิจิตรฟอนต์

เริ่มโพสต์โดย พอ จะ นะ, 10 ก.ค. 2026, 00:32 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

พอ จะ นะ

ไทยวิจิตรอักษราสูตร











พอ จะ นะ

#1
จุดเริ่มต้นจากนกหัสดีลิงค์



นกหัสดีลิงค์ หรือหัสดิน แปลว่า นกตัวใหญ่ที่ส่วนหัวเหมือนช้าง มีพละกำลังเท่ากับช้าง 5 เชือก
ถ้าเป็นเครื่องยนต์ ก็หลายสิบแรงม้า สามารถถลาโฉบลงจับช้างแล้วบินขึ้นไปบนอากาศได้อย่างชิวๆ
ซึ่งนกนี้มีปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎก คัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา เรื่อง "พระเจ้าอุเทน" (หาอ่านได้ครับ)
      เมื่อพระพุทธศาสนาเผยแผ่ลงมายังสุวรรณภูมิอาณาจักรล้านนา คัมภีร์พระไตรปิฏกถูกแปลบันทึก
เป็นภาษาล้านนาด้วย ผสมผสานกลมกลืนไปกับความเชื่อของผู้คน กลายเป็นวัฒนธรรมและตำนาน
กอร์ปกับสมัยนั้น เป็นยุคสงครามสู้รบแย่งชิงปกป้องแผ่นดิน เมื่อมีการฆ่าฟันกัน ก็มีการบาดเจ็บล้มตาย
เป็นจำนวนมาก ไม่มีเตาเผาไฟฟ้าดังเช่นปัจจุบัน อาศัยนำไปทิ้งลงหุบเหวบ้าง โยนลงน้ำบ้าง ขุดดิน
หลุมใหญ่แล้วฝังกลบบ้าง เมื่อมัวแต่สู้รบปรบมือ จะหาคนหาเวลาที่ไหนไปทำทัน อีกานกแร้งก็มารุม
ทึ้งสาวไส้กิน ไม่เว้นแม้แต่สุนัข แต่เมื่อสงครามจบ ก็มีเวลาไปนับศพทหาร ประกอบทำพิธีตามความเชื่อ
สำหรับเชื้อขุนมูลนายเจ้าฟ้ามหากษัตริย์ที่ทรงออกรบเอง หากสวรรค์คตลง ก็จะมีพิธีการปลงพระศพ
ให้สมพระเกียรติ ด้วยคติที่ว่าสัตว์ในเทพตำนาน ก็คือนกหัสดีลิงค์นี่เอง ที่มีเรี่ยวแรงมหาศาล จะสามารถ
นำพาวิญญาณของผู้ตายพวยพุ่งมุ่งทยานบินไปสู่สวรรค์ชั้นฟ้าได้สำเร็จสมประสงค์ จึงมีการสร้างหุ่นจำลอง
นกหัสดี ประดับประดาตกแต่งสีสันลวดลายให้วิจิตรพิสดารงดงามตระการตา บนหลังนกจะสร้างบุษบกโลงแก้ว
ไว้บรรจุพระบรมศพ ความเชื่อนี้ภายหลังต่อมาปัจจุบัน ยังคงมีให้เห็นบ้าง สำหรับพระสงฆ์บางรูป ที่ชาวบ้าน
เคารพนับถือ (ครูบา) ซึ่งการจัดทำพิธีแบบนี้ ต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้าน ช่วยกันสละเงินทอง
เพื่อนำมาเป็นทุนจัดสร้างนั่นเอง เป็นที่มาของคติธรรมเนียมประเพณีว่าด้วยปราสาทนกหัสดีลิงค์



        แต่ถ้าพูดตามความเป็นจริงไม่อ้างอิงความเชื่อ (อันนี้ สายมูมีเคือง) นกหัสดีลิงค์ เป็นสัตว์ใหญ่ประเภท
ในยุคไดโนเสาร์ เป็นนักล่าเหยื่อเหมือนเหยี่ยว มีสายตาและกรงเล็บแหลมคม มองเห็นในระยะหลายร้อยลี้
มองเห็นช้าง ยังกับนกเห็นหนอน มันอ้วนท้วนดิ้นดุ๊กดิ๊ก ช่างน่ากินเหลือเกิ้น (โอ้ย..น้ำลายจะไหล..ไม่ไหวแล้ว)
ว่าแล้วก็ร่อนลงด้วยลีลานักบินระดับทีมชาติ กางปีกถลาลงเยื้องลีลาโฉบฉวัดแล้วจับด้วยกรงเล็บอันแม่นยำ
พร้อมใส่เกียร์นก โผผินบินขึ้นอากาศ เข้าไปในป่า วางช้างหนอนน้อยไว้บนคาคบไม้ ถ้าอยากหม่ำในตอนนั้น
ก็ใช้เท้ายันไว้พร้อมใช้จะงอยปากจิกลงไป ดึงออกให้พอดีคำ กลืนเนื้อนุ่มๆชุ่มปากลงไปในลำคอ...หวานเจี๊ยบ
สัญชาตญาณของนกนักล่า ย่อมจะต้องกินของสดที่เป็นๆอยู่ เนื้อยังดิ้นเลือดพลุ่งพล่านถึงจะอร่อย ส่วนสัตว์ที่ตาย
ก็เหมือนกับเนื้อแช่เย็น ขาดรสชาติ ไม่เป็นที่เร้าใจของอารมณ์ อาจทำให้ร่างกายขาดสารวิตามินได้ (รักสุขภาพ)
คนตายก็เช่นกัน เมื่อเริ่มจะเน่าเหม็นเพราะหนอนชอนไช ก็หวานคออีแร้งได้ทั้งเนื้อทั้งหนอนเหมือนปลาร้าส้มตำ
(ของชอบอยู่ที่คนมัก)  ส่วนที่ปากนกเป็นงวงช้าง ก็ตอนมันบินขึ้นต้องใช้ปากจิกช่วยไม่ให้เหยื่อดิ้นหลุด คนมอง
เห็นอยู่ไกลๆก็เข้าใจว่ามีปากเหมือนช้างไม่งั้นจะจิกกินเนื้อได้ไง ไม่ได้กลืนเหมือนอ้อยซักหน่อย
      ความเชื่อของคน ถ้าเป็นศพของผู้มีบุญญาวาสนาบารมี ก็อยากจะใช้นกที่มีระดับชั้นดีหน่อยไม่ใช่อีแร้งอีกา
ตัวเล็กๆ ต้องใช้นกหัสดีเท่านั้นถึงจะเหมาะสม ทำการดัดนิสัยเดิม แทนที่จะจับก็กลับมาบรรทุกแทน ให้ดูดีว่างั้น
แถมไม้ใช่เนื้อที่ดิ้นอยู่ ไปส่งแค่เชิงตะกอน ไม่ได้บินขึ้นฟ้าด้วยซ้ำ ถูกเผาไปด้วยเลย
      ถ้าเป็นขั้นความจริงสูงสุดละก็ จิตวิญญาณนั้น เป็นนามธรรม จับต้องหรือมองเห็นด้วยตาเนื้อไม่ได้ ไม่มีผู้ใด
สิ่งใด จะนำพาดวงจิตนั้นไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ได้ จิตที่ประกอบกรรมดีและชั่วของผู้นั้น จะเป็นสิ่งนำพาไปเอง
เหมือนสวรรค์กับนรกไม่ได้มีใครไปขยายแยกชั้นแยกขุมให้มากมายได้ มีก็แต่เพียงจิตใจที่ดีงามหรือชั่วช้าเท่านั้น
ที่ไปขยายขุมนรกให้กว้างใหญ่ออกไปเอง และขยายชั้นฟ้าสวรรค์วิมานออกไปได้หลายชั้นนั่นเอง ฉะนั้นปราสาท
นกหัสดีลิงค์ ก็เป็นเพียงตำนานความเชื่อของปุถุชนคนทั่วไป
      หากมองด้วยความจริง ความเชื่อก็หมดความศักดิ๋สิทธิ์ไป แต่ในที่นี้ จะอาศัยลวดลายศิลปะในตัวนกทำให้เป็น
เอกลักษณ์ของฟอนต์เท่านั้นนะครับ  (เรื่องนกยาวกว่าเรื่องทำฟอนต์-อ่านเอามัน)

โครงการนี้ เป็นการ Renovate ฟอนต์เก่า ปี 2021 ปรับปรุงรูปแบบให้ดูหล่อขึ้น พร้อมจัดช่องไฟ
ใส่ Options-Features ให้มันสมบูรณ์แบบ
































ส่วนฟอนต์ชุดที่ทำเพิ่มใหม่ ลองดูซักตัวก่อนนะครับ



เดี๋ยวต้องกลับมาอ่านของตัวเองดู ว่าพิมพ์ผิดตัวไหนบ้าง 555





























uvSOV


พอ จะ นะ


iannnnn


SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines