ข้อความเห็นเรื่องการถ่ายทอดภาษาหน

เริ่มโพสต์โดย ลุงซัน, 14 ส.ค. 2010, 22:45 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ลุงซัน

เนื่องจากอาชีพหลักของผมยังเป็นการถ่ายทอดวิชา..
แต่ระยะหลังๆผมยอมรับว่าผมเองก็เริ่มถ่ายทอดได้ไม่ดี บางครั้งบางทีพิมพ์ไปแล้วก็ต้องแก้ไข ไม่ก็ลบทิ้ง..
สาเหตุหลักที่เลิกเขียนวารสารเพราะเอาเรื่องที่ตัวเองเขียนมาอ่านแล้วรู้สึกไม่พอใจในผลงาน (อ่านแล้วงง)..
แม้แต่เขียนอะไรไปเรื่อยเปื่อยบน social network หลายคนก็งง..

แต่พักนี้ผมอ่านข่าวแล้วผมก็เริ่มงง(สงสัยจะเป็นเอง) เลยอยากถามความเห็นว่าท่านอื่นจะมีโอกาสคิดเหมือนผมไหม หรือ ผมคิดไปเอง?
(ผมจะอธิบายความคิดผม แต่ไม่ต้องเอาความคิดผมเป็นหลักนะครับ เอาความคิดท่านทั้งหลายแหละครับ)

ข่าวแรก
1. FoxPro คืนชีพใหม่เป็น Visual Studio LightSwitch
ความคิดของผม: ผมอ่านแล้วคิดว่า FoxPro จะกลับมา แต่พออ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษ น่าจะหมายถึงเพียงมีเครื่องมืออันใหม่ที่จะทำให้ระลึกถึง FoxPro/Access (แต่ใช้ภาษา VB.net และ C#)
ผมลองทักไปในความเห็นของข่าว ผู้เขียนข่าวก็บอกเขาก็หมายถึงอย่างนั้น..
ก็เลยงงๆว่า เราสามารถเล่นสำนวนข่าวหรือเนื้อหาได้ขนาดไหนที่คนรับรู้หรืออ่านข่าวยังเข้าใจเนื้อหาอยู่

2. ข่าวแรกผ่านไปด้วยความงงๆของตัวเอง
วันนี้อ่านข่าวนี้ ไมโครซอฟท์เตรียมถอนการสนับสนุนภาษา dynamic ออกจาก .NET? อ่านครั้งแรกนึกว่า Microsoft จะเอา Dynamic language ออกจาก .Net ซึ่งเป็นการปรับปรุงภาษาของ .Net 4.0 พออ่านต้นฉบับภาษาอังฤษ คิดว่าเขาจะถอยหลังการสนับสนุนภาษาแบบ Dynamic บางภาษาซึ่งตัวหลักคือ Ruby (แต่ใน C# ก็น่ายังเหมือนเดิม) คือผมอ่านครั้งแรกตกใจที่กำลังอ่าน Dynamic language แล้วจะเลิกใช้หรือเนี่ย? หรือ เพราะผมตื่นตกใจ(paranoid)ไปเอง..

ขอบเขตภาษา/การเขียนมันจะยืดหยุ่นขนาดไหนนะ? เลยอยากฟังความคิดเห็นหลายๆท่านดูครับ
เพราะหลายๆครั้งอยากเขียนตำราแต่ก็ยังไม่ค่อยกล้าเท่าไร (เพราะคงต้องอ่านทวนหลายๆครั้ง)...
ขอความเห็นหน่อยนะครับ ขอบคุณมากครับ
http://www.thaibuddy.com (ฟรีดิกชันนารี่ ชี้แล้วแปล)
ผมรู้เล็กน้อย

มังกิ๊ง

ผมเรียนวิชาโทเกี่ยวกับภาษาไทยอยู่พอดีเลยครับ

ผมคิดว่าการใช้ภาษาที่ดี มันประกอบด้วยหลายอย่างนะครับ เช่นกาลเทศะ หรือกลุ่มผู้รับสาร

ในกรณีนี้อาจเป็นเพราะว่ารูปแบบการเรียงประโยคภาษาอังกฤษกับไทยมันไม่เหมือนกัน เลยทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนทางการสื่อสารได้ บางทีคนแปลหรือคนอ่านอาจจะชินกับการพูดแบบ "หลายมิติ" ของฝรั่งครับ เช่น

"ความพยายามในการย่ำยีผู้คนของผมทำให้ทุกคนรู้สึกแย่"
"ผมพยายามย่ำยีผู้คน ให้เขารู้สึกแย่"
"ผมย่ำยีผู้คน พยายามให้เขารู้สึกแย่"

ทั้งๆ ใจความที่ต้องการจะสื่อมีแค่อย่างเดียว แต่การเขียนก็ทำให้สับสนกันได้ เพราะด้วยความคิดที่จะ "เรียบเรียงให้มันดูสละสลวย"บ้างละ"รู้สึกมันห้วนๆ เกินไป" บ้างละ ซึ่งพอกลัวโน่นกลัวนี่ภาษาก็เลยยืดเยื้อเกินความจำเป็นครับ

การสื่อสารนั้น หากจำเป็นต้องสื่อสารให้เป็นวงกว้างที่สุด ก็จำเป็นต้องอ้างอิงมาตรฐานภาษาของสังคมให้มากที่สุด

ผมว่าวิธีการแก้ปัญหามันคือการตัดทอนนะครับ ลดคำที่เราคิดว่าต้องตามติดมากับประโยคทุกครั้ง คำนึงถึงประโยคง่ายๆ ที่ใช้สื่อความหมายง่ายๆ น่ะครับ คือถ้ามันเป็นนิยายโอเคจะบรรยายขนาดไหนไม่ว่ากัน แต่ถ้าใจความสำคัญของเราไม่ได้อยู่ที่ภาษา จะต้องลดความความสละสลวย เพื่อให้เกิดการเข้าใจเป็นวงกว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ

เพราะโฟกัสของคนเราเวลาอ่านหนังสือเนี่ยต้องการใจความสำคัญครับ ไม่ได้ต้องการคำพูดวกวนสละสลวย

แล้วผมว่าต้องคำนึงถึงคนที่จะมาอ่านด้วยนะครับ ว่าเขาอ่านแล้วใช้ความคิดแค่ไหน ถ้าเขาอ่านแล้วคิดตามใจความไปด้วย ถ้าคนเขียนไม่นั่งเทียนเขียนขึ้นมาเอง มันก็ต้องเข้าใจบ้างซักกระผีกนึงแหละครับ


(เรื่อง Facebook ผมว่าหลากหลายนะ บางคนเขาเข้ามาเขาไม่อยากอ่านอะไรยาวๆ ยืดๆ รึเปล่าครับ บางทีสาระที่เราจะสื่อมันก็สำคัญ แต่ด้วยองค์ประกอบทางสถานที่ หรือที่ตัวบุคคลเองรึเปล่า (เช่น กำลังเล่น hotel city แล้วออกมาอ่านอะไรแก้เบื่อ ?))

อย่างเรื่องที่คุณยกมาให้อ่าน
1. เรื่องแรก ผมมองว่าผิดพลาดทางการสื่อสารครับ ผมอ่านผมยังนึกเลยว่ามันกลับมาแล้ว เพราะคำว่า "คืนชีพ" ที่ผมเข้าใจคือเป็นคนๆ เดิมที่ "ตายไปแล้ว" กลับมา "มีชีวิตใหม่" จะด้วยการเวทมนตร์หรือกับดักก็ตามแต่  :39:
ผมยังไม่รู้เลยโปรแกรมเหล่านั้นคืออะไร แต่คำกริยาที่เข้าใช้ ใช้ผิดความหมายครับ
คิดดูครับ ขนาดในเนื้อข่าวเขายังใช้คำว่า "กลับชาติมาเกิดใหม่" ซึ่งมองในแง่ความหมายมันก็ไม่เห็นจะเหมือนคำว่า "คืนชีพ" เลยซักนิด  :39:

2. แต่เรื่องที่สองนี่ผมยังงงเลยครับว่าคุณเข้าใจผิดว่าอะไร
อ้างอิงคือผมอ่านครั้งแรกตกใจที่กำลังอ่าน Dynamic language แล้วจะเลิกใช้หรือเนี่ย?
ผมตีความไม่ถูกครับ
1. คือคุณตกใจเพราะคุณกำลังอ่าน dynamic language อยู่ แล้วไปเจอว่าไมโครซอฟท์กำลังจะเลิกใช้ เลยพูดลอยๆ ว่า "จะเลิกใช้แล้วหรือเนี่ย"?
2. หรือคุณตกใจเพราะคุณกำลังอ่านข่าว "dynamic language กำลังจะถูกเลิกใช้"
3. หรือคุณไม่ได้ตั้งใจจะสื่อความอย่างนั้น


ผมพิมพ์เองชักจะงงเองแล้ว คุณล่ะเข้าใจบ้างมั้ยครับ  :46:

ลุงซัน

อ้างคำพูดจาก: กิ๊ง เมื่อ 14 ส.ค. 2010, 23:33 น.
ผมเรียนวิชาโทเกี่ยวกับภาษาไทยอยู่พอดีเลยครับ
ข้าน้อยขอคารวะและขอขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆ(ดีมากๆเลยครับ)
เพราะภาษาสมัยนี้มันดิ้นมาก มากจนน่ากลัว(อาจเพราะภาษาวัยรุ่นเยอะมากๆ ผมก็อยู่กับเด็กๆตลอดแต่ก็เหมือนยังตามไม่ทัน)
อ้างอิง
1. เรื่องแรก ผมมองว่าผิดพลาดทางการสื่อสารครับ ผมอ่านผมยังนึกเลยว่ามันกลับมาแล้ว เพราะคำว่า "คืนชีพ" ที่ผมเข้าใจคือเป็นคนๆ เดิมที่ "ตายไปแล้ว" กลับมา "มีชีวิตใหม่" จะด้วยการเวทมนตร์หรือกับดักก็ตามแต่  :39:
ผมยังไม่รู้เลยโปรแกรมเหล่านั้นคืออะไร แต่คำกริยาที่เข้าใช้ ใช้ผิดความหมายครับ
คิดดูครับ ขนาดในเนื้อข่าวเขายังใช้คำว่า "กลับชาติมาเกิดใหม่" ซึ่งมองในแง่ความหมายมันก็ไม่เห็นจะเหมือนคำว่า "คืนชีพ" เลยซักนิด  :39:
แสดงว่าผมไม่คิดไปคนเดียวว่าเนื้อหาและหัวข้อทำให้คิดได้ว่ามันจะกลับมา(แต่จริงๆแล้ว FoxPro คงไม่กลับมาแล้ว กลับมาแค่ความรู้สึก)

อ้างอิง
2. แต่เรื่องที่สองนี่ผมยังงงเลยครับว่าคุณเข้าใจผิดว่าอะไรผมตีความไม่ถูกครับ
1. คือคุณตกใจเพราะคุณกำลังอ่าน dynamic language อยู่ แล้วไปเจอว่าไมโครซอฟท์กำลังจะเลิกใช้ เลยพูดลอยๆ ว่า "จะเลิกใช้แล้วหรือเนี่ย"?
2. หรือคุณตกใจเพราะคุณกำลังอ่านข่าว "dynamic language กำลังจะถูกเลิกใช้"
3. หรือคุณไม่ได้ตั้งใจจะสื่อความอย่างนั้น
ข้อ 1 และ 2 ครับ เพราะอ่านหัวข้อข่าวแล้วผมตีความกว้างไปหรืออีกแนวหัวข้อข่าวทำให้ความหมายไม่ละเีอียดพอ (เมื่อเทียบกับหัวข้อภาษาอังกฤษ "Microsoft may back off of .NET languages") หัวข้อข่าวทำให้ผมรู้สึกตกใจ ประกอบกับเนื้อข่าวที่อาจน้อยไป(ซึ่งอาจเป็นเพียงเพราะผมตกใจกับหัวข้อข่าวไปซะแล้ว)..
ไปๆมาๆเลยอยากรู้ว่าจะมีคนคิดอย่างไรกันบ้าง..

สรุป(ตามความเข้าใจของผม) คือ ในข่าวเขายกเลิก Python กับ Ruby แต่ Dynamic Language ยังอยู่(กับภาษาอื่นๆ) แต่อ่านหัวข้อข่าวนึกว่าจะยกเลิก Dynamic Language


บังเอิญมันเป็นตัวสำคัญของการเขียนโปรแกรมของ .Net รุ่น 4.0 (C# 4.0 กับ Dynamic Language Runtime) เลยเกิดอาการ paranoid มากไปหน่อย
จริงๆอยากรู้ว่าจะมีคนรู้สึกเหมือนผมไหม หรือ รู้สึกเฉยๆกับการพาดหัวข้อข่าวแบบนี้ คือเป็นปกติ เขาเข้าใจกันอยู่แล้ว ..
ผมจะได้ตามลัีกษณะการเขียน/การถ่ายทอดได้ถูกต้องครับ

อ้างอิง
ผมพิมพ์เองชักจะงงเองแล้ว คุณล่ะเข้าใจบ้างมั้ยครับ  :46:
เข้าใจครับ ^^
http://www.thaibuddy.com (ฟรีดิกชันนารี่ ชี้แล้วแปล)
ผมรู้เล็กน้อย

iannnnn

เอาเรื่องลุงซันก่อนนะครับ

ผมว่าลุงมีเรื่องจะพูดเยอะครับ :30:
แต่บางทีมันเยอะแล้วแตกประเด็น เลยเห็นลุงโน้ตเป็นเชิงอรรถบ่อยๆ
ซึ่งบางทีการไล่อ่านแบบ linear จากบนลงล่างก็เลยมีหลุดๆ ประเด็นไป
อันนี้ไม่ได้ว่าอะไรนะครับ แต่บอกว่ามันเป็นลักษณะการสื่อสารกะลุงซัน :25:

ลุงซัน

อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 15 ส.ค. 2010, 00:37 น.
เอาเรื่องลุงซันก่อนนะครับ

ผมว่าลุงมีเรื่องจะพูดเยอะครับ :30:
แต่บางทีมันเยอะแล้วแตกประเด็น เลยเห็นลุงโน้ตเป็นเชิงอรรถบ่อยๆ
ซึ่งบางทีการไล่อ่านแบบ linear จากบนลงล่างก็เลยมีหลุดๆ ประเด็นไป
อันนี้ไม่ได้ว่าอะไรนะครับ แต่บอกว่ามันเป็นลักษณะการสื่อสารกะลุงซัน :25:
ได้เลยครับ เต็มที่
กำลังขอความรู้การถ่ายทอดเพื่อคนอื่นเข้าใจมากที่สุด จะได้รู้ว่าจะไปแนวไหน ตรงไหนไม่ต้องเคร่งมากนัก ต้องเรียงเนื้อความอย่างไร .. ฯลฯ
เพราะอย่างที่บอกอยากเขียนหนังสือสักเล่ม(โดยเฉพาะการจัดการของระบบใหญ่ๆใน Internet เขาทำกันอย่างไร)
(ยอมรับว่าบางทีเรียบเรียงไม่ถูก มาคิดได้ภายหลังเลยชอบติดมาเพิ่มทีหลัง)
ขอบคุณครับ ^^
http://www.thaibuddy.com (ฟรีดิกชันนารี่ ชี้แล้วแปล)
ผมรู้เล็กน้อย

มังกิ๊ง

เมานิดหน่อยครับ  :48: ดวดเหล้ามา  :46:

ผมว่าการสื่อสารให้คนหมู่มากเข้าใจ ต้องคำนึงถึงสถานะของคนที่เราต้องการสื่อสารด้วยนะครับ

เช่นว่าการพูดอะไรที่เป็นวิชาการหรือภาษาอังกฤษเยอะๆ เนี่ย จะทำให้ใจความไม่ต่อเนื่องกัน ซึ่งถ้าเป็นภาษาที่เข้าใจยากอย่างภาษาคอมพิวเตอร์เนี่ย ถ้าเป็นผมอาจจะยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับเรื่องราวง่ายๆ ในชีวิตประจำวันให้ตาสีตาสายายมียายมาเข้าใจน่ะครับ ส่วนเรื่องการจะยกตัวอย่างอะไรมาประกอบงานเขียน ขึ้นอยู่กับดุลพินิจและความคิดสร้างสรรค์ของผู้เขียนครับ

สุนทรภู่คิดอะไรตอนเขียนบทกวี เราไม่ทราบครับ
แต่การตีความของเรา เน้นช่วงเวลาที่เขาอยู่ (เราต้องทำความเข้าใจเขาก่อนว่าเขาอยู่ในช่วงรัชกาลที่เท่าไหร่ สถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างไร เขาติดคุกเพราะอะไร ฯลฯ)และเนื้อเรื่องที่เขาแสดงออกมาในงานครับ

simple is the best ครับ ยกตัวอย่างง่ายๆ ที่เปรียบเทียบกับเรื่องที่เราพูดได้อย่างชัดเจนน่ะครับ

แต่ที่สุดแล้ว สไตล์การเขียนของเราก็สำคัญที่สุดครับ ถ้าวิธีการเขียนของเราเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เข้าใจยากจนเกินไป

หน้าที่ของการแปลความและการตีความหมายนั้น เป็นของผู้อ่านครับ
การตีความหมายของประโยค ตัดสินด้วย
- ประสบการณ์
- สถานการณ์ในประโยคขณะนั้น

ถ้าเรามีเหตุผลให้กับสองอย่างนี้มากพอ แล้วคนอ่านยังไม่เข้าใจ

ไม่ใช่ความผิดของเราครับ

ด้วยความเคารพนะครับลุงซัน  :46: ผมอายุน้อยกว่าลุงเยอะครับ ขอโทษถ้าพูดอะไรดูไม่ดีไปนะครับ  :42:

ลุงซัน

อ้างคำพูดจาก: กิ๊ง เมื่อ 15 ส.ค. 2010, 01:27 น.
ด้วยความเคารพนะครับลุงซัน  :46: ผมอายุน้อยกว่าลุงเยอะครับ ขอโทษถ้าพูดอะไรดูไม่ดีไปนะครับ  :42:
ไม่มีสักนิดเลยครับ
รู้สึกขอบคุณด้วยซ้ำ เพราะทุกข้อความก็ให้ข้อคิดทั้งนั้นแหละครับ  :46:
ผมเป็นฝ่ายอยากได้ความคิดเห็น(โดยยกข่าวที่ผมงงมาเป็นตัวอย่าง) จริงๆจะเป็นเรื่องอื่นๆหรือเรื่องอะไรก็ได้ที่เป็นตัวอย่างผมยินดีมากครับ..
http://www.thaibuddy.com (ฟรีดิกชันนารี่ ชี้แล้วแปล)
ผมรู้เล็กน้อย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines