งาน เงิน ความหวัง อนาคต

เริ่มโพสต์โดย นายโอ้เอ้, 02 เม.ย. 2008, 02:32 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

itor

#8520
..

Layiji

นักเขียนการ์ตูนรายปี

itor

#8522
...

คุณชาย ( 737 )

อ้างคำพูดจาก: ต่อ เมื่อ 03 ธ.ค. 2013, 11:03 น.
:58: นั่งหาไอ้กระจู๋นี้ตั้ังนาน (จำชื่อไม่ได้อีก ว่าจะมาอัพเดท ยาวหน่อยนะครับ รวดเดียวเลย)

เค้าว่าคนเราชีวิตเริ่มต้นจริงๆ ก็เมื่อตอนอายุ 30
แต่กฏนี้รู้สึกจะใช้ไม่ค่อยได้แล้ว กับยุคที่ผู้คนจับจุดขายด้านเทคโนโลยีได้
หรือแค่มีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูดีเข้ากับยุคสมัยที่นิยมก็สามารถเปลี่ยนชีวิตได้ไปได้ตลอดกาล

กับคนที่เกิดมาในยุคสมัยคาบเกี่ยวช่วงที่เทคโนโลยีพัฒนาแบบก้าวกระโดดอย่างผมคนหนึ่ง
ก็ทำให้ได้เห็นอะไรที่เปลี่ยนไปแบบก้าวกระโดดเยอะมาก

จากการฟ่าฝันทำงานทั้งด้านเว็บ ทีวี เอเจนซี่ และงานกราฟฟิคทั้งหลายเท่าที่สมองจะเรียนรู้และพัฒนาได้

เมื่อวันหนึ่ง ที่นั่งทำงานอย่างหามรุ่งหามค่ำปกติของคนทำงานในเอเจนซี่แห่งหนึ่ง
ก็มีความคิดหนึ่งแว่บเข้ามาให้หัวระหว่างที่นั้งอู้เปิดเว็บหารีเฟอเร้นท์งานไปเรื่อยๆ
(จริงๆ มันเป็นรูป gif animation คนเอาคีย์บอร์ดฝากปากเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง ซึ่งมาจากหนังเรื่อง wanted)

คราวนี้อู้หนักเลยครับ โหลดบิทมาดูเลยกะว่าหนังจบก็จะกลับมานั่งทำงานต่อถึงเช้า
แต่กลับกลายเป็นว่ามาสะดุดกับคำๆ หนึ่งของพระเอกในตอนจบที่ว่า "ทำห่าอะไรกันอยู่"

เหมือนมีคนมาชี้ทางสว่างให้ เหมือนกับว่าจะมีแสงส่องเป็นลำลงมาเฉพาะตรงที่ผมนั่งกันเลยทีเดียว
ในใจตอนนั้นคิดแค่ว่าทุกอย่างมันดูเป็นงานรูทีนไปหมด ตื่นเช้า รถไฟฟ้า นั่งอยู่ในคอกวันละเกิน 12 ชม.
ศุกร์่สังสรรค์ เสาร์เตรียมรับรองลูกค้า อาทิตย์นอนตาย (หรือกลับเข้าออฟฟิศ ถ้ามีงานด่วน)

ซึ่งคิดว่า ถ้าจะไปจริงๆ ก็มีเงินติดตัวอยู่ก้อนหนึ่ง
ตอนนั้นผมคิดถึงชนบท นอกเมือง แต่จะทำมาหากินอะไรดีล่ะ?
อยากทำไร่ ทำสวน แต่ไม่มีความรู้เลย?
แต่ที่แน่ๆ คือไม่ทำแล้วงานออฟฟิศ
ขอทำงานที่ได้เที่ยวไปด้วย และมีเงินพอกิน พอส่งให้แม่ .. ก็พอ

ประจวบเหมาะกับที่เพื่อนโทรมาชวนให้ไปช่วยออกแบบงานของกิจการของเพื่อนที่มีอยู่ 4-5 สาขา
(คือโชว์รูม honda กับ yamaha นี่แหละครับ) และมันอยู่ต่างจังหวัด แถมไกลตัวเมืองถึง 70 km.

ตอบสั้นไปว่า "หาที่พักให้ด้วย สิ้นเดือนจะไปช่วย"

เช้าอีกวันมาไปทำสิ่งที่ไม่คิดว่าจะกล้าทำเลยในชีวิตคือ "ยื่นใบลาออก"
ลาออกจากเอเจนซี่ที่ซื้อตัวเรามาจากตอนทำช่อง3ด้วยอำนาจเงินล้วนๆ
(แต่นิสัยผู้ร่วมงานกับบรรยากาศทำงานก็ดีนะครับ แค่ลางานยากเท่านั้นเอง)

เป็นอะไรที่อึดอัดมากครับ เพราะลาออกด้วยเหตุผลที่บอกใครไม่ได้ ซึ่งจริงๆ ก็ไม่รู้จะบอกยังไง
หลังจากคุยเคลียร์แล้วว่าไม่ใช่เพราะมีที่อื่นมาซื้อตัวหรือว่าอยากได้ค่าตอบแทนเพิ่ม
ทางเอเจนซี่ก็ขอให้อยู่ต่ออีก 1 ปีเพื่อหาคนใหม่มาแทนสำหรับงาน 3 หน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่ตอนนั้น
ซึ่งหลักๆ ก็จะเป็นงานออกแบบทุกอย่าง (หลักๆจะเป็นพวกงานดีไซน์ธีมหลักของงาน งานเว็บและพรีเซ็นเทชั่นที่สูบพลังชีวิตมาก แต่มันก็ทำให้ขายงานได้จริงๆ
// ดิสเพลย์อีเว้นท์ต่างๆ ที่ต้องมานั่งขึ้นรูป 3d และ wrap งานดีไซน์เข้าไปพร้อมจัดเป็นซุ้มหรือดิสเพลย์สำหรับเปิดตัวสินค้าใหม่ // ถ่ายรูปสินค้าและรีทัชสำหรับเตรียมนำไปใช้ในงานต่างๆ  ในบางกรณีก็ต้องมานั่งตัดต่อวิดิโองานเองด้วยในส่วนหนึ่ง)

กดปุ่มรีเซ็ตชีวิตครั้งแรก
หลังจากลาออกมา และได้ย้ายมาอยู่แถบชนบทแบบจริงๆจังๆ
สิ่งแรกที่ประทับใจคือ ผมเห็น "ท้องฟ้า" จริงๆ ท้องฟ้าที่ไม่มีตึกหรือทางยกระดับอะไรที่มาบดบังอีกต่อไป
ผมว่าที่คนเราเคร่งเครียดและหงุดหงิดติดอยู่กับสิ่งที่หาคำอธิบายไม่ได้
ส่วนหนึ่งมาจากที่เราไม่ได้มองอะไรที่สบายตา อย่าง "ท้องฟ้า" กว้างๆ ด้วยละมั้ง

ใช่ครับ ทุกอย่างดูตื่นตาตื่นใจสำหรับคนเมืองที่อยู่แต่ในเมืองกรุงอย่างผมมาก
สิ่งแรกที่ต้องปรับตัวอย่างมากคือถ้าพ้นช่วงเวลา 2 ทุ่มไปแล้ว ทุกอย่างจะปิดหมดไม่ว่าจะร้านค้าหรือว่าบ้านเรือน
สิ่งที่ต้องปรับต่อตามมาคือ "ผลตอบแทน" ที่หายไปแน่ๆ แต่ไม่คิดว่าจะมากเกิน 50-70% เลยทีเดียว

แน่นอนว่างานฟรีแลนซ์ประจำของเพื่อน มันไม่พอกินอยู่แล้วครับ
แต่ก็พออยู่ได้นะ ถ้ามองในเรื่องของ การกินอยู่ ผมว่าอุดมสมบูรณ์และอยู่สบายเลยทีเดียวครับ
เพราะว่าอยู่ชนบท เราจะได้พวกผัก ผลไม้จากป้าเพื่อนบ้านที่ปลูกแล้วมาแบ่งให้
หรือลุงที่ไปตกปลาแล้วขี่จักรยานมาขาย รวมไปถึงพวกที่เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมูก็มีมาขายให้ในตลาดประจำหมู่บ้าน

จากนั้นเราจึงเริ่มหางานกันต่อ โดยที่พื้นฐานต้อง "ไม่ใช่งานที่ต้องเข้าออฟฟิศ" และ "เงินที่ได้ต้องสมเหตุสมผลกับงาน"
ทำไม "เงินที่ได้ต้องสมเหตุสมผลกับงาน" นะรึ?
ก็เพราะว่าที่นี่คือ ชนบท ครับ อันนี้ถือว่าเป็นบททดสอบจิตใจอย่างหนึ่งเหมือนกัน
เพราะสิ่งที่คุณคิดว่าคุณทำเป็น หรือถนัดในสายงานนั้นๆ กลับดูไม่มีราคา สำหรับที่นี่ไปเลย
สกิลสายงานของเราจะถูกนำไปเปรียบกับร้านป้ายท้องถิ่น หรือคนในพื้นที่ ที่พอทำเป็น ซึ่งราคาก็จะอยู่ในหลัก "ร้อย"

แต่ก็รับทำนะ 555 คือเห็นงานที่นี่แล้วหงุดหงิดน่ะ (ซึ่งหลังๆ พองานเราขายได้ คนก็จะมาเยอะ แต่ราคาเท่าเดิมนะ แถมต่อราคาอีกด้วยนะ 555 T^T)

สุดท้ายก็ไปได้งานฟรีแลนซ์ประจำในเมืองอีกงาน ที่เป็นคลินิคเสริมความงามเปิดใหม่
ด้วยการที่คุยกันถูกคอเลยได้ทำตั้งแต่งานออกแบบภายในร้าน และออกแบบกล่องผลิตภัณฑ์ทั้งหลาย รวมทั้งโปรโมชั่นต่างๆ
ซึ่งกลายเป็นว่าก็ไม่ได้ทิ้งสายงานเดิมเท่าไหร่ แต่ก็ทำให้ชีวิตการเป็นอยู่ดีขึ้นมาหน่อย และไม่ต้องควักเงินเข้าเนื้อตอนส่งให้แม่ในแต่ละเดือนด้วย

และงานฟรีแลนซ์อีกอย่างที่ไม่คิดว่าจะมาเป็นรายได้หลักจริงๆ ก็คือ งาน stockphoto หรือเรียกง่ายๆ ว่า ขายรูปผ่านเว็บ นั้นแหละครับ
แต่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ผมถ่ายรูปไม่สวย 555 แต่แต่งภาพให้สวยได้ เลยทำเล่นๆ อยู่พักหนึ่ง
แล้วก็มาเห็นว่า มันไม่จำเป็นต้องขายแต่ ภาพถ่าย ก็ได้นี่นา
ด้วยสายงานที่ทำด้านเอเจนซี่มาเลยเดาทางพวกกราฟฟิคที่จะนำไฟล์ไปใช้ได้ว่าเค้าอยากได้ไฟล์งานหรือรูปแบบงานแบบไหน
ก็เลยทำพวก ภาพ illus กับ ถ่ายวิดิโอฟุตเทจ ขายไปได้สักพักหนึ่ง ปรากฏว่า รายได้เริ่มเข้าที่เข้าทาง และดูเหมือนจะเป็นรายได้หลักไปแล้ว

แล้วชีวิตก็มาเปลี่ยนอีกครั้งหนึ่ง
กดปุ่มรีเซ็ตชีวิตครั้งที่สอง

แต่งงาน!!
ใช่ครับ เสือกไปรักเค้า ชอบเค้า รู้สึกว่าชีวิตไปกันได้มากๆ อยากดูแลผู้หญิงคนนี้ไปจนแก่เฒ่า
กลืนน้ำลายตัวเองอึกใหญ่ที่ว่า บั้นปลายชีวิต จะทำงานแบบที่เที่ยวไปด้วย และจะไม่มีความรักแบบผูกมัดใครอีกแล้ว
กลายเป็นว่าได้คนรักที่ใช้ชีวิตเหมือนกัน จากการที่ชอบท่องเที่ยวเหมือนกัน และไม่เรื่องมากเหมือนกัน

ชีวิตชนบทแบบจริงๆ จังๆ ครับรอบนี้
เพราะแต่งเสร็จย้ายเข้าบ้านเจ้าสาวครับ เป็นผู้ชายคนเดียวในบ้าน
(นอกจากห้องที่อยู่กับแฟนชั้นบน) นอกนั้นก็จะเป็นพี่สาว 2 คน น้องเล็ก 1 คน ผู้หญิงหมด

ด้วยที่โตมากับครอบครัวผู้หญิงเลี้ยงมาเลยไม่อึดอัดเท่าไหร่
แต่อย่างแรกที่รู้สึกได้คือ ทางพี่ๆ น้องๆ ก็น่าจะอึดอัดนิดหน่อยกับการมีผู้ชายย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน
ก็เลยเกิดการปรับตัวนิดหน่อย คือช่วงเวลาที่ต้องใช้ห้องน้ำ หรือว่าช่วงปาร์ตี้ชุดนอนหน้าทีวีตอนค่ำ
ผมก็ต้องหางานมานั่งทำไปด้วยให้ดูยุ่ง หรือหนีขึ้นห้องบ้างในช่วงแรก เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยและปรับตัวกันได้

ซึ่งในช่วงนี้ทุกอย่างดูใหม่ และไม่คุ้นเคยสุดๆ สำหรับคนที่ใช้ชีวิตแบบตัวคนเดียวมาตลอด
ต้องจัดสรรเวรการซักผ้าใหม่ (ปัญหาตอนตากผ้า ก็ทำให้เขินได้เหมือนกันนะ)
ไปช่วยพ่อแม่แฟนเปิดร้านขายของชำตอนเช้า เดินจดมิเตอร์น้ำไฟบ้านเช่าซึ่งเป็นกิจการเล็กๆ ของบ้านเค้า
และที่น่าตื่นตาตื่นใจสุด คือ "ทำไร่"

และหลังจากที่คิดมานาน ตรงนี้ผมว่าน่าจะเป็นจุดเปลี่ยนในอาชีพอีกอย่างหนึ่ง
ก็คือ ผมคิดว่าถึงเวลาที่น่าจะห่างงานด้านกราฟฟิคได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวสักที
ไม่รู้นะครับ เพราะเหมือนว่าที่ผ่านๆ มา ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ มันเป็น "อาชีพ" ที่พอจะทำให้มีรายได้ ได้ก็จริงอยู่
แต่ด้วยการที่มาอยู่กับที่นี่ได้เกือบสองปี ก็ทำให้ความคิดเกี่ยวกับคำว่า "อาชีพ" เปลี่ยนไปมากเหมือนกัน

ซึ่งตอนนี้ ผมกำลังจะสลับเอา "อาชีพชาวไร่" มาเป็นอาชีพหลัก
แล้ว "กราฟฟิค" เป็นงานอดิเรกเล็กๆ น้อยๆ ที่พอมีเวลาก็กลับมาจับทำบ้างแทนนะครับ


สิ่งหนึ่งที่ได้จากการใช้ชีวิตการทำงานมาทั้งหมด ผมว่า "เปิดรับที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่" และ "ทุ่มเทไปกับมัน"
ก็ทำให้ชีวิตดำเนินต่อไปได้ ไม่ว่าจะทำงานแบบไหนก็ตามนะครับ

ตอนทำงานอยู่ในเมืองกรุง หลายคนก็มักจะถูกตีกรอบบางๆ เอาไว้ว่าการเปลี่ยนงานเป็นเรื่องที่ "น่ากลัว"
และค่านิยมหลายอย่างที่ผูกมัดเราเอาไว้ และจำกัดกรอบในการใช้ชีวิตของเรา อย่างเช่น มือถือ รถยนต์ คอนโด
ซึ่งเป็นสิ่งที่เรียกว่าไงดีละ? วัดฐานะทางสังคมของเราละมั้ง (ผมพยายามหาคำที่อธิบายมันอยู่นะ แต่ได้แค่นี้จริงๆ)

หลายคนทำสิ่งที่ถนัด แต่ไม่ได้ทำสิ่งที่รัก
หลายคนมีเส้นทางให้เลือกมากมาย แต่ก็เลือกเส้นทางที่เดินได้สบายๆ เพียงเพราะทางที่ชอบนั้น มันชันเกินไป

ที่เขียนมาเยอะๆ ผมไม่ได้จะบอกว่า การใช้ชีวิตแบบที่กำลังเป็นอยู่ของหลายๆคน มันผิดหรือถูกนะครับ
เพียงแต่ว่า "อย่ากลัว" ที่จะใช้ชีวิต
คุณ "สนุก" กับทุกเรื่องได้ เพียงแต่ว่ามองมันต่างออกไป

ทุกวันนี้ผมมีความสุขง่ายๆ กับการบิดมอเตอรไซต์ตอนเช้าๆ ผ่านทุ่งนาและไร่มันของพ่อตา
และมีความสุขอีกครั้งในตอนเย็นที่มีการล้อมวงกินข้าวกันอย่างพร้อมหน้าตากับครอบครัวใหม่
ที่ผมไม่เคยมีมาก่อนในชีวิต

...แค่นี้จริงๆ ครับ
:12: นายแน่มากครับ
สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

Buob Marley

เดี๋ยวพอมีลูกจะรอดูรีเซ็ตรอบสาม :25:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

itor

อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 03 ธ.ค. 2013, 13:53 น.
เดี๋ยวพอมีลูกจะรอดูรีเซ็ตรอบสาม :25:

:59: อันนี้อ่ะคุมกันสุดฤทธิ์เลยบวบเอ้ย กลัวพลาดมาก
อย่างแรกคือแต่งหลังจากคบกันได้แค่สองเดือน
อันนี้สนุกดีนะ ได้เห็นรีแอคชั่นแปลกๆ ของบ้านเค้า บ้านเรา เพื่อนๆไรงี้
หลายๆ คน หลายๆ บ้านคิดว่าท้องแน่ๆ ถึงแต่ง

และดันมีทัศนะคติเหมือนกันอีกตรงที่ไม่คิดจะมีลูก
กะว่าถ้ามีก็คงเป็นแบบว่า ช่วยกันเลี้ยงลูกของน้องสาวหรือพี่สาวที่กำลังจะแต่งงานมากกว่านะ


Buob Marley

ของแบบนี้มันก็ไม่แน่นะพี่.. ดูพี่ร่มดิ๊ ร่ำๆ จะเลิกเกิน โผล่มาอีกหน่อซะงั้น :47:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

แอ้

อ้างคำพูดจาก: ต่อ เมื่อ 03 ธ.ค. 2013, 11:03 น.

หลายคนทำสิ่งที่ถนัด แต่ไม่ได้ทำสิ่งที่รัก
หลายคนมีเส้นทางให้เลือกมากมาย แต่ก็เลือกเส้นทางที่เดินได้สบายๆ เพียงเพราะทางที่ชอบนั้น มันชันเกินไป



ฉึก !!!  :05:

iannnnn


Rabbitinblack

จะกลับมา 18 นี่ถามตูยังวะเนี่ย  :59:

itor

อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 03 ธ.ค. 2013, 14:14 น.
ของแบบนี้มันก็ไม่แน่นะพี่.. ดูพี่ร่มดิ๊ ร่ำๆ จะเลิกเกิน โผล่มาอีกหน่อซะงั้น :47:

:59: โห ลูกสอง

แอ้

 :12: ยกนิ้วให้ความพยายามของอีแอน

Vikz

ยกนิ้วให้ลูกสองของพี่ร่ม  :12:
There's only one "Jack Russell"

Buob Marley

http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

Vikz

There's only one "Jack Russell"

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines