ตลุยกินอาหารญี่ปุ่นที่ฮอกไกโด 6วัน

เริ่มโพสต์โดย Ping, 01 มี.ค. 2011, 16:10 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

PalmySyd


โบว์


iannnnn

เอามาโพสต์ต่อๆ กันข้างหลังก็ได้ ไม่ต้องไปโพสต์หน้า 1 หมดหรอกปิง

ไม่งั้นโหลดตาย :3005:
หมายถึงโหลดน้ำย่อยตายน่ะ :3005:

NooKSTYLE


Ping

#19
ตลุยกินอาหารที่เกาะฮอกไกโด
วันที่ 3

วันนี้แวะมาตลาดตั้งแต่เช้า เป็นตลาดที่ไม่ไกลจากตัวเมืองนักชื่อว่า ตลาด นิโจวอิจิบะ




มาถึงก็ตื่นตาตื่นใจกับปูทาราบะเป็นจำนวนมาก








อาหารอื่นๆก็น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นหอยโฮตาเตะแห้ง อิคุระ(ไข่ปลาแซลมอน) บรรจุในกระปุก หรือ อุนิ(หอยเม่น)สดๆ เมนไทโกะ




นอกจากปูทาราบะ ก็ยังมีปูขน และปูหิมะ


ปลาก็มี


อย่างโอโทโร่ที่นี่ถูกมาก แพคใหญ่ๆนี่ 2-3000 เยน


หอยตัวใหญ่ๆสดๆทั้งนั้น




ตัวใหญ่ตัวนี้ 14,500 เยน


ไข่ปลาแซลมอนกระปุกใหญ่ๆนี่ 1,500 เยน ส่วนหอยเม่นนี่ถาดล่ะ 2,500 เยน


ปูเป็นๆ ตัวใหญ่มากกกกกกก


หอยโฮตาเตะตัวใหญ่ๆ ตัวล่ะ 300เยน


ชุมชนปูอัด




ป้าคนนี้จัดเลย 1 ตัว








เช้าๆร้านอาหารเปิดน้อย เช้านี้ก็กินที่นี่เลยแล้วกัน


ที่สั่งมาเป็นมินิด้ง แยกมา 4 ชนิดกันเลยครับ (2,580เยน)


เริ่มจากพระเอกก่อนเลย ข้าวหน้าโอโทโร่ เนื้อนุ่มละลายได้เลย อร่อยแบบคาดหวังได้เต็มที่  :27:


ข้าวหน้าหอยเม่น เนื้อหอยเม่นสดๆจะหวานมากกกก  :25: (ถ้าไม่สดค้างคืนจะออกรสขมและเหม็นคาวทันที)


ข้าวหน้าหอยโฮตาเตะ เนื้อหอยสดๆนี่ ไม่มีกลิ่นเหม็นเลย เนื้อนุ่มๆกรุบๆ  :22:


ข้าวหน้าอิคุระ อันนี้สุดยอดอยู่แล้ว  :10:


ตบท้ายด้วยซุปเต้าเจี้ยวก้ามปูทาราบะ ปิดมื้อได้อย่างสมบูรณ์แบบ

:40:

กินเสร็จวันนี้ก็ตั้งเป้าจะไปเดิน OUTLET ของที่นี่ซักหน่อย

หลังจากนั่งรถไฟใต้ดินมาจนสุดสายแล้วก็มาต่อรถเมล์ ก็ต้องเข้าคิวอย่างเป็นระเบียบซักหน่อย


มาญี่ปุ่นเป็นครั้งที่ 3 เพิ่งเคยนั่งรถเมล์นี่ล่ะ จะตื่นเต้นกับคนขับที่มีไมค์ลอยคอยบอกนู่นบอกนี่ จะเลี้ยวซ้ายขวา พี่แกก็บอกหมด


นั่งรถเมล์มาได้ 15 นาทีก็มาถึงแล้ว MITSUI OUTLET PARK แถวนี้บ้านนอกมาก ถ้าหลงทางคงกลับไม่ถูก


หลังจากช้อปปิ้งจนหนำใจแล้ว ก็เอาของไปเก็บที่โรงแรม จากนั้นก็ตลุยกินต่อ วันนี้ก็อยากซุปแกงกะหรี่อีกแล้ว เลยเปิดนิตยสาร ฮอกไกโด วอร์คเกอร์ซะ มาลงที่ร้านนี้

Soup Curry King ร้านนี้นั่งรถไฟใต้ดิน แล้วก็เดินต่อมาอีกราวๆ 15นาที


มาถึงไม่ใช่เวลาที่คนกินข้าวกันไม่มีคนเลย


น้ำเปล่าที่นี่จะใส่ถ่าน (น่าจะเป็นก้อนคาร์บอน) ทำให้น้ำเค้าใสมาก


สั่งไปพักนึงได้ยินเสียง ทอดผัก ทอดไก่ แล้วก็ได้มาจนได้ ที่ผมสั่งไปคือ แกงกะหรี่ไก่เพิ่มผัก (1,100เยน)


ข้าวหุงด้วยขมิ้น


ตัวแกงใส่เนงิเยอะมาก ชอบๆ :22:


ผักที่นี่จะเอามาทอดผ่านน้ำมันด้วย ทำให้ผักกรอบมาก แล้วก็นุ่มมากด้วย


เนื้อไก่ที่นี่นุ่มมากครับ สำหรับที่นี่ผมให้หมดใจเลย อร่อยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  :25:


จากนั้นก็กลับเข้าเมืองต่อ ก็มาเดินเล่นแถวสถานีซัปโปโร ที่นี่จะมีห้างติดกันหลายห้าง อารมณ์เดียวกับตอนไปสถานีโอซาก้า (ประมาณสยามบ้านเราที่มีห้างกระจุกอยู่เพียบ)


อันนี้คืน 1 ใน 6 ห้างระแวกนี้ ไดมารู


เดินไปย่านสึสึกิโนะ ระหว่างทางซื้อมันเผา กับ ไทยากิไส้คัสตาร์ดกิน

มันหวานมาก กินได้ทั้งเปลือกเลย (350เยน)


ไทยากิ ไม่ได้คาดหวังมากแต่ดันอร่อยสุดๆเลย แป้งเหนียวๆแบบโมจิ แต่ไส้เยิ้มมาก ราคาถูกเหลือเชื่อ 2 อัน 130เยน


จากนั้นก็เข้าสู่มื้อเย็น ไม่รู้จะกินอะไรดีมันอึนๆ เลยหาของร้อนกินดีกว่า ร้านนี้เปิดจาก google map เห็นให้เรทติ้งดี แล้วก็มีคนเข้าคิวเลยจัดเลย


ร้านนี้เน้นนาเบยากิ คือพวกหม้อร้อนครับ (1,380เยน)


สั่งชามากิน แล้วก็ดันเข้าอีหรอบเดิม อูรอนไฮ(500เยน) :39:


น้ำซุปที่นี่ตอนแรกนึกว่าเป็นน้ำเต้าหู้ แต่มันคือน้ำซุปทงคัตสึ ต้มด้วยกระดูกหมูไฟแรงๆเป็นเวลานานๆครับ


อาหารที่นี่ไม่ได้หวือหวามาก อารมณ์ไม่ค่อยต่างจากกิน MK บ้านเราเท่าไหร่ ต่างกันที่น้ำจิ้มที่นี่จะเป็นปอนสุ


ที่นี่จะมีช้อนใหญ่ๆ ไม่มีช้อนเล็ก คือช้อนใหญ่ๆนี่เค้าใช้แทนชามเลย ซดกันแบบนี้เลยสะใจดี


จุดขายที่นี่รู้สึกจะเป็นเรื่องของความสดของผัก เหมือนเค้ามีฟาร์มผักของตัวเอง ตอนออกจากร้านเค้าจะมีผักสดให้เอากลับบ้านด้วย แต่ผมไม่เอาไม่รู้เอาไปทำอะไร  :26:

จบวันที่3

โบว์


กันย์

หนุ่มอักษรรักแน่ รักแท้ตลอดกาล~

Gookgai



iannnnn

แค่เอ็มเคบ้านเขาก็น่ากินที่สุด :25:


Ping

ตลุยกินอาหารที่เกาะฮอกไกโด
วันที่ 4

วันนี้ไม่ได้อยู่ในซัปโปโรครับ วันนี้ออกมาลุยที่โอตารุ ก่อนหน้านี้ได้อ่านการ์ตูนและดูรายการโกโกริโกะ(Reference แต่ล่ะอย่างน่าเชื่อถือทั้งนั้น) ก็ได้ข้อมูลมาว่าที่นี่อาหารทะเลสุดยอดไปเลย  :12:

นั่งรถไฟมาได้ 40 นาทีจากซัปโปโรก็มาถึงโอตารุ มาถึงก็สัมผัสได้ว่า บ้านนอกมาก  :47:


จากนั้นก็ตรงรี่ไปที่ตลาดซันคากุอิจิบะ ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับสถานีเลย

มาถึงก็จัดข้าวเช้าชุดใหญ่ที่ร้านนี้ ร้านนี้จะไม่มีวัตถุดิบที่ครัวเลย ลูกค้าอยากกินอะไรเค้าก็ไปเอาของสดจากตลาดมาทำให้กินกันสดๆเลย ได้ใจไปเต็มๆ


เริ่มจากโดปหอยนางรมก่อน หอยนางรมตัวนี้ใหญ่เท่าตะเกียบเลย (ตัวใหญ่ตัวล่ะ 400เยน)


จากนั้นก็มาพระเอกของมื้อนี้ ประทับใจมากสุดๆ เป็นอาหารแนะนำของที่นี่เลย (1 ชาม 2500เยน)


หอยอาวาบิ (เป๋าฮื้อ)


ไข่ปลาแซลมอน


หอยโฮตาเตะ แล้วก็แซลมอน (อร่อยมาก)


กุ้งโบตั๋น แล้วก็ไข่กุ้ง ไข่กุ้งนี่อร่อยมากมันจะติดกันเป็นพวกกัดทีเดียวกรุบๆเลย


ปลาหมึกสดๆ ของสดๆนี่ดีจริงๆ ไม่เหนียว ไม่คาว เคี้ยวกรุบๆเลย


กั้ง และขาปูทาระบะอีก 3 ขา


แล้วก็ไข่หอยเม่น เมื่อวานว่าอร่อยแล้ววันนี้ยิ่งอร่อยเข้าไปใหญ่


เปิดดูตัวเต็มๆของกุ้งโบตั๋น มารู้ทีหลังว่ากุ้งบ้านี่แพงมาก (โลล่ะเกือบแปดพันบาทไทย)


แล้วก็สั่งของแปลกมาลอง ซาซิมิปลาบิน (1300เยน) เนื้อมันจะแน่นๆ อร่อยดีครับ


หลังจากอิ่มหนำกับอาหารทะเลสดๆแล้ว เดินมาซัก 20 นาทีก็มาที่ร้านของหวานที่อยู่ในย่านการค้าที่นี่ (เป็นย่านการค้าที่เงียบเหงามาก)

ร้านไอศครีมพาร่ามิโซโนะ


ของโชว์หน้าร้าน นอกจากไอศครีมแล้วยังมีอาหารอื่นๆอีก


เป็นร้านที่เก่าแก่มาก คนขายก็เป็นป้ากับลุงมึนๆ ผมมานั่งได้สักพักแล้วก็ยังไม่รู้ว่ามีลูกค้ามา  :42:


แล้วก็สั่งบลูฮาวายโฟลต


ไอศครีมที่นี่อร่อยดีครับ คาดหวังได้เลย  :40:


ใกล้ๆนี่ก็มีร้านขายผลไม้ด้วย


ยิ่งเดินไปก็ยิ่งรู้สึกว่านอกเมืองจริงๆ ไม่มีตึกสูงเลย


ที่นี่รู้สึกจะเป็นพิพิธภัณฑ์ธนาคารของญี่ปุ่น แต่ไม่ได้เข้าไปครับ


เดินมาได้สักพักก็ถึงจุดที่มีทัวร์ลง


คนเยอะจนน่าตกใจมาก คนพากันเข้าแถวถ่ายรูป เลยเข้าไปมุงกับเค้าด้วยกะว่าต้องมีอะไรดีๆแน่ๆ


แต่พอถ่ายรูปเสร็จพวกทัวร์ก็ขึ้นรถกลับซะงั้น!!!?? ปล่อยให้ผมงงต่อไป

คือเค้ามาถ่ายรูปกับไอแม่น้ำนี้ครับ


มันไม่มีอะไรเลยจริงๆ สวยก็ไม่สวย แต่รู้สึกตรงนี้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเหมือนเป็นเมืองเก่าอะไรนี่ล่ะ ตั้งแต่ปี 1923 แต่ตอนนี้หิมะหนาเลยไม่ค่อยเห็นอะไร ผ่านไปแล้วกันครับ

ข้างๆแม่น้ำเป็นร้านเบียร์


นี่ก็ร้านเบียร์


เดินไปมาก็เริ่มหลงทางแล้ว แถมหิมะก็ตกหนักด้วย ลื่นก็ลื่น หนาวก็หนาว  ลำบากสุดๆช่วงนี้  :05:


เดินฝ่าหิมะมาได้ราวๆ 30 นาทีก็กลับมาสู่ในแผนที่เดิมของผม

มาถึงจุดมุ่งหมายของการเดินทางในโอตารุนี้แล้ว นั่นก็คือที่นี่ ชื่อยาวหน่อยนะครับ "คิตะอิจิการะสึซังโกวคัง (คิวกิมุระโซวโคะ)"


เข้ามาก็สั่งของกินก่อนเลยที่เคาเตอร์นี้


ข้างในนี้อเมซิ่งสุดๆ บรรยากาศโรแมนติกอย่างเทพ เกินหาคำบรรยายมาให้ได้ครับ เพราะของจริงสวยกว่าในรูปเยอะ


ข้างนอกหิมะตกหนาวๆ ข้างในอากาศอุ่นๆ กับบรรยากาศใต้ไฟจากตะเกียง


จริงๆควรมีคนมานั่งด้วยข้างๆ :27: แต่ตอนนี้มีแค่ คาราเมลมิลค์ทีถ้วยนี้


กับช็อคโกล่าช็อตเค้ก ชิ้นนี้


แล้วผมก็มาในช่วงจังหวะดีทีเดียว มีการเล่นเปียโนสดตอนนี้พอดี สุขจนน้ำตาใจไหล  :25:


อา......




ข้างๆก็มีร้านของพวกเครื่องแก้ว ที่โอตารุจะมีชื่อเสียงการทำเครื่องแก้วมากครับ




แถวนี้ๆก็มีร้านขายของฝากจำนวนมาก นอกจากเครื่องแก้วแล้วก็มีร้านขายขนมจำนวนมาก




ส่วนร้านนี้เน้นช็อคโกแล็ต (อร่อยมาก)


ร้านเดียวกันแต่อยู่คนล่ะฝั่งถนนครับ


ร้านเดียวกันแต่เน้นขายเค้ก


ร้านขายตุ๊กตาน่ารักดี  :22:


เดินขากลับผ่านหน้าพิพิธภัณฑ์ธนาคาร กลางคืนสวยมากๆ




มาถึงสถานีโอตารุกำลังจะซื้อตั๋วกลับ ก็มาเห็นเค้าจัดเทศการเด็กผู้หญิง ฮินะมาสึริ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 มีนาของทุกปี


ก่อนกลับแวะมาที่สถานีใกล้ๆก็คือ มินามิโอตารุ ก็มีจัดด้วย แต่อันนี้มาแปลกพี่แกจัดบนขั้นบันไดเลย


แถมมาถึงดันเพิ่งบอกว่า ตอนนี้โอตารุเดินทางฟรี  :39: (มาบอกตอนออก)


มาถึงวิงเบย์ (Wing Bay) เป็นเมืองท่าของที่นี่ จะมีห้างและ OUTLET มากมาย แต่ขอบอกว่าเสียเวลามามาก ไม่ค่อยมีอะไรเลย เพราะที่ซัปโปโรของยังเยอะกว่าอีก  :39: ที่สำคัญผมลงรถไฟมาผิดป้าย ลงมาเร็วไปป้ายนึง กว่าจะรู้ว่าลงผิดก็เดินมาถึงแล้ว  :05:

แต่ไหนๆ ก็มาแล้วก็ขึ้นชิงช้าสวรรค์ที่นี่หน่อยดีกว่า 1คน 600เยน 2-4คน 800เยน  :07:




แต่ก็เอาซักหน่อย ขอบอกว่าเป็นคนเดียวในชิงช้าสวรรค์ทั้งกงล้อเลย !!!! ไม่มีคนสุดๆ อินดี้มากคนไทยคนนี้


และอินดี้มากๆเมื่อมารู้ว่าจริงๆที่ซัปโปโรก็มีชิงช้าสวรรค์เหมือนกัน แต่สูงกว่าและวิวดีกว่าด้วย (แต่ไม่ขึ้นล่ะงอล :11:)


ถึงตอนนี้หิวก็หิว เหนื่อยก็เหนื่อย เลยขอชุดใหญ่ซักชุดแล้วกันก็มาที่ร้านอาหาร เรียวริยะ ฮาจึกิ




มาที่นี่ก็สั่งฟูลคอร์สอาหารญี่ปุ่น (5,000เยน) แล้วก็เพิ่มปลาคินกิยากิ (ไอปลาสีแดงๆแพงๆนั่นล่ะครับ) (6,500เยน)

ออเดิร์ฟมาก่อนเลย


อันนี้เป็นเหมือนยำผักครับ


เป็นปลาทอดราดด้วยน้ำเปรี้ยวๆ เรียกน้ำย่อยได้ดี (ไม่ต้องเรียกแล้วคร๊าปปป หิวสุดๆเลย)


อันนี้เหมือนเป็นแป้งอะไรซักอย่าง ถามเชฟแล้วก็จำไม่ได้ว่าเรียกว่าอะไร


อันนี้เป็นโกโบครับ


เครื่องดื่มก็จัด จิงเจอร์เอลุ (น้ำขิงผสมโซดา) มาแก้วนึง โดนๆๆ (400เยน)


ต่อด้วยซาซิมิรวม


ปลาอะไรไม่รู้ถามเค้าแล้วก็ชื่อแปลกๆจำไม่ได้ แต่อร่อยดีเนื้อแน่นครับ  :12:


สึเคะปลาอาจิ


มากุโร่เนื้อแดง กับกุ้ง


ปลาฮาตะฮาตะ ตากแห้ง


มาถึงของเด็ดที่สั่งเพิ่ม คินกิยากิ


ชอบมากๆ เนื้ออร่อยสุดๆ ตัวนี้เนื้อเยอะกว่าร้านก่อน (แต่ก็แพงกว่าเกือบเท่าตัว)


ชิราโกะ มันคือน้ำเชื้อของปลาฟุกุครับ คนญี่ปุ่นชอบกินมาก ผมเพิ่งได้ลอง ขอบอกว่าอร่อยมากระดับ 5 ดาวเลย  :54: ติดใจมาก


ต่อด้วยข้าวหน้าไข่ปลาแซลมอน


กินกี่รอบก็ไม่มีเบื่อ


ทางร้านก็เอาน้ำที่เหลือจากคินกิยากิมาให้ราดกับข้าวด้วย


คลุกแล้วก็จัดเลย อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกก


จบก็ซดซุปร้อนๆ


ของหวานจะเป็นมูสชี้สอะไรซักอย่าง อร่อยดีครับ


อันนี้เค้าแถมให้ เพราะบอกว่าเป็นคนไทยมาตลุยกินที่นี่ เค้าถูกใจมาก


มื้อนี้หนักมากๆ 5,000 + 6,500 + (400x2) = 12,300 เยน แต่คุยถูกคือเค้าลดให้เหลือ 10,500 เยน (แพงไอปลาคินกินี่ล่ะ)

จบวันที่ 4

จั๊วจ่ะ :)

กรี๊ดดดดดดด พี่ปิง เลือกของแต่ละอย่างได้น่ากินมาก แถมรูปสวยด้วย  :25: :25:

เที่ยงคืนแล้วสินะ ไม่น่าเล้ย  :05a:
there are no regrets in life, just lessons . .

HyoPlum

ความสวยไม่รับประกัน แต่ความมันเดี๊ยนรับรอง

ณต

ไข่หอยเม่นนี่ กินยังไงก็ไม่อร่อยเท่ากินที่ญี่ปุ่นจริงๆ นะครับ
เพราะมันต้องกินสดๆ และอย่างที่ปิงบอกเลย
คือถ้าข้ามวันปุ๊บมันจะขมและคาว

ส่วนน้ำเชื้อปลาฟูกุนั่น  :07: น่าลองมาก
ตูว่าตูเคยกินของแปลกอย่างปลาฟูกุแล้วนะ  :05:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines