แด่เด็กมัธยม

เริ่มโพสต์โดย roundbol123, 01 ส.ค. 2008, 16:53 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

จักรี

น้องนลิน ม.2 แล้วเหรอ เนี่ย
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

สวัสดีเด็กๆ วันนี้ลุงซิก จะมาแอบเล่านิทาน ให้ฟัง ( นิทานจากขี้ปากคนอื่นนะ)

เรื่องมีอยู่ว่า...

---------------------------------------------------------------------------------------

กาลครั้งหนึ่ง พวกเหล่าสัตว์ทั้งหลายได้ตัดสินใจร่วมกันว่า "เพื่อที่จะให้พวกเราเหล่าสัตว์ทั้งหลายสามารถติดตามทันกับโลกใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ เราควรจะต้องจัดการให้มีโรงเรียนขึ้นมา ถึงเวลาต้องพัฒนาแล้ว"

เพื่อความรวดเร็ว พวกเขาจึงได้ลอกหลักสูตรมาจากสำนักแห่งหนึ่งซึ่งประกอบด้วย 4 วิชา คือ วิ่ง ปีนต้นไม้ ว่ายน้ำและบิน คณะกรรมการโรงเรียนก็อนุมัติในทันที

และเพื่อให้ง่ายต่อการบริหารหลักสูตร พวกเขาจึงตั้งกติกาว่า "สัตว์ทุกตัวต้องลงทะเบียนเรียนทั้งสี่วิชานี้เหมือนกันหมด สัตว์ตัวใดต้องการความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษก็ค่อยไปศึกษาระดับปริญญาในมหาวิทยาลัยก็แล้วกัน"

นักเรียนทั้งหมดมี 5 ท่าน คือ เป็ด กระต่าย กระรอก นกอินทรีย์ และปลาไหล แต่มีตัวละครเพิ่มอีก 1 ตัว คือหนู

นักเรียนเป็ดซึ่งมีความสามารถสูงมากในด้านว่ายน้ำและจริงๆแล้วเขามีความสามารถมากกว่าครูผู้สอนเสียอีก แต่ด้วยความที่จ้าวเป็ดน้อยกลัวจะสอบตกในวิชาการวิ่งเป็ดจึงต้องอยู่ตอนเย็นหลังเลิกเรียนเพื่อเรียนพิเศษเพิ่มเติม เธอต้องฝึกวิ่งอย่างหนักจน"พายตีน"ฉีกขาด

ในที่สุดนักเรียนเป็ดผู้น่าสงสารก็สอบวิชาว่ายน้ำศาสตร์ได้เกรดเพียงแค่ผ่านหรือได้ระดับซีเท่านั้น ส่วนผลการเรียนวิชาอื่นๆปรากฏว่า เป็ดได้เพียงเกรดซีในวิชาการบินและปีนต้นไม้ส่วนวิชาการวิ่งเธอได้เกรดดีลบ เพราะว่าเท้าของเป็ดน้อยผู้น่าสงสารเต็มไปด้วยแผลเหวอะหวะ

กระต่ายซึ่งมีความสามารถในการวิ่งสูงกว่าเพื่อนๆในชั้นเรียน แต่กระต่ายก็ต้อง "ประสาทกิน"เพราะวิชาว่ายน้ำแย่งเวลาไปเกือบหมด

เจ้ากระรอกน้อยซึ่งเป็นเลิศในวิชาปีนต้นไม้ก็ต้องมาเซ็งอย่างสุดๆกับเงื่อนไขของครูที่ว่า "คุณจะต้องบินจากพื้นดินข้างล่างขึ้นสู่ข้างบน"

กระรอกน้อยก็ขอร้องว่า "ครูครับผมขอบินจากที่สูงคือจากยอดไม้ลงไปสู่พื้นดินซึ่งผมถนัด"

แต่คุณครูบอกว่า "ทำไม่ได้เพราะผิดระเบียบ"

ในที่สุดกระรอกก็ต้องออกแรงมากในการบินจนเกิดอาการปวดขา จึงได้เกรด C ในวิชาปีนต้นไม้และได้ D ในวิชาวิ่งและวิชาการบิน

ส่วนนกอินทรีย์ซึ่งเป็นเด็กมีปัญหาและถูกกวดขันให้อยู่ในวินัยอย่างเข้มงวดในวิชาปีนต้นไม้

ครูบอกว่า"เธอต้องปีนจากตำแหน่งนี้ไปสู่อีกตำแหน่งหนึ่งที่ฉันกำหนดให้" เจ้านกอินทรีย์รู้สึกอึดอัดมากจึงดื้อแพ่งที่จะใช้วิธีการของตนเองพร้อมบอกับคุณครูว่า

"หนูสามารถออกจากจุดนี้ไปยังจุดที่คุณครูกำหนดได้อย่างรวดเร็วและเร็วกว่าใครๆในปฐพีนี้ แต่ขอไปโดยวิธีบิน ขอไม่ปีนได้ไหม"

ในที่สุดครูก็ไม่ยอมและให้นกอินทรีย์สอบตก

เมื่อวันสิ้นสุดการศึกษามาถึง ปลาไหลพิการซึ่งสามารถสอบผ่านได้ทุกวิชา คือ ว่ายน้ำได้ดีกว่าใครๆวิ่งก็ได้ปีนต้นไม้และบินได้เล็กน้อยก็ได้เกรดเฉลี่ยสูงที่สุดในชั้นจนได้รับเกียรติให้เป็นตัวแทนนักเรียนเพื่อกล่าวขอบคุณในงานเลี้ยงอำลาโรงเรียน

ยังมีอีกเหตุการณหนึ่งที่น่าสนใจคือ วันหนึ่งแม่หนู(หนูจริงๆมีสี่ขามีหางด้วย-ไม่ใช่สาวๆที่แทนตนเองว่าหนู) ได้มาติดต่อกับโรงเรียนเพื่อขอให้ทางโรงเรียนนี้เปิดสอนวิชาขุดดินและการหลบซ่อนตัวให้กับลูกของตน แต่ทางโรงเรียนไม่ยอมเปิดสอนในที่สุดแม่หนูก็ต้องส่งลูกๆของตนไปเรียนโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ในที่สุดลูกหนูตนนี้ก็สำเร็จการศึกษาและกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญสาขานี้ในเวลาต่อมา

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าระบบการศึกษามีความสามารถในการทำลายศักยภาพของนักเรียนได้อย่างยอดเยี่ยม แทนที่การศึกษาจะช่วยค้นหาศักยภาพแล้วพัฒนาให้สูงขึ้น

--------------------------------------------------------------------------------------------------

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า รร.สอนสัตว์ ปัจจุบัน ยังมีอยู่ ณ ประเทศ สารขัณฑ์ นะจ๊ะ


ที่มา : http://issarachon.googlepages.com/4
ตั้งแต่เมื่อฉันรู้จัก และฉันได้มาพบเธอ มันทำให้ฉันต้องเปลี่ยน  เปลี่ยนแปลงหัวใจฉันไป ได้เรียนรู้สิ่งใหม

ณัฏฐ์

โอ้ว :46:
เจออยู่กับตัว :05a:

✌

ขอบคุณครับ :05:
น่าจะเอาไปแปะหน้าเว็บหลัก กระทรวง.

ณัฏฐ์

เอ้อ
ขอเพิ่มเติม
เมื่อกี้กำลังอินไปหน่อย

คือเนื้อเรื่องมันมองข้างเดียวไปน่ะ
คือไม่ใช่ว่าทุกคนเกิดมาจะรู้ว่าตัวเองเป็นเป็ดเลย
ลูกเป็ดขี้เหร่ก็ต้องโตก่อน

คือ คนที่รู้ความสามารถตัวเองอาจจะถูกจำกัดความสามารถด้วยการศึกษา
แต่เค้าก็ได้คามสามารถด้านอื่นเพิ่มนะ

อีกอย่าง ถ้าเก่งจริง มันก็หลุดไปจนได้แหละ
อย่าง โครงการโอลิมปิก
เค้าก็มีส่งเสริมศักยภาพของเด็กอยู่
น้องหลายๆ คนในบอร์ดนี้ก็ทำงานแล้ว
เอาเป็นพี่ก่อ พี่ไอซ์ ก็ได้ ตอนนี้ก็ทำงานแล้วทั้งๆที่ยังเรียนยไม่จบ

หรืออีกตัวอย่างนึงก็ เคยจำได้ว่ามีน้องคนนึง เก่งคอมมาก ตอนนี้ ม.ต้นหรือปลายไม่รู้
เค้าก็หาทางไปได้แหละ

สมมติถ้ามีน้องคนนึง แต่งกลอนเก่งมาก
ตั้งแต่ ป.3 ทักษะภาษาไทยดีเยี่ยม
จะไม่ได้เรียนมัธยมแล้วไปเรียนเฉพาะด้านเลย
ก็ไม่ได้หรอกมั้ง
เพราะถ้าบอกว่าเก่งไทย แล้วไม่เรียนวิทย์ ก็จะมีกรณี เหรียญควอนตัมอยู่เรื่อยๆ

icez

ตอนนี้ผมอยากสร้างเด็กไว้ช่วยงานเองแล้วแหละ :08:
ขัดใจมหาลัย ไม่มีที่ไหนสร้างเด็กที่เก่งๆ ด้านที่ผมทำได้ซักที่

กากก่อเกรียนนู้บ

 :25: อ๊างง โดนพาดพิงด้วย

ที่จริง พี่ว่าใครชอบด้านไหน ก็มุ่งไปให้หนักๆ เลยดีกว่า
ไม่ต้องกังวลเรื่องนู่น นี่ นั่น (แม้กระทั่งเรื่องเรียนมหาลัย :30:)
แล้วก็แบ่งเวลาเรียนให้ดีๆ ก็โอเคแล้วครับ

เพราะยังไงการเรียนที่มหาลัย (สำหรับพี่นะ) เป็นแค่ทางผ่านเอาปริญญาเฉยๆ
สาขาที่เรียนอยู่ ก็ไม่ค่อยได้เอาอะไรไปใช้มากเท่าไหร่อะครับ
ส่วนมากก็ขวนขวายเอาเองมากกว่า
แถมยังต้องเอาไอ้ที่ศึกษามาเองเนี่ย ไปอัพเดตอาจารย์ในภาควิชาอีก :30:

..ไอซ์จะปั้นเองเลยเหรอ :55:

Bellbells

ปั้นเราได้นะไอซ์ เราเต็มใจ  :56:

ณัฏฐ์

#308
ปั้นผมมั้ยพี่ไอซ์ :25:

อย่าเลยไม่มีพื้นอะไรซักอย่าง :30:

เห็นด้วยกับพี่ก่อนะ ชอบด้านไหน ก็เน้นด้านนั้นไปเลย
แต่ไอ้ที่เราเรียนรวมๆ กันอยู่เนี่ย เพราะส่วนใหญ๋มันจะไม่รู้ว่าตัวเองชอบด้านไหนนี่สิ :08:

เรียนไร แพทย์ วิศวะ (สำหรับเด็กวิทย์)
เรียนไร มนุษย์อิงค์ (สำหรับคนชอบอังกฤษ)

ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้เลยมันเรียนยังไง ชอบรึเปล่า เรียนตามเทรนด์


เอ้อลืม
มาลุ้นด้วยคน ลุ้นให้น้อง พรุ่งนี้ประกาศแล้ว

ต๊อป

พรุ่งนี้ประกาศแล้วเหรอ :08:
ถึงรุ่นผมแล้วสินะ

ณัฏฐ์

ต๊อปๆ สอบ สสวท เลย
อะไรก็ได้ซักอัน
เอาให้ติด
แล้วก็ไปแข่ง ตกรอบไม่เป็นไร

จะได้สิทธิพิเศษมากมาย เกษตร มีจดหมายส่งมาถึงบ้านว่าจะเรียนมั้ย(วิศวะ)
จุฬาก็รับตรงทั้ง วิทยา วิศวะ ส่วนใหญ่ก็ได้หมด
ที่จริงมีอีกเยอะไม่ได้จำ ที่รับเด็ก สสวท อะ


พี่ว่าง่ายกว่าไปอ่านเยอะแยะหลายวิชานะ ตั้งใจอ่านอะไรซักอย่างสอบ สสวท เอา :30:
สอบรอบเดียวแค่สามชั่วโมงด้วยนะเอ้อ

กันย์

สมาคมสาวแว่นอ่ะนะ
หนุ่มอักษรรักแน่ รักแท้ตลอดกาล~

ต๊อป

อ้างคำพูดจาก: ☼Nuttiieees☼ เมื่อ 06 พ.ค. 2009, 16:55 น.
ต๊อปๆ สอบ สสวท เลย
อะไรก็ได้ซักอัน
เอาให้ติด
แล้วก็ไปแข่ง ตกรอบไม่เป็นไร

จะได้สิทธิพิเศษมากมาย เกษตร มีจดหมายส่งมาถึงบ้านว่าจะเรียนมั้ย(วิศวะ)
จุฬาก็รับตรงทั้ง วิทยา วิศวะ ส่วนใหญ่ก็ได้หมด
ที่จริงมีอีกเยอะไม่ได้จำ ที่รับเด็ก สสวท อะ


พี่ว่าง่ายกว่าไปอ่านเยอะแยะหลายวิชานะ ตั้งใจอ่านอะไรซักอย่างสอบ สสวท เอา :30:
สอบรอบเดียวแค่สามชั่วโมงด้วยนะเอ้อ

สสวท.มันปิดไปแล้วน่ะครับ
เคยไปลุยทาง สอวน. แล้วด้วย
แต่ไปไม่รอด :08:

ต้องสอบเอาอย่างเดียวล่ะครับ

ณัฏฐ์

สอวน. พี่ก็ลุยมาแล้วแหละ
ตกรอบก่อนถึงรอบ สสวท. รอบนึง :47:

ต๊อป

#314
ผมตันที่ค่ายแรกเลยครับ :47:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines