โลกนี้สีชมพู

เริ่มโพสต์โดย เดอะบุ๋ม, 17 มิ.ย. 2008, 15:26 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

蓝月 (lán yuè)

ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

ออยอิชี่

อ้างคำพูดจาก: นายบิ๊ก ม.6/1 เมื่อ 19 มิ.ย. 2008, 00:42 น.
เอ อย่าเปลี่ยนประเด็น เล่าเรื่องเอมาเร็ว  :43:


รอฟังเรื่องของเอบ้าง  :27:

ยัง มี พุง

ต่อๆ เมื่อวานหลับ เหนื่อยจัด

หลังจากอิทธิฤิทธิ์ของ อะฮ่า กาแฟผสมแห้วออกโรง

ทำให้ตูโดดหอด้วยอาการแมวหงอยไปหลายวัน

จนถึงดึกวันหนึ่งของช่วงใกล้หมดเทศกาลโดดหอ

จู่ๆมีผู้ชายสูงใหญ่คนนึงเดินมาหาที่โต๊ะตูซึ่งรายล้อมด้วยชะนีและชะโดเป็นสิบ

"คนไหนน้องตาล.ครับ?"

:18: จะไดพ่อง จะมาตีหัวตูรึปล่าวนี่?

"คือไอ้กิฟท์. เอ๊ย พี่กิฟท์.มัน เอ๊ย เค้าให้พี่มาชวนน้องไปกินข้าวน่ะครับ"

ฮะ อะไรนะ ขอกรี๊ด สามทีก่อน กรี๊ด กรี๊ด กรี๊ด  :25:

แต่ชวนตูกินข้าวตี 2  :08:

ก็ไปแถวองค์พระนั่นแหละ แต่ไม่ได้กินข้าว ไปนั่งกินกาแฟกับหนมปังสังขยา

พาหนะยอดฮิตคู่ใจของเด็กมหาลัย คงไม่พ้นรถป๊อบ คันเล็กๆ

แต่ของพี่แกเล็กมาก แล้วพี่แกตัวใหญ่มาก ตูนั่งแทบจะตกรถ

ไม่กล้านั่งใกล้มาก เดี๋ยวเค้ารู้ว่าใจตูเต้นแรงแทบจะทะลุอก(แบนๆ)ออกมา  :53:

"เคยมากินร้านนี้รึปล่าว?"

((ไม่เคยอ่ะครั้งแรก))

"อืม พี่ก็จำได้ว่าพี่พาป่าน.มากินร้านนี้ครั้งแรกเหมือนกัน"

:08: เวร พี่ป่าน.มาอีกแล้ว

สรุปคือคืนนั้นกลับหอมาด้วยอาการใจแต้ว

(คือ ใจเต้น+แห้ว กลับมาอีกครั้ง)

หลังจากนั้นก็มีเจอพี่เค้าบ้างเวลาไปอ่านหนังสือ

หลังๆก็ไปอ่านหนังสือด้วยกันสองคน มันก็มีความสุขนะ

แต่ตูก็เตือนตัวเองตลอดว่าพี่เค้ามีแฟนแล้ว ตูก็ขอแค่นี้แหละ

ไม่ไปวุ่นวายอะไรกับพี่เค้ามาก ถ้าเค้ามีเวลาเหลือให้ตูมั่งก็พอ ( :05:หยั๊งกะเมียน้อยแหน่ะตู)

จนปลายปี 1 ล่ะ เทศกาลละคอน Thesis ของคณะอักษรฯ

ไอ้ตูก็ไปเล่นละคอนกะเค้าด้วยนะ (เห็นหน้าแบบนี้เคยเป็นนางเอกนะเฮ้ย อย่าดูผิดกันทีเดียว)

ตูก็ชวนพี่เค้ามาดูแหละ แต่ไม่ได้คาดหวัง เพราะก็อย่างที่รู้ๆ พี่แกก็มีแฟนแล้ว

เฮ้ย ตูแค่อยากให้เค้ามาดูเฉยๆนะ ตอนนั้นคือถามว่าชอบมั้ยก็ยังชอบอยู่

ชอบมากด้วย แต่ว่าไม่ได้คิดจะให้พี่เค้ามาเป็นแฟนตูนะ

วันที่ละคอนเล่น ประตูปิดแล้วตูก็ยังไม่เห็นพี่เค้ามา

:16: ก็เสียใจนะ ทั้งๆที่เตรียมใจไว้แล้ว แต่ทำไงได้

แต่สรุปคือพี่เค้ามาตอนละคอนจะจบ เอาดอกไม้มาให้ด้วย  :25:

"ชุดโป๊ไปป่าว?"

((ก็เค้าให้ใส่อย่างงี้นี่นา))

"คือพี่มีเรื่องจะบอกเรา"

:09:

"คือ ... พี่ก็ไม่รู้ว่าอะไรนะ ที่พี่บอกเราอยู่ทุกวันๆว่าพี่คิดแค่ว่าเราเป็นน้องสาว แต่เอาจริงๆ พี่ก็ไม่ได้คิดกับเราเป็นน้องเหมือนกัน"

วันนั้นรู้สึกว่าจิ้งหรีดในทับแก้วมันหายไปไหนกันหมด

ไม่โผล่มาทำงานซักตัว ปล่อยให้บรรยากาศมันเงียบน่าอึดอัดอยู่ได้

ถามตัวเองว่าดีใจมั้ย ตอนนั้นไม่เลยนะ

เจ็บนะ มันสองจิตสองใจ ระหว่าง

ไม่รู้ต่อไป คิดว่าพี่เค้าคิดกับตูเป็นน้องสาว

กับรู้ว่าพี่เค้าคิดเหมือนกันกับตูเนี่ย

อันไหนจะดีกว่ากัน

แต่สุดท้ายคือตูก็รู้ไปแล้ว ก็เจ็บไปแล้ว

กลับมาหอนอนร้องไห้เลยนะ หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ

แล้วไม่ใช่ว่าตูได้เจอพี่แกบ่อยๆนะ

เทอมนึงได้เจอครั้งสองครั้งเองมั๊ง

((ขอตัดก่อน เริ่มยาวเริ่มเวิ่นเว้อ))
ห๊ะ! อะไรนะ!!!

ออยอิชี่

รออ่านตอนต่อไปของพี่ตาล  :25:


Rabbitinblack

ปูเสื่อนั่งฟัง  :02:

หนูอร

ขอเล่าบ้างแล้วกัน.. เอาเฉพาะที่ชมพูๆนะ
อันที่ตุ่นๆ หม่นๆ ร้องไห้สามเดือนนี่ขอผ่าน



รักครั้งแรก...

เคยไปเขียนไว้ในอีกกระทู้ (รักแรกฯ) แล้วว่า
รักครั้งแรกเป็นรักข้างเดียว และแอบมาแปดปี
หนีหน้าไม่ได้ด้วย เพราะเป็นพี่ชายเพื่อนสนิท
เป็นผู้ชายเมโทรเซ็กช่วลคนแรกที่รู้จัก
และเป็นตัวต้นแบบชองเสป๊กผู้ชายที่อรใฝ่ฝัน
:30:

อรกับพี่บ.น.เจอกันครั้งแรกตอนอรอยู่ประมาณป.6
แล้วไม่รู้ว่าด้วยความที่อยู่รร.หญิงล้วนหรือเด็ก
หรือยังไม่เคยคลุกคลีกับผู้ชายที่ไม่ใช่ญาติ
เรารู้สึกว่าเค้าเป็นคนดีมาก และตอนนั้นก็ชอบแบบเด็กๆ
แต่พอเวลาผ่านไป จนขึ้นม.2 เจอหน้าบ่อย คุยบ่อยขึ้น
ในเวลา 3 ปีนั้น จะด้วยความผูกพันหรืออะไรก็แล้วแต่
ข้อดีข้อเสียทุกอย่างผ่านเข้ามา กลับไม่เห็นอะไรที่รับไม่ได้เลย
และเค้าก็ดูแลอย่างดีตลอดมา (เพราะป่วยบ่อย แต่ต้องไปเรียน)
ตอนขึ้นม.3 เนี่ยล่ะ เพื่อนสนิทอรมันถามอรตอนวาดรูปว่า

"อร.. ถ้านึกถึงความรัก มึงนึกถึงอะไรที่ไม่ใช่รูปหัวใจวะ"

โห.......... นึกถึงหน้าพี่บ.น.ก่อนเลย น้ำเน่ามาก รับตัวเองไม่ได้  :28:
วันนั้นกลับไปนั่งคิดนั่งถามตัวเองว่ารักเค้าจริงเหรอวะ
ตั้งคำถาม ให้เหตุผลตัวเองหลายอย่างมาก จนในที่สุด
วันที่มาเจอหน้า คำตอบมันก็อยู่ตรงหน้า อารมณ์มันเป็นไป
แต่ความที่เป็นคนบอกความรู้สึกไม่เป็น และยังเด็กอยู่
เลยมีแต่พยายามทำอะไรดีๆให้ อยู่กันอย่างพี่อย่างน้อง
สนิทกันขนาดว่าเจอกันกระโดดกอดกัน ไปไหนก็จูงมือกัน
ใครมายุ่มยามก็เป็นไม้กันหมาให้กันและกัน ตลกกันเองสองคน

ส่วนเวลาเค้ามีแฟนทีนึงก็เฮิร์ททีนึง เปลี่ยนแฟนก็เฮิร์ทอีก
ตั้งแต่ม.3 มาเรื่อยๆเป็นแบบนี้มาตลอด แต่ก็ไม่ได้คิดจะเลิกชอบ
หรือบอกว่ารัก เพราะเราเองก็มีความสุขกับการอยู่แบบนี้
และกลัวว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงกับสิ่งดีๆ และความรู้สึกเค้าที่เป็นอยู่

พออรเข้าปีหนึ่งก็เป็นช่วงที่เค้าย้ายไปทำงานเมืองนอกพอเหมาะพอเจาะ
ตอนนั้นอรเองเริ่มที่จะคบหาดูใจกับเพศตรงข้ามแบบจริงๆจังๆ
(พี่น.บ.แก่กว่าอรประมาณ 5 ปี  *กระซิบ* ...แอบชอบคนอายุกว่า  :56:)
ทว่าด้วยความที่อายุกว่านี่เอง ที่ทำให้เค้าก้าวเดินไปเร็วกว่าอรหลายเรื่อง
เพราะหลังจากนั้นปีนึงเค้าก็แต่งงานกับสาวสิงคโปร์ตัวเล็กน่ารัก

เราก็แสดงความยินดีไปกับเค้า เค้าโทรมาเราก็คุยเย้วๆได้
จนเราสะเหร่อไปถามเค้าว่า "แฟนพี่น่ารักไหม" แล้วเค้าพูดว่า

"โหย.....  เจ้าสาวของพี่น่ารักมาก นิสัยดีโคตร
เค้าเหมือนหนูหลายอย่างมากเลย พี่รักเค้าตรงนี้ล่ะ"

:07: :05:

"...แล้วหนูไม่ต้องน้อยใจนะ ตัวเล็กของพี่เป็นคนแรกเสมอ"

:07: :07: :07:  :05:

ตอนนั้นปวดใจเป็นยังไงซาบซึ้งและแซ่บขึ้นมาทันที
คิดในใจว่าตูไม่น่าหาเรื่องถามให้ตัวเองเจ็บใจเล่นเลยยยยย
ถามตัวเองบ่อยมากว่า ถ้าบอกความรู้สึกไป จะได้รักกันไหม?
ถ้าเรายอมที่จะเสี่ยงดูบ้าง จะมีความสุขบ้างรึเปล่า?
การจะเจอผู้ชายที่เรารักและไม่ทำให้เราเสียใจมันไม่ง่าย
แล้วทำไมเราไม่เสี่ยงหาโอกาสนั้นเอาไว้? ทำไม ทำไม ทำไม..

แต่ตอนนี้ก็คิดได้แล้วว่าชีวิตเค้ามีความสุข ก็น่ายินดีด้วย

เพราะครั้งล่าสุดที่เค้ากลับมาเมืองไทยเจอหน้าเจอตากัน
เค้าก็ยังกระโดดมาอุ้มๆ ลูบหัว หยิกแก้ม กลางสนามบิน





รู้สึกเลยว่า.. แบบนี้ล่ะ.... ดีแล้ว  :22:


..และปีนั้นก็เป็นปีที่แปด และปีสุดท้ายที่นับว่าแอบรักพี่บ.น.
อันบัน ♥

Rabbitinblack

พี่ บ.น. = พี่บิ๊กนะ  :30:

กวางจ้ะ


หนูอร

อันบัน ♥

psyfer

ถึงกับเสียงหลง  :55:

ยัง มี พุง

ต่อก็ได้ จะได้จบๆไป

คาใจตูเหมือนกัน

เศร้านะเนี่ย

+++++++++++++++++++

ตูกะพี่กิฟท์.มีชื่อเรียกกันเล่นๆด้วยนะ

พี่แกเรียกตูว่า ตุ่น เพราะหาว่าตูชอบเล่นมุกตุ่น

(สมัยนั้นยังไม่มีคำว่ามุกควาย ไม่งั้นพี่แกคงเรียกตูว่าควายไปแล้ว)

ส่วนตูเรียกพี่แกว่าพี่โรคจิต จำไม่ได้ชัดๆว่าเรื่องอะไร แต่คลับคล้ายคลับคลาว่าเอาแซมบัคป้ายปากนะ

ถึงตูจะไม่ค่อยได้เจอพี่โรคจิตบ่อยๆ

แต่เจอกันแต่ละทีมันก็ใจแต้วๆทุกทีนะ

ไปทาสีป้ายคณะที่คณะวิดยา เจอเพื่อนพี่แกแต่ละคน

ก็ต้องทักตูทุกคนว่าหน้าเหมือนพี่ป่าน.  :50:

จี๊ดๆใจนิดหน่อยพอเป็นกระสัย แต่พี่โรคจิตก็ไม่ได้บอกไปว่าตูเป็นใคร

บอกแค่ว่าเป็นน้อง (ทำเอาเพื่อนพี่แกขอเป็นน้องเขยกันใหญ่)

พี่แกก็โดนเพื่อนด่าประจำ

"หวงน้องทำไมนักหนาวะ"

((ก็มันไม่ได้เป็นแค่น้องนี่หว่า))

ตอนย้ายหอ พี่โรคจิตก็เป็นคนช่วยหารถ ช่วยขนของให้

จำได้ว่าเป้นช่วงเลยวาเลนไทน์มาแล้ว

แต่เค้าเอาชอคโกแลตมาให้

"ช้าไปหน่อยนะ ตอนนั้นไม่ได้เจอ"

กะว่าจะไม่กินซะหน่อย นึกได้อีกที อ้าว ... หมดไปแล้ว  :30:

จนวันนึง

พี่เค้ามาบอกว่า

"เมษาพี่จะบวชนะ แล้วปลายปี ..."

((จะแต่ง)) <-- สวนไปเล่นๆ

"อืมใช่"

โลกมันเงียบนะ เงียบจนได้ยินเสียงใจตัวเองเต้น

ถึงจะเคยทำใจเรื่องนี้มาแล้วก็เถอะ

แต่คิดว่าคงอีกหลายปี มันมาถึงเร็วไปหน่อย

 :47:(พี่โรคจิต) แล้วพี่ขออะไรตาลอย่างนึงได้มั้ย

:01:(ตู) อะไรหรอ?

:47: พี่อยากจะคุยกับตาล แบบนี้ได้มั้ย?

:01: มันจะดีหรอ

:47: ดี

:01: ถึงเวลานั้นมันก็ไม่เหมือนตอนนี้แล้วนะ

:47: หรือถ้าตาลอยากให้พี่ไปให้พ้นๆก็ได้นะ แต่พี่ไม่ต้องการแบบนั้น

:01: ปล่าวๆ ไม่ใช่แบบนั้น แต่แต่งงานเลยนี่นะ?

:47: ใช่ เราก็เป็นน้องรักของพี่เสมอ ไม่ว่าจะอายุ 80 ก็ตามพี่จะกลับเนื้อกลับตัว พี่ขอโทษเราเรื่องที่ผ่านๆมา และจะยังไงพี่จะคอยช่วยตาลเสมอ ทุกๆเรื่อง ที่พี่ทำได้ พี่สัญญานะการที่มีคนคอยเป็นห่วงตาลไปตลอดมันไม่ดีเหรอ

:01: แต่ใครอีกคนจะคิดมากรึปล่าว?

:47: ถึงตอนนั้นคงไม่แล้ว

:01: ทำไมล่ะ?

:47: ไม่รู้สิ เพราะพี่ และ เพราะตาล คงจะเข้าใจและคนอื่นคงเข้าใจด้วย

:01: มันจะดูไม่ดีรึปล่าว?

:47: ถ้าอยู่ในกรอบคงไม่เป็นไรมั๊ง พี่ก็ต้องพยายามด้วยเหมือนกัน เพราะจิงๆแล้วพี่ไม่ได้รู้สึกกับเราเหมือนน้องเลย

:01: ...

:47: พี่เห็นเราเป็นคนสำคัญนะ ขนาดเพื่อนพี่ยังไม่รู้เลย พี่บอกทุกๆอย่างแล้ว ตาลยังอยากคุยกับพี่รึป่าวก็ไม่รู้ อาจจะไม่อยากเจอไปเลย

:01: พูดตรงๆ ตอนนี้ตาล.ยังอึ้งๆอยู่ขอเวลาซักพัก

:47: พี่ไม่อยากให้ 5 ปี ที่รู้จักกันจบลงแค่นี้นะ พี่ยังอยู่ตรงนี้เสมอ พี่สัญญาพี่ขอแค่ให้มีโอกาสได้ทำดีกับตาลบ้างในวันข้างหน้า พี่อยากให้ตาลให้โอกาสพี่นะที่ผ่านมา 5 ปี ตาลอาจจะมองว่าพี่เป็นคนที่นัดไม่เป็นนัด ไม่ค่อยสนใจ โทรมาไม่รับสาย บอกว่ามาก็ไม่มา ชอบทำให้น้อยใจ หรือ อีกมากมาย จริงๆแล้วบางอย่าง พี่ไม่เคยลืมเลย แต่ด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง ทำให้พี่ไม่สามารถทำได้ แต่เมื่อสักวันที่ทุกๆอย่างมันถูกต้อง พี่ขอแค่ให้มีโอกาสได้ทำดีกับตาลบ้างในวันข้างหน้า พี่ยังมีความรู้สึกที่ดีกับตาลเสมอ ขอเพียงให้ตาล อดทนและให้โอกาสพี่บ้าง หลังจากนี้เราอาจจะได้พบกันอีก หรือไม่ได้พบกันอีกเลย แต่ให้รู้ไว้ว่าพี่ยังอยากพบตาลเสมอ

เป็นครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกันยาวๆ

คำว่าปลายปีมันก็เหมือนจะนาน แต่เวลามันผ่านไปเร็วจริงๆ

24 สิงหาปีที่ผ่านมา ก่อนหน้าวันเกิดตู 3 วัน

พี่โรคจิตก็แต่งงานไปแล้ว

แล้วคำสัญญากับตัวเองของตูที่เคยคิดเอาไว้ล่วงหน้ามาก่อน

ทุกวันนี้ตูก็ยังทำตามสัญญา

คือเมื่อไหร่ที่พี่เค้าแต่งงาน ตูจะหายไปจากชีวิตเค้า

มันคงเป็นทางที่ดีที่สุดของคนสามคน

เจ็บบ้าง แต่ยังยิ้มได้  :52:

ยังมีความทรงจำดีๆมากมายเก็บไว้

ถ้าวันนี้ตูไม่ได้มานั่งพิมพ์จู๋นี้ บอกตรงๆตูก็ลืมๆไปบ้างเหมือนกันแล้วนะ

ในความทรงจำของตู มันก็ยังจะเป็นพี่โรคจิตปี 2 กับตูสมัยปี 1 ตลอดไป ...

ห๊ะ! อะไรนะ!!!

psyfer

ไม่รู้จะฮี๊วววววววว หรือจะอุ๊กกกกก ดี
ลุ้นเยี่ยวเหนียวเลย  :55:

ยัง มี พุง

#598
ขอเบิ้ล

งานแต่งงานเค้า เจ้าสาวเค้าก็ชวนตูนะ

แต่ตูไม่ไป บอกว่าบิน จริงๆตูไม่ได้บินหรอก

ได้แต่ส่งข้อความไป ขอให้เค้าสองคนมีความสุข

:52: แล้วตูก็ยิ้มๆให้กับตัวเอง ยิ้มๆให้กับความรักสีตุ่นๆ

แล้วก็ปิดตำนานพี่โรคจิตกับไอ้ตุ่นลงไป

ยัดเอาไว้ลึกๆ ในซอกใจ
ห๊ะ! อะไรนะ!!!

Rabbitinblack

ดีแล้วละ ถ้าเนื้อเรื่องเป็นพี่โรคจิตกับไอ้ควาย

คงอ่านแล้วรู้สึก  :41:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines