ครอบครัว / งาน / เพื่อน / ตัวเอง

เริ่มโพสต์โดย iannnnn, 05 ก.พ. 2012, 00:59 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

iannnnn

ระหว่างครอบครัว / งาน / เพื่อน และ ตัวเอง
(ใครมีแฟน-ยังไม่ได้แต่งงาน ก็เพิ่มแฟนเข้าไปอีกข้อก็ได้)

สี่อย่างนี้แต่ละคนมีวิธีปรับสมดุลยังไงกันบ้างครับ

นึกสงสัยขึ้นมาก็ตอนเมื่อกี้ ตอนที่ตัวเองนั่งทำงานอยู่
และเมียไปนอนแล้ว.. เหมือนกับหลายคืนที่ผ่านมา

รู้สึกว่าเราเสียสมดุลไปมากเลยนะ

papos

เอ้อ คล้ายๆ กันเลย

หลักๆ ก็ใช้ชีวิตตามปกติไป อาจจะต้องเปลี่ยนบ้าง อย่างเมื่อก่อน ติดเกมส์ ติดการ์ตูน ก็ลดๆ ลง แบ่งเวลามาให้เมียบ้าง

อาจจะเข้านอนเร็วขึ้นอีกนิด หรือขึ้นไปนอนเป็นเพื่อนจนเค้าหลับไปแล้ว เราค่อยลงมาทำงานหรือเล่นเกมส์ เล่นเน็ตต่ออีกซักนิด

แรกๆ ตอนแต่งใหม่ๆ ก็อึดอัดที่จะทำนู่นนี่นั่นเหมือนเดิมไม่ได้ แต่พอเมียท้องแล้ว รู้สึกว่า เราต้องเทคแคร์เค้าให้มากกว่าเดิมซักหน่อย
อืมมม...

Ou!

#2
04 กุมภาพันธ์ 2555

ตัวเอง >> งาน >> ครอบครัว >> เพื่อน >> แฟน

0. จุดมุ่งหมายของตูคือ การได้ตายสบาย
1. ชีวิตช่วงนี้เป็นช่วงสร้างตัว (หรือช่วงกอบโกยก็ว่า) การดูแลรักษาตัวเองสำคัญที่สุด เพราะเป็นพื้นฐานสำคัญให้รู้ว่าเราจะตายสบายหรือไม่
2. งานคือการลงทุน ทำให้ลงตัวเร็วก็ได้อยู่สบายเร็ว มีพลังในการจัดการคุณภาพชีวิตได้ดีขึ้น
3. ตามประสาครอบครัวที่ดี เรามีเวลาเจอกันตัวเป็นๆ น้อยก็เจอกันผ่านช่องทางการสื่อสารทั้งหลาย หากิจกรรมมาให้ได้คุยกันตลอดๆ
4. เดี๋ยวนี้กว่าจะได้เจอเพื่อน (ที่ไม่ใช่เพื่อนร่วมงาน) ก็ตามโอกาสนัดเจอต่างๆ ระหว่างนี้แต่ละคนก็มีชีวิตของตัวเอง โชคดีที่โลกนี้มี twitter และ facebook
5. ด้วยนิสัยและเวลา ทำให้ยังไม่พร้อมจะมีแฟนจริงจัง ตอนนี้จะมีก็แต่ว่าที่ฯ ซึ่งก็รู้สึกว่ามันบริโภคความเป็นส่วนตัวไปเยอะละ

จะว่าไปชีวิตช่วงนี้เป็นเหมือนการลงทุนที่ยังไม่ออกดอกออกผลน่ะแหละ
แล้วก็จะโดนด่าว่าเป็น Desperado อยู่บ่อยๆ  :58:
งบน้อย

JΛNΣ

อยากตายสบายก็ต่อท่อไอเสียเข้ารถเลย   :59:

Ou!

ฉีดน้ำกลั่นเข้าเส้นสบายกว่า :59:
งบน้อย

JΛNΣ


Ou!

งบน้อย

JΛNΣ

เอาท่อเล็กๆ เปิดแอร์เย็นๆ นอนตายสบ๊ายยย  :59:

iannnnn

อือ ประเด็นน่าสนใจ "ช่วงกอบโกย"
ตูคงอยู่ในช่วงนี้สินะ เลยเป็นเหตุให้ยังจัดบาลานซ์ไม่ลง
เพราะเป็นช่วงที่พอทำงานก็ได้เงิน (ไอ้งานมนุษย์เงินเดือนที่เคยแช่งชักว่าจะไม่ทำเด็ดขาดนี่แหละ)
พอได้เงินก็พาให้ตัวเองและครอบครัวสุขสบายขึ้นมา จริงหรือเปล่าไม่รู้
เพราะสุขภาพก็ไม่ค่อยสมดุล เมียก็บ่นๆ แต่ไม่กล้าบ่นเสียงดังนัก

แต่เพื่อน (ในที่นี้หมายถึงเพื่อนที่สนิทแบบตดรดกันได้) หายไปเลย

icez

ตอบไม่ถูก :3005: ตอบไปใน twitter แล้ว ยกมาตอบอีกทีละกัน

สำหรับผมตอนนี้ ถ้างานประจำกระทบความสัมพันธ์ในครอบครัวเมื่อไหร่ ลาออกทันทีครับ

สรุปคือ ครอบครัว อันดับ 1 เสมอ
ที่เหลือ งาน / เพื่อน / ตัวเอง ขึ้นกะอารมณ์ตอนนั้น มากบ้างน้อยบ้างก็แล้วแต่
แต่ปกติไม่ค่อยจะมีเพื่อนอยู่แล้ว เพราะดันรีบเข้าวัยทำงานก่อนตั้งหลายปี :3005:


อ้อ ครอบครัวผมนี่มองย้อนไปถึงที่บ้านเลยนะครับ พ่อแม่พี่น้องปู่ย่าตายายสารพัด

iannnnn

สำหรับตู พ่อแม่ญาติโยมนี่เป็นระดับเดือนสองเดือนได้เจอกันทีเลยล่ะ
อันนี้คงเป็นลักษณะเฉพาะของครอบครัวที่ตูโตมาจริงๆ (แถมบ้านแตกด้วย :30:)

ก็กะว่าจะไม่ให้เกิดกับรุ่นลูกตูแล้วแหละ

IM

ช่วงนี้เหมือนกำลังเป็นจุดเปลี่ยนอีกครั้งของชีวิต
๑.กำลังจะเตรียมตัวบวชเบญจเพส (น่าจะปลายเดือนนี้)
๒.สึกออกมาก็เข้าไปรับใช้ชาติในกรมกองอีกหกเดือน

เพราะงั้น ตอนนี้เลยเหมือนกำลังเคว้ง
จะทำงานก็ไม่เต็มที่ จะเที่ยวเล่นก็ไม่เต็มที่ (ไม่มีเงิน)
ก็รับงานถ่ายรูปประปรายหาเงินกินเงินเที่ยวไปพลางๆ ก่อน

การปรับสมดุลตอนนี้ก็คงเป็น
ตัวเอง > ครอบครัว > งาน > เพื่อน > แฟน(ยังไม่มี)

ตอนนี้เพื่อนมีน้อยมาก มีแต่เพื่อนเที่ยวที่เจอกันเพื่อเมา และ facebook :16:

蓝月 (lán yuè)

#12
ตอนนี้
งาน > เพื่อน > ครอบครัว > ตัวเอง

เดือนมีปัญหากับครอบครัวมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว (เด็กบ้านแตก)
ตอนนี้จะมีปัญหาเพิ่มก็คงไม่สร้างปัญหาอะไรกะชีวิตมากเท่าที่เป็นละล่ะ :05: (ไม่งงกันนะ)

เพื่อนไม่อะไรมากเพราะเมตก็คือเพื่อน ส่วนเพื่อนมหาลัยก็เจอ เพื่อนมัธยมก็ยังเจอ
โชคดีที่เฟซบุ๊กร่นระยะของความสัมพันธ์ได้อักโขจริงๆ (ชาบูมายศาสดา :37:)

ไม่คิดอะไรเรื่องมีแฟนและมีลูก (ด้วยความสัตย์จริง) -- แต่ถ้าแก่กว่านี้อาจจคิดมั้ง ตอนนี้ไม่คิดแฮะ
เอาแค่มีชีวิตได้มีความสุข มีเงิน เก่งขึ้น อะไรงี้ก็พอ
ไม่คิดว่าชีวิตจะอยู่ยั่งยืนอะ (มันคือแนวคิดของคนไม่มีอะไรปะหว่า) แต่ไม่อยากอยู่ยาวๆ ฮ่าๆ ตายเลยก็ดีนะ -_-

ส่วนงาน...ก็ที่เห็นๆ แหละ กินหัวกินกบาล แต่ก็ท้าทายดี


สำหรับพี่แอน
เดือนว่าพี่มีคำตอบในใจแฮะ สมมติว่างานทำให้รู้สึกไม่มีเวลาอยู่กะครอบครัวงี้ พี่ก็น่าจะมีทางออก (ไม่ว่าจะทางออกแบบออกจากงานหรือทางที่มันดีกว่านั้นอะไรงี้)

ซู่ๆ เน่อ \ :37:/ รักบ้านแบนแอนด์น้องนิทานนะ




ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

Buob Marley

ตัวเอง > งาน > แฟน > ครอบครัว > เพื่อน นะฮะ
เพราะรู้สึกว่า ทุกส่วนที่เราใส่ใจ ไม่ว่าจะงาน/แฟน/ครอบครัว/เพื่อน เนี่ย สุดท้ายจริงๆ แล้วแม่งก็เพื่อตัวเองทั้งนั้นอะ

ตอนนี้เสต็ปชีวิตจะประมาณว่า
งานต้องเสร็จ ต้องส่งทัน ต้องได้ตามมาตรฐาน
แต่ระหว่างนั้น อาจจะชิ่งไปหาแฟนอาทิตย์ละสามวัน
ส่วนครอบครัวนี้ ไม่ได้รู้สึกว่าเราต้องมีภาระอะไรกะใคร มันก็เลยมีแค่ไม่ปฏิเสธที่พ่อแม่ไหว้วานเท่านั้นเอง
ส่วนเพื่อนที่จัดไว้สุดท้าย เพราะคิดว่ามันคงไม่ได้จะมาคาดหวังอะไรกะเราที่สุด และตามปกติแล้ว ต้องว่างจากทั้งงาน/แฟน/ครอบครัวก่อน ถึงจะได้ไปสังสรรค์กัน

อีกสาเหตุนึงที่งานมาอันดับต้นๆ เพราะอยากจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย เพื่อเวลาส่วนตัวที่มากขึ้น
รวมถึงอย่างให้งานมั่นทำให้เรามั่นคงขึ้น จนสามารถแบ่งเวลาออกมาใหชีวิตส่วนตัวได้มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยแหละมั้ง

เห็นมะ.. แม่งเพื่อตัวเองทั้งนั้นเลย :30:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

แอ้

เป็นประเด็นที่เคยพบปัญหาไม่บาลานซ์ แล้วก็จัดการมันเลยเมื่อซักสามสี่ปีก่อน
สำหรับพี่ความสำคัญจะเป็น ครอบครัว / ตัวเอง / เพื่อน / งาน ณ เวลานี้นะ

เมื่อก่อน เคยเป็นแบบนี้ งาน / เพื่อน-แฟน / ตัวเอง / ครอบครัว
อยู่มาวันหนึ่ง อาจารย์ที่รักมาก เสียไปดื้อๆ โดยที่ไม่ได้ไปดูใจ
เลยตั้งคำถามกับตัวเองละ ว่านี่เราผิดพลาดตรงไหน 
และงานสำหรับพี่ก็คืองาน ไม่ว่าเราจะทุ่มเทขนาดไหน เราก็คือคนงานคนหนึ่ง
(เมื่อก่อนอาการหนักมาก ทำงานตลอด เสร็จงานก็หลับ ตื่นมาทำต่อ)

ก็เลยเปลี่ยนงานซะ ได้กลับบ้านบ่อยขึ้น (มาก) มีแผนระยะยาวกับที่บ้าน
มีเวลาให้กับตัวเอง ไปเที่ยวๆๆ ทำอะไรที่อยากทำ อยากเรียนอะไรก็เรียน ตอนที่มันยังมีแรง ไม่รอวันหน้า
มีเวลาให้กับเพื่อนๆ ทุกกลุ่ม ถึงขั้นจัดสรรเลยนะ กลุ่มนี้เจอแล้ว ไปเจอกลุ่มโน้นบ้าง
ส่วนงาน ที่ไปอยู่ท้ายสุด คงเพราะพี่ไม่ได้สนใจเรื่องเงินทองเท่าไหร่ มีก็ดี มีไม่มากก็ไม่เป็นไร
เวลาทำงานก็ทำเต็มที่ ให้เหมาะสมกับ JD กับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เหมาะสมกับจรรยาบรรณ
แต่พองานเสร็จก็พอแล้ว ไม่ไปผูกจิตผูกใจไว้กับงานจนไม่เป็นอันทำอะไรอื่น
ถ้าปัจจัยอื่นส่งผลต่อวิถีการทำงาน ก็พร้อมจะเปลี่ยนงานเพื่อซัพพอร์ตปัจจัยอื่น
(เช่น พร้อมจะลาออกกลับมาทำงาน (ที่เงินเดือนน้อยลง) ที่บ้าน ถ้าพ่อแม่ขอ)

ก็จะเป็นประมาณนี้อะจ้ะ ซึ่งพี่ว่าบาลานซ์สำหรับพี่ในตอนนี้ละ
เลยไม่อยากรับอะไรเข้ามาอีกให้มันต้องจัดสรรยาก ตอนนี้ทุกคนในชีวิตพี่แฮปปี้ ตัวเองแฮปปี้
ได้ดูแลทุกๆ คนตามสมควร พ่อแม่ก็เยอะหน่อยเป็นธรรมดา แค่นี้พอแล้ว  :40:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines