พี่โอ๋ไม่สบาย

เริ่มโพสต์โดย Rabbitinblack, 10 ก.ค. 2008, 17:09 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

st

ไข้หวัดใหญ่มีอาเจียนด้วยเหรอ

แล้วจะออก รพ. วันไหนครับ

เดอะบุ๋ม

มีอาเจียนด้วยค่ะ  ตอนที่ไปเยี่ยม พี่แกก็อ๊วก 2 ที  เลือดย้อนสายน้ำเกลือเลย  :39:

พี่นิดบอกว่ารอหมอตรวจอีกรอบค่ะ  วันนี้ไม่แน่  อาจจะได้อยู่หรือได้กลับบ้าน ค่ะ  :22:




กวางจ้ะ

หายไว ๆ นะคะพี่โอ๋

ส่วนพวกเราก็ดูแลตัวเองกันด้วยเด้อ โรคนี้เด็กเป็นกันเยอะมากเลย

st


   มีอาเจียนด้วย กลัวว่าไข้ไหวัดใหญ่มันจะกลายพันธุ์ครับ ขออนุญาตส่งข้อความนี้มาให้อ่านกันทุกคนนะครับ (ยาวไปสักหน่อย) เผื่อจะเป้นประโยชน์ อย่านิ่งนอนใจนะครับ เดี๋ยวนี้โรคต่างๆ มันไม่ค่อยะกลัวยาเท่าไร... เชิญทัศนา นะบัดนี้
---

• ตามที่ทราบกันว่า เมื่อเวลา 17.00 น.วันพฤหัสบดีที่ 12 มิ.ย. ผมเริ่มจับสั่นแบบจับปากกาเซ็นชื่อไม่ได้เลยติดต่อกัน 30 นาที   อาการสั่นมาก  เกร็งไปทั้งตัว  และมีไข้ขึ้นสูงประมาณ 38-39 องศา  จึงรีบมาหาหมอที่โรงพยาบาลกรุงเทพ   หมอเดาว่าอาจจะเป็นไข้หวัดใหญ่ หรือไข้เลือดออก จึงขอตรวจผลเลือดก่อน  และอยากให้นอนที่โรงพยาบาล  เพราะหากไข้ขึ้นสูงเช่นนี้ อาจช็อกได้
• ตอนเช้า ผลเลือดออกมาพบว่า เป็นโรคไข้เลือดออก แบบ 3 (มีทั้งหมด 4 แบบ แล้วแต่วิธีการระบาด)
• หมออยากให้อยู่โรงพยาบาลเพื่อรองรับช่วงเวลาวิกฤต ที่ไข้ลด ซึ่งอาการจะทรุดลงเข้าสู่ภาวะช็อค  ความดันตกต่ำมาก  และเกล็ดเลือดลดลงต่ำมาก  ผมจึงตัดสินใจขอลาพักร้อน ซึ่งอาจกินเวลาถึง 10 วัน  กว่าจะหายดี
• ผมถามคุณหมอว่า อาการนี้มีโอกาสอันตราย จนถึงขั้นเสียชีวิตไหม  จนผมควรทำพินัยกรรมล่วงหน้าไหม  คุณหมอ หัวเราะและบอกว่า  "คงไม่ถึงขั้นนั้น  เพราะหากอยู่ในมือหมอเร็วแบบนี้ ไม่น่าเป็นห่วง  ยังไม่มีใครตาย  ยกเว้นแต่จะมาช้าไป  และแก้ปัญหาไม่ทัน"
• ในช่วงที่ผมเข้าพักร้อน  ก็มีคนเข้ามาพักร้อนหลายรายเช่นกัน  เพราะเป็นหน้าเทศกาลไข้เลือดออกกำลังระบาดทั่วกรุงเทพอยู่
• แต่เพื่อให้การมาพักร้อนของผม มีประโยชน์กับทุกท่านด้วย  จึงขอเล่าวิธีการรักษา  และอาการต่างๆ ให้ทราบ เป็นความรู้ทั่วไป  ดังนี้ครับ

ที่มา - ไข้เลือดออก โดยทั่วไป เกิดจากเชื้อไวรัสประเภทหนึ่ง  ที่มียุงลาย เป็นพาหะสำคัญ  ซึ่งมักจะเป็นยุงลายสายพันธุ์ที่กัดตอนกลางวัน หรือตอนเย็น (ไม่ใช่ยุงที่กัดตอนกลางคืน)  แต่ตอนนี้ได้ข่าวว่า ยุงลายมีการพัฒนาการทำ OT ถึง 4 ทุ่มด้วยแล้ว  แหล่งเพาะยุงที่สำคัญในบ้าน มักจะเป็นตุ่มน้ำ หรือแจกันต่างๆ ซึ่งเป็นน้ำนิ่ง และสะอาด เหมาะแก่การวางไข่

อาการไข้ - อาการไข้มี 3 ระยะ 
    ระยะแรก เรียกว่า ระยะไข้สูง  จะสูงประมาณ 3-7 วันต่อเนื่อง  มีอาการเบื่ออาหาร  อาเจียน  ปวดหัว  ปวดท้อง  ปวดกล้ามเนื้อ  หน้าแดง  ตัวแดง  อาจมีผื่น  หรือมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง
    ระยะที่สอง เป็นระยะวิกฤต  ช่วงนี้ไข้จะลดลง ซึ่งมักจะเกิดประมาณวันที่ 3-6  เกล็ดเลือดจะตกลงต่ำมาก  อาการทรุดตัวลงอาจเข้าสู่ภาวะช็อค  กระสับกระส่าย  มือเท้าเย็น  ชีพจรเต้นเร็ว  ความดันตก  อาเจียนมาก  ปวดท้อง  บางรายซึมมากขึ้น  ปัสสาวะน้อย  อาจมีเลือดออกในกระเพาะ  ถ้าไม่มีอาการแทรกซ้อน และได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ระยะนี้จะกินเวลา 24-28 ชั่วโมง  ก็จเข้าสู่ระยะที่สาม
    ระยะที่สาม  เป็นระยะฟื้น  อาการทั่วไปจะดีขึ้น  ความดันดี  ชีพจรปกติ  ปัสสาวะออกมากขึ้น  ตับที่โตจะละขนาดลงภายใน 1-2 สัปดาห์เอง  เริ่มรับประทานอาหารได้  มักมีผื่นแดงที่ขาปลายมือ  และมีอาการคัน

•  อย่างไรก็ตาม  ผมไม่ประสบปัญหาอาการไข้ต่างๆ ที่ว่าเลย  คือ ไม่มีอาการอาเจียน  ไม่มีอาการปวดหัว  ไม่มีอาการปวดท้อง  ไม่มีอาการเบื่ออาหาร  ที่ผมประสบอยู่มีแค่นี้ครับ คือ

    ช่วยระยะแรก (ไข้สูง)  ซึ่งกินเวลา 3 วันแรก  โดยอุณหภูมิจะวัดได้สูงประมาณ 38.5-39.3 องศา  ช่วงนี้จะทานพาราเซททามอล ครั้งละ 2 เม็ด ทุก 4 ชั่วโมง  จนไข้ลดลงเหลือต่ำกว่า 37.5 ในวันที่ 4 จึงค่อยลดลงเหลือ 1 เม็ด   ในช่วงไข้สูงนี้นั้น  จะใช้วิธีเช็ดตัวอย่างเดียว ห้ามอาบน้ำ ห้ามสระผม  ให้ทานน้ำเยอะๆ  ห้ามแปรงฟัน เพื่อลดโอกาสเลือดออกตามไรฟัน ซึ่งเลือดจะหยุดไหลยาก  ใช้วิธีบ้วนน้ำยาบ้วนปากที่เป็นฟองสีเขียวอย่างเดียวเท่านั้น   อุณหภูมิจะลดลงเหลือแถวๆ 37.5 ซึ่งถือว่าเกือบลดลงเป็นปกติแล้ว  จริงๆ ในช่วงระยะแรกนี้ คุณหมอให้ผมทานยาลดการอาเจียน  ยาลดเลือดออกในกระเพาะอาหาร  และยาคุมความดันไม่ให้ลดต่ำ ทุกวันไปด้วย  จะช่วยคุมอาการต่างๆ ให้สงบดีขึ้น  จนแทบไม่รู้สึกอะไรเลยนอกจากตัวร้อนอย่างเดียวเท่านั้นเอง

    ช่วงระยะสอง (ระยะวิกฤต)  ช่วงนี้ของผมคือ วันที่ 4 และ 5  ซึ่งเป็นช่วงที่ไข้เริ่มลดลงต่ำกว่า 37.5 ไวรัสจะแผลงฤทธิ์ ไปทำให้เกล็ดเลือดลดลงต่ำฮวบลง  ทำให้ตามปลายเท้า  มีจุดแดงๆ ของเลือดใต้ผิวหนัง ขึ้นเต็มไปหมด  ตำแหน่งเจาะเลือดจะกลายเป็นจุดแดงใหญ่ๆ ค้าง ไม่จางหายไปง่ายๆ  ทุกเช้าจะถูกเจาะเลือด เพื่อเอาไปทดสอบปริมาณเกล็ดเลือด  เพื่อดูว่าต่ำน่าเป็นห่วงไหม

    โดยทั่วไป คนปกติจะมีปริมาณเกล็ดเลือดระหว่าง 150,000-450,000 หน่วย  หากลดลงต่ำกว่า 40,000 หน่วย  เลือดจะหยุดยากขึ้น  เพราะไม่มีเกล็ดเลือดมาช่วยให้แข็งตัว  หากลดลงเหลือต่ำกว่า 20,000 จะเข้าขั้นอันตราย  ที่ต้องเติมเกล็ดเลือด (เหมือนการให้เลือด  แต่สีของเกล็ดเลือด เป็นสีเหลืองเข้ม แทนที่จะเป็นสีแดงเข้ม)  เพื่อให้สูงกว่า 40,000 ให้ได้

    วันแรกที่เป็นไข้เลือดออก เกล็ดเลือดของผมจะลดลงเหลือ 140,000  และลดลงมาทุกวัน ดังนี้  100,000 ,  50,000  , วันที่ 4 ลดลงเหลือ 19,000  พอถึงระดับนี้ หมอเริ่มลุยให้เกล็ดเลือดแล้ว  โดยให้ไป 1 ถุง ประมาณ 20,000 หน่วย  เพื่อพยุงให้ขึ้นมากกว่า 40,000  แต่ปรากฎว่าไม่สำเร็จ  เพราะวันที่ 5 ยังลดลงเหลือ 14,000  จึงต้องให้เกล็ดเลือดเพิ่มอีก 20,000  วันที่ 6 พบว่าสามารถประคองขึ้นมาเป็น 60,000 วันที่ 7 เพิ่มมาเองเป็น 102,000 หน่วย  ซึ่งถือว่าปลอดภัยแล้ว

    อาการอีกอย่างหนึ่ง ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้  คือ  ตับจะทำงานหนัก  และโตกว่าปกติมากในช่วงนี้  อาการตับอักเสบจะเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติมากๆ  แต่จะหายเอง และกลับคืนสู่ภาวะปกติได้ภายใน 2-3 สัปดาห์ หลังจากหาจากไข้เลือดออกแล้ว

   ช่วงระยะที่สาม  หลังจากที่เกล็ดเลือดเพิ่มมาระดับ 60,000 หน่วย และไม่มีแนวโน้มลดลงแล้ว  อาการก็เข้าสู่ภาวะพักฟื้นแล้ว  อุณหภูมิลดลงเหลือ 36.5-36.7 ซึ่งถือว่าปกติแล้ว   ตอนนี้อาบน้ำได้  แต่ยังไม่แปรงฟัน  เพื่อลดโอกาสเลือดออกไปก่อน  และหมอปล่อยกลับบ้านได้
   ในทั้ง 3 ช่วงของผม  ความดันของผมอยู่ที่ 110-70 ตลอดแทบทุกวัน

• โดยสรุป คือ  ขณะนี้ ยังไม่มีวัคซีนแก้ไข้เลือดออกได้  การรักษา คือ  การประคองสถานการณ์ร่างกายเท่านั้นเอง  ไม่ให้ตัวร้อนไป  ไม่ให้อาเจียน  ไม่ให้มีเลือดออกที่กระเพาะ ที่ไรฟัน  และที่อื่นๆ  ไม่ให้ความดันต่ำลดต่ำ  และรักษาเกล็ดเลือดไม่ให้ต่ำกว่า 20,000 หน่วย  ดูแลไม่ให้ช็อค  จากนั้น อาการไข้เลือดออก จะหายไปเองภายในวันที่ 5 หรืออย่างช้าวันที่ 6   กรณีที่เกิดที่บ้าน  ควรมาตรวจว่าใช่ไข้เลือดออกหรือไม่ภายใน 1-2 วันหลังจากพบไข้สูงต่อเนื่อง
• คนที่เป็นไข้เลือดออก ประเภทใดไปแล้ว  (เช่น  ผมเป็นประเภท 3)  จะมีภูมิต้านทานประเทภนั้นไปตลอดชีวิต  แต่ยังมีสิทธิเป็นไข้เลือดออกประเภทอื่นได้อยู่นะครับ
• หวังว่าประสบการณ์พักร้อนของผม  คงมีประโยชน์กับท่านอื่นๆ บ้างนะครับ

---

ความฝันกลางฤดูร้อน

กำลังจะออกจากบ้าน คาดว่าจะไปถึงก่อนเที่ยง  :47:
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

หนุ่ม

ขอบคุณพี่ส้มต้นครับ :12:


พี่โอ๋หายไวๆนะครับ :40:
Reading Learning & Sharing

Rabbitinblack

หมอแมวครับ ฝากเยี่ยมด้วยนะครับ  :46:

สมเจี้ยม

ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

Ou!







รีบหายไข้นะครับ


งบน้อย

ความฝันกลางฤดูร้อน

ไปเยี่ยมมาแล้ว แต่เห็นพี่โอ๋นอนอยู่ เลยไม่ได้เข้าไปครับ
ฝากของไว้หน้าห้องเฉยๆ
:55: ..... พี่โอ๋ไม่ได้ชื่อระจันหรอกหรือ
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

ออยอิชี่

เปล่าครับ หมอแมว
พี่โอ๋ชื่อ ภานุพันธ์ ตะลันกูล

ระจัน เป็นนามปากกาพี่เขาครับ  :40:

ความฝันกลางฤดูร้อน

ที่งงเพราะว่าชื่อหมอที่หน้าห้องดันชื่อเหมือนหมอสูตินรีเวชที่รู้จัก  :30:
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

เดอะบุ๋ม

น่าเสียดายจังเลยนะคะ  พี่โอ๋คงดีใจที่หมอแมวไปเยี่ยม

เมื่อวานแกยังพูดถึงหมอแมวอยู่เคยค่ะ  :46:

แต่คนไข้นอนอยู่ก็เกรงใจอะเนอะ  

Dayight

แต่เราไป พี่โอ๋หลับอยู่ เอะอะมะเทิ่ง กันเลยทีเดียว ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ




กินรอบวง

ความฝันกลางฤดูร้อน

พี่โอ๋โทรมาบอกว่าตอนที่ผมเคาะเค้าก็ได้ยินเสียงเคาะ แต่พอดีคนที่อยู่เฝ้าออกไปข้างนอกพอดี
ตอนโทรมา ผมไปถึงพันทิพย์เรียบร้อยแล้ว  :30:
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines