HTML5

เริ่มโพสต์โดย ณต, 21 ม.ค. 2011, 07:17 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ณต

น่าจะยังไม่มีใครตั้ง ขอเขียนถึงสักหน่อย
เพราะหลังจากที่ W3C ประกาศยกเลิก working group ของ xhtml2 ไปในปลายปี 2009
เข้าใจว่า หลายๆ คน ก็ตั้งหน้าตั้งตารอ HTML5
อย่างใจจดใจจ่อ

แต่ทว่าเท่าที่คุยๆ กับ web dev ทั้งหลายมา
ก็พบว่ายังมีความเข้าใจที่ค่อนข้างสับสนกันอยู่
บางคนถึงกับเอา HTML5 ไปเทียบกับ Flash ด้วยซ้ำ
ซึ่งมันเป็นคนละเรื่อง เพราะจุดประสงค์
ในการพัฒนาและการใช้งาน Flash กับ HTML 5 นั้นต่างกัน

ดังนั้นขอใช้พื้นที่ในกระจู๋นี้ เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่สนใจ
และทำงานในแวดวงนี้ ได้มาสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้กัน
เพื่อประโยชน์ในการทำงานหรือการศึกษาในอนาคต  :46:


ณต

#1
ก่อนอื่นเลย ก็ต้องเขียนถึง xhtml กันก่อน
หลายๆ คนเข้าใจว่า หลังจากที่ W3C
ยกเลิกกลุ่มการทำงานพัฒนาข้อกำหนด xhtml2  ไป
เพื่อทุ่มเททรัพยากรไปพัฒนา HTML5
ดังนั้นคือ xhtml ตายแล้ว  :07:

แต่นั่นเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปสักหน่อย
ที่ไปเปรียบเทียบ xhtml2 กับ xhtml1.1 (ซึ่งยังคงเป็นมาตรฐานในการสร้างเว็บ W3C recommendation ในปัจจุบัน)

ก็ไม่แปลกอะไร ที่จะมีคนเข้าใจสับสน
เหมือนกับที่หลายๆ คนเข้าใจว่า
่Java มันน่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับ Javascript
หรือ HTML4.01 มันน่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับ HTML5
ซึ่งจริงๆ แล้ว มันแทบจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย
เหมือนพูดถึง แฮม กับ แฮมสเตอร์

ตูเคยเขียนถึงเรื่อง xhtml 1.1 และ HTML5 ไว้นานแล้ว
ซึ่งค่อนข้างยาวสักหน่อย แ่ต่เชื่อว่าน่าจะทำให้เข้าใจ
ถึงพื้นฐานและปรัชญาของมาตรฐานทั้งสองแบบได้มากขึ้น

อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 15 ต.ค. 2009, 03:02 น.
วันก่อนได้ฟังเลคเชอร์ วิชา Web Engineering มาครับ
มีบางประเด็นน่าสนใจ เลยอยากมาแบ่งปันกันฟัง

อาจารย์บอกว่าต่อไปนี้ ถ้าหากคุณจะทำเว็บขึ้นมา
ให้ใช้ xhtml 1.1 เท่านั้น ตามคำแนะนำของ W3C

แต่เตือนให้ระวัง หากใช้ CSS level 2 ขึ้นไป
จะมีปัญหาเรื่องการแสดงผล
หากใช้ user agent(บราว์เซอร์นั่นแหละ) ต่างกัน

เลยมีคำถามว่า ก็ในเมื่อเราทำตามมาตรฐานทุกอย่าง
ใช้ xhtml 1.1 ก็แล้ว ใช้ css ก็แล้ว ทำไมยังมีปัญหานี้อยู่

แกก็เลยยกตัวอย่าง Box Model bug ขึ้นมา
ที่เล็กนิ่มกำหนดค่าต่างออกไปจากชาวบ้าน
(จริงๆ อาจารย์แก ด่าเล็กนิ่มมาตลอดตั้งแต่เลคเชอร์แรกๆ แล้ว)

แต่ปัญหายังมีมากกว่านั้นอีก
ตรงนี้แกยกตัวอย่างเรื่อง ฟอนต์
แกถามว่า ฟอนต์ จริงๆ แล้วมันคืออะไร
(หลังจากถกเถึยงกันพอสมควร ได้ข้อสรุปคร่าวๆ ว่า
ฟอนต์คือ ชุดคำสั่งที่อุดมไปด้วยข้อมูลเวคเตอร์ทางคณิตศาสตร์
โดย OS จะเป็นตัวจัดการดึงข้อมูลขึ้นมา เพื่อนำมาแสดงผล)

ก็ลากยาวไปถึงสมัยก่อนที่ OS ยังไม่มีฟอนต์
ต้องมี ฟอนต์เซอร์เวอร์ จนถึงยุคปัจจุบัน
ที่ OS ก็มี ฟอนต์ Built-in หมดแล้ว

เนื่องจาก user agent ไม่มี ฟอนต์ built-in
จึงต้องรับข้อมูลมาจาก OS อีกที
ทีนี้ OS และ user agent แต่ละตัวก็มีวิธีการดึงข้อมูล
และการแสดงผลบนหน้าจอ ที่แตกต่างกันออกไป
นั่นก็เป็นอีกสาเหตุ ที่ทำให้แสดงผลบนเว็บต่างกัน
ถึงแม้จะใช้ user agent เดียวกัน แต่หากต่าง OS กัน
ก็มีโอกาสที่จะ แสดงผลต่างกันอยู่ดี

แกก็ให้ดูตัวอย่างหน้าเว็บ ที่มีฟอนต์ต่างๆ
เวลาเปิดดูในบราว์เซอร์ต่างๆ ก็หน้าตาไม่เหมือนกัน
ทั้งๆ ที่ชื่อเดียวกันด้วยซ้ำ

วกกลับมาที่ CSS อาจารย์บอกว่า
จะปลอดภัย ถ้าเราใช้ CSS level 1
เพราะมันเป็นมาตรฐานตั้งแต่ปี 1996
user agent ก็จะรู้จักและแสดงผลถูกต้องหมดแล้ว

แต่ปัญหาของ CSS level 2
(เป็นมาตรฐานตั้งแต่ปี 1998)
คือ user agent บางตัวอ้างว่ารู้จัก
แต่เวลาแสดงผลจริงๆ ก็เป็นคนละเรื่องละราว
(ก็ไออีของค่ายเล็กนิ่มนี่แหละ )
ดังนั้นจึงต้องระวังเป็นพิเศษครับ

ณต


อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 16 ต.ค. 2009, 07:13 น.
เอาล่ะ มาต่อกันเรื่อง xhtml 1.1 หรือ html 5
ขอเตือนก่อนว่ายาว  :05:

ตูพยายามจะเรียบเรียงให้เข้าใจง่ายๆ ที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วกัน
ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นถึงที่มาที่ไปของ HTML
ที่เป็นเบื้องหลังของเว็บไซต์ต่างๆ ที่เราเห็นกันทุกวันนี้ก่อนแล้วกัน

ก่อนหน้าที่ Tim Berners-Lee จะคิดค้น
และพัฒนา HTML ขึ้นมาในปี 1992 นั้น
มันมี Mark Up Language ที่เป็นมาตรฐาน ISO ตั้งแต่ปี 1986 ชื่อว่า SGML(Standard Generalized Markup Language)
ซึ่งที่มาของมันมาจาก GML ที่คิดค้นโดย IBM ตั้งแต่ปี 1960

แต่ปัญหาใหญ่ของ SGML คือ โคตรยุ่งยากซับซ้อน
เอาง่ายๆ ว่ามนุษย์เข้าใจได้ยากแล้วกัน
นั่นก็เลยทำให้หาคนเขียน Software ที่จะมา process มันยากมากตาม
Tim Berners-Lee ก็คิดค้น HTML ขึ้นมา
เพื่อแก้ปัญหาความซับซ้อนซ่อนเงื่อนตรงนี้ได้สำเร็จ
และ HTML ก็เป็นที่แพร่หลายอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

มาถึงวันนี้ W3C บอกว่าต่อจากนี้ให้ใช้ XHTML สำหรับหน้าเว็บใหม่
อ้าว แล้ว HTML ล่ะ จะเอาไปไว้ที่ไหน
HTML ก็ยังใช้ได้อยู่ เพียงแต่ว่า HTML 4.01 จะเป็นเวอร์ชันมาตรฐานอันสุดท้าย
(ทำเป็นลืมๆ เรื่อง HTML 5 ไปก่อน เดี๋ยวจะวกกลับมา บอกแล้วว่ายาว  :30:)

ปัญหาใหญ่ของ HTML ที่ W3C มองเห็นก็คือ
หน้าเว็บ HTML ยอมให้มีการผสมผสานกันระหว่างโึค้ด
ของโครงสร้างหลักกับหน้าตาเข้าด้วยกันได้
คือถ้าหน้าเว็บธรรมดาๆ ก็คงไม่เป็นไร
แต่ปัจจุบันก็มีซอฟท์แวร์ทำเว็บเยอะแยะ
ที่สามารถทำ โค้ด HTML ออกมาได้

ซึ่งซอฟท์แวร์พวกนี้ก็มักจะสร้างโค้ดที่ยุ่งเหยิงออกมา
ผสมปนเประหว่างโครงสร้างหลักกับหน้าตา
ยกตัวอย่างง่ายๆ หน้าตาเว็บ
ก็เหมือนกับการทาสีหรือการตบแต่งภายนอกและภายใน
แต่โครงสร้างหลักก็เหมือนกับการตอกเสาเข็ม
หรือการกั้นผนัง หรือบอกว่าบ้านนี้จะมีกี่ชั้นอะไรก็ว่ากันไป

ปัญหาก็คือซอฟท์แวร์ทำเว็บพวกนี้
พอทำโค้ดออกมา มันดันเอาสีไปทาเสาเข็ม
และเอาเสาเข็มไปวางเป็นของตบแต่งซะฉิบ  :41:
หนักไปกว่านั้นคือ Browser ต่างๆ
ก็เสือกยอมมองข้ามความผิดพลาดตรงนี้เสียด้วย
แล้วก็แปลโค้ดมั่วๆ พวกนี้ออกมา ให้เราเห็นกันบนหน้าเว็บได้
ขึ้นอยู่กับว่า Browser ยี่ห้อไหนเข้าใจความมั่วตรงนี้มากกว่ากัน
ถ้าจะเปรียบ Browser พวกนี้ ก็เหมือนกับบริษัทรับเหมาสร้างบ้่าน
โดยที่ไม่มีวิศวกร หรือสถาปนิกคุมงานนี่เอง
เอาช่างมาอ่านแบบ แล้วก็ทำตาม ถึงไงตูไม่ได้เป็นคนเซ็นแบบอยูแล้่ว  :05:
(ตรงนี้เขาชม  IE นะครับ ว่ามันเก่ง ขนาดโค้ดมั่วๆ
มันก็ยังพยายามแสดงผลออกมาได้)

XHTML ก็เลยเข้ามาแก้ปัญหาตรงนี้
โดยแยกโค้ดของโครงสร้างหลักกับหน้าตาออกจากกันโดยเด็ดขาด
รวมถึงเข้มงวดกับโค้ด Tag ต่างๆ  ด้วย
(XHTML ทำโครงสร้าง ตบแต่งหน้าตาก็ใช้ CSS)

ที่มาของ XHTML มาจาก XML
ข้อดีของ XML คือ มีข้อกำหนดชัดเจน
ว่าอะไรเป็นอะไร ยกตัวอย่างเช่น ถ้าจะสร้างบ้านสองชั้น
ต้องใช้เสาเข็มขนาดเท่าไหร่เป๊ะๆ ไม่ได้ปล่อยให้ไปเติมกันเอง
ดังนั้นมันจึงเป็นการง่ายที่จะสร้างซอฟท์แวร์ต่างๆ เพื่อมาทำงานด้วย
รวมถึงคนที่จะมาทำงานสานต่อ หรือต่อเติม ก็จะทำงานได้ง่ายขึ้น
(นึกออกใช่ไหมครับ ปัจจุบันถ้าเราต้องไปรื้อหรือต่อเติม เว็บใหญ่ๆ อะไรสักเว็บนึง
ที่โครงสร้างเละมากๆ ส่วนใหญ่แล้วทุบทิ้งแล้วทำใหม่หมดจะง่ายกว่า  :42:)

XHTML ก็คือ HTML ที่ถูกทำความสะอาด
ข้อกำหนดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโครงสร้าง
หรือหน้าตาเรียบร้อยแล้วนั่นเอง
และเมื่อเป็นอะไรที่สะอาดแล้ว
มันก็สามารถใช้กับ Browserเก่าๆ ก็ได้อย่างไม่มีปัญหา( Backward Compatible)

มาถึงตรงนี้อยากให้ดูสายการพัฒนาก่อนนิดนึง
               
                       SGML
                          |
    ______________________________
    |                  |                               |
HTML         other SGML                    XML
                                                        |
                                           _______________
                                           |                         |
                                       XHTML               other XML

จะเห็นว่าโครงสร้างการพัฒนาระหว่าง HTML กับ XHTML มันอยู่กันคนละสาย
มาถึงตรงนี้ตูคงจะไม่ลงลึกลงไปในรายละเอียด
ว่า Syntax Rule หรืออะไรทำนองนี้จะเป็นยังไง
แตกต่างกันตรงไหน เพราะมันจะลงลึกเกินไปหน่อย

ทีนี้วกกลับมาที่ HTML 5 กันบ้าง
HTML 5 อยู่ตรงไหนในสายการพัฒนาจากรูปข้างบน
คำตอบคือ ไม่ได้อยู่ในสายการพัฒนาข้างบนนี้เลยครับ

HTML 5 เกิดมาจาก ผู้ผลิตซอฟท์แวร์บราวเซอร์ ซอฟท์แวร์สร้างและทำเว็บรวมตัวกัน
และตั้งชื่อกลุ่มทำงานตรงนี้ว่า WHATWG (Web Hypertext Application Technology Working Group)
เพราะไม่เห็นด้วยกับแนวทางของ W3C
แนวคิดและปรัชญาของกลุ่มนี้คือ เน้นไปที่ลูกเล่นต่างๆ
รวมไปถึงการเชื่อมต่อกับ Application (ที่ผู้ผลิตซอฟท์แวร์พวกนี้ทำ)
และด้วยกำลังเงินและบุคคลากร รวมถึงเส้นสายต่างๆ เข้าไปแทรกแซง
นั่นเลยกลายเป็นที่มาว่า เอ๊ะ ตกลง W3C จะให้ใช้อะไรกันแน่

แต่หากว่าเราย้อนกลับไปดู ทีมาของ W3C
แนวคิดและปรัชญาของ W3C คืออะไร
(แน่นอนต้องสวนทางกับ WHATWG ที่คิด HTML5 อยู่แล้ว)

แนวคิดของ W3C อย่างนึงคือ การเข้าถึงเว็บของคนหมู่มาก
ไม่ว่าใคร ยากดีมีจน เด็ก ผู้ใหญ่ คนแก่ คนพิการ ใช้งานจากเครื่องคอม
มือถือ PDA คอมพิวเตอร์จอใหญ่ๆ หรือแม้กระทั่งบราวเซอร์ในตู้เย็น
ก็สามารถใช้งานเว็บได้อย่างที่มีข้อจำกัดน้อยที่สุด

XHTML นั้น ถูกออกแบบมาจากแนวคิดและปรัชญาตรงนี้
จึงลดข้อจำกัดต่างๆ ในการเข้าถึงเว็บจาก หลากหลายอุปกรณ์
และหลากหลายปัจเจกบุคคล
มาถึงตรงนี้ เวลาพวกเราออกแบบเว็บกัน
มีใครนึกถึงคนตาบอดสี ที่มองสีไม่ออก
หรือคนแก่ๆ ที่มองตัวอักษรขนาดปกติไม่ออก
เวลาออกแบบเว็บบ้างไหมครับ  :42:

หากแต่ HTML5 นั้นน่าจะตอบสนองกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อ
กลุ่มคนที่ชอบใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ และตอบสนองธุรกิจใหญ่ๆ
ที่ใช้ซอฟท์แวร์และ Application ของกลุ่มนี้อยู่แล้วมากกว่า

ดังนั้นหาก กลุ่มคนก่อตั้ง W3C ยังยึดถืออุดมการณ์เดิมอยู่
XHTML คือคำตอบวันนี้ สำหรับอนาคตครับ



ณต

#3
มาถึงวันนี้ ถึงแม้ว่า HTML5 จะยังไม่ได้เป็น W3C recommendation
แต่ทว่าในสายตาของ คนพัฒนาเว็บอย่างเราๆ
ก็เห็นว่า คุณสมบัติหลายๆ อย่างใน HTML5 draft นั้นน่าใช้เหลือเกิน

ทีนี้มาถึงคำถามยอดฮิต ที่ก็ยังคงถามกันอยู่เรื่อยๆ นั่นคือ
"ถึงเวลาหรือยังที่วันนี้เราจะเริ่มใช้ HTML5 กับเว็บใหม่"

ตรงนี้ ตูอยากเปิดกว้าง ให้ได้รับฟังและแสดงความคิดเห็นกัน
จะลงลึกถึงรายละเอียดก็ได้ หรือแค่หลักการก็ดี
เพราะอยากได้ยินความเห็นหลายๆ ความเห็นและมุมมอง
รวมถึงจากคนที่ไม่ได้เป็นผู้พัฒนาเว็บด้วยก็ยิ่งดี
เพราะตูเชื่อว่า สิ่งที่จะกำหนดว่า xhtml จะตาย
หรือ HTML5 จะเป็นมาตรฐานใหม่นั้น
ก็น่าจะเป็นกลุ่มคนพัฒนาเว็บและผู้ใช้นี่แหละ ที่เป็นผู้กำหนด

ณัฏฐ์

สงสัยเรื่องนี้ครับ

ว่าอะไรยังไง?

อ้างคำพูดจาก: http://blognone.com/news/21242ไม่ใช่ว่าโลกจะเลิกทำ HTML5 แต่ Ian Hickson หนึ่งในทีมงาน WHATWG ผู้ผลักดัน HTML5 ตั้งแต่แรก (ปัจจุบันทำงานอยู่กูเกิล) ประกาศว่าทีมงานพบว่าความต้องการฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ HTML นั้นมีเพิ่มขึ้นไม่หยุด จากแต่เดิมที่วางแผนจะหยุดมาตรฐาน HTML5 ไว้ช่วงปี 2012 ฟีเจอร์ใหม่ๆ กลับทำให้มาตรฐานนั้นหยุดนิ่งไม่ได้จริง ทำให้ทีมงานตัดสินใจที่จะเปลี่ยนมาตรฐานเป็น "HTML" แล้วปรับปรุงมาตรฐานไปอย่างต่อเนื่องแทนที่จะออกทีละรุ่นเช่นที่ผ่านมา
กระบวนการนี้ทำให้มาตรฐานใหม่เกิดขึ้นไปเรื่อยๆ โดยผู้สนใจสามารถเข้าดูมาตรฐานปัจจุบันได้ที่ http://whatwg.org/html และทาง WHATWG จะยกเลิกแผนการออกมาตรฐานจากเดิมที่เป็นลำดับขั้น เช่น "มาตรฐานเพื่อขอความเห็น", "มาตรฐานเพื่อการอิมพลีเมนต์"
ว่าแต่ใครสั่งเสื้อ HTML5 ไปแล้วบ้าง?

ณต

#5
ปัญหาก็คือ ข้อกำหนดไม่นิ่งไงครับ
เปเปอร์ข้อกำหนดก็เลยเปลี่ยนแปลงตลอด
เลยเปลี่ยนโมเดลให้เป็นแบบไม่มีเวอร์ชันไง

http://www.whatwg.org/specs/web-apps/current-work/multipage/introduction.html#is-this-html5?

แต่คำตอบสั้นๆ มันก็คือ HTML5 นั่นแหละ



ฟิ้งซ์

ต๊กต๋าเปิ้นเป๋นดีไค่หัว ต๊กต๋าตัวเป๋นดีไค่ไห้

Rabbitinblack

ต้องแปะรอเลย  :56:

ณต

ปรากฎว่าเดือนหน้า ตาเอียน ฮิค บอกว่ายุบ  HTML working group ของ WHATWG นี่
จู๋นี้จบเลยนะ :3005:

Rabbitinblack

ไม่จบหรอกครับ ก็เปลี่ยนกลับมาเป็น xhtml แทน  :56:

Aurum

ที่ HTML5 ถูกนำมาเทียบกับแฟลช คงเพราะเรื่อง Video Streaming หรืออะไรประมาณนี้ตอนที่ Apple ออกมาบอกไม่รองรับแฟลชอะไรนี่ละมั้งครับ
:)

♫ phil_wc ♫

มาเก็บดาวศึกษาอ่านก่อน
ช่วงนี้เห็นคนพูดถึง HTML5 บนทวิตเตอร์อยู่เยอะเหมือนกัน

iannnnn

:12:


สำหรับตู HTML5 มันขึ้นหลังเสือกระโจนแล้วครับ
ลงไม่ได้แล้วครับ แบ็กเยอะขนาดนี้

ถ้าถามว่าตอนนี้เราควรใช้หรือยัง ถ้าเป็นเมืองนอกที่อัตรา IE ต่ำมาก ก็ควรครับ
แต่สำหรับเมืองไทย น่าจะรออีกไม่เกิน 1-2 ปี ใครยังไม่ support อยู่ก็ต้องเป็นฝ่ายอับอายแล้วครับ

ลุงซัน

ก่อนอืนต้องขอออกตัวจริงๆจังๆนะครับ ผมขอเป็นแค่ส่วนเสริมนะ
ซึ่งส่วนที่เสริมเข้ามาอาจดูขัดแย้งในหลายๆประเด็น แต่จุดประสงค์หลักคืออยากเสนอมุมมองให้มากขึ้นครับ
ที่ขอออกตัวไว้ก่อนเพราะกระทู้ที่ผมแจมบางครั้งหยุดไปเฉยๆ ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นครับ
โดยเฉพาะเรื่อง HTML5 ซึ่งผมเคยโพสไว้ที่นี่นานพอสมควร(แต่ตอนนั้นกระแสยังไม่แรงมา แต่มาแน่ๆ)

***หมายเหตุ กรุณาอ่านบทความหลัก กระโดดข้ามความเห็นของผมไปก่อน เพื่อความต่อเนื่องจะได้ข้อมูลครบถ้วนมากกว่า

อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 21 ม.ค. 2011, 07:17 น.
บางคนถึงกับเอา HTML5 ไปเทียบกับ Flash ด้วยซ้ำ
สาเหตุหลักที่เอาสองอย่างมาเทียบกันเพราะเกือบทุกอย่างของ Flash
จะสามารถทำได้โดย HTML5(HTML element+script)
และ หลายอย่างทำได้ดีกว่า Flash
HTML5 จะมีส่วนที่ทำได้ใน Flash เกือบทั้งหมด ไม่ว่า Graphic,3D [WebGL],Networking Programming[WebSockets] ..etc
แต่เรื่อง Performance ยังสู้ Flash ไม่ได้
เรื่องการเปรียบเทียบ ต้องลองถาม สตีฟ จ๊อบ (ว่าทำไมไม่เอา flash และ เชื่อใน HTML5)
ลน youtube/web ต่างๆถ้าลองหาข้อเปรียบเทียบระหว่าง HTML5 vs Flash จะพบว่ามีข้อเปรียบเทียบเยอะมาก

ตัวเอย่างของ HTML5 ที่ Flash จะหนาว

เกมบนเว็บ
Quake II engine in HTML5

Remote Control บนเว็บ
Quick demo of noVNC (HTML5 VNC client)

HTML 5 Demo vs Flash (จะเห็นว่า flash ยังได้เปรียบอยู่ แต่อนาคตละ...)
HTML 5 Demo vs Flash



อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 15 ต.ค. 2009, 03:02 น.
แต่ปัญหายังมีมากกว่านั้นอีก
ตรงนี้แกยกตัวอย่างเรื่อง ฟอนต์
แกถามว่า ฟอนต์ จริงๆ แล้วมันคืออะไร
(หลังจากถกเถึยงกันพอสมควร ได้ข้อสรุปคร่าวๆ ว่า
ฟอนต์คือ ชุดคำสั่งที่อุดมไปด้วยข้อมูลเวคเตอร์ทางคณิตศาสตร์
โดย OS จะเป็นตัวจัดการดึงข้อมูลขึ้นมา เพื่อนำมาแสดงผล)
ต้องลองแย็บว่าแล้ว Bitmap Font ละ?

ืnote:ที่นี่(f0nt.com) น่าจะชำนาญกว่าผมแน่ๆ

อ้างอิง
ก็ลากยาวไปถึงสมัยก่อนที่ OS ยังไม่มีฟอนต์
ต้องมี ฟอนต์เซอร์เวอร์ จนถึงยุคปัจจุบัน
ที่ OS ก็มี ฟอนต์ Built-in หมดแล้ว
อ่านปุ๊บก็รู้สึกว่าอาจารย์มาจากสาย Unix และ ใช้ X windows เป็นหลัก
X windows เป็นแค่ Shell UI ของ OS (มี [ur=http://en.wikipedia.org/wiki/X_Font_Serverl]font server[/url])
แต่ OS เริ่มต้นก่อนมี Unix ก็มีฟอนต์ตั้งแต่อยู่ในส่วนประกอบของ OS เลย
แต่ที่ทำให้เหมือนกับ "ฟอนต์คือ ชุดคำสั่งที่อุดมไปด้วยข้อมูลเวคเตอร์ทางคณิตศาสตร์"
มันเป็นแค่ script กำกับทำให้ font นั้นยืดหยุ่นขึ้น (รากของมัน ก็คงมาจาก postscript font และ True type font)

อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 16 ต.ค. 2009, 07:13 น.
ก่อนหน้าที่ Tim Berners-Lee จะคิดค้น
และพัฒนา HTML ขึ้นมาในปี 1992 นั้น
มันมี Mark Up Language ที่เป็นมาตรฐาน ISO ตั้งแต่ปี 1986 ชื่อว่า SGML(Standard Generalized Markup Language)
ซึ่งที่มาของมันมาจาก GML ที่คิดค้นโดย IBM ตั้งแต่ปี 1960

แต่ปัญหาใหญ่ของ SGML คือ โคตรยุ่งยากซับซ้อน
เอาง่ายๆ ว่ามนุษย์เข้าใจได้ยากแล้วกัน
นั่นก็เลยทำให้หาคนเขียน Software ที่จะมา process มันยากมากตาม
Tim Berners-Lee ก็คิดค้น HTML ขึ้นมา
เพื่อแก้ปัญหาความซับซ้อนซ่อนเงื่อนตรงนี้ได้สำเร็จ
และ HTML ก็เป็นที่แพร่หลายอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
แม้ว่า SGML จะเป็นต้นแบบของ HTML ที่ Tim Berners-Lee
แต่ส่วนสำคัญสุดที่ทำให้เป็นนวัตกรรมเปลี่ยนโลกก็คือ Tim Berners-Lee ทำ HTML ให้มี tag link
ที่เป็นที่มาของคำว่า World Wide Web จนได้ชื่อว่า Father of the Web
จึงบอกว่า HTML เป็นส่วนย่อยของความยุ่งยากของ SGML ที่เดียวก็เลยไม่ตรงประเด็นนัก

http://en.wikipedia.org/wiki/HTML
ใน wiki หัวข้อ First specifications
จะพูดถึงเรื่องนี้และบอกว่ามี 13 tags ของ SGML ยังคงอยู่ใน HTML4

อ้างอิง
ข้อดีของ XML คือ มีข้อกำหนดชัดเจน
ว่าอะไรเป็นอะไร ยกตัวอย่างเช่น ถ้าจะสร้างบ้านสองชั้น
ต้องใช้เสาเข็มขนาดเท่าไหร่เป๊ะๆ ไม่ได้ปล่อยให้ไปเติมกันเอง
ดังนั้นมันจึงเป็นการง่ายที่จะสร้างซอฟท์แวร์ต่างๆ เพื่อมาทำงานด้วย
รวมถึงคนที่จะมาทำงานสานต่อ หรือต่อเติม ก็จะทำงานได้ง่ายขึ้น
(นึกออกใช่ไหมครับ ปัจจุบันถ้าเราต้องไปรื้อหรือต่อเติม เว็บใหญ่ๆ อะไรสักเว็บนึง
ที่โครงสร้างเละมากๆ ส่วนใหญ่แล้วทุบทิ้งแล้วทำใหม่หมดจะง่ายกว่า  :42:)
อันนี้อยากขอให้เรียบเรียงคำอธิบายอีกครั้งก็ดีนะครับ
เพราะไม่งั้นจะสูญเสียที่มาของคำว่า Extensible
XML เป็นการอนุญาตให้ต่อเติม tag กับเองได้(จึงมีกลุ่มกำหนด tag ในวงการต่างๆผุดออกมาอีกเพียบ)
แต่ที่ XML ต่างกับ HTML ก็ที่เข้มงวดกับข้อกำหนดในการเขียน (syntax strict)
เช่นลำดับการเปิดปิด tag (การมี tag เปิดก็ต้องมี tag ปิด ..etc)
คำอธิบายด้านบนมีคำว่า ไม่ได้ปล่อยให้ไปเติมกันเอง ซึ่งผมรู้สึกว่าเสี่ยงต่อความเข้าใจผิดอย่างน่ากลัวอะครับ

อ้างอิง
HTML 5 เกิดมาจาก ผู้ผลิตซอฟท์แวร์บราวเซอร์ ซอฟท์แวร์สร้างและทำเว็บรวมตัวกัน
และตั้งชื่อกลุ่มทำงานตรงนี้ว่า WHATWG (Web Hypertext Application Technology Working Group)
เพราะไม่เห็นด้วยกับแนวทางของ W3C
แนวคิดและปรัชญาของกลุ่มนี้คือ เน้นไปที่ลูกเล่นต่างๆ
รวมไปถึงการเชื่อมต่อกับ Application (ที่ผู้ผลิตซอฟท์แวร์พวกนี้ทำ)
และด้วยกำลังเงินและบุคคลากร รวมถึงเส้นสายต่างๆ เข้าไปแทรกแซง
นั่นเลยกลายเป็นที่มาว่า เอ๊ะ ตกลง W3C จะให้ใช้อะไรกันแน่

แต่หากว่าเราย้อนกลับไปดู ทีมาของ W3C
แนวคิดและปรัชญาของ W3C คืออะไร
(แน่นอนต้องสวนทางกับ WHATWG ที่คิด HTML5 อยู่แล้ว)

ดังนั้นหาก กลุ่มคนก่อตั้ง W3C ยังยึดถืออุดมการณ์เดิมอยู่
XHTML คือคำตอบวันนี้ สำหรับอนาคตครับ

อ่านประวัติอันนี้แล้วรู้สึกแปลกๆครับ จริงๆทั้งสองกลุ่มนั้นก็ทำงานเป็นเนื้อเดียวกันไปแล้ว
และเหมือน XHTML อาจไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป
จากข้อมูลอันนี้ http://en.wikipedia.org/wiki/HTML5

In 2009, the W3C allowed the XHTML 2.0 Working Group's charter to expire, and decided not to renew it. W3C and WHATWG are currently working together on the development of HTML5.[2]

จะเห็นว่าทั้งคู่ทำงานร่วมกันอยู่และ HTML5 จะเป็นมาตรฐานของ W3C แน่นอน(ยังมีปัญหาใหญ่คือ tag video)

เราจะเห็นคนทำเอกสาร HTML5 ของ W3C ก็คือคนที่อยู่ในกลุ่ม WHATWG

note:
1.บางทีบางเรื่องก็ไปด้วยกันได้ระหว่างการค้ากับมาตรฐานกลาง
   มีใครเคยสังเกตุไหมว่า AJAX นั้นมีที่มาโดยได้รับอิทธิพลจาก Remoting Scripting ของเล็กนิ่ม (XMLHTTP ActiveX control)
2.XHTML ถูกเขียนโดยยึดหลักของ XML ซึ่งทำให้เข้มงวดในการเขียน แต่จะบอกว่าสายของ XHTML ไม่ต่อจาก HTML ไม่ได้ ในรูปจึงไม่ตรงความหมายนัก(ถ้าไม่อธิบายจนละเอียด)
3.ข้อมูลเพิ่มเติม
http://wiki.whatwg.org/wiki/HTML_vs._XHTML
http://dev.w3.org/html5/html4-differences/
http://www.w3.org/TR/html5/
http://dev.w3.org/html5/spec/
http://www.thaibuddy.com (ฟรีดิกชันนารี่ ชี้แล้วแปล)
ผมรู้เล็กน้อย

ลุงซัน

อ้างคำพูดจาก: I'm Nut เมื่อ 21 ม.ค. 2011, 12:28 น.
สงสัยเรื่องนี้ครับ

ว่าอะไรยังไง?


ผมตอบไปใน blognone ด้วยข้อความนี่ครับ
(ส่วนตัวรู้สึกว่านักเขียนเริ่มพาดหัวให้ตื่นเต้นเร้าใจ เหมือนหัวหนังสือพิมพ์เข้าไปเรื่อยๆนะ)
-------------------------------------------------------------------
ผมว่าพาดหัวข้อข่าวซะ คนกำลังศึกษาเรื่อง HTML5 ชะงักกันหมด

จากข่าวต้นฉบับ http://blog.whatwg.org/html-is-the-new-html5
HTML is the new HTML5
January 19th, 2011 by Ian Hickson
ในความรู้สึกของผม เขาน่าจะหมายถึงต่อไปเรียก HTML ก็คือ HTML5 (นัยก็คือต่อไป HTML ก็คือ HTML5)

จากเอกสารของ W3C ที่ edit โดย Ian Hickson ลงวันที่ Editor's Draft 21 January 2011 (หลังข่าวอันบน) ก็ยังใช้ HTML5 อยู่

http://dev.w3.org/html5/spec/Overview.html
http://www.thaibuddy.com (ฟรีดิกชันนารี่ ชี้แล้วแปล)
ผมรู้เล็กน้อย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines